I have dream-พัฒนาการ:มาตรฐานของความรักตะวันตก-ตะวันออกในดวงตาดี

วันที่ 2
http://th.wikipedia.org/wiki/2_%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99
วันนี้ คุณอ่านแล้ว หรือ ยัง วันนี้เป็นวันรักการอ่าน และวันหนังสือเด็กแห่งชาติ ถึงวันอนุรักษ์มรดกไทย
ถ้าภาษาเป็น "รูปแบบชีวิต" (form of life) อย่างที่วิตเกนสไตน์ นักปรัชญายุคใหม่พูดไว้ วันนี้รูปแบบชีวิตเปลี่ยนไป ภาษาก็เปลี่ยนไป มีคำใหม่ๆ เกิดขึ้นเพื่ออธิบายความเป็นจริง อธิบายการมองโลกมองชีวิตของผู้คน มีคนคิดคำใหม่ๆ เพื่ออธิบายสิ่งที่คนไม่เคยคิดมาก่อน หรือไม่เคยเกิดขึ้น
มาก่อน
วิตเกนสไตน์อธิบายอีกว่า ภาษาคล้ายกับเมืองเมืองหนึ่ง มีส่วนที่เป็นเมืองเก่า เมืองใหม่ มีถนนใหม่ๆ มีย่านใหม่ๆ เกิดขึ้น ที่เก่าๆ ก็ยังอยู่ ปรับปรุงให้ใหม่ขึ้นมาบ้าง ที่ใหม่ๆ เลยก็มาก ขยายขอบเขตและขอบข่ายออกไปตามกาลเวลา
มีคำใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย อย่าง "โลกาภิวัตน์" (globalization) ซึ่งเถียงกันตั้งนานว่าจะแปลเป็นภาษาแขกภาษาไทยว่าอะไรดี (ที่เมืองลาวเขาแปลว่า "ฟ้าบ่กั้น" ส่วนคำที่คนไทยแปลว่า "บูรณาการ" นั้น คนลาวเขาแปลว่า "การพัฒนารอบด้าน") หรือคำว่า "การค้าเสรี" "ระเบียบโลก" "
การแพทย์องค์รวม" เป็นต้น
คนเราคิดด้วยภาษา แสดงความรู้สึกนึกคิดออกมาเป็นภาษา ความคิดเปลี่ยน ภาษาเปลี่ยน หรือกลับกัน ภาษาเปลี่ยน ความคิดก็เปลี่ยนไปด้วย 
ภาษามีข้อจำกัด ไม่สามารถ "บอก" สิ่งที่คนอยากบอกได้ทั้งหมดเสมอไป ภาษาจึงมีรูปแบบหลากหลายเพื่ออธิบาย "ความเป็นจริง" บางอย่างที่ลึกลับซับซ้อน ลึกซึ้งและหลากหลายมิติ บางอย่างอธิบายเป็นภาษาตรงๆ ได้ ใช้ตรรกะ "ธรรมดา" ได้ แต่ความจริงหลายอย่างก็ต้องใช้ภาษาอื่นๆ
ไม่ใช่ภาษาบรรยาย (descriptive) และไม่สามารถใช้ตรรกะแบบ "เส้นตรง" หรือคิดแบบเส้นตรง (linear thinking) ได้ เพราะความเป็นจริงและความจริงมิได้เป็นเส้นตรงเสมอไป ไม่ได้ซื่อๆ เสมอไป ไม่ใช่ 2+2 เป็น 4 เสมอไป
ด้วยเหตุนี้เราจึงมีภาษากวี มีตำนาน นิทาน เรื่องเล่า เรื่องเปรียบเทียบ เพื่อช่วยชี้ทาง นำทาง ส่องทาง ให้จินตนาการและญาณทัศนะของคนเราสามารถไปถึงความจริงนั้นด้วยตนเอง ไม่ใช่ด้วยการ "เข้าใจ" คำหรือประโยคที่ "บรรยาย" ความจริงนั้น แต่เป็นการ "เข้าถึง" ด้วยตนเอง
ภาษาเหล่านี้มีฐานะหรือหน้าที่ (function) เป็นเครื่องมือปลุกเร้า (evocative) ให้เข้าถึงความจริงด้วยตนเอง หรืออาจเป็น เครื่องชี้บอกทาง (indicative) อย่างเครื่องหมายห้องน้ำบอกทางไปห้องน้ำ ไม่ใช่บอกว่าให้ถ่ายปัสสาวะ อุจจาระลงตรงนั้น แต่ให้เดินไปทางที่ลูกศรชี้ก็จะพบ
ห้องน้ำ ให้เดินเข้าไปและทำธุระที่ในนั้น
เดิม วิตเกนสไตน์เคยเป็นนักปรัชญาภาษาสังกัดปฏิฐานนิยม (positivism) แบบเคร่งครัด พวกนี้หายใจเป็น "วิทยาศาสตร์" อ้างว่า อะไรที่พูดไปแล้ว "พิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์" ไม่ได้ก็ควรเงียบเสีย พวกเขาหมายถึงเรื่องอภิปรัชญาทั้งหลายที่นักปรัชญาถกเถียงกันมาเป็นพันๆ ปี
แต่ไม่นาน วิตเกนสไตน์ก็มาพบว่า มีหลายอย่างในชีวิตที่ "พิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์" ไม่ได้ อย่างความรัก ความสุข ความทุกข์ ความดีใจ ความเสียใจ ภาษาที่แสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิด ภาษาที่เป็นคำถาม เป็นคำอุทาน และอื่นๆ รวมทั้งภาษากวีที่ไพเราะงดงาม เหล่านี้จะไปพิสูจน์
ทางวิทยาศาสตร์กันทำไม
http://www.phongphit.com/index.php?option=com_content&task=view&id=79&Itemid=54
ดูเพิ่มเติมTitle:  ทรรศนะของวิตต์เกนสไตน์เกี่ยวกับจิตของสัตว์
Other Titles:  Witigenstein on animal minds
http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10839
หนึ่งวันเดียวกัน : หนังสือมีค่า เสียต้องซ่อม
March 28th, 2010
http://www.daypoets.com/adayTV/
หนังสือที่แพงที่สุด 30.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คือ บันทึกของดาวินซี เขียนลายมือของดาวินซี ตัวหนังสือต้องอ่านจากเงาสะท้อนของกระจก
หนังสือของอกาธา คริสตี้ หนาที่สุดในโลก ชื่อว่า The complete miss marple
หนังสือลึกลับที่สุดในโลก ชื่อ valless manuscript เขียนโดยตัวอักษรที่ไม่มีใครรู้จัก
หนังสือโบราณใหญ่ที่สุดในโลก คือ คัมภีร์ไบเบิลปีศาจ มีรูปปิศาจ เขียนบนหนังวัว หนังลา รวมตัว
หนังสือเพลงพระราชนิพนธ์เล่มเล็กที่สุดในโลก รวบรวมเพลงพระราชนิพนธ์
-นี่ไม่ใช่วัน april fool’s day แต่ว่า "ข้าพเจ้ามีความฝัน" (I Have a Dream)
หลังจากที่เขาถูกลอบสังหารในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2511 เขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านเพื่อความยุติธรรมทางเชื้อชาติจวบจนทุกวันนี้
วันที่ 15 มกราคมของทุกๆ ปี ซึ่งเป็นวันเกิดของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง ได้รับการประกาศให้เป็น "วันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง" อันเป็นวันนักขัตฤกษ์ระดับชาติของสหรัฐฯ และค่อยๆ ได้รับทยอยการยอมรับจากรัฐต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นลำดับนับตั้งแต่ พ.ศ. 2529 เป็นต้นมา
คิงมีชื่อเสียงในเรื่องการพูดต่อสาธารณชน สุนทรพจน์ "I Have a Dream" ที่เขากล่าวในการเดินขบวนปี พ.ศ. 2506 ได้รับการยกย่องอย่างสูง ว่าทรงพลังและเป็นแบบอย่างของการพูดในที่สาธารณะ
ดูเพิ่มเติม หนังสือ ดร.มาร์ติน ลุเธอร์คิง จูเนียร์ โดย เลโรนี เบ็นเน็ท จูเนียร์ วชิรญา บัวศรี แปล หนังสือแปลชุด เสรีภาพ เล่มที่ 34 ซึ่งคนใช้นามปากกาว่า "น้า"ในไทยไรเตอร์ด็อทเน็ต เคยแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้ผมในงานสัปดาห์หนังสือฯ(อ้างอิง-ภราดรภาพ และแนวคิดสันติวิธีต่างๆ)
—ความคิดเรื่องความเสมอภาคของอเมริกาถึงไทย คือ เตียง ศิริขันธ์-แนวคิดทางการเมืองที่สำคัญ คือ "ข้าพเจ้าต้องการให้ทุก ๆ คนบนพื้นอันเป็นสยามประเทศนี้ เป็นราษฎรเสมอหน้ากันหมด ปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง"
ผู้คน และเมืองในอุดมคติ และยูโทเปีย ซึ่งเรานึกถึง เมือง ความรุนแรง เย็นชา ตลก ความจริงฯลฯ (การ์ตูน์กินทามะ) และถ้าบ่งชี้ถึงการเลือกทำข้อสอบ ซึ่งมีทางเลือกตอบคำถามที่ถูกต้องอันเดียวนั้น เราจะเลือกแบบใด
และการดื่มเหล้าชมจันทร์ ดีกว่าสาวงามที่ไม่จริงใจ ไม่สนุก ถ้าเรานึกถึงเรื่องข้างหลังภาพ
และมรว.กีรติ
 
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน    
กีรติ ความหมาย [กีระติ] (แบบ) น. เกียรติ. (ส.).พจนานุกรม ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร -กีรติ คำแปล [กี-ระ-ติ] (สก. กีรฺติ) น. เกียรติ, การประกาศ, เสียงประกาศอันดี, ชื่อเสียง, การเลื่องลือ, การเฟื่องฟุ้ง.
Symbol ถึงข้างหลังภาพ จำใจลืมไม่ลง เสมอหน้า
ผมชอบมรว.กีรติ น่ะ เหมือนsymbol น่ะครับ และผมก็จำใจลืมเธอไม่ลง แหะๆ ต่อเนื่อง กับที่wiwat กับพี่sirote แซว 555
ดูการอ่านจับใจความสำคัญและการอ่านคิดวิเคราะห์
http://www.st.ac.th/bhatips/tip49/reading1.html
นักเรียนนอกวัย ๒๒ ทั้งคู่สนิทสนมกันจนกลายเป็นความรัก โดยนพพรได้สารภาพรักกับ ม.ร.ว. กีรติ คราวเมื่อทั้งคู่ไปเที่ยวธารน้ำตกที่มิตาเกะ ส่วน ม.ร.ว. กีรติ แม้จะรักนพพร แต่เธอกลับไม่ยอมบอกความในใจ
ม.ร.ว. กีรติได้ล้มป่วยจนถึงขั้นเสียชีวิต ก่อนตาย
เธอมอบภาพวาดริมลำธารที่มิตาเกะ และคำสารภาพรักที่กลายเป็นประโยคอมตะกินใจผู้อ่าน
รุ่นแล้วรุ่นเล่า "ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก"
-คำสารภาพของนพพร
เดวิด สไมท์
ข้างหลังภาพ เป็น "นวนิยายประเภทสารภาพ" หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า confessional novel นวนิยายประเภทนี้มีผู้เล่าเรื่องบุรุษที่ ๑ ซึ่งมักจะเปิดเผยหรือ "สารภาพ" เหตุการณ์
http://www.sriburapha.net/work_related_davidsmith.php
ความรัก ทำให้คนตาบอด ฤา จึงมองไม่เห็นข้างหลังภาพ… เป็นบ้ามืด…
เพราะความเมตตาหายไป กลายเป็นเห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ผู้อื่น…จึงต้องเมตตา ไม่เห็นแก่ตัว และเรามองเห็นแก่ผู้อื่น เพื่อทำดี
 
————————————————–
บทสนทนาเรื่องหนังสือกับคุณตามานิตย์ อัศวทรงศิริ เจ้าของร้านซ่อมหนังสือเซ่งฮง ย่านสะพานเหล็ก เกี่ยวกับbook โดยคำว่า งาน เมื่อก่อนเขียนว่า งาร  และตราของหนังสือเป็นเรื่องรุ่นที่1 ตรามงกุฎ รุ่นที่ 2 ตรา มังกร รุ่นใหม่เป็นตรา ช้าง คือ พระพิฆเนตร ของศิลปากร and คนเล่นหนังสือเก่าจะรู้ดี รวมทั้งเรื่องซ่อมหนังสือเก่า Book clinic workshop ในรายการหนึ่งวันเดียวกัน เมื่อเราพูดถึงเรื่องหนังสือกันต่อก็ขอกล่าวถึงหนังสือศรัทธากับปัญญา :บทสนทนาทางปรัชญาว่าด้วยศาสนา
 
-สุวรรณา กับศรัทธากับปัญญา :บทสนทนาทางปรัชญาว่าด้วยศาสนา ในบทที่ 1 ที่มาของความรู้ เหตุผล ศรัทธา ปัญญาว่า พระพุทธองค์ ทรงปฏิเสธ การให้ความหมายแก่ ความอาวุโส ตามขนบจารีตในสังคม พระองค์ทรงใช้อุปาเรื่องลูกไก่ทำลายกะเปาะฟอง ตัวแรก คือ ทำลายอวิชชา ไม่ใช่นิยามอาวุโสด้วยอายุและวรรณะ-บทที่ 3 การพิจารณาความจริงในคัมภีร์ทางศาสนา โดยอธิบายเรื่องเล่าทางศาสนา กับความจริง คือ โครงสร้างของเรื่องเล่าเป็นหนึ่งเดียวกับโครงสร้างความเข้าใจของมนุษย์ อ้างศาสตราจารย์ฟราย และนักวิชาการบางคนกล่าวว่า โลกของเรานั่นเองกอปรขึ้นด้วยโครงข่ายแห่งเรื่องเล่า การอธิบายเช่นนี้ ช่วยทำให้เข้าใจได้ว่า เหตุใดมนุษย์โดยทั่วไปจึงสามารถเข้าใจเรื่องเล่าได้ทันที โดยมิต้องอาศัยกรอบความจริงอื่น ผมต่อเนื่องว่า ความจริงของเรื่องเล่าก็เหมือนละครทีวี ครับ แต่ว่าโลกของศาสนา ก็มีความจริงของคัมภีร์ศาสนา ที่มีความซับซ้อนทั้งข้อความ และการอ้างอิงของเรื่องเล่าทางศาสนาเหมือนความจริงของกวี มากกว่าความจริงของนักประวัติศาสตร์ หรือความจริงของนักวิทยาศาสตร์(พอล ริเคอร์) ประเด็นสำคัญ คือ ชีวิตในมิติกาลเวลา วัฒนธรรม และสภาวะบุคคลนี้เอง เป็นพื้นที่ที่สำคัญ คือ ผมเล่าต่อง่ายๆ ว่าคนอ่านหนังสือคัมภีร์ทางศาสนาก็ใช้จินตนาการกับตัวหนังสือเรื่องเล่า เปิดให้ผู้อ่าน ตีความ จากผู้อ่าน ภายใต้กรอบของผู้อ่านกับตัวบทปรนัย ซึ่งอ้างอิงความคิดฮาร์เบอมาส์ ในเรื่องความเข้าใจของคนอ่านกับความเป็นปรนัย ก็โลกของการเป็นตัวบทกับชีวิตประจำวัน กับเรื่องเล่าในตัวบทก็ถูกท้าทาย ต่อโลกที่เป็นไปได้ จากตัวบท โลกที่ช่วยเว้นวรรค(suspend) คือ มันยากซับซ้อน เมื่อความคิดของคานธี กับการอ่านคัมภีร์ภตวัทคีตา บนภูเขาจนตกสะเด็กจากคัมภีร์เป็นแนวคิดของคานธี เมื่อเราอ่านก็เกิดจินตนาการต่อเวลาในอดีตถึงปัจจุบัน มีความสัมพันธ์จากโลกจินตนาการมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับโลกความจริง ต่อบรรพบุรุษ หรือลูกหลานในอนาคต-การตีความในพุทธปรัชญาเถรวาท ก็พิจารณาคำตรัสเดิม คัมภีร์ และการตีความของพระ ต่างๆ โดยอ้างอิงบรรณานุกรม น่าสนใจ เช่น ขอบเขตแห่งอิสรภาพการตีความ ในumberto eco the open work กล่าวถึงการตีความเกินเลยไว้ใน umberto eco interpretation and overinterpretation เป็นต้น
 
-ความยุติธรรมทางศาสนา โดยกรรมกับความยุติธรรมทางศาสนา และแนวคิดเรื่อง กรรม เป็นคติทางพุทธศาสนาที่ปรากฏในภาษาและวิถีชีวิตประจำวันของชาวพุทธมาก แต่คำสอนเรื่องกรรมในพุทธ นั้นเป็นคำสอนที่มากมาย และสลับซับซ้อนมาก อาจกล่าวได้ว่าเป็นคำสอนที่ยากที่สุดประการหนึ่ง เพราะกรรมเชื่อมกับหลักปฏิจจสมุปบาท โดยพิจารณากรอบของการอธิบายกรรม ทั้งพุทธทาส และกรรม ที่มีผลของความยุติธรรมทางศีลธรรม เช่น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว และคำว่า"ได้" ก็มิได้หมายถึงผลประโยชน์  แต่หมายถึงผลของกรรมแท้ๆ คือ ทำดีดีเสร็จ ทำชั่วชั่วเสร็จ ตั้งแต่เมื่อทำ ดังนั้น จริยธรรมพุทธเป็นลักษณะต่างตอบแทน? และผลสืบเนื่อง? ของกรรมเข้าใจความยุติธรรม? และกรรมของสังคม ก็คือ คนทุกคนในสังคมล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยและทุกคน มีความรับผิดชอบทางกรรมร่วมกัน คล้ายคลึงพุทธพจน์ว่า "บัณฑิตทั้งหลายผู้เห็นปฏิจจสมุปบาท ฉลาดในกรรมและวิบากย่อมเห็นกรรมนั้นแจ้งชัดตามความเป็นจริงว่า โลกย่อมเป็นไปเพราะกรรม หมู่สัตว์ย่อมเป็นไปเพราะกรรม สัตว์ทั้งหลายถูกผูกยึดกันไว้ด้วยกรรมเหมือนลิ่มสลักของรถที่กำลังแล่นไปฉะนั้น นั่นก็คือ คนไทยตกอยู่ภายใต้คิดว่ากรรมเป็นเรื่องบุคคล  ทั้งที่จริงๆ แล้วกรรมมากกว่าตัวบุคคล ครับ แล้วนี่ก็เป็นคำตอบต่อเบน แอนเดอร์สัน ก็เคยตั้งคำถามว่า คนไทยทั้งชาติ มีกรรมร่วมกันไหม? ซึ่งมันเป็นคำถามต่อธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ในปอกเปลือกประชาธิปไตยอเมริกาฯ
 
-พหุนิยมทางศาสนา และอนาคตของปรัชญาศาสนา ผมเล่าง่ายๆว่า พหุนิยม ก็เป็นความหลากหลายของเหตุผลทางศาสนาด้วยเงื่อนไขกาเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในกระแสโลกาภิวัตน์  และงานวิจัยทางสังคมศาสตร์อธิบายกระแสแรงงานข้ามชาติก้าวข้ามพรมแดน โดยอ้างอิง พลเมืองในยุคโลกาภิวัตน์ ของ Aihwa ong และวิกเกนสไตน์ ใช้คำว่า seeing as  แล้วมีคนมาใช้ในความหมายที่ครอบคลุมประสบการณ์ว่า experiencing as ก็คือ ตัวอย่างการ"เห็น" กองเลือดของคนถูกรถชน ไม่ใช่แค่เห็นวัตถุเป็น สารเฮโมโกบิน บวกออกซิเจน บวกไฮโดรเจน ซึ่งการเห็นนี้ย่อมไม่นำไปสู่การช่วยเหลือคนบาดเจ็บ แน่นอน ภาษาของธรรมะ มันก็ทั้งแบบศาสนาพุทธ ก็ปรากฏสัญลักษณ์ต่างๆ และภาษาธรรม ภาษาคน และท่าทางแบบเซ็น และตัวอย่างของสัญญะ ในชีวิต ยกมือ คือ ทักทาย(ตอนเรียนทฤษฎีกับอ.ยศ บอกการยกมือไหว้คือ คุณการแสดงถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจอันสยบยอม น่าปวดหัวให้คิดมาก น่ะครับ) เป็นต้น
 
-สุวรรณา กับพุทธธรรมในรัฐไทย: ข้อพิจารณาญาณวิทยาทางสังคม คือ เรื่องเกี่ยวกับประเด็นน่าสนใจว่าวิชาจรรยา ในหลักสูตรปี2452 การนิยามความเป็นเด็กดี นั้น รวมถึงการมีความอ่อนน้อม สุภาพ อยู่ในถ้อยคำ และความบังคับบัญชาของผู้ใหญ่ กล่าวรวมๆ คือ ความว่านอนสอนง่ายอยู่ในโอวาท และในขณะเดียวกัน การเป็นคนดี นั้นก็กินความหมายถึง การทำมาหากินในทางชอบ และ สมควรแก่ฐานะที่เป็นไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ดูเหมือนว่า การเป็นคนดี ในสังคมไทยนั้นไม่อาจแยกจากความเป็นพลเมืองดี…ตัวอย่างเช่นในแบบเรียนธรรมจริยา เล่ม 2 ซึ่งแต่งเมือง 2446 ได้เปรียบโรงเรียนเหมือนกับกองทัพ นักเรียนต้องทำตามคำสั่งของครู ในทำนองเดียวกับทหารต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชา…ครู"สั่ง"ให้เปิดสมุด จึงเปิดได้ ฯลฯ
คำว่า วาสนา เป็นคำที่มีการแพร่กระจาย และคำว่า วาสนา ในภาษาไทย ก็มีความหมายไม่ตรงกับพุทธศาสนา คือ ผมกล่าวง่ายๆ ว่า ความหมายเดิมของวาสนา เป็นเพียงความหมายตรงกับคำว่า นิสัย แต่ว่า คำว่า วาสนาในภาษาไทย กลายเป็นอำนาจ ที่ประสบความสำเร็จ.. และคำว่า บุญ ความหมายเดิม คือ กระบวนการพัฒนาชีวิต หรือพัฒนาคน เป็นคุณภาพของจิต…จิตที่เป็นบุญ ในภาษาไทย เราใช้คำว่า บุญในความหมายว่า ได้บุญ คือ ผลตอบแทน เราไม่พูดว่า เป็นบุญ คือ สภาพจิตเป็นกุศล และภาษาไทย ก็เปลี่ยนความหมายเดิมของคำทางพุทธศาสนา ซึ่งน่าสนใจทางการศึกษาในเรื่องคำ ที่มีความหมายเพี้ยนไปมาก (93) ไม่ว่าจะเป็น นิพพาน ประมาท สัญญา อารมณ์ กรรม  อธิษฐาน ฯลฯ
 
-สุวรรณา กับหนังสือมนุษย์ทัศน์ในปรัชญาตะวันออก ซึ่งกล่าวถึงคำตอบของเต๋า คือ การสั่งสอนผู้ปกครอง โดยสุวรรณา เขียนบทวิพากษ์ความเป็นโลกุตรธรรมแห่งคัมภีร์เต๋าเต๋อจิง ที่มีการเขียนและแปลเต๋าในภาคภาษาไทย เป็นงานแนวหลุดพ้น หนีโลกมากกว่าจะเข้าใจเต๋าในแง่การปกครองด้วย เพราะว่า เหล่าจื้อ กลายเป็นปราชญ์ผู้ไร้คนเข้าใจ โดดเดี่ยวเศร้าสร้อย และเหลาจื้อ กล่าวว่า คำสั่งสอนของข้าพเจ้า ง่ายที่จะเข้าใจและง่ายที่จะปฏิบัติ แต่ไม่มีผู้เข้าใจได้…เต๋าไม่ใหญ่โตเต๋าจึงยิ่งใหญ่ หรือกล่าวได้ว่า เต๋ายิ่งใหญ่ ก็ถูกทำลายโดยผู้มีอำนาจไปแล้ว
 
ซึ่งเหลาจื้อ กล่าวว่า ตนเองโง่งมสับสนย่อมทำให้คิดได้ว่า ผู้ที่น่าห่วงน่าจะอยู่ที่ ผู้คนในโลกอันชาญฉลาด และการพูดดังกล่าวว่า ตนเองโง่งม ก็เป็นภาษาอันคลุมเครือไม่แน่อน คำเตือนอันเป็นปริศนาต่างๆ การไม่เจาะจงตัวบุคคล และสถานที่ ล้วนแต่เป็นวิธีการอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตรอดในสังคมอันเสื่อมทรามทั้งสิ้น /ภาษากับมนุษย์ในปรัชญาบทเสนอแนวคิดของ วาสุจิ เทตจีโอ / มนุษย์ใช้ภาษา หรือ ภาษาใช้มนุษย์ ในขณะที่ภาษาเป็นเครื่องมือถ่ายทอด ความรู้ และศิลปวัฒนธรรมอันดีงาม นี้เอง ภาษาก็ได้เป็นเครื่องกำหนด และจำกัด สิ่งที่ได้รับถ่ายทอดมานั้นเอง ตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็นได้ในชีวิตประจำวัน คือ เมื่อเราสอนลูกสอนหลานให้เรียก ผู้เป็นพี่ชายของคุณพ่อว่า คุณลุง พร้อมๆกับการสอนให้ สวัสดีคุณลุงสวยๆ  ให้มีมารยาทอันอ่อนน้อมในกรณีเด็กหญิงและให้แสดงท่าทีเคารพยำเกรงในเด็กชาย ในขณะเดียวกันเราก็สอนลูกสอนหลานให้เรียกคนสวมผ้าถุง ที่มาจากต่างจังหวัดว่า อีแจ๋ว พร้อมกับสอนลูกให้เรียกใช้ อีกแจ๋วได้ อาจจะใช้หยิบรองเท้า ฯลฯ
 
 สิ่งที่พ่อแม่กำลังสอนลูก มิได้จำกัดอยู่เพียงคำว่า ลุง อีแจ๋ว แต่คำสอนภาษาก็ถ่ายทอดความรู้ และค่านิยมของสังคมไทย โดยเรายอมรับบทบาทของภาษากำหนดสถานภาพของตนเอง นั่นก็คือ ภาษาใช้มนุษย์ ซึ่งภาษาเป็น สองมิติ คือ เราใช้ภาษา และภาษาก็ใช้เรา ก็คือ สิ่งที่ทำให้เรามีร่วมกับสมาชิกในชุมชนของเรา ภาษาทำให้เราเหมือนกับผู้อื่น และผูกพันเรากับสมาชิกอื่น ผลที่เกิดขึ้น คือ ภาษาคือหัวใจแห่งปัญหาสมาชิกภาพของหมู่ชนทั้งหลายคนหนึ่งๆ ในวัฒนธรรมหนึ่งๆ ในสังคมหนึ่งๆ ในรัฐหนี่งๆ ภาษาเป็นกุญแจสำคัญสู่ปัญหาทางทฤษฎีทุกประเด็นในการศึกษาค้นคว้าทางสังคมการเมือง เช่น คำว่า ทหาร หรือ นักเรียน เป็นการควบคุมตัวของนักเรียน โดยคำสัมพันธ์ปัญหาจริยศาสตร์
/เราสามารถปลดปล่อยภาษาธรรมดาให้มีลักษณะเป็นพลวัตร เพื่อเป็นเครื่องสะท้อนภาวะแห่งสัจธรรมอันเป็นอนิจจังได้/ว่าด้วยพุทธศาสนากับสิทธิมนุษยชน ซึ่งพุทธทาส เคยถูกขนานนามว่า พระบ้า มาก่อนกลายเป็นจรวดลูกแรกของสังคมไทย โดยเปรียบเทียบแนวคิดของพุทธทาส กับพุทธศาสนา ต่างๆ และแนวคิดเสมอภาค และเสรีภาพของมนุษย์
เดือนมีนาคม จากวันที่ 12 เดือนมีนาคม ที่ผ่านมาถึงวันเวลาปัจจุบันว่าคิดถึงเมืองไทย
ผมมีหลายเรื่องอยากเล่า แต่ไม่มีเวลาเขียนถึงเรื่องราวต่างๆ ขอยกตัวอย่างงานสัมมนา น่าสนใจกล่าวสรุปสั้นๆ งานประวัติศาสตร์มนุษย์ สังคม ก็มีประเด็น อ.ฉลอง กับคำถามการวิจัย มาจากประสบการณ์ โลกทัศน์ สู่คำถามลึกขึ้นจากตัวเรา-สังคม และกรณีพระเครื่อง
สรุปการสัมมนา between history and memory  ก็คือ ระหว่างประวัติศาสตร์ และความทรงจำ ยกตัวอย่างประวัติศาสตร์ชุมชน ที่มีชีวิต มากกว่าเจดีย์ ฯลฯ คือ ฐานของชุมชน
อานันท์ =ข้ามให้พ้นกรอบความคิดเก่า ,ชูศักดิ์ = ทบทวนความหมายประวัติวรรณกรรม,ฉลอง = ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม กรณีพระเครื่อง
โดยเกี่ยวข้องเรื่อง ประธานของประวัติศาสตร์(หรือไวยากรณ์),Plot ของประวัติศาสตร์,แนวพินิจประวัติศาสตร์
ปวศ.ปี 2490 เป็นต้นมา คนจีน พระเครื่อง ประวัติวรรณกรรม  พื้นที่ประเทศไทย ผลของการพัฒนา คนจีนจน ชาวบ้าน ความทรงจำ โลกทัศน์ และความยุติธรรม
กรณีลำไย ที่ดิน จ.ลำพูน คือ community-ทรัพยากร-Fair
-สิทธิชุมชน-ความทรงจำร่วมกัน-nature+ชาวบ้าน/รัฐ/เอกชน เป็นตัวอย่างปัญหากรณีลำไย และที่ดิน จ.ลำพูน
*ข้อสังเกต ไฟไหม้ที่ดินชุมชน หลายแห่งอาจจะเป็นการไล่ที่ดิน เช่น ปี 2501 หลายแห่งในไทย พิจิตร พิษณุโลก เชียงใหม่ กทม.
-หนังสือเกี่ยวกับนักเรียนไทยในอเมริกาคิดถึงเมืองไทย
http://www.su-usedbook.com/product-th-15674-2734927-%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A11+%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%
B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99+order5637+.html#
 
– 31มีนา และ105ปีชาตกาล ศรีบูรพา
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROb1lYQXdNVEEwTURRMU13PT0=&sectionid=TURNeE53PT0=&day=TWpBeE1DMHdOQzB3TkE9PQ==
 
จากหนังสือของผม ที่มีเรื่องการค้นหาพรูสต์ ซึ่งปกด้านหลังปรากฏเรื่องThe rebelของกามูส์ The REBEL : Albert Camus
‘It is  not only the best book Camus has written,but one of the vital works of our time, compassionate and disillusioned, intelligent but instructed by deeply felt experience’-Observer Profile
Camus himself described this work as ‘an attempt to understand the time I live in’. ‘One might think’ he continues that a period which, within fifty years, uproots enslaves of kills seventy million human beings,should
only,and forthwith,be condemned. But also its guit must ve understood.
‘Slave camps under the flag of freedom,massavres justified by philandthoropy of the taste for the superhuman,cripple judgement. On the day when crime puts on the apparel of innocence,through a curious reversal
peculiar to our ages,it is innocence that is called on to justify itselfl. The purpose of this essay is to accept and study that strange challenge’
 
-หนังสือแนะนำปรัชญาของเฉลิมเกียรติฯ  และชินพรตฯ ซึ่งผมดัดแปลงจากการอ้างอิงการจัดองค์รวมโดยแนวคิดของวิกเกนสไตน์ ก็ใช้วิธีการจัดตัวเลข คือ 1 เป็นหัวข้อที่ 1 เชื่อมกับหัวข้อที่ 2-3 เป็นการจัดองค์รวมให้เข้าใจง่าย
แน่นอนว่า งานเยอะ และงานช่วยขอหนังสือให้ห้องให้พี่กิ้ง ซึ่งก็ได้ไอเดีย จากกองหนังสือจำนวนมาก น่าจะจัดเป็นหมวดหมู่หนังสือเป็นกลุ่ม 1.ปรัชญา 2.ศาสนา 3. ประวัติศาสตร์ 4.ประวัติศาสตร์ศิลปะ 5.วรรณกรรม  6.โบราณคดี ฯลฯ นี่ก็เป็นขอบเขตตัวอย่างหนึ่งการจัดองค์รวมเป็น
กลุ่มหนังสือ และผมก็เคยได้รับความรู้จากกลุ่มหนังสือพวกนี้ สมมติยกตัวอย่างหนังสือ (1.) Chinese Houses: The Architectural Heritage of a Nation ~ Ronald G. Knapp 
Ronald G. Knapp (Author) Jonathan Spence (Author), A. Chester Ong (Author)  Chinese Architecture: A Pictorial History Liang Ssu-ch’eng, Wilma Fairbank: Books
(2.)The Art of Tantra / [by] Philip Rawson.  London : Thames and Hudson, 1973. http://www.amazon.com/Art-Tantra-World-Philip-Rawson/dp/0500201668/ref=pd_sim_b_2#reader_0500201668
(3.)Tantra : the Indian cult of ecstasy/ Philip Rawson London : Thames and Hudson, [1973]http://www.amazon.com/Tantra-Indian-Cult-Ecstasy-Imagination/dp/050081001X
(4.)The Art of Southeast Asia : Cambodia, Vietnam, Thailand, Laos, Burma, Java, Bali / [by Philip Rawson] New York ; Bangkok : F. A. Praeger ; Asia Books, 1990, c1967 http://www.amazon.com/Art-Southeast-Asia
Cambodia-Thailand/dp/0500200602
(5.)ภควัคคีตา ก็ประกอบด้วยเลขโศลก/ อรชุนกล่าวว่า เวลานี้พี่น้องเราถูกความละโมบเข้าบดบังดวงตา/ ชีวิตของเรานั้น ก่อนก่อเกิดเราก็ไม่ทราบว่ามันมาอย่างไร ครั้นหลังจากตายไปแล้วเราก็ไม่อาจคาดรู้ว่ามันจะไปอย่างไร มีเพียงปัจจุบันของชีวิตเท่านั้นที่เราพอจะรู้และเห็นตามมันได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะมัวไปกังวลกับชีวิตกันทำไม/คนเขลามองไม่เห็นเราเพราะถูกมายาปิดคลุมดวงตาไว้ (พระกฤษณะ คือ พระนารายณ์อวตาร กล่าวไว้)/ในบรรดาอักขระทั้งหลายเรา คือ "อ" อักษร คือ อ อักษรถือเป็นอักขระตัวแรกของภาษาสันสกฤต ถือว่า อ อักษรเป็นต้นกำเนิดของอักขระ
อื่นๆ และมันเป็นอักขระประกอบให้อักขระตัวอื่นสามารถอ่านออกเสียงได้ อ อักษรจึงประเสริฐกว่าอักขระทั้งมวล
(6.)ปัญญา บริสุทธิ์ การศึกษาสภาพสังคมไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว /การเรียนหนังสือ ถือกันในสมัยนั้นว่าควรเริ่มเรียนในวันพฤหัสบดี เพราะถือว่า วันพฤหัสบดีเป็นวันครู ลูกศิษย์จะเข้าฝากเนื้อฝากตัวกับครู ก็ต้องทำในวันพฤหัสบดี ที่ถือเช่นนี้อาจได้คติมาจาก
ศาสนาพราหมณ์ ซึ่งถือว่าพระพฤหัสบดีเป็นเทพฤษีโบราณเป็นครูแห่งทวยเทพทั้งหลาย เรื่องการถือว่าวันพฤหัสบดีเป็นวันครูนี้สุนทรภู่ได้อ้างไว้ในเพลงยาวสวัสดิรักษาว่า เรียนหนังสือวันพฤหัสบดี จะมีความสวัสดี เรียนสิ่งใดวันพฤหัสสวัสดี(37-38)  ลมหลอกออกมาเก้อ…
(7.)หนังสือปรัชญาคณิตศาสตร์ เป็นงานแปลของสำนักคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ อันดับที่ 154 จัดแปลและพิมพ์ พ.ศ. 2537 จากหนังสือ "Philosophy of Mathmatics" by Stephen F. Barker, 1964 ผมไปเห็นในงานหนังสือของครุศาสตร์ เมื่อครั้งเป็น Freshy ใหม่ๆ มี
โอกาสซื้อเก็บไว้หนึ่งเล่ม เนื้อหามี 5 บท ดังนี้บทนำ เรขาคณิตระบบยูคลิด เรขาคณิตนอกระบบยูคลิด จำนวน และ ปรัชญาจำนวน แบบเป็นไปตามลายลักษณ์อักษร การเปลี่ยนมาสู่ทัศนะ เกี่ยวกับจำนวนแบบไม่เป็นไปตามลายลักษณ์อักษร อ่านแล้วช่วยขัดเกลา ตรรกะในการคิดดีครับ แต่ก็
เป็นหนังสือที่อ่านยากเล่มหนึ่ง (เหมาะกับนักคิดจริงๆครับ หากไม่ชอบคิด ไม่มีทางอ่านจบ) กว่าผมจะเริ่มเข้าใจ และอยากอ่านหนังสือเล่มนี้ ก็หลังจากเรียนจบ และได้อ่านหนังสือ 2 เล่ม คือ "Journey Through Genius: The Great Theorems of Mathematics" และ "
ปลายทางที่ ฅ" ในเรื่องที่เกี่ยวกับ จำนวนเชิงอนันต์ (เกี่ยวข้องกับบทที่ 4 "จำนวน และ ปรัชญาจำนวน แบบเป็นไปตามลายลักษณ์อักษร" ในหนังสือปรัชญาคณิตศาสตร์)
http://www.mathcenter.net/forum/showthread.php?t=633
(8.)วิทยาศาสตร์กับความจริงในวัฒนธรรมไทย : The Scientific Paradigm and Truth in Thai Culture ซึ่งเสมอชัย พูลสุวรรณ.เขียนถึงการหาความรู้แบบวิทยาศาสตร์กับรากฐานของวิธีการศึกษาของเขา ซึ่งจบวิทยาศาสตร์สู่สังคมวัฒนธรรมและจิตรกรรม
(9.)มนุษย์กับการแสวงหาความจริงและความหมายของชีวิต ผู้เขียน : สมภาร พรมทา เปรียบเทียบปรัชญาทั่วไปกับนักเขียนของไทย เช่น สุชาติ สวัสดิ์ศรีในเรื่องความเงียบกับปรัชญาอัตถิภาวะนิยม ต่างๆ
(10.)เฉลิมเกรียติ ผิวนวล-อภิจริยศาสตร์ เป็นเรื่องเข้าใจยากๆ มากกว่าจะอธิบายสั้นๆ ได้ง่ายมาก หลายทฤษฎีมองกัน ผมยกตัวอย่างเหมือนกับการค่าภาพแสดงแทนสัญลักษณ์ของตัวเลขบนเสื้อนักกีฬาฟุตบอล ต้องมีตำแหน่งแห่งที่ของจริยศาสตร์ในการปฏิบัติการทำหน้าที่ของนักกีฬาฟุตบอลเพื่อสิ่งที่
สมควร และควรทำตามจริยศาสตร์ ซึ่งผมเปรียบเทียบอย่างง่ายเชื่อมกับปรัชญาคณิตศาสตร์ ว่าไปนั่น(คิดมากปวดหัวหาผัวเมียดีกว่า-ฮา)
 
-ปรัชญาเป็นเรื่องยากซับซ้อนครับ ไม่ว่าจะแนวคิด ทฤษฎีใดของใคร โดยนักปรัชญาอย่างอังรี แบร์กซอง  ก็กล่าวถึงปรัชญาว่าด้วยพลังชีวิต และเรียกกาลว่า เป็นกาลทางคณิตศาสตร์ และปรัชญาปรากฏการณ์วิทยา คือ Phenomenology ว่าด้วย servations when he describes phenomena; his example may be purely imaginary.ปรัชญาปรากฏการณ์จิตวิทยาเชื่อมโยงกับปรัชญาอัตถิภาวะนิยมของนักปรัชญานามว่า ซาสตร์
Tractatus…wittgenstein ก็ได้สังเกตอยู่ในlogical investigations และปัญหาสำคัญของความสัมพันธ์ของภาษาต่อความเป็นจริง พบว่ามีปัญหามากมายเกิดขึ้นในปรัชญาของจิตวิทยา
กับความหลากหลายทางภาษา ก็ยกตัวอย่างคนจีนที่อพยพ มาปี 2490 อาจจะนับญาติกับคนไทยไม่ได้ และคนไทย พยายามสร้างวาทกรรมว่าคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต ซึ่งจากภาษาไทยต่างกับภาษาจีน จึงสร้างสำนึกใช้ภาษาไทยส่งผลทางจิตวิทยาเพื่อรวมคนจีนในไทยด้วย
นี่ก็เป็นปัญหาทางภาษา เช่น ความจริงวิเคราะห์และความจริงสังเคราะห์ (1)ลุงแดงเป็นผู้ชาย -ประโยควิเคราะห์ คือ มาจากความหมายของลุง เป็นพี่ของบิดา หรือ พี่ของมารดาที่เป็นผู้ชาย (2)ลุงแดงผิวคล้ำ-ประโยคสังเคราะห์ คือ ผิวคล้ำเป็นการรวมจากประสบการณ์ที่มีการพบเห็นคนจริงๆ(ปรัชญาทั่วไป=เขียนโดยวิทย์ฯ) นี่เป็นปัญหาทางภาษา-ภาษาภาพ และผมก็ไม่ได้เข้าใจเรื่องความรักง่ายๆ เช่นเดียวกัน ค้าบ
 
-หนังสือ The eyesฯ เป็นการอธิบายแบบตะวันตกถึงความรัก ปรากฏภาพวาดต่างๆ ก็อ้างถึงสองมาตรฐานในผู้หญิง และผู้ชาย ฯลฯ ซึ่งเราน่าจะเป็นปัญหาของความรัก และก็ความสัมพันธ์ต่อมนุษย์ โดยมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ก็เคยถูกกล่าวหาว่า เขานำเสนอเรื่องความรัก ในการต่อสู้มากเกินไป และมาตรฐานของความรัก
น่าสนใจมาก ถ้าตาบอดต้องเจียมตัว เมื่อไม่มีดวงตา ไม่มีเงิน  แต่ผมรักเธอ เหมือนคนตาบอดที่เทิดทูนบูชารัก สมมติเธอเป็นหมอรักษาตา ก็เธอตอบรักทำให้เขาตาสว่าง  แน่นอนว่า ตา หู จมูกเป็นโลกของประสบการณ์ จากนั้นเมื่อสังเกตก็สมมุติฐานต่อปรากฏการณ์ และพื้นฐานของการสร้างความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และดวงตา มองเห็นไม่เหมือนกัน และสิ่งที่ไม่ได้เห็นด้วยดวงตา อาทิเช่น ความมืดทำให้ดวงตา มองเห็นไม่ชัดเจน ถอดแว่นของตัวตนออกไป ถ้าเราคิดถึงเวลาคนใกล้ตาย วินาทีสุดท้ายที่ใช้ได้ คือ หู แม้ว่าตามองไม่เห็นก็ยังมีรับรู้ลองออกเสียงดังๆข้างหูของคนใกล้ตายเขาก็รู้ได้ โดยตรงกันข้าม  ถ้าคนเราถ้าไม่ได้รับการฝึกฝน ก็จะคล้ายกับสัตว์ เมื่อถูกศัตรูแข็งแกร่งตะคอก คำรามใส่ก็จะหยุดจู่โจมตามปฏิกิริยาธรรมชาติ
 
เมื่อความรักจากตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นI have dream(แนวคิดสันติวิธีของมาร์ติน ลูเธอร์คิง อิงกับความรัก)-พัฒนาการ:มาตรฐานของความรักตะวันตก-ตะวันออกในดวงตาดี ซึ่งว่าด้วยความรัก ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ จริงหรือไม่ ก็พระศิวะ คอดำ เพราะดื่มน้ำพิษ ผลของความรักโลกของพระศิวะ พระศอเป็นสีดำเพราะเมื่อตอนที่พระนารายณ์และเหล่าเทวดา อสูร ทำพิธีกวนสมุทรโดยใช้พญานาคเป็นตัวฉุดเขาพระสุเมรุนั้น ใช้เวลากวนนานมาก พญานาคจึงคลายพิษออกมาปกคลุมไปทั่วโลก พระศิวะ จึงว่าเกรงจะเป็นภัยต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในโลกจึงได้สูบเอาพิษเหล่านั้นไว้จึงทำให้ คอของพระศิวะเป็นสีดำนั้นเอง ผมอ่าน love in asian art and culture http://www.amazon.com/Love-Asian-Art-Culture-Unnumbered/dp/0295977590 และความรักเป็นสัญลักษณ์ทั้งสากล เหมือนกันทางตะวันตก คือ ภาพของความรักเป็นภาพธรรมชาติ ก็ปรากฏเป็นสัญลักษณ์ทางศิลปะ และงานศิลปะอันโรแมนติคจากการศึกษาของหนังสือดังกล่าว ก็สะท้อนภาพของนก ดอกไม้ ผีเสื้อ เป็นจิตวิญญาณและกายภาพของความรัก

นั่นเป็นสัญลักษณ์ของภาพผนวกกับต้นไม้ สื่อถึงความเจริญเติบโตของความรัก ในภาพแบบจีนเป็นลักษณะของรูปภาพนกเกาะกิ่งไม้ สื่อรัก และภาพวาดพร้อมบทกวีของญี่ปุ่น ก็สื่อใช้สัญลักษณ์ "ปลา"/fish เพื่อสื่อถึงเรื่องรักได้ และภาพของทางอินเดีย ก็มีการสื่อความหมายทางศาสนา พิธีกรรม ความเชื่อในทั้งภาพจำหลัก ประติมากรรม ภาพวาดสื่อสายตาของคนรักประสานกัน ต่างๆ สื่อแสดงอารมณ์รัก นี่เป็นสิ่งที่ผมเขียนสั้นๆ ย่อๆไว้ สำหรับรัก น่ะค้าบ แต่หนังสือเล่มนี้ไม่มีเรื่องเกาหลี น่ะครับ ไม่งั้นผมจะเขียนอิงถึงกระแสลมตะวันออกกับเกาหลีฟีเวอร์ในไทย ครับ

 
แล้วไทยแลนด์  กับความเปลี่ยนแปลงของอัตลักษณ์ไทยที่สะท้อนจากคำในภาษา http://www.arts.chula.ac.th/~ling/content.php?id=5& ดังตัวอย่างต่อมา ที่มีเรียก ที่รักว่า "ทูนหัว" แล้ว ต่อมา คำว่า "ตัวเอง" แทนคำว่า "ทูนหัว" กับปัญหาคำว่า "ตัวเอง" ก็คือ การเรียกคนรักว่า "ตัวเอง" เพื่อการรวมเป็นหนึ่ง ระหว่างตัวของตัวเองกับแฟน น่ะ ค้าบ ปาจารยสาร ฉบับ ไทย-ลาว ว่าด้วยบ้านพี่เมืองน้องกันจริงหรือ : ๒๘-๒๙ ก็กล่าวถึงคำว่า "พี่น้อง" ในภาษาลาว แปลว่า ญาติรู้จักกัน และเข้าใจกัน  และคำว่า เชียงของ (ก็คือเวียงจันทน์) และคำว่า ไทย มาจากคำว่า ลาว+เขมร เช่น คำว่า "เดิน"เป็นภาษาเขมร  เพราะว่า คนไทยมีแต่ ย่างกับก้าว และอาจจะกล่าวได้ว่า คนไทยหายใจไม่ออก เพราะ ไปยืมจมูก(คำว่า จมูกภาษาเขมร คนไทยมีแต่ดั้ง) ยืมจมูกเขมรมาหายใจ  และนั่นเป็นตัวอย่างของภาษาและที่มาก่อนเป็นภาษาสมัยใหม่ ในเรื่องการเรียกหมาว่า น้องหมา หรือเรียกหมาว่า "ลูก" และการเรียก "น้อง" แทนคำว่า ลูก เป็นภาษาสมัยใหม่ (ถ้านึกถึงคำจีน กรณี เจ๊ขก แม่ค้าประชาธิปไตย) ส่วนคำศัพท์ว่า เหวง เป็นที่นิยมอย่างมากในตอนนี้ แน่นอนว่า ผมเป็นห่วงใยสถานการณ์การเมืองอยู่เสมอ เหมือนพระอาทิตย์ขึ้นตะวันออก และตะวันตก น่ะค้าบ
 
-เราอาจจะนึกถึง สุนทรภู่ กับบทกลอน…..
๏ ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจาฯ
๏ จงทราบความตามจริงทุกสิ่งสิ้น อย่านึกนินทาแกล้งแหนงไฉน
นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ จึงร่ำไรเรื่องร้างเล่นบ้างเอยฯ

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87
 
-ทฤษฎีพรรณา สิ่งที่ควร(ought) แบบอารมณ์และแบบบัญญัติ ในกรณีข้อตัดสิน เพื่อเป็นบรรทัดฐาน คุณเคยดูสารคดีสุดยอดอารยธรรมแดนมังกร  ปรากฎเทคโนโลยีทางด้านทรัพยากรน้ำ สถาบันวิทยาการของคันฉี ในราชวงศ์ชิง ซึ่งการสร้างแผนที่ และอาณาเขตโดยฝรั่งเศส ร่วมสร้างพื้นที่อาณาเขต ในศตวรรษที่ 18 สมัยเดียวกับพระนารายณ์ และเทคโนโลยี ดาราศาสตร์ ต่างๆ การสร้างชาติของจีน อิทธิพลของขงจื้อ เป็นการสร้างครอบครัว และโจทย์การสอบจอหงวน ก็คือ การสร้างครอบครัว คือ การสร้างประเทศชาติ และการเกษตรกรรมตามแนวขงจื้อ โดยวิวัฒนาการของแผนที่ทำกับฝรั่งเศส  แผนที่สำหรับการปกครองมั่นคง วางแผนการเกษตร และต่อยอดเทคโนโลยี และแผนที่ของจีน สำเร็จได้ เพราะ รัชสมัยของคังชี ซึ่งแผนที่ ทำให้วางเขตแดนเชื่อมโยงทะเลสาปกับแม่น้ำฮวงโห ในสมัยราชวงศ์ชิง รวมทิเบตภายในอาณาเขต และนักกวีชาวจีน ที่มีชื่อว่าตู้ฝู้ เขียนบทกวี ระบายความขื่นขม ทั้งที่ยุคเดียวกับหลี่ไป๋ ที่มีบทกวีเขียนแนวสำเริงสำราญมากกว่า ตู้ฝู้ จากตะวันออกข้ามขอบฟ้าแห่งพรมแดนในนามของJames  Joyce ก็เป็นกวีชาวไอร์แลนด์แล้ว ถ้าศิลปะบริสุทธิ์….พื้นที่ของศิลปะบริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องการตลาด และนักคิดแบบบูร์ดิเยอ ก็คงคิดว่าศิลปะไม่ต้องการรางวัล ละมั้ง เมื่อเรามองกลับมาไทยแลนด์โดยจ่าง แซ่ตั้ง กับความเป็นศิลปิน และบทกวี โดยอิทธิพลของเต๋า ก็เป็นเรื่องน่าสนใจในแนวทางที่ผมเคยเล่าเรื่องเต๋าไปแล้ว ครับผมได้มีโอกาสนั่งคุยร่วมกับพี่โป๊ะ กับอ.ฉลาดชาย ก็พูดถึงวาทกรรมดื่มนม ส่งผลกระทบต่อร่างกายคน ตั้งแต่เด็กสัมพันธ์อุตสาหกรรมของนม และวิทยาศาสตร์ ที่มาครอบงำในความรู้ ความจริงกับคน ซึ่งวันนี้คุณดื่มนมแล้ว หรือยัง?
เด็กคนนั้น(จ่าง แซ่ตั้ง)-(ผมมีอยู่เล่มหนึ่ง)
ความสบายของเด็กคนนั้น มี
กว้างเท่าแสงแดด
กว้าง กว้าง
http://www.kositt.com/product.detail_4609_th_1144535
คืนนี้ .
คืนนี้
มันเงียบ
เด็กคนนั้น
มองดูท้องฟ้า
….  
เด็กคนนั้น
หวัง
ดอกไม้จะออกดอก
มาทันรับรอยยิ้ม
ของสันติภาพ
ลืมเสียงปืนในท้องฟ้ามืดนั้น
ลืมการฆ่าคนของสมองคนนั้น.
-ตอนหนึ่งจาก หนังสือ    เด็กคนนั้น ๒   เขียนโดยจ่าง แซ่ตั้ง ปกแรก พิมพ์ครั้งที่1 เมื่อ 1 มีนาคม ปี พ.ศ. 2530 สำนักพิมพ์วันใหม่    ทิพย์ แซ่ตั้ง แบบปก-รูปเล่มhttp://www.santipap.com/jang2.htm
– love as solitary  sadness
Fish
In a dream
I was put on his supper table,
a broiled fish.
…..
My Eyes-Travis
Deep in my heart, there’s no room for crying,
but I’m trying to see your point of view
Deep in my heart, I’m afraid of dying,
I’d be lying if I said I’m not
Welcome in, welcome in,
Shame about the weather
Welcome in, welcome in,
It will come
It’s a sin, it’s a sin,
Where birds of a feather, are welcome to, land on you
[CHORUS]
Ya Ya Ya *2
You’ve got my eyes
We can see, what you’ll be, you can’t disguise
And either way, I will pray, you will be wise
Pretty soon you will see the tears in my eyes..
As each day goes by, it makes way for another,
We discover that we’re not alone
And each day we try, the best we can to recover,
All the feelings that we left below
การตีความ ดูเพิ่มเติม
http://www.kroobannok.com/blog/view.php?article_id=3293
———————————————————————————————–
ผมกำลังชี่นชอบ หนังสือแปลเล่มหนึ่ง ที่มีชื่อว่า เพลโต ปรัชญาวิวาทะว่าด้วยความรัก ซึ่งมีที่มาจากหนังสือThe Symposium โดย Plato http://books.google.co.th/books?id=MxxrJeniGDwC&printsec=frontcover&dq=symposium&source=bl&ots=1Gia4EZQFz&sig=adzYllKpxzfDMatuNIHdjhPSvV8&hl=th&ei=fO_GS7bGNc2frAeegvnMCQ&sa=X&oi=book_result&ct=result&resnum=3&ved=0CBIQ6AEwAg#v=onepage&q&f=false และหนังสือฉบับแปลของSymposium เป็นบทสนทนาของเพลโตในช่วงเวลามีความคิดเริ่มสุกงอม symposium เป็นงานซึ่งแสดงให้เห็นความสามารถทางด้านการประพันธ์ เช่นเดียวกับบทสนทนา Phaedrus  อันเป็นตัวบทที่นอกเหนือจากจะแสดงปรัชญาความคิดที่ลึกซึ้งแล้วยังเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมทางวรรณศิลป์

Symposium มาจากคำในภาษากรีก อันหมายความถึง การประชุมดื่ม ซึ่งการประชุดดื่มนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมกรีกโบราณที่เป็นเสมือนพื้นที่แลกเปลี่ยนถกเถียงกันโดยเครื่องดื่มที่ใช้ประกอบการสนทนานั้นเป็นไวน์ (ดื่มร่วมกับน้ำ) นอกเหนือจากการพูดคุยแล้ว การประชุมดื่มยังจัดให้มีดนตรีและการแสดงเพื่อความบันเทิงใจร่วมด้วย ปัจจุบันคำว่า Symposium ถูกใช้แทนความหมายของการประชุมวิชาการ…..

 

…คือ หนังสือเล่มดังกล่าว อ้างอิงถึงชีวิตของโสเครติส ในตอนหนึ่ง ที่มีลักษณะใช้ความคิด ขนาดถึงขั้นยืนใช้ความคิดอยู่ที่เดิมเป็นเวลาจากกลางคืน จนกระทั่งรุ่งเช้า แล้วเขาก็ยังยืนใช้ความคิดอยู่ที่เดิม ทำให้ชาวบ้านต่างแปลกใจว่า เขายืนนิ่งคิดอะไรอยู่นานเป็นวันเป็นคืน…

วันเวลาผ่านไป เมื่อผ่าน 10-14 เมย ซึ่งเราอ่านหนังสือแตก หรือ ตีโจทย์แตกไหม? บางคนบอกเขาอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง มาก่อนผมแล้วเจ๋งรู้มากกว่าผม และเราล้วน ก็ตกอยู่ในสังคมโกหกพกลมข่มกัน ที่มีคำศัพท์ว่า "นาธาน" ล้อเลียนดารา นักร้อง ซึ่งหมายถึงเรื่องโกหก และสังคมเรา มี"แพะ" ก็คือเหยื่อ ที่ไม่ได้ทำผิดกันมากมาย จากประสบการณ์ดวงตา ผ่านหนังสือ ทีวี สร้างสรรค์ประสบการณ์จินตนาการ..ไม่ให้โกหกทางการเมือง…

 
วันที่  16-23 จากการเดินทางกลับบ้านเข้ากทม.และผมไปมาเก๊า-ฮ่องกง สู่วันคล้ายวันเกิด
ข่าวน่าสนใจ เช่นหวานรัก ค่ายร.11 "เจ้าสาว" โผล่กอด ส.อ.หนุ่ม…ค่ายทหารราบ 11 หวาน ซึ้ง ว่าที่เจ้าสาว บุกไปหาทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ป้องกันม็อบแดง พร้อมบอกรักกลางค่าย ทำเอาเหล่าทหารพลอยยิ้ม ลดความเครียดไปในตัว เผยฝ่ายหญิงเข้าร่วมรายการโทรทัศน์ศึกน้ำผึ้งพระจันทร์ ทางรายการจึงจัดบันทึกเทปแบบไม่บอกแฟนหนุ่ม เมื่อถึงเวลาก็สวมชุดแต่งงานโผล่มาเซอร์ไพรส์ ทำเอาทหารหนุ่มถึงกับอึ้ง ก่อนสวมกอดกันต่อหน้าเพื่อนทหาร ว่าที่เจ้าสาวทวงสัญญาแต่งงานที่กำหนดเอาไว้วันที่ 16 เม.ย.นี้ เพราะไม่แน่ใจว่าว่าที่เจ้าบ่าวจะได้กลับไปแต่งงานหรือไม่ http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOREF6TURRMU13PT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1DMHdOQzB3TXc9PQ==(วันที่ 03 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7065 ข่าวสดรายวัน) ซึ่งข่าวน่าสนใจอีกเรื่องก็ ผมเคยอ่านจากนิตยสารVote แล้วก็สนุกดี คือ สาวเอเชียนับล้านกรี๊ดแตก พากันปลื้ม"เทพบุตรยาจก" หน้าหล่อ แม้สังคมจะตราไว้ว่าเขาเป็น "คนบ้า" ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่ออยู่ๆ หนุ่มสติไม่ดีคนหนึ่ง หรือ ที่สามัญเรียกกันไปว่า "คนบ้า" กลับกลายเป็นผู้ที่โด่งดังและกล่าวถึงกันมากที่สุดทั่ว ประเทศจีน ณ ขณะนี้  ซะอย่างนั้น โดยเฉพาะจากหมู่เด็กสาว และผู้หญิงจากโลกสังคมออนไลน์  ชนิดเสียว่า เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่า  กลายเป็นขวัญใจของสาวๆ และไม่สาวไปเสียแล้ว จะไม่ให้กรี๊ดกร๊าด โจษจันกันได้อย่างไร เมื่อหนุ่มแดนมังกร ไม่เต็มบาท  นามว่า "ซีลี่เกอ" นายนี้ เล่นมีหน้าตาหล่อเหลา  จมูกโด่งเป็นสัน รูปร่างสูง  หุ่นสมาร์ทซะ  ถึงขนาดที่ว่า เทียบชั้นดาราดัง ใน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีได้สบายๆ หรือบางครั้งอาจ "ดูดีกว่า" ด้วยซ้ำ  นี่จึงเป็นที่มาของฉายาที่ใครต่อใครก็เรียกว่า "เทพบุตรยาจก"http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1269602429&grpid=&catid=(วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:40:30 น.  มติชนออนไลน์..เทพบุตรยาจกชอบใส่เสื้อผู้หญิง เพราะอยากให้ผู้หญิงสักคนมาเป็นแฟน )
 
ขณะที่ผมแวะไปร้านเล่าเพื่อคิดสรุปงานทางแพร่งของการเมืองไทย ซึ่งรัฐใช้ความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์ ก็ประกาศพรก.ฉุกเฉินขั้นร้ายแรง และการปิดสื่อ เช่น ประชาไทย ICT แล้วผมบังเอิญเจอพี่สุภิญญา ที่ร้านเล่าหลังจากคุยงานกับพี่นก พี่แก้ว เฟริสท์ อ.ไชยันต์ อ.ธเนศวร์ และกิจกรรมกับคนอื่นๆ รายชื่อเยอะมาก ซึ่งวันนี้ผมอยากคิดบันทึกขี้นมานิดหน่อย เพราะสถานการณ์มันล่อแหลม  เมื่อผมเป็นคนไปที่มาเก๊า ไม่ได้เกาะ แกะสาว-เถียนมีมี่ และบทเพลงของสาวๆ ในวันที่ผมพบเพื่อนพี่สง เป็นคนจีน ก็พูดภาษาจีนกลาง และพูดภาษากวางตุ้งไม่ได้
-พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน    ตัว ๑ น. รูป, ตน, ตนเอง, คําใช้เรียกแทนคน สัตว์ และสิ่งของบางอย่าง เช่น ตัวละคร  ตัวหนังสือ; ลักษณนามใช้เรียกสัตว์และสิ่งของบางอย่าง เช่น ม้า ๕ ตัว ตะปู ๓ ตัว เสื้อ ๒ ตัว; ใช้เรียกผู้ที่ตนพูดด้วยในฐานะคนเสมอกันที่สนิทกัน เช่น
 ตัวจะไปไหม. ตัว ๒ (คณิต) น. เรียกเลขในวิธีทําว่า ตัว เช่น ตัวบวก ตัวลบ ตัวคูณ ตัวหาร.
http://rirs3.royin.go.th/new-search/word-search-all-x.asp
-คำว่า "เชย" ของ ป.อินทรปาลิต ในพล นิกร กิมหงวน(สามเกลอ) ปะทะคำว่า ‘เหวง’ ฮิตขึ้นหิ้งราชบัณฑิตจ่อนำความหมายกัดเจ็บๆ ขึ้นพจนานุกรมเล่มหลัก
ฮือฮา….เหวงฟีเวอร์ กับคำและความหมายเชิงประชดประชันที่สังคมชาว "โซเชียลเน็ตเวิร์ก" ได้บัญญัติจนลูกเด็กเล็กแดงตามตรอกซอกซอยพูดล้อกันให้ขรม ผงาดเตรียมอัพเกรดจากพจนานุกรมคำใหม่เล่มรอง ขึ้นพจนานุกรมเล่มหลักเพื่อเป็นให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา (ฮา)…
สร้างแรงกระเพื่อมให้กับคลังคำประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่ 3 แกนนำอันได้แก่ หมอเหวง โตจิราการ, วีระ มุกสิกพงษ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดงตั้งโต๊ะเจรจากับรัฐบาลถ่ายทอดสดผ่านทีวีไปทั่วประเทศกับการวิพากษ์วิจารณ์กับการอรรถาธิบายรัฐบาลและเรื่องราวต่างๆ ออกทะเล วกวนในหลายประเด็นของกลุ่มเสื้อแดง โดยเฉพาะหมอเหวง โตจิราการ จน "สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก" บัญญัติความหมายใหม่เชิงเสียดสีคำว่า “เหวง”  นั้น   
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต แสดงความคิดเห็นกับ ไทยรัฐ ออนไลน์ว่า คิดว่าปรากฏการณ์ความโด่งดังของคำว่า "เหวง" ที่หลายคนอยากให้นำคำนี้ไปบรรจุเพิ่มในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่มหลักมีความเป็นไปได้ว่านอกจากจะถูกบรรจุคำและความหมายใหม่เข้าไปในพจนานุกรมคำใหม่ในเล่มที่ 3 ซึ่งกำลังจะทำการพิมพ์แล้ว  คำและความหมายของคำว่า "เหวง" ยังมีสิทธิ์ขึ้นพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่มหลักที่กำลังจะตีพิมพ์ใหม่อีกด้วย  เนื่องจากความแรงของคำว่า "เหวง" วันนี้เป็นคำที่มีความหมาย ซึ่งคนสังคมส่วนมากเข้าใจได้ว่า หมายถึง อาการพูดจา ไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์ แตกต่างไปจาก "เหวง" ซึ่งเป็นคำวิเศษณ์  โดยความหมายของพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานเล่มหลักเดิมๆ หมายถึง  ว.มาก, เป็นคำใช้ประกอบคำ เบา เป็น เบาเหวง หมายความว่า เบามาก  
"พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานหลักๆ มีอยู่ 2 เล่ม  เล่มหลักเป็นเล่มที่เก็บคำศัพท์หลักๆ  อีกเล่มเป็นพจนานุกรมคำใหม่ที่เก็บรวบรวมคำและสำนวนที่เกิดขึ้นใหม่ โดยยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  สำหรับเล่มหลังเรารวบรวมศัพท์ใหม่ๆ มาแล้ว 2 เล่ม กำลังจะขึ้นเล่มที่ 3 เช่นคำว่า แอ็บแบ้ว – เบนโล – จ๊าบ – ชิวชิว – ตุ๋ย – เกรียน – กิ๊บเก๋ ยูเรก้า – กิ๊ก – โป๊ะเชะ – อินเทรนด์ – ไขก๊อก – ใส่เกียร์ว่าง – เว้นวรรค โดยคำใหม่ๆ ที่อยู่ในเล่มนี้ โดยหลักใหญ่ๆ ในการที่จะนำคำและความหมายใหม่ๆ มาบรรจุในพจนานุกรมมีหลักเกณฑ์อยู่ 2 อย่าง  1.ต้องเป็นคำใหม่ที่สังคมส่วนใหญ่เข้าใจความหมาย และ 2.คำศัพท์ที่ว่าต้องไม่ตายไปด้วยระยะเวลาสั้นๆ โดยราชบัณฑิตยสถานจะบันทึกคำใหม่ๆ นี้เอาไว้เพื่อจะเป็นหลักฐานเพื่อว่าอีก 20-30ปี อาจจะมีคำเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานให้คนรุ่นหลังได้ทราบว่ายุคหนึ่งสมัยหนึ่งเคยมีคำฮิตที่มีความหมายแบบนี้เก็บเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาด้วย" ราชบัณฑิต กล่าว….
http://www.thairath.co.th/content/edu/75661
เมื่อผมคิดถึงแอร์โฮสเตส เป็นรุ่นน้องสาว ที่ไม่ได้เจอกันมานาน แล้วเราก็มาพบกัน ส่วนเธอเริ่มบ่นว่าอยากแต่งงาน คือ เตย และผมก็ไม่รู้เธออยากสร้างครอบครัวแบบใด ผมเพียงแต่มุทิตา หมายถึง ความพลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี คือเมื่อผู้อื่นได้รับความสำเร็จ มีความสุขความเจริญก้าวหน้า ก็พลอยชื่นชมยินดีในสิ่งที่เขาได้รับ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2 และเรื่องราวของอินโดจีน คือ อินเดียกับจีน ก็เชื่อมโยงเวียดนาม เก็บเกี่ยววัฒนธรรมจีนมาเป็นประเทศเวียดนาม ในวันเวลาที่ผมเคยเดินทางผ่านไป และวันเวลาล่วงเลยไปก็มีคนย้ายออกจากหอ ไม่ว่าพี่ก้อย กลับไปเป็นอาจารย์อยู่เพชรบูรณ์ และเด็กติสท์วิศวะ ผู้โดนขโมยเข้าห้องสองครั้ง และมีรถยนตร์สองคัน แต่เขาเอารถมาจอดทิ้งไว้ไม่เอากลับไป ทำให้นึกถึงรถเก่าคันหนึ่งของรุ่นพี่ จอดทิ้งไว้เป็นที่ระลึกของหอ ตั้งเกือบ 10 ปี เพราะทะเลาะกับเมีย ทิ้งไว้เป็นที่ระลึกหน้าหอฯ
 
ก่อนวันเวลาของการจากลา เมื่อวันเวลาในความทรงจำในยุคสมัยของผมเป็นยุคก่อนมีเพจเจอร์ และโทรศัพท์มือถือในช่วงวัยรุ่น แล้วต่อมา ปรากฏ แชททางตัวอักษร กับMSN ต่างๆผมก็เติบโตมากับเทคโนโลยีเหล่านั้น ซึ่งสมัยยังไม่มีการติดต่อแบบนั้น พวกผมก็ติดต่อกันทางจดหมายถึงเพื่อนร่วมรุ่น และตัวอักษร ก็เป็นยุคสมัยของคน ที่จมอยู่กับตัวอักษรทางจดหมาย แล้วคุณจะโหยหาอดีตทางความรู้สึกจากตัวอักษรของจดหมาย เช่น ฉากส่งจม.กับภาพยนตร์เรื่องatonement และเดือนกุมภาฯ ผมไปซื้อเสื้อที่ระลึกของไปรษณีย์เชียงใหม่ กับสแตมป์เป็นรูปดอกไม้สำหรับวาเลนไทน์ ไว้เป็นที่ระลึก เพราะผมเคยสะสมสแตมป์ตามความรู้สึกอยากสะสมตามญาติรุ่นพี่ และโปสการ์ดก็เก็บไว้บ้าง โดยเราสามารถระลึกถึงเวลาในอดีต  แหม ถ้าเราไม่ยากินขี้ฟัน ก็ต้องแปรงฟัน น่ะคร้าบ เช่น ยาสีฟันDarkie (ดาร์กี้) หรือ ยาสีฟัน ดาร์ลี่ หลังจากเปลี่ยนคำ ไม่ให้มีการดูหมิ่นคนดำ ไอ้มืด นิโกร ต่างๆ น่ะคร้าบซึ่งหนังสือของธเนศ ในเรื่องปอกเปลือกประชาธิปไตยอเมริกา ซึ่งบทนำโดยเบเนดิก แอนเดอร์สัน ก็เล่าถึงประวัติของธเนศ และการมีช่วงเวลาพบรวมตัวแก๊งค์ และรุ่นพี่ในอเมริกา จนถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดของเบน ในบ้านหลังเดียว กับธเนศ ซึ่งในหนังสือดังกล่าวอ้างอิงถึงริชารต์ ยีสต์ และมาร์เซล พรูสต์ พูดถึงห้วงเวลาแห่งความหวานชื่นในความสงบของความคิดที่เราอาจจะรวบรวมความทรงจำ สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมาแล้วในอดีต และกาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ กล่าวถึงเวลา ในอดีตอันไม่สดใสนักในสังคมของเขาว่า  เป็นเสมือนกรอบรัดรึงกระดาษเปล่า โอบอุ้ม ชั่วโมง  วัน เดือนเอาไว้  โดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น…ซึ่งผมเรียบเรียงเป็นเรื่องว่าผู้เขียนอ้างนักเขียนพรูสต์ และมาร์เกซกล่าวถึงอดีตอย่างคลี่คลายถึงปัจจุบัน กับความทรงจำเพื่อปลดปล่อย
November 01,2007ผมขอสถาปนาวันฮาแห่งโลกแถวถนนแห่งความสุข และถนนคู่รัก http://boycyberpunk.spaces.live.com/blog/cns!6BEEAA52AFE8BA3D!680.entry
จาก11 พฤษภาคม creative working environment  http://boycyberpunk.spaces.live.com/blog/cns!6BEEAA52AFE8BA3D!1936.entry
07 ธันวาคม Bird’s-eye view – คนธรรมดา http://boycyberpunk.spaces.live.com/blog/cns!6BEEAA52AFE8BA3D!2376.entry
08 กันยายน วิกเกตสไตน์กับมาร์แซล พรูสต์(นิทเช่กับคาฟคาสั้นๆ)
http://boycyberpunk.spaces.live.com/blog/cns!6BEEAA52AFE8BA3D!2226.entry
04 ตุลาคม พรูสต์-impressionism-ซาสตร์-Being-ความเข้าใจเรื่องเวลานิรันดร์-เวเบอร์-บาร์ต-มาร์เกซและช.ช้อน-โชคดี-ชุมชนในจินตนาการ
http://boycyberpunk.spaces.live.com/?_c11_BlogPart_BlogPart=blogview&_c=BlogPart&partqs=amonth%3d10%26ayear%3d2009

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s