Birth of world and Truth in trial

Birth of world and Truth in trial
12 มกราคม55
4 มกราคม
พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) – ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยยุคปัจจุบันเริ่มต้นขึ้น เมื่อเกิดคดีปล้นปืนทหาร โดยมีการเผาโรงเรียน 20 แห่งใน จ.นราธิวาส เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
http://th.wikipedia.org/wiki/4_%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1
ช่วงก่อนวันที่29 ธันวาคม 2555 ก็ผมเดินทางมากรุงเทพฯ ติดต่อนัดเจอเพื่อนพ้องน้องพี่ สังสรรค์ต่างๆ และผมร่วมฝึกงานกับผู้กำกับหนังกะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว ก็โพสต์รูปลงเฟซฯ ระหว่างการเดินทาง รวมทั้งเขียนอะไรบางอย่างยาวมาหลายวันผ่านวันเวลา ต่างๆ ลงเฟซฯ น่ะครับ

กรณีในเฟซฯ ..เมื่อคืนมีสายรอบดึก ตี1 ครึ่ง และผมขอบอกไปในแง่ซอฟท์จะได้ไม่ต้องโทรมาดึกดื่นตื่นมารับโทรฯ ก็ผมคิดไม่ออกว่า ผมอาจจะอธิบายการเมืองได้แง่บวก แง่ลบ แง่จริง อะไรๆได้ดี
แต่ว่าผมพิมพ์อยู่นานคิดนาน แล้วตัดสินใจไม่โพสต์ดีกว่าโพสต์รูปสมัยเก่าๆ ตอนคุยเรื่องปัญหาภาคใต้ปี48 สภาพตอนนั้นผมรู้สึกเป็นไข้ เพราะเตรียมพูด ครุ่นคิดมาอย่างหนัก ออกอาการนอนไม่หลับสะสมเครียด แด่รำลึกความหลังปัญหาเกือบสิบปีแล้วครับ ขอบคุณ ที่คิดถึงกัน ครับ

…วันนี้คนโทรมาชวนคุยเรื่องการเมือง ทำให้ผมดูข่าวแก้รธน. เขาพระวิหาร จำนำข้าว ชนวน…รัฐบาลยิ่งลักษณ์ปี 56 ก็ชวนนอนไม่หลับ จึงปิดท้ายเรื่องดีๆ คือ สบายดีปีใหม่(ภาษาลาว คือ สวัสดีปีใหม่)เพื่อนบ้านกับมิตรภาพ for nice dream

เชียงใหม่ มุมใหม่…นาดาว…ลาว ตอนจบ บอกเล่าเส้นทางประวัติศาสตร์ ฉบับย่อ ที่วังเวียง ผ่านประสบการณ์เที่ยวนาดาว มาเวียงจันทน์ และรถข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ไปหนองคาย ต่อสายรถมาอุดรฯก่อนกลับชม.

เมื่อผมจินตนาการถึงเขาค้อในความทรงจำ ก็แม่เล่าว่าเคยไปตอนเด็กๆแล้ว ก่อนที่มันจะเจริญเป็นแหล่งท่องเที่ยว น่ะครับ
หลายปีก่อนชอบนอนเต๊นท์ ซื้อเต๊นท์แบกเป้ไว้สิบกว่าปี แล้วใกล้สิ้นปี2012 เพื่อนชวนไปเขาค้อ แต่ท้องเดิน เลยได้แต่เอาของเก่ามากางเล่น นึกถึงสมัยเรียนลูกเสือ รด.555
ช่วงเวลาปีใหม่เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือใหม่ โดยยี่ห้อSamsung ราคาถูกยอดขายอันดับหนึ่ง ส่วนตัวของผม ก็มีโทรศัพท์มือถือเป็นแอนดรอยด์ครั้งแรก กำลังหัดใช้ระบบทัชสกรีน ต่อเน็ตwifi-3G ฯลฯ ในรอบหกปี ซึ่งเครื่องเก่าประจำตัวซื้อมาตั้งแต่ปี49 ตอนนั้นSamsung ยังไม่ร่วมมือกับgoogle เป็นคู่แข่งไอโฟนเลยมั้ง ทั้งที่อยากอนุรักษ์Nokia ในหลายเหตุผล แต่อะไรๆย่อมมีเปลี่ยนแปลง แม้ใช้ไม่เป็นมึนงงบ้าง จากยุคเคยทำวิจัยเรื่องโทรศัพท์มือถือ ตอนนี้ต้องปรับตัวรับสิ่งใหม่ไม่ให้โลว์เทคโนโลยี มีหวนคำนึงช่วงเวลาวันที่1-3 ของปี2012 ก็ผมย้ายหอเก่า เพราะเขาทุบทิ้งทำหอใหม่ และเราประชากรชาวหอ ที่หลงเหลือไปงานพืชสวนโลกสนุกกัน….
เชียงใหม่มุมใหม่กับราชพฤกษ์ เป็นตอนที่ 1 ในงานราชพฤกษ์ที่เชียงใหม่ ใหญ่มาก เดินไม่ทั่วทั้งวัน ในวันที่ 3 มกรา 2012

ละครเหนือเมฆ เป็นดราม่าซับซ้อนยิ่งนัก ส่วนตัวทำรายการเชียงใหม่มุมใหม่กับราชพฤกษ์(2) ให้เสร็จนี้ ก็ตอนที่ 2 แล้วฮ้าบ ใช้เวลา ที่มีอยู่เตรียมต้อนรับพ่อกับลุงเดินทางมาแอ่ว ที่นี่ ด้วย คร้าบ
เชียงใหม่มุมใหม่กับราชพฤกษ์(2)

โดยต่อมาผมโพสต์เฟซฯรูปลุงกับพ่อกินต้มขมแกล้มเหล้าดูบอลลิเวอร์พูลและลุงนึกตามหากุหลาบพันธุ์อังกฤษ ครับ
เชียงใหม่ มุมใหม่กับราชพฤกษ์(จบ)
เปิดฉากตอนกำเนิดโลก….รายการเราพาไปคลายเครียดนวดหลัง สำหรับผู้ปวดหลังเล่นคอมพิวเตอร์ ใช้งานทำงาน ต่างๆนานา ลองติดตามหาดูที่บำบัดนวดสมุนไพรไฟลุกกันน่ะครับ 5555

ผมเป็นประเภทจีบสาวไม่เป็นเรื่องคารมคมคาย ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง Rainbow Song ……บางคำรักอาจถูกซ่อนอยู่ในที่ๆเราไม่อาจมองเห็น…ถ้าคนสองคน อาจจะมีคนหนึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ไม่กล้ารัก เพราะอาจจะรู้สึกกังวลไม่เหมาะสมจะสมรักสมรส หรือกลัวอกหัก แต่ถ้าผลของความรัก มีสองด้าน สมหวัง กับผิดหวัง แม้ว่าหนุ่มหล่อ หรือ สาวสวย ยังเคยผิดหวัง ในรักเลย และถ้าเรามีหวังเลิกกลัว หรือเราไม่ต้องกลัวเจอคนเจ้าชู้ และไม่มีทางรู้ว่าเราอาจจะเจอคนที่ดีกว่าที่เราเจอทุกวัน
ตอนนั้นผมนึกถึงหนังเก่าๆ ผลงานอำนวยการสร้างโดยชุนจิ อิวาอิ ที่เป็นผู้กำกับหนังหลายเรื่องน่าสนใจ และผมนิยมชมชอบติดตามดูหนังรักของเขา เป็นประเด็นแง่มุม ที่เหมือนจะเรื่องง่ายๆ แต่หามุมเล็กๆ ทำให้รักลึกซึ้งได้ดี โดยผมเคยเขียนบันทึกถึงหนังเรื่อง Rainbow Song ใน March 27, 2008
อย่างสั้นๆว่าบางครั้ง มันเป็นเรื่องมองเห็น และความเข้าใจในความหมายเวลาระหว่างเรา…
แต่มีคนเขียนถึงหนังเรื่องนี้ว่า…น้องสาวของ อาโออิ ซึ่งแม้จะตาพิการมองไม่เห็น แต่กลับรับรู้ความเป็นไปของความรักระหว่างพี่สาวกับ โทโมยะ ได้มากกว่าตัว โทโมยะ เสียอีก… จุดสิ้นสุดของหนังเรื่องนี้คงมิได้จบอยู่ตรงที่คนๆหนึ่งตายจาก… หรือคนมีชีวิตอยู่อย่างไร้ฝัน แต่มันอาจหมายถึงความรู้สึกที่มิกล้าเอื้อนเอ่ยมากกว่า… เมื่อความรู้สึกบางอย่างก่อตัวจนมันได้ตกผลึกลึกลงในใจไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคิชิตะเองคงคิดและรู้สึกเช่นนั้น จวบจนถึงวันที่สายเกิน…
ตอนนั้นผมโพสต์เพราะ หนังเรื่องนี้นางเอกคิดถึงเรื่องวันสิ้นโลกด้วย และตอนนั้นมีข่าว ที่รัสเซีย พวกคลั่งลัทธิวันสิ้นโลก เข้าไปอยู่ในถ้ำ หลายวัน ซึ่งRainbow นอกจากจะหมายถึงสายรุ้งแล้ว มันยังสื่อความหมายถึงความเพ้อฝัน หรือว่าความฝันอันเลื่อนลอย สายรุ้งมักจะพาดผ่านบนท้องฟ้า หลังสายฝนที่โปรยกระหน่ำสงบลง แล้วละอองเล็กๆกระทบกับไอแดด ปรากฏเป็นเฉดสีที่สวยงามและน่าอัศจรรย์
ปล.ผมชอบโปสเตอร์หนังที่สองคนอยู่บนหลังคาท้องฟ้าสีสวยงาม น่ะครับ


เนื้อเรื่องย่อหนุ่มทึ่มๆ เหงาๆ กับสาวชมรมทำหนังสั้นเหมือนจดหมายรักในความทรงจำของสองคน….
ความทรงจำของโทโมยะและความรักของอาโออิ

โทโมยะ ( ฮายาโตะ อิชิฮาระ ) พบกับ อาโออิ ( จูริ อุเอโนะ) ครั้งแรกในมหาวิทยาลัย ในตอนนั้น โทโมยะ มาจีบเพื่อนของอาโออิ โดยว่าจ้างเธอเป็นเงิน 10,000 เยน เพื่อให้เธอนัดเพื่อนมาเดทกับเขาแต่เรื่องกลายเป็นว่าเพื่อนสาวของอาโออิไม่เล่นด้วย โทโมยะเลยผันตัวเองมาติดตาม อาโออิ แทนด้วยความเป็นหนุ่มขี้เหงาและไม่มีเพื่อนสนิทเลยสักคน อาโออิ ทนความน่ารักแบบทึ่ม ๆ ของโทโมยะไม่ไหว เธอเลยยอมรับเขาเป็นเพื่อนและตัดสินใจรับเงินค่าจ้าง 10,000 เยนจากเขา และในวันนั้นเองระหว่างทางเดินกลับบ้าน อาโออิ และ โทโมยะ ก็ได้เห็นรุ้งกินน้ำที่ขึ้นเป็นเส้นตรงเป็นครั้งแรก
ระหว่างทางเดินกลับบ้าน อาโออิ และ โทโมยะ ก็ได้เห็นรุ้งกินน้ำที่ขึ้นเป็นเส้นตรงเป็นครั้งแรก หนังสั้นเรื่องนั้นคือจดหมายรักที่ฉันเขียนถึง
เธอ อาโออิ มีความฝัน ที่จะเป็นผู้กำกับ ก่อนเรียนจบเธอได้ตัดสินใจทำหนังสั้นและให้โทโมยะเป็นพระเอก และด้วยอุบัติเหตุบางอย่าง เธอต้องรับบทเป็นนางเอกเอง เมื่อคราวที่ โทโมยะ กลับมาที่บ้านของอาโออิหลังจากงานศพและได้ดูหนังสั้นเรื่องนั้นอีกครั้งเขาก็ได้พบว่า นี่คือจดหมายรักที่อาโออิ บรรจงสร้างให้เขา แต่เขากลับไม่เคยมองเห็นความหมายที่แท้จริงของมัน
หลังจากเรียนจบ อาโออิ ได้งานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ แต่โทโมยะกลับไม่ได้ทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน เขาใช้ชีวิตไปวัน ๆ จนเมื่ออาโออิ ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อเดินทางไปอเมริกา และผลักดันให้โทโมยะได้มาทำงานแทนเธอ ก่อนไปเธอบอกกับเขาว่าเธอจากญี่ปุ่นไปเพราะอกหัก แต่ถ้าคนที่เธอรักอยากให้เธออยู่ข้าง ๆ เธอก็พร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อเขา เหมือนโทโมยะ จะไม่รู้ความหมายนั้น เขาโบกมือให้และบอกกับเธอว่าพยายามเข้านะ …. และนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้ยืนอยู่เคียงข้างกัน

เมื่อคุณมองเห็นความรักคนๆนั้นอาจจะไม่ได้อยู่เคียงข้างคุณอีกต่อไป

อาโออิ มี น้องสาวตาบอดชื่อคานะ ( ยู ยาโออิ ) คานะรู้มาตลอดว่าพี่สาวของเธอรักโทโมยะ แต่ไม่ยอมบอกเขา และรู้ว่าโทโมยะ ไม่มีทางที่จะมองเห็นถึงความรู้สึกของอาโออิ ดังนั้นในวันที่โทโมยะ มาที่บ้านเพื่อร่วมงานศพของอาโออิ คานะ จึงมอบของสำคัญของพี่สาวที่เก็บซ่อนความรักเพียงข้างเดียวมาตลอด 5 ปี ให้แก่โทโมยะ เพื่อที่ความรักนั้นจะไม่ถูกมองข้ามอีกต่อไป
http://www.nangdee.com/title/html/m1481.html

eratale shadowservent..น้าบอยมีเรื่อง คาเฟ่ ลูมิเยร์ ให้ยืมไหมครับ พอดีฟังเพลงที่นางเอกญี่ปุ่นร้องแล้วนึกอยากดูอีก

ผมเขียนขออภัยรุ่นน้อง ที่ชื่อ ตู่ด้วย เสียดายมาก ไม่รู้ว่ามีลองไฟก่อนวันที่ 11และวันที่12 คือ ที่บ้านพิจิตรให้กลับบ้าน ขอโทษเสียดายมากไม่ได้ไปร่วมงานแต่งงานแล้ว ครับ😥 — กับ หนุ่ม’ บ้านแคว
หนุ่ม’ บ้านแคว ไม่เป็นไรครับพี่

วันเด็ก ในฐานะชื่อเล่นบอย ซึ่งผมชอบการ์ตูนแนวกำลังภายในจอมยุทธ์ ที่กลายเป็นหนังฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า”เนื้อเรื่องสงป้า ประมุขพรรคใต้หล้า มีความทะเยอทะยานต้องการเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในยุทธภพ สงป้าเป็นบุคคลที่ชั่วร้ายและทำทุกวิถีทางที่จะสยบจอมยุทธฝีมือดีทั้งหลายทั่วยุทธภพ ไม่ว่าคนคนนั้นจะเต็มใจที่จะประลองด้วยหรือไม่ก็ตาม
ที่พรรคใต้หล้า สงป้าได้ให้ เชาเชา ขันทีรับใช้ไปเชิญ ธุลีดิน นักพยากรณ์ผู้ล่วงรู้ชะตาสวรรค์ให้มาทำนายชะตาของตนที่พรรค ธุลีดินได้ทำนายว่า อีก 10 ปีต่อจากนี้ชีวิตของสงป้าจะรุ่งเรืองอย่างไม่มีใครทัดเทียมได้ แต่ต้องได้เด็ก 2 คนที่มีชื่อว่า “ฟง” (ลม) กับ “อวิ๋น” (เมฆ) มาช่วยเท่านั้น ส่วนคำทำนายอีก 10 ปีต่อไปอยู่ในหีบสมบัติมหากลที่ไม่มีใครเปิดได้ ซึ่งอีก 10 ปีต่อไป ตนจะมาเปิดให้

ต่อมา ธุลีดินทำนายว่า สงป้าจะต้องถูกทั้งฟงและอวิ๋นทำลาย สงป้าจึงวางแผนให้ข่งฉือแต่งงานกับเนี่ยฟง เพื่อให้ปู้จิ้งอวิ๋นแค้นและทั้ง 2 ต้องสู้กันเอง แต่ผมชอบฉากที่เทพกระบี่ใช้พลังทั้งชีวิต วิญญาณเหมือนถอดวิญญาณเป็นฉากออรา อลังการ แล้วท้ายที่สุดเมื่อล่วงรู้ความจริง ทั้งเนี่ยฟงและปู้จิ้งอวิ๋นได้รวมพลังกันเป็นมังกรทะยานฟ้า เพื่อสู้กับสงป้า
Storm Riders part 1 .

13 มกราคม
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล13 มกราคม พ.ศ. 2453 (ค.ศ.1910) – วันสถาปนา กองทัพภาคที่ 1 : กองทัพบกไทย
http://th.wikipedia.org/wiki/13_%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

วันที่ 13 มองเป็นคำว่าผี ได้ด้วยผมติดตามข่าวละครเหนือเมฆการเมือง ทั้งบูลสกาย เอเอสทีวี เรื่อยมากรณีเขาพระวิหาร และต่อมาทหารประท้วงผู้จัดการ พร้อมโพสต์เพลงหลงกลเป็นสัญลักษณ์ละกัน ครับ…
เพลง : หลงกล ศิลปิน : หินเหล็กไฟ
เนื้อเพลง : คำ ที่เธอบอก คำ ที่เธอหลอกแยก ไม่ออก จะเชื่อ คำไหนใคร ก็เตือน อยู่ว่าดู เธอให้ แน่ใจแต่หู ตามันลาย แทบไม่ รู้ตัวเธอใช้ เพียงคำพูด ไม่กี่คำเธอทำ ให้คน ใจง่าย ต้องตายใจหลงกล เธอแล้ว ทำไง-ได้จะถอนตัว แต่ใจ มันไม่-ยอม-ห่างหลงกล เธอแล้วคงต้องยอม เธอทุกอย่างลองดู อีกทีเจ็บนี้ ไม่ถึงตายแม้ จะเคย เจ็บแม้ จะเคย ผ่านใช่ จะอ่าน เธอได้ เข้าใจเธอ ยังยืน-ยันอย่ามอง เธอใน แง่ร้ายเธอ ไม่ใช่ใคร ที่น่า หวั่นกลัวเธอใช้ เพียงคำพูด ไม่กี่คำเธอทำ ให้คน ใจง่าย ต้องตายใจหลงกล เธอแล้ว…

ผีแดง แมนยูชนะลิเวอร์พูลไป2-1 ครับ

ผมตามกระแสเฟซฯ คนกำลังฮิตเรื่องละครเหนือเมฆ แล้วผมทำหนังล้อเลียนเหมือนเรื่องThe Days of Being Dumb ล้อเลียนหนังเรื่องThe Days of Being Wild ตัวเอกเป็นเหมือนพวกแก๊งค์ มีปัญหากับแม่ต้องไปตามหาแม่ถึงฟิลิปปินส์ เพราะเขาเป็นคนไม่มีพ่อด้วย แม้เวล…าผ่านไปจากยุคปี2535 หนังก็ยังฮาคลาสิค ตอนนี้หว่องกาไว ผู้กำกับThe Days ฯ จะหันไปทำหนังบู๊แอ็คชั่น กันแล้ว ฮ้า
…คนพาทย์หนังและคนแปลหนังเป็นชื่อไทย นี่ก็ฮาๆ

16 มกราคม 2556

ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวย 30 ธันวาคม 2555
รางวัลที่ 1 เลขท้าย 3 ตัว เลขท้าย 2 ตัว
302358 589 864 126 832 00

ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวย 16 มกราคม 2556
820981 555 196 374 334 08
http://news.sanook.com/lotto/

รำลึกสิงค์โปร์-มหา’ลัยและรูปภาพ (3 รูป) 1.รูปนิทรรศการvisual art..Unphotograhable
2.รูปหมู่กับอาจารย์พัฒนา กิติอาษา และอาจารย์ต่างๆ 3.รูปผมกำลังจะพรีเซ็นต์งานวิทยานิพนธ์ ครับ
รำลึกสิงคโปร์-มหา’ลัยและแด่ดร.พัฒนา กิติอาษาในปี2549

แด่อ.พัฒนา กิติอาษา ในฐานะคนรู้จักกัน มีรูปหมู่กับอาจารย์ต่างๆ ตอนนั้น ด้วยความระลึกถึงจากข่าวที่อ.พัฒนา เสียชีวิตแล้ว ครับ
ตอนที่ไปได้ทุนที่นั่น ต่อมาจะเดินทางเริ่มติดต่อสอบถามปรึกษาอ.พัฒนา และผมเจอที่ป.ไทย หนึ่งครั้ง แม้ว่าจะไม่ได้ติดต่อกันต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ก็ยังระลึกถึงเสียดายมากที่อ.พัฒนา เสียชีวิต น่ะครับ

หนังรักในความทรงจำของผม กับสไตล์ผลงานกำกับของชุนจิ อิวาอิ เหมือนจดหมายข้ามภพมาจากสวรรค์ ระหว่างคนสองคนตอบจดหมายถึงชายคนรักในอดีต ที่ชอบวาดรูป อีกคนโตมาไม่เคยตระหนักเลยว่าเขารักเธอ ตั้งแต่สมัยความรักตอนมัธยม…จนกระทั่งเขาเสียชีวิตไป จึงเห็นรูปวาด…ในหนังสือความทรงจำที่หายสาปสูญ…. ตอนท้ายเรื่องพระเอกได้ฝากหนังสือให้นางเอกไปคืนที่ห้องสมุด เมื่อกล้องถ่ายปกหนังสือ เราจึงเห็นชื่อภาษาฝรั่งเศสเคียงข้างภาษาญี่ปุ่นว่า “A la Recherche du Temps Perdu” หนังสือของพรูสต์นั่นเอง นั่นคงเป็นเพราะหนังมีประเด็นเกี่ยวกับอดีตและความทรงจำ(หนังเรื่องนี้ผมมีแผ่นครับเพ่)

.หนังดีมาก เพ่นก คือ ผมให้ยืมดูเชียร์หนังอ้างหนังสือของพรูสต์ ถือว่าเป็นนักเขียนเปลี่ยนชีวิต เพราะคนสมัยใหม่ๆ มาอ้างอิงพรูสต์เรื่องการศึกษาแนวเขียนนิยายกับความทรงจำของพรูสต์เนี่ยแหละ ครับ^^ไปก่อนน่ะ เพ่แล้วเจอกัน ครับ
การขาดการติดต่อแยกย้ายที่อยู่ห่างไกลของพระเอกสมัยวัยมัธยมกับนางเอก ต่อมาประโยคเด็ด และฉากขุนเขา คือ… (ฟูจิอิ อิตสึกิ… สบายดีมั้ย…..ส่วนฉันสบายดี)ที่มา:pantip
หนังเรื่องนี้มีแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้กำกับเป็นผู้เขียนเรื่องจดหมายรักด้วยครับ
แต่หนัง หรือหนังสือ พล็อตเรื่องความรัก…หลักๆ เช่น ประเด็นความทรงจำที่หายสาบสูญ และสิ่งที่สูญเสียแฟน หรือความรักสำหรับบางคน อาจจะสูญเสียเพื่อน เสียงานนั้น ยังอยู่งดงามในการค้นหา…In search of lost time..อย่างน้อยคุณก็เคยค้นพบรักนั้น

วันที่ 16 มกราคม เป็นวันครู และวันหวยออกสำหรับผู้เสี่ยงโชค และคนเราต้องต่อสู้กับชะตากรรมให้ลิขิตชีวิตตนเองได้ไม่ใช่เทวดา…ขอมอบเพลงพร้อมมิวสิควิดิโอให้กำลังใจมิตรรักแฟนเพลง หากใครบางคน ที่สูญเสีย…ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมาโอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ…วันหนึ่งขณะเดินทางกลับมาเชียงใหม่ ซึ่งผมนั่งรถเมล์ผ่านนิคมอุตสาหกรรมพิจิตร ก็บังเอิญได้ยินคนขายตั๋วชวนคุยกับแรงงานสตรี ที่ขึ้นรถเมล์เรื่องการปรับค่าจ้างแรงงาน,คนทำงาน ฯลฯ นะครับ
.ศรัทธา – หิน เหล็ก ไฟ (Television MV version) .
ไม่มี ก็คงต้องมีสักวัน
ความฝันเป็นจริงต้องทนสู้ไป
ไม่นาน เราคงจะได้สมใจ
มุ่งมั่น ทุ่มเทเพียงใดกว่าจะได้มา
เส้นชัย ไม่มาต้องไปหามัน
รางวัล มีไว้ให้คนตั้งใจ
ขวากหนาม ทิ่มแทงก็ผ่านพ้นไป
โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายดาย
ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ
ที่มา รู้ดีไม่รู้ที่ไป คนเรามันเลือกเกิดเองไม่ได้
แต่เราเลือกได้จะเป็นเช่นไร
เลือกได้จะทำตามใจด้วยตัวของเรา
หลายคน เชื่อในเรื่องโชคชะตา
บางคนเชื่อมั่นในตัวเอง
ชีวิต เรากำหนดของเราเอง
จะแพ้ชนะไม่เกรงจะสักเท่าไร
ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ
เรื่องราวมากมายที่ทำ ได้ใจโอบก็หวั่นไหว
แต่ก็มีเหตุผลสำคัญ ให้บางคนยอมถอดใจ เย…….
ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ

หนุ่มนักดนตรี ชอบวงหินเหล็กไฟ หางานสมัครงานเป็นนักดนตรี และปัญหาจากบ้านขาดรายได้ระหว่างที่เขาเรียน ต้องช่วยที่บ้าน ส่วนข้างบ้าน ก็เป็นพวกคนมีปัญหาหญิงสาวน่ารัก เรียนมหาลัยต้องเลิกใส่แว่นหาเสี่ยมาเลี้ยงหาเงิน…เขาเดินหางานเจอคนตาบอด แขวนป้ายบอกถึงผมตาบอด แต่ไม่ขอเงินใคร(ศักดิ์ศรี) ถ้าชื่นชอบผลงานของผมก็ซื้อได้เลยสิบบาท(ประโยคประมาณนี้)
ส่วนประโยคเด็ดของมิวสิค …หนูชอบพี่นะ หนูรู้ว่าพี่ไม่คิดอะไรกับหนู หนูยังสู้เลย
หนังเรื่อง-Sideways ไซด์เวย์ส ดื่มชีวิตข้างทาง(เคยโพสต์ไปแล้วครับ)และผมนัดเจอกับพรรคพวกเข้าแก๊งค์ไหนหัวหน้าตายหมด นี่เป็นคำแซวจากรุ่นพี่ ฮาๆ ในเฟซฯ ซึ่งผมเล่าเรื่องการเดินทางไปพิจิตรแวะเยี่ยมรุ่นพี่ เฮียต๊ะ ขับมอเตอร์ไซด์ไป โดยเขียนพร้อมรูปว่าหลวงพ่อเขียน ที่บ้านมีรูปพระอรหันต์ ที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำ นับถือให้หวยแม่น และรูปมอเตอร์ไซด์ การนัดพบปะสังสรรค์ที่ร้านแมคโดฯ ถึงเรื่องเล่าไฟน์แต๊งค์555

เนื่องจากผมเห็นมีรุ่นพี่นก แวะมาคุยที่เฟซฯบอกว่า…ซื้อมาเก็บตั้งแต่มันออกโรงไหม่แล้ว แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้หยิบขึ้นมาดู…ชี….วิต
ผมตอบ…ขอให้พี่นก ได้ดูไวไว ครับ 555 มันเป็นหนังที่มองดูอีกแง่มุมหนึ่ง เหมาะกับพวกกินเหล้าแล้วหาเรื่อง….555 ชี..วาสส…ชี…วิต..
ผมจะไปทำบุญ เผื่อชาติหน้าตื่นมากลายเป็นเทวดา เทพเสพกาม โดยการมองตากัน ก็สมปรารถนา ครับ
1. เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา เสพกามแบบมนุษย์ หรือ พิสดารยิ่งกว่ามนุษย์ เพราะเทวดาบางตนมีอวัยวะทั้งแบบเพศหญิง และเพศชาย อยู่ในร่างเดียวกัน เสพกามได้ทั้ง 2 แบบด้วย เทวดากระเทยอยู่ในชั้นนี้ทั้งหมด
2. เทวดาชั้นดาวดึงส์ เสพกามแบบมนุษย์ มีน้ำเป็นที่สุด
3. เทวดาชั้นยามา เสพกาม โดยการสวมกอดกัน เพียงแค่นี้ก็บรรลุถึงความปรารถนา
4. เทวดาชั้นดุสิต เสพกาม โดยการกอดหลวมๆ แบบเพื่อนกัน ก็สมปรารถนา
5. เทวดาชั้นนิมมานรดี เสพกาม โดยการจับมือกัน ก็สมปรารถนา
6. เทวดาชั้นปรนิมมิสวสวตี เสพกาม โดยการมองตากัน ก็สมปรารถนา
ข้อสังเกตุ พออยู่บนสวรรค์ชั้นสูงๆ ขึ้นไป ทุกอย่างบนสวรรค์จะประณีตขึ้น ทำให้ความปรารถนาที่จะต้องเสพกามแบบมนุษย์จะลดน้อยลงไป
7. เหล่าพรหม และอรูปพรหม มีความสุขจากอำนาจสมาธิที่ตนได้บรรลุ ไม่เสพกาม
YTTRA26/1/2008 12:25
จำไม่ได้อ่ะ…ลงมานานแล้ว
http://www.dmc.tv/forum/lofiversion/index.php/t14888.html

ผมจะไปทำบุญ เผื่อชาติหน้าตื่นมากลายเป็นเทวดา เทพเสพกาม โดยการมองตากัน ก็สมปรารถนา ครับ
1. เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา เสพกามแบบมนุษย์ หรือ พิสดารยิ่งกว่ามนุษย์ เพราะเทวดาบางตนมีอวัยวะทั้งแบบเพศหญิง และเพศชาย อยู่ในร่างเดียวกัน เสพกามได้ทั้ง 2 แบบด้วย เทวดากระเทยอยู่ในชั้นนี้ทั้งหมด
2. เทวดาชั้นดาวดึงส์ เสพกามแบบมนุษย์ มีน้ำเป็นที่สุด
3. เทวดาชั้นยามา เสพกาม โดยการสวมกอดกัน เพียงแค่นี้ก็บรรลุถึงความปรารถนา
4. เทวดาชั้นดุสิต เสพกาม โดยการกอดหลวมๆ แบบเพื่อนกัน ก็สมปรารถนา
5. เทวดาชั้นนิมมานรดี เสพกาม โดยการจับมือกัน ก็สมปรารถนา
6. เทวดาชั้นปรนิมมิสวสวตี เสพกาม โดยการมองตากัน ก็สมปรารถนา
ข้อสังเกตุ พออยู่บนสวรรค์ชั้นสูงๆ ขึ้นไป ทุกอย่างบนสวรรค์จะประณีตขึ้น ทำให้ความปรารถนาที่จะต้องเสพกามแบบมนุษย์จะลดน้อยลงไป
7. เหล่าพรหม และอรูปพรหม มีความสุขจากอำนาจสมาธิที่ตนได้บรรลุ ไม่เสพกาม
YTTRA26/1/2008 12:25
จำไม่ได้อ่ะ…ลงมานานแล้ว
http://www.dmc.tv/forum/lofiversion/index.php/t14888.html
๓) กามแบบละเอียด
คือ กามที่ไม่ต้องอาศัยวิญญาณขันธ์อันมีรูป แต่เป็นไปด้วยอำนาจแห่ง “อรูปราคะ” เช่น การไม่อาศัยรูป ไม่อาศัยกายทิพย์ แต่ก็ยังเสพกามกันได้อยู่ดี เช่น การระลึกถึงกันของเทวดาชั้นที่หก ก็มีความสุขด้วยกามแล้ว, การมองตากันของเทวดาชั้นที่ห้า ก็มีความสุขด้วยกามแล้ว, การแผ่เมตตาให้แก่กันของเทวดาชั้นที่สี่ ก็นับเป็นการเสพกามแล้ว อาการที่ยังมีความเหงา ยังคิดถึงกันอยู่, การยังจ้องมองกันอยู่, การต้องพูดคุยหรือไปมาหาสู่กันอยู่ เหล่านี้ นับว่ายังไม่พ้นกาม ยังไม่พ้นความเหงา ยังไม่สละปล่อยวาง
http://www.oknation.net/blog/buddhabath/2010/02/22/entry-4
เทวดา ยังมีการเสพกาม [วิธุรชาดก]
http://www.dhammahome.com/front/webboard/show.php?id=15122
เทวดาพวกอื่นรู้ใจของเทวดาเหล่านั้น แล้วก็เนรมิตกามโภคะตามที่ชอบใจให้ เทวดา
เหล่านั้น ย่อมยังอำนาจให้เป็นไปในกามโภคะนั้นนั่นแหละ. ถามว่า ผู้อื่น
รู้ใจของคนอื่นได้อย่างไร. ตอบว่ารู้ได้ด้วยอำนาจการเสพใช้ตามปกติ
อุปมาเหมือนพ่อครัวผู้ฉลาด เมื่อพระราชาเสวยอยู่ย่อมรู้ได้ว่า พระราชา
พระองค์นั้นทรงรับสิ่งใด ๆ มาก พระองค์ย่อมโปรดสิ่งนั้น ๆ.
http://www.dhammahome.com/front/webboard/show.php?id=15123
บทว่า เมถุนสฺมาความว่า เว้นขาดจากการซ่องเสพเมถุน. บทว่า ต เว นร
สมณมาหุ โลเก ความว่า ก็วันนี้ เราละนางเทพอัปสรทั้งหลายมาในมนุษยโลก
นี้ ทำสมณธรรมเพราะฉะนั้นศีลของเราจึงมากกว่า.
http://www.dhammahome.com/front/webboard/show.php?id=15122

21 มกราคม
เหตุการณ์
พ.ศ. 2335 (ค.ศ. 1793) – การปฏิวัติฝรั่งเศส: หลังจากถูกตัดสินโดยสภาแห่งชาติฝรั่งเศสว่ามีความผิดข้อหากบฏ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส ถูกประหารชีวิตด้วยกิโยติน ท่ามกลางฝูงชนที่โห่ร้องสนับสนุน
พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) – สหรัฐอเมริกาทำพิธีปล่อยเรือนอติลุส (Nautilus) เรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ลำแรกของโลก ลงน้ำที่แม่น้ำเทมส์ รัฐคอนเนตทิคัต
พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) – เครื่องบินคองคอร์ด เริ่มบินเพื่อการพาณิชย์เป็นครั้งแรกที่ลอนดอน ปารีส บาห์เรน และรีโอเดจาเนโร
พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) – ประเทศไทยให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์หรือ CITES นับเป็นประเทศสมาชิกลำดับที่ 80
[แก้]วันเกิด

พ.ศ. 1881 (ค.ศ. 1338) – พระเจ้าชาร์ลที่ 5 แห่งฝรั่งเศส (สวรรคต 16 กันยายน พ.ศ. 1923)
พ.ศ. 2372 (ค.ศ. 1829) – สมเด็จพระเจ้าออสการ์ที่ 2 แห่งสวีเดน (สวรรคต 8 ธันวาคม พ.ศ. 2450)
พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1905) – คริสเตียน ดิออร์ นักออกแบบแฟชั่นชาวฝรั่งเศส (ถึงแก่กรรม 24 ตุลาคม พ.ศ. 2500)
พ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1911) – เอื้อ สุนทรสนาน นักดนตรีไทย (ถึงแก่กรรม 1 เมษายน พ.ศ. 2524)
พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941) – มั่น พัธโนทัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีของไทย
พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965) – สินจัย เปล่งพานิช นักแสดงชาวไทย
พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966) – ปวีณา ชารีฟสกุล นักแสดง นักร้องชาวไทย
พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1980) – นานะ มิซุกิ นักพากย์ นักร้องชาวญี่ปุ่น
พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) –
แอนดี้ ลี (อีซอนโฮ) นักร้องเกาหลี วง ชินฮวา
อาเจียว นักแสดง นักร้องชาวฮ่องกง วงทวินส์
[แก้]วันถึงแก่กรรม วันมรณภาพ

พ.ศ. 847 (ค.ศ. 304) – นักบุญอักแนส
พ.ศ. 1661 (ค.ศ. 1118) – สมเด็จพระสันตะปาปาปาสคาลที่ 2
พ.ศ. 2335 (ค.ศ. 1793) – พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส (ถูกประหารชีวิต) (ประสูติ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2297)
พ.ศ. 2466 (ค.ศ. 1924) – วลาดิมีร์ เลนิน นักปฏิวัติชาวรัสเซีย (เกิด 22 เมษายน พ.ศ. 2413)
พ.ศ. 2493 (ค.ศ. 1950) – จอร์จ ออร์เวลล์ นักเขียนชาวอังกฤษ (เกิด 25 มิถุนายน พ.ศ. 2446)
พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) – พ่อท่านคลิ้ง จันทสิริ อดีตเจ้าอาวาสวัดถลุงทอง (เกิด 29 สิงหาคม พ.ศ. 2429)
[แก้]วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล

คริสตจักรโรมันคาทอลิก – วันฉลองนักบุญอักแนส พรหมจารีและ

22 มกราคม
เหตุการณ์

พ.ศ. 2421 (ค.ศ. 1879) – กองทหารซูลู นำโดยกษัตริย์เคตช์วาโย ตีกองทัพจักรวรรดิอังกฤษแตกพ่ายในสงครามอังกฤษ-ซูลู
พ.ศ. 2443 (ค.ศ. 1901) – หลังจากดำรงพระยศเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์เป็นเวลานานถึง 6 ทศวรรษ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 เสด็จขึ้นครองราชย์ในสหราชอาณาจักร
พ.ศ. 2486 (ค.ศ. 1943) – รัฐบาลไทยกำหนดให้ใช้คำว่า ” สวัสดี ” เป็นคำทักทายเมื่อพบเจอกันหรือลาจาก
พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) – วันก่อตั้งพรรคประชาชนบรูไน
พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1968) – วันก่อตั้งองค์กรปลดปล่อยสหปัตตานี
พ.ศ. 2516 (ค.ศ. 1973) – การเข้าร่วมในสงครามเวียดนามของสหรัฐอเมริกาสิ้นสุดลง ด้วยการลงนามในข้อตกลงสันติภาพ
พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) – อังเดร ซาคารอฟ นักฟิสิกส์ในโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของสหภาพโซเวียตและผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ประจำปี พ.ศ. 2518 ถูกจับกุมในมอสโก
พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) – กลุ่มติดอาวุธใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะกราดยิงสถานทูตสหรัฐในกัลกัตตา ทำให้มีชาวอินเดียเสียชีวิต 5 คน
วันเกิด

พ.ศ. 2135 (ค.ศ. 1592) – ปีแยร์ กาซองดี นักปรัชญา นักคณิตศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส (ถึงแก่กรรม 24 ตุลาคม พ.ศ. 2198)
พ.ศ. 2434 (ค.ศ. 1891) – อันโตนิโอ กรัมชี่ นักเศรษฐศาสตร์การเมือง ชาวอิตาเลียน (ถึงแก่กรรม 27 เมษายน พ.ศ. 2480)
พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) – ลินดา แบลร์ นักแสดงชาวอเมริกัน
พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965) – จินตหรา สุขพัฒน์ นางเอกภาพยนตร์และละครอันดับหนึ่งของประเทศไทย
พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965) – ไดแอน เลน นักแสดงชาวอเมริกัน
พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1968) – ฮิโระชิ โมะริเอะ นักดนตรี สมาชิกวง X Japan
พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) – พงษ์สิทธิ์ เวียงวิเศษ นักมวยสากลสมัครเล่นเหรียญทองเอเชียนเกมส์
พ.ศ. 2520 (ค.ศ. 1977) – ฮิเดโตชิ นากาตะ นักฟุตบอลชาวญี่ปุ่น
พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) – ภัทรดนัย เสตสุวรรณ(เขื่อน K-Otic) นักร้องชาวไทย
พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) – คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ นักแสดงในสังกัด สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
[แก้]วันถึงแก่กรรม

พ.ศ. 2444 (ค.ศ. 1901) – สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย
พ.ศ. 2516 (ค.ศ. 1973) – ลินดอน บี. จอห์นสัน ประธานาธิบดีคนที่ 36 ของสหรัฐอเมริกา (เกิด 27 สิงหาคม พ.ศ. 2451)
พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) – ฮีธ เลดเจอร์‎
http://th.wikipedia.org/wiki/22_%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

23 มกราคม
เหตุการณ์
พ.ศ. 2441 (ค.ศ. 1898) – สถาปนาสาธารณรัฐฟิลิปปินส์แห่งแรก
พ.ศ. 2443 (ค.ศ. 1900) – เปลี่ยนชื่อมณฑลตะวันออกเป็นมณฑลบูรพา มณฑลตะวันออกเฉียงเหนือเป็นมณฑลอีสาน มณฑลฝ่ายเหนือเป็นมณฑลอุดร และมณฑลตะวันตกเฉียงเหนือเป็นมณฑลพายัพ
พ.ศ. 2485 (ค.ศ. 1942) – ญี่ปุ่นบุกยึดลาบวนสำเร็จ
พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) – ยานสำรวจน้ำลึก “ทรีเอสต์” ดำลงไปถึงจุดที่ลึกที่สุดในมหาสมุทร ณ มาเรียนาเทรนช์ ความลึก 10,916 เมตร (35,813 ฟุต)
พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1968) – กองทัพเกาหลีเหนือยึดเรือพิวโบลของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากละเมิดน่านน้ำอาณาเขตของเกาหลีเหนือ ระหว่างปฏิบัติการจารกรรม
พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) – สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานปริญญาบัตรหม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา
พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) – พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้เทขายหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น ให้กับกองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์

24 มกราคม
เหตุการณ์
พ.ศ. 2390 (ค.ศ. 1848) – เจมส์ ดับเบิลยู. มาร์แชล ค้นพบทองคำในเมืองโคโลมา รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ตื่นทองในแคลิฟอร์เนีย
พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1984) – แมคอินทอช วางตลาดเป็นครั้งแรกโดยออกโฆษณาทางโทรทัศน์ก่อนหน้านั้น 2 วัน ระหว่างการแข่งขันซูเปอร์โบวล์
พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) – วันสถาปนาสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง (สจว.) ขึ้นตรงต่อสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการทหารสูงสุด
พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) – ยานวอยเอเจอร์ 2 ผ่านใกล้ดาวยูเรนัสมากที่สุด
พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) – เหตุการณ์ก๊อด อาร์มี่ บุกยึดสถานทูตพม่า พ.ศ. 2542 และบุกยึด ร.พ.ศูนย์ราชบุรี พ.ศ. 2543 : กองกำลังทหารกะเหรี่ยง ก๊อด อาร์มี่ 10 คน พร้อมอาวุธสงคราม เข้ายึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี จังหวัดราชบุรี หลังการเจรจาไม่ได้ข้อยุติ ทางการส่งหน่วยคอมมานโดจู่โจมปลิดชีวิตผู้ก่อการร้ายทั้งหมดในเช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันกองทัพไทย
พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) – เกิดอุบัติเหตุพลุและดอกไม้ไฟระเบิดในงานเทศกาลตรุษจีนที่อุทยานมังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 38 คน และอัคคีภัยวอดไปรวม 100 หลังคาเรือน
http://th.wikipedia.org/wiki/24_%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

เที่ยวบ่อย เพราะ1.ผมไปช่วยเก็บข้อมูลที่ลำพูน 2.ผมรู้จักคนหมู่มากลากไป(อันนี้พูดเล่น) 555 จริงๆ ก้ออยากดูซากุระไม่เคยเห็นไม่เคยไปบนดอยถึงแถวนั้นเลยไกลมาก ขับมอเตอร์ไซด์ไปหนาวมาก
วันพระไม่ได้มีหนเดียว ” ซึ่งเป็นสุภาษิตที่มีความหมายทั้งในเชิงบวกและลบ ในแง่บวก หมายถึง การให้กำลังใจ ไม่ให้รู้สึกท้อแท้ ถ้าวันนี้ทำไม่ได้ ก็ยังมีโอกาสให้แก้ตัวใหม่ได้ในวันข้างหน้า
ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงาน’ไทยอีนิวส์’ ไม่ให้ถูกลบจาก ‘บล็อกสปอต’-ยังไม่ทราบสาเหตุ เพราะสำนักข่าวทางเลือก น่าจะมีเสรีภาพในสื่ออินเตอร์เน็ต โดยมอบเพลงเพื่อสะท้อนความก้าวหน้าของประวัติศาสตร์…
Hansel and gretel are alive and well and they’re living in berlin she is a cocktail waitress he had a part in a fassbinder film and they sit around at night now drinking schnapps and gin and she
: hansel, you’re really bringing me down and he says: gretel, yu can really be a bitch he says: I’ve wated my life on our stupid legend when my one and only love was the wicked witch. she said:
What is history? and he said: history is an angel being blown backwards into the future he said: history is a pile of debris and the angel wants to go back and fix things to repair the things that ha
En broken but there is a storm blowing from paradise and the storm keeps blowing the angel backwards into the future and this storm, this storm is called progress
http://www.superlyrics.com/lyrics/kGRU0hgTRa@H@j/The_Dream_Before_lyrics_by_Laurie_Anderson.html

หน้าปกชาวนา กับเวที มีอักษรว่า เทวดา! จะรังแกข้าไปถึงไหน
หนังสือกล่าวถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ของสหพันธ์ชาวไร่ชาวนา และขบวนการนักศึกษาในภาคเหนือ “Revolution Interrupted: Farmers, Students, Law and Violence in Northern Thailand”และแนวความคิดเทวดาแห่งประวัติศาสตร์ (angel of history)ของวอลเตอร์ เบนจามิน ใน philosophy of history

นั่งทำงานเขียน…อะไรไม่ออก หยุดพักเลยเล่าเรื่องหนังอย่างlove letter ที่เป็นหนังญี่ปุ่นเคยเล่าไปแล้วขยายความว่านางเอกอีกคน หลังจากความรักสมัยวัยรุ่นผ่านไป ก็ทำงานในห้องสมุดเป็นโสด ก็ผูกพันความทรงจำกับพ่อ ที่เสียชีวิตโดยไข้หวัด มีเรื่องราวต้นไม้ ในบ้านของครอบครัว และเธอไม่อยากย้ายบ้าน แล้วคนเป็นโสด คนเดียวไม่เหงา ซึ่งหนังสือIn search of lost time ที่เชื่อมโยงความรักของตัวละคร โดยคนเขียนหนังสืออย่างพรูสต์(วอลเตอร์ เบนจามิน ผู้เขียนเรื่องเทวดาแห่งประวัติศาสตร์ยังเคยเขียนถึงพรูสต์) ก็เป็นคนโสดใช้ชีวิตสร้างสรรค์วรรณกรรม…Single, Alone, NOT Lonely(คำศัพท์นี้ค้นกูเกิ้ลมีคนเขียนเป็นฮาวทูไว้)
http://havingtime.com/single-alone-not-lonely/
ปิดท้ายหนังแนวครอบครัวสลับลูกกัน จนเกิดอาการน้องรักพี่ชายแบบเกาหลีเรียกน้ำตา คนไทยโด่งดังมากตอนนั้น ซีรี่สนี้เห็นกลับมารีรันในเคเบิลไทย คือ Autumn in My Heart…คำคม – ถ้าเลือกเกิดได้ เค้าอยากเกิดเป็นต้นไม้ จะได้หยั่งรากลึกอยู่กับสิ่งที่รักไม่ต้องย้ายจากสิ่งที่รักไปไหน

ท้องไส้ปั่นป่วน หลังเสียพลังงาน กำลังออกหากิน แต่งานก้าวหน้าขึ้นหนึ่งชิ้นของผม นึกถึงเพลงDream before-angel of history และอากาศหนาวเย็น เล่าเพิ่มเติมหนังอย่างlove letter กับrainbow song ในความสุขเล็กๆ เป็นพลังคนโสดโดดเดี่ยว ใช้ความทรงจำสร้างสรรค์ โดยหนังสองเรื่องมีสิ่งหนึ่งเป็นสื่อสัญลักษณ์เหมือนกัน คือ จดหมาย….ส่วนความแตกต่างของพระเอก ถ้าเปรียบเทียบกับ Autumn in My Heart ซึ่งผมคิดว่าพี่ชายเป็นชายหนุ่ม เท่ห์รวย ในอุดมคติ ที่สาวๆ ชอบเลย ติสท์จิตรกร จะโกอินเตอร์เป็นอาจารย์ โอ้โห ก็บังเอิญได้เห็นรอบสอง ฉากขี่หลังเขาของพี่ชาย….
การพัฒนาการของพระเอกจากstalker มาเป็นstar(ดารา) ในหนังสั้นเรื่องวันสิ้นโลก ต่อมาหนังฉายเครื่องมือสื่อสารเชื่อมโยงพระเอกกับนางเอก ทั้งโทรศัพท์มือถือ ถ่ายรูปrainbow หลังจากพระเอกเลิกกับแฟนที่มารู้ทีหลังโดนหลอกแฟนอายุมากกว่าเขา โดยหญิงอายุ34 ปี หลอกเขาว่าอายุ26 ทั้งที่เขาอายุ24 ปี เรื่องดูเหมือนไม่เป็นเรื่องแต่เขารับไม่ได้ ต่อมาถึงมารับรู้ว่านางเอกรักเขาเอง… รู้ตัวอย่างช้ามาก จนเสียเธอไป
ส่วนเรื่องLove letter ก็ผมชอบมากมันเหมือนหนังอินดี้ ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ต่อมามีคนทำเวอร์ชั่นฉบับฝรั่งก็ไม่ดัง คือ ชื่อหนัง..When I Close My Eyesอย่างกับหลับตาเห็นเทวดา แต่แล้วผมกลับชอบภาพโปสเตอร์นางเอกเงยหน้ามองฟ้า ในความสุขเล็กน้อยงดงาม ครับ

เจ้าของเพลง[MV] แก่ Young ซิง ชิงตำแหน่งผู้ว่าฯเมืองเทวดา(กรุงเทพฯ). ไม่ได้เชียร์ ก็ผมมาตามกระแสเลือกตั้ง เพราะไม่มีสิทธิ์เลือกผู้ว่าที่นั่นอยู่แล้วครับ ซึ่งโต้ สุหฤท สยามวาลา ก็เพื่อนผมส่งเพลงแนะนำมาให้ผมลองฟังในปี2011ได้เขียนบันทึกไว้ และผมตอบกลับไปว่าเคยอ่านประวัติของเขามาแล้ว จากนิตยสารคิด เล่าว่าเป็นอิเล็กทรอนิกส์ตัวพ่อ ทำเพลงด้วยหู และสัญชาตญาณไม่รู้คีย์ หรือโน้ตจริงๆสักตัว! ฯลฯ
เมื่อผมหาเนื้อเพลงไม่ได้ แต่คนแสดงความเห็นต่อเนื้อร้องว่า พี่เป็นวัยรุ่นที่แก่ที่สุดในโลก >.<\\\ ชอบอะ? โดยเขาเป็นอินดี้ป็อบ เป็นทายาทเจเนอเรชั่นที่4 ของตระกูลสยามวาลา ที่ต้องดูแลธุรกิจเครื่องเขียน ดี เอช เอ สยามวาลา (DHA SIAMWALLA) ของครอบครัว
หาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มเติมได้ เกี่ยวกับประวัติโต้ – สุหฤท สยามวาลา ศิลปินแนว Electronica เจ้าของฉายา “พ่อมดอีเลคโทรนิค” ออกอัลบั้มแรกชื่อ “สุหฤท” กับแนว happy hardcore electronic ชุดแรกของเมืองไทย ตามด้วย Digital Punk ซึ่งตอกย้ำอัลบั้มที่เกิดจากประสบการณ์ทางด้านการฟังดนตรี และการทำในแนวที่เป็น สุหฤท เด่นชัดขึ้น แล้วมิวสิคของเขา ก็แปลกตลก เช่น ลื่นเหมือนจาระบี(เพลง), DJ suharit—เพลงยานแม่จะแปลกๆหลอนๆ เหมือนต่างดาว,เพลงwhy ฯลฯ
แต่นี่เป็นตัวอย่างเพลงคลายเครียดฮาๆ [MV] แก่ Young ซิง เนื้อเพลงเหมือนไปเที่ยว เจอคู่แข่งจีบสาว..โธ่ไอ้ตี๋ผมดก…เล่นด้วยไม่ได้ก็ต้องใช้…ในฐานะผมแก่Youngไม่มีเมีย(เพื่อนเก่าไม่เจอนานถาม..)แก่Youngโสดซิง เลยเอาเพลงนี้มาเล่นดิก่า555

ฟ้าใส ใจชื่นบาน Blue Sky of Love เป็นภาพยนตร์รัก-ตลก ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2552สำหรับผมเป็นหนังตลกเบาสมอง ประเภทตลกหัวชนต้นไม้ไม่ต้องคิดอะไรมาก ในแง่หนึ่งอิงประวัติศาสตร์ แต่คนเป็นโสด เป็นข้อดีเหมาะสมยุคแห่งสามช้า มีความรักช้า แต่งงานช้า มีลูกช้า…สังคมไทยความทรงจำในยุค14 ตุลา-หลัง6ตุลา 19 ที่มีนศ.ภาคเหนือ และจากกทม.ที่ต่างๆ รวมทั้งชาวนา กรรมกร เข้าป่าทางจ.น่าน ฯลฯ หลังจากนั้นป่าแตก มีศัพท์ว่า “ซ้ายอกหัก”… โดย“ถ้าปฏิวัติไม่สำเร็จ ไม่แต่งงาน! ” จนกระทั่งป่านนี้ยังไม่ได้แต่งก็ยังมี ครับ… “แต่งงานช้า” รักจริงก็ต้องหวังแต่งครับ ปากบอกว่ารัก… รัก…รัก แต่พอพูดถึงเรื่องแต่งกลับบอกว่ายังไม่พร้อม ฟังดูคุ้น ๆ นะ คนสมัยนี้ได้เสียเร็ว แต่แต่งช้าครับ ข้ออ้างก็สารพัดสารเพ แต่เหตุผล ลึก ๆ ก็คือไม่อยากผูกมัดตัวเองเข้ากับชีวิตแต่งงาน กลัวไม่อิสระ ท่องเที่ยวเฮฮาเหมือนคนโสดไม่ได้ แต่ในขบวนปฏิวัติ เหตุผลของการแต่งงานช้า เป็นคนละเรื่องกับที่กล่าวมา แต่งช้าเพราะให้ดูใจกันให้ดี รักจริง ชอบจริง… (คนเขียนได้มีสำนวนสนุกลองค้นหาดูเพิ่มเติมเรื่องศัพท์แสงแถลงไข:สามช้า) ความต่างเรื่องคำศัพท์เกี่ยวกับรัก ต่างจากหนังมีสิ่งที่ซ่อนเร้นของการเมืองดูเพิ่มเติมวิกิพีเดียก็ได้ ครับ

ขอบคุณ นักวิจารณ์ฯ ซึ่งฟ้าใส ใจชื่นบาน เป็นเปิดฉากแรกการรายการคดีเด็ดเล่าเรื่องซ้อนกับหนังด้วย…ส่วนกรณีพี่สมยศ ที่เป็นข่าวคดีจากนิตยสารฯ ก็ผมเขียนบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ในฐานะรู้จักกัน ก็รู้สึกเศร้ากับคดีความ และผมขอตัวไปนอน นึกถึงเพลงDream beforeน่ะครับ…

ถ้าคนอยากมีอิสรภาพจากความทรงจำ ในวันเวลา…และเราไม่อยากให้ความทรงจำสาบสูญเสียหายไป….พระเอกกับนางเอก มีบุคคลิกตรงกันข้าม พระเอกเป็นคนเรียบๆง่ายๆ ไม่ชอบพูดคุย นางเอกเป็นคนชอบแสดงออก สนุกสนาน ลักษณะตรงข้ามกลายเป็นความดึงดูดใจ แต่แล้วเมื่ออยู่ไปๆด้วยกัน กลับพบว่าเป็นปัญหา ต่างฝ่ายต่างไม่ชอบบุคคลิกของกัน การเลิกกันเป็นไปอย่างรวดเร็วและเจ็บปวด ทั้งคู่จึงไปให้คลีนิคพิเศษแห่งหนึ่ง ซึ่งเชี่ยวชาญด้านลบความทรงจำที่ไม่ต้องการ ลบความทรงจำเกี่ยวกับอีกฝ่ายหนึ่งออกจากใจไป . . . ปัญหาคือ พระเอกพบว่า การลบความทรงจำนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ . . .
…หนัง ที่อดีตคนเดือนตุลายุคนั้น คนหนึ่งชอบค้นหาได้ในเน็ตฯ …ถ้าเพียงแต่เราลบความทรงจำที่เจ็บปวดจากใจได้: Eternal Sunshine of the Spotless Mind…โดยดาราตลกจิม แครี เป็นพระเอกเล่นหนังนี้(2004) ออกแนวดราม่า ถ้าไม่อยากเป็นโสด? แต่ว่าหนังอาจจะเป็นแง่มุมของความรัก ความสัมพันธ์ช่วงสั้นๆของคู่รัก เช่น Sweet November ผมก็เคยเขียนถึงไปแล้ว แต่ในแง่ความทรงจำEternal Sunshine of the Spotless Mind น่าจะเอาประโยคของหนังLittle Miss Sunshine มาพิจารณาต่อยอดเรื่องรักในความทรงจำ
ซึ่งเกี่ยวข้องโยงเรื่องความทรงจำIn Search of Lost Time or Remembrance of Things Past เป็นหนังสือของพรูสต์…(when to the sessions of sweet silent thought I summon up Remembrance of Things Past) แรงดลใจในการเขียนหนังสือ คือ การนึกย้อนอดีต เขียนเรื่องราวตนเอง ช่วงที่ตนแย่ พลาด ล้มเหลว มีอุปสรรคกลับ เป็นช่วงที่ดีที่สุด เมื่อพูดง่ายๆ แบบปลอบใจก็ได้ ว่า ประสบการณ์ตอนพลาด ล้มเหลว คือเรื่องที่ดีได้ มันช่วยประคับประคองชีวิต เพราะ นั่นเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต น่ะครับ
เพลงประกอบหนัง..Soundtrack:BECK -Everybody's gotta learn sometimes,หรือต้นฉบับ…Original:The Korgis – Everybody's gotta learn sometimes

http://www.siamintelligence.com/if-only-if-we-can-just-delete-our-own-memory/

เสาวลีย์ สาโรจน์ อ่านรอบเดียวชอบแต่ยังเข้าใจไม่หมดมีเวลาขออ่านอีกสามรอบ
แหะๆ พระเอก มีลักษณะขัดแย้งในตัวเอง สองอย่าง คือ อยากมีอิสรภาพจากความทรงจำ ในวันเวลา…และไม่อยากให้ความทรงจำสาบสูญเสียหายไป….แต่ปกติของคนอกหัก เจ็บปวดก็สับสนซับซ้อนยุ่งเหยิงอย่างนี้แหละๆ แหะๆ ครับ^^
.เสาวลีย์ สาโรจน์ ในความทรงจำอันเจ็บปวด..มักมีความสุขแอบแฝงอยู่ด้วย..เลยไม่อยากลบออกจากความทรงจำ..อิอิ
ใช่ ในความทรงจำอันเจ็บปวด มักมีความสุขแอบแฝงสองอย่าง ยากจากการตัดขาดทั้งคู่อิอิๆ

“Little Miss Sunshine” เป็นหนังอินดี้ปี 2006 เป็นหนังดูตลกแหะๆได้แนวคนมีครอบครัว ญาติพี่น้องสะท้อนภาพสังคม จากหลายแง่มุมมองของวัย สถานะฯลฯ ซึ่งคนมีเมียเป็นพ่อ ในครอบครัว ที่มีเด็กน้อยเป็นหญิง(Innocenceหรือพลังบริสุทธิ์บางตำราบอกเป็นพลังสร้างสรรค์) เหมือนลูกเทวดา(นางฟ้า-angel)ของพ่อ ที่พาลูกสาวไปประกวดเด็กน้อยมิสซันไชนส์ แข่งขันภายใต้กฏไม่เป็นอิสระ ส่วนพ่อทำหน้าที่ขายหนังสือแนวฮาวทู โดยบทบาทของเขาชอบนำเสนองานเขียนเกี่ยวกับการทำให้ประสบความสำเร็จทางชีวิต ซึ่งโลกนี้ มีผู้ชนะ-ผู้แพ้ และบันได 9 ขั้น
แต่ประเด็นหนังน่าสนใจเกี่ยวกับของความสำเร็จของชีวิต หรือผู้ชนะ อย่างไร? ความเป็นอยู่จะได้อิสรภาพของชีวิตออกจากกฏแพ้-ชนะ และอิสรภาพทางการเงินของพรูสต์ เหมือนกับนิทเช่ คือ การทำงานเขียนที่ไม่ได้เงินอย่างที่ตนรักอยากเขียน…(คือ สมาธิของคนโสดโดดเดี่ยว สร้างสรรค์เขียนหนังสือ ที่มีคนอ่านน้อย แทบขายไม่ได้ ตอนยังมีชีวิตละมั้ง)
เพราะหนังสือของนิทเช่ และบทสนทนาเกี่ยวกับพรูสต์อยู่ในหนัง “Little Miss Sunshine” ซึ่งบทสนทนาเกี่ยวกับพรูสต์ ก็เชื่อมโยงกับเด็กหนุ่ม ซึ่งชอบอ่านงานของนิทเช่(ไม่ได้เป็นโฮโมฯ หรือเกย์เหมือนพรูสต์) มีตัวละครชื่อว่า Frank (ฆ่าตัวตายเกือบตาย) เป็นน้าของเด็กหนึ่งในครอบครัว(ฆ่าตัวตายเกือบตาย) ซึ่งเป็น scholar เชี่ยวชาญพรูสต์เป็นอันดับต้นๆของอเมริกา ในหนังมีบทสนทนาที่ Frank กล่าวถึงพรูสต์ …: Yeah. French writer. Total loser. Never had a real job. Unrequited love affairs. Gay. Spent 20 years writing a book almost no one reads. But he’s also probably the greatest writer since Shakespeare…
มันเป็นเรื่องยาว ก็นึกถึงนิยายแสนยาวของพรูสต์ เชื่อมโยงประโยคเช็คสเปียร์อย่าง When to the sessions of sweet silent thought, When in these sessions of gratifying silent thought. I summon up remembrance of things past, …
โดยผมเคยเขียนบันทึกในช่วง 30 กค. 50 ซึ่งสรุปสั้นๆว่าเรียนรู้จากความเจ็บปวดพ่ายแพ้…

ดร.ด้านกฎหมายอย่างคาฟคา เป็นนักเขียนนิยาย คือ the trial ฯลฯ เกือบจะสูญหายไป เนื่องจากงานเขียนของคาฟคาไม่ได้รับความสนใจ จนกระทั่งเมื่อเสียชีวิตไปแล้ว ต่อมาคนสนใจมาก งานถูกตีความไปต่างๆนานา รวมทั้งนักวิจารณ์วรรณกรรมอย่างวอลเตอร์ เบนจามิน แต่ว่างานเขียนของคาฟคาระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่เรื่องสั้นของคาฟคาเพียงสองสามเรื่องเท่านั้นที่ได้รับการตีพิมพ์ และนวนิยายที่เขียนก็เขียนไม่จบ นอกจาก “กลาย”(คนที่ตื่นขึ้นมากลายเป็นแมลงตัวใหญ่เท่าคน) ซึ่งบางท่านก็ถือว่าเป็นนวนิยายขนาดสั้น ก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตคาฟคาเขียนจดหมายไปถึงเพื่อนและผู้จัดการสมบัติวรรณกรรม (literary executor) แม็กซ์ โบรด: “แม็กซ์ที่รักยิ่ง, คำขอสุดท้าย: ทุกอย่างที่ผมทิ้งไว้ข้างหลัง… ในกรณีของอนุทิน, งานเขียน, จดหมาย (ของผมเองและของผู้อื่น), ร่าง และ อื่นๆ ขอให้เผาโดยไม่ให้อ่าน”(ถือว่าทำลายความทรงจำไปในตัว)
ต่อมางานถูกตีพิมพ์ โดยถูกเรียกว่า“Definitive Editions” จัดเรียงบทต่างๆ ในนิยาย ซึ่งคาฟคาไม่เกี่ยวข้องด้วย ลองค้นหาเพิ่มเติมประวัติในวิกิพีเดีย ครับ สำหรับเรื่องความจริงของคดีความ นึกถึงหนังสืออย่างTruth on Trial in Thailandฯ(คดีเกี่ยวกับการเมือง..ฯลฯ) ปิดท้ายด้วยหนังจากหนังสือคดีความของคาฟคา เป็นเรื่องราวการสืบสวนสอบสวนคดีความอย่างลึกลับซับซ้อนของชายผู้กลายมาเป็น ผู้ต้องหา ซึ่งเอาเข้าจริง ตัวเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้กระทำความผิดอันใดกันแน่ กระนั้นก็มิอาจวางเฉยได้เลยแม้แต่น้อย..…
The Trial 1/5(หนังที่ทำเพื่อนักเขียน ผู้ลำบาก ถ้าคิดถึง ทำหนังชีวิตนักเขียนอย่างพรูสต์นอนป่วยอยู่บนเตียงเขียนหนังสือ หรือคนบ้าอย่างนิทเช่)

อาชีพทางวรรณกรรม (ข้อมูลเพิ่มเติม ครับ)
หลุมศพของคาฟคาที่ Žižkovงานเขียนของคาฟคาไม่ได้รับความสนใจ จนกระทั่งเมื่อเสียชีวิตไปแล้ว ระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่เรื่องสั้นของคาฟคาเพียงสองสามเรื่องเท่านั้นที่ได้รับการตีพิมพ์ และนวนิยายที่เขียนก็เขียนไม่จบนอกจาก “กลาย” ซึ่งบางท่านก็ถือว่าเป็นนวนิยายขนาดสั้น ก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตคาฟคาเขียนจดหมายไปถึงเพื่อนและผู้จัดการสมบัติวรรณกรรม (literary executor) แม็กซ์ โบรด: “แม็กซ์ที่รักยิ่ง, คำขอสุดท้าย: ทุกอย่างที่ผมทิ้งไว้ข้างหลัง… ในกรณีของอนุทิน, งานเขียน, จดหมาย (ของผมเองและของผู้อื่น), ร่าง และ อื่นๆ ขอให้เผาโดยไม่ให้อ่าน”[13] แต่โบรดก็มิได้ทำตามความประสงค์ของคาฟคา โดยเชื่อว่าคาฟคาสั่งไว้เพราะเชื่อว่าโบรดจะไม่ทำตามคำสั่ง—ซึ่งโบรดก็บอกคาฟคาดังว่า ดอรา ดิอามันท์คนรักของคาฟคาก็เช่นกันไม่สนใจความประสงค์ของคาฟคา โดยเก็บสมุดบันทึกไว้ 20 เล่ม และจดหมายอีก 35 ฉบับไว้อย่างลับๆ จนเมื่อถูกยึดโดยเกสตาโป (Gestapo) ในปี ค.ศ. 1933 ในปัจจุบันการพยายามหางานที่หายไปของคาฟคาก็คงดำเนินอยู่ต่อไปทั่วโลก นอกจากจะไม่ได้เผางานตามที่สั่งแล้วโบรดก็ยังเป็นผู้ควบคุมดูแลการตีพิมพ์งานของคาฟคาเกือบทุกชิ้นที่เป็นเจ้าของ ซึ่งไม่นานก็กลายเป็นที่สนใจกันอย่างจริงจัง และการวิพากษ์ที่ให้การสรรเสริญอย่างสูง
งานที่ตีพิมพ์ทั้งหมดนอกจากจดหมายที่เขียนเป็นภาษาเช็กถึง Milena Jesenská ก็เขียนเป็นภาษาเยอรมันทั้งหมด
ลักษณะการเขียนคาฟคามักจะใช้ลักษณะพิเศษของภาษาเยอรมันอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นในการใช้ประโยคที่ยาวที่บางครั้งประโยคเดียวก็อาจจะยาวทั้งหน้า และคาฟคาจะหยอดความคิดอันไม่คาดมาก่อนตอนในตอนสุดท้ายก่อนที่จะจบประโยค—ซึ่งเป็นความคิดสรุปและเป็นหัวใจของประโยค การที่สามารถทำเช่นนี้ได้ก็เพราะโครงสร้างของภาษาเยอรมันเป็นภาษาที่วางคำกิริยาในตำแหน่งสุดท้ายของประโยค โครงสร้างของประโยคเช่นที่ว่านี้ไม่สามารถทำได้ในภาษาอังกฤษ ซึ่งทำให้ความหมายของประโยคขึ้นอยู่กับผู้แปลในการพยายามหาวิธีสร้างประโยคที่สื่อความหมายให้ใกล้เคียงกับประโยคต้นฉบับที่คาฟคาเขียนในภาษาเยอรมัน[14] การแปลงานของคาฟคาจึงมักจะทำได้แต่เนื้อหาบางส่วน แต่การถ่ายทอดในด้านอรรถรสของภาษาและลักษณะการเขียนของคาฟคาเป็นภาษาอื่นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก
ปัญหาอีกปัญหาหนี่งที่ยากต่อการแก้ที่ผู้แปลต้องประสบคือการใช้คำหรือวลีของคาฟคาที่จงใจจะให้กำกวมที่มีความหมายหลายอย่าง เช่นในประโยคแรกของ “กลาย”
“Als Gregor Samsa eines Morgens aus unruhigen Träumen erwachte, fand er sich in seinem Bett zu einem ungeheueren Ungeziefer verwandelt.

ที่มาแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า
As Gregor Samsa awoke one morning from uneasy dreams he found himself transformed in his bed into a gigantic vermin.

ซึ่งนักวิพากษ์กล่าวว่าภาษาอังกฤษที่แปลมาไม่ตรงกับความหมายในภาษาเยอรมันเท่าใดนักเพราะคำว่า “Ungeziefer” ตามความเห็นของคาฟคามิได้มีความตรงตัวตามตัวอักษรในพจนานุกรม หรือการวางคำกิริยาสำคัญ “verwandelt” ไว้ท้ายประโยคซึ่งไม่สามารถจะทำได้ในภาษาอังกฤษ

อีกตัวอย่างหนึ่งของคำที่มีความหมายสองแง่คือการใช้คำนาม “Verkehr” ในประโยคสุดท้ายของ “The Judgment” คำว่า “Verkehr” ตามตัวอักษรในกรณีนี้แปลว่า “intercourse” (การร่วมเพศ) ซึ่งเช่นเดียวกับในภาษาอังกฤษอาจจะเป็นความหมายที่อาจจะใช้สำหรับทางเพศหรือไม่ใช่ทางเพศก็ได้ นอกจากนั้นก็ยังแปลว่าการจราจรได้ ประโยคนี้มาแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “At that moment an unending stream of traffic crossed over the bridge.”[15] สิ่งที่ทำให้มีน้ำหนักว่าคำว่า “Verkehr” มีความหมายสองแง่มาจากคำสารภาพของคาฟคาเองกับโบรดว่าเมื่อเขียนประโยคสุดท้าย ตนเองกำลังคิดถึง “a violent ejaculation” (การหลั่งน้ำอสุจิอันรุนแรง)[16] ในการแปลเป็นภาษาอังกฤษก็มีทางเดียวที่จะแปล ‘Verkehr’ ได้ก็แต่แปลเป็น “การจราจร?”[17]

การตีความหมาย
อนุสาวรีย์สัมริดของคาฟคาในกรุงปรากนักวิพากษ์วรรณกรรมได้ตีความหมายของงานของคาฟคาในบริบทของตระกูลวรรณกรรมหลายตระกูลเช่นสมัยใหม่นิยม (Modernism) สัจจะนิยมเวทมนตร์ (Magical realism) และอื่นๆ[18] งานเขียนของคาฟคาแทรกซึมไปด้วยความสิ้นหวังและความเกินเลยอย่างเห็นได้ชัด และถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของอัตถิภาวนิยม (existentialism) นักวิพากษ์บางคนพบอิทธิพลของลัทธิมาร์กซในงานเขียนที่เสียดสีระบบงานเช่น “In the Penal Colony”, “The Trial” และ “The Castle”,[18] ขณะที่นักวิพากษ์อื่นชี้ให้เห็นถึงปรัชญาอนาธิปไตยที่เป็นบ่อเกิดของทัศนคติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบบงาน (anti-bureaucratic viewpoint) ส่วนนักวิพากษ์บางคนก็ตีความหมายไปจากมุมมองของศาสนายูดาย หรือบ้างก็จากมุมมองจากปรัชญาฟรอยด์ (Freudianism)[18] จากการที่คาฟคามีความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งกับครอบครัว หรือบ้างก็จากมุมมองของอุปมานิทัศน์ของการแสวงหาพระเจ้า

อีกหัวเรื่องหนึ่งที่แทรกซึมในงานของคาฟคาอย่างสม่ำเสมอคือความเป็นคนนอก (alienation) และการเป็นเหยื่อของการถูกทำร้าย (persecution) และการเน้นคุณลักษณะนี้ในงานของมาร์ธ โรเบิร์ตทำให้การวิจารณ์โต้โดยกิลเลส เดอลูซ (Gilles Deleuze) และ ฟีลิกซ์ กัวต์ตารี (Felix Guattari) ผู้โต้ใน “Kafka:Toward a Minor Literature” ว่าคุณค่าของคาฟคามีมากกว่าการที่จะสรุปกันอย่างง่ายๆ ว่าเป็นผู้ที่มีบุคคลิกเป็นคนโดดเดี่ยวที่สร้างผลงานจากความทรมานทางใจ เพราะเมื่อพิจารณาแล้วงานของคาฟคาเป็นงานที่จงใจ แฝงนัย และ มี “ความซุกซน” (joyful) มากกว่าที่มองเห็นกันอย่างเผินๆ ได้

นอกจากนั้นการอ่านงานของคาฟคาเพียงอย่างเดียว—ที่เน้นความขาดความสำเร็จของตัวละครในการต่อสู้ โดยไม่ทราบอิทธิจากงานศึกษาชีวิตของคาฟคา—ก็จะทำให้ผู้อ่านเห็นถึงอารมณ์ขันของคาฟคา งานของคาฟคาเมื่อมองอีกแง่หนึ่งจึงมิใช่งานเขียนที่สะท้อนภาวะการดิ้นรนของตนเองแต่เป็นการสะท้อนการคิดค้นการดิ้นรนต่อสู้ของมนุษย์โดยทั่วไป

นักเขียนชีวประวัติกล่าวว่าคาฟคามักจะอ่านบทจากงานที่กำลังเขียนให้เพื่อนสนิทฟัง และการอ่านก็มักจะเน้นด้านที่มีอารมณ์ขันของงานเขียน มิลาน คุนเดอรากล่าวถึงอารมณ์ขันเชิงเหนือจริงที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของงานของคาฟคาที่เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อศิลปินรุ่นต่อมาเช่นเฟเดอริโก เฟลลินี, กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ, คาร์ลอส ฟวยเอนเทส และ ซัลมัน รัชดี สำหรับกาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ ผู้กล่าวว่าการอ่าน “กลาย” ทำให้เห็นว่าการเขียน “สามารถทำได้หลายวิธี”

งานเขียน
“จดหมายถึงพ่อ”งานของคาฟคาส่วนใหญ่เป็นงานที่เขียนไม่เสร็จ หรือ เป็นงานที่มาทำให้พิมพ์ได้โดยโบรดหลังจากคาฟคาเสียชีวิตไปแล้ว นวนิยาย “The Castle” (ซึ่งหยุดเขียนกลางประโยคและมีเนื้อหาที่กำกวม), “The Trial” (บทมีได้เรียงลำดับและบางบทก็เขียนไม่เสร็จ) และ “Amerika” (ชื่อเดิมที่คาฟคาตั้ง “The Man who Disappeared”) ต่างก็เป็นงานเขียนที่โบรดมาเตรียมพิมพ์ภายหลัง ซึ่งโบรดก็ถือโอกาสในการจัดรูปแบบที่รวมทั้งการวางบทใหม่ การเปลี่ยนภาษา และการแก้เครื่องหมายวรรคตอน ฉะนั้นงานของคาฟคาในภาษาเยอรมันจึงเป็นงานที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะได้รับการตีพิมพ์ งานที่เตรียมโดยโบรดมักจะเรียกว่า “Definitive Editions”

จากบันทึกของสำนักพิมพ์[19]สำหรับ The Castle,[20] มาลคอล์ม เพสลีย์ (Malcolm Pasley) สามารถนำบทเขียนเดิมของคาฟคาได้เกือบทั้งหมดมายังหอสมุดบอดเลียน (Bodleian Library) ของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดได้ในปี ค.ศ. 1961 ต่อมา “The Trial” ก็ซื้อจากการประมูลและเก็บไว้ที่หอสมุด[21] ที่มาร์บาคในเยอรมนี[22]

ต่อมาเพสลีย์้เป็นผู้นำของคณะบรรณาธิการผู้สร้างนวนิยายในภาษาเยอรมันใหม่และได้รับการพิมพ์โดย S. Fischer Verlag[23] เพสลีย์เป็นบรรณาธิการของ “Das Schloß” (The Castle) ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1982 และ “Der Proceß” (The Trial) ใน ค.ศ. 1990 โยสต์ ชิลเลอไมท์เป็นบรรณาธิการของ “Der Verschollene” (“Amerika”) ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1983 งานที่เตรียมโดยบรรณาธิการชุดนี้เรียกว่า “Critical Editions” หรือ “Fischer Editions” งานเขียนในภาษาเยอรมันชุดนี้ และงานเขียนอื่นของคาฟคาสามารถพบออนไลน์ที่ “โครงการคาฟคา”[24]

โครงการคาฟคาอีกโครงการหนึ่งเป็นโครงการของมหาวิทยาลัยแซนดิเอโกสเตทที่เริ่มในปี ค.ศ. 1998 ที่มีจุดประสงค์ในการเสาะหางานเขียนสุดท้ายของคาฟคา ที่เป็นสมุดบันทึกไว้ 20 เล่ม และจดหมายอีก 35 ฉบับที่ดอรา ดิอามันท์ (ต่อมาดอรา ดิอามันท์-ลาสค์) เก็บไว้อย่างลับๆ ก่อนที่จะถูกยึดไปโดยเกสตาโปในปี ค.ศ. 1933 ภายในสี่เดือนโครงการคาฟคาก็พบคำสั่งยึดและเอกสารสำคัญอื่นๆ ในหอเก็บเอกสารของรัฐบาลในปี ค.ศ. 1998 ในปี ค.ศ. 2003 โครงการคาฟคาก็พบจดหมายต้นฉบับของคาฟคาสามฉบับที่เขียนในปี ค.ศ. 1923 บนพื้นฐานของโครงการแสวงหางานเขียนของคาฟคาที่ก่อตั้งขึ้นโดยแม็กซ์ โบรดและเคลาส วาเก็นบาคในกลางคริสต์ทศวรรษ 1950 โครงการคาฟคามีคณะกรรมการ และ ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและนักค้นคว้าจากทั่วโลก และยังแสวงหาอาสาสมัครเพื่อช่วยในการแก้ปริศนา[25]

ในปี ค.ศ. 2008 นักการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญเรื่องคาฟคาเจมส์ ฮอว์สกล่าวหาว่านักวิชาการปิดบังรายละเอียดเกี่ยวกับนิตยสารทางเพศที่คาฟคาเป็นสมาชิกเพื่อพยายามรักษาภาพพจน์ของคาฟคาว่าเป็น ผู้อยู่ในวงนอกผู้บริสุทธิ์[26]

การแปลงานของคาฟคาแหล่งข้อมูลของการแปลงานของคาฟคามีด้วยกันสองแห่งที่ใช้ภาษาเยอรมันสองฉบับ งานแปลเป็นภาษาอังกฤษในระยะแรกทำโดยเอ็ดวิน มิยัวร์ (Edwin Muir) และ วิลลา มิยัวร์และพิมพโดยสำนักพิมพ์อัลเฟรด เอ. คนอฟ หนังสือแปลฉบับนี้ตีพิมพ์กันอย่างแพร่หลายในการตอบรับความนิยมในงานของคาฟคาในปลายคริสต์ทศวรรษ 1940 ในสหรัฐอเมริกา รุ่นต่อมา (โดยเฉพาะฉบับ ค.ศ. 1954) มีบทเขียนที่ถูกลบออกไปจากรุ่นแรกที่แปลเพิ่มเข้ามาด้วย รุ่นนี้แปลโดยไอท์เนอร์ วิลคินส (Eithne Wilkins) และ เอิร์นสท ไคเซอร์ (Ernst Kaiser) งานรุ่นนี้เรียกว่า “Definitive Editions” การแปลรุ่นนี้เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่ามีหลายจุดที่ไม่เป็นกลางและในการตีความหมายจะกำกัดวันเดือนปี

หลังจากมาลคอล์ม เพสลีย์และชิลเลอไมท์รวบรวมบทเขียนเป็นภาษาเยอรมันเสร็จและพิมพ์ การแปลรุ่นนี้เรียกว่า “Critical Editions” หรือ “Fischer Editions” รุ่นนี้แปลจากบทเขียนที่เรียบเรียงใหม่ที่ใกล้เคียงกับงานเขียนต้นฉบับของคาฟคาเอง

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B8%84%E0%B8%B2

ขอบคุณ พี่ตะวันฯ,อ.Tyrell,นักวิจารณ์ เรื่องประวัติคาฟก้า ก็จริงมั่ง ไม่จริงมั่ง นี่น่าสนใจ ในเรื่องสร้างความจริงอีกประเด็นสงสัยต้องคิดกันยาว แต่ตอนนี้ผมวางเรื่องนี้ไว้ก่อน ^^ครับ

ทั้งนี้ ผมโพสต์รูปRemembrance of things past อดีตในความทรงจำ
โดยผมโพสต์รูปปกรองหนังสือของมาร์เซล พรูสต์-ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ก่อนทุบคุกสตรี กลาวเวียงเจียงใหม่ ฯลฯ ครับ

หนังตลกMy Super Ex-Girlfriend กิ๊กเก่าผม เธอเป็นยอดมนุษย์. แม็ท แซนเดอร์.(ลุค วิลสัน).หนุ่มที่คิดว่าในที่สุด โชคเรื่องความรักก็วิ่งเข้ามาชน…หนังยึดติดกับสูตรสำเร็จเถือก ๆ หนุ่มปิ๊งสาว แล้วรักคุดกันแป๊บหนึ่ง ก่อนที่หนุ่มจะได้สาวกลับมาลงเอยครองรักกันหวานชื่นยิ่งกว่าเดิม แต่มันกลายเป็นเรื่องราวของ หนุ่มปิ๊งสาว แล้วดันค้นพบทีหลังว่า แท้จริงแล้ว เธอเป็นยอดมนุษย์ เมื่อแนวคิดดังกล่าวถูกเสริมแต่งให้สนุกสนานยิ่งขึ้น เพย์นก็ปรับให้ ยอดมนุษย์สาว ของเขากลายเป็น หญิงขี้ระแวง อาการหวงกำเริบหวังครอบครองชายคนรักไว้เพียงลำพัง แล้วไม่ว่าเขาจะก้าวซ้ายหรือขวาก็เกาะไปด้วยตลอดเวลา – กลายเป็นฝันร้ายของความรักที่เคยหวานชื่นแท้ ๆ
ตั้งแต่แรกเห็น หรือนัดเดทครั้งแรก ที่ เจนนี่ อาจจะดูเป็น “เหยื่อ” ของหนุ่ม ๆ เพราะเธอไม่ต่างอะไรจากหญิงสาวสวย มีเสน่ห์น่าเข้าใกล้ และยิ้มแย้มร่าเริง แต่ก็ไม่นาน แม็ท แซนเดอร์ (Matt Saunders) ตัวละครหนุ่มคนสำคัญก็เริ่มระแคะระคายความไม่ชอบมาพากลที่ซุกซ่อนอยู่ใน เจนนี่ “เธอเป็นคนช่างเจรจา”
เจนนี่ อาจจะเกิน – เกินไปมากด้วยซ้ำ – สำหรับชายหนุ่มธรรมดา ๆ อย่าง แม็ท จะควรคู่ด้วย แม็ท เป็นคนโสดที่มองหาคู่ครองที่เหมาะสม (ไม่ต่างอะไรกับ เจนนี่ แฟนสาวในอนาคตที่จะลากเขาไปลงนรกทั้งเป็น) เขาเป็นตัวละครที่เดินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ(ดูเพิ่มเติมข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต)
อย่างไรก็ดี นิทเช่…นักปรัชญาต้นธารPost Modern ผู้โดดเดี่ยวใช้ความคิดสร้างสรรค์เคยเขียนว่า คนต้องพยายามวิจารณ์ตัวเอง และยกย่องsupermanหรือยอดมนุษย์ เป็นผู้เหนือมนุษย์ทางด้านจิตใจ แต่ว่าหนังเรื่องนี้ สะท้อนจุดอ่อนยอดมนุษย์ ยังไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรักง่ายดาย แถมมีคู่แข่ง ต่อมาสาวเจ้าอีกคนชนะใจแฟนหนุ่ม แล้วเธอต้องกลายเป็นแฟนเก่า หรือกิ๊กเก่า หนังที่จะเปิดเผยให้เห็นความจริง ความทรงจำ ในการปิดบังหลอกลวงของคู่รัก จนเธอกลับมาหาคนรักเก่า ในอดีต นะครับ

ไม่ลืม.. ตอนผมไปลาว มีคนลาวบอกว่า คำนำหน้านาย ใช้กับนักโทษ เพราะคนลาวใช้คำว่าท้าว เป็นคำนำหน้า ก็ขอให้คนไทยปลดปล่อยนักโทษการเมืองได้ออกจากเรือนจำ ครับ
ส่วนหนังกำลังเข้าฉายโรงฯน่าดู คือ Les miserables(เหยื่ออธรรม เป็นชื่อนิยาย) เป็นหนังเกี่ยวกับนิยายของนักเขียนวิคเตอร์ ฮูโกสื่อเรื่องความยุติธรรม

โดยเนื้อเรื่องได้สะท้อนให้เห็นความทุกข์ยากของประชาชนซึ่งไม่ได้ความเป็นธรรม และความเท่าเทียมในสังคม แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นความงดงามของจิตใจมนุษย์อันมีอิทธิพลผลักดันให้มนุษย์มุ่งมั่นที่จะกระทำความดีอย่างถึงที่สุด แม้ว่าจะต้องพบพานความยากลำบากก็ตาม

ปล.คำคม…“ความสุขสูงสุดของชีวิตคือการได้รับความรักและการถูกรักโดยไม่มีเงื่อนไข” วิคเตอร์ ฮิวโก้ นัก เขียนชาวฝรั่งเศส. แล้วตอนผมอ่านนิยายภาคแรกฉบับไทย ก็หนามาก ต่อมาหลายภาคของไทยยังอ่านไม่จบ รวมทั้งภาคEngฯ เล่มหนาที่ผมมีอยู่ภาคหนึ่ง ก็ยังไม่จบ เป็นนิยายคู่ควรค่าอมตะเลยเก็บไว้นาน…

ขอบคุณ นิติพงศ์,พี่ตะวันฯ,พี่Jakkrit,Yui ครับ นิยายที่มีการแปลโดยจูเลียต นามปากกาภรรยาของศรีบูรพา ผู้ก่อตั้งคณะสุภาพบุรุษ ทางด้านการประพันธ์ของไทยที่สำคัญ ซึ่งต่อมา“เหยื่ออธรรม – ฉบับสมบูรณ์” แปลจาก Les Miserables – เลส์ มี-เซ- ราบ๎ลส์ ผลงานอมตะชิ้นเอกอุของ วิกตอร์ อูโก (Victor Hugo) ซึ่งตีพิมพ์เป็น ครั้งแรก และวางจำหน่ายพร้อมกันในฝรั่งเศสและเบลเยี่ยมเมื่อปี ค.ศ. 1862 วิกตอร์ อูโก คือกวีผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นมหากวีของ ชาวฝรั่งเศส (ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการแปลLes Miserablesในภาคไทย สำนวนแปลชื่อตรวนชีวิตฯลฯ)
http://saengdao.com/view.php?menu=menu2&body=les

เมื่อผมกลับมาเล่าหนังซ้ำจากที่เคยเขียนในwordpress โดยเปลี่ยนพื้นที่เป็นที่เฟซฯ คือ The Floating Landscape – ผู้ชายคนนี้…ที่หัวใจไม่อยากลืม(ชื่อภาษาไทย)…มาน (คาเรน่า แลม) หญิงสาวผู้มั่นคงและศรัทธาในรักแท้ ได้สูญเสียชายคนรัก แซม (เจิ้งอวี้เจี้ยน) ไปอย่างไม่มีวันได้เขากลับคืน ด้วยสาเหตุจากโรคร้าย เธอจึงตัดสินใจเดินทางมายังเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อตามหาบ้านเกิดของเขา โดยมีเบาะแสเพียงภาพวาดใบสุดท้าย ที่เขาวาดทิ้งไว้ ก่อนตายเท่านั้น และโชคชะตาก็ได้นำพาให้เธอได้มารู้จักกับ บุรุษไปรษณีย์หนุ่ม (ลิว เย) ที่อาสาจะช่วยเธอตามหาสถานที่ดังกล่าว หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ ก็ผูกพันลึกซึ้งมากขึ้นทุกวันๆ

แต่ทว่ามานก็ยังมิอาจลืมเลือนบุรุษอันเป็นที่รักในอดีตได้สักที…The Floating Landscape ภาพยนตร์รักยอดเยี่ยม ที่จะทำให้ทุกหัวใจผูกพันกันยิ่งขึ้น เขียนบทและกำกับโดย แครอล ไล มิง-ซุย (Glass Tears) ได้เขียนโครงเรื่อง จากความรู้สึกและหัวใจของเธอลงไปในชิ้นงาน และได้สื่อถึงอารมณ์และพลังแห่งรัก(ที่มาจากผลงานของนวนิยายภาพการ์ตูนของจิมมี เหลียว)
โดยบทสนทนาในภาพยนตร์ กล่าวถึงคนเรามักลืมกันง่ายๆ และการคิดในเรื่องอดีต ทำให้มันปวดหัว เท่ากับทรมานตัวเองชัดๆ แต่บางคน ก็สนใจชีวิต ตามกฏวิทยาศาสตร์ หรือธรรมชาติ ก็ตาม แน่นอนวันเวลาผ่านไป เหมือนดอกไม้หรือใบไม้ร่วง ผลัดเวียนตามฤดูกาล และบางวัน อาจจะไม่แน่นอน เหมือนไม่รู้ว่าชีวิตคนจะร่วงหล่น แต่ว่าคนรักในอดีตของนางเอก ก็รู้ว่าชีวิตของเขา กำลังใกล้หมดอายุลง จากโรคร้ายทางพันธุกรรม ซึ่งเขาค่อยๆสังเกตอาการของตน โดยเขียนเป็นบันทึกไว้

ซึ่งภาพยนตร์สื่อสาร ความงามของภาพ อารมณ์ ความรู้สึก และช่วงขณะของภาพยนตร์ใช้สัญลักษณ์เชื่อมโยงพุทธศาสนา กับการอ่านบันทึกออกเสียง เหมือนคนแก่เขียนบทสวดมนต์ให้คนรักแก่ชราในเรื่องนี้ ซึ่งมีองค์ประกอบดาราสมทบ ที่มีการแสดงเป็นคู่รักคนแก่ ที่มีคนหนึ่งแก่ชรา แล้วตายไปก่อน หญิงชราอีกคนหนึ่ง และคู่รักหนุ่มสาวแยกทาง ก็น่าสนใจอยู่ภายในบ้าน และเรื่องราวรอบบ้านของนางเอก ที่ไปอาศัยอยู่ในบ้านญาติของอดีตคนรักในชิงเต่า อันเป็นชนบททางธรรมชาติ แตกต่างเมืองในฮ่องกง
นอกจากนั้น ในเรื่องการใช้ภาษากวางตุ้ง กับภาษาจีนกลาง คือ หญิงสาว มาจากฮ่องกง ก็มาตามหาความหลังของอดีตคนรัก ในชิงเต่า ประเทศจีน และ ภาพยนตร์The Floating Landscape เป็นเรื่องรักสามเศร้า ของคนรักในอดีต กับปัจจุบัน ก็เรื่องเศร้า ในทิวทัศน์ของใบไม้ล่องลอย เหมือนดอกไม้ หรือใบไม้ร่วง ผลัดเวียนตามฤดูกาล และบางวัน อาจจะไม่แน่นอน เหมือนไม่รู้ว่า เมื่อใด ชีวิตคนจะร่วงหล่น ซึ่งตัวละครนางเอก ไม่อยากลืมคนรักในอดีตอย่างเป็นทางการ เพราะเมื่อเธอค้นพบlandscapeนั้นแล้ว …

เสี่ยพันล้าน ถูกต้นก้ามปูโค่นทับรถจักรยานยนต์ดับ
http://hilight.kapook.com/view/81341

ต้น รักเขาทำไม
….หนึ่งคนเกิดจากแม่อสุจิแท้ผสมไข่
หนึ่งคนนั้นใช่ใครที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าคน
หนึ่งคนเท่ากับหนึ่งมิใช่พึงยิ่งใหญ่ตน
หนึ่งคนก็หนึ่งคนเกิดเป็นคนด้วยอสุจิและไข่…เอย..
5555..
..อรรคพล สาตุ้ม สัปดนวันละนิดจิตแจ่มใสในบทกวี ฮี่ๆฮา
..ต้น รักเขาทำไม ฮ่าๆๆ..อ่านดีๆมันลึกซึ้งนา..
..อรรคพล สาตุ้ม เข้าใจได้เพ่ ฮ่าๆ มันลึกซึ้งถึงทรวงในหัวใจ….555 ไปหละ เดี๋ยวผมออกไปหากินหิวข้าว ครับ^^
..ต้น รักเขาทำไม ต้องขุดหน่อย ฮ่าๆๆ

เชียงใหม่ และหลายจังหวัด ที่มีพยากรณ์อากาศเตือนภัย ต่างๆ นานา หลังจากไฟฟ้าดับ ที่เชียงใหม่บางส่วน ก็โปรดระมัดระวังการขับขี่พาหนะ น่ะครับ
เชียงใหม่ มุมใหม่ : ขึ้นดอยสุเทพ-ปุย
เชียงใหม่ มุมใหม่: ขึ้นดอยสุเทพ-ปุย และค้นหาเค้กเรื่องเล่าของหวานๆ บรรยากาศแห่งคลิปสั้นๆ แต่รักกันยาวๆได้ก่อของผองเพื่อ­นของหญิงสาว และลมหนาว ในความทรงจำเดือนมกราคม ที่มีปลายเดือนฝนหลงฤดูของมกรา.­..by music..Feels so Good

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s