การสะสมทุน ความรู้ ความทรงจำ กำลังมวลชน(อุปมาปลา)

3 พ.ย.
พระราชทานพันธุ์ปลาหมอเทศแก่ประชาชน หนังสือพิมพ์ข่าวการประมงบันทึกข่าวไว้ว่า “ในวันนั้นได้มีประชาชน รวมทั้งข้าราชการทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ ข้าราชการฝ่ายพลเรือน กำนันผู้ใหญ่บ้าน และนักเรียน ๒๖๕ คน ไปรับปลาหมอเทศ จำนวน ๖๕,๐๐๐ ตัว ในโอกาสนี้ กรมประมงได้แจกปลาหมอเทศที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ไปรายละ ๒ คู่ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลแก่ผู้ที่เลี้ยงปลา ให้การเลี้ยงปลาเจริญก้าวหน้าสืบไป” โปรดสังเกตแผ่นป้านสีขาวบนขอบบ่อ และกรงเลี้ยงไก่ปากบ่อในภาพที่ ๓๔ คุณอารีย์ สิทธิมังค์ เล่าว่าเป็นงานสาธิตการเกษตรผสมผสาน เลี้ยงไก่ควบคู่กับเลี้ยงปลา
https://web.ku.ac.th/king72/king_rem/king04.html

3.2
รัฐต้องแก้ไขปัญหาซับซ้อนหลายเรื่องได้ ไม่มัวหาเรื่องโทษกันไปมาปัญหารัฐธรรมนูญ…รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราไม่ได้ใช้คำว่ากลไกตลาดสักคำ เพราะรัฐธรรมนูญ2550 ได้ใช้คำว่ากลไกตลาด…. (*)
การสร้างสรรค์ไม่ให้แค่เป็นกระแส..
โครงการ“DSD Smart Farmers”เนื้อหาหลักสูตรประกอบด้วย1)เทคนิคการคัดเลือกสินค้าเกษตรที่จะขาย2)เครื่องมือMarketing onlineนำสินค้าไปขายทั่วโลก3)ขั้นตอนการใช้Alibaba.comสำหรับส่งขายทั่วโลก4)เทคนิคและขั้นตอนการส่งออกสินค้าทางการเกษตร และ5)ตลาดออนไลน์CLMV (กัมพูชา,ลาว,พม่า,เวียดนาม) ซึ่งใช้เวลาในการฝึกอบรมเพียง3วัน(18ชั่วโมง)

ปัจจุบันเป็นยุค Digital Technology Thailand 4.0 มีระบบการบริการที่รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ จึงได้รวมกลุ่มเกษตรกรที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาตนเอง ซึ่งเป็นผู้นำในกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ เข้าอบรมในหลักสูตร “การใช้ Smart Farmer Application Digital Technology Thailand 4.0 พาเกษตรกรไทย ค้าขายก้าวไกล ไร้พรมแดน” และเริ่มนำร่องเป็นแห่งแรกแล้วที่ จ.เลย ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2559 เป็นต้นไป โดยศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จ.เลย บูรณาการร่วมกับสำนักงานเทศบาลเมืองเลย ตามแนวทาง “ประชารัฐ” โดยเน้นการปฏิบัติจริง ทำจริงและขายได้จริง เพื่อนำผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดโลก ค้าขายทั้งในประเทศ และกลุ่มอาเซียน เพื่อจะก้าวสู่ตลาดโลกอย่างไร้พรมแดน(**)

ดังนั้น อย่ามัวพูดเล่นลิ้นจากไข่ปลาคาร์เวียร์ มาข่าว’ประวิตร’ โยนนายกฯตอบปมราคาข้าวตก เปรยราคาข้าวถูกไปขายปุ๋ยแทน น่าเสียดายภาษีประชาชนหยาดเหงื่อแรงงานให้รัฐ(***)

*อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/politic/462839
**กพร.(กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน)เปิดอบรมเทคนิคขายข้าวให้ชาวนา
https://politics.kachon.com/91391

***ภาพการ์ตูนประกอบจากนสพ.เดลินิวส์
ดูเพิ่มเติมที่ผมเขียนแล้ว…เหตุผลทางเศรษฐศาสตร์การเมือง

(รัฐบาลปิดประเทศไม่ได้หรอก แค่ปิดสถานบันเทิงรื่นเริงรมย์ แค่หนึ่งตัวอย่าง ทำให้เงินหายจากการท่องเที่ยวเดี๋ยวประเทศไทยเป็นบริโภคนิยม โลกาภิวัตน์ทุนนิยมจะเจ๊ง)

3.3
ประเด็นการสะสมความทรงจำ ในการทบทวนอดีต10ปี สมัชชาสังคมไทย เปรียบเทียบไทยกับฮ่องกง กรณีภาพปลารวมตัว ในหน้าปกหนังสือ(ปี2547)และภาพประกอบ ที่มาของการจัดงานสมัชชาสังคมไทย ที่มีเวทีและเครือข่ายหลากหลาย รวมทั้งประเด็น เช่น ปฏิรูปการศึกษา เป็นการรวมกันข้อเสนอปฏิรูปสังคมไทย(*) โดยผมเคยเขียนถึง ภาพแผนที่ในลูกโลกการรวมตัวของWSF(สมัชชาสังคมโลก) ทั้งกลุ่มเครือข่ายแรงงาน ชาวนาฯลฯ และต่อมาภาพเอ็นจีโอ เกาหลีไปประท้วงWTO ที่ฮ่องกง(2548) ซึ่งตอนนั้นเอ็นจีโอไทย(ฯลฯ)ก็ไปด้วย เปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวทางสังคมของไทย ทั้งพรรคการเมือง แรงงาน ชาวนา(ไทย เคยอยากจัดWSFแต่ลดเป็นสมัชชาสังคมไทยหรือTSFในเดือนตุลา ปี2549**)

ดังนั้น ข้อสังเกตเล็กน้อย มองภาพแง่การสะสมความทรงจำ ในมุมมองเปรียบเทียบการสะสมกำลังมวลชน จากฮ่องกง ดูเหมือนไม่ต่อเนื่องของอดีต แต่แท้ที่จริงมีรากฐานของขบวนการเคลื่อนไหวด้วย แล้วไทยแลนด์กำลังเสื่อมถอย รอรื้อฟื้นอีกครั้งในพื้นที่ทางสังคมความหวัง

*ภาพประกอบหนังสือและสูจิบัตรงานTSF
**ดูเพิ่มเติมที่ผมเขียนมาแล้ว Failed Internationalism and Social Movement Decline:The Cases of South Korea and Thailand

วันที่31 ตุลาเป็นวันปวศ.ไทยในอดีตต่อเดือนตุลา

6ตุลา(40ปีแล้ว) รำลึก ที่มีการสืบเนื่องหกตุลา ในภาพ หกปีผ่านไป

วันที่ 10 ตุลาคมในไต้หวันเป็นวันดับเบิลเท็น (Double Ten Day)

3.4
หลายเรื่องราวในหนึ่งวัน และหลายวันผ่านไปผมรอผลล็อตตารี่ ถ้าออกมารวย จะไปแอ่วมาเก๊ากับฮ่องกง อีกครั้ง ได้แต่ฝันไว้ก่อนราตรีสวัสดิ์ ครับ

3.5
อัพโปรไฟล์

7 พฤศจิกา
ประเด็นcritical thinking อีกสักนิด ในLos Angeles Times โดย เจมส์ กรอสส์แมน (James Grossman) ได้เผยแพร่บทความเรียกร้องให้คนหันมาเห็นความสำคัญของการเรียนประวัติศาสตร์ หลังนักศึกษารุ่นใหม่หันหลังให้ภาควิชานี้ ไปเรียนสาขาอื่นที่ทำเงินมากกว่า
บทความของกรอสแมนเรื่อง “History isn’t a ‘useless’ major. It teaches critical thinking, something America needs plenty more of” (วิชาประวัติศาสตร์ไม่ใช้ภาควิชาที่ไม่มีประโยชน์ มันช่วยสอนการคิดวิเคราะห์ อันเป็นสิ่งที่สหรัฐฯยังต้องการอีกมาก)
กล่าวว่า นับแต่เหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจถดถอยในปี 2007 ภาควิชาประวัติศาสตร์ได้ลดส่วนแบ่งในตลาดการศึกษาลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มีผู้เรียนจบระดับปริญญาตรีราว 2.2 เปอร์เซนต์ เหลือเพียง 1.7 เปอร์เซนต์ จากผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีทั้งหมด (ลดลงราว 23 เปอร์เซนต์)

ไม่เพียงภาควิชาประวัติศาสตร์เท่านั้นที่มีจำนวนนักศึกษาลดลง สถิติประจำปี 2014 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่มีการเผยแพร่สถิติระดับชาติ พบว่า มีผู้สำเร็จการศึกษาจากภาควิชาด้านมนุษยศาสตร์ทั้งหมดเพียง 6.1 เปอร์เซนต์ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำที่สุดนับแต่มีการสำรวจระดับชาติในสถิติด้านการศึกษาตั้งแต่ปี 1948

กรอสแมนกล่าวว่า เหตุผลตื้นๆประการหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาเป็นประจำเพื่ออธิบายกระแสที่เป็นอยู่คือ นักศึกษาเลือกวิชาเรียนที่จะช่วยให้หางานที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ซึ่งนักศึกษาอาจถูกกดดันมาจากผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้จ่ายค่าเล่าเรียนด้วย

เช่นเดียวกับนักการเมืองใหญ่อย่าง บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็มองข้ามความสำคัญของภาควิชาศิลปศาสตร์ โดยอ้างว่า ไม่ได้ช่วยวางรากฐานในการเตรียมพร้อมสำหรับการประกอบอาชีพ หรือ มาร์โก รูบิโอ วุฒิสภาชิกพรรครีพับลิกันที่กล่าวว่า ช่างเชื่อมได้เงินมากยิ่งกว่านักปรัชญา และต่อต้านการอุดหนุนการศึกษาในภาควิชาที่ “ไร้ประโยชน์” เช่นนี้

แต่กรอสแมนแย้งรูบิโอว่า ในระยะหลังผ่านการทำงานตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป ผู้ที่จบการศึกษาด้านปรัชญากลับมีความก้าวหน้าในวิชาชีพยิ่งเสียกว่าผู้ที่จบด้านธุรกิจ และผู้ที่จบด้านประวัติศาสตร์เมื่อถึงระยะกลางของวิชาชีพแล้วก็มีรายได้ในระดับเดียวกับผู้ที่จบด้านธุรกิจ ซึ่งสถิติดังกล่าวยังไม่รวมถึงผู้ที่จบด้านกฎหมาย หรือระดับสูงกว่าปริญญาตรีด้วย

กรอสแมนกล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ศึกษาในด้านศิลปศาสตร์ประสบความสำเร็จ คือความสามารถในการปรับตัวเข้ากับโอกาสและสถานการณ์เนื่องจากสภาวะตลาดแรงงานที่ยากจะคาดเดาทั้งในสหรัฐฯและยุโรป ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ ทำให้คนกลุ่มนี้มีโอกาสดีกว่ากลุ่มที่จบมาในสาขาที่มีความเฉพาะทาง

ประกอบกับความสามารถในด้านการคิดวิเคราะห์ และการสื่อสาร ซึ่งนักศึกษาด้านประวัติศาสตร์จะมีความสามารถในด้านนี้อย่างโดดเด่น เนื่องจากต้องควานหาข้อมูลอันเป็นหัวใจจากแหล่งข้อมูลจำนวนมาก นำมาปะติดปะต่อเพื่อให้สนับสนุนข้ออ้างตน ทำให้นักศึกษากลุ่มนี้เรียนรู้การโน้มน้าวด้วยบรรดาสิ่งที่ช่วยขับดันหรือกระตุ้นพฤติกรรมของมนุษย์ไม่ว่าจะในการเลือกตั้ง การเคลื่อนไหวทางสังคม หรือกระทั่งในห้องประชุมของคณะกรรมการบริหาร

“ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีประวัติศาสตร์ กระบวนการคิดเชิงประวัติศาสตร์คือการตระหนักและทำความเข้าใจถึงทุกปัญหา ทุกเหตุการณ์ และทุกองคาพยพในบริบทนั้นๆ ก่อนการตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ได้รับ ไม่ว่าองค์กร บริษัท รัฐบาล หน่วยงานไม่แสวงหากำไร ต่างก็ไม่อาจขาดนักประวัติศาสตร์ไว้ในองค์กรได้ เราต้องการนักประวัติศาสตร์มากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง” กรอสแมนกล่าวสรุป

สื่อนอกกระตุ้นให้คนเรียน “ประวัติศาสตร์” ชี้ ช่วยสอนการ “คิดวิเคราะห์” คุณสมบัติสำคัญที่ยังขาดแคลนในสหรัฐฯ

Julie Navarat พี่ชอบนะ
ครับพี่Julie ผมก็ชอบเหมือนกัน และผมเพิ่งมีข้อสังเกตการแปลมีรายละเอียดที่คนแปลไม่ได้แปลเช่นPresident Barack Obama’s dig against the value of an art history degree…( ประธานาธิบดีบารัก โอบามาไม่ให้คุณค่าปริญญาประวัติศาสตร์ศิลปะ หรือยกตัวอย่างhowever, would know that it is essential to look beyond such simplistic logic. จากลิ๊งค์ภาษาอังกฤษ)
http://www.latimes.com/opinion/op-ed/la-oe-grossman-history-major-in-decline-20160525-snap-story.html?utm_medium=email&utm_source=flipboard

แต่ผมไม่รู้รายละเอียดเรียนที่อเมริกา ต่างจากไทยไหม? โดยที่ผมเคยเขียนนำมาตั้งข้อสังเกตเชิงเปรียบเทียบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่อเนื่องจากอุปมาปลา

7.2
เปิดประเด็นแลกเปลี่ยนข่าวสารต่างประเทศ ในช่วงนี้ผมไม่ได้ติดตามข่าวเลือกตั้งอเมริกามากเท่าไหร่ รู้อยู่บ้าง เนื่องจากผมเคยเขียนติดตามอยู่เป็นช่วงๆ เช่น ผมทำนายว่าฮิลลารี จะได้เป็นประธานาธิบดี แต่จริงๆ ผมไม่รู้เรื่องการเมืองอเมริกามาก มีพรรคกรีน ที่น่าสนใจลองตามรายละเอียด กันดู มีพรรคอื่น เช่น อาจารย์มหาลัยด้วย(ภาพประกอบจากเน็ต เช่นhttps://en.wikipedia.org/wiki/United_States_presidential_election,_2016)
ตอนนี้ ที่ผมตามข่าวต่างประเทศบ้าง ก็มีข่าวชาวฮ่องกงชุมนุมต้านจีนแทรกแซง ‘หนึ่งประเทศ สองระบบ’ ตีความรัฐธรรมนูญใหม่(*) ในแง่ผมสนใจติดตามต่อเนื่องที่เคยเขียนไว้(**) และข่าวชาวเกาหลีใต้ชุมนุมประท้วงใหญ่ขับไล่ ปธน.(***)

*http://prachatai.com/journal/2016/11/68708
**https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1454592627903294&id=100000577118415

***(5 พ.ย.)https://www.facebook.com/BBCThai/videos/1843512699203095/

7.3
เสาร์ อาทิตย์ และวันนี้ผมกับพ่อแม่ พร้อมทีมงาน ทำธุระ ไม่มีเวลาเขียนอะไรมากไปกว่านำภาพตอนไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดกับแม่ ที่มาเชียงใหม่ไว้ประทับในใจ ครับ

7.4
รูปเดือนที่แล้วไปดูงานศิลป์ มาเผยแพร่แค่นี้ก่อน ราตรีสวัสดิ์ ครับ

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s