ใช่,GET LUCKY-Say Yes-slow-small is beautiful-imagine

ใช่,Imagine,No Name No. 5- Ballad of Big Nothing- Say Yes-GET LUCKY,Small is Beautiful-slow
 
11 ธ.ค.53
ELLIOTT SMITH – LUCKY THREE http://www.youtube.com/watch?v=0ADiSSNWU90

ELLIOTT SMITH-GET LUCKY
let me put you in the play down all the dayscast for your time a sucker in the line to be told you’re so fine you deserve the hire well, some folks cannot be satisfied and they just want somebody to ride(well, here it comes) and you’re the one they want to have and have and never have not (oh!) so take what you expect and put it in reverse see which one of us bangs the cymbals first chorus:we’re taking you to pieces we’re taking you to pieces we’re taking you to pieces we’re taking you to pieces you make it really easy you make it really easy (oh!) you’re never gonna touch me with your curse get inside their minds, before they get to yours (repeat chorus 2x) get lucky!

No Name No. 5 – Elliott Smith
<a http://www.youtube.com/watch?v=DPEvA9v6LzM

No Name No. 5"Got bitten fingernails and a head full of the past And everybody's gone at last Sweet, sweet smile that's fading fast 'Cos everybody's gone at last Don't get upset about it No not anymore There's nothing wrong that wasn't wrong before Had a second alone with a chance let pass And everybody's gone at last Well I hope you're not waiting Waiting 'round for me 'Cos I'm not going anywhere, obviously Got a broken heart and your name on my cast And everybody's gone at last Everybody's gone at last

Elliott Smith – Ballad of Big Nothing
<a http://www.youtube.com/watch?v=yaiL2YFe7p8

Throwing candy out to the crowd, dragging down the main The helpless little thing with the dirty mouth who's always got something to say You're sitting around at home now waiting for your brother to call I saw him down in the alley, having had enough of it all Said you can do what you want to whenever you want to You can do what you want to, there's no one to stop you All spit and spite, you're up all night and down every day A tired man with only hours to go just waiting to be taken away Getting into the back of a car for candy from some stranger Watching the parade with pinpoint eyes full of smoldering anger You can do what you want to whenever you want to You can do what you want to, there's no one to stop you Now you can do what you want to whenever you want to Do what you want to whenever you want to Do what you want to whenever you want to though it doesn't mean a thing Big nothing

Elliot Smith – Say Yes 
I’m in love with the world through the eyes of a girl who’s still around the morning after we broke up a month ago and I grew up I didn’t know I’d be around the morning after it’s always been wait and see
a happy day and then you pay and feel like shit the morning after but now I feel changed around and instead falling down I’m standing up the morning after situations get fucked up and turned around sooner or later
and I could be another fool or an exception to the rule you tell me the morning after crooked spin can’t come to rest I’m damaged bad at best she’ll decide what she wants I’ll probably be the last to know no one says until it shows and you see how it is they want you or they don’t say yes I’m in love with the world through the eyes of a girl who’s still around the morning after
http://www.stlyrics.com/songs/e/elliotsmith11876/sayyes395872.html
"Say Yes" is the final track of Elliott Smith‘s 1997 album Either/Or, and one of three tracks from Either/Or that  was used in the soundtrack of Good Will Hunting. Say Yes" is one of Smith’s widely recognized songs.[1] It is happy[2] and optimistic[3] in both instrumentation and lyrics, which contrasts with the dark tone in most of  his other songs.[4] In an interview, Smith said that the song was written about "someone particular and I almost never do that. I was really in love with someone."[5]
http://en.wikipedia.org/wiki/Say_Yes_(Elliott_Smith_song)
บทเพลงนี้ ประกอบภาพยนตร์เรื่องGood Will Hunting/ตามหาศรัทธารัก(ชื่อไทย) และบทเพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม Either/or ของSmith ซึ่งอ้างอิงงานปรัชญาของsoren kierkegaard
ดูความคิดแก่นหลัก ในไม่อย่างนั้น ก็อย่างนี้ คือ
In Either/Or Kierkegaard identifies three categories or modes of living: the aesthetic, the ethical, and the religious; the text concentrates on an illumination of the first two with a fleeting glimpse of the third. The aesthetic is associated with the constant search for novelty and pleasure, while the ethical is associated with marriage and responsibility. Either/Or, as the title implies, is obviously about choice, but it is also about the possibility of change, not only from the aesthetic to the ethical, but also about change that aims at achieving the equilibrium necessary for moving on to the religious sphere.
http://www.enotes.com/nineteenth-century-criticism/either-fragment-life-soren-kierkegaard
8 ธันวาคม 1980 เป็นวันเสียชีวิตของจอหน์ เลนนอน(วันเสียชีวิตของสฤษดิ์ ธนะรัชต์ด้วยเช่นกัน) ก็ผมดูสารคดีทางทีวีพอดี และเขาแนะนำเพลง Here Comes The Sun โดย The Beatles และสารคดีข่าวเล่าเรื่องแว่นตา ทรงกลมของจอหน์ เลนนอน และรูปปั้นในประเทศคิวบา ซึ่งมีแว่นของจอหน์ อยู่ในสวนสาธารณะ ที่มีรปภ.คอยดูแว่นของเขาไม่ให้หายไป ซึ่งผมอยากเล่าเรื่องเชิงเปรียบเทียบสั้นๆว่า  Elliott Smith เป็นด้านตรงข้ามและคู่ขนานของJohn lennon ในกันและกัน คือ ระหว่างความนิยมของบทเพลง วงดนตรี ประวัติชีวิต No perfect ซึ่งคนหนึ่งแต่งเพลงมองโลกแง่ดี แนวอินดี้ สุดท้ายSuffer ติดยา แอลกอฮอลส์ ฯลฯ แล้วเขาฆ่าตัวตาย เมื่ออายุ34 ปี ส่วนอีกคนหนึ่ง คือ จอหน์ถูกฆ่าตาย…
11 ธันวาคม พ.ศ. 2484 – จอมพล ป. พิบูลสงครามลงนามเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นในกติกาสัญญาทางทหารระหว่างไทย – ญี่ปุ่น
พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) – วันก่อตั้งองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ)
พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) – ยานอะพอลโล 17 ยานอวกาศลำสุดท้ายในโครงการอะพอลโล ลงจอดบนดวงจันทร์
โดยขอระลึกถึงเพลงImagine  ซึ่งมีหลายเวอร์ชั่น และรูปประกอบเฆม ต่างๆ แต่ผมเลือกเวอร์ชั่น ที่เกี่ยวข้อง"บ้าน"และ"เคโกะ"บานหน้าต่าง เสียงนก เพลง…
Imagine – John Lennon
http://www.youtube.com/watch?v=-b7qaSxuZUg
 
วันที่ 20 ธ.ค.53
ผมมีเรื่องราวมากมาย แต่ผมไม่มีเวลาเขียนถึงมัน(ส์) และผมต้องมีกำหนดการ ออกเดินทางไปตจว.ต่อไป จึงขอมอบเพลงไว้ก่อน
————————————–
อยู่คนเดียว
เนื้อเพลง อยู่คนเดียว – เบิร์ด ธงไชย
อยู่คนเดียวกับตอนเย็นเย็น และก็ไม่เห็นว่าจะต้องมีใครใครมาเคียงข้าง อยู่ลำพังกับความอ้างว้าง นั่งมองดูแสงรำไรของดวงตะวันจนลับไป เหม่อมองจันทร์ที่ลอยขึ้นมา ดึกดื่นอย่างนี้แล้วเพื่อนที่มีที่ดีที่สุดคือหมอนข้าง อยู่เหงาเหงาอย่างคนที่ปล่อยวาง ก็อยู่อย่างนี้จนชิน ไอ้คนไม่รู้ก็คอยจะถามทำไมไม่หาใคร ซักคน เข้าใจ และรักจริง ก็ทุกคน ดูแสนดี ดูจริงใจ ก็ยินดีที่ได้เจอแต่ no no.. no no no no.. wo.. wo..ก็เพราะเวลาฉันรักรักจริง มันมาไม่นิ่งเอาตอนเธอมาทิ้งไป คนมันรักมากมันก็เลยเสียดาย มันปวดใจจะบอกใครก็ไม่ช่วย เพราะรักเองเจ็บเอง ก็อยู่อย่างคนไม่มีแฟน จะหาใครมาแทน ก็กลัวว่าเขาจะมาซ้ำ ก็เดี๋ยวนี้คนน่ะใจดำ เลยคบกันเที่ยวแบบขำขำก็เจ็บประจำ ก็เลยต้องอยู่คนเดียว
http://www.musicgigg.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%
B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7-%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94/
—————
ลืมฉันไปก่อน
เนื้อเพลง ลืมไปก่อน – บุดดาเบลสส์ Buddha Bless Feat.เกรียน peace
วันที่เธอได้บอกลา วันที่เธอได้บอกมา ว่าถึงเวลาต้องไป มันยังไม่ทันเตรียมตัว ยังไม่ทันได้เตรียมใจ ชีวิตที่ไม่มีเธอ อยากจะหยุดอยากจะฉุดรั้งเธอเอาไว้ แต่เข้าใจและรักเธอ เลยต้องยอมปล่อยเธอไป มันลำบากลำบนทุกข์ทนแทบไม่ไหว ห้ามใจไม่ให้พบเจอ อดตาหลับขับตานอนมันยังคงละเมอ คิดถึงเธอทุกคืน ใจมันหายทุกครั้งที่รู้ว่ามันคือเรื่องจริง ตอนฉันตื่น ทนแทบไม่ไหว มีเพียงสิ่งเดียวที่อยากขอให้เธอจำ และเป็นสิ่งเดียวที่อยากขอให้เธอทำ คือ ลืม ลืมฉันลืมไปก่อน ได้ไหมลืมไปก่อน ทำเหมือนว่าเราไม่เคยได้พบกันเพราะอยากขอลองดูใหม่ รู้แล้วเธอชอบผู้ชายแบบไหน จะได้หลงรักฉันใหม่อีกครั้ง
http://www.musicgigg.com/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87-%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99
buddha-bless/
—————
ยินดีที่ไม่รู้จัก
เนื้อเพลง ยินดีที่ไม่รู้จัก 25 hours
ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร ไม่รู้ว่าโลกความจริง ของเรานั้นเป็นอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุด อาจไม่สำคัญเท่าไหร่ เท่าวันที่เรา ได้เจอ ได้คุย ได้อยู่ใกล้กัน ให้เธอลืมโลก..ที่..กว้างใหญ่ลืมมันไปให้เหลือแค่เพียงเรา เก็บทุกความสุข ให้เหมือนวันสุดท้าย ยินดีที่ไม่รู้จัก ไม่รู้จัก แค่รู้ว่ารักก็พอใจ
http://musicstation.kapook.com/%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%
B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81.html
——————————————-
 เบาเบา :Singular-เนื้อเพลง
ใจ..หนึ่งใจ จะต้องการ..อะไร ให้มันมาก..มาย ให้มัน..วุ่น..วาย เพียงเธอนั้น ใส่ใจกัน…เบาเบา พอให้สอง..เรา ได้ทำอะไรมากมายในตอนนี้ บางเวลาไม่เป็นไร ถ้าเธออยู่ไกล บางเวลาฉันเข้าใจ ถ้าลืมกันไป บางเวลาไม่เป็นใจ ก็ไม่ต้องเสียดาย ปล่อยมันไปก่อนนะ คิดถึงฉันสักครั้งเมื่อไม่ได้คิดถึงใคร ทำตัวตามสบายถ้าเจอกันในความฝัน มีเวลาดี ๆ ก็บอกให้ฉันได้ฟัง ไม่มากเกินไป กว่านั้น ค่อย ๆ รักกันเบา เบา เธอ..กับฉัน ยังต้องเดิน..ทางไกล คงไม่สาย..ไป ให้เวลากับใจได้เรียนรู้
http://musicstation.kapook.com/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2.html
เวลานึกถึงเรื่องสถานที่เดิม เวลาเดิมของวัน แต่ผ่านไปเป็นปี หรือหลายปี ผมมักจะนึกถึงหนังเก่าๆเรื่องหนึ่ง ที่ผมเคยดูตั้งแต่สมัยอยู่เมืองนอก แล้วก็ไม่เคยดูอีก (หมายความว่า ครั้งสุดท้ายที่ดูร่วม 20 ปีแล้ว) ชื่อ Same Time, Next Year (1978) [เวลาเดิม ปีหน้า] แสดงนำโดย อลัน อัลด้า กับ เอลเลน เบิร์นสตีน พล้อตเรื่องของหนังคือ พระเอก กับ นางเอก เจอกันโดยบังเอิญ ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในปี 1951 ความจริงทั้งคู่แต่งงานแล้ว แต่หลังจากคุยกันไปคุยมา เกิดชอบกัน . . . หลังจากนั้น ทั้งคู่นัดกันว่า ทุกปี เวลาเดียวกัน จะมาเจอกันอีกที่รีสอร์ตแห่งนั้น . . .
ความสัมพันธ์ลักษณะ "ปีละครั้ง" แบบนี้ ดำเนินไปติดต่อกันเป็นเวลาถึง 20 กว่าปี ผ่านทั้งวิกฤติส่วนตัวของแต่ละคน และยุคสมัยแห่งความปั่นป่วนทางสังคมในประวัติศาสตร์อเมริกัน (สงครามเวียดนาม, ขบวนการเรียกร้องสิทธิพลเมือง ฯลฯ) . . .
ผมชอบหนังเรื่องนี้ เพราะพล้อตเรื่องแปลกดี และบทสนทนาก็ตลกดี (เดิมเรื่องนี้เป็นบทละครเวที ใช้ฉากเดียวตลอดเรื่อง คือห้องพักในรีสอร์ตที่พระเอกนางเอกเจอกัน คนแสดงก็เพียงแต่เปลี่ยนชุด และแต่งหน้าให้ดูแก่ขึ้นๆ ในแต่ละฉาก ถ้าจัดประเภทหนังและละคร อาจจะเรียกว่าเป็น ดราม่า-คอมมิดี้ ได้กระมัง) โดยเฉพาะไอเดียทีว่า ความสัมพันธ์และความรู้สึกต่ออีกฝ่ายหนึ่งของคนเราสามารถที่จะรักษาไว้ได้เหมือนเดิมอย่างยืนยาวนับสิบๆปี แม้ว่าแต่ละฝ่ายจะมีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆอย่างมหาศาล . . .
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นี่คือข้อมูลหนัง Same Time, Next Year ที่ Internet Movie Database
http://www.imdb.com/title/tt0078199/plotsummary
เมื่อไม่นานมานี้ ผมโหลดหนังเรื่องนี้ทาง bit torrent มาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ดู ใครสนใจอยากลองดู ก็ได้
http://to…rrentz.eu/d712b449d9840035d68834f1499ef482a05a8142
————————————————–
ทำไม ผมเอาข้อมูลเรื่องหนังมาจากเฟซบุ๊คของอ.สมศักดิ์ ที่อ้างเรื่องหนังดังกล่าว โดยผมไม่เคยดูเอามาพูดถึง เหรอ ครับ เพราะมันเป็นเรื่องที่มีสารน่าสนใจสำหรับผม ทำให้ผมรู้สึกอินชวนอยู่ในความอ้างว้างของวันเวลาที่ผ่านไป ภายในใจ ก็เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผมตั้งชื่อหัวข้อสำหรับเดือนDecember 20 คือ บทกวีในส.ค.ส.
http://boycyberpunk.spaces.live.com/?_c11_BlogPart_BlogPart=blogview&_c=BlogPart&partqs=amonth%3d12%26ayear%3d2009
January 21 ที่ผมจั่วหัวว่าอาณาจักรแห่งจินตนาการ และผมนึกถึงInternational Media Dialogue on‘The Roles and Responsibilities of Media in Conflict Sensitive Reporting’30th September – 2nd  October 2009
http://boycyberpunk.spaces.live.com/?_c11_BlogPart_BlogPart=blogview&_c=BlogPart&partqs=amonth%3d1%26ayear%3d2010
โดยจริงๆ ผมระลึกถึงเรื่องงานหนังสือที่ผ่านมา คือ ผมไม่ได้ซื้อหนังสือปรัชญาแนวอัตถิภาวะนิยมสักเล่ม(พวกBeing และNothing)  แต่ผมได้หนังสือดี มาหลายเล่ม รวมทั้งนิยาย จิตวิทยา ประวัติศาสตร์และปรัชญาจากงานCMU Book Fair แต่หนังสือเล่มหนึ่งที่ผมไม่ได้ซื้อหนังสือ จากร้านพี่วัฒน์(เดาว่าชื่อนี้) คือSome problems of the constitution. by Geoffrey Marshall, Graeme Cochrane และหนังสือดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจ รวมทั้งเบื้องหลังชื่อเรื่องไอเดียต่างๆ สำหรับบทความเรื่องปัญหารัฐธรรมนูญ 2550: นิยายและความจริง ในภาพสะท้อนเราใกล้ชิดเส้นชัยwww.prachatai.com/journal/2010/12/32184 ฉะนั้น ปัญหารัฐธรรมนูญ และปรัชญาแนวอัตถิภาวะนิยมเป็นเรื่องใหญ่โต สำหรับผมว่า จะเลือกหนังสือเล่มไหน ในสองเล่มเป็นEither/Or แล้วผมตัดสินใจไม่ซื้อทั้งสองเล่ม(ฮา) แค่ยืนอ่านหนังสือ กับถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไว้ ซึ่งผมขอเล่าเรื่องเบื้องหลังชีวิตดังกล่าว ก็ผมได้บังเอิญเจอเพื่อนเก่า ที่เขาแต่งงานไปสองครั้ง มีลูกสามคน และผมนัดพบกวีซีไรต์,ลิฟท์ และอารดา ผู้คนมากมาย อีกแล้วครับ
————————————————
วันที่ 21 ธ.ค.53
เมื่อผมยังไม่มีเวลาเล่าอะไรมากมาย ซึ่งเฟซบุ๊คของอ.สมศักดิ์ ก็มีการพูดถึงหนังเรื่องOctober Sonata ทำให้ผมคิดถึงเรื่องหนังOctober Sonataนั้น ผมก็ชอบเหมือนกัน แม้จะไม่มากนัก แต่ผมก็อินกับหนังพอสมควร และระวี คือพระเอกของเรื่องไม่ได้แต่งงาน ซึ่งน่าจะต่างจากเรื่องSame Time, Next Yearในแง่รายละเอียดของเรื่องราว…ผมก็เขียนถึงเรื่องPlot นิดหน่อย ส่วนหนึ่งที่ผมคิดถึงเรื่องดนตรี จากเสียงบ่น หรือเสียงกรนของคนรัก ทำให้แต่งเป็นบทเพลงได้ของสมาชิกวงThe Beatle ของJohn lennon และหนังOctober Sonata ก็สะท้อนเรื่องนิยายของผลงานศรีบูรพา จึงขอนำประโยคเด็ดๆของศรีบูรพามาประดับไว้ คือ ประเทศนี้เหมาะเหลือเกินที่คนโชคดีมีบุญจะมาเกิด เพราะรัฐคอยเทิดทูนบุญบารมีเขาอยู่ตลอดกาล ข้อที่น่าเสียดายคือก็บังเอิญมีคนโชคไม่ดีมาเกิดด้วยราว90% เป็นการประหลาดอยู่ที่พวก90%นี้ไม่มีตัวแทนของเขาเป็นผู้ปกครองประเทศ ในขณะที่คนโชคดีหยิบมือหนึ่งได้มีตัวแทนอยู่ตลอดมา’-ศรีบูรพา
—————————–
ช่วงนี้ การรณรงค์บอยคอยเรื่องมาม่า ถ้าไงลองอ่านเปรียบเทียบเชิงเศรษฐศาสตร์กับประวัติของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ดูน่ะครับ
อี. เอฟ. ชูมักเกอร์ (E. F. Schumacher) ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Small Is Beautiful : A Study of Economics As If People Mattered หนังสืออันโด่งดังเล่มนี้พิมพ์ ครั้งแรกเมื่อปี 2516 และได้รับการถอดเป็นภาษาไทยแล้ว 2 สำนวนคือ สมบูรณ์ ศุภศิลป์ ถอดเป็น "จิ๋วแต่แจ๋ว : เศรษฐ ศาสตร์เชิงพุทธ" และ กษิร ชีพเป็นสุข ถอดเป็น "เล็กนั้นงาม : การศึกษา เศรษฐศาสตร์โดยให้ความสำคัญกับผู้คน"ในแวดวงวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ แก่นความคิดของชูมักเกอร์มักถูกอ้างถึงเสมอ เมื่อมีการถกเถียงกันเกี่ยวกับปัญหา ซึ่งระบบตลาดเสรีกระแสหลัก ไม่สามารถแก้ได้ เช่น ความยากจน การกระจุกตัวของรายได้ และความเสื่อมทรามของสังคม และระบบนิเวศ…
http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2008q1/2008march03p4.htm
(จริงๆหนังสือเรื่องsmall is beautiful ก็ผมมีอยู่เล่มหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษ(ซึ่งน่าสังเกตนัยยะของการแปลต่างกันในฉบับแปลชื่อหนังสือทั้งสองเล่ม) และเรื่องจิ๋วแต่แจ๋ว นี้เป็นประเด็นไอเดียหนึ่ง ที่ผมนำเสนอ สรุปบรรยายและวิเคราะห์เรื่องกองทัพฯ แต่ผมยังไม่มีเวลาเขียน น่ะครับ)
—————————
จดหมายถึงนักสืบเศรษฐศาสตร์ -Tim Harford-Dear Undercover Economist : Priceless Advice on Money, Work, Sex(เมื่อวานก่อน ก็ผมเขียนผิดตรงcoverเป็นlover สงสัยผมต้องไปยุให้นักเศรษฐศาสตร์เขียนเรื่องความรักซ่ะแล้ว!)  
เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมเชื่อว่ามนุษย์ไม่มีเหตุผล และไม่รู้ว่าตนต้องการอะไร ขณะที่เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่า มนุษย์เป็นสัตว์เศรษฐกิจ มีเหตุผลและคิดบนพื้นฐานอรรถประโยชน์ และหนังสือเรื่องจดหมายฯ แบ่งเนื้อหาออกเป็นหมวดหมู่ คือ ความรักและการเลือกคู่,การงาน,ชีวิต,ครอบครัว และการมองความจริง ตามอรรถประโยชน์ ทั้งเรื่องความสุขจากครอบครัว สุขภาพ และการทำงาน หากประเมินเป็นมูลค่าก็มาก ซึ่งต้นทุนที่มองไม่เห็นนี่เอง ที่เขาแนะให้คิดคำนวณ เมื่อต้องการตัดสินใจอะไรสักอย่างบนพื้นฐานเหตุผล ส่วนการตัดสินใจย่อมมีปัจจัยของเงื่อนไขแวดล้อมและเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมองได้หลายมุมและให้ผลที่ต่างกัน นี่เป็นเรื่อง Real option theory  นั่นก็คือ ส่วนหนึ่งของหนังสือ สรรพสิ่งล้วนเศรษฐศาสตร์ ที่มาของย่อข้อมูลโดยคอลัมภ์"อ่านในใจ"ของสุภาพ พิมพ์ชน นิตยสาร Vote ปีที่ 5 ฉ.125ปักษ์หลัง กันยา 53
ความน่าสนใจของ "วิกฤติการณ์ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมแห่งมนุษยชาติ" (หลายแง่มุมในนิตยสารหัวข้อดังกล่าว ที่ผมว่างอาจจะเขียนต่อ)สร้างสรรค์จากปัญหา…กรณีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป(คิด creative thailand สร้างเศรษฐกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ สิงหา 2553 ปีที่1 ฉ.11)สาระ : ประวัติของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและต้นกำเนิดของมาม่า..บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่มีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่ญี่ปุ่นประสบกับปัญหาข้าวยากหมากแพง แล้วช่วยแก้ปัญหาความอดอยากของประชาชน
http://www.liverpoolthailand.com/forum/index.php?showtopic=9482&mode=threaded
มาม่า
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2
———————–
36องค์กรเครือข่ายนักศึกษา,แรงงาน,คนจนเมือง ล้วนลูกค้ารายใหญ่ประกาศหนุนคว่ำบาตรมาม่า
http://thaienews.blogspot.com/2010/12/36_25.html
 
วันที่ 25-26 ธันวา 53
ผมคิดถึงเรื่องการเดินทางกลับพิจิตร หลังวันคริสตมาส และเรื่องของนิตยสาร กับวงการหนังสือ กรณีของวงศ์ทนง ที่มีเรื่องให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องcommercial art แต่ผมทำ art commercial …ผมยังจำโมเมนต์หลายๆ ช่วงในตอนนั้นเลย เช่น มีอยู่วัน ผมขับรถไปเส้นพิจิตร(หลังปิดA day weeklyไปทริป(บรรยายบรรยากาศถนนพิจิตรได้สมใจของคนพิจิตร))…. ผมจะมองแค่สั้นๆ พรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า เดิอนหน้า จะเอาไง คือ ไม่เคยคิดเลย ว่าอีก 5 ปีเป็นไง 10 ปี… original หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้หนังสือ ในบริษัทประสบความสำเร็จ …Target กลุ่มคนที่สื่อสารด้วย ก็คือ คนรุ่นใหม่ วัยรุ่น นักศึกษามหาวิทยาลัย ผมรู้ว่ากับกลุ่มคนเหล่านี้ ถ้าคุณไปพูดภาษาที่คร่ำเคร่ง เป็นงานเป็นการ เป็นวิชาการ เขาไม่ค่อยอยากคุยด้วยหรอก… a day Bulletin issue 113 (17-23 september 2010)
โดย จริงๆ ผมก็มีเรื่องเล่า ระหว่างทางมากมาย และเรื่องหนึ่งเชื่อมโยงเรื่องเส้นทางดังกล่าว ก็คือ ผมไปเคลียร์บิล หนังสือ-นิยาย เหลือเพียบ 69เล่มต้องยกกลับมาจากสายส่ง  จึงอยากให้วันนี้เป็นเรื่องประกอบเพลง นี้ ครับ
ใจกลางความเจ็บปวด : Crescendo
เป็นคนสุดท้าย ที่ได้รู้ความจริง เมื่อที่ฉันนั้นถูกเธอทิ้ง คนโง่ที่เพิ่งจะเข้าใจ เรื่องเธอและเขา เก็บอยู่นานเท่าไร มาเฉลยเอาในตอนท้าย กับตาตัวเองจนซึ้งใจ ถูกทำร้ายโดยคนรัก เจ็บแค่ไหนต้องพร้อมเข้าใจ อยู่กับแผลเธอให้ไว้ กับความทรมานอยู่ข้างในนี้ อยู่ตรงกลางใจ อยู่ที่ใจกลาง ความเจ็บปวดรวดร้าวที่มี ไม่เคยคิดเลยสักนิด ว่าชีวิตต้องมาพบจุดจบอะไรอย่างนี้
เจ็บแต่ยอมไป ปล่อยวางดวงใจให้กับคนที่เขาต้องการ เธอจากไปแล้ว เหลือเพียงความอ้างว้าง แค่เพียงระบาย ก็ยังร้องไม่ออก เศร้าจนลึกเกินจะดึงถอน อาการคนมันยังช้ำใน
คงมีสักวัน แต่ไม่รู้เมื่อไร ที่ตัวฉันมันจะยืนไหว ไม่ยอมเป็นใครที่โง่งม ถูกทำร้ายโดยคนรัก เจ็บแค่ไหนต้องพร้อมเข้าใจ อยู่กับแผล เธอให้ไว้ กับความทรมานอยู่ข้างในนี้ อยู่ตรงกลางใจ อยู่ที่ใจกลาง ความเจ็บปวดรวดร้าวที่มี ไม่เคยคิดเลยสักนิด ว่าชีวิตต้องมาพบจุดจบอะไรอย่างนี้ เจ็บแต่ยอมไป ปล่อยวางดวงใจให้กับคนที่เขาต้องการ เธอจากไปแล้ว เหลือเพียงความอ้างว้าง
คงมีเวลา ให้พอจะเรียนรู้ ให้กลับมาอยู่ดูแลตัวเองอีกครั้ง อยู่ตรงกลางใจ อยู่ที่ใจกลาง ความเจ็บปวดรวดร้าวที่มี ไม่เคยคิดเลยสักนิด ว่าชีวิตต้องมาพบจุดจบอะไรอย่างนี้ เจ็บแต่ยอมไป ปล่อยวางดวงใจให้กับคนที่เขาต้องการ เธอจากไปแล้ว เหลือเพียงความอ้างว้าง
 
All is fair in love, war and poker  By Tim Harford Presenter, Trust me I’m an economist, BBC Two(ผู้เขียนจดหมายถึงนักสืบเศรษฐศาสตร์ -Tim Harford
What do love, war and poker have in common? High stakes, perhaps. Certainly, in all three you spend a lot of effort trying to work out what the other side is really thinking. There is another similarity: economists think they understand all three of them, using a method called "game theory".
Threats and counter-threats
Game theory has been used by world champion poker players and by military strategists during the cold war.
Real enthusiasts think it can be used to understand dating, too. The theory was developed during the second world war by John von Neumann, a mathematician, and Oskar Morgenstern, an economist. Mr von Neumann was renowned as the smartest man on the planet – no small feat, given that he shared a campus with Albert Einstein – and he believed that the theory could be used to understand cold war problems such as deterrence. His followers tried to understand how a nuclear war would work without having to fight one, and what sort of threats and counter-threats would prevent the US and the Soviets bombing us all into oblivion. Since the cold war ended without a nuclear exchange, they can claim some success.
Understand the world
Another success for game theory came in 2000, when a keen game theorist called Chris "Jesus" Ferguson combined modern computing power with Mr von Neumann’s ideas on how to play poker. Mr Ferguson worked out strategies for every occasion on the table. He beat the best players in the world and walked away with the title of world champion, and has since become one of the most successful players in the game’s history. Game theory is a versatile tool. It can be used to analyse any situation where more than one person is involved, and where each side’s actions influence and are influenced by the other side’s actions. Politics, finding a job, negotiating rent or deciding to go on strike are all situations that economists try to understand using game theory. So, too, are corporate takeovers, auctions and pricing strategies on the high street.
Financial commitment
But of all human interactions, what could be more important than love? The economist using game theory cannot pretend to hand out advice on snappy dressing or how to satisfy your lover in the bedroom, but he can fill some important gaps in many people’s love lives: how to signal confidence on a date, or how to persuade someone that you are serious about them, and just as importantly, how to work out whether someone is serious about you.
The custom of giving engagement rings, for instance, arose in the US in the 1930s when men were having trouble proving they could be trusted. It was not uncommon even then for couples to sleep together after they became engaged but before marriage, but that was a big risk for the woman. If her fiance broke off the engagement she could be left without prospects of another marriage. For a long time, the courts used to allow women to sue for "breach of promise" and that gave them some security, but when the courts stopped doing so both men and women had a problem. They did not want to wait until they got married, but unless the man could reassure his future wife then sleeping together was a no-no. The solution was the engagement ring, which the girl kept if the engagement was broken off. An expensive engagement ring was a strong incentive for the man to stick around – and financial compensation if he did not.
Not committed
Modern lovers might think the idea of engagement ring as guarantee is a thing of the past, but they can still use game theory to size up their partners. When a couple with separate homes move in together, selling the second home is an important signal of commitment. That second home is an escape route – valuable only if the relationship is shaky. If your partner wants to hang on to his bachelor pad, do not let him tell you it is merely a financial investment. Game theory tells you that he is up to something.
 ตัวอย่าง(จดหมายถึงนักสืบเศรษฐศาสตร์)
ดิฉันมีคำขอร้องง่ายๆ ดิฉันแค่อยากมีความสุข คุณช่วยให้คำแนะนำได้ไหมคะ?
มิสเจสสิก้า แกรงเจอร์ จากเคอร์คบี้ สตีเฟน
คุณแกรงเจอร์ที่รัก
ไม่ใช่เรื่องน่าอายถ้าคุณอยากจะมีความสุข คุณขอคำแนะนำมาถูกคนแล้วครับ นักเศรษฐศาสตร์กำลังศึกษาประเด็นนี้กันอย่างขมักเขม้น
คนหนึ่งที่ศึกษาเรื่องนี้เป็นเจ้าของ รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ชื่อ แดนนี่ คาห์เนแมน (Danny Kahneman) เขา ขอให้กลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นพนักงานหญิงกลุ่มใหญ่เล่าให้ฟังว่าทำกิจกรรมอะไร บ้างและพวกเธอรู้สึกอย่างไรตลอดทั้งวันก่อนวันที่ทำการสำรวจ ถ้าใช้ประสบการณ์ของพวกเธอเป็นแนวทาง ทางเลือกที่ง่ายและดีที่สุดคือมีเซ็กซ์ให้เยอะๆเข้าไว้ครับ การออกกำลังกาย อาหารอร่อย การสวดมนต์และการสังสันทน์กับเพื่อนฝูงทำให้คนเรามีความสุขทั้งนั้น การขึ้นรถไปทำงานทุกวันทำให้คนเป็นทุกข์ การอยู่กับคนอื่น ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใครช่วยให้รู้สึกสด
ชื่นกระปรี้กระเปร่า ยกเว้นแต่ว่าคนๆนั้นเป็นเจ้านายของคุณ ถ้าหากคุณมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเจ้านาย ขอโทษทีครับผลการสำรวจของศาสตราจารย์คาห์เนแมนไม่ได้ให้คำแนะนำเอาไว้ แต่บางทีคุณอาจต้องมองไปไกลๆ แล้วคิดดูว่าคุณต้องการอะไรในชีวิต เมื่อไม่นานนี้ ศาสตราจารย์ริชาร์ด เลยาร์ด (Richard Layard) จากลอนดอนสกูลออฟอีโคโนมิกส์เพิ่งศึกษา เรื่องนี้ สิ่ง ที่อาจารย์เลยาร์ดค้นพบดูแวบแรกเหมือนเป็นเรื่องพื้นๆ เช่น เงินซื้อความสุขได้ระดับหนึ่ง การหย่าร้างและการไม่มีงานทำเป็นสาเหตุทำให้คุณเศร้า ขอยกตัวอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่าทางเลือกในชีวิตมีผลกระทบขนาดไหน คนที่ตกงานและมีรายได้ลดลงหนึ่งในสามจะรู้สึกห่อเหี่ยว ท้อแท้ยิ่งกว่าคนที่ สูญเสียรายได้อย่างเดียวถึงสี่เท่าตัว คนที่ต้องเผชิญกับการหย่าร้างจะเกิดอาการ ‘จิตตก’ รุนแรงไม่แพ้กัน ส่วนคู่ที่แยกกันอยู่แต่ยังไม่ได้หย่าขาดจะทุกข์ใจหนักขึ้นไปอีก
คำแนะนำที่ชัดเจนคือ หนึ่ง อย่าตัดสินใจเลือกอาชีพที่บั่นทอนชีวิตคู่ สอง งานที่มั่นคงแต่มีรายได้ปานกลางทำให้คุณมีความสุขมากกว่างานที่ไม่มั่นคงแต่ มีรายได้สูง สุดท้าย อย่าคาดหวังอะไรให้มากนัก คนที่เพื่อนมีรายได้สูง ผู้หญิงที่น้องสาวหรือพี่สาวแต่งงานกับหนุ่มฐานะดี และคนที่มีการศึกษาสูงแต่รายได้ต่ำล้วนมีความทุกข์ทั้งนั้น นี่อาจเป็นคำอธิบายว่าทำไมนักข่าวหลายๆ คนถึงมีท่าทางกระฟัดกระเฟียดอารมณ์บูดอยู่เป็นประจำ
นักสืบเศรษฐศาสตร์ ผู้เบิกบานของคุณ
(จดหมายถึงนักสืบเศรษฐศาสตร์  ทิม ฮาร์ฟอร์ด : เขียน อรนุช อนุศักดิ์เสถียร : แปล)
http://www.kidtalentz.com/?p=842
ตัวอย่างคำถามเรื่องดังกล่าว
(1) ดิฉันกับแฟนคบหาดูใจกันมาพักหนึ่ง เมื่อเดือนที่แล้วเขาเพิ่งย้ายมาอยู่กับฉัน ดูจะเป็นความคิดที่ดี ถ้าเราจะบอกขายแฟลตของเขา
แต่เขากลับพูดทำนองว่าให้รอไปก่อน เผื่ออะไรๆ มันไม่ลงตัว คุณช่วยแนะนะหน่อยได้ไหมคะ
2) ดิฉันเถยงกับสามี มานานแล้ว เขาชอบถอยเข้าที่จอดรถ แต่ดิฉันชอบขับเอาหน้าเข้าและถอยออก ใครถูกคะ?
3) ผมจะล้างรถทำไม ? พรุ่งนี้ก็สกปรกอีกแล้ว!
4) ผมตกหลุมรักเพื่อนสนิท ทุกครั้งที่ไปเที่ยวด้วยกัน เราสนุกสนานมาก แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ผมเองก็ไม่เข้าใจ เธอไม่เคยแสดงออกชัดๆ ว่า รู้สึกกับผมอย่างที่ผมรู้สึกกับเธอหรือเปล่า
ผมรู้ว่าเสี่ยงจะเสียเพื่อนถ้าสารภาพตรงๆ ว่า รู้สึกอย่างไรกับเธอ เป็นความเสี่ยงที่สูงทีเดียวในความเห็นของผม ..คุณมีคำแนะนำไหม
http://www.thaithinkpad.com/forum/index.php?topic=11773.0
 
วันที่ 27 ธันวา 53
เมื่อวานเท่าที่ผมมีเวลาเขียนนิดหน่อย ก็ผมเล่าเรื่องAll is fair in love, war and poker โดยเนื้อหาอ้างอิงถึงทฤษฎีเกมส์ และเศรษฐกิจ โดยเชื่อมโยงการดีไซน์สัญลักษณ์ของแหวนกับความรัก ที่แสดงถึงความผูกพันตกลงร่วมกันอย่างเข้มแข็งร่วมเป็นร่วมตาย  และผมอยากขยายความเรื่องหนังสือ ในฐานะธุรกิจสื่อสารมวลชน ในวันที่27 ธันวา ในฐานะสิ่งเชื่อมโยงกับวันเกิดของคนก่อตั้งไทยรัฐ คือ กำพล วัชรพล จากข่าวภาพ-เสียงอ่างทอง-ไทยรัฐ ซึ่งลม เปลี่ยนทิศ ในฐานะคอลัมภ์นิสต์ ก็เล่าที่มาของหมายเหตุประเทศไทย ที่เป็นคอลัมภ์ของเขา ถึงกำเนิดของคอลัมภ์ ความสำคัญ รวมทั้งปัญหาของคนเขียนหนังสือในไทยรัฐ ยุคชาติชาย 2531 เป็นต้นมา โดยรำลึกความหลัง ซึ่งผมนึกถึงเรื่องความสำเร็จของแต่ละคน และธุรกิจหนังสือ เช่น คู่สร้างคู่สม ซึ่งนิตยสารอายุเกินสามสิบปีแล้ว น่ะครับ โดยผมมีเรื่องราวเล่าเรื่องมากมาย เช่น ผมไปเยี่ยมรุ่นพี่นักเขียน ที่ผมเคยเล่าให้อ่าน ก็ขอเล่าสั้นๆว่า ผมไปที่โรงพยาบาลตำรวจฯ แถวเซ็นทรัลเวริด์ ในช่วงคริสตมาส…
เนื้อเพลง: Here Comes The Sun-The Beatles
Here comes the sun, here comes the sun, and I say it’s all right Little darling, it’s been a long cold lonely winter Little darling, it feels like years since it’s been here
Here comes the sun, here comes the sun and I say it’s all right Sun, sun, sun, here it comes… Little darling, I feel that ice is slowly melting Little darling, it seems like years since it’s been clear
 http://www.siamzone.com/music/lyric/index.php?mode=view&artist=The%20Beatles&song=Here%20Comes%20The%20Sun
 
วันที่ 28 ธันวา 53
ผมยังไม่มีเวลาเรียบเรียงเขียนเล่าเรื่อง ภาษาอังกฤษของAll is fair in love, war and poker(ทั้งหมดมีความยุติธรรมในความรัก,สงครามและไพ่โป๊กเกอร์)เป็นภาษาไทย หรือเล่าเรื่อง The logic of life ของคนเขียนหนังสือเรื่อง จดหมายถึงนักสืบเศรษฐศาสตร์ -Tim Harford ที่มีแปลเป็นไทย รวมทั้งชีวิตส่วนตัวของผม กับการบังเอิญเจอผู้คน และการนัดพบผู้คนต่างๆ ซึ่งผมเพิ่งตัดแว่นใหม่ ทั้งขาแว่น และวัดสายตา ทำให้ผมได้รับรู้การวัดสายตาผ่านคอมฯ จ้องไปยังปลายทางของถนนจำลอง และผมตัดทรงผมใหม่ ซึ่งผมคิดทำอะไรใหม่ๆกับตัวเองบ้าง ในวันใกล้ปีใหม่ และผมเคยเขียนถึงเรื่องภาวะการอยู่คนเดียวไว้ ก็ไม่นึกว่าต่อมาหลังปี51 ซึ่งผมจะได้ฟังเพลงอยู่คนเดียว โดยดูหลักฐานอ้างอิงวันที่1 ต.ค. 2008 ภาวะการอยู่คนเดียวและสถานีปลายทางที่แท้จริง http://boycyberpunk.spaces.live.com/blog/cns!6BEEAA52AFE8BA3D!1592.entry ซึ่งผมอ้างอิงเรื่องที่ผมเขียนเชื่อมโยงกับหนังเรื่องChungking Express..แน่นอนภาพยนตร์นี้ถ่ายทำที่ฮ่องกง โดยผมไม่คิดว่าอีกหลายปีต่อมา จะทำให้ผมมีโอกาสไปที่นั่น และล่าสุดเพื่อนของผม ที่ชวนผมไปที่นั่น โทรมาหาผม ช่วงต้นเดือนว่า เขาจะกลับมาแต่งงานกับแฟน ที่เมืองไทย ซึ่งผมก็ยินดีกับเพื่อน และวันนี้ผมซื้อหนังแผ่นซีดี ที่สัมผัสจับต้องดูปกแผ่นหนังราคาถูกมาหนึ่งแผ่นโดยดารานักแสดงจากเรื่องChungking Express(แต่ผมไม่บอกว่าเรื่องอะไร ครับ)
 
ส่วนผมก็ระลึกถึงวันที่ 28 ธันวา ในฐานะวันที่เชื่อมโยงกับพระเจ้าตากสิน ที่มีเรื่องราวในประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าลือว่า ในช่วงสุดท้ายของชีวิตเป็นบ้า ซึ่งผมขอโยนถ้อยคำ(ผู้อ่านต้องถอดรหัส) จากบันทึกความซับซ้อน ลงในสแปซ แล้วกันคร้าบบบบ!!!
-ปีชง-ปีเสือ
เมื่อนักสืบคนหนึ่ง ซึ่งมีประสบการณ์จากการวิเคราะห์คดีผิดพลาด จึงทำให้เขาไม่มั่นใจตัวเองในการวิเคราะห์อีกต่อไป และบทเรียนในเรื่องละครซีรีสญี่ปุ่นเรื่องนายอัจฉริยะ ก็บอกว่า ถ้างั้นเขาก็เป็นอิสระแล้ว จากการไม่มีใครฟังเขา ดังนั้น เขาก็วิเคราะห์อะไรได้เป็นอิสระ น่ะคร้าบบบ
-พุทธทาส ตัวกูของกู/หลวงพ่อคูณ กูให้มึง/โกรธ คือ โง่ โมโห คือ บ้า/กินข้าวบ้านชาวบ้าน เหมือนลูกเหมือนหลาน/ศาลพระภูมิ Spirit house , Shrine/ศาลเตี้ย และการด่าพ่อ แม่ และอาปา ในความรู้สึกต้องปกป้อง จากวัฒนธรรม/Morning Glory -ผักบุ้ง/ลูกเขยไม่จำเป็นต้องรวย/ท้อเลิกเล่นเบสบอล /การเขียนออกแบบรัฐธรรมนูญ
—-district-อาณาเขต ตำบล/district [VT] กำหนดอาณาเขต, See also: แบ่งอาณาเขต, แบ่งเขตแดน /district [N] เขต, See also: เขตแดน, บริเวณ, อาณาบริเวณ, แขวง, ตำบล, Syn. locality, territory neighborhood /distinct-ชัดเจน และdistinct-แตกต่าง
—–ทองคูน โคกโพ ภาพยนตร์เรื่องตามหารถแท็กซี่ของตนเอง และเขารักรถเหมือนรักสัตว์เลี้ยงของตนเอง โดยตำรวจ ไม่เชื่อ เพราะไม่มีหลักฐาน ต่างๆ เมื่อเขาสู้ ทั้งที่เขารู้ว่า ไม่มีทางชนะ  รู้ว่าแพ้ก็ยังสู้/—คำลงท้าย/-น่าน แพร่(แอะ) เชียงใหม่(เจ้า) ต่างกัน/- ลำปาง(หนา)/-Mag-stapler/-กระเป๋าเจมส์บอนด์-briefcase/จอหน์ผม-sideburns/-mansion คฤหาสน์ /Flat / apartment/-ชุดsack-กระสอบ/ dress กระโปรงยาว/-มาม่า -Instant Noodles pork Flavor/-choke up= shoke absorber/-เอาเปรียบ=unfair/Less confession / คำสารภาพ-รุสโซ 
/-ข้างหลังภาพ -ศิลปะอ่าน-ดวงตา proof ภาพวาด /-ความหมายจากถ้อยคำปวดร้าวแทรกเข้ามาในคำพูด
-คนเราบางครั้ง สมองไม่แล่น เวลาแบบนั้นให้มองไปยัง จุดไกลสายตา หรือ ยืนบนที่สูง จะกลับหัวหรือ มองในแนวราบกับพื้นก็ได้เวลาคำบางคำ วนเวียนในหัว ไม่หายแล้วเขียนคำนั้น ลงในกระดาษ แล้วทิ้งลงถังขยะ-จากเรื่อง"โนริโกะ"/-ขงเบ้ง กราบทูลถวายฎีกาอาสาศึก
-วีระ บุญมาก ผู้ตายใน วันที่ 14 ตุลา ศพของเขาถูกกราบอย่างซาบซึ่ง และภาพปรากฏในหนังสือความรัก 10มิติ(รวมทั้งหนังสือเรื่องculture chockของไทย)
-โดนลวนลาม จากชายทางเลือกในร้านนวด/-ทุนไปเกาหลี/-เรื่องจริงผ่านจอ การแสดงความรักของเกาหลี รถไฟแห่งคู่รัก ทะเลสาป กับกุญแจล็อกรัก และคลิปวิดีโอ ยูทูป คนสารภาพรัก และขอแต่งงานทางอินเตอร์เน็ต และภาพความรักของผู้เฒ่า คนพิการกับคนปกติ และลูกของคนเป็นใบ้ หรือหูหนวก จะปกติไหม? ชีวิตค้าขายต่างๆไม้ใกล้ฝั่ง
-นิตยสารVote /-ตรรกะวิบัติ
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cryptomnesia&date=03-06-2009&group=7&gblog=6
-บทสนทนาในชีวิตประจำวัน/-60 เรื่องดี 60 ปี ธรรมศาสตร์ /-ราเซร์ ภาษาการเมืองในวรรณกรรม เดอลิซกับคาฟคา และภาษากับการเมือง/ความเป็นการเมือง ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร,
-เพลงลาวดวงเดือน ที่มีหลักฐานว่าไทย แต่งแต่พอไปเขมรบอกว่าจากหลวงพระบาง เช่นเดียวกับเรื่องศรีธนญชัย ซึ่งเขมรบอกว่าเป็นคนแต่ง และขอบเขตของการศึกษา การขีดวงจำกัดเรื่องที่ศึกษาไว้จากงานของเจตนา นาควัชระ/-การหอมแก้มเด็ก/–แดนอรัญ ในเรื่องเงาสีขาว คือ ชื่อเกี่ยวกับภาพเหมือนของศิลปิน ซึ่งวิมลเขียนถึงเพื่อนของเขา ไว้ในเรื่องวิญญาณสายลม
–แสงที่มาจากการแตกสลายของดวงดาว มาถึงโลก/-กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว/-ถ้าในฐานะของผู้อ่านบทภาพยนตร์หลากหลาย ที่ไม่อาจเปรียบเทียบกันได้ว่าหนังเรื่องไหนดีกว่าหนังเรื่องใด และถ้าผู้อ่านต้องการจะดูภาพยนตร์ ในองค์ประกอบมีเสียงดนตรี แฝงปรัชญาแบบกวี ที่มีแรงบันดาลใจต่อความรักในโรแมนติค  ดีกว่าเสียงปืนจากสงคราม และในที่สุดท้าย
/อบรมต้นกล้าอาชีพ หญิงสาว ตาปลอมหนึ่งข้าง และขายของเก่า ตู่ การกินดื่มร้านเดิมๆ จิ้มป้ายชื่อ และแฟนสาวอ้อย กับหนึ่ง ส่งสาว-เที่ยวเธคลำพูน และโย จากแม่โจ้ ถึงงานศพ
เที่ยวร้านนวดตัวของพี่ราม และเรื่องบังเอิญเหยียบเท้าบอกอคมชัดลึกจากเสียงช้าง-ช้อน-ค้อนโดยสวมแว่นดนตรีทางปรัชญาหัวเราะและโชคดีฯลฯ  
/-นางเอก เรื่องแม่นาคพระโขนง อกเขาพระวิหาร ปรีดา อะไรสักอย่าง แฟน เสน่ห์ วงศ์กำแหง?  ข่าวสดโดยวัฒน์วัลยากูร -Exotic ,post it -ลิขิดสีขาวแต้มคำผิด
-คนเราไม่สามารถบังคับตัวเองให้ลืมได้ เขาเรียกความจำยืดเยื้อ (preseveres of memory)-ห้องใหม่ของฉัน เวิ้งว้าง กว้างใหญ่ กว่าหลุมฝังศพของฉัน by Bakr Al-Sayyab กวีอิรัก
-เส้นแบ่งของคนกับสัตว์ลบเลือนไปของ animal farm -จากPlot เดิมบ้านทรายทอง ลองตั้งplot ใหม่ต่างๆ-เรื่องเล่าคนใกล้ตัว โฟนกับงานปาร์ตี้ =เพื่อนกิน และ จิตวิทยา+ปลอบใจ และประโยคเดียวกันแต่คนพูดต่างกัน  ดึงหู-นม-ณ ร้านต๋อง วันที่ 21 ภาพลักษณ์ตัวละครของLeo tolstoy นางเอกใส่ที่คาดผมเห็นหู -ไอ่แจนโทรมาเรื่องงานแต่ง 19 กย.และงานแจ๊ซ นักสืบคิดมากหลายอย่างในเวลาจำกัด-2485 การกินกับให้มากขึ้นกินข้าวแต่พอควร เพื่อวัฒนธรรมและอนามัย -พิพัฒน์ พสุธารชาติ : แดร์ริดา และการคืนรองเท้าให้กับฟานก็อก = history of art  วิภาษา ปีที่ 1 ฉบับที่ 5  16 กันยา–31 ตค 50-จากหนังสือเรื่อง THE TRUTH IN PAINTING -ถ้าคนในอนาคตกลับมาหาตัวเองในอดีต / แลกเปลี่ยนตัวเองในโลกคู่ขนาน
breakthorugh Repid Reading, Power Reading, Rocketreader.com-บัณฑิต อารียา-มนุษย์ที่ร่วมชาติ(Altrvism)84 ประวัติศาสตร์ลัทธิเศรษฐกิจ(376)-ท่านปรีดี รัฐบุรุษอาวุโส ผู้วางแผนเศรษฐกิจไทยคนแรก โดยศ.เดือน บุนนาค (36) -เหรียญสมาชิกพรรคคอมฯ อังกฤษ(54) Desiams Socialism(57)
-หนังสือเก่า ชื่อ คนรักหนังสือ รวมเรื่องราวน่าสนใจในวงการหนังสือ จัดทำโดยศูนย์หนังสือเชียงใหม่ 2520ก็ปรากฏบทความของสุเทพ สุนทรเภสัช "กวีกับกวีนิพนธ์"(158-162) สังคมศาสตร์ปริทัศน์ ปีที่ 3 ฉ.1 พ.ศ.2508:79-81การอ่านบทกวี ก็เป็นการเคี้ยวกลืนยากเย็นแสนเข็ญ-หนังสือ ลับ ลวง พราง ของวาสนา อ้างถึงการปฏิวัติ ด้วยมือถือ (109-112)
-เลนิน รัฐสภาเอง ก็เป็นเวทีหนึ่งของการต่อสู้ทางชนชั้น(241) เลนินกับวัฒนธรรม(393) อูเช็ปเป ฟิโอรี.เขียน. ชีวิตของอันโตนิโอ กรัมชี. นฤมล-ประทีป นครชัย แปล (มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2526)  อยากจะเขียนแทบตาย (จริงๆนะ) เรียนรู้การเขียนจากประสบการณ์นักเขียน นักอยากเขียน 2 แบบ 1.อ่านมาก(ภาษาลงตัวและสะสมเนื้อหา) 2.อัดอั้น  ถ้าทั้งสองอย่างรวมกันก็ดี
-Dark and lightness-Linear and Horizon-Abstract and concreate-Old gril อดีต VS อนาคต คนจัดฉาก(คนแก่) เป็นตากล้องแอบรัก สาว แต่อนาคตกับอดีตมาบรรจบชีวิตสุดท้าย แก่ใบไม้ร่วง เหตุการณ์ถ่ายหนังล่องเรือสรพงศ์ดื่มเหล้านั่งแพลอยน้ำพร้อมเพื่อนกล้องกับพระเอก กับนางเอก กับผู้ร้าย/เด็กชาย คือ master สำหรับภาษาอังกฤษ และmaster แปลว่า ครู ได้ด้วย ส่วนเด็กหญิง ก็แปลเป็นอังกฤษว่า miss baboo [N] นาย (คำนำหน้าชื่อชายฮินดูเท่ากับ Mr.ในภาษาอังกฤษ), Syn. babu
-ผมยกตัวอย่าง ปัญหาชาวนา เรื่องที่ดิน หนี้สิน สิทธิของชาวนา  และตัวอย่างต่อมาเราจะเห็นช้างเร่ร่อน ซึ่งมันเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน จนแทบเป็นปัญหาโครงสร้างแบบบ้าน หรือประเทศ แก้ไขไม่ได้ เช่น โฆษณาทีวี เคยนำเสนอว่า เราเอาเงิน นาฬิกาทั้งหมดให้คนเลี้ยงช้าง นำช้างกลับไปสู่ธรรมชาติ มันก็ไม่ง่ายเหมือนกับโฆษณาทีวี น่ะครับ
-อิทธิพลของสื่อ ตามทฤษฎีของนักสื่อสารมวลชน ที่ว่า พูดมาก พูดนาน จากไม่เชื่อ ก็อาจทำให้ลังเล หรือเปลี่ยนใจตาม “เขาว่า” ได้เหมือนกันเครื่องบินกระดาษอาศัยแรงลม และกลศาสตร์
-ความมืดของกลางคืน จินตนาการ จากปลายท่อน้ำ และเส้นทางของความเป็นเมือง กับชนบท-แหวนตะกร้อหรือแหวนพิรอดของหลวงพ่อขวัญ-บ.แฟน ที่เชียงของ-สุนทรียเสวนา  คือ การฟังอย่างตั้งใจเพื่อเข้าใจกัน-จุดยืน ช่องทาง ช่องว่าง ช่องสื่อสาร ช่อง-นาฬิกาถ่านหมด ปัญหาแบตฯโทรศัพท์มือถือ และร่ม-นวัตกรรมแห่งการปรับตัวรูปแบบต่างๆ ขาดการเชื่อมประสานอย่างเป็นระบบ และขาดทิศทางองค์รวม ลักษณะแยกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า(proble-solving efforts) ออจากการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ(total systemic change) จากภาวะแตกเป็นส่วนเสี้ยว(fragmented)และภาวะตัวใครตัวมัน(individual) อันเป็นอุปสรรคของการเข้าใจตนเองของชาวมหาวิทยาลัย ภายใต้โลกาภิวัตน์และกลไกตลาดทำให้เกิดประชาคมแตกตัวในภาวะซับซ้อน(complexity)-จะรอดหรือไม่รอดขึ้นอยู่กับพวกเรา ทั้งหมด โดยศรีบูรพากล่าวไว้-มองเมฆทะลุจักรวาล-A plan for the improvement of spelling in the English language
By Mark Twain http://www.plainlanguage.gov/examples/humor/marktwain.cfm
—————
Fri Feb 19, 2010 3:38 pm EST/The REAL medal count: U.S. has fewer golds than Germany, Norway By Chris Chase
http://sports.yahoo.com/olympics/vancouver/blog/fourth_place_medal/post/The-REAL-medal-count-Germany-ahead-of-U-S-?urn=oly,220910
-ยุคเทคโนโลยี ส่งอีเมล์-ท้าทาย-ปกป้องเกินไป ครับ-ไทเกอร์วู้ด และกิ๊ก เยอะแยะ-ถ้าคำนวณเป็นตัวเลข เช่น คำพูดเกี่ยวกับการแสดงออกความรัก มาเป็นตัวเลขที่คุณพูดออกไป 1/3 หรือ การพูดว่าความรักส่วนใหญ่ รักที่แท้จริง คือ 80% เป็นรักที่ขมขื่น และทรมาน และทุกๆ 1นาที จะมีคนเลิกกัน 1 คู่ บนโลกนี้ เหมือนกับการเกิดของคน?-ภาพยนตร์เรื่องป.ล.ผมรักคุณ
Daniel Powter – Best of Me
I wasn’t mean the wrong way Won’t you do me the right way Where you gonna be tonight Coz I won’t stay too long Maybe you’re the light for me
When you talk to me it strikes me Won’t somebody help me Coz I don’t feel too strong Was there something that I said Was there something that I did
Or the combination I broke that did me have You know I’m hoping you sing alone Though it’s not your favorite song Don’t wanna be the wind just nothing left to say
You know that someone those spin again When you do you need a friend Don’t wanna be the wind just nothing left for me And I hate the thought finally been erased
Baby that’s the best of me

Everything’s behind you But the whole place I sit besides you Living in every moment Have I wasted all your time Was there something that I said
Was there something that I did Or the combination I broke that did me have You know I’m hoping you sing alone Though it’s not your favorite song
Don’t wanna be the wind just nothing left to say You know that someone those spin again When you do you need a friend Don’t wanna be the wind just nothing left for me And I hate the thought finally been erased Baby that’s the best of me Baby that’s the best of me
http://www.siamzone.com/music/lyric/index.php?artist=Daniel%20Powter&mode=view&song=Best%20of%20Me

เนื้อเพลง โดยสารมากับกำลังใจ – เสถียร ทำมือ ชุดที่ 4 โดยสารมากับกำลังใจ
ใต้ตะวันดวงเดียวกัน เราโดยสารวันเวลา ล่องเรือชีวิตมาร่วมทางเมื่อครั้งหนึ่ง ภาพแห่งความทรงจำงดงามยังติดตรึง อยู่ในความคิดถึงตลอดมา ใต้ดวงดาวดวงเดียวกัน บนทางฝันอันยาวไกล ให้รู้มีใจหนึ่งใจ ห่วงใยทุกเวลา หากว่ามีสิ่งใดทำให้ใจเธอเหนื่อยล้า ให้รู้ว่าฉันยังเป็นห่วงเธอ
จะเป็นกำลังใจให้กันและกัน บนทางที่ฝันจะคิดถึงกันเสมอ สักวันลมพัดทวนคงได้หวนมาเจอ มีฉันและเธออยู่เคียงข้างอย่างนั้น**หากมองดาวดวงเดียวกัน ใช่เธอนั้นจะเดียวดาย ความหวังยังทอประกาย ดอกไม้ยังแย้มบาน ทุกข์จะหนักเพียงใด ขอเพียงใจเธอมุ่งมั่น
เรือโดยสารความฝันคงถึงฝั่ง ( ซ้ำ * , ** )เรือโดยสาร ความฝันคงถึงฝั่ง
http://luktungmusiconline.exteen.com/20081029/entry-15
-So we beat on,boats against the current,borne back ceaselessly into the past.-จากตอนจบของนิยายThe Great GatsbyของFitzgerald
 
วันที่ 29 ธันวา 53
หลายวันก่อน ที่ผมอยู่กทม. ซึ่งผมมีโอกาสไปร่วมกิจกรรมเดินสำรวจแถวตลาดนางเลิ้ง วัง และวัด ฯลฯ เช่น ผมไปวัดสุนทรธรรมทาน หรือวัดแค(วัดแค่ ที่แปลว่าวัดใกล้ๆ) หรือวัดสนามกระบือ ที่มีรูปปั้นครึ่งตัวของมิตร ชัยบัญชา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาในหนังเรื่องOctober sonata และผมก็ได้คู่มือนำเที่ยว ฉบับย่อ มาด้วยที่มีเรื่องราวบ้านเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี(สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ทั้งที่ ผมไม่อยากแบกหนังสืออะไรมากมาย เหมือนกับผมเผลอซื้อหนังสือมาสองเล่ม ฤดูกาลในนรก(A SEASON IN HELL) เป็นบทกวีของนักเขียนหนุ่ม ที่ตายไปแล้ว ผู้น่าสนใจตลอดกาล คือ แร็มโบด์(Arthur Rimbaud) สำหรับผม ซึ่งผมเคยเขียนเล่าถึงชีวิตเร่ร่อนพเนจรของเขาไปบ้างแล้ว และคนแปลที่ผมรู้จักเคยพบเจอกัน รวมทั้งคนแปลเสียชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย และหนังสือเรื่องกำเนิดโทรทัศน์ไทยฯ เนื่องจากราคาถูก และผมเคยนำเสนอบทความโดยอ้างอิงจากหนังสือเล่มนี้ นั่นเอง
เมื่อวาน เพื่อนของผม แวะมาหาให้ผมช่วยทำแบบสอบถามเรื่องสิน เชื่อรถยนต์…ส่วนผมก็คิดต่อถึงเรื่องsmall is beautiful ในแง่มุมเศรษฐศาสตร์ และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือแสงอาทิตย์ ฯลฯ…หลังเสร็จสิ้นงานต้อนรับปีใหม่เพียงไม่กี่วัน บริษัททาทาของอินเดียก็จุดพลุขึ้นในวงการรถยนต์ ด้วยการเผยโฉมหน้า รถคันล่าสุดของบริษัท รถคันนั้นชื่อ "นาโน" ซึ่งหมายความว่าขนาดจิ๋ว แต่ชื่ออันโก้เก๋และ ดูล้ำสมัยนั้น มิใช่ปัจจัยที่กระตุกความสนใจของผู้อยู่ในวงการ หากเป็นขนาด และราคาของมัน ซึ่งบริษัทประกาศว่าจะอยู่ที่ 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ ทาทามิใช่บริษัทเดียว ที่กำลังหาทางสร้างรถขนาดจิ๋ว ราคาถูก บริษัทยักษ์ใหญ่ในทุกทวีป ก็กำลังพยายามทำเช่นกัน ขณะนี้ทั่วทวีปยุโรป จึงมีรถขนาดเล็กวิ่งอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะในอิตาลี บรรดาปัจจัยสำคัญๆ ที่ผลักดันให้ผู้ผลิตรถยนต์ พยายามหาทางลดขนาดของรถลงได้แก่ ความแออัด และการขาดแคลนน้ำมันปิโตรเลียม จนราคาของมันพุ่งขึ้นไปเหยียบบาร์เรลละ 100 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อปลาย ปี 2550 แม้แต่ชาวอเมริกันเอง ซึ่งตามธรรมดานิยมรถขนาดใหญ่ก็หันมาใช้รถขนาดเล็กมากขึ้น…-Small Is Still Beautiful จิ๋วก็ยังแจ๋ว หรือ ชนะก็คือแพ้ จากคอลัมน์ ผ่ามันสมองของปราชญ์…http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2008q1/2008march03p4.htm
-เราจะทำอย่างไรกับการแก้ปัญหาอย่างไทยๆ เปรียบเทียบกับเรื่องความคิดสร้างสรรค์ สำหรับเรียนรู้แนวทางการแก้ปัญหาของต่างประเทศ แน่นอน การศึกษาโดยวิธีเปรียบเทียบ ก็มีทั้งวรรณคดีเปรียบเทียบ เศรษฐศาสตร์เปรียบเทียบ และการเมืองเปรียบเทียบ ฯลฯ เป็นต้น
The spectre of comparisons: nationalism, Southeast Asia, and the world โดย Benedict Richard O’Gorman Anderson เป็นหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งผมสนใจเรื่อยมา ลองดูเพิ่มเติม ที่http://books.google.co.th/books?
-เมื่อผมคิดถึงวันที่ตัวเองนั่งรถตู้ในกทม. และการระดมสมอง ในสังคมแห่งความเร็วของยุคคลื่นลูกที่สาม เมื่อโลกแห่งอินเตอร์เน็ตเป็นข่าวสาร สื่อถึงกัน แต่ว่าเราจะลดความช้าของรถยนต์ กรณีรถตู้ชนรถยนต์ ในความมั่นคงของความปลอดภัย กับสังคมที่ชื่นชอบขับรถเร็ว เพื่อข้ามพ้นแก้ปัญหาแบบไทยๆ โดยกฏหมาย และปฏิรูปรถตู้ไม่พอ แก้ไม่ตรงจุดของคน ในฐานะมุมมองของเศรษฐศาสตร์ ความยุติธรรม จริยธรรม หรือกรณีประโยครณรงค์ที่ว่าขับรถปลอดภัย ถวายในหลวง นั่นก็คือ ความจริงสังคมต้องตระหนักลดการใช้รถยนต์ ให้มากขึ้น
-หลายเรื่อง หลายข่าวผ่านไป แล้วก็ลืมกันไป เมื่อผมย้อนดูบันทึกของตัวเอง และสมองของตัวเอง ในเรื่องอารมณ์ และเหตุผล ในความทรงจำของผม และสังคมสื่อมวลชน แม้แต่เรื่องเคอิโงะตามหาพ่อ ก็ตาม ในตอนนี้ก็หายไปจากสื่อมวลชน ดังนั้น เรื่องราวบางเรื่องก็เป็นมูลค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ ลองอ่านเรื่องเศรษฐศาสตร์แห่งชีวิตดูกัน ครับ The Logic of Life หรือชื่อภาษาไทยว่า เศรษฐศาสตร์แห่งชีวิต เป็น “ตอนต่อ” ของ The Undercover Economist (ฉบับแปลไทยชื่อ “นักสืบเศรษฐศาสตร์”)… (จากบทนำของหนังสือ)…ในขณะที่ The Undercover Economist หนังสือเล่มแรกของฮาร์ฟอร์ด (ซึ่งสำนักพิมพ์มติชนได้ตีพิมพ์ภายใต้ชื่อ นักสืบเศรษฐศาสตร์) แนะนำหลักการเศรษฐศาสตร์ทั้งระดับมหภาค (คือระดับชาติ) และจุลภาค (คือระดับบริษัทและผู้บริโภค) ต่อสาธารณชนด้วยภาษาที่สละสลวย และตัวอย่างที่เข้าใจง่าย หนังสือตอนต่อคือ The Logic of Life ที่ท่านถืออยู่ในมือเล่มนี้นำชุดเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ไปวิเคราะห์เจาะลึกชีวิตประจำวันของมนุษย์ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพฤติกรรมที่เราอาจมองว่าไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิงหรือเป็นผลลัพธ์ของอารมณ์ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวนั้น แท้จริงแล้วอาจเป็นผลพวงของการตัดสินใจอย่าง “มีเหตุมีผล” (rational) ที่เราอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอยู่ ความสำเร็จของฮาร์ฟอร์ดในการชี้ให้เห็น ‘ตรรกะของชีวิต’ ที่ซ่อนอยู่รอบตัวเรา โดยเฉพาะในปริมณฑลที่เราอาจไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องของความมีเหตุมีผล เช่น ชีวิตคู่ แหล่งเสื่อมโทรมในเมือง ถิ่นที่ดูจะสะท้อนทัศนคติที่เหยียดผิว ชีวิตในออฟฟิศ การไปออกเสียงเลือกตั้ง ฯลฯ เป็นผลจากชั้นเชิงทางภาษาและความสามารถระดับหาตัวจับยากในการสังเคราะห์งานวิจัยจำนวนมาก โดยเฉพาะในสาขาที่กำลังขยับขยายพรมแดนความรู้ทางเศรษฐศาสตร์อย่างน่าตื่นเต้นแต่คนทั่วไปอาจจะยังไม่รู้จัก อาทิเช่น ทฤษฎีเกม และเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (behavioral economics) ผู้แปลเชื่อว่าแนวคิด ทฤษฏี และผลการวิจัยและการค้นพบต่างๆ ที่ฮาร์ฟอร์ดถ่ายทอดอย่างสนุกสนานใน The Logic of Life ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ลบล้างภาพพจน์ที่ว่าเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ ‘น่าเบื่อ’ และ ‘เข้าใจยาก’ ที่ยอดเยี่ยมเล่มหนึ่ง และน่าจะกระตุ้นให้เด็กหันมาสนใจศึกษาเศรษฐศาสตร์และวาดฝันอยากเป็นนักเศรษฐศาสตร์อาชีพกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ฮาร์ฟอร์ดดูจะให้น้ำหนักกับการถ่ายทอดเศรษฐศาสตร์ให้เป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย มากเสียจนละเลยหรือลดทอนปัจจัยสำคัญหลายประการที่อยู่นอกชุดคำอธิบายที่เขาใช้ในแต่ละประเด็น ในทางที่อาจทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่าความมีเหตุมีผลเป็นปัจจัยหลักเพียงหนึ่งเดียวที่ส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ หรือไพล่ไปคิดว่านักเศรษฐศาสตร์เป็นพหูสูตผู้อธิบายได้ทุกเรื่อง
ยกตัวอย่างเช่น ฮาร์ฟอร์ดอธิบายอัตราการเพิ่มขึ้นของออรัลเซ็กซ์ในรอบทศวรรษที่ผ่านมาราวกับว่านี่เป็นเพียงปฏิกิริยาที่มีเหตุมีผลต่อความเสี่ยงที่จะติดโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศอื่นๆ โดยไม่พูดถึงปัจจัยอื่นๆ นอกกรอบคิดของเขาที่น่าจะส่งอิทธิพลไม่แพ้กัน เช่น ความแพร่หลายของสื่อลามกและการถ่ายทอดเซ็กซ์รูปแบบต่างๆ ในภาพยนตร์กระแสหลักที่ทำอย่างเปิดเผยและท้าทายมาตรวัดทางศีลธรรมยุคคุณย่า น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนรุ่นใหม่ให้มองว่าพฤติกรรมทางเพศหลายอย่างที่คนรุ่นก่อนมองว่าล่อแหลมหรือต้องห้ามนั้น เป็น ‘เรื่องธรรมดา’ ที่ไม่มีอะไรต้องอาย ปัจจัยที่สำคัญแต่อยู่นอกกรอบคิดที่ว่ามนุษย์มีเหตุมีผลทำนองนี้น่าจะช่วยอธิบายด้วยว่า เหตุใดคนจำนวนมากในหลายเมืองหลายประเทศทั่วโลกจึงยังไปออกเสียงเลือกตั้งกันอย่างกระตือรือร้น ทั้งๆ ที่เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วในตรรกะที่ฮาร์ฟอร์ดพยายามยืนยัน นั่นคือ เสียงของเราแต่ละคนนั้น ‘ตัดสิน’ การเลือกตั้งไม่ได้ บางที คุณค่าที่อาจดูไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิงเมื่อมองจากแว่นของความมีเหตุมีผล (ซึ่งก็ตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่ามนุษย์คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก) อย่าง “ประโยชน์สาธารณะ” หรือ “หน้าที่ของพลเมือง” อาจมีความสำคัญมากกว่าที่ฮาร์ฟอร์ดพยายามหว่านล้อมให้เราเชื่อก็ได้ น่าเสียดายที่เขาไม่ให้น้ำหนักกับปัจจัย ‘ไร้เหตุผล’ เหล่านี้เท่าที่ควร เพราะโลกจริงมีปัจจัยที่สลับซับซ้อนมากกว่าการแข่งขันโป๊กเกอร์หลายเท่า นอกจากฮาร์ฟอร์ดจะทำให้นักเศรษฐศาสตร์และแนวคิดเรื่องความมีเหตุมีผลใน The Logic of Life “ดูดี” กว่าในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว ความที่เขาพยายามชี้ให้เห็นข้อจำกัดของการทดลองหลายกรณีในเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม มากกว่าจะชี้แง่ดีหรือประโยชน์ของการทดลองดังกล่าว ก็ได้ก่อให้เกิดวิวาทะระหว่างเขากับนักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมชั้นแนวหน้าหลายคน โดยเฉพาะแดน อารีลลี ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Predictably Irrational (ความไร้เหตุผลที่เดาได้) ผู้แปลคิดว่าวิวาทะแบบนี้คือสิ่งที่น่ายินดีและน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจะช่วยทำให้องค์ความรู้ของเศรษฐศาสตร์มีความกว้างขวางและเที่ยงตรงกว่าเดิม ผู้อ่านที่สนใจติดตามวิวาทะดังกล่าวสามารถอ่านสรุปได้จากเว็บ http://www.omnivoracious.com/HarfordandAriely.html ผู้แปลคิดว่าทุกคนที่อ่าน The Logic of Life พึงสังวรว่า การใช้ “ความมีเหตุมีผล” แบบนักเศรษฐศาสตร์นั้นมีประโยชน์ในการค้นหาเหตุผลว่าเหตุใดคนจึงทำสิ่งต่างๆ ก็จริง แต่มันห่างไกลจากการเป็นเลนส์เพียง “หนึ่งเดียว” ที่อธิบายโลกแห่งความจริง งานวิจัยจำนวนมาก โดยเฉพาะในสาขาจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์สมอง ได้พิสูจน์จนสิ้นสงสัยแล้วว่าสมองส่วน limbic ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอารมณ์ความรู้สึกนั้น มักจะทำงานหนักกว่าสมองส่วน cerebral cortex ซึ่งเป็นต้นตอของการใช้เหตุผล ดังนั้น ในขณะที่ฮาร์ฟอร์ดยืนยันกับเราว่า “…พฤติกรรมที่มีเหตุมีผล ของคนแต่ละคน อาจส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ไร้เหตุผลต่อสังคม” (บทที่ 5) นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมอย่างแดน อาริลลี ก็คงอยากเสริมว่า “พฤติกรรมที่ไร้เหตุผล” (irrational) ของคนแต่ละคนนั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน และดังนั้นจึงเป็นหัวข้อที่นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมกำลังศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ
http://www.fringer.org/?p=417
เมื่อปีที่แล้วของเดือนนี้ ผมอ้างอิงเรื่องสมอง คือ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสมองที่พบว่า ในแต่ละวันนั้น มนุษย์คิดเยอะมาก โดยเฉลี่ยก็คือ พวกเราแต่ละคนมีเรื่องที่คิดผ่านหัวสมองของเราวันละ ๔๕,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ เรื่อง ในช่วงเวลาที่เราตื่น นั่นหมายความว่า ในแต่ละนาทีจะมี “ความคิดไหลผ่านหัวสมอง” ของเราหลายสิบเรื่องเลยทีเดียว ปัญหาก็คือว่า ๙๕% ของความคิดเหล่านี้ เป็น “ความคิดเก่าๆ” ที่ “ซ้ำๆ ซากๆ” เป็นความคิดที่เราเคยคิดไว้แล้วเมื่อวานนี้ เมื่อสองสามวันก่อน เมื่อสัปดาห์ก่อน เมื่อเดือนก่อนหรือแม้แต่เมื่อหลายปีก่อน ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ๘๐% ของความคิดเหล่านี้เป็น “ความคิดด้านลบ” ครับ “ความคิดลบๆ” เหล่านี้จะนำไปสู่ “อารมณ์ด้านลบ” และ “ความไม่สบายใจหรือความทุกข์ใจทั้งหลายนั่นเอง ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์อีกชุดหนึ่งพบว่า “ความคิดลบๆ” นั้น “เกาะติด” กับเซลล์สมองได้แน่นหนามาก ในขณะที่ “ความคิดด้านบวก” นั้น “หลุดลื่น” ไปจากสมองได้ง่ายกว่ามากๆ ด้วยพื้นฐานความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสมอง เหล่านี้ จึงทำให้ท่านผู้อ่านเข้าใจได้แล้วกระมังครับว่า ทำไมพวกเราจึงได้ทุกข์ใจกันได้ง่ายดายนัก แต่ “ข่าวดี” ในเรื่องงานวิจัยทางสมองอีกชิ้นหนึ่งอธิบายได้ว่า “เครือข่ายด้านลบ” ของสมองเกาะแน่นได้มากกว่า “เครือข่ายด้านบวก” ก็เป็นเพราะว่า “ตัวเราเอง” นั่นแหละที่ไป “ซ้ำๆ ซากๆ” ให้เครือข่ายเหล่านั้นเกาะตัวกันแน่น “เครือข่ายในสมอง” ไม่ว่าจะเป็นบวกหรือลบ จะเกาะแน่นหนามากขึ้น หากว่าเราใช้มันบ่อยๆ เหมือนกล้ามเนื้อที่เราใช้บ่อยๆ ก็จะแข็งแรง แน่นหนา ด้วยความเข้าใจในข้อมูลข้างต้นนี้ เราคงจะเห็นแล้วนะครับว่า คงจะมีหลายวิธีการในการช่วยให้ตัวเรามีความทุกข์ได้น้อยลงบ้าง หนึ่ง คือ การทำให้จำนวนความคิดในแต่ละนาทีลดน้อยลง เพราะจำนวนความคิดที่มากๆ เหล่านั้น ส่วนใหญ่เป็นความคิดด้านลบ วิธีการที่จะทำให้ความคิดต่างๆ ลดน้อยลง ก็คือ “เราจะต้องช้าลง” อยู่กับความจริงตรงหน้าให้มากขึ้น ถ้าเราสามารถอยู่กับความจริงตรงหน้าได้มากขึ้น จำนวนความคิดจะค่อยๆ ลดลงเอง เพราะความคิดจำนวนมากคือความคิดที่เราคิดถึงอดีต และความคิดที่นึกถึงอนาคต วิตกกังวลเรื่องนี้ ห่วงเรื่องนั้น ต่างๆ นานา สอง ก็คือเราต้องตั้งใจ “แช่” กับ “ความรู้สึกดีๆ” หรือ “ความคิดด้านบวก” ให้มากขึ้น เพราะข้อมูลเรื่องสมองบอกว่า ความสุขนั้นหลุดลอยไปจากสมองได้ง่าย ในขณะที่ความทุกข์ใจฝังแน่นในเซลล์สมองได้ดีกว่า “วิธีการแช่” ที่ดีวิธีหนึ่ง ก็คือ “การเขียนบันทึก” ถึง “ช่วงเวลาแห่งความสุข” บ่อยๆ และแช่กับอารมณ์ดีๆ ตรงนั้นให้นานขึ้นกว่าเดิมอีกสักเล็กน้อย ถ้าเราสามารถฝึก “เขียนบันทึก” ถึงเรื่องเหล่านี้ ความรู้สึกเหล่านี้ได้เป็นประจำทุกๆ วันก็ยิ่งดี http://newheartnewlife.net/wordpress/?p=449
เมื่อปีที่แล้วนั้น ก็ผมบันทึกเรื่องนี้ไว้ ครับ ซึ่งปีนี้ผมก็มีเรื่องน่าสนใจในสมองต่อ คือ อารมณ์จะกระตุ้นสมองได้เร็วกว่าการคิดด้วยเหตุผลถึง 3,000เท่า และอารมณ์ยังทำงานต่อเนื่องด้วยการกระตุ้นทัศนคติและพฤติกรรมของเรา…งานวิจัยของAntonio Damasio นักประสาทวิทยา(Neuroscicnce) ชาวลิสบอน ที่ระบุว่าปัจจัยที่กระตุ้นให้เรามีอารมณ์เป็นสุขนั้นเป็นเรื่องพื้นฐานเหลือเกิน เพียงแค่เราได้กลิ่นหอม ก็ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นร้อยละ 75% ได้ยินเสียงไพเราะช่วยกระตุ้นความสุนทรีย์ได้ร้อยละ 65 ได้เห็นภาพสวยๆ ช่วยได้ร้อยละ 46 ได้รับสัมผัสอบอุ่นช่วยให้เกิดความพึงพอใจร้อยละ 29 และได้ลิ้มลองรสชาติที่ถูกลิ้นช่วยได้ร้อยละ 23(คิด creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์ ธันวา 53 ปีที่2 ฉ.3) นี่เป็นตัวอย่างเรื่องสมองชวนคิดเรื่องสมองกับความช้า(slow) ทั้งภาพของหนังเรื่องChungking Express ที่มีภาพสโลโมชั่น รวมทั้งภาพหัวของนางเอกกับฉากslow ว่าการคิดที่เราต้องช้าลง และแช่ความรู้สึกดีๆ ทางอารมณ์ความรู้สึกด้านบวกในเซลล์ประสาทสมอง ครับ
แน่นอนว่า ผมยังมีข้อมูล และข้อความต่างๆ ค้างคายังไม่ได้เขียนถึงอีกเยอะแยะ จึงทำการอัดข้อมูลจากปีที่แล้ว และข้ามปี ดังนี้
-ความฝันถึงเจ๊หม่วย น้ำแข็งใสใส่สุขภาพกายและใจ ทำให้นึกถึงคนข้างบ้าน ที่นั่งรถไฟตอนเช้าไปทำงานที่พิษณุโลก ซึ่งเมืองใหญ่กว่าพิจิตร เขานั่งรถไฟเพื่อทำงานหาเงินให้ครอบครัว และลูกๆ ทุกวัน ทั้งสองเล่าเป็นเรื่องราวคนไทยเชื้อสายจีน สะท้อนความเข้าใจฉันท์พี่น้องไทย-จีน นั่นเอง
-เมื่อกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการโดนหมายจับคดี…-สิ่งที่ท้าทาย กล้ามเนื้อเมื่อยล้า ยืดตัวโดยทลายขีดจำกัดเดิม ให้ร่างกาย ผนวกกับจินตนาการ น่ะครับ-รถไฟฟรี,รถเมล์ฟรี แต่รถตู้ไม่ฟรี เป็นของเอกชน-คนแบบนี้ยังมีอยู่เหรอเปล่า คนที่แค่เห็นหน้าก็ผู้ที่ตัวเองชอบ แค่แว่บหนึ่งก็ยังดี-คำว่า เพื่อน ที่มีคำต่อท้ายหลายอย่างนอกจาก คำว่า เพื่อนร่วมชาติ หลายครั้งที่ผมนึกถึงเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน เพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนร่วมงานแต่งงาน ต่างๆผมนึกถึงเพื่อนสนิทของผม ซึ่งมันบอกว่าจะให้ผมวาดรูปการ์ตูนประกอบพรีเซ็นเตชั่นงานแต่งงาน  ตอนนี้มันเงียบไป และน้องพิม ผู้ที่ผมรู้จักมานานบอกว่าปีหน้าแต่งงาน-แว่นตาทำร้ายคุณบ้างไหม-ตำรวจใบสั่งจอดรถมอเตอร์ไซด์ถึงหลบฝน -พี่อ้อย F16 กับเรื่องเล่าถึงนครราชสีมา The Mall -ผมแวะไปเจอใครบางคน ที่อยากเจอ….-ดอกลมแล้ง และรุ่งเรือง ลายเซ็นต์ที่ร้านกาแฟประชานิยม ก็โหยหาอดีต-ฟื้นความทรงจำเก่า-เฮ้ออออ-รวมใจไทย ภาพยนตร์ยุคจอมพลป.และข้อมูลน่าสนใจโดยคุณศักดินา เป็นคนพูดถึงเรื่องนี้ ในรายการหนังกลางแปลง-สันติภาพเกิดขึ้นในประเทศพม่าโดยเร็ววัน รวมถึงสันติสุขในในประชาคมอาเซียน เพื่อให้คำขวัญของอาเซียนที่ว่า “One Vision , One Identity , One Community” เป็นจริงร่วมกัน-การเดินทางรอบโลก แล้วหันหลังกลับ ก็เตินวนมาที่เดิมแล้ว คนถูกสั่งให้ซ้ายหันขวาหันได้ นานเหรอ หน้าเดิน ซ้ายหัน ขวาหัน-การจัดงาน 24 มิถุนา-คนปลอมตัวเป็นพวกเรา-เครื่องจับเท็จ-ปลาวาฬ ก็วิวัฒนาการจากสัตว์บกเป็นสัตว์น้ำ-เส้นแบ่งของศิลปะ กับขยะ ขึ้นอยู่กับพ่อค้าเป็นผู้ขาย และคนวาดกับจิตรกร-เส้นตึงเสียงกล้ามเนื้อ
-แพะ ลาโง่ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า–ภาพยนตร์-ไอ้หนุ่มหมัดเมา-เปาบุ้นจิ้น อำมาตย์ผู้รักความยุติธรรม คุณเป็นอำมาตย์ที่มีความซื่อสัตย์ ไม่คดโกงชาติบ้านเมือง กล้าชนกับผู้มีสีและอิทธิพลต่างๆ ตรงไปตรงมารักความยุติธรรมดุจเปาบุ้นจิ้น นับเป็นโชคดีของดินแดนแห่งนี้ที่สวรรค์ส่งคุณมาเป็นอำมาตย์-แหม่มจ๋า 2518 -โตเปล่าวนี้ ยังไมรู้ว่า แหม่มรักเสือเจียน รู้ได้ไง ก็ดูตาก็รู้แล้ว-มหาราชดำ 2524  -อับอายฟ้าดิ-อุกาฟ้าเหลือง-มีนากะ พระอาทิตย์ -การใส่กิโมโน ขวาทับซ้ายสำหรับคนตาย แล้วมัดเชือกรองเท้า-วิวาห์จำแลง-หย่า เพราะมีชู้-เฉิ่ม ฉ่ำ ฉลุย
-เฮง สองร้อยปี -หนังคู่พายุฟัด และเฉินกวางซี-แรงเทียน-เธอหลอก เพราะรัก และราตรี เสียทั้งผัว และพ่อของลูกถึงความรัก-อสุจ๊าก-เมื่อนึกถึงเรื่องเวียดนาม และหูเตียว เป็นพวกแรงงานเวียดนามชอบกินมากกว่า เฝอ และรายการหนังสั้นไทย เคยเสนอ ไอเดีย เปรียบเทียบเฝอ อาหารเวียดนาม อิทธิพลจีน กับคนไทย ต่างๆแป้งเฝอ ทำจากข้าว และกระดูก เนื้อวัว
เฝอ เอกลักษณ์ของชาติ มุก เปรอะเปื้อน ศาสนาไม่ถูกเลิกนับถือ เมื่อมีวิทยาศาสตร์
————-
บางครั้ง แผ่นหนัง ที่สะสม มีปกอยู่ก็อาจจะหายไป เหมือนสิ่งของเก่าที่ต้องเก็บไว้ระลึกความหลัง เช่น ม้วนวิดิโอ ในบ้านของผม และบัตรโทรศัพท์ ซึ่งเมื่อก่อนเราเคยใช้บัตรโทรศัพท์ สอดบัตรใส่เครื่องโทรศัพท์สาธารณะ ยามที่คิดถึงใครสักคน สิ่งที่ผมเขียน สื่อถึงกังอีกิม โดยขอมอบเพลงนี้ น่ะครับ
Beatles – I’ve Got a Feeling
I’ve got a feeling, a feeling deep inside Oh yeah, Oh yeah. (that’s right.) I’ve got a feeling, a feeling I can’t hide Oh no. no. Oh no! Oh no.Yeah! Yeah! I’ve got a feeling. Yeah! Oh please believe me, I’d hate to miss the train Oh yeah, yeah, oh yeah.And if you leave me I won’t be late again Oh no, oh no, oh no.Yeah Yeah I’ve got a feeling, yeah.I got a feeling.All these years I’ve been wandering around,Wondering how come nobody told me All that I was looking for was somebody Who looked like you.I’ve got a feeling that keeps me on my toes Oh yeah, Oh yeah.I’ve got a feeling, I think that everybody knows.Oh yeah, Oh yeah, Oh yeah.Yeah! Yeah! I’ve got a feeling. Yeah!Ev’rybody had a hard year.Ev’rybody had a good time.Ev’rybody had a wet dream.Ev’rybody saw the sunshine.Oh yeah, Oh yeah. Oh Yeah.Ev’rybody had a good year.Ev’rybody let their hair down.Ev’rybody pulled their socks up. (yeah.)Ev’rybody put their foot down. Oh yeah. Yeah! WOOOOHOO!
http://www.youtube.com/watch?v=uJPmB6HqcTY&NR=1
 
วันที่ 30 ธันวา 53
ผมเตรียมพร้อมรับปีใหม่ เมื่อต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง เพราะว่า ตอนผมไปกทม.ก็แวะไปหารุ่นพี่ ที่อยู่หอเดียวกัน แต่เขาเช่าห้องในหอพักทิ้งไว้ ร่วมกับรุ่นพี่อีกคนหนึ่ง ซึ่งทั้งสองคนไปทำงานอยู่กทม.และผมแวะไปนอนห้องพักเขาที่ใกล้ที่ทำงาน เนื่องจากเขาบอกว่า นั่นเป็นคืนที่มีการเลี้ยงอำลาอาชีพครูของเขาด้วย และเขาจะกลับมาชม. ซึ่งข้อมูลหนึ่ง ว่าเจ้าของหอฯ แม่ภานี ก็ได้ขายหอฯไปแล้ว ทว่าผมคิดว่าไม่จริงไม่เชื่อ จนกระทั่งผมมารับรู้ข้อมูลที่แท้จริง หลังจากตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง ก็ทราบว่านั่นเป็นเรื่องจริง อันน่าตะลึง และผมตั้งใจว่าปีใหม่ คงต้องทำความสะอาดห้อง หลายอย่างจัดเก็บหนังสือ ที่มองเห็นแล้วเต็มไปหมด รวมทั้งแผ่นหนังต่างๆ ซึ่งผมต้องเคลียร์ล้างรถมอเตอร์ไซด์ บ้าง แม้ว่าเรื่องบางเรื่องเหมือนคำถามเชิงเศรษฐศาสตร์ว่า ล้างรถไปทำไมเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เปื้อนแล้ว ทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวต่างๆ จากแผ่นหนังเรื่องChungking Express "ผู้หญิงผมทองฟัดหัวใจให้โลกตะลึง"(ชื่อภาษาไทย) The Chinese title translates to "Chungking Jungle", referring to the metaphoric concrete jungle of the city, as well as to Chungking Mansions in Tsim Sha Tsui, where much of the first part of the movie is set. The English title refers to Chungking Mansions and the Midnight Express food stall where Faye works.หว่อง การ์-ไว เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “Chungking Express เป็นจดหมายรักของผมต่อฮ่องกง เหมือนกับที่ Manhattan เป็นจดหมายรักของวู้ดดี้ อัลเลน ต่อนิวยอร์ก”ใครที่ชมหนังเรื่องนี้คงเข้าใจในคำพูดดังกล่าวของหว่อง การ์-ไว   Chungking Express แบ่งเป็นสองเรื่องย่อย ครึ่งแรกของหนัง (นำแสดงโดยจินเฉิงอู่-หลินชิงเสีย) และครึ่งหลังของหนัง (นำแสดงโดยเหลียงเฉาเหว่ย-เฟย์ หว่อง) ให้ภาพคนละด้านของฮ่องกง ครึ่งแรกฝั่งเกาลูน ครึ่งหลังฝั่งฮ่องกง ครึ่งแรกเน้นกลางคืน ครึ่งหลังเน้นกลางวัน ครึ่งแรก Chungking Mansion ครึ่งหลัง Midnight Express ครึ่งแรกสาวลึกลับแว่นดำ ครึ่งแรกสาวเปิดเผยรักเสียงเพลง อย่างไรก็ตาม ทั้งสองครึ่งมีจุดร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง คือสะท้อนความเปลี่ยวเหงาในสังคมฮ่องกงได้อย่างสุนทรีย์ยิ่ง“If memory could be canned , I hope this one will never expire . If an expiry date must be added onto it , let it be 10,000 years.”
ทั้งนี้ เราคิดง่ายๆ ในเรื่องบ้าน ที่มีลูกของพ่อแม่ ก็มีหัวคิดไม่เหมือนกัน และหัวสมองของเรา ต้องคิดคำนวณตัวเลข ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ในความรวดเร็ว หรือช้า(slow) สำหรับทำงาน ในสถานที่ หรือการตัดสินใจหาซื้ออสังหาริมทรัย์ ก็มีหลายเรื่องที่ผมยังค้างเติ่ง เป็นปีข้อความต่างๆ เหล่านี้ ถือเป็นงานเขียนทดลอง ละกัน ครับ
Ronan Keating – When You Say Nothing at All
It’s amazing how you can speak right to my heart Without saying a word, you can light up the dark Try as I may I could never explainWhat I hear when you don’t say a thing The smile on your face lets me know that you need me There’s a truth in your eyes saying you’ll never leave me The touch of your hand says you’ll catch me whenever I fall You say it best.. when you say nothing at all All day long I can hear people talking out loud But when you hold me near, you drown out the crowd (the crowd) Try as they may they can never define What’s been said between your heart and mine The smile on your face lets me know that you need me
There’s a truth in your eyes saying you’ll never leave me The touch of your hand says you’ll catch me whenever I fall You say it best.. when you say nothing at all The smile on your face lets me know that you need me There’s a truth in your eyes saying you’ll never leave me The touch of your hand says you’ll catch me whenever I fall You say it best.. when you say nothing at all (You say it best when you say nothing at all You say it best when you say nothing at all..)The smile on your face The truth in your eyes The touch of your hand Let’s me know that you need me..
http://www.siamzone.com/music/lyric/index.php?mode=view&artist=Ronan%20Keating&song=When%20You%20Say%20Nothing%20at%20All
 
วันที่ 31 ธันวา 53
งานยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีลำพูน หวังสร้างเครือข่าย “คนงาน-ชุมชน” งดเหล้า ยุติความรุนแรง Thu, 2010-11-25 12:58 http://prachatai.com/journal/2010/11/32053 นักศึกษา มช. จัดงานถนนประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้งสโมสรนักศึกษา Wed, 2010-11-17 19:38 http://prachatai.com/journal/2010/11/31934 ใกล้หมดวัน ซึ่งผมทบทวนเรื่องงาน ที่ค้างคาต่างๆ และเมื่อวานได้บังเอิญพบเธอ ก็แว่บคิดอะไรบางอย่าง รวมทั้งงานเลี้ยงกับFriend แม้ว่าวันนี้เป็นวันสิ้นปี ก็คงไม่ต้องกินยานอนหลับคนเดียวเหงาหงอย น่ะครับ  ในหนังเรื่องChungking Express ก็มีเพลงประกอบภาพยนตร์ คือ Dreams (The Cranberries song) ซึ่งผมเอาไว้ปีหน้าเราค่อยฟังเพลงนี้กัน ส่วนเพลงนี้ขอมอบให้กับปีนี้ คือ
Dinah Washington: What Difference A Day Makes
What a diff’rence a day made Twenty-four little hours Brought the sun and the flowers Where there used to be rain My yesterday was blue, dear Today I’m part of you, dear My lonely nights are through, dear (Since you said you were mine) What a diff’rence a day makes There’s a rainbow before me Skies above can’t be stormy Since that moment of bliss That thrilling kiss (It’s heaven when you find romance on your menu) What a diff’rence a day made And the difference is you (What a diff’rence a day makes) (There’s a rainbow before me) (Skies above can’t be stormy) Since that moment of bliss, that thrilling kiss (It’s heaven when you find romance on your menu) What a diff’rence a day made And the difference is you

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s