คลื่นหัวใจเต้นตามความใกล้ชิด+แรงดึงดูดของbrave ปะทะกำแพงหรือพรมแดน-Media In the Mirror

คลื่นหัวใจเต้นตามความใกล้ชิด+แรงดึงดูดของbrave ปะทะกำแพงหรือพรมแดน-Media In the Mirror
 
วันที่ 8 พฤศจิกายน เป็นวันคนสร้างสุข(สสส.) และผมต้องสะสางงานต่างๆ ซึ่งผมอยากสร้างสุขให้เกิดในวันนี้ก็ตาม ครับ… บางคนอาจไม่รู้ว่า วันที่ 8 พฤศจิกายน ถือเป็นวันสำคัญของ “สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ” หรือ สสส. ซึ่งในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 ถือเป็นวันครบรอบการก่อตั้ง สสส.เป็นปีที่ 9…
เมื่อช่วงที่ผมเดินทางกลับบ้าน ทำให้ผมมีโอกาสหยิบหนังสือรวมเรื่องสั้นของซาสตร์ มาอ่านใหม่ คือThe Wall: (Intimacy) and Other Stories by Jean-Paul Sartre (Author)  หรือIntimacy and Other Stories byJean-Paul Sartre (Author)
http://books.google.co.th/books?id=_ze9oH1afhcC&printsec=frontcover&dq=Intimacy+and+Other+Stories&source=bl&ots=gjCPNs4F80&sig=RvJ_u14TQZEqO4yfmNwfvM9z44I&hl=th&ei=8O3GTKjvFILCcevrvKIO&sa=X&oi=book_result&ct=result&resnum=4&ved=0CCMQ6AEwAw#v=onepage&q&f=false
รวมสามเรื่องสั้นของ Jean – Paul Sartre โดยเรื่องสั้นเรื่องเพียงความใกล้ชิด Intimacy – ลูลูเหม็นเบื่อและเอือมระอาผู้ชายเต็มที รีแร็ตก็เลยยุให้เธอหนีจากสามีอองรี แล้วไปอยู่กับปิแอร์ ทีแรกลูลูคิดว่าคงจะทำให้อะไรดีขึ้น แต่แล้ว… ฝันร้าย The Wall – ถึงผมจะไม่ชอบหน้า รามอน กรีส เท่าใดนัก แต่ผมก็ไม่ใช่คนชั่วช้าถึงขนาดคิดจะขายเขาให้พวกฟาลังจิสตา เพียงเพื่อเอาชีวิตรอดหรอก สาบานได้… ฉันจะฆ่าคุณเสียก่อน The Room – ทั้งพ่อและแม่ของอีฟเห็นพ้องต้องกันว่า ลูกสาวผู้น่าสงสารไม่ควรทนทุกข์ทรมานกับปิแอร์ สามีวิปริตปัญญาอ่อนของเธออีกต่อไป ทิ้งมันซะและหาเอาใหม่ ที่มันดีกว่าไอ้คนไร้ประโยชน์อย่างนั้น…
///…ความรัก คือ การให้โดยไม่หวังผลตอบแทน แม้ว่า คุณจะรักคนนิสัยไม่ดี ก็ตาม เพราะความรักไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นผลตอบแทน(จากภาพยนตร์เรื่องฝันโคตรโคตร)
-ผมหยิบยืมนำเอาทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งรักของสเติร์นเบิร์กมานำเสนอ (Sternberg’s Triangular Theory of Love) โรเบิร์ต สเติร์นเบิร์ก ส่วนประกอบของความรักเป็นสามส่วน
1. ไฟสวาท(Passion) คือส่วนประกอบด้านแีรงกระตุ้นเร้า เป็นเชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดความเร่าร้อนนำไปสู่กิจกรรมเข้าจังหวะชึ่ง ๆ โป๊ง ๆ ฉึ่ง มีลักษณะคล้ายการเสพติดที่ทำให้บุคคลรู้สึกถูกกระตุ้นให้ตื่นตัว (ไม่ตื่นจะเข้าจังหวะได้เรอะ) ซ้ำยังก่อให้เกิดความกระหายใคร่อยากอีกด้วย
2. ความผูกพัน (Intimacy) คือส่วนประกอบด้านอารมณ์ความรู้สึกของความรัก หมายถึงการรู้สึกว่าตัวเราผูกพันอยู่กับอีกคน รู้สึกอบอุ่นยามอยู่ใกล้ แบ่งเบาทุกข์แบ่งปันสุขแก่กัน อารมณ์ความรู้สึกใกล้ชิดกัน (คือเขารู้สึกอย่างไรเราก็จะรู้สึกตามไปด้วย) รวมทั้งความต้องการช่วยเหลืออีกฝ่าย แบ่งปันสิ่งที่คิด สิ่งที่รู้สึกอย่างเปิดเผย
3. การให้คำมั่น ความรับผิดชอบ และข้อตกลงร่วมกัน (Commitment…แปลไทยแล้วความหมายมันกว้างเลยเหมากวาดมาเลยละกัน) คือส่วนประกอบด้านความรู้คิดของความรัก หมายถึงการตัดสินใจว่าจะรักใครอย่างมีสติ และคิดจะรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาว แม้ว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามรออยู่เบื้องหน้าก็ตาม
http://www.gconnex.com/knowledge/t1490/
……………….INTIMACY………..การสนิทสนมอย่างลึกซึ้ง………..
Intimacy หมายถึง ความรู้สึก ใกล้ชิด เชื่อมโยงผูกพันและห่วงใยในสวัสดิภาพของอีกฝ่ายหนึ่ง ต้องการให้อีกฝ่ายหนึ่งมีความสุข มีความเข้าใจกัน แบ่งปันซึ่งกันและกัน พูดคุยกันอย่างใกล้ชิด ให้การประคับประคองทางอารมณ์แก่กัน เห็นแก่คุณค่าของกันและไว้วางใจซึ่งกันและกัน Intimacy เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในชีวิตสมรส หรือแม้กระทั่ง การคบกันเป็นคู่รัก  เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่อดทนและฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ Intimacy มีองค์ประกอบดังต่อไปนี้
1.  ความผูกพัน ห่วงใยเอาใจใส่อีกฝ่ายหนึ่งด้วย เอาใจใส่ในสวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ และความรู้สึกซึ่งกันและกัน ดูแลต่อกันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เป็นที่พึ่งพิงของกันได้ในยามลำบาก
2.  การใช้เวลาร่วมกัน 
3.  การเข้าใจในความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้ต่างยกโทษให้กันได้และร่วมมือกันแก้ปัญหา แทนที่จะโกรธหรือทะเลาะกัน …..ต้องอาศัยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการเปิดเผยความรู้สึกนึกคิดต่อกันอย่างอิสระ
4.  การร่วมรับรู้ในความสุข คู่รักต้องสามารถให้ความสุขกับอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร การมีความสนุกสนานร่วมกัน แบ่งปันความสุขและความรู้สึกดี ๆ ให้กัน
5.  การร่วมรับรู้ในความทุกข์ ความรู้สึกเชิงลบหลายอย่าง เช่น ความโกรธ เศร้าเสียใจ ขมขื่น เจ็บปวด รู้สึกผิด ฯลฯ การร่วมรับรู้ในความรู้สึกเชิงลบของอีกฝ่ายหนึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปด้วยดี มีความรักใคร่ผูกพันกัน และเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น ดังนั้น   Intimacy จะเป็นไปได้ดีด้วยปัจจัยต่อไปนี้
1. ความใกล้และความห่างที่เหมาะสม ความใกล้ชิดทางกายภาพ จะเป็นสิ่งสำคัญในการสร้าง Intimacy ใกล้กันพอที่จะรู้สึกถึงความรักใคร่ ผูกพัน และห่างกันพอที่จะมีความเป็นตัวของตัวเอง
2. ความสมดุลในอำนาจ อำนาจที่เท่าเทียมกันจะทำให้เกิด Intimacy อย่างแท้จริง เช่น ผู้ชายมักเคยชินกับสถานภาพที่มีอำนาจมากกว่าผู้หญิง ดังนั้นถ้ามีภรรยาที่ดุเกินไป ก็จะไม่สามารถมี Intimacy ที่แท้จริงกับภรรยาได้….อาจทำให้เกิดการคบชู้หรือมีภรรยาน้อยตามมา
3. การสื่อสารและการแก้ไขความขัดแย้ง จะทำให้ไม่มีกำแพงกั้นระหว่างคู่รัก
.***อ้างอิงจากhttp://www.thaiclinic.com/medbible/love.html
http://topicstock.pantip.com/siam/topicstock/2007/10/F5880187/F5880187.html
 
วันที่ 11 พ.ย.53
-เมื่อวานแมวที่หอพัก แมวที่มีชื่อว่า ถุงเสียชีวิต และป้าแมว รวมทั้งชาวหอต่างก็เสียใจ มันเป็นช่วงเวลาในฤดูหนาวจากหลายสาเหตุอาจจะตีความ สันนิษฐานจากความหนาวได้ ซึ่งผมคิดถึงไม่ได้เห็นหิมะ ณ เมืองจีน ซึ่งผมไม่ได้ไปที่นั่น และคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ที่แมวถูกสังหาร เพราะร่องรอยโดนกัดจากสัตว์ นี่เป็นอีกสมมติฐานหนึ่งที่ชาวหอคุยกัน ทำให้ผมนึกถึงเรื่องการสังหาร..ข้าต้องการเลือด…ข้ายังไม่ตาย ท่ามกลางร่างกายของข้า รอบตัวเป็นหิมะ แต่เลือดของข้า ยังอุ่นอยู่เลย…คนมักพูดว่า อิสตรีเป็นบ่อเกิดแห่งหายนะ คำพูดนี้ไม่ผิดเลย..ข้าชอบมองผู้ชาย แก่งแย่งช่วงชิงกัน เพราะข้า มันยิ่งแสดงว่า เสน่ห์ของผู้หญิงเป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยมที่สุด ผู้ชายไม่เคยใช้สมอง ขอเพียงสนองความต้องการของตัวเองได้ แค่นั้นเป็นพอ…ช่างน่าสมเพช!….ผู้ชาย ที่หลงใหลคลุ้มคลั่งยอมตายเพื่ออิสตรี แต่ว่าหญิงสาวต้องการความมั่งคั่งร่ำรวยเงินทอง ในทรัพย์สมบัติ ไม่ใช่ชีวิตตามป่าเขาลำเนาไพร ….รักมิได้รัก มิใช่สักแต่ปากพูด  มีแต่การกระทำเท่านั้น ถึงจะพิสูจน์ได้ ข้าหวังจะได้เห็นการกระทำของเจ้า เมื่อรักซ้อนได้ถูกกระทำการโดยคนรักทรยศบอกให้อีกคนเป็นแพะรับบาป ต้องโทษประหาร แต่ว่าเขาไม่ได้ตายจริง ก็เหมือนตายทั้งเป็นไปแล้ว! เมื่อเขาเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ทำให้ใจสลาย จึงตั้งชื่อใหม่ของตนเอง ว่าจิงเคอ…(การ์ตูน-จิงเคอมือสังหารดับอหังการจิ๋นซี)
จากเรื่องราวของหิมะในการ์ตูนและส่วนตัวของผม ก็นึกถึงฤดูร้อนของมาเก๊ายังเหน็บหนาวเลย ถ้าตอนนี้ยิ่งไม่หนาวเหรอ? ฉะนั้น หิมะกับผมเกิดระยะห่างไกล แต่ว่าผมใกล้ชิดพื้นที่เชียงใหม่อากาศเริ่มหนาว ร่างกายเริ่มปรับตัวตามสภาพอากาศ ซึ่งเชียงใหม่ยังไม่หนาวเท่าประเทศ ที่มีหิมะเพียงแต่ไอหนาวเย็นของคนที่อยู่สถานที่เชียงใหม่ ก็ทดลองพ่นไอเย็นให้กระจกมัวได้
 
-กระจกเงากระจกซ้อนกัน ที่มีภาพจิลซ์ ดูเลซ ซึ่งเป็นเพื่อนของฟูโกต์ ก็เคยเล่นกับภาพถ่ายกระจกเงาซ้อนๆกัน ถ้าเรานึกถึงประวัติศาสตร์ของกระจก วัฒนธรรมของกระจก เรื่องเล่าของกระจก ฯลฯ คุณลองเสริจ์กูเกิ้ล คำว่ากระจก อาจจะเห็นข้อมูลเรื่องกระจกหกด้าน มูลนิธิกระจกเงา และmirror โดยวิกิพีเดีย ก็น่าสนใจคำว่า mirror เชื่อมโยงกับวรรณกรรม และศิลปะ เป็นต้น กระจกกับศิลปะ ทำให้ผมนึกถึงบริบทของภาพLas Meninas ที่มีกระจกเงา (ฟูโกต์ นำมาใช้อธิบายเรื่องวาทกรรม)เหมือนภาพThe Arnolfini Portrait ของJan Van Eyck ที่มีภาพกระจกเงาของคู่แต่งงาน(บางคนตีความบอกไม่ใช่ภาพแต่งงาน) ในภาพกระจกเงากลับซ้ายเป็นขวา และเราทุกคนส่องกระจกสะท้อนมุมมองจากกระจกเงาต่อตัวเอง แน่นอนว่า ทุกคนมุมมองต่อตัวเองอย่างไร? จากอดีตถึงปัจจุบัน ที่บางคน เริ่มมีลูกเป็นส่วนหนึ่งสายเลือดไหลเวียนใกล้ชิดผูกพันร่วมกันระหว่างคู่รัก และผมก็ไม่อยากอยู่คนเดียวเป็นโสดไม่มีคู่รัก แม้จะประหยัดตังค์ก็ตาม(ฮา)
โดยผมขอกล่าวถึงความสัมพันธ์เรื่องเล่าของผมจากความทรงจำร่วมพูดคุย กับอ.กนกศักดิ์ แก้วเทพ ก็มีอยู่วันหนึ่ง เราได้คุยกันที่ร้านหนังสือเรื่อง In the Mirror: Literature and Politics in Siam ของเบน อ้างถึงคนเดือนตุลา ซึ่งการเลือกแฟนหรือภรรยา(แต่งงาน)ลูกนายทหารของนักกิจกรรมผู้ชายบางคน รวมทั้ง การมีภรรยาเป็นลูกสาวของนักธุรกิจต่างๆ จากบทท้ายในกระจก: วรรณกรรมและการเมืองสยามยุคอเมริกัน(ฉบับแปล) จากยุคความเป็นภูธรงสองตลบ คือ นักกิจกรรม นักศึกษา เป็นคนต่างจังหวัดเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ในสมัยยุคการพัฒนาตามอเมริกา
ซึ่งปัญหาแก่นกลางของกรุงเทพฯ-อเมริกาในยุคนั้นก็เปลี่ยนไปในปัจจุบัน และผมก็นั่งอ่านหนังสือออกเสียงตามพารากราฟ ที่อ.กนกศักดิ์ ก็บรรยากาศพูดคุยสบายๆ กันเอง ฮาๆ โดยแนะนำให้ผมอ่านดูว่าเป็นไง? ดีที่อ.กนกศักดิ์ ไม่ถามอะไรผมยาก(ฮา) รวมทั้งเรื่องนี้ทำให้ผมครุ่นคิดในใจแลกเปลี่ยนมุมมองต่อแกนกลางปัญหาสังคมไทยในมองคนละมุม เหมือนกระจกสะท้อนภาพหลายมุมจากอดีตของนักกิจกรรมนั้นๆ มาถึงช่วงอายุของนักกิจกรรม ห้าสิบปีขึ้นไปในปัจจุบันจากบทความของเบน และเราพูดคุยกันถึงเจมส์ ซี สก็อต มาเชียงใหม่ และเขาเป็นอนาธิปไตย โดยอ.กนกศักดิ์ บอกไว้เอง
 
ทั้งนี้ กระจกสะท้อนภาพของกรอบของภาพวาทกรรมในมุมมองใด? เมื่อเกิดการมองคนละมุมกัน ในเรื่องประเด็นถกเถียงต่อมาว่า  บางคนบอกว่าเจมส์ ซีสก็อต เป็นมารกซิสม์ ในแง่มุมเชิงวิชาการ และศิลปะ ก็น่าพูดคุยกัน เพราะผมจำได้ว่าเคยอ่านบทความของนามปากกา ประชาอภิวัตน์ ก็วิเคราะห์ภาพโฆษณา-ภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง “ขอโทษประเทศไทย” และภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง “Bangkok Ablaze: เผากรุง 2553”… 
โดยส่งผลต่อเหตุการณ์เมษา-พฤษภา และการอ้างเจมส์ ซี สก็อต ในบทความการกระชับอำนาจรัฐ กับ การต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ของประชาชน ..โดยการต่อต้านในชีวิตประจำวันมีลักษณะร่วมกันกับการต่อต้านแบบเผชิญหน้าบางอย่างคือ มันเป็นการตั้งใจที่จะท้าทายและต่อต้านข้ออ้างของฝ่ายครอบงำ เพื่อทำให้ข้อกล่าวหาของผู้ครอบงำอ่อนพลังลง สิ่งที่การต่อต้านในชีวิตประจำวันแตกต่างจากการต่อต้านรูปแบบอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดก็คือ การที่มันสามารถกระจายตัวสู่สาธารณะอย่างกว้างขวางและมีเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ ในขณะที่การเมืองเชิงสถาบันเป็นเรื่องที่เป็นทางการ มีลักษณะเด่นชัด ให้ความสำคัญกับระบบ การแก้กฎหมาย การต่อต้านในชีวิตประจำวันกลับเป็นเรื่องไม่เป็นทางการ บ่อยครั้งเป็นเรื่องที่ต้องแอบซ่อน และให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นปัจจุบันทันด่วน และผลได้ในทางปฏิบัติ (James C. Scott 1985)
www.prachatai.com/journal/2010/07/30487
ดูผลงานเพิ่มเติมของเจมส์ ซี สก็อต
-The Art of Not Being Governed: An Anarchist History of Upland Southeast Asia, Yale University Press, 2009 
-Seeing Like a State: How Certain Schemes to Improve the Human Condition Have Failed, Yale University
-Domination and the Arts of Resistance: Hidden Transcripts, Yale University Press, 1990
-Weapons of the Weak: Everyday Forms of Peasant Resistance, Yale University Press, 1985
-The Moral Economy of the Peasant: Rebellion and Subsistence in Southeast Asia, Yale University Press, 1979
จากศัพท์แสงทางภาษาวิชาการ ข้อถกเถียงทางทฤษฎี การเคลื่อนไหวทางสังคม และเศรษฐศาสตร์การเมือง รวมทั้งหนังสือ ต่างๆ ถ้ามองเชิงภาษาก็เป็นเรื่องเชื่อมโยงกับชาวบ้านยาก ซึ่งเราอาจจะนึกถึงเรื่องการสื่อสารกับภาษาโดยด้านสื่อชี้ ว่า แนวทางการสื่อสารก็เปลี่ยนไปอย่างมาก การสื่อข่าวเปลี่ยนทิศจากแบบเดิมที่เป็นจากบนลงล่าง มาเป็นการเสนอจากท้องถิ่น พูดด้วยภาษาถิ่น มีความใกล้ชิด เกิดอัตลักษณ์ใหม่ๆ ต่อคนในยุคปัจจุบัน แต่ว่าภาษาเชิงวิชาการ หรือศัพท์แสงทางวิชาการวิทยาศาสตร์บางเรื่องเกี่ยวกับคำว่าเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ จากตรรกะหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง ก็มาปะทะเรื่องความเชื่อ ที่พิสูจน์ไม่ได้ โดยเรื่องเล่าเกี่ยวกับตัวเลขเป็นภาษาง่ายๆ ก็ชาวบ้านเห็นภาพของตัวเลขบนต้นไม้แทงหวย นั่นเป็นสัญลักษณ์เท่ากับภาษา เชื่อมโยงเป็นภาพตัวแทนเกี่ยวพันสัญลักษณ์ของภาษาชาวบ้านเป็นเรื่องใกล้ชิด คือ เมื่อเรื่องเล่าหนึ่งง่ายมากสำหรับชาวบ้าน ในวันที่เราคุยกันนั้น ก็คนในกลุ่มของเรา ก็พูดถึงเลขของหวย ที่ออกมี 100 ซึ่งสำหรับชาวบ้านนั้น ก็แม่ของผม โทรมาเล่าให้ฟังอย่างง่ายๆว่า เลข 100 คือ ครบรอบ 100 ปีของร.5 น่ะครับ ในวันที่1 พฤศจิกายน 2553 เลขที่ออกคือ191100 แต่คนส่วนใหญ่คงไม่แทงเลขหวย 80ปีของจิตร ภูมิศักดิ์ หรอกครับ แหะๆ
 
วันที่ 12 พ.ย.53
ผมสนใจเรื่องฝันโคตรโคตร ถ้าเราจะนิยามหนังรักของ GTH ว่าเบา ดูง่าย เข้าถึงง่าย หนังของคุณพิง คงจะตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ฝัน โคตร โคตร มีความลึกในเชิงหนังค่อนข้างสูง …ที่มีลักษณะเหมือนหนังซ้อนหนัง หรือหนังทดลอง ซึ่งหนังเรื่องฝันโคตร ไม่ใช่หนังง่ายๆ เช่น ตอนหนึ่งในหนังพิง ต้องนำเสนอบทหนังให้หลายคน และคนหนึ่งที่เป็นผู้กำกับ ก็บอกว่าคุณเล่าเรื่องขายบทหนัง ก็เล่าให้ฟังสามประโยคสิ ที่มีTheme หลักๆ แต่พิงนำเสนอ  ในเรื่องวิธีการเล่า ที่สนุก คือวิธีเล่า… บางครั้งเราจะรู้คุณค่าของสิ่งที่เราเคยมีอยู่ เมื่อมันหายไป หรือสูญเสียสิ่งของนั้นไป เหมือนเรารู้สึกสูญเสียความรัก ทำให้รู้คุณค่าของรัก บางอย่างจากเรื่องย่อ ฝันโคตรโคตร
สวัสดีครับ…ผมมีชื่อว่าไอ้ด่าง อายุอานามไม่เท่าไหร่ก็ประมาณ 40 กว่าๆ เอง ผมมีอาชีพเป็นนักแสดงข้างถนนทำให้คนสนุกสนานไปวันๆ ก็เพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไรอย่างอื่นได้ เพราะผมมันแก่แล้ว ส่วนเรื่องความรักไม่ต้องพูดถึง ผมไม่ศรัทธาในความรักอีกแล้วตั้งแต่เมียตาย ความรักมันก็แค่อัตราแลกเปลี่ยน…หรือใครจะเถียง จนเหมือนฟ้าส่งผู้หญิงคนหนึ่งมาคัดค้านความคิดของผม เธอชื่อว่า เปิ้ล หน้าตาก็งั้นๆ นะ ก็แค่เป็นนักแสดงยอดนิยมของประเทศเท่านั้นเอง แต่นิสัยอย่าให้พูด ทั้งเอาแต่ใจ เจอผมยังไม่ทันไรก็ทั้งโขกทั้งสับ แถมยังเถียงคอเป็นเอ็นว่ารักแท้ รักที่ไม่ต้องการอะไรตอบแทนมันมีอยู่จริง แล้วตั้งแต่นั้นผมกับเปิ้ลก็ต้องมาติดแหงกอยู่ด้วยกันจนเกิดอาการเลิฟเลิฟแบบไม่น่าเป็นไปได้ ราวกับว่านี่เป็นความฝันในความรัก…เอ๊ยหรือจะเป็นความรักในความฝันกันแน่ แล้วแบบนี้ความรักครั้งนี้ของผมกับเปิ้ลจะเป็นจริงได้ไงเนี่ย….เฮ้อออออ
“ความรักมันไม่มีจริงหรอก ผมจะบอกคุณให้… ไอ้สิ่งที่เราเรียกกันว่าความรักน่ะ อันที่จริงมันก็เป็นแค่ อัตราแลกเปลี่ยนอีกสกุลนึงเท่านั้นเอง.ความรักคือการให้งั้นเหรอ คุณคิดว่ามีใครจะยอมรักคนที่เห็นแก่ตัวได้ตลอดชีวิตงั้นเหรอ คุณจะให้ได้ตลอดไปงั้นเหรอ ถ้าไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย…ไม่มีทาง สุดท้ายความรักคุณก็จะลดลงอย่างงี้ถ้าคุณไม่เรียกมันว่าการแลกเปลี่ยนแล้วจะเรียกว่าอะไร…. รักน่ะ มันไม่มีตัวตนหรอก"
 
-ทิ้งท้ายด้วยบทเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องฝันโคตรโคตร คือ เพลง : เวลาตาย,ศิลปิน : พิง เนื้อเพลง : ในกระจกมัวๆ มีคนเห็นแก่ตัวคนหนึ่งคนที่พึ่ง ลึกซึ้งถึงความเดียวดายนาทีที่กาลเวลา บอกว่าเธอมีค่าเพียงใดคือนาทีที่สาย เกินหวังให้ใครกลับมาเหมือนคนตื่นจากฝัน ตามทวงวันและคืนดีๆทั้งที่ก่อน หน้านี้ไม่เคยรักษาเวลาที่คิดว่าพอ กลับไม่พอให้พูดคำลาทำได้เพียงแค่นึกรู้สึกโหยหามัน* ชีวิตนี้ ถ้าไม่มีเธอก้าวเข้ามาฉันคงเป็นคนไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้นแปลกที่คนไม่รู้ มีเพียงผู้เดียวคือฉันอยากกอดเธอแน่นๆนานๆในวันที่เสียเธอไป** เชื่อว่าที่ตรงนั้น เธอยังพร้อมจะฉันอยู่แล้วที่สุด ก็รู้เธอรอไม่ไหวเจอเพียงแค่รอยน้ำตา หยดบนนาฬิกาที่ตายให้ฉันได้กอดมันไว้ และบอกว่ารักเธอซ้ำ *,**เวลาทุกเสี้ยวนาที คนๆนี้จะเก็บมันไว้จะจำจนวันสุดท้าย ว่าเคยได้กอดเธอ…
bignose.exteen.com/20090911/mv
 
วันที่ 13 พ.ย.53
เนื่องจากชีวิตของผม ยังต้องจัดระบบ และจัดThe order of things ต่างๆ จึงไม่มีเวลาบ่นเขียนอะไร หรือเล่าเรื่องมาก นอกจากนำสิ่งที่น่าสนใจมานำเสนอผ่านเว็บต่างๆ เช่น แนะนำภาพยนตร์เรื่องWhere the Truth Lies ( 2006 )
เนื้อเรื่องย่อ  แลนนี มอร์ริส (เควิน เบคอน) และ วินซ์ คอลลินส์ (โคลิน เฟิร์ธ) ครองความยิ่งใหญ่ ครองใจมหาชนในฐานะ ‘คู่หู-คู่ฮา’ ที่โด่งดังที่สุดในอเมริกาช่วงปลายยุค 50 แต่แล้วจุดพลิกผันของทั้งคู่ก็เดินทางมาถึง เมื่อจู่ๆ เกิดมีหญิงสาวคนหนึ่งมา นอนตายในห้องพักของทั้งคู่อย่างเป็นปริศนา แม้แลนนีและวินซ์จะมีหลักฐานที่อยู่ของตนในขณะเกิดเหตุที่ชัดเจน แต่ประชาชนทั่วไปก็คล้ายจะพิพากษาไปเสียแล้วว่าพวกเขาต้องมีส่วนพัวพันกับความตายของหญิงเคราะห์ร้ายผู้นั้นอย่างแน่นอน ราว 20 ปีให้หลัง คาเรน โอคอนเนอร์ (อลิสัน โลห์แมน) นักข่าวสาวสวยไฟแรง ปรากฏตัวขึ้นพร้อมความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะขุดคุ้ยหาความจริงของคดีฆาตกรรมปริศนาในครั้งนั้น เธอบุกเข้าประชิดตัวแลนนีและวินซ์ พยายามสืบสาวหาข้อมูลต่างๆ โดยหารู้ไม่ว่า มันกำลังนำพาให้เธอดำดิ่งสู่ด้านมืดของมนุษย์อย่างไม่รู้ตัว 
 http://www.nangdee.com/title/?movie_id=568
เมื่อผมนึกถึงรายการทีวี และเครื่องจับเท็จ+รายการล้วงลับตับแตกของช่อง9 ก็ทำให้นึกถึงงานเขียนเรื่องรูปปั้นลุงนวมทองในการเมืองเชิงสัญลักษณ์ของตุลา 53 Wed, 2010-10-27 11:37 http://www.prachatai3.info/journal/2010/10/31646 ซึ่งผมรวบยอดประเด็นใหญ่ แต่ประเด็นย่อยก็น่าสนใจ เช่น กรณี สาวบุกราบ 11 ทวง แต่งงานเชื่อมโยงรายการทีวีของช่อง 5 คือ รายการศึกน้ำผึ้งพระจันทร์นั้น ก็ประเด็นย่อยส่วนหนึ่งในบทความดังกล่าว ซึ่งข่าวนี้ในบริบทช่วงเหตุการณ์นั้น ก็มีคนแสดงความคิดเห็นตามเว็บบอร์ดด่าม็อบกันใหญ่ โดยยกตัวอย่างว่า ม็อบขัดขวางความสุข งานแต่งงานของคน??? ระวังกฏแห่งกรรมตามทัน เป็นต้น โดยความน่าสนใจ จากข้อมูลในวิกกีพีเดีย สำรวจข้อมูลจากเว็บต่างๆ และมุมมองของชาวบล็อก เช่น เบื้องลึก ‘ศึกน้ำผึ้งพระจันทร์’ เหตุเกิดที่ ‘ราบ 11’!?
กระนั้น สาวนักบัญชีจากสระบุรี กาญจนา ศรีสวยสกุล เผยว่าฝ่ายทหารแฟนหนุ่ม ส.อ.ณัฐพงษ์ ชินวงศ์ สังกัดกองพลทหารม้าที่ 1 (เพชรบูรณ์) ที่สัญญาจะเข้าวิวาห์ในวันที่ 16 เมษายน 2553 แต่ปรากฎว่า พอถึงเวลาถ่ายรูปชุดแต่งงานในวันที่ 27 มีนาคม กลับไม่มา เพราะอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ และไม่มั่นใจว่าจะแต่งงานตามกำหนดได้หรือไม่ หรืออาจต้องเลื่อนออกไป ทั้งที่จัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการ์ดเชิญหรือของชำร่วย ทำให้ว่าที่เจ้าสาวคนดังกล่าวได้เขียนอีเมล์ระบายความในใจส่งไปยังรายการ "ศึกน้ำผึ้งพระจันทร์" ทางช่อง 5 เวลา 5 ทุ่มทุกวันอังคาร จึงทำให้เกิดภาพสาวงามกับนายทหารหนุ่มโอบกอดกันท่ามกลางเพื่อนทหารกว่า 750 คน เป็นสักขีพยาน ซึ่งรายการดังกล่าวจะออกอากาศช่วง Will you Marry Me ซึ่งเป็นช่วงเปิดโอกาสให้คนทางบ้าน ที่ไม่มีโอกาสได้บอกรักกัน มาบอกรักกันในรายการ
 ส.อ.ณัฐพงษ์ เปิดใจว่า คบหากับแฟนสาวมาร่วม 8 ปี และประทับใจที่แฟนสาวเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย คบกันมานานแต่ไม่เคยนอกใจ แม้ว่าจะต้องปฏิบัติภารกิจภาคสนามอยู่ตลอดเวลา  ส่วนแฟนสาว กล่าวว่า  แม้บางทีจะทะเลาะกันบ้าง เพราะแฟนหนุ่มไม่มีเวลา แต่ถึงอย่างไรก็จะรอ ต้องขอบคุณทางรายการ และผู้บังคับบัญชาของแฟนหนุ่มที่เปิดโอกาสให้เธอได้มีวันนี้ โดยเรื่องนี้ หากตัดประเด็น "การเมือง" ที่มีเหตุชุมนุม ทำให้ทหารต้องออกมารักษาความสงบแล้วมองในมุม "บันเทิง" ที่ผู้ผลิตรายการศึกน้ำผึ้งพระจันทร์ สามารถฉวยโอกาสในวิกฤตสังคมเรื่องขัดแย้ง เล็งเห็นเรื่องรักในม่านอุดมการณ์การเมือง มาสร้างเป็นประเด็นที่งดงาม ก็ถือว่า ไม่ธรรมดาสำหรับรายการศึกน้ำผึ้งพระจันทร์ เป็นรูปแบบเกมโชว์ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “ความรักเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามันกำลังจะถูกพิสูจน์ด้วย เกม”
http://www.oknation.net/blog/nity/2010/04/02/entry-1
 
Will you Marry Me แต่งงานกันเถอะ เป็นช่วงเรียลลิตี้โชว์ที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นอย่างมากอีกช่วงหนึ่ง โดยเปิดโอกาสให้คู่จากทางบ้านที่กำลังมีความรัก แต่ไม่มีโอกาสบอกรัก ได้มาบอกรักกันผ่านทางรายการด้วยวิธีบอกรักตามแผนการที่แตกต่างกันไป โดยมีคู่ที่ทำการจดทะเบียนสมรสและเข้าพิธีวิวาห์เรียบร้อยแล้ว เช่น ตอนที่ออกอากาศวันที่ 6, 13 และ 20 เมษายน 2553 คุณกาญจนา ศรีสวยสกุล นักบัญชีจาก จ.สระบุรี กับ ส.อ.ณัฐพงษ์ ชินวงศ์ นายทหารสังกัดกองพลทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์(เพชรบูรณ์) ซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่สลายการชุมนุมของ นปช. ที่สถานีดาวเทียมไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และสี่แยกคอกวัวจนได้รับบาดเจ็บ ได้เข้าพิธีมงคลสมรสในวันที่ 16 เมษายน ที่บ้านของฝ่ายเจ้าสาว หลังจากนั้น เจ้าบ่าวต้องกลับเข้าสังกัดเพื่อรับภารกิจเป็นครูฝึกทหารใหม่เป็นเวลา 10 สัปดาห์ โดยมีเจ้าสาวตามไปด้วย ดูเพิ่มเติม วิกีพีเดีย…
…โดยว่าที่เจ้าสาว บอกว่าตื่นเต้นมากที่จะได้มาเจอแฟนหนุ่ม พร้อมเปิดเผยว่า สิ่งที่ประทับใจในตัวแฟนหนุ่ม เพราะเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เป็นผู้นำ จึงมั่นใจว่าจะนำพาชีวิตเราไปได้ด้วยดี และภูมิใจมากที่แฟนหนุ่มเป็นทหารรับใช้ชาติ…
…งานนี้ว่าที่เจ้าสาวไม่รอช้า ตัดสินใจส่งอีเมล์ไปยังรายการ "ศึกน้ำผึ้งพระจันทร์" ระบายความอัดอั้นตันใจ ที่ ส.อ.ณัฐพงษ์ ไม่สามารถเดินทางกลับมาถ่ายรูปงานแต่งงานเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมาได้ ซึ่งทางรายการ ก็ได้ติดต่อประสานงาน และทำให้เกิดภาพความประทับใจอย่างวันนี้ขึ้น..
http://hilightad.kapook.com/view/47491/hilight.swf  http://www.youtube.com/watch?v=IvlfVaLzLV4
เจ้าสาวบุกราบ11 ทวงงานแต่งแฟนทหาร  ในที่สุดฉากรักกลางสถานการณ์ม็อบ ก็ลงเอยแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง เมื่อหนุ่มทหารม้า ควงสาวนักบัญชี เข้าพิธีแต่งงาน หลังจากฝ่ายหญิงบุกไป ถึง กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพราะหวั่นใจว่า งานวิวาห์ที่เตรียมไว้จะล่มกลางคัน.. 16 เม.ย. 53 : ภาพขบวนขันหมาก ที่มีผู้คนเข้าร่วมจำนวนมากนี้ อาจจะไม่เกิดขึ้น หาก นางสาวกาญจนา ศรีสวยสกุล ไม่ตัดสินใจ ขอให้รายการ ศึกน้ำผึ้งพระจันทร์ ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ช่วยเป็นสะพานรัก เพื่อบุกทวงสัญญากับ สิบเอกณัฐพงษ์ ชิณวงษ์ ตำแหน่งหัวหน้าชุด สังกัด กองพันทหารม้าที่ 13 จังหวัดเพชรบูรณ์ แฟนหนุ่ม ถึงที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพราะหวั่นใจว่า งานวิวาห์ที่เตรียมการมาล่วงหน้าจะมีต้องล่มลง เพราะว่าที่เจ้าบ่าว ถูกเรียกตัวรับใช้ชาติ ดูแลความสงบกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงอย่างไม่มีกำหนด จึงต้องบุกไปเพื่อขอคำยืนยัน ซึ่งทำเอา สิบเอกณัฐพงศ์ ถึงกับตะลึงในบิ๊กเซอร์ไพร์ ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเพลงราตรีสวัสดิ์ จนเพื่อนทหารหลายคนถึงกับน้ำตาซึม และในที่สุด วันนี้ 16 เมษยายน ฤกษ์แต่งงาน ของทั้งคู่ก็ถูกจัดขึ้น หลังผู้บังคับบัญชาอนุญาตให้ ลากลับเพื่อทำพิธี และต้องถือว่าเป็นวันสำคัญที่สุดของนางสาวกาญจนา แม้พิธีแต่งงานจะจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ที่หมู่บ้านบ้านลำ ตำบลบ้านลำ อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี แต่พิธีมงคลทุกขึ้นตอนก็จัดขึ้นตามขนบธรรมเนียมประเพณี ท่ามกลางญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
สำหรับสินสอดที่เจ้าบ่าวเตรียมมา ก็ไม่มากไม่น้อย ประกอบด้วยเงินสด 2 แสนบาท ทองคำอีก 10 บาท พร้อมแหวนแต่งงานอีก 1 วง ซึ่งทั้งคู่ระบุว่า จำนวนเงินไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาเป็นเครื่องยืนยันความรัก แต่ระยะเวลาที่ดูใจกันมากว่า 9 ปีต่างหาก ที่เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า ทั้งสองเชื่อมั่นในคำสัญญาที่ให้ไว้ต่อกัน แม้การบุกไปที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ วันนั้น จะมีการเซ็ต ซักซ้อมคิว และขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำ แต่ทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับ โดย "ว่าที่เจ้าบ่าว" รู้เพียง จะมีการถ่ายทำสารคดีทางการทหารเท่านั้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง ย่อมปฏิเสธได้ว่านี่คือปฏิบัติการจิตวิทยาชั้นยอด ที่ทหารฉวยโอกาสในวิกฤติสถานการณ์ สร้างฉากรักในม่านอุดมการณ์การเมือง ทำให้ดีกรีความร้อนแรงของหน้าข่าวลดอุณภูมิลงได้พอสมควร
http://www.tnnthailand.com/news/details.php?id=11
เมื่อบทสรุปของเรื่องกรณีสาวบุกทวงสัญญาแต่งงาน แฟนทหาร กลางราบ11นี้ ซึ่งเราก็รู้กันแล้ว โดยผมไม่อยากสรุปในทางเลวร้าย หรือขยายความต่อมาก เพราะผมเห็นต่างกันจากในมุมมองของเรื่องรูปปั้นลุงนวมทอง คือ เมื่อรัฐกับชาติแต่งงานกันเพียงชี้ให้เห็นตัวอย่างของสื่อมวลชน และรัฐกับความรักใกล้ชิดกัน ท่ามกลางม็อบเพียงแต่ผมไม่ได้โจมตีเรื่องราวนี้ ซึ่งผมไม่มีเวลาเขียนต่อ จึงเล่าย่อๆ และผมคิดว่า คนแสดงความคิดเห็นประโยคน่าสนใจต่อเรื่องนี้  คือ ขอให้หนักแน่นในความรัก..มั่นคงซึ่งกันและกัน..ผิดกับพี่ลงมาปฏิบัติหน้าที่ภาคใต้เพียงเดือนเดียวแมคุณ..มีใหม่ซะแล้วแถมทิ้งลูกๆ3คนไว้ให้ดูต่างหน้า.. หรือว่า ผมต้องไปพึ่งรายการนี้(ฮา)
ฉะนั้น บทเรียนของชายชาติทหาร ต้องรักษาความมั่นคงของชายแดนต่างๆ เหมือนรักษาความมั่นคงในใจของตนเอง ต่อหญิงสาว ก็มีบทเพลงลูกทุ่ง เช่น ชีวิตเพื่อชาติ หัวใจเพื่อเธอ
แต่ว่าตอนนี้ ในชีวิตส่วนตัวของผม ซึ่งผมชอบภาพมิวสิควิดีโอเพลงborders are ซึ่งเปรียบเปรยบทเพลงกับรัฐชาติ เขตแดน ฯลฯ สะท้อนเรื่องราวน่าสนใจมาก ส่วนมิวสิควิดิโอ และเพลงของอ๊อฟ ทำให้ผมสนใจต่อความเข้าใจง่าย เพราะด้านหนึ่งของชีวิต ก็อินกับเพลงผู้ชายคนนี้กำลังหมดแรง และบทเพลงเนื้อหาตอบรับกระแสเพลงป็อบได้อย่างดี ในการอธิบายความใกล้ชิดของคน และปริศนาของหัวใจคน รวมทั้งความสัมพันธ์อันสลับซับซ้อน ที่ถูกขีดเส้นแบ่งให้เข้าใจง่าย ผ่านบทเพลง บางด้านคล้ายสัมพันธ์รักซ้อนของoctober sonata โดยอาจจะส่วนลึกของหัวใจของผม คือ จริงๆ ผมชอบด้านมืดมัวเมาของความโหดร้ายของบทเพลงชวนท้อแท้ของคนนี้ แล้วผมไม่ได้ ท้อแท้ น่ะครับ
-เพลงผู้ชายคนนี้กำลังหมดแรง
…เหมือนฉันสร้างวิมานในอากาศตลอดมา ทั้งทั้งที่รู้ตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ มันเป็นเพียงความฝัน ลมลมแล้งแล้งเท่านั้น รู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นจริง โลกทั้งโลกของเธอ มันช่างสดใสและสวยงาม เพราะแสงตะวันกำลังขึ้นทางทิศของเธอ ตรงกันข้ามกับฉัน ตะวันกำลังตกดิน เมื่อรู้ว่าเธอ จะมีข่าวดี เธอเป็นของเขา ก็รู้ก็เข้าใจดี แต่มันห้ามใจไม่ได้สักที ทั้งหัวใจของฉันมันรักเธอ รักเธอ เธอรู้ไหมฉันจะตาย เมื่อมองเห็นเธอกับเขาทีไร เหมือนผู้ชายคนนี้กำลังหมดแรง ทั้งที่รู้ว่าเธอให้เป็นแค่เพื่อนเท่านั้น จะคิดทะเยอทะยานทำไมก็รู้ดี เส้นที่เธอขีดไว้ ให้เป็นได้แค่เท่านี้ ก็ลืมทุกที ว่าเธอมีเจ้าของ
http://www.siamzone.com/music/thailyric/
ส่วนเพลงปลุกใจให้มีชีวิตชีวา ที่มีบทเพลงและดนตรีอันเนื้อหามันส์มาก คือ Serj Tankian – Borders Are – Lyric Video…..youtube.com
 
วันที่ 14 พ.ย.53
วันยุ่งๆในตอนเช้าๆ เมื่อผมอยู่คนเดียว และผมตื่นขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่ความฝัน ซึ่งบางครั้งตอนเช้าๆ ก็ทำให้ผมนึกถึงตอนออกค่ายฝึกวิชาทหาร สมัยเรียนรด.ให้ออกกำลังกายให้ตื่นตัวกับคนในกองพลฯ นี่แหละ ลองนึกถึงเพลง ชีวิตเพื่อชาติ หัวใจเพื่อเธอ – มนต์แคน แก่นคูน |…เนื้อเพลง…วันเกณฑ์ทหาร อ้ายจับได้ใบแดง ยืดอกเตรียมรับตำแหน่งทหารเกณฑ์แห่งกองทัพไทย …www.musicgigg.com/เพลง-ชีวิตเพื่อชาติ/ ถ้าใครเคยเรียนรักษาดินแดน เพื่อความมั่นคงของรัฐชาติ ในเขตแดนของไทย เหมือนคนดูแลรักษากำแพง หรือเขตรั้วบ้าน โดยใกล้ชิดผูกพันเหมือนคนข้างบ้าน เป็นคนบ้านเดียวกัน เอ้า! ปลุกใจกันหน่อย!!! โดยเนื้อเพลง : คนบ้านเดียวกัน…
  โอ๊ย..น้อ..นอ…คนบ้านเฮา คนบ้านเดียวกัน แค่มองตากันก็เข้าใจอยู่ รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ว่าหนักแค่ไหนบนหนทางสู้ ยังมีคำปลอบโยน ยังมีคำปลอบใจ มีคำว่าซำบายดีบ่ให้กันเสมอ เด้อคนบ้านเฮา อ้ายทิดเคน เข้ามาเป็นคนขับแท็กซี่ จากร้อยเอ็ดเฮ็ดนาได้เอาไปใช้แต่หนี้ ตัดสินใจ หิ้วกระเป๋าเดินทาง มาสู้กลางเมืองใหญ่เมืองนี้ ได้เจอกันอยู่ร้านลาบหลายที เป็นจั่งใด๋พี่โชคหมานบ่น้อ คนบ้านเดียวกัน แค่มองตากันก็เข้าใจอยู่ รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ว่าหนักแค่ไหนบนหนทางสู้ ยังมีคำปลอบโยน ยังมีคำปลอบใจ มีคำว่าซำบายดีบ่ให้กันเสมอ เด้อคนบ้านเฮา โอ๊ย..น้อ..นอ…คนบ้านเฮา ให้โชคให้หมาน ให้มั่งให้มี ให้อยู่ดีมีแฮง อยู่แดงมีฮีเด้อครับพี่น้อง น้องตั๊กแตน เข้ามาเป็นสาวโรงงานเย็บผ้า แรงที่ใช้กับเงินที่ได้ ยังบ่เคยคุ้มค่า นักเรียน ม.ปลายจากภาคอีสาน กลายเป็นแรงงานถูกกดราคา น้องมาซื้อลาบ เฮาได้เว้าจา จั่งใด๋อดสาเอาก่อนเด้อนาง คนบ้านเดียวกัน แค่มองตากันก็เข้าใจอยู่ รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ว่าหนักแค่ไหนบนหนทางสู้ ยังมีคำปลอบโยน ยังมีคำปลอบใจ มีคำว่าซำบายดีบ่ให้กันเสมอ เด้อคนบ้านเฮา โอ๊ย..น้อ..นอ…คนบ้านเฮา ให้โชคให้หมาน ให้มั่งให้มี ให้อยู่ดีมีแฮง อยู่แดงมีฮีเด้อครับพี่น้อง คนบ้านเฮา คนบ้านเดียวกัน คนบ้านเฮา คนบ้านเดียวกัน…
การทำงานเดือนที่ผ่านมาของพวกผมและผม ครับ
คนงานลำพูน “ทุบกระปุก” เงินออม “งดเหล้าเข้าพรรษา”Thu, 2010-10-28 22:48
http://www.prachatai3.info/journal/2010/10/31673
นักศึกษา-คนเสื้อแดงเชียงใหม่ จัดงาน “รำลึกสี่ปีนวมทอง ไพรวัลย์ ฉันยังไม่ลืม..” Tue, 2010-11-02 14:33
http://www.prachatai3.info/journal/2010/11/31715
รายงานเสวนา: อนาคต "ประชาธิปไตย?"(ปรองดอง ปฏิรูป รัฐบาลแห่งชาติ และรัฐประหาร)Sat, 2010-10-16 01:57
http://www.prachatai3.info/journal/2010/10/31511
รำลึกครบรอบ 6 เดือน เหตุสลายการชุมนุม 10 เมษา ที่เชียงใหม่ Tue, 2010-10-12 01:23
http://www.prachatai3.info/journal/2010/10/31454
เขตห้ามท้อ!…เอ้า! ปลุกใจกันต่อ ในเพลง บ่มีสิทธิ์เหนื่อย –หนักครับพี่ ..แต่บ่มีสิทธิ์เหนื่อย หนักครับพี่ ..แต่บ่มีสิทธิ์ท้อ หนักครับพี่ แต่บ่มีสิทธิ์เมื่อย ชีวิตเปื่อยๆของราษฎรมือเปล่า เหมือนฟ้าตัดขาดบ่ยอมนับญาติกับเรา เดินแต่ละก้าวบ่พ้นเงาความจน ลำบาก ลำบน ..ก็ดิ้นรนสู้ต่อ อยู่เขตห้ามท้อต้องเพิ่มทุนความทน
 
วันที่ 15 พ.ย.53
วันนี้ผมต้องทำงานให้เสร็จอย่างหนึ่ง และวันนี้ใกล้วันหวยออก ผมนึกถึงเลขเด็ด 36 ซึ่งมีคนใบ้เลขเด็ดให้ผม และผมนึกถึงเรื่องหวย และเจ้าดารากับร.5 เมื่อเดือนที่แล้ว พวกผมก็มีโอกาสไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เจ้าดารารัศมี ซึ่งผมก็ไปเจอข้อคิดเห็นในสมุดบันทึกเรื่องคนมาเยี่ยมชมว่า อยากให้เปิดเพลงประกอบเดินชมพิพิธภัณฑ์เป็นเพลงของbody slam และพิพิธภัณฑ์ให้ขายกุหลาบ ส่วนตรงหน้าพิพิธภัณฑ์ ก็เสนอให้ย้ายสนามบอล ซึ่งพิพิภัณฑ์ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถานีตำรวจ และพิพิธภัณฑ์ ก็มีของนำเสนอ เช่น หวี ที่มีเขียนว่าอ.ด โดยถ้าผมกลับไปนึกถึงเรื่องบทความลัทธิเสด็จพ่อร.5ของอ.นิธิ โดยผมขอเขียนเล่าย่อๆ ในขณะที่กลับไปอ่านใหม่ เช่น การจินตนาการเรื่องลัทธินี้ ทำให้เกิดสำนึกชุมชนนับญาติกันได้ และความใกล้ชิดเข้าถึงอำนาจโดยคนนับถือว่าอยู่ใกล้ยิ่งร้อน อยู่ไกลยิ่งหนาว ก็เปรียบเปรยเรื่องสัญลักษณ์ให้เรารู้ว่า ลัทธิและพิธีกรรมเป็นปรากฏการณ์สังคม โดยพวกความเสี่ยงสูงทางธุรกิจ และอาจจะมีพวกเคลื่อนไหวสมัยพฤษภาทมิฬ ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งแนวคิดนี้เชื่อมโยงกับพลเมืองและประชาธิปไตย ซึ่งแนวการอธิบายของอ.ธงชัย ก็อธิบายเพิ่มเติมทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับร.5 . การตกเป็นอาณานิคมภายใน หรือการรวมประเทศราช ล้านนาเข้าสู่สยาม ทำให้ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของตะวันตก ซึ่งในแง่มุมมหนึ่งก็ยุคร.5 ก็เป็นตัวแทนของความทันสมัยทั้งด้านอื่นๆ ซึ่งทั้งสองบทความแสดงถึงความเกี่ยวเนื่องอิทธิพลของเบน ในเรื่องชุมชนจินตกรรมและผมคิดว่าปัญหา คือ ชัยชนะนี้ ก็ทำให้เกิด win-win ในการแก้ปัญหาอาณาเขตของสยาม? และปัญหาต่อมา ในปัจจุบัน นับตั้งแต่สมัยเดือนตุลา พฤษภา จนกระทั่งสถานการณ์นี้ ใครบ้างหละ? ไม่ต้องการชัยชนะ ซึ่งเมื่อวานพวกผม ก็มีโอกาสเจอประชาอภิวัตน์ แต่ผมก็คุยเรื่องหนังสือท่องเที่ยวมนต์เสน่ห์เอเชีย ที่ผมมีอยู่ไว้จะขอลายเซ็นต์ เมื่อไปบ้านพี่แขก ซึ่งพวกเราไปกันหลายคน ขออนุญาติไม่เอ่ยนาม และเราคุยกับพี่แขก คำผกา กันว่า ปัญหาคนที่ฉลาดๆ อัจฉริยะ ดูมองระยะยาวนั้น ผมก็คิดเรื่องนี้มาหลายครั้ง จึงบอกว่า คนเหล่านี้ อาจจะเชื่อมั่นว่าเขาอยู่ข้างฝ่ายชนะแล้ว?…
-คุณสามารถดูงานกิจกรรมย้อนหลัง โดยดาวน์โหลดรับชมภาพกิจกรรม นักศึกษารำลึก 6 ตค ที่เชียงใหม่…
ไทยสุริยะ  Junior Member เขียนทั้งหมด: 13 ลงทะเบียน: Sep 2010 ความนิยม: 2  wmv..นักศึกษารำลึก 6 ตค ที่เชียงใหม่ 06.10.53 ภาพ(ช่วงที่1) ftp://baygon1.no-ip.org/savefiles/thaiya….002~1.wmv
ภาพ(ช่วงที่2) ftp://baygon1.no-ip.org/savefiles/thaiya….003~1.wmv
-วันที่ผมต้องเคลียร์งานหลายอย่าง จึงเล่าเรื่องยาวไม่ได้อีกแล้ว แต่ผมอยากเล่าเรื่องไม่ซีเรียส เช่น ผมไม่ได้เชียร์บอลไทยว่าจะแพ้หรือชนะเลย คือช่วงที่บอลไทยเตะคือ 9 พ.ย. 2010 …ทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์(แข่งขันที่กวางโจของประเทศจีน) ลงเล่นรอบแรก นัดสอง ได้แค่เสมอ ส่วนช่วงนี้ แวะไปเล่นบอล หรือเตะบอลสนามกีฬา เพื่อออกกำลังกายครั้งล่าสุด ก็สี่เดือนมาแล้วมั้ง ขอบอกว่า เหนื่อยมากเลย เนื่องจากผมเริ่มแก่ และแม่ของผม ก็ดันมาทักผมแปลกๆ ว่าเส้นผมหงอกแล้วเหรอ! ฮาๆ
เมื่อคนเราย่อมแก่ไปตามสภาพธรรมชาติ ซึ่งผมก็ยอมรับว่าผมแก่ตัวไป และเส้นผมของผม จะต้องเปลี่ยนสีไปตามธรรมชาติ อาจจะหัวล้านมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะผมคิดมากขึ้น หรือกรรมพันธุ์ ก็ตาม นี่เป็นเรื่องไม่ซีเรียสเรื่องผิดหรือถูก และถ้าคุณจะแทงหวย หรือเดาผลบอลก็ตามสบาย เพียงอยากให้คุณลองเดาว่า เพลงนี้ชื่อเพลงอะไร? จากคำถาม ก็คุณสามารถรู้คำตอบได้จากเนื้อเพลง…
..ไกล โอ้ไกลจากโพ้นขอบฟ้า เราจากมาด้วยการก้าวย่าง จาก กลิ่นฟาง รอยยิ้มเจ้าเอย ใครเล่าเคย..ใครเล่าเคย พี่น้องเอ๋ย… จะเล่า..ให้ฟัง ตามทิวเขา ที่ยาวเหยียดฟ้า ตาม..หมู่ปลา ลำธารใสสด ตามหมู่มดที่ร้างเริดรัง ไปจากหลัง..ใจฝากฝัง ฝาก..เจ้า ไว้..ในแผ่นดิน ดินเคยนอน สะท้อนอุ่นกาย มองยอดไม้ เมื่อยามแรกผลิ ปริกิ่งรวงเป็นพวงพุ่มใบ น้ำที่ไหลหลั่งลงจากดอย ใจเจ้าลอยไปสู่ท้องทุ่ง มุ่งสู่เมืองเฟื่องฟุ้งแปลกตา เจ้าเคยยิ้ม เคย แย้มเบิกบาน สนุกสนานท่ามกลางผองเพื่อน เคยพูดเตือนและสนทนา เจ้าเคยฝันถึงวันที่ดี มาบัดนี้ไม่อาจพบหน้า ดูใกล้ตา แต่แล้วไกลตีน แผ่นดิน..ที่หอม แผ่นดิน..ที่ตรอม จักกอดเจ้าไว้…ยังไออุ่นกัน รับเจ้าไว้ยังไออุ่นกัน ฝันและฝันให้ไกลที่สุด เจ้ามนุษย์ เจ้าหวังสิ่งใด…
 
วันที่16 พ.ย.53
วันนี้หวยจะออกเลขอะไรเนี่ย!…เส้นชัย คือ เป้าหมายของนักวิ่ง และถ้าคุณออกวิ่งบนทางถนนหลวงของแผ่นดิน วิ่งไล่ความฝันตามคนรักพยายามเข้าหาห้องในช่องดวงใจให้ใกล้ชิด สื่อความรู้สึกบอกให้รู้ใจโดยเอื้อมมือคว้าเส้นชัย
หลายวันก่อน ก็มีคนพูดถึงเรื่องการเมืองในแง่มุมทฤษฎีต่างๆ และผมนึกถึงเรื่องการกระจายอำนาจของระบบราชการ เหมือนการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นของเชียงใหม่ หลังจากตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของสยามมานาน และการถูกล่าเมืองขึ้นโดยเจ้าอาณานิคมอังกฤษ หรือEngland ในปัจจุบัน ซึ่งThailand ก็มีอิทธิพลของนิยายจีน จากคนไทยเชื่อสายจีน ถ้าเรานึกถึงภาษาจีน อั้ว ลื้อกับกรณีลูกจีนรักชาติ ทางการเมืองกับร่องรอยภาษาจีนในความใกล้ชิดสื่อสารของชีวิตประจำวัน หรือเรื่องนิยายกำลังภายใน ไท๊เก๊ก และชี่กง ดูแลสุขภาพ แม้ว่าจะร่างกายแก่แล้ว น่าจะมีข้อดีบ้างจากกำลังภายใน โดยผมนึกถึงเรื่องจอมคนแผ่นดินเดือด ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้ นำมาจากนิยายของผู้ประพันธ์ คือ หวงอี้ โดยตัวละครเอกในเรื่องได้รับยาโอสถ และค้นพบพลังงานจากกำลังภายใน เหมือนคนสะสมกำลังภายในเป็นร้อยปี ซึ่งเรียกว่าพลังก่อนก่อเกิดจักรวาล และเรื่องยุคสมัยผลัดแผ่นดินโดยสัมพันธ์แย่งชิงหญิงสาว ทำให้ผมนึกถึงเรื่องเล่าตรงข้ามกับความเสื่อมของร่างกาย จากพี่ไม้หนึ่ง ที่เคยคุยกัน วิชาของจีนอะไรสักอย่าง โดยผมนึกถึงเรื่องกำลังภายในกับฝึกปรือสะสมเอาไว้ในร่างกาย แม้ร่างกายแก่ชราแล้ว น่ะครับ
 
ส่วนเรื่องซับซ้อนของจอมคนแผ่นดินเดือด เช่น ความรักไม่เป็นจริงในจินตนาการ อย่างไรก็ตาม ในแง่สะท้อนการเมืองเรื่องชนชั้นสูงดูถูกสติปัญญาชนชั้นต่ำ ในชุมนุมแดนเถื่อน ที่มีเสรีไม่มีขนบธรรมเนียม เกิดความเจริญและเสื่อมโทรมตามผู้อยู่ที่นั่นและจากไป เชื่อมโยงผู้คนเรื่องเล่าในประวัติศาสตร์ ก็บันทึกเรื่องจริง คือ เท็จ เท็จ คือจริง และผู้กล้า หรือวีรบุรุษ ต้องรับผิดชอบกองทัพ และความเข้าใจคนมีจำกัดต่อมุมมองของผู้นำกองทัพกับคนที่ไม่ได้รับผิดชอบ และการจัดการปกครองของผู้นำ ก็ต้องไม่ให้ความมักใหญ่ร้อนรน ไม่ตระเตรียมให้ดี ทำให้ผลลัพธ์นำมาสู่ความตาย ในสงคราม ส่งผลกระทบกับเมือง จึงสร้างการท่องเที่ยวเป็นยุทธศาสตร์การค้า ให้คนไว้ใจมาเที่ยว และเศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งที่มีการฆ่ากันตายสูง หลังสงคราม ก็ยากยิ่งจะหาใครตายแล้วฟื้น หรือถอดจิตวิญญาณย้อนเวลาหาคนมาช่วยตัวเองได้ ก็น่าสนใจเรื่องของสตรีว่าข้าเข้าใจดีว่า แผ่นดินนี้อำนาจเป็นใหญ่ เหตุผลเป็นรอง ในยุคสมัยแห่งความวุ่นวายผู้มีความสามารถจะยืนหยัดอยู่ได้ ข้าอย่าได้พึ่งพิงใคร อย่าใช้ชีวิตประดุจเครื่องประดับของผู้มีอำนาจ ให้ทุกวันเป็นเหมือนวันแรกของชีวิต ใช้หัวใจไปเรียนรู้เห็นสิ่งใหม่ๆ และสตรี ในฐานะผู้นำเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งการแย่งชิงหญิงสาว ทำให้สูญเสียแผ่นดินได้ ของจอมคนแผ่นดินเดือด เมื่อวาน ผมมาเฉลยบทเพลง ก็ได้ว่า คือ เพลงใกล้ตา ไกลตีนhttp://www.youtube.com/watch?v=G_-R0I5g9Qg&NR=1 ครับ
เสื้อแดงเชียงใหม่แถลงจัดงานลอยกระทง
Sun, 2010-11-14 12:36
http://prachatai.com/journal/2010/11/31898
สไลด์ภาพกิจกรรมรำลึก 6 ตุลาฯ ลานสามกษัตริย์-เชียงใหม่ ภาพโดย ประเสริฐ บุญประเสริฐ thaienews.blogspot.com/2010/10/6-34.html
 ไทยสุริยะ  Junior Member เขียนทั้งหมด: 18 ลงทะเบียน: Sep 2010 ความนิยม: 2   WMV+MP3…นศ.เชียงใหม่รำรึกลุงนวมทอง …ประจำวันที่ 31.10.53..งับๆๆ  wmv >> ftp://baygon5.no-ip.org/savefiles/thaiya….10.31.wmv
MP3 >> ftp://baygon5.no-ip.org/savefiles/thaiya….10.31.mp3 
เมื่อวานผมเล่าถึงbody slam เลยเอาเพลงมาให้ฟังกัน ครับ body slam บอดี้สแลม เนื้อเพลง: คราม อัลบั้ม: คราม…ลึกลงเท่าไรก็ยิ่งมืดมน ค้นไปเท่าไรก็ยิ่งสับสน ส่วนลึกในใจคน ใครจะรู้จริง ทะเลกว้างไกล และใครเล่าจะรู้ว่า สุดเส้นขอบฟ้า ตรงที่แผ่นน้ำเป็นประกาย ลึกลงจะเจออะไร จะมีสิ่งใด ภายใต้แผ่นน้ำสุดไกลที่ซ่อนอยู่ ที่เธอเคยมองมันว่าดี เธอลองมองให้ดีๆ ลองหยุดมองและลองคิดอีกที ถ้าหากทุกสิ่งที่เห็น ถ้าหากทั้งหมด นั้นเป็นภาพลวงตา ทะเลแสนไกลไม่มีสิ้นสุด สีครามหมายความเหมือนใจมนุษย์ มันลึกเกินจะรู้ เธอจะอยู่หรือไป สักวันถ้าคนที่เธอเคยไว้ใจ ถึงตอนสุดท้ายไม่เป็นอย่างฝัน มันไม่มีอะไรสวยงาม สิ่งที่อยู่ข้างในหัวใจ ที่ใครไม่เคยหยั่งถึง ถ้าหากตรงนั้นมันอันตราย ที่สุดจะมีใครเข้าใจ ข้างในใจฉัน ฟ้างดงามเพียงใด แต่อย่างไรมันก็ต้องมืดมน ไม่ว่าใคร ต้องมีความจริงเก็บเอาไว้ อยู่ในใจของคน เธอรู้ใช่ไหม ความจริงกับความฝัน ที่ยังค้นไม่เจอ ฉันหวั่นใจ ถ้าในวันนั้น ความเป็นจริง มันไปทำร้ายเธอ ให้เธอเสียใจ ทะเลแสนไกลไม่มีสิ้นสุด สีครามหมายความเหมือนใจมนุษย์ มันลึกเกินจะรู้ เธอจะอยู่หรือไป สักวันถ้าคนที่เธอเคยไว้ใจ ถึงตอนสุดท้ายไม่เป็นอย่างฝัน มันไม่มีอะไรสวยงาม สิ่งที่อยู่ข้างในหัวใจ ที่ใครไม่เคยหยั่งถึง ถ้าหากตรงนั้นมันอันตราย ที่สุดจะมีใครเข้าใจ ข้างในใจฉัน ความลับสีคราม ไม่มีใครรู้ ใครเข้าใจคำตอบ ฉันคือใคร ฟากฟ้าทะเลมืดหม่น ความงามที่โหดร้าย ขอเพียงใครคนหนึ่ง คนนั้นที่เข้าใจที่สุดฉันคือใคร และพร้อมที่จะก้าวผ่าน เธอจะอยู่หรือไป สักวันถ้าคนที่เธอเคยไว้ใจ ถึงตอนสุดท้ายไม่เป็นอย่างฝัน มันไม่มีอะไรสวยงาม สิ่งที่อยู่ข้างในหัวใจ ที่ใครไม่เคยหยั่งถึง ถ้าหากตรงนั้นมันอันตราย ที่สุดจะมีใครเข้าใจ ข้างในใจฉัน ความลับสีคราม ไม่มีใครรู้ ใครเข้าใจคำตอบ ฉันคือใคร ฟากฟ้าทะเลมืดหม่น ความงามที่โหดร้าย ขอเพียงใครคนหนึ่ง คนนั้นที่เข้าใจที่สุดฉันคือใคร ใครกันพร้อมที่จะก้าวผ่าน ความจริงที่โหดร้าย
 
วันที่ 17 พ.ย.53
เมื่อผมคิดถึงเรื่องการออกเดินทาง ท่ามกลางท้องทะเล นึกถึงเพลงคราม และสีคราม เป็นสีที่ผสมอยู่ระหว่าง สีน้ำเงิน กับสีม่วง ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ เพราะสีน้ำเงินเป็นสีแห่งสันติสุข สีม่วง เป็นสีแห่งแรงบันดาลใจ อันนำไปสู่การมอบความรักให้แก่คนอื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข สีคราม จึงเป็นสีแห่งพลังจิตที่ชัดเจน(จากหนังสือคริสตัล พลังแห่งสีสันอัญมณี)
เมื่อวันที่ 13 เป็นวันกีฬาสีsport dayของมช.ซึ่งผมก็ไม่ได้ไปร่วมงาน เพราะผมในความจริง ไม่ได้เป็นนักกีฬาสี เนื่องจากเรียนจบนานแล้ว เพียงจินตนาการ ที่มีเป้าหมายเพื่อเข้าแข่งขันสู่ชัยชนะ ในระหว่างจะเข้าเส้นชัย และเสียงกองเชียร์ รวมทั้งเสียงหัวใจ ก่อนจะไปที่นั่น คุณอาจจะต้องวิ่งระยะไกลมากๆ
ตอนเช้าในอดีตผมตื่นขึ้นมา โดยเสียงนกหวีดจากกองพลฯ เพื่อระเบียบวินัย สำหรับฝึกเป็นรด. ทำให้ผมผูกพันกับพื้นที่ ทั้งการออกกำลังกายตอนเช้า และการถูกสั่งทำโทษให้ทำท่าม้วนหน้าม้วนหลังคลุกแผ่นดิน นี่แหละถ้าเราจินตนาการตอนเราเกิดขึ้นมาบนพื้นดิน และเราทุกคน ก็ต้องเริ่มคลานหัดเดิน บนพื้นดินกันตามพัฒนาการตอนเป็นเด็ก ครับ
โดยเส้นแบ่งแยกของความถูกหรือผิด ทำให้เข้าใจถูกต้องตรงกันง่ายได้ ในบางเรื่อง เช่น การพยากรณ์เรื่องฝนดาวตก เมื่อปีที่แล้ว การทำนายเรื่องฝนดาวตกลีโอนิคส์ถล่มโลกระหว่าง17-18พ.ย.2552 – กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ … ปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านดาราศาสตร์ไทยเผยะระหว่างวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ จะเกิดปรากฎการณ์ฝนดาวตกมากกว่า 100 ดวงต่อชั่วโมง…และความเป็นมาก่อนการเลือกตั้งของไทย จะกลับมามีอีกครั้ง โดยยุคจอมพลถนอม กิตติขจร ก่อการปฏิวัติรัฐประหารตนเอง (17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514) และวันนี้ในอดีค คือ วันเกิดประยูร จรรยาวงษ์ นักเขียนการ์ตูนที่สะท้อนปัญหาสังคม (17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458) เป็นต้น guru.sanook.com/history/17พฤศจิกายน/
 -ศาสนากับชาตินิยม ในชุมชนจินตนาการของรัฐชาติ ที่มีการเสนอแบบของมาร์กซ์ว่า ศาสนาเป็นยาฝิ่นหรือยาเสพติด ก็มีคนนำเสนอว่า ชาตินิยมก็เช่นเดียวกัน และผมคิดถึงเรื่องชุมชนของคนไทยและชุมชนจินตนาการ โดยข้อเขียนของเบน ในเรื่องวิธีการศึกษาชุมชนจินตกรรมของเขาว่า ใช้วัตถุนิยมประวัติศาสตร์กับการวิเคราะห์วาทกรรม หรือโพสต์โมเดิรน์ วิวาห์(แต่งงาน)กับมาร์กซิสม์ ลองดูหนังสือชุมชนจินตกรรมฉบับแปล หรือภาษาอังกฤษ ถ้าเรานึกถึงเรื่องรัฐกับชาติแต่งงานกันของเบนฯ ซึ่งเราอาจจะนึกถึงเรื่อง"หัวใจชายหนุ่ม" การรักเมืองไทยเปรียบเหมือนรักพ่อแม่ แต่การรักเมืองอังกฤษเหมือนรักเมียเนื้อเรื่องของคนหัวนอก จากปัญหาหวาดกลัวคลุมถุงชนจับแต่งงาน แต่ในที่สุดยอมกลับมาเมืองไทย โดยตกหลุมรักกับหญิงไทยแท้ ก็ตัดสินใจแต่งงาน และกลับมาสู่ครอบครัวเมืองไทย-เพศและชาติ(ดูเพิ่มเติม สรุปหัวใจชายหนุ่มตามลิ๊งค์)http://iam.hunsa.com/tong9613/article/21148
…ฟ้าเดียวกัน ฉบับ โครงการเปลี่ยนประเทศไทย โดยฟ้าเดียวกัน จัดงานระดมนักวิชาการในเรื่องดังกล่าว ก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร และเบน แอนเดอร์สัน ก็พูดเรื่องพรรคไทยรักไทยไม่ใช่พรรคการเมืองสมัยใหม่ แต่พรรคไทยรักไทย ก็มีนโยบาย ซึ่งพรรคอื่นในอดีตไม่มี และวิธีของทักษิณ หล่อหลอมตัวบุคคลเข้ากับจอโทรทัศน์สมัยใหม่ เหมือนกับนักการเมืองสมัยใหม่ โดยท้ายที่สุดสิ่งหนึ่งที่เบน อ้างอันโตนิโอ กรัมชี่ กล่าวไว้ว่า ในช่วงเวลาที่สิ่งเก่าปฏิเสธที่จะตายไปและสิ่งใหม่ก็ยังมิได้ถือกำเนิด ร่างแห่งปิศาจก็ได้ปรากฏขึ้น…
…เรามาออกนอกประเทศไทย โดยเรื่องเล่าของรุ่นพี่ของผม กับความฝันเรื่องเดินทางรอบโลก ล่าสุดเขาโทรมาบอกผมว่า คนเดินทางรอบโลกครั้งที่ 11 ก็มีปรากฏแล้วน่ะโว้ย! ดูได้จากกูเกิ้ล! แหม…ผมอยากแซวต่อ แล้วมันจะเหมือนเงินเฟ้อไหม?เนี่ย 555 นั่นก็คือ ภาวะเงินเฟ้อ (Inflation)ความหมายง่าย ๆ ของเงินเฟ้อคือ ภาวะที่ข้าวของเครื่องใช้โดยทั่วไปมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง การสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าของเงินลดลง เออนี่เป็นเรื่องไม่ซีเรียส คร้าบ เป็นเรื่องตลกหกด้านฮา แต่ถ้าซีเรียสเพลงประกอบการเดินทางไพเราะ..
โปรดลองฟังเพลง ทะเลสีดำ อัลบั้ม: Urban Lullabyโดยลุลา ร่วมร้องโดย ต้าร์ พาราด็อกซ์ ต้า : ทะเลสีดำ ไม่มีแสงไฟ มองไม่เห็นทาง เธอกลัวหรือไม่ ลุลา : ได้ยินเสียงเธอ จะกลัวอะไร จับมือฉันไว้ ฉันก็อบอุ่นหัวใจ ต้า : เธออาจเหน็บหนาว ทุกคราวที่เจอะคลื่นลม ลุลา : ก็ห่มใจฉันด้วยความอบอุ่นของเธอ ต้า : อาจมองไม่เห็นเส้นของขอบฟ้าไกล ลุลา : ยังมีแสงดวงดาวจะคอยนำทางให้เราก้าวไป ต้า : เธอแน่ใจ ลุลา : ฉันแน่ใจ ต้า : ทะเลสีดำ ลุลา : ไม่นานก็เช้า ต้า : ค่ำคืนเหน็บหนาว ลุลา : จับมือฉันไว้ ต้า : ทะเลสีดำ ลุลา : ไม่ต้องหวั่นไหว ต้า : จะทำเช่นไร ลุลา : กอดฉันไว้เธอ ต้า : ทะเลสีดำ ทำให้ฉันกลัว อาจทำให้เธอ นั้นต้องลำบาก ลุลา : ไม่เห็นเป็นไร อย่าไปคิดมาก มันคงไม่ยาก เพียงเธอจับมือฉัน ต้า : เธออาจเหน็บหนาวทุกคราวที่เจอะคลื่นลม ลุลา : ก็ห่มใจฉันด้วยความอบอุ่นของเธอ ต้า : อาจมองไม่เห็นเส้นของขอบฟ้าไกล ลุลา : ยังมีแสงดวงดาวจะคอยนำทางให้เราก้าวไป ต้า : เธอแน่ใจ ลุลา : ฉันแน่ใจ ต้า : ทะเลสีดำ ลุลา : ไม่นานก็เช้า ต้า : ค่ำคืนเหน็บหนาว ลุลา : จับมือฉันไว้ ต้า : ทะเลสีดำ ลุลา : ไม่ต้องหวั่นไหว ต้า : จะทำเช่นไร ลุลา : กอดฉันไว้เธอ
http://www.siamzone.com/music/thailyric/index.php?mode=view&artist=!!c5d8c5d2&song=!!b7d0e0c5cad5b4d3
 
วันที่ 18-27 พ.ย.53
ตอนเช้า เมื่อผมตื่นขึ้นมาวันนี้ ก็ผมจำร่องรอยของความฝันได้นิดหน่อยว่า ผมไปเรียนเคล็ดลับทำให้สายตาดี ไม่ต้องสายตาสั้นอีกแล้ว ซึ่งผมไม่ค่อยมีเวลาเขียนอะไร สักเท่าไหร่ เนื่องจากเวลาจำกัด มีเรื่องต้องทำงาน และใช้จ่ายมากมาย ซึ่งผมก็ไม่ได้เผยแพร่บทความรูปปั้นลุงนวมทอง ฉบับยาวเกินหกหน้า ในบทความก็มีเรื่องข่าวที่ว่า คนเสื้อแดงไม่กลัวเอดส์ เอาเลือดใส่รูปปั้นลุงนวมทอง ซึ่งผมใช้แนวคิดวาทกรรม โดยมิเชล ฟูโกต์นั้น เขาตายด้วยโรคเอดส์ เป็นเรื่องย้อนแย้ง ที่ผมคิดไม่ถึงหลังจากเขียนบทความเสร็จไปเกือบเดือน น่ะครับด้วย แต่ผมนึกถึงเรื่องราวการเดินทางระหว่างกลับมาจากการเดินทางจากโคราช และอุบัติเหตุรถเสียเล็กน้อย ระหว่างทางกลับมาที่นี่ แหม ผมก็อยากจะjumperแบบในหนังจะได้เร็วและไปทั่วโลกเลย ครับ โดยจัมเปอร์เป็นนิยายวิทยาศาสตร์by Steven Gould.มาก่อนทำเป็นภาพยนตร์ ส่วนเรื่องว่าเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ได้ไง? ก็ลองดูการอธิบายเพิ่มเติมจากวิกีพีเดีย คือ He discovers he can "Jump", or teleport, disappearing from one place and instantly appearing in another. http://en.wikipedia.org/wiki/Jumper_%28film%29
 เรื่องย่อ เดวิด ไร้ซ์เติบ ใหญ่ขึ้นมา พร้อมกับความสามารถพิเศษที่ใครๆ ต่างก็อยากมี เขาเคลื่อนที่ไปยังที่ใดในโลกก็ได้ดังใจปรารถนาโดยอาศัยช่องโหว่ของกาลเวลา ก้าวจากที่หนึ่งไปยังตึกใดก็ได้ ไปยังเมืองใดก็ได้ เพียงพริบตาเดียวเขาก็ "โดดกระชากมิติ" จากซีกโลกหนึ่งไปยังอีกซีกโลกหนึ่ง แล้วก็กลับมายังจุดเดิมได้ดังใจสั่งเลย เย็นวันเดียวกันเขาปรารถนาจะชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าสัก 20 ครั้งก็ไม่ใช่เรื่องลำบาก เช้าวันไหนอยากไปรับประทานอาหารเช้าบนยอดสฟิงซ์ในอียิปต์ (Egyptian Sphinx) ก็ไม่ยาก แล้วจะขึ้นกระดานเซิร์ฟโต้คลื่นที่ออสเตรเลีย (Australia) ทั้งวันก็ย่อมได้ พลบค่ำก็ดื่มด่ำกับบรรยากาศดินเนอร์สุดหรูในกรุงปารีส (Paris) ก่อนจะไปตบท้ายของหวานที่ญี่ปุ่น (Japan) ก็สบายๆ เขายังโดดทะลุกำแพงเข้าไปยังเซฟของธนาคาร และห้องลับสุดยอดที่ไหนก็ได้ แต่เขาก็ได้อาศัยความสามารถพิเศษนี่แหละพยายามหนีให้พ้นอดีตอันขมขื่น, ตักตวงหาผลประโยชน์จากความสามารถพิเศษอย่างเต็มที่, และไม่คิดจะพึ่งพาใครทั้งสิ้น เขาไม่เคยล่วงรู้ถึงขอบเขตหรือข้อจำกัดของความสามารถพิเศษนี้มาก่อน หรือแม้แต่พันธะที่จะตามมากับมันด้วยซ้ำ จนกระทั่งบัดนี้
เมื่อ เดวิด รู้จักกับชายหนุ่มอีกคนที่มีความสามารถพิเศษเช่นเดียวกันชื่อ กริฟฟิน (Griffin รับบทโดย เจมี่ เบล – Jamie Bell) หนุ่ม หัวขบถสุดก้าวร้าวที่เดินทางท่องโลกมาอย่างโชกโชน เดวิดจึงได้รู้ถึงข้อเท็จจริงที่คาดไม่ถึงมากขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่ได้คนพิเศษที่ผิดธรรมชาติเพียงคนเดียวในโลก หากแต่เป็นหนึ่งในความพิเศษทางพันธุกรรมที่เรียกกันว่า เหล่าจัมพ์เฟอร์ (Jumpers) ซึ่งต่างก็กำลังตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง บัดนี้ เดวิดก็ถูกขึ้นบัญชีดำขององค์กรลับที่สาบานตนว่า จะกำจัดเดวิดและปราบเหล่าจัมพ์เฟอร์ให้สิ้นซาก และเขาก็ตกเป็นเหยื่อของการไล่ล่าอย่างไร้ความปรานี ซึ่งจะตามติดไปทุกแห่งหนทั่วโลก – เด วิด กลายเป็นหมากสำคัญตัวที่จะได้เห็นสงครามล้างเผ่าพันธุ์ที่เข่นฆ่ากันอย่าง บ้าคลั่ง แต่ไม่เป็นที่รู้เห็นแก่สายตาของชาวโลกทั่วไป และยืดเยื้อยาวนานมาหลายชั่วอายุคนแล้วด้วย…hilight.kapook.com/view/16248
 
ความกล้าหาญตรงกันข้ามกับความกลัว จากบทเพลงทะเลสีดำ และคำว่า brave ก็มีความหมายถึง"อดทน" โดยใจจริง หรือจริงใจ โดยการทำงานของบางคนทางการเมืองปัจจุบัน ก็ตกอยู่ในภาวะของสันติบาลติดตาม และสายข่าวของตำรวจ  การเดินทางของผม ก็ได้ดูหนัง LEGIONจากรถทัวร์ โดยเรื่องย่อหนัง LEGION เป็นหนังสะท้อนเรื่องฮีโร่ ว่าไม่ได้เป็นง่ายๆ สำหรับคนไม่มีความกล้าหาญ
Legion เรื่องราวเกี่ยวกับวันสิ้นโลกที่น่าสะพรึงกลัวและไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะที่มนุษยชาติกำลังทำลายตัวเองอย่างป่าเถื่อน กลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มหนึ่งที่ติดอยู่ในพื้นที่ที่ชายขอบก็เตรียมพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้ครั้งสุดท้าย ด้วยความช่วยเหลือของคนแปลกหน้าลึกลับผู้ทรงพลังผู้หนึ่ง ด้วยความที่พวกเขาไม่ได้รับรู้ถึงหายนะที่เกิดขึ้นทั่วโลก บ็อบ แฮนเซน (เดนนิส เควด) เจ้าของร้านอาหารริมถนนที่อยู่ห่างไกลผู้คน และหุ้นส่วนของเขา เพอร์ซี (ชาร์ลส์ เอส. ดัตตัน) ได้เปิดกิจการตามปกติ ชาร์ลี (เอเดรียนน์ พาลิคกี้) พนักงานเสิร์ฟสาวสวยที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ของร้านได้ เสิร์ฟอาหารเช้าให้กับแซนดราและโฮเวิร์ด คู่สามีภรรยาผู้มั่งคั่งแถบชานเมือง (เคท วอลช์และจอน เทนนีย์) และออเดรย์ (วิลลา ฮอลแลนด์) ลูกสาววัยรุ่นของพวกเขา ระหว่างที่พวกเขารอให้จี๊พ ลูกชายของบ็อบ (ลูคัส แบล็ค) ซ่อมรถให้พวกเขา เมื่อสัญญาณโทรทัศน์กลายเป็นคลื่นแทรก และสัญญาณโทรศัพท์ดับหายไป พวกเขาก็ตระหนักว่าพวกเขาได้ขาดการติดต่อกับโลกภายนอกทั้งหมดเสียแล้ว ขณะที่พวกเขาพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นแผ่นดินไหว? การก่อการร้าย? หญิงชราผู้หนึ่ง (เจนเน็ตต์ มิลเลอร์) ก็ได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้และสั่งสเต็คจากชาร์ลีย์อย่างสุภาพ เมื่ออาหารถูกเสิร์ฟ เธอก็เริ่มพูดเรื่องชวนตกตะลึงไม่หยุด เพียงชั่วอึดใจ หญิงชราที่ดูอ่อนแอกลับกลายเป็นมีพลังเหนือมนุษย์ และเข้าจู่โจมโฮเวิร์ด ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย ความพยายามที่จะส่งตัวเขาไปรับการรักษาสิ้นสุดลงเมื่อฝูงแมลงบินที่จับกลุ่มกันหนาแน่นเปลี่ยนให้ร้านอาหารแห่งนี้ กลายเป็นสถานที่พักพิงที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวในรัศมีหลายไมล์ เมื่อพวกเขาเริ่มซึมซับถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัวของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง (พอล เบตตานีย์) ก็เข้าร่วมกลุ่มกับพวกเขาพร้อมด้วยอาวุธที่ขโมยมาหลายชิ้น เขาบอกให้ชาร์ลีย์รู้ว่า เด็กทารกในท้องเธอคือความหวังเพียงหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ และเขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตเด็กคนนี้เอาไว้ให้ได้
โลกกำลังจะกลายเป็นฝันร้ายในยามตื่นสำหรับมนุษย์ที่เหลือรอดอยู่ขณะที่กลุ่มฆาตกรบ้าคลั่งกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าออกตามหาเหยื่อใหม่ๆ ตามหลังมาด้วยกลุ่มเทวทูตนักรบที่มีเป้าหมายเพื่อการทำลายล้างเพียงอย่างเดียว ในเรื่องราวน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้เรานึกถึงวันสิ้นโลก
http://movie.sanook.com/movie/movie_17053.php
ซึ่งผมหลายเรื่องให้คิดมากมาย ทำงานมากมาย พบผู้คนมากมาย ฉายหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือก(อีกครั้งในปีนี้ ก็ฉายจนจบ และบรรยายให้คนฟังเยอะ) ซึ่งผมฉายหนัง10 ปีพอดี สำหรับการได้กลับมาฉายหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือก อีกครั้งสำหรับตัวของผมเอง ครับ ส่วนหนังที่ฉายให้ดูเร็วๆ ในเรื่อง capitalism a love story หนังแผนที่คนดีเป็นหนังสั้น วิดีโอมาเก๊า และแนะนำหนังเรื่องoctober sonata ผ่านpower point จนกระทั่งผมพบคนมากมาย จากวันเวลาผ่านไป เหนือคำบรรยาย เมื่อวันที่26 กลับมาหอพัก เพื่อดูกล้องวงจรปิด จับขโมย! มีการลักทรัพย์ ที่หอพักของผมอีกแล้ว ก็ห้องข้างๆ น่ะเอง ครับ และแน่นอน ทำให้ผมนึกถึงเรื่องหมาเฝ้าบ้าน และนิยายเรื่องanimal farm ส่วนหมาของชาวหอ ก็ดูมาอยู่ประจำอาณาเขตของหอพัก เมื่อไม่มีแมว แต่หมาก็ไม่ได้ช่วยจับขโมย น่ะครับ
-แนะนำหนังเรื่องTrojan War is a 1997 romantic comedy directed by George Huang. It stars Will Friedle, Jennifer Love Hewitt, and Marley Shelton.–ทำไม? Trojan War ทำให้ผมสนใจหนังเรื่องนี้ ในฐานะถ้าคุณเป็นคนดูอยู่ในวัยรุ่น หนังตลกโรแมนติกในเรื่องกับมีสาระผ่านตัวละคร โดยบางประโยคของคำพูดว่า เวลาเราฝัน คือ dream ทำให้เราปิดตาไม่ได้ลืมตา เลย ครับ หรือlove ผวนกลับคำเป็นevil ปีศาจ และความเป็นจริงของรัก กับคนขายดอกไม้ เชื่อมโยงกับทุนนิยม ใกล้ความจริงแล้ว แต่ว่าเราต้องยอมรับว่ารักแท้ มันหายาก และ evil ก็ลองกลับคำเป็น live น่ะครับ
ขอมอบเพลงประจำวัน ระหว่างเดินทางรถทัวร์เปิดเพลงนี้ ทำให้ผมได้ฟังเพลง : ฝันอีกครึ่งต้องพึ่งเธอ ศิลปิน : มนต์แคน แก่นคูน เนื้อเพลง : หัวใจเกินร้อย เเต่มีปมด้อยเรื่องเเฟน จึงข้ามพรมเเดน ความเหงาเดิมๆ บ่ได้ สร้างฝันมาตามลำพัง ได้เพียงครึ่งทางวาดไว้ อีกครึ่งฝันมีคู่ใจ สร้างเองบ่ได้ดอก หนา เหมือนคนบนฟ้า ท่านคงรู้ว่าบ่ไหว กลัวอ้ายเหงาตาย จึงส่งเธอมาพบหน้า เดินใกล้ในวันสับสน ให้คนจนๆสบตา ความใช่บ่ได้กังขา เเต่เกรงว่าบ่ฮักกัน*อีกครึ่งทางฝัน ยืนยันกับอ้ายได้บ่ ช่วยเป็นจิกซอว์ตัวสุดท้ายเติมใจฮักมั่น ผู้บ่าวคนหนาวอ้อมเเขน กำพร้าเเฟนเหงามาเนิ่นนาน หากเธอส่งยิ้มยืนยัน ปลายฝันมีทางไปถึง**ขอเเรงสาวน้อย ช่วยลบปมด้อยให้ใจ อย่าให้ต้องอาย คุยเรื่องหวานใจเเล้วอึ้ง โปรดรับข้อความจากใจ ใส่ในห้องใจคำนึง มีฝันขอคนๆ หนึ่ง อีกครึ่งยังรอพึ่งเธอออ ซ้ำ* **
 
วันที่ 28-30พ.ย.53
ผมคิดไว้ว่าสักวันหนึ่ง ถ้าผมมีโอกาสอยากเขียนเรื่อง"ความลับกับก(ลั)บการนอน"ห"ลับ" เสนอขายเป็นหนังสือฮาวทู และผมนึกถึงหนังสือเรื่อง"ความรักในทัศนะใหม่"(หนังสือแปลหลายปีแล้ว ผมเคยเขียนถึงด้วยมั้ง) คือ เราแต่ละคนต่างก็มีอีโก้เป็นเขตแดน หรือพรมแดน ซึ่งมันเป็นเรื่องทางจิตวิทยา โดยดูข้อมูลเพิ่มเติม คนเขียนMorgan Scott Peck (23 May 1936 – 25 September 2005) was an American psychiatrist and best-selling author, best known for his first book, The Road Less Traveled, published in 1978.
http://en.wikipedia.org/wiki/M._Scott_Peck และดูข้อมูลคนแปลเรียบเรียงเป็นหนังสือความรักในทัศนะใหม่ว่านำมาจากถนนสายที่มีคนเห็นน้อยกว่า
http://www.rsu.ac.th/soc/life01.html และอธิบายถึงการแต่งงาน รวมทั้งเป็นพ่อแม่ ซึ่งบรรยายเรื่องความกล้าและความรักด้วยhttp://www.sabuyjaishop.com/shop/pandabookz/default.aspx?page=pdtdetail&url=pandabookz&pdtid=002274&lang=EN
ถ้าเรานึกถึงเรื่องอนาคตทางวิทยาศาสตร์ การเดินทางข้ามเวลาอาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ถ้าเราจะTeleportation ไปอีกพรมแดนหนึ่ง ซึ่งเรายังไม่ค้นพบ เช่น หนังสือเรื่องDash, Mike (2000). Borderlands: The Ultimate Exploration of the Unknown. Overlook Press นี่ก็เป็นเรื่องใกล้เคียงกับความเชื่อเหนือจริงคนเดินทะลุกำแพง พลังจิตต่างๆ ก็ถ้าเราสามารถเดิน หรือกระโดดทะลุกำแพงของคน หรือกำแพงของห้อง เอ่อ แต่ผมเป็นคนธรรมดา น่ะครับ เมื่อหลายวันก่อน ก็ผมได้ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำ ซึ่งผมไม่ได้ว่ายน้ำมานาน จนเกือบจะลืมการว่ายน้ำออกกำลังกายไป และเมื่อวานเป็นวันปิดกีฬาเอเชียนเกมส์ 2010 เป็นการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 16 จัดขึ้นที่นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 12 ถึง 27 พฤศจิกายน และวันที่มีงานลูกทุ่งวิจิตร(ศิลป์) 
 
แต่ว่าผมไม่ใช่นศ.วิจิตรศิลป์ เป็นเพียงแค่อดีต ก็ไม่ได้ไปร่วมงาน แต่อย่างใด และผมสนใจงาน CMU Book Fair มากกว่า ได้ซื้อหนังสือ และจ่ายเงินอีกแล้ว ซึ่งผมได้หนังสือภาษาอังกฤษ เป็นเรื่องนิยายเรื่องน่าสนใจ คือ slownessของคุนเดอรา(รับอิทธิพลไฮเดกเกอร์) มาหนึ่งเล่ม และThe brother karamazov(ถือว่าต้นตระกูลอัตถิภาวะนิยม) ซึ่งมีแปลเป็นไทยแล้วทั้งสองเล่ม โดยผมเคยเล่าให้ฟังไปแล้ว นอกนั้นผมยังได้หนังสืออื่นๆ ภาษาอังกฤษราคาไม่แพง แต่ผมไม่บอก น่ะครับ และมีคนแนะนำหนังสือตระกูลอัตถิภาวะนิยม คล้ายนักเขียนสองเล่มดังกล่าวจัดกลุ่มเป็นอัตถิภาวะนิยมได้ ที่ผมกล่าวอ้างไปแล้ว คือ ซาสตร์อีกต่างหาก ซึ่งผมเล่าเรื่องซื้อหนังสือสั้นๆ เพราะว่ามันทำให้ผมนึกถึงเรื่องรุ่นน้องคนหนึ่ง ที่พูดถึงเรื่องว่า ระหว่างหนังกับหนังสือนั้น เขารู้ตัวทีหลังว่า เขาดูหนังมากกว่าอ่านหนังสือ น่ะครับ ก็น่าสนใจสำหรับคนรักหนัง เพราะภาพยนตร์ ที่มีชื่อTrojan War เกี่ยวโยงชื่อกับเรื่องราวสมัยกรีก หรือสงครามเรื่องทรอย ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องทรอยเป็นหนังสงคราม เกี่ยวกับแย่งชิงหญิงสาว Troy กับความกล้าหาญ ทำให้ผู้คน จดจำได้ หรือเจ้าชายปารีส ทำเป็นกล้าหาญ จะปกป้องหญิง คือ เฮเลน แต่แล้วก็กลัวตาย…หญิงสาวปลอบใจ ที่เขาไม่ยอมตาย ขณะที่สู้แพ้ และขอชีวิต นั่นเป็นความกล้าที่ท้าทายนักรบผู้ยิ่งใหญ่ และบทสนทนาอันน่าสนใจของAchilles (ผู้ทำลายรูปปั้นในวิหารแห่งเทพ) กับBriseisว่าเจ้าเลือกรักทวยเทพ แต่ข้าเกิดมาเพื่อเป็นนักรบ และเจ้ารักทวยเทพข้างเดียว หรือเปล่า เจ้ารักซูอุส รับใช้เทพเจ้า และเจ้านับถือเทพ ที่เอาหนังมนุษย์ มาทำเป็นที่รองหรือเปล่า(ผมจำได้ประมาณนี้) และBriseis ตอบว่าทวยเทพ ต้องมีคนหวาดกลัว และทำให้นับถือ และAchiles พูดต่อว่าข้าจะบอกความลับให้เจ้า ทวยเทพ อิจฉาเรา ที่ไม่เป็นอมตะ เจ้าจะไม่สวยเหมือนวันนี้อีกแล้ว และเจ้าจะไม่อยู่ที่เดิมตลอดไป..
 
ถ้าคุณสนใจเรื่องปรัชญา มากกว่าจริยธรรม หรือศาสนา เป็นคนดีแบบไทยๆ คือ เอาตัวรอดเป็นยอดดีไม่ใช่แบบสุนทรภู่(เรื่องนี้ต้องอธิบายยาวๆ) และชีวิตของความเป็นอยู่เชิงจริยศาสตร์ ในแนวคิด ซึ่งนักปรัชญาเคยเสนอเรื่องBeing and Time…เป็นหนังสือภาษาเยอรมันแปลเป็นอังกฤษหนามาก
(German: Sein und Zeit, 1927) is a book by the German philosopher Martin Heidegger. Although written quickly, and despite the fact that Heidegger never completed the project outlined in the introduction, it remains his most important work and has profoundly influenced 20th-century philosophy, particularly existentialism, hermeneutics and deconstruction.
Influence(อิทธิพลของความคิดต่อนักปรัชญา คนอื่นๆ เช่น ฟูโกต์ แดริดา ฯลฯ เป็นต้น)
Being and Time influenced many philosophers and writers, among them Hannah Arendt, Leo Strauss, Alexandre Kojeve, Hans-Georg Gadamer, Giorgio Agamben, Jean-Paul Sartre, Emmanuel L?vinas, Maurice Merleau-Ponty, Alain Badiou, Herbert Marcuse, Jacques Derrida, Michel Foucault and Bernard Stiegler. More specifically, several important philosophical works were directly influenced by Being and Time, although in very different ways in each case. Most notable among the works influenced by Being and Time are the following: ผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานตามอิทธิพลบางส่วนของไฮเดกเกอร์ ก็คือ ซาสตร์ การมีอยู่ และไม่มีอยู่(Being and Nothingness)
Being and Nothingness (1943), by Jean-Paul Sartre  ผู้ไม่แต่งงานกับซีโมน เดอ โบโร แต่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน และซาสตร์ ก็จัดอยู่สายมนุษยนิยม-Pro-choice ฯลฯ เป็นต้น
http://en.wikipedia.org/wiki/Being_and_Time
Being and Nothingness: An Essay on Phenomenological Ontology เป็นหนังสือภาษาฝรั่งเศส ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษ ที่เล่มหนามาก ครับ
Introduction
Part 1, Chapter 1: The origin of negation
Part 1, Chapter 2: Bad faith
Part 3, Chapter 1: The look
Being for Others (Love/Masochism – Hate/Sadism)
Sex
Nothingness
http://en.wikipedia.org/wiki/Being_and_Nothingness
ทั้งนี้ ผมไม่มีเวลาเขียนเรื่องเชิงอภิปรัชญา เพียงผมเล่าเรื่องอะไรมากจากโคราช และผมนั่งรถทัวร์ฉายเรื่องบางรักซอย 9 ชุด 169 ตอนแต่งกับงาน ที่มีเกี่ยวกับการเดินทางไปโคราช  ทำให้ผมนึกถึงหนังตลกเรื่องRRRrrr!!!เป็นเรื่องของคนยุคดึกดำบรรพ์หายาสระผม ตลกแปลกดีเปรียบเปรยกับยุคสมัยใหม่ และหนังเรื่อง Rain man ที่มีบทพูดถึงวันที่ดีกับการพบคนสดใส และสวยงาม ส่วนหนังเรื่องlakeview terrace เป็นความขัดแย้งของคนบ้านติดกัน และผิวสีสองสี ในอารมณ์ของหนังที่มีความมืดมัว ทำให้นึกถึงพลุ ทำให้เกิดแสงสว่าง ในความมืดของงาน
เฟสติวัล(สารเคมีและวิทยาศาสตร์กับพลุ) และถ้ามีอุบัติเหตุ accident อะไรทำถูกหรือ? เมื่อเราควรทำอย่างคนฉลาด…หรือไม่ เพราะว่าบางครั้งอารมณ์ ก็เหนือเหตุผล และผมนึกถึงหนังเรื่อง G.I. Joe: Rise of Cobra โดยภาพยนตร์สื่อเรื่องการฝึกฝนทหารแนวเหมือนวิทยาศาสตร์โต้เถียงเรื่องการชอบกันเป็นอารมณ์ ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ สิ่งนั้นพิสูจน์ไม่ได้? จริงไหม? ครับ โดยจริงๆ เราพยายามทำแผนที่คนดี แต่ว่าชีวิตของคน ก็มีข้อจำกัด หลายอย่างดังกล่าว ไม่ง่ายเหมือนสุภาษิต รักดีหามจั่วรักชั่วหามเสา หรือเราคิดได้ แต่มันทำไม่ได้  ทั้งการบริหาร
ราชการแผ่นดิน เพื่อแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง  และกรณีข่าวการทำแท้ง เป็นกระแสข่าวตอนนี้ ถ้าธรรมชาติของการเกิดของคน คือ การเชื่อมโยงกามารมณ์ ทำให้เราเกิดจากครรภ์มารดาโดยธรรมชาติเท่าเทียมกัน  และเรามีความทรงจำของความรัก และรักเดียว ไหม?
 
เมื่อผมคิดถึงเรื่องสื่อจากข่าว เช่น ข่าวastv สื่อผู้จัดการบอกถึงเรื่องออกมาเรียกร้องทางการเมืองโดยเป็นข่าว ทิ้งท้ายว่าจะกลับมาอีกครั้ง 11 ธันวาเรื่องเขตแดนของเขาพระวิหาร และภาพยนตร์เรื่องสงคราม สู่เรื่องสงครามสื่อ หรือสื่อสมัยใหม่ และMix media New Media Nature +media +Medium+matter nature+miss call หลังยุคโทรเลข เมื่อสื่อ ถูกเปรียบเหมือนตะเกียง หรือสื่อเหมือนกระจก และผมนึกถึงMedia in The mirror
-สุทธิชัย หยุ่น ให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร a day BULLETIN ISSUE 112,10-16 SEPTEMBER 2010 โดยผมสรุปเอามานำย่อเล่ากล่าวถึงเรื่อง new media,social media  เพราะเห็นว่านี่เป็นแนวโน้มที่สื่อในเครือเราจะต้องไป… คอยกระตุ้นคนหลายคนว่า หัดเขียนบล็อกหรือเปล่า หัดถ่ายรูปไหม รู้เปล่าเดี๋ยวนี้มีโปรแกรมใหม่ที่ตัดต่อได้ง่ายมากเลย นะ เดี๋ยวนี้มี Window 7 ออกมามันมี Flimmaker …เทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยในการรายงานข่าว…ถ้าไม่ใช่เรื่องของความเร็ว มันควรจะเป็นอะไร คือ แง่มุมที่คนอื่นไม่มี และนี่คือหัวใจ เพราะทุกคน ยังมองว่า
ใน social media มันมีแต่ความเร็ว แต่ในความเร็วมันจะตื้น ทวิตเตอร์มันก็ได้แค่ 140 ตัวอักษร แต่ผมบอกว่านั่นแหละคือหัวใจของมัน เมื่อเราสามารถจะใช้มันให้เป็นประโยชน์ ในเรื่องของความเร็วแล้ว เราจะมีเวลาว่างมากขึ้น ในการที่จะทำให้มันลึก การเข้าหาแหล่งข่าวผ่านเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ คุณสามารถคุยกับแหล่งข่าวได้มากขึ้น คุณสามารถหาข่าวลึก และคุ้ยข่าว วิเคราะห์ข่าว  มันเป็นตัวช่วยเรื่องเวลา คำตอบสุดท้ายคือ คนดู คนอ่านจะต้องได้ content ที่เขาหาที่อื่นไม่ได้ นี่คือหัวใจ และเฟซบุ๊ค ก็มีผลทางบวก ทางลบ และการให้ข้อคิดเห็นของคนจะเชื่อตามได้ต้องมีreference และเหตุผล โดยความเร็วกับความนิ่ง มันต้องสู้กัน และความคิดเห็นของสุทธิชัย หยุ่น ต่อเรื่องคำสอนของพระพุทธเจ้า คือ ถ้าคนที่มีสมองถึงระดับปราชญ์ การตีความคำสอนของพระพุทธเจ้า จะไม่ต่างกัน มันจะเป็นคลื่นเดียวกัน….
ถ้าผมคิดถึงเรื่องราวของเรา กับคลื่นสมองในเวลาที่ผ่านไป ทำให้ผมนึกถึงเรื่องรุ่นพี่ของผม เชียร์ให้ผมดูซิทคอมเรื่อง รักล้นๆ จริงๆผมก็ไม่ได้ติดละครทีวี หรอก น่ะ แต่ว่าผมคิดว่าเรื่องคู่รักพวกนี้ ก็ตลก ฮา ใช้ได้ทั้งเรื่องชีวิตคู่ อยู่ด้วยกันประหยัดตังค์ ก็ลักษณะคล้ายเรื่องนศ.อยู่ก่อนแต่งงานแหละครับ เมื่อวานก่อนโน้น ก็ผมได้รับโทรศัพท์จากคุณแพท ที่มาเลเซีย และผมต้องติดต่อเรื่องการเดินทางไปจังหวัดที่น้ำท่วม เป็นข่าวดังๆ ต่างๆ การยืมหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือก มาลองเปิดดูอีกรอบหนึ่ง แน่นอนว่า หลายเรื่องก็ต้องแยกส่วนกัน ระหว่างเส้นแบ่งเรื่องอารมณ์ สุนทรีย์ กับเรื่องปากท้อง และเศรษฐกิจที่ต้องจ่ายเป็นราคาของสินค้า และเพื่อนของผม มาจากภูเก็ต พร้อมไอเดียการขาย เมื่อหลายเดือนก่อน ที่มีข่าวฮิตจับตุ๊กแก ก็เพื่อนของผม นี่แหละก็สนใจขึ้นมาตามหาตุ๊กแก และเพื่อนของผม ยังมีไอเดียเพื่อขายการท่องเที่ยวต่างๆน่ะครับ
ฉะนั้น ผมอยากเล่าเรื่องง่ายๆ เกี่ยวกับการเลือกของการมีอยู่ในชีวิตของคน ซึ่งอ้างอิงกับกระแสเดอะสตาร์ของไทย โดยผ่านสื่อภาพยนตร์เรื่องRaise Your Voice ( 2005 )  ชื่ออื่นๆ :  Heart of Summer ชื่อไทย :  ค้นฟ้าคว้าดาว
เนื้อเรื่องย่อ  เทอรี่ เฟชเชอร์ (ฮิลลารี่ ดัฟฟ์) เป็นเด็กผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ในอริโซน่า แต่หัวใจของนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความฝันอันยิ่งใหญ่ เทอรี่ตั้งใจที่เข้าร่วมโครงการดนตรีภาคฤดูร้อน ที่โด่งดังที่สุดในประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันบริสทอลฮิลแมน ในเมืองลอสเเอนเจลิส แต่ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่เปี่ยมล้น แต่ความต้องการของเธอนั้นก็ถูกขัดขวางจาก ไซมอน (เดวิท คีธ) ผู้เป็นพ่อ ซึ่งไม่ยอมที่จะรับฟังเหตุผลของเธอ รวมไปถึงการสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเธอ เทอรี่จำใจที่จะต้องใช้เวลาอยู่กับบ้านในช่วงซัมเมอร์ แต่ ฟรานเชส (ริต้า วิลสัน) แม่ของเธอและน้า นีน่า (รีเบคก้า เดอ มอเนย์) ได้คิดค้นแผนการลับ ๆ ขึ้น เพื่อที่จะช่วยให้เทอรี่ไม่ให้พลาดโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต เมื่อมาถึงลอสแอนเจลิส เทอรี่ได้เข้ามาสัมผัสชีวิตในสังคมเมืองที่มีแต่การแข่งขัน เธอแทบไม่มีเพื่อน และด้วยความที่เธอไม่ได้รับการฝึกฝนมามากเท่าที่ควร ทำให้ตัวเธอพบว่ารอบข้างของเธอนั้น ล้วนมีแต่คนที่เก่งกว่าเธอทั้งสิ้น แต่เนื่องจากการที่เธอได้รับแรงบันดาลใจ จากบทเรียนที่สอน โดย อาจารย์ทอวอลด์ (จอห์น คอร์เบ็ตต์) ทำให้เธอนั้นสามารถที่จะผลักดันตัวเอง เข้าสู่การเรียนรู้การเรียบเรียงดนตรีในระดับสูงได้ ในการเตรียมตัวของนักเรียนในการแสดงครั้งสุดท้าย เพื่อที่จะค้นหาผู้ชนะรางวัลเงินจำนวนหนึ่งหมื่นดอลล่าร์ เทอรรี่ได้จับคู่กับ เจย์ (โอลิเวอร์ เจมส์) เพื่อนนักเรียนชายของเธอ ทำให้มีเรื่องราวโรแมนติกของทั้งคู่เกิดตามมา เทอรี่ต้องสยบความกลัวและความตื่นเต้น และเรียนรู้ที่จะกล้าแสดงออก เพื่อที่จะทำให้ไฟแห่งศิลปินที่ในตัวเธอที่ใกล้จะมอดดับ ให้กลับมาลุกโชติช่วงขึ้น
http://www.nangdee.com/title/?movie_id=183
เมื่อเพลงประกอบหนัง ไม่ยากสำหรับผู้ฟังเพลงป็อบรุ่นใหม่ ที่มีชื่อว่า Someone’s watching over me
Found myself today Oh I found myself and ran away  Something pulled me back The voice of reason I forgot I had All I know is just you’re not here to say What you always used to say But it’s written in the sky tonight So I won’t give up No I won’t break down Sooner than it seems life turns around And I will be strong Even if it all goes wrong When I’m standing in the dark I’ll still believe Someone’s watching over me Seen that ray of light And it’s shining on my destiny Shining all the time And I wont be afraid To follow everywhere it’s taking me All I know is yesterday is gone And right now I belong Took this moment to my dreams It doesn’t matter what people say And it doesn’t matter how long it takes Believe in yourself and you’ll fly high And it only matters how true you are Be true to yourself and follow your heart
 http://www.siamzone.com/music/lyric/index.php?mode=view&artist=Hilary%20Duff&song=Someone’s%20Watching%20over%20Me
http://www.youtube.com/watch?v=f0NQnIYxlAI&feature=player_embedded
..
จริงๆ ผมเคยเล่าเรื่องEither/Or: A Fragment of Life โดยSoren Kierkegaard ไปครั้งหนึ่ง ในฐานะกระแสของอัตถิภาวะนิยมในยุคหนึ่ง จึงอยากเล่าสั้นๆ อีกครั้งว่า เนื่องจากผมเห็นฉบับแปลสั้นๆ เกี่ยวกับหนังสือเรื่องนี้ ทั้งการเลือกว่าจะแต่งงาน หรือไม่แต่งงาน อย่างนั้นหรืออย่างนี้ ก็น่าสนใจอ้างอิงถึงกวีด้วย ครับ ไม่ว่าจะเรื่อง“Aesthetic Validity of Marriage,” The First Love…
http://www.enotes.com/nineteenth-century-criticism/either-fragment-life-soren-kierkegaard
เพลงประกอบวันนี้ คือ Either/Or โดยElliott Smith ซึ่งอ้างอิงถึงsoren kierkegaard นั้นเอง และประวัติคนร้องเพลงก็น่าสนใจมาก ลองดูเพิ่มเติม http://en.wikipedia.org/wiki/Either/Or_(album) และผมไม่แน่ใจว่าเคยเอามาเผยแพร่ หรือยัง?
You’re strong, you’re stubborn now In an endless symbolic war Brave or bored, either/or Sometimes I ricochet from the past And at times a future I’ve already had before Champion or chore, either/or.I’ll write the pages you rip out Back in their places again One day you’ll know what you’re talking about I can hardly imagine, but until then I’ll be Filling in these blanks that you create Every time you win some petty score Posing as hardcore, oh yeah, either/or Look at the spin chief, battered and broken Clutching a plastic rose We’re all in the downpour you carry around for Trashing a lifestyle you’ve never known It’s a useful dream that makes Quite an entertaining show and not much more Up against and for, either/or
http://www.siamzone.com/music/lyric/index.phtml?mode=view&artist=Elliott%20Smith&song=Either%2For
http://tankmo.com/index2.php?id=1481&des=%20Either/Or&name=knowledge&file=readknowledge&tm=1

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s