Day,Different,Dictonary,Dream:either/or”things in life”-Ashes of Time

วันที่ 6-7-8 มกรา 2554
การเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมดของปีใหม่ เมื่อปีนี้ คือ ปีกระต่าย” นั้นเป็นสัตว์มงคล เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ การเกิดใหม่ เป็นปีแห่งโชคลาภของหลายๆ คน โดยผมเริ่มชินกับเคาวน์ดาวน์ ประสบการณ์คนเยอะ และเสียงพลุ จนกระทั่งผมไม่ได้ชมพลุแล้วครับ เมื่อวันที่32ธันวา(ชื่อหนังไทยเรื่องหนึ่ง) กับอายุ 32 ของผมในปีนี้(2554) และผมอยากเล่าเรื่องChunking Express ต่อ คือ มันมีฉากหนึ่งในตอนต่อ ระหว่างตอนหนึ่งกับตอนสองของเรื่องChunking Express คือ พระเอกตอนหนึ่งเข้าใกล้นางเอกตอนสอง ห่างกันไม่กี่เซ็นต์ แต่เธอไปรักกับอีกคนหนึ่ง จากIntimacyของคนหนึ่งคน(ใกล้ชิดแป๊บเดียว) ไปสู่อีกหกชั่วโมงต่อมา เธอไปตกหลุมรักอีกคนหนึ่ง ในหนังเรื่องChungking Express ซึ่งผมเคยพูดถึงเพลงCalifornia Dreamin’ไปแล้ว ถ้าใครสนใจก็หาดูyoutubeเพลงประกอบฉากChungking Express / California Dreamin’http://www.youtube.com/watch?v=IAH-0GKvIrMดังกล่าว
จึงเอาส่วนประกอบฉากของหนังChungking Expressมาเล่าให้ฟังผ่านฉากเรื่องที่ถูกลบไป Chungking Express Deleted Scenes (The Blonde and Cop 223)http://www.youtube.com/watch?v=xv-wkseAxvY
-หว่องกาไว ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องspeed(ความเร็ว) and space(พื้นที่,ว่าง) และนักแสดงเฟย์ แสดงเป็นคนทำอาหาร และกาแฟ ซึ่งใส่ยานอนหลับให้พระเอก ในภาวะพระเอกอกหัก และสื่อเรื่องสถานที่เหมือนกัน แต่คนแสดงออกไม่เหมือนกัน เมื่อนางเอก คือเฟย์ ทำความสะอาดห้อง เป็นต้น Chungking Express Deleted Scenes (Faye and Cop 663)http://www.youtube.com/watch?v=S9uHQWuWTJs
ส่วนหนังอีกเรื่องของหว่องกาไว ที่น่าสนใจเป็นแนวกำลังภายในของจีน คือ Ashes of Time Soundtrack – Prelude – A Lonely Heart(ลองฟังดูภาพและเสียงเพลงประกอบภาพยนตร์ ดูน่ะครับ)

วันที่ 6(วันเกิดคาร์ล แซนด์เบิร์ก)  ก่อนจะถึงวันที่ 8 เป็นวันเด็ก ซึ่งวันกึ่งกลาง คือ วันที่ 7 มกราคม
คาร์ล แซนด์เบิร์ก (อังกฤษ: Carl Sandburg) (6 มกราคม ค.ศ. 1878 – (22 กรกฎาคม ค.ศ. 1967) คาร์ล แซนด์เบิร์กเป็นนักเขียน กวี และบรรณาธิการคนสำคัญชาวอเมริกัน ผู้เป็นที่รู้จักกันในงานกวีนิพนธ์ แซนด์เบิร์กได้รับรางวัลพูลิตเซอร์สามครั้ง สองครั้งสำหรับงานกวีนิพนธ์ และครั้งที่สามสำหรับงานเขียนชีวประวัติของอับราฮัม ลิงเคิล์น นักเขียนเอช. แอล. เม็งเค็น (H. L. Mencken) บรรยายแซนด์เบิร์กว่าเป็น “ชาวอเมริกันเต็มตัวทุกหยดเลือด” (indubitably an American in every pulse-beat)
The People Yes
Carl Sandburg
The people yes
The people will live on.
The learning and blundering people will live on.(ดูเพิ่มเติมตามลิ๊งค์ น่ะครับ)
http://glenavalon.com/peopleyes.html

-ข้างหลังภาพ และความฝัน(Dreams)
เวลา ที่เราเรียนรู้ และ ความผิดพลาด จะสั่งสอนเราได้อย่างดี ก็ชีวิตของผม จากslow
มาทบทวนเรื่องผิดพลาดหวังอะไรมาเยอะ จนมีภูมิคุ้นกัน แล้วหรือไม่? (ฮา) เนื่องจากผมนึกถึงหนังสือเรื่อง Spaces of Hope ของเดวิด ฮาวีย์ ขึ้นมาเท่านั้นแหละสั้นๆ ต่อด้วยภาพยนตร์ ที่มีเบื้องหลังการถ่ายทำหนัง คงน่าสนใจไม่น้อย ทั้งเรื่องข้างหลังภาพ และเพลงประกอบภาพยนตร์ของ Chungking Express คือ เพลงWhat Difference A Day Makes และDreams (The Cranberries song) ซึ่งปีที่แล้ว 2553 เมื่อวันที่ 31 ธันวา ก็ผมอยากนำเนื้อเพลงมาประดับไว้ ครับ
Dreams
Oh my life is changing everyday Every possible way Though my dreams, it’s never quite as it seems Never quite as it seems I know I felt like this before But now I’m feeling it even more Because it came from you Then I open up and see The person fumbling here is me A different way to be I want more, impossible to ignore Impossible to ignore They’ll come true, impossible not to do Impossible not to do Now I tell you openly You have my heart so don’t hurt me For what I couldn’t find Talk to me amazing mind So understanding and so kind You’re everything to me Oh my life is changing everyday Every possible way Though my dreams, it’s never quite as it seems ’cause you’re a dream to me Dream to me

ผมอยากเล่าต่อถึงภาพยนตร์เรื่องchungking express เปรียบเทียบหนังเรื่องAnna Magdalena เพราะว่าTakeshi Kaneshiro ก็แสดงหนังทั้งสองเรื่อง โดยเกี่ยวพันเรื่องเวลาของกลางคืน และกลางวัน เนื่องจากความมืด ทำให้เรารู้สึกว่าค่ำคืนมืดยืดยาวเส้นทางของการเดินทาง และหนังทั้งสองเรื่องสื่อถึงความรัก ดั่งความฝัน ในยามค่ำคืน ประกอบบทเพลงไปด้วย
“CHUNGKING EXPRESS”- Cary Brothers

Takeshi Kaneshiro–Anna Magdalena

slow like honey-Fiona Apple(บทเพลงประกอบภาพยนตร์Anna Magdalena)
You moved like honey in my dream last night  Yeah, some old fires were burning  You came near to me and you endeared to me But you couldn’t quite discern me Does that scare you? I’ll let you run away But your heart will not oblige you You’ll remember me like a melody Yeah, I’ll haunt the world inside you And my big secret – Gonna win you over  Slow like honey, heavy with mood  I’ll let you see me, I’ll covet your regard I’ll invade your demeanor And you’ll yield to me like a scent in the breeze And you’ll wonder what it is about me It’s my big secret – Keeping you coming Slow like honey, heavy with mood Though dreams can be deceiving Like faces are to hearts They serve for sweet relieving When fantasy and reality lie too far apart So I stretch myself across, like a bridge And I pull you to the edge And stand there waiting Trying to attain The end to satisfy the story Shall I release you? Must I release you? As I rise to meet my glory But my big secret Gonna hover over your life Gonna keep you reaching When I’m gone like yesterday When I’m high like heaven When I’m strong like music ‘Cuz I’m slow like honey, and Heavy with mood
http://www.youtube.com/watch?v=OSNHuD3sFoA
http://www.siamzone.com/music/lyric/index.php?mode=view&artist=Fiona%20Apple&song=Slow%20Like%20Honey
Dennis Brown “things in life” music sky-train Krung Thep(นี่เป็นบทเพลงของเดนนิส บราวน์ ซึ่งทำเพลง things in life ถูกนำมาประกอบภาพรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ และบทเพลงประกอบภาพยนตร์chungking express)
It’s not everyday we’re gonna be the same way There must be a change somehow There are bad times and good times too So have a little faith in what you do Cause you don’t seem to realizeThe things you’ve got to face in life Today you’re up, tomorrow you’re down So thank god that you’re still around town Though we’ve got to work like slaves Just to eat a piece of bread But as we go along each day we’ll find Happiness to sooth the mind cause It’s not everyday we’re gonna be the same way There must be a change somehow There are bad times and good times too So have a little faith in what you do

หลังวันที่ 7-8-9-10 มกรา 54 นับวันต่อจากวันเด็ก
โพล์สำรวจเรื่องคำขวัญวันเด็ก
งานวันเด็กคึกคัก มอบเป็นของขวัญ ทั่วประเทศจัดใหญ่

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของเด็ก  ประจำปีนี้ว่า เด็กรู้ว่าวันที่ 8 ม.ค. เป็นวันเด็กจากปฏิทิน ร้อยละ 87 คิดว่าเหตุผลที่มี   วันเด็ก เพราะผู้ใหญ่ต้องให้ความสำคัญกับเด็ก อยากให้เด็กมีความสุข สนุกสนาน เป็นคนดีของสังคม ร้อยละ 56 จะชวนพ่อแม่ ไปเที่ยวงานวันเด็กตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งนี้เด็ก ร้อยละ 35 คิดว่า คนดี คือ คนที่มีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว ส่วนร้อยละ 60 คิดว่า ความทันสมัย คือ ความก้าวหน้า     มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ล้าหลัง ส่วนร้อยละ 57 คิดว่าความปรองดอง คือ ความสามัคคี ไม่ทะเลาะกัน ไม่ตีกัน
ทั้งนี้ร้อยละ 49 รู้สึกเฉย ๆ กับการเมืองไทย ร้อยละ 39 ไม่ชอบการเมืองไทย และร้อยละ 11 ชอบการเมืองไทย สำหรับคนไทยที่เด็กชื่นชอบและอยากจะนำไปเป็นแบบอย่าง ร้อยละ 34 คือ พ่อแม่ ร้อยละ 12 คือ นายอภิสิทธิ์ ส่วนคำขวัญวันเด็กแต่ละปี เด็กร้อยละ 60 จำคำขวัญวันเด็กไม่ได้เลย ร้อยละ 32 ยังพอจำได้บ้าง และร้อยละ 48 มีความเข้าใจในคำขวัญวันเด็ก ร้อยละ 33 ไม่เข้าใจความหมายเลย มีเพียงร้อยละ 18 ที่เข้าใจความหมายเป็นอย่างดีเท่านั้น
http://dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=561&contentID=114260
——
คำขวัญวันเด็กกับประเด็นคุณธรรม และจิตสาธารณะแบบ “จิ๋วเรนเจอร์”
http://prachatai.com/journal/2011/01/32558
ผมในฐานะผู้เขียน ก็ขอสวัสดีปีใหม่ และวันเด็กต่อผู้อ่านและผู้แสดงความคิดเห็นด้วย ครับ
ขอให้ทุกคนสนุกสนาน ถ้ามีโอกาสพาลูกหลาน ต่างๆไปเที่ยววันเด็กกัน เช่นเดียวกับผมอยากเล่นบอร์ดแสดงความคิดเห็นของสื่อใหม่ทางเน็ตฯ อย่างอิสระนิดหน่อย ในวันเด็กที่จะถึงในวันพรุ่งนี้ ครับ
ส่วนเรื่องที่ผมอยากชี้แจง นิดหน่อย เพื่อความยุติธรรมกับผมเอง แต่เรื่องนี้ไม่ได้ซีเรียส น่ะ ครับ
1.ผมรู้สึกชอบบทความนี้ ในฐานะชื่อเล่นของผม ที่มีชื่อว่า บอย และคิดจะเขียนเรื่องวันเด็ก มาหลายครั้งแล้ว น่ะครับ
2.ผมขอขอบคุณ กองบก.อยู่แล้ว โดยไม่มีอัตตาอะไรเลยในส่วนตัวของผม น่ะ ครับ
3.การแก้ไขบทความ ครั้งนี้จากกองบก. ก็มีการเปลี่ยนชื่อบทความของผม ซึ่งบทความชื่อเดิม คือ
คำขวัญวันเด็กไม่มีเชิดชูคุณธรรม กับบทพิสูจน์ของรัฐสร้างภูมิคุ้มกันโดยทหาร-ตำรวจชาตินิยม
ขอชี้แจงว่า เบื้องหลังการทำงานชิ้นนี้ มีการแก้ไขโดยกองบก.ที่ช่วยแก้ไขเนื้อหาบางส่วน ด้วยครับ
ขอบคุณ ครับ
จริงๆ ผมก็อยากเล่นกับความคิดเห็นอีกหน่อย ซึ่งปีที่แล้ว 2553 บทความบางบทความของผม ก็ผมดูตลอดว่า ใครแสดงความคิดเห็นต่อสารของผม และกองบก.เห็นสารของบทความของผม เป็นมุมมองตามที่กล่าวไปแล้ว โดยผมเขียนเพิ่มเติมแสดงความคิดเห็นข้างบนนั้น และผมคิดว่า จากอดีตสู่ปัจจุบัน และอนาคตเป็นสิ่งที่ต้องทำให้เด็กๆ ได้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีคุณธรรม ในการสังหารคนอย่างโหดเหี้ยมกับมนุษย์ด้วยกันเอง
http://prachatai.com/node/32558/talk
ดูเพิ่มเติมอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง(พร้อมรูปศิลปะเจ๋ง) ที่ไทยอีนิวส์ ครับ
—————-
ปัญหารัฐธรรมนูญ 2550: นิยายและความจริง ในภาพสะท้อนเราใกล้ชิดเส้นชัย
Mon, 2010-12-06 23:49
www.prachatai.com/journal/2010/12/32184
———–
Takeshi Kaneshiro–Anna Magdalena เปรียบเทียบพระเอก ในเรื่องเขียนนิยายเพื่อบำบัดจิตใจ จากโลกความจริง คือ นางเอกไม่รักพระเอก แต่ว่านางเอก ไปรักพระรอง ซึ่งอยากเขียนนิยาย ทั้งที่มีไอเดีย แต่ไม่เคยเขียนสักครั้งจริงๆจัง โดยความเป็นเพลย์บอย อิสระ เท่ห์ๆ เร่ร่อนพเนจรเท่านั้นเอง ซึ่งเรื่องนี้ ก็ผมเคยเล่าให้ฟังในสแปซนี้ เมื่อหลายปีก่อนแล้ว ครับ เพียงอยากเอามาเล่าอีกครั้ง พร้อมหนังเรื่องChungking Express โดยผมเอาภาษาอังกฤษ ซึ่งบรรยายเพลงประกอบภาพยนตร์มาเล่าให้ดูกัน ถ้าใครสนใจก็ลองแปลดู น่ะครับ
The song “Baroque”, composed by Michael Galasso, can be heard twice during the first part of the movie: during the opening and when Brigitte Lin’s character takes the gun in the closer. This track does not appear on the soundtrack album, although three other tracks are similar to it: “Fornication in Space” (track 3), “Heartbreak” (track 8) and “Sweet Farewell” (track 9), played respectively on synth, guitar and piano. The first story also features “Things in Life” by the Jamaican reggae singer Dennis Brown, which plays in the American bar where Kaneshiro’s and Lin’s characters meet.The second story features Faye Wong’s Cantonese cover version of “Dreams” by The Cranberries, which is also played over the end credits. “California Dreamin'” byThe Mamas & the Papas, is played numerous times as it is the favourite song of Faye Wong’s character. “What a Diff’rence a Day Makes”, performed by Dinah Washington, is played during a scene between Tony Leung and Valerie Chow’s
Michael Galasso – Baroque (From Chungking Express)

Faye Wong-Chunking Express-Dream Person

วันที่ 11 มกรา 54 (เริ่มต้นใหม่กับwordpress)
-ความฝัน(Dream) และความจริง สิ่งที่ต้องเลือก either/or(อย่างนั้น/อย่างนี้) นัยยะของหนังChungking Express และAnna Magdalena ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่อง มีเรื่องชนชั้นแทรกปนอยู่อย่างเห็นไม่ชัดเจน แต่เราสามารถดึงให้เห็นกรณีหนึ่งของChungking express เนื่องจากนางเอก  คือเฟย์นั้นสามารถจัดเป็นกลุ่มอาชีพขายบริการอาหาร เป็นส่วนหนึ่งชนชั้นกรรมาชีพ ที่ต่อมาเลือกเป็นแอร์โฮสเตส ซึ่งกลายเป็นชนชั้นกลางระดับสูง(บนฟ้าขายบริการเสริฟ์อาหาร) และพื้นที่(space) คือ ฮ่องกง ทำการผลิตเกษตรกรรมได้จำกัดอยู่แล้ว ในสภาพเป็นเกาะและคนชอบการพนันกัน จากที่ผมไปพบเห็นแล้ว ในหนังAnna Magdalena ก็อ้างเป็นนักเขียน เตรียมเขียนเรื่องความรักในกล่องส้ม แต่ว่าเราใช้ชีวิตหาเงินโดยการพนัน ยิ่งถ้ามาเก๊าแหล่งท่องเที่ยว ก็อุตสาหกรรมการพนัน คนแจกไพ่ได้เงินดีมาก จากที่ผมไปเห็นมาที่นั่น แต่คนแจกไพ่ของไทยเป็นแรงงานนอกระบบ และการพนันเป็นของผิดกฏหมาย โดยผมได้ประเด็น คือ เมื่อรักที่จะเสี่ยง.มองไปรอบๆ เอเชีย ที่มีธุรกิจที่เล่นกับความเสี่ยงเต็มรูปแบบ ตั้งแต่มาเก๊า กัมพูชา สิงคโปร์ และธุรกิจ คาสิโนเกี่ยวข้องมาเฟีย การคอรัปชั่น กลโกงและอาชญกรรมจากหนัง นะครับ
http://www.youtube.com/watch?v=gcNacz1dPvE
http://www.youtube.com/watch?v=QLYYE6OIhQQ&NR=1
ส่วนการพนัน ก็เป็นสังคมแห่งโอกาส ที่มีความเสี่ยงเหมือนความรัก และไพ่โป๊กเกอร์ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์พยายามวิเคราะห์เกมส์อย่างที่ผมเคยเล่าไปแล้ว และปัจจัยการผลิตยุคอุตสาหกรรมถึงเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ก็เห็นภาพสะท้อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ผ่านyoutube โดยผมก็ได้เห็นการแสดงความคิดเห็นอันน่าสนใจ จากบทของพระเอกกับพระรอง ที่มีการสะท้อนภาพต่อนางเอก คือ that any? girl would choose the loser with no job over Takeshi is beyond me ซึ่งมีความเห็นเป็นภาษาอังกฤษ ก็พอเดาได้ว่า มีทัศนะเป็นสากลบางอย่าง เช่น some? women love bad boys(แต่ถ้ากล่าวในแง่แบดบอยอย่างนี้ โดยตรรกะแล้วก็เด็กดี ก็หาแฟนยาก น่ะครับ) ฯลฯ นี่แหละครับ การเลือกของผู้หญิงในการตัดสินใจมีแฟน การชี้ให้เห็น ‘ตรรกะของชีวิต’ ที่ซ่อนอยู่รอบตัวเรา โดยเฉพาะในปริมณฑลที่เราอาจไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องของความมีเหตุมีผล เช่น ชีวิตคู่ น่ะครับ
ดังนั้น อาชีพเป็นเรื่องเกี่ยวพันทุนนิยม อุตสาหกรรม และบริการ ภายใต้โครงสร้างระบบราชการ และชีวิต ในโลกาภิวัตน์ดังกล่าว จะมีสิ่งที่เลือกอย่างนั้น/อย่างนี้ แค่จำกัดระหว่างความฝันต่ออาชีพ กับความจริงที่ต้องเลือก รวมทั้งคนรักในชนชั้นของตนเอง เป็นภาพสะท้อน ครับ
แน่นอนว่า หากเปรียบเทียบกับละครทีวีไทย ในเรื่องรอยรัก รอยบาป ที่สะท้อนเรื่องไพร่ทาส และการกลับชาติมาเกิด จากยุคก่อนเลิกทาส จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นสมัยคณะราษฎร ก็เห็นข้ออ้างของคุณหลวง ที่มีนางทาสมาก จึงเป็นผู้ชายมากเมียอยากมีลูก ในฐานะมีเศรษฐกิจดี และหน้าตาทางชนชั้นของตน ต้องมีลูกสืบทอดทายาท นี่เป็นต้นเหตุของเรื่องราว? ทั้งหมดพร้อมองค์ประกอบของเมียหลวงhttp://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=B612442F6120B848982A319C74F0C511
บทเพลงประกอบหนังAnna Magdalena The title refers to the keyboard piece Minuet in G Major believed to have been written by Johann Sebastian Bach’s colleague, Christian Petzold, from the 1725 Notebook for Anna Magdalena Bach[2]. Anna Magdalena was Bach’s second wife. The music attracts the attention of Chan Kar-fu and Yau Muk-yan as Kelly Chen’s character plays it on her piano. The film score uses this theme repeatedly.แน่นอนว่า บทเพลงของหนัง แตกต่างจากเพลง BaroqueของChungking express ซึ่งศิลปะแบบบาโรก สะท้อนอำนาจของผู้เป็นเจ้าของ ทุกสิ่งทางศิลปะหรูหราอลังการวิจิตรพิสดาร และสไตล์ไม่ใช่แค่ตกแต่งเท่านั้น แต่ยังหมายถึงทัศนคติการใช้ชีวิตการหลงใหลในความร่ำรวย และความอลังการของสิ่งของต่างๆ ซึ่งบาโรกเองก็ได้ปรับตัวเพื่อเข้าไปอยู่ในบริบทของยุคต่างๆ ได้เรื่อยมา เพราะในบางช่วงบางยุคที่คนต้องการความเรียบง่ายการเติมความเป็นบาโรกเข้าไปบ้าง ทำให้เกิดสีสันและเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ นี่เป็นสิ่งอธิบายความแตกต่างของทัศนคติเบื้องหลังบทเพลงของChungking Express ก็แตกต่างจากที่มาของAnna Magdalena เมื่อนักเขียน ที่อ้างว่าเขียนนิยาย และมีพล็อตเรื่องในหัว เตรียมเขียนนิยายจากสมุดโน๊ตของตน พร้อมพกหนังสือของJack Kerouac ผู้เขียน On the Road ใส่กล่องตลอดมาไม่เคยเขียนนิยายเลย ทำให้ผมนึกถึงเรื่องตรงกันข้ามผู้หญิงผมทองของChungking Express ยังถอดวิกผมทองออกจากหัวตอนท้ายเรื่อง แต่ว่านักเขียน คือ กัวฟู่เชิงแสดงไม่เคยถอดสิ่งที่อยู่ในหัวเป็นนิยาย
ในที่สุด ผมอยากย้อนกลับมาเรื่องAnna Magdalena ในประเด็นบทเพลงผ่อนคลายเบาๆ เชือมโยงโน้ตบุ๊คเพื่อAnna Magdalena Bach นั้นเองครับ ถ้าไงลองฟังเพลงไพเราะๆ
http://www.youtube.com/watch?v=IEalSrVCm7Y
http://www.youtube.com/watch?v=1UfP-32bZS4
Elliott Smith- Either/or

วันที่ 12-13 มกรา 54 กับhttps://akkaphoncyber.wordpress.com พร้อมการเตรียมตัวเดินทางไปตจว.
เวลา ที่ผมต้องเปลี่ยนพื้นที่ใหม่มาเป็นwordpress ก็ขอเท้าความหลังสั้นๆ จากผมเคยทำบล็อกในchaiyo mail ต่อมาspaceของhotmail (เริ่มต้นใหม่จากSpace ที่มียอดคนคลิ๊กเป็นหมื่นจากchaiyo-spaceและwordpressกำลังเริ่มต้นใหม่)แล้วช่วงเปลี่ยนผ่านไม่สามารถดูยอดคนคลิ๊ก และSpaceถูกยกเลิก ก็ผมอยากให้มันlost เหมือนกัน แต่ใจหนึ่งของผมก็เสียดายบันทึกนี้ ในที่สุดผมก็ยังเขียนต่อ แต่ระลึกถึงspaceเก่า โดย Ashes of Time เป็นภาพยนตร์เหมาะกับถ้อยคำนี้กับspace ที่หายไป แม้ว่าจะมีการนำข้อมูลมาต่อเนื่องได้ เพียงรูปภาพต่างๆ อาจจะไม่ได้มาด้วย เพราะผมยังตามโปรแกรมTransformมาได้แค่นี้ ซึ่งashes สื่อความง่ายของหนังและความลึกล้ำของหนังในตัวมันเอง นี่เป็นเรื่องราวของถ้อยคำสั้นๆ แต่กินหัวใจของเรา
เมื่อคิดถึงเรื่องถ้อยคำ ทำให้ผมอยากเขียนถึงDictionary for lover เป็นนิยายของคนจีน ที่เขียนภาษาอังกฤษ เล่าเรื่องความรัก โดยไวยากรณ์แปลกๆ และหนังสือเล่มนี้ Dictionary for lover ถูกแปลว่า พจนานุกรมรักฉบับเรา ซึ่งผมคิดถึงเรื่องChen wei-yin ซึ่งอายุ 30 ปี จัดงานแต่งงานให้กับตัวเอง  หมายถึงรักตัวเองโดยผมรับรู้เรื่องราวจาก  day bulletin isse 119 1291 oct-4 Nov 2010 ซึ่งผมอยากใช้คำคมของa day ดังกล่าว คือ The Truth will set you free,but first it will make you miserable ความจริงจะปลดปล่อยท่านให้เป็นอิสระ แต่ก่อนอื่นใด มันจะทำให้ท่านรู้สึกเป็นทุกข์เสียก่อน โดยJames A.Garfield  และAdopt the pace of nature : her secret is patienceจงรับเอาจังหวะของธรรมชาติมาใช้ และความลับของธรรมชาติ ก็คือ การอดทน โดยRalph Waldo Emerson
จากถ้อยคำคมๆ และคำ ที่มาของคำแห่งความรัก เป็นเรื่องราว ซึ่งผมได้มีโอกาสดูทีวี ช่วงปีใหม่ ทั้งที่อยากไปปายอยู่เหมือนกัน ในรายการBig cenema ก็เรื่องปาย อินเลิฟ คือ บรรยายถึงปายเป็นเมืองที่เงียบจนได้ยินเสียงเต้นของหัวใจของคนสองคน และปาย ให้โอกาสคน ที่มีความรักได้แสดงออกพูดความรัก จากถ้อยคำคมๆ และคำหวาน ดังกล่าว ก็ในภาพยนตร์เป็นรวมหนังสั้น ก็มีเรื่องHow to ข้อความ กับโปสการ์ด จากร้านขายโปสการ์ด ว่าจะเขียนอย่างไร? ในเมื่อเราไม่ใช่นักเขียน ก็ตัวหนังสือ และความรู้สึกของตัวเอง แต่ความรู้สึกของคนอื่น เราจะไปบังคับเขาไม่ได้หรอก ให้ตอบรับรักของรัก ซึ่งบทสนทนาของภาพยนตร์ เล่าถึงตัวละครคนหนึ่ง พูดว่า ที่ก้อยให้ไปเป็นความรู้สึกของตัวเองมากไป ก็ผู้หญิงส่วนใหญ่ อยากให้ผู้ชายมาห่วงๆ ไม่ใช่เล่าเรื่องตัวเองหรอก พี่เล่าเรื่องของพี่มา แล้วพี่ไปadept เอง ละกัน นี่เป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนา แตกต่างจากหนังสั้นในเรื่องหลักกิโลเมตร ที่0(ศูนย์)ก็อาร์ตมาก ครับ อย่างไรก็ตาม รวมหนังสั้นสะท้อนเรื่องชีวิตคู่ ซึ่งผมคิดว่า หนังเรื่องนี้ เกี่ยวพันการเดินทาง ในสไตล์ลอกเลียนความคิดของผม บางส่วน แม้ผมไม่เคยไปปาย(ฮา)
—ปาย อิน เลิฟ_PAI IN LOVE The Movie จากเรื่องราวของถ้อยคำ นิยาย และภาพยนตร์ โดยมุมมองในแง่นิยาย ถ้านึกถึงโรบินสัน ครูโซ (อังกฤษ: Robinson Crusoe หรือมีชื่อเต็มภาษาอังกฤษว่า The Life and Strange Surprizing Adventures of Robinson Crusoe of York, Mariner: Who lived Eight and Twenty Years, all alone in an un-inhabited Island on the coast of America, near the Mouth of the Great River of Oroonoque; Having been cast on Shore by Shipwreck, where-in all the Men perished but himself. With An Account how he was at last as strangely deliver’d by Pyrates. Written by Himself) เป็นนวนิยายของแดเนียล เดโฟ ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1719 ในบางครั้งถือว่าเป็นนวนิยายฉบับแรกของภาษาอังกฤษ มีเรื่องราวเกี่ยวกับอัตชีวประวัติที่แต่งขึ้นโดยตัวละคร ที่ติดเกาะร้างอยู่ 36 ปี บนเกาะเขตร้อนชื้นอันไกลโพ้น ใกล้กับประเทศเวเนซุเอลา ที่เผชิญกับชาวอเมริกันพื้นเมือง ถูกกักขังและขัดขืน ก่อนที่จะรอดชีวิตออกมาได้ เนื้อเรื่องได้รับอิทธิพลจากเรื่องจริงของอเล็กซานเดอร์ เซลเคิร์ก นักล่องเรือชาวสกอตที่ติดเกาะและอยู่ในเกาะมหาสมุทรแปซิฟิก 4 ปี ที่ชื่อเกาะ “M?s a Tierra” (ต่อมาในปี 1966 เกาะนี้เปลี่ยนชื่อมาเป็น เกาะโรบินสันครูโซ) ในประเทศชิลี ฯลฯ ดูข้อมูลเพิ่มเติมวิกีพีเดีย และลองหาดูหนังได้ที่นี่http://www.youtube.com/watch?v=Hx7igSRXs6w

แต่ว่าประเด็นของโรบินสัน ครูโซ ในมุมเศรษฐศาสตร์ของนิยาย คือ คำถามมีอยู่ว่า… โรบินสัน ครูโซ กำลังติดอยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง เขาต้องตัดสินใจว่าจะเอาเวลาไปทำอะไร ระหว่างการเอาเวลาทั้งวันไปจับปลา ซึ่งก็คงได้ปลาสักสองสามตัว กับเอาเวลาครึ่งหนึ่งไปทำตาข่ายดักปลา ซึ่งอาจจะทำให้เขาเหลือเวลาในการจับปลาได้แค่ตัวเดียวตลอดวัน แต่ถ้าเขาทำตาข่ายนี้เสร็จ ในวันถัดไป เขาก็อาจจะจับปลาได้สักสิบหรือยี่สิบตัว นี่คือหน้าแรกของตำรา Introduction to Economics สำหรับนักเรียนไฮสคูลเล่มหนึ่งในห้องสมุด ที่เป็นการบอกเล่าหลักเศรษฐศาสตร์ขั้นพื้นฐานที่ว่าด้วยการตัดสินใจระหว่างการอดออม การลงทุน กับการบริโภค ด้วยตรรกะง่ายๆ อันสะท้อนธรรมชาติของการลงทุน ความเสี่ยง และผลตอบตอบแทน(คิด Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์ มกรา 2554 ปีที่2 ฉ.4) นี่เป็นเรื่องนิยายโรบินสัน ครูโซ ซึ่งนำสู่ประเด็นของการตัดสินใจเชิงมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ คล้ายเล่นเกมส์เศรษฐี โดยน่าสนใจขยายความต่อไป ในเรื่องที่ผมเคยเล่าประเด็นการตัดสินใจทางเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ไปครั้งหนึ่ง และผมเคยฟังเรื่องนี้เปรียบเทียบนิยายโรบินสัน ครูโซ กับประเด็นแนวคิดเศรษฐศาสตร์การเมือง ทั้งเรื่อง การเป็นเจ้าที่ดินของเกาะ และปัญหากรณีชนชั้น ถ้ามีคนผิวดำ ชนเผ่ามาอยู่ร่วมฯลฯ แต่ถ้าโฟกัสเฉพาะเรื่องการเลือก และตัดสินใจจริงๆ ดำรงชีวิตในชีวิตประจำวัน น่ะแหละครับ
นี่ผม มีเพลงให้เลือกฟัง คือ เพลงปายอินเลิฟ จะให้อารมณ์เบา เบา ส่วนเพลงประกอบAshes of time จะหนักหน่วง
Ashes Of Time – Long Trailer

Ashes of Time 東邪西毒 1994 Wong Kar-Wai Original HK Trailer
http://www.youtube.com/watch?v=wmjOEcAm8kY
ปาย อิน เลิฟ [Music Video] – คิว วงฟลัวร์
http://www.youtube.com/watch?v=d3dZT5XDvxg

วันที่ 18 ม.ค.54
วันที่ผมอยู่บ้าน ในค่ำคืนที่ผ่านมา ได้ยินเสียงรถไฟดังไกลมาถึงบ้าน มันช่างโรแมนติค ไหมเนี่ย กับพิจิตร และบ้านข้างๆบ้านของผม ทำธุรกิจฉายหนังกลางแปลง ซึ่งชีวิตรายรอบด้วยเรื่องราวดั่งภาพยนตร์ ทำให้ผมนึกถึงเพลงปายอินเลิฟ น่ะครับ
เนื้อเพลง ปาย อิน เลิฟ
ฉันมีความทรงจำดีดี ในหลายที่ที่เคยไป ทะเลภูเขา สายธารเมฆหมอกขาว แต่มีเรื่องราวที่หลากหลาย ได้เคยเห็นความหวัง ในรอยยิ้มของผู้คน เคยมีความกังวล บนถนนเมื่อฝนพรำและมีความสุขใต้ฟ้าสีดำ ในคืนที่มีดาวพร่างพราย แต่สิ่งเหล่านั้น มันคงเป็นเพียงความทรงจำล่วงเลยผ่านไป ที่มันมีความหมายต่อใจฉัน เพราะเธอได้ผูกพันรักไว้ในความทรงจำ
ไว้คอยย้ำเมื่อยามมองดูรูปถ่าย ยิ้มของเธอทำให้เวลานั้นมีความหมาย เหมือนมันมีเธอมาเขียนเรื่องราวให้ เธอทำให้รู้ว่าความสุขนั้นมีค่า เมื่อเธอมาแบ่งปัน อะไรที่มีความหมายมากมายย่อมไม่ดีกว่า ถ้าเธอไม่ผูกพัน แล้วชีวิตฉันพร้อมจะวางเอาไว้ ลงในมือเธอคนที่สำคัญกว่าตัวฉัน กว่าชีวิตฉัน ฉันสัญญา มากกว่าตัวฉันกว่าชีวิตฉัน ฉันสัญญา อยู่บนทางเดินที่สวยที่งาม
ที่บางทีแค่วันผ่าน ไม่นานก็เผลอลืมเลือน หากแต่มีเธอคอยเตือนให้ปลูกรักไว้รอเรากลับมา เพราะชีวิตบางทีก็วนมาบนทางสายเก่า วันหนึ่งรักจะโตเป็นเงาให้เราพักสายตา ถ้าไม่มีรักแล้วใครจะรู้ว่า จะเป็นเช่นไร เธอทำให้รู้ว่าความสุขนั้นมีค่า เมื่อเธอมาแบ่งปัน อะไรที่มีความหมายมากมาย ย่อมไม่ดีกว่า ถ้าเธอไม่ผูกพัน แล้วชีวิตฉันพร้อมจะวางเอาไว้ ลงในมือเธอคนที่สำคัญกว่าตัวฉัน กว่าชีวิตฉัน ฉันสัญญา มากกว่าตัวฉันกว่าชีวิตฉัน ฉันสัญญา ฉันฉันฝันถึงวันดีดี ในหลายที่ที่เคยไปหากเธอเป็นภูเขา ฉันจะเป็นเมฆหมอกขาวที่โอบกอดเธอชิดใกล้และเธอเป็นทะเล ฉันจะเป็นแม่น้ำ ที่ไหลรินตามไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ใด ฉันจะไปหา ฉันจะไป เพราะความรักทำให้รู้ว่าจะมีชีวิตเพื่อคนที่สำคัญกว่าตัวฉัน กว่าชีวิตฉัน ฉันสัญญา

แน่นอนว่า วันที่ 18 ม.ค.54 ก็เป็นวันกองทัพไทย ซึ่งผมครุ่นคิดอะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องผมเคยจัดรายการวิทยุ ทำบทความ และเตรียมตัวเดินทางไปกทม.ด้วย โดยขอมอบเพลงประกอบไว้
Radiohead – National Anthem(+Lyrics)
Everyone Everyone around here Everyone is so near What’s going on? What’s going on? Everyone Everyone is so near Everyone has got the fear It’s holding on It’s holding on It’s holding on

href=”http://www.azlyrics.com/lyrics/radiohead/highdry.htm”>http://www.azlyrics.com/lyrics/radiohead/highdry.htm

วันที่ 22-25 มกรา 54

เมื่อวาน คือ วันที่ 21 มกรา ก็ผมพยายามคิดถึงเรื่องคอลัมภ์goodmorning เวียดนาม ตอนที่ 8 (ซึ่งผมต้องเขียนตอนที่9 ต่อเนื่องจนต้องมีตอนจบ ในนิตยสารVote โดยผมก็พยายามคิด รวมทั้งผมพยายามปั่นต้นฉบับให้เสร็จ น่ะครับ)

ทั้งนี้ หลายวันในเดือนjanuary ซึ่งผมเดินทางบ่อยๆ ไปหลายสถานที่ เป็นความลับ และผมนัดพบผู้คนบางคน แวะพเนจรนอนห้องพักเพื่อนฯลฯ และผมจะร่วมเดินทางกับเพื่อน ที่มีชื่อเล่นว่า jan เร็วๆ นี้

แน่นอนว่า การเดินทางบ่อยๆ ก็เหนื่อยมาก ทำให้ผมต้องกินยาพาราฯ บ้าง และหวนระลึกความหลัง ไทยกับเวียดนาม และบรรยากาศข้างบ้าน เป็นสวนสาธารณะใกล้โรงเรียน ที่มีกิจกรรมboy scoutของร.ร. ซึ่งบรรยากาศของบ้าน ก็ทำให้ผมคิดหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องปั้นต้นฉบับเวียดนามเปรียบเทียบกับไทย อยู่ โดยตัวอย่าง คือ
เมื่อเราพิจารณาหนังสือเกี่ยวกับFuture หรืออนาคต ที่มีความหมายทางธุรกิจ+อนาคต+ความคิดเป็นเรื่องเกี่ยวพันเมือง ชุมชน การพัฒนาเหมือนท่าพระอาทิตย์ในกรุงเทพฯ ของทุกคน ก็ต้องมีหน้าที่ต้องวางเป้าหมายและทำทุกอย่างเพื่อให้ถึงเป้าหมาย การทำงานให้เป็นผลสำเร็จถือเป็นหัวใจของการทำงานที่แท้จริง

ซึ่งผมคิดถึงปัจจัยการผลิตของการสร้างอนาคตของตนเองของบางคน ก็พยายามทำธุรกิจเกี่ยวข้องอดีต โดยผมขอยกตัวอย่างปรากฏการณ์โหยหาอดีตในสังคมไทย ซึ่งเราสามารถทำธุรกิจ กรณีศึกษาบ้านใร่กาแฟ ว่าความเป็นไทย กับความเป็นเวียดนาม จะแตกต่างกันหรือไม่ ในการสร้างรูปแบบธุรกิจของกาแฟ สำหรับปรากฏการณ์โหยหาอดีต (Nostalgia)

ดังนั้น ธุรกิจจากปรากฏการณ์โหยหาอดีต ในแง่เศรษฐศาสตร์การเมือง และสิ่งสำคัญจากDialectic(วิภาษวิธี) คือ Thesis-บทยืน Anti-Thesis บทต้าน และSynthesis บทสังเคราะห์ ก็ทำให้เราเห็นข้อมูล และนำมาย่อยสังเคราะห์ข้อมูล แลกเปลี่ยนกัน โดยเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ ไม่ว่าจะใช้ทฤษฎีเกมส์(เรื่องwin-win) หรือหนังสือเช่น The Logic of Life นำชุดเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ไปวิเคราะห์เจาะลึกชีวิตประจำวันของมนุษย์ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพฤติกรรมที่เราอาจมองว่าไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิงหรือเป็นผลลัพธ์ของอารมณ์ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวนั้น แท้จริงแล้วอาจเป็นผลพวงของการตัดสินใจอย่าง “มีเหตุมีผล” (rational) ที่เราอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอยู่ และการชี้ให้เห็น ‘ตรรกะของชีวิต’ ที่ซ่อนอยู่รอบตัวเรา โดยเฉพาะในปริมณฑลที่เราอาจไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องของความมีเหตุมีผล เช่น ชีวิตคู่ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ผมสังเคราะห์ในปัจจัยของการตัดสินใจ ต่อกระบวนการเลือกวัตถุดิบ มาสู่การเขียนจากอารมณ์โหยหาอดีต ก็ทำให้ผมเอาเวลามาเขียนบันทึกฯ นิดหน่อย โดยคิดว่า ที่บ้าน จ.พิจิตร เป็นจ.เล็กๆ ที่มีร้านกาแฟ แนวชนชั้นกลาง และร้านขายบรรยากาศโหยหาอดีต ก็มีลักษณะร่วมทันสมัย คือ องค์ประกอบร้านประกอบด้วย สื่อทีวี นสพ. แต่ที่นี่ยังไม่เน้นอินเตอร์เน็ต ก็ไทยแลนด์ ยังมีสภาพของความทันสมัย และความเชื่อ ผสมผสานกันเหมือนกรณีเรื่องเขตแดน ซึ่งแล้วแต่ใครจะเชื่อ ถ้ามีประโยชน์ต่อความรวย ก็ยิ่งดีขึ้นต่อความเชื่อ แล้วที่นี่มีธนาคารทหารไทย เหมาะสำหรับธุรกิจการเงิน แต่ไม่มีค่ายทหาร

โดยผมกลับมาอยู่ที่พิจิตร หลายวันมานี้ ก็นึกถึงบ้านเก่า ที่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ ซึ่งบ้านของผม ข้ามฝั่งแม่น้ำ ก็ไปถึงสถานีรถไฟ แล้ว ทำให้ผมนึกถึงเรื่องchungking express ในแง่ของตัวละคร กับอาชีพตำรวจ ทั้งความเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ และตำรวจในเครื่องแบบ ซึ่งต่อมาลาออกมาเฝ้าร้านอาหาร รอหญิงสาวแทน ขอมอบเพลงประกอบหนังไว้ในวันที่ 22 ก่อน หละกัน ครับ

Don’t Explain – Vanessa Stewart (Chungking Express)
Don’t Explain+Lyrics
Hush now, don’t explain There ain’t nothin’ to gain I’m glad that you’re back Don’t explain Quiet baby and don’t explain There is nothing to gain Skip back the lipstick Don’t explain You know that I love you And what love endures All my thoughts of you For I’m so completely yours Don’t want to hear folks chatter ‘Cause I know you cheat Right n’ wrong don’t matter When you’re with me, my sweet Hush now, don’t explain Don’t you know you’re my joy And you’re my pain? My life is yours, love, don’t explain
All my thoughts of you For, I’m so completely yours I don’t want to hear nobody chatter ‘Cause I know you cheat Right n’ wrong don’t matter
When you’re with me, my sweet Hush now, don’t explain You’re my joy, you’re my pain My life is yours, love, don’t explain

วันที่ 23 มกรา ก็ผมยังไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก จึงขอมอบเพลงไว้ให้ทุกคน ครับ

Chungking Express – Things In Life

It’s not everyday we’re gonna be the same way
There must be a change somehow
There are bad times and good times too
So have a little faith in what you do
Cause you don’t seem to realize
The things you’ve got to face in life
Today you’re up, tomorrow you’re down
So thank god that you’re still around town

Though we’ve got to work like slaves
Just to eat a piece of bread
But as we go along each day we’ll find
Happiness to sooth the mind cause
It’s not everyday we’re gonna be the same way
There must be a change somehow
There are bad times and good times too
So have a little faith in what you do

Chungking Express. Dennis Brown – Things In Life

http://www.youtube.com/watch?v=v3eUZ2YxBsk

เกร็ดเรื่อง “วันกองทัพไทย” และ .. สู่อนาคต “ทหารไทยนี้รักสงบ …
19 ม.ค. 2011 … บทความว่าด้วยการปรับเปลี่ยนวันกองทัพไทยในสมัยต่างๆ และเรื่องความคาดหวังที่จะให้
“ทหารไทยนี้รักสงบ” เสียที.
www.prachatai.com/journal/2011/01/32710
และดูบทความของผม ในอีกเวอร์ชั่นหนึ่งในไทยอีนิวส์ ครับ

-ผมในฐานะคนเขียน ก็มาสังเกตการณ์อ่านดูคุณดิน นี่ถ้าจะรักแผ่นดินมากๆ น่ะครับ
จริงๆ ผมก็อยากรู้ว่า คนอย่างคุณดิน นี่จะไปร่วมวันที่ 25 มกรา ที่พันธมิตรฯ จะชุมนุมกันเยอะไหม?
แต่ถ้าผม คิดก็การชุมนุมวันที่ 25 มกราฯ เท่าที่ติดตามก็มีกระแสพอสมควร น่ะครับ

-ผมเห็นความคิดเห็นของคุณดิน ซึ่งตอบผม และความเห็นของคุณ from: The Rose-Jar ก็ขำขำ
โดยผม คิดว่า คงไม่มีใครมาต่อความเห็นแล้วมั้ง ซึ่งผมขอปิดท้ายด้วยบทเพลงNational Anthem นี้หละกัน
Radiohead – National Anthem(+Lyrics)

-คุณkikkkok และคุณA Visitor ไม่แดง แต่ไม่ชอบพวกแบ่งชนชั้น
โต้เถียงกันมันส์ กับคุณดิน น่ะครับ
ประเด็นเรื่องดินแดน และฝ่ายบู๊ ในเน็ต นี้ปลอดภัย กว่าเจอฝ่ายบู๊ในโลกจริง น่ะครับ
ส่วนผมขอตัวไปทำธุระอื่น ก่อนหละกัน ถ้ายังโต้เถียงกันต่อ(ฮา)
ผมขอมอบเพลงนี้ให้คุณดิน คือ Things In Life โดยDennis Brown

วันที่24-25 มกรา ซึ่งผมมีรายละเอียดมาก สำหรับเรื่องราวการเดินทางไปเที่ยว แต่ไม่มีเวลาเขียน จึงเล่าเพียงเท่านี้ คือ ผมพาแม่เที่ยว อากู๋ รุ่นน้อง รุ่นพี่และเพื่อน รวมทั้งการเยี่ยมเยือนรุ่นพี่ คนหนึ่ง ซึ่งป่วย ก็ระลึกถึงในความทรงจำ น่ะครับ ขอให้เนื้อเพลงWhere The Streets Have No Nameนี้ ส่งใจไป….

I want to run I want to hide I want to tear down the walls That hold me inside I want to reach out And touch the flame Where the streets have no name I want to feel sunlight on my face
I see the dust cloud disappear Without a trace I want to take shelter from the poison rain Where the streets have no name Where the streets have no name Where the streets have no name
We’re still building Then burning down love Burning down love And when I go there I go there with you It’s all I can do The city’s aflood And our love turns to rust We’re beaten and blown by the wind
Trampled in dust I’ll show you a place High on a desert plain Where the streets have no name Where the streets have no name Where the streets have no name We’re still building Then burning down love
Burning down love And when I go there I go there with you It’s all I can do Our love turns to rust We’re beaten and blown by the wind Blown by the wind Oh, and I see love See our love turn to rust
We’re beaten and blown by the wind Blown by the wind Oh, when I go there I go there with you It’s all I can do

U2 Lyrics – Where The Streets Have No Name

href=”http://www.macphisto.net/u2lyrics/Where_The_Streets_Have_No_Name.html”>http://www.macphisto.net/u2lyrics/Where_The_Streets_Have_No_Name.html

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s