Communication Boundaries-Sight-war of position,anticipate,ก่อนนอนฝันขอให้เหมือนเดิมเติมใหม่

Communication Boundaries-Sight-war of position,anticipate,ก่อนนอนฝันขอให้เหมือนเดิมเติมใหม่

…april fool’s day…
2มีนา หรือ 3 เมษา
พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) – นิสิต นักศึกษา และประชาชน ร่วมเดินขบวนประท้วงการเลือกตั้งสกปรก 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ไปยังหน้าทำเนียบรัฐบาล โดยมี พลเอก สฤษดิ์ ธนะรัชต์ (ยศขณะนั้น) ร่วมด้วย พร้อมกับกล่าววาจาอมตะก่อนสลายตัวว่า “พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ”
http://th.wikipedia.org/wiki/2_%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

3 เมษา พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) – ความไม่สงบในภาคใต้ของประเทศไทย : เกิดเหตุลอบวางระเบิดที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ห้างคาร์ฟูร์หาดใหญ่ และโรงแรมในตัวเมืองจังหวัดสงขลา มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
http://th.wikipedia.org/wiki/3_%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99

จากมุขเล่นๆ ตลก กับno name no body no boy no lady ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ก็ความเป็นไทย เท่ากับปรองดองได้หรือไม่่ ก็เราไม่ได้อยู่ในประเทศรัสเซีย ที่ปูตินได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่สาม ซึ่งผมนึกถึงเรื่องหนังสือNo logo ในแง่การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นต่างๆ นานา
โดยการเปิดประเด็นจากเรื่องแบรนด์ ตามด้วยประวัติของนาโอมิ ไคลน์ และหนังสือบวกกับoccpy และแนววิเคราะห์แบรนด์พื้นที่ สื่อ ธุรกิจ และปรัชญา ต่อมาทัศนะทางเลือก ก็อธิบายตามหนังสือเนื้อหากิจกรรมการเมือง และวอล์ดิสต์นีย์ กับทุน ต่อมาคือเก่งกิจ จนกระทั่งการเมืองไทย ซึ่งผมเปิดประเด็นเกษียร บอกนาโอมิ เป็นมารกซฺสม์ เพราะผมนั่งคุยหยอกล้อกับพี่ต๋อม นิดหน่อย แล้วร่ายเรื่องโลกาภิวัตน์การค้า ขนส่ง แรงงานส่งเสื้อผ้าป้ายราคา และการต่อสู้ทุน รัฐ ซึ่งมารกซ์ กล่าวว่าต้องเปลี่ยนแปลงโลก มองแง่ดี เห็นด้วยกับหนังสือคนพูด แต่หนังสือโนโลโก้ฉบับภาษาอังกฤษ ผมเห็นมาแล้วในตู้หนังสือของมูลนิธิเอ็นจีโอ ต้องสู่การปฏิบัติ คร่าวๆ ของผม น่ะครับ
ดุเพิ่มเติม เกษียร เตชะพีระ: ธรรมาภิบาล VS ประชาธิปไตย สังคมไทยต้องเลือก …
7 พ.ค. 2011 – … ‘มิลตัน ฟรีดแมน’ ซึ่งนาโอมิ ไคลน์ นักวิชาการฝ่ายซ้ายตีความว่าเป็นลัทธิช็อกซึ่งมีหลักการในการทำการตลาดแนวคิดเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่กับนักการเมือง …
http://prachatai.com/journal/2011/05/34426
Fences and Windows
วิจารณ์หนังสือ Fences and Windows(ถูกแแปลเป็นไทยว่ารั้วแห่งการกักกัน หน้าต่างแห่งโอกาส ยุทธศาสตร์ใหม่ของประชาชนในสมรภูมิโลกาภิวัตน์)
บทความนี้แปลจากข้อเขียนเรื่อง Why Naomi Klein needs to grow up(ถูกแปลว่าเพราะเหตุใดNaomi Klein ต้องเรียนรู้เป็นผู้ใหญ่) ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร The Economist ซึ่งเป็นนิตยสารที่สนับสนุนการค้าเสรีและโลกาภิวัตน์ ฉบับวันที่ 7 พฤศจิกายน 2002…
http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:CLBk1vM2Oa4J:www.ftadigest.com/fta/bookKlein.html+%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B4+%E0%B9%84%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C+window&cd=1&hl=th&ct=clnk&gl=th&fb_source=message

เมื่อหนังของผมฉายไปแล้วในเทศกาลภาพยนตร์ บินข้ามลวดหนาม4 (Fly beyond the Barbwire Fence Festival)
>> Festival movies introduction / แนะนำภาพยนตร์ฉายโชว์ในเทศกาล
>> Festival in-competition line ups / แนะนำภาพยนตร์สายประกวดในเทศกาล
>> FFFest 4’s Timetable / ตารางเวลาเทศกาลบินข้ามลวดหนามครั้งที่ 4
——————————————————————————————————————–
About Fly beyond the Barbwire Fence Festival
FFFest, started on 29 Mar 2008, is an art and culture festival that promotes human rights and peace in the society of diverse ethnic and national members, religious, gender and social backgrounds.
The 4th FFFest ‘The Assembly of Samurais’, organizedby Friends Without Borders Foundation together with Thai Film Directors Association, Thai Film Foundation, Thai Film Archive, Project for Local Empowerment, NHRC’sSub-committee on Civil and Political Rights, will be organized during 29 Mar -1 Apr 2012 at CMU Art Museum, Nimmanhemin, Chiang Mai. It will be a film festival of various ethnic and national young VS professionals filmmakers together with art exhibition, food & craft market, cultural performance and world music concert. All films screened are received permissions from the copyright owners.
With art and cultural media including films as weapons, a samurai fights against all injustice and discriminations. All of you and the artists who join the festival are ‘Samurais’. We will jointly declare the space for human rights, democracy and peace.
เทศกาลบินข้ามลวดหนาม เป็นเทศกาลศิลปวัฒนธรรมรอบ 18 เดือน เพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสันติภาพในการอยู่ร่วมกันของกลุ่มชนหลากหลายชาติพันธุ์ ศาสนา เพศ และภูมิหลังความเป็นมาในสังคมไทย เริ่มต้นจัดครั้งแรกเมื่อ 29 มี.ค. 2551
เทศกาลบินข้ามลวดหนาม ครั้งที่สี่ “ตอนชุมนุมซามูไร” โดยมูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดน ร่วมด้วยสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, มูลนิธิหนังไทย, หอภาพยนตร์, โครงการ PLE, อนุกรรมการเพื่อสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และไทยพีบีเอส จะจัดตรงกับวันที่ 29 มี.ค. – 1 เม.ย.2555 ที่หอศิลปวัฒนธรรม ม.ช. ถ.นิมมานเหมินทร์ เชียงใหม่ โดยในปีนี้ จะเป็นเทศกาลภาพยนตร์ของเยาวชนหลากชาติพันธุ์และเยาวชนไทย ประชันกับงานภาพยนตร์ของผู้กำกับที่มีชื่อเสียงทั้งไทยและต่างประเทศซึ่งได้รับการอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ร่วมด้วยกิจกรรมพบปะพูดคุยกับศิลปินในประเด็นศิลปะและสังคม นิทรรศการศิลปะ ตลาดอาหารและหัตถกรรมพื้นถิ่น และเวทีการแสดงวัฒนธรรมและดนตรีร่วมสมัยผสานพื้นบ้าน
ด้วยสื่อศิลปวัฒนธรรมหลากแขนงเป็นอาวุธในมือ เหล่าซามูไร ซึ่งคือนักต่อสู้เพื่อคุณธรรมและความถูกต้อง หันเข้าโรมรันกับความอยุติธรรม อคติ และความคิดเชิงแบ่งแยกทั้งหลาย ทุกท่านที่เข้าร่วมชมงานและศิลปินหลากแขนงล้วนคือซามูไร และเราจะร่วมกันประกาศความมุ่งหมายต่อสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และสันติภาพของสังคมไทยด้วยกัน
http://www.friends-without-borders.org/news.php?id=34
(แน่นอนรายละเอียดอุปสรรค และเบื้องหลังบางคนไม่ได้ฉายก็มีแต่เป็นความลับ)

หากChungking express ในความรักของคู่ตำรวจสายตรวจกับสาวพนักงานร้านฟาสท์ฟู้ด เกี่ยวกับapril fool’s dayซึ่งเธอเห็นเขาซื้ออาหารค่ำไปกินที่บ้านกับแฟนสาวที่เป็นพนักงานบริการบนเครื่องบิน หน้าที่เธอและหญิงสาวของเขาแทบจะไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก เพียงแต่เธอไม่ได้บินเท่านั้น เอง ซึ่งหนังของหว่องกาไว เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวเมืองใหญ่ในแง่มุมความสัมพันธ์อันลึกซึ่งระหว่างผู้คน โดยเปรียบเทียบกับหนังหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นAshes of time เป็นหนังเล่าเรื่องไม่ธรรมดาบางคนบอกดูไม่รู้เรื่อง แต่หนังเรื่องIn the mood of love เป็นการเปลี่ยนแปลงจากภาพประเภทสั่นไหว และslow speed เหมือนChungking express หรือDays of Being Wildถูกเปลี่ยนมาเป็นภาพแบบรู้สึกนิ่งเนิบนาบแทนIn the mood for love ในวาระเปลี่ยนผ่านของสังคมไทย อันเป็นนัยยะจากสภาพที่สะท้อนปัญหาภาคใต้ และระเบิดล่าสุด หลากหลายทฤษฎีไม่ว่าจะประเด็นแย่งแยกดินแดนเหมือนจะย้อนกลับมาอีกครั้ง ทำให้ผมอยากคิดถึงเรื่องหนังIn the Mood for Love ในแง่วาระของฮ่องกงต้องกลับสู่จีนเป็นหนังที่ใส่ใจ รายละเอียดของความสัมพันธ์ในครอบครัว คนรัก และแหวน เป็นสัญลักษณ์In the mood for love เป็นฉากประกอบสายฝนบ่อยๆ หรือสายฝนตกช่วยชำระล้างใจ

เมื่อผมตื่นจากฝันตอนเช้าคิดถึงงานหนังส้้นมาผ่อนคลายเพลงกับหนัง…บทเพลงขอพบในฝัน ก็นึกถึงลิมโบ เมื่อผมอ่านนิยายของซาสตร์ ฉบับภาษาอังกฤษ ในชื่อนิยายnausea(มีคนแปลชื่อนืยายว่าความคลื่นเหียน) เจอประโยคแนวอัตถิภาวะนิยมโยงไปถึงลิมโบ แต่มันอาจจะไม่ยากขนาดนั้นก็ได้ อาจจะเป็นแค่เพลงอย่างที่ผมชอบ คือ หนังอินซิบชั่น…Inception, Limbo is a deep subconscious level, far beyond false awakening, and a state in which the characters may be trapped indefinitely. Limbo is a major plot point in the film เป็นเรื่องหนังอินเซ้บชั่นและการฟื้นตื่นจากหลับภายใต้เซลล์สมอง ราวเส้นโลหิตของสมองพักผ่อนแล้วนึกหวนถึงเพลงดังกล่าว เจอกันใหม่ ในฐานผมคิดถึงบริบInception ซึ่งปรากฏในหนังสือSIAM MAPPED ที่มีการสร้างระบบคำเรียกชื่อเปลี่ยนจากสยามเป็นไทย เกี่ยวพันInceptionในแง่่หนึ่ง แต่จริงๆ บ่่นๆไปเรื่อยไม่มีอะไรยากซับซ้อนหรอก แค่ฟังเพลงไพเราะผ่อนคลายเอง ….จากกงกรรมกงเกวียน ในที่สุดเหมือนเลี้ยวรถกลับมาสรุปสั้นๆ…นอน…..ราตรีสวัสดิ์ ครับ
paris i love you หรือ ภาพยนตร์ “Paris,Je t’aime” ( แบ่งตามย่านของภาพยนตร์แต่ละตอน ) เป็นหนังสั้น 18 เรื่องจากผู้กำกับ18ตนเล่าเรื่องความรัก ในแต่ละย่านจากตัวละครหลากหลายอาชีพ เชื้อชาติ ศาสนา และชีวิตต่างๆ นานาถ้าการเดินทางบนถนนทางหลวง หรือการเดินทางโบกรถ เพื่อแสวงหาของฮิปปี้ในอดีต จนกระทั่งการเดินทางในรูปแบบต่างๆ ที่มีนักท่องเที่ยว ในแง่แสวงหาความหมายของคุณค่าของการเดินทางนั้น เป็นเรื่องน่าสนใจ ต่อ(ย่าน 14) : “มหานครแห่งรัก” กำกับโดย อเล็กซานเดอร์ เพย์น (Sideways)นักท่องเที่ยวอเมริกันสาวเพิ่งเข้าใจและยอมรับตัวตนที่แท้จริงของเธอเองเมื่อเดินผ่านย่าน 14 ของมหานครปารีส ซึ่งเป็นอารมณ์ขันและบทสรุปโดนใจของภาพยนตร์เรื่อง Paris,Je t’aime ได้อย่างลงตัวสุด ๆ
ทำไม ผมสนใจเรื่องการเดินทางในหนังสั้นย่านที่ 14 ก็ง่ายๆ อยากมีโอกาสไปที่นั่นมั่ง เพราะว่า ผมคิดว่า เรื่องย่าน 14 น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเธอเดินทางไปเยี่ยมหลุมศพ นักเขียนชื่อดังของฝรั่งเศส เช่น ซาสตร์ นักเขียน นักปรัชญาอัตถิภาวะนิยม และคุ่รักของเขา คือ ซีโมน เดอบัวร์ เป็นต้นกำเนิดเฟมินิสต์ ต่างๆ ทำให้ผมรู้จักฝรั่งเศสมากขึ้น และผมได้ดูภาพยนตร์ผ่านเรื่องราวต่างๆ ก็มีความสุข แม้ไม่เคยไปฝรั่งเศส จึงมีเพียงจินตนาการข้ามขีดจำกัดของความเป็นจริงเท่านั้น น่ะครับ

ข่าวว่าจะมีการสร้างหนัง1984 อีกครั้งโดยฮอลลีวู้ด ซึ่งการนิยามหนังเรื่อง1984 เป็นภาพยนตร์ที่สร้างกันมาหลายครั้ง จากนิยายวิทยาศาสตร์คลาสสิก เรื่อง Nineteen Eighty – Four (ค.ศ. 1949) ของ George Orwell ซึ่งทุกวันนี้ ก็ยังเป็นหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์ที่น่าอ่านอยู่ ภาพยนตร์เรื่อง 1984 ที่สร้างเป็นภาพยนตร์จอเงินได้ดีที่สุด คือ ฉบับสร้างเมื่อ ปี ค.ศ. 1984 มี John Hurt และ Richard Burton เป็นดารานำ ฉบับที่สร้างออกมาพอดูได้ คือฉบับสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1958 นำแสดงโดย Edmon O’ Brien และ Jan Sterling 1984 เป็นเรื่องของสังคมอนาคตที่รัฐ มีอำนาจเผด็จการ เหนือความคิดและพฤติกรรมของคนในสังคม คนในสังคมมีหน้าที่กำหนดโดยรัฐ และถูกจับตาอยู่ตลอดเวลา ภาพลักษณ์ ที่เด่นชัด จากภาพยนตร์และนิยาย 1984 คือ ภาพใบหน้าของมนุษย์ผู้ชาย กำลังทำหน้าตาเขม็งมองดูคนกำลังดูภาพอย่างไว้อำนาจ พร้อมด้วยข้อความ “Big Brother is Watching You” หรือ “พี่ใหญ่กำลังจับตาดู
เมื่อเราคิดถึงเรื่องBig brother จับตาคุณอยู่ในปี1984 เกิดอะไรขึ้นกับการทรมานจูเลีย ในหนังและหนังสือ ก็เราไม่เห็นภาพว่าผู้หญิงถูกทรมานมากกว่าวินสตันในเรื่อง1984แค่่่ไหน หรือถูกข่มขืนบังคับจิตใจ แต่่ถ้าคืดเรื่องสัตว์ประท้วงอย่างanimal farmของจอร์จ ออร์เวล คนเขียนนิยายคนเดียวกัน และถ้าสัตว์เกิดพูดได้คงเรียกร้องสิทธิกัน นะครับ

เมื่อผมต้องนึกถึงภาวะของการเขียนปั่นงาน ฯลฯ โดยภาพบันทึกการเข้าร่วมเข้าค่ายวรรณกรรมเสร็จแล้ว นำภาพมาฝากนักเขียนรุ่นเดอะ ใช้เครื่องพิมพ์ดีดด้วย ส่วนตัวมาตามหา สถานที่ของหนังIn the mood for love ที่ถ่ายทำฉากตึกหนังสือพิมพ์ซิงเสียนเยอะเป้า กำลังซ่อมแซม ปรับปรุง ที่กทม.และผมถ่ายภาพ พร้อมวิดิโอหลายภาพ มีทั้งสถานีดับเพลิงบางรัก เพราะหนังIn the mood for loveเป็นหนังเล่าถึงเรื่องยุค1960กับสองหนุ่มสาว ฝ่ายหนึ่งทำงานหนังสือพิมพ์ชอบอ่านนิยายกำลังภายในคิดอยากเขียนนิยาย กับอีกฝ่ายชอบอ่านนิยายทำงานเป็นเลขาฯ ทั้งสองเช่าห้องติดกันในชุมชนชาวเชี่ยงไฮ้ที่ย้ายมาอยู่ในฮ่องกง เพราะบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ทั้งคู่เป็นสองสามีและภรรยา ที่คู่สมรมเดินทางบ่อยต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง และหนังเต็มไปด้วยบรรยากาศความวิตกกังวลไม่แน่นอนวาระคืนเกาะฮ่องกงให้จีน แต่ละคนทำตัวให้ดูดีแต่งกายสวยงาม แม้ว่าภายในเต็มด้วยความทุกข์ แล้วการเช่าห้องติดกันทำให้เพื่อนบ้านสนิทกันเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งมีความอบอุ่น ผูกพัน แต่ความเป็นส่วนตัวหายไป โดยหนังใช้โลเกชั่นในกรุงเทพฯ ที่บรรยากาศฮ่องกงในอดีตหายไป เช่น โลเกชั่นสนพ.ซิงเสียนเยอะเป้าและสถานีดับเพลิงบางรัก ส่วนโลเกชั่น ที่พระเอกพูดถึงความลับก็ไปถ่ายทำมุมกล้องถึงนครวัดของกัมพูชา… (ลองหาดูเนื้อหาคนอธิบายหนังของหว่องฯ และดูหนัง In the Mood for love น่ะครับ) ก่อนออกกทม.อยู่สถานีหมอชิตถึงสถานีรถไฟ เป็นเรื่องส่วนตัวผมออกเดินทางไปต่างจังหวัด น่ะครับ

-เชื่อหรือไม่! นักวิจัยแฉเฟซบุ๊คทำให้คนหลงตัวเองอย่างรุนแรง
วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา19:04:40 น.
รายงานข่าวแจ้งว่า ผลวิจัยทางจิตวิทยาพบว่าเฟซบุ๊คและสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆจะครอบงำภาพลักษณ์ของแต่ละคนและทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนเป็นแบบผิวเผิน
นักวิจัยได้สร้างความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างจำนวนเพื่อนที่มีบนเฟซบุ๊คและระดับความหลงตัวเอง เพื่อยืนยันผลสรุปจากสิ่งที่น่าสงสัยหลายๆอย่างของสื่อสังคมออนไลน์
นักวิจัยได้พบหลักฐานที่มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น คนที่อายุน้อยๆมักจะหลงตัวเองมากขึ้น และจะถูกภาพลักษณ์ที่ตัวเองสร้างเข้าครอบงำและมีความสัมพันธ์กับเพื่อนแต่ผิวเผิน ในงานวิจัยชิ้นล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Personality and Individual Differences คนที่ได้คะแนนสูงจากการทำแบบสอบถาม Narcissistic Personality Inventory มักจะมีเพื่อนเป็นจำนวนมากบนเฟซบุ๊ค พวกเค้าจะได้รับการแท็กชื่ออยู่บ่อยๆและมีการอัพเดทหน้าวอลเป็นประจำ นอกจากนี้คนที่หลงตัวเองมักจะเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ตัวเองบ่อยๆและโต้ตอบอย่างก้าวร้าวกับคนที่มาคอมเม้นท์ในเชิงไม่ดีบนหน้าวอลของพวกเค้า
ยังมีงานวิจัยหลายชิ้นก่อนหน้านี้ที่พบความเชื่อมโยงระหว่างการหลงตัวเองและการใช้เฟซบุ๊ค แต่งานวิจัยชิ้นนี้เป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบนเฟซบุ๊คและองค์ประกอบที่เป็นอันตรายของการหลงตัวเอง นักวิจัยจาก Western Illinois University ได้ทำการศึกษานิสัยการใช้เฟซบุ๊คของนักศึกษา 294 คน ที่มีอายุระหว่าง 18 – 65 ปี โดยทำการวัดผลเสียเชิงสังคมของการหลงตัวเองสองตัว อันได้แก่ grandiose exhibitionism (GE) และ entitlement/exploitativeness (EE)
GE ประกอบไปด้วย ”แนวโน้มความเห็นแก่ตัว, ความหยิ่งยะโส, ความรู้สึกเหนือกว่าผู้อื่นและการแสดงความโอ้อวด” คนที่ได้คะแนนสูงๆในแง่มุมเหล่านี้มักจะทำให้ตัวเองเป็นเป้าของความสนใจอย่างสม่ำเสมอ พวกเค้ามักจะพูดเรื่องที่ทำให้กลายคนช็อคได้อยู่บ่อยๆ รวมถึงเปิดเผยตัวเองมากเกินไปจนไม่เหมาะสม เพราะพวกเค้าไม่สามารถทนต่อการถูกละเลย หรือไม่ยอมปล่อยให้โอกาสที่จะโปรโมตตัวผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์
ส่วน EE จะประกอบไปด้วย “ความรู้สึกที่ตนเองสมควรจะได้รับความนับถือและความพยายามที่จะบงการและใช้ประโยชน์จากบุคคลอื่น” คนที่ได้คะแนน GE สูงๆ ก็จะมีจำนวนเพื่อนบนเฟซบุ๊คเยอะ ซึ่งบางคนอาจจะมีเพื่อนมากกว่า 800 คนทีเดียว
ผลการวิจัยพบว่าคนที่ได้คะแนนสูงทั้ง EE และ GG จะมีแนวโน้มยอมรับการขอเป็นเพื่อนจากคนแปลกหน้าได้ง่ายและมักจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น (แต่จะไม่ค่อยช่วยคนอื่น
Carol Craig นักวิทยาศาสตร์ด้านสังคมและผู้บริหารของ Centre for Confidence and Well-being กล่าวว่า คนที่อายุน้อยๆในอังกฤษเริ่มเป็นคนที่หลงตัวเองมากขึ้นและเฟซบุ๊คก็เป็นต้นเหตุของอาการนี้ ด้วยระบบการศึกษาที่มุ่งเน้นความสำคัญไปที่ self esteem (การที่คุณเป็นอย่างไรในสายตาคนอื่น) ในขณะที่เฟซบุ๊คเป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้ผู้คนใช้สำหรับโปรโมทตนเอง ด้วยการเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ที่ดูดีและแสดงให้เห็นถึงเพื่อนในเครือข่ายที่มีจำนวนมาก”
Dr Viv Vignoles อาจารย์อวุโสสาขาจิตวิทยาสังคมจาก Sussex Universityกล่าวว่า การวิจัยครั้งนี้คือหลักฐานที่ชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่านักศึกษาในอเมริกากำลังมีอาการหลงตัวเองมากขึ้น เขายังเสริมด้วยว่า ”แต่ว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับนักศึกษาหรือคนที่มีอายุน้อยๆในประเทศอื่นหรืเปล่ามันคงยังเป็นคำถามปลายเปิด ที่ต้องพิสูจน์กันต่อ
Vignoles กล่าวว่าธรรมชาติของความสัมพันธ์ในการศึกษาครั้งล่าสุดนี้ มันเป็นการยากที่จะระบุว่าการหลงตัวเองนำไปสู่พฤติกรรมบางอย่างในการใช้เฟซบุ๊คหรือ พฤติกรรมการใช้เฟซบุ้คนำไปสู่การหลงตัวเอง หรือทั้งสองสิ่งนี้เกิดควบคู่กัน
Christopher Carpenter ผู้ที่ทำการวิจัยครั้งนี้กล่าวว่า ” ผลกระทบด้านมืดของเฟซบุ๊คจำเป็นต้องได้รับการวิจัยและศึกษาเพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจแง่มุมที่เป็นประโยชน์และแง่มุมที่เป็นอันตรายเชิงสังคมให้ลึกซึ่งยิ่งขึ้น ถ้าหากเฟซบุ๊คเป็นสถานที่ที่ผู้คนเข้ามาเพื่อแก้ไขอีโก้ของตนเอง และหาการสนับสนุนทางสังคม มันจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องค้นหาผลลบของการสื่อสารที่เป็นไปได้บนเฟซบุ๊ค และคนกลุ่มไหนที่จะได้รับผลกระทบบ้าง”
ที่มา : DailyGizmo
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1332332080&grpid=03&catid=&subcatid=

Mies van Rohe (ลุดวิก มีส ฟาน เดอร์ โรห์) ผู้บุกเบิกแห่งวงการสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
ลุดวิก มีส ฟาน เดอร์ โรห์ (เยอรมัน: Ludwig Mies van der Rohe) (27 มีนาคม ค.ศ. 1886 – 17 สิงหาคม ค.ศ. 1969) เป็นสถาปนิกชาวเยอรมัน เขามักรู้จักในชื่อ มีส ฟาน เดอร์ โรห์ ซึ่งเป็นนามสกุลของเขา โดยนักศึกษาอเมริกันและอื่น ๆ
ลุดวิก มีส ฟาน เดอร์ โรห์ รวมถึงวอลเตอร์ โกรเปียส และเลอกอร์บูซีเย ได้รับการนับถืออย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้บุกเบิกแห่งวงการสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ มีสก็เป็นคนหนึ่งในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่สนใจที่เสาะแสวงหารูปแบบทางสถาปัตยกรรมแบบใหม่ ๆ ที่สามารถสื่อถึงยุคใหม่ เฉกเช่นที่ในยุคคลาสสิคหรือยุคกอธิค ที่มีมาก่อน เขาสร้างสรรค์รูปแบบสถาปัตยกรรมในศตวรรษที่ 20 ที่เห็นชัดถึงความโปร่งและความเรียบง่าย อาคารออกแบบของเขาจะใช้วัสดุสมัยใหม่ อย่างเช่น เหล็ก แผ่นกระจก เพื่อแสดงขอบเขตสถาปัตยกรรมภายใน เขามุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่ใช้โครงสร้างน้อยชิ้นในการจัดระเบียบโครงสร้างอย่างสมดุล ต่อพื้นที่เปิดโล่งอิสระ เขาเรียกอาคารของเขาว่า สถาปัตยกรรม ‘ผิวหนังและกระดูก’ เขายังเสาะหาเหตุผล ในการออกแบบที่เป็นแนวทางกับขั้นตอนการออกแบบทางสถาปัตยกรรม ที่เป็นที่รู้จักในวิธีที่เรียกว่า ‘น้อยดีกว่ามาก’ (less is more) และ God is in the details
http://variety.horoworld.com/9822_ludwig-mies-van-der-rohe-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-logo-goog

10 อาชีพเสี่ยงโรคซึมเศร้า – ใช่คุณหรือเปล่า???
วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 17:15:26 น.
โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่ทำให้เกิดการป่วยทางอารมณ์ อาการป่วยนี้สามารถเกิดขึ้นหลังจากมีเรื่องเครียด หรืออาจเป็นได้ทั้งๆที่ไม่มีเรื่องเครียด บางรายอาจมีเรื่องเครียดเพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยจะมีภาวะซึมเศร้า และเปลี่ยนไปจากเดิมชัดเจนและมีโอกาสฆ่าตัวตายได้ถ้าเป็นมากๆ อย่างไรก็ดีทั้งตัวผู้ป่วยเอง และญาติมักสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยมีความผิดปกติขึ้นแล้ว ในบางรายที่พอมีความรู้มักมารับการรักษาได้ค่อนข้างเร็ว
ในปัจจุบันมีผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามากขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นผลมาจากการสภาพสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ซึ่งเว็บไซต์ เฮลท์ ดอท คอม ได้ทำการสำรวจอาชีพที่มีโอกาสจะป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามากกว่าอาชีพอื่นๆ ไว้ทั้ง หมด 10 อาชีพ ได้ผลดังนี้
1. พยาบาลตามบ้านและผู้ดูแลเด็ก
คริสโตเฟอร์ วิลลาร์ด นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยทัฟต์ส กล่าวว่า ผู้ที่ต้องทำหน้าที่ในการดูแลผู้อื่นเป็นการส่วนตัว อย่างเช่น พยาบาลตามบ้านและผู้ดูแลเด็ก มีแนวโน้มที่จะป่วยด้วยโรคซึมเศร้าสูงมากที่สุด เพราะพวกเขาต้องคอยดูผู้อื่นอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการป้อนอาหาร หรืออาบน้ำ แต่กลับไม่ได้รับคำแสดงความขอบคุณ หรือแสดงความซาบซึ้งใจกลับมา เพราะคนผู้ที่ถูกดูแลมักจะป่วยหรือเด็กเกินไป หรือไม่ก็รู้สึกว่า สิ่งที่พวกเขาทำเป็นหน้าที่ เป็นการทำงานแลกกับเงินอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องขอบคุณแต่อย่างใด
2. พนักงานเสิร์ฟอาหาร
นั่นเป็นเพราะพนักงานเสิร์ฟจะต้องคอยก้มหน้ารับฟังคำสั่งของทุกคนในร้านตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นจากลูกค้า จากพ่อครัวและจากพนักงานร้าน ทั้งหมดเพื่อแลกกับเงินค่าจ้างที่ค่อนข้างต่ำ โดยจากการสำรวจพบว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานเสิร์ฟที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง และ 15 เปอร์เซ็นต์ในนั้นเป็นผู้หญิง
“นี่เป็นอาชีพที่คนจะรู้สึกขอบคุณพวกเขาน้อยมาก ผู้คนมักแสดงความไม่สุภาพกับพวกเขาทั้งคำพูดและท่าทาง ซึ่งเมื่อคนเราเกิดความรู้สึกเครียดมันก็คงจะเป็นเรื่องยากที่จะมีแรงจูงใจในการทำงาน” เดเบอร่าห์ เลกจ์ ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิตกล่าว
3. นักสังคมสงเคราห์
หลายคนคงรู้สึกประหลาดใจที่นักสังคมสงเคราะห์เป็นอาชีพเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าสูงในอันดับต้นๆ เพราะเรามักมีภาพของความเป็นผู้ให้และเสียสละของพวกเขาอยู่ในใจ จนลืมคิดไปว่า งานของพวกเขาเป็นงานที่ต้องติดต่อกับผู้คน ซึ่งมีหลายรูปแบบและมีหลายปัญหาให้ต้องแก้ไข
นักสังคมสังเคราะห์มักต้องทำงานกับคนที่มีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ จึงจำเป็นต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ และหากไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคนเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่ ก็จะสร้างความผิดหวังให้กับทั้งตัวนักสังคมสงเคราะห์และผู้ต้องการความช่วยเหลือเอง ซึ่งก็จะต้องนำมาซึ่งความเครียดอย่างเลี่ยงไม่ได้
“เรามักจะมองว่ามันเป็นงานที่ดี แต่คุณต้องทำงานอย่างหนักและทุ่มเทมาก นักสังคมสงเคราะห์ต้องทำงานกับคนที่ต้องการความช่วยเหลือ มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะทำงานแบบผ่านๆ ผมเห็นนักสังคมสงเคราะห์ต้องเลิกทำงานนี้ไปในเวลาอันรวดเร็วบ่อยมาก” คริสโตเฟอร์ วิลลาร์ด นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยทัฟต์ส กล่าว
4. แพทย์ พยาบาลและนักบำบัดโรคต่างๆ
ธรรมชาติของการประกอบอาชีพที่ต้องเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของผู้อื่นอย่าง แพทย์ พยาบาลและนักบำบัดโรคต่างๆ ก็คือการต้องทำงานโดยแบกรับความหวังหรืออาจจะหมายถึงการมีชีวิตรอดของผู้อื่นเอาไว้ คงไม่ใช่เรื่องแปลกหากคนเหล่านี้จะรู้สึกเครียดกับงานที่ทำ
“คุณต้องเจอคนป่วย คนตายและต้องเผชิญหน้ากับญาติของพวกเขาทุกวัน มันเหมือนกับว่าโลกทั้งใบมันมีแต่เรื่องเศร้า” คริสโตเฟอร์ วิลลาร์ด นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยทัฟต์ส กล่า
5. ศิลปินและนักเขียน
อาชีพศิลปินและนักเขียนดูผิวเผินเหมือนจะเป็นอาชีพที่ปราศจากความเครียด นั่นเป็นเพราะเราไม่ได้มองไปที่ขั้นตอนการทำงานของพวกเขา ว่ากว่าที่จะมีผลงานออกมาให้เราได้ชื่นชม พวกเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง
“สิ่งหนึ่งที่ฉันเห็นมากในกลุ่มศิลปินหรือนักเขียนก็คือ พวกเขามักป่วยด้วยโรคอารมณ์แปรปรวน คนกลุ่มนี้มักไม่รู้และไม่ได้รับการรักษาเรื่องอารมณ์ที่แปรปรวน เพราะความเชื่อที่ว่าศิลปินก็ต้องมีอารมณ์ขึ้นลงเป็นธรรมดา” เดเบอร่าห์ เลกจ์ ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิตกล่าว
6. ครู
พวกเขาต้องทำงานอย่างหนัก นอกจากงานสอนเด็กๆ แล้วก็ยังมีอย่างอื่นให้ต้องทำอีก ซึ่งทำให้หลายๆ ครั้งต้องเอางานกลับไปทำที่บ้าน แค่นึกถึงการต้องรับมือกับลูกศิษย์หลาย 10 คนในแต่วันก็เหนื่อยแล้ว เพราะฉะนั้นคงไม่ใช่เรื่องแปลก หากครูจะเป็นอาชีพที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าสูง
“พวกเขามีความกดดันในหลายด้าน ทั้งจากนักเรียน จากผู้ปกครอง จากการพยายามทำตามมาตฐานของโรงเรียน” คริสโตเฟอร์ วิลลาร์ด นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยทัฟต์สกล่าว
7. เจ้าหน้าที่สนับสนุนการขาย
เจ้าหน้าที่สนับสนุนการขายมักต้องปวดหัวกับความต้องการที่มากมายของผู้อื่น แต่ตัวเองกลับควบคุมอะไรต่างๆ ได้น้อยมาก พวกเขาเป็นเหมือนหน้าด่านในการรับออร์เดอร์จากลูกค้าทั่วทุกสารทิศ แต่กลับเป็นอันดับล่างสุดในสายงานการขาย
“ไม่ต่างอะไรจากถังขยะ พวกเขาไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าต้องเจออะไรในแต่ละวัน แต่พวกเขาต้องทำให้การทำงานของคนอื่นง่ายขึ้น” เดเบอร่าห์ เลกจ์ ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิตกล่าว
8. เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุง
เพราะทุกครั้งเราจะเจอพวกเขาก็ต่อเรามีปัญหาหรือมีความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งหมายความว่าเราคาดหวังว่าได้รับคำตอบที่น่าพอใจ หรือต้องการให้ปัญหาที่มีอยู่ละล่วงไปด้วยดี ความคาดหวังของผู้อื่น การต้องทำงานไม่เป็นเวลา ทำให้อาชีพเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงกลายเป็นอาชีพที่มีความเครียดสูง
“อาชีพนี้อาจจะมีรายได้สูง แต่พวกเขาก็มักถูกโดดเดี่ยวและในบางครั้งก็อาจจะเป็นอันตรายได้ง่ายได้ด้วย” คริสโตเฟอร์ วิลลาร์ด นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยทัฟต์สกล่าว
9. นักบัญชีหรือที่ปรึกษาด้านการเงิน
แค่ได้ยินชื่อก็มองเห็นความเครียดลอยมาตรงหน้าแล้ว คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากจะจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ หลังการเกษียณของตัวเอง นั่นหมายความว่าคนที่ประกอบอาชีพนี้ต้องดูแลเงินของคนมากมายมหาศาล
“คนพวกนี้ต้องดูแลรับผิดชอบกับเงินของคนอื่นๆ มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าหากคุณทำงานของลูกค้าหายไป คนพวกนี้มักถูกลูกค้าตะโกนใส่หน้าเป็นประจำ” เดเบอร่าห์ เลกจ์ ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิตกล่าว
10. เซลล์
อาชีพเซลล์เป็นอาชีพที่เต็มไปด้วยความเครียดอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะนอกจากต้องรับมือกับลูกค้ามากมายหลายสไตล์แล้ว พวกเขายังต้องเครียดกับเรื่องยอดขายที่มันหมายถึงเงินค่าคอมมิสชั่นอีกด้วย
แม้ทั้ง 10 สายงานที่ได้กล่าวไปข้างต้น จะเป็นอาชีพที่มีโอกาสจะป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามากกว่าอาชีพอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ประกอบอาชีพเหล่านี้หรือสนใจอยากจะประกอบอาชีพเหล่านี้ควรจะเปลี่ยนความคิดหรือเปลี่ยนสายงาน
เพียงแค่ทำความเข้าใจว่าอาชีพที่ท่านสนใจหรือทำอยู่นั้น มีความเสี่ยงมากกว่าอาชีพอื่น แล้วหาทางผ่อนคลายความตึงเครียดที่อาจจะต้องเจอในแต่ละวัน เพื่อลดความเสี่ยงในการป่วยด้วยโรคซึมเศร้าลง เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว
เพราะหากจะว่ากันจริงๆ คงไม่มีอาชีพไหนที่ไม่มีปัญหาและไม่มีความเครียดอยู่เลย
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1332495598&grpid&catid=09&subcatid=0902

คนประสบความสำเร็จ “นอน” กี่ชั่วโมง โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
คำถามคือ แนวคิดนี้จริงหรือ แม้ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จหลายคน จะมีเวลานอนหลับพักผ่อนน้อยกว่าชาวบ้าน อย่าง “มาร์ธา สจ๊วต” หรือ “อินทรา นูยี” ซีอีโอค่ายเป๊บซี่ ที่มีเวลานอนแค่ 4 ชั่วโมง ส่วน “สตีฟ ไรเนมันด์” อดีตบอสเป๊ปซี่นอนคืนละ 5-6 ชั่วโมง
แต่บางทีการอุทิศเวลาให้กับการทำงานจนอดหลับอดนอน อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ที่ทำให้เราก้าวสู่ความสำเร็จเสมอไป อยู่ที่ความพอดีของแต่ละคนมากกว่า
“เดวิด โวลปิ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ ระบุว่า โดยทั่วไปผู้ใหญ่ต้องการเวลานอนหลับ 8 ชั่วโมงต่อคืน แต่สำหรับบางคนอย่างไรเนมันด์ การนอนแค่ 6 ชั่วโมงก็อาจเพียงพอแล้ว
“หากคุณนอน 6 ชั่วโมงต่อคืน และรู้สึกว่าเพียงพอแล้วเมื่อตื่นขึ้นมา ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยล้าในช่วงระหว่างวัน นั่นเป็นสิ่งที่บอกคุณได้แล้ว เพราะร่างกายจะประท้วงเราเองเมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอ”
ในบรรดาคนที่นอนหลับ 8 ชั่วโมง มีไม่น้อยที่ค้นพบหนทางสู่ความสำเร็จ โดยที่ยังได้พักผ่อนเพียงพอเท่าๆ กับค่าเฉลี่ยของชาวอเมริกันที่นอนคืนละ 8.67 ชั่วโมง
“มานา ไอออเนสคู” เจ้าของบริษัทการตลาดดิจิทัล “ไลต์สแปน ดิจิทัล” เป็นคนหนึ่งที่เคยคิดว่า ต้องนอนให้น้อยลง จะได้มีเวลาทำงานมากขึ้น แต่ที่สุดแล้วผลที่ตามมาหลังอดนอน คือ ขับรถได้อันตรายมาก และแม้อุบัติเหตุจะไม่รุนแรง แต่เธอก็เสียเวลาไปมากกับเหตุการณ์นี้
นี่เป็นจุดเปลี่ยน ทำให้เธอปรับพฤติกรรม เข้านอนตั้งแต่ 5 ทุ่ม ตื่นตอน 7 โมงเช้า และทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป เธอบอกว่า สามารถทำงานได้มากขึ้น ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เจรจาธุรกิจก็ง่ายดายกว่าเดิม ทั้งที่นอนเยอะขึ้น เหลือเวลายามตื่นน้อยลง
“เจน เกลเซอร์” และเมื่อทดลองนอนให้น้อยชั่วโมงลง เธอกลับเหนื่อยล้าในช่วงบ่ายเจ้าของบริษัทคิวซีไอ เป็นอีกคนที่กระโจนขึ้นเตียงตั้งแต่ 4 ทุ่มครึ่ง และตื่นนอนหกโมงครึ่ง เพราะเธอไม่เชื่อว่าใครจะสามารถขับเคลื่อนบริษัทได้หากเวลานอนหลับมีจำกัดจำเขี่ย และเมื่อทดลองนอนให้น้อยชั่วโมงลง เธอกลับเหนื่อยล้าในช่วงบ่าย
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/world/20120323/443242/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88-%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%87.html

วันแห่งการนอนหลับโลก หายใจสะดวกหลับสบาย – หาหมอ.comhaamor.com/…/วันแห่งการนอนหลับโลก-หายใจสะดวกหลับสบา… – แคช
วันที่ 16 มีนาคม เป็น “วันแห่งการนอนหลับโลก” (World Sleep Day) ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยสมาคมเวชศาตร์การนอนหลับแห่งโลก (World Association of Sleep Medicine: WASM) เพื่อฉลองและเชิดชูผลงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ในด้านอายุรศาสตร์ เภสัชภัณฑ์ การรักษา การศึกษา และการขับเคลื่อนทางสังคมที่ส่งเสริมการนอนหลับ โดย WASM มีเป้าหมายที่จะช่วยลดภาระการนอนไม่หลับที่เป็นปัญหาสังคม ช่วยป้องกันการนอนไม่หลับ และการจัดการเมื่อเกิดปัญหานอนไม่หลับ
ปรกติจะพบการนอนกรนในผู้ที่น้ำหนักตัว 30 กิโลกรัมขึ้นไป ความผิดปรกติในการหายใจระหว่างหลับที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ภาวะหยุดหายใจแบบอุดกั้น (Obstructive sleep apnea: OSA) ที่มีสาเหตุจากกล้ามเนื้อคอส่วนบนหย่อน คลายตัวมากเกินไปขณะนอนหลับ จนขัดขวางทางเดินลมหายใจ ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดตกลง อาจเป็นได้ตั้งแต่ 10 วินาทีจนถึง 1 นาทีหรือนานกว่านั้น เมื่อสมองรับรู้การขาดออกซิเจนแล้ว ผู้นอนหลับอยู่ก็จะตื่นขึ้นเพื่อให้คอเปิดและหายใจ แล้วก็หยุดหายใจเป็นวงจรเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
เมื่อตื่นนอนตอนเช้า คนที่นอนกรนมักจะจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในความเป็นจริงเขาถูกขัดจังหวะการพักผ่อนนอนหลับอย่างรุนแรง ผู้ที่หยุดหายใจ นอนกรนตั้งแต่ขั้นปานกลางถึงขั้นรุนแรงมักจะตื่นเป็นร้อยครั้งทุกคืนโดยไม่รู้ตัว มีข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า ร้อยละ 4 และร้อยละ 2 ของผู้ชายและผู้หญิงในสหรัฐอเมริกา มีอาการ OSA และชาวเอเชียมีปัญหาการนอนกรน (Snore) และหายใจผิดปรกติมากกว่าคนยุโรป กล่าวคือผู้ชายร้อยละ 5–8.6 และผู้หญิงร้อยละ 2–5.7
แต่ก็มีงานวิจัยที่แสดงว่ามีคนอีกจำนวนมากที่ใช้ชีวิตอยู่กับ OSA โดยไม่ตระหนักถึงภัยนี้ มีการคาดการณ์ว่า 24% ของผู้ชายและ 9% ของผู้หญิง หรือ 14% ของผู้ใหญ่มีความผิดปรกตินี้ Edward Grandi ผู้อำนวยการบริหารของสมาคมภาวะหยุดหายใจแห่งอเมริกา (American Sleep Apnea Association) กล่าวว่า OSA เป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก ที่พบได้ทั่วไปแต่มักไม่ได้รับการวินิจฉัย และการที่ไม่ได้รับการแก้ไข ก็อาจลุกลามเป็นปัญหาร้ายแรงได้
สัญญาณและอาการ OSA รวมถึงการนอนกรนเสียงดังอย่างสม่ำเสมอ และสำลักหรืออ้าปากหายใจหอบ การง่วงหงาวหาวนอนอ่อนเพลียระหว่างวัน และการขาดสมาธิ OSA นี้ไม่เพียงทำให้เกิดความอ่อนเพลียเรื้อรังที่น่ารำคาญเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้อีกหลายประการ เช่น หากปล่อยไว้ไม่ดูแล จะเพิ่มความเสี่ยงภาวะความดันโลหิตสูง 2.89 เท่าของคนธรรมดาที่ไม่มีภาวะ OSA นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด มีการเต้นของหัวใจผิดปรกติ (Heart rhythm disorders) หลอดเลือดสมองอุดตัน เป็นโรคซึมเศร้า และกรดไหลย้อน
OSA อาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน (Heart attack) โรคลมชัก (Epilepsy) และเบาหวาน (Diabetes) รวมไปถึงปัญหาการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพตามปรกติของมนุษย์เช่น ขาดสมาธิในระหว่างกลางวันและประสิทธิภาพในการทำงานหรือการศึกษาเล่าเรียนลดลงเนื่องจากขาดการนอนหลับที่เพียงพอ อาการที่พบได้ทั่วไปคือ ตื่นนอนขึ้นมาปวดหัวบ่อย มักง่วงนอนในเวลากลางวันทั้งๆ ที่นอนกลางคืนแล้วหลายชั่วโมง หรือพอตกบ่ายร่างกายหมดสมรรถภาพไป เช่น รถติดไฟแดงก็ฟุบหลับกับพวงมาลัยหรือขับรถอยู่ก็หลับใน เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุในการขับขี่ยานพาหนะ บางคนเกิดอาการหลงลืม นึกอะไรไม่ออก
การแก้ปัญหา OSA ที่ได้ผลดีที่สุดคือ CPAP (Continuous positive airway pressure) ซึ่งเป็นเครื่องเพิ่มแรงดันหายใจผ่านรูจมูก โดยมีหน้ากากครอบจมูก เวลานอนหลับ ช่วยป้องกันอาการกล้ามเนื้อบริเวณคอหย่อนลงมาปิดทางเดินหายใจขณะหลับอยู่
แหล่งข้อมูล:
1.World Sleep Day; breathe easily, sleep well. http://www.worldsleepday.org/ [2012, Mar 20].
2.Sleep Apnea. http://www.worldsleepday.org/sleep-apnea/ [2012, Mar 20].
3.ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) http://www.oknation.net/blog/print.php?id=141283 [2012, Mar 20].
4.16 มีนา World Sleep Day วันแห่งการนอนหลับโลก รายการสโมสรสุขภาพ ช่อง 9 อสมท http://tee-pak.net/doolakorn/ดูรายการ-สโมสรสุขภาพ-นอนกรน-หย่อนสมรรถภาพทางเพศ-ย้อนหลัง-วันที่-16-มีนาคม-2555/ [2012, Mar 20].
http://haamor.com/news/article/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2/ประตูไม้เก่ามาทำเป็นโต๊ะเท่ห์ๆ..ใช้การเปิดประตูเป็นที่เก็บของ….
http://www.iurban.in.th/decorative-item/reuse-old-door-to-a-nice-table/

วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น. ข่าวสดออนไลน์
สิ้น”เศรษฐีโลก” เฉลียว อยู่วิทยา
เฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลัง กระทิงแดง ลาลับในวัย 89 ปี
เสียชีวิตด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ
ตั้งศพสวดพระอภิธรรม ที่ศาลา 1 ฌาปนสถาน กองทัพเรือ วัดเครือวัลย์วรวิหาร จนถึงวันที่ 23 มี.ค.
มีพิธีฌาปนกิจ ในวันที่ 24 มี.ค. เวลา 17.00 น.
เกิดที่ จ.พิจิตร เมื่อ 17 ส.ค. 2466 มีชื่อจีนว่า โกเหลียว มีเชื้อสายจีนไหหลำ ปู่มาจากเมืองจีน ย่าเป็นคนไทย
ครอบครัวยากจน มีอาชีพเลี้ยงเป็ด และค้าขายผลไม้
เข้ากรุงเทพฯ ช่วยพี่ชายทำงานร้านขายยา เป็นเซลส์แมนขายยา “ออริโอมัยซิน” ของบริษัทเอฟ.อี.ซิลลิคฯ…..
ปี 2551 นิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับให้เป็นเศรษฐีอันดับ 260 ของโลก และอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าสินทรัพย์ 4,000 ล้านดอลลาร์
ปี 2555 ถูกจัดให้เป็นเศรษฐีอันดับ 205 ของโลก มีความมั่งคั่ง 5,000 ล้านดอลลาร์
ปิดฉากเจ้าพ่อเครื่องดื่มกระทิงแดง
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNek1qSTFOamt6T1E9PQ==&sectionid=

รายงานงานศพคุณภิรมย์ ภูมิศักดิ์ในบางกอกโพสต์ มีนักเขียนนักเคลื่อนไหวอาวุโสไปร่วมมากมาย
Many activists at Piromya’s funeral
http://www.bangkokpost.com
Hundreds of leading and veteran social and political activists showed up at the cremation of Piromya Bhumisak on
รายงานงานศพคุณภิรมย์ ภูมิศักดิ์ในบางกอกโพสต์ มีนักเขียนนักเคลื่อนไหวอาวุโสไปร่วมมากมาย
Many activists at Piromya’s funeral
http://www.bangkokpost.com
Hundreds of leading and veteran social and political activists showed up at the cremation of Piromya Bhumisak on

“หมอนพพร” เสียชีวิตอย่างสงบ
วันอังคารที่ 20 มีนาคม 2555 เวลา 21:27 น.
สิ้นแล้ว “หมอนพพร” คอลัมนิสต์ชื่อดัง เจ้าของคอลัมน์ “เสพสมบ่มีสม” แห่งเดลินิวส์ ญาติเผยสิ้นลมอย่างสงบหลังเข้ารับการรักษาโรคปอดติดเชื้อ
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากญาติของ นพ.นวรัต ไกรฤกษ์ เจ้าของนามปากกา “หมอนพพร” คอลัมนิสต์ชื่อดัง “เสพสมบ่มิสม” หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ว่า นพ.นวรัต ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยอาการสงบที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเข้ารับการรักษาโรคปอดติดเชื้อ โดยมีอายุ 95 ปี 8 เดือน 18 วัน ทางญาติได้ตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดธาตุทอง ศาลา 10/1 จนถึงวันที่ 25 มี.ค.นี้ และมีกำหนดฌาปนกิจวันที่ 28 มี.ค. นี้ เวลา 17.00 น.
นพ.นวรัต เป็นที่รู้จักของสังคมทั่วไป เนื่องจากช่วงปี 2520 มาเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเลิดสิน ทำให้ได้รู้จักกับนายห้างแสง เหตระกูล เจ้าของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จึงได้มีการชักชวนมาเขียนบทความตอบปัญหาทางเพศผ่านคอลัมน์ “เสพสมบ่มิสม” ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดยใช้นามปากกาว่า “หมอนพพร” ซึ่งมาจากการผสมคำระหว่าง นายแพทย์ (นพ.) แล้วเติมคำว่า “พร” เข้าไป เนื้อหาของบทความดังกล่าวเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของผู้อ่านเดลินิวส์ทุกเพศทุกวัยและเป็นคอลัมน์ยอดนิยมมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับประวัติ นพ.นวรัต เป็นบุตรของมหาเสวกเอก พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ (นพ.ไกรฤกษ์) กับเจ้าคำ (เชื้อสายเจ้าหลวงเมืองแพร่) เกิดวันที่ 25 มิ.ย. 2459 จบการศึกษาจากวชิราวุธวิทยาลัยเมื่อปี 2474 จากนั้นเข้าศึกษาต่อคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาปี 2476-2480 ได้เข้าเรียนในคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และสำเร็จแพทยศาสตร์บัณฑิตเมื่ออายุ 21 ปี ต่อมาปี 2481 สมรสกับ น.ส.ประยล รัตนคุปต์ มีบุตรธิดา 5 คน หลาน 14 คน และเหลน 15 คน
ชีวิตการทำงานปี 2482-2488 นพ.นวรัตน์ เข้าทำงานที่สภากาชาดไทย รพ.จุฬาลงกรณ์ ในตำแหน่งอายุรแพทย์ จากนั้นปี 2490 ได้มาทำงานที่สถานพยาบาลโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ปี 2492-2519 ดำรงตำแหน่ง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.โรงงานยาสูบ ระหว่างปี 2497-2498 ได้รับทุนการศึกษาจากโรงงานยาสูบไปศึกษาต่อทางโรคผิวหนังและกามโรคที่มหาวิทยาลัย Pennsylvania สหรัฐอเมริกา และเมื่อปี 2499 ได้ร่วมก่อตั้งชมรมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ช่วงปี 2519-2523 ได้ดำรงตำแหน่งอุปนายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย
http://www.dailynews.co.th/thailand/18197

ศาลตัดสินคุก 2 เดือน-ให้รอลงอาญาหนุ่มทุบรถวอยซ์ทีวีMon, 2012-03-12 14:34
http://prachatai3.info/journal/2012/03/39626

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ทางบลูสกาย แชแนล กรณีที่เว็บไซต์ Asia times เสนอบทความ ระบุอดีตนายกฯ กำลังเตรียมทำสงครามรอบใหม่
ด้วยการเตรียมมวลชน เอาไว้เพื่อที่จะใช้ในช่วงกลางปี 2555 ว่า ได้แต่แสดงความเป็นห่วงในสิ่งที่ปรากฎในบทความ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องจับตา เพราะภาวะที่มีการพูดถึงการปรองดองก็เห็นว่าสิ่งที่ปรากฎอยู่ในบทความนี้ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทั้งรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยต้องออกมาแสดงจุดยืนว่าเป็นความจริงหรือไม่อย่างไร
รัฐบาลเป็นฝ่ายที่จะต้องทำเรื่องนี้มากที่สุด คงปฏิเสธไม่ได้เพราะว่าอยู่ในฐานะที่จะกำหนดประเด็นของการที่จะนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ เข้าสู่สภาฯ หรือต่อสังคม เพราะฉะนั้นก็เป็นสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นจุดหลัก
แต่ก็อย่างที่เรามองเห็น บางทีก็เหมือนกับบางวันพูดปรองดอง บางวันก็บอกว่า มี 15 ล้านเสียง ทำอะไรก็ได้ มันก็ต้องตัดสินใจว่าจะใช้วิธีแบบไหนในการที่จะขับเคลื่อนประเทศต่อไป
http://news.impaqmsn.com/articles_hn.aspx?id=476499&ch=hn
สรุปข่าวเสธหนั่น สนธิ บุญฯ เสธแดง เสธไก่่อู ทำให้นึกถึงเพลงจักรดาว เพลงประจำ รร.เตรียมทหาร และขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

ผัวเมียทะเลาะกัน บางทีมันก็ผิดทั้งคู่ แต่อีกฝ่ายมักจะโทษอีกฝ่าย ฉันถูก-คุณผิด โทษว่าอีกฝ่ายเริ่มก่อน ทั้งที่หากเรามาสำรวจตัวเอง ไม่ใช่มัวแต่โยนความผิดให้อีกฝ่าย ผมคิดว่าการปรองดองก็จะง่ายขึ้น”
http://phdnet.uni-giessen.de/wps/pgn/home/PhDnet/learn_more/

Aqua Turn Back Time Film Version (OST?Sliding Doors? )
Give me time to reason,
give me time to think it through.
Passing through the season,
where I cheated you.
I will always have a cross to wear,
but the bolt reminds me I was there.
So give me strength,
to face this test of mine.
If only I could turn back time,
If only I had saved what I still had.
If only I could turn back time,
I would stay for the night… for the night.
Claim your right to science,
Claim your right to see the truth.
Though my pain shook conscience,
Will drill a hole in you.
I’ve seen it coming like a thief in the night,
I’ve seen it coming from the flesh of your light.
So give me strength,
to face this test of mine.
Chorus :
If only I could turn back time,
if only I had saved what I still had.
if only I could turn back time,
I would stay.

The bolt reminds me I was there
the bolt reminds me I was there

[Chorus] till fade

Gordon Lightfoot ” If You Could Read My Mind” – Lyrics
If you could read my mind, love, What a tale my thoughts could tell. Just like an old time movie, ‘Bout a ghost from a wishing well. In a castle dark or a fortress strong, With chains upon my feet. You know that ghost is

me. And I will never be set free As long as I’m a ghost that you can’t see. If I could read your mind, love, What a tale your thoughts could tell.Just like a paperback novel,The kind the drugstores sell.Then you reached

the part where the heartaches come,The hero would be me.But heroes often fail,And you won’t read that book again Because the ending’s just too hard to take!

I’d walk away like a movie star Who gets burned in a three way script.Enter number two:A movie queen to play the scene Of bringing all the good things out in me.But for now, love, let’s be real;I never thought I could

feel this way And I’ve got to say that I just don’t get it. I don’t know where we went wrong,But the feeling’s gone And I just can’t get it back. If you could read my mind, love,

What a tale my thoughts could tell.
Just like an old time movie,
‘Bout a ghost from a wishing well.
In a castle dark or a fortress strong.
With chains upon my feet.
But stories always end,
And if you read between the lines,
You’d know that I’m just tryin’ to understand The feelin’s that you lack.I never thought I could feel this way And I’ve got to say that I just don’t get it. I don’t know where we went wrong,
But the feelin’s gone
And I just can’t get it back!

A Hard Rain’s a – Gonna Fall
Oh, where have you been, my blue-eyed son ?
And where have you been my darling young one ?
I’ve stumbled on the side of twelve misty mountains
I’ve walked and I’ve crawled on six crooked highways
I’ve stepped in the middle of seven sad forests
I’ve been out in front of a dozen dead oceans
I’ve been ten thousand miles in the mouth of a graveyard
And it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard, and it’s a hard
It’s a hard rain’s a-gonna fall.

Oh, what did you see, my blue eyed son ?
And what did you see, my darling young one ?
I saw a newborn baby with wild wolves all around it
I saw a highway of diamonds with nobody on it
I saw a black branch with blood that kept drippin’
I saw a room full of men with their hammers a-bleedin’
I saw a white ladder all covered with water
I saw ten thousand talkers whose tongues were all broken
I saw guns and sharp swords in the hands of young children
And it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard, and it’s a hard
It’s a hard rain’s a-gonna fall.

And what did you hear, my blue-eyed son ?
And what did you hear, my darling young one ?
I heard the sound of a thunder, it roared out a warnin’
I heard the roar of a wave that could drown the whole world
I heard one hundred drummers whose hands were a-blazin’
I heard ten thousand whisperin’ and nobody listenin’
I heard one person starve, I heard many people laughin’
Heard the song of a poet who died in the gutter
Heard the sound of a clown who cried in the alley
And it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard
And it’s a hard rain’s a-gonna fall.

Oh, who did you meet my blue-eyed son ?
Who did you meet, my darling young one ?
I met a young child beside a dead pony
I met a white man who walked a black dog
I met a young woman whose body was burning
I met a young girl, she gave me a rainbow
I met one man who was wounded in love
I met another man who was wounded in hatred
And it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard
And it’s a hard rain’s a-gonna fall.

And what’ll you do now, my blue-eyed son ?
And what’ll you do now my darling young one ?
I’m a-goin’ back out ‘fore the rain starts a-fallin’
I’ll walk to the depths of the deepest black forest
Where the people are a many and their hands are all empty
Where the pellets of poison are flooding their waters
Where the home in the valley meets the damp dirty prison
Where the executioner’s face is always well hidden
Where hunger is ugly, where souls are forgotten
Where black is the color, where none is the number
And I’ll tell and think it and speak it and breathe it
And reflect it from the mountain so all souls can see it
Then I’ll stand on the ocean until I start sinkin’
But I’ll know my songs well before I start singin’
And it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard, and it’s a hard
It’s a hard rain’s a-gonna fall.

http://www.sing365.com/music/lyric.nsf/A-Hard-Rain’s-A-Gonna-Fall-lyrics-Bob-Dylan/73FED5F0B8C6B1B94825696900278527
A Hard Rain’s Gonna Fall-Lyrics-Edie Brickell

Edie Brickell – Good Times และเพลงนี้เป็นเพลงที่ไพเราะมากหลายปีก่อนผมชอบ และผมพยายามตามหาอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็พบเพลงนี้ เพราะเพลงนี้ผมรู้จักครั้งแรกจากมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรก ก็เขาแถมเพลงนี้มาให้ผม ในเครื่องคอมฯPC ที่มีการinstallโปรแกรมคอมฯ น่ะครับ โดย โดยEdie Brickell – Wikipedia, the free

encyclopedia…Her “Good Times” video was included as part of the multimedia samples on the Windows 95 installation CD-ROM. Her father, Eddie Brickell, “the Fort Worth …en.wikipedia.org/wiki/Edie_Brickell
Edie Brickell – Good Times
You don’t even have to try
it comes easy for you
the way you move is so appealing it could make me cry
go out drivin’ with my friends
in Bobby’s big old beat up car
I’m with a lot of people, then I wonder where you are

Good times, bad times gimme some of that
Good times, bad times gimme some of that
Good times, bad times gimme some of that
Ooh woo ooh

I don’t wanna say goodbye
don’t wanna walk ya to the door
I spent a little time with you, I want a little more

Good times, bad times gimme some of that
Good times, bad times gimme some of that
Good times, bad times gimme some of that
ooh woo ooh

(male spoken part)

And baby really, I don’t have to…
I don’t have to go anywhere right now.
You want some more, you want some more a’ this
Edie, whatever you want baby, just,
say it
aaaaaaaah, just say it

Good times, bad times gimme some of that
Good times, bad times gimme some of that
Good times, bad times gimme some of that
Ooh woo ooh

Now want those good, good ,good times
and not those bad, bad, bad times
I want those good, good, good ,good times
gimme some that……….

http://www.sing365.com/music/lyric.nsf/good-times-lyrics-edie-brickell-new-bohemians/e99b167931ae1a0b48256d95000aa45e

Louis Armstrong – When You’re Smiling คาดหวังปิดท้ายให้เรายิ้มง่ายๆ
When you’re smilin’ keep on smilin’
The whole world smiles with you
And when you’re laughin’ oh when youre laughin’
The sun comes shinin? through
But when you?re cryin’ you bring on the rain
So stop your sighin ‘be happy again
keep on smilin Cause when you’re smilin’
The whole world smiles with you
Oh when you’re smilin’ keep on smilin’
The whole world smiles with you
Ah when you’re laughin’ keep on laughin’
The sun comes shinin’ through
Now when you’re cryin’ you bring on the rain
So stop that sighin’ be happy again
keep on smilin Cause when you’re smilin’
And the whole world smiles with you
The great big world will smile with
The whole wide world will smile with you

เมื่อคืนผมฝันถึงหมาที่หอ และผมคิดถึงมัน เหมือนเรื่องรุ่นพี่กลัวว่าหมาจะถูกรถชน
ขอให้เหมือนเดิม เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของวงดนตรีสุนทราภรณ์ เป็นเพลงจังหวะวอลทซ์ แต่งทำนองโดย เอื้อ สุนทรสนาน แต่งคำร้องโดย พรพิรุณ เมื่อ พ.ศ. 2508 ขับร้องโดย เอื้อ สุนทรสนาน

[แก้] เนื้อเพลงก่อนจากกันคืนนั้นสองเรา
แนบซบเนาเคล้าคลอพ้อพลอดภิรมย์
หวานล้ำบำเรอเธอให้ชิดชม
ฉันกอดเล้าโลมชื่นใจ

จูบแก้มนวลช่างยวนเย้าตรึง
จิตคะนึงถึงวันรักซ่านฤทัย
หอมหอมนวลปรางมิสร่างหายไป
ถึงห่างแสนไกลยังติดหัวใจมิเลือน

ยามรักร้างแรมกัน
เพ้อทุกคืนวันติดตรึงใจฝันเตือน
มาเจอกันแล้วไยเฉยเชือน
ฉันมาเยี่ยมเยือนอย่าง เคย

สุดที่รักลืมแล้วหรือไร
โปรดเห็นใจขอให้สมจิตชิดเชย
หวานซึ้งอันใดจงอย่าร้างเลย
ขออย่าเฉยเมยรักเอยขอให้เหมือนเดิม
http://www.youtube.com/watch?v=9CEgarTyBHA&feature=related

วันที่ 10-11 เม.ย.55
ตอนที่ผมโพสต์ในwordpress ครบ127 โพสต์ ก็มีคำคมว่า…
There is creative reading as well as creative writing.
— Ralph Waldo Emerson(นักเขียน หรือนักปรัชญาของอเมริกา )

เมื่อผมตั้งต้นอยากเขียนเรื่องพรมแดนของการสื่อสาร แต่ก็ไม่มีเวลา ลองเสริจกูเกิ้ลดูน่ะครับ
Communication Boundariessessionsinternational.files.wordpress.com/…/communica…
รูปแบบไฟล์: PDF/Adobe Acrobat – มุมมองด่วน
1. Communication Boundaries. Communication: to understand. It’s not whether you win or lose, who is right or wrong, or whether you get what you want.

คนทรยศชาติจงพินาศ “ป๋า”สาปแช่ง เสียดายมีคนรักษาความดีไม่ได้
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 4 เมษายน 2555 00:07 น.
ASTVผู้จัดการรายวัน-“ป๋าเปรม” บรรยายพิเศษ 12 ปี ผู้ตรวจการแผ่นดิน สาปแช่งคนทรยศชาติบ้านเมืองให้พินาศล่มจมรักษาความดีที่ทำให้คงอยู่กับผู้ทำตลอดไปจนกระทั่งตาย ชี้น่าเสียดาย มีคนเคยทำความดีให้ปรากฏได้รับการยกย่องสรรเสริญศรัทธา แต่ไม่สามารถรักษาความดีไว้ได้ เรียกร้องคนไทยตอบแทนคุณแผ่นดิน
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดเผยระหว่างการเปิดสัมมนาวิชาการและบรรยายพิเศษในโอกาสครบรอบ 12 ปี ผู้ตรวจการแผ่นดิน วานนี้ (3 เม.ย.) ว่า ไม่คิดว่าจะได้รับเชิญ เพราะอายุมากแล้ว บางคนพูดว่าตนไม่มีไฟแล้ว ไปประจุใหม่ก็ไม่ได้แล้ว แต่ที่รับเชิญเพราะว่าสนิทกับผู้ตรวจการแผ่นดินทั้ง 3 คน และเห็นว่าองค์กรนี้น่าจะเป็นประโยชน์ จึงตัดสินใจลองดูอีกสักครั้ง เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่ายังไหวไหม ซึ่งชื่อของงานในครั้งนี้คือเรื่อง “จริยธรรมค้ำจุนชาติ” มีความหมายมาก แต่เห็นว่าถ้าพูดถึง “จริยธรรม” ต้องพูดคำว่า “คุณธรรม” ไปพร้อมกัน ถึงจะมีความสมบูรณ์ของความหมายของเรื่องราว ตนคิดว่าเรื่องที่ควรจะพูด ก็คือ เรื่องที่พูดเสมอว่า เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ประโยคนี้ ตนคิดเองตั้งแต่อยู่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และมาพูดให้สาธารณะได้ยินเมื่อ 23 ปีมาแล้ว ปัจจุบันก็ยังชอบพูดประโยคนี้มากและยังอ้างถึงเสมอ แต่คิดว่าคนชอบฟังไม่ค่อยมีเท่าไร
โดยการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินนั้น อธิบายอย่างสั้น หมายความถึง การทำความดีให้แผ่นดินมีความสงบ คนในแผ่นดินมีความสุข ช่วยสร้างคนดีในแผ่นดิน จนเรามีคนดีมาก กระทั่งต้องเบียดเสียดเยียดยัดกัน หรือการไม่ทำความชั่ว ไม่ทำให้แผ่นดินมีปัญหา ไม่ทำให้คนในแผ่นดินเดือดร้อน การทำความดี ไม่ทำความชั่วนั้น เฉพาะคนดีเท่านั้นถึงจะทำได้ เพราะเป็นเรื่องที่ทำยากมาก คนไม่ดีทำไม่ได้ และการทำความดี แม้จะทำยาก แต่ก็ทำได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ยากกว่าและยากที่สุด คือ การรักษาความดีที่ทำให้คงอยู่กับผู้ทำตลอดไปจนกระทั่งตาย มีหลายคนในประเทศเคยทำความดีให้ปรากฏจนกระทั่งได้รับการยกย่องสรรเสริญ ศรัทธา แต่ก็ไม่สามารถรักษาความดีที่ทำไว้ได้ ซึ่งน่าเสียดายมาก
ส่วนคำอธิบายอย่างยาว การตอบแทนบุญคุณแผ่นดินแบ่งเป็น 9 ข้อ 1.มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งคิดว่าทุกคนเข้าใจแล้วไม่ต้องอธิบาย 2.ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ และจงรักภักดี 3.คนเป็นผู้บังคับบัญชาต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นนายคน ต้องมีความเมตตา ต้องมีแต่ให้ รับได้อย่างเดียว คือ ความลำบากยาก 4.ปัญหาของชาติบ้านเมืองที่สำคัญที่สุด คือ ความยากจน จึงต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินด้วยการช่วยกันหาทางขจัดความยากจนในบ้านเมือง ตนเคยรับราชการทางภาคอีสาน 4 ปี ไม่เชื่อว่าจะพบคนไม่มีเงินเลยซักบาทในกระเป๋า แต่ก็เป็นเรื่องจริง
5.ต้องยึดถือปฏิบัติตามพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว ตนอายุมาก มักมีคนมาขอคำปรึกษา ขอคำแนะนำให้ช่วยคิด ถ้าคิดได้ให้คำปรึกษาได้ ก็จะตอบว่าควรทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ถ้าตอบเขาไม่ได้ ก็จะแนะนำว่า ให้ไปอ่านพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส อาจมีคำตอบในนั้น 6.คิดว่าไม่ว่าจะอยู่ในภาครัฐหรือเอกชน ต้องทำงานให้คุ้มค่า คุ้มเวลา และคุ้มความเป็นคนที่เข้าใจได้ง่ายว่า เกิดมาเป็นคนต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ตนยึดถือวิธีนี้ในการทำงานมาตลอดว่า ต้องมีความสะดวก เรียบง่าย ประหยัด ถ้าทุกคนจะนำไปใช้น่าจะได้ประโยชน์
7.ต้องดำรงวัฒนธรรมไทยที่เท่ากับรักษาชาติบ้านเมือง ทำได้ง่ายๆ เช่น การรักษาการละเล่นพื้นบ้านของแต่ภาค รักษาการพูดภาษาถิ่นที่มีเสน่ห์มากเอาไว้ ไม่ควรเห่อฝรั่ง ลอกเลียนจนไม่เหลือความเป็นไทย 8.ผู้ใหญ่ต้องดูแลเยาวชนที่ถือว่าเป็นความสำคัญของบ้านเมืองให้เติบโตมาเป็นคนดีของประเทศชาติ 9.จริยธรรม และคุณธรรม ซึ่งคนดีเท่านั้นที่จะมีคุณธรรมและจริยธรรม ถ้าเปิดพจนานุกรรมของราชบัณฑิตยสถาน จะพบว่า คำนิยาม ของสองคำนี้ไม่ค่อยมีความชัดเจนเท่าไรนัก แต่จากที่ได้พูดคุยกับ นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต ได้คำชี้แจงพอสรุปได้ว่า คุณธรรมและจริยธรรม ต้องพูดสองคำนี้พร้อมๆ กันถึงจะได้ความชัดเจน
“ที่ผ่านมา ได้รับประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่ง เช่น ส.ส.-ส.ว. จากผู้ตรวจการแผ่นดิน อ่านคร่าวๆ แล้ว เป็นเรื่องดีมาก แต่แค่จริยธรรมอย่างเดียวก็ยากลำบาก ถ้ารวมคุณธรรมเข้าไปด้วย ยิ่งเหนื่อย ที่จะประพฤติปฏิบัติตาม ผมสังเกตว่าประมวลจริยธรรมที่ส่วนราชการกำหนดขึ้นมา ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ก็ไม่มีบทลงโทษ คิดว่าแล้วจะตัดสินได้อย่างไร ก็ตอบคำถามตัวเองได้ว่า ต้องใช้มโนธรรมและกติกาในใจของเราเองเป็นมาตรการในการตัดสิน ซึ่งมโนธรรม ก็คือ การรู้สึกผิดชอบชั่วดี แยกความดีออกจากความชั่วได้”พล.อ.เปรม กล่าว และว่า ขอที่จะพูดนอกเรื่องเพิ่มเติมว่า เชื่อมั่นว่าชาติบ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิสิทธิ์ ไม่มีใครยึดถือเป็นของตัวเองได้ ตนเชื่อว่าพระสยามเทวาธิราช มีจริง พระสยามเทวาธิราชจะปกป้องคนดี และสาปแช่งคนไม่ดีคนทรยศต่อชาติบ้านเมืองให้พินาศไป นี่คือ ความเชื่อของตน ทุกคนจะเชื่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจริยธรรม คุณธรรม ของแต่ละคน
จากนั้น พล.อ.เปรมได้มอบรางวัล “คนดีแห่งแผ่นดิน” เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับ นายดุสิต นนทะนาคร อดีตประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เนื่องจากเป็นผู้ผลักดันให้ภาคธุรกิจรวมตัวกันต่อต้านการคอร์รัปชัน ปฏิเสธการจ่ายใต้โต๊ะ เพื่อแลกกับการได้รับสัมปทานในโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐ และนายชาญชัย จารุวัสตร์ อดีตกรรมการผู้อำนวยการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ผู้สร้างความตื่นตัวเรื่อง “ธรรมาภิบาล” ในองค์กรธุรกิจเอกชนและรัฐอย่างเป็นระบบ เพื่อต่อต้านการทุจริตของภาคเอกชน ซึ่งมีตัวแทนมารับมอบ เนื่องจากบุคคลทั้ง 2 ได้เสียชีวิตไปแล้ว
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000042333

สุวัน ศรีรักษา ชื่อเล่นว่า “เจ๊ก” เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2522 ในครอบครัวชาวนาที่หมู่บ้านหนองใส ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
เขามีฝาแฝดชื่อ “สุกัน ศรีรักษา” หรือ “แกว” เมื่อครั้งยังเด็ก เจ๊ก-แกว ตัวติดกัน ไปไหนไปกันทุกที่ เสื้อผ้าต้องใส่แบบและสีเดียวกัน หากไม่ได้เป็นยอมหลับยอมนอนทั้งคืน แต่เมื่อเติบใหญ่ กลับต่างแยกย้ายกันไปตามวิถี แกวรับจ้างอยู่ในกรุงเทพฯ บ้างกลับอุดรฯ ไปช่วยพ่อแม่ทำนา ส่วนเจ๊กมุ่งหน้าลงใต้ไปทำงานก่อสร้างที่เกาะพีพี หลังสึนามิถล่มภาคใต้ เขาหายสาบสูญไปนานถึง 5 ปี จนญาติพี่น้องเดินผ่านความโศกเศร้า ทำใจแล้วว่าเขาคงถูกคลื่นยักษ์สึนามิพัดหายไปในทะเล พากันทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับเดินมาโผล่ที่หน้าประตูบ้าน
กลับมาบ้านครั้งนั้น เจ๊กอยู่ช่วยพ่อแม่ทำนาอยู่สองสามปี กระทั่งการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม 2553 เขาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อมคนเสื้อแดงอุดรฯ และอีกสองเดือนต่อมาเขากลายเป็น 1 ใน 6 ศพ ในวัดปทุมวนาราม
ที่มาข้อมูลจากเฟซฯของArdisto เดอะภารโรง

จากข่าวการเมืองอันเข้มข้น นึกถึงเรื่องcommunication boundaries theory…
บทความทางการศึกษาเกี่ยวกับ communication boundaries theory
Communication boundary management: A theoretical … – Petronio – อ้างโดย239
A boundary theory investigation of the product … – Lysonski – อ้างโดย98
Misuses and misunderstandings of boundary theory in … – Gutheil – อ้างโดย133
ผลการค้นหา
Communication privacy management theory – Wikipedia, the free …
en.wikipedia.org/…/Communication_privacy_mana… – แคช – แปลหน้านี้
ข้ามไปยัง Boundary Coordination?: An individual’s private information is protected by the individual’s boundaries. The permeability of these boundaries …
Communication Boundary Management: A Theoretical Model of …
onlinelibrary.wiley.com ? … ? Journal Home ? Vol 1 Issue 4 – แปลหน้านี้
โดย S Petronio – 1991 – อ้างโดย239 – บทความที่เกี่ยวข้อง
17 Mar 2006 – Petronio, S. (1991), Communication Boundary Management: A Theoretical Model of Managing … Communication Theory, 1: 311–335. doi: …
[PDF]
Information Technology and Privacy: A Boundary Management …

กรณีเพิ่มเติมบทความทางการศึกษาเกี่ยวกับ communication boundaries relationship
Communication boundary management: A theoretical … – Petronio – อ้างโดย239
… between Boundary Spanning Communication and … – Teigland – อ้างโดย111
Special boundary roles in the innovation process – Tushman – อ้างโดย938

กรณีเพิ่มเติมบทความทางการศึกษาเกี่ยวกับ communication boundaries networks
Communication boundaries in networks – Trusina – อ้างโดย38
A clustering technique for digital communications … – Chen – อ้างโดย480
Special boundary roles in the innovation process – Tushman

กรณีเพิ่มเติมบทความทางการศึกษาเกี่ยวกับ communication boundaries in families
… : Managing communication boundaries within family … – Petronio – อ้างโดย25
… family configurations: A communication boundary … – Caughlin – อ้างโดย45
Communication boundary management: A theoretical … – Petronio – อ้างโดย239

กรณีเพิ่มเติมบทความทางการศึกษาเกี่ยวกับ communication boundaries language
Communication boundary management: A theoretical … – Petronio – อ้างโดย239
Pushing boundaries: Language and culture in a … – Vasquez – อ้างโดย250
External communication and project performance: An … – Tushman – อ้างโดย382

กรณีเพิ่มเติมบทความทางการศึกษาเกี่ยวกับ communication boundaries of job parameters
… multi-print engine as a function of print job parameters – Barry – อ้างโดย56
External communication and project performance: An … – Tushman – อ้างโดย382
Communication during job promotions: A case of … – Kramer – อ้างโดย23
ผลการค้นหา
Setting Healthy Workplace Boundaries

แต่ถ้าคิดเรื่องการเมืองยากมากในตอนนี้ และผมคิดเรื่องคำว่าwar of position…
สิ่งที่เป็นหัวใจของข้อเสนอทางยุทธศาสตร์ของกรัมชี่ คือในประเทศที่สังคมมีพัฒนาการในระดับที่ค่อนข้างมากแล้ว คือมีความซับซ้อนมากขึ้นในแง่กลไกสังคมทางวัฒนธรรมต่างๆ การต่อสู้กับศัตรูในลักษณะโจมตีแบบรวดเร็ว, ฉับพลัน และซึ่งๆหน้า ชนิด “ม้วนเดียวจบ” (frontal war หรือ war of manoeuvre) ไม่อาจนำมาซึ่งชัยชนะแท้จริงได้ เพราะอำนาจแท้จริงของศัตรู มีฐานที่กว้างขวางซับซ้อนในสังคมมากกว่าเพียงแค่กำลังหรืออำนาจแคบๆเพียงหยิบมือเดียว (มีคนสนับสนุน เห็นชอบด้วยหนาแน่นในสังคม และในกลไกต่างๆ) ซึ่งเราสามารถเอาชนะด้วยการโจมตีแบบ war of manoeuvre ได้
ดังนั้น จึงควรใช้ยุทธศาสตร์แบบยืดเยื้อ “ขุดสนามเพลาะ” (trench warfare หรือ war of position) เอาชนะในแง่ของการเมืองและวัฒนธรรม ยึดเป็น “จุดๆ” หรือ “ที่มั่นๆ” ในแต่ละช่วง (one or several positions at a time) ไม่ใช่ทีเดียว (all at once) แบบ war of manoeuvre (เพราะทำไม่ได้ด้วย คือไม่สามารถเอาชนะด้วย frontal war ทีเดียว)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1271769734&grpid=01&catid=no

จากนั้นถ้าใครสนใจหาคำว่าแปลboundary เช่น
ดิกชันนารี อังกฤษเป็นไทย
1. boundary [noun, นาม]
คำแปล/ความหมาย : ขอบเขต
Synonym : border
คำที่เกี่ยวข้อง : เขตแดน, อาณาเขต

คำแปล boundary แปลว่า | ความหมาย หมายความว่า ตัวอย่างประโยค ของ …etdict.com/index.php?text=boundary – แคชใกล้เคียง
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
boundary | Dictionary ETDict.com ดิกชันนารี ค้นหาคำศัพท์ทั้งภาษาไทย และ ภาษา อังกฤษ.
border แปลว่า – ดิก ชัน นารี อังกฤษ – ไทย Dictionary English – Thaietdict.com/index.php?text=border – แคชใกล้เคียง
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
“การสร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตาม มิใช่ว่าสร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลา … Definition : the boundary line or the area immediately inside the boundary. Synonym …
พจนานุกรม แปลภาษา แปลภาษาอังกฤษ [boundary] # แปลความหมาย …th.w3dictionary.org/index.php?q=boundary – แคชใกล้เคียง
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
พจนานุกรม แปลภาษา แปลภาษาอังกฤษ [boundary] # แปลความหมาย [boundary]. Ooops ? Dictionary Languages ? Quick Search ? Admin Home. th • #12783 • cmupro- …
พจนานุกรม แปลภาษา แปลภาษาอังกฤษ [boundaries] # แปลความหมาย …th.w3dictionary.org/index.php?q=boundaries – แคชใกล้เคียง
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
N. three boundaries of the three worlds def:[โลกทั้ง 3 ได้แก่ กามภพ คือภพของเทวดา ลงมา, รูปภพ คือภพของพรหมที่มีรูป, อรูปภพ คือภพของพรหมที่ไม่มีรูป; หรือ สวรรค์ …
วิทยาศาสตร์พื้นพิภพ บทที่ 1www.il.mahidol.ac.th/e-media/earth-science/chapter1_2.html – แคช
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
-จงบอกความแตกต่างระหว่างแผ่นธรณีภาค แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด แมนเทิล และแก่นโลก -plate boundaries หมายถึงอะไร -มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิด plate boundaries.
ประโยคนี้แปลว่าอะไรคะ ^.^? – มีคำตอบ – กูรูguru.google.co.th ? หน้าแรก ? รายการคำถาม – แคช
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
6 ก.ย. 2010 – คำตอบที่ดีที่สุด: เดากันให้มั่วไปหมด รับรองว่าพี่กูหรืออากู๋ก็ไม่ช่วยหรอก … ๆ คนที่พูด ประโยคนี้เค้าออกอารมณ์ boundaries แปลว่าการสร้างขอบเขต, ขีดเส้น, จ.
BlogGang.com : : nat_tcmgroup : 1 การเดาความหมายของคำศัพท์โดย …www.bloggang.com/mainblog.php?id=nattcm&month… – แคชใกล้เคียง
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
4 ต.ค. 2007 – 2.2.11 fin/finis มีความหมายว่า end, boundary แปลว่า “สิ้นสุด, ขอบเขต” เช่น finish แปล ว่า จบ, สิ้นสุด, เสร็จสมบูรณ์ finite แปลว่า จำกัด, มีขอบเขตจำกัด, มีที่ …
สึนามิ คืออะไร – วิชาการwww.vcharkarn.com/varticle/267 – แคชใกล้เคียง
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
14 มี.ค. 2011 – สึนามิ เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า Harbour Wave คำแรก สึ แปลว่า harbour …. Divergent Boundaries คือแนวขอบที่แผ่นเปลือกโลกสองแผ่น เคลื่อนตัวห่างจากกัน …
– ทฤษฎีระบบsego2533.multiply.com/journal/item/20 – แคชใกล้เคียง
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
29 ก.ค. 2008 – Sector ต่อไป คือ Input หมายถึง มีอะไรใส่เข้าไป เช่น ท้องร่วง ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับทางเดิน อาหาร Boundary ชัดเจน หมอจะถามว่ากินอะไรเข้าไป หมายถึง Input …
ลิงค์ : boundary ความหมาย แปลภาษา คำแปล แปล คำศัพท์ แปลศัพท์ จาก …dictionary.kapook.com/boundary.html?favorite=true – แคช
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
ลิงค์ : boundary หมายความว่า ขอบเขต. … Dictionary online Thai English ดิกชันนารี ไทย อังกฤษ พจนานุกรม แปลศัพท์ แปลไทย แปลภาษา เป็นภาษาอังกฤษ และ แปลภาษา …

เมื่อนึกถึงคำศัพท์ที่เคยกล่าวถึงไปแล้ว คือ anticipate
VT. คาดหวัง
relate:(คาดหมาย){คอยท่า}{คอย}
VT. เตรียมป้องกันล่วงหน้า
syn:{prepare for}{provide against}
VT. ทำนาย
relate:{พยากรณ์}(คาดคะเน)(คะเน){คาดการณ์}
syn:(foresee)(predict)(forecast)
VT. ลงมือกระทำก่อนล่วงหน้า
syn:(precipitate)

เนื่องจากผมอยากเขียนเรื่องแม่น้ำโขง เป็นหัวข้อ แต่ก็เปลี่ยนใจ ครับ
จ้าวตำนานเพลงน้ำโขง’ปอง ปรีดา’สิ้นใจ
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ปอง ปรีดา ในวัย 78 ปี
ปอง ปรีดา ในวัยหนุ่มเข้าสู่วงการเพลงใหม่ราวปี 2498
พิธีงานมุติตาจิตศิลปินมรดกอีสาน “ปอง ปรีดา” 78 ปี
“ปอง ปรีดา” ราชาเพลงน้ำโขงสิ้นใจ
78 ปี ‘ปอง ปรีดา’ ไม่สิ้นมนต์รักลำน้ำโขง
คอลัมน์อื่นๆ
บทวิเคราะห์
ศาลกัมพูชาไม่มีอำนาจตัดสินคดีพิพาทดินแดน
7 ปีไฟใต้ วัดใจ’ปกครองพิเศษ’ปชป.งัดโมเดลใหม่สู้’นครปัตตานี’
คุณภาพชีวิต
สั่งระวัง 222 หมู่บ้านใน 10 อำเภอจ.สงขลา เสี่ยงดินถล่ม
ม็อบลูกจ้างบุกก.แรงงาน โอดนายจ้างเบี้ยวจ่ายชดเชย
การศึกษา
ศธ.จัดฉายหนังปิดทองหลังพระตอน ในร.ร.ทุกสังกัด
จุฬาฯ-เกษตรฯเฝ้าระวังขายปริญญาปลอมผ่านเว็บฯ
นักร้องผลงานเพลงชื่อดัง เช่น เดือนหงายที่ริมโขง, สาวฝั่งโขง สิ้นใจด้วยวัย 79 ปี ตั้งสวดอภิธรรมวัดธารารัตการาม อ.ชัยบาดาล ลพบุรี

www.bangkokbiznews.com/…/จ้าวตำนานเพลงน้ำโขงปอง-ปรี… – แคช
การรบที่เกาะช้าง
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดลพบุรี ที่ห้องพิเศษ 1 โรงพยาบาลชัยบาดาล อ.เมือง ลพบุรี นายแพทย์เกรียงไกร ค้ำคูณ แพทย์รักษานายคำปัน ผิวขำ หรือ”ปอง ปรีดา” นักร้องดังเจ้าของต้นตำหรับบทเพลงเกี่ยวกับแม่น้ำโขง เช่น เพลงเดือนหงายที่ริมโขง, สาวฝั่งโขง เสียชีวิตแล้วเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 มกราคม โดยนางประดิษ ผิวขำ ภรรยา วัย 54 ปี และนายเอกชัย ผิวขำ บุตรชายวัย 28 ปี เฝ้าอย่างใกล้ชิด
นายแพทย์เกรียงไกร เปิดเผยว่า นายปอง ปรีดา ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปอดบวม ทางโรงพยาบาลชัยบาดาล ส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลลพบุรีมาแล้ว พอค่อยยังชั่ว ภรรยาและบุตรชายก็รับตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลชัยบาดาล แพทย์ได้ให้การรักษาจนกระทั้งนายปอง ปรีดา มีอาการแทรกซ้อนขึ้นมาก โดยเฉพาะอาการติดเชื้อในกระแสเลือดและอาการตับแข็ง แล้วสิ้นใจอย่างสงบเมื่อเวลา 11.30 น.
นางประดิษ กล่าวว่าจะนำศพสามีตั้งสวดพระอภิธรรม ที่วัดธารารัตการาม(บ้านหนองเต่า ) ต.ชัยนารายณ์ อ.ชัยบาดาล โดยมีพิธีรดน้ำศพเวลา 17.00 น. โดยนายนิยม วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี เป็นประธาน และกำหนดจะฌาปณกิจศพ วันที่ 11 มกราคม เวลา 16.00 น.
เป็นที่ยอมรับกันกว่า 50 ปี ในน้ำเสียงและเนื้อหาในบทเพลงลูกทุ่งอมตะ เกี่ยวกับแม่น้ำโขงจำนวนมากที่สุดในวงการเพลงลูกทุ่งไทย ไม่มีใครเกิน “ปอง ปรีดา” นักร้องลูกทุ่งรุ่นวงดนตรี”จุฬารัตน์” ซึ่งหลายๆ บทเพลง เช่น สาวฝั่งโขง เพียงเสียงผิวปากนำเพลงไพเราะเป็นเอกลักษณ์ที่จดจำได้ดีของแฟนเพลง อีกทั้ง เพลงล่องโขงคืนเพ็ญ เที่ยวฝั่งโขง สองฝั่งโขง ลอยเรือล่องโขง ฝั่งโขงในอดีต ล้วนแต่สร้างชื่อเสียงให้เขา
“ปอง ปรีดา” มีชื่อจริงนายคำปัน ผิวขำ เกิดเมื่อ พ.ศ.2475 ที่อ.เมืองขอนแก่น จบการศึกษาเพียงชั้น ม.2 แผนกช่างไม้ โรงเรียนช่างไม้จังหวัดขอนแก่น จากนั้นในพ.ศ.2496 เขาจึงเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เสี่ยงโชคขายเสียง
“ปอง ปรีดา” ชื่นชอบครูสมยศ ทัศนพันธุ์ มากเคยเล่าไว้ว่า จำเนื้อร้องจากรถขายยาเข้ามาในหมู่บ้าน และเขาใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องได้ออกตระเวนประกวดร้องเพลงตามเวทีต่าง ๆ ได้เก็บรางวัลจำนวนมากจากแทบทุกเวที แต่เมื่อเข้าเมืองกรุง กลับถูกปฏิเสธ จึงหันไปหัดชกมวย พื่อหารายได้ประทังชีวิต ก่อนจะไปเป็นคนงานโยธา กรมช่างอากาศบำรุง ต่อมา มีรายการแมวมองเปิดเวทีประกวดร้องเพลงทางวิทยุ เขาใช้ความสามารถเป่าแคน ทำให้ชนะใจกรรมการ
“ปอง ปรีดา” เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังเมื่อ 24 กันยายน 2550 ว่าการเข้าสู่เมืองหลวง จากนั้นได้รู้จัก “กุงกาดิน” หรือ นคร ถนอมทรัพย์ ได้แนะนำให้ลองแต่งเพลง ซึ่งเพลงแรกที่บันดาลใจออกมา คือ เพลง”กลับอีสาน” และได้บันทึกเสียงในเวลาต่อมา จากนั้นพาไปฝากกับครูมงคล อมาตยกุล และอยู่กับ”วงประเทืองทิพย์” ของประเทือง บุญญประพันธ์ ปอง ปรีดา อยู่รับใช้ครูประเทือง 2 ปีจึงมีโอกาสร้องเพลงออกอากาศสถานีวิทยุที่ท่าราชวรดิฐ ระหว่างนั้นครูมงคลได้สอบถามถึงสภาพแม่น้ำโขง จนเป็นแรงบันดาลใจให้แต่งเพลงเกี่ยวกับแม่น้ำโขงหลายเพลง
“ครูมงคลสอบถามถึงบรรยากาศแม่น้ำโขงขึ้นมา ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจแต่งเพลง สาวฝั่งโขง ในปี 2501 เพลงสาวฝั่งโขงโด่งดังอย่างมาก แต่ชื่อของผมออกเสียงยาก ครูมงคล อมาตยกุล จึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ปอง ส่วน สัมพันธ์ อุนากูล ตั้งต่อท้ายว่า ปรีดา เป็นที่มาของชื่อ ปอง ปรีดา นักร้อง 1 ใน 3 ขุนพลวงดนตรีจุฬารัตน์ ร่วมกับ พร พิรุณ และ ทูล ทองใจ”
นอกจากนี้ ปอง ปรีดา มีความสามารถ เป่าแคน เลียนเสียงสัตว์ อีกด้วย และจากเนื้อหาบทเพลงสละสลวย ประกอบกับน้ำเสียงอันไพเราะและมีเอกลักษณ์ ซึ่งเพลงที่ร้องส่วนใหญ่ประพันธ์เอง โดยนำท่วงทำนองและภาษาพื้นบ้านภาคอีสานมาใส่ด้วย
อย่างก็ตาม ในช่วงเพลงลูกทุ่งลดความนิยม เขาจึงมุ่งหน้ามาตั้งรกรากอยู่ที่ลพบุรี ที่บ้านหนองเต่า ต.ชัยนารายณ์ อ.ชัยบาดาลตั้งแต่ปี 2512 มี “มัสชา ปาทาน” เพื่อนสนิทสนับสนุน ทำธุรกิจ ทำไร่ และลงหลักปักฐานมีครอบครัวอยู่ที่นี่ ขณะเดียวกัน ยังรับงานร้องเพลงตามงานทั่วไป บางงานเพียง 4,000 ถึง 5,000 บาท ไปไกลหน่อยก็ 10,000 บาท
เขาเคยกล่าวในงานที่ชาวขอนแก่นจัดพิธี มุทิตาจิตศิลปินมรกอีสาน “ปอง ปรีดา” วาระครบรอบ 78 ปี ว่าที่ไม่ได้ถูกเสนอชื่อเป็นศิลปินแห่งชาติ “เพราะไม่มีพรรคพวก”
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/news-maker/20110106/370633/%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88.html

——-
คิดต่าง…เพราะต่างคิด ของ KBank SME เชียงใหม่
งานสัมมนาลูกค้าผู้ประกอบการ…
…ต่างยุค ต่างวัย ต่างใจเดียวกัน
กับ “แนวคิดการบริหารธุรกิจครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น”

โดย. กลุ่มวิจัย 106 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ท่านวิทยากรได้บรรยายเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง

1. ครอบครัว
2. ธุรกิจครอบครัว : ในเชิงสถิติ
3. คำจำกัดความของธุรกิจครอบครัว
4. ธุรกิจครองครัว ที่เน้นธุรกิจเป็นหลัก
5. ธุรกิจครองครัว ที่เน้นความเป็นเจ้าของเป็นหลัก
6. ธุรกิจครองครัว ที่เน้นครอบครัวเป็นหลัก
7. อัตราการอยู่รอดของธุรกิจครอบครัว
8. ทำไมจึงเลือกที่จะทำธุรกิจครอบครัว
9. ข้อดีของธุรกิจครอบครัว
10. ข้อเสียของธุรกิจครอบครัว
11. วิวัฒนาการของธุรกิจครอบครัว
12. 5 ปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจครอบครัว
13. กลยุทธ์ครอบครัว
14. การสื่อสาร
15. การบริหารความขัดแย้ง
16. ค่านิยม
17. ธรรมนูญครอบครัว
18. รูปแบบของสถาบันครอบครัว

8 เคล็ดลับความสำเร็จของการสืบทอดธุรกิจ

+ 1. ทลายกำแพงความกดดัน
+ 2. สร้างการยอมรับ
+ 3. ขยันเรียนรู้
+ 4. หาประสบการณ์ใหม่ๆ
+ 5. ปรับความคิดระหว่างรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่
+ 6. รู้จักบริหารเงิน
+ 7. เฟ้นหาพันธมิตรที่ดี
+ 8. สามัคคีในครอบครัว
http://chiangmaicityoflifeandwealth.blogspot.com/2010/09/022-kbank-sme.html
http://www.zone-it.com/stocks/data/13/132086.html

^^ภาพงานฉายหนังและขณะสัมภาษณ์กลุ่มผู้กำกับ^^ตอนแรกว่าจะพูดอะไรเชิงข้อมูลข่าวสาร และทฤษฎีสักหน่อย กลายเป็นพูดเรื่องมนุษย์ต่างดาวไปนิดหน่อย(ฮา) แต่เตรียมจะพูดออกแนวนึกถึงเรื่องหนังสือFences and Windows ซึ่งการวิจารณ์หนังสือ Fences and Windows(ถูกแแปลเป็นไทยว่ารั้วแห่งการกักกัน หน้าต่างแห่งโอกาส ยุทธศาสตร์ใหม่ของประชาชนในสมรภูมิโลกาภิวัตน์)บทความนี้แปลจากข้อเขียนเรื่อง Why Naomi Klein needs to grow up(ถูกแปลว่าเพราะเหตุใดNaomi Klein ต้องเรียนรู้เป็นผู้ใหญ่) แต่ในที่สุด ผมไม่ได้พูดแนวนั้น
Festival in-competition line ups/แนะนำหนังสายประกวด
ศรีปิงเมือง กำกับโดย อรรคพล สาตุ้ม
Sri Ping Merng directed by Akkapol Satum
เรื่องเล่าในแสงสียามราตรีย่านศรีปิงเมืองของเชียงใหม่ ว่าด้วยชะตากรรมของแรงงานไทใหญ่ที่เป็นผู้ช่วยพ่อครัวในร้านคาราโอเกะ พวกเขาอาจสลับสับเปลี่ยนโฉมหน้า หากชีวิตบนศรีปิงเมืองก็ยังดำเนินต่อไป ดังเดิม (ทีมงานเกี่ยวก้อยเขียนอธิบายเอง)
Sri Ping Muang(Beautiful of Cityอันนี้ผมแปลเอง)
In the light colors in Chiang Mai’s Sri Ping Muang area, the story tells the fate of Shan cook assistants in a Karaoke bar. The faces may be changes but the lives in Sri Ping Muang keeps on struggling.
However,Sri Ping Muang is reflection Asia-Europe on tour.(ท่อนตั้งแต่howeverนี้ผมแปลเอง)
จากการเข้าร่วมสัมนาและคิดถึงเรื่องธุรกิจจากการฟังอาจารย์ด้านธุรกิจ
ส่วนตัวเจอเพื่อนโดยบังเอิญ หลังจากหลายปีไม่ได้เจอกัน และรุ่นพี่ชาวหอ รวมทั้งการติดต่อจากผู้คนต่างๆ

เสียงพระสวดมนตร์ และคนตักบาตรตอนเช้าที่หน้าหอพัก เมื่อฟ้าฟลังฝนตกต้นเดือนอากาศเปลี่ยนแปลงปวดหัวหน่อยๆ -อาการปวดคอนอนตกหมอน และเดือนที่แล้วปิดท้ายด้วยเพลงขอพบในฝัน ซึ่งฝนตกแล้วอาการclearงานต่างๆ เช่น  ผมติดต่อบก.เร่งเขียนงานส่งนิตยสารvote และเร่งตัดหนังลองส่งต่างประเทศ…หลายเรื่องกรณีกุญแจรถมอเตอร์ไซด์สูญหายระหว่างทางรุ่นน้องขับรถ การจัดการชีวิตด้านต่างๆ และผมนั่งรถสองแถวแดงอื่นๆ ในความรู้สึกแปรปรวนเหมือนเมฆฝน คิดถึงเรื่องราวหลายคนบางคนเป็นลาหู่ ที่ทำหนังสั้น ในกลุ่มนั้นสองคนมีลูกมีเมีย คือ ลาหู่คนหนึ่งมีเมียอายุ20ปี มีลูกคนที่สองอยู่ในท้องผู้หญิง ส่วนผู้ผชายแก่กว่านิดหน่อย และบางคนอีกกลุุ่มหนึ่งอายุ27แต่งงานกับหญงอายุเท่ากัน แหค่ห้วงคำนึงถึงในภาวะเสียงฟ้าร้องและแสงฟ้าแล่่บ และเปิดเดือนด้วยเพลงขอให้เหมือนเดิม
แล้ววันนี้่ข่าวเตือนภัยสินามิ….
In the mood for love – undenied

Your softly spoken words
Release my whole desire
Undenied totally

And so bare is my heart
I can’t hide
And so where does my heart
Belong

Beneath your tender touch
My senses can’t divide
Oh so strong my desire

For so bare is my heart
I can’t hide
And so where does my heart
Belong

Now that I’ve found you
And seen behind those eyes
How can I carry on

For so bare is my heart
I can’t hide
And so where does my heart
Belong

Belong
Belong
Belong

อุษาสวาท
บ้านคนรักสุนทราภรณ์ www.websuntaraporn.com
คำร้อง สุรัฐ พุกกะเวส
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
บ้านคนรักสุนทราภรณ์ websuntaraporn.com
ยามอุษาฟ้ากระจ่าง
ทั่วนภางค์สว่างแล้ว
ตื่นนิทราเสียเถิดน้องแก้ว
สว่างแล้วนะแก้วตา

แจ้วจำเรียง
เสียงกระซิบสั่งดั่งสัญญา
กระซิบคำรักว่าอุษาสวาทปอง
อย่าข้องใจมอบฤทัยไว้ร่วมกัน

ยามน้องหนาวตัก
พี่ซบทรวงพักตร์อบไอรักจนอุ่นพลัน
ต่างสุขสันต์ ขวัญตาเจ้าอย่าลืมสัมพันธ์
ปองรักกันจนวันตาย

ใจผูกพันรักกันจนกว่า
ดินและฟ้าจะทลาย
อุษานี้มีมนต์ดลรักสลักใจ
ร่วมสายใยสวาทเอย

http://www.youtube.com/watch?v=bAYyqDJHhg4
สองฝั่งโขง
…สาย นทีรินหลั่งจากฟ้า  แบ่งพสุธาเป็นซ้ายและขวา สองฝั่ง
หากน้ำกั้นกลางนั้นบ่สำคัญ แต่ความสัมพันธ์ ของเรามั่นคงเรื่อยไป
…ถึง ไกลกันคนละฝั่งของ  ต่างหมายปองดองมุ่งหวังทั้งสอง จนได้
ด้วยความใฝ่ฝันมั่นสุดหัวใจ ปักฝังทรวงใน เหมือนใจ เดียวกัน…
…ทั้งสองฝั่งกั้นกลางด้วยสายนที แต่ประเพณี นั้นบ่ต่างกัน
ชาติลาวและไทยก่อนนั้นเคยได้ สัมพันธ์           ร่วมสายโลหิตเดียวกัน เพียงน้ำเท่านั้นมากั้นแบ่งกลาง
…ขอ ฟ้าดินจงเป็นสักขี  โปรดคิดปราณีจงอย่าได้มี วันห่าง
…อย่าให้สัมพันธ์นั้นต้องจืดจาง ฝากฝังชีวี เหนือนทีสองฝั่งเอย
…ขอ ฟ้าดินจงเป็นสักขี  โปรดคิดปราณีจงอย่าได้มี วันห่าง
อย่าให้สัมพันธ์นั้นต้องจืดจาง ฝากฝังชีวี เหนือนทีสองฝั่งเอย.
http://www.youtube.com/watch?v=NXLuXrgrUD
วันที่ 22-23-24 เมษายน 2555
เนื่องจากก่อนสงการนต์ไปสันป่าตอง ต่อมาช่วงสงการนต์กลับบ้านเกิด และแวะเจอพี่พ้องน้องเพื่อน ทั้งญาติ ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ไม่เจอกันนาน ก็คุยเรื่องพี่ มีลูกและกิจการของญาติ ด้านการขนส่ง ผลไม้ ฯลฯ มีประเด็นต่างๆนานา ต่อมาเจอเพื่อนทำงานโรงงานเงินเดือนสูงแล้ว ก็เยี่ยมญาติป่วย และคุยงานธุรกิจการศึกษา รวมทั้งถ่ายคลิปเคอิโงะ ในวัดท่าหลวง แวะสนามกีฬา ดูงานสงการนต์ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ไปกับพ่อ ต่อมาหลังสงการนต์ กับพ่อ ต่อมาหลังสงการนต์  ซึ่งส่งงานตอนจบของคอลัมภ์มาเก๊าให้นิตยสารVote และนัดสัมภาษณ์อ.อนุสรณ์ ทำของสำนักข่าวประชาไท-รายการเชียงใหม่่ มุมใหม่่ และผมเจอคนเคยอยู่บ้านเดียวกัน หอเดียวกันไปงานบวชของกลุ่มชาวหอ ต่างๆนานาหลายเรื่องราว น่ะครับ
วันที่ 22 เมษายน เป็นวันคุ้มครองโลก (Earth Day) คำว่าโลกในที่นี้มีความหมายอยู่ 2 นัย นัยแรก หมายถึง โลกทางกายภาพ ที่มีภูเขา แม่น้ำ พื้นดิน แผ่นฟ้า มหาสมุทร ส่วนอีกนัยหนึ่ง หมายถึงชาวโลก คือ สรรพชีวิตทั้งปวงที่อาศัยอยู่บนโลก การคุ้มครองโลกจึงหมายถึงการคุ้มครองทั้งสิ่งแวดล้อมและคุ้มครองชาวโลกด้วย

วันที่ 23 เมษายน เป็นวันคล้ายวันเกิด ก็มีงานต้องเคลียร์ค้างเรื่องหนังสั้น และประชุมงาน หลายเรื่องและคิดเรื่องSight…
การมองในโรงหนังจากความมืด ที่มองดู ในท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก และเราจะดูหนังเหมือนคนเดียว ในการจ้องมองภาพ นี่ผมคิดเรื่องsight ในแง่การมองเห็น น่ะครับ

โดยผมระลึกถึงหนังสือ ซึ่งผมเคยอ่านสมัยก่อน คือ มายาพินิจ เล่ม 2 โดยกาญจนา แก้วเทพ

เนื่องจากผู้เขียน ก็ถูกบอกว่างานวิจารณ์ละครทีวีของผู้เขียนนั้นไม่ได้มีส่วนช่วยให้ละครดีขึ้นมาเลย ซึ่งผู้เขียนเป็นสานุศิษย์ของลี้คิมฮวง “มีดบินไม่พลาดเป้า” ที่สั่งสอนเอาไว้ว่า “ยามอับจนไม่ลนลาน แม้ท้อแท้แต่ไม่สิ้นหวัง” เพราะฉะนั้นถึงแม้ “ละครจะยังไม่ดีขึ้น ขอแต่ให้ผู้ดูละครดีขึ้น”…เป็นหนังสือดีที่ผมกลับมาอ่านในเรื่องเส้นแบ่งของคนดูละครโทรทัศน์ กับชีวิตจริง ต้องแบ่งอาณาเขตให้ได้ ไม่งั้นจะพัวพันในการเสพสื่อ ดังที่ว่าโลกนี้คือละครหรือ โรงละครกลายเป็นโลกนี้..จากถ้อยคำคมของแนวคิดเชิงวัฒนธรรมของเรย์มอนด์ วิลเลี่ยม
…มันเป็นปี 1966 เชา โม หวัน (โทนี่ – เหลียงเฉาเหว่ย) กลับมาสู่ฮ่องกง และต้องเผชิญหน้ากับอดีตที่เขาได้ซ่อนเร้นเอาไว้ อดีตอันเกี่ยวเนื่องกับหญิงสาว : หญิงสาวหลายคน ในช่วงนั้น บางอย่างได้เกิดขึ้นกับเขา หัวใจของเขาเย็นชา และฝังเอาไว้ซึ่งความทรงจำบางอย่างที่เลือนหาย ไม่มีใครสักคนที่จะเข้าถึงเขาได้ เขาเขียนนิยายประโลมโลกราคาถูกเพื่อประทังชีวิต เขาได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องหมายเลข 2047
โดยหลังจากนั้นได้ไม่นานนัก ก็ได้เขียนนิยายที่เขาให้ชื่อมันว่า “2046” ในเรื่องนี้ ใครก็ตามที่ได้ขึ้นรถไฟที่มุ่งสู่ปลายทาง 2046 จะมีโอกาสย้อนสู่ความทรงจำแห่งอดีตที่สูญหายของตน ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นจริงหรือไม่ เพราะไม่มีใครเคยกลับมาจาก 2046 จนกระทั่งถึงปี 2046 รถไฟปริศนาขบวนนั้น ก็ยังออกเดินทางอย่างสม่ำเสมอเพื่อไปสู่ 2046
เมื่อดาราไทยอย่างเบริด์ ธงไชย เล่นหนังเรื่องนี้ด้วย แต่ถ้าเราคิดเรื่องความทรงจำ เป็นประเด็นใหญ่(Big) ซึ่งโฟกัสในแง่ความสัมพันธ์ของจีนกับฮ่องกง และสัญญาหลังจากออกจากอาณานิคมอังกฤษของฮ่องกง แล้วความเปลี่ยนแปลงเหมือนความสัมพันธ์หญิง-ชาย ในฐานะสมองมนุษย์ ผูกพันThe brain in love-asian familyและความลับในความรัก

วันที่ 24 เมษายน ก็กูเกิ้ลออกแบบซิบในหน้าเว็บนี้ ครับ
เนื่องจากวันนี้ เป็นวันครบรอบวันเกิดวันที่ 132 ของ Gideon Sundback ผู้ให้กำเนิดซิป นั่นเอง
ซิป ( Zipper ) เป็นสิ่งประดิษฐ์อีกชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์อย่างอเนกประสงค์ และใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกในปัจจุบัน นักประดิษฐ์ชาวชิคาโกชื่อ วิทคอมบ์ จัดสัน ( Whitcom Judson ) เป็นผู้ประดิษฐ์ซิปชนิดแรกขึ้นมา และนำออกเผยแพร่เป็นครั้งแรกที่ Chicago Worlds Fair ปี ค.ศ. 1893 แต่ไม่ได้รับการต้อนรับจากผู้คนนัก คือ ขายได้น้อย เพราะซิปติดง่าย ทำงานไม่คล่องตัว

สองทศวรรษต่อมา กิเดียน ซุนด์แบกด์ ( Gideon Sundback ) วิศวกรชาวสวีเดน – อเมริกัน ได้ปรับปรุงซิปให้ใช้งานได้ดีขึ้น ทำให้ซิปได้รับความนิยมกว้างขวางขึ้น สำหรับชื่อ ” Zipper ” เป็นชื่อที่ตั้งโดย บี.เอฟ. กูดริช ( B.F. Goodrich ) ในปี ค.ศ. 1923 เป็นชื่อตั้งเลียนเสียงการเคลื่อนไหวขณะที่ซิปถูกรูดให้ทำงานเปิดหรือปิดซิป
http://webboard.edtguide.com/topics/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87+Gideon+Sundback+%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%9B-2101-1-1.html

แต่ผมอยากเล่าเรื่องข่าว บวกกับเรื่องเล่ายาวๆ หลายเรื่องหน่อย ครับ
1.เรื่อง นี้ ถึง ครู อังคณา แน่ หรือฟ้องครูอังคณาแน่!
2…ครบรอบ 182 ปี ของ Eadweard J. Muybridge ช่างภาพ ผู้ให้กำเนิดภาพเคลื่อนไหว และนักประดิษฐ์ ชาวอังกฤษ
ประวัติ Eadweard J. Muybridge
Eadweard J. Muybridge ช่างภาพ และนักประดิษฐ์ ชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงทางด้านการถ่ายภาพ เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 1830 ที่เมือง Kingston upon Thames ประเทศอังกฤษ ต่อมาใน ปี 1855 เขาได้อพยพไปยังเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเขาได้เริ่มทำงานเป็นผู้จัดพิมพ์หนังสือ ที่ร้านหนังสือในเมืองซานฟรานซิสโก
Eadweard J. Muybridge ได้เกิดอุบัติเหตุซึ่งเขาได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะอย่่างรุนแรง และได้กลับไปอังกฤษไม่กี่ปี ขณะที่พักฟื้นกลับมาอยู่ในอังกฤษ เขาได้ศึกษากระบวนการถ่ายภาพ wet-collodion อย่างจริงจัง ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1861 – 1866 และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว กลายเป็นช่างภาพ โดยภาพของเขาถูกนำไปขายโดยผู้ประกอบการถ่ายภาพต่างๆใน Montgomery Street ในเมืองซานฟรานซิ ในระหว่างปีดังกล่าว โดย Eadweard Muybridge เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1904 ใน Kingston upon Thames ประเทศอังกฤษ ขณะที่อาศัยอยู่ที่บ้านของลูกพี่ลูกน้อง
ผลงานเด่นของ Eadweard J. Muybridge
การบันทึกภาพการวิ่งของม้า โดยผู้ว่าการรัฐแคลลิฟอร์เนีย เนื่องจากมีการพนันกันว่าม้าในขณะที่วิ่งนั้น เท้าทั้งสี่ ข้างลอยพ้นจากพื้นทั้งหมดหรือไม่
เขา จึงได้ทำการบันทึกภาพ ม้าวิ่งโดยใช้กล้อง วางไว้ที่พื้นพร้อมกับสายลั่นชัตเตอร์เมื้อม้าวิ่งผ่าน ขาจะแตะสายลั่นชัตเตอร์และกล้องจะบันทึกภาพ เขาตั้งกล้องจำนวน 24 ตัว แล้วนำไปฉายโดยใช้เครื่องฉาย Zoopraxiscope โดยผลที่ได้ก็พบว่า ม้าวิ่งเต็มที่จะมีจังหวะการวิ่งที่สูงสุดเท้าทั้งสี่ข้างจะลอย…
ซึ่งต่อจากนั้น Eadweard J. Muybridge ได้ทำการถ่ายภาพการเคลื่อนไหวของมนุนษย์, สัตว์ และสิ่งต่างๆไว้มากมาย โดยใช้พื้นฐานการบันทึกภาพที่ได้จากการบันทึกภาพม้าวิ่ง โดยภาพของเขาได้ถูกนำมาใช้เพื่อศึกษาการเคลื่อนไหวของมนุษย์ และสัตว์ ซึ่งเขาได้บันทึกภาพเหล่านี้มากกว่า 100,000 ภาพ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับการพัฒนาภาพยนตร์และฟิลม์ม้วนในเวลาต่อมา

3.ความรู้จากวงเสวนาสะท้อนความรู้อ.ยูจิ สอนประวัติศาสตร์ มช.เรียนจบป.ตรีโทเอกด้านเศรษฐศาสตร์ แต่เรื่องหนังไม่รู้ว่ารู้เยอะหรือเปล่า ก็รู้แค่จากที่เขาพูดและเคยเห็นเขาเดินผ่านไปๆมาในมช. อ.ยูจิ มาเรียงประวัติตั้งแต่1980 มาอาโออิ น่ะ และน่าสนใจประเด็นอ.ยูจิ ซึ่งพูดเชิงเศรษฐศาสสตร์กับหนังAV ญี่ปุ่น ก็อธิบายยยาว ผู้กำกับคนนั้นๆ นี้ แต่ประเด็นที่เขาตอบผมได้ ใช่ คือ ตลาดทางเศรษฐศาสตร์
ส่งผลต่อการเปลี่ยนการเซ็นเซอร์ของหนัง แล้วน่าสนใจหนังAV มีประเด็นดูหมิ่นชาติ ศาสนา หริอเปล่า..จริงๆ ประเด็นเกี่ยวข้องการเปลี่ยนของกฏหมายและการเซ็นเซอร์ น่ะแหละ
แล้วมาผมเปลี่ยนบริบทของเวลาจากงานเสวนานั้น มาเล่าเรื่องวิชาการต่อ โดยนักวิชาการนิวซีแลนด์คาด “โลกอนาคตจะมีหุ่นยนต์ขายบริการทางเพศแทนมนุษย์
http://jusci.net/node/2537
[18+] ผู้ชายชอบจิ๋มสีชมพูมากกว่าสีแดง
http://jusci.net/node/2536
ขณะดูหนังโป๊ สมองส่วนการมองเห็นของผู้หญิงจะทำงานน้อยลง
http://jusci.net/node/2534

หรือ…ตำราว่าไว้ คือ อดอาหารแข็งแรงไม่แก่ และเซ็กส์ดี

4.การค้นหาเล่นๆ จากเรื่องBoundaries ถึงสึนามิ….
สึนามิ คืออะไร – วิชาการwww.vcharkarn.com/varticle/267 – แคชใกล้เคียง
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
14 มี.ค. 2011 – สึนามิ เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า Harbour Wave คำแรก สึ แปลว่า harbour …. Divergent Boundaries คือแนวขอบที่แผ่นเปลือกโลกสองแผ่น เคลื่อนตัวห่างจากกัน …

หน้าที่ 1 – สึนามิ คืออะไร
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
สึนามิ เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า Harbour Wave คำแรก สึ แปลว่า harbour คำที่สอง นามิ แปลว่า คลื่น ปัจจุบันใช้เป็นคำเรียก กลุ่มคลื่นที่มีความยาวคลื่นมากๆขนาดหลายร้อยไมล์ นับจากยอดคลื่นที่ไล่ตามกันไป เกิดขึ้นจากการที่น้ำทะเลในปริมาตรเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ถูกผลักดันให้เคลื่อนที่ในแนวดิ่ง ด้วยเหตุมาจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกส่วนที่อยู่ใต้ทะเลลึก บางครั้งก็
เรียกว่า seismic wave เพราะส่วนใหญ่เกิดจากการเคลื่อนไหวดังกล่าว เรามักจะสับสนกับคำว่า สึนามิ กับ tidal wave ซึ่งเกิดจากน้ำขึ้นน้ำลง แต่ สึนามิ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการขึ้นลงของน้ำเลย
สึนามิ ส่วนใหญ่ เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกใต้ทะเลอย่างฉับพลัน อาจจะเป็นการเกิดแผ่นดินถล่มยุบตัวลง หรือเปลือกโลกถูกดันขึ้นหรือยุบตัวลง ทำให้มีน้ำทะเลปริมาตรมหาศาลถูกดันขึ้นหรือทรุดตัวลงอย่างฉับพลัน พลังงานจำนวนมหาศาลก็ถ่ายเทไปให้เกิดการเคลื่อนตัวของน้ำทะเลเป็น คลื่นสึนามิ ที่เหนือทะเลลึก จะดูไม่ต่างไปจากคลื่นทั่วๆไปเลย จึงไม่สามารถสังเกตได้ด้วยวิธีปกติ แม้แต่คนบนเรือ
เหนือทะเลลึกที่ คลื่นสึนามิ เคลื่อนผ่านใต้ท้องเรือไป ก็จะไม่รู้สึกอะไร เพราะเหนือทะเลลึก คลื่นนี้ สูงจากระดับน้ำทะเลปกติเพียงไม่กี่ฟุตเท่านั้น จึงไม่สามารถแม้แต่จะบอกได้ด้วยภาพถ่ายจากเครื่องบิน หรือยานอวกาศ
นอกจากนี้แล้ว สึนามิ ยังเกิดได้จากการเกิดแผ่นดินถล่มใต้ทะเล หรือใกล้ฝั่งที่ทำให้มวลของดินและหิน ไปเคลื่อนย้ายแทนที่มวลน้ำทะเล หรือภูเขาไฟระเบิดใกล้ทะเล ส่งผลให้เกิดการโยนสาดดินหินลงน้ำ จนเกิดเป็นคลื่น สึนามิ ได้ ดังเช่น การระเบิดของภูเขาไฟ คระคะตัว ในปี ค.ศ. ๑๘๘๓ ซึ่งส่งคลื่น สึนามิ ออกไปทำลายล้างชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในเอเชีย มีจำนวนผู้ตายถึงประมาณ ๓๖,๐๐๐ ชีวิต
นอกเหนือไปจากนั้น ในกรณีที่มีความเป็นไปได้ไม่สูงมากนัก คือการที่เกิดอุกกาบาตตกใส่โลก ดังเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อ ๖๕ ล้านปีมาแล้ว ทำลายล้างชีวิตบนโลกเป็นส่วนใหญ่ สรุปแล้วก็คือ สึนามิ จะเกิดขึ้นเมื่อ น้ำทะเลในปริมาตรมหาศาล ถูกผลักดันให้เคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมในแนวดิ่ง อย่างฉับพลันกระทันหันชั่วพริบตา ด้วยพลังงานมหาศาล น้ำทะเลก็จะกระจายตัวออกเป็นคลื่น สึนามิ ที่เมื่อไปถึงฝั่งใด ความ
พินาศสูญเสียก็จะตามมาอย่างตั้งตัวไม่ติด
ภาพโดย ศจ. Stephen A. Nelson
ลักษณะทางกายภาพของคลื่นสึนามิ
l ความยาวคลื่น คือระยะห่างจากยอดคลื่นหนึ่งไปยังยอดคลื่นถัดไป
P คือคาบเวลาระหว่างยอดคลื่นหนึ่งเดินทางมาถึงที่ที่ยอดคลื่นก่อนหน้าเพิ่งผ่านไป
Amplitude ของคลื่น คือความสูงของยอดคลื่นนับจากระดับน้ำทะเล
ความเร็วของคลื่น (velocity – V) คลื่นทะเลทั่วๆไปมีความเร็วประมาณ ๙๐ กม./ชั่วโมง แต่ คลื่น สึนามิ อาจจะมีความเร็วได้ถึง ๙๕๐ กม./ชั่วโมง ซึ่งก็พอๆกับความเร็วของเครื่องบินพาณิชย์ทีเดียว โดยจะขึ้นอยู่กับความลึกที่เกิดแผ่นดินถล่มใต้ทะเล ถ้าแผ่นดินไหวยิ่งเกิดที่ก้นทะเลลึกเท่าไหร่ ความเร็วของ สึนามิ ก็จะสูงขึ้นมากเท่านั้น เพราะปริมาตรน้ำที่ถูกเคลื่อนออกจากที่เดิม จะมีมากขึ้น
ไปตามความลึก คลื่น สึนามิ จึงสามารถเคลื่อนที่ผ่านท้องทะเลอันกว้างใหญ่ได้ภายในเวลาไม่นาน
ภาพโดย ศจ. Stephen A. Nelson
คลื่น สึนามิ ต่างจากคลื่นทะเลทั่วๆไป คลื่นทะเลทั่วไปเกิดจากลมพัดผลักดันน้ำส่วนที่อยู่ติดผิว จะมีคาบการเดินทางเพียง ๒๐-๓๐ วินาทีจากยอดคลื่นหนึ่งไปยังอีกยอดหนึ่ง และระยะห่างระหว่างยอดคลื่น หรือความยาวคลื่น มีเพียง ๑๐๐-๒๐๐ เมตร
แต่คลื่น สึนามิ มีคาบตั้งแต่ สิบนาทีไปจนถึงสองชั่วโมง และ ความยาวคลื่นมากกว่า ๕๐๐ กิโลเมตรขึ้นไป คลื่น สึนามิ ถูกจัดว่า เป็นคลื่นน้ำตื้น คลื่นที่ถูกจัดว่าเป็น คลื่นน้ำตื้น คือ คลื่นที่ ค่าอัตราส่วนระหว่าง ความลึกของน้ำ และ ความยาวคลื่น ต่ำมาก
อัตราการสูญเสียพลังงานของคลื่น จะผกผันกับความยาวคลื่น(ระยะห่างระหว่างยอดคลื่น)ยกกำลังสอง เนื่องจาก สึนามี มีความยาวคลื่นมากๆ ยิ่งยกกำลังสองเข้าไปอีก จึงสูญเสียพลังงานไปน้อยมากๆในขณะที่มันเคลื่อนตัวผ่านผืนสมุทรและเนื่องจาก สึนามิ เป็น คลื่นน้ำตื้น จะมีความเร็วเท่ากับ
V = ึg * d
g คืออัตราเร่งของแรงโน้มถ่วงโลก ซึ่งมีค่า 9.8 เมตร/วินาที2 และ d คือความลึกของพื้นทะเล
สมมติว่า แผ่นดินไหวเกิดที่ท้องทะเลลึก ๖,๑๐๐ เมตร สึนามิจะเดินทางด้วยความเร็วประมาณ ๘๘๐ กม./ชม. จะสามารถเดินทางข้ามฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคด้วยเวลาน้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมงเสียอีก
ภาพโดย BBC
เมื่อ สึนามิ เดินทางมาถึงชายฝั่ง ก้นทะเลที่ตื้นขึ้นก็จะทำให้ความเร็วของคลื่นลดลง เพราะความเร็วของคลื่นสัมพันธ์กับค่าความลึกโดยตรง แต่คาบยังคงที่ พลังงานรวมที่มีค่าคงที่ ก็ถูกถ่ายเทไปดันตัวให้คลื่นสูงขึ้น
จาก ค่าความเร็ว V = l/P
ค่า V ลดลง, P คงที่ ค่า l ก็ต้องลดลง ผลก็คือ น้ำทะเลถูกอัดเข้ามาทำให้คลื่นสูงขึ้น ขึ้นอยู่กับสภาพชายฝั่งว่าเป็นอ่าวแคบหรือกว้าง ในชายฝั่งที่แคบ คลื่นสึนามิ จะมีความสูงได้หลายๆเมตรทีเดียว
ถ้ายอดคลื่นเข้าถึงฝั่งก่อน ก็จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า dragdown คือดูเหมือนระดับน้ำจะลดลงอย่างกระทันหัน ขอบน้ำทะเลจะหดตัวออกจากฝั่งไปเป็นร้อยๆเมตรอย่างฉับพลัน และในทันที่ที่ยอดคลื่นต่อมาไล่มาถึง ก็จะเป็นกำแพงคลื่นสูงมาก ขึ้นอยู่กับโครงร่างของชายหาด จะมีความสูงของคลื่นต่างกัน ดังนั้น คลื่นสึนามิ จากแหล่งเดียวกัน จะเกิดผลที่ต่างกันกับชายหาดที่ไม่เหมือนกันได้ น้ำที่ท่วม
เข้าฝั่งกระทันหัน อาจไปไกลได้ถึง ๓๐๐ เมตร แต่คลื่น สึนามิ สามารถเดินทางขึ้นไปตามปากแม่น้ำหรือลำคลองที่ไหลลงทะเลตรงนั้นได้ด้วย หากรู้ตัวว่าจะมีคลื่นสึนามิ ผู้คนเพียงแต่อพยพออกไปจากฝั่งเพียงแค่เดิน ๑๕ นาที และให้อยู่ห่างจากแหล่งน้ำที่ไหลลงทะเลเข้าไว้ ก็จะปลอดภัยแล้ว
การเคลื่อนที่ของเปลือกโลกที่เรียกว่า Subduction (ภาพโดย USGS)
การเกิดแผ่นดินถล่มใต้ท้องทะเลลึก มักจะมาจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกสองแผ่นที่ดันเข้าหากัน แรงเสียดทานจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อถึงจุดที่แรงปะทะจากแผ่นเปลือกโลกมีเหนือค่าแรงเสียดทานแล้ว ก็จะเกิดการเคลื่อนตัวอย่างฉับพลัน การเคลื่อนตัวที่แผ่นหนึ่งมุดเข้าใต้อีกแผ่น เรียกว่า Subduction ทำให้เปลือกโลกตรงรอยต่อ ถูกหนุนสูงขึ้นหรือทรุดฮวบยวบตัวลง น้ำทะเลเหนือส่วน
นั้นก็ถูกดันหรือดูดเข้ามาแทนที่อย่างฉับพลัน การเคลื่อนตัวของน้ำในปริมาตรหลายๆล้านตัน ทำให้เกิดคลื่นสะท้อนออกไปทุกทิศ เป็นแหล่งกำเนิดของ คลื่นสึนามิ นั่นเอง
หน้าที่ 2 – The Ring of Fire
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
ภาพโดย กรมธรณีวิทยาสหรัฐ U.S. Geological Surveys
พื้นโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ไม่ได้ต่อกันสนิทเหมือนเปลือกลูกกอล์ฟ แต่เป็นแผ่นๆใหญ่น้อยต่อๆกัน ตรงรอยต่อของแผ่นต่างๆเหล่านี้ ก็มีการเคลื่อนตัวที่แตกต่างกันไปแบ่งได้คร่าวๆดังนี้
Divergent Boundaries คือแนวขอบที่แผ่นเปลือกโลกสองแผ่น เคลื่อนตัวห่างจากกัน
Convergent Boundaries คือแนวขอบที่แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนเข้าหากัน เกิดการชนกันและทำลายซึ่งกันและกัน
Transform Boundaries คือแนวขอบส่วนที่แผ่นเปลือกโลกสองแผ่นเสียดสีผ่านกันด้านข้าง
Plate Boundary Zones คือคำจำกัดความกว้างๆให้กับแนวขอบเปลือกโลกสองแผ่นที่ให้คำจำกัดความได้ไม่ชัด เพราะการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกส่วนนั้นยังไม่เป็นที่เข้าใจดี
จะเห็นได้ว่า แนวใต้หมู่เกาะประเทศอินโดนีเซีย มีลักษณะการเคลื่อนที่สองแผ่นชนเข้าหากันในลักษณะที่เรียกว่า Subduction ดังที่อธิบายไว้ในหน้าแรก
ภาพโดย USGS
ตามรอบมหาสมุทรแปซิฟิคมาจนถึงแถวหมู่เกาะสุมาตรานั้น มีการเกิดแผ่นดินไหว และ ภูเขาไฟระเบิดอยู่ตลอดมาในประวัติศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์จึงเรียกว่า วงแหวนไฟ หรือ Ring of Fire มาตั้งแต่ก่อนที่จะมีความเข้าใจเรื่องการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกเสียอีก แม้เราจะเรียนรู้เรื่องการเคลื่อนไหวของแผ่นเปลือกโลกแล้ว นักธรณีวิทยาก็ยังเรียกภูมิภาคส่วนนี้ว่า Ring Of
Fire เช่นเดิม เพราะเป็นชื่อที่เหมาะสมมาก
หน้าที่ 3 – สาเหตุการเกิด คลื่น สึนามิ ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
ข้อมูลจากกรมธรณีวิทยา สหรัฐ USGS
แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในวันที่ ๒๖ ธค. ที่ผ่านมานั้น เกิดจากการที่เปลือกโลกสองแผ่น คือแผ่นอินเดียและแผ่นพม่าเคลื่อนตัวเข้าหากัน โดยแผ่นอินเดีย ถูกผลักดันให้เบียดผ่านแผ่นพม่า เมื่อแรงกดดันมีสูงเหนือแรงเสียดทานที่แผ่นดินสองแผ่นครูดเข้าใส่กัน ก็สปริงตัวเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน เพื่อผ่อนคลายแรงเครียดที่สองแผ่นอั้นมานาน
แผ่นอินเดียมุดลงตรงแนวที่เรียกว่า Sunda trench ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของจุดศูนย์กลางที่เกิดแผ่นดินไหว Sunda Trench คือแนวร่องที่เปลือกโลกสามแผ่นมาชนกัน คือ แผ่นอินเดียกับแผ่นออสเตรเลีย และแผ่นพม่า เกิดเป็นร่องเป็นแนวยาวที่ภาษาทางธรณีวิทยาเรียกว่า trench
บริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวนั้น แผ่นอินเดียเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว ๖ เซ็นติเมตรต่อปี หากถือให้แผ่นพม่าอยู่นิ่งๆ ผลก็คือตรงที่แผ่นเคลื่อนเข้าหากันนั้น ชนกันเป็นแนวเฉียงทแยงขึ้น แรงดันนั้นทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกที่แตกออก ห่างไปทางตะวันตก หลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งแตกเป็นแนวยาวขนานกับ Sunda Trench การเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นกระบวนการที่เรียกว่า
trust-faulting
การปะทะกันของเปลือกโลกที่เรียกว่า oblique thrust-falulting ดังที่เป็นสาเหตุของแผ่นดินไหวใต้ทะเลจนเกิด สึนามิ ดังกล่าว (ภาพโดย กรมธรณีวิทยา สหรัฐ)
อนิเมชั่นของการเกิด คลื่นสึนามิ จากประเทศอินโดนีเซียในวันที่ ๒๖ ธค. ที่ผ่านมา โดย Kenji Satake แห่ง National Institute of Advanced Industrial Science and Technology ของประเทศญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงการแคลื่อนตัวของ คลื่นสึนามิ ส่วนสีแดงคือส่วนที่มีพลังงานมากที่สุด
อ้างอิง
1. The National Tsunami Hazard Mitigation Program
2. NOAA’s Tsunami Research Program
3. Class Notes: “Earth & Environmental Sciences 204 & 605; Tsunami” by Prof. Stephen A. Nelson
4. USGS: The Dynamic Earth
5. CNN.com
6. MSNBC.com
7. the Los Angeles Times

http://www.vcharkarn.com/varticle/267
——–

5. ผมได้รับความรู้ และแนะนำเรื่องดูงานอสังหาริมทรัพย์ เจาะโอกาสการลงทุน กรุงกาฏมัณฑุ เนปาล
วันพฤหัสบดีที่ 12 – อังคารที่ 17 เมษายน 2555 เวลา 09:00-18:00 น. ณ กรุงกาฏมัณฑุ เนปาล

วันที่ 1: เดินทางตั้งต้นที่กรุงเทพมหานคร สู่กรุงกาฏมัณฑุ
09:30 ออกเดินทาง
… 12:25 เดินทางถึงกรุงกาฏมัณฑุ
14:00 การชมกรุงกาฏมัณฑุ
ชมจัตุรัสกาฏมัณฑุ และพระราชวังหลวง และวัด (UNESCO heritage Kathmandu Durbar Square which includes Hanuman Dokha Palace, Kumari Ghar (Adobe of Living Goddess), Taleju Temple).
18:00 อาหารค่ำ ณ Nepali Chulo restaurant และชมศิลปวัฒนธรรม
20:00 เข้าพัก ณ Hotel Himalaya

วันที่ 2: ชมอสังหาริมทรัพย์กรุงกาฏมัณฑุ
07:00 อาหารเช้า ณ โรงแรม
09:00 การนั่งรถชมกรุงกาฏมัณฑุ
12:00 อาหารเที่ยง
14:00 เยี่ยมโครงการที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง 2 แห่ง
16:00 เที่ยวเล่น เขต Thamel (passing through Indra Chowk, Jana Bahal, Kilagal, Bhedasingh, Naghal, Than Hinti ชมวัด Buddha heritage temple “Kathe Swayambhu” เยี่ยมชมสวนในฝัน (Garden of Dream
สถานที่แสดงละครไทยเรื่อง “Thara Himalaya”)
19:00 อาหารค่ำ
21:00 เข้าพัก ณ the Hotel Himalaya

วันที่ 3: ชมอสังหาริมทรัพย์และไปเมืองตากอากาศ Nagarkot
07:00 อาหารเช้า ณ โรงแรม
09:00 เยี่ยมโครงการบ้านจัดสรรชานเมือง 2 แห่ง
12:00 อาหารเที่ยงร่วมกับกรรมสมาคมอสังหาริมทรัพย์เนปาล
15:00 เยี่ยมวัด Baudhanath Buddha Temple
17:30 ไปเมือง Nagarkot (เมืองตากอากาศ)
19:00 เข้าพัก ณ Hotel Club Himalaya และอาหารค่ำ

วันที่ 4: จากเมือง Nagarkot สู่กรุงกาฏมัณฑุ
07:00 อาหารเช้า ณ โรงแรม
10:00 เดินทางออกจากโรงแรม
11:00 อาหารเที่ยง ณ Bhadgaun และเยี่ยมเมือง Bhadgaun (เมืองโบราณ)
13:00 เยี่ยมเมือง Patan (เมืองโบราณ)
15:00 เข้าพัก ณ the hotel Himalaya
18:00 อาหารค่ำ ณ โรงแรม

วันที่ 5: จากกรุงกาฏมัณฑุ สู่ กรุงเทพมหานคร
07:00 อาหารเช้า ณ โรงแรม
08:00 ชมและไหว้พระวัด Swayambhu Nath Buddha Temple
10:45 เดินทางสู่สนามบิน the Tribhuvan International Airport
13:55 เดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานคร
18:25 Back to Bangkok

6.ว่าด้วย”ตัวกลาง”บนโลกออนไลน์ กับปัญหาพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไทย
http://www.siamintelligence.com/massenger-cyber/
วงการแรงงานระส่ำพิษ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ยอมความไม่ได้ แม้นายจ้างไม่เอาเรื่องคนงานทีไอจีแล้ว
Sun, 2011-06-12 16:01
http://prachatai3.info/journal/2011/06/35405
นัดฟังคำพิพากษาคนงานถูกฟ้อง พ.ร.บ.คอมฯ 25 พ.ค.นี้
Wed, 2012-04-25 23:22
http://prachatai3.info/journal/2012/04/40236

7.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: ชะตากรรมของผังล้มเจ้า
Sun, 2012-04-15 22:36
http://www.prachatai3.info/journal/2012/04/40082

8.ประเด็นเรื่องการรอคอยเพื่อพิสูจน์ว่า ความหวังในการพัฒนาประชาธิปไตยของรัฐประชาชาติไทย ซึ่งธเนศ วงศ์ยานนาวา กล่าวว่า
“…อดีตเป็นสิ่งที่เกิดไปแล้ว แก้ไขไม่ได้ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ความหวังจึงอยู่ในสภาวะของอนาคต แต่ครั้น เมื่ออนาคตเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิด และก็ไม่มีมนุษย์ผู้ใดจะรู้ได้ ว่าอนาคตเป็นอย่างไร ความหวังจึงเป็นเพียงความหวัง เพราะไม่สามารถหาหลักฐานหรืออะไรที่จะมายืนยันไปได้มากกว่าการเป็นเพียงความหวัง..” (9)
“บอง ชวลิต” ชาติไทยในมุมมองจากคอนโดฯ | ประชาไท
prachatai.com/journal/2009/11/26617

9.บทความล่าสุดของผม ในประชาไท:เพลงรอรักวันแรงงาน
Sat, 2012-04-21 21:16
http://prachatai3.info/journal/2012/04/40174

เพลง ใต้ร่มมลุลี
ศิลปิน วินัย เพ็ญศรี

ใต้ร่มมลุลี
@วินัย & เพ็ญศรี
ญ.โอม…มลุลี ร่ม นี้ มืด มน
ช้ำเหลือทน อับ จน หัว ใจ
ต้อง พราก รัก ไป ภาย ใต้ ร่ม ไม้
ของ เจ้า นี้
ช.ลืม…รักที่หลั่ง ลง ฝัง กับใจ
ฝังฝากให้ ใต้ ร่ม มลุลี
จง ลืม รัก พี่ อย่ามี..ฤดี อาลัย ต่อกัน
ญ.ยาก เย็น กรรมหรือเวรอันใด
นำ ชัก ให้ ดวงฤทัยโศกศัลย์
ช.พี่ ตรม สุดภิรมย์รำพัน
บุญไม่เปรียบเทียบทัน ร้าว ราน ฤทัย
ญ.โอ้…รักที่ผ่าน ดัง ฝัน ชั่ว คืน
ครั้นพอตื่น กลับ คืน หาย ไป
ช.โธ่ อย่า ร้อง ไห้
พลอยให้ดวงใจ ร้าว..ระทม
ญ.ยาก เย็น กรรมหรือเวรอันใด
นำ ชัก ให้ ดวงฤทัยโศกศัลย์
ช.พี่ ตรม สุดภิรมย์รำพัน
บุญไม่เปรียบเทียบทัน ร้าว ราน ฤทัย
ช.โอ้…รักที่ผ่าน ดัง ฝัน ชั่ว คืน
ญ.ครั้นพอตื่น กลับ คืน หายไป
ช.โธ่ อย่า ร้อง ไห้
พลอย ให้ ดวง ใจ ร้าว..ระทม
ช-ญ.ร่ม…มลุลี เป็นที่ สุดท้าย
แห่งจุดหมาย น้อง พี่
มลุลี เห็น ใจ น้อง พี่
ว่าสิ้นคืนนี้ น้อง พี่ สิ้น กัน

..

Somewhere I Belong โดย Linkin Park
When this began
I had nothing to say
And I’d get lost in the nothingness inside of me
I was confused
And I let it all out to find that I’m
Not the only person with these things in mind
Inside of me
But all the vacancy the words revealed
Is the only real thing that I’ve got left to feel
Nothing to lose
Just stuck/hollow and alone
And the fault is my own
And the fault is my own

I wanna heal
I wanna feel
What I thought was never real
I want to let go of the pain I’ve held so long
[Erase all the pain ’til it’s gone] I want to heal
I want to feel
Like I’m close to something real
I want to find something i’ve wanted all along
Somewhere I belong

And I’ve got nothing to say
I can’t believe I didn’t fall right down on my face
I was confused
Looking everywhere/only to find that it’s
Not the way I had imagined it all in my mind
So what am I
What do I have but negativity
‘Cause I can’t justify the
Way everyone is looking at me
Nothing to lose
Nothing to gain/hollow and alone
And the fault is my own
The fault is my own

I will never know
myself until I do this on my own
And I will never feel
Anything else until my wounds are healed
I will never be
Anything ’til I break away from me
And I will break away
I’ll find myself today

I wanna heal
I wanna feel like I’m
Somewhere I belong

เกร็ดเพลง
? บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2495 โดย สุเทพ วงศ์กำแหง
กังหันลม
? ยรรยงค์ เสลานนท์ บันทึกเสียงอีกครั้ง
วรวิทย์
? ในแผ่นCD ของผมที่ซื้อไว้ตั้งเป็นการจัดจำหน่ายของ โซล่าร์เฮ้าส์ เป็นเสียงร้องของ
ครูเอื้อฯ ที่ผมก็ยังนำมาเป็นต้นแบบในการร้องอยู่เสมอ ใครมีรายละเอียดว่าครูเอื้อฯ
ขับร้องไว้เมื่อใดขอความอนุเคราะห์ด้วยครับ…..แผ่นCD รหัส MT 123 และเพลง
โลกหมุนเวียนอยู่อันดับเพลงที่ 9 ครับ
ศิริชัย
? เพลงนี้ ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพ็ชร เคยกล่าวไว้ว่าเป็นเพลงที่ทำให้เสียงของครูเอื้อติดหูผู้ฟังในสมัยนั้น
อ้ายเสือ
? เป็นเพลงที่ใช้ประกอบรายการ สนทนาประสาสมัคร ทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT ช่อง11เดิม
golf
? ฟัง/ฝึกร้อง ครับทั่น
รงค์
? เป็นหนึ่งในเพลงไทยที่มักบรรเลงในงานเกษียณอายุข้าราชการ
เช่นเดียวกับเพลง โลกนี้คือละคร ของ สุเทพ วงค์กำแหง
วรภัทร ยมนา
? ชรินทร์ นันทนาคร

รุ่งฤดี แพ่งห่องใส นำมาขับร้องใหม่
วรวิทย์
? เป็นเพลงโปรดที่สุดเพลงหนึ่งในบรรดา ของคุณสมัคร สุนทรเวช ผู้ล่วงลับ
ภาสกร
? ชอบเพลงนี้มากที่สุด ชอบมานานแล้ว ครูเอ้อ และอดีตท่านนายก และผู้ว่าสมัครร้องได้เพราะที่สุด เนื้อหาของเพลงทุกถ้อยคำมีความหมายสุดๆ เป็นสติเตือนใจทุกคน หากทุกคนได้ฟังและปฏิบัติก็คงทำให้ทุกคนเป็นคนดี และที่สำคัญจะมีความกามัคคี รักชาติ ไม่ต้องแบ่งค่ายกันเช่นทุกวันนี
คุณหญิงญัษฐนนท ทวีสิน
? ฟังเพลงนี้ทีไร ให้คิดถึงท่านสมัคร สุนทรเวช ขอให้ท่านสู่สุขคติ ครับ
กิเลนหยก ปากน้ำโพ
? รักเพลงนี้ และ นายก สมัครเสมอ เคยฟังท่านร้องในรายการกรมประชาสัมพันธ์ คู่กับเพลง บ้านเกิดเมืองนอน นึกแล้วใจหาย
kamal
? คุณ อภิสิทธิื์์ และ พวกฟัง และ ช่วยระลึกถึงท่านด้วน เพราะเคยอย่างจะบอกอะไรจากเพลง ขอให้สามัคคีกันเพื่อ ท่าน
คนนิยมท่าน สมัคร
? ด้วยเนื้อเพลงของท่านผู้ประพันธ์บวกกับความอัจฉริยะของผู้ร้อง ท่านสมัครได้นำเพลงนี้มาเผยแผ่ ให้พวกเราได้ทราบความหมายของชีวิตคนเรา โดยได้ขอร้องและให้เห็นใจผู้ที่เพลี่ยงพล้ำ อย่าซ้ำนักเลย ไม่ช่วยก็เฉย โปรดเถิดอย่าเย้ยผ่อนหนักผ่อนเบา ซึ่งกินใจมาก และเพื่อเป็นบุญกุศลให้แก่ท่านสมัคร ขอวิงวอนให้คนในสังคมไทย ๆ โปรดให้อภัยกัน และอโหสิกรรมแด่ท่านสมัครด้วยนะครับ
รุ่นน้องพี่สมัคร
? ชีวติท่านสมัครเป็นตำนานหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทย จะเล่าขานอีกนานเท่านาน ด้วยบทเพลงเพื่อชีวติของสุนทราภรณ์ การทำกับข้าว ถนนใยแมลงมุมและความอัปยศของคำพิพากษาที่ก้องโลก ขอให้ท่านไปสู่สุขติด้วยครับ
แฟนคลับของสมัคร ณ.ประชากรไทย
? คุณแฟนคลับของสมัคร ณ ประชากรไทยครับ การที่คุณจะชื่นชอบท่านก็เป็นสิทธิ์ แต่การที่คุณมาหมิ่นแหม่ในนี้นั้นก็ไม่สมควรเช่นกัน ศาลตัดสินคดีความภายใต้พระปรมาภิไธยในองค์พระมหากษัตริย์ แน่นอนการตัดสินคดีความต่างๆๆสุดท้ายแล้วต้องมีทั้งฝ่ายได้และเสียผลประโยชน์ มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฉะนั้นกรุณาระวังคำพูดสักนิดนะครับ
อย่างไรก็ดี ชอบเพลงนี้เช่นกัน ฟังแล้วก็คิดถึงคุณสมัครเช่นกัน ขอให้ท่านไปสู่สุคติด้วยนะครับและขออโหสิกรรมในการกระทำไม่ว่าใครจะกระทำกับใครใดๆๆ
ระวังนะครับ
? วันก่อนฟังวิทยุรายการหนึ่ง เค้าเปิดเพลงนี้ร้องโดยนายกสมัคร ไพเราะมาก ฟังแล้วนึกถึงท่าน เนื้อเพลงก็กินใจมาก อยากให้คนไทยทุกคนได้ฟังเพลงนี้จังเลย ขอบูชาครูเพลงด้วยความเคารพ วันนี้จึงขอให้ออนไลน์เปิดให้ฟัง ขอบคุณค่ะ
แอน ดอนเมือง
? ผมได้ฟังเพลงนี้จากครูเอื้อสุนทรสนาน ก็ได้กราบขอบพระคุณ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล และ ครูเวช สุนทรจามร สองท่านที่ล่วงลับไปแล้ว ได้มอบมรดกทางศิลปทางด้านเพลงไทยสากล ให้แด่คนไทยรุ่นหลังได้รับสิ่งที่ล้ำค่าน่าจะเก็บและรักษาให้แด่คนรุ่นหลังสืบไปนะครับ ยิ่งได้ฟังคุณสมัคร สุนทรเวช นำมาร้องอีกครั้ง ความคิดของผมก็อยากจะบอกให้รัฐบาลที่คุณอภิสิทธิ์ ได้รับทราบว่าคนที่ดีๆที่มีคุณค่าของประเทศชาตินะ เขาฝากอะใรให้คุณและอีกหลายๆท่าน ก่อนที่ท่านจะจากพวกเราไป เอาไปคิดกันนะครับ คนที่จริงจังจริงใจกับประเทศชาติน่ะ เขาดำเนินชีวิตกันยังไง…!!
เด็กหนามบิน
? เป็นเพลงที่ตรงกับนิสัยคุณสมัคร ที่คุณสมัครเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด มั่นคงและเด็ดเดี่ยวและหนักแน่นคำไหนคำนั้น
คนชอบเพลงเก่า
? ชอบเพลงนี้มานานแล้วฟังแล้วก็นึกขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน รวมถึงท่านสมัครด้วย เป็นเพลงที่บรรยายถึงครรลองชีวิตคนเราได้ดีมากทุกแง่มุม สุดท้ายก็หวังว่าความสุข สงบ และสันติจงเกิดแก่ประเทศไทยนะครับ
ชาติ แปดริ้ว
? ขอให้ดวงวิญญาณท่านไปสู๋สุขคติ ท่านเป็นคนที่ชอบร้องเพลงให้คนเต้นรำ ประทับใจงานที่ท่านจ้ดที่หน้าพระบรมรูปทรงม้าแล้วท่านขึ้นไปร้องเพลงให้คนเต้นรำ ไม่รู้ว่างานแบบนี้จะมีขึ้นอีกไหม ที่ผู้นำของประเทศขึ้นไปร้องเพลงให้ประชาชนมีความสุข ท่านเป็นผู้ให้ความสุขกับประชาชน เป็นภาพที่มิอาจลืมได้เลยในชีวิต
pinkytues@gmail.com
? ผมชอบมากๆเพลงนี้
กิตติ
? เพลงนี้ผมได้ฟังตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมตอนต้น ไพเราะและความหมายให้ธรรมกินฝจอย่างมาก นึกขึ้นมาครั้งไรอดที่จะสงสาร ฯพณฯ สมัครเป็นอย่างยิ่ง
ศ.ขอนแก่น
? ฟังเพลงนี้แล้วเข้าใจชีวิตเพิ่มขึ้นครับ
ว่าที่ร้อยเอกอัครเดช วรรณบุญ
? ต้องยอมรับว่า เพลงโลกหมุนเวียน นี้ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล แต่งได้วิเศษมาก เพราะสามารถอธิบาย สัจธรรม ในชีวิตให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ไม่มีอะไร เที่ยงแท้แน่นอน เป็น อนิจจัง ต้องหมุนต้องเวียนอยู่ทุกวินาที ทั้งยังได้ยกตัวอย่างมาอธิบายได้ความอย่างครบถ้วน ให้ข้อคิด ข้อเตือนใจ และเสนอแนะ ที่ดีมากกว่าเพลงอื่นๆ เช่น

คุณหญิงณัษฐนนท ทวีสิน อดีตปลัดกรุงเทพมหานคร เขียนบอกไว้ในเว็บ บ้านคนรักสุนทราภรณ์ ว่า
“ชอบเพลงนี้มากที่สุด ชอบมานานแล้ว ครูเอื้อ ( สุนทรสนาน ) และอดีตนายกฯ ผู้ว่าฯ สมัคร ( สุนทรเวช) ร้องได้เพราะที่สุด เนื้อหาของเพลงทุกถ้อยคำ มีความหมายสุดๆ เป็นสติเตือนใจทุกคน
golf
? ทั้งหญิงทั้งชายก็มีดีมีร้ายเจือปน จากการฟังไม่มีคำว่า ก็ นะครับ
เล็กศร
? ชื่นชอบ และชื่มชม
ทั้งเนื้อร้อง ทำนอง
และผู้ขับขานประสานเพลง
“สมัคร สุนทรเวช”
สีกากี
? เพลงโลกหมุนเวียนมีความหมายและไพเราะจับใจจริงๆจ๊ะและขอขอบคุณสถานีวิทยุออนไลน์เปิดเพลงได้เพราะทุกๆเพลง บุญกุศลนี้ให้ได้แก่ท่านเจ้าของเวปไซต์ด้วยจ๊ะ
คนรักสุนทราภรณ์มากๆ
? ผมรักเสียงเพลงของสุทราภรณ์ฝังจิตฝังใจมาตั้งแต่เด็กๆตอนนี้อายุ44ปีแล้วยังรักเสียงเพลงสุนทราภรณ์เหมือนเดิมและจะรักตลอดไป ขอบคุณกับสิ่งดีๆครับ
geed
? ชอบเพลงนี้มากทำให้คิดถึง ท่านนายกฯสมัคร
แฟนเพลงสุนทราภรณ์
? …ในการพระราชทานเพลิงศพอดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช…
…ณ วัดเทพศิรินทราวาส 14 พ.ย. 53 เวลา 16.00 น….
……”ขอแสดงความคารวะ อำลา – อาลัย ท่านด้วยใจค่ะ”……
อร
? ฟังเพลงนี้แล้วคิดถืงท่านนายกสมัครจังเลยนืกความดีของท่านๆ
พ็อต
? เพลงโลกหมุนเวียน นี้ คณะกรรมการฯ สภาสังคมสังเคราะห์แห่งประเทศไทย ฯ ได้คัดสรรเป็น “เพลงคติธรรม” เพลงหนึ่ง ใน โครงการส่งเสริิมศิลธรรมและจิตใจ พ.ศ.๒๕๒๐ (มีพบในเอกสารที่หอสมุดแห่งชาติ)
บำรุง
? ..คำเดียวสั้นๆ.ว่า เพราะมากกกกก มีคติสอนใจ
มดตะลอน

222222222222222222222222222222222222222222222

ปิดท้ายหลายเรื่องหลายราวผมไม่มีเวลาเขียน ก็ย้อนมานำเสนอเพลงนี้ ครับ
โลกหมุนเวียน – สุนทราภรณ์

โลกหมุนเวียน
บ้านคนรักสุนทราภรณ์ http://www.websuntaraporn.com
คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล
ทำนอง เวส สุนทรจามร
บ้านคนรักสุนทราภรณ์ websuntaraporn.com
อันความหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนที่ในโลกเรา
ทั้งเขาทั้งเราก็คงจะเห็นทั่วกัน
ไม่เที่ยงไม่แท้ปรวนแปรทุกวัน
ต่างเปลี่ยนแปรผันยิ่งนานนับวันมากหน
โลกเราทุกวันผลัดเปลี่ยนแปรผันง่ายดาย
ทั้งหญิงทั้งชายก็มีดีร้ายเจือปน
แต่ก่อนเศรษฐีเดี๋ยวนี้ซิจน
ผลัดเปลี่ยนเวียนวนจะแน่ไฉนกับโชคโลกเรา

โลกเรานี่ก็เหมือนเวทีที่กว้างใหญ่
เราเกิดมาเพื่อใช้กรรมเก่า
ต่างมีกรรมทุกผู้ทุกหมู่เหล่า
เพราะว่าเขากับเราเกิดมาแสดงละครกัน
ละครของโลกมีโศกมีทุกข์สุขปน
คลุกเคล้าระคนชั่วดีเจ็ดหนปนกัน
อยู่อยู่ก็ร้ายแล้วหายไปพลัน
กลับเปลี่ยนแปรผัน ความดีเลวนั้นช่างกลับช่างกลาย

โลกเราผันแปรเกิดแก่เจ็บตายว่ายวน
คนเราทุกคนไม่มีใครพ้นความตาย
เมื่อเกิดมาแล้วไม่แคล้วสักราย
บทบาทสุดท้ายไม่มีแคล้วตายเพื่อนเอ๋ย
เป็นคนทั้งทีรีบก่อความดีให้สม
ทุกทุกสังคมจะได้นิยมชมเชย
เมื่อพลาดเพลี่ยงพล้ำอย่าซ้ำนักเลย
ไม่ช่วยก็เฉยโปรดเถิดอย่าเย้ยผ่อนหนักผ่อนเบา

ชีพยังอยู่ให้เขาชื่นชูประเสริฐกว่า
ไยจะมาอิจฉากันเล่า
อย่าเป็นคนเสียทีที่เกิดเปล่า
เพราะว่าเขากับเราไม่วายใกล้ตายทุกเวลา
ยามชีวิตยังจะฝากจะฝังอะไร
ครั้นถึงตายไปโลกเราจะได้บูชา
ด้วยเหตุฉะนี้ความดีนานา
อุตส่าห์ใฝ่หาประเสริฐหนักหนายิ่งกว่าอะไร

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s