การสะสมความทรงจำ เดือนตุลามาพฤศจิกา

1 พ.ย.
ขายหนังสือ
ภาพหนังสือแด่คาทาโลเนีย ที่โพสต์บอกราคาไว้แล้ว มาตามกระแสข่าวสเปน แคว้นคาตาโลเนีย และหนังสือเล่มอื่นๆซ้ำ(*) ส่วนหนังสือมาเพิ่มเติมประกาศขาย 1.รัฐธรรมนูญของเรา 40บ. 2.มรดกพื้นบ้าน 60บ.3.นาฎศิลป์อินโดนีเซีย50บ. 4.สู่อัจฉริยะด้วยสมองสองซีก 80บ.5.หนังสือเกี่ยวกับชีวิตมาร์แซล พรุสต์80บ.(นักเขียนเรื่องค้นหาวันเวลาที่หายไป)
*ขายหนังสือ

ขายหนังสือ

1.2
Remembrance of Things Past(1)
เมื่อผมหลายเรื่องในชีวิตประจำวันจากกรุงเทพฯ นครปฐม พิจิตรกลับมาเชียงใหม่ ก็ต้องเตรียมเคลียร์งานต่างๆ ทำให้ผมคิดอยากจะหาเวลาเขียนสั้นๆสะสมให้ยาวขึ้นเป็นตอนๆ ที่มีรูปจากการเดินทางได้เงินค่าเดินทางด้วย แต่ไม่มีเวลาเขียนมากเท่าไหร่ เริ่มจากผมไปสนามบินเชียงใหม่บังเอิญเจออ.รุ่นพี่มรชม.พร้อมอ.อีกท่านคนอื่นๆ ขึ้นเครื่องลำเดียวกันคนละที่นั่ง จากนั้นดอนเมือง…. กรุงเทพฯ ต่อมานครปฐมในหน้างานหลัก คือ งานด้านวรรณศิลป์ฯ ตามรูปภาพรายละเอียดอาจจะเขียนยาว กรณีหนังสือตามรูปได้รับมาเยอะ และผมได้พบปะรุ่นพี่นักเขียน ที่ไม่ได้เจอกันนาน ฯลฯ ซึ่งกรุงเทพฯถึงนครปฐม ก็มีเรื่องเล่าระหว่างทางด้วย

เนื่องจากความทรงจำที่ผ่านไป เกี่ยวกับงานเขียนเชิงวรรณศิลป์ ซึ่งแรงบันดาลใจจากชื่อหนังสือRemembrance of Things Past (ความทรงจำของสิ่งที่ผ่านไป or In Search of Lost Time) หนังสือที่ผมเคยเล่าแล้วนักเขียนมาบ้างแล้วเขาเขียนยาวหลายเล่มอ่านไม่จบโดยมีคำคมแปลเป็นไทย คือ การเดินทางเพื่อแสวงหาที่แท้จริงไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะค้นหาภูมิประเทศใหม่ๆ หากแต่เป็นการค้นหามุมมองใหม่ๆ(new eyes) ซึ่งผมเคยเห็นหนังสือฮาวทู ก็เคยอ้างเช่นใครเอาเงินของฉันไป?( บอกวิธีทำงานทำเงินสิบหมื่นเป็นสิบล้านในสิบปี ) หนังสือเล่มนี้ผมเคยโพสต์รูปแล้วงานเขียนโดยคนเขียนพ่อรวยสอนลูกฯ แต่การค้นหาความจริงอ้างคำคมถึงในหนังสือเล่มที่5 (*)—The Prisoner หรือTitle:The Captive(La Prisonnière) นั่นแหละ เล่าง่ายๆสั้นๆว่าความทรงจำที่ผ่านไปอาจลืมได้เลยนำภาพมาเล่าหน่อย

*The real voyage of discovery consists not in seeking new landscapes, but in having new eyes. Marcel Proust

1.3
ผมมองท้องฟ้าอันสวยงาม ว้าววววว
Natthawoot Wangwiang สร้างจิตนาการดี
อรรคพล สาตุ้ม ใช่ เห็นด้วย ครับ^^
Natthawoot Wangwiang สนใจ ทำที่ดินจ่อไหม
อรรคพล สาตุ้ม ยังไม่ว่างเลยช่วงนี้ ครับ^^
April Chookron
อรรคพล สาตุ้ม 😎
ป. เข็กน้อย
อรรคพล สาตุ้ม 😁
Nittaya Nid พี่บอยไปไหนค่ะ😃😃

1.4
ผมมีเทปเก่าวงกรรมาชนด้วย แต่จำไม่ได้แล้วทำไมมีเทป หลายเรื่องของเวลาผ่านแสงแดดจากไปในค่ำคืนนี้ จัดไปก่อนอำลาราตรีสวัสดิ์
กรรมาชน – แสง

7 พ.ย.
ขายหนังสือ 1.อุชเชนี ขอบฟ้าขลิบทอง 100บ.(หายาก) 2.วางทวนแทงปากกา 60บ. 3.เขียนด้วยปืน 50บ.4.ไปอยู่กับฉันเถิดวิเวียน 150บ. 5.คนหมายเลขศูนย์ 50บ.แล้วหนังสือเก่าคลาสสิคขายต่างประเทศแพง แต่ผมขายไม่แพงติดต่อได้ Peasants in History: Essays in Honour of Daniel มีนักวิชาการดังอย่างFernand BraudelเขียนPrefaceรวมบทความน่าอ่านเกี่ยวกับชาวนาโดยEric Hobsbawm (อาจารย์ของอ.เบน แอนเดอร์สัน) มีคนเขียนบทความหลายคน การอ้างถึงชายานอฟ และHamza Alavi(อาจารย์ของอ.ไชยันต์ รัชชกูล) กับงานเขียนถึงอินเดีย อินโดนีเซีย ฯลฯ ส่วนบทความที่ผมโฟกัสเรื่องชาวนารัสเซียกับการดื่มเบียร์ โดยR.E.F.Smith,Drink in Old Russia มีโอกาสผมจะเล่าเพิ่มเติมเรื่องดื่มๆกัน ครับ

Anusorn Phattanasarn peasants in history ขายเท่าไหร่ครับบอย?

อ.อนุสรณ์ เรียกชื่อแบบทางการหรือหลวง/ไหมฟ้า จะเรียกนามปากกานักเขียน เนื่องจากผมกำกึ่ง จึงไม่ได้บอกราคาสาธารณะ เพราะราคาในเน็ตที่ค้นหาดู $455.36 ถ้าเข้าใจไม่ผิดจากสำรวจก่อนโพสต์ว่าแพงเอาค่าเงินดอลล่าร์หนึ่งดอลฯเท่ากับ35 และก็ไม่แน่ใจมีใครจะซื้อไหม? ประกาศขายหนังสือราคาถูกส่วนใหญ่คนก็ไม่ซื้อเลย อาจจะลองไปขายในอีเบย์
ปล.คำถามจริงๆจังตอบยากจากประกาศถ้าขายที่ 1000บาท ถูกไปเปล่าหว่า?
Peasants in History: Essays in Honour of Daniel Thorner
https://www.amazon.com/Peasants-History-Essays-Honour-Thorner/dp/0195612159/ref=sr_1_104?s=books&ie=UTF8&qid=1510236782&sr=1-104&refinements=p_27%3AE.+J.+Hobsbawm

จริงๆก็งง กับราคาในเน็ต ยกตัวอย่างที่1 The Condition of the Working Class in England : From Personal Observation and Authentic Sources
ราคาUsed from $713.52 New from $2,832.38

ยกตัวอย่างที่2ผมมีkarl marx capital volume 1
Published by Progress Publishers, Moscow, Soviet Union, 1965
ถ้ามีครบเซ็ตสามเล่ม ราคาถ้าตามมาตรฐานตามเน็ต
US$ 2,728.00
https://www.abebooks.com/first-edition/CAPITAL-Three-Volume-Set-Marx-Karl/8503158706/bd

7.2
Remembrance of Things Past(จบ)
เมื่อผมเล่าตอนที่หนึ่ง(*)ในแบบไม่มีเวลาเขียนมาก ก็คล้ายกันในตอนที่2 จากตอนที่1 ผมเล่าย่อๆก่อนหน้าถึง จ.นครปฐม ผมก็ได้อาศัยร่วมนั่งรถตู้นั่งหลับนั่งไกล กว่าจะมาต่อรถสองแถวโดยสารเดินทางไปกับรุ่นพี่ชื่อเล่นน้อย รุ่นพี่ชื่อเล่นหน่อย ไปแวะเยี่ยมชมศูนย์วัฒนธรรมกลุ่มสหภาพแรงงานอ้อมน้อย – อ้อมใหญ่ฯ พบปะสนทนาคนงานเล็กน้อย แล้วเดินทางต่อซ้อนวินมอเตอร์ไซด์ ณ ศูนย์ฝึกอบรมอภิบาล บ้านผู้หว่าน เป็นสถานที่ไปร่วมกิจกรรม พื้นที่ร่วมกับโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ ได้ออกกำลังกายว่ายน้ำ ในสระของโรงเรียน ต่อมามีเวลาโอกาสก็พูดคุยกับรูมเมท ที่เป็นครูเกษียณแล้ว เล่าประสบการณ์แลกเปลี่ยนผมเป็นอดีตครูยอแซฟที่พิจิตร(ให้เขาดูเรื่องสั้นที่เขียนเสร็จ ฯลฯ) และคนนั่งข้างๆอีกคนเวลานั่งฟังวิทยากรในงานสัมมนา ต่อมาผมได้บังเอิญเจออ.อนุสรณ์(**) ที่กล่าวถึงหลายวันก่อนในเฟซบุ๊ค ที่เคยคุยด้านศิลปะ ต่างๆ

โดยอ.อนุสรณ์มาในงานมาเป็นวิทยากรงานคราวนี้พร้อมหนังสือ กับกระป๋องเบียร์ในกระเป๋า(วลีเด็ดที่พูดถึงงานเขียนในงานว่างานเขียนความทรงจำและจินตนาการ) ส่วนงานนี้ผมได้พบกับนักเขียน นักวิจารณ์ อาจารย์หลายคน เช่น ประชาคม ลุนาชัย แต่ตลกลึก ก็ได้ฟังเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ นักเขียนรางวัลซีไรต์จากงานเขียนแม่น้ำรำลึก(บางคนเล่นเสียงลึกๆๆๆ) ยังไม่มีเวลาเขียนยาว ทั้งเรื่องรูมเมท ผู้คนกิจกรรม บทสนทนาร่วมต่ออ.ชมัยภร บางคมบาง(จากอดีตเราเคยเจอกันค่ายวรรณกรรมการเมืองพานแว่นฟ้า ที่ผมเคยเจอนักเขียนฯลฯ) ประเด็นคอรัปชั่นที่มองไม่เห็นจากการดูหนังสั้นเล่าเรื่องโกง ยกตัวอย่างเรื่องสิบหมื่น อื่นๆ

ดังนั้น ผมพยายามหาเวลาเผื่อจะเรียบเรียงวลีถ้อยคำดีๆ ในการเล่าต่อไป แต่ว่าผมไม่มีเวลาเล่ายาวไอเดียความทรงจำสิ่งที่ผ่านไป เพียงเก็บสะสมความทรงจำไว้เผื่อดัดแปลงเป็นเรื่องสั้นดีกว่านี้ส่งประกวด ได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับขบวนนักเขียนอย่างเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ โดยพื้นที่ร่วมในโรงเรียนฯ มีสุสานนักเขียนอุชเชนี ถึงที่นี่ร่วมอ่านบทกวี..มิ่งมิตร เธอมีสิทธิ์ที่จะล่องแม่น้ำรื่น ที่จะบุกดงดำกลางค่ำคืน ที่จะชื่นใจหลายกับสายลม…ส่วนตัวผมค่ำคืนที่คิดมากเกินไปสมดุลสมอง นอนไม่ค่อยหลับเร่งรีบการงานเขียนเรื่องสั้นเกี่ยวกับโรงเรียนเพื่อเตรียมส่งงานเขียนในวันรุ่งอรุณ สุดท้ายของงานด้วย

เนื่องด้วยการรำลึกความทรงจำสิ่งที่ผ่านไป เพราะผมผ่านการคัดเลือกร่วมกิจกรรมงานวรรณศิลป์ดังกล่าว โดยเขียนบทความเกี่ยวกับประชาธิปไตย ดัดแปลงจากผมเคยเขียนในเฟซฯ ทำให้ผมเขียนขยายต่อยอดจากผมสนใจอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย(***) แนวที่อธิบายผ่านระบบทุนนิยม ที่ประชาธิปไตยดื่มกินได้ตามต้องการปากท้องของคน ซึ่งอธิบายผ่านแนวคิดทฤษฎีร่วมสมัยในวัฒนธรรมสายตา

จากการวิจัยวัฒนธรรมภาพทางสายตา และการศึกษาเรื่องวัฒนธรรมทางสายตา(****) ดูเพิ่มเติมค้นหาทางเน็ต ซึ่งผมยกตัวอย่างเพิ่มซ้ำกับที่ผมเคยกล่าวมาบ้างแล้วในการอ้างอิงวัฒนธรรมทางสายตา ที่น่าสนใจอีกคนหนึ่ง คือ ผมอ่านประวัติชีวิตของ Mark Fisher (11 กรกฏาคม 2511-13 มกราคม 2560)เขาเป็นอาจารย์สอนด้านวัฒนธรรมสายตา ที่ Goldsmiths มหาวิทยาลัยลอนดอน(มีสอนทฤษฎีและการปฏิบัติ ฯลฯ) ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า เป็นปัญหาสุขภาพจิตในการทำงาน จากผลทุนนิยมเสรีใหม่ของสังคมร่วมสมัย โดยเขาสนใจด้านการเมือง และวัฒนธรรม ที่มีผลงานหนังสือ popular Capitalist Realism: Is there no alternative? (2009) และเขากล่าวถึงเรื่องlost futuresดูคลิปอย่างGhosts of My Life (No Future)และเขามีคลิปอย่างMark Fisher(อิทธิพลแดริดาฯลฯ)- ‘How to Kill a Zombie: Strategizing the End of Neoliberalism’ นั่นแหละลองอ่านประวัติเพิ่มเติมของเขาได้(*****) นี่เป็นภาพรวมแรงงาน ในผลกระทบของการทำงานในระบบทุนนิยม

แน่ละ เราสนใจเรื่องระบบทุนนิยมเสรีนิยมใหม่ แพร่กระจายไปทั่ว แม้แต่ระบบการทำงานในมหา’ลัยจากอังกฤษมาไทย เล่ายาว ยกตัวอย่างสั้นๆ น่าจับตาประเด็นสวัสดิการสำหรับคนป่วยทางสุขภาพจิตในสังคมร่วมสมัยแรงงานอาจารย์ ซึ่งผมเคยเป็นครู นึกย้อนพร้อมจำเรื่องเล่าผีในโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ นครปฐม(ลองค้นหาข่าวนร.ตกตึก) ที่มีรุ่นน้องนักเขียนเคยเป็นอาจารย์ประจำกับอ.พิเศษ ก็ได้เจอคุยกันเขามีความสุขกับการออกจากงาน หรือรุ่นน้องเป็นอาจารย์ประจำรู้ว่าผมทำงานเป็นอาจารย์พิเศษเค้าบอกอาชีพในฝันเลย แล้วบ่นเรื่องเหนื่อยกับงาน เป็นต้น

อย่างไรก็ดี แรงงานอ.พิเศษอย่างผมต้องเตรียมสอนไม่มีเวลาเขียนมาก ในแง่วันเวลาของความทรงจำการเดินทาง บางภาพที่ศูนย์วัฒนธรรมสหภาพคนงานฯ(******)ต่อมาผมถ่ายภาพไว้ด้วยแต่ดันลบภาพจากโทรศัพท์มือถือลืมนึกว่าเซฟไว้อีกที่แล้ว ตามภาพประกอบจากเน็ตบ้านผู้หว่าน(*******) กับภาพที่ผมถ่ายเอง จากการเดินทางหลังจากงานมานั่งรถตู้ถึงพิจิตรถ่ายภาพค่ำคืนชาวนาน้ำท่วม(รถยนต์จอดข้างถนนฯลฯ) ต่อมาขึ้นรถจะไปเชียงใหม่ ถ่ายภาพรูปปั้นจระเข้แต่งตัวเป็นชาวนา ในการค้นหาวันเวลาที่สูญหาย ในความทรงจำสิ่งที่ผ่านไป มิ่งมิตรเธอมีสิทธิ์ในค่ำคืน ที่จะชื่นใจในนิทราหลับสบาย

*Remembrance of Things Past(1)

**งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ นักอ่าน นักเขียนรางวัลซีไรต์

***อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไทย กับวันประชาธิปไตยสากล

****การวิจัยวัฒนธรรมภาพทางสายตา
http://www.finearts.cmu.ac.th/blog/2012/12/24/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87/
การศึกษาเรื่องวัฒนธรรมทางสายตา
http://v1.midnightuniv.org/midarticle/newpage18.html
(อ.สมเกรียติ ตั้งนโม เคยทำวิจัยเรื่องวัฒนธรรมทางสายตา แล้วมีพิมพ์เป็นหนังสือ เคยแปลงานของNicholas Mirzoeffที่สอนด้านนี้ด้วย)

วัฒนธรรมทางสายตา “โชว์กิน” เทรนด์โซเชียลมีเดีย…ที่กลายเป็นเงินเป็นทอง
https://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1496070004
Jonathan Crarys ที่เขียนหนังสือ24/7: Late Capitalism and the Ends of Sleepก็ใช้visual culture หรือวัฒนธรรมทางสายตาแนวทางสังเกตเขียนในหนังสือ Techniques of the Observer: On Vision and Modernity in the 19th Century
*****ค้นหาดูประวัติเขาในวิกิพีเดีย และข่าวของเขา Why mental health is a political issue
Mark Fisher
https://www.theguardian.com/commentisfree/2012/jul/16/mental-health-political-issue
เขาเป็นนักเขียน นักวิจารณ์ ที่เป็นที่รู้จักจากงานเขียนบล็อกทางอินเตอร์เน็ตในนาม “k-punk”ทางดนตรี
******ค้นเพิ่มเติมได้ทางเน็ต ยกตัวอย่างอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่อบรมแกนนำ สร้างความเข้าใจสิทธิประกันสังคมกับแรงงานข้ามชาติ
*******ค้นเพิ่มเติมทางเน็ต เฟซบุ๊คดู บ้านผู้หว่าน
https://www.gotoknow.org/posts/24334
(การเดินทางของผมครั้งนี้พกหนังสือPeasants in History: Essays in Honour of Danielไปด้วย)

7.3
คิดถึงภาพเมฆา นภา อากาศ

7.4
วันนี้หลายเรื่องด้วยกัน ก็ส่งท้ายหลังจากหายไปก็วันนี้ ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย จัดเพลงอารามบอย โดยมาจากละครทีวีปี40 และหนังไทยเก่าพระเอกชื่ออรรคพลในหนังเรื่องเงิน เงิน เงิน ครับ

11 พย.
ขายแหวน ทุกวงราคา 4000บ. ยกเว้นแหวนรูปพญานาค นำมาแสดงในแง่ศิลปะด้วย
Bo Sarunporn ช่วยพ่อขายเหรอ
No,ช่วยแม่ขาย เพราะพี่เสนอโปรเจ็คในเน็ต ลองตามไอเดียที่ไปร่วมงานนี้มาด้วย

Bo Sarunporn น่าจะทำนานละ แต่แบบแก่ ไปนิด
อรรคพล สาตุ้ม 😎😎😎

Bo Sarunporn ที่ให้ทุกเดือน ไม่พอค่่าเหล้าใช่ไหม

พี่เดาว่ามุขตลก เรื่องไม่พอค่าเหล้าปกติพ่อดื่มทุกวันอยู่แล้ว ไม่รู้พ่อใช้เฟซฯหรือไม่? ประเด็นไม่รู้จะขายหาค่าเหล้าได้ไหม? และก็ผมเข้าใจเผื่อมีคนอ่านคนอื่นตีความ มีเพื่อนโทรมาบอกเรื่องน้องโพสต์นี้ด้วย ขอเล่าประวัติแรงงานหมอหน่อย ก็น้องเรียนจบหมอจากฟิลิปปินส์ ทำงานอยู่ภูเก็ตได้เงินเยอะ ส่งเงินที่บ้าน

Bo Sarunporn เอ่อ บอกเพื่อนแซวขำๆเน่อ อย่าคิดมาก
อรรคพล สาตุ้ม พี่เข้าใจ ขำขำ จะบอกเพื่อน และพี่เคยคุยกับแม่ว่าถ้าผมเรียนหมอ เป็นไปได้ไหม? แม่บอกตอนคลอดมาเป็นทารกไม่ได้เข้าตู้อบแบบน้องสมองไม่ค่อยดีเท่ากัน เรียนไม่ได้หรอก 555
อรรคพล สาตุ้ม สุภาษิตคำเมือง “ผ่อป้อจายมีผญา หื้อผ่อเมื่อยามกิ๋นเหล้า”- ดังที่กล่าวมาแล้วว่าความรู้ความสามารถหรือสติปัญญาของผู้ชายควรใช้ให้เป็น ประโยชน์ได้ในทุกเวลาทุกสถานที่ ถ้าเป็นผู้มีสติปัญญาดี แม้ในเวลาดื่มเหล้าก็ควรครองสติ ครองปัญญาของตนให้ดีไว้ได้^^

11.2
พิพิธภัณฑ์แรงงานไทยกับการสร้างประวัติศาสตร์ ดื่ม กิน และอื่นๆอีกมากมาย

วันนี้วันคนพิการแห่งชาติ: 11 พฤศจิกายน 2560 ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน โดยถ้างานแสดงพิพิธภัณฑ์จะใช้วิธีการนำเสนอคนพิการทางสายตาต้องใช้การฟัง(หมอนวดตาบอดใช้เฟซฯผ่านการฟัง) หรือมีเรื่องเล่าว่าบางงานใช้สัมผัสเข้าชมการแสดงนิทรรศการ ส่วนผมได้เขียนถึงพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่เคยเข้าไปจริงสักครั้ง ดูภาพจากเว็บไซด์และเฟซบุ๊คบ้าง ก่อนเข้างานสัมมนาเกี่ยวกับวรรณศิลป์ฯ ที่ผมเล่าแล้วหลังจากผมกลับมาจากเยี่ยมชื่นชมแล้วมีแง่มุมมาเล่า 1.การจัดแสดงข้อมูลสิ่งของกับแรงงาน 2.การสร้างประวัติศาสตร์อื่นๆอีกมากมาย 3.การเปรียบเทียบไทยกับต่างประเทศ กรณีแรงงานจีนในไทยกับฝิ่น,แรงงานสู่ผู้ประกอบการเบียร์ช้าง

ซึ่งประเด็นที่1.การจัดแสดงนั้น เป็นการนิยามสิ่งของเกี่ยวกับแรงงาน จัดสิ่งของตามรูปที่ผมถ่ายไว้เป็นเรื่องน่าสนใจ มีข้อจำกัดพื้นที่พิพิธภัณฑ์ไม่ได้ใหญ่ ซึ่งไม่มีบางเรื่อง อธิบายอย่างจำกัดในข้อมูลแรงงานยุคนั้น เป็นเรื่องที่ผมสนใจในการค้นหาวันเวลาที่สูญหาย (In Search of Lost Time) ผ่านสิ่งของความทรงจำทางประวัติศาสตร์ที่ถูกจัดเข้ามาแสดงให้เห็นในพื้นที่ด้วย

1.1 ห้องที่ 1 ประวัติศาสตร์แรงงานไทยตั้งแต่สมัยโบราณฯ หรือแรงงานบังคับ สะท้อนศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านจากแรงงานด้วย(โครงเรื่องแรงงานเน้นสนธิสัญญาเบาริ่ง)
1.2 ห้องที่ 2 กุลีจีน(ภาพผมถ่ายภาพชัดบ้างไม่ชัดบ้างถ่ายไวรีบเร่งด้วย)
1.3 ห้องที่ 3 แรงงานในกระบวนการปฏิรูปประเทศ
ส่วนห้องอื่นๆ ตามรูปภาพดูเพิ่มเติมเว็บไซด์ภาพรวมโดยย่อแบบผม(ผมเข้าไปกระทั่งห้องสมุดด้วย)

เมื่อผมกลับมาทบทวนแล้วจับประเด็นสื่อที่ว่าเว็บไซต์เคมบริดจ์นิวส์เผยแพร่บทความในหัวข้อ “ทุกคนคือคิวเรเตอร์ในโลกดิจิทัล” เนื้อหาในข่าวกล่าวว่า การคิวเรต(curation) นั้นเป็นคำ ที่ทำ ให้นึกถึงพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ และการสะสม แต่ในโลกยุคปัจจุบันนั้นไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป เนื่องจากความเอ่อล้นของข้อมูลดิบและทรัพยากรดิจิทัลทำให้ทุกคนกลายเป็นคิวเรเตอร์(*) โดยไม่จำเป็นต้องอยู่พื้นที่พิพิธภัณฑ์อย่างเดียวในสื่อดิจิทัลก็ได้

แน่ละ คิวเรเตอร์หรือภัณฑารักษ์ ย่อมมีอำนาจเลือกสิ่งของมาแสดงเป็นเรื่องทั้งโบราณคดี ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ที่ต้องอยู่บนพื้นฐานตรวจสอบข้อมูลต่างๆ มาแล้ว นี่เป็นการเปรียบเทียบกับพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ดูเว็บไซด์พิพิธภัณฑ์แรงงานไทยได้ในห้องจัดแสดง มีข้อจำกัดที่ของแต่ละคนอาจไม่ได้ถูกแสดงตามเหตุผลที่เล่ามาดังกล่าวด้วย

2.การสร้างประวัติศาสตร์สิ่งอื่นๆอีกมากมาย เป็นเรื่องน่าสนใจว่าwe must begin by stating the first premise of all human existence and, therefore, of all history, the premise, namely, that men must be in a position to live in order to be able to “make history.”(การสร้างประวัติศาสตร์) But life involves before everything else eating(การกิน) and drinking(การดื่ม), a habitation, clothing and many other things.(**) นี่เป็นประเด็นที่ผมใช้การอ้างอิงเปรียบเทียบบทความR.E.F.Smith,Drink in Old Russia ที่เขียนขยายเพิ่มเติมตามรูปประกอบการอ้างอิงMarxการสร้างประวัติศาสตร์ฯ ในหนังสือBread and Salt: A Social and Economic History of Food(อาหาร) and Drink(ดื่ม) in Russia.นั่นแหละด้วย(***)

การสร้างประวัติศาสตร์น่าสนใจยกตัวอย่างอธิบายการดื่มเบียร์ของชาวนารัสเซีย หรือประเด็นการอธิบายการดื่มของชาวนาไทย และการดื่มของแรงงาน ขยายขอบเขตของเรื่องชาวนา(ข้าวกับปลา) กับแรงงานด้วย

3.การเปรียบเทียบไทยกับต่างประเทศ กรณีแรงงานจีนในไทยกับฝิ่น,แรงงานสู่ผู้ประกอบการเบียร์ช้าง ตามรูปบางรูปที่ผมถ่ายมาด้วย รุ่นพี่ชื่อเล่นนก นำชมเล่าประวัติศาสตร์ ทำให้ชวนคิดประเด็นนี้ขึ้นมาด้วยจากที่คุยถึงละครทีวีสิงคโปร์ ที่ผมเคยดูฉายช่องทีวีไทยมาบ้าง ในแง่เปรียบเทียบแรงงานไทย ตัวละครที่มีประวัติศาสตร์ชาวจีนอพยพไปทำเหมือง ซึ่งเปิดโรงฝิ่นที่เหมืองดีบุกของตัวเอง ดูดเงินที่แลกมาจากหยาดเหงื่อของกรรมกร(****) ทีนี้ไทยในแง่เปรียบเทียบอย่างที่ผมได้เขียนมาบ้างแล้ว(*****) และแง่มุมอาเซียน(******) ซึ่งผมไม่มีเวลาเขียนยาว ในแง่มุมยกตัวอย่างเปรียบเทียบ ต่อมาคนเชื้อสายจีนเลิกฝิ่น(แก้เมื่อย)แล้ว ไม่มีในพิพิธภัณฑ์ฯ คือ แรงงานขึ้นเป็นผู้ประกอบการ

กรณีเจ้าของเบียร์ช้าง(ต่างจากเบียร์สิงห์ถูกต่อต้านตอนกปปส.) โดยตัวอย่างเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของเบียร์ช้าง มีชื่อภาษาจีนว่า “โซว เคียกเม้ง” (เคียกเม้ง แซ่โซว) ชื่อนามสกุลเดิมคือ “ศรีสมบูรณานนท์” เกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2487 บิดามีอาชีพขายหอยทอด ใช้เวลาเรียนถึง 8 ปีเพื่อให้จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเผยอิง เนื่องจากระหว่างเรียนต้องทำงาน หาเลี้ยงชีพด้วยการขายของเล็กๆ น้อยๆ

เมื่อเขาอายุ 11 ปี ได้รับจ้างเข็นรถส่งสินค้า(แรงงานรับจ้าง) ย่านสำเพ็ง ทรงวาด จากนั้นจึงขยับเป็นพ่อค้าหาบของขาย(น่าจะเข้าข่ายแรงงานนอกระบบหาบเร่แผงลอย)นั่นแหละข้อมูลจากวิกิพีเดียที่ผมอยากกล่าวซ้ำเน้นย้ำในตอนท้ายด้วย

ฉะนั้น ประเด็นที่ผมโฟกัสแปลกใจข้อมูลเรื่องปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่เป็นเลื่องลือของเจ้าสัว ”เจริญ”” คือ การซุ่มซ่อนยาวนาน สะสมทุน รอคอยโอกาส ที่สำคัญ “คุณธรรมน้ำมิตร” ที่ว่า ”บุญคุณต้องทดแทน” เขาเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 4 ของเอเชีย เปรียบเทียบกับ Kwek Hong Png ซึ่งยังอยู่ในวัยรุ่นเดินทางตัวเปล่าจากหมู่บ้านเล็กๆ ในจีนมาที่สิงคโปร์ ก็ต่อมาติดอันดับตระกูล KWEK/QUEKสิงคโปร์, มาเลเซียร่ำรวยอันดับ6ของเอเชีย เป็นต้น

แต่การจัดอันดับที่มีการเคลื่อนขึ้นลงได้เจริญ ตามข้อมูลวิกิพีเดียเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศไทย (อันดับ 2 คือนายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าของธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพีเจ้าของเซเว่น ปลาหมอซีพี ฯลฯ) ซึ่งผมเล่าย่อๆ ดูประวัติเพิ่มเติมได้ ที่เน้นน่าสนใจข้อมูลวิกิพีเดียที่บอกว่าปรัชญาทำธุรกิจการซุ่มซ่อนยาวนาน ที่ผมจำได้คลับคล้ายหลักการทั่วไปคือ 7 จังหวะ ได้แก่รัดกุม ซุ่มซ่อน อดทน ยาวนาน สะสมกำลัง รอคอยโอกาส…ช่างละม้ายคล้ายคลึงของคนเดือนตุลา(*******) ถึงพคท.

ถ้านักเดินทางอย่างผม มีโอกาสจะเล่าบางเรื่องแง่มุมจากผมถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ที่มาเผยแพร่ย่อๆไว้ บางเรื่องประวัติศาสตร์อาชีพครู ก็ไม่มีในนี้ ส่วนตัวผมสำหรับ Remembrance of Things Past(********) มีการสะสมความทรงจำไว้และถ่ายภาพมาเชียงใหม่ด้วย

* โบราณคดีของภัณฑารักษ์
http://www.damrong-journal.su.ac.th/upload/pdf/80_1.pdf
(ผู้เขียนบทความบอกเป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอก Curatorial/Knowledge, Department of Visual Cultures(วัฒนธรรมทางสายตา),Goldsmiths, University of London)
**Karl Marx. The German Ideology. 1845
https://www.marxists.org/archive/marx/works/1845/german-ideology/ch01a.htm
***ดูเพิ่มเติมในหนังสือPeasants in History: Essays in Honour of Daniel และดูเพิ่มเติมDrinking: Behavior and Belief in Modern History อ้างงานของR.E.F.Smith,Drink in Old Russia.
****ผมเรียบเรียงจากThe Journey : A Voyage : ตอนที่ 6 ซีรีส์สิงคโปร์ สู่ฝันวันยิ่งใหญ่ ออกอากาศ 20 มี.ค. 2559
http://program.thaipbs.or.th/TheJourney/episodes/36294
*****การสะสมความทรงจำ :ภาษา ภูมิศาสตร์ ภูมิชีวประวัติส่วนตัว ในล้านนาอาเซียน

******การสะสมความทรงจำกับอดีตถึงการสร้างแผนที่อนาคตอาเซียน

*******คนเดือนตุลา ผมเขียนมาบางมุมใน14 ตุลา,6 ตุลา ตำรา,อำนาจรักในความทรงจำ

(เจริญ อายุพอๆกับบุคคลในช่วงก่อน14ตุลา)
******** Remembrance of Things Past(จบ)

11.3
Sky with clouds. ผ่อนคลายสบายยามมอง

11.4
ราตรีสวัสดิ์ เชียงใหม่กำลังมีฝนปลายฝนต้นหนาว…หลังหยุดพักผ่อนดีเจบอย กลับมาไว้อาลัยนักร้องสมัยวัยรุ่น ในวงบอย สเก๊าท์ ที่จากไปในเพลงคำว่ารัก : BoyScout

พี่ป.เข็กน้อย น่าจะเป็นวัยรุ่นใกล้เคียงกับผม ซึ่งผมชอบเพลงนี้เหมือนกันอย่ามาห้าม : Boyscout [Official MV]ติดอันดับเพลงฮิตของวงฯสำหรับผม ครับ

ป. เข็กน้อย ตอนนั้นผม 20 พอดี วัยรุ่นเหลือน้อยแล้วมั้ง 55+

อรรคพล สาตุ้ม 555 เพลงนี้ผมก็จำไม่ได้แล้วผมอายุเท่าไหร่555 เรื่องอายุตอนนี้ฝากธนาคารไว้แล้ว 555

16 พ.ย.
ตึกกรอสส์ 70บ.ขัปปะ 100บ. คิดอย่างมิเชล ฟูโกต์ คิดอย่างวิพากษ์ จากวาทกรรมของอัตบุคคลถึงจุดเปลี่ยนของอัตตาเป็นฟูโกต์ฉบับเข้าใจง่ายสไตล์อ.อานันท์ กาญจนพันธุ์ 100บ.เก้ารัตนกวีเอกของโลก 150บ. และหนังสือขายซ้ำตามรูปด้วย

16.2
การสะสมความทรงจำต่อนิเวศสิ่งแวดล้อม การเมืองสีเขียว พรรคกรีนและรัฐสวัสดิการ
วันนี้16 พฤศจิกายน – วันพิทักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลก โดยเวลาหลังจาก20ปี วิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง(ชวลิต อดีตทหารอาชีพมาเป็นนักการเมืองลองเปรียบไทยยุคปัจจุบันมีข้อแตกต่างที่ทหารอยากมาเลือกตั้งไหม?) ยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญ 2540 ในวันที่11 ตุลาคม พ.ศ. 2540 หรือ12 ตุลา ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ อีกด้วย

เมื่อผมเกริ่นนำจะนำเสนอเรื่องการสะสมความทรงจำต่อนิเวศสิ่งแวดล้อม การเมืองสีเขียว พรรคกรีน และรัฐสวัสดิการโดยผมมีสองประเด็น คือ

1.ผมทบทวนสปิโนซา,มารกซ์, ฟูโก ที่มีความเกี่ยวข้องด้านการเมืองสีเขียว และนิเวศถึงสิ่งแวดล้อม
ผมเล่าย่อๆง่ายๆประวัติศาสตร์การเมืองสีเขียว ที่มีอิทธิพลจริยศาสตร์หรือจริยธรรม (ethics) เช่น สปิโนซา/Spinoza(*) หรือการอ่านใหม่เกี่ยวกับนิเวศสังคมนิยมในงานเขียนคารล์ มารกซ์(**) และมีแชล ฟูโก/ Michel Foucault (อิทธิพลมารกซ์) ผมจะเน้นฟูโก(***)เกี่ยวกับอิทธิพลต่อด้านสิ่งแวดล้อม
ดังนั้น ผมยกตัวอย่างจากมีเวลาเขียนโดยฟูโก(เกิด15ตุลา ได้มีคนเขียนถึงเขาในยุคนั้นว่าเป็นคนที่เฉลียวฉลาดที่สุดที่เคยพบมา) ซึ่งงานวิทยานิพนธ์ของผม เรียบเรียงอ้างฟูโก ผ่านอ.ธงชัย วินิจจะกูล วิธีการศึกษาประวัติศาสตร์แบบวงศาวิทยา(****) ในแง่ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม อ้างเน้นอ.ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร(หนังสือวาทกรรมการพัฒนาฯ ที่มีบรรณานุกรมอ้างหนังสือจำนวนมาก!) โดยอ้างอิงฟูโกผ่านประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก มิใช่เรื่องของการบริหารกับจัดการสิ่งแวดล้อมโดดๆ แต่จำเป็นจะต้องถามคำถามที่มีความสำคัญยิ่งกว่าใครเป็นผู้บริหารและจัดการสิ่งแวดล้อม อีกทั้งบริหารโดยจัดการผลประโยชน์ของใคร หรือการพูดถึงอนาคตของใครต่อประชาชนในประเทศโลกที่สามหรือเพื่อบริษัทข้ามชาติหรือประเทศมหาอำนาจตะวันตกเท่านั้น

จึงเป็นความพยายามที่จะบรรจุเรื่องของอำนาจและทางการเมืองกลับเข้าไปในวาทกรรมว่าด้วยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และวาทกรรมการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างวาทกรรมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ธรรมชาติได้ถูกลดทอนลงมาเป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม และกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสะสมทุนไป ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ควรถูกมองว่าแยกออกเด็ดขาดจากระบบสังคมและวัฒนธรรม แต่ควรมองในลักษณะของการปะทะประสาน ระหว่างความสลับซับซ้อนของวัฒนธรรม สังคม ระบบนิเวศน์วิทยา เทคนิควิทยาการ เศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งรวมกันเป็นระบบของการผลิตความหมาย รหัส กฏเกณฑ์ที่สลับซับซ้อนในสังคม ในรูปของความรู้ ความจริงว่าด้วยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบต่างๆ

นั่นคือ การเมืองของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องการชี้ชวนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่น แต่สลับซับซ้อนระหว่างอำนาจ ความรู้ ความจริง ในกรณีนี้คือความรู้ ความจริงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่อำนาจในการควบคุมกับจัดการสิ่งแวดล้อม และอำนาจในการควบคุมในการจัดการกับมนุษย์ในที่สุด กล่าวอีกนัยหนึ่ง

หากมองอย่าง Michel Foucault พยายามชี้ให้เห็นในงานหลายๆชิ้นของเขาแล้ว วาทกรรมว่าด้วยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน อย่างวาทกรรมการพัฒนาแบบยั่งยืนก็คือเทคนิควิทยาการของอำนาจชนิดหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุม จัดการกับคน ผ่านการจัดการกับพื้นที่ชนิดพิเศษแบบหนึ่งที่เรียกว่าสิ่งแวดล้อมเป็นประดิษฐกรรมทางประวัติศาสตร์ล่าสุดของอำนาจ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อการควบคุมและปกครองโลกและประชากรโลก และนี่คือเทคนิควิทยาการของอำนาจชนิดใหม่ที่ไปไกลกว่าพรมแดนรัฐ-ชาติ เป็นการสร้างเครือข่ายของอำนาจที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมทั่วโลก

2.ผมย้อนทบทวนยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญ 2540 การเมืองสีเขียวไทย เปรียบเทียบกับนานาชาติ พรรคกรีน และรัฐสวัสดิการ
ผมไม่มีเวลาเขียนยาวในความทรงจำของผม(ปกติผมไม่ใช้ทฤษฎีเยอะรุงรังเอามาจากวิทยานิพนธ์อ้างยกตัวอย่างวาทกรรมการพัฒนากับสิ่งแวดล้อมนิดหน่อยเพื่อให้ดูขลัง) ที่ร่วมเดินขบวนเคลื่อนไหวในมหาวิทยาลัยเข้ารั้วปีหนึ่ง ตอนนั้นจำได้คณะและคนในมหาวิทยาลัยร่วมเดินสนับสนุนรัฐธรรมนูญ 2540 กันเยอะในความทรงจำเก่าๆเล่าสั้นๆ

เมื่อเวลา20ปีผ่านไปทบทวนความทรงจำของผม จากประเทศไทย เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจปีพ.ศ.2540 อันเนื่องมาจากค่าเงินบาทลอยตัว ส่งผลกระทบไปทั่วภูมิภาคนี้ เพราะนักลงทุนไทยได้เข้าไปเกี่ยวพันกับเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับประเทศพม่าในการ ตัดไม้ เพื่อการค้า มีการเข้าไปก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ไม่ว่าจะสร้างที่ใดก็ตาม เป็นโครงการที่ทำลายระบบนิเวศน์ ซึ่งทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพของต้นไม้และสัตว์ลดลงการถางป่าในพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยมักจะเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งการก่อสร้างเขื่อนทำให้สามารถเข้าไปยังพื้นที่ที่แต่ก่อนไม่สามารถเข้าถึงได้ ก่อให้เกิดการทำลายป่าที่ไม่สามารถควบคุมได้(แผนการของคณะกรรมการแม่น้ำโขงในการสร้างเขื่อนเป็นจำนวนมากในประเทศลาว ไทย และกัมพูชา ที่คาดว่าปลาบึกจะไม่สามารถรอดชีวิตได้)

ดังนั้น เมื่อวิกฤติการณ์ทางการเงินในปี 2540 ทำให้เศรษฐกิจล่ม และการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนั้น ทั้งเรื่องไข่ปลาร่างรัฐธรรมนูญ40(****) ประสบอุปสรรคมีการเคลื่อนไหว เพื่อคว่ำรัฐธรรมนูญทั้งภายในและภายนอกสภา โดยการเคลื่อนไหวภายนอกสภานั้น กลุ่มที่ออกมาคัดค้าน เช่น กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน และได้มีองค์กรการเมืองภาคประชาชนออกมาสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เช่น คณะกรรมการรณรงค์ประชาธิปไตย (ครป.) เครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ ฯลฯ พรรคการเมืองซึ่งเป็นรัฐบาลในขณะนั้น ได้แก่ พรรคความหวังใหม่ แสดงท่าทีไม่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งได้นำมวลชนจัดตั้งเข้ามาคัดค้าน ทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายสนับสนุน ที่ใช้ “สีเขียว” เป็นสัญลักษณ์ กับฝ่ายต่อต้าน ที่ใช้ “สีเหลือง” เป็นสัญลักษณ์นั่นเอง

ส่วนบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญของประเทศไทย มีหลายหมวดที่มีเนื้อหาเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับ “สีเขียว” เนื่องจากมีเนื้อหาในหลายมิติและหลายหมวดที่เกี่ยวกับเรื่องฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม การรณรงค์ผลักดันรัฐธรรมนูญจึงใช้ “ธงสีเขียว” เป็นสัญลักษณ์

ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 นี้ ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งฉบับเดียวของประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ 15 ฉบับมาจากคณะรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้งหรือรัฐบาลทหาร รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวถูกเรียกว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” เนื่องจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ ลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในวิกิพีเดีย

ต่อมาประเทศไทย ในปี 2543 หลังจาก ดร.พิจิตต รัตตกุล ซึ่งมีภาพลักษณ์ทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน พอหมดวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ตั้ง ‘พรรคถิ่นไทย’ ขึ้นมาเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 6 มกราคม 2544 โดยพรรคใช้รูปแบบเดียวกับของพรรคกรีน(ดูเพิ่มเติมหนังสือทฤษฎีและความรู้ในยุคโลกาภิวัฒน์.ที่มีเรื่องการเมืองสีเขียวฯ)

แต่ดูเหมือนแนวคิดนี้จะไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร เพราะสุดท้ายพรรคไม่ได้รับการรับเลือกแม้แต่คนเดียวเลย แม้ภายหลัง บุญเติม จันทะวัฒน์ จะได้รับเลือกตั้งที่จังหวัดร้อยเอ็ด แต่ก็เป็นเพราะผู้สมัครเดิมของพรรคไทยรักไทยที่ได้รับใบแดงเทคะแนนให้นั่นเอง เล่าย่อๆหลังจากนั้นรัฐประหาร 2549 จะเห็นความไม่ต่อเนื่อง ตอนนั้นมีระดมสมองตั้งพรรคแรงงานทางเลือกที่สาม(มีหนังสือแรงงานกับการเมืองและสังคมประชาธิปไตย: ทฤษฎีและพรรค)

ต่อมาพรรคแนวร่วมภาคประชาชน มีกลุ่มสิ่งแวดล้อมจัดงานเวทีสมัชชาสังคมไทยใน21-23 ตุลาคม 2549 ช่วงเดินขบวนร่วมกันผมไปด้วยในฐานะนักข่าวประชาไทพร้อมหลายคน(เล่าจะยาว) ซึ่งอ.จอน อึ้งภากรณ์ ตกจากรถเวทีปราศรัยผมร่วมช่วยดึงขึ้นรถ หลังจากนั้นนวมทอง ไพรวัลย์ ฆ่าตัวตายต่อต้านรัฐประหาร หลายปีผ่านไปมีการใช้ชื่อกลุ่มว่าการเมืองสีเขียว(*****) เพราะมันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับ พรรคกรีน (Green Party)โดยกลุ่มสุริยะใส ฝ่ายพันธมิตรฯและกปปส. แต่ว่าไทยแลนด์ หลังรัฐประหาร57 ยังไม่มีรัฐธรรมนูญ และรูปแบบการเมืองสีเขียว แนวพรรคกรีนแบบเยอรมัน เนื่องจากเยอรมันมีบริบทsex worker ถูกกฎหมาย หรือพรรคกรีนเยอรมัน กับหลากหลายทางเพศ และธุรกิจCSR(******) พรรคกรีนฝรั่งเศส พรรคกรีนอเมริกา(ผมเคยเล่าไปบ้างเลือกตั้งที่ผ่านไป) พรรคกรีนอังกฤษ(เลือกตั้งปี58เสนออะไรลองค้นดู) ฯลฯ ตามแบบการเลือกตั้งสากลในปัจจุบัน

ทั้งนี้ การเมืองสีเขียวมีความกว้างทั้งแนวคิดสิ่งแวดล้อม(สิทธิสัตว์) และการเคลื่อนไหวต่างๆ ยกตัวอย่างกลุ่มประเทศอาเซียน ยกตัวอย่างอินโดนีเซีย ก็มีพรรคกรีน ในเรื่องแรงงานในประเทศและการเปลี่ยนภูมิอากาศ(Domestic Workers and Climate Change ) คนที่มีข้อจำกัดที่อยู่อาศัยที่ดินทำกิน หรือพรรคกรีนฟิลิปปินส์(*******)Philippine Green Party (Partido Kalikasan) แน่ละประเทศไทย ก็มีกลุ่มจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมต่างๆ แต่ข้อจำกัดยังไม่มีแนวพรรคกรีนในไทย เพื่อสุขภาพและความปลอดภัย สำหรับรัฐสวัสดิการตามแนวคิดจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน(********) ในอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจด้วย

*ดูเพิ่มเติม คนอื่นๆ ที่ถูกอ้างในการเมืองสีเขียว หรือGreen politics – Wikipedia (เขาให้อิทธิพลHegel,Marx,อัลธูแซร์)
ดูที่ผมเขียนไว้แล้ว 14 ตุลา,6 ตุลา ตำรา,อำนาจรักในความทรงจำ https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1873174132711806&id=100000577118415
ดูการวิเคราะห์งานของSpinoza ในModern Democracy and the Theological-Political Problem in Spinoza, Rousseau, and Jefferson(ปลาใหญ่กินปลาเล็กฯ ในแง่สิทธิธรรมชาติ)

**ดูเพิ่มเติมผมไม่ได้แปลNew! Karl Marx’s Ecosocialism: Capital, Nature, and the Unfinished Critique of Political Economy
https://monthlyreview.org/press/new-karl-marxs-ecosocialism-capital-nature-and-the-unfinished-critique-of-political-economy/
(Marx อิทธิพลกรัมชี่,แดริดา)
***focualtกับภาพประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวพ.ศ.2514/ค.ศ.1971
https://thefunambulist.net/history/history-prison-information-group-by-michel-foucault-jean-marie-domenach-pierre-vidal-naquet
ฟูโก มีอิทธิพลต่อนักวิชาการอย่าง Arturo Escobar ที่ศึกษาการ”พัฒนา”โดยEscobar นักมานุษยวิทยา สนใจด้านการมานุษยวิทยาการพัฒนา นิเวศวิทยาการเมือง ต่อต้านโลกาภิวัตน์ ฯลฯ และ Wolfgang Sach ซึ่งศึกษา “คำ” อันสะท้อนความคิดของการพัฒนา รวมถึง “การมีส่วนร่วม” “ความก้าวหน้า” “การกระจายอำนาจ” ฯลฯ โดยSachเป็นบก.และผู้เขียนร่วมในหนังสือเล่มThe Development Dictionary: A Guide to Knowledge as Power (London: Zed Books)โดยขณะนี้เป็นคลาสสิคใน(หลัง)การพัฒนาศึกษา ดูประวัติเพิ่มเติมของSach และEscobar เพิ่มเติมในวิกิพีเดีย
****รายงานโครงการวิจัยเสริมหลักสูตร เรื่อง วิธีการศึกษาประวัติศาสตร์แบบวงศาวิทยา โดย ธงชัย วินิจจะกูล.pdf
https://www.academia.edu/31133901/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3_%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7_%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3_%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2_%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2_%E0%B8%98%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5.pdf
(ฟูโก ใช้วิธีทางโบราณคดีของความรู้ หรือArchaeology of Knowledge และบางครั้งผมก็กลับมาทบทวนอ่าน The Order of Things: An Archaeology of the Human Sciences)
****ไข่ปลาในร่างรัฐธรรมนูญ
http://digi.library.tu.ac.th/backup/newspaper/006/08sep40/1624page2.pdf
(ผมเคยกล่าวไปบ้างแล้วว่า วิทยานิพนธ์ได้ถูกผมใช้ทำบทความหอการค้าเชียงรายกับสิ่งแวดล้อมในบทความการพัฒนาวัฒนธรรมทางการค้า กรณีบทบาทหอการค้าเชียงราย ในลุ่มน้ำโขง. และหลายเรื่องอีกด้วย ที่น่าสนใจในวิทยานิพนธ์อยู่บนฐานรัฐธรรมนูญ 40ที่กลับมาทบทวนมีโอกาสจะเขียนเพิ่มในประเด็นวาทกรรมคำศัพท์ว่ากระจายอำนาจ เป็นต้น )
*****จับตา ‘การเมืองสีเขียว’ อุดมการณ์ ‘พรรคกรีน’ ในสังคมไทย
http://www.manager.co.th/daily/viewnews.aspx?NewsID=9540000112997
(แนวการวิเคราะห์นิเวศวิทยาการเมืองต้องอยู่ในสังคมไทย สร้างพรรคกรีน)
******ค้นหาดูเพิ่มเติมในเน็ตหรือหนังสือ Corporate Social Responsibility Across Europeเป็นต้น(ไอเดียจากการประชุมเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ)
*******Domestic Workers and Climate Change
https://www.globalgreens.org/news/domestic-workers-and-climate-change
Philippine Green Party (Partido Kalikasan)
https://www.globalgreens.org/party/green-party-philippines
********ดูเพิ่มเติมคุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน (เผยแพร่วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2516ในวิกิพีเดีย) และสังคมสีเขียว…นวัตกรรมการพัฒนายั่งยืน กับแนวคิดอ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน”
https://thaipublica.org/2012/09/green-society/
(ถ้าสังเกตวันและเดือนผมร่างงานเขียนนี้ไว้ตั้งแต่เดือนตุลา และภาพประกอบธรรมชาติ ไม้แกะสลักประดิษฐ์โดยมนุษย์ ภาพรัฐธรรมนูญสีเขียวฉบับการตูน์)

16.3
เมฆ,แม่น้ำ,ที่ดิน

16.4
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย หายไปเพื่อจัดการงานต่างๆ กลับมาจัดตลกในเฟซฯ แล้วหักมุมมาจัดเพลงประกอบหนัง “เกิดอีกทีต้องมีเธอ” (อังกฤษ: Dark Side Romance) เพลงสมัยชอบดูหนังไทย (เก่าเก๋าในความทรงจำตอนวัยรุ่น) เหม่ถ้าดีเจ บอยปล่อยมุก รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี มีเมียให้ผูกพัน555 ครับ
Neverending Tee เพลงนี้เพราะมากครับพี่บอย ทัชร้องไว้ซึ้งมากๆ
อ.ตี๋ เรียกชื่อแบบกึ่งทางการผมเห็นด้วย แล้วหนังเกิดอีกทีต้องมีเธอ ผมชอบด้วยครับ
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD

Advertisements

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s