Less is more น้อยแต่มาก-Maze และThailand Style ไขกลอนประตูของlabyrinth ใน Quiet

5-7-8 พฤศจิกายน 55

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 พฤศจิกายน 2555
รางวัลที่ 1
524694
เลขท้าย 3 ตัว
188 217 285 338
เลขท้าย 2 ตัว
63
http://lotto.mthai.com/

5 พฤศจิกายน
เหตุการณ์พ.ศ. 2415 (ค.ศ. 1872) – ซูซาน บี. แอนโทนี สตรีที่เรียกร้องสิทธิเลือกตั้ง เป็นผู้หญิงคนแรกที่ลงคะแนนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ขณะที่สตรียังไม่มีสิทธิเลือกตั้ง
พ.ศ. 2478 (ค.ศ. 1935) – เกมเศรษฐี ซึ่งเป็นเกมกระดานที่ได้รับความนิยมมาก ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) – คดีการออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.4-01: สำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีการออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.4-01 ที่จังหวัดภูเก็ต โดยฝ่ายการเมืองมีผู้ต้องหา 49 คน คือ นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับพวกในฐานะคณะรัฐมนตรีที่ลงมติในหลักการออกเอกสารสิทธิ์ เพราะพิจารณาเห็นว่าเป็นการวางนโยบายให้ปฏิบัติ ไม่มีประเด็นตรงตามที่กล่าวหา
พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) – โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ เป็นจุฬาราชมนตรี
พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) – ราษฎรในจังหวัดหนองคายประมาณ 2,000 คน ชุมนุมกันบริเวณหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ อำเภอเมืองหนองคาย เพื่อประณามสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ที่นำเสนอในรายการถอดรหัสว่าปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค เกิดจากการกระทำของคนในประเทศลาว
พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) – อัลบั้ม “ชุดรับแขก”ของ ธงไชย แมคอินไตย์ เป็นอัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงของประเทศไทย 5 ล้านชุด
http://th.wikipedia.org/wiki/5_%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99

7 พฤศจิกายน
เหตุการณ์พ.ศ. 2208 (ค.ศ. 1665) – London Gazette หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่เก่าแก่ที่สุดและยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน วางจำหน่ายเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2310 (ค.ศ. 1767) – สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงกอบกู้กรุงศรีอยุธยากลับคืนมาจากพม่า
พ.ศ. 2460 (ค.ศ. 1917) – วลาดิมีร์ เลนิน ผู้นำพรรคบอลเชวิคในรัสเซีย นำการก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลชั่วคราวของอเล็กซานเดอร์ เคเรนสกี เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติเดือนตุลาคม
พ.ศ. 2477 (ค.ศ. 1934) – ครูบาศรีวิชัย เริ่มลงมือก่อสร้างถนนทางขึ้นดอยสุเทพ เป็นระยะทาง 11 กิโลเมตร ใช้เวลา 5 เดือน 22 วัน
พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) – พระราชพิธีกาญจนาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๓๙ : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) – องค์การนาซาส่งยานมาร์สโกลบัลเซอร์เวเยอร์ขึ้นสู่อวกาศ
พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) – กลุ่มงูเห่าจำนวน 12 คน จาก ส.ส.15 คนของพรรคประชากรไทยฝ่าผืนมติพรรค หันไปสนับสนุนชวน หลีกภัยเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง
พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) – พม่าย้ายเมืองหลวงอย่างเป็นทางการจากย่างกุ้งไปที่ปีนมานา
พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) – วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2551 : สหราชอาณาจักรยกเลิกวีซ่าเข้าประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา
[แก้] วันเกิดพ.ศ. 2410 (ค.ศ. 1867) – มารี กูรี นักเคมีชาวฝรั่งเศส (เกิดในโปแลนด์) (ถึงแก่กรรม 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2477)
พ.ศ. 2486 (ค.ศ. 1943) – โจนี มิตเชลล์ นักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง จิตรกร ชาวแคนาดา
พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) – สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและผู้จัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์
http://th.wikipedia.org/wiki/7_%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99

8 พฤศจิกายน
เหตุการณ์พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) – รัฐบาลคณะปฏิวัติเปิดพระราชวังลูฟร์ (Louvre) ให้ประชาชนเข้าชมในฐานะพิพิธภัณฑ์ สิ่งจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ จัดว่ามีทั้งจำนวนและคุณค่ามหาศาล
พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) – วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
พ.ศ. 2438 (ค.ศ. 1895) – วิลเฮล์ม คอนราด เรินต์เกน นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ค้นพบรังสีเอกซ์
พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) – รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 : พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ นำการรัฐประหารยึดอำนาจนายกรัฐมนตรี พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) – นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา) และคณะถูกจับในข้อหากบฏสันติภาพ
พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) – เหตุการณ์หัวรถจักรผีสิงพุ่งชนสถานีหัวลำโพง พ.ศ. 2529 : หัวรถจักรจำนวน 6 คันจากสถานีรถไฟชุมทางบางซื่อซึ่งไม่มีคนขับ พุ่งเข้าชนสถานีรถไฟหัวลำโพง มีผู้เสียชีวิต 5 คน สาเหตุเกิดจากความสะเพร่าของพนักงานขับรถ
พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) – คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติผ่านความเห็นชอบข้อมติ 1441 บังคับให้อิรักปลดอาวุธ
http://th.wikipedia.org/wiki/8_%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99

วันเกิดคนแต่งแดรกคูล่า ในวันที่อายุครบ165 ปี
Bram Stoker books: Google doodles ‘Dracula’ author’s 165th birthday
http://ibnlive.in.com/news/bram-stoker-books-google-doodles-dracula-authors-165th-birthday/304475-11.html

Bram Stoker – Wikipedia, the free encyclopediaen.wikipedia.org/wiki/Bram_Stoker – CachedSimilar
You +1’d this publicly. Undo
Abraham “Bram” Stoker (8 November 1847 – 20 April 1912) was an Irish novelist and short story writer, best known today for his 1897 Gothic novel Dracula.

Rob Zombie – Dragula
“Dragula”
Dead I am the one, Exterminating son
Slipping through the trees, strangling the breeze
Dead I am the sky, watching angels cry
While they slowly turn, conquering the worm

Dig through the ditches,
And burn through the witches
I slam in the back of my
Dragula
Dig through the ditches,
Burn through the witches
I slam in the back of my
Dragula
Dead I am the pool, spreading from the fool
Weak and want you need, nowhere as you bleed
Dead I am the rat, feast upon the cat
Tender is the fur, dying as you purr
Dig through the ditches,
And burn through the witches
I slam in the back of my
Dragula
Dig through the ditches,
And burn through the witches
I slam in the back of my
Dragula
Do it baby, Do it baby
Do it baby, Do it baby
Burn like an animal
Dead I am the life, dig into the skin
Knuckle crack the bone, 21 to win
Dead I am the dog, hound of hell you cry
Devil on your back, I can never die
Dig through the ditches,
And burn through the witches
I slam in the back of my
Dragula
Dig through the ditches,
And burn through the witches
I slam in the back of my
Dragula
Do it baby, Do it baby
Do it baby, Do it baby
Burn like an animal
Dig through the ditches,
And burn through the witches
I slam in the back of my
Dragula
Dig through the ditches,
And burn through the witches
I slam in the back of my
Dragula
Dig through the ditches,
And burn through the witches
I slam in the back of my
Dragula

—–ว่ากันว่าสถิติคนไทยใช้อินเตอร์เน็ต 20 ล้านคนแล้ว ครับ
แดงเชียงรายยัน “ทักษิณ” หวั่นถูกลอบฆ่า ยกเลิกมาท่าขี้เหล็กแล้ว
http://news.impaqmsn.com/articles_hn.aspx?id=506350&ch=hn

–ข่าวฆาตกรโรคจิต+นศ.ป.โท ราชภัฎชม. ในข่าวมีข้อมูลเพิ่มเติมลองติดตามดูเป็นอุทาหรณ์ และขอแสดงความเสียใจ กับผู้สูญเสีย สะท้อนความไม่ปลอดภัยในหมู่บ้านจัดสรร และสังคมไทย
ล่าโจรหื่นกามฆ่าข่มขืนแม่ค้าสาวปริญญาตรี
http://tnews.teenee.com/crime/87931.html

–ข่าวการประท้วงของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
ม็อบกำนัน-ผญบ. ขู่ ขึ้นป้าย ประท้วง พ.ร.บ.ปกครองทั่วประเทศ
http://www.thairath.co.th/content/pol/297181
ข่าวอเมริกา ก็โอบามา ชนะการเลือกตั้ง ก็เป็นไปตามคาดการณ์ของการพูดคุยของเรา หลายวันมานี้ผมพบติดต่อผู้คนมากมายร่วมพูดคุย และผมฟังเป็นส่วนใหญ่ทั้งงานคนงาน ที่ลำพูน เพื่อนพ้องน้องพี่ ฯลฯ กิจกรรมรอบตัวข่าวสารเยอะ รวมทั้งพบผู้คนโดยบังเอิญในหลายวัน อีกทั้งเราเห็นอุบัติเหตุมอเตอรไซด์บนท้องถนนด้วย ครับ

โดยข่าวสารมากมาย ในแต่ละวัน แต่สถานการณ์การเมืองไทย ผมมีข้อสังเกตนิดเดียว คือ หลายคนเขียนเรื่องจำนำข้าวไปแล้ว เช่น มุมมองวาทกรรมชนชั้น ฯลฯ แต่ผมสนใจประเด็นด้านการเมือง…. คือ การเมืองของพันธมิตรฯ เชื้อมาจากเรื่องชาตินิยม พัฒนาการจากปี48-51 กรณีเขาพระวิหาร ชัดมาก แต่กรณีจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ ตั้งวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เมื่อ2552 แล้วไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม ต่อชาวนา เท่าไหร่ ซึ่งกรณีที่สำคัญ…. ในแง่ข้อสังเกตปิดท้ายน่าสนใจ คือ การพยายามจุดติดไฟเรื่องชาวนา กับชนชั้นกลาง… แต่ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ!
ทำให้เกิดอาการน่าเป็นห่วง ต่อการเมือง Thailand Style โดยเขาวงกตยังไม่มีทางออก นึกถึงคำว่าMazeจากหนังเรื่องInception ซึ่งอาการหลอกหลอนมาพร้อมลักษณะสถาปัตยกรรมของบ้านเมือง อันสะท้อนภาพฝันเชิงซ้อนในความซับซ้อน3ชั้น แล้วหวนระลึกถึงการเมือง ในสถาปัตยกรรมของสนามม้านางเลิ้ง อย่างกับต้องกัมนังstyle กันเลย 5555 ครับ
maze
N. ทางวกวน
relate:{ทางคดเคี้ยว}(เขาวงกต)
syn:(tangle)(labyrinth)(puzzle)
N. สภาวะที่ยุ่งเหยิง
relate:{ความยุ่งเหยิง}{ความสับสน}
VT. ทำให้สับสน
relate:{ทำให้งุนงง}
th • #239657 • hope-dictionary
maze
maze (เมซ)
n. ทางคดเคี้ยว, ระบบทางสื่อสารที่ยุ่งเหยิง, เขาวงกต, สภาวะที่สับสน,
ความยุ่งเหยิง, ความวกเวียน, การเคลื่อนวกเวียน.
th • #238018 • hope-dictionary
labyrinth
labyrinth (แลบ’บะรินธฺ)
n. ห้องหูชั้นใน, ทางวกวน, เขาวงกต, สิ่งที่วกเวียน, ความยุ่งยากสับสน
http://th.w3dictionary.org/index.php?q=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%95

….ราคาบ้านปี 2556 ไม่ขึ้นมาก อย่ารีบร้อนซื้อ
ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
อย่ากลัวว่าราคาบ้านจะเพิ่มขึ้นมากในปี 2556 เพราะจะทำให้เกิดการซื้อบ้านอย่างไม่รอบรู้ รีบร้อน ในความเป็นจริง แรงงานในวงการอสังหาริมทรัพย์ก็จ้างเกิน 300 บาทมานานแล้ว ค่าก่อสร้างในช่วงปีกว่าที่ผ่านมาก็เพิ่มขึ้นเพียง 4% ราคาที่ดินก็เพิ่มขึ้นเพียงปีละ 5% การรีบร้อนซื้ออาจเป็นการสร้างภาวะฟองสบู่ และสร้างหายนะให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยได้ ที่ราคาจะไม่เพิ่มขึ้นมากเช่นที่มีผู้ให้ข่าวอย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะ
1. ราคาวัสดุก่อสร้างนับแต่กลางเดือนมิถุนายน 2555 – เดือนกันยายน 2556 เพิ่มขึ้นเพียง 4% โดยเฉลี่ยเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ราคาบ้านจะเพิ่มขึ้นถึงขนาดนั้น
2. ค่าแรงอาจเพิ่มขึ้นมาก โดยที่ค่าแรงเพิ่มเป็น 300 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 40% อาจส่งผลต่อราคาบ้านบ้าง แต่ค่าแรงเป็นสัดส่วนเพียง 30% ของค่าก่อสร้าง
3. ดังนั้นหากค่าวัสดุก่อสร้างเพิ่มจาก 100% เป็น 104% ส่วนค่าแรงเพิ่มจาก 100% เป็น 140% และโดยที่ค่าวัสดุก่อสร้างและค่าแรงมีสัดส่วนเป็น 7:3 จึงทำให้ราคาสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 114.8% อย่างไรก็ตามแรงงานในวงการก่อสร้างไม่เคยจ้างที่ราคา 215 บาท จ้างราคา 300 บาทมาก่อนหน้าประกาศปรับค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว การปรับค่าจ้างขั้นต่ำจึงไม่มีผลต่อวงการก่อสร้างโดยตรง จึงทำให้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นไม่มาก โดยประมาณการไว้ที่ 5% เท่านั้น
4. อย่างไรก็ตามสัดส่วนรวม (กำไรและค่าดำเนินการต่าง ๆ) ระหว่างสิ่งก่อสร้างกับค่าที่ดิน มีสัดส่วนเป็นประมาณ 1 ต่อ 2 หากค่าที่ดินเพิ่มขึ้น 4% เช่นปีก่อน แต่ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 105% ก็จะทำให้ การเพิ่มขึ้นโดยรวมของราคาขาย เพิ่มเป็น 5% เท่านั้น ไม่ได้เพิ่มขึ้น 15-20% แต่อย่างใด
5. แม้ค่าก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น แต่ในอดีตที่ผ่านมา หากเศรษฐกิจไม่ดี แม้ค่าก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 20% แต่ก็ไม่ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังลดลง เพราะสร้างไปก็ไม่สามารถขายได้ในตลาด
6. สำหรับกรณีพื้นที่ “ยอดฮิต” เช่น บริเวณรอบสถานีรถไฟฟ้า ราคาที่ดินอาจพุ่งขึ้นตามผังเมืองใหม่ ผู้ประกอบการก็คงต้องมองหาทำเลใหม่ ๆ ที่เป็นทางเลือกแทนที่จะมุ่งพัฒนาบริเวณรอบ ๆ รถไฟฟ้า ยกเว้นสินค้าราคาแพง ที่อาจต้องปรับราคาขึ้น แต่เป็นสินค้าส่วนน้อย ไม่กระทบต่อประชาชนโดยรวม
7. ในปี พ.ศ.2556 ราคาที่อยู่อาศัยอาจปรับเพิ่มขึ้นเช่นในปีที่ผ่านมาคือ 5% แต่อย่างไรก็ตามในบริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าหรือบริเวณที่มีศักยภาพสูงอื่น ราคาอาจปรับเพิ่มเป็น 10% แต่บริเวณรอบนอก ราคาแทบจะไม่ได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นเลย โดยเฉพาะราคาที่ดินเขตชานเมืองที่ไม่มีระบบขนส่งมวลชน ปรากฏว่า หลายบริเวณ ราคาคงที่หรืออาจตกต่ำลงด้วยซ้ำไป
8. การปรับเพิ่มขึ้นมากถึง 10-15% ของมูลค่าปีก่อนหน้า อาจเกิดขึ้นได้ หากเศรษฐกิจไทยเติบโตดีมาก จนมีผู้สนใจลงทุนเป็นจำนวนมากจากต่างประเทศ ในกรณีนี้ การที่ราคาเพิ่มสูงขึ้น จะเป็นผลดีต่อทั้งผู้ขายและผู้ซื้อเพราะต่างหากสามารถขายต่อได้ในราคาดี แต่สัญญาณเศรษฐกิจดีจนเด่นชัดเช่นว่ายังคงมองไม่ปรากฏ ในทางตรงกันข้ามหากเศรษฐกิจเกิดตกต่ำลงตามภาวะของสากลโดยเฉพาะในประเทศยุโรป การเติบโตของราคาที่อยู่อาศัยอาจไม่ได้สูงดังที่คาดหวัง
9. ในกรณีของผู้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะหาซื้อทรัพย์มือสอง ซึ่งมีทั้งทรัพย์มือสองสภาพใหม่ที่ยังไม่มีผู้เข้าอยู่ และทรัพย์มือสองที่มีอายุ 10-20 ปี ซึ่งส่วนมากยังอยู่ในสภาพดี ผู้ซื้อได้บ้านแน่นอน ไม่ต้อง “ลุ้น” ว่า บ้านจะสร้างเสร็จหรือไม่ บ้านมือสองมักตั้งอยู่ใกล้ย่านชุมชนมากกว่า และที่สำคัญ ราคาบ้านมือสองมักถูกกว่าบ้านมือหนึ่งประมาณ 15-30% การซื้อบ้านมือหนึ่งซึ่งเป็นตลาดของผู้ขายในขณะนี้ คงทำกำไรไม่ได้มากสำหรับนักลงทุน บ้านมือสองจึงควรได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
10. การลงทุนซื้อบ้านมือสอง ต้องถือตามคติ “ใส่ตะกร้าล้างน้ำ” แต่ไม่ใช่ “ย้อมแมวขาย” โดยผู้ซื้อสมควรซ่อมแซม ตกแต่งให้อยู่ในสภาพดี แทนที่จะ “ขายตามสภาพ” เพื่อว่าจะสามารถขายได้ในราคาดี บ้านมือสองมีอายุขัยทางกายภาพอยู่ได้อีกนาน คุ้มค่าที่จะซื้อเช่นเดียวกับบ้านมือหนึ่ง และยังสามารถเห็นสภาพของชุมชนและการดูแลสภาพของชุมชนว่ามีการดูแลที่ดีเพียงพอเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือไม่เช่นกัน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีบ้านอยู่ทั้งหมดประมาณ 4.4 ล้านหน่วย แต่มีบ้านเกิดใหม่เพียง 1 แสนหน่วยต่อปี หรือ 2.3% ต่อปี แต่เชื่อว่ามีการขายบ้านมือสองในปริมาณที่มากกว่านี้ การลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์จึงควรพิจาณาทั้งสินค้ามือหนึ่งและสินค้ามือสอง
การออกข่าวราคาบ้านจะปรับตัวสูงขึ้น คงเป็นกลยุทธในการกระตุ้นกำลังซื้อในขณะนี้มากกว่า เพราะการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพม่า เช่น ท่าเรือน้ำลึกทวาย และโดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจน แรงงานยังไม่หนีไปไหน แรงงานในวงการอสังหาริมทรัพย์ก็ใช้น้อยลงเรื่อย ๆ เพราะใช้การก่อสร้างระบบกึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากกว่าคงเป็นกลุ่มสิ่งทอและอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างที่อยู่อาศัย
อนึ่งสิ่งหนึ่งที่พึงสังวรก็คือ การกระตุ้นกำลังซื้อจนผู้บริโภคหลงซื้อกันจนเกินความจำเป็นนั้น ก็จะส่งผลร้ายต่อวงการอสังหาริมทรัพย์ในทางตรงกันข้าม กล่าวคือจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ฟองสบู่ได้ ยิ่งในภาวะที่สถาบันการเงินอำนวยสินเชื่อจนแทบจะไม่มีเงินดาวน์เพราะการประเมินค่าทรัพย์สินในราคาสูงเกินจริง ภาวะฟองสบู่ และที่ร้ายกว่านั้นคือภาวะฟองสบู่แตกอาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นรัฐบาล สถาบันการเงิน ผู้ประกอบการและโดยเฉพาะผู้ซื้อบ้าน จึงพึงสังวรณ์
http://www.prachatai3.info/journal/2012/10/43406

ซื้อบ้านขายทอดตลาดต้องระวัง
การซื้อบ้านขายทอดตลาดมีข้อดีคือ ราคาประหยัด แต่ก็มีข้อควรระวังที่คุณน่าจะรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อป้องกันของแถมที่คุณไม่ต้องการในภายหลัง
การซื้อบ้านจากการขายทอดตลาด หลายคนอาจคิดว่า มีศาล กรมบังคับคดี หรือสถาบันการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องไว้ใจได้ แต่ไม่จริงเสมอไป
ราคาเริ่มประมูลอาจอยู่ที่ 50% แต่ประมูลจริงๆ แล้วอาจได้ซื้อที่ราคา 90% หากคุณคิดจะประมูลบ้านจากการขายทอดตลาด คุณต้องไปดูบ้านที่คุณจะซื้อด้วย อย่าไว้ใจใคร
มาตรา 473 แห่งประมวลแพ่งและพาณิชย์กำหนดไว้ว่า “ผู้ขายไม่ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องในการซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาด”
ความชำรุดบกพร่องน่ะคือ สาเหตุที่ทำให้บ้านเสื่อมราคา หรือเสื่อมความเหมาะสมแก่การใช้ประโยชน์ตามปกติ ถ้ามีหน่วยงานไปปรับปรุงดูแลบ้านจากบ้านเก่าเป็นบ้านใหม่ พร้อมขับไล่ผู้อาศัยออกไปให้ด้วย ราคาบ้านจะบวกกันไปหลาย
สภาพบ้านดูข้างนอกใหม่ แต่ข้างในชำรุด ราคาก็ตกได้ เวลาจะเข้าไปดูบ้านที่จะถูกประมูลขายทอดตลาด ถ้าไม่มีคนอยู่ บางที่ก็เข้าไปไม่ได้ เพราะบ้านยังเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของบ้านคนก่อนอยู่ เดี๋ยวจะโดนข้อหาบุกรุกได้ หรือหากมีคนอยู่ คุณอาจต้องระมัดระวังนิดนึงในการเข้าไปดูในบ้าน เขาอาจไม่ค่อยอยากต้อนรับคุณ
หากคุณได้เพลี่ยงพลำ้ประมูลบ้านจากการขายทอดตลาดไปแล้ว และบ้านนั้นไม่ได้ดังใจ เนื่องจาก ราคาบ้านอาจถูกจริง แต่ค่าซ่อมแพง ไม่ว่าจะซ่อมเท่าไหร่คุณก็ไม่สามารถไปเรียกร้องกับใครได้ เพราะคุณมีหน้าที่ดูเอาเอง หรือคุณเข้าบ้านไม่ได้เพราะผู้อาศัยคนก่อนไม่ยอมออก สิ่งที่คุณทำได้คือ ฟ้องขับไล่
http://www.thaihomeonline.com/home-buyers-guide/175-%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87.html

….โลกธุรกิจ ในความจริงหรือโกหก และอะไร คือ ความหวังต่ออนาคตได้ เพราะช่วงที่ผ่านมาผมได้เข้าทำการศึกษาด้านเศรษฐกิจแบบคนใน คือ เข้าร่วมอย่างจริงจัง เริ่มหัดเป็นนายหน้าโพสต์ที่ดินของเพื่อนแม่ เผื่อขายได้ และธุรกิจบ้านถึงอสังหาริมทรัพย์ไม่ง่าย ถ้าคุณไปดูที่ดินถูกใจ ทำเลดี แต่ติดที่คดีความ และคุณยังเจอนายหน้าขายที่ดิน ทนายความของนายหน้า ผู้กลับผิดเป็นถูกและคนเชื่อใจว่าคดีความคุณจะได้เงิน จากขายที่ดินแน่ๆ อาจจะไม่ใช่แบบนั้น หรือถ้าคุณเจอเจ้าของที่ดิน เจ้าเล่ห์อีก รวมทั้งพวกเพื่อนบ้าน สิ่งแวดล้อมไม่ดีไม่ยอมให้คุณซื้อที่ดินแถวนั้นอีกหละ ครับ
ประเด็นสิ่งแวดล้อมของเพื่อนบ้าน และบ้านไม่ร้างนานเกินไป ในแง่ส่วนหนึ่งของการประเมินราคาของการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร และเรา ที่มีเชื้อสายจีน ผ่านยุคเสื่อผืนหมอนใบมานานพอสมควร กว่าจะเป็นเถ้าแก่แล้วครับ
อย่างไรก็ดี กรณีโลกของการออกแบบทางศิลปะและสถาปัตยกรรมในเรื่องของความเรียบง่าย-Minimal หรือLess is more น้อยแต่มากในแง่ประโยชน์ใช้สอยของการออกแบบพื้นที่ในสถาปัตยกรรม
Minimalism – Wikipedia, the free encyclopediaen.wikipedia.org/wiki/Minimalism –
Architect Ludwig Mies van der Rohe adopted the motto “Less is more” to describe his aesthetic tactic of arranging the numerous necessary components…
Less is more – Wikipedia, the free encyclopediaen.wikipedia.org/wiki/Less_is_more –
Less is more may refer to: “Less is more”, a phrase from the 1855 poem “Andrea del Sarto, called ‘The Faultless Painter'” by Robert Browning; The phrase as …

เมื่อชีวิตอีกด้านต้องทำงานจ็อบสอนศิลปะ จึงดูข้อมูลศิลปะและเล่าต่อ คือ……ประวัติศาสตร์ศิลปะบันทึกไว้ว่า วินเซนต์ แวนโกะ จิตรกรเอกชาวดัตช์ ใช้มีดโกนตัดหูตัวเองเพราะความเพี้ยน แต่หนังสือเล่มใหม่ซึ่งค้นคว้าจากบันทึกการสอบสวนของตำรวจ ระบุว่าแวนโกะถูกพอล โกแกง จิตรกรชื่อก้องเพื่อนสนิทใช้ดาบตัดหูขาดกระเด็น
หนังสือ In Van Gogh’s Ear : Paul Gauguin and the Pact of Silence เขียนโดยนักวิชาการเยอรมัน ฮันส์ คอฟแมน กับริตา ไวลด์แกน ใช้เวลาค้นคว้าถึง 10 ปี ระบุว่าโกแกงกับแวนโกะทะเลาะวิวาทกันหน้าซ่องโสเภณีในเมืองอาร์เลส ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เมื่อปี 1888 มีพยานเห็นเหตุการณ์ว่าโกแกงซึ่งเก่งในการใช้ดาบ เป็นผู้ตัดหูแวนโกะ แม้ไม่ชัดเจนว่าเป็นความตั้งใจหรืออุบัติเหตุ แต่ทั้งคู่บอกตำรวจว่าแวนโกะตัดหูตัวเอง เพื่อไม่ให้โกแกงติดคุก ส่วนหูที่ถูกตัด แวนโกะเอาผ้าห่อ แล้วมอบให้โสเภณีนางหนึ่งชื่อว่าราเชล
คอฟแมนยังชี้ว่า พฤติกรรมของโกแกงและแวนโกะหลังจากนั้นแปรเปลี่ยนอย่างวิเคราะห์ได้ว่าทั้งคู่กำลังปกปิดความจริง โกแกงย้ายไปอยู่ตาฮิติ และสร้างผลงานที่มีชื่อเสียงหลายชิ้น ส่วนแวนโกะยิงตัวตายเมื่อปี 1890.
http://www.thaipost.net/node/4249
แด่แวนโก๊ะ โดยเพลงของอดีตวงดนตรีใต้ดิน ที่ชื่อว่าEbola – วันที่ไม่มีจริง (Music Video)…(เอ๊ะ..ผมเคยโพสต์เพลงนี้ไปแล้ว หรือไม่ ในบันทึก เนื่องจากผมลืมต้องผลิตซ้ำหรือReproduction)
และแล้วขอบฟ้าก็เริ่มจะมืดมิด
และแล้วชีวิตก็วนกลับไปดังเดิม
ยังคงเหน็บหนาวเดียวดายอยู่ลำพัง
ยิ่งไขว่คว้าเท่าไร ก็ยิ่งเลือนรางยิ่งทรมาน
ได้แต่เพ้อว่าเธอจะกลับคืนมา
ยังภาวนาแม้รู้ว่า มันไม่มีจริงมันไม่มีจริง
มันไม่มีอะไรจะเหมือนเดิม
ได้แต่หวังโง่ๆ ลมๆ แล้งๆ
รอไปทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่มีจริง มันไม่มีจริง
แม้ว่าฉันจะทำยังไง แต่เธอคงไม่กลับมา
ใครกันจะย้อนเวลาแห่งชีวิต
ใครกันจะคิดว่ามันจะเจ็บเจียนตาย
ก็เธอคือความหวังของคนที่สิ้นหวัง
แต่ยิ่งหวังเท่าไรยิ่งไม่มีทาง เจ็บปวดเหลือเกิน
ได้แต่เพ้อว่าเธอจะกลับคืนมา
ยังภาวนาแม้รู้ว่า มันไม่มีจริงมันไม่มีจริง
มันไม่มีอะไรจะเหมือนเดิม
ได้แต่หวังโง่ๆ ลมๆ แล้งๆ
รอไปทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่มีจริง มันไม่มีจริง
แม้ว่าฉันจะทำยังไง แต่เธอคงไม่กลับมา
ชีวิตที่เหลือ แม้มันต้องเดินต่อไป
แต่ฉันไม่รู้จะเดินไปทางไหน เมื่อไม่มีใคร
ได้แต่เพ้อว่าเธอจะกลับคืนมา
ยังภาวนาแม้รู้ว่า มันไม่มีจริงมันไม่มีจริง
มันไม่มีอะไรจะเหมือนเดิม
ได้แต่หวังโง่ๆ อยู่ในหัวใจ
รอไปทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่มีจริง มันไม่มีจริง
แม้ว่าฉันจะรอจนตาย แต่เธอคงไม่กลับมา
ไม่มีวันกลับมา
http://www.siamzone.com/music/thailyric/index.php?mode=view&artist=!!cdd5e2bac5e8d2&song=!!c7d1b9b7d5e8e4c1e8c1d5a8c3d4a7

จากเรื่องบั้งไฟพญานาค ครบรอบสิบปี คนเชื่อยังไงไม่เปลี่ยน แม้ว่าข่าวสารจะเยอะขึ้นคนก็เชื่อ และเลือกเชื่อในข่าวสารของแต่ละคน มาดูเรื่องอัลบั้มชุดรับแขก เป็นอัลบั้มเพลงของธงไชย แมคอินไตย์ ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545
อัลบั้มที่มียอดจำหน่าย “รวมเทป ซีดี” สูงสุดของประเทศไทย 5 ล้านชุด
เนื้อหา
1 รายชื่อเพลง
2 รางวัล
3 ผลสำรวจ
4 สรุปผล
5 อ้างอิง
รายชื่อเพลงเพลง คำร้อง/ทำนอง เรียบเรียง ผู้ร่วมขับร้อง
แฟนจ๋า Joey Boy SUBURBIAN
ชัชชัย ชาบำเหน็จ จินตหรา พูนลาภ
นัท มีเรีย
แคทรียา อิงลิช
มาทำไม ชัชชัย ชาบำเหน็จ ชัชชัย ชาบำเหน็จ จินตหรา พูนลาภ
รู้ไหม (ว่าฉันคิดถึง) กรกวี วีรภัทร อึ้งอัมพร –
ชาติก่อนมาลี…ชาตินี้แครอน ชัชชัย ชาบำเหน็จ ชัชชัย ชาบำเหน็จ –
อย่างแรง ชัชชัย ชาบำเหน็จ ชัชชัย ชาบำเหน็จ –
แก้วตา – แก้วโตว ทำนองเพลงลาวกระทบไม้
(อ.มนตรี ตราโมท)
ทำนองเพลงดัดแปลงเพิ่มเติม
(ชัชชัย ชาบำเหน็จ) ชัชชัย ชาบำเหน็จ –
อยากเป็นแฟนเธอ เสฎกานต์ เสฎกานต์ –
ต้องโทษดาว เพียงออ
วุฒิไกร อิ่มเจริญ ชัชชัย ชาบำเหน็จ –
เต้นรำทำครัว ชัชชัย ชาบำเหน็จ ชัชชัย ชาบำเหน็จ –
บ้านของเรา ปิติ ลิ้มเจริญ วีรภัทร อึ้งอัมพร –
สวัสดีปีใหม่ จักราวุธ แสวงผล ชัชชัย ชาบำเหน็จ –
รางวัลปี 2546 งาน CHANNEL[V] MUSIC VIDEO AWARDS ครั้งที่ 2 จัดโดยแชนแนลวีไทยแลนด์ (Channel [V] Thailand) เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2546
รางวัล “มิวสิกวิดีโอศิลปินชายยอดนิยม” เพลง “แฟนจ๋า”
รางวัล “ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยม” เพลง “แฟนจ๋า” กำกับโดย พิบูลย์ เชยอรุณ
รางวัล “มิวสิกวิดีโอลำดับภาพยอดเยี่ยม” เพลง “แฟนจ๋า” ลำดับภาพโดย พิบูลย์ เชยอรุณ และพลรัตน์ ตันตราชีวธร
ปี 2546 งานประกาศผลรางวัล ท็อปอวอร์ด 2002 โดยนิตยสารทีวีพูลร่วมกับสวนดุสิตโพล
รางวัล “นักร้องชายยอดเยี่ยม” ธงไชย แมคอินไตย์ จากอัลบั้ม “ชุดรับแขก”
ผลสำรวจปี 2545 อันดับ 1 “เพลงไทยสากลยอดนิยมเพลงแฟนจ๋า” จากผลสำรวจความเห็นยอดนิยมของคนกรุงในรอบปี 2545 ของกรุงเทพโพลล์
ปี 2545 อันดับ 2 “เพลงไทยสากลยอดนิยมเพลงมาทำไม” จากผลสำรวจความเห็นยอดนิยมของคนกรุงในรอบปี 2545 ของกรุงเทพโพลล์
ปี 2546 อันดับ 2 “เพลงยอดนิยมเพลงแฟนจ๋า” จากผลสำรวจที่สุดของข่าว บุคคล และบันเทิงปี 2546 ของเอแบคโพล
สรุปผลปี 2545 “อัลบั้มยอดนิยม” อัลบั้ม “ชุดรับแขก” สร้างประวัติศาสตร์ทำลายสถิติ BREAK RECORD(วางแผง 5 พ.ย.-30 ธ.ค.2545)ยอดจำหน่ายผ่าน 3 ล้านชุด จากสรุปผลความนิยม ปี 2545 โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 30 ธันวาคม 2545
ปี 2545 “อัลบั้มขายดีที่สุดแห่งปี” อัลบั้ม “ชุดรับแขก” จากสรุปผล The best of the year โดยอินไซด์เอ็นเตอร์เทนเม้น สถานีโทรทัศน์ไอทีวี วันที่ 31ธันวาคม 2545
ปี 2546 “อัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของประเทศ” อัลบั้ม “ชุดรับแขก” จากหนังสือพิมพ์อาทิตย์วิเคราะห์รายวัน ฉบับวันที่ 2 มกราคม 2546
ปี 2551 “อัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในประวัติศาสตร์” อัลบั้ม “ชุดรับแขก”(พ.ศ. 2545)จำนวน 5 ล้านหน่วย จากสกู๊ป “Bird&albums” ของนิตยสาร IMAGE มกราคม 2551
ปี 2552 “อัลบั้มที่มียอดจำหน่ายรวมเทป ซีดี สูงสุด” อัลบั้ม “ชุดรับแขก” ยอดจำหน่าย 5 ล้านหน่วย จากสกุ๊ป “ย้อนวันวานล้านตลับ ยุครุ่งเรืองวงการเพลงไทย” ของหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก
อ้างอิง
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B8%81_(%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%A1)

เนื่องจากผมไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก แต่ผมกำลังใจสนใจหนังสือQuiet: The Power of Introverts in a World That Can’t Stop Talking หรือพลังของคนเงียบในโลกที่ไม่เคยหยุดพูด ส่วนช่วงเวลาในชีวิตประจำวันก็มีคนให้การ์ดงานแต่งงาน และข่าวเพื่อนแต่งงาน ส่วนผมนึกถึงเรื่องนิตยสารแจกฟรีในเชียงใหม่เกี่ยวกับการสมรส เล่าเรื่องคู่รักอดีตมอชอ คนที่เป็นเจ้าของบริษัทก่อสร้างบ้านเป็นลูกผู้รับเหมาในลำพูนกับแฟน เจ้าสาว ลูกเจ้าของโรงแรมในเชียงราย โดยเจ้าสาวเล่าเรื่องก็บอกว่าแฟนไม่เจ้าชู้ และประสบการณ์จีบกันพัฒนาการความรัก มาแต่งงานฯลฯ ส่วนผมก็คิดถึงเธอที่เจอกัน และเพลงBird Jintara มาทำไม Ma Tum Mai (ย้อนรอยฉลองพี่เบริด์ ชุดรับแขก555)

Ma Tum Mai – Tong Chai Montyreเดินมานาน คิดถึงก็เลยต้องมา
ดูเวลา มาหามาเจอสักที
รอมานาน จดหมายไม่เคยจะมี
รอเป็นปี
ไม่แชทไม่บอกซักคำเลย
.พอมาเจอ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
งอนทำไม ไม่รู้ใครเป็นคนทำ
รอจนเบลอ
มานั่งรอเธอประจำ
คนใจดำ ก็ยังไม่มาซักที
.ใจเย็นๆ ถ้าโกรธจะไม่สบาย
มองทำไม ไม่บอกไม่รู้ไม่ชี้
ใจเย็นๆ จะได้สไมล์ซักที
รอคนดี ทั้งปีทั้งเดือนทั้งวัน
>มาทำไม ไม่รักก็ไม่ต้องมา
เป็นอะไร ไม่รักก็คงไม่มา
มาทำไม ไม่รักก็ไม่ต้องมา
เป็นอะไร ไม่รักก็คงไม่มา
….ดนตรี…….>>>
ลองมาคุย มาพูดให้ฟังสักคำ
คนใจดำ ให้ง้อกันนานเท่าไหร่
ล้อเล่นๆ ก็ไม่ได้เป็นอะไร
งอนกันไปให้เธอเข้าใจสักที
.มีแตงโม มาฝากตั้งมากมาย
แตงอะไร ไม่อยากไม่รู้ไม่ชี้
กินแตงโม จะได้สไมล์ซักที
แตงคนดี ไม่เอาไม่เอาไม่เอา
.มาทำไม ไม่รักก็ไม่ต้องมา
อ๊ะๆๆๆ
เป็นอะไร ไม่รักก็คงไม่มา
อ๊ะๆๆๆ
มาทำไม ไม่รักก็ไม่ต้องมา
เป็นอะไร ไม่รักก็คงไม่มา
[ไม่ๆๆรัก
ก็ไม่ต้องมาหรอก
ไม่ๆๆรัก ก็คงไม่มา
ไม่ๆๆรัก ก็ไม่ต้องมาหรอก
ไม่ๆๆรัก ก็คงไม่มา]
.อีน้องไปอยู่ไหน
อยู่ที่ใดถึงยังไม่มา
น้องก็อยู่นี่
ไม่รักพี่ก็คงไม่มา
น้องให้พี่รอ
พี่ก็รอน้องยังไม่มา
น้องก็อยู่นี่
มาหาพี่เพราะใจสั่งมา
….ดนตรี…….>>>
มาทำไม ไม่รักก็ไม่ต้องมา
อ๊ะๆๆๆ
เป็นอะไร ไม่รักก็คงไม่มา
อ๊ะๆๆๆ
มาทำไม ไม่รักก็ไม่ต้องมา
เป็นอะไร ไม่รักก็คงไม่มา
>มาทำไม ไม่รักก็ไม่ต้องมา
อ๊ะๆๆๆ
เป็นอะไร ไม่รักก็คงไม่มา
อ๊ะๆๆๆ
มาทำไม ไม่รักก็ไม่ต้องมา
เป็นอะไร ไม่รักก็คงไม่มา

9-11 พฤศจิกายน 55

9 พฤศจิกายน
เหตุการณ์พ.ศ. 2398 (ค.ศ. 1855) – สร้างเรือกลไฟลำแรกของสยามชื่อสยามอรสุมพล
พ.ศ. 2410 (ค.ศ. 1867) – รัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะถวายพระราชอำนาจคืนแด่สมเด็จพระจักรพรรดิ เริ่มต้นการการฟื้นฟูสมัยเมจิ
พ.ศ. 2415 (ค.ศ. 1872) – เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ทำลายอาคารบ้านเรือนไปกว่า 700 หลังคาเรือนในกรุงบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา
พ.ศ. 2417 (ค.ศ. 1874) – วันเปิดใช้ประภาคารสันดอน ประภาคารสมัยใหม่แห่งแรกของไทย ณ สันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยา มีชื่อว่า “Bar of Regent Lighthouse”
พ.ศ. 2481 (ค.ศ. 1938) – Kristallnacht ซึ่งเป็นปฏิบัติการสังหารหมู่ชาวยิวครั้งมโหฬารโดยนาซีเยอรมันเริ่มต้นขึ้น
พ.ศ. 2481 (ค.ศ. 1938) – เวลา 19.00 น. เกิดการลอบสังหาร จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในห้องนอนด้วยปืนค้อลท์รีวอลเวอร์ โดยผู้ลอบสังหารชื่อ นายลี บุญตา ซึ่งเป็นคนสวนของจอมพล ป. ด้วยการแอบซุ่มอยู่ใต้เตียง
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
กัมพูชา – วันประกาศเอกราช (พ.ศ. 2496)
http://th.wikipedia.org/wiki/9_%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99
11 พฤศจิกายน
เหตุการณ์
พ.ศ. 2218 (ค.ศ. 1675) – กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ แสดงการใช้แคลคูลัสเชิงปริพันธ์ในการคำนวณพื้นที่ใต้กราฟของฟังก์ชัน y = f (x) โดยใช้ปฏิยานุพันธ์เป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2411 (ค.ศ. 1869) – พีธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 5
พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) – สหรัฐอเมริกาผนวกวอชิงตันเป็นรัฐที่ 42
พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908) – พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมรูปทรงม้า และวางศิลาฤกษ์พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ซึ่งจัดขึ้นในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองราชย์ครบ 40 ปี ยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในประวัติศาสตร์ขณะนั้น
http://th.wikipedia.org/wiki/11_%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99
จากการโพสต์ของผมล่าสุดของเวริด์เพลสรายงานว่าYou published 134 posts พร้อมมีคำคมของนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ไอแซก อาซิมอฟเป็นยอดนักอ่านตั้งแต่เด็ก ที่มีคำคมว่าWriting, to me, is simply thinking through my fingers. Isaac Asimov

โดยผมย้อนเวลามาดูสมุดบันทึกตอนไปเรียนรู้เก็บข้อมูลทำหนังสั้น โดยไปหมู่บ้านปางแดง มีลุง ที่เป็นชาติพันธุ์ มีชื่อว่า น้อยกับบ้าน ที่เชียงดาว ตอนอบรมภาพยนตร์ กลับกลายมาเป็นตัวเอกของหนังสั้น “ศรีปิงเมือง” ก็ชื่อว่า “น้อย”มันแปลกดีความคล้องจองของเหตุการณ์ ตัดสลับเวลาโดยบังเอิญจากการเขียนบทของเพื่อนด้วย

เมื่องานจำนวนมากต้องเคลียร์ และผมกำลังอ่านหนังสือนิดๆ คือ คู่มือบริหารจัดการตนเอง ฉบับภาษาอังกฤษ มีชื่อว่าManaging Yourself ในจำนวนกองหนังสืออื่นๆและคิดถึงเรื่องความเรียบง่าย ( simplicity) ในชีวิตของตนเอง
ส่วนหนังสือยังไม่มีเวลาอ่าน ยังไม่ได้มีเก็บไว้ คือ Quiet: The Power of Introverts in a World That Can’t Stop Talking หรือ พลังของคนเงียบในโลกที่ไม่เคยหยุดพูด
: เนื้อหาโดยสังเขป “พลังของคนเงียบในโลกที่ไม่เคยหยุดพูด” เล่มนี้
ทำให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงรากเหง้าที่เป็นต้นเหตุให้คนอเมริกันจำเป็นต้องมีบุคลิกภาพเเบบนั้น
ซึ่งมีปฐมบทมาจากการเป็นประเทศอุตสาหกรรมของอเมริกา
ที่จำเป็นต้องสร้างเซลล์เเมนขึ้นมาขายสินค้าเเละบริการในที่ต่างๆ
บุคลิกภาพเอ็กซ์โทรเวิร์ตกลายเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่เเละคนอเมริกันรู้สึกว่าต้องฝืนเเละเสเเสร้งเพื่อให้มีบุคลิกภาพเเบบนั้นเเต่
พลังของคนเงียบในโลกที่ไม่เคยหยุดพูด จะเผยให้เห็นมุมมองอีกด้านว่า คนที่พูดน้อย
ขี้อาย เข้าสังคมไม่เก่ง ที่เรียกว่าคนอินโทรเวิร์ตก็มีจุดเด่นเเละความสามารถพิเศษ
จนสามารถประสบความสำเร็จเเละสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ให้กับโลกได้ไม่เเพ้คนเอ็กซ์โทรเวิร์ต
:: สารบัญ ตอนที่ 1 อุดมคติเอ็กซ์โทรเวิร์ต
– การเฟื่องฟูของ “มนุษย์ทรงอำนาจผู้น่าคบหา”
– ตำนานแห่งผู้นำที่มีเสน่ห์
– เมื่อความร่วมมือฆ่าความคิดสร้างสรรค์
ตอนที่ 2 ชีววิทยาของคุณ ตัวตนของคุณ
– ภาวะอารมณ์เป็นพรหมลิขิตหรือไม่
– เหนือกว่าภาวะอารมณ์

ตอนที่ 3 ทุกวัฒนธรรมมีอุดมคติเอ็กซ์โทรเวิร์ตหรือไม่
– อำนาจนุ่ม
ตอนที่ 4 วิธีรัก วิธีทำงาน
– เมื่อไหร่ที่คุณควรทำตัวเป็นคนเอ็กซ์โทรเวิร์ต
– ช่องว่างการสื่อสาร
– เรื่องของช่างซ่อมรองเท้ากับนายพล
:: คำนิยม “การสำรวจจิตใจมนุษย์ที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตที่น่าสนใจ
ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อทั้งคนอินโทรเวิร์ต (คนเงียบ ขี้อาย ไม่ชอบเข้าสังคม)
และคนเอ็กซ์โทรเวิร์ต (คนชอบสังคม ชอบอยู่เป็นกลุ่ม) พอๆกัน”
— นิตยสารเคอร์คัส รีวิวส์ —
“ความอ่อนโยนมีพลังอำนาจ…ความสันโดษสร้างผลผลิตในเชิงสังคม…แนวคิดแบบตอบโต้สัญชาตญาณที่สำคัญเหล่านี้
คือเหตุผลหลายๆ อย่างที่จะนำหนังสือเล่มนี้ไปหามุมเงียบๆ
เพื่อนั่งอ่านและดูดซับเอาความหลักแหลมและข้อความที่ยั่วให้คิดของมันมาใช้”
— โรซาเบธ มอสส์ แคนเตอร์ —
“หนังสือที่อัดแน่นด้วยข้อมูลและงานวิจัยอย่างดีเกี่ยวกับพลังของความเงียบ
และคุณความดีของการรุ่มรวยด้วยชีวิตภายใน มันขจัดความเชื่อปรัมปราที่ว่า
คุณต้องเป็นคนเข้าสังคมเก่ง พูดเก่ง จึงจะมีความสุขและประสบความสำเร็จ”
— จูดิธ ออร์ลอฟฟ์ —
http://www.se-ed.com/eshop/Products/Detail.aspx?No=9789740209966&CategoryId=316
ชื่อหนังสือ : พลังของคนเงียบในโลกที่ไม่เคยหยุดพูด
เรื่องย่อ :
ซูซาน เคน บอกว่าเราอาจแบ่งคนอย่างคร่าวๆ ได้ออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรก คือคนที่ชอบการพบปะเพื่อนฝูงเป็นชีวิตจิตใจ และทนอยู่คนเดียวนานๆ ไม่ได้ เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่าคนเอ็กซ์โทรเวิร์ต (extrovert) แต่หากคุณเป็นคนที่ไฟในการทำงานจะพุ่งพล่านก็ต่อเมื่อได้ปลีกวิเวกไปหาความสงบอยู่คนเดียว และชอบหลีกหนีการสังสรรค์กับคนกลุ่มใหญ่ คุณอาจจัดอยู่ในประเภทหลัง นั่นคือกลุ่มของคนอินโทรเวิร์ต (introvert) ซึ่งถือเป็นประชากร 1 ใน 3 ของโลก และเป็นตัวเอกในหนังสือเล่มนี้
ซูซาน เคน นักเขียนชาวอเมริกัน เผยความจริงให้เห็นว่าเพราะเหตุใดสังคมอเมริกันจึงให้คุณค่ากับคนที่มีบุคลิกแบบอินโทรเวิร์ตน้อยกว่าบุคลิกแบบเอ็กซ์โทรเวิร์ต และเปิดมุมมองใหม่ให้เราได้รู้ว่าคนเงียบ-เข้าสังคมไม่เก่ง ก็ประสบความสำเร็จและสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่แก่โลกได้ไม่แพ้กัน ดูได้จากบุคคลสำคัญที่มีบุคลิกอินโทรเวิร์ต อย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ หรือแม้แต่มหาบุรุษแห่งเสรีภาพ มหาตมะ คานธี
http://www.matichon.co.th/adsbook/book_detail.php?bid=1349797893

ข้อวิจารณ์ต่อหนังสือเล่มนี้ …คนเงียบ ไร้พลัง ในโลกที่ไม่เคยหยุดพูด
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1350361392&grpid=09&catid=12&subcatid=1200
ปล.ผมยังไม่ได้อ่านฉบับเต็ม แค่ดูรีวิวเท่านั้น ครับ

คั่นพักสายตาฉากตลกๆ ที่ถูกลบในหนังเรื่องIn the Mood for Love, deleted scene

Less is More ….น้อยแต่มาก
สิ่งที่จะต้องมีให้มากอยู่ตลอดเวลา คือทัศนคติที่ดี การมองโลกในแง่ดี ความสามารถในการมองเห็นแก้วน้ำที่มีน้ำเต็มตั้งครึ่งแก้ว นั่นต่างหาก
สัปดาห์ที่ผ่านมาฉันอยู่ในช่วงการย้ายบ้านค่ะ ถึงแม้จะย้ายบ้านมา 4 ครั้งในช่วงเวลาสิบปี แต่ก็มีข้าวของเยอะพอสมควร จึงเป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้ประยุกต์แนวคิดด้าน “วิสาหกิจที่กระชับ – Lean Enterprise” จากที่ทำงาน มาใช้เพื่อความเป็นอยู่แบบเรียบง่ายที่บ้านบ้าง กระบวนการ 5S (5ส) จึงถูกนำมาปฏิบัติกับข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ดังนี้ค่ะ
1. Sort – สะสาง คือการแยกประเภท แยกกลุ่ม แยกสิ่งของที่ไม่ใช้ ไม่ต้องการ แล้วเพื่อทิ้ง กิจกรรมนี้เป็นอันดับแรกที่ทำและก็ใช้เวลานานที่สุด และท้าทายที่สุดค่ะ เพราะอะไรที่เป็น “ของฉัน” นั้นปล่อยยาก เสื้อผ้าชุดนี้ก็ดูเหมือนจะยังใช้ได้ หนังสือเล่มนี้ก็ดูเหมือนยังอยากเก็บไว้ ของชิ้นนี้ก็มีความทรงจำที่ดีแฝงอยู่ ทิ้งยากค่ะ กว่าจะทำได้ต้องตั้งกฎถามตัวเองว่าในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาได้ใช้มันไหม ถ้าคำตอบคือไม่ ฉันบอกกับของชิ้นนั้นว่าฉันอยู่ได้โดยไม่มีเธอ แล้วก็กล่าวบ๊ายบาย
2. Storage – สะดวก จัดเก็บของที่เหลือให้เข้าที่ ให้ง่ายต่อการหยิบใช้ ของบางอย่างถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของจนมิดชิด จนลืมไปว่าเคยมี พอเจออีกทีหมดอายุ เสียแล้วก็ต้องทิ้งไป
3. Shine – สะอาด ทำความสะอาดสิ่งของที่มี ให้ดูดี น่าใช้ ถือเป็นการใส่ใจ และขอบคุณในสิ่งที่มี
4. Standardise – สุขนิสัย วางแผนการทำการแยกแยะ จัดเก็บ และการทำความสะอาด ให้เป็นกิจวัตร วางแผนการซื้อเท่าที่จำเป็น เพราะถ้าไม่อย่างนั้น ทุกอย่างก็จะเป็นแบบเดิมๆ
5. Sustain – สร้างนิสัย ทำทุกข้อดังกล่าวข้างต้นให้คงเส้นคงวา ให้เป็นนิสัย
สะสาง สะดวก สะอาด ทำเสร็จไปแล้วค่ะ สุขนิสัย และ สร้างนิสัย ต้องพยายามเตือนตนต่อไป
เมื่อก่อนฉันเคยคิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นคนไม่ติดของ แต่หลังจากกิจกรรมสะสางที่ทำแล้วช่วยให้มองเห็นตัวเองว่ายังไปได้ไม่ไกลเท่าที่คิด ถึงตอนนี้ฉันยังทึ่งไม่หายกับจำนวนข้าวของที่ขอให้ลุงคนเก็บของเก่า (ที่นี่เรียก การังกุนี) มาช่วยขนไป
บางสิ่งบางอย่างมีมากเกินไปก็ใช่จะมีประโยชน์ กลับกลายเป็นแรงกดดัน เป็นภาระ แถมซ้ำยังชวนให้คิดว่าเพราะสิ่งของที่ซื้อมาแล้วเก็บ ใช้สักพักแล้วทิ้ง บางชิ้นก็ไม่ได้แตะเลยแล้วทิ้งไปนี้ด้วยหรือเปล่า ที่ทำให้ฉันต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อให้ได้มันมา ถึงคำตอบจะไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่เลย
นึกถึงประโยคหนึ่งที่เคยอ่านผ่านตาว่า “You Can Never Get Enough Of What You Don’t Need – เราจะไม่รู้สึกพอในสิ่งที่ไม่จำเป็น” ด้วยเหตุนี้เราจึงสะสมสิ่งของมากมายเพราะความต้องการในสิ่งที่ไม่จำเป็นนั้นไม่มีที่สิ้นสุด
สิ่งของเครื่องใช้หากมีแต่น้อย มีเท่าที่จำเป็น จริงๆ แล้วอาจทำให้รู้สึกดี ไม่ต้องเสียเวลาสะสาง จัดเก็บ เป็นกังวลน้อยลง และจะได้ไม่รู้สึกเสียดายโดยไม่จำเป็นหากต้องทิ้งมันไป การมีสิ่งของน้อยแต่มีอิสระมาก สำหรับฉันนั่นคือความหมายของคำว่า “น้อยแต่มาก”
สิ่งที่จะต้องมีให้มากอยู่ตลอดเวลา คือทัศนคติที่ดี การมองโลกในแง่ดี ความสามารถในการมองเห็นแก้วน้ำที่มีน้ำเต็มตั้งครึ่งแก้ว นั่นต่างหาก…
เดือนสุดท้ายของปี 2011 ก็เดินทางมาถึงตรงเวลาและอีกไม่กี่วันเดือนแรกเดือนใหม่เอี่ยมของปี 2012 ก็จะย่างกรายมาเซย์ฮัลโหล ฉันตั้งใจจะใช้เวลาที่มีในปีนี้ทำในสิ่งที่ใฝ่ฝันมานานแต่ยังไม่ได้ฤกษ์ได้ยามเสียที คือการเริ่มจัดการชีวิตให้เรียบง่าย สมดุล และเติมเต็ม…แบบน้อยแต่มาก…
ด้วยรู้ตัวว่าภายในตัวเองนั้นซับซ้อนมากมายนัก จึงวางแผนเริ่มต้นด้วยการจัดการกับสิ่งรอบตัวก่อนเพราะหวังว่า ความสำเร็จจากการจัดการสิ่งของภายนอกที่เห็นได้ชัด จะช่วยกระตุ้นให้กิจกรรมการสะสางภายในเริ่มต้นขึ้น กิจกรรม 5S ข้างต้นจึงถือเป็นก้าวแรกสู่ความเรียบง่ายนั้นค่ะ
แล้วคุณละคะ จะทำอะไรบ้างต้อนรับวันใหม่ๆ ที่จะมาถึง?
—————————-
เคยอ่านเจอสุภาษิตฝรั่ง เขียนไว้น่ารักดี เลยขอนำมาฝากค่ะ…
Fear less, hope more;
Eat less, chew more;
Whine less, breathe more;
Talk less, listen more;
Hate less, love more;
and all good things will be yours
กลัว..ให้น้อยลง, มีความหวัง..ให้มากขึ้น;
กิน..ให้น้อยลง, เคี้ยว..ให้นานขึ้น;
คร่ำครวญ..ให้น้อยลง, หายใจ..ให้มากขึ้น;
พูด..ให้น้อยลง, ฟัง..ให้มากขึ้น;
เกลียด..ให้น้อยลง, รัก..ให้มากขึ้น;
แล้วสิ่งดีๆ..จะมีมากขึ้น
……………..
ขอให้วันนี้คุณมีสิ่งดีดีมากมายค่ะ…
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/471125

เมื่อผมกลับมาเล่าเรื่องเก่า คือ นิตยสารI Here มาก่อนกาล แต่พวกเราไม่ดัง และ บางคนลี้ภัย บางคนได้ซีไรต์อย่างที่บอกไว้คราวที่แล้ว แด่การเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ของตนเอง หลังจากอยู่ได้เกือบปี คือ 11 เดือน เพื่อย้ายของ-จัดการตนเอง น่ะครับ
กระนั้น การจัดการตนเอง และปรับตัวเองในที่อยู่ใหม่ โดยคนเดียวเงียบๆ นึกถึงเรื่องราวกัมพูชา ในหนังเรื่องIn the mood for love ก็ขอสลับกลับไปเล่าเรื่องในหนังChungking Express กรณีนึกถึงฉากที่ถูกลบไป ในย่านChungking ทุกอย่างในเวลาเหมือนต้องทำงานกันอย่างรีบเร่งรวดเร็ว ในเรื่องนางเอก ชงกาแฟใส่ยานอนหลับให้ตำรวจพระเอก เพราะคนอกหัก มักนอนไม่หลับ และพระเอก ดันเป็นตำรวจ ต้องเข้าเวรดึกดื่น กินกาแฟดำกลับมาหลับคร่อกๆ ฮา..หม่นๆ
Chungking Express Deleted Scenes (Faye and Cop 663)

ทั้งนี้ ผมคิดจะพักเขียนบันทึก..แค่นึกถึง…ขณะกลับจากวังเวียง บนเส้นทางผ่านถ่ายวิดิโอไว้ว่าจะตัดต่อเป็นหนังสั้น(ฮา) แล้วผมต้องเตรียมตัวเรื่องงานหนังสั้น…เตรียมสอนวาดเส้นต่อ ก็หลายเรื่องราวไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก ขอพักเรื่องบันทึกต้องหมั่นดูแลสุขภาพร่างกาย ในช่วงเปลี่ยนผ่านของเวลาสำหรับนักเขียนบันทึกอย่างผม ก็กลับมาไทย ทำให้มีเรื่องเล่าบางเรื่องของการเก็บข้อมูล เช่น ขยะ โดยการจัดการขยะ ให้สะอาดในวังเวียงของลาว จะต้องมีรถเก็บกวาดขยะตลอดทุกวัน เพราะเมืองท่องเที่ยว และเชียงใหม่ก็เช่นกัน ไม่เช่นนั้น อาจจะมีสภาพตึกรามบ้านช่องเหมือนมิวสิควิดิโอนี้ ครับ
“Lost In The Echo”
[Shinoda:]
(yeah) (yo)
You were that foundation
Never gonna be another one, no.
I followed, so taken
So conditioned I could never let go
Then sorrow, then sickness
Then the shock when you flip it on me
So hollow, so vicious
So afraid I couldn’t let myself see
That I could never be held
Back or up no, I’ll hold myself
Check the rep, yep you know mine well
Forget the rest let them know my hell
There and back yet my soul ain’t sell
Kept respect up,the best they fell,
Let the rest be the tale they tell
That I was there saying…
[Chorus]
[Chester:]
In these promises broken
Deep below
Each word gets lost in the echo
So one last lie I can see through
This time I finally let you
Go, go, go.
[Shinoda:]
Test my will, test my heart
Let me tell you how the odds gonna stack up
Y’all go hard, I go smart
How’s that working out for y’all in the back, huh?
I’ve seen that frustration
Been crossed and lost and told “No”
And I’ve come back unshaken
Let down and lived and let go
So you can let it be known
I don’t hold back, I hold my own
I can’t be mapped, I can’t be cloned
I can’t C-flat, it ain’t my tone
I can’t fall back, I came too far
Hold myself up and love my scars
Let the bells ring wherever they are
‘Cause I was there saying…
[Chorus]
[Chester:]
In these promises broken
Deep below
Each word gets lost in the echo
So one last lie I can see through
This time I finally let you go!!!
Go, go, go.
[Shinoda:]
No, you can tell ’em all now
I don’t back up, I don’t back down
I don’t fold up, and I don’t bow
I don’t roll over, don’t know how
I don’t care where the enemies are
Can’t be stopped, all I know; go hard
Won’t forget how I got this far
For every time saying…
[Chorus]
[Chester:]
In these promises broken
Deep below
Each word gets lost in the echo
So one last lie I can see through
This time I finally let you
Go, go, go. (Go, go, go)
Go. go, go. (Go, go, go)
http://www.azlyrics.com/lyrics/linkinpark/lostintheecho.html

12 พฤศจิกายน 55
Google บอกครบรอบ 172 ปีของโรแดงกับภาพรูปปั้น “นักคิด” (The Thinker) ที่นำเสนอภาพของดังเตเมื่อยามครุ่นคิด….
ออกุสต์ โรแดงจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี Auguste Rodin (โรแดง เกิดวันเดียวกับดร.ซุนยัดเซน นักปฏิวัติของจีน แต่คนละยุคครับ)
นักคิด, รูปปั้นบรอนซ์ โดย Alexis Rudier, สุสาน Laeken, บรัสเซลส์, ประเทศเบลเยียมออกุสต์ โรแดง (อังกฤษ: Auguste Rodin) มีชื่อเต็มว่า ฟรองซัว โอกุสต์ เรอเน โรแด็ง (ฝรั่งเศส: François-Auguste-René Rodin) (12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1840 – 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1917) เป็นประติมากรชาวฝรั่งเศส
โรแดงเริ่มศึกษาประติมากรรมที่ปารีส มีชื่อเสียงจากการสร้างรูปปั้นจำลอง งานชิ้นหลัง ๆ ของเขาได้รับแรงบรรดาลใจจากดังเตกวีคนสำคัญ โดยผลงานชิ้นสำคัญได้แก่ “ประตูนรก” (The Gates of Hell) ซึ่งได้แรงบรรดาลใจจากฉากในกวีนิพนธ์ “ไฟนรก” (Inferno) ของดังเต และรูปปั้น “นักคิด” (The Thinker) ที่นำเสนอภาพของดังเตเมื่อยามครุ่นคิด

แม้ว่าโรแดงจะถือกันว่าเป็นผู้ที่มีส่วนริเริ่มการประติมากรรมสมัยใหม่[1]แต่ความจริงแล้วโรแดงมิได้มีความตั้งใจจะปฏิรูปศิลปะแบบที่ทำกันมา โรแดงได้รับการศึกษาจากสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งฝรั่งเศส (Académie des beaux-arts) การสร้างงานก็เป็นไปตามวิธีช่างอย่างที่เรียนมาเพื่อที่จะได้เป็นที่ยอมรับกันทางสถาบัน [2] ในการสร้างงานประติมากรรมโรแดงมีความสามารถที่ทำให้เห็นถึงความซับซ้อนและความปั่นป่วนภายในเนื้อดินที่ปั้น

งานชิ้นสำคัญๆ ของโรแดงถูกนักวิจารณ์โจมตีโดยพร้อมเพรียงกัน เพราะลักษณะงานขัดแย้งกับการทำประติมากรรมตามแบบแผนดั้งเดิมซึ่งเป็นการสร้างงานเพื่อการตกแต่ง, เป็นสูตร, และมีจุดมุ่งหมายในการสื่อใจความของภาพ แต่งานของโรแดงจะต่างออกไปจากการปั้นเรื่องเทพกรีกโรมันและการใช้สัญลักษณ์แฝงคติอย่างที่ทำกันมา งานของโรแดงจะเป็นรูปสรีระที่เหมือนจริงและเป็นการเทิดทูนความงามของร่างกาย โรแดงมีความสะเทือนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์แต่ก็ไม่ได้ทำให้เปลี่ยนวิธีสร้างงานของตนเอง และงานของโรแดงในที่สุดก็เป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นจากรัฐบาลและสังคมศิลปิน

จากงานชิ้นสำคัญๆ ซึ่งมีอิทธิพลจากการท่องเที่ยวอิตาลีในปี ค.ศ. 1875 ไปจนถึงงานที่แปลกไปจากแนวที่ได้รับสัญญาจ้าง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 โรแดงก็กลายมาเป็นประติมากรที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลกมึลูกค้าผู้มีฐานะดีทีเสาะหางานของโรแดงตั้งแต่นำงานไปแสดงที่งานมหกรรมสินค้าโลก ค.ศ. 1900 (1900 World’s Fair) ที่สหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นโรแดงยังสังคมอยู่ในแวดวงศิลปินและผู้รู้ผู้มีชื่อเสียง โรแดงแต่งงานกับโรส บูเรท์ผู้ที่โรแดงอยู่ด้วยกันมาตลอดชีวิตเมื่อปึสุดท้ายของชีวิตของทั้งสองคน
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%8C_%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87
ข่าว
“เสธ.อ้าย” เล็งฤกษ์” 09.01น.” 24พย.จัดม็อบถล่มรัฐบาล ลานพระรูป คุยระดมได้1ล้านคนวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 08:06:16 น.
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1352595645&grpid=03&catid&subcatid

“พล.ต.จำลอง” ให้ พธม.เลื่อนสัมมนา 24-25 พ.ย. เพื่อหลีกให้วันชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม
Sun, 2012-11-11 22:48
http://www.prachatai3.info/journal/2012/11/43602
(ข่าวเก่า)พรรคเพื่อไทย ยึดลานย่าโม จัดเวทีสัญจร”ทำไมต้องปรองดอง” เสื้อแดงร่วมฟังแน่นวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เวลา 18:59:20 น.
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ลานย่าโม) เขตเทศบาลนคร นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดกิจกรรมเวทีปราศรัย “ ทำไมต้องแก้ไข รัฐธรรมนูญ 50 ” “ ทำไมต้องปรองดอง ”โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.เขต จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ฐานะ รองโฆษกพรรค ฯ และ บรรดา ส.ส. เขต และ บัญชีรายชื่อ รวมทั้งแกนนำ นปช.ในเขตจังหวัดนครราชสีมา รับผิดชอบการจัดสถานที่ ท่ามกลางมวลชนคนเสื้อแดง และ พี่น้อง ประชาชน ที่สนใจกว่า 5,000 คน สวมเสื้อสีแดง เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง ซึ่งมีแกนนำของ พท. ผลัดกันขึ้นปราศรัย เริ่มจากนายวิสา คัญทัพ นายวิภูแถลง พัฒโนทัย นายอดิศร เพียงเกษ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายก่อแก้ว พิกุลทอง “ แรมโบ้ อีสาน ” นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายจตุพร พงษ์พันธุ์

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1340971236&grpid=&catid=01&subcatid=0100
เปิด ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ชำแหละเนื้อหาทั้ง 4 ฉบับ
นาทีนี้ไม่มีเรื่องไหนร้อนแรงมากไปกว่าความพยายามที่จะผลักดันร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ พ.ศ…. หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ อีกแล้ว เพราะเรื่องดังกล่าวได้ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึง 2 วันติด จนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหวิดจะมีเรื่องกัน
ขณะที่ ด้านนอกรัฐสภา ก็ยังมีกลุ่มพันธมิตรฯ กลุ่มเสื้อหลากสี และประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ออกมารวมตัวชุมนุมเพื่อคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งภาพที่เห็นดูไม่สอดคล้องกับคำว่า พ.ร.บ.ปรองดอง ที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามจะผลักดันเอาเสียเลย
หลายคนที่ได้ติดตามข่าวการเมืองคงจะพอทราบแล้วว่า ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ที่มีการเสนอเข้ามาให้สภาฯ พิจารณานั้น มีทั้งสิ้น 4 ร่าง ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ, ร่าง พ.ร.บ.ของนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และคณะ, ร่าง พ.ร.บ.ของนายนิยม วรปัญญา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ ร่าง พ.ร.บ.ของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และคณะ ซึ่งแต่ละฉบับมีเนื้อหาส่วนใหญ่ใกล้เคียงกัน จะมีแตกต่างในบางหัวข้อ
ทีนี้ ลองมาดูเนื้อหาสำคัญ ๆ ของแต่ละฉบับกัน
1. ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
มีทั้งหมด 8 มาตรา โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2548 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2554 ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ หรือมวลชน ไม่มีความผิดจากกระทำที่เกิดขึ้น หรือหากคดีดังกล่าวอยู่ในชั้นศาลแล้ว ก็ให้ระงับการสอบสวน และให้พ้นคดีไป รวมทั้งผู้ที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดไปแล้ว ก็ให้ถือว่า ไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิด ส่วนผู้ที่รับโทษอยู่ก็ให้ปล่อยตัว ซึ่งหมายถึงว่า ทุกคนจะได้รับการนิรโทษกรรม
นอกจากนั้น คดีที่สืบเนื่องมาจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 จะถูกยกเลิก พร้อมกับคืนสิทธิทางการเมืองให้กับนักการเมืองที่ถูกศาลพิพากษาตัดสิทธิ โดยผู้ที่ได้รับความเสียหายสามารถฟ้องแพ่งเรียกร้องค่าเสียหายได้
อ่าน ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ได้ที่นี่
2. ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ นายสามารถ แก้วมีชัย และคณะ
มีทั้งหมด 8 มาตรา เนื้อหาหลัก ๆ คล้ายกับ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ให้นิรโทษกรรมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองทุกคน ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2548 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2554 พร้อมกับคืนสิทธิทางการเมืองให้กับผู้ที่ถูกตัดสิทธิในคดีที่สืบเนื่องมาจากการรัฐประหาร
อ่าน ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ นายสามารถ แก้วมีชัย และคณะ ได้ที่นี่
3. ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ นายนิยม วรปัญญา และคณะ
มีทั้งหมด 5 มาตรา เนื้อหาสำคัญคือ ให้นิรโทษกรรมผู้ถูกกระทำ ผู้กระทำ รวมทั้งคนที่ได้รับผลกระทบหลังเหตุการณ์รัฐประหาร วันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 ซึ่งที่น่าสนใจก็คือ มาตรา 3 ที่ให้นิรโทษกรรมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร รวมทั้งบุคคล หรือองค์กร ที่ทำตามคำสั่ง คมช. ซึ่ง ร่าง พ.ร.บ.ฉบับอื่น ๆ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับจุดนี้มากนัก
อีกจุดหนึ่งของ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่แตกต่างจากฉบับอื่น ๆ ก็คือ แม้จะมีการนิรโทษกรรมให้ผู้กระทำแล้วก็ตาม แต่ผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรมไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น
อ่าน ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ นายนิยม วรปัญญา และคณะ ได้ที่นี่
4. ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และคณะ
มีทั้งหมด 7 มาตรา เนื้อหาสำคัญคล้ายกับร่าง พ.ร.บ.ของ พล.อ.สนธิ และ นายสามารถ คือ ให้นิรโทษกรรมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2548 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2554 และให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขัง โดยถือว่าไม่มีความผิด แต่ส่วนที่แตกต่างก็คือ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่นิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำความผิดในฐานก่อการร้าย และความผิดต่อชีวิต ซึ่งน่าจะหมายถึง บรรดาแกนนำ รวมทั้งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรม
ขณะเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังยกเลิกคดีที่เกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร และให้ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องทางแพ่งได้เหมือนกับ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับ พล.อ.สนธิ และนายสามารถ
อ่าน ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และคณะ ได้ที่นี่
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ทั้ง 4 ฉบับ ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ต้องโทษในคดีจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แม้แต่ฉบับเดียว
http://hilight.kapook.com/view/72035/9

(เมื่อผมคุยกับศ.ดร.ด้านรัฐศาสตร์ ก็ผมเห็นด้วยว่าการเมืองจะดีไม่ดีอย่างไรให้ครบ สี่ปีไปก่อน แล้วเลือกตั้งใหม่ตามระบบกติกาประชาธิปไตย นี่รัฐบาลเพื่อไทย ก็ถอยให้พันธมิตร มาตั้งแต่ตอนเรื่องพรบ.ปรองดอง(แห่งชาติ) มาถึงการรวมกลุ่มเสธ.อ้าย+พันธมิตรฯ อีก มันจะปะทะกันเรื่อยๆ หรือม้วนเดียวจบ อยู่ระหว่าง50% น่ะครับ)

-(ข่าวใหม่)สั่งฟ้อง “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” หลังกองทัพบก แจ้งความเอาผิด “มาตรา112”
วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 20:11:07 น.
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1352979248&grpid=00&catid&subcatid

แบงก์เข้มปล่อยกู้ ผวาหนี้เน่า เรียกมาร์จิ้นเพิ่ม
http://money.impaqmsn.com/content.aspx?id=33206&ch=227

โดยผมเห็นข่าวต่างๆ เช่น ข่าวกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วเสริมกรณีภาคใต้ ผมมีข้อสังเกตสั้นๆ 1.ความรุนแรงทางการเมืองภาคใต้47-48 ต่อมาการรัฐประหาร ทำให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ถึง60 ปี ไม่เป็นประชาธิปไตย 2.กลุ่มประชาสังคม เอ็นจีโอ แนวคิดจังหวัดจัดการตนเองทั้งเชียงใหม่,ยะลา,ปัตตานี ไม่ชัดเจน โดยสังเกตได้จากพรบ.ร่างจังหวัดไม่ยุบเลิกกำนัน ผู้ใหญ่ว่่าจะสนับสนุนการเลือกตั้ง หรือไม่ 3.ระบบราชการภาพสะท้อนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นอำนาจที่ไม่ควรละเลยจากการปรับโครงสร้างของทหาร กลไกของรัฐที่ทำความรุนแรง ต่อประชาชน

กระนั้น สองถึงสามวัน และเมื่อวานมีพวกกลุ่มนักเขียน เพื่อนพ้องน้องพี่มาจากมหาสารคามพบกันครบรอบหนึ่งปีที่เคยเจอกัน นักดนตรี คนตาบอดเล่นไวโอลินมาชวนผมไปแอ่วร้านหนึ่ง จนถึงตีสอง และผมเจอผู้คนสังคม ฯลฯ แล้วบังเอิญเจอรุ่นน้อง ก็มันส์ดีมันโผล่มาตอนเที่ยงคืน เหมือนจะเมาๆ พร้อมแวะเอาเหล้าที่ร้านฯ แปลว่ามันขาประจำ แน่ๆ 55

มิตรภาพ ณ ปลายฝนฯ(ตอนนั้นปีที่แล้วร่วมอ่านบทกวีที่ร้านปลายฝนต้นหนาว ปีนี้เลยแวะไปเจอพี่ป้อมอีกครั้ง)

เนื่องจากเราไปอีกร้านหนึ่งได้เจอเจ้าของบทเพลงห้องสุดท้ายในฐานะคนขายพิซซ่าแถวจอมทองด้วยครับ
ห้องสุดท้าย เอ้ สุภารัตน์
ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง
ซึ่งที่จริงนี้เราคบกัน ไม่นาน เกือบสัปดาห์
มันเป็นคืนฟ้าฝนโรยกระหน่ำ
ที่ข้างทางพบใครยืนอยู่ คอยโบก ใต้ต้นไม้
ผมจึงจอดรับเพราะความเห็นใจ
ให้อาศัยและนำเธอมา ที่หน้าแมนชันนี้
คิ้วงามปากสีชมพูยิ้มพราย
เมื่อปราศัยชอบใจ รับฟัง
เธอยัง แอบศรัทธา
ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง
ซึ่งที่ฟังนั้นเธอพักอยู่ ชั้นบน ห้องสุดท้าย
คุณจำได้ไหม หรือใครช่วยตาม
อยากไต่ถามพบเพียงเห็นหน้า
ก็จะ อบอุ่นใจ
ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง
ซึ่งที่จริงนี้เราพบกัน ไม่นาน เกือบสัปดาห์
มันเป็นคืนฟ้าฝนโรยกระหน่ำ
ที่ข้างทางพบใครยืนอยู่ คอยโบก ใต้ต้นไม้
คุณคนๆนั้นคิดพลางถอนใจ ตอบออกไปสายตาประหวั่น
ใครกัน ห้องสุดท้าย หรือคนก่อนนั้นที่เธอหายไป
รถเธอชนที่โค้งต้นไทร หรือใครที่คุณถาม
ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง เธออยู่ไหม

เมื่อผมฟังเพลงแล้วอยากเล่าเรื่องแดรกคิวล่า ว่าฉบับภาษาอังกฤษตัวนิยาย ที่ผมได้ลองเปิดอ่านผ่านๆเป็นงานเขียนแนวกึ่งบันทึกไดอารี่ จดหมาย ลักษณะแนวนั้น ส่วนหนังที่ผมอยากให้เข้ากับเพลง คือ เล่าเรื่อง Doppelganger
Plot Summary for
Doppelganger (1993) More at IMDbPro »
ad feedbackA woman moves from NYC to LA after a murder, in which she
is implicated. She is followed by what is apparently her evil alter-
ego. She moves into a room for rent by a writer, and he begins having
an affair with her, but after some strange things happen, he’s not so
sure if the affair is with her or her doppelganger. Written by Ed
Sutton
http://www.imdb.com/title/tt0106753/
ดอพเพลแกงเกอร์ (เยอรมัน: doppelgänger) เป็นความเชื่อ โดย doppel
มีความหมายเดียวกับคำว่า double ในภาษาอังกฤษหรือแปลได้ว่า “ซ้ำสอง”
ส่วนคำว่า gänger หมายถึง “goer” มีคำเรียกอีกอย่างว่า evil twin
(แฝดปีศาจ) หรือ bilocation (การปรากฏตนในสองสถานที่)
ซึ่งมีที่มาจากเรื่องเล่าขานพื้นบ้านของเยอรมัน
นิยามกว้าง ๆ ของดอพเพลแกงเกอร์
กล่าวถึงปรากฏการณ์ที่มีการพบเห็นบุคคลหนึ่งผู้ในเวลาเดียวกันแต่ต่างสถานที่
ศัพท์นี้ได้ถูกนำมาใช้มากที่สุดกับกรณีของฝาแฝดผู้ชั่วร้าย
ซึ่งปรากฏให้เห็นโดยทั่วไปในวรรณกรรมและภาพยนตร์แนวลึกลับต่างๆ
โดยทั่วไปแล้วดอพเพลแกงเกอร์ถูกถือเป็นสัญญาณแห่งความโชคร้าย
ความเจ็บป่วยหรือภยันตรายจะเกิดขึ้นหากเพื่อนฝูงหรือเครือญาติได้พบเห็น
ในขณะที่การพบเห็นดอพเพลแกงเกอร์ของตนจะนำมาซึ่งความตาย ถึงกระนั้น
รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ที่ว่านี้นั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นไปในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงดังกล่าว
เนื่องจากเรื่องราวและความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับคำนี้มีขอบเขตที่กว้างกว่านั้นมาก
ดอพเพลแกงเกอร์ เป็นคำที่ใช้เรียกกรณีที่มนุษย์คนหนึ่งได้ปรากฏตัวตนเพิ่มขึ้นมาจากเดิมอีกคนหนึ่งซึ่งจะมีลักษณะภายนอกเหมือนกันทุกประการ
ตามเรื่องราวที่เล่าขานกันมาดอพเพลแกงเกอร์นั้นจะไม่มีเงาของตัวเอง
รวมทั้งไม่มีภาพสะท้อนบนกระจกหรือผิวน้ำ
มันอาจจะให้คำแนะนำอะไรบางอย่างกับบุคคลต้นแบบของมันด้วยเจตนาร้ายซึ่งยุแยงให้เกิดความเข้าใจผิดต่างๆ
หรืออาจจะปรากฏตัวต่อหน้าญาติมิตรเพื่อทำให้เกิดความสับสน
และมันอาจจะปรากฏตัวในลักษณะที่สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ยามที่บุคคลต้นแบบของมันเจ็บไข้ได้ป่วย
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าปรากฏการณ์ดอพเพลแกงเกอร์นั้นเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด
ความเชื่อบางประเภทนั้นยึดหลักที่ว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกจะมีฝาแฝดของตนอยู่
หากบุคคลนั้นเป็นคนดี ฝาแฝดก็จะชั่วร้าย หากบุคคลนั้นเป็นคนชั่วร้าย
ฝาแฝดก็จะเป็นไปในทางกลับกัน
และการที่ฝาแฝดทั้งสองมาพบกันนั้นก็จะยังผลให้ทั้งคู่ต้องพบกับจุดจบของชีวิต
บ้างก็เชื่อว่าดอพเพลแกงเกอร์เป็นภูตผีปีศาจในรูปแบบหนึ่งที่จะปรากฏตัวขึ้นเพื่อบ่งบอกถึงลางร้าย
หากพวกมันไม่ได้ นำพามาซึ่งลางร้ายเสียเอง นอกเหนือไปจากนี้แล้ว
บุคคลบางกลุ่มมีความเห็นเกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่ว่านี้ว่าน่าจะเป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้พลังจิตที่มีชื่อเรียกว่า
“Out-of-Body Experience” หรือ “Astral Projection” ในกรณีนี้
มีการกล่าวอ้างว่ามีหลายคนพบเห็นพราหมณ์บางคนหลายสถานที่ในเวลาเดียวกัน
ทั้งๆที่พราหมณ์ผู้นั้นกำลังนอนอยู่
Doppelganger ว่ากันว่ามันคือภูติประจำตัวเราเองครับDoppelganger
ว่ากันว่าจะอยู่ข้างหลังเจ้าของร่างตลอดแต่นั้นมีความเร็วมากในระดับความเร็วแสงเลยทีเดียว
ต่อให้หันหลังเร็วขนาดไหนก็ไม่เห็น
ผู้ที่โดนติดตามจะแทบไม่รู้ตัวถึงการมีอยู่ของมัน
โดยมันจะทำทุกอย่างให้เงียบซะจนไม่มีเสียงเลย
และมันอยู่กับเราตลอดเวลาโดยเลียนแบบการกระทำของเราอยู่ตลอดเวลา
นอกจากนั้นมันยังฉลาดกว่ามนุษย์เราหลายขุม ว่ากันว่า Doppleganger
จะคอยระวังตัวให้เจ้าของร่างและคอยรับเคราะห์แทนตัวเรา
เวลาเกิดอุบัติเหตุแล้วเรารอดนั้นมาจาก Doppelganger รับเคราะห์แทนเรา
นอกจากนั้น Doppleganger
ยังอาจจะไปปรากฎตัวในที่อื่นได้แม้เราจะไม่ได้อยู่ที่นั่น Doppelganger
อาจไปปรากฎตัวกับผู้อื่นหรือเจ้าของร่างก็เป็นได้ Doppelganger
จะมีนิสัยเหมือนเจ้าของร่างแทบทุกประการ Doppelganger
นอกจากนั้นยังอาจนำภัยมาหาเจ้าของร่างเอง เช่น
ถ้าหากเจ้าของร่างมีความแค้นฝังใจเรื่องอะไรซักเรื่องเจ้า Doppelganger
อาจไปสะสางเรื่องให้ทั้งๆที่ไม่ใช่เรา
(ความรู้สึกของDopplegangerนั้นก็เป็นของเรา) นอกจากนั้น
ยังอาจจะเข้าสิงร่างเจ้าของแล้วไปทำเรื่องอะไรบางอย่างก็ได้ Doppelganger
ซักวันอาจ จะอยากมีตัวตนเหมือนกับเราซึ่งจะทำอย่างงั้นมันไม่ยากเลย
Doppelganger ก็แค่ฆ่าเราซะแล้วสวมรอยไปแทน บ้างก็ว่า Doppelganger
เป็นปิศาจบ้างหละ บ้างก็ว่าเป็นเงาของเราบ้างหละ
บ้างก็ว่ามันจะออกมาพบเราตอนใกล้ตายบ้างหละ
บ้างก็ว่าจะมาสะสางเรื่องสุดท้ายในชีวตบ้างหละบ้างก็ว่าใครที่เคยเห็นDoppelganger
ตัวเองแล้วจะตายบ้างหละอ้อและก็นี่หลังจากที่Doppleganger
สวมรอยเป็นเราแล้ว ความทรงจำของเราจะกลายเป็นของมันทั้งความรู้สึก
(มันกลายเป็นเราไปเลย)มันก็จะไม่รู้แล้วว่ามันเป็น Doppelganger พูดง่ายๆ
ตัวตนเราไม่ได้หายไปไหน ที่หายไปคือวิญญาณของใครบางคน
บางทีคนที่นั่งเคาะแป้นอยู่ตรงนี้อาจเป็น Doppelganger เองซะก็ได้ อ้อ
Doppleganger เนี่ยยังเป็นชื่อปรากฏการณ์เมื่อตัวเราปรากฏขึ้นในที่หลายแห่งพร้อมกัน
(ไม่แน่ใจว่าต้องให้ตัวเองเห็นตัวเองด้วยรึเปล่า หรือคนอื่นเห็นก็ได้)
บางคนยังบอกไว้ว่าที่หมาของเราเห่าเรายังเป็นเพราะ Doppelganger
ที่ตามหลังเรามาหน้าคล้ายเราเปี้ยบมันเลยเกิดอาการตกใจและระแวงขึ้นมา ไม่
ก็ พวกท่านๆเคยเห็นคนแก่คุยกับตัวเองพึมพำๆมั้ยครับ นั่นเป็นเพราะ
Doppelganger สามารถรวมตัวตนเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้าของร่างได้นั่นเอง
แล้วก็เคยมีคนหนึ่งมาโรงเรียนตอนเช้าทั้งๆที่ลาไว้แล้วทั้งครูประจำชั้นและนักเรียนยังเห็นมาเข้าแถวตอนเช้า
เพียงแต่ถามอะไรไปก็ได้แต่เงียบ ไม่ตอบหรือพูดคุยกับใครเลย
พอเริ่มคาบก็หายไปเลยเป็นห่วงกันโทรถามพ่อแม่ปรากฎว่า
เขาอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านโดยตลอดไม่ได้ออกไปไหน
โดยเป็นเรื่องพูดคุยไปทั่วจนซักพักก็เงียบหายไป
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C
ค่ำคืนกับอารมณ์กลัวผี แต่ถ้านอนไม่หลับคุณทำไง?
นอนไม่หลับ หมายถึงภาวะการนอนหลับไม่เพียงพอ หรือ ไม่มีคุณภาพ แบ่งเป็นลักษณะอาการดังนี้
– เริ่มต้อนเข้านอนแล้วหลับยาก
(Initial Insomnia)
– ตื่นบ่อยครั้งระหว่างนอน(Intermittent Insomnia)
– ตื่นเช้าตรู่เกินไป
(Terminal Insomnia)
– นอนหลับแล้วแต่ไม่รู้สึกไม่สดชื่น
http://www.it-gateways.com/charoenvej/Symptom/insomnia.htm

INSOMNIA ปัญหาการนอนไม่หลับ
การนอนไม่หลับ เป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายคน น่าสงสารพวกที่มีอาการดังกล่าวนี้ พวกเขาต้องทนทุกข์ ทรมานกับการข่มตานอน เมื่อนอนไม่เพียงพอปัญหาสุขภาพ ก็ตามมา จึงมีวิธีเพื่อช่วยเหลือพวกที่มีอาการเช่นนี้ เช่นให้ใช้ วิธีนับแกะบ้าง อ่านหนังสือบ้าง ฯลฯ วิธีการนี้เป็นวิธีที่ใช้ กันทั่วไป อาจจะใช้ได้ผลกับบางคน แต่บางคนที่หลับยาก จริง ๆ ก็ต้องหันมาพึ่งยานอนหลับ ซึ่งส่งผลเสียและเป็น อันตรายกับร่างกายเป็นอย่างมาก

ความเครียด ความวิตกกังวล การรับประทาน อาหารที่มากจนเกินไป เป็นสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ และ ยังมีอีกหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ในที่นี้ผมขอกล่าวถึงหมอน หมอนที่ใช้หนุนนอนนั้นมีความสำคัญมาก ถ้าหมอนไม่ได้ สัดส่วน สูงหรือต่ำจนเกินไปก็จะทำให้เรานอนไม่หลับ ผมมี เคล็ดแต่ไม่ลับมาบอกให้ได้รับทราบกันครับ

โดยปกติในขณะที่เรานอน ร่างกายของเราก็จะ ปรับอุณหภูมิลดลงด้วยการคลายความร้อนและเหงื่อออกมา ศีรษะจะเป็นอวัยวะที่คลายความร้อนออกมามากที่สุด จึงมี เหงื่อออกมาในเวลานอนมากกว่าที่อื่น เมื่อคุณนอนหมอนที่ ทำจากนุ่นหรือใยสังเคราะห์ หมอนพวกนี้จะมีโพรงอากาศ น้อยไม่ค่อยระบายอากาศ ดังนั้นเมื่อเหงื่อออกมาก ๆ หมอน ก็จะแฉะไปด้วยเหงื่อเหนียวเหนอะหนะไม่สบายตัว ทำให้รู้ สึกร้อนและนอนไม่หลับ หรือถ้านอนหลับก็หลับไม่สนิทต้อง ตื่นขึ้นมากลางดึก

เมื่อหลายพันปีก่อน ชาวญี่ปุ่นได้มีเคล็ดลับเกี่ยวกับ การนอนคือ (ZU KAN SOKU NETSU) แปลว่าหัวเย็นเท้า อุ่น หมายถึงเวลานอนควรจะให้ศีรษะเย็น และควรให้ความ อบอุ่นกับเท้า ด้วยเหตุนี้ชาวญี่ปุ่นจึงคิดค้นหาวัสดุที่จะทำ หมอน โดยให้มีโพรงอากาศระบายมากที่สุด ซึ่งในตอนแรก พวกเขาใช้ลูกแก้วต่อมาก็เป็นก้อนกรวด และเปลือกถั่ว จน ในที่สุด เมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมาก็ค้นพบวัสดุที่เหมาะจะทำ หมอนมากที่สุด โดยการนำเอาเปลือกโซบะ( Buck Wheat Hull ) ซึ่งเป็นเปลือกข้าวชนิดหนึ่งที่ใช้ทำบะหมี่ในญี่ปุ่น

เปลือกโซบะนั้นมีลักษณะกลม รูปทรงคล้ายกับกลีบ ดอกบัว 3 กลีบมาติดกันขนาด 0.5 ซม. จึงทำให้อากาศ ถ่ายเทได้สะดวก และจะนำความร้อนออกทางด้านข้าง ของหมอน เมื่อได้รับความชื้นจากเหงื่อ เปลือกถั่วก็จะ ม้วนตัวทำให้เกิดโพรงอากาศมากยิ่งขึ้น และยังดูดซับ ความชื้นได้ดีอีกด้วย โดยหมอนชนิดพิเศษนี้เรียกว่า ” หมอนหลายร้อยปี ” นอกจากระบายอากาศ ได้ดี แล้วยังสามารถปรับระดับความสูงต่ำ แข็งอ่อนได้อีก ด้วย โดยให้ปรับจากโบว์ และซิบด้านข้างให้เหมาะกับระดับ ที่ต้องการ ควรปรับให้มั่นใจว่าหมอนจะรับต้นคอ และกระดูก สันหลังให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด เพื่อจะได้ ไม่มีอาการปวดคอหรือปวดหลัง
http://www.bu.ac.th/NewsandInform/Alumni/magazine/No44/problem.html

กระนั้น ผมไม่มีเวลาเขียนอะไรมากผ่านงานประชุมอาจารย์พิเศษ ต้องเตรียมสอนวาดเส้น ด้านศิลปะ นึกถึงการติดต่อสื่อสารการรับโทรศัพท์จากผู้คน ฯลฯ ปิดท้ายด้วยอารมณ์Illumination ในแง่คิดถึงอย่าแช่แข็งประเทศสำเร็จ มิเช่นนั้นต้องมีคนลี้ภัยการเมืองเพิ่มขึ้นบทเพลงของ ebola แสงสว่าง .
ebola แสงสว่าง .
ยังไม่เจอหนทาง แม้ในหัวใจก็ยังดิ้นรน
ใจก็ยังต้องทน ต้องการที่จะไปจากตรงนี้
ความมืดมนทุกวัน คืบคลานๆเข้ามาทุกที
ชีวิตคงต้องมี ซักวันที่มันก้อาจจะแพ้
มันคืบคลานเข้ามา มัน…
มัน…ใจจิงเลย อย่างช้าๆ
ต้องไปสู่แสงสว่าง หนทางสู่แสงสว่างอยู่ที่ไหน
บอกกันให้รู้ที
ต้องไปสู่แสงสว่าง ดิ้นรนเพื่อแสงสว่าง
จากตรงนี้ ก็มันคือแสงไฟ
ทางที่ใจต้องไป ถึงไกลเท่าไรก็ยังต้องไป
ความมืดมนมากมาย ก็ยังครอบคลุมและเข้ามาหา
ใจทุรนทุรายเหมือนคนหนีตายที่ตรงเข้ามา
กลัวว่าใจซักวันต้องมาแพ้ภัยให้…
มันคืบคลานเข้ามา มัน…
มัน…ใจจิงเลย อย่างช้าๆ
ต้องไปสู่แสงสว่าง หนทางสู่แสงสว่างอยู่ที่ไหน
บอกกันให้รู้ที
ต้องไปสู่แสงสว่าง ดิ้นรนเพื่อแสงสว่าง
จากตรงนี้ ก็มันคือแสงไฟ
ทุกความมืดมนไม่มีวันสิ้นสุด
หรือความมืดมนนั้นคือใจของเรา
มันอยู่ที่ใจ…
ต้องไปสู่แสงสว่าง หนทางสู่แสงสว่างอยู่ที่ไหน
บอกกันให้รู้ที
ต้องไปสู่แสงสว่าง ดิ้นรนเพื่อแสงสว่าง
จากตรงนี้ ก็มันคือแสงไฟ
ต้องไปสู่แสงสว่าง หนทางสู่แสงสว่างอยู่ที่ไหน
บอกกันให้รู้ที
ต้องไปสู่แสงสว่าง ดิ้นรนเพื่อแสงสว่าง
จากตรงนี้ ก็มันคือแสงไฟ
http://radio.sanook.com/music/player/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87—Ebola/30392/

15-17 พฤศจิกายน 2555
15 พฤศจิกายน
รำลึกวันเหยื่อโลกรณรงค์เมาไม่ขับ! 15 พ.ย.นี้ ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ
16 พฤศจิกายน 2555 ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
รางวัลที่ 1
639500
เลขท้าย 3 ตัว
560 576 627 804
เลขท้าย 2 ตัว
15
http://lotto.mthai.com/

17 พฤศจิกายน
วันถึงแก่กรรมพ.ศ. 2460 (ค.ศ. 1917) – ออกุสต์ โรแดง ประติมากรชาวฝรั่งเศส (เกิด 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2383)
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
World Philosophy Day

(ข่าว)รำลึกวันเหยื่อโลกรณรงค์เมาไม่ขับ! 15 พ.ย.นี้ ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ
มูลนิธิเมาไม่ขับจัดงาน “วันเหยื่อโลก” พาเหยื่อเมาแล้วขับตระเวนรณรงค์ผลกระทบจากอุบัติเหตุจราจร จัดงานไว้อาลัย 15 พ.ย.นี้ ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ก่อนยกขบวนไปห้างสยามพารากอน หวังกระตุ้นผู้คนรับรู้ผลกระทบเมาแล้วขับ เผยคนไทยตายบนถนนวันละ 35 คน
http://www.thaihealth.or.th/node/12120
ไทยติดท็อปไฟว์โลก เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางถนน – ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/qol/ViewNews.aspx?NewsID=9550000138867&CommentReferID=22283481&CommentReferNo=12&
เหยื่ออุบัติเหตุจราจร ห่วงโซ่โศกนาฏกรรมสากล
…ทุกๆ ปีกว่า 1.2 ล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตจากอุบัติเหตุท้องถนน ทุกๆ วันกว่า 3,400 คนพลัดพรากจากคนรักและหลายหมื่นคนพิการตลอดชีวิต และเกือบทุกวันจะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงไม่มุมใดก็มุมหนึ่งในโลกกลายเป็นข่าวพาดหัว หากกระนั้นอุบัติเหตุทั้งร้ายแรงและไม่ร้ายแรงทั้งหมดไม่ได้ถูกรายงานเนื่องจากกลายเป็นเหตุการณ์ปกติไปเสียแล้ว ทั้งๆ ความสูญเสียเหล่านั้นล่มสลายชีวิตเหยื่อ ครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย และชุมชนจนยากจะประเมิน
ในท่วงทำนองสนองตอบความเศร้าโศก สหราชอาณาจักรได้ตั้ง ‘The Day of Remembrance for Road Traffic Victims’ ขึ้นในปี 1993 ดำเนินงานโดยองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างความตระหนักถึงเหยื่ออุบัติเหตุจราจร และเป็นพลังสนับสนุนให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นห้วงสถานการณ์เลวร้ายไปได้ ต่อมาในวันที่ 26 ตุลาคม 2005 องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้ทุกวันอาทิตย์ที่สามของเดือนพฤศจิกายนเป็น ‘World Day of Remembrance for Road Traffic Victims’ หรือชื่อไทยว่า ‘วันเหยื่อโลก’ ขึ้นเพื่อกระตุกให้สาธารณชนสนใจปัญหาอุบัติเหตุจราจร ผลกระทบและความสูญเสียที่ตามมา ตลอดจนมาตรการป้องกัน
(World Day of Remembrance for Road Traffic Victims’)
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000150266

(ข่าว)วลีใหม่ ‘แก่ ใจดี สปอร์ต กทม-เงียบ สงสัยไม่ช็อต’ ฮิตกระฉ่อนไซเบอร์
เผยศัพท์ใหม่ ประโยคฮิตบนโลกโซเชียล “แก่ ใจดี สปอร์ต กทม” และ “เงียบ
สงสัยไม่ช็อต” จากจุดเริ่มต้นบทสนทนาระหว่างสาวสวยกับหนุ่มสูงวัย…
หลังจากก่อนหน้านี้ ได้เกิดวลีฮิตแพร่หลายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น “จนกระทั่ง…
ธนูปักที่หัวเข่า” หรือ “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” ล่าสุด ตั้งแต่ช่วงสายของวานนี้
(30 ต.ค) ก็ได้เกิดวลีฮิตบนโลกไซเบอร์ขึ้นอีกครั้ง กับประโยคที่ว่า “แก่ ใจดี
สปอร์ต กทม” และ “เงียบ สงสัยไม่ช็อต”
ซึ่งเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากการแชร์บทสนทนาระหว่างหญิงสาวหน้าตาดีรายหนึ่งซึ่งใช้รูปโปรไฟล์บนเฟซบุ๊กในแนวเซ็กซี่
กับชายคนหนึ่งซึ่งดูสูงวัย
โดยบทสนทนาของทั้งคู่ที่ถูกนำมาส่งต่ออย่างแพร่หลายบนโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้น
มีเนื้อหาเริ่มต้นที่ฝ่ายชายเป็นผู้พิมพ์ข้อความพูดคุยกับฝ่ายหญิง
ชาย : แก่ ใจดี สปอร์ต กทม
หญิง : แล้วไง
ชาย : มีไรให้ชวยก้อบอกได้
ส่วนมากเป็นค่า คอนโด ผ่อนรถ
เงียบ สงสัยไม่ช็อต
ซึ่งจากบทสนทนาดังกล่าวนี่เอง ทำให้เกิดเป็นวลีฮิตที่ผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ
ทั้ง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตราแกรมจำนวนมากนิยมส่งต่อกันไปอย่างกว้างขวาง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการสร้างแฟนเพจบนเฟซบุ๊ก “แก่ ใจดี สปอร์ต กทม”
ขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีการนำวลีดังกล่าวทั้ง แก่ ใจดี สปอร์ต กทม , เงียบ
สงสัยไม่ช็อต ไปตัดต่อและใช้ร่วมกับภาพในกรณีต่างๆ อาทิ
คู่รักดาราสาวคนล่าสุดที่เพิ่งออกมาประกาศหมั้นกับหนุ่มใหญ่นักธุรกิจหมื่นล้าน ,
ประเด็นทางการเมืองระหว่างนักการเมืองคนต่างๆ ,
บทละครเรื่องดังระหว่างเมียน้อยกับเสี่ยใหญ่ เป็นต้น.
http://www.thairath.co.th/content/tech/302690
มีคนบอกว่าบทสนทนาของลุงสุวิทย์ กับสาวพริตตี้ น่ะคร้าบบบ
นี่เป็นภาพสะท้อนการแพร่กระจายของการสื่อสาร ผ่านSocial space คือ พื้นที่ทางสังคม ไม่ได้เป็นการนั่งคุยกันต่อหน้าอย่างเดียว
A social space is physical or virtual space such as a social center, online social media, or other gathering place where people gather and interact. Some social spaces such as town squares or parks are public places; others such as pubs, websites. or shopping malls are privately owned and regulated.[1]
Henri Lefebvre emphasised that in human society all ‘space is social: it involves assigning more or less appropriated places to social relations….social space has thus always been a social product’.[2] Social space becomes thereby a metaphor for the very experience of social life – ‘society experienced alternatively as a deterministic environment or force (milieu) and as our very element or beneficent shell (ambience)’.[3] In this sense ‘social space spans the dichotomy between “public” and “private” space…is also linked to subjective and phenomenological space’.[4]
http://en.wikipedia.org/wiki/Social_space
โดยThe Production of Space ซึ่งเป็นผลงานเขียนของ Henri Lefebvre คือ เรื่องการผลิตของพื้นที่เชิงสัมพันธ์ทางสถาปัตยกรรมพื้นที่เมือง เป็นเรื่องที่คุยกับรุ่นน้องคนหนึ่ง แม้ว่าเราจะไม่มีสนามหลวงเป็นพื้นที่ไฮด์ปาร์คเหมือนอดีต…
ไฮด์ปาร์ค (Hyde Park) เป็นชื่อสวนสาธารณะ แห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงทางด้านการชุมนุมทางด้านการเมือง และการพูดแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีต่อสาธารณชน สำหรับเมืองไทย การไฮด์ปาร์คมีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๔๙๗ ณ ท้องสนามหลวง เป็นการอภิปรายปัญหาแบบเรียนเบสิคของหลวงพรหมโยธี จากนั้นมาทุกเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ก็จะมีการวิจารณ์ทางการเมือง อภิปรายความผิดพลาดของรัฐบาล ไฮด์ปาร์คเฟื่องฟูอยู่ได้ไม่นานก็ถูกทางการห้ามเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์๒๔๙๙ แต่ต่อมาก็อนุญาตให้ไฮด์ปาร์คได้อีกจนปัจจุบัน
http://guru.sanook.com/answer/question/%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%84/
-คนเราหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง(อ้างอิงเครดิตบทสนทนาละครแรงเงา)..การเมืองยุคโกหกสีขาว และไม่รู้การเคลื่อนไหวทางการเมืองไม่ปกติ มีใครโกหกบ้าง?‎”ฟังคนพูดโกหกมากพอแล้ว ขอโอกาสผมพูดความจริงบ้าง”- อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ปกหลังหนังสือ “ความจริงไม่มีสี”) บางคนอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ…ไม่ว่าจะพระเครื่ององค์เป็นล้าน(สำหรับนักสะสมไว้ขายเหมือนอสังหาริมทรัพย์) หรือยันต์กันผีไม่ได้ก็ตาม
5 วิธีจับโกหก
เพื่อนสัญญาว่าจะส่งของขวัญมาให้ แต่คุณไม่เคยได้ เพื่อนบ้านชมว่าชอบรั้วใหม่ของคุณมากทั้งที่ทนดูแทบไม่ได้ พนักงานขายบอกว่าลดราคาทั้งร้านแต่กลายเป็นว่ามีของไม่กี่ชิ้นที่ราคาถูก คำโกหกเล็กๆน้อยๆแบบไม่เจตนา (ทุกรูปแบบ) เหล่านี้ผ่านหูเราอยู่ทุกวัน และการจะหาความจริงก็ช่างเสียเวลา น่ารำคาญใจ และบางทีก็ชวนให้โมโห
“คำโกหกมักเกิดขึ้นระหว่างเพื่อน ครูกับนักเรียน หมอกับคนไข้ สามีกับภรรยา พยานและลูกขุน ทนายกับลูกความ” พอล เอ็กแมน ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียกล่าว เขาศึกษาเรื่องการโกหกหลอกลวงมากว่าสี่ทศวรรษและเขียนหนังสือหลายเล่มในเรื่องนี้ “การโกหกเป็นลักษณะโดดเด่นของชีวิต และถ้าเราเข้าใจมันดีขึ้นก็จะช่วยในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์เกือบทุกเรื่อง”
การที่เราสามารถจับโกหกได้เมื่อมีคนพูดโกหกกับเราทั้งคำโกหกที่ไม่มีพิษภัยและโกหกคำโตที่ก่อเรื่องได้นั้นสำคัญมากโดยเฉพาะในธุรกิจ เพราะนั่นอาจหมายถึงข้อตกลงที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ มาลองพัฒนาทักษะที่จะแยกระหว่างเจตนาดีกับการหลอกลวงด้วยเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ!!
1.ฟังให้ดี!!
เคยสังเกตหรือไม่ว่าระดับเสียงของบางคนเปลี่ยนไปจากปกติ เคยได้ยินเสียงแตกปร่าทั้งที่คนคนนั้นไม่ใช่คนเสียงแตกไหม ควรใส่ใจกับเสียงที่เปลี่ยนไปเพราะอาจบ่งบอกถึงการหลอกลวง
ผลพิสูจน์ระบุชัดเมื่อพอล เอ็กแมนและมอรีน โอซุลลิแวน ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโกทดสอบคน 509 คน ทั้งจากหน่วยราชการลับ, ซีไอเอ, เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ, นักจิตเวช และนักศึกษาเรื่องความสามารถในการจับโกหก โดยให้ผู้ทดสอบทั้งหมดดูวิดีโอที่มีคนสิบคนทั้งคนที่โกหกและคนที่พูดความจริง
ในวิดีโอ หญิงผู้หนึ่งบรรยายความสวยของดอกไม้ที่เธอมองอยู่ แม้จะยิ้มขณะพูด แต่บางคนสังเกตว่าเธอพูดจาไม่เต็มเสียง คำพูดขาดความสดใส และมือดูจะเกร็งไม่ผ่อนคลาย หน่วยราชการลับคนหนึ่งบอกว่าเธอโกหกแน่นอน เขาพูดถูก (ส่วนใหญ่หน่วยราชการลับมักจับคนโกหกได้ถึง 86% พวกเขาเก่งกว่าใครในเรื่องนี้)
ถึงกระนั้น พฤติกรรมอื่นๆก็ต้องนำมาพิจารณาด้วย เสียงที่เปลี่ยนไปมักบ่งบอกว่าโกหก “ความเร็วในการพูดเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเร็วหรือช้าไป รวมทั้งการหายใจที่เปลี่ยนไป” โอซุลลิแวนกล่าว
2. ดูคำที่ใช้
แล้วถ้าเป็นข้อเขียนล่ะ เราจะจับโกหกในจดหมาย เอกสาร หรืออีเมล์ได้หรือไม่ ที่มหาวิทยาลัยเทกซัส ศาสตราจารย์เจมส์ เพนนีเบเคอร์และเพื่อนร่วมงานพัฒนาซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ชื่อ Linguistic Inquiry and Word Count (LIWC) ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ข้อเขียนและคำพูดว่าโกหกหรือไม่ เพนนีเบเคอร์บอกว่าการพูดโกหกจะบอกได้จากสองสิ่งที่สำคัญ
อย่างแรกคือ นักโป้ปดจะใช้คำสรรพนามของบุรุษที่หนึ่ง เช่น ฉัน, ของฉัน น้อยกว่าคนที่พูดความจริง เหมือนพยายามสร้างระยะห่างระหว่างพวกเขากับเรื่องราวที่แต่งขึ้น เหมือนไม่ได้เป็นเจ้าของเรื่องนั้นๆ เช่น “เอกสารส่งไปเมื่อวานนี้” ซึ่งตรงข้ามกับคำพูดตรงๆบ่งบอกว่าเป็นเรื่องของตัวเองอย่าง “ฉันส่งเอกสารไปเมื่อวานนี้” อย่างที่สองคือ นักโกหกจะไม่ค่อยใช้คำแยกประโยค อย่างคำว่า แต่, ไม่ว่า, นอกเสียจาก, ถึงแม้ว่า เพราะพวกนี้จะมีปัญหากับการคิดซับซ้อนโดยคำที่ใช้นั้นก็ฟ้องอยู่แล้ว
3.อย่ามองแค่ตา
เรามักจะคิดว่าตาหลุกหลิกคือสัญญาณที่รู้กันดีว่าโกหก แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์หรือ เหตุการณ์ตอนนั้นด้วย (นักเล่นโป๊กเกอร์ถึงระวังไม่ให้ตา “แบไต๋” จนเกินไป)
“ถ้าคนคนนั้นมองไปทางอื่นขณะครุ่นคิดเรื่องหนักๆอยู่ไม่ถือว่ามีพิรุธ” โอซุลลิแวนกล่าว “แต่ถ้าเขาเฉไฉมองไปทางอื่นขณะตอบคำถามที่น่าจะง่าย นี่สิน่าสงสัย”
หัวข้อที่โกหกก็เป็นประเด็นสำคัญ “ถ้าคนโกหกเรื่องที่อับอาย ยากที่เขาจะมองตาเราได้” โอซุลลิแวนกล่าว ” แต่สำหรับคำโกหกที่ไม่มีพิษภัย ไม่มีอะไรต้องอายในการโกหก คนเราก็จะจ้องตาได้นานขึ้น”
4. สังเกตดูภาษากายโดยรวม
อวัยวะเพียงส่วนเดียวของร่างกาย อย่างเช่น ตา จมูก หู หรือมือ ไม่ได้บอกเราทั้งหมด เมื่อพูดถึงการโกหก มันไม่ง่ายอย่างนั้น “ไม่มีจมูกแบบพิน็อกคิโอให้สังเกตหรอก” เอ็กแมนบอกอย่างหนักแน่น “จะจับโกหกให้แม่นยำ คุณต้องพิจารณาดูความกลมกลืนของสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง ตลอดจนคำพูด”
นั่นหมายถึงการสังเกตคนคนนั้น “โดยรวม” “และเราจะต้องตีความอาการพิรุธจากพฤติกรรมโดยปกติของคนคนนั้น” โอซุลลิแวนกล่าว “ความเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆของมือที่เปลี่ยนไป หรือการใช้มือประกอบท่าทางมากขึ้น ท่ายักไหล่ที่ไปกันไม่ได้กับสิ่งที่พูด พวกนี้เป็นสิ่งที่น่าจับตามอง” เธอบอก รวมไปถึงท่าทางที่เปลี่ยนไปในระหว่างการสนทนาด้วย
จับตาดู “สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิม” เธอชี้ “อย่างเช่นคนเงียบๆที่อยู่ๆก็พูดมาก คนที่ปกติเคยพูดมากกลับเงียบ นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาโกหกเสมอไป แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาประเมิน”
5. จับอารมณ์ที่ “เล็ดลอด” ออกมา
หลายครั้งที่สีหน้าเพียงแวบเดียวสามารถบอกได้มากมายว่า เขารู้สึกอย่างไรหรือกำลังคิดอะไร ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่เขาพยายามสร้างภาพ แต่ความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าเพียงชั่วแวบนี้ ซึ่งบางทีก็เกิดขึ้นแค่เสี้ยววินาที ไม่ง่ายนักที่จะจับได้ แม้แต่มืออาชีพที่ฝึกศาสตร์ในการจับโกหกอย่างตำรวจ ผู้พิพากษา หรือทนายก็มองไม่ทันอยู่บ่อยๆ และคนที่จงใจโกหกก็มักจะกลบเกลื่อนเช่นใช้รอยยิ้มเพื่ออำพราง
แต่ก็ยังมีช่องโหว่ “ไม่สำคัญว่าเขาจะยิ้มบ่อยแค่ไหน แต่ประเภทของยิ้มต่างหากที่สำคัญ” เอ็กแมนแนะ “ยิ้มที่มาจากความสุข ใจที่แท้จริงไม่ใช่ยิ้มแค่ปาก แต่กล้ามเนื้อรอบๆดวงตาต้องยิ้มไปด้วย ผิดกับยิ้มแบบใส่หน้ากากที่ต้องการปกปิดความกลัวความโกรธ ความเศร้า หรือความเกลียด ถ้าช่างสังเกต คุณจะเห็นร่องรอยอารมณ์เหล่านี้เล็ดลอดออกมา”
หวังว่าคราวหน้าถ้ามีใครโป้ปดกับคุณ คุณ จะรู้วิธีจับโกหกได้
รายงานเพิ่มเติมโดย แนนซี ลอง ทาโฟยา
http://www.readersdigestthailand.co.th/5_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%81

ครั้นแล้วคิดถึงการโกหก ตัดสลับมาเล่าเรื่องย้อนยุคเป็นนิยายกำลังภายใน อันเป็นยุทธจักรยุ่งเหยิง สะท้อนการโกหกหลอกลวงของหญิงสาว ในรักหลายเศร้าของหนังAshes of Time มาจากบทประพันธ์ของกิมย้งในเรื่องมังกรหยก ที่มีคนตีความมากมาย ในหนังเฮียหว่องกาไว จากการหิ้วเหล้ากินแล้วลืมเธอไปหาเพื่อน แต่สองคนแตกต่างกัน คนหนึ่งเลือกกินเหล้า อีกคนเลือกดื่มน้ำเปล่า พร้อมการอธิบายความแตกต่างของเหล้า กับน้ำ แต่ผมคิดถึงอย่างกับอยู่ในสภาพอ้างว้าง ท้องทะเลทรายต้องการน้ำ..
Phim4G Ashes of Time Redux 01

เมื่อผมเดินทางไปธุระกับรุ่นพี่ทางแม่ริม หลายวันก่อน ก้อไปงานมหกรรมการเงิน เชียงใหม่ เพราะผมอยากเรียนรู้เรื่องการเงิน ธุรกิจ ดูแหล่งขายที่ดิน หุ้น ต่างๆ นานา
ธนาคารกลางแห่งชาติ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand)
ธนาคารของรัฐบาล
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (Small and Medium Enterprise Development Bank of Thailand)
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (Bank for Agriculture and Agricultural Cooperatives)
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Export-Import Bank of Thailand)
ธนาคารออมสิน (Government Saving Bank)
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (Government Housing Bank)
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (Islamic Bank of Thailand)
ธนาคารพาณิชย์ของรัฐบาล
ธนาคารกรุงไทย (Krung Thai Bank) – รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง
ธนาคารทหารไทย (TMB Bank) – กลุ่มกองทัพไทย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
——–
แล้วนึกถึงรุ่นน้องตั้งหน้าปกเฟซบุ๊คไว้ตลก คือ รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องจริง ซึ่งมีคนติดต่อผมหลายคน บางคนชวนไปวัด
ว่ากันว่ามีคำคมว่าคนไทยนิสัยสงบกัดกันเอง นึกถึงตย.หนัง อันธพาล (Official Tr.) ที่ผมได้ดู ภาคใหม่ของแดง ไบเล่ ในยุค 2499 อันธพาลครองเมือง ก็ปิดท้ายด้วยคำคมว่า…
Believing is easier than thinking. Hence so many more believers than thinkers. การเชื่อเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายกว่าการคิด ดังนั้น จึงมีนักเชื่อมากกว่านักคิดไงล่ะ โดยBruce Lincoln ที่มา a day บูลินติน

Joe Cocker & Jennifer Warnes – Up Where We Belong
Who knows what tommorrow brings in a world few hearts sunrive?
All I know is the way I feel; when it’s real
I keep it alive.
The road is long. There are mountains in our way
But we climb a step ev’ry day.
Love lift us up where we belong
Where the eagles cry on a mountain high.
Love lift us up where we belong
Far from the world we lalow; up where the clear winds blow.
Some hang on to “used-to-be”
live their lives looking behind.
All we have is here and now; all our life
out there to find.
The road is long. There are mountains in ourway
But we climb them a step ev’ry day.
Love lift us up where we belong
Time goes by
no time to cry
– Life’s you and I
alive
today.
Love lift us up where we belong
. . .Love liff us up where we belong
http://www.lyrics007.com/Joe%20Cocker%20And%20Jennifer%20Warnes%20Lyrics/Up%20Where%20We%20Belong%20Lyrics.html#

18-20-22-24 พฤศจิกายน
18 พฤศจิกายน
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
ลัตเวีย – วันประกาศเอกราช (พ.ศ. 2461)
โอมาน – วันชาติ (พ.ศ. 2483)
สมาคมสร้างคุณค่า – วันก่อตั้งสมาคมสร้างคุณค่า (พ.ศ. 2473)
http://th.wikipedia.org/wiki/18_%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99

20 พฤศจิกายน
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
วันกองทัพเรือในไทย
วันครูในเวียดนาม
วันเด็กของสหประชาชาติ (Universal Children’s Day)
http://th.wikipedia.org/wiki/20_%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99
22 พฤศจิกายน
เหตุการณ์พ.ศ. 2486 (ค.ศ. 1943) – เลบานอนได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส
พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) – การลอบสังหารจอห์น เอฟ. เคนเนดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ถูกลอบสังหารระหว่างการเยือนเมืองดัลลัสในรัฐเทกซัสด้วยรถเปิดประทุน และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา จากนั้น ลินดอน บี. จอห์นสัน จึงทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันเดียวกันบนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ฟอร์ซวัน
….
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
พ.ศ. 2486 (ค.ศ. 1943) – วันเอกราชในเลบานอน
http://th.wikipedia.org/wiki/22_%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99
“โอบามา” เผยสุดประทับใจได้เข้าเฝ้าฯ ในหลวง
ภายหลังการร่วมหารือแบบทวิภาคี ระหว่าง ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ได้แถลงข่าวร่วมกัน โดย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ดีใจที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เลือกมาไทยเป็นประเทศแรก หลังจากชนะการเลือกตั้ง เพราะปีหน้าความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ จะครบ 180 ปี ซึ่งไทยถือเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในเอเชีย มีอุดมการณ์ทางการเมืองคล้ายกันในเรื่องประชาธิปไตย การค้าเสรี และการปกครอง ซึ่งไทยจะเริ่มกระบวนการพิจารณาเข้าร่วมเจรจา ทรานส์แปซิฟิก พาร์ทเนอร์ชิพ (TPP) โดยจะศึกษาผลกระทบและข้อผูกพันทางการค้า ทั้งภาครัฐและเอกชน

ทั้งนี้ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา บอกว่า ที่เลือกมาไทยเป็นประเทศแรก เพราะเป็นมิตรประเทศที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย และความเจริญรุ่งเรืองในอนาคตของสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่ดีในภูมิภาคนี้ อีกทั้ง ยังชื่นชมรัฐบาลไทย ที่สามารถรักษาระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับประเทศอื่นในภูมิภาค และที่ประทับใจที่สุด คือ การได้รับพระบรมราชานุญาตโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ที่ทรงช่วยให้ประเทศไทยมีความมั่นคงมายาวนาน

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ต้องการยกระดับความสัมพันธ์กับไทย ในด้านการทหาร ความมั่นคง การค้า การลงทุนในกรอบเอเปก และหวังว่าจะสามารถเริ่มเจรจาสนธิสัญญาการค้าแปซิฟิก หรือ พีทีที รวมทั้ง มีข้อผูกพันธ์การค้าเสรีที่ก้าวหน้าและเป็นธรรม
http://news.impaqmsn.com/articles_hn.aspx?id=506515&ch=hn
President Obama, Secretary of State Clinton meet king of Thailand
….Reporters were led out of the room as the group continued to talk, and Obama could be overheard saying he met with Prime Minister Thaksin Shinawatra in Bali last year and that it “strengthened our relationship” as we left.
http://www.washingtonpost.com/blogs/worldviews/wp/2012/11/18/president-obama-secretary-of-state-clinton-meet-king-of-thailand/

ม็อบคนพิการพยายามบุกทำเนียบฯ,
กลุ่มคนพิการกว่า 200 คน ชุมนุมบนถนนราชดำเนิน พยายามขับรถฝ่าด่านเพื่อเข้าไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล
ตำรวจนำกำลัง 2 กองร้อยกันพื้นที่ที่ผู้พิการกลุ่มสมาคมสหพันธ์คนพิการ และกลุ่มองค์กรแนวร่วมผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาควบคุม ประมาณ 200 คน ที่รวมตัวกันบริเวณหน้ากองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนิน ช่องทางคู่ขนานตั้งแต่แยกลานพระบรมรูปทรงม้าถึงแยกมิสสักวัน พร้อมกับนำรถเครื่องขยายเสียง พยายามจะขับรถฝ่าเข้าไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอเพิ่มโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลแก่ผู้พิการ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยยื่นต่อสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไว้แล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า
ตำรวจปราบจราจล กองบัญชาการตำรวจบาล ต้องนำแผงเหล็กมากั้น

แต่กลุ่มผู้ชุมนุมได้พยายามขับรถดันจนเกิดความวุ่นวายเล็กน้อย ตำรวจได้พยายามใช้วิธีเจรจา ด้วยการโทรศัพท์ประสานไปยังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทราบว่าเรื่องดังกล่าวกำลังนำเข้าที่ประชุมบอร์ดสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในวันพุธนี้ี้ขอให้รอฟังมติ อีกทั้งเห็นว่าการชุมนุมและบุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล วันนี้ ไม่เหมาะสมเนื่องจากมีแขกคนสำคัญของประเทศจะเดินทางมาเยือน นอกจากนี้ยังได้เชิญแกนนำ 3 คน ไปเจรจาที่ สน.ดุสิต ก่อนจะปล่อยตัวกลับมาแต่ก็ไม่เป็นผลซึ่งขณะนี้ม็อบคนพิการ ยังคงปักหลักอยู่ในจุดดังกล่าว
http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/64475/%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%AF.html

แฟลชม็อบ “เทศกาลแช่แข็งประเทศไทย” บน BTS ล้อข้อเสนอเสธ.อ้าย
http://prachatai.com/journal/2012/11/43724

‘เสื้อแดง ตจว.’ เตรียมจัดเวทีต้าน ‘องค์การพิทักษ์สยาม’
http://prachatai.com/journal/2012/11/43719

วันเสาร์, พฤศจิกายน 17, 2555
…เสธอ้ายได้ประกาศไว้ว่า การชุมนุมขับไล่รัฐบาลแบบวันเดียวจบหรือม้วนเดียวจบ(แบบแข่งม้า) คือวันที่24 พ.ย.แต่หากยืดเยื้อก็อาจจะต่ออีก 1วันคือวันที่25พ.ย.พร้อมกับรับรองว่าจะไม่นำคนเข้ายึดสภาเป็นอันขาด และถ้ามวลชนไปสร้างปัญหาตนจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง
นี่คือสัจจะของคนที่กำลังหลงตัวเอง
วันที่ 25 พ.ย. นี่แหล่ะครับ คือปมสำคัญ ปมที่มีนัยยะในการส่งสัญญาณไปยังผู้มาชุมนุมปมสำคัญที่ว่ามันคืออะไร?
วันที่ 25 พ.ย. เป็นวันซ้อมใหญ่ พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ ครับ ก็แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพิธีซ้อมใหญ่ฯ เกี่ยวแน่นอนครับ และมันจะกลายเป็นปัญหาบานปลายตามแผนที่วางไว้ คือ
การปราศรัยชุมนุมขับไล่รัฐบาลของคนจำนวนเป็นล้าน(ตามที่เสธอ้ายคุยโว) การเตรียมการต้องพร้อมไม่ว่าน้ำ
,อาหาร,ห้องส้วม,เต๊นส์,เวที,เครื่องเสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องธรรมดา
วันที่24 พ.ย.เริ่มชุมนุม จนไปถึงเช้าวันที่ 25 พ.ย. ซึ่งเป็นวันที่ทหารสามเหล่าทัพต้องใช้สถานที่ลานพระรูปในการซ้อมสวนสนาม จะทำอย่างไร? องค์กรพิทักษ์สยามและเหล่าซอมบี้อโศกจะเก็บกวาดทันหรือไม่?ตอบ ยากมากๆครับ
นี่แหล่ะครับคือปมปัญหา ที่เป็นแผนลับปัญญาอ่อนที่เสธอ้ายวางไว้
เสธอ้ายจะใช้การซ้อมสวนสนามของทหารสามเหล่าทัพ ในฐานะที่ตัวเองเป็นองครักษ์มาก่อน(ตามที่ชอบคุยไปทั่วทั้งในสนามม้า สนามมวย และอาบอบนวด) เป็นข้ออ้าง จึงจำเป็นต้องเปิดพื้นที่ลานพระรูปทรงม้า ด้วยการเข้าใช้สถานที่รัฐสภาในการชุมนุมทันที
http://thaienews.blogspot.com/2012/11/blog-post_17.html

โดยต่อมาผมนึกถึงความฝันของตัวเอง เนื่องจากหลายวันก่อน รู้สึกว่าฝันน่าสนใจน่าติดตามเหมือนตัวเองเป็นตัวละครนักสิบหญิง ถูกไล่ล่าอะไรสักอย่าง เป็นตอนๆ แล้วตื่นมาลืมหมด เพราะฝันมากเรื่องหลายวันต่อมา เช่น โครงเรื่องจับสลากของรางวัลไม่ได้จดจำง่าย น่ะครับ

less is more คือ อะไร?
ทำอะไรที่มันง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน, ลดขั้นตอน หรือ ลงทุนน้อย แต่ที่ได้กลับมาคือประสิทธิภาพ หรือกำไรที่มาก
less is more มีความหมายว่า ทำอะไรให้ง่ายๆน้อยๆแต่ชัดเจนจะทำให้ดูดีกว่า
….ตัวอย่างเช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์อาจออกแบบอย่างเรียบๆจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ดูดี
หรือการใช้เครื่องประดับกายมากชิ้นอาจดูรกรุงรัง สู้ใส่สร้อยคอเพียงเส้นเดียวไม่ได้ อาจดูดีกว่า
less is more
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=203a3a83966f72b6

less is more
“Andrea del Sarto (Called “The Faultless Painter”)” is a poem by Robert Browning (1812-1889), published in 1855. The poem is a dramatic monologue, a form of poetry for which Robert Browning is famous.
http://en.wikipedia.org/wiki/Andrea_del_Sarto_(poem)

ความแตกต่าง ของ Minimalism กับ กับ ลัทธิอื่นๆ ที่ใช้ความคิดเรื่องความเรียบง่ายเหมือนกัน เช่นพวก Modernlism หรือ Naturalism คือ ความพยายามในการทำให้ ความเรียบง่ายนั้น “น้อยลงไปจนถึงขีดสุด” จนไม่สามารถน้อยลงไปกว่านั้นได้อีก โดยอยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่า จะทำให้เกิด “ความงามที่แท้จริง” และ “ความบริสุทธิ์” ไม่มีสิ่งปลอมปน
ในด้านงานศิลปะ การลดทอนลงถึงขีดสุด จึงนำไปสู่การใช้องค์ประกอบพื้นฐานในภาพ เช่น จุด เส้น ระนาบ โดยมอง องค์ประกอบทางเรขาคณิต คือ สี่เหลี่ยม วงกลม สามเหลี่ยม วงรี ว่าเป็น องค์ประกอบที่ “ไม่สามารถลดทอนได้อีกแล้ว”
อย่างไรก็ดีการลดทอนดังกล่าว ก็มีขอบเขตอยู่ที่จุดหนึ่งที่เรียกว่า “คุณค่าขอความเรียบง่าย”

ซึ่งโดยทั่วไปในด้านศิลปะมักจะหมายถึง “สุนทรีย์” หรือ “ความงาม” ในงานดีไซน์ บางส่วนก็จะหมายถึง “ประโยชน์ใช้สอย” ด้วยเช่นกัน
ไม่เช่นนั้นการลดทอนคง คงลงไปจน”ไม่เหลืออะไรเลย” รวมถึง การไม่มีคุณค่าด้วย
( ซึ่งถ้ามันไม่มีคุณค่าเลย แล้วจะทำไปทำไมจริงม่ะ ?)
ขอบเขตตรงนี้เองที่เป็นจุดที่ พูดง่าย แต่ “ทำยาก” ว่าน้อยแค่ไหนถึงจะ ไม่น้อยเกินไป และ ยังมีคุณค่าอยู่ ยังไม่สูญเสีย ความงามในเชิงศิลปะไป
……………
ในด้านการถ่ายภาพ (ฟู่ เข้าเรื่องสักที) Minimalist นั้นมักจะหมายถึงภาพที่ โดน Framing คัดเลือกองค์ประกอบ มาอย่างดี มีรายละเอียดน้อย
แสดงรูปทรงชัดเจน แสดงคุณลักษณะ เรขาคณิต ไม่มี Varity และ มักจะแสดงคุณลักษณะ 2มิติ นอกจากนี้ มักจะเป็นภาพขาวดำ ! เพื่อให้เกิดความเรียบง่ายน้อยสุด

วิธีง่ายๆในการ วิเคราะห์ภาพ แบบ Minimalist คือ ลองถามตัวเองว่า “จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันเอา …… ออกไปจากภาพ”
ภาพ Minimalist ที่ดีมักจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาองค์ประกอบบใดๆออกไปจากภาพเพราะจะทำให้ ภาพนั้น”ขาดสุนทรีย์” หรือ “ไม่สวย” ทันที

( สังเกต ผมใช้คำว่า “มักจะ มักจะ และ มักจะ” แปลได้ว่า ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นตามที่ผมบอกเสมอไปนะฮ่ะ ศิลปะตัดสินถูกผิดลำบาก ผมแค่บอกพอเป็นแนวทาง )

เทคนิคหนึ่งในการถ่ายภาพทิวทัศน์ โดยเฉพาะภาพผิวน้ำ เช่นทะเลสาป หรือทะเล คือการใส่ Filter ND หลายๆแผ่น เพื่อให้ Speed shutter ต่ำมาก
จนส่วนที่เคลื่อนไหวในภาพ เช่น ผิวน้ำ และ ก้อนเมฆ กลายเป็น ส่วนฟุ้งๆ เบลอๆ…

นอกเหนือจากนั้น ก็เป็นเรื่องของการ จัดองค์ประกอบ และ การ Post Process เช่นอาจจะ Burn ภาพบางส่วนให้มืดลงเพื่อลดทอนรายละเอียด
หรือ ปรับส่วน Hightlight ให้ขาวไปจนหมด เป็นต้น
อยากจะหัดถ่ายภาพ Minimalist ต้องอาศัยความพยายามมากๆ ในการที่จะใช้เซนส์ จับองค์ประกอบภาพ ที่เรียบมากๆ แต่ยังเกิดความงามได้อยู่
.สุดท้ายนี้ ขอให้โรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์กายใจ ของทุกท่าน เป็น Minimum
แต่เงินในประเป๋า และเวลาว่าง เป็น Maximum
จะได้มีเวลาไป สนุกกับการถ่ายภาพ Minimalist
สวัสดี
ปล.1 อย่าลืมแวะชม Minimal black and white ภาพดีดีเยอะมาก
ปล. 1.5 ประโยค Less is more เป็นประโยคยอดฮิตสุดเด็ดที่ บัญญัติโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งครับ หลังๆ พอพ้นยุคโมเิดิร์น เข้าสู่ Post Modern ก็โดนเอามา “สอย” ว่า
Less is bore ….
(ดูข้อมูลตามเว็บข้างล่างครับ)
http://www.halfbottle.net/wp/photography/minimalism

การเพิ่มเติมมุมมองเรื่องกล้องของผู้กำกับ ในแง่การถ่ายภาพความเร็ว โดยSpeed กับความช้า-มุมมองถ่ายมุมกว้าง ดูในInterview with Wong Kar-Wai about Chunking Express

กระนั้น ผมคิดถึงDialogue in the Dark เป็นนิทรรศการ ซึ่งฝรั่งมาจัดงานเรื่องบางสิ่งไม่สามารถมองเห็นด้วยตา จะได้รับบทเรียนผ่านห้องรับรอง สวน ย่านชุมชน ตลาด การเดินทาง ห้องฟังเพลง และคาเฟ่ เป็นบทเรียนที่ช่วยปลุกจินตนาการที่หลับใหลของคุณให้ตื่น โดยสนุกกับความมืดมิดเข้าใจคนพิการทางสายตา

… เวลาราชการ หรือ เวลาได้ยินคำพูดเรื่องพวกนี้ ก็คิดอะไรได้หลายอย่าง มันเป็นเรื่องราว “สมาคม”เพื่อคนพิการ ไม่ว่าจะขณะทำงาน หรือ สมาคมแบบคนจีนในอดีต ที่มีการแบ่งเงินสะสมทรัพย์มาก่อนช่วยเหลือผู้คนแรงงานจีน แล้วมาปัจจุบันผมนึกถึงสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวกับแรงงาน ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน ส่วนผมเล่าเรื่องแม่ ที่เก่งกว่าผมเยอะอย่างที่ผมเคยเล่าไว้แล้วด้านค้าขายแม่..เทพๆ จริงๆ ครับ

เมื่อผมพาแม่ไปเจอเพื่อนของผม ที่แม่ไม่เจอกันนาน เกือบสิบปี…แม่มาเที่ยว ก็มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง เจอคนไร้มารยาท ทำให้อารมณ์เสียบ้าง และ แม่ไม่เคยไปสนามบินดอนเมือง เคยไปแค่สนามบินเชียงใหม่ ซึ่งจุดแข็งของแม่คิดไว พูดเร็ว พูดเยอะ ทำงานไวด้วย ครับ
โดยแม่ของผม มาแอ่วหาผมได้หลายวันทบทวนชีวิต เชื้อสายจีน ลำบากถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กเป็นแม่ค้าตามตลาด ปากคอจัดจ้านต่อรองเก่ง ขยัน เร็วถูกฝึกหยิบของ ใส่ของขายรวดเร็ว เทียบกับบางคนช้า เหมือนบางคนเป็นคนขี้เกียจไปเลย และข้อสังเกตของแม่ บอกว่าเชียงใหม่ขายยาแพง ของบางอย่างแพง เพราะอ้างการขนส่ง สะท้อนปัญหาทุนนิยม ครับ

ทั้งนี้ จากเล่าเรื่องหนัง Chunking Express ในแง่ความเร็วของสังคม ก่อนจะปิดท้ายด้วยละครแรงเงา ก็นึกถึงนิยายในแง่รุ่นพี่แปลคำคม”อย่าไปเถียงกับคนโง่โดยเด็ดขาด พวกเขาจะลากเราลงไปอยู่ในระดับเดียวกับเขา แล้วเอาชนะเราด้วยประสบการณ์” มาร์ค ทเวน นักเขียนอเมริกัน วรรณกรรมที่โด่งดัง ได้แก่ The Adventures of Tom Sawyer (1876) Adventures of Huckleberry Finn (1885)

อย่างไรก็ตาม หยุดพักเขียนบันทึก(ผมเริ่มมีอาการหวัด) รอคอยดูสถานการณ์การเมือง โดยปิดท้ายด้วยละครแรงเงา ที่แม่ชอบอ่านเรื่องย่อตอนจบไปแล้ว จึงนำเสนอว่ามุนินพูดเก่ง ส่วนมุตตาเป็นคนอินโทรเวิร์ต (คนเงียบ ขี้อาย ไม่ชอบเข้าสังคม) โดยจุดแข็งแรงเงา แรงงาน แรงแค้น ภาพสะท้อนสังคมไทย สื่อออนไลน์ เป็นพื้นที่ทางสังคมผ่านเพลง เงารัก(เพลงประกอบละคร แรงเงา)-หนุ่ย นันทกานต์
ละครโรแมนติคดราม่า แรงเงา กับเพลงช้าซึ้งๆ เพลงนี้ เงารัก ร่วมถ่ายทอดอารมณ์เพลงเพราะๆ เพลงนี้โดยศิลปินนักร้องมากฝีมือทั้งร้องทั้งแต่ง หนุ่ย นันทกานต์ นักร้องหญิงเหล็กอีกคนที่มีความเข้มแข็งที่ต่อสู้กับโรคร้ายจนหายขาด กลับมาร้องเพลงและทำงานเพลงให้แฟนๆ ได้ฟังกันอีกครั้ง กับเพลงๆ นี้บอกได้เลยว่า เป็นอีกหนึ่งเพลงประกอบละครที่มีความไพเราะอยู่ในเพลงๆ นี้แล้ว ทั้งทำนอง ซาวด์ดนตรี และเสียงร้องนุ่มๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ หนุ่ย นันทกานต์ ลงตัวมากๆ ยิ่งฟังก็ยิ่งเพราะ เอ้าลองไปฟังกันดูนะจ๊ะ..และอย่าลืมติดตามละครเรื่องนี้ด้วยนะ ละคร แรงเงา ที่ออกอากาศทางช่อง 3 ทุกวัน จันทร์ และ อังคาร เวลาสองทุ่มครึ่ง นำโดยสองพระนางอย่าง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และ พระเอกดาวรุ่งน้องใหม่ เคน ภูภูมิจ้าา..และก็เอาเนื้อร้องเพราะๆ เพลงนี้มาฝากกันด้วย..

เพลง : เงารัก (เพลงประกอบละคร แรงเงา)
ศิลปิน : หนุ่ย นันทกานต์
อัลบั้ม : เพลงประกอบละคร แรงเงา
คำร้อง/ทำนอง นันทกานต์ ฤทธิวงศ์
เรียบเรียง แป้ง บูโดกัน, หนุ่ย นันทกานต์
เนื้อเพลง เงารัก(เพลงประกอบละคร แรงเงา)-หนุ่ย นันทกานต์
ที่ผ่านมา ฉันไม่แน่ใจ ว่าเธอคิดอย่างไร
กับฉันที่เป็นในแบบนั้น
เธออาจสนใจ แต่ภาพแค่ข้างนอกกาย
ฉันอาจดูคล้ายกับใคร ที่เธอมีใจ เป็นคนที่เธอฝัน
แต่ในความเป็นจริง มันต่างกับความฝัน
ฉันไม่ใช่คนนั้น ที่จะทำให้เธอได้สุขใจ
อย่าบอกว่ารัก คำว่ารักนั้นยิ่งใหญ่
ก่อนจะพูดมันออกไป ขอให้เธอแน่ใจ ว่านี่คือคนที่เธอรัก
ไม่อยากเป็นแค่เงาของใคร ฉันนั้นก็มีตัวตน
ไม่ใช่คนที่ไร้หัวใจ ฉันช้ำฉันเจ็บแค่ไหน
ก็ต้องเก็บไว้แค่ภายในใจ
อย่าทำร้ายกันต่อไป ด้วยคำว่ารักมากมาย
แค่เพียงเพราะฉันเหมือนใคร.. บางคน
เมื่อไหร่เธอ ถึงจะยอมรับ ที่เป็นตัวฉัน
ไม่ใช่เห็น ฉันเป็นเงาของใครใคร
อย่าบอกว่ารัก คำว่ารักนั้นยิ่งใหญ่
ก่อนจะพูดมันออกไป ขอให้เธอแน่ใจ ว่านี่คือคนที่เธอรัก
ไม่อยากเป็นแค่เงาของใคร ฉันนั้นก็มีตัวตน
ไม่ใช่คนที่ไร้หัวใจ ฉันช้ำฉันเจ็บแค่ไหน
ก็ต้องเก็บไว้แค่ภายในใจ
อย่าทำร้ายกันต่อไป ด้วยคำว่ารักมากมาย
แค่เพียงเพราะฉันเหมือนใคร.. บางคน…
ไม่อยากเป็นแค่เงาของใคร ฉันนั้นก็มีตัวตน
ไม่ใช่คนที่ไร้หัวใจ ฉันช้ำฉันเจ็บแค่ไหน
ก็ต้องเก็บไว้แค่ภายในใจ
ไม่อยากเป็นแค่เงาของใคร ฉันนั้นก็มีตัวตน
ไม่ใช่คนที่ไร้หัวใจ ฉันช้ำฉันเจ็บแค่ไหน
ก็ต้องเก็บไว้แค่ภายในใจ..
อย่าทำร้ายกันต่อไป ด้วยคำว่ารักมากมาย
แค่เพียงเพราะฉันเหมือนใครบางคน…
ที่เธอไม่เคย…ลืม…
http://เพลงมาใหม่.com/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3-%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A2-%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C/

ละครแรงเงา2012(เพลงเงารัก)

เงาที่มีหัวใจ (เพลงประกอบละคร แรงเงา) : มิ้น มิณฑิตา
คำร้อง/ทำนอง คำร้อง-ทำนอง: วิเชียร ตันติพิมลพันธ์
เรียบเรียง: วิเชียร ตันติพิมลพันธ์, จารุวิทย์ วงศ์สกุลติยะ
เนื้อเพลง เงาที่มีหัวใจ เพลงประกอบละคร แรงเงา
ในดวงตาของเธอ เห็นฉันเป็นใคร
ในดวงใจของเธอ เห็นจะมีแต่เขา
ในดวงตาของเธอ ฉันคงได้แค่เงา
เป็นภาพสะท้อนตัวเขาให้กับเธอ
A อย่าดีกับฉันได้ไหม อย่ามาใส่ใจได้ไหม
จะบอกอย่างไรว่าฉันไม่ใช่ใครคนนั้น
ยิ่งให้ความรัก ยิ่งเธอเข้ามาใกล้กัน
มันจะทำให้ฉันยิ่งหวั่นไหว
B แม้ดูเหมือนเป็นเงาไม่มีตัวตน
แต่ฉันก็มีหัวใจ เจ็บตรงที่รู้ว่าเธอรักใคร และไม่มีวันเป็นฉัน
เธอคงรู้สักวัน ว่าเงาที่เห็น ไม่ใช่ที่เป็น ที่จะคาดฝัน
C อยากรู้จะยังรักกัน ยังต้องการ หรือร้างรากันไป
ในความจริงของเรา ฉันต้องไม่รักเธอ
ในความจริงที่เจอ แสนต่างกันแค่ไหน
ในความจริงของใจ รักเธอมากเกินใคร
ต้องเก็บเอาไว้ในใจไม่บอกเธอ
http://music.tlcthai.com/thai_music/10616/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%88-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD/

Ost : ละคร แรงเงา (เพลง เงาที่มีหัวใจ ) .

การแสดงความคิดเห็น ทาบกับเรื่องจริง ?….
เรื่องนี้ถ้าให้พิ้งกี้สาวิกามา­เล่นแทนเจนี่ ประกบกับธัญญ่า รับรองมันส์หยด
ได้ดูเวอร์ชั่นนี้แล้วเราชอบพี่­รวิชญ์ที่เล่นเป็นเจนภพ แกเล่นดี ดูแล้วเจ้าเล่ห์ หื่นดี
เจนี่เล่นมันส์กว่าเยอะเลย แอนเล่นสองคนแทบไม่ต่าง
ทุกคนเล่นได้ดีหมด ดาราแต่ละคนมีคาแรกเตอร์เฉพาะตั­วที่แตกต่างกัน ดูแรงเงาเวอร์ชั่นใหม่ เราก็ต้องดูให้เหมือนเป็นเรื่อง­ใหม่ ไม่ใช่น่าจะเอาคนโน้นมาเล่นแทนน­ะ คนนี้น่าจะดีกว่า เวอร์ชั่นนั้นดีกว่า ให้กำลังใจนักแสดงทุกคนดีกว่า เพราะเค้าให้ความบรรเทิงกับเรา.­..

—-ครับ—แรงเงา สะท้อนเรื่องการศึกษา จบนอก และไฮโซ ก็คือ ละคร เป็นนิยายไม่ใช่เรื่องจริง แต่การเมืองข่าว และปัญหาตอนนี้ คือ ความเป็นกลางของนักสิทธิมนุษยชน นักสันติวิธี สื่อมวลชน ฯลฯ จะเล่นประเด็นพรบ.ความมั่นคงของรัฐว่าเป็นความรุนแรง น่ะสิ แต่ปัญหาของปมเงื่อนซับซ้อนขนาด ต้องเล่นพรบ.ฯ นี้จริง ก็อาการหนักกว่าตอนปี51 ม็อบพันธมิตรฯ บุกสภาฯ เพราะตอนนั้นแค่ใช้ตชด.ปราบ ก็พอๆ กับการใช้ทหาร แต่น่าสังเกตว่าทหาร จะเคลื่อนไหว อะไร หรือไม่ ส่วนที่สอง คือ เสธ.อ้ายกับประสงค์(เครือข่ายพันธมิตรฯ เก่าชัด) การเชื่อมโยงของประเด็นความรุนแรง ม็อบกับอาวุธ นี่แหละสำคัญ ว่าอาวุธอะไร ที่จะใช้ในความรุนแรงที่ปะทะกัน ถ้าเกิดขึ้นจริง เป็นคำถาม? ปิดท้าย น่ะครับ
เนื้อเพลง วันนั้น – หนุ่ย นันทกานต์
สิ่งที่เห็นและความจริงที่เป็น
อาจไม่มีทางพบกัน
ต้องทำให้เหมือนไม่แคร์
แต่ลึกๆใจก็หวั่น นี่ฉันกำลังหลอกใคร
หากไม่รักน้ำตาคงไม่ไหล
ปวดที่ใจจำฝืนทน
แค่คำว่ารักคำเดียว
เปลี่ยนชีวิตคนทั้งคน เหตุผลไม่ตรงกับใจ
อยากบอกว่ารัก ว่ารักว่ารักเธอ
รักเพียงแต่เธอ แต่เธอเสมอไป
แต่หากเธอรู้ ฉันอาจจะต้องเสียเธอไป
ฉันคงขาดใจ ถ้าหากต้องมีวันนั้น
แค่ไม่เห็นซักวันก็หวั่นไหว
ขาดเธอไปมันมากเกิน
จะเจ็บจะช้ำเพียงใด
ใจดวงนี้พร้อมเผชิญ ก็รักมากเกินตัดใจ
อยากบอกว่ารัก ว่ารักว่ารักเธอ
รักเพียงแต่เธอ แต่เธอเสมอไป
แต่หากเธอรู้ ฉันอาจจะต้องเสียเธอไป
ฉันคงขาดใจ ชีวิตและจิตใจ
จะฝืนทนอย่างไร เมื่อไม่มีเธอวันนั้น
http://music.siamer.com/%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A2-%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C-ost-%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87/

25-30 พฤศจิกายน 55
เหตุการณ์
พ.ศ. 2411 (ค.ศ. 1868) – พระราชพิธีราชาภิเษก พระองค์เจ้ายอดยิ่งบวรยศ เป็นกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ วังหน้าองค์สุดท้ายในสมัยรัตนโกสินทร์
พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) – เยอรมันและญี่ปุ่นลงนามในสนธิสัญญาต่อต้านคอมมิวนิสต์สากล
พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) – ยูกิโอะ มิชิม่า นักเขียนชาวญี่ปุ่น ทำการ ฮาราคีรี หรือคว้านท้องตัวเองตาย โดยมิชิม่าเป็นนักเขียนชาตินิยม เรียกตัวเองว่าเป็น “ซามูไรคนสุดท้าย”
พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) – ซูรินาเมประกาศเอกราช
พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) – พิชิต ศิษย์บางพระจันทร์ แชมป์โลกชาวไทย ประกาศแขวนนวมที่อาคารรัฐสภา
พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) – พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังชนะการเลือกตั้งทั่วไป
พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) – พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 23 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) – การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551: พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยดาวกระจายไปชุมนุมตามที่ต่าง ๆ จนในที่สุดทำการปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

วันสำคัญและวันหยุดเทศกาลวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์กำหนดให้วันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากเสด็จสวรรคตเมื่อเวลาประมาณ 1 นาฬิกา 45 นาที ซึ่งผ่านวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 มาไม่กี่นาที และทรงกำหนดให้วันที่ 26 พฤศจิกายน เป็นวันเถลิงถวัลยราชสมบัติของรัชกาลที่ 7 ราชการจึงกำหนดให้วันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันมหาธีรราชเจ้า[1]
วันประถมศึกษาแห่งชาติ
วันสากลเพื่อการขจัดความรุนแรงที่กระทำต่อสตรี (International Day for the Elimination of Violence Against Women)
วันชาติซูรินาเม

27 พฤศจิกายน
เหตุการณ์
พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) – สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด เริ่มทำการออกอากาศ / แพร่ภาพ โทรทัศน์สีเป็นครั้งแรกของเมืองไทย โดยทดลองถ่ายทอดสดรายการประกวดนางสาวไทย จากเวทีบริเวณงานวชิราวุธานุสรณ์ พระราชวังสราญรมย์ นับได้ว่าเป็นสถานีโทรทัศน์สีแห่งแรกในประเทศไทยและเป็นครั้งแรกที่ประชาชนไทยได้มีโอกาสชมรายการโทรทัศน์ที่มีสีสันสวยงามตามธรรมชาติ
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
วันสถาปนากระทรวงสาธารณสุข (วันสาธารณสุข)
28 พฤศจิกายน
เหตุการณ์
พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908) – โรงเรียนเกษตราธิการ ได้ถือกำเนิดขึ้น ณ วังสระปทุม ซึ่งรวบรวมโรงเรียน 3 โรงเรียนคือ โรงเรียนแผนที่ โรงเรียนกรมคลอง และโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก โดยกระทรวงเกษตราธิการ

วันสำคัญและวันหยุดเทศกาลวันชาติมอริตาเนีย
วันชาติแอลเบเนีย
พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) – วันลอยกระทง

29 พฤศจิกายน
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาลวันสากลว่าด้วยความเป็นปึกแผ่นของชาวปาเลสไตน์

เหตุการณ์
พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) – การชุมนุมประท้วงของกลุ่มต่อต้านโลกาภิวัตน์ ที่เมืองซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา ขณะมีการประชุมองค์การการค้าโลก
วันเกิด
พ.ศ. 2378 (ค.ศ. 1835) – แซมมวล แลงฮอร์น คลีเมนส์ นักเขียนชาวอเมริกัน นามปากกา มาร์ค ทเวน (ถึงแก่กรรม 21 เมษายน พ.ศ. 2453)

http://th.wikipedia.org/wiki/
โรคเยื่อจมูกและลำคออักเสบเฉียบพลัน (Acute nasopharyngitis / Common cold / Upper respiatory tract infection / URI) เรียกโดยทั่วไปว่าโรคหวัด หรือไข้หวัด (Common cold) เป็นโรคติดต่อจากการติดเชื้อไวรัส ในระบบทางเดินหายใจส่วนบน (ได้แก่ จมูกและคอ) อาการของโรคประกอบด้วยการจาม, อาการคัดจมูก, เยื่อจมูกที่จะบวมและแดง, และยังมีการหลั่งน้ำมูกมากกว่าปกติจนไหลออกทางจมูก ถ้าเชื้อไวรัสติดเชื้อไปที่จมูก แต่ถ้าติดเชื้อที่คอ จะมีอาการเจ็บคอ คอแหบแห้ง หรือมีเสมหะสะสมอยู่บริเวณลำคอ โดยการติดเชื้ออาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งสองบริเวณ นอกจากนี้ผู้เป็นโรคจะมีอาการไอ, ปวดศีรษะ และเหนื่อยง่าย ไข้หวัดมักจะมีระยะโรคอยู่ที่ประมาณสามถึงห้าวัน อาจร่วมด้วยอาการไอที่สามารถต่อเนื่องไปได้ถึงสามสัปดาห์
โรคหวัดเป็นที่พบบ่อยที่สุด ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ บางคนอาจเป็นปีละหลายครั้ง (โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่เพิ่งเข้าโรงเรียนในปีแรกๆ อาจเป็นเฉลี่ยประมาณเดือนละครั้ง) โรคหวัดเป็นโรคที่พบได้ง่ายที่สุดในบรรดาโรคที่มนุษย์เคยประสบมาทั้งหลาย โดยเฉลี่ยแล้วทุกคนจะติดเชื้อหนึ่งครั้งต่อปี ทำให้ต้องสูญเสียแรงงาน เวลาเรียนและสิ้นเปลืองเงินทองไปปีละมากๆ
เมื่อมีอายุมากขึ้น ร่างกายจะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อหวัดชนิดต่างๆ มากขึ้น ก็จะป่วยเป็นไข้หวัดห่างขึ้นและมีอาการรุนแรงน้อยลง โรคนี้สามารถติดต่อกันได้ง่ายดายการอยู่ใกล้ชิดกัน จึงพบมากในโรงเรียน โรงงาน และที่มีคนอยู่รวมกันมากๆ โอกาสที่เชื้อไวรัสจะแพร่ไปได้มีมากที่สุดคือระหว่างเด็กกับผู้ปกครอง ซึ่งอาจเกิดได้จากความหนาแน่นของผู้คนในโรงเรียน และการที่เชื้อไวรัสจะมีประสิทธิภาพในการแพร่เชื้อไปยังสมาชิกในครอบครัวมากเป็นพิเศษ
โรคหวัดเป็นโรคที่พบได้ตลอดทั้งปี มักจะพบมากในช่วงฤดูฝนฤดูหนาว หรือในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง ส่วนฤดูร้อนจะน้อย

ทั้งนี้เนื่องจากเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของไข้หวัด (เชื้อหวัด) มีอยู่เกือบ 200 ชนิด ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำให้เกิดการอักเสบทางเดินหายใจส่วนต้น (จมูกและคอ) ครั้งละชนิด กระนั้น ผู้ที่ติดโรคนี้มากกว่าสามครั้งต่อปีก็ไม่ได้น่าแปลกอะไรในกลุ่มประชากรบางกลุ่ม
โรคหวัดอยู่โรคประเภทติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน ในขณะเดียวกัน แม้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) จะเป็นโรคประเภทเดียวกัยโรคหวัด แต่ความรุนแรงของการติดเชื้อไวรัสนี้ รวมถึงอาการที่เพิ่มขึ้นได้แก่การที่เกิดไข้ขึ้นสูง และการปวดเมื่อยเนื้อตัวและกล้ามเนื้อนั้นรุนแรงกว่ามาก ในขณะที่โรคหวัดมีอัตราความเสี่ยงต่อชีวิตต่ำ แต่อาการแทรกซ้อนอย่างเช่นปอดบวมก็อาจทำให้เกิดการเสี่ยงชีวิตขึ้นได้
อาการของโรคระยะฟักตัว ระยะตั้งแต่ผู้ป่วยรับเชื้อเข้าไปจนกระทั่งมีอาการเกิดขึ้น 1-3 วัน
คนที่ได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดเข้าไปมีอัตราการเป็นโรคสูงถึง 95% อย่างไรก็ตามมีเพียง 75% เท่านั้นที่แสดงอาการออกมา โดยการแสดงอาการจะเกิดขึ้น 1-2 วันหลังจากการติดเชื้อ ซึ่งโดยปกติแล้วอาการของโรคหวัดจะเริ่มต้นด้วยอาการเจ็บคอ และไม่มีอาการติดขัดใดๆ ในระบบทางเดินหายใจ หลังจากนั้นเอง อาการจะเกิดขึ้นจากกลไกการสกัดกั้นเชื้อโรคของร่างกายได้แก่ อาการจาม, น้ำมูกไหล, และไอเพื่อขับเชื้อออกไป และการเกิดอาการอักเสบเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันทำงาน
ผู้ป่วยอาจมีไข้ตัวร้อนเป็นพักๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย ปวดหนักศีรษะเล็กน้อย คัดจมูก น้ำมูกใส จาม คอแห้ง หรือเจ็บคอเล็กน้อย ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะเล็กน้อยลักษณะสีขาว บางครั้งอาจทำให้รู้สึกเจ็บแถวลิ้นปี่เวลาไอ ในผู้ใหญ่อาจไม่มีไข้ มีเพียงคัดจมูก น้ำมูกใส ในเด็กมักจับไข้ขึ้นมาทันทีทันใด บางครั้งอาจมีไข้สูง และชักได้ มีอาการท้องเดินได้ หรือถ่ายเป็นมูกร่วมด้วย ถ้าเป็นเกิน 4 วัน หรือถ่ายเป็นมูกข้นเหลืองหรือเขียวหรือไอมีเสลดเป็นสีเหลืองหรือเขียว จากการอักเสบซ้ำของเชื้อแบคทีเรีย และอาจมีอาการอื่นๆ แทรกซ้อนตามมาซึ่งจำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะร่วมกัน ตรวจพบ ไข้ น้ำมูก เยื่อจมูกบวมและแดง คอแดงเล็กน้อย ในเด็กอาจพบต่อมทอลซิลโต แต่ไม่แดงมากและไม่มีหนอง
หลังจากผู้ป่วยหายจากโรคหวัดแล้ว ร่างกายของผู้ป่วยจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดชนิดที่ผู้ป่วยเพิ่งประสบมาโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดอยู่มากมาย ภูมิคุ้มกันนี้จึงให้การป้องกันที่จำกัด ดังนั้นคนที่หายจากโรคหวัดมา อาจเป็นได้อีก ถ้าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งจะทำให้กระบวนการและอาการทั้งหมดเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง
การป้องกันโรควิธีที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงเชื้อหวัดได้คือการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย, และด้วยการล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าของตนเอง สบู่ต่อต้านแบคทีเรียนั้นไม่มีผลต่อไวรัสไข้หวัด หากแต่เป็นการทำความสะอาดเชิงกลผ่านมือที่จะล้างและปัดอนุภาคไวรัสออกไป ใน พ.ศ. 2545 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการสังคมในประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าเจลทามือที่มีส่วนประกอบเป็นแอลกอฮอล์จะช่วยลดไวรัสที่ปนเปื้อนบนมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม แม้จะร่วมกับการล้างมืออย่างถูกวิธีบ่อยๆ แล้ว แอลกอฮอล์ก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสที่หลงเหลืออยู่บนมือได้ และไม่ได้ช่วยป้องกันให้เชื้อไวรัสมาปนเปื้อนมือได้อีกครั้ง นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังมีผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง จากการสำรวจพบว่าประชากรที่ไม่สูบบุหรี่จะฟื้นตัวจากโรคได้เร็วกว่าประชากรที่สูบบุหรี่อยู่หลายวันด้วยกัน โดยที่ผู้สูบบุหรี่ที่ทำงานแล้วมีอัตราการขาดงานมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 25%
และเนื่องจากจำนวนชนิดของไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก การฉีดวัคซีนป้องกันจึงไม่เป็นที่ปฏิบัติกัน
การรักษาในขณะนี้ ยังไม่มีหนทางใดๆ ในการรักษาโรคหวัด หรือในเชิงวิชาการแล้ว ยังไม่มีวิธีการรักษาใดๆ ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสไข้หวัดได้ และได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้ว
มีเพียงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเท่านั้นที่สามารถทำลายเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันนั้นจะใช้เวลาประมาณ 7 วันในบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งในการเป็นโรคหวัดหนึ่งครั้งจะมีอนุภาคไวรัสอยู่หลายล้านอนุภาคอยู่ในร่างกาย ซึ่งโดยปกติ เมื่อผ่านการติดเชื้อมาไม่กี่วัน ร่างกายก็จะเริ่มผลิตแอนติบอดี้ (Antibody) ที่สามารถป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดของเซลล์ออกมาเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกันกับเซลล์เม็ดเลือดขาวที่จะทำลายไวรัสผ่านการโอบเซลล์เอาไว้หรือวิธีการฟาโกไซโทซิส (Phagocytosis) ซึ่งจะทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไปด้วยเพื่อป้องกันการแพร่ออกไปอีกของไวรัส

การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคหวัดนอนหลับ, พักผ่อนให้เพียงพอ ห้ามตรากตรำงานหนัก หรือออกกำลังมากไป
สวมเสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่น หลี่กเลี่ยงการถูกฝน และสถานที่ที่มีอากาศเย็นจัด และอย่าอาบน้ำเย็นหรือดื่มน้ำเย็น
ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยลดไข้และทดแทนน้ำที่เสียไปเนื่องจากไข้สูง หรืออาจดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ
ควรกินอาหารอ่อน น้ำข้าว น้ำหวาน น้ำส้ม น้ำผลไม้
ใช้ผ้าชุบน้ำ ( ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา อย่าใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็ง) เช็ดตัวเวลาไข้สูงโดยเฉพาะในเด็กเล็กต้องคอยเช็ดตัว เวลามีไข้เนื่องจาก ถ้าไข้สูงอาจทำให้เด็กชักได้
สวมผ้าปิดจมูก ป้องกันการแพร่ของเชื้อหวัดโดยการ ไอ-จาม และยังช่วยให้ลำคอไม่เย็นหรือแห้งจนเกินไปซึ่งเป็นเหตุให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย
หมั่นล้างมือให้สะอาด
กลั้วคอด้วยน้ำบ่อยๆ
อยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเทได้ดี
ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
ระวังการแพร่กระจายของสารคัดหลั่งจากร่างกาย อาทิ น้ำมูก น้ำลาย
หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำเช่น เด็ก คนแก่ หรือคนที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94

ผมโพสต์รูปเก่าในเฟซบุ๊ค มีรูปพ่อในสมัยหนุ่มๆ พร้อมทีมงานเครือญาติ-เพื่อน เนื่องจากพ่อผมนั่งข้างล่างในรูปเป็นคนใส่แว่น และรูปต้นฉบับเกือบสามสิบปีแล้ว คือ ตอนแรกพ่อ กะจะเช็ดรูปให้สะอาดกลายเป็นหายไปภาพเสื่อมไปเลยครับ

เมื่อคืนวาน อาการหวัดเวียนหัว เตรียมต้อนรับพ่อมาแอ่ว หาดูหนังเรื่องเกี่ยวกับแบทแมน ภาคล่าสุด นึกถึงภาคมีมร.ฟรีซ (Mr. Freeze)แล้วคิดถึงม็อบ”แช่แข็งประเทศ”เลยว่า สงสัยกลางคืนจะทำอะไร ไม่แน่ได้ดูโชว์ มีแบทแมน มาช่วยอำ
The Dark Knight Rises
ภาพยนตร์ของวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส และ เลเจนดารี่ พิกเจอร์ส เรื่อง “The Dark Knight Rises” เป็นบทสรุปอันยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์ Dark Knight ไตรภาคของผู้สร้างภาพยนตร์คริสโตเฟอร์ โนแลน
เป็นเวลาถึง 8 ปีแล้วที่แบทแมนหายตัวไปในยามค่ำคืน แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อมีศัตรูตัวร้ายรายใหม่ปรากฏขึ้นมา กับปฏิบัติการลับที่น่ากลัวยิ่งกว่า เป็นภัยคุกคามครั้งสำคัญต่อก็อธแธม ซึ่งบีบให้ บรูซ ต้องออกจากการปลีกตัว แต่ถึงแม้จะกลับสวมผ้าคลุมและหน้ากากอีกครั้ง กลับดูเหมือนเขาไม่เหมาะกับการเป็นแบทแมนอีกต่อไป
ดารานำของเหล่านักแสดงทั่วโลกทั้งหมด ได้แก่ คริสเตียน เบล ผู้คว้ารางวัล Oscar® (“The Fighter”) ที่กลับมารับบทแสดง 2 บทบาททั้ง บรูซ เวย์น/แบทแมน อีกครั้ง ภาพยนตร์เรื่อง “The Dark Knight Rises” ยังแสดงโดย แอน แฮทธะเวย์ ผู้รับบทเป็น เซลิน่า ไคล์; ทอม ฮาร์ดี้ รับบทแสดงเป็น เบน; มารีออง โกติยาร์ (“La Vie en Rose”) รับบทแสดงเป็น มิแรนด้า เทต และ โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ รับบทแสดงเป็น จอห์น เบลค
นักแสดงนำหลักผู้กลับมาร่วมแสดง ได้แก่ ไมเคิล เคน เจ้าของรางวัล Oscar® (“The Cider House Rules”) รับบทแสดงเป็น อัลเฟรด; แกรี่ โอล์ดมาน ผู้รับบทเป็นผู้บัญชาการกอร์ดอนและมอร์แกน ฟรีแมน เจ้าของรางวัล Oscar® (“Million Dollar Baby”) กลับมารับบทของลูเซียส ฟ็อกซ์
บทภาพยนตร์เขียนโดย คริสโตเฟอร์ โนแลน และ โจนาธาน โนแลน เนื้อเรื่องโดย คริสโตเฟอร์ โนแลน และ เดวิด เอส. โกเยอร์ ภาพยนตร์อำนวยการสร้างโดยเอ็มม่า โธมัส, คริสโตเฟอร์ โนแลน และ ชาร์ลส์ โรเว็น ผู้ร่วมทีมในภาพยนตร์เรื่อง “Batman Begins” ก่อนหน้านี้ และภาพยนตร์เรื่องดังที่ทำลายสถิติมาแล้วอย่างเรื่อง “The Dark Knight” ผู้อำนวยการสร้างบริหาร ได้แก่ เบ็นจามิน เมลไนเกอร์, ไมเคิล อี. อุสแลน, เควิน เดอ ลา นอย และ โธมัส ทัล พร้อมด้วยจอร์แดน โกล์ดเบิร์ก ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมอำนวยการสร้าง ภาพยนตร์สร้างขึ้นจากตัวละครที่สร้างโดยบ็อบ เคน และมีการตีพิมพ์โดย DC Comics
เบื้องหลังฉากภาพยนตร์เรื่อง “The Dark Knight Rises” เป็นการกลับมารวมตัวของผู้กำกับพร้อมด้วยผู้ร่วมงานกันมาอย่างยาวนานอีกจำนวนมาก ทุกคนเคยทำงานร่วมกันในภาพยนตร์เรื่อง “The Dark Knight” ทีมงานผู้สร้างสรรค์รวมถึงผู้กำกับภาพ วอลลี่ ฟิสเตอร์ ผู้คว้ารางวัล Oscar® เมื่อไม่นานมานี้สำหรับผลงานของเขาในภาพยนตร์ของโนแลน เรื่อง “Inception”; ผู้ออกแบบฉาก นาธาน โครว์ลีย์; ผู้ลำดับภาพ ลี สมิธ และผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายเจ้าของรางวัล Oscar® ลินดี้ เฮมมิ่ง (“Topsy-Turvy”) นอกจากนั้นยังมีพอล แฟรงค์ลิน และ คริส คอร์โบล์ด ทั้งคู่คว้ารางวัล Oscars® สำหรับเอ็ฟเฟ็กต์ในภาพยนตร์เรื่อง “Inception” จะมาควบคุมด้านวิชวลและสเปเชียลเอ็ฟเฟ็กต์ตามลำดับ ประพันธ์ดนตรีโดย แฮนส์ ซิมเมอร์ ผู้คว้ารางวัล Oscar® (“The Lion King”)
ในการควบคุมภาพยนตร์เรื่อง คริสโตเฟอร์ โนแลน นำกล้องระบบ IMAX® มาใช้ประโยชน์อย่างครอบคลุมกว่าที่เขาเคยทำในเรื่อง “The Dark Knight” ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ภาพยนตร์ถ่ายทำบางส่วนด้วยกล้องฟอร์แมตขั้นสูง
สถานที่ของภาพยนตร์เรื่อง “The Dark Knight Rises” แผ่ขยายไป 3 ทวีปและรวมถึงเมืองของชาวอเมริกันอย่างพิตส์เบิร์ก นิวยอร์คและลอส แองเจลิส รวมไปถึงสถานที่ในประเทศอินเดีย อังกฤษและสก็อตแลนด์
http://www.manager.co.th/entertainment/viewnews.aspx?NewsID=9550000088158

แบทแมน อัศวินรัตติกาลผงาด
แบทแมน อัศวินรัตติกาลผงาด (อังกฤษ: The Dark Knight Rises) เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่จากการ์ตูนชุดมนุษย์ค้างคาว[3] มีกำหนดการเข้าฉายในเดือนกรกฎาคม ปีค.ศ. 2012 เป็นภาพยนตร์ภาคที่สาม และภาคสุดท้ายในไตรภาคมนุษย์ค้างคาวที่กำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน ต่อจากภาพยนตร์เรื่องแบทแมน บีกินส์ (Batman Begins, 2005) และแบทแมน อัศวินรัตติกาล (The Dark Knight, 2008) กำกับภาพยนตร์โดย คริสโตเฟอร์ โนแลน เขียนบทโดยตัวโนแลนเองและโจนาธาน ผู้เป็นน้องชาย นำแสดงโดยคริสเตียน เบล, ไมเคิล เคน, แกรี่ โอลด์แมน, และมอร์แกน ฟรีแมน ข้อมูลที่เปิดเผยออกมาระบุว่า เนื้อเรื่องของภาคนี้จะดำเนินต่อจากภาคอัศวินรัตติกาลเป็นเวลา 8 ปี และจะมีตัวร้ายหลักคือเซลีนา ไคล์ และเบน (นำแสดงโดยแอนน์ ฮัทธาเวย์ และทอม ฮาร์ดี้ ตามลำดับ)
เนื้อเรื่องแปดปีหลังจากเหตุการณ์ในแบทแมน อัศวินรัตติกาล เมืองก็อทแธมกลายเป็นเมืองที่สงบ ด้วยอำนาจจากกฎหมายเดนท์ ทำให้ผู้บัญชาการตำรวจเจมส์ กอร์ดอนสามารถกำจัดองค์กรอาชญากรรมและอาชญากรรมที่รุนแรงได้ หากแต่กอร์ดอนยังคงรู้สึกผิดกับการปกปิดสิ่งที่ฮาร์วีย์ เดนท์เคยทำ เขาตั้งใจที่จะเปิดเผยแผนการปกปิดในงานเลี้ยงที่จัดเพื่อเป็นเกียรติกับเดนท์ แต่ตัดสินใจที่จะยังไม่บอกเพราะคิดว่าเมืองนี้ยังไม่พร้อมจะรับรู้ความจริง ระหว่างการติดตามเบาะแสคดีลักพักตัว ส.ส. จากงานเลี้ยงก่อนหน้า กอร์ดอนถูกลูกน้องของเบนจับตัว สุนทรพจน์ที่กอร์ดอนเตรียมไว้เพื่อเปิดเผยความจริงจึงตกไปอยู่ในมือของเบน เขาสามารถหนีมาได้แต่ถูกยิง ขณะอยู่ในโรงพยาบาล กอร์ดอนเลื่อนขั้นให้เจ้าหน้าที่สายตรวจจอห์น เบลคขึ้นเป็นนักสืบ และให้เบลครายงานขึ้นตรงต่อเขา
ในเวลาที่แบทแมนหายตัวไปจากเมืองก็อทแธม บรูซ เวย์นก็หายตัวไปเช่นกัน โดยขังตัวเองอยู่ในคฤหาสน์เวย์น เวย์นเอนเตอร์ไพร์ซกำลังตกอยู่ในภาวะถดถอยหลังจากที่เขาลงทุนไปในโครงการพลังงานสะอาดของมิแรนดา เทต ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้กำเนิดพลังงานฟิวชัน แต่บรูซตัดสินใจปิดโครงการลงเนื่องจากได้ยินมาว่าแกนของเตาปฎิกรณ์สามารถถูกนำไปดัดแปลงกลายเป็นอาวุธนิวเคลียร์ได้ เบลค ผู้สามารถอนุมานตัวตนที่แท้จริงของแบทแมน และกอร์ดอนต่างก็เรียกร้องให้แบทแมนกลับมา แต่อัลเฟรด เพนนีเวิร์ธ พ่อบ้านประจำตระกูลเวย์น คัดค้านเรื่องนี้เนื่องจากเป็นห่วงอนาคตของบรูซ และเมื่อบรูซตัดสินใจกลับไปเป็นแบทแมนเต็มตัว ก็ตัดสินใจลาออก

เบนกับพรรคพวกบุกตลาดหุ้นเพื่อสวมรอยเป็นบรูซ และใช้สินทรัพย์ทั้งหมดของบรูซลงทุนในหุ้นสุ่มเสี่ยง ทำให้บรูซล้มละลายและเสียตำแหน่งบริหารในเวย์นเอนเตอร์ไพร์ซไป บรูซสันนิษฐานได้อย่างถูกต้องว่า จอห์น แด็คเกตต์ สมาชิกคณะกรรมการบริษัท ได้ว่าจ้างเบนให้ทำการเช่นนี้เพื่อยึดอำนาจของเขา เขาจึงมอบอำนาจทั้งหมดในมิแรนดา เทตก่อนที่จะตกถึงมือของแด็กเกตต์ แด็กเกตต์ที่ถูกตลบหลังจึงแสดงความไม่พอใจต่อเบน หารู้ไม่ว่าเบนมีแผนการอื่น เบนจึงฆ่าแด็คเกตต์ทิ้งเสียเพื่อใช้ทรัพยากรของแด็คเกตต์
แบทแมนตามรอยเซลีนา ไคล์ หัวขโมยตีนแมวไปหาเบน เขาเผชิญหน้ากับเบน ที่บอกว่าตัวเองเป็นหัวหน้าของพันธมิตรแห่งเงาตั้งแต่ตอนที่ราซ อัล กูลตาย เบนเปิดเผยว่าเขากำลังใช้บริษัทก่อสร้างของแด็คเกตต์ในการปล้นแผนกวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ซึ่งเป็นที่รวบรวมอุปกรณ์ไฮเทคของแบทแมน แบทแมนกับเบนสู้กัน โดยเบนสามารถเอาชนะแบทแมน และทำการหักสันหลังของแบทแมน ก่อนจะนำเขาไปขังคุกที่ว่ากันว่าไม่มีใครเคยหลบหนีออกไปได้ ยกเว้นเด็กคนหนึ่งที่ถูกขับดันด้วยความจำเป็น และความมุมานะอย่างมาก
เบนล่อตำรวจแทบทั้งหมดในเมืองก็อทแธมลงใต้ดิน ก่อนที่จะกดระเบิดที่ถูกติดตั้งไว้ทั่วเมือง ทำให้ตำรวจเกือบทั้งหมดต้องติดอยู่ใต้ดิน เปลี่ยนเมืองก็อทแธมที่เคยสงบให้กลายเป็นเมืองปกครองตนเองที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว เบนขู่ว่าถ้ามีใครพยายามจะออกจากเมือง เขาจะกดระเบิดแกนฟิวชั่น ต่อมาเบนก็เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับฮาร์วีย์ เดนท์ ตามมาด้วยการปล่อยนักโทษทั้งหมดออกมาจากเรือนจำแบล็คเกต คนรวยและผู้มีอำนาจถูกจับตัวไปให้โจนาธาน เครน (จากแบทแมน บีกินส์) พิพากษา ระหว่างนั้นรัฐบาลพยายามที่จะลักลอบส่งหน่วยรบพิเศษเข้ามาในเมืองแต่ก็ล้มเหลว จึงทำการปิดล้อมเมืองก็อทแธม เมืองทั้งเมืองจึงตกอยู่ในความวุ่นวายไร้ขื่อแป
ในขณะเดียวกัน เวย์นฟื้นตัวขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บ และฝึนฝนตนเองเพื่อกลับมาเป็นแบทแมนอีกครั้ง เขาหนีออกจากคุกได้สำเร็จ หลังจากพยายามมาหลายครั้ง และมุ่งหน้ากลับไปยังก็อทแธม โดยเกณฑ์ไคล์, เบลค, เทต, กอร์ดอน และลูเซียส ฟอกซ์มาร่วมช่วยเหลือการปลดปล่อยเมือง และหยุดการระเบิดของแกนฟิวชั่น ที่ใกล้จะเสื่อมสภาพและจะระเบิดในอีกไม่กี่ชั่วโมง แบทแมนปลดปล่อยตำรวจออกมาจากใต้ดินและเผชิญหน้ากับเบนอีกครั้ง คราวนี้แบทแมนสามารถเอาชนะเบนได้ แต่เทตกลับแทงแบทแมน และเปิดเผยว่าตัวเองคือทาเลีย อัล กูล ลูกสาวของราซ อัล กูล และบอกกับแบทแมนว่าเธอเองที่เป็นคนสามารถหนีออกจากคุกมาได้ ก่อนที่จะกลับไปหาพ่อของเธอและกลับไปพร้อมกับพันธมิตรแห่งเงาเพื่อช่วยเบน ซึ่งเป็นคนที่ช่วยให้เธอหนีออกมาได้ เธอวางแผนที่จะสานต่อแผนการของพ่อให้เสร็จด้วยการทำลายล้างก็อทแธมและแก้แค้นความตายของพ่อที่แบทแมนเป็นคนก่อ
กอร์ดอนสามารถสกัดกั้นสัญญาณรีโมตระเบิดจากระยะไกลไว้ได้ ในขณะที่ไคล์สามารถช่วยชีวิตแบทแมนไว้ได้ด้วยการฆ่าเบน แบทแมนจึงทำการไล่ล่าทาเลีย โดยพยายามต้อนเธอให้พาระเบิดกลับไปยังเตาปฏิกรณ์ ซึ่งจะทำให้แกนฟิวชั่นกลับมาเสถียร แต่ก่อนที่จะทำได้ เธอก็ปล่อยน้ำเข้าไปในเตาปฏิกรณ์ เธอเสียชีวิตลงเมื่อรถบรรทุกระเบิดพลิกค่ำ แต่ก่อนตายเธอพูดกับแบทแมนอย่างมั่นใจว่าไม่มีทางหยุดระเบิดได้อีกแล้ว หากแต่แบทแมน ใช้ยานเดอะแบท (ประดิษฐ์โดยลูเซียส ฟอกซ์) พาระเบิดออกไปยังอ่าวก็อทแธม พ้นจากรัศมีของเมือง แล้วแกนฟิวชั่นก็ระเบิดออกกลางมหาสมุทร
ใครๆ ก็คิดว่าแบทแมนตายจากวีรกรรมครั้งนี้ แบทแมนจึงถูกยกย่องเป็นวีรบุรุษ ในขณะที่คนสันนิษฐานว่าบรูซ เวย์นคงจะเสียชีวิตระหว่างเกิดเหตุจลาจล ฟ็อกซ์พยายามจะแก้ไขข้อบกพร่องในระบบนักบินอัตโนมติของยาน แต่พบว่าบรูซแก้ไขมันไปแล้วหกเดือนก่อนหน้า ในตอนท้าย อัลเฟรดเห็นเวย์นกับไคล์อยู่ด้วยกันที่ร้านกาแฟในอิตาลี ในขณะที่พินัยกรรมของบรูซระบุให้เบลคได้รับถ้ำค้างคาวเป็นมรดกตกทอด
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99_%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%94

จากหนังหลายเรื่องเกร็ดเล็กๆ เรื่องความยุติธรรมและมุมมองต่อหนังในแง่ส่วนตัวผมคิดถึงเรื่องหนังเกี่ยวกับมือปืนของหว่องฯ เพราะบทสนทนาทวนความจำ คือ ปู่ของผม(พ่อของพ่อ)เป็นผู้ใหญ่บ้าน ถูกมือปืนยิงตาย หากคิดในแง่สายลับ กับมือปืนต่างกัน เพราะมือปืนไม่ได้เป็นยอดนักคิด แต่สายลับมีปฏิบัติการตามแผนของภารกิจ ซึ่งเทคโนโลยีในหนัง มีคอนเทคเลนส์ ส่งข้อมูล ถ่ายภาพได้ และสายลับเดินทางไปทั้งโซเวียต ดูไบ อินเดีย…อเมริกา.. Mission Impossible 4 ปฏิบัติการไร้เงา
มิชชั่น:อิมพอสซิเบิ้ล ปฏิบัติการไร้เงา (อังกฤษ: Mission: Impossible – Ghost Protocol) เป็นภาพยนตร์สายลับที่จัดฉายในปลายปี ค.ศ. 2011 และเป็นภาค 4 ของซีรีส์ มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล โดยมีนักแสดงอย่าง ทอม ครูซ มารับบทเป็นตัวแทนหน่วยไอเอ็มเอฟ ซึ่งมีชื่อว่า อีธาน ฮันท์ และเป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นเรื่องแรกที่ แบรด เบิร์ด กำกับ[1] ภาพยนตร์ชุดนี้มีกำหนดเปิดตัวในอเมริกาเหนือวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 2011
เนื้อเรื่องย่อภายหลังจากที่ อีธาน ฮันท์ ถูกกล่าวหาเป็นผู้ลอบวางระเบิดที่พระราชวังเครมลินเขาและเพื่อนได้ถูกทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี และเมื่อประธานาธิบดีได้สั่งการ”ปฏิบัติการไร้เงา” อีธานก็ตกอยู่ในภาวะไร้ทางออกและไร้ผู้สนับสนุน เขาต้องหาทางล้างมลทินเหล่านี้รวมถึงป้องกันการถูกโจมตีอีกครั้ง แต่ภารกิจนี้มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อเขาถูกบีบให้ร่วมทีมกับหน่วยไอเอ็มเอฟ ที่ต่างก็หลบหนีความผิด ตลอดจนแต่ละรายต่างมีแรงจูงใจส่วนตัวที่เขาไม่อาจล่วงรู้[3]
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99:%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A5_%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B2

มีเซียนการเมืองท่านหนึ่ง มักส่งข้อความย้ำมาหลังไมค์(เฟซบุ๊ค)เตือนว่ามีม็อบอีกอันตรายถึงตาย ไม่ก็ติดคุกๆๆ กันแน่
แล้วผมนึกถึงเมื่อวานไปซ่อมรถ กับพ่อได้ยินเขาเปิดวิทยุกระแสม็อบ-ข่าวรัฐสภา มีดีเจคุยกับชาวบ้านโฟนอินมาว่าม็อบมาอีกแน่ ถ้าล้มรัฐบาลต้องเจออย่างอียิปต์…จบข่าวพร้อมเพลงประกอบ
Def Leppard Truth (Original Version)
“Truth?”
I’ve been burning
And dousing the flames
I feel the whiplash
Of the backlash on my face
I melt to sleep at night
But I wake to trip the day
Never for you never for me
Would I kiss your feet of clay
I’m still alive and so should I
Soak up the wave of compromise
Am I the victim of youth
Is this the truthh
Why don’t you tell me
Why don’t you tell me
There’s no conscience
In charity or shame
The voice deceive me
But believe me its the same
I see the black in white
And the colour in the gray
Better for me better for you
Gonna bleach it all away
I’m still alive and so should I
Soak up the wave of compromise
I see the scars, I hear the lies
So what’s the truth
Why don’t you tell me

Team Spirit แบบ Def Leppard
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=316653
มือกลองแขนเดียว Rick Allen วงDef Leppard พรสวรรค์หรือพรแสวงของนักดนตรีคนพิการ
http://concertdofree.blogspot.com/2009/07/rick-allen-def-leppard.html

โรเบิร์ต ชาร์ล เวนทูรี จูเนียร์ (อังกฤษ: Robert Charles Venturi, Jr.) เกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1925 ในฟิลาเดลเฟีย เป็นสถาปนิกชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัท เวนทูรี, สก็อต บราวน์และเพื่อน โรเบิร์ต เวนทูรีและภรรยาของเขา เดนิส สก็อต บราวน์ ถือว่าเป็นผู้มีบทบาทกับสถาปนิกในศตวรรษที่ 20 ผ่านผลงานของทั้งคู่ด้านสถาปัตยกรรมและผัง และทฤษฎีการเขียนและการสอน เวนทูรีได้รับรางวัลพริตซ์เกอร์ ในด้านสถาปัตยกรรมในปี ค.ศ. 1991[1] เขายังเป็นคนคิดหลักปฏิบัติ “น้อยเป็นการน่าเบื่อ” (Less is a bore) ซึ่งต่อต้านคำกล่าวอันมีชื่อเสียงของลุดวิก มีส ฟาน เดอร์ โรห์ ที่ว่า”น้อยดีกว่ามาก” (less is more)…
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95_%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%B5

ชาวนิมมานเหมินท์บุกยื่นแขวงการทางฯ-เทศบาลฯ ค้านขยายถนนนิมมานฯเชื่อมวงแหวนรอบหนึ่ง
…วันนี้ (30 ต.ค.55) เวลาประมาณ 10.00 น. ชมรมชาวนิมมานเหมินท์เข้ายื่นหนังสือและรายชื่อผู้ไม่เห็นด้วยกับโครงการขยายถนนนิมมานเหมินท์ประมาณ 300 ชื่อ ต่อแขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 เนื่องจากเห็นว่าถนนนิมมานเหมินท์เป็นลักษณะของถนนการค้าในเมือง (High street) มีลักษณะสำคัญ คือ จำเป็นต้องมีการเดินติดต่อกันของผู้คนสองฝั่งถนน การออกแบบถนนการค้า ต้องใช้วิธีลดความเร็วรถที่ผ่านในบริเวณดังกล่าว (traffic calm) ไม่ใช่ให้รถวิ่งผ่านด้วยความเร็ว (traffic flow) เพราะจะเป็นอันตรายต่อผู้คนที่มาใช้พื้นที่ไม่เป็นการส่งเสริมชีวิตเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ของผู้คน ตลอดจนบ้านอยู่อาศัยในบริเวณนั้น…
http://www.prachatham.com/detail.htm?code=n6_30102012_01

ครั้นแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศจากเพลงปิดท้าย เป็นเรื่องเล่าพื้นที่การเดินทาง ในตอนที่ผมไปลาว เป็นช่วงเวลาที่ละครแรงเงา เริ่มเล่น คือ จันทร์ที่ 1 ตุลาคม ตอนนี้กระแสแรงเงาแห่งชาติแรงมาก ไม่รู้คนที่สปป.ลาว จะติดตามกันไหม? 555

เชียงใหม่มุมใหม่-นาดาว…ลาว
บันทึกการเดินทางจากเชียงใหม่ไปหลวงพระบาง ถึงที่เก็บข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในวังเวียง สปป.ลาว โดยหมู่บ้านที่ลงพื้นที่สำคัญ คือ นาดาว เป็นตอนที่ 1น่ะครับ

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s