Stop Crying Your Heart Out (Butterfly Effect)-The Great Gatsby

Stop Crying Your Heart Out (Butterfly Effect)
ตอนนี้ผมเขียนบันทึก ผ่านไปทางเฟซฯ เป็นหลัก จากเดือนพฤษภา-มิถุนา น่ะครับ
เมื่อวานก่อน ผมไปงานขึ้นบ้านใหม่ของรุ่นพี่ คนหนึ่งเป็นที่ปรึกษาสหภาพแรงงานฯ และเมื่อวานนี้ ผมร่วมดื่มด่ำปารตี้อีกครั้ง พร้อมเจอกุ๊ก คือ พ่อครัวที่รู้จักกัน และครอบครัวรุ่นพี่มาจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ ณ ร้าน So Lao ที่ผมเคยมารอบสองแล้วครับ…บันทึกไว้ในเวียงวันที่ฝนตกชุ่มฉ่ำอุรา…หวังหายร้อนกายสบาย น่ะ^^

ถ้าคุณต้องเผชิญหน้ารักเค้าข้างเดียว ไม่ใช่คู่กัน หรือเปล่า หลังจากผมเพิ่งนึกออกก่อนหน้าผมสนทนาเรื่องหนังชิงรักหักสวาท เป็นชู้รักเอาสาวในดวงใจมาให้ได้ กับคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งผมบรรยายว่าอยากดูหนังกำลังเข้าฉายในเดือนMayแสดงโดยลีโอนาโดฯ ทำจากนิยายของ F. Scott Fitzgerald (นักเขียนร่วมสมัยกับเฮมิงเวย์) คือ The Great Gatsby…

แค่นึกถึงหนังมีฉบับแปลหนังสือเป็นภาษาไทยว่า นักรักผู้ยิ่งใหญ่(The Great Gatsby) เป็นเรื่องหนุ่มยากจน สร้างตัวเอง มีฐานะมั่งคั่ง จัดงานปาร์ตี้แนวไฮโซ สะท้อนเรื่องยุคเพลงแจ๊ซ พร้อมลักษณะอเมริกันดรีม ซึ่งผมสะสมงานเขียนของนักเขียนคนนี้เป็นฉบับภาษาอังกฤษไว้ เช่น Tender is The Night ส่วนผลงานกำกับหนังคนนี้มีประวัติน่าสนใจในหนังที่ผมชอบโรมิโอ จูเลียต,มูแรงรูจ น่ะครับ

ไม่สำคัญว่าฉันจะรักสักเท่าไหร่..ไม่ว่าฉันคิดไกลสักแค่ไหน คนบางคนผ่านมาให้รัก ไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กัน ทำได้แค่นี้เรื่องเธอกับฉันท่องไว้ คนบางคนผ่านมา แค่เขียนภาพเพื่อให้จดจำเอาไว้..ได้มีความทรงจำ ที่แม้จะเจ็บก็สวยงาม.. ผมคิดว่าน่าสนใจ ถ้าคุณเจอคนที่ไม่อยากลืม แต่ความจำเสื่อม อาจจะลืมง่ายกว่าใช้เวลามาก ในคนที่ผ่านมาให้แค่จำ :ไม่สำคัญว่าฉันจะรักสักเท่าไหร่ บอกตัวเองว่าต้องข่มใจ ไม่อ่อนไหวเหมือนเคย เมื่อวันนี้ก็รู้ว่าไม่มีเส้นทางต่อไป สุดทางแค่นี้ความรัก ไม่ว่าฉันคิดไกลสักแค่ไหนคนบางคนผ่านมาให้รัก ไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กัน ทำได้แค่นี้เรื่องเธอกับฉันท่องไว้ คนบางคนผ่านมา แค่เขียนภาพเพื่อให้จดจำเอาไว้ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ได้มีความทรงจำ ที่แม้จะเจ็บก็สวยงาม
ขอบคุณนะที่ได้ผ่านมาในชีวิตครั้งหนึ่ง ไม่มีวันจะไม่คิดถึงว่าเคยได้ยืนใกล้ ท่วงทำนองความรักแม้ไม่เคยได้เป็นอย่างใจ ปล่อยให้มันบรรเลงอย่างนั้น แม้สุดท้ายน้ำตายังต้องไหล(พีท นักร้องเคยร่วมวงกับบอย Peacemaker)

น้องสาวผมยกหมวกให้ผม เป็นที่ระลึกซื้อมาจากจีน ตอนนั้นน้องร่วมทำธุรกิจครอบครัวเกี่ยวกับขายสินค้านีโอไลฟ์พาเที่ยวฉลองทำยอดได้ แค่ผมคิดถึงพลังเงียบในโลกหยุดพูด..บทสนทนา “ผมดูหนังเกย์ แสดงออกท่าทางแทนไม่มีคำพูดสนทนาของคู่รัก” คนหนุ่มกล่าวคำคมอย่างลึกซึ้งเสร็จจ้องมองดวงตา และใบหน้าผม..นิ่งๆฟังอย่างตั้งใจ จดจำคำมาได้ หลังบทสนทนาเกี่ยวกับหนัง The Great Gatsby ทำให้นึกถึงหลายปีก่อนผมเคยไปดูหนัง ทำจากเรื่องสั้นของ F. Scott Fitzgerald คือ The Curious Case of Benjamin Button กับสาวสองคนนานแล้ว

ขอบคุณ Bowที่มาเฉลยว่าหมวกชาย,Chalermpol,Kittayut,พี่แสงฯ ผมไม่ใช่เกย์555 http://www.youtube.com/watch?v=D8K33Gbr_kY

ออกพื้นที่พารุ่นพี่สำรวจ หาที่ดิน ตอน1

รำลึกพฤษภา53 เมื่อรุ่นพี่ดูที่ดินแวะหามิตรสหายเจอคนรุ่นพฤษภา35 และตุลา 16 ต่อมาแวะวัดไหว้พระเจ้าทันใจ

ผมอยากเที่ยวยาวนาน แอร์เย็นๆ สบายๆ หรือเลือกที่นั่งรับลม ดอย หลงทาง และหลงลืมๆบางอย่างไป ถ้าต้องทนดูการเมืองอุณหภูมิร้อนไปเรื่อยเปื่อย…บทสรุปจากสุนทรียเสวนา ท่านพี่ยุค16 คาดการณ์ว่าพวกแนวร่วมคนไทยรักชาติ เป็นสหายเก่า มีระเบียบวินัย ฝึกมาดี ถ้าจะอยู่นาน ครับ

ไม่ใช่เพลงเต้นแนวรักเปิดอกแบบใบเตย อาร์สยาม หรือเพลงรักเขาไปก่อนได้ไหม มิวสิควิดิโอตัดผมตัดชู้…เมื่อผมรู้สึกเข้าใจเห็นคนหูหนวกพูดไม่ได้ อาจจะตาบอด แต่พระเอกสายตาสั้น เหมือนนางเอกมิวสิคอย่างกับแฟนทำแทนได้หรือไม่..ในเพลงซึ้งๆว่า..ฉันนั้นไร้ความหวัง ฉันนั้นไร้จุดหมาย วันที่เธอไปจากฉัน ฉันเหมือนไร้ชีวิต กัดฟันก้าวข้ามผ่าน พ้นจากวันนั้นมา เหมือนฉันนั้นหายดีแล้ว แต่ยิ่งเดินไกลเท่าไหร่ สุดท้ายฉันก็ยิ่งได้รู้ เจ็บกว่าการไม่มีความหวัง ก็คือการไม่ลืมความหลัง เท้าก้าวเดินไป แต่หัวใจหยุดตรงนั้น เธอรู้ไหมการคิดถึง คนที่ไม่มีทางพบกัน นั้นปวดร้าวและทรมานเหลือเกิน
ทุกคืนที่หลับตา ทุกวันที่ตื่นมา ยังไม่เคยลืมได้สักครั้ง
ทั้งๆ ที่ก็รู้ ต้องเจ็บและต้องร้าวราน ฉันก็ยังคิดถึงเธอ
พรุ่งนี้ที่ไร้จุดหมาย อาจเขียนขึ้นมาได้ใหม่
แต่จะลบวันวานอย่างไร
(เพลงเจ็บกว่าจาก)

พระเอกมิวสิค บอกถ้าไม่ใช่ เพราะกี้…พี่จะเปิดร้านแผ่นเสียงให้คนเค้าล้อ ทำไม…นี่แหละครับ…คนใบ้ขายของลำบาก ยากกว่าคนพูดได้ และคู่รักช่วยพูดแทนเขียน ฟังเพลงยังต้องผ่านแฟนช่วยแปลเป็นภาษามือ

ข่าวไฟดับที่ใต้ นึกถึงผมดูละครทีวีติดนิดๆ มีมายาตวัน ในซี่รี่ยละครทีวีสามทหารเสือ:นักข่าวสาว ผูกผันรักปักษ์ใต้ เพราะมีฉากภูเก็ต พล็อตเรื่องเก่าทำใหม่ น่าสนใจจากบทประพันธ์กิ่งฉัตร นักเขียนที่ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์จำได้บ้างว่าเขียนนิยายตอนจบให้แต่งงานง่ายกว่าเรื่องชีวิตหลังแต่งงาน ยากกว่าทั้งปัญหาครอบครัว ส่วนตัวนักเขียนเชื่อเรื่องรักแท้ แต่เธอเองไม่มีคู่ และนักเขียนต้องโสดเขียนนิยายได้ดี แม้ไม่มีแฟน…

ละครทีวีทันสมัยพระเอก-นางเอกเล่นไลน์หากัน ส่วนนิยายโปรย…เขาคิดเสมอว่า ชีวิตของเขาเหมือนต้องคำสาป ความรัก ความงาม และความสุขที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่างแสนสั้น เลื่อนลอย ไม่ต่างจากภาพลวงตา มายาแห่งตวัน… แต่.. มัทนาไม่ใช่ภาพลวงตาที่เกิดจากแสงอาทิตย์อัสดง หล่อนคือความจริง คือแสงสว่างอันบริสุทธิ์ ที่สาดส่องเข้ามาในชีวิตเขา สร้างความอบอุ่นและความหวัง

ส่วนมนต์จันทราโปรยว่า…จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดงผูกมือน้องข้า…ใครสนใจติดตามละคร น่ะคร้าบ

ผมดูละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ แค่ฉากสวิสฯ ต่อมาอ่านบทวิจารณ์ในเนชั่น สุดสัปดาห์ว่ากระแสตัวละครคุณชาย นักโบราณคดี ไม่ดีถูกตัดจบเร็วไม่เหมือนแนวขุนเดช ฟาดฟันสู้ปกป้องโบราณสถาน และอาชีพหมอมีสีสันในละครคุณชาย(ดูเพิ่มเติมเนชั่นฯ) เรื่อง ‘นายพล’ กับ ‘หญิงคนชั่ว’…เส้นทางนางงามของ ‘กรองแก้ว บุญมี’ จากละครโทรทัศน์เรื่อง ‘คุณชายพุฒิภัทร’ 1 ใน 5 ของนวนิยายชุดเรื่อง ‘สุภาพบุรุษจุฑาเทพ’ กำลังเป็นที่ถูกใจของผู้ชมเป็นอย่างมาก ปมของเรื่องเป็นเรื่องราวของหมอศัลยกรรมหนุ่มเชื้อพระวงศ์ ที่บังเอิญไปปักใจรักกับ ‘นางงาม’

ตัวละครหลายตัวในเรื่อง เกี่ยวพันอยู่กับภารกิจจัดส่ง ‘สาวงาม’ ไปบรรณาการแก่ผู้มีอำนาจ บารมีทางการเมือง โดยเฉพาะ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ที่มีชื่อว่า ‘พลเอกพินิจ’!!
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายธราธร

วันวิสาขบูชา ทำให้ผมรำลึกเข้าวัดหาหลวงพ่อเปลี่ยน ที่แม่ริม หลังวันคล้ายวันเกิด วันที่24 เม.ย.ได้ฟังธรรมะ ในเรื่องเวียนว่ายตายเกิด และชาติก่อน ชาติหน้าด้วย ครับ ส่วนเรื่องความรัก อยากให้จบได้สักทีหลุดพ้นหลังจากเมา..รัก เจ็บตัว ไปโรงพยาบาล แล้วคิดต้องตัดปมผูกพันให้เหมือนต้องตายแล้วเกิดใหม่ The crisis consists precisely in the fact that the old is dying and the new cannot be born; ออกจากมนต์สะกดคู่รัก ครับ
(รูปหลวงพ่อเปลี่ยน)

ถ้า“รักแท้ ไม่แพ้ระยะทางและระยะเวลา”คงจะมีรักจริง….กับวงเครสเชนโด้ (อังกฤษ: Crescendo) พีระพัฒน์ เถรว่อง (บี) อดีตนักร้องของเครสเชนโด้ เป็นศัพท์ทางด้านดนตรีในภาษาอิตาเลียน ที่มีความหมายว่า “ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ” เครสเชนโด้ออกอีพีอัลบั้มชุดแรกโดยที่ทำเองขายเอง
…คงจะมีรักจริงรออยู่ ที่ดินแดนใดซักแห่ง คงมีใครซักคนรออยู่ ตรงนั้น คงมีความหมายใด ซ่อนอยู่ในการรอคอยที่แสนนาน คงจะมีซักวันฉันคงได้เจอ เจ็บมาแล้วตั้งกี่ครั้ง เมื่อความหลังพังทลาย จะมีใครที่เป็นคนสุดท้าย
เธอคนนั้นอยู่แห่งไหน จะไกลแสนไกลเท่าไหร่ ก็จะไปที่ดินแดนแห่งนั้น
ดินแดนแห่งความรัก

คิดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำชาติหน้า ถ้าไม่ได้กินกับหญิงสาวอีกแล้ว แม้รักแท้ แพ้ใกล้ชิด เพราะความรักสื่อผ่านภาษากาย อันใกล้ชิดกัน ถูกท้าทายจากแนวคิดLiving Apart Together!!(การแยกอยู่ด้วยกัน) ข้อเสียถ้าคู่รักอยู่ใกล้กัน ทะเลาะกันมาก ต้องแยกอยู่ไกลกัน เพื่อเพิ่มเติมรักที่หายไป…ผมเอาข้อมูลจากการแชร์ในเน็ตมาเล่าต่อ คือ คนที่แต่งงานแล้วเคยสังเกตไหมว่า หลังจากอยู่กินด้วยกันแล้ว อาการคิดถึงกันอย่างสมัยที่จีบกันใหม่ๆ หายไป

จนเมื่อถึงวันที่ทั้งคู่ต้องแยกตัวกันชั่วคราว เช่น คนหนึ่งต้องไปประชุมต่างประเทศ หรือไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัด อาการคิดถึงกันก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง มิใช่เรื่องแปลก ความรู้สึกคิดถึงกันมักเกิดขึ้นต่อเมื่อแยกตัวกัน ดังนั้น หนึ่งในเคล็ดลับของการอยู่ด้วยกันนานๆ คือแยกตัวจากกันบ้าง การเห็นหน้ากันทุกวันอาจทำให้ความสัมพันธ์จืดจางลงได้
หลายคู่แยกกันอยู่เพราะความจำเป็น ไม่ว่าเพราะปัญหาทางสังคมหรือเศรษฐกิจ เจอหน้ากันเฉพาะเมื่อโอกาสอำนวย การแยกกันอยู่ทางกายภาพแบบนี้มีข้อเสียหลายข้อ แต่มองโลกในแง่บวก ก็มีข้อดีหลายข้อเช่นกัน

ข้อเสียคือ ความหงอยเหงา การพรากจาก และการเอ่ยคำอำลา ข้อดีคือมีโอกาสทะเลาะกันน้อยลง! และอาจช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้น พิสูจน์ว่าปรัชญาตะวันตกที่ว่า “การไม่อยู่ด้วยกันช่วยสานความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น” มีส่วนจริง เหล่านี้เป็นคนที่รักกัน แต่แยกกันอยู่เพราะความจำเป็น…

(ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำชาติหน้า)

น้องๆ ไปเที่ยวไหนกัน น้องตอบว่า Terminal แล้วผมถามว่าTerminal มีอะไรให้เที่ยว? ผมถามหน้าซื่อ รู้ในใจแค่ว่ามันเป็นห้างสรรพสินค้าละมั้ง(ปกติไม่เข้ากทม.มากครั้ง รู้สึกเห็นป้ายห้างแว่บๆ) น้องเงียบไป ผู้ชายคนหนึ่งตอบว่า Terminal มีแต่เกย์ตุ๊ด เดินควงคู่กัน จับมือกัน น้องผู้หญิงตอบ ใช่ๆ หันมามองผม แล้วอย่างนี้ผู้หญิงจะอยู่อย่างไร มีแต่ตุ๊ด เกย์ กระเทย แล้วผมเงียบอมยิ้ม..ไม่มีคำตอบ^^

บทสนทนาระหว่างที่นั่งรถตู้กลับจากกรุงเทพฯงานประชุมด้านGood govermence มีชายหญิงเรียนรัฐศาสตร์อ่านหนังสือเตรียมสอบเรื่องการจัดระบบองค์กร ในรถ ครับผม
ปล.เรื่องเล่าเบาๆ

The-story-behind-the-masks
Westerners’ fascination with the way labourers in Thailand toil under the hot sun with faces and bodies completely covered finds fresh expression in a photo exhibition that’s spread around Ratchaburi.
http://www.nationmultimedia.com/life/The-story-behind-the-masks-30205912.html

นักเขียน ที่ลาจากโลกไปอีกคนหนึ่ง ซึ่งผมเคยอ่านงานเขียนของเขา ครับ

วงการน้ำหมึกช็อค!นักเขียนดัง”สรจักร ศิริบริรักษ์” เจ้าของเรื่องสั้น”ศพใต้เตียง” เสียช�
http://www.matichon.co.th

ชมพู่ อารยา ดังในเทศกาลหนังเมืองคานส์ เนื่องจากไม่ไหว้ไม่สวมชุดไทย ทำให้ผมนึกถึงหนังฟิลลิ่งตลกที่เธอแสดง มันเป็นFeelingของผู้หญิง และการร้องไห้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าระหว่างคุณเป็นคนสำคัญกับจำเป็นของครอบครัว ก็คือ คุณนายโฮ ที่คนในครอบครัวไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่จำเป็นช่วยพ่อ ให้เลิกบ้าทหารรักชาติเสียสละชีพ แทนแม่-พี่สาว ที่เสียชีวิตไปตอนเด็ก ส่วนน้องชายโตมาอยากให้เลิกเป็นตุ๊ดพาไปช่วยต่อยมวย โดนเด็กชายต่อย และเด็กชายกลายเป็นถูกด่าหน้าตัวเมีย และเพื่อน ที่ปลอบโยนเธอตลอด คือ ต๊อก เป็นหมอ ในหนัง

สุดท้ายคุณนายโฮ ได้ให้ใจหมอ ผู้สำคัญ คู่จำเป็น เพราะคนรักที่เป็นเพื่อนรักกัน แถมเขารักเดียวใจเดียว ไม่แน่ใจว่ามีลูกจะรักลูกได้ไหม? อาจจะตรงข้ามกับบอย ชายหนุ่มแฟนอยากช่วยให้ท้อง เพราะกลัวเรื่องโรคมดลูกเก่า หมดอายุ อยากมีลูก แต่กลัวเสียตัว สุดท้ายบอย(เรย์)เลยด่า…ฮา…อีดอกเห็ด แอ็บป่ะเนี่ย ทำเป็นหวงตัว ถ้ากรูมีแฟนจัดไปแบบแรดๆ แต่งตัวแรงๆรักสนุกกลับบ้านดึกได้ อีเห็ด..

TCDC เพิ่งเปิดใหม่ในเชียงใหม่ และผมชอบเรื่องเล่าเมืองใหม่ ที่มีเรื่องความคิดสร้างสรรค์ บ่งชี้เรื่องน่าค้นหาในความสงบ ป่าไม้ และร้าน ทำเมืองให้น่าอยู่สร้างผู้คนคิดสร้างสรรค์พัฒนาเมืองใหม่

ศูนย์สร้างสรรค์ฯเชียงใหม่มาสัมภาษณ์พี่อารยา ในเรื่องธุรกิจร้านหนังสือกับความพอดี ส่วนลุงคนหนึ่งนามสกุลชุ่มใจ เฝ้าห้องสมุดวัดอุโมงค์ โดยความพอใจ และเจ๊โอ๋ บ่นเรื่องย้ายที่อยู่ 5555^^

-เพื่อนมาทักเรื่องงานเขียนในเนชั่น สุดสัปดาห์—–

หน้ากากพี่สมยศ มีแล้ว หน้ากากอ.สมศักดิ์ ไม่แน่ใจมีกันหรือยัง(แวะมาแซวเล่นตอนไม่อยู่ฮี่ๆ) ผมเห็นว่าจะมีชุมนุมวันนี้คนใส่หน้ากากกาย…V for vendetta อีก แต่ว่าVเป็นสัญญะแห่งความรุนแรงสำหรับหนังที่ใช้มีดฆ่าคน และคนในสังคมไทยรู้ว่าการต่อสู้โดยเลือดล้างด้วยเลือดเผชิญหน้ากันในทางการเมืองรอบหลายปีที่ผ่านมา ยังไม่สิ้นสุด อาจจะถึงอนาคตอันใกล้อีก แม้ว่าผมจะดูหนังเรื่องV for vendetta สองรอบ และผมเคยฟังเสวนาที่น่าจะครบถ้วนการตีความ วิเคราะห์หนัง รวมถึงล่าสุดตามอ่านนิตยสารบอกถึงการแย่งชิงความหมายทางประวัติศาสตร์ของหน้ากาก..กาย ในปัจจุบันด้วยซ้ำ

หากผมหวนคิดถึงการเขียนเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ที่เคยเขียนในเน็ตไว้ กลับมาทบทวนว่าหน้ากากจะเป็นอันตรายในวาระซ่อนเร้น ที่มีความหมายซ่อนความรุนแรงในทางการเมืองไทย กำลังค่อยๆ เปิดเผยโฉมหน้าอีกครั้ง หรืออย่ากลัวกังวลขำๆ หวังว่าไม่มีอะไรน่ากลัวต่อประเทศThailand น่ะครับ *O*
ดูตัวอย่างหนังซ้ำ การเมืองกับหน้ากาก

หลายวันก่อน มีพี่คนหนึ่งหิ้วของพะรุงพะรังท่าจะบ้า เดินมาเผชิญหน้ากับผมเรียกผมว่าลูกพี่ๆ…ผมเกรงว่าท่านพี่จะเดินตามผมเป็นพวกเดียวกัน เมื่อผมมองเหลียวหลังผ่านไม่ตามมาด้วยกัน แล้วผมคิดรอบด้าน สงสัยตัวเองแล้วฮี่ๆ น่ะครับ ^o^ ณ ขณะผมหาไอเดียเขียนงานปั่นต้นฉบับแล้ว ความคิดไม่ค่อยไหลลื่น ในหัว ทำให้ผมอยากปั่นจักรยานเล่นออกกำลังกายรอบคูเมือง ดูกำแพงเมือง เจียงใหม่เหมือนนิทรรศการเล่าเรื่องเมืองใหม่ ไม่ใช่พวกขี่มอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์เปลือยอย่างเป็นข่าว แต่ว่าจักรยานเก่าขายชั่งกิโลหาเงินไปแล้ว จะเดินเล่นเกรงใจ

ปล.ผมอยากเป็นคนปกติทั่วไป ยังไม่อยากประสาทเสียสติ ทำงานจ็อบอาจารย์พิเศษ-เตรียมสอน-ตรวจงานบทความนศ. ด้วยคร้าบ

เดินทางมาต่างอำเภอ และตอนนี้ผมรู้สึกอยากออกกำลังกาย แค่เดินเล่นๆ เตะบอล ไม่เหมือนนักบอลแขวนสตั๊ด หล่อๆแนวเดวิด แบ๊คแฮม และไม่ได้เป็นเหมือนเซอร์ อเล็กซ์ฯ เลิกคุมทีมแมนยูฯ แล้วก็ตาม ที่ผมบ่นๆ เพราะว่าผมคิดเตรียมต้นฉบับส่งประกวดรางวัลพานแว่นฟ้าไม่ออก เกรงว่าขาประจำส่งงาน จะต้องแขวนสตั๊ดชั่วคราว แต่ๆเสร็จต้นฉบับหนึ่งชิ้น ให้กำลังใจตัวเองโหยหาอดีต เปิดเพลง11ปี่ก่อนผมชอบเพลงรักที่เพิ่งผ่านพ้นไป…นี้มากๆ ฟังซ้ำๆ เปิดวนเวียนไปมากับเทปคาสเซ็ท แล้วมันยานนนนไปเลย
Groove Riders – รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เคยนั่งตรงนี้ เก้าอี้ตัวนี้ อยู่ข้างๆเธอ เป็นที่ประจำ ที่เธอและฉัน จะนัดกันเสมอ แต่วันนี้ ที่เดิมตรงนี้ ที่ฉันได้เจอ ทุกอย่างคงเดิม บรรยากาศเดิมๆ แต่ไม่มีเธอ ดนตรี นั้นเล่นอยู่ ฟัง ฉันฟังอยู่ แต่ว่าในใจนั้น เงียบงัน มีแต่เสียงเพลง ที่ว่างเปล่า
จบลงแล้ว ความรักของเรา ไม่มีเขาเคียงข้างอีกแล้ว ไม่มีคืนวันที่สดใส ดื่มให้ตัวเองอีกที กับรักที่เพิ่ง ผ่านพ้นไป
ฉากวันนั้น ยังจดยังจำ แจ่มชัดในใจ ภาพวันนั้นที่เธอบอกลาฉัน ยังไม่เคยเลือนหายไป คำพูดวันนั้นที่บอกกับฉัน ว่าเธอต้องไป เธอจับมือฉัน และบอกให้ฉัน ยกโทษให้ได้ไหม ดนตรี นั้นเล่นอยู่ ฟัง ฉันฟังอยู่
แต่ว่าในใจนั้น เงียบงัน

อ่ะน่ะ ผมไม่ได้ซีเรียส น่ะ คือ เล่าเรื่องการทำงานคุยกับท่านนิติพงศ์ หนุกๆ แถมท้ายที่ท่านสนใจนิทเช่เน้นว่าเขาเขียนด้วยเลือดด้วยชีวิต มิใช่ด้วยเหตุผลอย่างเดียวอะไรเนี่ยแหละ แล้วมีคนแซวรีวิวหนังสือเพียงที่เขียนด้วยเลือดด้วยครับ^^ผมไปทำธุระก่อน น่ะคร้าบ^^
http://khunmaebook.tarad.com/product.detail_646347_th_4130709

Madman writer:นักเขียนคนบ้า แปลอย่างนี้ป่ะ555 นิตยสารแมดเมนฯ ยังเปิดรับสมัครนักเขียน ผู้ฟักใฝ่สนใจงานวรรณกรรม ส่งงานไปได้ ครับ ส่วนผมประชาสัมพันธ์ และประสานงานให้เหล่ากองบก. สำหรับท่านผู้สนใจ ดูการวิจารณ์หนังสือเรื่องนายใน(ผมไม่เกี่ยวบังเอิญรู้จักทั้งผู้เขียนและผู้วิจารณ์) และเรื่องหนังเกย์ๆ(อันนี้ผมไม่เกี่ยวอีก) ครับ 55555
http://www.madmenwriter.com/No20/index.html

เมื่อประมาณปี2551 หรือเปล่า ไม่แน่ใจความทรงจำเริ่มรางเลือน จากผ่านกาลเวลาหลายปี ตอนนั้นงานเสวนาในมหา’ลัยแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ(เซ็นเซอร์น่ะเนี่ย) ที่ผมไปทำข่าว มีประเด็นคุยเรื่องการจัดตั้งทำเครือข่ายเรื่องรัฐสวัสดิการคุยกันเรื่องการเมืองอย่างโน้นนี้อะไรสักอย่างนี้แหละครับ มีพี่ภัควดี ร่วมเป็นวิทยากร พร้อมมีตัวแทนเกษตรกร แรงงาน หญิงบริการฯลฯ และเรื่องของเรื่องขำขำละมั้ง คือ ภายในงานมีแจกถุงยางอนามัย(ภาษาลาวเรียกว่าเสื้อกันฝนตัวน้อย)

ขณะที่ผมยืนคุยตอนใกล้เลิกงานอยู่กับพี่ภัควดี และพวกผู้หญิงมายืนแจกถุงยางให้พี่ภัควดีรับไว้ ส่วนผมปฏิเสธบอกไม่ได้ใช้ๆ และเค้าถามว่า ไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่เป็น ฯลฯ วูบนั้น ผมคิดในใจอายไม่อยากให้เขาซักไซ้ถามมากความ เนื่องจากผมอายุเริ่มมากไม่เคยใช้ถุงยางกับใคร ไม่มีเพศสัมพันธ์กับใคร อายไม่อยากขยายความ รีบคว้าถุงยางแพ็คเกจอย่างดีรับไว้เต็มมือ

ส่วนพี่ภัควดี ยืนอยู่ข้างๆเห็นผมท่าทางอย่างนั้น นำถุงยาง ที่ได้รับก่อนหน้ามาให้ใส่มือผมเพิ่มอีก ปัจจุบัน ผมเก็บไว้เป็นที่ระลึก ตอนนี้ถุงยางจะหมดอายุแล้วคร้าบ 555
แด่วันที่6/6/2556 พร้อมภาพประกอบบัตรประชาชนเหลือง(ชั่วคราว) หลังจากบัตรหมดอายุ ก่อนได้วัสดุบัตรประชาชนใหม่

ส่งงานประกวดพานฯไปตามกำหนดส่งเดิม และประชาสัมพันธ์ให้นิตยสารแมดเมน(ต่อภาค2) ผมนึกถึงหนังเรื่อง Picnic แล้วปิ๊งไอเดียแวบอยากทำหนังสั้นทั้งที่พักไม่ได้ทำกลับคิดได้หนังสั้น ตลกๆ แก่นเรื่องทำลายกำแพงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของพรมแดนระหว่างโลกคนบ้ากับคนปกติ หรือว่ากันว่า อัจฉริยะกับคนบ้าเส้นแบ่งบางๆ น่ะครับ นี่และเรื่องต้องจับนักเขียนคนบ้า Madmenwriter มาทำหนังสั้นๆ ไม่ยาวเหมือนหนังเรื่องนี้บ้างแล้ว ยกเว้นบอย บ้า น่ะ ครับ555

หนังเรื่องPicnic โดยผู้กำกับคนโปรด เป็นหนังอาร์ตสำหรับผม ที่ทำหนังหลายเรื่องยกตัวอย่างLove letter,Rainbow Song คือ ชุนจิ อิวาอิ ทำหนังหลายเรื่องโดนๆ ใจผม ซึ่งผมเคยเล่าถึงไปแล้ว ส่วนเรื่องนี้เป็นหนังเก่าดูนานอยู่ยังจำได้ในสไตล์ว่าตอนดูมันส์ เท่ห์ โรแมนติค เป็นเรื่องคนบ้า ในโรงพยาบาลบ้า ออกมาเที่ยวปิกนิก นอกโรงพยาบาลเดินแนวกำแพง เพื่อค้นหาโลกบริสุทธิ์ ในวันสิ้นโลกเป็นงานแนวๆ สมจริงผสมเซอร์เรียลลิสม์ทางศิลปะ ทั้งนักแสดงแต่งกายออกแบบเจ๋ง ไม่ใช่แนวไทยแลนด์ก็อทฯ ว่าบ้าไม่บ้ามาออกรายการของไทยๆ หรือเรื่องตลกเท่ง เป็นเรื่องซีเรียส

วงการนักเขียน มักมีเรื่องแปลกๆ เช่น งานกิจกรรม… ที่มีกลุ่มนักเขียนยืนคุยกัน และผมพูดชมนักเขียนคนหนึ่งว่า พี่,หล่อ,ตัวสูง ผมเคยอ่านหนังสือพี่ด้วย เขากลับตอบว่าคุณชมผมหวังผลประโยชน์อะไร ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปผมจะพูด….เหรอ ครับ ส่วนผมคิดสร้างสรรค์ขอบคุณ ครับ คนมากดไลค์ ไม่เหมือนคนทั่วไป ในเฟซฯ อย่าไปคิดมากอะไรน่ะ ครับ แนวมารยาทของผมเอง และผมตั้งปณิธานสร้างตารางงาน-ชีวิตประจำวันว่าจะโพสต์ สิ่งที่เขียนในเฟซฯ ได้วันละหนึ่งโพสต์ ได้เรียนรู้ข้อเสีย ข้อดีของการเขียนเร็วเพื่อหาแรงบันดาลใจเขียนงานต่อไป ในแง่การสร้างสรรค์บางเล่มหนังสือบอกว่า การสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้เหมือนช่างฝีมือ วาดรูปในโบสถ์มีสมาธิ ถือศีล หรือความคิดสร้างสรรค์มาจากความบริสุทธิ์ของร่างกาย ส่วนทัศนะของบก.แมดเมน ทำให้ผมเห็นความคิดสร้างสรรค์ของการเขียน คือ…

อยากเป็นนักเขียนก็ต้องเขียน | ผมเชื่อว่าการจะเขียนหนังสือเก่ง อย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ การได้เขียนอยู่บ่อยๆ เขียนเป็นประจำสม่ำเสมอ ถ้าหยุดๆ เขียนๆ ก็ไม่วายย่ำอยู่กับที่ ดังนั้น แมดเมน จะช่วยรุนหลังให้คุณได้เขียนอย่างสม่ำเสมอ หลังจากเปิดเว็ปนี้แล้ว ผมเองก็หวังว่าที่แห่งนี้จะเป็น “เวที” ให้กับหลายพันนักเขียนหรือนัก(อยาก)เขียน… บก.

วันอาทิตย์ที่9/6/56 จวนเวลาเที่ยงฯ บรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน สลับแดด น่านอนหลับพักผ่อน ตอนนี้ผมนึกถึงมีธุระบ่ายๆ ต้องเตรียมออกไปข้างนอก และผมหวนคิดถึงอดีตรูปที่พี่ไอน์ถ่ายตอนปี50หรือ51 ตอนนั้นพี่รีบชวนผมออกไปหาโลเกชั่นถ่ายรูปกลางคืน ไม่มีอะไรทำตามประสาคนโสดมากกกก(ฮา)^^ อยากลองกล้องถ่ายภาพอากาศหนาวเย็น ขับมอเตอร์ไซด์ออกจากหอพัก แถวซอยวัดป่าแดง วัดอุโมงค์ ไปเรื่อยถึงแถวสนามกีฬา700 ปี แล้วมาลงเอยที่นี่ ปัจจุบันภาพผลงานฝีมือถ่ายภาพของพี่ไอน์อยู่หน้าปกเฟซฯของผม ถูกเผยแพร่ต่อในหน้าหนังสือพิมพ์ และนิตยสารฯด้วยครับ^^
-รูปลงนสพ.

10
เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป สรรพสิ่งล้วนเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้ แน่นอน เกิดแก่เจ็บตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ พิจารณาระหว่างการกลับมาจากสันกำแพง งานศพพ่อเพื่อน ในเวลาเย็นของเมื่อวาน เพราะบทสวดมนต์ในใจ และการแผ่เมตตา นึกถึงสัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ อัพพะยาปัชฌา โหนตุ อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
โดยเวลาบ่ายของวันเดียวกันจากร่วมงานประชุมกองถ่ายหนังสั้น เตรียมทำงาน และต่อมาผมแวะรับผู้ร่วมทางไปบนถนนหนทาง ที่ผ่านห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ของเชียงใหม่ แวะถ่ายรูปที่ดิน ที่นาสวยๆ แถวชุมชนคนยอง มีรถประท้วงผ่านมาว่าเฮาชุมนุมประท้วงโรงงาน ทำน้ำเสีย บทสนทนาตอนท้ายวนมาเรื่องหนังสั้นเรื่องศรีปิงเมืองว่าสถานที่ถ่ายทำหนังที่ผมเคยถ่ายทำเป็นย่านที่เขาดื่มเหล้าประจำ มีข่าวว่ารถดูดสูบส้วมไปสูบส้วมที่ร้าน พบกระดูกหญิงไทใหญ่ในถุงดำ YY หักมุมจริงๆ ถ้าใครสนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมค้นกูเกิ้ล..สยองพบซากโครงกระดูกหญิง ถูกฆ่าทิ้งบ่อเกรอะหลังร้านคาราโอเกะย่านถนนเวียงพิงค์
เนื่องจากถ่ายภาพพร้อมบันทึกไว้เป็นความทรงจำ ทำเลเมือง หลายปีผ่านไปไม่ได้มาแถวนี้ ครับ
-รูปงานศพ
ผมเห็นด้วยความคิดสร้างสรรค์ไอเดียดี คือ ทำหนังซ้อนหนัง แต่ๆ หนังสั้นยังไม่มีเงิน^^555 ครับ
ข่าว
http://www.cnxnews.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B9%8A%E0%B8%9B%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9/%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/

11
วันที่บรรยากาศครึ้มฝน เตรียมต้นฉบับชิ้นใหม่ เพิ่งกลับจากออกกองหนังสั้น และ ผมนึกถึงเพื่อนรูมเมท หอพักในมหา’ลัยคนหนึ่งเวลาผ่านไปสิบปี ในปี2554เจอกันอีกครั้ง เพื่อนทักทายคุยกันสารทุกข์สุกดิบ และเพื่อนคุยสนุกว่ากรูมีเมียคนที่2 และลูกคนที่ 2 แล้วมึงยังไม่มีอีกเหรอ ก็จริงอ่ะน่ะ แล้วเราหัวเราะฮ่าๆ กันในงาน ที่มีบู้ทออกร้านขายหนังสือ ส่วนตัวผมคิดถึงเพื่อนคนนี้แง่ดีเสมอ เพราะเขาชักชวนให้ผมเข้าเว็บThaiwriter ในปี2544-46ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นเข้าวงการนักเขียน อ่านวรรณกรรมก่อนผม ตั้งใจเป็นนักเขียน แต่ปัจจุบันเขาทำงานที่มั่นคงในอาชีพสายที่เรียนจบมาถูกต้องแล้ววววว ครับ

ปิดท้าย ผมนึกถึงหนังความทรงจำ/หนังสือ/ความรักในApril Story ผู้กำกับคนโปรดอย่างชุนจิ อิวาอิ ทำหนังมีคนรีวิวว่า April Story (1998) เป็นงานตามหลังความสำเร็จ (Love Letter) และความล้มเหลว (Swallowtail & Butterfly) ของผู้กำกับชุนจิ อิวาอิ มันเรียบง่ายมากขึ้น พล็อตเรื่องบางเบา ในขณะที่รายละเอียดก็ไม่ได้ถูกวางไว้อย่างซับซ้อน และโนโบรุ ชิโนดะ ผู้กำกับภาพคู่ใจ ได้สร้างสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์มาแล้วในงานก่อนหน้านี้ ชิโนดะชอบแสงที่ฟุ้งออกมากินพื้นที่ส่วนอื่นๆ ตรงกับอิวาอิ ที่อยากให้หนังของเขามีบรรยากาศเหมือนล่องลอยอยู่ในความฝันเช่นนั้น…ตัวหนังเปิดตัวด้วยการย้ายบ้านของ นิเรโกะ อุซุกิ สาวฮอกไกโด ที่ย้ายมาอยู่หอพักเล็กๆ ในโตเกียวเพื่อนเตรียมเข้าเขียนในมหาวิทยาลัย มุซาชิ และ การปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ จนวันหนึ่ง อุซุกิ ได้ไปที่ร้านหนังสือ มุซาชิ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับมหาวิทยาลัย…

APRIL STORY best MTV

12
น่าตั้งรางวัลแมดเมน เพราะรางวัล.. ทำให้คนอ่านงานของนักเขียนได้รางวัลเยอะขึ้น ซึ่งนักเขียนคนหนึ่งกำลังเข้ารอบรางวัล..ในหลายปีก่อน นั่งคุยกับผม โดยเขาวิจารณ์รางวัล..เสร็จเรียบร้อย พร้อมคาดการณ์ว่าเค้าจะไม่ได้รางวัล แต่ปรากฏว่าเขาได้รางวัลในปีที่เขาเข้ารอบแหละครับ กรณีเรื่องย่ออดีตเฮฮาประสาคนรู้จักกัน จากเมื่อวานคุยงานกับบก.แมดเมน ทำให้ผมรำลึกอดีตคุยเรื่องโปรแกรมคอมฯ และอีบุ๊คจบ แล้วผมหวนคิดถึงกลุ่มวรรณกรรมแมดเมน เป็นกลุ่มรุ่นใหม่ ที่น่าจับตามองกลุ่มหนึ่ง ทำรวมเรื่องสั้นทำมือเรื่องรักร้อนซ่อนเงื่อน ในปี2546-49 เป็นช่วงคึกคักตอนนั้น พร้อมบทความนักเขียนเพียงคำวิจารณ์งานเขียน ในปัจจุบัน เรายังเขียนฟรีมีสุขใจได้ทำงานเขียน ครับ

คันฉ่องเรื่องสั้นประจำฉบับ…เพียงคำ :เขียนได้กับเขียนเป็น กล่าวว่า ในการ “เขียนได้” พื้นฐานที่สุดคือสามารถสื่อ “สาร” ของผู้เขียนให้ผู้คนได้ “อ่านออก” สำนวน “อ่านออก-เขียนได้” จึงเป็นถือเป็นปัจจัยหลัก ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็นและเข้าใจกันได้ ช่วยให้โลกเติบโตและเจริญก้าวหน้ามาจนทุกวันนี้ แต่สำหรับการเขียนเชิงสร้างสรรค์ “สาร” ที่สื่อออกไปนั้น จะถูกปรุงแต่งด้วยศิลปะแห่งการประพันธ์

มีการใช้โวหาร ภาพพจน์ และเลือกสรรรสทางวรรณคดีต่างๆ มานำเสนอ เพื่อให้เกิดความสะเทือนอารมณ์และตรึงใจผู้อ่าน พร้อมกับที่งานเขียนสร้างสรรค์หรืองานประพันธ์นั้น ก็ยังต้องสามารถ “สื่อ-สาร” ได้อย่างชัดเจน ซึ่งความพิเศษของงานเขียนเชิงสร้างสรรค์ เกี่ยวกับ “สาร” ก็คือ ความซับซ้อน ความตกผลึก และการตีความ ย่อมเกิดขึ้นได้ ทั้งจากฟากของผู้เขียนและผู้อ่าน…
ปิดท้ายหนังมืดหม่นสลับแสงสว่างPicnicฉบับดูเต็มๆจนจบ

13
รำลึกที่ผมกับอ.สมศักดิ์ คุยกันในโรงอาหารธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คือ อ.สมศักดิ์ คุยบรรยายการเมืองพร้อมถามผม คิดเห็นอย่างไร กรณีนปช.เรื่องยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และผมตอบ…ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่พูดตอบ แต่เปลี่ยนเรื่องคุยถึงหนัง เพราะผมกับอ.สมศักดิ์ เคยคุยเรื่องหนังสมัยบอร์ดม.เที่ยงคืน หลายปีก่อน ต่อมาผมนัดรุ่นพี่เจอกัน และบังเอิญอ.สมศักดิ์กินข้าวคนเดียว ในโรงอาหารฯตอนนั้นปี2552 เป็นเรื่องที่ผมเล่าอย่างรวบรัดตัดตอน โดยผมหวนอดีตนึกถึงหนังออกแนวเกรดบี แต่หนังดีในภาคที่1สำหรับผมเกี่ยวพันทฤษฎีchaos และเรื่องผีเสื้อกระผือปีก ก่อให้เกิดพายุได้
ตอนนี้ผมเพิ่งรู้ว่าตอนจบของหนังButterfly effect มีตอนจบถึงสามตอน เนื่องจากหนังต้องการสื่อว่าพระเอกย้อนอดีตไปส่งผลกระทบกับปัจจุบัน ไม่ว่าย้อนไปแก้ไขอดีตช่วยเพื่อน ช่วยนางเอก จนกระทั่งตัวเองแขนขาขาด และตอนจบในหนังพระเอกตัดสินใจย้อนไปวัยเด็กสร้างเรื่องไม่ชอบนางเอก จะได้ไม่ต้องเจอกันเป็นคู่รักกัน แต่สุดท้ายเป็นผู้ใหญ่ทั้งสองคนได้มาเดินสวนกัน อันนี้เป็นตอนจบแบบปรากฏในหนัง แล้วผมดูมีกระทั่งตอนจบแบบที่3 ว่าพระเอกเสียสละย้อนกลับไปไม่เกิดมาในท้องแม่ดีที่สุด ครับ หนังเศร้าซาบซึ้ง ไม่ได้ทำให้ผมเสียน้ำตา ทว่ารู้สึกตื้นตันใจ ครับ
Different endings of Butterfly effect

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s