Rich dad and poor dad

1.
ตอนนี้ผมกำลังรวบรวมสมาธิหลายอย่างทำงาน หนึ่งเรื่องเขียนรวมเรื่องสั้น พลันความคิดหวนนึกถึงบทสนทนากับรุ่นพี่คนหนึ่ง เมื่อหลายวันก่อนเรื่องวรรณกรรม การวิจารณ์วรรณกรรมแนวเศรษฐศาสตร์ เช่น วิจารณ์เรื่องเศรษฐศาสตร์กลางทะเลลึก และแนวการอ่านอย่างเข้าใจเศรษฐศาสตร์ เพราะการอ่านหนังสือ มีประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์อะไรบ้าง และเราคุยกันถึงนักเขียนญี่ปุ่น คือ มูราคามิ
เริ่มเขียนนิยายเรื่องแรก Hear the Wind Sing ในปี 1979 เมื่อเขามีอายุได้ 29 ปี โดยได้รับแรงบันดาลใจอย่างฉับพลันและไม่คาดฝันมาจากการบรรยากาศในการนั่งชมการแข่งขันเบสบอลรายการหนึ่ง เขาใช้เวลาเขียนนวนิยายเรื่องนี้อยู่สองสามเดือน โดยใช้เวลาว่างหลังจากปิดร้านในการเขียน หลังจากเขียนเสร็จ เขาได้ส่งผลงานเรื่องนี้เข้าประกวดและได้รับรางวัลที่หนึ่ง ความสำเร็จตั้งแต่เรื่องแรกนี่เอง ที่เป็นแรงผลักดันให้เขาเขียนหนังสือเรื่อยมา โดยในปีถัดมา เขาได้ตีพิมพ์นิยายชื่อ Pinball, 1973 และตีพิมพ์ A Wild Sheep Chase ในปี 1982 ซึ่งทั้งหมดก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม นอกจากนี้ หนังสือทั้งสามเรื่องยังได้รวมตัวกันขึ้นเป็นไตรภาคที่มีชื่อว่า “Trilogy of the Rat” โดยมีตัวละครเชื่อมโยงทั้งสามเรื่องเข้าด้วยกัน http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AE%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B4_%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B4
Norwegian Wood เป็นนิยายที่ทำเป็นหนังแล้ว ผมได้ดูไม่ตลก เลย แฮะ ครับ
http://th.wikipedia.org/wiki/Norwegian_Wood
ทั้งนี้ ผมบังเอิญพบระหว่างเดินทางกลับจากกรุงเทพฯ คือ ผลงานเรื่องสั้นล่าสุดตีพิมพ์ภายใต้ชื่อ Blind, Willow, Sleeping Woman คือ หนังสือที่พ่อของลูก เป็นเด็กหญิงลูกครึ่งอ่านด้วย ครับ(ภาพประกอบ)^^
พี่ป.เข็กน้อย ผมไม่รู้เหมือนกันเรื่องความสามารถ และผมเคยอ่านหนังสือฮาวทูความสามารถการเขียนหลายเล่ม แต่มันไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่ว่าระบบนักเขียนต่างประเทศ หรือไทย ถ้าผมจำไม่ผิดมุราคามิแรกๆ ก็เคยทำร้านบาร์ไปด้วยเขียนหนังสือไปด้วย ก่อนจะเขียนหนังสืออย่างเดียว และผมคิดว่าส่วนประกอบของนักเขียน ในเรื่องความสามารถของมูราคามิ เชิงเศรษฐศาสตร์ขายความเดียวดาย เปลี่ยวเหงา เศร้าของรัก และมุราคามิ เป็นงานเขียนป็อบคนนิยมอย่างที่นักวิจารณ์กล่าวไว้
ส่วนมุราคามิ ก็เคยเข้ารอบรายชื่อโนเบล แต่ยังไม่ได้ ชีวิตมูราคามิสบายไม่เหมือนโฮเซ ซารมาโก นักเขียนโนเบล อุปสรรคชีวิตขรุขระ ครับ
http://www.tuaytoon.com/story.php?type=N&id=116
พี่ป.เข็กน้อย งานของมูราคามิ เมื่อก่อนผมชอบอ่านเรื่องเหงา เศร้า เซ็กซ์ แต่ตอนนี้ไม่ได้ตามอ่านแล้ว มุคามิ ไม่ได้โนเบลคิดว่าน่าจะเหมือนที่พี่ป.เข็กน้อย กล่าวไว้แหละครับ

2.
บทเริ่มต้นอันขรุขระของนักเขียนรางวัลโนเบล เมื่อปี ค.ศ. 1953 โฮเซ ซารามาโก (Jose Saramago) นักเขียนชาวโปรตุเกสส่งต้นฉบับ Claraboya นวนิยายเรื่องแรกของเขา ให้สำนักพิมพ์พิจารณา แล้วก็… หายต๋อมเข้ากลีบเมฆ เขาไม่เคยรับคำตอบใดๆจากสำนักพิมพ์ ไม่มีแม้กระทั่งจดหมายปฏิเสธ นักเขียนหนุ่มวัย ๓๑ หัวใจหุบเหี่ยวแห้งฝ่อที่ถูกเมิน ว่าแล้วก็ผันตัวสู่วงการนักข่าวหนังสือพิมพ์ดีกว่า ตลอด ๒๐ ปีต่อมาเขาเป็นผู้สื่อข่าว ทำข่าวสัพเพเหระ อะไรต่ออะไรก๊อกแก๊ก จนกระทั่งยุค70 ต้นๆนั่นแหละ หนังสือสองเล่มของเขา The World and the other และ The Traveler’s Baggage จึงออกมาแจ้งเกิดเปรี้ยงปร้าง
นักข่าวโนเนมกลายเป็นนักเขียนขายดีจนได้ ชื่อเสียงและเงินทองก็ไหลมาตามสมควร เขาได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ. 1998 จากผลงานชื่อ Blindness…และผมย้อนดูเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจงานเขียนจากเรื่องเล่าของนักเขียน ที่มีเรื่องความลับความหลังของเจน ออสตินพูดถึงชีวิตอันหดหู่ลำเค็ญแล้ว นักเขียนเล่าเรื่องหาคู่เพื่อดำรงสถานะ (และฐานะ) คนเขียนยอดนักสืบ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ กับ ด็อกเตอร์วัตสัน แรกเริ่มเดิมที อาร์เธอร์ โคแนน ดอยล์ เป็นแพทย์หนุ่มที่ไม่ประสบความสำเร็จนักคนหนึ่ง ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มเขียนหนังสือ จนรวมเล่มได้
http://www.tuaytoon.com/story.php?type=N&id=116
กรณี เศรษฐศาสตร์กลางทะเลลึก เดิมเรื่องสั้นเรื่องนี้ตั้งชื่อไว้ว่า ในทะเลมีเศรษฐศาสตร์ ผู้เขียนเขียนไว้แล้วไม่ได้ตีพิมพ์ กระทั่งปี 2492 เขา ได้พบคุณอิงอร นักเขียนดังยุคนั้นซึ่งได้อ่านและเสนอว่าน่านำไปตีพิมพ์ แต่ขอเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็นเศรษฐศาสตร์กลางทะเลลึก ตีพิมพ์ครั้งแรกใน ปี 2492 ซึ่งคงเป็นปีที่มีอะไรสำคัญเหมือนกันในทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อตีพิมพ์แล้วก็มีคนอ่านน้อยมาก พอถึงปี 2528 เป็นปีที่ในวงวรรณกรรมศึกษาไทยถือว่าครบรอบ 100 ปีเรื่องสั้นไทย สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยจึงมีการตั้งคณะกรรมการคัดเลือกนักเขียนเรื่องสั้นดีเด่น คุณอาจินต์ ก็เป็น 1 ใน 100 คนดีเด่น
http://prachatai.com/journal/2009/05/24351
*ผมนำข้อมูลยกตัวอย่าง เป็นแรงบันดาลใจจากหลายวันก่อนผมพูดคุยเรื่องงานวรรณกรรม จากพี่ป.เข็กน้อย ผมไม่รู้เหมือนกันเรื่องความสามารถ และผมเคยอ่านหนังสือฮาวทูการเขียนหลายเล่ม แต่มันไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่ว่าระบบนักเขียนต่างประเทศ หรือไทย ถ้าผมจำไม่ผิดมุราคามิแรกๆ ก็เคยทำร้านบาร์ไปด้วยเขียนหนังสือไปด้วย ก่อนจะเขียนหนังสืออย่างเดียว และผมคิดว่าส่วนประกอบของนักเขียน ในเรื่องความสามารถของมูราคามิ เชิงเศรษฐศาสตร์ขายความเดียวดาย เปลี่ยวเหงา เศร้าของรัก และมุราคามิ เป็นงานเขียนป็อบคนนิยมอย่างที่นักวิจารณ์กล่าวไว้
ส่วนมุราคามิ ก็เคยเข้ารอบรายชื่อโนเบล แต่ยังไม่ได้ ชีวิตมูราคามิสบายไม่เหมือนโฮเซ ซารมาโก นักเขียนโนเบล อุปสรรคชีวิตขรุขระ ครับ
อย่างไรก็ตาม ผมเคยกินอาหาร ร้านแห่งหนึ่งติดถนนกับรุ่นพี่ ที่กรุงเทพฯ เสียงประทัด ทำให้ตกใจกันว่าระเบิดปิงปอง หรือไม่ และวันนี้เป็นวันสำคัญ ในปฏิทิน คือ วันนักประดิษฐ์,วันเกษตรแห่งชาติ และวันเลือกตั้ง ส่วนตัวผมเสียภาษีทางอ้อม และกกต.ใช้งบเลือกตั้ง จึงออกหย่อนบัตร ตามสิทธิในฐานะคนเขียนเรื่องปัญหารัฐธรรมนูญ 2550: นิยายและความจริง ในภาพสะท้อนเราใกล้ชิดเส้นชัย ครับ(ภาพประกอบผมไปเลือกตั้ง)แล้วพบว่าบางคนพูดเชิงเศรษฐศาสตร์ไปที่คูหาเห็นเลขของลำดับที่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งบอกว่าน่าซื้อหวยออกเมื่อวาน ^^ แล้วกลับมาเจอแถวที่พักกำลังตัดต้นไม้เสียงดัง ต้องออกไปข้างนอกทำธุระต่อแล้วครับ

3.
จุดเริ่มต้นปีม้าแม่โทรมาบอกเลขหวยออกตรงกับทะเบียนรถที่บ้านด้วย แต่ไม่ได้ซื้อหวย(ฮา) และผมนึกถึงเรื่องที่ผมพูดคุยกับรุ่นพี่ อดีตนักข่าว ตอนนี้เป็นอาจารย์บรรยายเรื่องหุ้น คุยกันเรื่องหนังนักเขียนเรื่องlimitless ชี้ชะตา ยาเปลี่ยนสมองคน ซึ่งผมเคยเล่าไว้นักเขียนเปลี่ยนไปเล่นหุ้นแล้วรวย โดยผมแวะพูดคุยติดตามกองถ่ายรายการหุ้น-ทอง(รูปประกอบ) พี่คนนี้คนละคนกับคนที่นั่งกินอาหารตอนกลางคืน แล้วเจอเสียงปัง! แหม่ ผมนึกถึงเรื่องเล่าเคล้าเหล้ายา(และปลาปิ้ง)
งานจับฝุ่นอยู่ในลิ้นชักอีกชิ้นเป็นแนวบันทึกของน้ำพุก็ว่าได้ ฮันเตอร์ เอส. ทอมสัน (Hunter S. Thompson) นักเขียนที่ยังไม่ล่วงลับไปไหน เพียงแต่งานเพิ่งได้รับความสนใจเมื่อเวลาผ่านไปหลายขวบปี นักเขียนหนุ่มน้อยกลายเป็นหนุ่มเหลือน้อย แต่ยังรักษาต้นฉบับเก่าชื่อเก๋ของตัวเองไว้อย่างดี The Rum Diary เรื่องราวของหนุ่มนักข่าวภาคสนาม ผู้รายงานทุกอย่างยกเว้นข่าวที่ได้รับมอบหมายให้ทำ เขาพยายามเสนอผลงานสุดแนวเล่มเล็กๆนี้ในยุคหกสิบ ขณะที่อายุได้ ๒๒ ขวบ แต่ก็ถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธหลายครั้งหลายครา (งานอินดี้สำลักควันมากไปหน่อยมังเนาะ) มาวันนี้ผู้เขียนแก่กล้าหายมึนเมา แต่ยังเชื่อมั่นว่างานนี้มีจุดเสน่ห์ ทำการล้างลิ้นชักขัดเกลาต้นฉบับ แล้วขายออกจนได้
ด้านจูลส์ เวิร์น ช่วงปีที่’รมณ์บ่จอย นักเขียนจากฝรั่งเศสท่านนี้ได้รับขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งนิยายวิทยาศาสตร์อีกผู้หนึ่ง แต่เชื่อหรือไม่ว่างานเขียนยุคต้นๆของเขา โดนสำนักพิมพ์ปฏิเสธมาแล้วเหมือนกัน ในปี ค.ศ. 1863 เมื่อ จูลส์ เวิร์น (Jules Verne) อายุ ๓๕ เขาเขียน “ปารีส ศตวรรษยี่สิบ” หรือ Paris in the Twentieth Century สมมุติเหตุการณ์โลกอนาคตแห่งปี 1960 เรื่องล้ำยุคของจูลส์ เวิร์นชิ้นนี้ถูกวิจารณ์ว่าไม่สมจริงเลย แล้วต้นฉบับก็ลอยละล่องลงตระกร้ากรุงปารีสไปตามระเบียบ
ต้นฉบับที่เลือนหายไป…ทริช วิคเกอร์ (Trish Vickers) กวีสตรีแห่งเมืองดอร์เซ็ทวัย ๕๙ ประสบปัญหาทางสายตาจากโรคเบาหวาน จนนัยน์ตาบอดมืดลงไป แต่เธอมิได้เลิกล้มความพยายามจะเขียนหนังสือหรอก เธอเริ่มเขียนนิยายเรื่องใหม่ โดยใช้ปากกาผูกโยงกับสายอีลาสติก พล็อตเรื่องเข้มข้นเกี่ยวกับชีวิตอันผันเปลี่ยนของหญิงผู้หนึ่ง เมื่อเริ่มออกตัวลงมือเขียน เนื้อเรื่องก็ประทุประทัง ไหลพรืดไม่ติดขัด
http://www.tuaytoon.com/story.php?type=N&id=116
*ปล.ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวย 1 กุมภาพันธ์ 2557 :180149 406 492 888 976 95
ส่วนปัญหาการยิงกัน ตั้งแต่วันที่26 มกรา ผมมากรุงเทพฯ ไม่ได้ไปจุดที่ยิงกัน ส่วนเรื่องที่หลักสี่ สองวันก่อน ตอนกลางวัน ทำให้ผมคิดกังวลไม่อยากให้เลื่อนอบรมหนังสั้น ที่กรุงเทพฯ แล้วผมจะไปตื่นเต้น แถวหลักสี่ได้อีก ครับ

4.
ผมกำหนดการอบรมหนังสั้นต้องไปทางถนนแจ้งวัฒนะในเขตกรุงเทพมหานคร เริ่มจากอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ณ วงเวียนหลักสี่ ในพื้นที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน ผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ข้ามคลองถนน เข้าสู่พื้นที่แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ ตัดกับถนนวิภาวดีรังสิต (สี่แยกหลักสี่) ในพื้นที่แขวงทุ่งสองห้อง ผ่านศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ทางแยกเมืองทอง 1 สุดที่คลองประปา ต่อกับปลายถนนแจ้งวัฒนะที่มาจากปากเกร็ด
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88
ถนนแจ้งวัฒนะ (อังกฤษ: Thanon Chaeng Watthana) ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่นายชลอ แจ้งวัฒนะ อดีตนายช่างกำกับแขวงการทางกรุงเทพที่ 2 กรมทางหลวง ซึ่งเป็นนายช่างที่ควบคุมการก่อสร้างถนนสายนี้ ต่อมาได้รับการตั้งชื่อดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2493
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82_304
ปล.ผมฟังเล่าลือว่าเลขหวยออก95 หมายถึงร.9กับร.5 ส่วนม็อบกปปส.ยุบเวทีไปสองแห่ง ทำให้ผมนึกถึงภาพหนังสือเกี่ยวกับเรื่องชาตินิยม ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ และผมอาจจะได้เจอหลวงปู่พุทธอิสระ ทำให้นึกถึงเรื่องกฎแห่งกรรม นำพาประเทศไทย ไปทางไหน? หรือเหมือนกับเรื่องสั้น-นิยายตอนจบเราไม่รู้ว่า เรื่องไม่ได้บอกไว้ชัดเจน ในแง่ศิลปะการประพันธ์เรื่องสั้นเป็นแบบปลายเปิดให้เราตีความเอาเองว่า ท้ายสุดจบอย่างไร? ครับ
ภาพประกอบปกหนังสือNational Identity and Its Defenders: Thailand Today กับCultural Crisis and Social Memory: Modernity and Identity in Thailand and Laos และประตูวัดหาดไคร้ริมแม่น้ำโขงตรงข้ามเป็นฝั่งลาว
————-

5.
ผมนึกถึงต้องเขียนจดหมายถามนักเศรษฐศาสตร์ คล้ายเรื่องจดหมายถึงนักสืบเศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมเชื่อว่ามนุษย์ไม่มีเหตุผล และไม่รู้ว่าตนต้องการอะไร ขณะที่เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่า มนุษย์เป็นสัตว์เศรษฐกิจ มีเหตุผลและคิดบนพื้นฐานอรรถประโยชน์ และหนังสือเรื่องจดหมายฯ แบ่งเนื้อหาออกเป็นหมวดหมู่ คือ ความรักและการเลือกคู่,การงาน,ชีวิต,ครอบครัว และการมองความจริง ตามอรรถประโยชน์ ทั้งเรื่องความสุขจากครอบครัว สุขภาพ และการทำงาน
หากประเมินเป็นมูลค่าก็มาก ซึ่งต้นทุนที่มองไม่เห็นนี่เอง ที่เขาแนะให้คิดคำนวณ เมื่อต้องการตัดสินใจอะไรสักอย่างบนพื้นฐานเหตุผล ส่วนการตัดสินใจย่อมมีปัจจัยของเงื่อนไขแวดล้อมและเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมองได้หลายมุมและให้ผลที่ต่างกัน นี่เป็นเรื่อง Real option theory นั่นก็คือ ส่วนหนึ่งของหนังสือ สรรพสิ่งล้วนเศรษฐศาสตร์ ครับ
(Tim Harford-Dear Undercover Economist : Priceless Advice on Money, Work, Sex)
ถ้าสนใจลองเปรียบเทียบการเล่นหวยทางเศรษฐศาสตร์ ดูกับเรื่องAll is fair in love, war and poker By Tim Harford Presenter, Trust me I’m an economist, BBC Two(ผู้เขียนจดหมายถึงนักสืบเศรษฐศาสตร์ -Tim Harford) โดยเนื้อหาอ้างอิงถึงทฤษฎีเกมส์ และเศรษฐกิจ โดยเชื่อมโยงการดีไซน์สัญลักษณ์ของแหวนกับความรัก ที่แสดงถึงความผูกพันตกลงร่วมกันอย่างเข้มแข็งร่วมเป็นร่วมตาย รวมทั้งเรื่องอื่นๆด้วย ครับ
อย่างไรก็ดี ผมค้นหาผลงานเก่าเก็บของงานเขียนตัวเองแล้ว ญาติมิตรอาจเปิดกรุไปเจองานที่เขียนไม่จบ(แต่ขลัง) หรือเขียนจบแต่ถูกสำนักพิมพ์ปฎิเสธ อาจจะมีราคาได้ในอนาคตได้ แหม่ นักเขียนนักอ่านยุคใหม่ผู้มีไฟทั้งหลาย ขอเป็นกำลังใจให้ท่าน อย่าลืมแบ๊คอัพไฟล์ไว้ด้วยละกัน วันดีคืนร้ายคอมเจ๊งกู้ไฟล์ไม่ได้ เป็นคำเตือน!!!
ปล.ผมนึกถึงหนังสือเรื่องImage Music TextของRoland Barthes โดยหลายวันก่อนบังเอิญเจออ.เทพศิริ เล่าว่าไปช่วยมวลชนวาดรูปโชว์ ที่กรุงเทพฯ ณ เวทีแถวสะพานฯ เห็นบอกว่าขายภาพวาดได้ราคาเป็นล้านบาท ผมเลยแลกเปลี่ยนคุยเรื่องศิลปะกับงานเขียนคอลัมภ์ผมในเนชั่น สุดสัปดาห์ ครับ^^

6.
The Logic of Life หรือชื่อภาษาไทยว่า เศรษฐศาสตร์แห่งชีวิต เป็น “ตอนต่อ” ของ The Undercover Economist (ฉบับแปลไทยชื่อ “นักสืบเศรษฐศาสตร์”)… (จากบทนำของหนังสือ)…ในขณะที่ The Undercover Economist หนังสือเล่มแรกของฮาร์ฟอร์ด (ซึ่งสำนักพิมพ์มติชนได้ตีพิมพ์ภายใต้ชื่อ นักสืบเศรษฐศาสตร์) แนะนำหลักการเศรษฐศาสตร์ทั้งระดับมหภาค (คือระดับชาติ) และจุลภาค (คือระดับบริษัทและผู้บริโภค) ต่อสาธารณชนด้วยภาษาที่สละสลวย และตัวอย่างที่เข้าใจง่าย หนังสือตอนต่อคือ The Logic of Life ชุดเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ไปวิเคราะห์เจาะลึกชีวิตประจำวันของมนุษย์ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพฤติกรรมที่เราอาจมองว่าไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิงหรือเป็นผลลัพธ์ของอารมณ์ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวนั้น แท้จริงแล้วอาจเป็นผลพวงของการตัดสินใจอย่าง “มีเหตุมีผล” (rational) ที่เราอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอยู่ ความสำเร็จของฮาร์ฟอร์ดในการชี้ให้เห็น ‘ตรรกะของชีวิต’ ที่ซ่อนอยู่รอบตัวเรา โดยเฉพาะในปริมณฑลที่เราอาจไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องของความมีเหตุมีผล เช่น ชีวิตคู่ แหล่งเสื่อมโทรมในเมือง ถิ่นที่ดูจะสะท้อนทัศนคติที่เหยียดผิว ชีวิตในออฟฟิศ การไปออกเสียงเลือกตั้ง ฯลฯ เป็นผลจากชั้นเชิงทางภาษาและความสามารถระดับหาตัวจับยากในการสังเคราะห์งานวิจัยจำนวนมาก
โดยเฉพาะในสาขาที่กำลังขยับขยายพรมแดนความรู้ทางเศรษฐศาสตร์อย่างน่าตื่นเต้นแต่คนทั่วไปอาจจะยังไม่รู้จัก อาทิเช่น ทฤษฎีเกม และเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (behavioral economics) ผู้แปลเชื่อว่าแนวคิด ทฤษฏี และผลการวิจัยและการค้นพบต่างๆ ที่ฮาร์ฟอร์ดถ่ายทอดอย่างสนุกสนานใน The Logic of Life ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ลบล้างภาพพจน์ที่ว่าเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ ‘น่าเบื่อ’ และ ‘เข้าใจยาก’ ที่ยอดเยี่ยมเล่มหนึ่ง และน่าจะกระตุ้นให้เด็กหันมาสนใจศึกษาเศรษฐศาสตร์และวาดฝันอยากเป็นนักเศรษฐศาสตร์อาชีพกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ฮาร์ฟอร์ดดูจะให้น้ำหนักกับการถ่ายทอดเศรษฐศาสตร์ให้เป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย มากเสียจนละเลยหรือลดทอนปัจจัยสำคัญหลายประการที่อยู่นอกชุดคำอธิบายที่เขาใช้ในแต่ละประเด็น ในทางที่อาจทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่าความมีเหตุมีผลเป็นปัจจัยหลักเพียงหนึ่งเดียวที่ส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ หรือไพล่ไปคิดว่านักเศรษฐศาสตร์เป็นพหูสูตผู้อธิบายได้ทุกเรื่อง
ยกตัวอย่างเช่น …เหตุใดคนจำนวนมากในหลายเมืองหลายประเทศทั่วโลกจึงยังไปออกเสียงเลือกตั้งกันอย่างกระตือรือร้น ทั้งๆ ที่เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วในตรรกะที่ฮาร์ฟอร์ดพยายามยืนยัน นั่นคือ เสียงของเราแต่ละคนนั้น ‘ตัดสิน’ การเลือกตั้งไม่ได้ บางที คุณค่าที่อาจดูไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิงเมื่อมองจากแว่นของความมีเหตุมีผล (ซึ่งก็ตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่ามนุษย์คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก) อย่าง “ประโยชน์สาธารณะ” หรือ “หน้าที่ของพลเมือง” อาจมีความสำคัญมากกว่าที่ฮาร์ฟอร์ดพยายามหว่านล้อมให้เราเชื่อก็ได้ น่าเสียดายที่เขาไม่ให้น้ำหนักกับปัจจัย ‘ไร้เหตุผล’ เหล่านี้เท่าที่ควร เพราะโลกจริงมีปัจจัยที่สลับซับซ้อนมากกว่าการแข่งขันโป๊กเกอร์หลายเท่า นอกจากฮาร์ฟอร์ดจะทำให้นักเศรษฐศาสตร์และแนวคิดเรื่องความมีเหตุมีผลใน The Logic of Life “ดูดี” กว่าในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว ความที่เขาพยายามชี้ให้เห็นข้อจำกัดของการทดลองหลายกรณีในเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม มากกว่าจะชี้แง่ดีหรือประโยชน์ของการทดลองดังกล่าว
http://www.omnivoracious.com/HarfordandAriely.html
ปล.ผมอ้างอิงแล้วจากที่เอามาจากที่อื่น ซึ่งผมมีผลงานวาดภาพประกอบรูปสุนัขเป็นงานภาพประกอบหนังสือ ของพวกผม ครับ

7.
The Logic of Life คือ การใช้ “ความมีเหตุมีผล” แบบนักเศรษฐศาสตร์นั้นมีประโยชน์ในการค้นหาเหตุผลว่าเหตุใดคนจึงทำสิ่งต่างๆ ก็จริง แต่มันห่างไกลจากการเป็นเลนส์เพียง “หนึ่งเดียว” ที่อธิบายโลกแห่งความจริง งานวิจัยจำนวนมาก โดยเฉพาะในสาขาจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์สมอง ได้พิสูจน์จนสิ้นสงสัยแล้วว่าสมองส่วน limbic ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอารมณ์ความรู้สึกนั้น มักจะทำงานหนักกว่าสมองส่วน cerebral cortex ซึ่งเป็นต้นตอของการใช้เหตุผล
ดังนั้น ในขณะที่ฮาร์ฟอร์ดยืนยันกับเราว่า “…พฤติกรรมที่มีเหตุมีผล ของคนแต่ละคน อาจส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ไร้เหตุผลต่อสังคม” (บทที่ 5) นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมอย่างแดน อาริลลี ก็คงอยากเสริมว่า “พฤติกรรมที่ไร้เหตุผล” (irrational) ของคนแต่ละคนนั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน และดังนั้นจึงเป็นหัวข้อที่นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมกำลังศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ
http://www.fringer.org/?p=417
ความแตกต่างของนักเศรษฐศาสตร์ในด้านพฤติกรรมชั้นแนวหน้าหลายคน โดยเฉพาะแดน อารีลลี ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Predictably Irrational (ความไร้เหตุผลที่เดาได้)http://www.omnivoracious.com/HarfordandAriely.html เป็น เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมเชื่อว่ามนุษย์ไม่มีเหตุผล ตรงกันข้ามกับเรื่องจดหมายถึงนักสืบเศรษฐศาสตร์ คือ
ดิฉันมีคำขอร้องง่ายๆ ดิฉันแค่อยากมีความสุข คุณช่วยให้คำแนะนำได้ไหมคะ?
มิสเจสสิก้า แกรงเจอร์ จากเคอร์คบี้ สตีเฟน
คุณแกรงเจอร์ที่รัก
ไม่ใช่เรื่องน่าอายถ้าคุณอยากจะมีความสุข คุณขอคำแนะนำมาถูกคนแล้วครับ นักเศรษฐศาสตร์กำลังศึกษาประเด็นนี้กันอย่างขมักเขม้น
คนหนึ่งที่ศึกษาเรื่องนี้เป็นเจ้าของ รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ชื่อ แดนนี่ คาห์เนแมน (Danny Kahneman) เขา ขอให้กลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นพนักงานหญิงกลุ่มใหญ่เล่าให้ฟังว่าทำกิจกรรมอะไร บ้างและพวกเธอรู้สึกอย่างไรตลอดทั้งวันก่อนวันที่ทำการสำรวจ ถ้าใช้ประสบการณ์ของพวกเธอเป็นแนวทาง ทางเลือกที่ง่ายและดีที่สุด…. การออกกำลังกาย อาหารอร่อย การสวดมนต์และการสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ทำให้คนเรามีความสุขทั้งนั้น การขึ้นรถไปทำงานทุกวัน ทำให้คนเป็นทุกข์ การอยู่กับคนอื่น ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใครช่วยให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ยกเว้นแต่ว่าคนๆนั้นเป็นเจ้านายของคุณ
ถ้าหากคุณมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเจ้านาย ขอโทษทีครับผลการสำรวจของศาสตราจารย์คาห์เนแมนไม่ได้ให้คำแนะนำเอาไว้ แต่บางทีคุณอาจต้องมองไปไกลๆ แล้วคิดดูว่าคุณต้องการอะไรในชีวิต เมื่อไม่นานนี้ ศาสตราจารย์ริชาร์ด เลยาร์ด (Richard Layard) จากลอนดอนสกูลออฟอีโคโนมิกส์เพิ่งศึกษา เรื่องนี้ สิ่ง ที่อาจารย์เลยาร์ดค้นพบดูแวบแรกเหมือนเป็นเรื่องพื้นๆ เช่น เงินซื้อความสุขได้ระดับหนึ่ง การหย่าร้างและการไม่มีงานทำเป็นสาเหตุทำให้คุณเศร้า ขอยกตัวอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่าทางเลือกในชีวิตมีผลกระทบขนาดไหน คนที่ตกงานและมีรายได้ลดลงหนึ่งในสามจะรู้สึกห่อเหี่ยว ท้อแท้ยิ่งกว่าคนที่ สูญเสียรายได้อย่างเดียวถึงสี่เท่าตัว คนที่ต้องเผชิญกับการหย่าร้างจะเกิดอาการ ‘จิตตก’ รุนแรงไม่แพ้กัน ส่วนคู่ที่แยกกันอยู่แต่ยังไม่ได้หย่าขาดจะทุกข์ใจหนักขึ้นไปอีก
คำแนะนำที่ชัดเจนคือ หนึ่ง อย่าตัดสินใจเลือกอาชีพที่บั่นทอนชีวิตคู่ สอง งานที่มั่นคงแต่มีรายได้ปานกลางทำให้คุณมีความสุขมากกว่างานที่ไม่มั่นคงแต่ มีรายได้สูง สุดท้าย อย่าคาดหวังอะไรให้มากนัก คนที่เพื่อนมีรายได้สูง ผู้หญิงที่น้องสาวหรือพี่สาวแต่งงานกับหนุ่มฐานะดี และคนที่มีการศึกษาสูงแต่รายได้ต่ำล้วนมีความทุกข์ทั้งนั้น นี่อาจเป็นคำอธิบายว่าทำไมนักข่าวหลายๆ คนถึงมีท่าทางกระฟัดกระเฟียดอารมณ์บูดอยู่เป็นประจำ
นักสืบเศรษฐศาสตร์ ผู้เบิกบานของคุณ
(จดหมายถึงนักสืบเศรษฐศาสตร์ ทิม ฮาร์ฟอร์ด : เขียน อรนุช อนุศักดิ์เสถียร : แปล)
http://www.kidtalentz.com/?p=842
ปล.”ข่าว” ป.ป.ช.เปิดขุมทรัพย์แกนนำกปปส.′สุเทพ′รวยที่แต่หนี้ท่วม′ณัฐพล …
http://www.easybranches.co.th/thai-news/1599969.html‎
ข่าว’สุเทพ’ นัดเดินสีลมจัด ‘ขบวนโรบินฮู้ด’ ระดมเงินช่วยชาวนาตามหนี้จำนำข้าว และข่าวยิงกันแถวถนนแจ้งวัฒนะ เอ๊ะผมจะได้ไปกรุงเทพฯ ไหมเนี่ย ครับ
*ภาพประกอบMind Map เกี่ยวกับศิลปินวาดภาพ ลีโอนาโด ดาวินซี ที่มีความรู้หลายศาสตร์ ทั้งวิทยาศาสตร์ ศิลปะ ฯลฯ ครับ

8.
เมื่อวานผมแวะไปเฝ้าดูแล อ.ไชยันต์ รัชชกูล คุยกันอย่างอารมณ์ดีครับ ^^
*ภาพประกอบจากเว็บโรงพยาบาลมหาราช(สวนดอก)เชียงใหม่
ใช่ พี่Jang อาจารย์อาการดีขึ้นแล้ว ขยับตัวได้บ้างจาก Acute Stroke Unit ครับ
http://phyathaistrokecenter.com/info_view.php?inf_id=411

9.
เรื่องเล่าจากพ่อ เดินออกบ้านสู่สถานีรถไฟพิจิตรมาถึงเชียงใหม่ ในวันที่8 กุมภาเหตุการณ์คาดไม่ถึงรถของผม กำลังจะไปรับพ่อ ที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ เผลอขยับเกียร์ผิดรถชนท้าย รถกะบะของคนขับ ดีที่ไม่เป็นไรมาก รถผมป้ายทะเบียนบุบนิดหน่อย ส่วนกันชนรถกะบะไม่เป็นไรเลย ต่างคนแยกทางกันไป ครับ
เมื่อผมจังหวะต่อมารุ่นน้องโทรมาหาหลังจากผมเคลียร์เรื่องรถ…จบ และแล้วเตรียมออกเดินทางไปแม่ริม เชียงดาว ถึงฝาง กับพ่อ ครับ
ผมกำลังจินตนาการว่าเฟซบุ๊ค จะสร้างภาพยนตร์จำลองในเฟซฯของผมแบบใด และผมยังไม่ได้ตัดต่อทำหนังสั้นจากเหตุการณ์ในกรุงเทพฯ 26 มกรา เลย ครับ
https://www.facebook.com/lookback/
แหม่ ลองเล่น ก่อนออกเดินทาง ครับ ภาพยนตร์ Facebook ของฉัน ค้นหาภาพยนตร์ของคุณได้ที่ https://facebook.com/lookback/ #FacebookIs10

10.
จุดหมายปลายทางฝาง ไม่ขวางกั้นเรา โดยการเดินทางหลายเรื่องราว ให้นึกถึงหลายวันก่อนผมได้โอกาสแลกเปลี่ยนฟังงานนำเสนอของนศ.จากฝึกงานสะท้อนประสบการณ์ออกมาอย่างน่าสนใจเรื่องผิดเป็นครู และบทเรียนจากงาน ซึ่งผมร่วมตั้งข้อสังเกตพูดคุยยินดีกับนศ.จะเรียนจบ โดยบางส่วนพูดคุยเรื่องชีวิต การงานประยุกต์แนวคิดจากเรื่องเศรษฐศาสตร์ คือ จดหมายถึงนักสืบเศรษฐศาสตร์ Dear Undercover Economist: Priceless Advice on Money, Work,Kids, and Life’s Other Challenges http://www.amazon.co.uk/Dear-Undercover-Economist-Priceless-Challenges/dp/0812980107
ปล.ก่อนที่ผมจะทำธุระต่อ ซึ่งผมไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก และภาพประกอบผมกับเพื่อนพ่อ ในฐานะผมพบพ่อบุญธรรมของผมที่ฝาง ในเรื่องเล่าจากพ่อ ครับ

11.
ประวัติศาสตร์เดิมอำเภอฝางเป็นที่ตั้งของเมืองฝาง ซึ่งเป็นเมืองหลวงในอดีต มีอายุนับพันปีในตำนานโยนกกล่าวไว้ว่า เมืองฝาง ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 1184 โดยเจ้าลวจังกราช เป็นหัวเมืองทางตอนเหนือของอาณาจักรล้านนา พญามังรายหรือพ่อขุนเม็งรายมหาราชทรงเคยเสด็จมาปกครองเมืองฝางและประทับอยู่ที่เมืองนี้(ก่อนหน้านั้นเมืองฝางอาจจะเป็นเมืองร้างหรือถูกพญามังรายเข้ายึดจากเจ้าเมืององค์ก่อนหรือไม่ยังไม่ทราบแน่ชัด) พระองค์ทรงเตรียมกำลังพลก่อนที่จะยกทัพไปตีเมืองหริภุญชัย สร้างเวียงกุมกาม และสร้างเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 1839 เรียกสั้นๆ ว่า นครเชียงใหม่ต่อไป
ดังนั้น เมืองฝางจึงเป็นเมืองโบราณที่มีอายุนับพันปี ปัจจุบันยังปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์คือ กำแพงเมืองและคูเมือง แบบเดียวกับในเมืองเชียงใหม่
อำเภอฝางเคยเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงราย แต่ถูกโอนมาสังกัดจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2468 ด้วยเหตุผลเรื่องการคมนาคมและการติดต่อราชการ อำเภอฝางได้มีการสร้างที่ว่าการอำเภอฝางขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2488 ต่อมาได้มีการแยกกิ่งอำเภอออกคือ กิ่งอำเภอแม่อายในปีพ.ศ. 2510 ก่อนที่ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอแม่อายในปีพ.ศ. 2516 ต่อมาได้แยกกิ่งอำเภออีกคือกิ่งอำเภอไชยปราการในปีพ.ศ. 2531 และได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอไชยปราการในปีพ.ศ. 2537
อำเภอฝาง (คำเมือง: Lanna-Fang.png) เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง ประชากรมีทั้งชาวไทยพื้นราบและชาวไทยภูเขา อำเภอฝางเป็นอำเภอศูนย์กลางความเจริญในเขตเชียงใหม่ตอนบน มีอำเภอบริวารคือ อำเภอแม่อายและอำเภอไชยปราการ มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของจังหวัดเชียงใหม่ รองจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ มีทั้งประชากรจริงและประชากรแฝง อีกทั้งยังสามารถเดินทางไปจังหวัดเชียงรายได้อย่างสะดวกหลายช่องทาง ทำให้อำเภอฝางจะได้รับความเจริญจากจังหวัดเชียงรายจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนจีนตอนใต้-อินโดจีนในอนาคต
ในปี พ.ศ. 2552 อำเภอฝางได้รับการเสนอเพื่อพิจารณาจัดตั้งเป็นศูนย์กลางของจังหวัดฝางโดยการรวมเอาอำเภอใกล้เคียงเข้าด้วยกันตอนนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างรอพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร
เมืองพระเจ้าฝาง ดอยอ่างขางสูงซ้อน
น้ำพุร้อน-เย็นลือเลื่อง เมืองเกษตรกรรม
แหล่งวัฒนธรรมล้านนา ล้ำเลอค่าน้ำมันดิบ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%87
ปล.ภาพประกอบฝาง ที่มีเหลือระหว่างทางกับเพื่อนรุ่นพี่ ไปด้วยกัน ซึ่งแวะดูที่ดิน แหล่งน้ำมันดิบ และเพื่อนพ่อ ในฐานะพ่อบุญธรรม อายุน้อยกว่าพ่อ ทำงานทางหลวงชนบท และพ่อพาไปพบเพื่อนอายุน้อยกว่าอีก ที่เมื่อวาน เพิ่งเกษียณ จากงานด้านชลประทาน โดยพูดคุยกับพ่อมาเรื่องธุรกิจ ที่แม่ริมด้วยครับ
ปิดท้าย ผมขอตัวไปกินข้าวก่อน ครับ^^
ผมคิดถึงพี่Kulacheep ครับ ใช่ พี่ชลธี เมืองถูกบดบังด้วยประวัติศาสตร์แบบที่พี่ชลธี กล่าวไว้ และเกร็ดเรื่องพระเจ้าฝางอุดมสิน พระนามเดินชื่อ “พระยาเชียงแสน” เป็นพระราชบุตรของพระเจ้าเมืองเชียงแสน ได้มาปกครองเมืองฝาง ในปี พ.ศ. 2172 ศักราชได้ 99 ตั๋ว เดือนแปดแรม 13 ค่ำ พระเจ้าฝางพร้อมด้วยพระชายาซึ่งมีพระนามว่า “พระนางสามผิว” ซึ่งเป็นบุตรีของเจ้าเมืองล้านช้าง (เวียงจันทร์)ซึ่งมีพระศิริโฉมงดงามเป็นที่เลื่องลือไปทั่วสารทิศว่าพระองค์มีผิวพระวรกายถึงสามผิว ในแต่ละวันคือตอนเช้าจะมีผิวขาวดังปุยฝ้าย ในตอนบ่ายจะมีสีแดงดังลูกตำลึงสุก และในตอนเย็นผิวพระวรกายของพระนางจะเป็นสีชมพูดุจดอกปุณฑริก(ดอกบัวขาบ)…..
พระเจ้าฝาง พระนางสามผิว ทั้งสองพระองค์ทรงคิดว่าสาเหตุของการเกิดศึกในครั้งนี้ ต้นเหตุนั้นเกิดจากพระองค์ทั้งสองแท้ๆที่คิดจะกอบกู้อิสรภาพ ทำให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนและการกระทำครั้งนี้ก็ไม่สำเร็จ ทั้งสองพระองค์จึงตัดสินพระทัยสละพระชนม์ชีพเพื่อปกป้องผู้คนเมืองฝาง…
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%87

12.
ตอนที่แวะร้านอาหาร ที่ฝาง เป็นร้านคาราโอเกะ ซึ่งเราพูดคุยกันนาน ในเรื่องเส้นทางด้วย กรณีการคมนาคมของอำเภอฝางทางบก มีทางหลวงแผ่นดินที่สำคัญ คือ ทางหลวงหมายเลข 1089 ระยะทางจากฝางถึงแม่อาย ประมาณ 13 กิโลเมตรผมเสียดายไม่ได้แวะไปแม่อาย เวลาไปถึงฝาง เกือบเย็นแล้ว ซึ่งผมเคยเดินทางไปท่าตอนของแม่อายมาแล้ว ก็ต้องกลับไปถ่ายหนังสั้นอีกเร็วๆ นี้ ครับ
เรื่องย่ออำเภอแม่อาย(คำเมือง: Lanna-Mae Ai.png) เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ เดิมเป็นกิ่งอำเภอขึ้นกับอำเภอฝางอำเภอแม่อายตั้งอยู่ในบริเวณเมืองโบราณที่ชื่อ เวียงมะลิกา ตำนานเวียงมะลิกา เขียนว่า เจ้าแม่มะลิกา เป็นราชบุตรี ในพระเจ้าฝางและพระนางสามผิว
พระนางสามผิว มีพระพุทธปฏิมาแก่นจันทร์เป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ ทรงสักการะบูชาทุกค่ำเช้า วันหนึ่งมี่ขุ่นเคืองพระทัยด้วยเรื่อง พระสนมเอกของพระเจ้าฝาง เมื่อถึงเวลาถวายเทียนสักการะบูชาพระพุทธปฏิมาแต่พระองค์ยังมิอาจดับพระทัยที่ขุ่นเคืองได้ ขณะที่จุดเทียนถวายสักการะ บูชาพระพุทธปฏิมาแก่นจันทร์ และทรงละเลยไว้ด้วยความประมาท เทียนที่จุดไว้ล้มลงเผาไหมพระโอษฐ์พระพุทธปฏิมา รุ่งขึ้นเวลาเช้าเมื่อพระนางเจ้า เสด็จออกจากที่บรรทมทรงทราบว่าเทียนล้มลงเผาไหม้พระโอษฐ์พระพุทธปฏิมาแก่นจันทร์ก็ทรงสำนึกความบาปที่กระทำด้วยความประมาท ครั้นกาลต่อมา พระครรภ์ครบกำหนดทศมาส ประสูติพระราชธิดาผู้ทรงโฉมศิริโสภาคพระฉวีวรรณผุดผ่องแม้นเหมือนพระมารดา แต่ก็มีตำหนิที่ควรสมเพชที่พระธิดา มีริมพระโอษฐ์ล่างแหว่งไป
กาลต่อมามีราชบุตรของเจ้าผู้ครองเวียงภูก่ำ (แคว้นไตใหญ่) ได้สดับข่าวเกี่ยวกับพระเจ้าแม่มะลิกา แรงแห่งบุพเพสันนิวาสเกิดขึ้นในราชบุตร พระราชบุตรได้ทรงอ้อนวอนพระเจ้าภูก่ำ ขอเสด็จไปเวียงมะลิกาเยี่ยงสามัญชนคนค้าขาย ข่าวการเสด็จฯของพระราชบุตรทราบถึงเจ้าแม่มะลิกา พระองค์ก็เกิดอางขนางในวันที่พระราช บุตรกำหนดเข้าเฝ้าถวาย อัญมณีแม่เจ้าก็เสด็จหลีกลี้ไปสรงสนานน้ำห้วยและแต่งให้พระพี่เลี้ยงนางเหลี่ยวอยู่เวียงมะลิการับเสด็จพระราชบุตร เมื่อพระราช บุตรในรูปของพ่อค้านายวาณิชเข้าเฝ้า พระพี่เลี้ยงก็กล่าวว่าแม่เจ้าไม่ทรงปรารถนาพบเห็นชายใด ๆ และไม่ต้องประสงค์ในการได้ยินเรื่องเช่นนี้ พ่อค้า จำแลงก็ลากลับเวียงภูก่ำด้วยความโทมนัส ขณะที่พระนางมะลิกาสรงสนานอยู่ น้ำในลำห้วยก็กลายเป็นสีเลือดด้วยละอายพระทัยคนทั้งหลาย จึงเรียกน้ำห้วย นั้นว่า “แม่อาย” จึงได้ชื่อตำบลนี้ว่า “แม่อาย”
http://www.maeai.com/?option=com_history&pg=history
เหนือสุดเวียงเชียงใหม่ ยิ่งใหญ่ดอยฟ้าห่มปก แม่น้ำกกแหล่งชีวิต ศักดิ์สิทธิ์พระธาตุสบฝาง เมืองพระนางมะลิกา เด่นสง่าวัดท่าตอน ลือขจรผลไม้ไทย มากมายหลายเผ่า
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2
*ภาพประกอบหนังสือ รูปภาพเก่าๆ ในเรื่องเพลงสร้างชาติ และร้านหนังสือเชียงดาว เนื่องจากผมไม่รู้ว่าวันอาทิตย์ร้านปิด กะจะไปป๊ะอ้ายภู เชียงดาว ครับ^^โดยวันนี้ผมมาลำพูน และตอนเย็นนี้เตรียมตัวเดินทางไปกรุงเทพฯ ครับ

13
ผมวางแผนถ่ายทำหนังสั้นชื่อน้ำตาแม่อาย พอดีผมเพิ่งตั้งชื่อ เนื่องจากรุ่นพี่คนเขียนบท และผมคิดว่าตั้งชื่อไม่ควรคิดมาก แต่หลายวันก่อนผมต้องตั้งชื่อฉับพลันนึกจากทรีทเม้นท์หนัง กรณีทีมงานศาลปกครอง ตั้งคำถามชื่อหนังไว้เวลาประกาศรับทุน ซึ่งผมบอกว่าแรงบันดาลใจมาจากชื่อแม่อายสะอื้นด้วย
แม่อายสะอื้น เป็นบทประพันธ์ของอนัญจนา นำแสดงโดย 1. วรนุช วงษ์สวรรค์ รับบทเป็น ดาวนิล เรื่องย่อ ดาวนิล สาวสวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย มีความสามารถด้านการฟ้อนดาบเพราะ คำปัน พ่อของดาวนิลเป็นพ่อครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลสามารถฟ้อนดาบได้เป็นที่ เลื่องลือ ในขณะที่ช่อเอื้อง น้องสาวตีกลองสะบัดชัยได้เก่งไม่แพ้ใคร
แต่เพราะความเก่ง ทำให้คณะของคำปันมีปัญหากับหนานเมือง เพื่อนบ้านที่ต้องการแย่งงานแสดง ในขณะที่ รินคำ ลูกสาวหนานเมือง อิจฉาความสวยของดาวนิลที่ ทอน ลูกชายผู้ใหญ่มาหลงรัก รินคำพยายามหาทางกลั่นแกล้งแต่ดาวนิลก็ ปกป้องพ่อและน้องไว้ทุกครั้ง คืนหนึ่ง ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหญ่ และเจอกับ ทรงพล เจ้าของโรงแรม ที่ชื่นชมความเก่งของดาวนิล
http://movie.sanook.com/21702/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99/
คราวนี้ผมมากรุงเทพฯ รอบที่แล้วบังเอิญเจอคนรู้จักตั้งสองคน และแล้วผมนัดเจอรุ่นพี่-รุ่นน้องแวะแถวราบ11 ด้วยครับ
*ภาพประกอบกรุงเทพฯ แถวศาลปกครอง และการเดินทางกลับบ้านของพ่อ แล้วพบกันครับ^^

14
ยามเช้าม็อบทำบุญตักบาตร ถึงยามเย็นบรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย และรุ่นพี่ ที่มีรูปกำลังเดินผ่านรถเมล์ปากเกร็ด…ในทีมหนังสั้นของผม เข้าร่วมกิจกรรมวันนี้ เป็นวันมาฆบูชา และวันวาเลนไทน์ ซึ่งเพื่อนผมแต่งงานวันนี้ ที่เชียงใหม่ ไม่มีโอกาสไปเสียดายด้วย ครับ (รูปภาพ 4 รูป)

15.
ผมเริ่มปวดหัว อาการมาพร้อมผมเจอฝนตกที่กรุงเทพฯ เมื่อเช้าตามสภาพบ้านเมือง เข้าศาลปกครอง ต้องรักกันๆ ครับ^^ (รูปภาพ 4 รูป)

16.
ผมแวะทักทายทหารขอยาดม กันเป็นลม ก่อนเข้าอบรมหนังสั้น ซึ่งโจทย์มาจากตัวอย่างคดีเพิกถอนสัญชาติชาวบ้านแม่อาย คดีต้นไม้ล้มทับรถยนต์ คดีสอบเข้าโรงเรียนตำรวจภูธร คดีเพื่อนบ้านรำคาญแมว คดีทุจริตเงินเด็ก กระเทยนั่งกระทง คดีตำรวจขโมยเงิน คดีขี่มอเตอร์ไซค์ชนถังน้ำมัน คดีต้องโทษจำคุกแต่ขอรับบำนาญ
คดีรื้อสะพานเข้าบ้าน คดีสร้างสะพานบังหน้าปั๊ม คดีสร้างศาลาที่พักสงฆ์บนที่สาธารณประโยชน์ คดีต้นองุ่นตายเพราะยาฆ่าแมลง คดีนกพิราบทำให้เดือดร้อน คดีเดือดร้อนจากเสียงคาราโอเกะ คดีบริษัทก่อสร้างได้รับคัดเลือกแต่ไม่ได้งาน
ดูเพิ่มเติม
http://www.admincourt.go.th/attach/news_attach/case/case.html
*รูปบรรยากาศงานอบรมอุปกรณ์ถ่ายภาพ พร้อมภาพประกอบบรรยากาศ ใกล้ศาลปกครอง ครับ

17
ยามเช้าผมนั่งแท็กซี่ ต่อมาลงจากรถผมเดินลุยฝนผ่านด่านตรวจค้นกระเป๋าของการ์ดสองด่านของกปปส.ที่แจ้งวัฒนะ กว่าจะเข้าศาลปกครองไม่ได้ง่าย จึงเป็นการมาอบรมหนังสั้น ที่ตื่นเต้น ท่ามกลางบรรยากาศการเมือง และรายละเอียดของการอบรมเรื่องความรู้ศาลปกครอง การไต่สวนโดยตุลาการ และเทคนิคของภาพยนตร์ยังไม่มีหลากหลายเรื่องต้องหาโอกาสเขียน จึงเล่าเรื่องด้วยภาพ พร้อมเรื่องย่อ ที่ผมต้องไปพัฒนาสำหรับบทหนังสั้นของพวกผม ครับ
“น้ำตาแม่อาย”เรื่องย่อ (Synopsis)
พ.ศ. 2519 เกิดไฟไหม้ที่ว่าการอำเภอแม่อาย ปีถัดมาชาวบ้านแม่อายที่ย้ายไปทำกินในที่แห่งอื่นได้กลับมาภูมิลำเนา เมื่อไปขอทำบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ไม่สามารถออกบัตรให้ได้ เนื่องจากอ้างว่าข้อมูลถูกไฟไหม้เสียหาย ขณะนั้นทางราชการออกประกาศว่าครอบครัวใดไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร จะถูกผลักดันให้ออกนอกราชอาณาจักร ชาวบ้านแม่อายเกรงจะถูกผลักดัน จึงต้องไปทำประวัติเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศ เพื่อให้มีรายชื่อในทะเบียนบ้านต่อมา ชาวบ้านยื่นคำร้องขอแก้ไขสัญชาติเป็นสัญชาติไทย บางส่วนได้ยื่นคำร้องเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน นายอำเภอแม่อายขณะนั้นมีคำสั่งอนุมัติให้เพิ่มชื่อกลุ่มชาวบ้านในทะเบียนบ้าน แต่แล้วอธิบดีกรมการปกครองได้สั่งการให้นายอำเภอแม่อายจำหน่ายรายการที่ไม่ถูกต้องออกจากทะเบียนบ้าน จำนวน 1,243 คน
การออกประกาศจำหน่ายชื่อชาวบ้านออกจากทะเบียนบ้านเรียกบัตรประชาชนคืนโดยไม่มีการสอบสวน ไม่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านเหล่านั้นแสดงหลักฐานและข้อเท็จจริงเรื่องสัญชาติ ทำให้ชาวบ้านถูกริดลอนสิทธิ์และเสรีภาพในหลายๆ ด้าน เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิ์อันพึงได้ของชาวบ้าน โดยเฉพาะสิทธิ์ที่จะได้สัญชาติไทยกลับคืนมา
หลังจากส่งหนังสือร้องเรียนไปยังหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังเช่น กรมการปกครอง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม เป็นต้น แทบจะไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ ชาวบ้านจึงยื่นหนังสือต่อศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ การพิจารณาได้ดำเนินการไปจนสิ้นสุดลงเมื่อศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดให้คำสั่งถอนสัญชาติเป็นคำสั่งโดยมิชอบ และให้นำรายชื่อชาวบ้านกลับเข้าสู่ทะเบียนราษฎรทั้งหมด
ทันทีที่เสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษาน้ำตาของผู้ฟ้องคดีและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็หลั่งไหลด้วยความปลื้มปีติ หรือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันพิพากษาคดีประวัติศาสตร์ในวันนั้นต่างก็โผกอดกันร่ำไห้ด้วยความยินดี.

ปล.ผมขอตัวออกเดินทางไปซ่อมโทรศัพท์มือถือก่อน ครับ

18
เมื่อวานผมเพลียกับอาการปวดหัวไข้หวัดติดต่อกัน เดินพเนจร ยาดมยาลมหายไปหมด หลังออกจากที่พัก ซึ่งครานี้ผมนอนสามสถานที่ เปลี่ยนที่นอนก่อนวันสุดท้าย ออกจากกรุงเทพฯ หาร้านซ่อมมือถือ จากเครื่องที่ดูเหมือนแบตเสื่อมฯ สันนิษฐานคิดไปเอง แวะร้านที่1 บอกน่าจะเป็นที่ตัวชาร์ท ต้องรอช่างซ่อมสองชั่วโมง ต่อมาร้านที่2 บอกว่าน่าจะเป็นมากกว่านั้นรอหนึ่งวัน ผมไม่รอต่อรถตู้จากม.เกษตร จะไปบางใหญ่ รถตู้พาลงแวะศูนย์ซัมซุง แถวรัตนาธิเบศวร์ บอกว่าต้องซ่อมสามวัน เมมบอร์ดเสีย และผมต้องอธิบายว่าต้องกลับชม. จึงลองให้เค้าชาร์จดู เพราะแบตฯ หมดเปิดเครื่องไม่ได้แล้ว รอสองชม.เดินเล่นหาข้าวกินห้างแถวนั้น
จึงกลับมาอธิบายกับพนักงานคนใหม่ ที่เปลี่ยนเวรแล้วอีกรอบ เดินออกร้านถามทางคนใจดี บอกไปทางเดียวกัน ลงบางใหญ่ เมืองนนทบุรี เค้าให้ติดรถไปด้วย แวะลงปากซอยหาทางเข้าบ้านเพื่อนแถวหมู่บ้านบางบัวทอง
ซึ่งผมเล่าเรื่องแลกเปลี่ยนพูดคุยไม่ได้เจอกันนานเกือบสองปี เลี้ยงเครื่องดื่มเพื่อน ทำให้นึกถึงเรื่องราวต่างๆ นั่งรถตู้มาเมืองนนทบุรี เจอพวกผอ.สถานีวิทยุชุมชนเค้าเล่าเรื่องพูดคุยให้ฟังไว้ และต่อมาแวะหารุ่นพี่ที่บางบัวทอง
ตอนเช้าวันนี้ติดรถมาลงแถวศาลปกครอง เพราะเพื่อนรุ่นพี่ ทำงานที่นี่ ซึ่งช่วงเช้าวุ่นวายกำลังตำรวจจะสลายการชุมนุม ที่แจ้งวัฒนะ เดินผ่านตำรวจ ผู้คน ต่างๆ กว่าจะเรียกรถแท็กซี่ได้ พร้อมสนทนากับคนขับรถ ทิปเงินก่อนออกเดินทางมาเชียงใหม่อย่างปลอดภัยไม่โดนลูกหลงเหมือนข่าวภาพปะทะเดือด! ตำรวจขอคืนพื้นที่แยกผ่านฟ้า
ภาพการขอพื้นที่คืนบริเวณแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตึงเครียดหนักมีการยิงแก๊สน้ำตา พร้อมกับมีเสียงปืนและระเบิดหลายครั้ง ส่งผลให้มีผู้ชีวิตแล้ว 2 ราย และบาดเจ็บ 60 ราย
http://news.th.msn.com/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94-%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2#image=1
*ภาพประกอบเรื่องเล่าสั้นๆ รวมภาพหลายวัน ที่ผมเก็บตกบรรยากาศ เส้นทางเดินทางในกรุงเทพฯของผม แล้ววันนี้หลายเรื่องเล่าย่อๆ ก่อนนอนพักจากไข้หวัด ครับ

เมื่อวาน18กพ. ถือเป็นเรื่องย่อคลายเครียด อิอิๆ ผมมีหลายเรื่องในชีวิต ^^

19
คนชวนผมไปดูเรื่องRobocop ตำรวจเหล็ก รอดูหลังหายป่วยไว้ก่อน แม้ว่าเสียดายไม่ได้ดูหนังเกี่ยวกับวอลลสตรีท ตลาดหุ้น แต่คนชวนดูหนังเรื่องแฟรงเกนสไตน์ I, Frankenstein (สงครามล้างพันธุ์อมตะ)
เรื่องแฟรงเกนสไตน์ เป็นมนุษย์มากกว่ามนุษย์ในปัจจุบันอีก(ผมจำดัดแปลงจากบทพูดในหนัง) ครับ
เรื่องราวของผีดิบตนนี้ เกิดขึ้นเมื่อศิลปินทั้งสาม “แมรี่ เชลลี่ย์” “เปอร์ซี่ เชลลี่ย์” สามีของเธอ และ “ลอร์ด ไบรอน” ยอดกวีนักรักผู้ลือนาม ได้เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งสวรรค์อันงดงาม แต่ดันไปในช่วงที่กำลังเกิดอากาศเลวร้ายจนสามศิลปินต้องนั่งจับเจ่าอยู่ที่บ้านพัก และเพื่อเป็นการหาอะไรทำแก้เซ็ง ทั้งสามจึงชักชวนกันแต่งนิยายผีสยองขวัญกันคนละเรื่อง แต่แมรี่เชลลี่ย์ผู้เดียวเท่านั้นที่เขียนได้จบ ก็คือเรื่อง จอมผีดิบ แฟรงเกนสไตน์นั่นเอง
http://27.254.44.103:81/~topten/4264-top.html
แฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein; หรืออีกชื่อหนึ่ง The Modern Prometheus) เป็นนวนิยายยอดนิยมเรื่องหนึ่ง เขียนโดย แมรี เชลลีย์ จัดพิมพ์ครั้งแรก ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2360 (ค.ศ. 1818) (แต่เริ่มนิยมอ่านกันมากในฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2374) โดยในเรื่อง มีส่วนผสมของนิยายสยองขวัญ และ ความรัก
เนื้อเรื่องของแฟรงเกนสไตน์มีอยู่ว่า มีชายคนหนึ่งชื่อ วิคเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ ได้ไปศึกษาที่เยอรมนี เขาสนใจในเรื่องการใช้ไฟฟ้ากับร่างกายของมนุษย์ จึงนำชิ้นส่วนจากศพหลายๆ ศพ มาเย็บเข้าด้วยกันและช็อตด้วยไฟฟ้า ทำให้ซากศพนั้นมีชีวิตขึ้นมา เป็นอสุรกายที่มีร่างกายใหญ่โต และมีพละกำลังมาก แต่เมื่ออสุรกายนั้นมีชีวิต วิคเตอร์ก็เกิดกลัวอสุรกายนั้นขึ้นมา จึงได้หนีไปและทิ้งให้อสุรกายตนนั้นมีชีวิตอย่างเดียวดาย โดยไม่ยอมรับมัน อสุรกายจึงขอร้องให้วิคเตอร์สร้างอสุรกายแบบมันขึ้นมาอีก 1 ตน แต่วิคเตอร์ก็ไม่ยอม มันจึงเริ่มฆ่าคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวิคเตอร์เพื่อให้วิคเตอร์รับรู้ความรู้สึกของความโดดเดี่ยวบ้าง จนวิคเตอร์เสียชีวิต อสุรกายก็เสียใจมาก และกระโดดน้ำตายตามวิคเตอร์ไป
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C

I, Frankenstein
สัตว์ประหลาดจากการทดลองของ ดร. แฟรงเกนสไตน์ (เอเดน ยัง) ชื่อ อดัม (แอรอน เอ็กฮาร์ต) มีชีวิตมานานจนถึงยุคสมัยปัจจุบัน เขาอาศัยอยู่ในมุมมืดของมหานคร และจะปรากฏตัวในช่วงยามรัตติกาลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อดัมก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติเพียงหนึ่งเดียวบนโลกใบนี้ ยังมีสัตว์ประหลาดในตำนานอีกมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ และเขาเองก็อยู่ท่ามกลางสงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์ที่ต่อสู้ฟาดฟันกันมานานหลายศตวรรษ… Synopsis I, Frankenstein war washed immortal species . I, Frankenstein war washed immortal species . Creature from the experiments of Dr. Frankenstein Stein ( Aden Young) named Adam (Aaron M. Hart) has a long life to the present. He lives in the dark corners of the metropolis . And appears only during nighttime when Adam was not the only supernatural beings on this planet . There are also many mythical creature hiding . And he himself was in the midst of a war between two races who fought struggle for centuries …
http://freemovie-hd.com/frankenstein-%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B0/
ด้วยฉากแอ๊คชั่นที่แปลกใหม่พร้อมสเปเชี่ยลเอฟเฟคสุดตระการตาทำให้เกิดกระแส แฟรงค์เกนสไตน์ ฟีเวอร์ขึ้น พร้อมกับกระแสบอกต่อกันอย่างล้นหลาม ด้วยเรื่องราวที่สนุกชวนติดตามทำให้ I, FRANKENSTEIN (ไอ แฟรงค์เกนสไตน์): สงครามล้างพันธุ์อมตะ กลายเป็นภาพยนตร์ที่ขึ้น Box Office อันดับ 1 ตามความคาดหมาย

http://movie.mthai.com/movie-news/151837.html
ปล.เมื่อวานผมกลับมาประชุมอ.พิเศษเรื่องปรับหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา ครับ ส่วนวันนี้ผมกำลังรวบรวมแรงจากหมดแรงเป็นไข้หวัด ยังหลอนภาพเดินทางจากกรุงเทพฯ คนขับแท็กซี่ถามนึกว่าผมจะกลับภูเก็ตหรือผมมาชุมนุม และแล้วความทรงจำกับงานที่ต้องเร่งรีบ หลายเรื่องในหนึ่งวัน โดยผมเตรียมว่าจะเขียนบทหนังสั้นฯ สลับกับมีเวลาว่าจะลองสมัครทุนเรียนป.เอก ฝรั่งเศส หลังจากที่สมัครทุนด้านวัฒนธรรม เรียนต่อป.เอก ที่เยอรมันแล้วครับ

20.
เตรียมตัวไปทำธุระกับสลับสวิทช์ คิดเรื่องบทหนังสั้น…

โครงเรื่องขยาย (Treatment)
1. ภาพอดีต ที่ว่าการอำเภอแม่อายไฟไหม้ (อาจใช้ภาพจากเหตุการณ์อื่น หรือถ่ายให้เห็นเฉพาะห้องหลังจากไฟไหม้แล้ว)
2. ภาพอำเภอแม่อาย แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวบ้าน การทำเกษตรกรรม เด็กๆ ไปโรงเรียน เมืองในหุบเขา
3. รถโดยสารประจำทางแล่นสวนกัน เน้นไปคันที่กลับเข้าแม่อาย ตัวละครกลับมาจากทำงานที่อื่น ลงจากรถที่ท่ารถ กลับถึงบ้าน ลูกเมียวิ่งมาต้อนรับ
4. ตัวละครไปที่ว่าการอำเภอ ขอทำบัตรประชาชนใหม่ เจ้าหน้าที่อำเภอแจ้งว่าทำให้ไม่ได้ ตัวละครเดินไปดูประกาศของนายอำเภอเรื่องการจำหน่ายชื่อประชาชนออกจากทะเบียนบ้าน
5. ภาพย้อนกลับไปการประชุมระหว่างนายอำเภอกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน เรื่องกรมการปกครองสั่งการให้จำหน่ายชื่อประชาชนจากทะเบียนบ้าน เพราะพบข้อบกพร่องในการทำงาน
6. ตัวละครไม่อาจกลับไปทำงาน เพราะไร้บัตรประชาชน และกลายเป็นคนไร้สัญชาติ ภาพแสดงให้เห็นความเดือดร้อน เช่น ความเดือดร้อนในครอบครัว เด็กๆ ไม่มีหนังสือเรียน อาหารแทบจะขาดแคลน เป็นต้น
7. ชาวบ้านรวมตัวกันไปประท้วงนายอำเภอแต่ไม่เป็นผล นักวิชาการหรือเอ็นจีโอเข้ามารับทราบปัญหา แนะนำให้ยื่นหนังสือไปถึงหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
8. ภาพแสดงให้เห็นถึงชาวบ้านที่ประสบความเดือดร้อน อาจให้แต่ละคนมาพูดระบายความทุกข์ พร้อมกับตัดสลับกับภาพ เช่น ความเดือดร้อนจากการไม่มีสิทธิ์เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล การทำธุรกรรมกับธนาคาร การถูกเหยียดหยามจากข้าราชการว่าไม่ใช่คนไทย
9. การพิจารณาคดีที่ศาลปกครอง อาจใช้เวลาสั้นๆ ไม่ต้องลงรายละเอียด
10. ตัวละครเดินทางเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ ทำงานกรรมกร เช่น ก่อสร้าง ต้องคอยหลบตำรวจเพราะไร้บัตรประชาชน
11. การพิจารณาคดีที่ศาลปกครอง
12. ภาพอำเภอแม่อาย พยายามถ่ายให้เห็นความเปลี่ยนแปลง แสดงให้เห็นเวลาที่ผ่านไป ถ่ายบ้านเรือนที่รกร้าง เป็นนัยถึงบางครอบครัวถูกผลักดันให้ออกจากพื้นที่
13. การพิจารณาคดีเป็นอันสิ้นสุด ชาวบ้านได้รับสิทธิ์คืน ข้างนอกศาล ลูกๆ และเมียตัวละครกอดกันร่ำไห้ดีใจ ลูกคนหนึ่งถือรูปถ่ายของพ่อ (ตัวละครเสียชีวิตก่อนจะได้รับสถานะเป็นคนไทยกลับคืน)

จบ.

ประกาศสำนักงานศาลปกครองเรื่อง ประกาศผลการคักเลือกเรื่องย่อและโครงเรื่องขยายการประกวดภาพยนตร์สั้นศาลปกครอง หัวข้อ เล่าเรื่องคดีปกครอง ท้าประลองทำหนังสั้น สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ดังนี้
http://www.admincourt.go.th/attach/news_pic/2013/12/data271256.pdf
http://www.admincourt.go.th/news_01_detail.aspx?News_data_Index=+6438+
แจกๆ เอกสารที่ใช้ในการอบรมหนังสั้นศาลปกครองครับ ลองเอาไปศึกษากันดี มีหลายเรื่องที่ไม่ได้พูดไปเพราะว่าไม่ทัน 555
https://dl.dropboxusercontent.com/u/9687262/movie%20diy/%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87/exsample.pdf

MovieDIY
https://dl.dropboxusercontent.com/u/9687262/movie%20diy/paper/PDF/basic%20story%20%26%20framing.pdf
https://dl.dropboxusercontent.com/u/9687262/movie%20diy/paper/PDF/post%20production.pdf
ปล.วันนี้สองงานที่ต้องทำหลักๆ อย่างหนึ่งอยากจะเขียนบทหนังสั้นลื่นไหลเหมือนคนแต่งเรื่องแฟรงเกนสไตน์5555 คือ Shelley dreamt about a scientist who created life and was horrified by what he had made. She then wrote Frankenstein. และนิยายFrankenstein is infused with some elements of the Gothic novel and the Romantic movement and is also considered to be one of the earliest examples of science fiction.
เมื่อแฟรงเกนสไตน์อยากมีคู่ไม่โดดเดี่ยว คือ The Monster then demands that Victor create a female companion like himself.
http://en.wikipedia.org/wiki/Frankenstein

21
เมื่อผมเป็นไข้หวัด หลังกลับจากกรุงเทพฯ ต้องรีบถ่ายหนังสั้นให้เสร็จภายในกลางมีนาคม อีกครับ ตอนนี้ผมเริ่มเขียนบทหนังสั้นคร่าวๆ ขึ้นมาแล้วอยากให้ตัวละครตลกๆ หน่อยครับ ^^เดี๋ยวขอตัวไปหานักแสดง และประกาศหานักแสดง ครับ
น้ำตาแม่อาย
บทภาพยนตร์โดยนิติพงศ์ สำราญคง
และอรรคพล สาตุ้ม

ฉาก 1 ห้อง / บ่าย / ภายใน

เสียงคนร้องว่าที่ว่าการอำเภอแม่อายไฟ และถ่ายให้เห็นเฉพาะห้องเป็นภาพกว้าง ต่อมาโฟกัสไฟกำลังลุกไหม้กระดาษ
ขึ้นชื่อเรื่อง “น้ำตาแม่อาย

ฉาก 2 ภาพอำเภอแม่อาย/กลางวัน/ภายนอก
ถ่ายภาพแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวบ้าน การทำเกษตรกรรม และเด็กๆ เมืองในหุบเขา

ฉากที่ 3 ท่ารถ /กลางวัน /ภายนอก
บุญ เดินถือกระเป๋าแวะมาพูดคุยกับลูกเมีย
นาสวย เมียของบุญ ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ วิ่งเข้ามาพร้อมลูกชาย

บุญ
นาสวยกับบุญมาก

นาสวยกับบุญมาก ยิ้มแย้ม

บุญ
คิดถึงเมียกับลูกรัก
นาสวย
นาสวยกับลูกคิดถึงอ้ายบุญเหมือนกัน
บุญ
อ้ายไปทำงานไกลในเชียงใหม่แล้วคิดถึงบ้าน เฮากลับบ้านกัน

ฉาก4 บ้าน/ กลางวัน/ ภายใน
บุญกับนาสวย นั่งพูดคุยกัน
นาสวย
อ้ายบุญไปที่ว่าการอำเภอบ่ได้บัตรประชาชนใหม่
บุญ
ทำไม บ่ได้บัตร
นาสวย
เจ้าหน้าที่อำเภอแจ้งว่าทำให้ไม่ได้ ชาวบ้านคนอื่น ที่บัตรไฟไหม้เหมือนกัน
บุญ
อ้ายจะปิ๊กไปทำงานที่เชียงใหม่ บ่ได้ ไม่มีบัตรประชาชน
นาสวย
ชาวบ้าน ครอบครัว เพื่อนบ้านเดือดร้อน เค้าว่าเฮาเป็นพวกไร้สัญชาติ
บุญ
แล้วเฮาจะไปทำงานไม่ได้
นาสวยทำหน้าเศร้าโศก
บุญ
อ้ายไม่มีงานไม่มีเงิน ซื้อขาวปลา อาหาร จะเลี้ยงบุญมาก ส่งเสีย ลูกเฮาไปเรียนได้ไง
บุญ นั่งกอดเข่าก้มหน้า
*บางส่วนจากบทหนังสั้น ซึ่งผมดูสารคดีประกอบโปรยเนื้อเพลงชาติไทยของศาลปกครอง,บทเรียนชีวิตจากคดีปกครอง ตอนที่ 6 คดีเพิกถอนสัญชาติชาวบ้านแม่อาย,คดีหมายเล­ขแดงที่ อ.117/2548,คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยง­านทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่­งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย,ศาลปกครอง ความเป็นธรรมคือภารกิจของเรา,คุ้มครองสิทธ­ิเสรีภาพของประชาชนและการดำเนินงานของรัฐ,­เพื่อประโยชน์สาธารณะ,ศาลปกครองของประชาชน­,สาระคดี,สาระคดีปกครอง

22
เมื่อวานแวะพูดคุยบทกับรุ่นพี่ เป็นเภสัชกร ซึ่งผู้ร่วมเขียนบท ชวนให้พี่เค้าแสดงด้วย ตอนเย็นร่วมงานบายเนียร์กับนักศึกษา หานักแสดงได้ด้วย จากคอนเซ็บท์ของงาน แดง ดำ ขาว ,Angel-Devill ตอนนี้ผมกลับมาเขียนบทหนังสั้นต่อ

ฉาก5. ที่ทำงานเอ็นจีโอ/ กลางวัน / ภายใน
บุญแวะมาหาเอ็นจีโอ นั่งคุยที่ทำงานเอ็นจีโอ
บุญ
สวัสดีครับ ผมแวะมาคุณเอ็นจีโอ เพราะ
ชาวบ้านรวมตัวกันไปประท้วงนายอำเภอแต่ไม่เป็นผล
เอ็นจีโอ
ผมได้ข่าวแล้วว่า เกิดไฟไหม้ที่ว่าการอำเภอแม่อาย ชาวบ้านแม่อายที่ย้ายไปทำกินในที่แห่งอื่นได้กลับมาภูมิลำเนา
เมื่อไปขอทำบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ไม่สามารถออกบัตรให้ได้
เนื่องจากอ้างว่าข้อมูลถูกไฟไหม้เสียหาย
ทางราชการออกประกาศว่าครอบครัวใดไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร
จะถูกผลักดันให้ออกนอกราชอาณาจักร
บุญ
ครับ
เอ็นจีโอ
ชาวบ้านแม่อายเกรงจะถูกผลักดัน
จึงต้องไปทำประวัติเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศ เพื่อให้มีรายชื่อในทะเบียนบ้านต่อมา
ชาวบ้านยื่นคำร้องขอแก้ไขสัญชาติเป็นสัญชาติไทย
บางส่วนได้ยื่นคำร้องเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน นายอำเภอแม่อายขณะนั้นมีคำสั่งอนุมัติให้เพิ่มชื่อกลุ่มชาวบ้านในทะเบียนบ้าน
แต่แล้วอธิบดีกรมการปกครองได้สั่งการให้นายอำเภอแม่อายจำหน่ายรายการที่ไม่ถูกต้องออกจากทะเบียนบ้าน ใช่ไหม
บุญ
ใช่ ครับ
เอ็นจีโอ
นายอำเภอทำประกาศเรื่องจำหน่ายชื่อประชาชนออกจากทะเบียนบ้าน เรียกบัตรประชาชนคืนโดยไม่มีการสอบสวน ไม่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านเหล่านั้นแสดงหลักฐานและข้อเท็จจริงเรื่องสัญชาติ ทำให้ชาวบ้านถูกริดลอนสิทธิ์และเสรีภาพในหลายๆ ด้าน ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิ์อันพึงได้ของชาวบ้าน โดยเฉพาะสิทธิ์ที่จะได้สัญชาติไทยกลับคืนมา
บุญ
ใช่ๆ เราจะทำอะไรกัน

เอ็นจีโอ
นายอำเภอกับกำนันผู้ใหญ่บ้านเรื่องกรมการปกครอง เพราะพบข้อบกพร่องในการทำงาน ผมแนะนำให้ยื่นหนังสือไปถึงหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรมการปกครอง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และยื่นหนังสือต่อศาลปกครองเชียงใหม่ ซึ่งสำคัญมากสำหรับการต่อสู้ทางคดีของพวกคุณ
บุญ
ผมจะไปยื่นหนังสือหลายที่อย่างที่คุณเอ็นจีโอบอกไว้ กับศาลปกครองเชียงใหม่
บุญไอค่อกแค่ก
ภาพตัดไปเริ่มฉากโรงพยาบาล

ฉาก 6 โรงพยาบาล/ กลางวัน / ภายใน
บุญ
ผมป่วย จะมาหาหมอ
พยาบาล
คุณไม่มีสิทธิ์เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
บุญ
ชาวบ้านอย่างผมเดือดร้อนอยากรักษาพยาบาลเจ็บป่วย
พยาบาล
ชาวบ้านแต่ละคนมาระบายความทุกข์ เจ็บป่วยเหมือนกันทั้งนั้นแหละ
พยาบาลทำหน้าดุๆ ส่งเสียงโมโห
บุญเงียบ

#ภาพประกอบสภาวะของคนอ่านหนังสือกับหนัง และบรรยากาศงานบายเนียร์ ครับ^^

23
ตอนนี้ผมอยู่ระหว่างประสานงานกับตากล้องLocation 1.ห้อง 2.ภาพอำเภอแม่อาย 3.ท่ารถ 4.บ้าน 5.ที่ทำงานเอ็นจีโอ 6.โรงพยาบาล 7.สถานที่ก่อสร้าง 8.ศาลปกครองเชียงใหม่ และประสานงานกับ Actor(นักแสดง) :บุญ/นาสวย/บุญมาก(มะลิ)/เอ็นจีโอ/พยาบาล(ปรับเปลี่ยนได้) ซึ่งบทหนังสั้นเสร็จแล้ว

ฉาก 7. บ้าน/กลางวัน/ภายใน
บุญกับนาสวย นั่งพูดคุยกัน
บุญ
ไอ ค่อกแค่ก
นาสวย
อ้ายเป็นไงบ้าง ป่วย
บุญ
อดทนได้ ไปโรงพยาบาล แวะธนาคาร ถอนเงินมาจะหมดแล้ว
โดนเหยียดหยามจากข้าราชการตำรวจว่าไม่ใช่คนไทย
นาสวย
เค้าเหยียดหยามว่าไม่ใช่คนไทยไง
บุญ
เค้าให้ร้องเพลงชาติไทย
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย
บุญ ลุกขึ้นยืนยิ้ม
บุญ
อู้เล่นบ่ได้
นาสวย
อ้าย พูดเล่น ทำท่าเหมือนอยากเป็นทหาร
บุญ
อ้าย อยากเป็นทหารรับใช้ชาติเหมือนกัน
นาสวย
จ๊า ว่าที่นายพล
บุญ
ครับผม
บุญพูดเสร็จนั่งลง ทำหน้าครุ่นคิด
กล้องโคลสอัพในมือของบุญ กำสมุดบัญชีธนาคารไว้
ฉาก 8 ท่ารถ/กลางวัน/ภายนอก
บุญกับนาสวน บุญ นั่งคุยกันที่รถรถ
บุญ
บุญมาก พ่อจะเล่าเรื่องเก่าแก่ให้ฟังระหว่างรอรถ
บุญมาก
เรื่องอะไรพ่อ
บุญ
ตำนานเมืองโบราณ เวียงมะลิกา
คือ เจ้าแม่มะลิกา เป็นราชบุตรี ในพระเจ้าฝางและพระนางสามผิว
ซึ่งพระนางมีพระพุทธปฏิมาแก่นจันทร์เป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์
วันหนึ่งทรงละเลยไว้ด้วยความประมาท เทียนที่จุดไว้ล้มลงเผาไหมพระโอษฐ์พระพุทธปฏิมา
รุ่งขึ้นเวลาเช้าเมื่อพระนางเจ้า เสด็จออกจากที่บรรทมทรงทราบ ก็ทรงสำนึกความบาปที่กระทำด้วยความประมาท
ครั้นกาลต่อมา พระครรภ์ครบกำหนดทศมาส ประสูติพระราชธิดาผู้ทรงโฉมศิริโสภาคพระฉวีวรรณผุดผ่องแม้นเหมือนพระมารดา แต่มีตำหนิที่ที่ริมพระโอษฐ์ คือที่ปาก
กาลต่อมามีราชบุตรของเจ้าผู้ครองเวียงภูก่ำ เป็นแคว้นไตใหญ่ ได้สดับข่าวเกี่ยวกับพระเจ้าแม่มะลิกา แรงแห่งบุพเพสันนิวาสเกิดขึ้นในราชบุตร แอบมาดูพระนาง ขณะที่พระนางมะลิกาสรงสนานอยู่ น้ำในลำห้วยก็กลายเป็นสีเลือดด้วยละอายพระทัยคนทั้งหลาย จึงเรียกน้ำห้วย นั้นว่า “แม่อาย” จึงได้ชื่อตำบลหรืออำเภอนี้ว่า “แม่อาย”
บุญมาก
จริงหรือพ่อ
บุญ
ไม่รู้จริงหรือไม่ ตำนานเรื่องเล่าขาน
อ้าว รถมาพอดี
บุญ ลุกยืนหิ้วกระเป๋าคุยกับลูกเมีย
บุญ
เฮาต้องรอคดีตัดสินของศาลปกครอง บ่มีเงินครอบครัวเฮาบ่รอด อ้ายออกไปหาเงินให้ครอบครัว
อำเภอแม่อาย กำลังเปลี่ยนไป
หลายครอบครัวต้องเหมือนอ้ายออกไปทำงานที่ไกล
ไม่มีที่ดินทำกิน ทำไรไถนา ทำสวน กันได้
เฮ้อ แม่อายสะอื้น
ลูกเมีย ลุกยืนและโบกมือ
บุญ
ไม่ต้องอาลัยมาก อ้ายไม่ได้ไปรับใช้ชาติ
ไม่ต้องโบกธง เอ้ย โบกมือ
บุญ พูดติดตลกยิ้มๆ
นาสวย
จ้า อ้าย พ่อของบุญมาก
บุญมาก
พ่อทำงานเสร็จ
แล้วกลับบ้าน น่ะครับ
นาสวยกับบุญมาก ยืนมองบุญขึ้นรถเมล์
บุญ
แล้วเจอกัน
บุญทำท่าวันธยาหัตถ์ แล้วเดินจากไป

ฉาก 9 สถานที่ก่อสร้าง/กลางวัน/ภายนอก

บุญเดินทางเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ ทำงานกรรมกรก่อสร้างขี้นนั่งร้านทาสี
เสียงบอกว่าตำรวจมาแล้ว
บุญ จะหลบซ่อนตัว แล้วไอค่อกแค่ก พลัดตกนั่งร้าน

ฉาก 10 ภาพศาลปกครองเชียงใหม่/กลางวัน/ภายนอก
ภาพบรรยากาศศาลปกครองเชียงใหม่ และขึ้นอักษร
วันพิพากษาคดีประวัติศาสตร์
คดีเพิกถอนสัญชาติชาวบ้านแม่อาย,คดีหมายเลขแดงที่ อ.117/2548,คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย,ศาลปกครอง

ฉาก 11 หน้าศาลปกครองเชียงใหม่ /กลางวัน/ภายนอก
การพิจารณาคดีเป็นอันสิ้นสุด ข้างนอกศาล

เสียงชาวบ้านบอกว่าวันพิพากษาคดีประวัติศาสตร์เพื่อความยุติ
นาสวย
บุญมาก เฮาได้สัญชาติไทยคืนแล้ว
นาสวยสวมกอดบุญมาก ร่ำไห้ดีใจ
นาสวย
พ่อเฮา ชาวบ้านได้คืนสัญชาติแล้ว พ่อไม่ต้องห่วงจากไปอย่างสงบ บนสวรรค์ ชาติหน้าเฮาพบกันอีก
นาสวยกับบุญมากชูรูปถ่ายของพ่อ

ตัดสลับภาพบรรยากาศแม่อาย ทุ่งนา ขุนเขา แม่น้ำ ท้องฟ้า
“END”

เวลาผมหวนคิดถึงชื่อเพลงคนตาบอด และผมนึกเชื่อมโยงอดีตนักร้อง เคยร่วมวง ที่มีคนเคยอยู่วงดอนผีบิน ซึ่งนักดนตรีตาบอด กับไวโอลิน เพื่อนรุ่นน้องของรุ่นพี่นักเขียน ชอบเพลงสไตล์เฮวี่เมทัล ในจินตนาการ เอ๊ะ ผมจะเอาท่วงทำนองเพลงมาใส่ในหนังสั้น ตอนจบ จะได้ไม่ต้องขอลิขสิทธิ์ยาก และโฆษณาเพลงให้ตามที่เค้าบอกด้วย แหม คนกันเอง น่ะครับ
LORDS OF ROCK / BLIND MAN ( OFFICIAL MUSIC VIDEO )

24
ผมกำลังหาโลเกชั่นต่างๆ คิดถึงเรื่องการเปรียบเทียบของชีวิตแต่ละคนการเดินทางรถไฟ รถทัวร์ และเรื่องเล่าว่ากันว่านั่งเครื่องบินกรุงเทพฯมาเชียงใหม่ เร็วกว่ารถติดในกทม.หลายชม.และผมเกือบขึ้นเครื่องบินไม่ทัน…

scene TNT EXT D/N Location costume cast Props
1.ห้อง  Day ห้อง – – กระดาษ
น้ำตาแม่อาย  Day แม่อาย – – –
2.แม่อาย  Day แม่อาย – – –
3.ท่ารถ  Day ท่ารถ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ บุญ/นาสวย/บุญมาก กระเป๋า/เสิ้อผ้า
4.บ้าน  Day บ้าน เสื้อยืดกางเกงยีนส์ บุญ/นาสวย –
5.ที่ทำงานเอ็นจีโอ  Day ที่ทำงานเอ็นจีโอ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ บุญ/เอ็นจีโอ โต๊ะเก้าอี้/หนังสือ
6.โรงพยาบาล  Day โรงพยาบาล เสื้อยืดกางเกงยีนส์ บุญ/พยาบาล –
7.บ้าน  Day บ้าน เสื้อยืดกางเกงยีนส์ บุญ/นาสวย –
8.ท่ารถ  Day ท่ารถ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ บุญ/นาสวย/บุญมาก กระเป๋า
9.สถานที่ก่อสร้าง  Day สถานที่ก่อสร้าง เสื้อยืดกางเกงยีนส์ บุญ กระป๋อง/แปรงทาสี
10.ศาลปกครองเชียงใหม่  Day ศาลปกครองเชียงใหม่ –
– –
11.ศาลปกครองเชียงใหม่  Day ศาลปกครองเชียงใหม่ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ นาสวย/บุญมาก รูปถ่ายพ่อ

หนังผมไม่ใช่แบบหนังเรื่องแฟรงเกนสไตน์ I, Frankenstein (สงครามล้างพันธุ์อมตะ)ในเรื่อง เรื่องแฟรงเกนสไตน์ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หรือThe Wolf of Wall Street :คนจะรวย ช่วยไม่ได้ แหม่ไม่ใช่ลุงบุญมีระลึกชาติ (อังกฤษ: Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives, ฝรั่งเศส: Oncle Boonmee, celui qui se souvient de ses vies antérieures) เป็นภาพยนตร์ไทยนอกกระแส ออกฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 กำกับโดยอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ซึ่งเป็นผลงานเรื่องที่ 6 ของเขา ภาพยนตร์ได้รับรางวัลปาล์มทองคำ จากงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 63 นับเป็นภาพยนตร์จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรื่องแรกที่ได้รับรางวัลนี้
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4
ดูหนังเรื่องนี้มาแล้วที่ใต้หวันสีหน้าของคนที่เดินออกมาจากโรงหนังตอนนั้นบอกได้เลยว่าผิดหวังสุดๆในฐานะที่เราเป็นคนไทยคนหนึ่งนึงที่ไปดูอยากบอกว่าผิดหวังเช่นกันดูไม่รู้องเลยเราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับหนังมากมายนักหรอกก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่อยากสนับสนุนหนังไทยจริงๆแล้วมีหนังไทยหลายเรื่องที่เข้ามาฉายที่ใต้หวันได้รับการตอบรับที่ดีมากหนังก็ไม่ได้รับรางวัลอะไรเลยแต่คนที่ใต้หวันก็ไห้ความสนใจหนังไทย แต่เรื่องนี้เดินออกมาจากโรงหนังสีหน้าผิดหวังทุกคน

*ภาพประกอบบนเครื่องบิน,สถานีรถไฟ,ฯลฯ ครับ

25
วันที่พวกผมไปอบรมหนังสั้นกัน และผมเพิ่งดูหนังสั้นเรื่องBus 44 ดูเสร็จอึ้งในงานหักมุมจากการดำเนินเรื่องที่เรียบง่ายค่อยกดดันไปสู่ภาพ…ชวนนึกถึงการเมืองไทยๆ และปัญหาของผู้ประสบภัย โดนผลกระทบด้วย ครับ
นี่คือผลงานหนังสั้นจากจีนแผ่นดินใหญ่ กำกับโดยผู้กำกับหนุ่มรุ่นใหม่เชื้อสายจีน-อเมริกัน นามว่า Wu Shixian (หรือ Dayyan Eng ซึ่งเป็นชื่อในภาษาอังกฤษ) เขาเขียนบทและกำกับหนังเรื่อง Bus 44 ซึ่งถือว่าเป็นงานเรื่องแรกบนเส้นทางสายนี้ เมื่อปี 2001 โดยที่มาของเรื่องราวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในเมืองจีน Bus 44 คว้ารางวัลมาจากหลายเวทีในปีที่เข้าฉาย รวมทั้งเทศกาลหนังเมืองคานส์ เวนิซ และซันแดนซ์
ความยอดเยี่ยมของงานที่มีความยาวมากกว่าโฆษณาทางทีวีไม่กี่นาทีนี้ ส่วนหนึ่งนั้น มันคือพลังของเรื่องราวโดยตรง ที่บอกเล่าอย่างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ผมเข้าใจว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดการแชร์กันอย่างล้นหลามในขณะนี้ก็เพราะว่าเนื้อหาของหนัง มันบังเอิญถูกพ้องต้องกันกับความเป็นไปบางประการในบ้านเมืองของเราในช่วงที่ผ่านมา แต่จะโดนใจใครในมุมไหนนั้น การคลิกดูแล้วคิดตาม จะนำมาซึ่งคำตอบ
เรื่องราวโดยย่อ Bus 44 เซ็ตติ้งฉากอยู่ในรถโดยสารคันหนึ่งในดินแดนชนบทของเมืองจีน โดยที่คนขับรถคันดังกล่าวเป็นผู้หญิง และการรับส่งผู้โดยสารก็คงดำเนินไปเฉกเช่นทุกวัน ถ้าเพียงแต่ว่าวันนั้น จะไม่มีผู้ร้ายซึ่งทำทีเป็นขอขึ้นรถแล้วกระทำการอันอุกอาจ
http://www.manager.co.th/entertainment/viewnews.aspx?NewsID=9570000002591
“Bus 44” หนังสั้น 11 นาที ที่ได้รับ 12 รางวัลจากทั่วโลก สะท้อนจุดจบของ วัฒนธรรม “นั่งดูเฉยๆ” สร้างอิงจากเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ แห่งนึงของจีน อย่าให้การ “นั่งดูเฉยๆ” เกิดขึ้นในสังคมไทย จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ และพบจุดจบ แบบในหนังสั้นเรื่องนี้ – See more at: http://travel.truelife.com/detail/3066310/hilight/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99-Bus-44#sthash.rLFNigWx.dpuf
Bus 44 – Award-Winning Short Film

26.
รูปร้านเชียงดาว

27.
เมื่อวานออกกองถ่ายหนังสั้น แวะร้านหนังสือเชียงดาว — กับ ภู เชียงดาว และ 3 อื่นๆ

28.
เดี๋ยวเตรียมออกกองถ่ายหนังสั้นอีก และผมนึกถึงการพูดคุยกับนวลคำฯ ในเรื่องตำนานพระราชประวัติพระเจ้าพรหมมหาราช ในรัชสมัยของพระเจ้าพรหมมหาราชทรงครองราชย์อยู่ ณ เมืองไชยปราการนั้น บ้านเมืองในแว่นแคว้นโยนกเจริญรุ่งเรืองเต็มไปด้วยความวัฒนาผาสุก พระเกียรติยศของพระองค์รุ่งเรืองปรากฏไปทั่วทุกทิศ เหล่าปัจจามิตรก็มิอาจหล้ามาราวีด้วยเกรงในพระบรมเดชานุภาพและบุญญาธิการของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงพระเจริญวัยขึ้นมีพระชนม์ 13 พรรษา คืนหนึ่งทรงพระสุบินว่ามีเทวดามาบอกพระองค์ว่า ถ้าอยากได้ช้างเผือกคู่พระบารมีสำหรับทำศึกสงครามแล้วไซร้ วันพรุ่งนี้ตอนเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นให้ออกไปที่ฝั่งแม่น้ำโขง แล้วคอยดูจะมีช้างเผือกล่องน้ำมาตามแม่น้ำโขง 3 ตัวด้วยกัน ถ้าจับได้ตัวใดตัวหนึ่งก็จะใช้เป็นพาหนะทำศึกสงคราม ถ้าจับได้ตัวที่หนึ่งจะปราบได้ทั้งสี่ทวีป ถ้าจับได้ตัวที่สองจะปราบได้ทั่วชมพูทวีป ถ้าจับได้ตัวที่สามจะดินแดนแคว้นลานนาไทยได้ทั้งหมด สิ้นสุบินนิมิตรแล้ว เจ้าพรหมราชกุมารตื่นจากบรรทม ไม่ทันสรงพระพักตร์ไปเรียกมหาดเล็กของท่าน
ซึ่งเป็นลูกทหารแม่ทัพนายกองจำนวน 50 คน ให้ไปตัดไม้รวกเป็นขอตามคำเทวดาบอก ให้ใช้ขอไม้รวกและเกาะคอช้างจะได้ลากขึ้นฝั่ง แล้วพากันไปที่ฝั่งแม่น้ำโขง ไปล้างหน้าล้างตา ยังไม่เสวยอาหารเลย ล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วก็คอยดู พอได้สักครู่ใหญ่ๆ ท้องฟ้าก็สว่าง ในขณะนั้นมีงูใหญ่ตัวหนึ่งสีเหลืองเลื่อมเป็นมันระยับตัวใหญ่โตประมาณ 3 อ้อม ยาว 10 กว่าวา ลอยมาตามแม่น้ำโขง เข้ามาใกล้ฝั่งที่พระองค์และมหาดเล็กอยู่นั้น เจ้าพรหมราชกุมารและมหาดเล็กเห็นเข้าก็ตกใจกลัวจนตัวสั่นหน้าซีด มิอาจเข้าไปใกล้ได้ เจ้างูนั้นก็เลยล่องผ่านไป พออีกสักครู่ใหญ่ๆ ก็มีงูลอยมาอีกตัวเล็กกว่าเก่า ขนาดก็สั้นกว่าตัวเก่านิดหน่อยเป็นงูอย่างเดียวกันก็ลอยล่องไปอีก เจ้าพรหมไม่กล้าทำอะไรพอตัวที่สองนี้ผ่านไปได้ครู่ใหญ่ๆ ก็นึกว่าเทวดาบอกว่าจะมีช้างเผือกลอยมา 3 ตัว ไม่เห็นช้างเผือกลอยมาสักตัวเห็นแต่งูลอยมาสองตัวแล้ว ถ้าหากว่ามีอีกตัวหนึ่งต้องเป็นช้างเผือกแน่ ตัวที่สามนี้อย่างไรก็ต้องเอาละเพราะเป็นตัวสุดท้ายแล้ว พอเจ้างูตัวที่ 3 ลอยมา เจ้าพรหมก็ลงน้ำและบุกน้ำลงไป ไปถึงก็เอาไม้รวกเกาะคองูนั้น พอขอไม้รวกเกาะคองู งูก็แปรสภาพเป็นช้างเผือกทันที
ส่วนเรื่องประวัติลองดูเพิ่มเติม กล่าวสรุปโดยย่อความเป็นมาของช้างสำหรับการศึกเป็ช้างชื่อว่า “ช้างเผือกพางคำ” เชื่อมโยงกับ “เมืองพานคำ” และเหตุการณ์รบสงครามกับ“เมืองวชิรปราการ” แปลตามพยัญชนะว่า “กำแพงเพชร” (คือจังหวัดกำแพงเพชรในปัจจุบันนี้)
หลังจากที่พระเจ้าพรหมมหาราชทรงอัญเชิญให้พระราชบิดาคือพระเจ้าพังคราชเสด็จครองเมืองชัยบุรีเชียงแสน(เพราะว่าที่ตีมานี้ได้ชัยชนะ) แล้วสร้าง“เจดีย์จอมกิตติ” ต่อมาพระองค์จึงเสด็จหาที่ตั้งราชธานีใหม่ ในที่สุดก็เสด็จมาถึงบริเวณแม่น้ำฝาง เห็นเป็นที่ทำเลเหมาะดี ก็ทรงสร้างนครขึ้นที่นั่น เมื่อสร้างเสร็จแล้วจึงขนานนามเมืองว่า “เมืองไชยปราการ” แล้วพระองค์เสด็จขึ้นครองราชสมบัติในปี พ.ศ. 1480 เมืองนั้นอยู่ห่างจากเมืองชัยบุรีเชียงแสน ระยะทางประมาณ 300 ก.ม. (คือเชียงแสนกับฝางปัจจุบันนี้ และอำเภอแม่สาย เชียงรายนิยมนับถือพระเจ้าพรหมฯ)
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3
*คำขวัญอำเภอไชยปราการ: พระเจ้าพรหมสร้างเมือง รุ่งเรืองวัฒนธรรม งามล้ำถ้ำตับเต่า เมืองเก่าไชยปราการ.
ภาพประกอบให้นวลคำฯ กับบรรยากาศริมน้ำ ตำบลท่าตอน อ.แม่อาย เชียงใหม่ ครับ^^
Culture Hero หรือวีรบุรุษวัฒนธรรม เช่น พระเจ้าพรหมฯ และเรื่องอนุสาวรีย์พระเจ้าพรหม
http://www.lek-prapai.org/watch.php?id=565
http://www.lek-prapai.org/watch.php?id=728
พระเจ้าพรหม “มหาราช” ในประวัติศาสตร์ไทย “ไม่มีจริง”
http://www.sujitwongthes.com/2009/12/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1-%E2%80%9C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E2%80%9D-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B/

แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา
http://www.tourismchiangrai.com/index.php/webdir/tour-tambon/download/NewsSociety/tour-cr/images_aod/readme/images/tour-tambon?p=article&ida=27

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s