การสะสมทุน ความรู้ ความทรงจำ Indy และในหลวง

1 ตุลา
1 ตุลาคม เหมา เจ๋อตง ประกาศตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน กลายเป็นวันชาติจีน+วาทะ(เกี่ยวกับปลา)Dont give a child a fish but show him how to fish (*) เหมาฯ ในอดีตเรียนเป็นครู

3 ตุลา วันชาติเกาหลี ที่มีสัญลักษณ์ลัทธิเต๋า สื่อถึงปลาในธงชาติ โดยเต๋า กับวาทะ”หาปลามาให้กินหรือจะสู้สอนวิธีจับปลาให้”…โดยการยกเรื่องปลาเป็นตัวอย่าง เพื่อนๆลองนึกดูนะครับ ถ้าเราเจอคนๆนึงหิวมากๆ เราเอาปลาให้เขากิน วันนี้เขาอาจจะอิ่ม แต่พรุ่งนี้เขาก็ต้องหิวใหม่ เราก็ต้องหาปลามาให้เขากินทุกๆวัน ถ้าเราไม่อยู่แล้ว เขาก็จะไม่มีปลากินอีกต่อไป ก็ต้องหิวตาย แต่ถ้าเราสอนวิธีหาปลาให้เขา ถึงแม้ว่าเราจะไม่อยู่แล้ว เขาก็สามารถจับปลามากินได้เอง ไม่มีทางอดตาย…(**) เมื่อผมจำได้เคยฟังรายการเดินหน้าประเทศไทย เรื่องการศึกษาไทย มีอยากเป็นอย่างเกาหลีใต้เรื่องStem(***) กับการศึกษาไทย
เราจะได้ดีไหม? หรือผมคิดถึงการสะสมความรู้ สะสมความทรงจำ รวมทั้งการเปรียบเปรยความรู้เรื่องปลาที่ผมเขียนไปแล้ว(****)
*Read more at: http://www.azquotes.com/quote/387867
ผมเคยเขียนเรื่องเหมาฯ และเพิ่มเติมคำคม…Revolutionaries must live among the people like fish in the water…



** http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=jingji&date=25-09-2013&group=8&gblog=11
***http://www.stemedthailand.org/?page_id=23
****การสะสมความทรงจำ การสะสมความรู้ ที่เขียนไว้แล้ว เช่น
“คนของเยอะไม่เห็นเป็นอาจารย์กัน”

การสะสมความทรงจำ(accumulating memory)

ผมเคยไปเกาหลีใต้มาแล้วดูลิงค์เก่า ภาพประกอบที่คิดจะทำคลิปไว้ยังไม่มีเวลาทำคลิป ครับ

3.2
ภาพแผนที่โบราณในสมุดภาพไตรภูมิฉบับกรุงศรีอยุธยา เปรียบเทียบกรุงธนบุรี คือ ภาพความแตกต่างของการหายไปของเรือฝรั่ง และเรือจีน ที่ชายจีนทรงผมหางเปีย(?) และ(ฯลฯ) ในยุคสมัยเดินเรือการค้า ไม่ใช่เดินเรือทำสงคราม(?*) หรือข้อสังเกตภาพสะท้อนการสะสมของความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่จำนวนมากในสาขาการต่อเรือ การเดินเรือ(an accumulation of technological innovations in the fields of shipbuilding )…(**)
* https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1398066350222589&id=100000577118415
**ผมเขียนเรื่องนี้แล้ว

3.3
หลายวันนี้หลายงาน(รวมทั้งเตรียมงานฯลฯ) เพิ่งได้ออกกำลังกายเมื่อวานผมขี่จักรยาน และยางแบน ไปเติมลมในปั้ม ยางระเบิดดังปัง! คนเติมน้ำมันบางคนหัวเราะ เด็กปั้มมองกันใหญ่ ส่วนผมจูงจักรยานเดินออกไป ตำรวจคนหนึ่งในสองคนอยู่ในปั้ม เดินถือโทรศัพท์มาพูด “ยางระเบิด” ผมผงกหัว หรือยิ้มก็จำไม่ได้แล้วรู้แค่เดินไกล เจอคนทอดแหคูเมืองทักผม

ต่อมาผมกลับมาเขียนย้อนรำลึกหลายวันก่อนไปสนามบิน ก็เจอเรื่องรถถูกตรวจค้นกลับมาอ่านข่าวเจอเรื่องอึ้ง!เจ้าหน้าที่อีโอดีตรวจพบ”ไวเบรเตอร์”หลังได้รับแจ้งกระเป๋าสั่นผิดปกติ(*)ด้วย ครับ
* http://www.posttoday.com/social/hot/457233

3.4
ราตรีสวัสดิ์ ก่อนนอนผมคิดถึงเคยเขียนมาแล้ว อ้างคำคมนักวิชาการที่ดีต้องเป็นนักวิชาการที่อกหัก…อกหัก จึงจะเห็นอะไรบางอย่าง…(*)ถ้างั้นผมเป็นนักวิชาการที่ดีได้เป็นคนอกหักบ่อย(ฮร่า) หรือผมเลือกเป็นนักเขียนยังไม่อยากอกหักรักไม่ดี มีเห็นความงามทางศิลปะ(ภาพเก่าสมัยหนุ่มผมยาว เก๊กสายตาสั้นไม่ใส่แว่นปี2543หรือ2000 กับภาพเล็กที่ผมติดไว้กับแผ่นรูปประกอบปฏิทินเป็นสติ๊กเกอร์เล็กๆ ถ่ายกับรุ่นน้องน่ารักคนหนึ่ง น่าจะปี2545ละมั้ง)

*http://akkaphon.blogspot.com/2016/02/democracy-against-capitalism.html

Terapong Promkutkaw น้องๆๆๆ อะไรนะพี่ลืม

ประเด็นหลักที่เขียนกะจะเปรียบเปรยกับความเป็นนักวิชาการ(ฯลฯ) ที่เคยเขียนยกตัวอย่าง…อ.เบน…เมื่อคุณค้นหาทางแก้ปัญหาไม่มองสิ่งที่คุณสามารถมองเห็น จงมองที่คุณไม่สามารถเห็น…พี่ไม่บอกโดยตรง 555 ลองดูหนังศรีปิงเมือง ที่พี่ทำเป็นเรื่องบังเอิญที่คนเขียนบท ทำให้มีตัวละครชื่อนี้พอดีด้วย(แฝงโฆษณาหนังสั้น555)

Terapong Promkutkaw ไม่เอาดิ ตอนนี้ประเด็นหลักคือรูป
เอ็ม เอ๋ยไม่เจอกันกี่ปีแล้วเรา มานัดเจอกันผมจะบอกคุณ เพราะผมอยากเจอนักร้อง นักดนตรีวงอินดี้อย่างน้อง ฮร่าๆ
ช่วงนี้ผมลองฟังเพลงเด็กปั้ม
เด็กปั๊ม – คนด่านเกวียน

Terapong Promkutkaw เกี่ยวรายเนี่ย 555 เลี้ยงกาแฟผมมะ

อรรคพล สาตุ้ม 555 เลี้ยงกาแฟ เหรอ เลี้ยงได้หนึ่งแก้วเท่านั้นพอฮร่าๆ นอกเรื่องไปเรื่อยจะนอนแล้ว ไว้ค่อยนัดกันหลังไมค์
Jib ขอบคุณสำหรับกำลังใจในแง่มุมนั้น ครับ^^

6 ตุลา
6ตุลา(40ปีแล้ว) รำลึก ที่มีการสืบเนื่องหกตุลา ในภาพ หกปีผ่านไป มีผมเป็นผู้พูด และหลายคน รวมทั้งผู้ฟัง(*) โดยตอนนั้นผมกล่าวถึงเชิงพื้นที่ภูมิศาสตร์ของภาคเหนือ เน้นนักศึกษาภาคเหนือจากความทรงจำทางประวัติศาสตร์การต่อสู้ และการสะสมความรู้ ความทรงจำจากหนังสือหลายเล่ม
โดยผมอยากกล่าวใหม่ถึงเป็นประเด็นมรดกตกทอดของคนรุ่นหกตุลา มาสู่ทุนนิยมไทยในปัจจุบัน(ความเหมือนและความต่างการต่อสู้*) และผมเป็นคนรุ่นหลังหกตุลา สะสมความรู้มาเป็นที่ระลึก อุปมาปลาเล็กปลาน้อยรวมตัว อย่ายอมถูกกินเหมือนข่าวป.ปลา ประวิตร กินไข่ปลาคาเวียร์
*ผมเคยเขียนมาแล้วพร้อมภาพประกอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับปลา


**ภาพประกอบในอดีตหกปีก่อนผ่านไปกับหกตุลา(วิทยากรจำเป็นอย่างผมต้องด้นสดอีกแล้ว)https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1565490291548&set=t.100000577118415&type=3&theater
มีผู้คนที่เพิ่งเสียชีวิตเคยร่วมกิจกรรมกัน หลากหลายทั้งคนทำคลิป หรือ ลุงยิ้ม ตาสว่าง ที่เราเคยร่วมกิจกรรมรำลึกไว้ที่นี้ด้วยจากการเจอกันครั้งสุดท้ายงานศพพี่ดีเจต้อม(ฯลฯ) ที่ผมบันทึกสะสมความทรงจำไว้

6.2
เมื่อวานกับวันนี้มีงานบางมุมเกี่ยวกับสื่อ ทำให้คิดเขียนถึงเดือนที่แล้วโดยบังเอิญผมสนทนาหลายเรื่องกับศ.ดร.ด้านปวศ.คนหนึ่ง เล่าเน้นกล่าวถึงข้อเสียเฟซบุ๊คอย่างเยอะกับความสัมพันธ์ต่อคน ผมก็บอกไปว่าอ.เบน ไม่ชอบให้ลูกศิษย์เล่นเฟซบุ๊ค จากที่เคยคุยกัน ฯลฯ ในที่สุดอ.ปวศ. บอกให้ผมเลิกเล่นเฟซบุ๊ค แต่ว่าผมลืมบอกไปว่าผมมีหน้าที่อีกด้าน
เมื่อผมต้องเป็นแอดมินเพจเครือข่ายแรงงานภาคเหนือด้วย เลิกไม่ได้ ต้องไปบอกกล่าวทั้งกลุ่มก่อน ฯลฯ และแล้วผมกลับมาทบทวนอ่านอ.เบน ในหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ นสพ.(กุญแจสู่ทางปัญญา)สื่อสารสร้างสัมพันธ์ร่วมกับผู้อ่าน ที่เกิดชุมชนจินตกรรมโดยธรรมชาติ(ผลจากทุนนิยมการพิมพ์) โดยผมสรุปมาเขียนสั้นๆ เชิงเปรียบเทียบกับเฟซบุ๊ค หรือการทำนสพ. หรือเพจ มีทีมงานด้วย

6.3
10 ปีผ่านไปกับนิยายที่เขียนร่วมกับรุ่นน้อง วันเวลาผ่านไปทบทวนอะไรดีกว่าฮร่าๆ นักวิชาการที่ดีอกหัก ดีกว่ารักไม่เป็น(*) ราตรีสวัสดิ์
* https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1423985690963988&set=a.103468286349075.7792.100000577118415&type=3&theater

10 ตุลา
หลายวันก่อน ผมบังเอิญเจอรุ่นพี่นักเขียนหญิง คนหนึ่ง ซึ่งไม่เจอกันนานหลายปี
รุ่นพี่บอกขอเฟซบุ๊ค แทนขอเบอร์โทร ต่อมารุ่นพี่ดูเฟซฯถามถึงหนังสือVirgin Man ที่ผมโพสต์ในเฟซฯ ว่าเขียนร่วมกันสองคนเขียนอย่างไรเหรอ ผมคิดในใจจะโม้ว่าโอ้วิธีเขียนแบบโพสต์โมเดริน์ ล้ำยุคมากๆ เมื่อสิบปีก่อน แล้วผมก็พูดความจริงไปตามแผนที่วางไว้ไอเดียอัน1 คือ เขียนตามแบบตลาดหนังสือขายดียุคนั้น กิ๊กกะจิ๊บ เขียนหักหลังผู้ชาย 2.กาละแมร์ เขียนขายดีตอนนั้น คือ ผู้ชายเลวกว่าหมาฯ(แล้วรุ่นพี่ก็หัวเราะผมบอกจะให้ฟรีหนึ่งเล่มแถมให้เจ้าของร้านวันนั้นด้วย แต่ผมลืมบอกว่าผมใช้เฟซฯน้อย)
และแล้วผมกลับมาคิดอินดี้ เป็นการสร้างส่วนผสมของงานนิยายสูตรของสองเรา
ขายไม่ดีอย่างผม กลับมาทบทวนตัวเอง โคตรอินดี้ของแท้โดยไม่ได้ตั้งใจ(ฮร่า) ไม่ตามความต้องการของตลาด(ฮร่า) ที่จริงแล้วมีคำนิยม ที่เสมือนกระจกส่องนักเขียนในสี่คน
ที่ผมยกตัวอย่างมาแค่หน้าคู่นี้ก่อน(จริงๆเพิ่งกลับมาอ่านในปีที่10ชอบตรงคนหนึ่งบอกว่านิยายเชิงสืบสวนสอบสวนแล้วอย่างนี้ในอนาคตจะมีคนมาศึกษานิยายของผมเหมือนงานของKernไหมหนอ?*)

*”As a history of science and ideas, Kern’s study succeeds brilliantly. Gathering the disparate knowledge systems of nearly two centuries into discrete categories, Kern produces a taxonomy of causality that is cogent and convincing. . . . From Enlightenment positivism to quantum discontinuity; from religion to existentialism, and phrenology to cybernetics; from Freud to Nietzsche to Foucault, and from Darwin to Durkheim to Derrida: Kern ranges comfortably (and profitably) among them all. Specialists and novice alike will find much hereto learn and admire.”–Peter Okun, American Historical Review

http://press.princeton.edu/titles/7853.html
http://press.princeton.edu/quotes/q7853.html

ผมเขียนเปรียบเทียบเรื่องA Cultural History of Causality: Science, Murder Novels, and Systems of Thought. งานของKern มาเรื่อยแล้วลองย้อนกลับไปดูได้ตามลิ๊งค์ ครับ
มรดกวัฒนธรรม มรดกประวัติศาสตร์ มรดกความรู้:ศาสตร์การอนุมานสืบสวน

หยก งานช่าง ในหนังสือพระเอกของเรื่องนั้น มีอารมณ์และสีสันเอาการครับ
ขอบคุณที่ชม แต่ผมคิดผิดเรื่องการตลาดตั้งชื่อหนังสือ น่าจะล้อเลียนชื่อหนังสือผู้ชายเลวกว่าหมาฯ…ว่าผู้หญิงเลวกว่า…?ฮร่าๆ หาเรื่องเอาเรื่องเอาอาการถ้าจะแรง…

รวิวาร วันอาทิตย์ แบบนี้ยิ่งเร่งให้ต้องอ่านนะ อาจารย์บอย ไม่ใช่สายวิชาการอ่านเฉพาะสเตตัสงงอะ
ฮร่าๆอย่าเรียกอาจารย์เลยพี่ ผมต้องถ่อมตัวเขียนให้งง คือ โพสต์โมเดริน์อ้างไปเรื่อยฮร่า โปรดรอคอยด้วยใจระทึกพลันสำหรับการอ่านหนังสือเล่มนี้ ผมไปฝากไว้ที่ร้านแล้ว แต่ถ้าผมกล่าวอย่างซีเรียสนิดๆ ในแง่ส่วนตัวรุ่นน้องอีกคนที่ร่วมเขียนด้วย ไม่เคยเจอพี่เอ๊กซ์ (วลัยฟ้า สิยาเร) ผู้ทำวิทยานิพนธ์ด้านปรัชญาเกี่ยวกับสตรีในงานวรรวณกรรมโกวเล้ง ซึ่งหนังสือเรื่องนี้ในแง่ผมแล้วพี่เค้าได้เขียนบทกวีที่ดีก่อนจากโลกไปหลังปี50 ที่ถ้าผมจำไม่ผิดหนังสือแพร่กระจายตามสายส่งทำสนพ.กันตอนนั้น รายละเอียดอีกเยอะไม่ว่าจะความทรงจำถือหนังสือกลับจากสายส่งเคล็ดไทยหลังจากหนังสือขายไม่ได้ฯลฯ
รวิวาร วันอาทิตย์ อยากอ่านอยู่ของเอ๊กอะ แต่เอ๊กไม่ใช่คนร่วมเขียนเนาะ บอยโพสต์โมเดิร์นฯมาก ลีลาการเขียน พี่อ่านแล้วงง 55ตกลงที่ฝากร้านคือร้านเล่า หรือร้านพิมอะน้อง

อรรคพล สาตุ้ม พี่เอ๊ก เขียนคำนิยม และผมฝากไว้ร้านพี่พิม ครับ^^555 โพสต์โมเดรินนนนน

รวิวาร วันอาทิตย์ ให้ยืม หรือให้เลย อิอิ เซ็นต์ด้วยนะบอย มีค่าและคู่ควรที่สุด คิดถึงเอ๊กซ์เนอะ ถ้าอยู่นี่ได้คุยกันเรื่องบทกวีละ แต็งกิ้วมากๆ เลยจ้าน้อง เด่วปลายเดือนเข้าไปเอา🙂

อรรคพล สาตุ้ม ผมให้เลยผมจะกลับเข้าไปร้านพี่พิม อีกรอบวันหลัง เพราะผมยังไม่ได้เซ็นต์เพื่อพี่ฝน ใช่ผมคิดถึงพี่เอ๊กเช่นกัน แล้วมีโอกาสเจอกัน ครับพี่

10.2
ประวัติศาสตร์การเกิดขึ้นของกระดาษ มีส่วนประกอบของfishing nets หรือแห/อวนจับปลาของไช่หลุน(*) ผู้เป็นชาวจีนต้นกำเนิดให้พัฒนาการกระดาษ(**) มาสู่การพิมพ์อย่างกูเตนแบร์กได้ชื่อว่าเป็นผู้ประดิษฐ์ตัวพิมพ์ที่ถอดได้ขึ้นในยุโรป ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อจากการพิมพ์แบบบล็อกที่ใช้กันอยู่ในขณะนั้น เมื่อรวมส่วนประกอบต่าง ๆ ดังกล่าวเข้าด้วยกันในระบบการผลิตแล้ว เขาได้ทำให้การพิมพ์อย่างรวดเร็วเป็นไปได้ และทำให้ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของยุโรป ต่อมายุคของการพิมพ์หนังสือในฐานะทุนนิยมแพร่กระจายต่อไปพร้อมชาตินิยมทางภาษา เป็นเรื่องที่อ.เบน อ้างอิงไช่หลุน กูเตนแบร์กต่อเนื่องจากประวัติศาสตร์ของหนังสือใน The Coming of the Book: The Impact of Printing 1450-1800(***) โดยหนังสือขายดีเป็นที่ยอดนิยมดูภาพประกอบหน้าปกหนังสือ เห็นภาพสื่อการขายหนังสือเป็นสินค้า(เปรียบเทียบไม่ใช่หนังสือขายไม่ดีอินดี้อย่างหนังสือThe Virgin Man55555)

*ไช่ หลุน
ผลิตกระดาษจากเปลือกไม้ เศษปอ เศษผ้า และเศษอวน(fishnet)
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B9%88_%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%99
Cai Lun Biography

Cai Lun Biography

http://www.simonandschuster.com/books/Cai-Lun-The-Creator-of-Paper/Li-Jian/9781602209961
ตำนานเรื่องความรักกับกระดาษ ซึ่งผมไม่รู้ว่าจริงหรือไม่
ลองค้นดูไช่หลุน ขันทีมีรัก-ยอดนักประดิษฐ์
ตำนานรักมหาขันที – ไช่หลุน – ผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลกไปตลอดกาล
**ประวัติศาสตร์กระดาษโลก (Paper: An Elegy)
…ชีวิตของเราผูกพันกับกระดาษตั้งแต่เกิดจนตาย ทั้งสูติบัตร มรณบัตร บัตรประชาชน ทะเบียนสมรส โฉนดที่ดิน พาสปอร์ต ฯลฯ จินตนาการของเราถูกสร้าง “บน” กระดาษ “ผ่าน” กระดาษ “ด้วย” กระดาษ เหมือนที่ยอดจิตรกร เลโอนาร์โด ดาวินชี สร้างงานผ่านกระดาษนับพัน …(เรื่องกระดาษน่าอ่าน)
http://readery.co/9786167885124-black

***The Coming of the Book: The Impact of Printing 1450-1800
เนื้อหา
The Introduction of Paper into Europe
The Technical Problems and their Solution
Its Visual Appearance
The Book as a Commodity
The Little World of the Book
The Geography of the Book
The Book Trade
The Book as a Force for Change
https://books.google.co.th/books/about/The_Coming_of_the_Book.html?id=9opxcMjv4TUC&redir_esc=y

10.3
วันที่ 10 ตุลาคมในไต้หวันเป็นวันดับเบิลเท็น (Double Ten Day) วันชาติของสาธารณรัฐจีน ในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงและมาเก๊า ในช่วงไม่กี่วันก่อน มีกระแสโจชัว หว่องมาเมืองไทยแล้วมีปัญหานักเคลื่อนไหวอายุน้อย ที่ทำการปฏิวัติร่มจากฮ่องกง ซึ่งผมเคยไปที่นั่นมาก่อนหกปีผ่านไป(2010-16) และผมเคยเขียนข้อสังเกตไว้เล็กๆน้อยๆ ต่อมาผมทบทวนประเด็นสถานการณ์หรือเหตุการณ์สร้างวีรบุรุษขึ้น(ปัจจัยจัดตั้งฯลฯ*) แต่ไทยแลนด์ ผมนึกถึงเจอรุ่นพี่เสนอให้นักศึกษาไทย เลียนแบบตั้งพรรคฯ ซึ่งการจัดตั้งพรรค ปัจจัยอะไรบ้างโดยเปรียบเทียบกับฮ่องกง(ปัจจัยฯลฯ)หรือข้อเสนอเก่าเล่าใหม่ที่ผมเคยเขียนไปแล้วการรวมตัวของผู้ปฏิบัติงานอย่างแข็งขัน กับปัญญาชน และชนชั้นนำปัญญาชนร่วมทำพรรค(**)

ส่วนผมก็เสนอไปแล้วในกลุ่มจะตั้งพรรค โดยนโยบายไม่ใช่ประชานิยม ประชารัฐ นโยบายผมเป็นรัฐสวัสดิการ และกระจายความเท่าเทียมจากกดขี่แรงงานเชิงผลกระทบต่อพื้นที่ชายแดนเขตเศรษฐกิจพิเศษ กรณีแม่สอด จ.ตาก(อนาคตเชียงราย เชียงของ ฯลฯ) โดยการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ทางขอบเขตของพื้นที่ ซึ่ง“มีการพัฒนาอย่างไม่เท่าเทียม” ตามการพัฒนาแบบทุนนิยม ซึ่งกล่าวได้ว่ามันเป็นผลที่ต่อเนื่องตามมาของความเป็นสมัยใหม่นิยมของผลกระทบการพัฒนา(***)
โดย สรุปแล้วผมนึกถึงกลุ่ม(****) และข้อเสนอส่วนตัวทางเลือกการพัฒนาทางเศรษฐศาสตร์การเมืองไว้เป็นมรดกFor Thailand.

*“โจชัว หว่อง” จาก “ฮ่องกง” ไม่ถึง “ไทย”

“โจชัว หว่อง” จาก “ฮ่องกง” ไม่ถึง “ไทย”

** E.P.Thompsonในเรื่องThe Making of the English Working Class

(ผมเขียนมานานแล้วเรื่องเชื่อมโยงกับอีพีทอมสัน(มรดกMarx)พร้อมภาพประกอบซ้ำและผมย้ำการสร้างคนงานฯ ในแง่ดังกล่าวรวมตัวเป็นพรรคโดยอ.เกษียร)

(คลิป-คำต่อคำ) เกษียร: เปิดตัวหนังสือ “มาร์กซ: ความรู้ฉบับพกพา”
…ผมทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก เรื่อง Commodifying Marxism การทำลัทธิมาร์กซให้เป็นสินค้า พูดถึงลัทธิมาร์กซในเมืองไทยหลังสงครามโลก…
http://prachatai.com/journal/2015/05/59323
(ดูคลิปตอบคำถามกล่าวถึงมรดกMarx ด้วย)

***ไอเดียที่มาหนังสือPostmodern Geographies: The Reassertion of Space in Critical Social Theory โดย Edward W. Soja(ลองหาพีดีเอฟอ่านหรืออ่านบางบทได้ในลิ๊งค์)
https://books.google.co.th/books?id=xrmaSYfLOQ8C&pg=PA43&hl=th&source=gbs_toc_r&cad=3#v=onepage&q&f=false

โดยข้อมูลผมอ้างฉบับแปลบทSpatailizations: Marxist Geography and Critical Social Theory
กระบวนการสร้างพื้นที่: ภูมิศาสตร์เชิงมาร์กซิสต์ และทฤษฏีสังคมเชิงวิพากษ์ (๑)
http://v1.midnightuniv.org/midnighttext/0009999897.html
Spatailizations: Marxist Geography and Critical Social Theory
กระบวนการสร้างพื้นที่: ภูมิศาสตร์เชิงมาร์กซิสต์ และทฤษฏีสังคมเชิงวิพากษ์ (๒)
http://v1.midnightuniv.org/midnighttext/0009999896.html
Edward Soja นักภูมิศาสตร์หลังสมัยใหม่เสียชีวิตปีที่แล้ว
https://en.wikipedia.org/wiki/Edward_Soja
จากที่ผมเคยได้กล่าวถึงหนังสือมรดกของแมนเดล ไปแล้ว มีมรดกตกทอดงานของแมนเดลถึงนักคิด Sojaด้านภูมิศาสตร์อีกด้วย(กรณีเจมส์สันได้นำเอาแนวคิดการตีความของแมนเดลในหนังสือ ระบบทุนนิยมตอนปลาย (Late Capitalism)การพัฒนาที่เกิดขึ้นในเชิงภูมิศาสตร์แบบไม่สมดุล ถ้ามีโอกาสว่างเขียนต่อไป ส่วนตัวผมเล่ามุมมองเชิงเปรียบเทียบแมนเดล เชื่อมโยงคนงานกับพรรคฯเขียนไปแล้ว ครับ)

****หลายประเด็นหลังประชามติ ที่น่าพิจารณาในอนาคต อาจจะเขียนถึงไม่ว่านายกฯคนนอก,รัฐบาลผสม หรือพรรคเล็กพรรคน้อย(เตรียมตั้งพรรคสำหรับไอเดียผม)และอื่นๆ
(รวมลิ๊งค์เก่าเปรียบเทียบไทยกับจีน ฮ่องกง ไต้หวัน วันที่1 ตุลากับ10ตุลา2014)
วันที่ 1 ตุลาฯ เป็นวันชาติจีน

วันที่10 ตุลาhttps://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=926649374030958&id=100000577118415
(ภาพประกอบผม ณ ฮ่องกง กับภาพธงของจีนฯห้าเชื้อชาติใต้หนึ่งสหภาพ – วิกิพีเดีย
https://th.wikipedia.org/wiki/ห้าเชื้อชาติใต้หนึ่งสหภาพ)

10.4
หลากหลายเรื่องราวงาน ในแต่ละวันช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเขียนเฟซฯ ภาพเก่าเล่าใหม่
ราตรีสวัสดิ์ ผมไปฝันเป็นผู้กำกับหนังแบบหว่องกาไว ครับ

Wathinee Khumsaeng เหมาะกับบรรยากาศนะ อาตี๋
อาตี๋ มีโอกาสอยากจะไปลองตามหาญาติที่จีนแผ่นดินใหญ่
ปรีชา กวีนภดล สมหวังนะครับ
ขอบคุณที่อวยพร ผมแถมคำคมของหว่องกาไว ครับ
http://www.azquotes.com/author/30396-Wong_Kar_wai

15 ตุลา
“คนเราถ้าพอใจในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อยถ้าทุกประเทศมีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข”
“เราไม่ควรให้ปลาแก่เขา แต่ควรจะให้เบ็ดตกปลาและสอนให้รู้จักวิธีตกปลาจะดีกว่า”
(พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑)
http://www.chaoprayanews.com/2014/12/09/268889/

15.2
ผมเคยเปรียบเทียบการศึกษา ในแง่เรื่องเต๋า สอนจับปลา ที่ว่าคนที่เป็นพ่อ แม่ หรือว่า ครูบาอาจารย์ เวลาลูกๆหรือว่านักเรียนเจอปัญหา ก็อย่าเพิ่งเสนอวิธีแก้ปัญหาให้โดยตรงนะครับ ลองสอนให้เขาคิดดูก่อนว่าควรจะแก้ปัญหานี้ได้ยังไง ต่อไปเขาก็จะได้คิดเองเป็น แก้ไขปัญหาด้วยตัวเองเป็น(*)
โดยผมเคยอยากเขียนเรื่องการศึกษาต่อ ในแง่หนึ่งอีกนิด เพราะผมเคยคิดอยากไปเรียนที่ฮ่องกง น่าสนใจมหา’ลัยโอเพน ที่โจวชัวหว่องเรียน เป็นการศึกษาคล้ายม.ราม ตามความเข้าใจง่ายๆของผม(ม.ราม บางคนเรียนด้วยตัวเองแล้วไปสอบ) ดูจากวิกิพีเดียประวัติมหา’ลัยนี้ และบางคนเคยเปรียบเทียบการศึกษาไทยกับฮ่องกงไว้….ทำให้ผมยกตัวอย่างฮ่องกง ใช้งบประมาณให้กับการศึกษา สูงมาก…ปรับการศึกษา โดยเน้น ให้เด็กที่จบมอสามไปเรียนต่อและทำงานสมัยใหม่ ในสถาบันวิชาชีพ ที่เน้นการทำงานและสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนต่อมอปลาย เด็กมอสามที่เรียนสายอาชีพ สามารถทำงานและเรียนในระดับมหาวิทยาลัยไปพร้อมๆกันได้สำหรับเด็กที่กำลังเรียนมอปลาย ก็มีการส่งเสริมให้ค้นหาตนเองให้เร็วที่สุด
เพราะก่อนหน้านี้เด็กส่วนใหญ่ที่นี่เรียนเพื่อสอบแข่งขันเหมือนบ้านเรา และจะมีปัญหาตอนเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยเพราะเรียนต่อเนื่องมาแบบไม่รู้ว่านั่นคือสิ่งที่ตนเองถนัดหรือไม่(**)

ดังนั้น ปัจจัยที่1การสอนเชิงอุปมาจับปลาเป็นcritical thinking และผมคิดถึงมุมองการศึกษาในเชิงเปรียบเทียบไทยกับฮ่องกง หรือ ช่วงก่อนมีดราม่าการศึกษาญี่ปุ่น(หลักสูตร,การสอนนศฯลฯ) ไปเรียนแล้วดีกว่าการศึกษาไทย หรือญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ที่เรียนหนักแข่งขันกันสูงคนเรียนเครียดฆ่าตัวตาย ก็มีกลับกันเปรียบเทียบปัจจัยที่2ว่านศ.ญี่ปุ่น นศ.เกาหลีใต้ขยันกว่านศ.ไทย ทำให้ผมคิดถึงเพื่อนร่วมรุ่นเรียนป.โท ที่ทำวิทยานิพนธ์เรื่องการศึกษาของเวียดนามอะไรสักอย่างที่ไทยอาจจะตามหลังเวียดนามแล้วก็ได้ อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญ คือ นศ.เวียดนาม ขยันกว่าไทย และผมมีภาพตอนเราไปมหา’ลัยเวียดนาม ตอนนี้ผมหาเจอแค่มหา’ลัยฮ่องกง(***)

*http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=jingji&date=25-09-2013&group=8&gblog=11

1 ตุลาคม https://web.facebook.com/photo.php?fbid=1423983820964175&set=a.103468286349075.7792.100000577118415&type=3

**การศึกษาของฮ่องกงในรูปแบบ “งานสร้างคน”
https://blog.eduzones.com/training/146046
การศึกษาไทย กับดราม่าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นน่าจะมีอีกมากด้วย
(ภาพประกอบCritical thinking สำคัญอุปมาปลา)
***ภาพมหา’ลัยฮ่องกง

15.3
หนังสือPostmodernism, Or, The Cultural Logic of Late Capitalism(หลังสมัยใหม่ หรือตรรกะวัฒนธรรมของทุนนิยมตอนปลาย)
โดยผู้เขียนอย่างJameson พินิจพิจารณามองดูหลังสมัยข้ามมุมมองกว้างขวางทั้งภูมิทัศน์ จากศิลปะชั้นสูงถึงศิลปะระดับล่างจากอุดมการณ์ของตลาด ถึงสถาปัตยกรรม ภาพวาด(ภาพกรีดร้องอย่างที่ผมทำภาพประกอบ ฯลฯ) ภาพยนตร์พั๊งค์ และวิดิโออาร์ต รวมถึงวรรณกรรม(ดูเพิ่มเติม*)

ทั้งนี้ ผลงานหนังสือเล่มนี้ของJameson เป็นส่วนหนึ่งของประเด็นต่อErnest Mandel กับLate capitalism (**) ในแง่งานศิลปะ และวรรณกรรม นับว่าน่าสนใจกับปัญหาทุนนิยมตอนปลาย โดยFredric Jameson ถูกจัดเป็นนักวิจารณ์วรรณกรรม และการเมืองทฤษฎีมารกซิสม์ ถ้าดูอิทธิพลรับจาก Erich Auerbachและส่งอิทธิพลต่อPerry Anderson ยกตัวอย่างAuerbachที่เชี่ยวชาญวรรณกรรมอ.เบน อ้างในชุมชนจินตกรรมฯ ซึ่งเจมส์สันนักคิดหลังสมัยใหม่(ทฤษฎีทางวัฒนธรรมศึกษา) เป็นที่รู้จักจากการวิเคราะห์เทรนด์วัฒนธรรมร่วมสมัย(***) นั่นเอง

*ตัวอย่างหนังสือhttps://books.google.co.th/books/about/Postmodernism_Or_The_Cultural_Logic_of_L.html?id=oRJ9fh9BK8wC&redir_esc=y

หนังสือพัฒนาการมาจากบทความในNLR
https://newleftreview.org/I/146/fredric-jameson-postmodernism-or-the-cultural-logic-of-late-capitalism
**Ernest Mandel กับLate capitalism และFredric Jameson
https://en.wikipedia.org/wiki/Late_capitalism
(ทุนนิยมตอนปลาย อาจจะสรุปสั้นๆว่า การวิเคราะห์ขาลงใกล้จบสิ้นของทุนนิยม)
ผมเคยเขียนเรื่องหนังสือมรดก Ernest Mandel

The Legacy of Ernest Mandel
โดย Gilbert Achcar
https://books.google.co.th/books?id=_0K6_7NYMGYC&pg=PA261&lpg=PA261&dq=Ernest+Mandel&source=bl&ots=tXW2ZauKjV&sig=P6BpdwsgkUcl_MyhD1ZO0r_i1Cs&hl=th&sa=X&ved=0ahUKEwiPgdjImc_PAhUJK48KHUVcBhYQ6AEIZjAJ#v=onepage&q=Ernest%20Mandel&f=false
Ernest Mandel
https://www.marxists.org/archive/mandel/
ดูเพิ่มเติม
Ernest Mandel: A Passionate Optimistic Marxist
https://www.solidarity-us.org/node/2560

***https://en.wikipedia.org/wiki/Fredric_Jameson
(ผมเขียนถึงJameson ไปนิดหน่อยแล้ว)

15.4
คำคมประจำวันจากThe Vergin Man…เมารักไม่ลืมหูลืมตา…ความรักไม่เพียง ทำให้คนตาบอด แต่ยังทำให้หูหนวกและเป็นใบ้ด้วย! …คำคมในคำนิยมโดยผู้เขียนเรียนจบด้านจิตวิทยา(*)
หนังสือThe virgin man ในแง่การแจกฟรี เล่าทบทวนสิบปี หนังสือเล่มนี้เคยแจกดาราผู้ชาย… และหนังสือเล่มนี้เคยแจกอาจารย์ท่านหนึ่ง ผู้เคยทำหน้าที่คัดสรรหนังสือดี100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน ก็เล่าให้อาจารย์ฟังเรื่องขายไม่ดี ในที่สุดแล้วอาจารย์ก็พูดคำคมให้ประวัติศาสตร์ตัดสิน แล้วก็หัวเราะฮร่าๆ (ภาพประกอบผมเองกับหนังสือเล่มนี้วันมาแจกหนังสือ ณ ร้านแห่งหนึ่ง อาจจะต้องแปลงหนังสือทำเป็นภาพยนตร์)

เหม่ เมื่อไหร่ผมจะเหมือนเป็นบ็อบ ดีแลน(ฮร่า) คว้ารางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม จากผลงานประพันธ์เพลงและดนตรี

*ดูที่เขียนต่อเนื่องย้อนหลังได้https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1427441760618381&set=a.103468286349075.7792.100000577118415&type=3&theater

15.5
ผมเล่าเรื่องหนังรักสองเรื่องควบ เรื่องที่หนึ่ง ในแง่การตีความต่อหนัง about timeความสามารถย้อนเวลาได้ แต่ไม่สามารถทำให้คนมารักได้ คือ ชะตาฟ้าลิขิต? หรือเราไม่สามารถรู้ได้ว่าไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกันเป็นอุปมาของCausality ดั่งว่ามีพระเจ้าที่มองไม่เห็นกำหนดมาแล้ว ส่วนหนังเรื่องที่สอง เป็นการตีความที่ผมคิดไม่ถึงจากการตีความในหนังรักเรื่อง Begin Again …เดฟคนที่เธอเห็นบนเวทีอาจจะเป็นตัวตนจริงๆ ของเขาอยู่แล้ว แต่เป็นเกรตต้าเองที่ไม่เคยรู้ และบางที วันเวลาก็อาจจะไม่ได้ ‘เปลี่ยนแปลง’ คนเราไปจริงๆ แต่มันแค่ค่อยๆ ‘เปิดเผย’ ตัวตนที่แท้จริงของเขา…

อาจจะคล้ายที่ว่า หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน

15.6
งานเยอะที่ผ่านมาหยุดพักเฟซฯ กลับมาติดต่อและดูงาน บอยคิดถึงชีวิตอินฮ่องกง สมมติมีกดปุ่มSleep ไว้ว่างเจอกันใหม่ ราตรีสวัสดิ์

18 ตุลา

การพัฒนาการประมงตามพระราชดำริ มิใช่เพียงเท่านั้น พระองค์ยังทรงสนพระราชหฤทัยต่อการศึกษาค้นคว้าในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปลาอยู่เสมอมา เช่น การรักษาพันธุ์ปลาบางชนิดมิให้กลายพันธุ์ไป โดยขอให้ดำเนินการด้านพัฒนาพันธุกรรมเพื่อรักษาต้นพันธุ์ไว้ด้วย มิใช่เป็นการผลิตเพื่อนำไปปล่อยอย่างเดียว เป็นต้น หรือในกรณีที่ปลาบางชนิดซึ่งเป็นปลาที่หายากและมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนลดน้อยลงจนอาจสูญพันธุ์ได้ เช่น ปลาบึก ซึ่งเป็นปลาในสกุล Catfish ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีอยู่แต่เฉพาะในแม่น้ำโขงเท่านั้น ก็ทรงห่วงใยในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง และทรงให้ค้นคว้าหาวิธีการที่จะอนุรักษ์พันธุ์ปลาชนิดนี้ไว้ให้ได้…
https://web.ku.ac.th/king72/2533/fishery02.html

18.2
เมื่อการเปรียบเทียบการศึกษาดราม่า ยกตัวอย่างอย่าหลงประเด็น เรื่องระบบการศึกษาของญี่ปุ่น ที่ท่านกำลังเข้าใจอยู่”พ่อขอโทษที่ปลูกข้าวผิดนา”….ยาวมาก
โดยผมจับประเด็นเขาจะพัฒนาตนเองได้ก็เช่นกัน
ไม่ใช่เอาเกรดของประเทศโน้นนี้มาชี้วัด ได้เกรดดี แต่เอาเข้าจริง portfolioแย่ critical thinkingไม่สมเหตุผลก็มีเยอะ..(*)
การสอนเชิงอุปมาจับปลาเป็นcritical thinking และผมคิดถึงมุมองการศึกษาในเชิงเปรียบเทียบไทยกับฮ่องกง โดยผมรายละเอียดต่ออีกนิด คือ Text หรือตำราเรียน
กรณีฮ่องกง ก็เป็นปัญหาในการเรียน ซึ่งโจวชัวหว่อง เคลื่อนไหวได้สำเร็จ หรือการเปรียบเทียบวิธีการศึกษาผ่านตำราเรียนเวียดนามเพื่อนผมก็เคยศึกษาอย่างที่กล่าวไปแล้ว และแนวทางศึกษาตำราเรียนของไทย ก็เคยมีคนศึกษาไว้แล้วเช่นกัน(**)
ทั้งนี้ ย้อนกลับมาปัจจัยอื่นๆ ยกตัวอย่างผมเคยถามคนไทยเคยเรียนที่เกาหลีใต้ตอบว่านศ.ขยัน…จบ(ภาพประกอบเกาหลีใต้คลิปที่ยังไม่ได้ขยันทำของผม)
*อย่าหลงประเด็น…
http://pantip.com/topic/35003533
**ผมเคยเปรียบเทียบการศึกษา

18.3
เป็นหนังเกี่ยวกับเวลา(Time)เราไม่สามารถรู้ได้ว่าปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของเขาและเธอ เกิดจากเวลา ทำให้เผยตัวตนที่แท้จริง หรือไม่ (อาจจะเป็นทั้งสองอย่างคู่กันในเวลานั้น) แล้วไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกันเป็นอุปมาของCausality ดั่งว่ามีพระเจ้าที่มองไม่เห็นกำหนดมาแล้ว(*)
*ผมเล่าเรื่องหนังรัก…

18.4
วันนี้ผมถูกติดต่อให้เข้าเฟซฯเลยเขียนอะไรสักนิดหน่อยก่อนนอน โดยใจจริงอยากพักผ่อนนอนหลับแล้ว ครับ (ภาพประกอบตอนอยู่ฮ่องกง ดูขยันมากๆ เอกสารเพียบ)G.N.

22 ตุลา
“…ความบังคับตนเองนั้นเกิดขึ้นได้จากความรู้สึกระลึกได้ว่า อะไร เป็น อะไร หรือเรียกสั้นๆ ว่า สติ…”
(พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยรามคำแหง
วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๒๐)

http://www.chaoprayanews.com/2012/12/03/159734/

Jibjib Thitisat 👍ข้อนี้จริงเป็นที่สุดจ้าบอย..เพราะหลายๆครั้งจิ๊บเองก็ขาดสติ😁
เห็นด้วยกับจิ๊บ ครับ
Jibjib Thitisat
ตอบจิ๊บ^^

22.2
“หากเราใช้แนวทางพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะต้องให้เบ็ดตกปลาแทนการให้ปลา เพราะฉะนั้นวันนี้การศึกษาคือสอนให้จับปลาคือหมายถึงให้เรียนรู้ตัวเองเป็น และรู้จักจับปลาที่หลากหลายไม่ใช่จับชนิดเดียวกินแล้วก็เบื่อ ก็รู้อยู่ที่ผ่านมาเขาแจกอะไรกันบ้าง แจกอย่างนี้ก็ติดอยู่แบบนี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว(*)

“ขอให้ยึดคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่แจกเบ็ดตกปลา ไม่ใช่แจกปลา เพื่อสอนให้คนได้รู้จักวิธีหากิน ขณะเดียวกัน ขอให้ครูให้ความสำคัญกับกระบวนการมุ่งเน้นที่ผลสัมฤทธิ์ ไม่ใช่ขอเกรดเพียงอย่างเดียว มุ่งเน้นการสอนให้เด็กนำไปใช้อย่างมีเหตุผล นำไปสู่การค้นหาคำตอบ ไม่ใช่การเติมคำในช่องว่าง จะได้ไม่เกิดปัญหาการโกงข้อสอบ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว(**)

*งดเชลียร์! งานพบเพื่อนครูสั่งแค่ปรบมือ “ประยุทธ์” อัดพวกร้องเท่าเทียม ปล่อย “ค้ายา-ฆ่าคนตาย” หรือ?
13 พฤษภาคม 2559
http://www.manager.co.th/qol/ViewNews.aspx?NewsID=9590000048427

**นายกฯ ย้ำ การทะเลาะเบาะแว้งยังไม่ยุติ ทุกอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย
2016/05/13
http://www.tnamcot.com/content/467269
(พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมใหญ่ “นายกรัฐมนตรีพบเพื่อนครู” จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ)

22.3

การศึกษาขยายความเปรียบเทียบเพิ่มเติมนิดๆ ต่อจากครั้งที่แล้ว ในฮ่องกง กรณีโจว ชัวหว่อง ผู้นำกลุ่มเคลื่อนไหวการศึกษาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเปิด(Open University*) เคยกล่าวไว้ผมไม่เคยเป็นนักเรียนท็อป

ซึ่งประเด็นการศึกษาช่วงก่อน ก็มีคนแชร์กันมากเรื่องเปรียบเปรยปลาปีนต้นไม้ อ้างคำกล่าวของไอนสไตน์ โดยการศึกษาเป็นประเด็นที่ทำคลิปแปลเป็นไทยว่าผมฟ้องร้องการศึกษา(คนแชร์กันเยอะ**) แน่ละปัญหาการศึกษา มีอยู่ทั่วโลก

ทั้งนี้ การเปรียบเทียบระหว่างประเทศ ในตัวอย่างหลายเรื่องของคลิป ซึ่งสำหรับผมความสำคัญอยู่ที่ทักษะcritical thinking ด้วย(***)
อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลายอย่างของการศึกษา ในกรณียกตัวอย่าง สื่อการสอนครูไทยทำคลิปตามกระแสโซเชียล แปลเพลงPPAP เป็นต้น

* http://www.scmp.com/news/hong-kong/article/1572475/scholarism-leader-accepted-politics-programme-open-university?page=all
(ผมได้เขียนเรื่องการศึกษาและฮ่องกงไว้ ตามลิ๊งค์ )

**ผมขอฟ้องร้องระบบการศึกษา

***10 skills you need to thrive tomorrow – and the universities that will help you get them

10 ทักษะอันดับสูง ในปี2020(เปรียบเทียบกับปี2015)
1.แก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน
2. critical thinking
3.ความคิดสร้างสรรค์
ฯลฯ
https://www.weforum.org/agenda/2016/08/10-skills-you-need-to-thrive-tomorrow-and-the-universities-that-will-help-you-get-them?utm_content=buffer6357d&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer
(ภาพประกอบเกี่ยวกับความคิดวิพากษ์และปลากับต้นไม้ โดยคำคมของไอน์สไตน์)

22.4
ผมเคยเขียนถึงหนังหลายเรื่องของหว่องกาไว มาหลายครั้ง น่าจะรวมแล้วเกือบร้อยกว่าหน้า มั้ง
เป็นการสะสมความทรงจำ และวันเวลาจากหกปีที่ฮ่องกง กลับมาเขียนเปรียบเทียบหามุมมุมมองใหม่ อีกครั้ง(*Love is all a matter of timing. It’s no good meeting the right person too soon or too late.)

โดยหนัง2046 (พระเอกเขียนนิยาย**)มีเรื่องซ้อนซ่อนอยู่ในนัยยะหนังสั้นThe Hand(สร้างปีเดียวกับหนัง2046) ช่างตัดชุดกี่เพ้าสำหรับสตรี อยู่กับการสร้างสรรค์ความหมายของชุด เป็นผู้วัดรูปร่างรูปทรงให้เธอที่เป็นที่รัก หากอุปมาเรือนกาย… ในความทรงจำเราต่างเคยเจ็บปวดเดียวดาย ณ.สถานที่บางแห่ง เขา-เราล้วนตกวังวนอดีต เหงาหงอยเศร้าสร้อย ว้าเหว่ซึมลึกห้วงหัวใจ เรา-เขาต่างพบเจ็บปวด ร่วมกันในความทรงจำ เขา-เราหลบลี้หนีหาย จวบจนวันสุดท้าย และตลอดกาล(จากหนังสือThe Virgin Man)

*ผมยังคิดถึงฮ่องกงในหนังของหว่องกาไว…

**ภาพประกอบและข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บ

ภาพยนตร์ : 2046 : เวลา ความทรงจำ และนิยายของคนข้างห้อง

Anusorn Phattanasarn เมื่อไหร่จะกำกับอาร์ตๆสักเรื่อง รอชมนานแว๊ววว
ผมกำลังหวังหนังอาร์ตได้มาเพราะโชคช่วยได้ทุนทำหนัง กลับตาลปัตรหนังอาร์ตไม่ได้มาเพราะโชคช่วย: ว่าด้วยการขึ้นมาเป็นศิลปะของภาพยนตร์ในสังคมบริโภค
http://www.goodreads.com/book/show/4493196

22.5
ช่วงก่อนนศ.โทรมาจะให้อ่านบทความของนศ. โดยผมบอกส่งทางเมล์ นศ.บอกจะส่งทางเฟซฯ ผมก็เข้ามาล่าสุดวันนี้เรื่องงานเขียนนศ. และหลายเรื่องราวหยุดพักใช้เฟซฯ ในคืนนี้เวลา อากาศเปลี่ยน ดูแลสุขภาพ ราตรีสวัสดิ์(ภาพประกอบตอนเอ๋อๆ บนรถราง ณ ฮ่องกง)

27
“ภาพน้ำ” : แบบอุดมคติโบราณถึงปัจจุบัน(*)
ภาพประกอบฝีพระหัตถ์ของพระองค์ โดยทรงใช้คอมพิวเตอร์วาดภาพแสดงเส้นทางเดินเรือของพระมหาชนก รวม ๔ ภาพ คือภาพวันที่ควรออกเดินทาง ภาพวันเดินทาง ภาพวันที่เรือล่ม รวมทั้งแผนที่ฝีพระหัตถ์ แสดงสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองโบราณบางแห่งและข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับทิศทางลม โดยมีแผนที่อากาศแสดงเส้นทางพายุจริงๆ และภาพพระมหาชนกทรงว่ายน้ำ โดยมีนางมณีเมขลาเหาะอยู่เบื้องบน เป็นต้น กับกำหนดวันเดินทะเลตลอดจนจุดอัปปางของเรืออับโชค ทรงคาดคะเนโดยอาศัยข้อมูลทางโหราศาสตร์ แสดงถึงพระปรีชาในด้านอักษรศาสตร์ ภูมิศาสตร์และโหราศาสตร์ไทย(**)

*ภาพจาก หนังสือ คุยกับงานช่างไทยโบราณ

**http://oknation.nationtv.tv/blog/theloveofmylife/2012/11/28/entry-2

27.2
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไม่มีเวลาเขียนเรื่องการศึกษาเพิ่มเติม(*) แต่ข้อมูลมีอีกเยอะดูลิ๊งค์ต่างๆ ทั้งเรื่องการศึกษาทางเทคโนโลยี โซเชียลและยกตัวอย่างคำคม
Critical thinking…the awakening of the intellect to the study of itself.(**)
*ผมเขียนมาแล้ว

การศึกษาขยายความเปรียบเทียบเพิ่มเติมนิดๆ ต่อจากครั้งที่แล้ว ในฮ่องกง กรณีโจว ชัวหว่อง ผู้นำกลุ่มเคลื่อนไหวการศึกษาไปเรีย…

Posted by อรรคพล สาตุ้ม on Saturday, October 22, 2016

**ลิ๊งค์คำคม และข้อมูลอื่นๆ
http://www.criticalthinking.org/pages/defining-critical-thinking/766
http://composing.org/wrd103wq2014/
https://byotnetwork.com/tag/critical-thinking/
http://philosophy.hku.hk/think/critical/ct.php

27.3
เหนื่อยเดือนนี้ไปหาหมอนวดตาบอดให้นวดเนื้อตัวมาสองครั้งเลย และผมมีเรื่องเจอแบบซวยๆ ขี่มอเตอร์ไซด์แมลงเข้าตาทั้งที่ใส่แว่น ต้องซื้อน้ำยาล้างตาอีก หรือผมอยากลดน้ำหนักหยุดกินข้าวเย็น รวมหลายเรื่องราวเล่าสั้นๆ โดยเปรียบเทียบแล้วกับภาพประกอบคนงาน ลำบากกว่าผมเยอะ

Michael Leahai หมอนวดผู้หญิงหรือผู้ชาย
หมอนวดตาบอด เป็นผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งสองคนเป็นแฟนกัน เป็นเจ้าของร้าน ได้ความรู้ใหม่คนตาบอดเล่นเฟซฯผ่านว๊อยซ์เมล์ คือ เสียงได้ ส่วนตัวผมเน้นผู้ชายมือหนัก ช่วยกดนวด เพราะผลจากใช้คอมฯ ทั้งที่เดือนนี้มีต่อเน็ตฯจากคอมฯ ไม่ได้ด้วย ยังถือว่าใช้คอมฯเยอะอยู่ด้วย

27.4
หนัง2046(สร้างปี2004) โดยพระเอกเขียนนิยายตัวละครหนุ่มญี่ปุ่นในนิยาย…ที่ต้องการตามหาความทรงจำและความ “ไม่เปลี่ยนแปลง”… (*) มีเรื่องที่เหมือนคู่ขนานในหนังสั้นThe Hand ซึ่งผมนำชื่อหนังของเขามาเรียบเรียงดัดแปลงเป็นภาษาไทย น้ำตาหยาดหยดร้องไห้ สัมผัสมือในอารมณ์เพื่อความรัก สุดท้ายเพียงเถ้าธุลีแห่งวันเวลา (As Tears Go By,The Hand,In the Mood for Love ,Ashes of Time**)…เปรียบเปรยในเรือนจำของความทรงจำผ่านหนังสือThe Virgin Man(***)…ฉันอ่านหนังสือให้เธอฟัง คอยสัมผัสจับมือให้เธอ…จูงเธอไปที่ต่างๆ ไม่ว่าจะรับสายลม แสงแดดอัสดง ดวงดาว เสียงคลื่น ใบไม้ร่วง…อ่านหนังสือ…อัดเทป…ให้เธอฟัง…คอยถือไม้เท้า…พาเธอขึ้นรถเมล์…เธอเขียนตัวอักษรบนฝ้ากระจกรถเมล์…จับมือร่วมกับเธอสัมผัสหนังสืออักษรเบรลล์…จำได้ว่าผมเคย จับมือเธอสัมผัสหนังสืออักษรเบรลล์…แต่ตอนนี้ ผมเดินมาถึงสุสาน เห็นหลุมศพเธอ… วางแว่นสายตาทิ้งไว้…พรุ่งนี้และวันวาน ความรู้สึกคล้ายกับอยู่ในแก้วน้ำใสใส่น้ำ ขึ้นหรือลง เต็มหรือพร่อง…
*https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1445036135525610&set=a.103468286349075.7792.100000577118415&type=3&theater
(หว่องกาไว ไม่เคยเรียนมาจากโรงเรียนภาพยนตร์ แต่เรียนรู้หนังในการดูหนัง I’m not coming from film school, I learned cinema in the cinema watching films.Wong Kar-wai
http://www.azquotes.com/author/30396-Wong_Kar_wai)

**ถ้าหนังIn the mood for loveพระเอกเขียนนิยายกำลังภายในให้เดาว่าพระเอกต้องเขียนออกแนว Ashes of Time ตัวละครจอมยุทธ์ใกล้ตาบอด จนกระทั่งตาบอดแล้วตายดีกว่าตายทั้งเป็น และยกตัวอย่างอีกจอมยุทธ์ ผู้ดื่มเหล้าลืมความทรงจำ ที่เสียคนรัก
***ผมเขียนเรื่องThe Virgin man และการเปรียบเปรยกับหนัง2046

27.5
ค่ำคืนนี้ ติดต่อผู้คนผ่านเฟซฯแล้วจากลา โดยผมฝากภาพประกอบสมัยหนุ่มๆ ณ ฮ่องกง คิดถึงนอนฝันพักผ่อน ราตรีสวัสดิ์
ตะวันสว่าง สว่างอีก สมัยหนุ่มๆ…แหม…ใช้คำนี้เลยเหรอคุณน้อง
ครับพี่ตอนพิมพ์ก็คิดคำตลกขำขำ สมัยหนุ่มได้ฉับพลันต้องยอมรับธรรมชาติของตนเอง ฮร่าๆ ครับ

31
พระราชกรณียกิจในด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่สำคัญยิ่ง และนับว่าอำนวยประโยชน์ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยทั่วทุกภูมิภาคคือ พระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงปลานิล ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้น้อมเกล้าฯ ถวายปลาทิโลเปีย นิโลติกา (Tilapia Nilatica) จำนวน ๕๐ ตัว แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน ๕๐ ตัว เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อบริเวณสวนจิตรลดาพระราชวังดุสิตและต่อมาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุดบ่อเลี้ยงปลานิลเพิ่มขึ้นอีก ๖ บ่อ และได้ทรงย้ายปลานิลจากบ่อเดิมไปเลี้ยงในบ่อใหม่ด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๘ ต่อมาได้พระราชทานชื่อปลานี้ว่า “ปลานิล”
https://web.ku.ac.th/king72/2542-04/page02.html

31.2
เหตุผลทางเศรษฐศาสตร์การเมือง ที่บิ๊กตู่น่าจะช่วยสนับสนุนพัฒนาเกษตรกรให้เอื้อกับเทคโนโลยีเรื่องข้าว ยกตัวอย่างญี่ปุ่นดังรูปที่ผมเคยโพสต์แล้ว(*) เนื่องจากประยุทธ์เคยพูด…รัฐต้องคิดว่าจะดูแลเกษตรกรอย่างไรเหมือนกับลักษณะการให้เบ็ดไปตกปลา โดยรัฐเป็นคนสอนวิธีตกปลาให้ ไม่ใช่หาปลาให้เขาเลย…(**)
ดังนั้น การอุปมาอุปไมยของบิ๊กตู่เอง และปัญหาเกษตรกร หรือหลายปัญหายกตัวอย่างรัฐธรรมนูญจุดไข่ปลา นี่ก็มีคนเขียนบทความกรณีรัฐธรรมนูญ2540 (***) อีกผมจะไม่ขยายความมาก แต่ประยุทธ์ และประวิทย์(ไทยไม่เหมือนเกาหลีเหนือและนิยาย1984ปิดประเทศเผด็จการทหารเบ็ดเสร็จ) อย่ามัวพาพรรคพวกไปกินไข่ปลาคาร์เวียร์(****) โดยลืมประชาชนน้ำตาไหลแล้ว
*ผมเคยเขียนปี2014ดูภาพประกอบเพิ่มเติม:ชาวนาญี่ปุ่นยอดไอเดียสร้างศิลปะบนนาข้าวใช้มือถือสแกนสั่งซื้อข้าวได้ทันที
https://www.marketingoops.com/media-ads/video/rice-code/

‘RICE CODE งานศิลปะบนผืนนา’ น่าเสียดายถ้าคนไทยไม่ได้ดู

‘Rice Code งานศิลปะบนผืนนา’ น่าเสียดายถ้าคนไทยไม่ได้ดู


(ผมเคยเขียนเรื่องชาวนา,ข้าวเชิงศิลปวัฒนธรรมมาแล้ว)
**”บิ๊กตู่” บอกวิธีแก้ปัญหาเกษตรกร ย้ำรบ.ต้องคิดแบบที่ “คนจน” คิด
นายกฯ ย้ำต้องการให้เกษตรกรมีความสุข ใช้ม.44 เพื่ออำนวยความสะดวกแก้ปัญหา ฟุ้งรบ.ยื่นเบ็ดสอนตกปลา อดีตให้แต่ปลากับปชช.
(ภาพประกอบบิ๊กตู่) http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1431446986
(ผมได้เขียนมาปลาใหญ่กินปลาเล็ก ในแง่ระบบทุนนิยมผูกขาดฯลฯ)

***ลองค้นหาบทความ “จุดไข่ปลา : ร่องรอยแห่งสำนึกประวัติศาสตร์ในรัฐธรรมนูญ”
****ภาพประกอบการ์ตูนเกี่ยวกับไข่ปลาคาร์เวียร์

31.3
วันที่31 ตุลาเป็นวันปวศ.ไทยในอดีตต่อเดือนตุลา(*) ซึ่งผมยกตัวอย่างวิธีการวิเคราะห์โดยอ.เบน ผู้มีลูกศิษย์เป็นคนเดือนตุลา ทั้ง14 ตุลา และ 6 ตุลาเคยเขียนถึงงานRadicalism After communismฯ(แม่แบบการวิเคราะห์คนเดือนตุลา ในแง่ความเข้าใจของผม) ไว้ก็น่าสนใจในหนังสือThe Spectre of Comparisons: Nationalism, Southeast Asia, and the World แนวทางการวิเคราะห์การเมืองไทยของอ.เบนผ่านวิธีเปรียบเทียบสองมิติ ได้แก่ มิติร่วมพื้นที่-ข้ามเวลา และมิติร่วมเวลา-ข้ามพื้นที่ ยกตัวอย่างเปรียบเทียบ14 ตุลากับปฏิวัติฝรั่งเศส ในบทความMurderฯ ที่ผมเคยกล่าวไปแล้ว รวมทั้งอ.เกษียร ก็เคยนำมาวิเคราะห์ซ้ำแล้วด้วย(**)

ซึ่งผมอยากทบทวนข้อวิเคราะห์ 1.ตัวตนหรืออัตลักษณ์ 2.เวลา 3.พื้นที่ เช่น ก.คนเดือนตุลาไม่เคยเปลี่ยน ข.คนเดือนตุลาเปลี่ยนไปแล้วหลังป่าแตกถึงหลังปี35(ข้อถกเถียงรวมถึงข้อมูลข้อเท็จจริง***)

โดยวิธีการวิเคราะห์สาเหตุมาเป็นผล มีข้อโต้แย้งอย่างหนึ่ง ที่ยังไม่สามารถรู้ได้ว่าไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกันเป็นอุปมาของCausality ซึ่งประเด็นที่ตัวตนหรืออัตลักษณ์ ก.(ไก่) คนเดือนตุลาไม่เคยเปลี่ยน(ไม่ว่าเขาจะทำอาชีพ ฯลฯ) ไม่เคยกลับจากซ้ายเป็นขวา ที่จริงวันเวลาไม่เปลี่ยนแปลงตัวตน เพียงแต่พวกเขาเพิ่งเผยตัวตนออกมาทั้งหมดจากที่เราไม่เคยเห็นต่างหาก(****) หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน
โดยผมสรุปความเลื่อนไหลของตัวตนหรืออัตลักษณ์ เป็นได้ทั้งสองอย่างประหนึ่งไก่กับไข่คู่กัน ผ่านกาลเวลา สะท้อนเขาเปลี่ยนไป(ตัวบุคคล) หรือเขาไม่ได้เปลี่ยนอุดมการณ์อะไรเผยธาตุแท้ออกมาแล้ว ดังกล่าว(*****)
*ดูข้อมูลเพิ่มเติม เช่น จดหมายลุงนวมทอง(สื่อถึงอุดมการณ์เดือนตุลา),บทความของผม(ผมเคยทำหนังสั้นด้วย) https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Nuamthong.jpg
http://prachatai.com/journal/2009/10/26334
http://prachatai.com/journal/2010/10/31646
(ตัวอย่างเชิงโครงสร้างการศึกษาคนเดือนตุลา ยกตัวอย่างเปรียบเทียบลุงนวมทอง และน่าสนใจวิธีการเรื่องการศึกษาคนเดือนพฤษภา35 อีกด้วย)
**วันสำคัญทางการเมืองไทยในอดีต

วันสำคัญทางการเมืองไทยในอดีต(*) โดยผมเปรียบเทียบเกี่ยวกับปฏิวัติ2475 กับการปฏิวัติฝรั่งเศส มิได้เกิดขึ้น(not made) หรือถ…

Posted by อรรคพล สาตุ้ม on Wednesday, March 2, 2016

***ข้อมูลที่ผมเคยเขียนไปแล้ว…การสะสมความทรงจำ(accumulating memory)และ6ตุลา

…การสะสมความทรงจำ(accumulating memory) จนเกิดเป็นรูปเป็นร่างถึงจะมีขึ้นมาได้ มีการเชื่อมโยงปะติดปะต่ออย่างยุ่งเหยิงและเก…

Posted by อรรคพล สาตุ้ม on Thursday, September 29, 2016


พล็อตหนังสั้นปัญญาชนอิมเมจิ้น

ข้อมูลดูเพิ่มเติมอย่างอ.กนกรัตน์ ทำวิทยานิพนธ์The Rise of the Octobrists: Power and Conflict among Former Left Wing Student Activists in Contemporary Thai Politics
คือ การอธิบายปี1970 มรดกฝ่ายซ้ายรุ่นก่อน ต่อมาตั้งแต่1990 กลุ่มคนเดือนตุลา ไปอยู่พรรคไทยรักไทย จนกระทั่งเกิดกลุ่มเสื้อแดง(วิเคราะห์ประวัติศาสตร์บุคคลนักกิจกรรม นักศึกษาปีกซ้ายเดือนตุลาในการเมืองไทยร่วมสมัย โดยบางคนหลังออกจากป่ามีอาชีพอะไร เช่น คนเดือนตุลานักเขียน ฯลฯ ผมเล่าโดยย่อดูเพิ่มเติมThesis อ้างงานอ.เบนด้วย)

****ไอเดียที่ผมหยิบยืมมาเปรียบเทียบจากคนตีความในหนังรักเรื่อง Begin Again


(ผมเขียนเปรียบเทียบกับหนังรักโดยอาจจะเป็นทั้งสองอย่างเหมือนไก่กับไข่ ที่อะไรเกิดก่อนกัน)
*****ภาพประกอบการ์ตูนต้านเผด็จการทหารยุคตุลา
เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร วิชาการเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆเลย
ขอบคุณที่ให้กำลังใจครับ จริงๆ ผมไม่ค่อยมีเวลาเขียนวิชาการอะไรมาก แม้อีกด้านอยากหาเวลาตัดต่อคลิปเกาหลีใต้ทำเป็นหนังสั้น ว่าแล้วโฆษณาแฝงทางอ้อมหนังสั้นเกี่ยวกับลุงนวมทอง

31.4
ผมอยากเขียนถึงหนัง2046(*) ซึ่งหนังถูกตีความหลายแบบ หลายมุมโฟกัส แต่ผมคิดมุมหนึ่งเรื่องเวลาของคู่รัก ใช้มุมไทยๆ พวกที่มีคู่น่ะ คือมีเจ้ากรรมนายเวรเขามาตาม นี่ไม่ได้พูดเองนะ ครูบาอาจารย์ท่านพูดกันมาหลายองค์แล้ว(**)
โดยผมคิดอีกมุมเปรียบเปรย…ถ้าหากผมสร้างยานเวลาที่อาจจะไม่ถึงเวลาแท้ที่เป็นนามธรรม แต่ผมก็น่าจะลองทำได้สักครั้งกับความใฝ่ฝันนักประดิษฐ์ อยากลองสร้างสูตร สมการ คณิตศาสตร์ ตัวเลขยกกำลังเพื่อจะมีไทม์แมชชีนแบบโนบิตะ ยานเวลาแบบบ่วงเวลา หรือรูปแบบรูหนอน อุโมงค์ก็ได้ ตามธรรมชาติของจิตใจ คนเราย่อมต้องการคิดคำนึงหวนหาอดีตโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ แต่ใจผมย้อนกลับไปพบเธอเสมอ แม้ไม่มีวัตถุ คือยานเวลาในตอนนี้ และที่รักของผมก็ยังยืนเท่ากับผม และในอนาคตคงไม่มีใครเป็นทาสรักยืนต่ำกว่าใคร ผมเชื่อว่าคนเราจะมายืนเท่าเทียมกันในโลกอนาคต…. อีกวิธีการหนึ่งผมนั่งหนังสือเก่าๆ เช่น อ่าน “หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว”…เมื่อถึงเวลานั้น ก็นึกถึงการหลับฝันถึงเธอ for long time I would go to bed early.(เรียบเรียงปรับปรุงจากThe Virgin Man)

*http://oxygen.readyplanet.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=414952&Ntype=9
(ภาพประกอบจากบทความ)
**https://www.facebook.com/aston27/photos/a.168273396545477.30273.168271843212299/1155141001192040/?type=3&theater
ภาพประกอบคติไตรภูมิเห็นไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า

31.5
วันนี้แวะมาติดต่อผู้คนผ่านเฟซฯ แต่ส่วนตัวงานหลากหลายเรื่องราวในแต่ละวันห่างหายไปจากเฟซฯ ราตรีสวัสดิ์ (ภาพประกอบจากการเดินทาง ณ ฮ่องกง)

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s