New asian-welfare state : True,we love life และ2046…A Hard Rain’s a – Gonna Fall-จินตนาการdialectic

New asian-welfare state : True,we love life และ2046…A Hard Rain’s a – Gonna Fall-จินตนาการdialectic

วันที่ 13 กันยา-14 กันยา 54

ผมกำลังครุ่นคิดหลายเรื่องราว และรำลึกอดีต ครับ
13 กันยา
พ.ศ. 2357 (ค.ศ. 1814) – การโจมตีป้อมแมกเฮนรีระหว่างสงคราม ค.ศ. 1812 เป็นแรงบันดาลใจให้ ฟรานซิส สกอตต์ คีย์ เขียนบทกวี The Star-Spangled Banner ซึ่งภายหลังนำมาเป็นเนื้อร้องเพลงชาติสหรัฐอเมริกา

พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) – มีการเลือกตั้งทั่วไปทั้งประเทศ ผลการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนมาเป็นลำดับหนึ่ง และนายชวน หลีกภัยเป็นนายกรัฐมนตรี
http://th.wikipedia.org/wiki/13_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99

14 กันยา
พ.ศ. 2485 (ค.ศ. 1942) – เป็นวันแรกที่ทางราชการไทยกำหนดให้ยืนเคารพเพลงชาติในเวลา 8.00 น. และ 18.00 น.
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
ประเทศไทย – วันบุรฉัตร เป็นวันของพระบิดาแห่งรถไฟไทย
http://th.wikipedia.org/wiki/14_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99

Without music, life would be an error.” Friedrich Nietzsche quotes (German
classical Scholar, Philosopher and Critic of culture, 1844-1900.)
thinkexist.com/quotation/without_music…/146285.html

True, we love life, not because we are used to living, but because we are used to loving. There is always some madness in love, but there is also always some reason in madness.
— Friedrich Nietzsche, Thus Spoke Zarathustra, First Part: On Reading and Writing ที่มาhttp://www.wwq3.where-buffalo-roams.com/quotes/love.htm

ต่ออายุมาตรการรถเมล์-รถไฟฟรี..
http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=447461&ch=ec1
..วันเวลาผ่านไปในชีวิตของผม ก็มันเหมือนการเดินทางบนรถไฟ.
A Hard Rain’s a – Gonna Fall

Oh, where have you been, my blue-eyed son ?
And where have you been my darling young one ?
I’ve stumbled on the side of twelve misty mountains
I’ve walked and I’ve crawled on six crooked highways
I’ve stepped in the middle of seven sad forests
I’ve been out in front of a dozen dead oceans
I’ve been ten thousand miles in the mouth of a graveyard
And it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard, and it’s a hard
It’s a hard rain’s a-gonna fall.

Oh, what did you see, my blue eyed son ?
And what did you see, my darling young one ?
I saw a newborn baby with wild wolves all around it
I saw a highway of diamonds with nobody on it
I saw a black branch with blood that kept drippin’
I saw a room full of men with their hammers a-bleedin’
I saw a white ladder all covered with water
I saw ten thousand talkers whose tongues were all broken
I saw guns and sharp swords in the hands of young children
And it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard, and it’s a hard
It’s a hard rain’s a-gonna fall.

And what did you hear, my blue-eyed son ?
And what did you hear, my darling young one ?
I heard the sound of a thunder, it roared out a warnin’
I heard the roar of a wave that could drown the whole world
I heard one hundred drummers whose hands were a-blazin’
I heard ten thousand whisperin’ and nobody listenin’
I heard one person starve, I heard many people laughin’
Heard the song of a poet who died in the gutter
Heard the sound of a clown who cried in the alley
And it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard
And it’s a hard rain’s a-gonna fall.

Oh, who did you meet my blue-eyed son ?
Who did you meet, my darling young one ?
I met a young child beside a dead pony
I met a white man who walked a black dog
I met a young woman whose body was burning
I met a young girl, she gave me a rainbow
I met one man who was wounded in love
I met another man who was wounded in hatred
And it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard
And it’s a hard rain’s a-gonna fall.

And what’ll you do now, my blue-eyed son ?
And what’ll you do now my darling young one ?
I’m a-goin’ back out ‘fore the rain starts a-fallin’
I’ll walk to the depths of the deepest black forest
Where the people are a many and their hands are all empty
Where the pellets of poison are flooding their waters
Where the home in the valley meets the damp dirty prison
Where the executioner’s face is always well hidden
Where hunger is ugly, where souls are forgotten
Where black is the color, where none is the number
And I’ll tell and think it and speak it and breathe it
And reflect it from the mountain so all souls can see it
Then I’ll stand on the ocean until I start sinkin’
But I’ll know my songs well before I start singin’
And it’s a hard, it’s a hard, it’s a hard, and it’s a hard
It’s a hard rain’s a-gonna fall.

http://www.sing365.com/music/lyric.nsf/A-Hard-Rain’s-A-Gonna-Fall-lyrics-Bob-Dylan/73FED5F0B8C6B1B94825696900278527

วันที่ 15-16 กันยา 54
16 กันยา
พ.ศ. 2432 – เริ่มใช้ไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในสยาม
พ.ศ. 2465 (ค.ศ. 1922) – พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานที่ดินที่สัตหีบให้ใช้เป็นฐานทัพเรือ ตามที่พล.ร.อ. พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้ขอพระราชทาน ขณะดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ
พ.ศ. 2485 (ค.ศ. 1942) – ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทยกับผู้แทนกองทัพญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ลงนามในข้อตกลงสร้างทางรถไฟสายมรณะ
พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) – เกิดรัฐประหารปลด ฮวน เปรอง ผู้นำอาร์เจนตินา
พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) – จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจอมพล ป. พิบูลสงคราม และแต่งตั้ง พจน์ สารสิน เป็นนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) – ประหารชีวิตซีอุย แซ่อึ้ง ฆาตกรฆ่าเด็กและกินศพเป็นอาหาร
พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) – ส่วนหนึ่งของแหลมมลายู สิงคโปร์ บอร์เนียวเหนือ และซาราวัก ผนวกกันเป็นประเทศมาเลเซีย
พ.ศ. 2518 – ปาปัวนิวกินีประกาศเอกราช
พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) – เงินตราปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษถูกกดดันให้ถอนตัวออกจากกลไกอัตราแลกเปลี่ยนยุโรป และลดค่าลงอย่างมาก
พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) – ความไม่สงบในภาคใต้ของประเทศไทย:คนร้ายลอบวางระเบิดในย่านชุมชนอย่างน้อย 3 แห่ง ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ โดยใช้วิธีซุกระเบิดไว้ในรถจักรยานยนต์แล้วนำไปจอดทิ้งไว้ เกิดระเบิดในเวลา

ประมาณ 21.30 น. ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และบาดเจ็บร่วม 30 คน
พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007) – เครื่องบินโดยสารของสายการบินวันทูโกประสบอุบัติเหตุไถลออกจากทางวิ่งขณะร่อนลงจอด ที่สนามบินภูเก็ต เครื่องเกิดการระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 89 คน บาดเจ็บ 41 คน
พ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009) – ไฟฟ้าขัดข้องในช่อง 3
พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011) -ทักษิณไปเขมร(อันนี้ผมเพิ่มเองจากวิกิพีเดีย คับ)

วันเกิด
พ.ศ. 2355 (ค.ศ. 1812) – หลวงปู่เงิน พุทธโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน (มรณภาพ 20 กันยายน พ.ศ. 2462)
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
เม็กซิโก – วันประกาศเอกราช
International Day for the Preservation of the Ozone Layer (ดูเพิ่มเติมวิกิพีเดีย)

จากอาการส่วนตัวของผมเป็นหวัด เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ และฝนยังตกตลอดทุกวัน ในวันที่15 กันยา ถือเป็นวันศิลป์ พีระศรี ซึ่งผมกลับนึกถึงเรื่องอื่นๆ เช่น ชาวต่างชาติบางคนบอกว่ารถไฟไทยช้า….และวันที่16 กันยา ก็กูเกิ้ล แนะนำครบรอบ118 ปีวันเกิดของAlbert Szent-

Györgyi – Wikipedia, the free encyclopedia..Albert von Szent-Györgyi de Nagyrápolt (September 16, 1893 – October 22, 1986) was a Hungarian physiologist who won the Nobel Prize in Physiology or

…en.wikipedia.org/wiki/Albert_Szent-Györgyi และ Albert Szent-Gyorgyi..Albert Szent-Gyorgyi. … ประวัติ Albert Szent-Gyorgyi กับการค้นพบวิตามินซี. Read more : Albert Szent-Gyorgyi ผู้ค้นพบไวตามินซี. Read more

…senior.eduzones.com/siam/84087

ถ้าเราคิดถึงสุขภาพ อาการหวัด ก็คิดถึงเรื่องวิตามินซี น่ะครับ
เมื่อผมคิดเรื่อง10 อันดับเสิร์ชเอ็นจิ้นที่ดีที่สุดประจำปี 2011 คือ 1.Duck Duck Go 2.Ask 3. The Internet Archive 4.Yippy 5.Yahoo 6.Bing 7.Mahalo 8.Dogpile 9.Webopedia 10.Google ที่มา:http://netforbeginners.about.com และa day

bulletin 19-25 August 2011 ส่วนกูเกิ้ลพลัส ทุบสถิติเว็บไซด์ คนเข้าเยอะและเร็วที่สุดในโลก บริษัท คอมสกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติทางเทคโนโลยี เผยสถิติล่าสุดของเว็บไซด์กูเกิ้ล พลัส เครือข่ายสังคมออนไลน์น้องใหม่ นับจากที่เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนา-24 กรกฏา ซึ่งเฉลี่

ยนแล้วมีผู้คนมาจากทั่วโลกคลกเข้าไปชมมากกว่า 25 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละ 1 ล้านคน ซึ่งถือสถิติที่มากที่สุด และรวดเร็วที่สุด แซงหน้าเว็บไซด์มายสเปซที่ใช้เวลาเกือบ 2 ปี หรือทวิตเตอร์ที่ใช้เวลา 33 เดือน และเฟซบุ๊คที่ต้องใช้เวลาถึง 3 ปี…

..หากยุคศตวรรษที่ 21 บางอย่างรวดเร็ว แล้วตรงกันข้ามเราย้อนรำลึกอดีต และเมื่อวันก่อนผมเอาบทเพลงA Hard Rain’s a – Gonna Fallของบ็อบ ดีแลน ต้นแบบของเพลงนี้=ตายสิบเกิดแสน ครับ
มองดูความจริง ซิพี่น้องผองเพื่อน มองดูความจริง ซิชั่วดีโปรดเตือน มองเห็นผู้คนหลาย เห็นความตาย ความอยาก มองเห็นผู้ข่มเหง บรรเลงเพลง ชื่อกดขี่ มองเห็น ผู้คนแค้น ทั้งแดนดิน ดังแดนบาป มองหาก็มองหาย ความจริงตาย เลือดแดงอาบ ถูกเขาปราบ เขาปราม เขาตาม เขาตาม
เขาตาม หา เพื่อฆ่าเข่น ยืนบนความเป็นธรรม ส่องนำ ด้วยสัจจะ ภายในความเป็นธรรม คนจดจำ ติดตา ตายสิบเพื่อเกิดแสน ถมแทนผู้สูญดับ เคียวคมประกายแสง จรัสแรงคมกล้า ฟันเฟืองจักรผัน เพื่อลงทัณฑ์ผู้เอาเปรียบ นักศึกษาประชาชน ทั้งมวลชนผู้ขมขื่น รวมกัน หยัดยืน แม้ดาบปืน

จะฟันฝ่า แล้ววันหนึ่ง ของเรา จะมาถึง มาถึง มาถึง ซึ่งชัยโชติ เอาดวงใจมารวม ร่วมพลัง หวังสู้ เอาดวงใจมารวม ร่วมฟัน ศัตรู น้ำหนึ่ง ใจเดียวกัน คือเผ่าพันธุ์ ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ทาส แต่เป็นไท ร่วมใจสร้างผลผลิต ผู้ใดกอบ ผู้ใดโกย ต้องถูกโบย เพราะมันผิด เรามีงาน เรามีกิน และแผ่นดิน

ไม่มีเจ้า เรามีเหตุ เรามีผล เราต่างคน ต่างเทียมเท่า เราทำงาน เราทำงาน สุขสำราญ ไม่มีเศร้า สังคมใหม่ ผู้คนใหม่ คือคนไทย ใช่คือทาส เข้ามาเถิด เข้ามา เดินเข้ามา มาหา มวลประชา ผู้เป็นใหญ่
http://www.songontour.com/song_detail.php?song=3681

วันที่ 17-18-19 กันยา 54
วันที่17 กันยา
พ.ศ. 2330 (ค.ศ. 1787) – ผู้แทนจาก 12 รัฐ ร่วมลงนามในรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา ที่ร่างเสร็จในวันนี้ ณ เมืองฟิลาเดลเฟีย มลรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา
พ.ศ. 2403 – สยามประกาศใช้เงินเหรียญบาทในวันนี้
พ.ศ. 2431 – บรูไนเข้าเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษด้วยความสมัครใจ
พ.ศ. 2437 (ค.ศ. 1894) – กองทัพเรือญี่ปุ่นและจีน ปะทะกันในสมรภูมิแม่น้ำยาลู ยุทธนาวีครั้งสำคัญในสงครามจีน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 1
พ.ศ. 2482 – กองทัพโซเวียตบุกโปแลนด์ทางตะวันออก
พ.ศ. 2487 (ค.ศ. 1944) – สงครามโลกครั้งที่สอง: ปฏิบัติการมาร์เก็ตการ์เดนเริ่มต้นขึ้น เมื่อสัมพันธมิตรวางกำลังพลร่มหลังแนวรบเยอรมันในเมืองอาร์นเฮม เนเธอร์แลนด์
พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) – ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) – องค์การนาซาเผยข้อมูลกระสวยอวกาศเอ็นเตอร์ไพรซ์ กระสวยอวกาศลำแรก ที่เมืองปาล์มเดล มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) – ประธานาธิบดี อันวาร์ ซาดัต แห่งอียิปต์ และนายกรัฐมนตรี เมนาเฮม เบกิน แห่งอิสราเอล ลงนามในข้อตกลงแคมป์เดวิด ณ แคมป์เดวิด
พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) – การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในประเทศไทย กันยายน พ.ศ. 2551 : ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรโหวตเลือกนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจากนายสมัคร สุนทรเวช หลังจากการนัดโหวตล่มไปครั้งนึงแล้วจากวันที่ 12 กันยายน เนื่องจากสมาชิก

พรรคพลังประชาชนบางกลุ่มยื่นเงื่อนไขและไม่เข้าประชุม

วันที่18 กันยา
พ.ศ. 639 (ค.ศ. 96) – วุฒิสภาโรมันเลือกเนอร์วาให้ครองราชบัลลังก์เป็นจักรพรรดิโรมัน
พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896) – พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนากรมป่าไม้ โดยให้อยู่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931) – อุบัติการณ์แมนจูเรีย: จักรวรรดิญี่ปุ่นใช้ข่าวลือที่ว่าผู้ก่อการร้ายชาวจีนทำลายบางส่วนของทางรถไฟสายแมนจูเรียใต้ที่ตนสร้าง เป็นข้ออ้างในการผนวกดินแดนแมนจูเรีย
พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) – เขาใหญ่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย
พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) – เปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี เป็นวันแรก
พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) – วันก่อตั้งไอแคนน์ (ICANN) องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ทำหน้าที่กำหนดชื่อโดเมนและเลขที่อยู่ไอพีบนอินเทอร์เน็ต
วันถึงแก่กรรม
พ.ศ. 2326 (ค.ศ. 1783) – เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ นักคณิตศาสตร์ชาวสวิส (เกิด 15 เมษายน พ.ศ. 2250)
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
ชิลี – วันประกาศเอกราช
เทศกาลไหว้พระจันทร์ (พ.ศ. 2548) ตามปฏิทินจีน

วันที่19 กันยา
พ.ศ. 2417 (ค.ศ. 1874) – พิธีเปิดมิวเซียมหลวง พิพิธภัณฑ์แห่งแรกของไทยซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นที่หอคองคอเดีย หรือศาลาสหทัยสมาคม ภายในพระบรมมหาราชวังชั้นนอก รัฐบาลกำหนดให้วันนี้เป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2538
พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) – สิทธิออกเสียงเลือกตั้งของสตรี: สตรีในนิวซีแลนด์ได้รับสิทธิการออกเสียงลงคะแนนในการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2445 (ค.ศ. 1902) – เปิดกรมธนบัตรในสยาม
พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) – เหตุการณ์ 6 ตุลา : จอมพลถนอม กิตติขจร เดินทางกลับมาจากสิงคโปร์โดยบวชเป็นเณร และอุปสมบทเป็นภิกษุที่วัดบวรนิเวศวิหาร โดยอ้างว่าต้องการบวชให้บิดาที่กำลังจะเสียชีวิต
พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) – สกอตต์ ฟาห์ลแมน เสนอให้ใช้อีโมติคอน “:-) ” และ “:- (” เป็นคนแรก
พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) – เซนต์คิดส์และเนวิสประกาศเอกราช
พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) – อุทกภัยครั้งใหญ่ พ.ศ. 2538: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุมสำนักพระราชวังในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ องคมนตรี รองสมุหราชองครักษ์ เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ปลัดกรุงเทพมหานคร และผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการเร่งรัดบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดอื่น ๆ
พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) – สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปทรงเปิดอนุสาวรีย์ทหารผ่านศึกเวียดนาม ณ กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า

อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) – เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศ ประสบอุบัติเหตุตกกลางป่าลึกบริเวณเทือกเขาลิจอ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ขณะนำขบวนข้าราชบริพารตามเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กลับจากบ้านโต๊ะโม๊ะ ตำบลภูเขาทอง มุ่งหน้าไป

ยังพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 14 คน
พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) – หม่อมหลวงบัว กิติยากร พระราชชนนีในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถึงแก่พิราลัย ที่โรงพยาบาลศิริราช
เกิดเหตุโรงงานอบลำไยระเบิด ที่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ มีคนงานเสียชีวิต 36 ศพ
พ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001) – มุลลอห์ โมฮัมหมัด โอมาร์ ผู้นำตาลีบันออกแถลงการณ์ว่าจะไม่ส่งตัวอุซามะห์ บิน ลาดินถ้าไม่มีหลักฐานความผิดที่แน่นอน
พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) – รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 : พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครองของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งอยู่ระหว่างการ

ประชุมสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก
พ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009)
แดงทั้งแผ่นดินสัญจร : กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมใหญ่ภายใต้หัวข้อ “3 ปีต้านอำมาตยา สถาปนารัฐไทยใหม่” ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวน 120,000 คน
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำนวน 4,000 คน นำโดยนายวีระ สมความคิด เดินทางไปยังปราสาทพระวิหาร และปะทะกับชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง ทำให้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
วันเกิด
พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) – จอน อึ๊งภากรณ์ สมาชิกวุฒิสภา

วันถึงแก่กรรม
พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) – หม่อมหลวงบัว กิติยากร

วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
วันพิพิธภัณฑ์ไทย
วันเอกราชในเซนต์คิตส์และเนวิส (พ.ศ. 2526)
(ดูเพิ่มเติมวิกิพีเดีย)

…อุตุฯเตือน18-21 ก.ย.ฝนถล่มอีกระลอก…กรมอุตุฯเตือน 18 – 21 ก.ย.ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และอีสาน เจอฝนถล่มหนักอีกระลอกhttp://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=448395&ch=lc1

..เมื่อวาน(ตะวา) คือ วันที่16 กันยา มีใครถูกล็อตตอรี่ หรือหวยบ้าง? ครับ โดยเลขท้ายสองตัว ออกเลข 28 คือ บางคนตีความว่าเลขวันเกิดนายกฯ แต่ที่จริงตรงกับเลขนายกฯ คนที่ 28 ฮาๆ แต่ชีวิตไม่ตลกง่ายๆเหมือนกันในบางครั้ง และผมไม่ว่างเขียนอะไรเล่นๆ น่ะ ครับ
http://news.impaqmsn.com/articles_hn.aspx?id=448641&ch=hn
ถ้าชีวิตเกี่ยวพันโศกนาฏกรรม ก็บางครั้งชีวิต เล่นตลกกับเรา มากมายเหลือเกิน และเราก็มีข่าวเศร้ามากมาย เช่น ‘รัก..แดงที่สุด‘ โศกนาฏกรรมรักครูกับศิษย์? http://news.sanook.com/1055393-รัก..แดงที่สุด-โศกนาฏกรรมรักครูกับศิษย์.html
โดยผมยกตัวอย่างในฐานะของความจริงของชีวิตไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ แค่เล่าเรื่องราวต่างๆ เช่น สุดตะลึง! คนงาน18 คน ถูกรางวัลที่ 1 ในวันที่โดนไล่ออก…
คำกล่าวที่ว่า เรื่องดีๆ มักจะมาตอนที่เรากำลังแย่แบบสุดๆ คงใช้ได้กับบรรดาเหล่าพนักงานทั้ง 18 คน ของบริษัทสมาร์ต เทคโนโลยีส์ ในกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เพราะหลังจากที่พวกเขาได้เดินทางมาทำงานตามปกติ แต่กลับพบว่าทางบริษัทได้ประกาศนโยบายลอยแพลูกจ้างอย่าง

ไม่ทันตั้งตัว โดยการคัดคนออกในครั้งนี้มีพนักงานจำนวน 200 ชีวิต จากคนงานทั้งสิ้น 300 คน แต่โชคก็ยังเข้าข้างพนักงานทั้ง 18 คน นี้อยู่ เพราะในวันดังกล่าวพวกเขา ก็ถูกรางวัลที่ 1 ร่วมกันเป็นจำนวนเงินถึง 7.1 ล้านดอลลาร์ฯ ประมาณ 209 ล้านบาท ซึ่งทางสลากและการพนันออ

นเทรีโอ(O.L.G) ได้ออกมายืนยันถึงผลรางวัลที่พวกเขาถูกว่าเป็นความจริง ถือว่าเป็นทั้งโชคร้ายและโชคดีคราวเดียวกัน…

มันเป็นช่วงเวลาของชีวิต เพราะช่วงชีวิตอันทบทวนอดีต ที่ผมกลับบ้านในเดือนนี้ ก็มีเรื่องเล่ามากมาย เช่น ญาติของผม ก็เป็นทหารเกณฑ์ไปรบแนวหลังของช่วงที่มีการปะทะกันของไทย-กัมพูชา ในต้นปีที่ผ่านมา และผมชอบที่หนังสือเรื่องกำเนิดโศกนาฏกรรมของนิทเช่ ที่มีการเขียนการ

พยายามวิจารณ์ตนเอง และประโยคที่ว่า…Laughter I declare sacred: you higher men, for my sake learn— to laugh!”

The Birth of Tragedy
An Attempt at Self-Criticism* …

..What? Isn’t your book for pessimists itself an anti-Greek and Romantic piece, even something “as intoxicating as it is befuddling,” in any event, a narcotic, even a piece of music, German music? Listen to the

following:

“Let’s picture for ourselves a generation growing up with this fearlessness in its gaze, with this heroic push into what is tremendous; let’s picture for ourselves the bold stride of these dragon slayers, the proud audacity

with which they turn their backs on all the doctrines of weakness associated with optimism, in order to live with resolution, fully and completely. Would it not be necessary that the tragic man of this culture, having

trained himself for what is serious and frightening, desire a new art, the art of metaphysical consolation, the tragedy, as his own personal Helen of Troy, and to have to cry out with Faust:

With my desire’s power, should I not call
Into this life the fairest form of all?*

“Would it not be necessary?” . . . No, three times no! You young Romantics: it should not be necessary! But it is very likely that things will end up like that—that you will end up like that—namely, “being consoled,” as it

stands written, in spite of all the self-training for what is serious and frightening, “metaphysically consoled,” in short, the way Romantics finish up, as Christians. . . . No! You should first learn the art of consolation in this

life—you should learn to laugh, my young friends, even if you wish to remain thoroughly pessimistic. From that, as laughing people, some day or other perhaps you will for once ship all metaphysical consolation to the

devil—and then away with metaphysics! Or, to speak the language of that Dionysian fiend called Zarathustra:*

“Lift up your hearts, my brothers, high, higher! And for my sake don’t forget your legs as well! Raise up your legs, you fine dancers, and better yet, stand on your heads!”

“This crown of the man who laughs, this crown wreathed with roses—I have placed this crown upon myself. I myself declare my laughter holy. Today I found no one else strong enough for that.”

“Zarathustra the dancer, Zarathustra the light hearted, who beckons with his wings, a man ready to fly, hailing all birds, prepared and ready, a careless and blessed man.”—

“Zarathustra the truth-teller, Zarathustra the true laugher, not an impatient man, not a man of absolutes, someone who loves jumps and leaps to the side—I myself crown myself!”

“This crown of the laughing man, this crown of rose wreaths: you my brothers, I throw this crown to you! Laughter I declare sacred: you higher men, for my sake learn— to laugh!”
……………….
The Birth of Tragedy
1
We will have achieved much for scientific study of aesthetics when we come, not merely to a logical understanding, but also to the certain and immediate apprehension of the fact that the further development of art is

bound up with the duality of the Apollonian and the Dionysian, just as reproduction similarly depends upon the duality of the sexes, their continuing strife and only periodically occurring reconciliation. We take these

names from the Greeks, who gave a clear voice to the profound secret teachings of their contemplative art, not in ideas, but in the powerfully clear forms of their divine world. With those two gods of art, Apollo and

Dionysus, we establish our recognition that in the Greek world there exists a huge contrast, in origin and purposes, between the visual arts, the Apollonian, and the non-visual art of music, the Dionysian.* These two

very different drives go hand in hand, for the most part in open conflict with each other and simultaneously provoking each other all the time to new and more powerful offspring, in order to perpetuate in them the

contest of that opposition, which the common word “Art” only seems to bridge, until at last, through a marvellous metaphysical act of the Greek “will,” they appear paired up with each other and, as this pair, finally

produce Attic tragedy, as much a Dionysian as an Apollonian work of art.

In order to bring those two drives closer to us, let us think of them first as the separate artistic worlds of dream and of intoxication, physiological phenomena between which we can observe an opposition

corresponding to the one between the Apollonian and the Dionysian. According to the idea of Lucretius, the marvellous divine shapes first stepped out before the mind of man in a dream.* It was in a dream that the

great artist saw the delightful anatomy of superhuman existence, and the Greek poet, questioned about the secrets of poetic creativity, would have also recalled his dreams and given an explanation similar to the

one Hans Sachs provides in Die Meistersinger.*

My friend, that is precisely the poet’s work—
To figure out his dreams, mark them down.
Believe me, the truest illusion of mankind
Is revealed to him in dreams:
All poetic art and poeticizing
Is nothing but interpreting true dreams.
…………..
If we now add the most important phenomenon of the entire ancient lyric, the union, universally acknowledged as natural, between the lyricist and the musician, in fact, their common identity—in comparison with which

our recent lyrics look like the image of a god without a head—then we can, on the basis of the aesthetic metaphysics we established earlier, now account for the lyric poet in the following manner. He has, first of all, as

a Dionysian artist, become entirely unified with the primordial oneness, with its pain and contradiction, and produces the reflection of this primordial oneness as music, if music can with justice be called a re-working of

the world and its second casting. But now this music becomes perceptible to him once again, as in a metaphorical dream image, under the influence of Apollonian dreaming.
……..
http://records.viu.ca/~johnstoi/nietzsche/tragedy_all.htm#t1

เมื่อคุณลองดูฉบับเต็มภาษาอังกฤษ ที่มีการเล่นคำจากภาษาเยอรมันของนิทเช่ ดูน่ะครับ
แล้วจริงๆ ชีวิตช่วงสุดท้ายของนิทเช่ ก็เศร้าเกินไปกว่าผมจะเอามาให้เราดูกัน ไปหาดูในยูทิว ก็ได้ เช่น nietzsche,Parable of the Madman – Friedrich Nietzsche,Nietzsche – ‘Last Days’ Footage – 1899จึงส่งท้ายไม่ใช่เพลงบรรเลงเปียโน แต่เพลงEdie

Brickell – Good Timesครับ
Edie Brickell – Good Times และเพลงนี้เป็นเพลงที่ไพเราะมากหลายปีก่อนผมชอบ และผมพยายามตามหาอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็พบเพลงนี้ เพราะเพลงนี้ผมรู้จักครั้งแรกจากมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรก ก็เขาแถมเพลงนี้มาให้ผม ในเครื่องคอมฯPC ที่มีการinstallโปรแกรมคอมฯ น่ะครับ โดย โดยEdie Brickell – Wikipedia, the free

encyclopedia…Her “Good Times” video was included as part of the multimedia samples on the Windows 95 installation CD-ROM. Her father, Eddie Brickell, “the Fort Worth …en.wikipedia.org/wiki/Edie_Brickell
Edie Brickell – Good Times
You don’t even have to try
it comes easy for you
the way you move is so appealing it could make me cry
go out drivin’ with my friends
in Bobby’s big old beat up car
I’m with a lot of people, then I wonder where you are

Good times, bad times gimme some of that
Good times, bad times gimme some of that
Good times, bad times gimme some of that
Ooh woo ooh

I don’t wanna say goodbye
don’t wanna walk ya to the door
I spent a little time with you, I want a little more

Good times, bad times gimme some of that
Good times, bad times gimme some of that
Good times, bad times gimme some of that
ooh woo ooh

(male spoken part)

And baby really, I don’t have to…
I don’t have to go anywhere right now.
You want some more, you want some more a’ this
Edie, whatever you want baby, just,
say it
aaaaaaaah, just say it

Good times, bad times gimme some of that
Good times, bad times gimme some of that
Good times, bad times gimme some of that
Ooh woo ooh

Now want those good, good ,good times
and not those bad, bad, bad times
I want those good, good, good ,good times
gimme some that……….

http://www.sing365.com/music/lyric.nsf/good-times-lyrics-edie-brickell-new-bohemians/e99b167931ae1a0b48256d95000aa45e
http://www.englishub.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=519628&Ntype=6(ลองดูเพิ่มเติม-ฉบับแปลภาษาอังกฤษเป็นไทยครับ)
เมื่อผมนึกถึงเพลงA Hard Rain’s Gonna Fall…ที่มีคนแสดงความคิดเห็นว่า…
ItGirl666 (2 สัปดาห์ที่ผ่านมา)
I am so sick of the “Bob Dylan sucks because he can’t sing”? criticism. Dismissing Bob Dylan as an artist because of his voice, is like saying Shakespeare wasn’t a good writer because he couldn’t dance. Who

cares? Bob Dylan is a genius of immense proportions, and his words have enhanced the lives of more people than the most talented pop singer could ever hope to. This song is still real today. นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง และบ็อบ ดีแลน ก็ได้เดินทางมาทัวร์คอนเสริต์ ครั้งแรกในเอเชีย ก็เริ่มจากจีน สนามกีฬาคนงาน นครปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ แกรนด์ สเตจในวันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2554 และไฮไลท์ คือ คอนเสริท์ที่โฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนามในวันที่ 10 เมษายน 54…น่ะครับ

โดยมีเพลงA Hard Rain’s Gonna Fall-Lyrics-Edie Brickellร้องเพลงGood time ก็เคยร้องเพลงนี้ ครับ ซึ่งเราลองดูหลายเวอร์ชั่นหลังสงครามเวียดนาม ก็มีบทเพลงถูกขับร้องในเวอร์ชั่นต่างๆ เช่น Eddie Brickell and New Bohemians – A Hard Rain’s

Gonna Fall…
มันเป็นโศกนาฎกรรมของฝนตกหนัก จริงๆ ในหลายข่าวรายวันอันผ่านมาในเรื่องหนักหน่วง ก็ไม่ว่าคนจมน้ำท่วม ที่มีเด็กเล่นน้ำ ตามข่าวในพิจิตรภายใต้สถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วม แต่ผมเชิญชวนดูมิวสิควิดิโอเข้ากับบรรยากาศของฝนตก ที่มีSound-voiceอันน่าสนใจประกอบเรื่องThe Birth of Tragedy เพื่อ

กลับหัวสำหรับมองโลกโดยให้มีความหวังในGood timesด้วยครับ

วันที่ 20-21 กันยา54
ฝนตกต่อเนื่องมาวันที่20-21กันยา 54 ซึ่งวันที่ 20 กันยา(ในปี2549 พันธมิตรฯประกาศเคลื่อนพล) เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ และวันรัฐวิสาหกิจไทย(ผมนึกถึงรถไฟไทย ในฐานะรัฐวิสาหกิจเหมือนการไฟฟ้าไทย) และวันที่ 21 กันยา เป็นวันสันติภาพโลก…ก็ผมนอนไม่ค่อยหลับ

จากอาการป่วยเป็นหวัด ซึ่งผมครุ่นคิดเรื่องการเมืองและงานต่างๆ ฯลฯ จะไม่เล่ารายละเอียด โดยวันที่ 21 กันยา ก็ผมหวนนึกถึงภาพฝรั่งโดดป้ายโฆษณา ในเชียงใหม่ ก็เมื่อปีที่แล้วผมอยู่ในเหตุการณ์ แล้วเวลาก็ผ่านไปหนึ่งปีอย่างรวดเร็ว ซึ่งผมระลึกถึงอดีต ในฐานะแง่มุมทางเศรษฐกิจ ก็เล่าเรื่องตัวอย่างซักสองสามเรื่องรอบโลกนี้ ก่อนกลับสู่ปัจจุบันของไทยครับ

1.เมื่อ19 ตุลาคม 1987 กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าการเงิน และการลงทุนที่เรียกว่า Black Monday ทำให้คนอังกฤษหันมาสนใจเฟอร์นิเจอร์ และของแต่งบ้านในสไตล์เรียบง่าย สะดวกต่อการใช้งาน และคุ้มค่าเม็ดเงิน สร้างสถิติการขายแบบดีวันดีคืน จนIKEA เติบโตในตลาดอังกฤษ

ทั้งที่ก่อนหน้าชาวอังกฤษไม่ได้ ซาบซึ้งกับความเรียบง่ายรูปแบบสแกนดินีเวีย แต่ในวันนั้น IKEA อยู่ถูกที่และถูกเวลาพอที่จะหันเหให้คนอังกฤษเปิดรับรสนิยมแบบใหม่ที่จะสร้างความปกติสุขให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ จริงอยู่ที่ชีวิตมักไม่มีสูตรสำเร็จหรือคาถาที่จะปัดเป่าอาการผิดปกติใดๆ

จะมีก็เพียงแต่ความสามารถจากความคิด และความรู้ เท่านั้นที่จะประคับประคองให้ชีวิตเป็นปกติในยามที่ต้องท้าทายกับสิ่งที่ไม่ได้รับเชิญ…

2…NEW NORMAL ค่านิยมใหม่ ใจกลางความโกลาหล…เมษายน 2011 กรุงวอชิงตัน ดีซี…สิ่งที่นายเบอร์นานเก้ แสดงออกมาก็คือ ความกังวลว่าการว่างงานในระยะยาวจะมีปัญหาอย่างมาก เพราะว่ายิ่งว่างงานนานมากขึ้นเท่าไร การเชื่อมโยงของตลาดแรงงานกับแรงงาน ก็จะยิ่งลด

ลงเรื่อยๆ ทักษะที่แรงงานเคยมีและเคยใช้ได้จะค่อยๆหดหายใช้ไม่ได้อีกต่อไป และผลก็คือ ความท้อใจและเลิกหางานในที่สุด ข้อสงสัยของผู้สื่อข่าวนิวยอร์ก ไทม์ เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับชีวิตคนธรรมดาๆ ทั่วไปในสังคมอเมริกัน ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ(The Great Recession) ที่

กัดกร่อยสังคมอเมริกัน ได้ส่งผลต่อวิถีคิด และวิถีชีวิตของพวกเขาอย่างรุนแรง…

3.Heidemarie Schwermer | Living Without Money.. คนเยอรมัน ใช้ชีวิตโดยไม่ใช้เงิน ซึ่งประเทศเยอรมัน เป็นรัฐสวัสดิการ ก็มีการดูแลอย่างดี ต่อผู้สูงอายุ ขณะที่ประเทศไทย กำลังดำเนินตามประชานิยม ต่ออายุรถเมล์-รถไฟฟรี แต่การขยับไปสู่รัฐสวัสดิการ(welfare

state)ไม่ใช่เรื่องง่าย และภูมิภาคอาเซียน(asian) จะรวมกลุ่มได้เหมือนยุโรป เป็นยูโร ที่เข้มแข็งไหม? ก็เป็นปริศนาอยู่จนบัดนี้ เหมือนปริศนาว่าคนเราไม่ใช้เงินได้ไหม? ในฐานะชนชั้นกลางหรือเปล่า ที่เธอเป็นจึงทำแบบนี้ได้ และเธอ ก็เอาเงินสวัสดิการของเธอไปให้คนยากจน ซึ่งลองดู

ข้อมูลกัน น่ะ ครับ
30 May 2011 … Heidemarie Schwermer was born in 1942 in Memel (former East Prussia). During
World War II, she and her family came as refugees to …

livingwithoutmoney.org/about-the-film/about-heidemarie/ – แคช – ใกล้เคียงLiving Without Money | a documentary film
Skip to content. Home ? About the film ? Synopsis ? Heidemarie Schwermer …

livingwithoutmoney.org/ – แคช – ใกล้เคียงLiving without money – Times Online
24 Nov 2009 … Twenty-two years ago Heidemarie Schwermer, a middle-aged secondary school
teacher just emerging from a difficult marriage, moved with her …

women.timesonline.co.uk/tol/life_and…/article6928744.ece – ใกล้เคียงรูปภาพสำหรับ heidemarie schwermer

Heidemarie Schwermer – Sharewiki
20 Aug 2011 … Heidemarie Schwermer is a woman from Germany (trained teacher and
psychotherapist) who deals with sharing (and barter). She is somewhat …

sharewiki.org/en/Heidemarie_Schwermer – แคช – ใกล้เคียงHeidemarie Schwermer,Gib und NimmHeidemarie Schwermer,Gib …
In F?lle sein ohne Geld (Pdf-bestand) ? Die aktuelle Seite. Counter. Heidemarie
am Dom. Gib und Nimm – Heidemarie Schwermer. Tel.: 0176 85274722 …

projekte.free.de/gibundnimm/ – แคช – ใกล้เคียงHeidemarie Schwermer has not used money or credit for 15 years …
17 Jul 2011 … Heidemarie Schwermer walked out of her home in Dortmund, Germany, and now
travels from town to town with just a suitcase, a mobile phone …

ascendingearthbeings.wordpress.com/…/heidemarie-schwermer-has-not-used-money-or-credit-for-15-years/ – แคช – ใกล้เคียงHeidemarie Schwermer – Living without Money | Oddity Central …
8 Jul 2011 … Heidemarie Schwermer, a 69-year-old woman from Germany, gave up using
money 15 years ago and says she’s been much happier ever …

http://www.odditycentral.com/…/woman-hasnt-used-money-in-15-years.html – แคช – ใกล้เคียงHappiness: Woman Has Not Used Money In 15 Yrs | Health …
21 Aug 2011 … Heidemarie Schwermer, a 69-year-old woman from Germany, gave up using
money 15 years ago and says she’s been much happier ever …

healthfreedoms.org/…/happiness-woman-has-not-used-money-in-15-yrs/ – แคช – ใกล้เคียงDailyGood: Living Without Money For 13 Years
Twenty-two years ago Heidemarie Schwermer, a middle-aged secondary school
teacher just emerging from a difficult marriage, moved with her two children to …

http://www.dailygood.org/more.php?n=3934 – แคช – ใกล้เคียงLiving Without Money – trailer – YouTube 2 นาที – 8 พ.ย. 2010
อัปโหลดโดย LivingWithoutMoney
In the documentary Living Without Money, we meet the German woman Heidemarie Schwermer who made a deliberate choice to live without …
http://www.youtube.com/watch?v=djzitB1xyoc

-ย้อนกลับมาไทยแลนด์ แดนน้ำท่วมในขณะนี้ และปัญหา ที่มีข้อเสนอแก้ปัญหาน้ำท่วม เช่น ข้อเสนอบางระกำโมเดล จะเป็นอย่างไร?
แล้วเราลองลดเครียดมาอ่านข่าว…เม้าท์กันฮาเฮ เบื้องหลังภาพเครียด”ยิ่งลักษณ์-ประยุทธ์” มีรอยยิ้ม”แม่มณี”แพนเค้ก-”คุณหลวง”เสื้อเขียว.
วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 17:59:50 น. Share …www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1316343120…01…
http://www.ohbar.com.au/main/view-content.php?id_content=6869

(แม่มณีใช้กระจก เป็นเครื่องย้อนเวลาไปสู่สมัยรัชกาลที่5 และถ้าเรานึกถึงกำเนิดกองทัพสมัยรัชกาลที่ 5-จนถึงปัจจุบัน แม่มณี คือ แพนเค้ก-ยิ่งลักษณ์-ประยุทธ์สามารถไปด้วยกันได้)

เมื่อบางประเด็น ก็น่าสนใจ แต่ผมไม่มีโอกาส ที่มีเวลาเขียนอะไรมากมาย เพราะผมมีโอกาสได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับซุนวู ผู้มีวาทะรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ซึ่งซุนวู กล่าวถึงยุทธวิธีต้องไม่ซ้ำ ไหลเรื่อยเหมือนน้ำไปในที่โขดหินต่างๆ แต่ว่ายุทธวิธี และกลยุทธ์ของรัฐบาล จะไปด้วย

กันกับกองทัพบกได้อย่างไร? ก็หลายเรื่อง หลายประเด็น ที่มีการพูดคุยกันของงานจัดวิทยุในเรื่องครบรอบ 5ปีรัฐประหาร 19 กันยา 54 ต้องเกิดมาคุย ซึ่งผมกับนักศึกษาจัดรายการวิทยุคุยกัน ได้มีโอกาสพูดคุยกับวาดรวี ผู้เขียนหนังสือวิกฤติ 19 กันยาถึงพฤษภา 53 และผมเล่าเรื่องจาก

การอ่านบทสัมภาษณ์ โดยผมกำลังเรียบเรียงเพื่อเผยแพร่ของพอล แชมเบอร์ส วิเคราะห์กองทัพในสถานการณ์ปัจจุบันด้วย
-ตัวอย่างงานของพอล แชมเบอร์ส ถูกอ้างอิงถึง คือ ทหารในการเมืองไทย: ใครจะพานายพลพวกนี้ออกไป โดยสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสาร “ฟ้าเดียวกัน” ปีที่ 7 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม-กันยายน 2552(ลองดูเพิ่มเติมในประชาไท หรือดูหมูหลุมไพเรตส์)
หมูหลุมไพเรตส์ – U-Turn to the Past? The Resurgence of the Military in Contemporary Thai Politics
http://mooloom.blogspot.com/2011/02/u-turn-to-past-resurgence-of-military.html

แต่ว่าผมไม่ได้เน้นสัมภาษณ์เรื่องกองทัพกับปัญหาภาคใต้ ที่มีปัญหาระเบิดล่าสุดไม่กี่วันก่อน เพราะว่าประเด็นภาคใต้ก็ยากมาก…และผมก็ไม่ใช่ นักวิจัย และนักวิชาการ อาจารย์ หรือเอ็นจีโอ ที่รับเงินเดือน ทำการศึกษาข้อมูลเรื่องภาคใต้ และผู้คนจะมาวิจารณ์ผมเท่าๆ พวกทำงานอาชีพ

ประจำวัน และรับเงิน ค่าจ้าง แรงงานขั้นต่ำ ในมาตรฐานเดียวกันไม่ได้ เนื่องจากผมเป็นคนสนใจจิตอาสาอยากช่วยแก้ไขปัญหาภาคใต้ เท่าที่เขียนได้แค่นี้ว่า กองทัพยังใช้ปัญหาภาคใต้ เป็นเครื่องมือทางอำนาจการเมืองในการต่อรองด้านงบประมาณต่างๆ ซึ่งอาจจะเงื่อนไขพอๆ กับตำรวจ

ในแง่พรก.ฉุกเฉิน จะยังไม่ถูกยกเลิกง่ายๆ นี่ก็เป็นประเด็นหนึ่ง ในประเทศไทย ก็เราจะเห็นผลกระทบนี้ ในแง่มุมที่เศรษฐกิจไม่ดีจากโลกาภิวัตน์ และอาเซียน ก็กำลังขยับตัวให้ประชาคมอยู่รอด แต่ว่าไทย ที่มีปัญหาภาคใต้ และเราอาจจะเกิดสงครามชายแดนเขมรโดยทหาร อีกหรือไม่

ด้วยซ้ำ จึงยากมากจากการดึงงบประมาณของทหาร บางส่วนทำนโยบายประชานิยม รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี และรถไฟเรา ก็น่าจะพัฒนารถไฟเร็วไปได้แล้ว เช่น ลาวไม่เคยมีรถไฟมาก่อน ก็ตอนนี้จะมีรถไฟความเร็วสูง จากข่าวกระทรวงการรถไฟจีนได้จัดทำภาพจำลองเส้นทางรถไฟหัวกระสุน

จีน-ลาว ระยะทางกว่า 421 กิโลเมตร และมีการนำคลิปความยาวกว่า 7 นาทีขึ้นเผยแพร่บน YouTubeด้วย ซึ่งเราเตรียมตัวทำรถไฟความเร็วให้ได้สักทีเถอะครับ และเผื่อว่าเราจะไปเร็วสู่รัฐสวัสดิการ(welfare state) เข้าโหมดNew asian…

..บางสิ่งบางอย่างในThe Birth of Tragedy ยากเกินกว่าเราจะยิ้มซะอีก….ผมทิ้งท้ายเพลงของLouis Armstrong – When You’re Smiling คาดหวังปิดท้ายให้เรายิ้มง่ายๆ
When you’re smilin’ keep on smilin’
The whole world smiles with you
And when you’re laughin’ oh when youre laughin’
The sun comes shinin? through
But when you?re cryin’ you bring on the rain
So stop your sighin ‘be happy again
keep on smilin Cause when you’re smilin’
The whole world smiles with you
Oh when you’re smilin’ keep on smilin’
The whole world smiles with you
Ah when you’re laughin’ keep on laughin’
The sun comes shinin’ through
Now when you’re cryin’ you bring on the rain
So stop that sighin’ be happy again
keep on smilin Cause when you’re smilin’
And the whole world smiles with you
The great big world will smile with
The whole wide world will smile with you

22-23 กันยา 54
เมื่อผมต้องการคลายเครียดจากการงาน และผมอยากทดลองเล่าเรื่องอะไรจากการอ่านข่าวเรื่องเก็บตกข่าวฮาประสาทหาร วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน 2554 เวลา 0:00 น ซึ่งถ้าเราอ่านเนื้อหาข่าวจะตลกไหม? ครับ
….เนื้อหาข่าว…สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านพบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์เก็บตกข่าวฮาประสาทหาร ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 10 ก.ย. ในที่สุดบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 ก็ได้ส่งถึงมือนายกรัฐมนตรีไปเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวเรื่องของความไม่ลงตัวใน

ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ในที่สุดก็สามารถพูดคุยกันได้ ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรคงต้องลุ้นว่าเป็นใคร ซึ่งคงจะเดากันได้ไม่ยาก เพราะ “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม บอกแล้วว่า จะไม่ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความ พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหมแล้ว
….ถึงแม้ว่าจะมีการส่งให้กฤษฎีกาตีความ พ.ร.บ. จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ปี 2551 ก็คงจะไม่ทันกับการแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้อย่างแน่นอน อย่างไรอยากจะย้อนเตือนสติและความจำให้ฝ่ายการเมืองได้พึงระลึกไว้ ว่า การที่มี พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ปี 2551 ก็เพราะ

ก่อนหน้าที่จะมีกฎระเบียบดังกล่าว เนื่องจากฝ่ายการเมืองได้เข้ามาล้วงลูกหรือ แทรกแซงการโยกย้ายทหาร ดังนั้นจึงได้เกิด พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ปี 2551 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ไม่ต้องการให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาล้วงลูกในการแต่งตั้งโยกย้าย หรือเข้ามาแทรกแซงของฝ่าย

การเมืองเหมือนที่เคยมีอดีตนายกรัฐมนตรีพลัดถิ่นได้เคยทำไว้ จนสร้างความวุ่นวายและความแตกแยกภายในกองทัพมาแล้ว…???
….ดังนั้นในการประชุมสภากลาโหมที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ในฐานะประธาน ส่วนคณะกรรมการประกอบด้วย พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร

ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. และ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการ ทุกคนได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เรื่องของสถาบันทหารต้องมาก่อน อย่าให้ฝ่ายการเมืองได้เข้ามาล้วงลูกหรือเข้ามาแทรกแซงภายในกองทัพได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาเหมือนหน่วยงาน

อื่น ๆ ที่ปล่อยให้ฝ่ายการเมืองเข้ามามีอำนาจ เข้ามาจัดการโยกย้ายโดยอ้างความชอบธรรม…หากผ่านการประชุมสภากลาโหมแล้ว ผลไม่ออกมาตามที่มีการประชุม คนที่จะมีความผิดตามกฎหมายคนแรกเป็นรัฐมนตรี และ คนที่สองก็คือ นายกรัฐมนตรี อย่างแน่นอน
….จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น ทางรัฐบาลได้พยายามแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ใช้มาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ทั้งนี้จากยุทธศาสตร์รองของ กอ.รมน.ที่สำคัญก็คือ ใช้ขบวน

การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นพลังในการเข้าถึงประชาชน เพื่อเสริมสร้างสันติสุขและพัฒนาอย่างยั่งยืนหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมกิจกรรมของเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจถูกชักจูงได้ง่าย ให้ออกมามีบทบาทกับการให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง

และทำกิจกรรมเพื่อชุมชน ดังนั้นจึงเกิดโครงการ จิตอาสา นราสันติ เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาขึ้น และได้รับความสนใจจาก คณะทันตกรรมมหาวิทยาลัยมหิดล ในการสนับสนุนการจัดกิจกรรม โดยในวันที่ 15-19 ก.ย.นี้ ทางกลุ่มเครือข่ายเยาวชนจิตอาสา นราสันติ จะเดินทางมาทำ

กิจกรรมและดูงานที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งหนึ่งในนั้นจะเป็นกิจกรรมการเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ
….ปิดท้ายกันด้วยข่าว กองทัพบกเปิดค่ายทหาร 120 แห่ง เพื่อรับนักท่องเที่ยว ดังนั้นใครที่ชื่นชอบเที่ยวในค่ายทหาร สามารถไปดูได้ที่งานเที่ยวเมืองไทยสบายกระเป๋า ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 15-18 ก.ย.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยทางสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทัพบก

(สง.ทท.ทบ.) ได้ขอความร่วมมือให้สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือ สทน. จัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยวค่ายทหารไปเสนอขายในงานด้วย โดยชูจุดขายแหล่งท่องเที่ยวในค่ายทหาร ที่มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ชาติไทย แหล่งท่องเที่ยวที่แสดงพระราชกรณียกิจของ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แหล่งท่องเที่ยวสำหรับการทำกิจกรรมนันทนาการ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ….ใครที่ชอบเที่ยวแบบไหนสามารถไปเลือกซื้อแพ็กเกจกันได้.
รหัสมอร์ส
http://www.dailynews.co.th/web/index.cfm?page=content&categoryID=655&contentID=162443

คมชัดลึกออนไลน์ : ‘ทักษิณ’ล้วงโผทหารผวา’ปฏิวัติ’
“แม้ว” ผวา “ปฏิวัติ” ขอดูโผทหาร หวั่น “ตท.12” พรึ่บซ้ำรอยปี 49 ที่ถูก ตท.6ยึด “ดาว์พงษ์” ส่อถูกแขวนกองทัพไทย
การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารในกองทัพกำลังถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง เพราะอาจส่งผลต่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังจากมีกระแสข่าวบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 ทุกเหล่าทัพได้จัดส่งถึง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นที่เรียบ

ร้อยแล้วตั้งแต่เช้าวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ จะร่วมเดินทางไปตรวจเยี่ยมบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ศรีสะเกษ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ล่าสุดก็มีกระแสข่าวว่า ผู้ที่กำลังอยู่ประเทศญี่ปุ่นจะขอตรวจสอบราย

ชื่อก่อนจะให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจนำบัญชีรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ
โผทหารถึงมือ”ยุทธศักดิ์”สรุปโผ25ส.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 ของแต่ละเหล่าทัพส่งถึง พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบรายชื่อ และการสะกดตัวอักษรเพื่อความถูกต้องก่อนจะส่งให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เพื่อตรวจดู

รายละเอียดอีกครั้ง
ทั้งนี้ วันที่ 25 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันประชุมสภากลาโหมนัดแรกของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ก่อนการประชุม รมว.กลาโหมจะเรียกปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พล.อ.ประยุทธ์ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์

ผบ.ทอ. เข้าพบเพื่อหารือถึงการจัดทำบัญชีอีกครั้งก่อนจะนำเสนอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อนำความกราบบังคมทูลต่อไป
มีรายงานว่า ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ที่เดิม พล.อ.กิตติพงษ์เสนอชื่อ พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นนายทหารที่คาดการณ์กันแต่ก่อนหน้านี้ว่าจะได้เข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. แต่สุดท้ายก็ไปเป็นประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม แต่ พล.อ.ยุทธศักดิ์

ต้องการให้ พล.อ.วิทวัส รัชตะนันทน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม มาเป็นปลัด เพราะต้องการคนสนิทมาทำงานในทิศทางเดียวกัน โดยมีชื่อ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตร่วมกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เสนาธิการ

ทหาร รอเบียด
ขณะที่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือคาดว่า พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. จะเสนอชื่อ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ ตท.13 เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งก็ตรงกับความต้องการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ไม่ต้องการให้นายทหารรุ่นเดียวกันขึ้นไปอยู่ส่วน

ยอดสุดของทุกเหล่าทัพ
คาดส่งโผให้”ทักษิณ”ดู-หวั่นซ้ำรอยปี49
รายงานข่าวแจ้งว่า แม้การจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 ของแต่ละเหล่าทัพจะเสร็จสมบูรณ์ และส่งถึงพล.อ.ยุทธศักดิ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นสำเนาการตรวจสอบบัญชีรายชื่อเบื้องต้น แต่คาดกันว่า บัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 พ.ต.ท.ทักษิณจะ

ดูรายชื่ออีกที ก่อนจะส่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่แน่ใจว่าบัญชีรายชื่อที่ ผบ.เหล่าทัพจัดส่งมาครั้งนี้จะไม่เกิดอุบัติเหตุเหมือนการแต่งตั้งโยกย้าย ผบ.เหล่าทัพเมื่อปี 2548
การแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนั้น บรรดา ผบ.เหล่าทัพล้วนเป็นเตรียมทหารรุ่น 6 (ตท.6) ทั้งแผง จึงเกรงกันว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 หาก พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นเตรียมทหารรุ่น 12 (ตท.12) ผลักดันเพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ขึ้นมาคุมกำลังยกแผงอีกครั้ง ดังนั้น

พ.ต.ท.ทักษิณจึงต้องการให้ตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพคละกัน ไม่อยากให้มีรุ่นใดรุ่นหนึ่ง โดยเฉพาะ ตท.12 เพียงรุ่นเดียว
เล็งส่ง”ดาว์พงษ์”ส่อไปบก.กองทัพไทย
มีรายงานข่าวด้วยว่า ตำแหน่ง 5 เสือ ทบ.ที่มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ผลักดันเพื่อนร่วมรุ่น ตั้งแต่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก ในตำแหน่ง รอง ผบ.ทบ. พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 และพล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วย

ผู้บัญชาการทหารบก และให้ พล.ท.ศิริชัย ดิษฐกุล รองเสนาธิการทหารบก ขึ้นดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก
ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณต้องการให้ ตท.12 ในไลน์ 5 เสือ ทบ. ที่ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาคัดเลือกนั้น อาจมีการขยับ พล.อ.ดาว์พงษ์ให้ไปกินอัตราจอมพลในตำแหน่งเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยแทน
http://www.thaidragonnews.com/index.php?option=com_content&view=article&id=9772:2011-08-23-02-24-51&catid=28:2010-06-23-04-22-16&Itemid=58
ประชุม กก.ปรับย้ายทหารชั้นนายพลอีกรอบ
กลาโหม 22 ก.ย.- รมว.กลาโหมเรียกประชุมกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลอีกรอบ หลังรัฐบาลไม่เปิดตำแหน่งประธานที่ปรึกษากลาโหม เผยถ้าขยับ “พล.อ.คณิต” ไปตำแหน่งอื่น ต้องปิดตำแหน่งนี้ทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้(22 ก.ย.) ก่อนการประชุมสภากลาโหม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล มี พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหาร

สูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานประชุมว่า จะหารือในส่วนที่มีปัญหาคือ ตำแหน่งประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม เนื่องจากรัฐบาลไม่เปิดตำแหน่งให้ มีความเป็นไปได้ว่า พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ จะดำรงตำแหน่งนี้ต่อไป หรือหากจะปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่ ก็ต้องปิด

ตำแหน่งประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม
“การประชุมจะใช้เวลาไม่นาน เพราะจะมองในภาพรวมในส่วนของระดับสูงเท่านั้น ส่วนระดับล่างผ่านการพิจารณาของเหล่าทัพเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่า พล.อ.คณิต จะอยู่ในตำแหน่งเดิมหรือไม่” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว.- สำนักข่าวไทย
http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=449993&ch=pl1

โดยผมเอาข่าวมานำเสนอ ก็ นึกถึงเพลงWhat a wonderful world โดยบทเพลงLouis Armstrong ก็น่าสนใจ นอกเหนือจากเพลงWhen You’re Smiling และผมคิดถึงนิยายเรื่อง2010 Odyssey twoว่า การนอนหลับ ถือว่าเป็นการพักผ่อนของสมองมนุษย์มากที่สุด และสิ่ง

มีชีวิตที่ชาญฉลาดต้องหลับฝันกันทั้งนั้น…ซึ่งผมอยากเดินทาง แต่ว่าผมคงไม่มีเวลาเล่าเรื่องอะไรมากนัก โดยผมก็ไม่ใช่ นักวิจัย และนักวิชาการ อาจารย์ หรือเอ็นจีโอ ที่รับเงินเดือน ทำการศึกษาข้อมูลเรื่องภาคใต้ และผู้คนจะมาวิจารณ์ผมเท่าๆ พวกทำงานอาชีพประจำวัน และรับเงิน ค่าจ้าง

แรงงานขั้นต่ำ ในมาตรฐานเดียวกันไม่ได้ จะวิจารณ์อะไรต้องFair ด้วย ครับ
เมื่อผมยังหลงเหลือร่องรอยความคิด จินตนาการในสมอง คือ…

My dialectic method is not only different from the Hegelian, but is its direct opposite. To Hegel, the life-process of the human brain, i.e. the process of thinking, which, under the name of ‘the Idea’, he even transforms

into an independent subject, is the demiurgos of the real world, and the real world is only the external, phenomenal form of ‘the Idea’. With me, on the contrary, the ideal is nothing else than the material world reflected

by the human mind, and translated into forms of thought. (Capital, Afterword, Second German Ed., Moscow, 1970, vol. 1, p. 29).ผมมีฉบับภาษาอังกฤษ ที่มอสโควพิมพ์ ก็โค้ดประโยคพวกนี้แหละครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Dialectic
ส่วนผมเอาเนื้อเพลงฉบับแปลของเพลงGood Times มาฝาก ครับ
ไม่เห็นต้องทำให้เป็นเรื่องยาก
ปล่อยให้มันเป็นไป
ที่คุณทำแบบนี้มันยิ่งดูเหนี่ยวรั้ง
นั่นทำให้ฉันแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ขับรถออกไปกับเพื่อนมากมาย
ในรถคันโตและโกโรโกโสคันนั้น
เพื่อนมากมายล้อมรอบตัวฉัน
แต่ฉันกลับนึกถึงแต่คุณ… ว่าอยู่แห่งหนใด?

ให้ฉันได้มีช่วงเวลาที่แสนดี และช่วงเวลาที่โหดร้าย
ให้ฉันได้มีช่วงเวลาที่แสนดี และช่วงเวลาที่โหดร้าย
ช่วงเวลาที่แสนดี และช่วงเวลาที่โหดร้าย

ฉันไม่อยากเอ่ยคำร่ำลา
ไม่อยากเดินส่งคุณให้ออกไปจากชีวิตฉัน
เวลาที่ฉันมีคุณนั้นสั้นเหลือเกิน
ต่อเวลาให้ฉันสักหน่อยเถอะ..คนดี
http://www.englishub.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=519628&Ntype=6
Louis Armstrong – what a wonderful world

วันที่ 24 กันยา 54
วันที่ฝนตกตอนเย็นๆ และชีวิตรายวัน ก็ขอเล่าเรื่องกิจกรรมงานเลี้ยงร้านรุ่นพี่ และงานนัดพบหมู่นักเขียนจากแดนไกล รวมทั้งคนรู้จักกันเก่าแก่ ก็หลายเรื่องราว ฯลฯ ถ้าเรานึกถึงGoogle Doodle : ครบรอบวันเกิด 75 ปีของ Jim Henson นักแสดงหุ่นมือ เกิดเมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ.

1936 ชาวอเมริกัน ซึ่งวันนี้ก็ครบรอบวันเกิด 75 ปี จิมเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการสร้างหุ่นกระบอกมือที่เรียกว่า “Muppets” ซึ่งแสดงสีหน้าท่าทางได้สมจริง มีชีวิตชีวา และยังร่วมแสดงในรายงานโทรทัศน์หลายรายการ เช่น “The Muppet Show” หรือ “Sesame Street” และ

ภาพยนต์ เช่น “The Muppet Movie” เป็นต้น จนเป็นที่รู้จักและได้รับรางวัลมากมายจนมีชื่อเสียงโด่งดังอีกด้วย ซึ่งหุ่นที่ว่านี้ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดังรูปที่ Google นำขึ้นหน้าค้นหา…

ผมอยากเอาข่าวเก่าเล่าใหม่..หมายถึงใคร?…ประเทศไทยจะเหมือนฝรั่งเศส-รัสเซีย ..ในงานเสวนา5ปีรัฐประหาร19กันยา “เผด็จการ โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง”ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(18ก.ย.2554) เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผู้ร่วมวงเสวนาอย่าง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย สส.บัญชีรายชื่อ

พรรคเพื่อไทย จุดประเด็นอันน่าหวาดเสียวต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่าจะถูกมือที่มองไม่เห็นโค่นล้มภายใน 6 เดือน แต่ในขณะเดียวกันได้ขู่ว่าหากมือที่มองไม่เห็นเข้ามายุ่งย่ามกับการเมืองประเทศไทยก็จะกลายเป็นแบบฝรั่งเศส และรัสเซีย
http://www.tnews.co.th/html/read_reds.php?hot_id=150

เมื่อสถานการณ์การเมืองเข้มข้น ก็ผมไปพบหนังสือเรื่องคู่มือรัฐประหารจากห้องfriend ซึ่งน่าสนใจตอนการทำรัฐประหารครั้งแรก โดยทร็อตสกี้ คู่หูของเลนิน ในการปฏิวัติรัสเซียกลายเป็นโซเวียต ก็ว่ากันว่าเป็นต้นแบบการรัฐประหารของไทย หรือปฏิวัติ 2475ของไทย และโลก ในที่

ต่างๆ มีคนเขียนคู่มือรัฐประหาร ของ Curzio Malaparte. “คู่มือรัฐประหาร” (COUP D”?TAT: THE TECHNIQUE OF REVOLUTION) และเราลองดูข้อมูลการเมืองดังกล่าวจากกูเกิ้ล ดูน่ะครับ

กบฎเสนาธิการ – ThaiPoliticsGovernment
24 ส.ค. 2010 … ในด้านดุลอำนาจในกองทัพบก จะเห็นได้ว่าหลังหารยึดอำนาจ คณะรัฐประหารทำการ …. โรม
บุนนาค, คู่มือรัฐประหาร , กรุงเทพฯ : สยามบันทึก, 2549, หน้า 91 …

thaipoliticsgovernment.org/wiki/กบฎเสนาธิการ – แคช – ใกล้เคียงBloggang.com : drunkcat – คู่มือรัฐประหาร และการเขียนรัฐธรรมนูญสีเหลือง …
14 ก.ค. 2007 … คู่มือรัฐประหาร และการเขียนรัฐธรรมนูญสีเหลือง ทักษิณาประชานิยม ขบวนการประชาชนกึ่ง
สำเร็จรูป ? ขุนศึก” สู่ “ทหารของพระราชา” (พัชรี อังกูรทัศนียรัตน์) ? ดีจีง …

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=drunkcat… – แคช – ใกล้เคียงสำนักพิมพ์หมูหลุม: หมูหลุมไพเรตส์ : คู่มือรัฐประหาร ของ Curzio Malaparte
1 ก.ย. 1992 … หมูหลุมไพเรตส์ : คู่มือรัฐประหาร ของ Curzio Malaparte. “คู่มือรัฐประหาร” (COUP D”
?TAT: THE TECHNIQUE OF REVOLUTION) ของคูร์สิโอ มาลาปาเต้ …

mooloom.blogspot.com/2010/11/curzio-malaparte.html – แคช – ใกล้เคียงคู่มือรัฐประหาร
21 ส.ค. 2011 … พิบูลสงคราม ยอมรับว่าใช้เป็นคู่มือในการยึดอำนาจ นอกจากนี้ยังรวบรวมกบฏและ
รัฐประหารทุกครั้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย …

http://www.sabuyjaishop.com/shop/ongaimusedbook/default.aspx?… – แคช – ใกล้เคียงคู่มือต้านรัฐประหาร
คู่มือต้านรัฐประหาร โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์ http://thaienews.blogspot.com/2011/01/blog
-post_30.html 30 มกราคม 2554 เพื่อเป็นการเตรียมตัวต้านรัฐประหาร …

forum1.arinwan.com/index.php?topic=1807.0 – แคช – ใกล้เคียงคู่มือรัฐประหาร – Se-Ed
คู่มือรัฐประหาร. ราคาปกติ 195.00 บาท. ส่วนลด 9.75 บาท. ราคาพิเศษ 185.25 บาท.
Bookmark and Share. :: รายละเอียดหนังสือ. รหัสสินค้า, : 9789749494073. น้ำหนัก, :
330 …

http://www.se-ed.com/eShop/Products/Detail.aspx?CategoryId=389&No… – แคช – ใกล้เคียงคู่มือรัฐประหาร **หนังสือต้องห้าม – Siambook.net
31 พ.ค. 2011 … ผลงานของ พันศักดิ์ วิญญรัตน์ (Think Tank คนสำคัญของสองอดีตนายกรัฐมนตรี พลเอกชาติ
ชาย ชุณหวัน และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ประเภทปก ปกอ่อน กระดาษ …

http://www.siambook.net/product-th-15673-3888295-คู่มือรัฐประหาร+**หนังสือต้องห้าม**.html – แคช – ใกล้เคียงคู่มือรัฐประหาร / โรม บุนนาค
ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ULIBM (Union Library Management)

119.46.184.39/ULIB/dublin.php?ID=8976 – แคช – ใกล้เคียงกลางกระแสข่าวลือ”ปฎิวัติ”เปิดคู่มือต้านรัฐประหาร ฉบับสันติวิธี : มติชนออนไลน์
30 ม.ค. 2011 … กลางกระแสข่าวลือ”ปฎิวัติ”เปิดคู่มือต้านรัฐประหาร ฉบับสันติวิธี … รัฐประหาร 19 กันยายน 49.
พล.อ. … ต่อไปนี้คือ แนวทางเพื่อการต่อต้านรัฐประหาร 19 ประการ.

http://www.google.co.th/search?hl=th&source=hp&q=%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%A3%

E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3&meta=&oq=%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%

9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3&aq=f&aqi=g1&aql=&gs_sm=si&gs_upl=55319l55410l0l57513l15l2l0l0l0l0l671l671l5-1l1l0

ผมนึกถึงการได้ลองเล่นบอล ในสนามฟุตซอลของเชียงใหม่ ก็เหนื่อย และเจ็บไม่น้อย จากการเล่น ทั้งสนุก มันส์ ก็ตาม และผมได้ดูคอลัมภ์ การเดินทางไปฮ่องกงของผม ก็ลงนิตยสารVote ไปแล้วในตอนที่1 ซึ่งผม ก็เขียนคอลัมภ์ต่อเนื่องจบเรื่องฮ่องกง ก็นิตยสารคงทยอยลงไปเรื่อยๆ แต่ว่า

มาเก๊ายังไม่ได้เริ่มเขียนสักตอน น่ะครับ
แล้วผมก็คิดถึงการเดินทางไปต่างประเทศ กับการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทย พูดอังกฤษ กรณีสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นจัดอันดับสำเนียงภาษาอังกฤษที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก โดยภาษาอังกฤษสำเนียงไทยนั้นติดอันดับที่ 11 ของโลก
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ภาษาอังกฤษสำเนียงไทยนั้นมีเสน่ห์ราวกับว่าเป็นเสียงเพลงที่ยั่วยวน อีกทั้งคนไทยนั้นมักเน้นทุกคำซึ่งทำให้ชาวต่างชาติหลงใหล
ทั้งนี้ อันดับหนึ่งคือ ภาษาอังกฤษสำเนียงอิตาลี อันดับสองคือ ฝรั่งเศส
ที่มา http://news.voicetv.co.th/
http://variety.thaiza.com/CNN-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%

87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%

B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A-11-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/222178/
ดูเขาเปรียบเทียบลิ้นเสียงเซ็กซี่ คือ โทนี่ จา(จา พนม) และทาทา ยัง
http://www.cnngo.com/explorations/life/worlds-sexiest-accents-130333

Louis Armstrong – what a wonderful world
I see trees of green,
red roses too.
I see them bloom,
for me and you.
And I think to myself,
what a wonderful world.

I see skies of blue,
And clouds of white.
The bright blessed day,
The dark sacred night.
And I think to myself,
What a wonderful world.

The colors of the rainbow,
So pretty in the sky.
Are also on the faces,
Of people going by,
I see friends shaking hands.
Saying, “How do you do?”
They’re really saying,
“I love you”.

I hear babies cry,
I watch them grow,
They’ll learn much more,
Than I’ll ever know.
And I think to myself,
What a wonderful world.

Yes, I think to myself,
What a wonderful world.

Oh yeah.
http://www.sing365.com/music/lyric.nsf/what-a-wonderful-world-lyrics-louis-armstrong/d44476580961f717482569700017af3c
ปิดท้ายระลึกถึง 2046 และฮ่องกงอีกครั้ง
2046 Adagio by Secret Garden

วันที่ 25 กันยา 54
จากร้านปลายฝนต้นหนาว ที่ผมเพิ่งเคยไปแอ่วกับหลายคน นักเขียน ฯลฯ ก็หลายมิติในชีวิตส่วนตัวของผม และเวลาค่ำคืนของวันที่ 23 กันยา 54 ก็ผมอยู่ในที่เกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุของรถมอเตอร์ไซด์ เป็นโศกนาฏกรรมซ้ำ ที่ผมเคยพบเห็นแถวหลังมอชอ และผมระลึกถึงร้านที่มีชื่อคำว่า…ไฮเวย์…ในค่ำคืนวันที่ 24 ก้อผมไม่ได้นึกถึงวอลเลย์บอลหญิงไทยแพ้เกาหลีฯ แต่ผมนึกถึงบอล ก็สโตค VS แมนฯยูฯ วันเสาร์ที่ 24 ก.ย. เวลา 23.30 น.ในข่าววันที่ 9/23/2011 11:32:50 AM …กลยุทธ์และผลที่คาด คือ สโตค ซิตี้ จัดระบบ 4-5-1เน้นบอลโยนเป็นหลัก เน้นเซตพีซ เป้าหมายที่ เคราช์ กระทั่ง เคลวิน โจนส์ อีกหนึ่งคนที่พร้อมลงเล่น โดยเกมนี้จัดทีมเน้นเกมรับขอหนึ่งคะแนนกับแมนฯยูฯ เน้นเกมรับแน่นแล้วรอจังหวะอย่างใจเย็น โดยเฉพาะลูกนิ่งทั้งเตะมุมทุ่มไกลของ รอรี ดีแลป เอาไว้จัดการ ดาบิด เด เคอา ที่ยังอ่านการตัดเกมกลางอากาศไม่ค่อยดี ส่วนแมนฯยูฯ นั้นท่านเซอร์มีสองแผนในใจหากไม่ใช้ 4-4-2 ก็อาจใช้4-3-3 โดยดูว่า เวลเบค สมบูรณ์ดีแค่ไหน ถ้าได้ก็เลือก 4-4-2 แต่ถ้าไม่เล่น 4-3-3 แดนกลางอาจเพิ่มมากคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็น คาร์ริค , เฟลทเชอร์ และอันแดร์สัน เล่นด้วยกัน นัดนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากบุกแหลก เน้นเกมเร็วเข้าโจมตี สโตค ซิตี้ แต่อาจยากหน่อยเพราะเจ้าถิ่นคงรับเต็มที่ ไม่เปิดโอกาสให้แมนฯยูฯ ได้ทำเกมโดยง่าย…เหมือนที่ผ่านๆมาซึ่งแพ้ไม่ขาด เกมนี้น่าจะเป็นแบบนั้น ผีแดงคงบุกมาชนะแต่คงไม่ง่ายที่จะยิงถล่มทลายสัก 2-1 หรือ 1-0 เท่านั้นhttp://football.impaqmsn.com/content.aspx?id=71656&channel=252&prediction=yes
(นักวิเคราะห์บอล ก็ทำนายได้ค่อนข้างแม่น คือ ผลบอลเสมอ 1-1 น่ะครับ)

มันมีเรื่องราวมากมายหลายเรื่อง เหมือนกับตอนที่เราสานเสวนาผ่านไปหนึ่งปี ณ ม.พายัพ ทั้งเรื่องทหาร คอป. การจัดการตนเอง ฯลฯ จนกระทั่ง เวลาผ่านไปก็จบลงตามกาลเวลา ซึ่งผมก็มีเรื่องราวชีวิตส่วนตัวเป็นความลับด้วยเช่นกัน ก็ไม่ค่อยมีเวลาเล่าเรื่องเปิดเผยอะไรมากมาย และเล่าเรื่องสั้นๆ เรียงลำดับ 1,2,3 ฯลฯ ดังนี้
1.รุ่นพี่ ที่ตื่นเช้ามากินกาแฟ อ่านบทความ ภาษาอังกฤษ และข่าวภาษาอังกฤษต่างๆ ทำให้ผมนึกถึงรุ่นพี่ ที่ทำงานข่าวต่างประเทศ หาข้อมูลต่างๆ แต่ละคนที่เคยเล่าประสบการณ์นักข่าว จะอ่านข่าวตามข่าวมากมาย และเหนื่อยมาก

2.ผมได้รับ “คู่มือ คนไทยเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ” รับฟรีได้ที่ ปั๊มบางจาก ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.54 เป็นต้นไป

3.การ์ตูนอ่านคลายเครียด ฮาๆ คือ hataki-ฮะตะคิ เป็นการ์ตูนของผู้วาดการ์ตูนเรื่องคุโรมาตี้ แต่งานการ์ตูน ในครั้งนี้เซอร์เรียลแบบขำ ในประหลาดเจ็บ เพราะวัยผู้ใหญ่ ในโลกของการตกงาน คือ มีตัวละครวัย 32 ปีกับคนแก่ นั่งอยู่ในห้องพักเดียวกัน และพวกเขาพูดคุยกัน เป็นตัวอย่างสนทนาระหว่างกินข้าวว่า พวกเราไม่มีอะไรเลย เงินก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี เรื่องที่จะพูดก็ไม่มี ก็เลยพูดเรื่องโซยุ และไข่ไปเรื่อยๆไม่ใช่รึ คนถังแตกอย่างพวกเรา ทำไมถึงเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ที่เรียกได้ว่าเป็นของฟุ่มเฟือย มันน่าขันจริงๆ(เลี้ยงสัตว์รูปร่างเหมือนหมู ไก่ ธรรมดา แต่มันเป็นสัตว์ประหลาดในเรื่องนี้) และบทสนทนา ต่อมาว่าตอนนี้เรามาคิดกันดีกว่าว่าเราจะกินพวกมันดีมั้ย ซึ่งสัตว์เลี้ยงประหลาดนี้ ที่พวกเขาได้รับมาฟรีๆ โดยมีเงื่อนไขว่าสัตว์ทดลองนี้ จะเจริญเติบโตตามแบบผู้เลี้ยงมันเติบโตเช่นเดียวกัน ถ้าคนเลี้ยงตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ฮะตะคิ ที่ถูกเรียกอย่างนี้ ซึ่งฮะตะคิ ก็จะถดถอยตามสถานการณ์ของคนเลี้ยง เหมือนเป็นกระจกเงาสะท้อนของเรา และพวกคนว่างงาน ก็ชอบจินตนาการฟุ้งซ่าน เช่น จินตนาการว่าเขาเป็นเจ้านาย คอยสั่งงานลูกน้องในบริษัท จนกระทั่ง เขากลายเป็นคนลืมความทรงจำในอดีต โดยมีบทสนทนาว่า มนุษย์น่ะจะลืมของเก่า แล้วดูดซับสิ่งใหม่ๆเข้ามา นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าวิวัฒนาการที่ดีขึ้นก็ได้

4.นำเสนอภาพยนตร์เรื่อง The Devil Wears Prada สร้างจากนิยายของ ลอเร็น ไวส์เบอร์เก้น ที่ขายดีทั่วโลก และติดอันดับขายดีของ The New York Times นานถึง 6 เดือน และยังแปลเป็นภาษาต่างๆ มากถึง 27 ภาษาแล้ว ภาพยนตร์กำกับโดย เดวิด แฟรงค์เกล (ซีรีส์ Entourage, Sex and the City)

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เมอริล สตรีพ (Lemony Snicket’s A Series of Unfortunate Events, The Hours, Adaptation., Music of the Heart, The Bridges of Madison County, Postcards from the Edge, Out of Africa, เจ้าของรางวัลออสการ์สองครั้งจาก Sophie’s Choice และ Kramer vs. Kramer) รับบทเป็น มิแรนด้า พรีสท์ลี่ เจ้าแม่วงการแฟชั่นที่จะปั้นใครให้ได้เกิด หรือสั่งใครให้สิ้นชื่อได้ตามอำเภอใจ

แอนน์ แฮ็ทธาเวย์ นักแสดงสาวที่แจ้งเกิดจากบทนำแสดงใน The Princess Diaries และเคยรับบทหนักใน Brokeback Mountain มารับบทเป็น แอนดี้ นักเรียนนิเทศศาสตร์ที่เชื่อมั่นเหลือเกินว่า เธอจะพลิกโฉมหน้าโลกทั้งใบได้ เมื่อละทิ้งความสะดวกสบายของชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัย Northwestern University มาตะลุยเมืองใหญ่แห่งนี้
…………
ในโลกแฟชั่นนิวยอร์คที่วุ่นวายจนน่าเวียนหัว โลกที่ “ไซส์ 0” กลายเป็นขนาดใหม่ของใครที่เคยใช้ “ไซส์ 2” โลกที่เพรียวลงจน “ไซส์ 6” เป็นเป้าหมายใหม่ของคนที่เคยใส่ “ไซส์ 8” แล้วถ้าวันใดผมเผ้าไม่เข้าที่แม้เพียงกระเบียด อาจจะโดนไล่ออกจากงานได้ และนิตยสาร Runway Magazine ถูกเปรียบราวกับจอกศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า มิแรนด้า พรีสท์ลี่ (รับบทโดย เมอริล สตรีพ) เป็นบรรณาธิการของนิตยสาร ที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จไว้ใต้กรงเล็บสวยเนี้ยบ – เธอเป็นเจ้าแม่ผู้ทรงอิทธิพลในโลกแฟชั่นและ Runway เป็นปราการด่านสำคัญของทุกคน ที่คิดจะก้าวเข้าสู่โลกแฟชั่น แล้วการจะทำให้ Runway ยังคงเป็นคัมภีร์แฟชั่นของนิวยอร์ค และของโลกอยู่ได้นั้น มิแรนด้าจะไม่ยอมให้อะไรมาเป็นอุปสรรคขวางหน้าโดยเด็ดขาด รวมทั้ง “ผู้ช่วย” ที่เรียงรายกันมารับคำบัญชาของเธอคนแล้วคนเล่า มันเป็นงานซึ่งคนที่ยึดมั่นในศักดิ์ศรีมีเกียรติทรนง คงทำได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง แต่มันก็ยังเป็นตำแหน่งที่หญิงสาวชาวนิวยอร์คนับล้านคน ต่อสู้แย่งชิงเพื่อให้ได้โอกาสสำคัญนี้

งานผู้ช่วยของมิแรนด้าที่น่าเบื่อนี้ อาจจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับเด็กจบใหม่อย่าง แอนดี้ แซ็ค (รับบทโดย แอนน์ แฮ็ทธาเวย์) เธอสวมเสื้อผ้าธรรมดาๆ ตามสไตล์นักศึกษา มากกว่าจะเป็นแฟชั่นล่าสุดจากดีไซเนอร์ดัง ทำให้เธอยิ่งโดดเดี่ยวท่ามกลางกองกำลัง “แคล็คเกอร์” ที่ทำงานใน Runway – ก็พวกสาวสเลนเดอร์ใส่แฟชั่นสุดเดิ้นที่เดินกันให้ควั่ก ในสำนักงานใหญ่ของนิตยสารฉบับนี้ในแมนฮัตตั้นนั่นแหละ แต่เมื่อแอนดี้เข้ามาทำงานที่นี่ เธอก็รู้ว่าจะแจ้งเกิดในวงการนี้ ต้องใช้มากกว่าแค่เพียงความมุ่งมั่น และการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว

และบททดสอบสุดหินที่เธอต้องเผชิญหน้า… ก็สวมปราด้าตั้งแต่หัวจรดเท้าเสียด้วย!

ถึงมิแรนด้าจะสามารถปั่นโลกแฟชั่น ให้หมุนติ้วราวกับลูกบาสเก็ตบอลในมือ แต่เธอกลับไม่ว่างพอจะหาผู้ช่วยดีๆ และรั้งตัวไว้ให้ร่วมงานกับเธอนานๆ เลยสักคน แอนดี้นี่ก็ช่างไม่เหมาะกับงานนี้เลยสักนิด แต่เธอมีคุณสมบัติข้อเดียวที่ผู้ช่วยคนก่อนๆ ขาด นั่นก็คือ.. เธอไม่ยอมแพ้

การที่แอนดี้จะเป็นผู้ช่วยสุดเพอร์เฟ็คได้ เธอต้องปรับรูปโฉมให้เข้าตามิแรนด้าเสียก่อน ปรับไปมากเสียจนแฟนหนุ่ม เนต (รับบทโดย เอเดรียน เกรเนียร์) ของเธอจำไม่ได้ เธอพูดจาฉะฉานเด็ดขาด เดินด้วยท่วงท่าสง่างาม (ในส้นสูงของ Manolo ได้ไม่มีสะดุด) และไม่จำ Dolce สลับกับ Gabbana อีกเลยด้วยนะ แต่ยิ่งเธอมองวิถีชีวิตผ่านมุมมองของมิแรนด้ามากขึ้น เธอก็ยิ่งเห็นว่า โลกของ มิแรนด้าช่างอ้างว้างโดดเดี่ยวเพียงใด หรือว่าความสำเร็จใหญ่โต ต้องมาพร้อมกับการเสียสละใหญ่หลวง… มันต้องเสียสละมากมายขนาดนั้นเชียวหรือ..?
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/devilwearsprada/prada.html

5.ผมชวนดูหนังกึ่งสารคดีกึ่งหนังเล่าเรื่องเป็นหนังสื่อพรมแดนทดลองของวิธีการเล่าเรื่องถึงโรงงานในประเทศจีน ทำเครื่องบิน แล้วก็ค่อยๆพบการเปลี่ยนแปลง คือ หนังเรื่อง24 Cityจากการเริ่มสร้าง จบด้วยการรื้อถอน และจากการรื้อถอน หวนกลับมาเริ่มสร้าง เป็นคอนโดมิเนียม ที่มีชื่อว่า 24 CITY มาจากคำของบทกวีโบราณ และดนตรียังมีเพลงชาติของจีน รวมทั้งThe internationale โดยดูตัวอย่างข้อมูลเพิ่มเติม…Music, especially, plays a key role: excerpts of the Internationale play on the soundtrack, workers in the film sing both patriotic anthems and romantic pop songs, and a Chinese opera troupe (led by Joan Chen) performs within the crumbling walls of the factory.
http://www.meniscuszine.com/issue24/nyff2008/24-city-20081215/index.html

24 CITY: Trailer

6.เรื่องเล่าเรื่องไม่อ่านหนังสือ–HOW TO TALK ABOUT BOOKS YOU HAVEN’T READ : Pierre Bayard
คนรักหนังสือไม่ควรพลาดตลกร้ายที่แสร้งทำตัวเป็นหนังสือฮาวทูเรื่องนี้ เพราะเสียดสีเกี่ยวกับการอ่านได้เจ็บแสบ ให้แง่คิดทางวรรณกรรมที่น่าสนใจจำนวนมาก แถมอ่านสนุกเพลิดเพลินเป็นที่สุด
นอกจากจะเป็นประโยชน์ให้เราเรียนรู้การพูดถึงหนังสือที่ไม่ได้อ่านกับคนอื่นแล้ว หนังสือเรื่องนี้จะช่วยให้เราเติบโตทางสติปัญญาและจิตวิญญาณ ทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น ผู้แนะนำหนังสือเคยสงสัยเรื่อง “แปลกแต่จริง” ที่ประสบมาในชีวิต เช่น ผู้จัดการสำนักพิมพ์ที่ผลิตหนังสือคุณภาพดี ผู้ไม่อ่านหนังสือใดๆ รวมถึงหนังสือของสำนักพิมพ์ตนเอง, นักวิจารณ์และแนะนำหนังสือผู้รับว่าไม่เคยอ่านหนังสือที่ตนเขียนถึงเพราะไม่จำเป็น เพียงพลิกดูผ่านๆ แล้วคัดลอกข้อความจากคำนำและคำนิยมไปดัดแปลงเล็กน้อยก็เขียนได้แล้ว (ปัจจุบันบุคคลนี้เลิกเขียนวิจารณ์หนังสือ และผันตัวเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์) หรือคนที่ใฝ่ฝันเป็นนักเขียนผู้ประกาศตนว่าจะไม่ยอมอ่านหนังสือใดๆ ไม่เว้นกระทั่งวรรณกรรมระดับโลก ด้วยเกรงจะได้รับอิทธิพลจากผลงานของคนอื่นจนสูญเสียความเป็นตัวเอง ใครที่เคยสงสัยเรื่องทำนองนี้จะได้สลัดเสี้ยนหนามแทงใจจากการอ่านหนังสือเรื่องนี้ และได้รู้ว่าคนเหล่านั้นคิดในสิ่งที่ชอบแล้ว
ผู้เขียนเปิดใจในคำนำว่า “ผมเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่การอ่านเป็นเรื่องไม่ค่อยปรากฏ ได้ความเพลิดเพลินน้อย และถึงอย่างไรก็ขาดเวลาที่จะอุทิศตนให้” แต่เนื่องจากเป็นอาจารย์สอนวรรณกรรม จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพูดถึงหนังสือที่ตนไม่ได้อ่านบ่อยๆ เขาเขียนเรื่องนี้จากการใคร่ครวญเรื่องการอ่านอย่างลึกซึ้ง และพบว่าใครๆ ก็พูดถึงหนังสือได้โดยไม่ต้องอ่าน และจงอย่ารู้สึกผิดกับการไม่อ่าน
เหตุที่เรารู้สึกผิดก็เพราะ “เราอยู่ในสังคมที่แม้จะตกต่ำ แต่การอ่านนั้นถูกยกย่องบูชา” ผู้เขียนนำเสนอทฤษฎีการอ่านที่แท้ โดยแบ่งเนื้อหาในหนังสือเป็นสามส่วน ได้แก่ วิถีแห่งการไม่อ่าน สถานการณ์ต่างๆ ที่เราต้องเผชิญในการพูดถึงหนังสือที่ตนไม่ได้อ่าน และคำแนะนำในการพูดถึงหนังสือที่ไม่ได้อ่าน
ผู้เขียนบรรยายหนังสือเรื่องหนึ่งๆ ด้วยการบอกว่าตนรู้จักหนังสือนั้นอย่างไร ได้แก่
นร : หนังสือที่ไม่รู้จัก
นผ : หนังสืออ่านผ่านๆ
นย : หนังสือที่เคยได้ยินมา
นล : หนังสือที่ลืมไปแล้ว
ตามด้วยความเห็นของตนต่อหนังสือว่าดีไม่ดีประการใด (++, +, -, –) เช่น Ulysses คือ นย++ เห็นได้ว่าผู้เขียนสามารถให้คะแนนความดีงามต่อหนังสือได้ แม้จะเป็นเรื่องที่เขาไม่รู้จักหรือไม่ได้อ่าน ซึ่งเขาหวังว่าในอนาคต เราทุกคนจะหันมาใช้ระบบนี้ในการพูดถึงหนังสือ
บางคนอาจสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่มีประเภทของ “หนังสือที่อ่านแล้ว” บ้างเล่า นั่นเพราะการแยกแยะระหว่างการอ่านและการไม่อ่านนั้นเป็นเรื่องซับซ้อนละเอียดอ่อนและคลุมเครือ เราจะบอกได้หรือไม่ว่าผู้ที่เคยอ่านหนังสือผ่านๆ หรืออ่านข้ามๆ นั้น “ไม่อ่าน” หนังสือ ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากโลกนี้มีหนังสือจำนวนมหาศาล การอ่านหนังสือสักเล่มคือการไม่อ่านหนังสืออื่นๆ ที่เหลือทั้งหมดในเอกภพ ดังนั้น “การอ่านที่แท้คือการไม่อ่าน”แม้แต่หนังสือที่อ่านไปแล้วนั้น เราก็ย่อมลืมมันไปในที่สุดไม่ช้าก็เร็ว สิ่งที่เหลืออยู่จากการอ่านคือเศษเสี้ยวของหนังสือซึ่งพิกลพิการไปจากจินตนาการและอคติของเรา “ความสัมพันธ์ของเราต่อหนังสือคือพื้นที่ในเงาที่หลอกหลอนด้วยภูตผีแห่งความทรงจำ คุณค่าแท้จริงของหนังสืออยู่ที่ความสามารถในการเรียกวิญญาณเหล่านี้”
วิถีแห่งการไม่อ่าน ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนแรกของหนังสือพูดถึงหนังสือ ๔ ประเภทคือ หนังสือที่ไม่รู้จัก, หนังสืออ่านผ่านๆ, หนังสือที่เคยได้ยินมา และ หนังสือที่ลืมไปแล้ว โดยผู้เขียนยกกรณีศึกษามาประกอบชัดเจน เช่นตัวอย่างของคนที่ไม่อ่านหนังสือเลย แต่รู้จักหนังสือดี พูดคุยถึงหนังสือต่างๆ ได้ เช่นบรรณารักษ์ผู้ดูแลหนังสือ ๓.๕ ล้านเล่มในห้องสมุดของเรื่อง The Man Without Qualities ของ Robert Musil “ความลับของบรรณารักษ์ที่ดีคืออย่าอ่านหนังสือที่ตนดูแลเกินกว่าชื่อเรื่องและสารบัญ ใครก็ตามที่ปล่อยตัวและเริ่มอ่านหนังสือคือบรรณารักษ์ผู้หลงทาง … เขาจะเสียมุมมองส่วนรวมไป”

ความรักต่อหนังสือทุกเล่ม ทำให้บรรณารักษ์ผู้นี้ไม่อ่านหนังสือสักเล่ม เพราะการใส่ใจเล่มใดมากไปก็เท่ากับการทอดทิ้งหนังสือเล่มอื่นๆ ทว่าเขาอ่าน “รายการหนังสือ” ในห้องสมุดและรู้จักหนังสือที่ตนมีถ่องแท้ รู้ที่ทางและความสัมพันธ์ของหนังสือต่างๆ ผู้เขียนกล่าวว่า “ผู้รู้ควรสนใจความสัมพันธ์ของหนังสือต่างๆ เช่นเดียวกับที่พนักงานรถไฟใส่ใจความสัมพันธ์ระหว่างรถไฟขบวนต่างๆ (การตัดข้ามกัน, การเชื่อมต่อกัน) แทนที่จะสนใจว่าตู้รถแต่ละตู้บรรทุกอะไรบ้าง” บัดนี้เราจึงเข้าใจผู้จัดการสำนักพิมพ์ผู้ไม่อ่านหนังสือได้แล้ว คนผู้นี้ใส่ใจทำรายการหนังสือในสำนักพิมพ์ยิ่งกว่าสิ่งใด สำนึกรักต่อหนังสือของเขาลึกซึ้งและชาญฉลาดกว่าที่ใครจะคาดคิด

การอ่านหนังสือข้ามๆ ย่อมไม่เป็นอุปสรรคต่อการพูดถึงหนังสือ เพราะอ่านไม่ต้องจบเล่มเราก็คุ้นๆ กับหนังสือได้ ดังเช่นที่ Paul Valery เขียนคำรำลึกหลังพรูสต์ตายไม่นานว่า “แม้ผมแทบไม่ได้อ่านผลงานยิ่งใหญ่ของมาร์เซล พรูสต์ แม้แต่เล่มเดียว และแม้ศิลปะของนักเขียนผู้นี้เป็นศิลปะที่ผมเชื่อไม่ลง ผมยังตระหนักดี จาก Recherche du temps perdu เพียงน้อยนิดที่ผมมีเวลาไปอ่านว่าวรรณกรรมต้องสูญเสียใหญ่หลวงเพียงใด” Oscar Wilde ยังเขียนว่า “ผมไม่เคยอ่านหนังสือที่ผมต้องวิจารณ์ มันทำให้คุณมีอคติยิ่ง” ดังนั้นเราจึงเข้าใจนักวิจารณ์หนังสือผู้ไม่อ่านหนังสือที่ตนเขียนถึงได้ ยิ่งหากเป็นหนังสือที่เคยได้ยินมา ก็ยิ่งทำให้เรามีแนวคิดต่อหนังสือได้เป็นเหตุเป็นผลยิ่งขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเปิดอ่าน

Valery ยังวิจารณ์ Anatole France ว่ามีข้อเสียที่อ่านมากเกินไป ทำให้ไร้ความเป็นตัวของตัวเองและตกเป็นรอง เพราะตัวตนหายไปในหนังสือของคนอื่น การอ่านจึงเป็นความเสี่ยงร้ายกาจของนักเขียน ดังนั้นเราจะตำหนินักเขียนที่ประกาศตนว่าไม่อ่านอย่างไรได้

เนื้อหาส่วนที่สองกล่าวถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เราอาจประสบในการพูดถึงหนังสือที่ไม่ได้อ่าน ได้แก่ เมื่อเราต้องพูดกับคนทั่วไป เมื่อต้องเจออาจารย์, นักเขียน หรือ คนที่เรารัก ในฐานะอาจารย์ ผู้เขียนเล่าว่าการต้องพูดถึงหนังสือที่ไม่ได้อ่านนั้นไม่ได้ทำให้นักเรียนของเขาครั่นคร้ามอันใด แต่กลับพูดถึงได้เข้าท่าและฟังมีเหตุผลถูกต้องดีเสียด้วย ในบทนี้ผู้เขียนเลือกตัวอย่างไกลตัวมากๆ เพื่อป้องกันไม่ให้คนในอาชีพวงการเดียวกันต้องอับอาย โดยยกตัวอย่างความเข้าใจต่อเรื่อง Hamlet ของชนเผ่า Tiv ในอัฟริกา และสรุปว่านักเรียนของเขาไม่ต่างอะไรกับชนเผ่านี้ที่ย่อมมีความเห็นต่อหนังสือที่ตนไม่อ่านได้ หากจะมีความเห็นประหลาดชวนฉงนอันใด ก็มีแต่จะเป็นการตีความที่แปลกใหม่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งย่อมเกิดขึ้นไม่ได้หากนักเรียนอ่านหนังสือ

ตัวอย่างข้อแนะนำเมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับนักเขียนและให้ความเห็นต่อหนังสือของเขาซึ่งเราไม่ได้อ่าน เนื่องจากนักเขียนส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าสิ่งที่คนอื่นพูดถึงหนังสือของตนนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ตนเชื่อว่าตนเขียน การรับรู้เรื่องหนังสือของแต่ละคนต่างกันไปตามโลกทัศน์ส่วนตัว ดังนั้นหากเราพูดถึงหนังสือมากๆ นักเขียนจะเครียดและคิดว่า…พูดอะไรของมันวะ วิธีง่ายที่สุดคือ “ชื่นชมโดยไม่ต้องลงรายละเอียด นักเขียนไม่คาดหวังการสรุปหรือการวิเคราะห์เหตุผลต่อหนังสือของตน … เขาหวังเพียงให้เราบอกว่าชอบสิ่งที่เขาเขียน โดยทำตัวให้กำกวมที่สุดเข้าไว้”

การสนทนาเรื่องหนังสือกับคนอื่นนั้น แท้จริงเป็นเรื่องยากและนำมาซึ่งความเครียดและขัดแย้ง เพราะเราไม่เคยพูดถึงหนังสือเพียงเล่มเดียว แต่ขณะคุยกัน เราต่างคนต่างมีโลกหนังสือส่วนตัวของแต่ละคน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอ่านมาทั้งหมดและหล่อหลอมให้เราเป็นตัวเรา โลกหนังสือส่วนตัวนี้ต่างแวดล้อมอยู่ในบทสนทนา ยิ่งกว่านั้น โลกทัศน์ของแต่ละคนย่อมทำให้การรับรู้ต่อหนังสือมีความเฉพาะตัว แม้จะอ่านหนังสือเรื่องเดียวกัน แต่ความคิดของเราย่อมไม่เหมือนคนอื่น และการปรับให้โลกหนังสือของคนสองคนใกล้เคียงกันนั้น เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

การพูดถึงหนังสือที่ไม่ได้อ่านเป็นเรื่องต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ไม่น้อย ผู้เขียนจึงแนะว่าทุกคนควรเป็นนักเขียนกันเถอะ เพื่อจะได้สร้างเรื่องของตนเองและเป็นอิสระจากถ้อยคำของคนอื่น เรารู้มาแล้วอย่างไรเล่าว่าการไม่อ่านนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเขียน

ขอแนะนำให้ผู้รักการอ่านจนถอนตัวไม่ขึ้นอ่านหนังสือเรื่องนี้ เพราะตลกน่ารักมาก เสียดสีเรื่องที่ไม่น่าจะมีเหตุผลด้วยเหตุผลให้เราจำนน คนรักหนังสืออ่านแล้วจะใจอ่อนเป็นพิเศษเพราะในเล่มหยิบยกหนังสือต่างๆ มาเล่า ทำให้ทุรนทุรายอยากอ่านหนังสือเหล่านั้น ทั้งงานของ Musil, Eco, Montaigne, Graham Greene และวิธีการวิจารณ์หนังสือดีๆ ให้เสียหายยับเยินใน Lost Illusions ของ Balzac ซึ่งอ่านแล้วสดชื่น แม้บางช่วงตอนจะมีประเด็นวิเคราะห์ด้านจิตวิทยาต่อหนังสือที่อ่านแล้วทำให้ผู้ไม่เชี่ยวชาญด้านนี้งงงวยอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วอ่านสนุก ไม่น่าแปลกใจที่หนังสือเรื่องนี้จะเป็นที่ฮือฮาในวงการหนังสือทั้งในอเมริกาและอังกฤษ และเป็นหนังสือขายดีในฝรั่งเศส

ผู้แนะนำขอจัดหนังสือเรื่องนี้ในระดับ นล++ เพราะกว่าบทความนี้จะถึงมือท่าน ผู้แนะนำคงลืมหนังสือนี้ไปแล้ว

* บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ คนกับหนังสือ นิตยสาร สารคดี ฉบับเดือนเมษายน ๒๕๕๓
เกี่ยวกับผู้เขียน Pierre Bayard ปิแยร์ เบยาร์ด เกิดปี ค.ศ. 1954 ที่ฝรั่งเศส ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนวรรณกรรมฝรั่งเศสที่มหาวิทยาลัย University of Paris VIII และเป็นนักจิตวิเคราะห์ มีผลงานเขียนเช่น Sherlock Holmes was Wrong, Who Killed Roger Ackroyd? How to Talk About Books You Haven’t Read : Pierre Bayard แปลจากภาษาฝรั่งเศสโดย Jeffrey Mehlman ๑๘๖ หน้า ราคา ๕๒๖ บาท
Copyright ? 2010 faylicity.com
เพราะผมสอนวรรณกรรมระดับมหาวิทยาลัย อันที่จริงแล้วจึงเลี่ยงไม่ได้ในการแสดงความเห็นต่อหนังสือ ซึ่งส่วนใหญ่ผมไม่เคยเปิดเลยด้วยซ้ำ จริงอยู่ที่เรื่องนี้เกิดขึ้นกับนักเรียนส่วนใหญ่ของผมเช่นกัน แต่หากมีนักเรียนเพียงคนเดียวอ่านข้อความที่ผมกำลังกล่าวถึง ก็เป็นความเสี่ยงที่ชั้นเรียนจะต้องชะงัก และผมต้องอับอายขายหน้า
— How to Talk About Books You Haven’t Read
http://www.faylicity.com/book/book2/unread.html

7.เพลงของคาราวาน – อินโดจีน

วันที่ 26-27 กันยา 54
วันเวลาการทำงานเพื่อเคลียร์งานเยอะมาก หลายเรื่อง ก็ยอมรับว่าตนเองพลาด เพราะผมมึน แต่พวกคุณหละ วิจารณ์ตัวเองหรือยัง? และบางครั้งผม ก็ทำงานกิจกรรมไม่ได้ตังค์ ไม่ดัง เสี่ยงติดคุกอีกต่างหาก ซึ่งหลายงานรวมตัวกันเข้ามาอย่างมากมาย แล้วผมเริ่มเคลียร์งานต่างๆฟังเพลง

อินโดจีนของคาราวาน….
อินโดจีน อินโดจีน อินโดจีน โอ.อินโดจีน อินโดจีน อินโดจีน อินโดจีน โอ.อินโดจีน..ของเมืองลาว มีความเหงาลึกๆ ฉันเคยรู้สึก โขงแดงเหมือนเลือด เขมรลาวญวน ก็ล้วนคนคล้ายคลึง ยังคงคิดถึง ความหลังครั้งเก่า. อินโดจีนไทย น้ำใจพี่น้อง น้ำโขงไหลคล้อง มีดอกไม้ลอย
น้ำโขง น้ำโขง น้ำโขง มีดอกไม้ลอย อินโดจีน อินโดจีน อินโดจีน โอ.อินโดจีน อินโดจีน อินโดจีน อินโดจีน โอ.อินโดจีน..นานมาแล้ว ที่แนวรบด้านนี้ มีกลุ่มคนต่างสี ต่างทะยานเข้ามา หวังดินแดน หวังแบ่งเอาแคว้นเขต หวังกินประเทศ หวังดินหวังฟ้า ฝรั่งเศสไปแล้ว อเมริกันเข้ามา
รัสเซียเข้าคว้า จีนถลาเข้าดึง จึงอินโดจีน โกลาหล ปลอกกระสุนปืนกล เกลื่อนเข้าพงไพร นกกาใหญ่น้อย พลอยฟ้าพลอยฝน ชีวิตผู้คน ร่วงลืมผลอยๆเลือดไหลนองดิน ถิ่นให้กำเนิด มนุษย์ประเสริฐ จะฆ่าฉันทำไม อินโดจีน อินโดจีน อินโดจีน โอ.อินโดจีน อินโดจีน อินโดจีน อินโดจีน โอ.อิน

โดจีน..หวนคำนึง จึงทำให้คิดใคร่ครวญ รอลมพัดหวน หันทางสันติ เตือนอินโดจีน แผ่นดินปวดร้าว ลุงแซมหมีขาว มังกรหมาป่า นานมาแล้ว แว่วเสียงลำนำ เป็นเพลงลำน้ำ ชอกช้ำระบม น้ำโขง น้ำโขง น้ำโขง มีศพไหลลอย อินโดจีน อินโดจีน อินโดจีน โอ.อินโดจีนอินโดจีน อินโดจีน

จากเนื้อเพลงอินโดจีน มาถึงปัญหาของไทย คือฝ่ายพคท.ไม่ชนะ เหมือนพื้นที่อินโดจีนอื่นๆ เมื่อเราอยู่ในยุคหลังสงครามเย็นของอินโดจีน และปัญหาของการการเมือง หลังพรรคเพื่อไทย ก็ชนะการเลือกตั้ง แต่ว่าระยะยาวของการเมืองเลือกข้าง ถ้าเกิดคุณเลือกข้างผิด หละ?ซึ่งหลายคนยัง

คิดว่ามันยังไม่จบว่าฝ่ายใดชนะ โดยการสื่อสารและเทคโนโลยีทันสมัย ทำให้เราตื่นเต้นต่อสถานการณ์การเมืองมากไปด้วย ผ่านอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ก็ด้านหนึ่งทำให้เรา รับรู้ข่าวสารไวขึ้น และวันที่ 27 กันยา 54 ก็google อายุ 13 ปี นะครับ

ส่วนกรณีข่าวออนไลน์ Politics – Manager Online – ปานเทพ ประมวลเหตุการณ์ สนธิ ผู้มาก่อนกาลเวลา …ปานเทพ ประมวลคลิปวีดีโอ ชี้ชัด สนธิ ผู้มาก่อนกาลเวลา ทำนายหลายเรื่องอย่างแม่นยำ ทั้งราคาทอง – ผลประโยชน์พลังงานอ่าวไทย – ประชาธิปัตย์กลับสู่ฝ่ายค้าน ชี้คนพูด

ก่อนเจ็บตัว โดนด่าว่าโกหก แต่พอเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงคนกลับลืมหมดแล้วhttp://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000114344

แล้วผมคิดว่า ท่านลิ้ม นี้เป็นศาสดาพยากรณ์ ทำนายอนาคตได้ เพียงแต่เคยพลาดเกือบตาย ก็ตอนเขาระดมยิงรถยนต์ท่าน!
อย่างไรก็ดี ผมยอมรับสนธิฯ ในฐานะนักข่าว ผู้ร่วมทำสำนักพิมพ์ ก็บุกเบิกอินโดจีน
เมื่อผมอยากเล่าในแง่มุมที่ว่า กรณีนักข่าวต้องอยากรู้อยากเห็น ต้องรู้จัก Questioning,Investigative,Analyse และPresentation(ผมทดลองเอามานำเสนอเล่าๆ เรื่อยๆ โปรดดูต้นฉบับ น่ะครับ)
…แล้วเวลาทำธุรกิจมันไม่เป็นแบบนั้นหรอก การทำธุรกิจไม่ใช่การลอกตำรามาในหนังสือเขาเขียนแต่เคสที่มันประสบความสำเร็จแล้ว แต่ธุรกิจจะเจ๊งไม่เจ๊งบางครั้งอยู่ที่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า บางที่เจออะไรใหม่ๆ ที่ตำราตามไม่ทันก็มี เพราะตำราต้องใช้เวลาตั้ง 5-6 ปีกว่าจะรวบรวม

ออกมา
…มันอยู่ที่เซนส์ของธุรกิจ ผมเคยถามคุณ ตัน ภาสกรนทีว่าที่ประสบความสำเร็จ หยิบจับอะไรแล้วเป็นเงินเป็นทอง มีเคล็ดลับยังไง เขาบอกว่า คนบางคนเตรียมตัวมา 99% แต่ตัวชี้ขาดว่าจะประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว บางทีมันคือ เปอร์เซ็นต์สุดท้ายน่ะ แล้วถามว่ามันคืออะไร เขาก็

บอกไม่ได้ มันเป็นเซ็นส์ทางธุรกิจ เหมือนบางคนไม่ได้เตรียมตัวอะไร มาเลย แต่กล้าที่จะคว้าโอกาส ก็อาจจะประสบความสำเร็จก็ได้
…เหมือนกับกีฬาฟุตบอลที่วางกลยุทธ์แล้วจัดนักเตะลงไปเพื่อให้เป็นไปตามแผน แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น …คุณต้องมีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วย คุณค้องมีกลยุทธ์ ขณะเดียวกันคุณก็ต้องมองการณ์ไกลด้วย…
…Malcolm Gladwell ที่เป็นนักข่าวการตลาด แล้วผันตัวเองมาเขียนหนังสือ 3 เล่ม ที่ขายดีมากอย่าง The Tipping Point,Blink หรือว่าอย่างหนังสือ The World is Flat ก็คือ นักข่าวสายต่างประเทศ Thomas Friedman ที่เขียนขึ้นมา คือ เรากำลังจะบอกว่า นักข่าว ก็

เป็นผู้รู้ได้ เพราะอ่านเยอะ แล้วคนเป็นนักข่าว จะได้คุยกับคนเยอะไง คือ คุณไปเรียนหนังสือมาคุณมีตำรับตำรา แล้วได้คุยกับคนที่เป็นแหล่งข่าวขั้นต้นเลย น่ะ ซึ่งถ้าเรามีความสามารถในการตั้งคำถาม สืบเสาะเชิงลึก…
…investigative report…
ข่าวประเภท Business School อีกประเภท คือ ข่าววิเคราะห์ธุรกิจ แต่ผมใช้วิธีการดู strategy และ Management approach คือ เวลาผมจะดูประเด็นอะไร ผมจะดูในเชิงกลยุทธ์ และการจัดการ
…แต่ผมไม่ได้เอาแค่ทฤษฎี เพราะทฤษฎีมันทำให้คนเราจำกัดอยู่แต่ในกรอบ แต่ผมจจะจับหลักการมาใช้ เพราะหลักการมันกว้าง…
จริงๆ ธุรกิจไทยก็ไม่ได้มีอะไรกว้างขวางมากนัก คือ ตัวละครสำคัญๆในประเทศไทยมีไม่กี่คน …ใช้วิธีการจับตัวละครพวกนี้แล้วดูวิธีคิด วิธีการ ทำงานของเขา แล้วนำมาวิเคราะห์ แยกแยะที่นี้ จาก Corporate Thailandผมย้ายมาอยู่ Tycoon และbrand age
…หัวใจของธุรกิจ คือ การตลาด หัวใจของการตลาด คือ การสร้างแบรนด์ก็จริง แต่อาจจะเจ๊งเพราะ สภาพคล่องทางการเงินไม่มีก็ได้ หรืออาจจะเจ๊ง เพราะ Production พังก็ได้…
…คือจริงๆ ผมสนใจกลยุทธ์มากกว่าการตลาด แต่กลยุทธ์มันเป็นแค่วิธีการ approach
….หางานทำได้คุณต้องรู้จักทำการตลาดตัวคุณเอง ถ้าคุณทำธุรกิจ คุณก็ต้องทำการตลาดให้บริษัทคุณ ประเทศไทยในเวลานั้น คุณทักษิณเขาก็ใช้ตลาดในด้านการเมือง เพราะฉะนั้น การตลาดมันจึงทวีความสำคัญ เวลาเราจะประสบความสำเร็จอะไร เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ผมมีสูตรอยู่สูตรหนึ่ง

ที่บอกว่าถ้าคุณจะเลือกไปเชี่ยวชาญหรือ เก่งเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็ต้องเลือกเก่งในเรื่องที่มีศักยภาพ เพราะคนที่เก่งเรื่องการตลาดจริงๆ คือ คนที่ไม่ได้เรียนการตลาดอย่าง สตีฟ จ็อบส์,บิล เกตส์,คุณ ตัน ภาสกรนที หรือเถ้าแก่น้อย คือ คนที่มีเซ็นส์ด้านการตลาด แล้วคนพวกนี้บางทีมี gut

feeling ที่บางตำราไม่ได้สอน แล้วคนพวกนี้ผมศึกษามา แล้วเขาก็สำเร็จได้ด้วย core marketing…
… คือต้องทั้งซีเรียส และทั้งสนุกกับมัน บาลานซ์ให้ได้ อย่าซีเรียสเกินไปจนเส้นเลือดในสมองแตก อย่าสนุกเกินไปจนเละเทะ หรือ ปล่อยให้คนโน้นคนนี้ทำแทน…
…การศึกษาในเชิงลึกได้สูตรมาแล้วลองขายดูเป็นปี แล้วเขาไม่เก่งเรื่องการจัดการ เขาก็ไปเชิญ คุณยอร์ช ฤกษ์ชัย…
…หนึ่ง ต้องเข้าวัง สองหาคนที่ปรารถนาดีกับเรา สอนเรา หรือ mentor นั่นก็คือ ฮันซันกุง สาม ต้องหาวิธีเปลี่ยน S Curve คือ เวลาเราขึ้นแล้วตก เราก็ต้องหาวิธีขึ้นไปอีกครั้ง…เหมือนสตีฟ จ็อบส์ ที่พอยอดขายเครื่อง Mac ตกคราวแรก ก็สร้างiPod ขึ้นมา นี่คือการเปลี่ยน S curve

แล้วแดจังกึมยังเป็นคนที่อ่านมาก คือ Be reader ….
…การตลาดในความรักใช่ไหม…ถ้าพูดง่ายๆ ว่าเราเป็นProduct เราก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้เขาสนใจ คุณก็ต้องมีอะไรที่แตกต่าง คุณก็ต้องดูว่า กลุ่มเป้าหมายของคุณ คือ ใคร ผู้หญิงบางคนมองคนที่ความสำเร็จดูเรื่องเงินทอง หน้าที่การงาน คุณก็ต้องโชว์ให้พวกเขาได้เห็น…หรือ

ผู้หญิงบางคนเน้นทางด้านจิตใจ เราก็ต้องแสดงให้เขาเห็นในด้านนี้… เช่น ถ้าคุณชอบผู้หญิงเที่ยว คุณก็ไปเจอเขาในผับ ชอบคนอ่านหนังสือ ก็ไปหาในห้องสมุด ไปในที่ที่จะเจอคนที่ชอบอ่านหนังสือ ส่วนPromotion คือ คุณจะเอาใจเขาขนาดไหน…
…เช่น ตอนจีบนี่โปรฯ หนักเลย พอเป็นแฟนแล้วก็อาจจะเบาหน่อย..Price ก็คือ คุณทุ่มขนาดไหน ผู้หญิงไม่ชอบคนขี้เหนียว และไม่ชอบคนที่ทุ่มมาก เพราะหากแต่งงานกันแล้ว มันหมดเนื้อหมดตัวได้ นะ
…นักการตลาดตอนนี้ จึงต้องมี Sense of Emergency คือ มีสำนึกแห่งความเร่งรีบ…ผู้บริโภค ทุกวันนี้มีความเป็น Pro-sumer คือ มีความเป็นProducer และ Consumer อยู่ในคนคนเดียว…พูดภาษาการเมือง คือ มวลชนล้ำหน้าแกนนำแล้วตอนนี้ทางการตลาดนั้น ความ

สัมพันธ์เชิงตื้นเหนือกว่าความสัมพันธ์เชิงลึก
…แต่แกนนอนสำคัญ คือ ทุกคนเท่ากันหมดเลย เหมือน The world is Flat เช่น กรณีคุณสุทธิชัย หยุ่น ที่เมื่อก่อนคุณจะไปคุยโดยตรงกับเขาไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่ว่าคุณเป็นใครมาจากไหน คุณก็มาคุยกับเขาได้ทาง twitter
…เพราะอินเตอร์เน็ต ทำให้เราก้าวข้ามเรื่องภูมิศาสตร์ไปเลย ตรงนี้แหละ… คือ โอกาส…อันนี้ คือ พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง เพราะผู้บริโภคเขาคุยกันเอง บทสนทนาว่าผู้บริโภคเขาคุยอะไรกัน ทั้งใน facebook…
…คนที่คิดว่าการจะไปก๊อบปี้ความสำเร็จของคนอื่นเป็นเรื่องง่าย แล้วคิดว่าจะรวยในชั่วข้ามคืน รวยอย่างไม่ต้องพยายามอย่าทำธุรกิจ เพราะไม่อยู่ในโลกของความเป็นจริง ทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย โลกความเป็นจริง คือ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องผ่านการเตรียมพร้อม…
…จงทำธุรกิจอย่างเศรษฐี แต่อย่าทำอย่างลูกเศรษฐี ก็คือเงินบาท หนึ่งต้องเก็บสลึงหนึ่ง ก็ต้องเก็บลงไปล้วงลูกทุกอย่าง ส่วนลูกเศรษฐี ก็สบายเพราะพ่อให้เงินมา เจ๊งไปก็ทำใหม่ไม่ต้องสนใจอะไรมันมาก….ความคิดเห็นของคนทำรายการSME ตีแตก คือ ธันยวัชร์…ซึ่งผมสรุปเรื่องโอกาส

ว่าคนบางประเภทโอกาสมาบ่อยๆ กับคนบางประเภท โอกาสมาครั้งเดียว และคนบางประเภทสร้างโอกาส…
http://www.daypoets.com/adb/

แน่นอนว่า ผมทำงานเขียนก็ต้องเก็บข้อมูล ไม่ใช่จินตนาการไปเรื่อยๆ แค่ดูทีวี เท่านั้น ก็ผมคิดถึงนักเขียนหลายคน ทำให้ผมนึกถึงเรื่องสาเหตุที่หนังสือกากๆ ไม่หมดสักที http://p-achblog.exteen.com/20110814/entry/page/1

ส่วนอีกด้านหนึ่งของสื่ออินเตอร์เน็ต ก็เผยแพร่งานเขียนของเราง่ายขึ้น เช่น ผมสนใจเล่าเรื่องฟุตบอล และตอนนี้ติดตามเรื่องเล่าของเฟซบุ๊คอ.ธเนศวร์ กรณีมีการเขียนเรื่องเล่า…การทูตฟุตบอลกลายเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเพื่อน

บ้านกัน ทะเลาะกันเพื่ออะไรกัน ว่าร้ายกันเพื่ออะไร จะตรึงกำลังทหารบริเวณชายแดนเพื่ออะไร ประเทศกำลังพัฒนา ประชาชนกำลังต้องการคุณภาพชีวิตและสังคมที่ดีกว่า แล้วรัฐจะรบกันทำไม …คนพูดอะไร แล้วไม่มีหลักฐาน โจมตี กล่าวหาไปเล่ย อคติไปเสียทุกเรื่อง เป็นเรื่องเศร้ามากที่

จะสังสันทน์กับคนที่มีทัศนะเช่นนี้ เพราะเขามองลบตลอดเวลา กล่าวหากันแทบทุกเรื่องจริงๆ แล้วผมบังเอิญเจอว่า จำนวนผู้เข้าอ่านงานเขียนของผม มีเท่าไหร่ เพราะปกติผมไม่มีพาสเวริด์ ดูเว็บไซด์ของประชาไท ก็ปรากฏว่า เมื่อปี 2553 โดยบังเอิญจริงๆ ก็ย้ำอาจจะมีพวกผู้อ่าน มาตี

ความสงสัย แต่ผมอยากเล่าให้คนที่ไม่รู้เรื่องส่วนตัวของผมไว้ รวมทั้งพวกหมั่นไส้ทางการเมือง และพวกอิจฉาตาร้อน แสดงความคิดเห็นในอินเตอร์เน็ต ฯลฯ

ดังนั้น ท่านผู้อ่าน หรือท่านผู้ไม่อ่าน แต่ผมอยากเตือนสติ ผู้คนใส่ร้ายทางอินเตอร์เน็ต อย่าลืมว่าบางคนเคยโทรมาหาผมจะขอฟ้องกลับผู้แสดงความคิดเห็นที่ใส่ร้ายต่องานของเธอ…เพราะฉะนั้น ผมรำลึกถึงเหตุการณ์การเมืองหลัง 19 กันยา 49 ผ่านภาพสะท้อนงานเขียนตนเอง สิ่งที่

พิสูจน์ทางสถิติได้ ซึ่งปกติบทความของผม ไม่มีพาดหัวเป็นชื่อของผม โดยนำมาเล่าว่าช่วงเปลี่ยนผ่านระบบ เมื่อปี2551 ก็เราดูยอดคนอ่านของประชาไทได้ ต่อมาเปลี่ยนเป็นระบบล็อกอิน แต่ผมไม่มีเวลาเล่าขนาดเรียงลำดับเวลาใช้เป็นตัวอย่างบางงาน และบางส่วนเป็นเรื่องเล่างานเขียนของผม ก็ไม่ขยายความในแง่ต่างๆ มากมาย ทั้งต้นทุนการผลิต ปัจจัยทางสังคมการหาข้อมูล ฯลฯ แต่ผมไม่อยากดัง แม้มีคนเคยชวนผมให้มีมวลชนและ

แฟนคลับเกินสองพันคนก็ตาม น่ะครับคือ
การสร้างภราดรภาพ(งานเขียนสื่อถึงปัญหาไทย-กัมพูชา) 817 Reads(คำว่าReads นัยยะคือ จำนวนclick? หรืออ่าน? แต่ผมเขียนตอนปี2552)
ลุงนวมทอง 997 Reads(ผมเขียนตอนปี2552)
สัญลักษณ์เหรียญรัฐธรรมนูญ 1,036 Reads(ผมเขียนตอนปี2552)
24 มิถุนา,28 กรกฎา ฯลฯ 1648 Reads(ผมเขียนตอนปี2551)
24 มิถุนา วันชาติ ตอน 1 2369 Reads(ข้อสังเกต:งานชิ้นนี้คนแสดงความคิดเห็นน้อย แต่จำนวนคนอ่านมาก)
24 มิถุนา วันชาติ ตอน 2 2056 Reads(ผมเขียนตอนปี2552)
ปรีดี-ประเวศ 2267 Reads(ข้อสังเกต:งานชิ้นนี้คนแสดงความคิดเห็นมาก แต่จำนวนคนอ่านไม่มาก ในปี2552)
14 ตุลา เครื่องมือ 2901 Reads(ผมเขียนตอนปี2551)
ปรัชญาปวศเขาพระวิหาร 3286 Reads(ผมเขียนตอนปี2551 แน่นอนว่าผมเห็นจำนวนของคนReadsบทความอื่นๆ และข่าวอื่นๆ ด้วยน่ะครับ)
บองชวลิต 3742 Reads(ผมเขียนตอนปี2552 ต่อมา2554ก็บองชวลิต บทบาทไม่ปรากฏเท่าเดิม)
ฮุนเซน-ทักษิณ 4106 Reads(ผมเขียนตอนปี2552)
เสียงความทรงจำกับอำนาจ :เสียงโฟนอินของทักษิณในสนามกีฬา5360 Reads(รวบยอดข้อสังเกตสั้นๆจากงานทั้งหมดของผม ก็เขียนเกี่ยวกับทักษิณ และแนวเชียร์คน+ความหวัง ก็ทำให้การตลาดของผมดี มีคนอ่านเยอะมาก)

แล้วเมื่อวานผมไปงานนิทรรศการศิลปะ ก็มีหลายคน ที่มีโอกาสเสวนา เช่น พี่มิตร และชาวคณะ อดอาหารเพื่อพูดคุยเรื่อง112 ใน112ชั่วโมง และงานหนังสั้นอ.คามิน ฯลฯ ก็เราคุยกันนิดหน่อยๆ โดยผมเจอเจ้าของสำนักพิมพ์หนังสือ ในเยอรมัน ก็ผมพูดคุยกับเขานิดหน่อย เนื่องจากเขา

โชว์ผลงานหนังสือ หน้าปก จัดนิทรรศการMERVEMUSIK เสียงเพลง และบทบรรยายถึงนิทเช่ พร้อมบุฟเฟต์ปาร์ตี้ จึงขอถ่ายรูปร่วมกับเขา คือ Peter Gente ชาวเยอรมัน ซึ่งเขาให้หนังสือผมมาหนึ่งเล่ม เป็นงานเขียนของจิลซ์ ดูเลซ นักปรัชญาฝรั่งเศสเพื่อนฟูโกต์ เขียนเรื่องนิทเช่

ในภาษาเยอรมัน ซึ่งผมไม่มีเวลาดูภาพยนตร์สั้น ในเวลา01.30น. ก็อาจจะเป็นงานนามธรรมเชิงปรัชญา เหมือนเสียงดนตรีก็ได้ แต่ผมอยู่ดึกถึงตีหนึ่งไม่ได้ ต้องคุยเรื่องโปรเจ็กหนังสั้นกับเพื่อนต่อ และผมไม่ได้เล่ารายละเอียด บริบทมากจากการเกิดสังเกต เพราะเหตุการณ์ทะเลาะกันระ

หว่างนศ.กับปีเตอร์ หน้าประตูห้องน้ำ เป็นการปะทะของเสียงในห้องน้ำกับเสียงของสถานที่จัดแสดง เสียงหนังสือ…

เมื่อกล่าวถึงหนังสือ ก็ผมอยากเล่าถึงว่าด้วยทฤษฎีร่วมสมัยและถ้าผมเพิ่มเติมการเล่าย้อนกลับสู่อดีต เช่น What Is Postmodernism? ดูเพิ่มเติมhttp://www.youtube.com… และJean Baudrillard. Cultural Identity and Politics. 2002 1/8ดูเพิ่มเติม

http://www.youtube.com… และGiorgio Agamben. The State of Exception. Der Ausnahmezustand. 2003 1/7ดูเพิ่มเติม http://www.youtube.com …ทฤษฎีของคนนี้กำลังฮิตในเรื่องการปกครองในสภาวะยกเว้น…ซึ่งอย่าลืมว่าทฤษฎีบางอย่างก็เกิด แก่

เจ็บ ตาย หายไปไม่กลับมาเกิดซ้ำ หรือคลาสิค..

แต่ผมอยากเล่าเรื่องบทความประวัติศาสตร์ธรรมชาติของการปฏิวัติของเกษียร คือ Isaac Deutscher (The Unfinished Revolution: Russia 1917-1967, 1967) และนักประวัติศาสตร์อเมริกัน Crane Brinton (The Anatomy of Revolution, 1965) ซึ่งเสนอ

เรื่องประวัติศาสตร์ธรรมชาติของการปฏิวัติ (The Natural History of Revolutions)…และJack A. Goldstone นักสังคมวิทยาและรัฐศาสตร์ชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญเรื่องการปฏิวัติและขบวนการทางสังคมได้ช่วยสรุปแบบแผนแห่งประวัติศาสตร์ธรรมชาติของการปฏิวัติตาม

แนวคิดดังกล่าวไว้อย่างกระชับเป็นระบบ 10 ขั้นตอน (“The Comparative and Historical Study of Revolutions,” Annual Review of Sociology, Vol.8, 1982, 187-207) …ตรรกะของสถานการณ์ที่ส่งเสริมบทบาทหลักด้านการทหารเป็นที่มาของนักรบผู้นำ

การปฏิวัติอย่าง จอร์จ วอชิงตัน, โอลิเวอร์ ครอมเวลล์, นโปเลียน โบนาปาร์ต, มุสตอฟา เคมาล อตาเติร์ก, เลออน ทรอตสกี้, เหมา เจ๋อ ตง, โจเซฟ บรอส ตีโต้, โรเบิร์ต มูกาเบ้, และ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นต้น(จริงๆรายละเอียดในแง่มุมของการจัดตั้ง ฯลฯ ก็ลองหาดูเพิ่มเติมค้นหาผ่าน

อินเตอร์เน็ตก็ได้ ครับ)

.แน่นอนว่า การพัฒนาทฤษฎีในอดีตก็ไม่ง่าย เช่นเดียวกับทฤษฎีในอดีตอันอาจจะจัดได้ว่าคลาสิคของทรอตสกี้ คือ During these years Trotsky began developing his theory of permanent revolution, which led to a close working relationship with

Alexander Parvus in 1904–1907.[citation needed].. 1905 revolution and trial (1905–1906)
After the events of Bloody Sunday, Trotsky secretly returned to Russia in February 1905. At first he wrote leaflets for an underground printing press in Kiev, but soon moved to the capital, Saint Petersburg, where he

worked with both Bolsheviks, such as Central Committee member Leonid Krasin, and the local Menshevik committee, which he pushed in a more radical direction. The latter, however, were betrayed by a secret

police agent in May, and Trotsky had to flee to rural Finland. There he worked on fleshing out his theory of permanent revolution until October, when a nationwide strike made it possible for him to return to St.

Petersburg. After returning to the capital, Trotsky and Parvus took over the newspaper Russian Gazette and increased its circulation to 500,000. Trotsky also co-founded Nachalo (“The Beginning”) with Parvus and

the Mensheviks, which proved to be very successful.[citation needed]

Just before Trotsky’s return, the Mensheviks had independently come up with the same idea that Trotsky had—an elected non-party revolutionary organization representing the capital’s workers, the first Soviet

(“Council”) of Workers. By the time of Trotsky’s arrival, the St. Petersburg Soviet was already functioning headed by Khrustalyov-Nosar (Georgy Nosar, alias Pyotr Khrustalyov), a compromise figure, and proved to

be very popular with the workers in spite of the Bolsheviks’ original opposition. Trotsky joined the Soviet under the name “Yanovsky” (after the village he was born in, Yanovka) and was elected vice-Chairman. He

did much of the actual work at the Soviet and, after Khrustalev-Nosar’s arrest on 26 November, was elected its chairman. On 2 December, the Soviet issued a proclamation which included the following statement

about the Tsarist government and its foreign debts:The autocracy never enjoyed the confidence of the people and was never granted any authority by the people. We have therefore decided not to allow the

repayment of such loans as have been made by the Tsarist government when openly engaged in a war with the entire people.

The following day, the Soviet was surrounded by troops loyal to the government and the deputies were arrested. Trotsky and other Soviet leaders were tried in 1906 on charges of supporting an armed rebellion. At

the trial, Trotsky delivered some of the best speeches of his life and solidified his reputation as an effective public speaker, which he confirmed in 1917–1920.[citation needed] He was convicted and sentenced to

deportation. ลองหาดูเพิ่มเติม Wikipedia,น่ะครับ

แต่นั่นแหละทร็อตสกี้ ชนะร่วมกับเลนิน และทร็อตสกี้ไม่มีเลนิน ก็พ่ายแพ้ต่อสตาลิน แต่รายละเอียดซับซ้อนเล่าย่อๆ จนกระทั่ง เขาถูกลอบสังหาร ขณะลี้ภัยพบรักชู้สาวกับฟรีด้า ศิลปินหญิง!
ปิดท้ายขณะที่วันนี้ผมท้องไส้ปั่นป่วน โดยผมมีหนังสือบทกวีของมายาคอฟสกี้ ที่มีเขียนสรรเสริญเลนิน คือหนังสือบทกวี ที่มีชื่อว่า เลนิน และบทหนึ่ง ก็น่าสนใจ คือ
The proof of theories
are concreate deeds.
He’ll come
one day,
the genius of practice
,
and guide you on
from books
to battlefields!”
คาราวาน – ถนนมิตรภาพ

วันที่ 28 กันยา 54
เมื่อวานถือเป็นวันสารทไทย ฝนตกตอนกลางคืนเหมือนเมื่อวานก่อน ในรุ่งเช้าของวันนี้ ก็ฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ระลึกถึงคนบ่นว่าฝนตกน้ำท่วม ฟ้าไม่ยุติธรรม โดยคนธรรมดาฟ้องร้องฟ้าขึ้นศาลไม่ได้ และคนไทยยุคสมัยใหม่ ตระหนักเรื่องสิทธิกันมากขึ้น บางครั้งผม ก็ทำงานกิจกรรมไม่ได้

ตังค์ ไม่ดัง มีคดี เสี่ยงติดคุก และกรณีแรงงานฟ้องนายจ้างไม่ยุติธรรม ในเรื่องการงานขึ้นศาลเพื่อเรียกร้องสิทธิ เพื่อยืนยันความถูกต้องของแรงงาน ซึ่งผมทำงานเป็นแรงงาน-กรรมกรข่าว อื่นๆ และผมเร่งทำโครงการฯหนังสั้นด้านสิทธิฯ ก็ตระหนักว่ากระแสข่าวของแถลงการณ์ของกลุ่ม

นิติราษฎร์ กรณีรัฐประหาร 19กันยา เป็นประเด็นเอาง่ายๆโรดแบ็คหลังรัฐประหารคืนความยุติธรรมกลับมาให้สังคมไทย และความถูกต้อง ซึ่งด้านเป็นการสะท้อนต้นเหตุของปัญหาการเมืองไทย-รัฐธรรมนูญ แต่ว่าประเด็นนี้ ก็จำได้ว่าอ.สมชาย พูดในเวทีที่ผมร่วมล่าสุด สรุปว่าในอดีตการ

เขียนรัฐธรรมนูญ 2517(ปวศ.) การนิรโทษกรรมให้การรัฐประหารทำไม่ได้ แล้วพอปี2519 ก็ถูกฉีก คือ เคยทำไม่สำเร็จ…ข้อเสนอบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้เพิกถอนผลจากการรัฐประหาร…
..ดูเพิ่มเติม…ปฏิรูปการเมืองรอบใหม่ ไปให้พ้นจากระบอบอำมาตย์ 21 9 2011
http://www.youtube.com

สัมภาษณ์พอล แชมเบอร์ส:บทบาทกองทัพในปัจจุบัน
http://thaienews.blogspot.com/2011/09/blog-post_28.html

ตอนนี้กลับมาพูดเรื่องหนังบ้าง ดีกว่า ก็ผลกระทบต่อด้านศิลปะ เช่น หนังเรื่องคนโขนของศรัณยู ว่ากันว่ามีการต่อต้าน แบนคนไปดูหนังกันน้อย อุโมงค์ผาเมือง ก็คนไปดูน้อยเพราะพงษพัฒน์แสดง ซึ่งเขาเป็นพวกเดียวกับศรัณยูขึ้นเวทีพันธมิตรฯ แต่น่าสนใจเรื่องอุโมงค์ผาเมือง เพราะว่าหนังดัด

แปลงจากบทที่ผมชอบเรื่องราโชมอนของริวโนสุเกะ นักเขียนญี่ปุ่นด้วย กล่าวถึงเรื่องเล่าคนสี่คนและความจริงต่างกัน และหมาแก่ฯ ของป๋าเทพ ซึ่งป๋าเทพพูดบนเวทีเสื้อหลากสีของหมอตุลย์ เมื่อ16เม.ย.53:บังเอิญว่าผมออกมาซื้อข้าวมันไก่เลยแวะมาที่นี่ ลองดูข้อมูลเพิ่มเติม COMING SOON!แบนหนังป๋าเทพเจ๊งซ้ำรอยตั้ว-ออฟ. หมาแก่ อันตราย-เริ่มประเดิมฉายวันที่ 29 กันยายนนี้ การันตีด้วยรางวัลระดับเอเชีย …thaienews.blogspot.com/2011/09/coming-soon_28.htmlน่ะครับ

ส่วนชีวิตด้านหนึ่ง เมื่อผมคิดอาหาร ก็ผมกินเจบ้าง ตามเทศกาลกินเจ และความจำเป็นที่ผม กินเนื้อสัตว์ ก็มีกระดูกเหลือมาแบ่งปันให้สุนัขที่หอพัก หลังจากคนที่เคยอยู่หอฯ ซึ้ออาหารเม็ดให้หมาจากเราไปอยู่ที่อื่นแล้ว โดยหลายเรื่องราวในชีวิตประจำวัน สำหรับางวันที่อินเตอร์เน็ตช้า…และ

ผมคิดถึงเพื่อนเรื่องการทำรายการGoogle TV และผมค้นหาเรื่องสุขภาพจากgoogle กูรู ดูครับ…

กินเหล้ากินเบียรมา แล้วไปออกกำลังการต่อจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ครับ โภชนาการ เสริมสุขภาพ ฟิตเนส 10 คะแนน ปิดแล้ว 7 คำตอบ มีการดู 1661 ครั้ง
3
CARE 6 มิ.ย. 2552, 23:24:59 แจ้งการละเมิด ถ้าสมมุติเราไปกินเหล้าหรือกินเบียรมา… แต่ว่าไม่เยอะมาก
หลังจากกลับมาอยากออกกำลังกาย จะมีปัญหาอะไรไหมครับ
ดีหรือไม่ดี
ต่อท้าย #1 6 มิ.ย. 2552, 23:46:32
ขอบคุณครับ…
สำหรับบางท่าน อย่าเข้าใจผิดคิดว่าให้ไปดื่มเหล้าแล้วมาออกกำลังกายนะครับ
เหล้า เบียร ไม่ดีแน่นอนครับ เพียงแต่ว่าอยากรู้ว่าถ้าเกิดเหตุการ์ณดังกล่าวขึ้นเราควรจะออกกำลังการดี หรือ ควรจะทำอย่างอื่นดี จึงจะมีผลดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน
ต่อท้าย #2 12 ก.ค. 2552, 22:31:44
ขออนุญาติปิดคำถามนะครับ เพราะรู้สึกว่าจะตอบกันไม่ค่อยตรงประเด็น
คำตอบที่ดีที่สุด
4
Numthon 6 มิ.ย. 2552, 23:38:43 แจ้งการละเมิด แอลกอร์ฮอล ออกลฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานหนัก
หัวใจเต้นแรงผิดปกติ
การวิ่งออกกำลังกาย มีส่วนทำให้ร่างกายขับเหงื่อเผาผลาญแอลกอร์ฮอลได้ดี
แต่ไม่เหมาะที่จะ วิ่งออกกำลังกายในระหว่างมีแอลกอร์ฮอลในร่างกายหรือขณะมึนเมา
เพราะอาจทำให้หัวใจต้นผิดจังหวะ เส้นเลือดในสมองแตก หรืออาจหัวใจวาย ถึงแก่ชีวิตได้
============================
ชีวิตมีรสชาติได้ โดยไม่ต้องมีแอลกอร์ฮอล
ดื่มเหล้าขณะขับยวดยานพาหะนะ เกิดอุบัติง่าย
เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า ” เจอเป็นจับ ปรับเป็นหมื่น ”

คำตอบอื่นๆ จัดเรียงตามเวลา จัดเรียงตามการลงคะแนน
4
empty 6 มิ.ย. 2552, 23:37:09 แจ้งการละเมิด ข้าพเจ้าไม่รู้เรื่องนี้นะจ๊ะ แต่คิดๆแล้ว ข้าพเจ้าว่าอย่าดีกว่าจ้ะ หรือไม่ก็ดื่มน้ำสักหน่อยก่อนดีกว่าไหม
3
sam2551 6 มิ.ย. 2552, 23:39:35 แจ้งการละเมิด ระวังความดันขึ้นนะ (แอลกอฮอร์เพิ่มความดัน และเราออกกำลังอีกก็อันตราย
แต่ถ้าเคยออกบ่อยๆๆงกายรับได้ก็ไม่มีปัญหา
1
No.1 7 มิ.ย. 2552, 0:05:57 แจ้งการละเมิด เมาแล้วควบคุมการทำงานของร่างกายได้ไม่ดีเท่าปกติ
โอกาสเป็นอันตรายเกิดขึ้นได้สูงมาก
1
yawaiam 6 ก.ค. 2552, 10:41:28 แจ้งการละเมิด ขอแนะนำอย่างนี้นะจ๊ะ น่าจะออกกำลังกายในเวลาปกติที่ไม่ดื่มเหล้า
แต่ถ้าดื่มเหล้าแล้ว ก็นั่งพักผ่อนฟังเพลงหรือนอน น่าจะดีกว่า
ถ้าจะออกกำลังกายจริง ๆ น่าจะเป็นการเดินไปก่อนนะจ๊ะ

การอ้างอิง
[1] วิ่งพิชิตเหล้า(เว็บ)
http://www.thairunning.com
คำค้นหาที่ใช้: ดื่มเหล้าแล้วควรออกกำลังกายไหม
1
yawaiam 6 ก.ค. 2552, 11:03:17 แจ้งการละเมิด คุณ CARE จ๊ะคุณแมวเหมียวมีกระทู้ถามท่านน่ะ
กระทู้ชื่อ “ช่วยแต่งประโยคภาษาอังกฤษหน่อยซิจ๊ะ… ”
แวะเข้าไปดูหน่อยนะจ๊ะ
0
Rise 12 ก.ค. 2552, 22:19:20 แจ้งการละเมิด ออกแล้วไปดื่ม ดีกว่ามะครับ
ดื่มแล้วไปออก ไหว เรอะ ขับรถกลับให้รอดพอแล้ว
มะดื่มอะดีสุดเอาเงินไปลงที่อื่นดีกว่าลงขวด
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=2fc31828ccfc9f61
(…การสูบบุหรี่หนักจะทำให้การหลับไม่ลึก และลดระยะของช่วง REM sleep และการขาดบุหรี่จะทำให้มีแนวโน้มว่าจะตื่นหลังจากนอน 3-4 ชั่วโมง … )

…บรรดานักวิเคราะห์หลายสำนักต่างออกมากล่าวถึงแนวโน้มราคาทองคำกันอย่างกว้างขวาง บ้างก็ว่าราคาทองคำอาจลดลงอีก บ้างก็ว่าราคาจะพุ่งกลับขึ้นไปสูงอีกครั้ง ทำเอาคนที่ติดตามข่าวสับสนไม่รู้จะเชื่อสำนักไหนดี ดิฉันเองก็มึนงงเพราะการบริโภคข่าวเกินขนาดเช่นกัน จึงมานั่งคิด

ได้ว่าจะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถฟัง วิเคราะห์และตัดสินใจได้เอง ดังนั้นดิฉันจึงรวบรวม ”10 ปัจจัย ชี้ชะตาราคาทอง” มาฝากกันในวันนี้ค่ะ

1. US Dollar : เนื่องจากราคาทองคำถูกกำหนดให้ซื้อขายอยู่ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นราคาทองคำจึงแปรผกผันกับค่าเงินดอลลาร์ไปโดยปริยาย นั่นคือถ้าดอลลาร์แข็ง ราคาทองจะลดลง กลับกันถ้าดอลลาร์อ่อน ราคาทองจะเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ประเด็นสำคัญที่ละเลยไม่ได้

คือ การขาดความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์ โดยหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง จนทำให้บรรดาประเทศต่างๆ ที่ถือครองสกุลเงินดอลลาร์ในฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศพากันเดือดร้อน เพราะยิ่งค่าเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงมากเท่าไหร่ ทุน

สำรองระหว่างประเทศของประเทศเหล่านั้นก็มีมูลค่าลดลงด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราจึงเห็นกระแสการปรับทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางประเทศต่างๆ ที่ลดการถือเงินครองดอลลาร์ฯ ลง แล้วหันไปเพิ่มการถือครองสินทรัพย์อื่นๆ แทน เช่น ทองคำ และเงินสกุลอื่นๆ เพื่อ

กระจายความเสี่ยง

2. อัตราดอกเบี้ย : อัตราดอกเบี้ยระดับต่ำในปัจจุบันเป็นตัวผลักดันให้ราคาทองคำสูงขึ้น เนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการกดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำของบรรดาธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ทำให้เกิดแรงจูงใจในการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากตลาดเงินที่มีอัตราผลตอบ

แทนต่ำ(เพราะดอกเบี้ยต่ำ) เข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ และทองคำเป็นต้น อย่างไรก็ตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้นอยู่ในระดับต่ำ แต่ในระยะยาวแล้วเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว อัตราดอกเบี้ยก็มีแนวโน้มจะปรับ

ตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

3. อัตราผลตอบแทนเปรียบเทียบระหว่างการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ และทองคำ : เพราะมนุษย์ช่างคิด เวลาจะลงทุนอะไรก็ต้องคิดเปรียบเทียบผลตอบแทนของการลงทุนแต่ละตัว แต่เพราะสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกยังไม่ชัดเจน ทำให้การลงทุนในหุ้นยังอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง

ขณะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำก็ทำให้ตราสารหนี้ไม่เป็นที่น่าดึงดูดใจ แต่การลงทุนในทองคำกลับได้รับความนิยม เพราะได้รับแรงหนุนจากการซื้อสะสมของธนาคารกลางหลายๆ ประเทศทั่วโลก

4. อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : ในช่วง 7- 8 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดของประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการบริโภคทองคำสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยประชาชนของทั้งสองประเทศมีค่านิยมใน

การซื้อทองคำเพื่อเป็นเครื่องประดับแสดงฐานะทางสังคม อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในสหรัฐอเมริกาซึ่งได้ลุกลามต่อไปทั่วโลก ทำให้ความต้องการบริโภคทองคำในฐานะเป็นเครื่องประดับลดลง โดยในช่วงแรกเราได้เห็นการดิ่งลงของราคาทองคำ เพียงไม่นานราคา

ทองกลับพุ่งขึ้นสูงอีกครั้ง จากความต้องการบริโภคทองคำเพื่อการลงทุนเข้ามาแทน
http://www.afet.or.th/v081/thai/learning/articleShow.php?id=160

จากเล่าเรื่องย่อทางเศรษฐกิจ เผื่อใครจะลงทุนซื้อทองไว้ ถ้าตามไปอ่านดูอาจจะรู้เพิ่มมากกว่าสี่ปัจจัย และก็ปิดท้ายเรื่องราวในอดีต โดยผมนึกถึงผู้คน ที่เคยคุยกัน พร้อมเนื้อเพลง คำสัญญา เพราะผมหาเนื้อเพลงมิตรภาพไม่ได้ น่ะครับ
อินโดจีน คำสัญญา.DAT(วงอินโดจีน มีวิชัย นราฯ ปัจจุบันดูแลพิพิธภัณฑ์แรงงานฯ)
ก่อนจากกัน ขอสัญญา
ฝากประทับตรึงตรา จนกว่า จะพบกันใหม่
โบกมืออำลา สัญญาด้วยหัวใจ
เพราะความรัก ติดตรึงห่วงใย
ด้วยใจ ผูกพันมั่นคง
ด้วยความดี นั้นฝังตรึง
จากไปแล้วคำนึง ตรึงประทับดวงใจ
อย่าได้ลืมเลือน สัญญากันไว้อย่างไร
ขอให้เรามั่นคงจิตใจ
ก้าวไปสรรค์สร้างความดี

โอ้เพื่อนเอ๋ย เคยร่วมสนุกกันมา
แต่เวลา ต้องพาให้เราจากกัน
ไม่นานหรอกหนา เราคงได้มาพบกัน
ไม่มีสิ่งใดขวางกั้น เพราะเรามั่นในสัญญา
หากแผ่นดิน ไม่ฝังกาย
จะสุขจะทุกข์เพียงใด น้อมกายยิ้มสู้ฟันฝ่า
ร้อยรัดดวงใจ มั่นในคำสัญญา
สร้างสรรค์เพื่อมวลประชา
นี่คือสัญญาของเรา
.โอ้เพื่อนเอ๋ย เคยร่วมสนุกกันมา
แต่เวลา ต้องพาให้เราจากกัน
ไม่นานหรอกหนา เราคงได้มาพบกัน
ไม่มีสิ่งใดขวางกั้น เพราะเรามั่นในสัญญา
หากแผ่นดิน ไม่ฝังกาย
จะสุขจะทุกข์เพียงใด น้อมกายยิ้มสู้ฟันฝ่า
ร้อยรัดดวงใจ มั่นในคำสัญญา
สร้างสรรค์เพื่อมวลประชา
นี่คือสัญญาของเรา

วันที่ 29 กันยา 54
มันเป็นวันที่ตอนเช้าแสงแดดไม่ยอมเผยส่องไม่เห็นเท่าที่ควร หรือฝนจะตก ส่วนภาพรวมของชีวิต ก็เราแต่ละคนต่างๆนานา ซึ่งผมคิดถึงเรื่องน้ำท่วมบางแห่ง แต่แถวทีพักนี้ยังไม่ท่วม และข่าวว่าน้ำท่วมเชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนเรื่องสำคัญงานโครงการฯหนังสั้น ในกระบวนการทำ

ทีมทำงาน โดยผมหาเพื่อนช่วยเขียนเรื่องย่อ-treatment ก็เคลียร์ โดยไม่เล่าต่อความยาว เพราะว่าผมยังไม่สามารถเขียนอะไรยาวๆ ไม่มีเวลาเขียน เนื่องจากอินเตอร์เน็ตก็ทำงานไม่ปกติ ซึ่งผมกำลังคิดเรื่องอื่นๆ 1.การลงทุนทอง(ต่อ) และเรื่อง2- อื่นๆ อีกด้วย
1.ข่าวล่าสุดเมื่อวาน ราคาทองโลกดีขึ้น
ราคาทองตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น ล่าสุด แตะระดับใกล้ 1,640 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำในตลาดโลกช่วงเช้าปรับตัวขึ้นมาใกล้ระดับ 1,640เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หลังจากร่วงลงต่อเนื่อง การปรับการกู้ยืมเงินมาซื้อทองคำเริ่มบังคับใช้เมื่อวาน ทำให้อาจจะกระทบต่อการถือครอง

สถานะของนักลงทุน ขณะข่าวการขายของกองทุนยังคงเป็นปัจจัยทางจิตวิทยาที่สนับสนุนการขายออกและกดดันราคา กองทุน SPDR รายงานการถือที่ระดับ 1,246.76 ตัน ลดลง 5 45 ตัน โกลด์ฟิวเจอร์สัญญาสิ้นสุดอายุเดือนตุลาคม (GFV11) เปิดตลาดช่วงเช้าราคาเปิดที่ระดับราคา

24,460 บาท ส่วนราคาทองคำที่ประกาศโดยสมาคมค้าทองคำวันนี้ ราคาเสนอซื้อ 24,200 บาท ราคาเสนอขาย 24,300 บาท ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนบริษัทจีที เวลธ์ แมเนจเมนท์กล่าวว่า GT มองว่าราคาทองคำระยะสั้นเคลื่อนไหวผันผวนขณะการร่วงลงของสินทรัพย์ประเภทอื่นทำ

ให้การทำกำไรจากทองคำที่ถือครองมาในช่วงก่อนหน้ากดดันราคาให้ลดต่ำลง แต่ราคายังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นในอนาคตเนื่องจากความผันผวนในตลาดการลงทุน
Last update : 9/27/2011 1:21:48 PM
http://money.impaqmsn.com/content.aspx?id=27922&ch=227

2.Google TV…
Quick Tour – Google TV
Google TV is a new experience that combines TV, the entire web, and apps — as
well as a way to search across them all. Take a tour, learn how it works, and …

http://www.google.com/tv/ – แคช – ใกล้เคียงFeatures – Google TV
Download apps, browse the web, use your phone to change channels, create a
playlist, watch Netflix videos, and more.

http://www.google.com/tv/features.html – แคช – ใกล้เคียงเปิดตัวแล้ว google TV ทีวีที่เล่นเน็ตได้ | Amphur.in.th
21 พ.ค. 2010 … google เปิดตัว google TV ในงาน google I/O ในวันที่ 2 มีสโลแกนเท่ๆว่า google TV -TV
meets web. Web meets TV คือการเชื่อมทั้งสองเข้าด้วยกัน …

http://www.amphur.in.th/Google-tv/ – แคช – ใกล้เคียงแกะกล่อง Sony Google TV เครื่องเล่น Blu-Ray + อินเทอร์เนต …
24 ต.ค. 2010 … ต้องขอยอมรับว่าผิดคาดไปนิดหน่อย ที่ในตอนแรกคิดว่า Google TV จะขายมาเป็นเครื่อง
โทรทัศน์ที่เล่นอินเตอร์เน็ตได้ แต่กลายเป็นเครื่องเล่น Blu-Ray …

droidsans.com/unboxing-sony-google-tv – แคช – ใกล้เคียงIntroducing Google TV – YouTube 2 นาที – 18 พ.ค. 2010
อัปโหลดโดย Google
TV meets web. Web meets TV. Learn more at http://www.google.com/tv. Produced by Epipheo Studios.
http://www.youtube.com/watch?v=diTpeYoqAhc

Google TV ได้เวลาดูทีวีและท่องเว็บ – ARIP IT News ข่าวไอที เทคโนโลยี
21 พ.ค. 2010 … เมื่อสองวันก่อนทางเว็บไซต์ arip เพิ่งได้นำเสนอรายงานข่าวเกี่ยวกับรายละเอียดเบื้องต้นของ
ทีวีอัจฉริยะ (smart tv)

http://www.arip.co.th/news.php?id=411307 – แคช – ใกล้เคียงGoogle TV – Wikipedia, the free encyclopedia
Google TV is a Smart TV platform from Google. It was announced on May 20,
2010, at Google’s Google I/O event and was co-developed by Google, Intel, Sony …

en.wikipedia.org/wiki/Google_TV – แคช – ใกล้เคียงGoogleTV @ Thailand • Index page
14 มี.ค. 2011 … สถานี Google TV แห่งประเทศไทย สายด่วน 089-783-1001. Skip to content. Board
index; Change font size. FAQ. Last visit was: Sat Sep 24, 2011 …

googletvthailand.com/ – แคช – ใกล้เคียงSony เตรียมนำ Google TV ออกวางจำหน่ายแล้ว!!! เร็วๆนี้ …
16 ต.ค. 2010 … โซนี่มีแผนจะนำ Google TV ออกวางจำหน่ายแล้วที่ร้าน Sony Style ในวันที่ 16 ตุลาคม
2553 ที่กำลังจะมาถึงนี้เอง และการนำออกวางจำหน่ายในครั้งนี้ …

http://www.lcdtvthailand.com/news/detail.asp?param_id=644 – แคช – ใกล้เคียงOfficial Google Blog: Announcing Google TV: TV meets web. Web …
20 May 2010 … Google TV is a new experience for television that combines the TV that you
already know with the freedom and power of the Internet. …

3.เมื่อน้ำท่วม ก็มีเรื่องความเชื่อปรากฏลือกัน ตามที่มีคนส่งข้อมูลมาให้ผมดูว่าลองเสริจกูเกิ้ล จะรู้ว่าน้ำท่วมโยงการเมืองด้วย! คือ คำทำนายพระฤาษีลิงดำจะเป็นจริง ท่อนหนึ่งกล่าวไว้ว่า
จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว
ควงคฑามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง
สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ
….เกิดอาเพศทั่วผืนแผ่นดิน…
…………………
กลอนบทต่อไป
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ
๐ ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา
คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ
กลอน มันขึ้นบทใหม่นะคับ ซึ่งอาจจะหมายถึงคนใหม่แล้วก็ได้ แล้วก็ไม่ได้บอกด้วยว่า น้ำท่วมจะหยุดลงในสมัยนารีขี่ม้าขาวมันอาจจะหยุดลงพร้อมๆกับการสิ้นสุดสมัย ของนารีขี่ม้าขาวก็ได้ ซึ่งอาจจะมองได้อีกแง่ว่า
ถ้านารีขี่ม้าขาว=น้ำท่วม ฝนตก เหตุเพศภัย
หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้ = หมดสมัยนารีขี่ม้าขาว ก็เป็นได้
มันอยู่ที่ใครเลือกที่จะคิดเลือกที่จะเชื่อนะครับ
(โอ้โห ผมเพิ่งรู้ว่าเรื่องราวถูกเชื่อมโยงเป็นตุเป็นตะทางการเมือง ว่าด้วยคำทำนายจะถูกหรือผิด ก็รอดูกันน่ะครับ)

4.เดือนนี้ เพลงคันหู เป็นกระแสที่คนพูดถึงกันมาก และผมนำเพลงมาเล่าต่อรวมเพลงน่าสนใจ ดังนี้
7 สิงหาสู้บนทางปืน.wmv
http://www.youtube.com

คาราวาน – วันปืนแตก 7 สิงหา
http://www.youtube.com/

ส่วนชีวิตของผมน่าจะทำโครงการฯ เสร็จทันสิ้นเดือน ให้กำลังใจตัวเองด้วยเพลงนี้ ครับ
กำลังใจ – โฮป
ในยามที่ท้อแท้ ขอเพียงแค่คนหนึ่ง จะคิดถึงและคอยห่วงใย ในยามที่ชีวิตหม่นหมองร้องไห้ ขอเพียงมีใครปลอบใจสักคนในวันที่โลกร้าง ความหวังให้วาด มันขาดมันหาย ใครจะช่วยเติม เพิ่มพลังใจให้ฉันได้เริ่ม ต่อสู้อีกครั้งบนหนทางไกล กำลังใจจากใครหนอ ขอเป็นทานให้ฝันให้ใฝ่
ให้ชีวิตได้มีแรงใจ ให้ดวงใจลุกโชนความหวัง กำลังใจจากใครหนอ ขอเป็นทานให้ฉันได้ไหม ดั่งหยาดฝนบนฟากฟ้าไกล ที่หยาดริน…สู่ผืนดินแห้งผาก

วันที่ 30 กันยา 54
John Cage: “Dream”

โลกยุคอินเตอร์เน็ต เปิดโอกาสรับรู้ข่าวสารรวดเร็ว ทำให้ผมหาเพลงง่ายขึ้น จากเพลงDreamของจอหน์ เคจ ก็ได้ฟังง่ายๆ ผ่านทางอินเตอร์เน็ต เหมือนเราหาดูหนังอาร์ตตามอินเตอร์เน็ตง่ายขึ้นกว่าสมัยเก่าตอนเป็นเด็ก และวันนี้แดดออกตอนเช้า ก็สองวันมานี้ ผมพบเจอผู้คนมากมาย โดยผมคิดสลับเรื่องการรุกรานโปแลนด์ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2482 อันเป็นจุดเริ่มของสงครามโลกครั้งที่สองโดยนาซี และข่าวโจรใต้วางบอมบ์3จุดต่อเนื่อง(มีคลิป-ภาพชุด) วันเสาร์ ที่ 17 กันยายน 2554 เวลา 0:16 น“สุไหงโกลก” สะเทือน โจรใต้วางระเบิดต่อเนื่อง 3 จุด บึ้มกลางเมืองเย้ยเจ้าหน้าที่รัฐ มีรายงานผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บกว่า 60 ราย สั่งตัดสัญญาณมือถือ จราจรอัมพาตทั้งเมือง (16 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวจ.นราธิวาส รายงานว่า

เมื่อเวลา 18.30 น. ได้เกิดเหตุจักรยานยนต์บอมบ์ที่คนร้ายลอบนำมาจอดทิ้งไว้บนถนนตรงข้ามประตูทางเข้าสมาคมแต้จิ๋วข้างร้านบาร์เบียร์ ตั้งอยู่บนถนนเจริญเขต ซอย 3 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก แรงระเบิดทำให้พนักงานบริการนักท่องเที่ยว และประชาชนที่เดินผ่านสัญจรไปมาได้

รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=419&contentID=163944
-นร.แต่งชุดนาซีเดินงานกีฬาสี เชียร์ลีดเดอร์ร.ร.พระหฤทัย ในชม. ส่วนประเด็นความจริงของแฟชั่น อื่นๆ อะไรก็ว่ากันไป
-“แม้ว”ปลื้มรับเหรียญเชิดชูเกียรติ
อินโดฯเสนอไทย-กัมพูชาสวดมนต์ร่วมกันลดความขัดแย้ง สร้างสันติสุข “แม้ว”ครวญเป็น1ใน13%ของโลกที่ต้องเร่ร่อน เวทีแคปดิ เสนออภัยโทษเหลือง-แดง
(19 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ รายงานความเคลื่อนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนกัมพูชาเป็นวันที่ 3 ว่า ในช่วงเช้า พ.ต.ท.ทักษิณได้เข้าร่วมในเวทีเสวนาว่า “ศตวรรษแห่งอาเซียน: ความท้าทายและความหวัง” จัดโดยราชบัณฑิตยสถานแห่ง

กัมพูชาร่วมกับองค์กรประชาธิปไตยเอเซียกลาง แปซิฟิก ระหว่างประเทศ หรือ แคปดิ (Centrist Asia Pacific Democrats International (CAPDI) ที่อาคารมิตรภาพ คณะรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา กรุงพนมเปญ โดยมีผู้ร่วมเสวนาอาทิ นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

นายสุรเกียรติ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายโฮเซ่ เดอ เวเนเซีย จูเนียร์ ประธานและหัวหน้าคณะผู้บริหารแคปดิ รวมทั้งนักธุรกิจชั้นนำและข้าราชการระดับสูงประมาณ 200 คนเข้าร่วมรับฟังด้วย
นายโฮเซ่ เดอ เวเนเซีย จูเนียร์ กล่าวว่า สภาเพื่อการสร้างความปรองดองและสันติของอาเซียน (the Asian Peace and Reconciliation Council) เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมครั้งนี้จะแสวงหาหนทางขจัดความขัดแย้งในประเทศระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและเสื้อเหลือง ซึ่งทำให้

กรุงเทพฯ เกิดความปั่นป่วน เมื่อทั้งสองกลุ่มเผชิญหน้ากันการลดความขัดแย้งดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในระดับต้นๆของโลก อย่างไรก็ตามการสร้างความปรองดองระหว่างคนเสื้อแดง เสื้อเหลืองจะเกิดขึ้นและประสบผลสำเร็จจะต้องได้รับแรง

สนับสนุนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี อีกทั้งควรนำข้อเสนอการขออภัยโทษให้แก่กลุ่มเสื้อแดงและเสื้อเหลืองอาจจะเป็นหนึ่งในหนทางช่วยเยียวยาสังคมไทย
นายมูฮัมเหม็ด ยูซุฟ คัลลา อดีตรองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กล่าวว่า อยากเห็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชาในกรณีประสาทเขาพระวิหาร ยุติลงและหวังว่า ผู้นำกัมพูชาและผู้นำไทยร่วมกันเดินทางไปสวดมนต์บนปราสาทเขาพระวิหารจะเป็นหนทางสู่ความสันติสุขในภูมิภาค
ทางด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวเรียกร้องให้กลุ่มประเทศในอาเซียนร่วมกันคิดหารือเพื่อร่วมผนึกกำลังในการสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ เพื่อแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน ทั้งโดยการจัดระเบียบทางกระบวนการกฎหมายให้เป็นมาตรฐานสากลมี

ความโปร่งใส เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุน นอกจากนี้แล้วประเทศต่างๆ ควรสร้างงานใหม่ๆและเน้นการเติบโตตลาดในประเทศควบขนานไปกับนโยบายส่งออก ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้กล่าวติดตลกด้วยว่า ในโลกมีประชาชนที่เร่ร่อนและไม่อยู่ที่บ้านเมืองของตัวเองประมาณ 13%

ซึ่งคนก็อยู่เป็น 1 ในนั้น
ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่วิมานสันติภาพ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นประธานในพิธีการมอบเหรียญอิสริยยศ ” The CAPDI Leadership Award ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และเหรียญอิสริยยศ “The CAPDI Service to Humanity Award “ให้กับนายนพดล ปัมทะ

อดีตรมว.ต่างประเทศ ทั้งนี้เหรียญดังกล่าวเป็นเหรียญที่ทาง CAPDI มอบให้บุคคลที่คุณประโยชน์ด้านต่าง ๆ ให้กับองค์กร CAPDI.
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=449283&ch=pl1

ทั้งนี้ ผมอยากกลับมาย้อนอดีตของวันที่ 30 กันยาฯ คือ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 นายนวมทอง ซึ่งเป็นอดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย ได้ขับรถยนต์แท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร ของบริษัท สหกรณ์แหลมทองแท็กซี่

จำกัด พุ่งเข้าชนรถถังเบา M41A2 Walker Bulldog ป้ายทะเบียนตรากงจักร 71116 ของคณะปฏิรูปฯ และได้รับบาดเจ็บสาหัส…ในแง่มุมหนึ่งเราต้องพูดถึงด้านทหาร…
วงศ์เทวัญจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วงศ์เทวัญ เป็นคำศัพท์ทางการเมืองไทยที่ใช้เรียกกลุ่มทหารกองทัพบกที่เติบโตมาจาก กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล. 1 รอ.) ซึ่งมีฐานอำนาจที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวง ซึ่งจะต่อมาได้เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยระดับ

คุมกำลังพลที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ เช่น ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก, เสนาธิการทหารบก, แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นต้น
ซึ่งในอดีตที่มาผ่านมา นายทหารที่อยู่ในกลุ่มวงศ์เทวัญ มักจะเป็นบุคคลในนามสกุลหรือเป็นเครือญาติของอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เช่น นามสกุลอัตตะนันท์, นามสกุลคงสมพงษ์, นามสกุลหนุนภักดี, นามสกุลกรานเลิศ เป็นต้น
แต่ทว่าหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ที่ล้มอำนาจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 แล้ว ขั้วอำนาจในกองทัพนั้นได้ถูกเปลี่ยนผ่านจากกลุ่ม เตรียมทหาร 10 (ตท.10) ที่เป็นรุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ มาสู่กลุ่ม บูรพาพยัคฆ์ หรือ กองพลทหารราบที่

2 รักษาพระองค์ และ ทหารเสือราชินี หรือ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ที่มีฐานอยู่ภาคตะวันออกเสียมากกว่า เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งได้เป็นผู้บัญชาการกองทัพบก, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็น

แม่ทัพภาคที่ 1 และรองผู้บัญชาการทหารบก เพราะเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการรัฐประหารและมีบทบาททางการเมืองต่อมาหลังจากนั้น
ทำให้ในปี พ.ศ. 2553 มีเสียงร่ำลือกันว่า ยังความไม่พอใจมาสู่ทหารกลุ่มวงศ์เทวัญที่เดิมเคยกุมอำนาจมาก่อน จนกลายเป็นความขัดแย้งกันลึก ๆ ในกองทัพบก
ดูเพิ่ม
จปร.7
ตท.10
บูรพาพยัคฆ์
ทหารเสือราชินี
อ้างอิง
หนังสือ ลับ ลวง พราง ภาค 2 ซ่อนรูปปฏิวัติ หัก ‘เหลี่ยม’ โหด โดย วาสนา นาน่วม (สำนักพิมพ์มติชน, พ.ศ. 2552) ISBN 9789740203346
^ “วงศ์เทวัญ-บูรพาพยัคฆ์” ร้าวลึก!จากคมชัดลึก
แหล่งข้อมูลอื่น
เปิดปูม”วรรณะทางทหาร” วงศ์เทวัญ-บูรพาพยัคฆ์
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8D

จปร.7จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จปร.7 หรือ กลุ่มยังเติร์ก เป็นคำศัพท์ทางการเมืองไทยที่เรียกกลุ่มนายทหารบกกลุ่มหนึ่งที่สมาชิกหลักของกลุ่มเป็นนายทหารที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 7 ซึ่งเป็นกลุ่มนายทหารหนุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการเมืองช่วงรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์

(พ.ศ. 2520 – พ.ศ. 2523) ต่อเนื่องมาจนถึงการสนับสนุน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา (พ.ศ. 2523 – พ.ศ. 2531) โดยเฉพาะอย่างบทบาทในการพยายามโค่นล้มรัฐบาลด้วยการรัฐประหารถึง 2 ครั้ง 2 ครา แต่ไม่สำเร็จ คือ กบฏเมษาฮาวาย ในปี

พ.ศ. 2524 และ กบฏ 9 กันยา ในปี พ.ศ. 2528 ด้วยในช่วงเวลานั้นหลายคนมีตำแหน่งคุมกำลังพล และหลายคนได้ผ่านสงครามครั้งสำคัญ ๆ มามาก เช่น สงครามเกาหลี, สงครามเวียดนาม, สงครามต่อต้านคอมมิวนิสต์ในประเทศลาว
ซึ่งก่อนหน้านั้น กลุ่มจปร.7 ก็ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ. 2520 และก็เป็นกลุ่มที่กดดันให้ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ลาออกจากตำแหน่งด้วยเช่นกัน ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523
ในปัจจุบัน กลุ่มนายทหาร จปร.7 หรือ กลุ่มยังเติร์ก หลายคนก็ยังคงมีบทบาททางการเมืองอยู่ แม้จะเกษียณอายุราชการไปหลายปีแล้วก็ตาม
รายชื่อนายทหาร จปร.7 ที่มีชื่อเสียง
พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภาและอดีต ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์
พ.อ. (พิเศษ) ประจักษ์ สว่างจิตร อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. 2543
พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ฝ่ายการเมือง (กอ.รมน.) และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2 สมัย และหนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
พล.อ.นฤนาถ กัมปนาทแสนยากร อดีตหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (นายชวน หลีกภัย)
พล.ท.พิรัช สวามิภักดิ์ อดีตนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ)
พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ อดีตรองเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก และอดีตหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ)
พล.ต.เมธี ธรรมรังสี นายกเทศมนตรีอำเภอเมืองสระบุรี
ดูเพิ่ม
ตท.10
อ้างอิง
ยังเติร์ก โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3.7

เตรียมทหาร 10จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เตรียมทหาร 10 หรือ ตท.10 เป็นคำศัพท์ทางการเมืองไทยที่ใช้เรียกกลุ่มทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ และตำรวจที่เรียนจบจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย ซึ่งทางกลุ่ม ตท.10 นี้ ถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่มี

บทบาทและอิทธิพลอย่างสูงในช่วงวิกฤตการณ์การเมืองไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา ด้วยว่าในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น บุคคลร่วมรุ่นเหล่านี้ล้วนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ที่มีบทบาทในการคุมกำลังพลของกองทัพและฝ่ายความมั่นคงของ

ประเทศ เช่นเดียวกับกลุ่ม จปร.7 หรือกลุ่มยังเติร์ก ที่มีบทบาททางการเมืองไทยในอดีต
ซึ่งหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 นายทหารในรุ่น ตท.10 หลายคนถูกปรับโยกย้ายไปในตำแหน่งที่ไม่ได้มีบทบาทในการคุมกำลังพลอีกเช่นเคย
ซึ่งก่อนหน้านั้น บทบาทของกลุ่ม ตท.10 ได้แสดงให้เห็นมาแล้ว ในปลายปี พ.ศ. 2548 เมื่อ พล.ต.พฤณฑ์ สุวรรณทัต ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) ได้ส่งนายทหารเข้ายื่นหนังสือต่อ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้จัดรายการเมืองไทยราย

สัปดาห์สัญจร ให้ยุติการพาดพิงถึงตัว พ.ต.ท.ทักษิณและสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยได้บอกว่าจะพาคณะนายทหารเข้าปิดล้อมบ้านพระอาทิตย์ สถานที่ทำการของสื่อในเครือผู้จัดการของนายสนธิด้วย
และอีกครั้งในปลายปี พ.ศ. 2552 พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (อ.ย.) ได้ประกาศเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และได้แถลงว่าจะมีเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 อีกจำนวนมากเข้าร่วมพรรคด้วย
ดูเพิ่มเติม
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_10

โดยสรุปภาพสะท้อนของความสลับซับซ้อนทางการเมืองบางส่วน ซึ่งผมเคยเห็นชื่อบทความของผม ในเรื่องรูปปั้นลุงนวมทองฯ ซึ่งผมเขียนปี53 ในเดือนตุลาฯ สะท้อนการเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบหน้าเว็บประชาไท ที่มีพาดหัวเป็นชื่อของผม ก็ลงมติชนสุดสัปดาห์แบบกึ่งต้องถอดรหัส ก็ผมโอกาสจะได้ลงนิตยสารหาตังค์ ก็ไม่ง่าย ในบางครั้งของ

รุ่งเช้า ก็มีหลายเรื่องอาจจะยังติดค้างในหัวสมองจากความฝัน(Dream) ร่องรอยบางอย่างถึงใครบางคน และผมเอาเรื่องฮ่องกง ตอนแรกในนิตยสารVoteมาBuild อารมณ์สำหรับทำเรื่องมาเก๊า..และงานอื่นๆ.ต่อไป
ฮ่องกง ตอนที่1
เมื่อPassport ของผมกำลังหมดอายุ ต้องต่ออายุหนังสือเดินทาง(Passport) เพื่อพร้อมเดินทางไปต่างประเทศ และผมเปิดดูหนังสือเดินทางก็บันทึกประเทศต่างๆ ที่ผมเคยเดินทางไปถึงที่นั่น ทำให้ผมนึกถึงชีวิตของทุกคนสัมพันธ์กับเรื่องราวมากมาย โดยพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่

สาธารณะ เป็นเรื่องพยายามแบ่งแยกอย่างชัดเจน แล้วการเดินทางของผม ไม่ได้ซับซ้อนเหมือนเรื่องพื้นที่ทับซ้อนต่างๆนานาของปัญหาพรมแดนประเทศไทย

จากประสบการณ์ของการเดินทางข้ามจากอาณาจักรไทย ก็ต้องใช้พาสปอร์ต(Passport) หรือหนังสือเดินทางเป็นสื่อสำหรับข้ามประเทศไทยไปฮ่องกง เพื่อเปิดทางไปสู่พื้นที่สาธารณะในประเทศอื่น ซึ่งรัฐธรรมนูญของไทย ก็ชี้ให้เห็นว่าราชอาณาจักรไทยแบ่งแยกไม่ได้ โดยตามนิยาม

ของประเทศไทย และหนังสือเดินทางประเทศไทย ยังเป็นภาพสะท้อนเหมือนสมุดบันทึกการเดินทางของผม ที่ไปลาวมาแล้ว ก่อนหน้ามาที่ฮ่องกง

แต่ว่า ชีวิตของคนเรา ก็บางคนไม่เคยมีวันที่จำเป็นต้องอยู่ที่ใด ที่หนึ่งตลอดกาล ถ้าเขาคนนั้นเคยอยู่ที่ต่างประเทศ ก็คงมีประสบการณ์ที่อยากจะออกไปใช้ชีวิต นอกประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งชีวิตของคนเรา อาจจะมีเรื่องราวของความรัก และความลับ ในต่างแดน ซึ่งเงื่อนไขของความรัก และ

ความทรงจำของเรา ต่อสถานที่ เคยไปเยือนเป็นสถานที่แห่งความใฝ่ฝันมาก่อน และจินตนการว่าสักวันคุณจะได้ไปที่นั่น

การเดินทางของผม ซึ่งหลายครั้ง ไปในหลายแห่ง โดยตอนที่ไปสิงค์โปร และผมจินตนาการถึงโอกาสสักครั้ง จะได้ไปฮ่องกง จนกระทั่งผมได้มีโอกาสเยือนฮ่องกง จากวันเวลาของผมในฮ่องกง ที่มีเพื่อนร่วมทาง เล่าเปรียบเทียบกรุงเทพฯ (ที่มีชื่อเป็นเทวดา) ก็เหมือนฮ่องกง ในแง่มุมของ

เพื่อนของผม ที่มองเห็นเมือง เป็นตึกสูง และการมองเห็นทุกซอกมุมของเมืองอันสวยงามของเกาะฮ่องกง

ส่วนความเป็นมาของฮ่องกง คือ ฮ่องกง เป็นภาษากวางตุ้ง ซึ่งมาจากภาษาจีนกลาง ว่า เซียงก่าง ความหมายก็ไม่เหมือนใคร หมายความว่า ท่าเรือหอม มีความเป็นมา สืบเนื่องมาแต่ครั้งที่กวางตุ้ง เป็นแหล่งปลูกไม้หอมชนิดหนึ่ง ส่งขายเป็นสินค้าออก โดยที่ต้องมาขนถ่ายสินค้ากัน ที่ท่า

เรือน้ำลึกตอนใต้สุดของแผ่นดินจีน

เมื่อราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้มีเรือของกองทัพอังกฤษ นำโดยกัปตัน Charles Elliot (ชาร์ลส์ อีเลียต) แล่นผ่านน่านน้ำระหว่าง แหลมเกาลูนและเกาะแห่งหนึ่งที่ร่ำลือกันว่า เป็นที่หลบลมพายุของพวกโจรสลัด กัปตันอีเลียต เกิดได้กลิ่นหอมชนิดหนึ่ง จึงจอดเรือและขึ้นฝั่ง ส่งล่ามลง

ไปสอบถาม ได้ความว่าเป็นท่าเรือหอม ใช้ขนถ่ายไม้หอม กัปตันรับทราบด้วยความประทับใจนั่นเอง

ประวัติศาสตร์ และความเป็นมาของฮ่องกง เป็นเรื่องเกี่ยวกับความหอม และกลิ่นหอม ในการวิจัยทางประสาทวิทยาของสมองในปัจจุบัน บ่งชี้ว่าสมองถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นหอม จะทำให้คนมีความสุข ซึ่งผมนึกถึงกลิ่นหอมของข้าวมันไก่ ในประเทศไทย ก็รู้ที่มาว่า ข้าวมันไก่เป็นอาหารดั้ง

เดิมของไหหลำแล้วคนจีนไหหลำ ก็ยังมีภาษาพูดเป็นของตนเอง คือ ภาษาไหหลำ ที่มาของข้าวมันไก่มาสมัยรัชกาลที่ 7 ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย สมัยปี 2475 เป็นภาพสะท้อน ทั้งเรื่องการอพยพของชาวจีนไหหลำ และอาหารน่ะครับ

นอกจากนั้น “ข้าวมันไก่” ในแง่เปรียบเทียบรสชาติ ทำให้ผมระลึกถึงวันที่ไปฮ่องกง และผมแวะร้านคนไทยข้าวมันไก่ โดยผมกินข้าวมันไก่ ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่ตกแต่ง ทันสมัย พร้อมเสียงเพลงคลอเคล้าให้ผู้ฟังบันเทิง โดยภาพมิวสิควิดิโอเป็นบทเพลงนักร้องไทยร่วมสมัย และภาพ

สะท้อนซ้อนทับกับประเทศไทย

ที่มีคนจีน เป็นส่วนหนึ่งของการพลัดถิ่น หรือการอพยพของคนจีนมาทำงานที่ประเทศไทย กลายเป็นสายสัมพันธ์คนจีน กับพี่น้องของคนไทยต่อมา จึงมีชนชาวจีน เป็นไหหลำก็เป็นกลุ่มคนจีนกลุ่มหนึ่งที่อพยพมาอยู่ในประเทศไทย เช่นเดียวกับคนจีนแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน กลุ่มต่างๆ

บางสิ่งเป็นการผสมผสานทั้งเรื่องรสชาติอาหาร หรือ การผสมสายพันธุ์ของชีวิต และเชื้อชาติ ในแง่มุมที่ผมก็คิดว่า บางคนในโลกนี้ มีคนขาดอาหาร และขาดแคลนอีกจำนวนมาก รวมทั้งบางคนเป็นลูกกำพร้า คือ ขาดคำว่าเด=พ่อ คือภาษาจีนไหหลำ(หรือไหหนำ คำว่ามา= แม่) ซึ่ง

จินตนาการของเสียงพ้องคำว่าDay หรือเดย์ ในความหมายคำว่า “วัน” ในแง่มุมกลับกัน

จากหนึ่งวันในไทย เปรียบเทียบหนึ่งวันในฮ่องกง ก็ย้อนกลับสู่เหตุการณ์ตอนที่ผมไปฮ่องกง
ซึ่งชีวิตประจำวันกับการรู้ภาษาจีน ก็มีประโยชน์อย่างน้อยก็สั่งอาหารการกินให้อิ่มท้องไปวันๆ และภาษาก็จำเป็น ที่มีทั้งภาษากวางตุ้ง จีนกลาง จากตัวอย่างของชีวิต และอาหารเป็นเรื่องเล่าสนุกๆ สะท้อนวิถีชีวิต เพราะผมตอนไปฮ่องกง ก็เคยเจอชาวฮ่องกง ที่เป็นคนทำความสะอาดในร้าน

อาหาร เข้ามาพูดภาษาจีนกับผมแบบโฉ้งเฉ้งอรรถรสมาก เป็นภาษาจีนกวางตุ้ง และผมฟังไม่รู้เรื่อง โดยพวกเพื่อนของผม ที่ฟังออกเขาบอกว่า ที่เจ๊พูดกับผม คือ เขาต้องการบอกให้ผมสมัครงานเป็นพนักงานร้านอาหารที่นี่ มีตำแหน่งงานว่าง ครับ

ขณะที่ต่อมาพวกผม เดินมาสำรวจห้างสรรพสินค้าตามฮ่องกง ก็จะพบชาวฟิลิปปินส์ มานั่งกับพื้นคอนกรีตของห้างสรรพสินค้า และพื้นที่พวกฟิลิปปินส์นั่งพูดคุยกัน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ สำหรับพักผ่อนการทำงาน และพวกผม เหมือนเดินผ่านภาษาฟิลิปปินส์ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ใน

ความหลากหลายของการเดินทางท่องเที่ยวห้างสรรพสินค้า ในวันนั้น ทำให้ผมลองมานึกถึงจินตนาการของการฝึกพูดภาษาต่างๆ เล่นๆกัน

ผมกับเพื่อนเดินเที่ยวถนนในฮ่องกง ที่มีคนใช้ภาษาอังกฤษ และจีนกลาง ซึ่งเราก็มีโอกาสพบคนต่างชาติอพยพเข้าไปทำงาน เช่น ฟิลิปปินส์ และผมเจอชาวฟิลิปปินส์จำนวนมากในฮ่องกง ก็ทำให้นึกถึงความเป็นไปได้ ที่คนฮ่องกงแต่งงานกับคนฟิลิปปินส์ แล้วเกิดผสมผสานเชื้อชาติต่างๆ

เมื่อผมคิดเปิดประเด็นความรักไร้พรมแดนประเทศ ไร้พรมแดนภาษา เชื้อชาติในแง่มุมความรักอย่างรอบด้าน ช่วยไขความลับของความรักในหลายแง่มุม เป็นการประมวลภาพรวมที่จะช่วยให้เรารู้จักความรักดีขึ้น เข้าใจตัวเอง

ถ้าความรัก และคู่รัก เป็นเรื่องของความรับรู้และการสร้างจินตนาการ การรักคนจริงๆ ที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์และจิตใจ รวมทั้งการได้รับความชื่นชมและเข้าใจจากคนที่เรารักนั้น ไม่ใช่ด้วยการรอคอยให้บุพเพสันนิวาสชักนำ แต่เป็นสิ่งที่เราสร้างสรรค์อย่างไร้พรมแดนของประเทศ

ส่วนชีวิตของผม จากการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ในฮ่องกง ก็นั่งรถรางของฮ่องกง ที่มีใช้อยู่ไม่เหมือนในกรุงเทพฯ ที่ยกเลิกรถรางไปแล้ว และผมคิดถึงจังหวะเวลาแห่งความสนุกสนาน ทั้งมีฝรั่งถามทางระหว่างนั่งรถราง และต่อมาพวกผม หาที่ซื้อรองเท้าดีๆ สำหรับออกกำลังกาย

ในแง่มุมของสุขภาพ โดยผมก็คิดถึงสุขภาพของตนเอง และผู้อ่าน โดยผมต้องขอบคุณสำหรับติดตามการอ่านผลงานของผม ในอารมณ์ของการเดินทาง ที่มีเรื่องเล่าในฮ่องกง…

อย่างไรก็ตาม คอลัมภ์ฮ่องกง ตอนที่ 1 ก็ผมเอามาเผยแพร่ซ้ำบางส่วน โดยความจริงจบแค่นั้น แต่ถ้าเรานึกถึงฮ่องกง ก็ต้องนึกถึงจีน จึงเอาเพลงชาติจีน สมัยก่อนฉบับภาษาอังกฤษ คำแปลภาษาไทย โดยวิกิพีเดียมาให้ดูกันคึกคักอารมณ์นั้นครับ
March on! Heroes of every nationality! The great Communist Party of China leads us in continuing the Long March, Millions with but one heart toward a Communism tomorrow,Bravely struggle to develop and protect

the motherland.March on, march on, march on! We will for many generations, Raise high Mao Zedong’s banner, march on! Raise high Mao Zedong’s banner, march on! March on! March on! On!
รุกเข้า! เหล่าวีรชนทุกเชื้อสาย! พรรคคอมมิวนิสต์ยิ่งใหญ่นำผองเราเดินทัพสืบหน้า! หมื่นชนใจเดียวมุ่งวันพรุ่งแห่งลัทธิคอมมิวนิสต์ สร้างปิตุภูมิ พิทักษ์ปิตุภูมิ รณรงค์หาญกล้า รุกเข้า! รุกเข้า! รุกเข้า!ผองเรา พันฝน หมื่นรุ่น ชูธงเหมาเจ๋อตงรุกเข้า !ชูธงเหมาเจ๋อตงรุกเข้า! รุกเข้า! รุกเข้า!

เข้าไป!
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2

สรุป จากเรื่องยากๆ เป็นง่ายๆ คือ ผมเป็นคนโรแมนติค มอบเพลงนี้เหมาะกับฮ่องกง ในอารมณ์ของคอลัมภ์ : 2046 Main Theme (With Percussion)

เมื่อผมผมอยากทิ้งท้ายด้วยบทเพลง เกี่ยวกับหนัง 2046(ลองดูประกอบ.. ครับ) และผมได้เล่าเรื่องยากๆให้อ่านเรื่องดนตรีทดลองจากงานนิทรรศการ พร้อมบทบรรยาย เกี่ยวพันนิทเช่ คือ 1. 2.(1-2ว่างเปล่า) 3.นักร้องหญิงชาวอเมริกัน Patti Smith ร้องเพลงสวดสำหรับโบสถ์ของหมอฟันอเมริกัน เธอไม่ได้กำลังมองหา “ราก”หากแต่จะไปตาม”คลอง” 4.เรามาปลดล่อยให้เรา

ให้เป็นอิสระ เพื่อที่จะได้คิดได้ และรักได้ ในสิ่งที่ประกาศตนเองในจักรวาลของเราด้วยเสียงอันกึกก้องดังเสียงฟ้าร้อง นับตั้งแต่ที่นิทเช่ได้เคยทำมาแล้ว ความแตกต่างที่ไม่อยู่ในความควบคุม และสิ่งที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ที่อาจทำให้ภูเขาไฟที่สงบแล้วปะทุขึ้นมาอีกได้

เหมือนอย่างที่เคยระเบิดวงวรรณกรรมมาตั้งแต่สมัยของมาล์ลาร์เม่ เหมือนอย่างที่เคยทำให้พื้นที่ในวงการจิตรกรรมแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และแตกตัวไปแล้ว หรือเหมือนอย่างที่เคยทำให้เส้นทางอันมั่นคงของวงการดนตรีได้แตกหักไปแล้ว ตั้งแต่ยุคของเวเบอร์ สิ่งเหล่านี้ได้ประกาศก้องถึง

กาลเวลาที่แตกหักมาแล้วทุกยุคทุกสมัย ในที่สุดก็เป็นไปได้ ที่จะคิดถึงความแตกต่างของปัจจุบัน และคิดถึงปัจจุบันว่าเป็นความแตกต่างของความแตกต่าง …แต่ว่าจริงๆเรื่องราวยังกล่าวถึงเพลงของjohn cage(ผมเอาเพลงมาให้ฟังเป็นตัวอย่าง) แต่มันจะยากไปเอาเป็นว่าจบลงแค่นี้ก่อน

น่ะครับ

โดยกลับมาอธิบายงานศิลปะแบบง่ายๆ ก็มีแสดงหุ่นโชว์ชุดนาซี และเพื่อนผู้ร่วมทำรายการทีวีอินเตอร์เน็ต ก็ทุ่มทุนสร้างกราบชุดนาซี haha เป็นงานเพอร์โฟแมนซ์ซซ…ผมตั้งคอนเซ็ปชั่วให้ว่า ไม่มีความชั่ว ก็ไม่มีความดี ถ้านิทเช่ เจ้าของความคิดข้ามพ้นGood and Devilมาเจอเข้าอึ้งแน่ๆ(ฮา)

…ปิดท้ายด้วยเพลงของEdie Brickell & New Bohemians – Love Like We Do
Life is better than the days behind. What’s mine is yours and what’s yours is mine. No aggravation that we can’t get through. A situation for the lucky few. And every day is just a little more of time together to be happy

for. I’m happy even when the times are rough. Cause any time with you is good enough when we love like we do. I don’t believe in hatred anymore. I hate to? think of how it felt before when anger overwhelms your very

soul. It’s hard to realize you’ll ever know love like we do.

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s