Good Time-เวลาดีและชีวิตประจำวัน-อายุ30ขวบ

Words
What if one split second
sent your life in two completely different directions?
จะเป็นเช่นไร หากว่าแค่ช่วงเสี้ยวเวลา
พาคุณไปพบกับหนทางที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว
Helen is about to find out that
romance was never this much fun.
และ Helen กำลังจะค้นเจอแล้วว่า
ความโรแมนติกไม่เคยสนุกอย่างนี้มาก่อน
There are two sides to every story.
Helen is about to live both of them……
at the same time.
ทุกเรื่องมีสองด้านให้เห็นเสมอ
Helen กำลังจะเป็นทั้งสองด้านนั้น…..ไปพร้อมๆกัน
 
คิดเล่นๆว่า ณ ทางแยกซ้าย – ขวา หากเลือกไปทางซ้ายจะเจอเรื่อราวอย่างหนึ่ง มาหยุดนั่งนึกและคิดอีกทีว่า ถ้าหากเมื่อครู่เลือกไปทางขวาล่ะ…จะเกิดอะไรขึ้น…จะนั่งนึกอยู่ว่าหากไปทางซ้ายจะเป็นอย่างไร….หรือจะมีอะไรที่มากกว่านั้น
Sliding Doors หนังอังกฤษพล็อตเยี่ยมที่ถามคำถามตรงๆว่า What if….หากอย่างนั้น…และถ้าอย่างนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวันเป็นประจำอยู่แล้ว ใครบ้างที่หาคำตอบได้บ้างว่า ถ้าเลือกทำในสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ที่กำลังทำอยู่นี้ ผลจะออกมาเป้นเช่นไร ดีกว่า แย่ลง หรือคงที่….น่าคิด
Helen หญิงสาวชาวอังกฤษที่ตื่นขึ้น เริ่มกิจวัตรประจำวันเหมือนทุกๆวัน แต่งตัวออกไปทำงาน เพื่อให้วันนี้เป็นวันพิเศษกว่าวันอื่นๆสักหน่อย "ตกงาน"…I’m out…am I?….ใจคอห่อเหี่ยว กลับบ้านดีกว่า ณ สถานีรถไฟใต้ดิน มีสองทางเลือก Helen A ขึ้นรถไฟทัน และ Helen B ตกรถไฟ…..ชีวิตหลังจากนี้ต้องดำเนินต่อไป…จะต่างกันมากเท่าใดหนอ
 
Helen A นั่งไปบนรถไฟได้ทัน และได้พูดคุยกับชายหนุ่มคุยเก่ง สนุกสนานคนหนึ่ง ที่เก็บต่างหูให้เธอในลิฟต์หลังจากเธอถูกไล่ออกจากงาน และลงที่สถานีรถไฟเดียวกัน เพื่อแสดงไมตรีจิตและมิตรภาพ แต่กลับถึงบ้านเร็วกว่าที่เคย
Helen B ตกรถไฟ ขบวนรถไฟหลังจากนี้ Delay ต้องไปใช้พาหนะอื่น กำลังเรียกแท็กซี่โดนวิ่งราวกระเป๋า หัวแตก ต้องไปโรงพยาบาล กลับถึงบ้านช้ากว่าที่คิด
เมื่อถึงบ้าน Helen A เจอแฟนหนุ่ม "จิ๊จ๊ะ" กับสาวอเมริกันนาม Lydia
เมื่อถึงบ้าน Helen B เจอแฟนหนุ่ม Gerry "คนเดียว" รำพันความโชคร้ายกับเขา
Helen ไหน…..โชคดีกว่ากัน
Helen A ที่หูตาสว่าง หรือ Helen B ที่เจอเรื่องร้ายๆทั้งวันมามากพอแล้ว…ตอบที???
Helen A ย้ายออกจากบ้านทันที เพื่อไปพักอยู่กับเพื่อน สานต่อความสัมพันธ์กับ James หนุ่มบนรถไฟในวันนั้น เปิดบริษัท PR (Public Relations) เป็นของตัวเอง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และความ Romance
Helen B สมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟ ส่งขนมตาม Office ทุกๆอย่างที่ได้เงิน เพื่อ "ดำรง" สิ่งที่เธอยึดมั่นกับแฟนหนุ่ม "ความรัก" ให้ถาวร เพราะเธอ "เป็นสุข" กับชีวิตอย่างนี้
ถาม: ใครมีความสุขกว่ากัน????
ถามต่อ: เห็นอย่างนี้แล้ว…ขึ้นรถไฟทัน….หรือตกรถไฟดี
อ่านต่อ….เดี๋ยวค่อยตอบ… 
 
ลืม Gerry กับ Lydia ไปหรือยัง??? Lydia ก็มีความรักเช่นกัน เธอมาก่อนที่ Gerry กับ Helen จะอยู่ด้วยกัน Gerry รัก Helen มาก แต่ก็ไม่อยากเสีย Lydia ที่ปรนเปรอความสุขให้กันมานานไป
แต่ทำอย่างไรดี Helen ไม่ใช่ผู้หญิงไร้สมอง จะปิดบังไปได้นานแค่ไหน…เอาล่ะ เลิกกับ Lydia ดีกว่า…..ช้าก่อน Lydia ไม่ยอมเลิกราง่ายๆ เธอก็ตัด Gerry ไม่ขาดเช่นกัน แถมบอกกับเพื่อนที่อเมริกาว่ามาแล้ว…จะไม่หันหลังกลับไป…ที่สำคัญ..เธอท้อง
อีก Helen หนึ่ง ก่อเกิดสัมพันธ์กับ James หนุ่มนิสัยดี เพื่อให้พบทีหลังว่าเขาเองก็มีภรรยาแล้ว และ Helen ก็กำลังท้องกับ James…โอย…ปวดหัว…นี่เธอกำลังทำอย่างเดียวกันกับที่ Lydia ทำกับเธอหรือนี่
ถามใหม่: ใครมีความสุขกว่ากัน Helen A หรือ Helen B
ถามต่อ: สองทางเลือก "ทันรถไฟ" กับ "ตกรถไฟ" ชีวิตหลังจากนั้น อันไหนดีกว่ากัน
ทนอยู่กับ Gerry อย่างไม่รู้เรื่องอะไร…..หรือพบ James เพื่อให้ผิดพลาดอีกหน
ทางไหนดี????
 
เรื่องราวต่อจากนี้ ดำเนินไปอย่างฉลาดด้วยบทที่คมคายและน่าติดตาม หนังโรแมนติกคอมเมดี้ก็มี "Twisted Ending" ได้ และจบอย่างลงตัวได้เหมือนกัน
Gwyneth Paltrow รับบทเป็นสาวอังกฤษ Helen ได้อย่างน่าชื่นชม ปัญหาใหญ่ของนักแสดงอเมริกันในบทชาวอังกฤษก็คือเรื่องสำเนียง Paltrow สอบผ่านอย่างยอดเยี่ยม การแสดงของเธอในหนังเรื่องนี้น่ารักและน่าติดตามมากๆ
John Hannah กับบท James หนุ่มอังกฤษอารมณ์ดี คุยสนุก ที่เป็นจุดเปลี่ยนของเรื่อง ใช้เสน่ห์โดยบุคลิกส่วนตัว ทำให้ตัวละครลื่นไหล และสนุกสนาน
John Lynch ในบท Gerry กับความตื่นตระหนกกลัวว่า Helen จะรู้เรื่องราวเบื้องหลัง เป็นตัวแทนของหนุ่มอังกฤษที่บ่อยครั้ง มีความคิดแปลกๆ ที่ใครๆก็ไม่เข้าใจ
สาวอเมริกันขนานแท้ Jeanne Tripplehorn กับบท Lydia ที่แสดงความมั่นใจตามสไตล์คน "เมืองลุงแซม" ที่เด่นในด้านความคิดและการแสดงออก ที่แสดงความแตกต่างจากคาแรกเตอร์ชาวอังกฤษอื่นๆ ได้อย่างชัดเจนและน่าชื่นชม
 
คำถามสุดท้าย: หากว่า Helen ไม่ตกงาน ไม่ได้ขึ้นรถไฟ
ทั้งคู่จะเจอกันได้ไหม….
Helen – James
Destiny…..ชะตาลิขิต….จะยังคงเกิดขึ้นได้จริงใช่ไหม
นักแสดงและทีมงานของ Sliding Doors ถูกดึงดูดด้วยบทภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยสีสันและความน่าจะเป็น ทั้งหมดกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เรื่อง What if นั้นน่าสนใจ และเกิดขึ้นได้กับทุกคน ตัวหนังสร้างออกมาได้น่ารักและเต็มอารมณ์ ทุกคนล้วนสนุกกับการทำงาน และหวังว่าผู้ชมที่ได้ดูเรื่องนี้จะสนุกตามไปด้วย
ชีวิตที่เป็นไม่รู้ว่า "วินาที" ข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จะสุข จะทุกข์ เงียบเหงาหรือแน่นแฟ้นเพียงใด มีใครกันที่บอกได้แน่นอน ความคิดที่เป็นอิสระกับตัวเองคือทางเลือกที่พอจะเป็นไปได้ ใจสุข กายจะสุขตาม
ขอเพียงว่าทุกวินาทีที่มีอยู่ ทุกๆอย่างที่ทำ กลั่นกรองมาจากใจ เชื่อมั่นว่าดี ทุกๆเข็มวินาทีสัมผัสนั้น….จะเปี่ยมคุณค่าในตัวเอง
ก็แค่….Sliding Doors….ที่ปิดก่อนหน้าเรา…หรือตามหลังเราเท่านั้นเอง
Thanks
Vice Versa
กิติกร มุมจิตวิทยา ดรีม(3) : ฝันสร้างสรรค์ มติชนสุดสัปดาห์
ปีที่ 29 ฉบับที่ 1489 [27 ก.พ.-5 มี.ค.2552]
นักคิดหลายคน ใช้ความฝันเป็นการสร้างสรรค์ทางความคิดด้วย
เสียงนก หรือเสียงผีเดนนิช เสียงโหยหวน การบันทึกเสียง "การอธิบาย"ทางวิทยาศาสตร์ และการอธิบายผ่านความเชื่อต่างๆ ฝันบอกเหตุ มันพิสูจน์ไม่ได้ และฝันจะProofอย่างไรบ้าง
รายการ Mystery Hunters ช่อง TPBS เป้าหมายของรายการคือ เพื่อสอนเด็กๆ (และผู้ใหญ่) ว่าอย่าเชื่อในสิ่งที่ยังไม่ได้พิสูจน์
ทุกสิ่งในโลกสามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ หรือพูดง่ายๆคือ "ไม่เชื่อต้องพิสูจน์"
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7447857/A7447857.html
http://www.ytv.com/programming/shows/mystery_hunters/
-ชาติมาลา a family tree/ ชาติพันธุ์
มุมแนะนำ"อ่าน"
ระลึกชาติในแบบเรียนภาษาไทย และศิลปวัฒนธรรมไทย ฯลฯ
แบบเรียนชั้นประถมของไทย ดังที่นิธิ เคยสรุปไว้ว่า เมื่อได้อ่าน หรือ ฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับสังคมของคนเหล่านี้ ( นายธนาคาร รัฐมนตรี หัวหน้าคณะรัฐประหาร ศาสตราจารย์ หรืออธิการบดีมหาวิทยาลัย) ข้าพเจ้าพบว่าไม่มีอะไรเกินไปกว่าที่ปรากฏอยู่แล้วในแบบเรียนชั้นประถมศึกษาเลย
แบบเรียน เรณู ระกา คือ แบบเรียนยุคชาติประชาธิปไตย 2475-2502
นอกจากอุดมการณ์รัฐนิยมแล้ว สิ่งที่แบบเรียนในยุคนี้ ปลูกฝังจึงเป็นความคิดเรื่องรัฐชาติ ที่มีประชาธิปไตย แต่เพียงรูปแบบ เพราะมิได้มีการสั่งสอนถึงสิทธิพลเมือง หรือเนื้อหาของประชาธิปไตย ที่ประชาชน มีส่วนร่วมได้ นอกจากการเลือกตั้ง มุ่งเน้นแต่หน้าที่ที่พึงปฏิบัติต่อรัฐ รวมทั้ง
การให้สิทธิเสรีภาพตามสมควร
แบบเรียนยุคชาติสถาบัน 2503-2521
นิทานร้อยบรรทัด เล่มที่ 2 เรื่องบ้านที่น่าอยู่ ตอนที่ชื่อว่า ประชาธิปไตยภายในบ้าน และนิทานฯ เล่มที่ 6 ว่าด้วยเรื่องประชาธิปไตย ที่ถาวร หัวข้อ เนื้อหาสถาบัน
แบบเรียนยุคชาติ คือ หมู่บ้านในอุดมคติ 2522-2533
ครอบครัว,ชุมชน และนักเขียน "นิธิ เอียวศรีวงศ์" สรุปแบบเรียนชั้นประถมศึกษาเป็นความรู้ของระดับคนในสังคมไทย และนักเขียน "คำผกา" สรุป ไม่มีประชาชนในแบบเรียน
ปีศาจ กับอาการผีเข้าผีออกของปัญญาชนไทย นั้น Double Provincialism  คือ สิ่งที่ Benedic เสนอในปัญญาชนยุค 14 ตุลา และสาย สีมา อัตลักษณ์พันทางของความเป็นเมือง และชนบทของปัญญาชน
http://www.readjournal.org/read-journal/2008-07-vol-2/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%
b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b8%ad/
Blow-Up และ Blowup เราอาจแน่ใจว่าเราเห็น แต่เราไม่มีทางแน่ใจว่าสิ่งที่เราเห็นคือความจริง
ภัควดี วีระภาสพงษ์ | อ่านนอกเล่ม
ประเด็นความแตกต่างระหว่าง “ภาพที่ปรากฏ” (appearance) กับ “ความเป็นจริง” (reality) เป็นธีมหลักของวรรณกรรมมาตั้งแต่ยุคละครของเชคสเปียร์ ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ มนุษย์พยายามคว้าจับความเป็นจริงที่ผ่านไปแล้วเอาไว้
ความทรงจำบันทึกเป็นรูปวาด ตัวหนังสือ ฯลฯ การบันทึกความทรงจำ มีช่องว่างห่างความเป็นจริงเสมอ หรือการออกจากกับดักหนึ่ง สู่กับดักใหม่ "ไม่มีใครสามารถเล่าซ้ำ Plot ในงานเขียนคอร์ตาซาร์ หากเราพยายามสรุปเนื้อเรื่อง เราจะตระหนักทันทีว่า มีบางอย่าง ที่สำคัญสูญหายไป "
81%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2/
ดูหนัง ดูละคร ย้อนให้คิด: ศิลปะ ชีวิตและความรักใน ฮวงจินยี  "เรียนรู้ท่วงท่าเคลื่อนไหว ร่างกายในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน
ดูเพิ่มเติม
ระลึกชาติในแบบเรียนภาษาไทย
http://www.readjournal.org/read-journal/2008-07-vol-2/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%
b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9/
ประโยคดัดแปลงเกมชีวิต"ถ้าชีวิตเป็นเกม แล้วตามกติกา ฝ่ายไหนเจ๋งกว่า ก็ดูจะเป็นผู้ชนะง่ายๆ"
เช่นเห็นชาติ
http://www.readjournal.org/read-journal/2008-07-vol-2/
“อ่าน” ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-กันยายน 2551
"Books are, in one sense, the basis of all social progress."  (Karl Marx)
เมื่อวานก่อนๆ ผมบังเอิญเจอเพื่อนที่ สนามบิน และรู้สึกว่า ฝันถึงเพื่อน ซึ่งเขาเป็นคนญี่ปุ่น ทำงานวิทยานิพนธ์ ศึกษาเรื่องนิคมอุตสาหกรรมลำพูน ในสาขาภูมิภาคศึกษา ฯลฯ ต่อมาอีกหลายวัน ผมบังเอิญเจอแฟนเก่าของเพื่อนคนดังกล่าว ที่สนามบินนั้น กลับกลายบังเอิญเจออาเขต
"ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว…
ยิ้มเยาะเล่นหวัว เต้นยั่วเหมือนฝัน" ปราชญโอมาไคยาม แปลโดย กรมพระนราธิปฯ
Great Expectations
 
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เรียนวิชา stage costume
ว่าด้วยเรื่องการแต่งกายของหนัง ที่ต้องการสื่ออะไรกับคนดู
ก็ได้ดูมาหลายเรื่องอยู่ ไม่ว่าจะเป็น hero หมานคร
แต่ก็หลับๆตื่นๆทั้งนั้น
Great Expectations เป็นเรื่องที่ว่าด้วย
เด็กชายคนหนึ่งได้ช่วยโจรเอาไว้ และ เขาได้มีชีวิตวัยเด็กโดยเข้าๆออกๆบ้านเศรษฐี
พร้อมกับรักแรกของเขา คือเด็กหญิงในบ้านนั้น (ที่ออกจะหยิ่งนิดหน่อย)
เมื่อโตขึ้น เด็กหญิงได้เข้าเมืองไป เขาต้องเป็นชาวประมง
ทั้งๆที่รักการวาดรูปและมีสไตล์มาตั้งแต่เด็ก เขาถูกชักชวนให้เข้าเมือง
ด้วยการที่รักเด็กสาว จึงต้องการจะมีฐานะให้ใกล้เคียงกัน ทั้งๆที่อีกฝ่ายกำลังจะแต่งงาน
จนสุดท้าย เขาได้เป็นศิลปินที่โด่งดัง และรู้ว่า จริงๆแล้วนั้น
คนที่ช่วยอุปการะเขาคือ โจร ที่เขาเคยช่วยไว้
ส่วนเด็กสาว สุดท้ายเธอก็อยากให้โอกาสเขา
และเขาก็อยากให้โอกาสเธอ เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นยังไง
 
เรื่องนี้ จัดว่า ถ้าด้านตัวหนังแล้วอาจจะทำดูช้าเนิบ
น่าเบื่อ แทบจะหลับ (แต่ตอนแรกฉันดูแล้วรู้สึกง่วง แต่หลังๆมาไม่ง่วงนะ)
ตัวหนังอาจจะไม่เป็นที่จดจำนัก ในส่วนตัวผู้กำกับ Alfonso Cuar?n ที่เป็นรุ่นเดียวกับ
เดล โตโร่ ที่ตอนนี้ทำเฮลบอย ซะดังเปรี้ยง
แต่ส่วน Alfonso Cuar?n ก็ไม่แพ้กันนะ ในโทนของหนังของเขา
จะเป็นอารมณ์ที่ดูเศร้า หดหู่ อย่างแฮร์รี่ภาค 3 ที่เขากำกับ
จะดูโทนมืดๆมากกว่า 2 ภาคที่ผ่านมา
แต่ทำไม Paris, je t’aime ของเขาถึงดูน่ารักจัง
นั่นแหละ จากภาพของตัวหนังที่ดูไม่น่าจดจำ พล็อตเรื่องที่เฉยๆ
แต่ในด้าน costume นั้นกลับทรงคุณค่า ถึงขนาดอาจารย์เลือกมาให้ดู
เพราะสิ่งที่เด่นในเรื่องที่ต้องการสื่อคือ สี
ถ้าใครดูจะพบว่า ตัวละครเกือบทุกตัว สิ่งของเครื่องใช้ background ของหนัง
จะเป็น สีเขียว ทั้งสิ้น
โดยวัยเด็กอาจจะเป็นสีเขียวเหลือง เขียวอ่อน จนสุดท้ายเป็นสีเขียวเข้มและกลับลงสู่สีขาว
อาจารย์ให้คำตอบว่า สีเขียวแสดงถึงความ สะอาด บริสุทธิ์ ไล่ตาม
คือในช่วงต้น ที่นางเอกใส่สีเขียว(ทั้งเรื่อง) และสุดท้ายจบลงที่สีขาว
ก็เหมือนกับ นางเอกต้องการเริ่มต้นใหม่ เหมือนวัยเด็กที่เป็นเขียวอ่อน
แต่กลายเป็นสีขาวซะแทน ส่วนพระเอกนั้น ในการแต่งกายมีการคุมโทนสีเขียวอยู่นิดหน่อย
ในความหมายของฉันคือ สีเขียว อาจจะหมายถึง เงิน (ที่แสลงในอเมริกา)
และ ความต้องการ อยากได้อยากมี ที่นางเอกมีเงินอยู่แล้ว
แต่พระเอกต้องการให้ฐานะเทียบเคียงกัน ก็เลยฝันอยากรวย
และกิเลสที่ต้องการให้ตัวเองมีสังคมเมือง ทุกคนยอมรับ ก็นับว่าเป็นสีเขียว
และนางเอกที่วิ่งไล่ตามหาความรัก จนสุดท้ายก็รู้ว่าใครคือคนสุดท้าย
ในอีกแง่หนึ่ง สีเขียว คือ ความหวัง
สีเขียวเป็นสีที่ดูบวก ดูแล้วคนรักมากกว่าคนเกลียด
และสีคู่ตรงข้าม ของสีเขียว คือ สีแดง
สีแดงในเรื่องนี้ โผล่ออกมาให้เห็นในเรื่องเพียง 2 จุด
คือ 1. ในเสื้อนักโทษ 2. ในชูชีพที่ช่วยนักโทษ
อันที่หนึ่ง นั้นสีแดง มันอาจจะหมายถึง อันตราย
เพราะนอกจากจะตรงข้ามกับสีเขียวแล้ว สีแดงถือว่าเป็นสีที่ดูร้อนแรง
ดูติดลบ มากกว่า บวก ก็สื่อถึงตัวนักโทษได้ดีอยู่แล้ว
 
อีกอันหนึ่งคือ ชูชีพ ที่ใช้สีแดงเพื่อต้องการสื่อว่า
มันคือสัญลักษณ์แห่งการ ช่วยเหลือ Rescue ที่นอกจากจะช่วย
นักโทษในตอนนั้นแล้ว นักโทษได้กลับมาช่วยพระเอกในตอนโตอีก
อีกเรื่องคือ หญิงม่าย ที่เป็นญาติกับนางเอก
ที่นอกจะแต่งตัวแตกต่างจากคนอื่น ที่จะเน้นสีเขียว
เขาแต่งตัวฉูดฉาดและดูเก่า เหมือนต้องการจะสื่อว่า
ตัวของหญิงม่ายนั้น ยึดติดอยู่กับอดีต ชีวิตไม่เดินทางตามเวลา
การที่เขาแก่ลงเรื่อยๆ แต่ยังคงใช้เครื่องสำอาง ทำให้ตัวเองดูสวยอยู่
ก็เหมือนกับ ไม่ยอมรับว่าชราลง ยังคงคิดว่า ตัวเองเหมือนเดิมอยู่
นอกจากจะเหมือนชื่อบ้านที่เขาอยู่แล้ว ที่แปลอารมณ์ว่า ไม่ใช่สวรรค์
มันสื่อกับ รักที่ไม่สมหวังในอดีตของหญิงคนนี้ และต้องการให้หลานสาวตัวเอง
แก้แค้นชายหนุ่ม ที่เคยทำกับเธอไว้ จนหลานสาวตัวเองกลายเป็นนิสัยเรื่อยมา
 
นั่นคือ สิ่งที่ได้เรียนมา และ นับว่าเรื่องนี้เป็นอะไรที่ผู้กำกับ
ต้องการคุมโทนของหนังให้มีเพียง สีเขียว และ สีแดง
นับว่า เยี่ยมที่ถ้าต้องการสื่อแบบนี้ มันทำให้รู้ว่า คอสตูม สำคัญจริงๆ
Great Expectation
เคยได้ยินเค้าบอกว่า หวังอะไรให้หวังสูงๆ แล้วไปให้ถึง
แล้วก้อเคยได้ยินเค้าบอกมาเหมือนกันว่า
อย่าไปคาดหวังอะไรนัก ผิดหวังมาแล้วมันจะเจ็บ
Great expeactation เกิดขึ้นตอนไหน ? เกิดขึ้นตอนที่ พระเอก มองร่างที่เปลือยเปล่า ของผู้หญิงที่ตนรัก ด้วยความรู้สึกที่ไม่ใช่ ** เขาสร้างผลงานขึ้นมาจากรูปนู้ดที่วาดขึ้น ผลงานเขาก็ถูกขายหมด แต่มาผิดหวัง เพราะรู้ทีหลังว่าถูกจัดฉาก และเสียใจมาก แต่ด้วยความเป็นศิลปิน ที่
แท้จริง เขาพิสูจน์อีกครั้งและดังกว่าเดิม ไม่มีใครจัดฉาก และ เขาได้รับการยอมรับ เหมือนเดิม ซึ่งบอกได้เลยว่า มาจากฝีมือการวาดภาพ ที่เป็นพรสวรรค์
ของเขาที่แท้จริง
ส่วนเรื่องความรัก นางเอกหลังจากที่หย่ากับสามี กลับมาถามพระเอกว่ายังรักหล่อนอีกหรือไม่ พระเอกตอบไปว่า "มาถึงขนาดนี้ยังไม่รู้อีกเหรอ " พระเอกตอบอย่างนี้ หมายความว่า พระเอกมีสิ่งนึงที่เป็นความรู้สึกที่พิเศษ ความบริสุทธ์ พรสวรรค์ และ ศิลปะ และสิ่งนี้ได้เติบโตขึ้นมาพร้อม
กับตัวเขา และ นางเอก เพราะเขาต้องมาวาดรูป นางเอกทุกอาทิตย์ ตั้งแต่ยังเด็ก มาวันนึง นางเอกอยากได้จากพระเอก แต่ไม่ได้ ไม่แน่ใจอาจจะเป็นเหตุให้ เธอหนีจากพระเอกไป ตั้งแต่นั้นมา พระเอกจึงเลิก วาดรูป และทิ้งความฝัน การเป็นศิลปิน และนางเอกก็ปรากฏตัวอีกครั้ง เป็นแรง
บันดาล ให้เขาวาดรูป จนประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียง สร้างความรู้สึกวิเศษขึ้นมา ไปสู่อารมณ์ศิลปะอีกครั้งนึง
โดย g2 (10 พฤษภาคม 2549, 00:59)
——————————————————————————–
Expectation ความหมายอีกอย่าง คือ ความรู้สึก เมื่อเป็น Great Expecation ก็จะมีความหมายถึง ความรู้สึกที่เหนือธรรมดา วิเศษสุด
จุดของเรื่องเริ่มต้นที่น่าสังเกตุอย่างหนึ่ง คือ มีหญิงแก่คนหนึ่ง ที่รู้สึกอ้างว้าง กับการที่ต้องอยู่คนเดียว กับหลานของตนเอง กับความปลูกฝัง ของพ่อแม่ ที่เลี้ยงดู ให้มีชีวิตพรหมจรรย์ และตนก็เชื่อพ่อแม่ตลอดเวลา แต่สุดท้ายกลับต้องอยู่อย่างเดียวดาย ก็เลยคิดประหลาด ประชด โดยการ
จ้างให้เด็กคนนึง มาเป็นเพื่อนเล่นกับหลานสอนของตนเอง โดยคาดหวังให้ ทั้งคู่เกิดความรักกัน ไปตามธรรมชาติ สอนเต้นรำด้วยกัน อยู่ด้วยกัน และอาจจะคิด
ไกลไปถึงต้องการให้หลานสาวของตนเสียพรมจรรย์ไปเลย
แต่ไม่เป็นอย่างนั้น พระเอกกลับ เป็นชายที่ไม่เหมือนชายคนอื่น คือ ชื่นชมความงามธรรมชาติ แวดล้อม ทะเล ศิลปะ สิ่งที่พระเอกหลงรัก ความรัก และไม่ใช่ SEX
โดย g (9 พฤษภาคม 2549, 14:07)
my heart is broken can you feeling it?
How do you Price your Art ?
http://www.foxmovies.com/greatexpectations/gallery/paintings/index.html
——————————————————————————–
You know..It was in my top chart of best movie..If you like drama,romance,good play screens,good songs,nice stars and arts…This flim was perfect to see….Believe me!!!!!!!!!
"Give me your hand….You know what it is….It is my heart and it broken…" c it and u will understand it ….:)
โดย me May… (27 มีนาคม 2549, 03:15)
——————————————————————————–
เราดูหนังเรื่องนี้ตอนที่ช่อง 7 นำมาฉายเป็นบิ๊กซีนีม่า เราว่าหนังดูค่อนข้างลึกลับ แต่สนุกมากๆ เราชอบพระเอกตอนเด็กมากๆ เลย (Jeremy James Kissner) ทั้งน่ารัก และแสดงก็ค่อนข้างดีด้วย แต่ตอนนี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เห็นมีผลงานออกมาให้เห็นบ้างเลย แต่ยังไง
ก็ชอบอยู่ดี ตอนนี้ก็คงอายุ 19 ย่าง 20 แล้วมั้ง
โดย sky (15 มกราคม 2548, 18:09)
——————————————————————————–
อืมม ..ไม่ได้ดูหนัง แต่เคยอ่านหนังสือของดิกเกนส์ เรื่องนี้ หากหนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่อตามพลอตของดิกเกนส์แล้ว ..เบลส์น่าจะได้รู้ความจริงว่าที่จริงแล้วเอสเตลล่าไม่ได้รักเค้า ..ทุกอย่างเป็นเพียง "ความคาดหวังที่สูงเกินไป" Great Expectation ของเบลส์เท่านั้นเอง ..และในที่สุด เบลส์ –
เช่นเดียวกับ Pip ในหนังสือของดิกเกนส์ – จะรู้สึกตัวและกลับใจได้ในที่สุด …
โดย แพมค่ะ (26 มกราคม 2547, 14:32)
——————————————————————————–
http://www.siamzone.com/movie/m/2002/review
 
เว็บบอร์ด และการเดินทางระหว่างบอร์ดไซเบอร์กับชีวิตจริง ฯลฯ วันที่ 26 มีค-5เมย
…ไมค์
ไม่รู้อยู่กรุงเทพฯ ป่ะ ลืมเมล์ติดต่อ พอดีฉุกละหุก อยากมาเที่ยวกรุงเทพฯ แวะดูเสื้อแดงนิดหน่อย
และก็มุ่งบู้ท เอาเธอมาจีบ หรือ อัลเทอร์เนทีฟ อ่ะ
พูดอย่างเปิดเผยเลย น่ะเนี่ย คนกันเอง  ;D ;D
ส่วนความเห็นทางการเมือง และจุดยืนทางการเมือง ก็แน่นอน เรื่องมันยาววววววว ไว้ว่างๆ คุยกัน อิอิ บอยไม่ดื่ม…(ช่วงนี้)
 😉
เอ่อ ขอทักทายทุกคน ที่เข้ามาโพสต์ น่ะครับ
ทักทายคนเก่าแก่ ต่อ น่ะครับ
พี่แสงฯ
เมื่อวานบังเอิญเจอ ปู วันที่ 4 เม.ษ.ที่บู้ทแล้ว ครับ ก่อนกลับมมาบ้าน ก็คุยกันฝากความคิดถึงไปหาน่ะครับ
ส่วนผม เห็นข้อความแล้ว ฮาเลย มาม่า น่ะ ผมเพิ่งนั่งกินเมื่อวานก่อน ที่ออฟฟิต ประชาไท กทม.
ซึ่งปกติ ผมไม่ค่อยไปหรอกครับ เพราะผมไม่ได้อยู่กทม.และออฟฟิตแห่งใหม่ เพิ่งดังเป็นข่าว ก็เลยไปสำรวจหน่อยไม่เคยไป เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ก็บังเอิญเจอ บก.ประชาไท เดินผ่านบู้ทอัลเธอร์ฯ ก็เลยทักกันในวันที่ 1 เมษ. เสร็จก็เลยคุยสนุกๆ กับพี่หมู พี่เอื้อ พี่ปอ(นิวัต) พี่อภิชาติ พี่คมสัน พี่โอสธี สรุปเจอหลายคน หลายวัน ฯลฯวันหลังเจอน้องเล็ก ตามสไตล์ น่ะครับ
ไมค์
วันที่ 3 เม.ย. หรือ เมษ เนี่ย สุดยอดเลย!!!! ตอนกลางคืน แวะไปดูมอเตอร์โชว์ มาเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นเขามีโคโยตี้ด้วย อ่ะ เลยไปถ่ายรูป ยืมกล้องของรุ่นพี่ ถ่ายโคโยตี้ อยู่หนึ่งคน โคตรสวยเลย(ไม่แน่ใจว่าคนไทย หรือเปล่า หน้าตาออกญี่ปุ่นพยายามถ่ายรูปเป็นงานศิลปะ )กีกกกก๊ากกก มีฝรั่งชายหัวโล้น มันจ้องถ่ายคนนี้คนเดียว จนสาวเจ้าเอาอีเมล์ให้มัน(เธอพูดว่า I give email for you) แล้วมันเดินยิ้มๆมาทางเรา ก็ยิ้มให้มัน หึๆๆ….
พอเข้าไปในงานมอเตอร์โชว์ ก็ขอถ่ายภาพน้องพริตตี้ ครับ ขอถ่ายรูป สามวินาที ยิ้มหน่อยๆ ถ่ายเสร้จ ปั้บ
ให้รุ่นพี่ ดูว่า องค์ประกอบภาพใช้ได้ไหม? รุ่นพี่ดู ปั้บบอกว่า เฮ้ย ถ่ายรูปพริตตีนี่ มันต้องถ่ายหุ่นรูปร่าง ด้วย สิ
พอดี พี่แกพูดเสร็จหันกลับไปน้องๆ พริตตี้ เดินหนีไปโน่น…..ก๊ากกกกก
วันที่ 4 กลับบ้านเจอฝน แล้วหลงทาง ขึ้นรถเมล์ผิดคันไปซีคอนฯแทนที่จะไปหมอชิต เลยคิดนั่งเล่นใกล้ชิดสายลม รอรถเที่ยวใหม่ที่หมอชิต นึกถึงบางคน นึกถึงหนังเรื่องSliding Doors
จริงๆ แล้ววันที่ 3เมษฯ ไปธรรมศาสตร์มาด้วย
เผื่อ ไมค์แวะไปดูรูปโคโยตี้ ฮาๆ
http://boycyberpunk.spaces.live.com/
ขี้เกียจเขียนแล้ว
-/*กลับมาประเด็นการเมือง
ผมบังเอิญเจอ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เพราะว่า นัดเจอรุ่นน้อง และรุ่นพี่ ที่ทำงานวิจัยด้วยกัน
ก็เลยเห็นอ.สมศักดิ์ เดินๆอยู่ผมก็เข้าไปทักทาย แซวๆ เล่นๆ อ.จะจำได้หรือเปล่า ก็ไม่รู้
แต่ตอนมากินข้าวเที่ยง ที่โรงอาหาร เราก็คุยเรื่องการเมือง กัน แล้วผมก็แซวๆ ไป ดีไม่โดนด่า
ฮาๆ และเขาก็ถามเรื่องยากๆทางการเมืองผมมา ผมก็ไม่รู้ครับ อาจารย์…
แต่ผมลืมบอกเขา ไปว่า มีแถลงการณ์ดังกล่าวของกระทู้ข้างต้น ให้อ.สมศักดิ์ มาแสดงความคิดเห็นอีกไหมหละครับ 😉
ปล.ระหว่างทางอาจจะลืมๆเขียนถึงใครอีกหลายคน และยุ่งกับงานไปบ้าง ก็เขียนเป็นเกร็ดเล็กๆน้อย เรื่องราวอยู่ในใจเสมอ ระลึกถึงทุกคน และอาจารย์ บางท่าน
 

พี่แสงฯ

หนุ่ม-หนุ่ย
ทำไมคุณเจ้าที่ เขารีบไป ไม่น่าเครียดถึงขนาดนั้นเลย ขำขำ น่า
บนถนนสายวรรณกรรม จะหนุ่มหรือแก่ไม่ต้องเครียดมาก เดี๋ยว หัวใจเต้นเป็นจังหวะๆรักก็พอ

ผมสนใจ "กิจกรรมที่จะเริ่มต้นคือมีตติ้งสมาชิกไทยไรเตอร์กำหนดวันประมาณปลายเมษายน-พฤษภาคม ขอทบทวนช่วงเวลาว่าจะจัดวันไหนอีกทีนะครับ.."http://thaiwriter.net/

ว่าจะนัดเจอคุณเจ้าที่ สักหน่อย
ผมไม่ได้เอาเท้าราน้ำ แทนพายเรือ น่ะครับ วันที่ดูมอเตอร์โวชว์ มีรถกระบะทำเป็นบ้าน ห้องน้ำ ห้องนอนในตัวของรถดัดแปลง น่าสนใจมาก ทำให้นึกถึงประเทศไทย บ้านเราเคยเอาเรือ ทำเป็นบ้าน ร้านค้าทางเรือ ฯลฯ และคนไทยก็เอาพวงมาลัยไหว้เจ้าที่ เจ้าทางของรถ และเรือ

ขอยกเอาอิสรภาพกับการโบยบินจากไปของคุณเจ้าที่
โดยเรื่องโจนาธาน ลิวิงสตัน นางนวล
JONATHAN LIVINGSTON SEAGULL
ผู้แต่ง : Richard Bach 1972
ผู้แปล : ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ๒๕๑๖ #

.. ร่างกายของเธอทั้งหมดจากปลายปีกหนึ่งสู่อีกปีกหนึ่งไม่ใช่อะไรอื่น
นอกจากความคิดของเธอเอง ….

เมื่อดวงตะวันขึ้น มีนกเกือบพันตัวมายืนถัดจากกลุ่มนักเรียน ต่างมองดูเมย์นาร์ดอย่างสนอกสนใจ มันไม่แคร์ว่าจะถูกจ้องมองหรือไม่ และมันพยายามฟัง พยายามที่จะเข้าใจนางนวลโจนาธาน

                โจนาธานพูดถึงสิ่งง่ายๆ ว่าเป็นการถูกต้องสำหรับนางนวลที่จะบิน ว่าอิสระเสรีเป็นธรรมชาติที่แท้จริงของตนเอง ว่าอะไรที่มาขวางกั้นอิสระเสรีภาพจะต้องโยนทิ้งไป ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรม ความเชื่อโชคลาง หรือข้อจำกัดไม่ว่าจะมาในรูปใด
                "โยนทิ้งไป" ทั้งกลุ่มส่งเสียงขึ้น "แม้กระทั่งกฎของฝูงนกหรือ"
                "กฎที่แท้จริงอันเดียวคือ กฎที่นำไปสู่อิสระเสรีภาพ" โจนาธานตอบ "ไม่มีกฎอื่น"

http://olddreamz.com/bookshelf/jonathan/jonathanseagull.html

ผมแสดงจุดยืนว่า เอามาให้ทุกคนอ่านข่าว อย่าเครียดมาก น้ะ ครับ 
จะไปลองหาบทสัมภาษณ์พีวัฒน์ ดูครับ ทั้งที่เพิ่งเจอพี่วัฒน์ล่าสุด งานบำเพ็ญกุศล’รงค์…

บอย บ้า ในฐานะคนตั้งกระทู้เสียวหน่อยๆ ว่า จะมีไผ โพสต์อะไรเสี่ยงคุกไหม? คงไม่มีน่ะครับ ผมเลยช่วงนี้ รับผิดชอบเข้ามาตอบกระทู้ด้วย

ช่วงนี้ ผมหัดสวดมนต์ เตรียมตัวบวชพระ เลยจะไม่หยาบคาย น่ะ ครับผม
อะระหัง….

ผมอ่านนิตยสาร Vote ฉบับที่91 มีนาคม 2552 หน้า 56  วาสนา ชูรัตน์ เรื่อง ตลิ่งของสองข้างทางน้ำของ
แล้วบอกว่า "ของ" ในความหมายถึงอวัยวะเพศ ยักษ์สะลึคึ จึงเรียกแม่น้ำว่า น้ำของ ซึ่งก็คือ แม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม มีตำนานแบบนี้ และรายงานเรื่องดร.ชาญวิทย์(รับรางวัลศรีบูรพา คนล่าสุด) พูดเรื่องแม่น้ำโขง ซึ่งผมเพิ่งพบบังเอิญเจอที่ธรรมศาสตร์ วันที่ 3 เมย. ผมก็เข้าไปคุยแบบไม่รู้จักกัน หรอก สอบถามคุยเรื่องวิชาการ เช่น หนังสือ สัญลักษณ์แห่งพระสถูป ฯลฯ แต่ผมไม่คุยเรื่องการเมือง รวมทั้งปัญหาไทย-กัมพูชา แถวต้นโพธิ์สัญลักษณ์ของธรรมศาสตร์ เป็นต้น

นักเขียน เราไม่มีเครื่องบินสำหรับเป็นบ้านแบบทักษิณ และไม่สามารถผลิตหนังสือ ลูกของพ่อทักษิณได้ แบบเปิดตัวหนังสือของพานทอง ฯลฯ แต่เรามีสัญลักษณ์ทางการต่อสู้ผ่านเครื่องมือ บทกวี เรื่องสั้น ต่างๆ โดยนักเขียน สร้างสรรค์เอง ไม่ว่าบริบทของนักเขียนยุคสังคม หลัง14 ตุลา จะเป็นอย่างไร?

การอธิบายสังคมวรรณกรรมไทย เกี่ยวกับยุคตามก้นอเมริกัน ผ่านบริบททางประวัติศาสตร์และนิยายสมัยใหม่ ซึ่งเบน แอนเดอร์สัน ผู้เขียนหนังสือชุมชนจินตกรรม(ชื่อที่แปลเป็นภาษาไทย) ที่อธิบายลักษณะชาตินิยม ทั้งโลกตะวันตก-ไทย อธิบายโลกของความเป็นชาติ ผ่านการอ่านหนังสือพิมพ์ และวรรณกรรมเช่นเดียวกัน ก็เขียนบทนำ อธิบายการอ่าน และกรณีรวมเรื่องสั้น ที่มีชื่อว่า In the Mirror: Literature and Politics in Siam in the American Era..  รวมผลงานเรื่องสั้นของเหล่านักเขียน เช่น สุจิตต์ วงษ์เทศ(เสนอว่าตัวตนเป็นเจ๊กปนลาว) ลาว คำหอม วัฒน์ วรรลยากูร  ฯลฯ

http://books.google.co.th/books?id=97nkIltgxeMC&dq=In+the+Mirror:+Literature+and+Politics+in+Siam+in+the+American+Era&printsec=frontcover&source=bl&ots=WippnrNSBw&sig=EiMvpHPtDIv4ju0_3w4Hf4yKxj8&hl=th&ei=rEvbSYeLFpfNlQfRzeSWCA&sa=X&oi=book_result&ct=result&resnum=8

แนวทางการมองปัญญาชน นักเขียนไทยต่างๆ
-ปีศาจ กับอาการผีเข้าผีออกของปัญญาชนไทย
อ.เจตนา เคยการเสนอว่า "ศัตรูที่ลื่นไหล" ต่อมาหลัง 14 ตุลา สงครามประชาชน

กระทู้ที่ผมตั้งไว้ มันร้อนขอให้เป็นเงาสะท้อนจากกระจกเงาให้คนอื่น เพราะว่าที่ประชาไท เขาก็แสดงความคิดเห็นสะท้อนต่างๆ นานา เช่นกัน
http://www.prachatai.com/05web/th/home/comment.php?mod=mod_ptcms&ContentID=16164&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

พี่แสงฯ
ผมขออนุญาติ เห็นพี่ ถูกพาดพิงจากที่ thaipoetsociety และผม ฮิๆ อิๆ จากกระทู้‘อัตตา’ แห่งมหากวี

"หากงานวรรณกรรมของตอลสตอยเป็นเสมือนหนึ่งกระจกเงาบนมหึมาที่สะท้อนภาพสังคมของชาวรัสเซียได้อย่างหมดจดงดงาม มองเห็นปัญหาและความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ในสังคมนั้นได้อย่างชัดเจอ เนื่องจากตอลสตอยไม่ใช่นักปฏิวัติ งานเขียนของท่าน จึงเป็นเพียงกระจกเงา ไม่ได้เป็นประทีปส่องทางอย่างที่คนศตวรรษที่ 20 นิยมใช้จุดยืนของชนชั้นกรรมาชีพไปวัดหรือวิจารณ์เท่านั้น" (อ้าง บรรจง บรรเจิดศิลป์ "วางทวนแทงปากกา)

ไม่หรอก กวีมีจุดยืน ในด้านของความผูกพัน กับลักษณ์อัตถิภาวะนิยม เสรีภาพของการเลือกก็มีในการเป็นอิสรภาพจากการเมือง และกวี ก็มีสิทธิที่จะมีจุดยืนไม่เหมือนใคร บนเส้นทางของเขาเอง ที่จะประกาศความรู้สึกของเขาจากท่ามกลางสังคมๆ นั้นๆ ที่เขามีอยู่ในโลกและจักรวาล แสดงออกมาเป็นพลังของกวี

 

อะแฮ่มๆ เพิ่งมาเห็นว่า พี่แสงฯ พาดพิงถึงผม ฮาๆๆ ขำขำ อีกแล้ว ครับ
เนตรฯ จริงๆ

แสงส่อง (บทกวีไฮกู+แคนโม้)

แสงส่อง
ดาวประกาย
เข้าดวงตา
http://www.thaiwriter.net/forum01/index.php?topic=3492.new#new

"ผมระลึกถึงความหลังเก่าๆ ศัตรูพืช เป็นสิ่งที่มีความชัดเจนว่า จะต้องนิยามสำหรับผู้ทำสวนอย่างแท้จริง แต่ศัตรูทางการเมืองของประชาชนยากยิ่งมาก ครับ แสงจากอากาศร้อน ลมร้อน ปะทะแสงจากจอคอมพิวเตอร์ สมใจจงเย็นไว้อยู่กับธรรมชาติ"

วันที่ 7 เมษายน(ในอดีต)
พ.ศ. 2310 (ค.ศ. 1767) – การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 : เวลาบ่ายถึงพลบค่ำ กองทัพพม่าใช้ปืนใหญ่ระดมยิงและเข้าตีกรุงศรีอยุธยาแตก

พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) – การตีพิมพ์เอกสารขอความเห็นหมายเลข 1 (RFC 1) เป็นสัญลักษณ์ของการกำเนิดอินเทอร์เน็ต
พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) – พลเอกสุจินดา คราประยูร เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากก่อนหน้านี้ พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ประธานรสช.จะนำชื่อนายณรงค์ วงศ์วรรณ ขึ้นทูลเกล้าฯ แต่นางมาร์กาเร็ต แท็ตไวเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แถลงว่านายณรงค์อยู่ในบัญชีดำของสหรัฐ เนื่องจากพัวพันกับนักค้ายาเสพติด

พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) – การขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี : พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมเป็นครั้งสุดท้ายที่ท้องสนามหลวง ภายหลังการประกาศเว้นวรรคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
http://th.wikipedia.org/wiki/7_%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A

ผมคิดว่าอากาศร้อน ลมพัด ฝนตก พรุ่งนี้เช้า ทุกอย่างคงสดใส
 

http://www.thaiwriter.net/forum01/index.php?topic=3546.48

เมื่อเช้า มีเพียงความรู้สึกสนุก ไม่มีเหตุผลจะมานั่งเล่นกระทู้เลย ขณะเคลียร์งานต่างๆ เสร็จตอนค่ำผมนั่งอยู่ร้านอินเตอร์เน็ต เรียบเรียงความคิดว่าจะเข้ามาตอบกระทู้สักหน่อย ตอนเช้าโผล่มาแล้ว

เวลาผ่านมาเย็นๆ สถานการณ์ทำให้ผมต้องจูนคลื่นรีโมทที่บ้านเพื่อนของพ่อ เพิ่งเสร็จ สักพักพ่อของผมโฟนอินเข้ามา
แล้วผมก็คุยเรื่องข่าวว่า สมชาย ขึ้นเวที เสื้อแดง น่ะครับ ก็คือ พ่อของผม เชียร์เสื้อแดง แหะๆแบบว่า พ่อของผมอยู่บ้านไม่ได้
ต้องแอบไปดูบ้านของเพื่อน  เพราะว่า แม่ของผมบ่น เนื่องมาจากแม่ชอบเสื้อเหลือง 555

แล้วช่วงเวลานี้ แม่ของผม ก็กำลังจะดูหนังดูละครทีวี น่ะครับ

"ดูหนังดูละครทีวี แล้วย้อนดูตัว…
ยิ้มเยาะเล่นหวัว เต้นยั่วเหมือนฝัน" ปราชญโอมาไคยาม

ผมระลึกถึงตอนเป็นเด็ก เหตุพฤษภาทมิฬ ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจการเมืองอะไรเลย ยังเด็กๆ อยู่ไม่ใช่ผลไม้ที่จะสุกงอมอะไร แต่เวลาของมันก็กลายเป็นประวัติศาสตร์ไป
ช่วงขณะของปัจจุบันนี้ กำลังจะกลายเป็นอดีต ซึ่งเราจะรู้แน่ๆ แต่อนาคต เราไม่รู้เลย โดยทำให้ผมนึกถึงคำพูดที่ว่า บทละครของโลกที่เป็นละคร ก็คือ รัฐธรรมนูญ
คำอ้างอิงเรื่องประชาธิปไตย รวมทั้งปัญหาต่างๆ คนหลายกลุ่ม ๆ ฝ่ายทหาร คิดอย่างไร? สันติวิธี กับรัฐฯในชีวิตประจำวัน ที่ดื้อแพ่งต่อรัฐ ไม่ว่าจะเรียกว่า
อารยะขัดขืนก็ตาม ซึ่งเมื่อวานตอนกลางคืน ก็มีคนโฟนอินเข้ามาคุยเรื่องการเมืองกับผม ประเมินกันหลายด้าน…ช่วงที่ผมไปกทม.ที่ผ่านมา

เข้าไปในบ้านค่ายทหาร กินข้าวเช้า พูดคุยเรื่องการเมืองกับแม่ของรุ่นน้องบ้าง ก่อนผมกลับพ่อของรุ่นน้อง แนะนำว่าผมควรเขียนหนังสือเรื่องทักษิณ
ขายดีแน่นอน ขายของแบบนี้ ใช่ ผมอาจจะเอารถยนต์สักครั้ง  เร่ไปขายหนังสือ ขายของ หรือ เอาของขึ้นรถไฟฟ้าไปขายได้ไหม?เนี่ย
บางครั้ง คนทำงานสื่ออย่างพวกผม เขาก็เสนอว่า ถ้าเป็นกลาง (กระจก)ไม่ได้ ก็ต้องเป็นธรรม

ไมค์+ทุกท่าน
ขยันอ่านหนังสือ อยู่กับความเงียบอ่านในใจก็ดี ครับ ส่วนผมจะยังไม่รีบหนีหายเงียบไป

 
ฟังเพลงประกอบ Sliding doors
http://www.youtube.com/watch?v=ZwHMAiCG8O8

อากาศร้อน มากๆเลย แฮะ

ที่นี่ แทบไม่มีช่องว่างของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศลมพัด
แล้วร้อน สลับกันไป ร้านเน็ตที่นี่ เขาไม่เปิดแอร์กัน ครับ
ช่วงนี้ ก็ออกไปแจกการ์ด งานบวช ส่วนประเด็น ตอนนี้ คิดไม่ออกแล้ว

วันหยุดฉุกเฉิน-สงการนต์

ไมค์-พี่แสงฯ-โฮโมฯ คนอื่นๆ

ไม่ว่าการเมือง ตอนนี้ มันเป็นเรื่องของความเชื่อ อุดมการณ์ การที่จะมีความสวยงามของการเลือกข้าง ยินข้างคุณ หรือ Stand by me
มันก็เป็นเรื่องของแต่ละคน คุณโฮโมฯ เงียบหายไปแล้ว สงสัยจะไปตามสถานการณ์อยู่มั้ง บางครั้งการจะหขุดขวางรถถังอย่างมิวสิควิดีโอ Where is the Love?
โดยคนๆเดียวขายของ หรือ เพื่ออุดมการณ์ จะมาจากสองนคราประชาธิปไตย คือ จากคนกรุงล้มรัฐบาล-คนชนบทเลือกตั้งรัฐบาล มันก็พูดถึงทฤษฏีนี่ ไม่ได้ง่าย เมื่อชนบท+กรุง ล้อมกทม.
ซับซ้อน ดังนี้น การประเมินความก้าวหน้าของม็อบมืถถือยุคก่อน จึงมากขึ้นของเทคโนโลยีมือถือ ซึ่งพัฒนาไปไกลกว่า แต่เดิมมากรวมทั้งเชื่อมต่อกับโลก

ร้อนๆอย่างนี้สร้างสรรค์ อะไรไม่ค่อยได้ แต่ผมสนใจสถานการณ์เหมือนกัน อนุสาวรีย์ชัยฯ

คลิปวีดีโอคืนเหล้าปั่น ถ่ายติดวิญญาณ ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ คืนเหล้าปั่น ถ่ายติดวิญญาณ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เหมือนมีตัวอะไรปีนขึ้นไปบนอนุสาวรีย์อย่างรวดเร็ว …
play.kapook.com/vdo/show-55942

Into the Mirror เป็นภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของปีศาจในจิตใจคน และความน่ากลัวอีกด้านหนึ่งของมนุษย์ ในห้างสรรพสินค้าที่ถูกไฟไหม้เมื่อปีก่อน และมีคนตายอย่างประหลาด ด้วยการถูกเชือดคอด้วยมีดหั่นพิซซ่า การใช้ปากกาบิดผ่านจนถึงใบหู และบิดข้อมือจนถึงตาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้หนึ่ง ที่รู้สึกผิดต่อการตายของเพื่อนร่วมงาน ตัดสินใจที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับคดีนี้…

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/intothemirror/mirror.html

ศัตรูที่ลื่นไหล ในใจ By อ.เจตนา นาควัชนะ

http://72.14.235.132/search?q=cache:4JQvi8Yd_7cJ:www.debsirin.or.th/forums/archive/index.php/t-50.html+%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A5&hl=th&ct=clnk&cd=4&gl=th

อ.ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์: วิจารณ์ซ้อนวิจารณ์ และความเข้มแข็งทางปัญญา …

เรียบเรียงจากบางส่วนของคำอภิปรายในงานสัมมนา “25 ปี การวิจารณ์ ‘คำพิพากษา’” จัดโดยโครงการวิจัย “การวิจารณ์ในฐานะปรากฏการณ์ร่วมสมัย เพื่อพัฒนาความรู้ด้านสังคมศาสตร์การวิจารณ์” 5 สิงหาคม 2549
http://www.sameskybooks.org/2008/07/14/chusak/
Where is the Love?
http://www.youtube.com/watch?v=y6CPcv2NJDA&feature=related

Stand by me http://www.youtube.com/watch?v=_A_ma2h0idk&feature=PlayList&p=49C850F826407D1B&index=0&playnext=1

ปิดท้ายด้วยเปิดท้ายขายของด้วยรถเพื่อการพาณิชย์
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/903/5903/images/Car_31.jpg

 ปล.อัตถิฯปล่อยมุข ฮิๆ
 
บ้านของผม อยู่ใกล้ร้าน หนังกลางแปลง เขาก็มีรถสำหรับนำหนังไปฉายตามบ้าน
โดยเหตุการณ์ทางการเมือง สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึกของคน นึกถึงเรื่อง

V for Vendetta ด้านอารมณ์ความเคียดแค้นของคน ซี่งแสดงออกเป็นภาพยนตร์
ส่วนผู้คน เมื่อรวมตัวเป็นความแค้น มันรุ่นแรงจริงๆ
สถานการณ์ในปัจจุบัน นายก ฯ ไม่กล้าออกมา เผชิญหน้ากับเสื้อแดง เพราะกลัวความแค้นของเสื้อแดง
รูปประกอบรถเป็นบ้าน
http://caravan.carryboy.com/

ITs ยากมากที่บ้านของเรา จะเป็นดังรถ ให้ขับเคลือนไป ไม่หยุด Stop
 เราจะอยู่อย่างเศรษฐกิจ ทีมีเพื่อนบ้าน อยากเดินตามโลกาภิวัตน์ และวิกฤติเศรษบกิจ ทั้งนั้น
เราก็อยู่ในกระแสของอาเซียนในตอนนี้ ยุคไอที
ยกตัวอย่าง ว่า อาเซียนนั้น สนใจเรื่องประชาธิปไตยไหม? หรือสนใจ เศรษฐกิจอย่างเดียว
รอบๆบ้านเราสนใจ จริงใจกับเราแค่ไหน เขาเป็นสีใด ก็น่าสนใจไม่น้อย  แล้วอ้างประชาธิปไตย เศรษฐกิจ ฯลฯ แค่ไหน
ทั้งเหลือง และแดง
ซึ่งบ้านของผม ก็ล้อมรอบด้วยเสื้อเหลือง เต็มบริเวณเลย แหละครับ

เมื่อค่น ที่นี่ ไฟดับ ทุกอย่างปิด ผมเดินกลับบ้านจากร้านเน็ต ทันฝนไม่ลงใส่หัวหนัก

พี่กาแฟสอง-เนตร,แสงฯ-เก๊ก-ไมค์-อัตถิ-โฮโมฯanantฯลฯ

รัฐบาลจะขึ้นภาษีกาแฟ คิดไง ครับ (แซวเล่น)
ผมขอสรุป รวมแล้ว ผมเริ่มไม่แน่ใจว่า จะจบกระทู้อย่างไร? ท่ามกลางสถานการณ์นี่ มีประกาศ พรก.แล้ว

ส่วนเรื่องทางคดี กฏหมาย มันครอบคลุม สอดคล้องกับอินเตอร์เน็ต ป่ะ ? ไม่แน่ใจ
บทอวสานของสถาการณืเป็นไง ไม่รู้แน่ แต่ละครทีวี เป็นต่อ บางรัก ซอย 9 ก็ตลกพอสมควร แล้วแม่ของผมบอกว่า

เพลงรักข้ามภพ อวสานวันนี้

ปล.คุณโอโมฯ(โมโห)ไม่ตอบคำถามผม ป่ะ (ไม่ซีเรียส) ผมเดาว่าตอบแบบให้ผมคิดมาก อ่านเอาเอง อย่างนี้สองมาตรฐาน น่ะครับ ไม่ตอบผม (ฮา)

เพลง I’m  Yours

http://www.ijigg.com/songs/V2BFGBCEP0

สายลมเอย พัดไปเถิด
ไปยังนิเวศสถานของยอดรักของฉัน
พัดเธอแล้วรีบกลับมาพัดฉัน
ฉันขออาศัยเจ้าเป็นสื่อ สัมผัสนิ่มเนื้อของเธอ
และมองความงามของเธอไปที่ดวงจันทร์
เท่านี้ ก็มากพอสำหรับคนที่รักกัน
เพียงเท่านี้ ก็มีชีวิตรอดอยู่ได้
เธอและฉัน สูดอากาศเดียวกันหายใจ
และปฐพีที่เราเหยียบย่ำอยู่ ก็ผีนแผ่นเดียวกัน
   รามายณะ(จากหนังสือช่องที่ไม่ว่าง)

แด่ภาวะโลกร้อน

 
สถานการณ์เป็นChaos ครับ

ไม่ว่าจะสองบรรทัดฐาน หรือ สองมาตรฐาน การต่อสู้จะเป็นอย่างไร? จบท่ามกลางบ้าเลือดต้องเอาเลือดแช่น้ำสงการนต์

ไม่ง่ายเลย จะอธิบายสถานการณ์

 26 มีนาคม 2520 ถึง 26 มีนาคม 2552 : ผลกระทบของผีเสื้อ-กระแสแดงทั่วแผ่นดิน
http://thaienews.blogspot.com/2009/03/26-2520-26-2552.html

เรื่องพี่ วาดวลี เอาไว้มาตอบใหม่ แม่เรียกให้ผมไปออกกำลังกาย

 
😉
มัคคุเทศก์ฯ
ถ้าเสื้อแดงกลับบ้านแล้ว ก็ดี น่ะครับ
พี่กาแฟสอง
ขอบคุณที่บอกว่าเขียนเหมือนมุราคามิ
ไมค์
เกมส์ นี้ปุ่ม สต็อบ มันเสีย รัฐบาล ถ้าจะยุบสภา และ ลาออก ยาก เช่นเดียวกับเสื้อแดง
อัตถิฯ ร้านเน็ต ที่นี่ มีปัญหา ปุ่มEnter
พี่วาดรวี หรือ WAD RAwEE เมื่อกี้ ผมพิมพ์ผิดแบบสุจริตใจ ไม่มีเจตนา พอดีรีบอ่ะ ครับ แม่เรียกดีใจมากที่มีโอกาสแจมคุยกันทางไซเบอร์เป็นครั้งแรก
ผมพยายามควบคุมอารมณ์ ไม่ให้ลำเอียง แต่วันนี้ผมเผลอร้องไห้แบบดราม่า ให้ประชาชน ที่ถือดอกไม้ไปกราบทหาร ภาพออกทีวี ประเด็นก็คือ ประชาชนในการโต้เถียงของอ.พิชญ์ นั้น เอาสโลแกน[u]ประชาธิปไตยกินได้[/u]จากภาคประชาชน เช่น สมัชชาคนจน มาอธิบายให้เห็นภาพว่า ปัญญาชน ที่มองภาคประชาชนอย่างสมัชชาคนจน ก็เห็นว่า คนจน มีหัวใจรู้ประชาธิปไตย ไม่ต้องมีความรู้ปริญญาเอกก็ได้ ผมเข้าใจอ.พิชญ์อย่างนี้
ถ้าจะยกตัวอย่างให้ชัดอีก ผมคิดว่า พ่อของผม จบป.4 ความรู้จากแบบเรียนชั้นประถม ก็ตามข่าวก็เข้าใจประชาธิปไตย และแกนของการต่อสู้เชิงการเมืองดังกล่าวของเสื้อแดง ส่วนแม่ของผมเสื้อเหลือง ความรู้ทางการศึกษาเท่ากับพ่อ เช่นกัน ก็มองการเมืองออกอย่างแน่นอน
ผมคิดว่าเป้าหมายทางการเมืองดังกล่าวเป็นไปได้ยากจากการเจออ.สมศักดิ์ วันที่3 อ.ถามผมว่าประเมินอย่างไรแล้วเขาคิดอยากไปถามข้อมูลวงในจากหมอเหวง ผมก็บอกว่า สถานการณ์ตอนนี้เป็นทั้ง ยุทธศาสตร์-Tactic และเวลาผ่านมา ก็ยังนึกถึงเจอพี่ทองธัชฯ ช่วงไฟดับแป๊บนึง วันที่22 มีค การออกแบบของสื่อในการเสนอข่าวตอนนี้ ค่อนข้างเคออส ต้องตรวจสอบกัน มีหลายประเด็น น่ะครับ
ตอนนี้สถานการณ์จากสื่อ และอื่นๆ เสื้อแดงกลายเป็นผู้ร้าย มากๆ ส่วนทหาร จากยุคพฤษาทมิฬ ที่รับบทผู้ร้ายก็กลับตาลปัตร จะเป็นพระเอกในยุคนี้ ครับ
ผมแลกเปลี่ยนแค่นี้แล้วกัน ครับ
“อัลจาซีรา” รายงาน: กองทัพไทยบุกเข้าสลายผู้ชุมนุม
http://www.prachatai.com/05web/th/home/16394
นิรโทษกรรมสากลออกโรง กองทัพ 2 มาตรฐาน เรียกร้องประชาคมโลกกดดันไทยก่อนดิ่งเหว
http://www.prachatai.com/05web/th/home/16398
บีบีซีพาดหัวข่าว “ทหารไทยเปิดฉากยิงใส่ฝูงชน”
http://www.prachatai.com/05web/th/home/16396
ผมเห็นด้วยว่า ทางเสื้อแดง น่าจะประกาศชัยชนะแค่ทางสัญลักษณ์ก็พอแล้ว
ถ้าสิ้นสุดวันสงการณต์ ให้เป็นหลังสงคราม ซึ่งรัฐบาลไม่ลาออกแน่ ไม่ยุบแน่
เสื้อแดงต้องหยุดพักรบไว้ก่อน หลังจากเสียพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้ว :-* ???
 

ขอบคุณ

พี่Wad ฯ ไมค์-พี่หนู และละเวง ข้อมูลเพียบเลย ผมตามดูแทบไม่ทัน

พี่วาดฯ ผมเอาเฉพาะประเด็นสื่อ ก็เข้าใจกันอยู่ว่า ตอนนี้สื่อของรัฐก็เป็นปัญหาเรื่องข้อเท็จจริง และพยานอันศักดิ์สิทธิ์ เราจะนิยามอย่างไร? ข้อมูลฝ่ายไหน มันเป้นเรื่องยากของ Hard TIMES สิ่งที่เรา Want คือ ข้อเท็จจริง ในเวลาลำบากจากเหตุการณ์ทั้งหลาย ว่ามีคนตาย คือประชาชน พวกเสื้อแดงจริงไหม? ฯลฯ

ตอนนี้ ประเด็น"สถานการณ์" มันน่าจะจบแค่นี้ ก่อนมั้ง สำหรับรัฐ-เสื้อแดง เท่าที่ผมประเมิน เพราะว่าก็บอบช้ำแล้ว ถ้าจะมีเรื่องราวต่อไป นอกจากจะมีมือที่ สาม สี่ ฯลฯ ที่นอกจากเสื้อน้ำเงิน กลุ่มเนวิน ที่มีปัญหา อาเซียนพัทยา จากความเป็นมาของการที่จะเคยจัดงานอาเซียนต่างๆ ที่เชียงใหม่

ปัญหาอคติแก้ไขยาก จะต้องใช้เวลา ในครอบครัว [u]ยกตัวอย่างสมมติ [u]น้องสาวของผม อาจจะไม่ใช่เสื้อเหลืองและแดง เรียนจบกายภาพบำบัด ยังไม่เอาสักอย่าง ว่าๆกล่าวเสื้อแดงไป ด้วยทัศนะฝังใจ ผมเลยบอกว่า น่าจะเรียนจิตวิทยา มาบำบัดตนเองมากกว่า ;D

 นิธิ ผมคิดว่า ภาพลักษณ์ของปรีดีอย่างที่เราเข้าใจ ในพ.ศ.2552 น่ะ มันก็ต่างจากอดีต และต่างจากทักษิณอยู่ดีครับ

ข้อเท็จจริง ก็เป็นประเด็นในการแก้ไขให้เห็นภาพอย่างน้องของผม คือ การรับรู้ภาพของปรีดี และการเขียน

ประวัติศาสตร์หลายแง่มุมเรื่องปรีดี การได้รับการยอมรับ ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังกล่าว คือ ถนนปรีดี ก็ไม่ใช่จะมีคนยอมรับง่ายๆ ลองอ่านงานนี้ ดูครับ

http://akkaphon-boy.blogspot.com/2009/01/blog-post.html

ผมคิดว่า เรื่องอำมาตยาธิปไตย อ่านนี้ ครับ กลับมาแล้วจ้า … อำมาตยาธิปไตย

ตัวแบบของริกส์ที่ชื่อว่า อำมาตยาธิปไตย (Bureaucratic Polity) ถือเป็นตัวแบบการอธิบายการเมืองของไทย สมัยใหม่ที่ทรงพลังในหมู่นักรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์/บริหารรัฐกิจในยุคก่อน พ.ศ. 2516 เป็นอย่างมาก หรือก่อนจะเกิดการลุกฮือของประชาชนในการโค่นล้มรัฐบาลของจอมพลถนอม กิตติขจรนั่นเอง http://www.onopen.com/2006/01/752

หลวงเส ฯลฯ

บางคนที่ผมลืมพิมพ์ชื่อไปบ้าง เพราะรีบออกจากร้านเน็ต และเพลง จักรวาลคู่ขนานกับเรา ไพเราะ น่ะครับ

เหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ขอมอบบทเพลงนี้ Across the Universe แด่วันครอบครัว ไม่ใช่ April fool days

😉
พี่WAD
โดยรวมผมเห็นด้วย เกือบหมดบางเรื่อง ต้องมีคุยกันรอบนอก เช่น เขียนสั้น-ยาว(อิๆ) ถ้าเขียนยาวหน่อย เผื่อเขาจะเข้าใจมากขึ้น แล้วผมตัดแปะเอา ไง?อิๆ…
-อำมาตย์ฯ ผมดึงจากอ.พิชญ์ ตรงนี้น่าจะตรงมากกว่าที่พี่พิมพ์มาครับ
ตัวแบบอำมาตยาธิปไตยนั้นทรงอิทธิพลต่อการวิเคราะห์การเมืองไทยของนักรัฐศาสตร์เป็นอย่างมาก เห็นได้จากเมื่อพลเอกเปรมก้าวขึ้นสู่อำนาจ การเรียกขานระบอบการเมืองของพลเอกเปรมว่า "ประชาธิปไตยครึ่งใบ" ในความหมายที่ว่า ข้าราชการประจำมีอำนาจในระบบการเมืองควบคู่ไปกับการมีสถาบันการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง ก็ล้วนแต่เป็นการอ้างอิงถึงพลังในการอธิบายของตัวแบบอำมาตยาธิปไตยทั้งสิ้น (6) ภายใต้นัยยะว่า เหตุการณ์เดือนตุลาได้โค่นล้มอำมาตยาธิปไตยลงไป แต่อำมาตยาธิปไตยก็กลับเข้ามาอีกในรูปแบบที่ประนีประนอมมากขึ้นระหว่างพลังระบบราชการ กับพลังประชาธิปไตย…
http://www.onopen.com/2006/01/752
อำนาจแห่งมือกลอง จังหวะดนตรีของพลเอกอนุพงษ์ ที่ชอบเล่นดนตรีเป็นมือกลอง ซึ่งต้องควบคุมจังหวะการเมือง ขณะนี้โดยถ้าย้อนไปดูสถานการณ์ของทหาร ก็คือ นับตั้งแต่ ผบ.ทบ.สนธิ-อนุพงษ์ นั้น ดูจะเป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับการโจมตีอำมาตย์ คือ พลเอกเปรม นับแต่ปี 50 นปก คนวันเสาร์ 24 มิถุนา กลุ่มต่างๆ ฯลฯ ถ้าเปรียบเทียบแล้ว จะเห็นภาพว่า Taksin แรงขึ้นเรื่อยๆจากปี 51 ไหว้พลเอกเปรม น่ะครับ ต่างๆ
ส่วนประเด็นสื่อต่างๆ มุมมองแง่คิดจากพี่วาดรวี ผมเห็นด้วย น่าสนใจจากข้อมูลทั้งสองแหล่ง แล้วผมก็ได้รู้เรื่องสื่ออย่างน่าคิด พิเคราะห์ ต่างๆ
ส่วนสถานการณ์ประเด็นตามข่าว ช่วงนี้ผม ก็เหนื่อย น่ะครับ ผมต้องเตรียมตัวบวชเป็นพระ และทำงานค้างคาต่างๆ แม่ของผม ก็บอกว่าให้สนใจเรื่องทำมาหากินกันดีกว่า จะไปอยู่วัดทำไง ฯลฯ ผมก็ไม่ได้ติดต่อเพื่อนเท่าไหร่
ซึ่งทำให้นึกถึงปัญหาเครือข่าย 19 กันยา ที่มีปัญหาการเชื่อมโยงกลุ่มดังกล่าว ผมไม่รู้จักกับพี่ธนาพล ซึ่งผมคิดว่า กลุ่มนี้จากประวัติศาสตร์ สู้อิทธิพลของ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน น่าจะไม่ได้ นับตั้งแต่ผลประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเป็นต้นมา
ก็เห็นผลแล้วว่า มีคนเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ 50 จำนวนมาก ถ้าดูจากตัวเลขของสื่อมวลชนต่างๆ นี่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน จริงๆว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 ไม่ง่าย แล้วการต่อสู้จะเป็นการต่อสู้ใต้ดิน ฯลฯ
ส่วนประเด็นเรื่องความรุนแรงทางโครงสร้างความคิด อ.สมศักดิ์ ก็ซัด,อัด หนักมาก

อย่าว่ายกเรื่องเก่าๆเลย แต่วงการภูมิปัญญาของไทย ถ้าไม่ดัดจริตสุดๆ ปากว่าตาขยิบสุดๆ จะมีกรณีที่คนอย่างนิธิ พูดโดยหน้าไม่แดงว่า อภิสิทธิ์ต่อต้านทหารอย่างสง่างาม แล้วยังได้รับการยกย่องขนาดนี้ได้หรือ?, แล้วจะมาเอาอะไรกับ เสื้อแดง ทีเ่ป็น "ขบวนการ ชาวบ้าน / บ้านนอก"
http://www.sameskybooks.org/board/index.php?s=17c2f25f02a4ea4ff5f0a6fffedb1c63&showtopic=28897
ด้วยความนับถือจิตใจที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้ ผมไม่คิดว่า การปะทะ จะนำไปสู่ความแพ้ของรัฐบาลเสมอไป
http://www.sameskybooks.org/board/index.php?s=17c2f25f02a4ea4ff5f0a6fffedb1c63&showtopic=28468

ถ้ามองความรุนแรงของเสื้อแดงใน 4-5 วันที่ผ่านมา ในฐานะการตอบโต้ความรุนแรงของ รัฐประหาร 19 กันยา ล่ะ? หรือทำไม แถลงการณ์ม.เที่ยงคืน,สันติฯ ไม่ได้ดีพออย่างที่ธนาพลคิด, หรือทำไมยุกติเมื่อคืน จึงห่วยแตก
http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showtopic=28876
"ในชีวิตนี้ (หลายสิบปีที่ผ่านมา) คุณเคยเห็น"นักสันติวิธ๊"อย่าง ชัยวัฒน์ (หรือคุณอะไรที่อ้างเป็นนักสันติวิธี – นารี? – หรือแม้แต่คนอย่าง นฤมล ยุกติ ฯลฯ ฯลฯ) เรียกร้องให้คนที่ควรรับผิดชอบต่อฆาตกรรมหมู่ 6 ตุลา ออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือ?" หรือ "ทำไมในบริบทสังคมไทย คนที่พูดเรื่องสันติวิธี เสี่ยงต่อการเป็นพวกปากว่าตาขยิบ หน้าไหว้หลังหลอก"
http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showtopic=28876
ผมคิดต่างจากอ.สมศักดิ์ อย่าง (อ.ยุติ นี่ วันที่3 เมษ ผมยังเดินสวนแล้วยกมือไหว้ ที่ธรรมศาสตร์)และบางประเด็นจากเว็บบอร์ดดังกล่าว คือ มนุษย์ไม่ใช่ศัตรูของเรา…
เรื่องสันติภาพ มันเป็นปัญหามาก ที่ถกเถียงกันไม่จบ
เรื่องความรุนแรง ก็แก้ไขกันไม่ได้ง่ายๆ
กรณีภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก ซึ่งปรีดี พนมยงค์ เสนอในท่ามกลางสงครามโลกครั้งที่ 2
บริบทของสถานการณ์คือ สงครามย่อมมีศัตรูชัดเจน!!!  แล้วปรีดี นำเสนอเรื่องสงครามสมมติอโยธยา รบพม่า เป็นต้น
ซึ่งศัตรูในใจของเรา ก็มีปัญหามากพอ ในระดับตั้งแต่ความแตกต่าง นิยาม ศัตรูพืช กับศัตรูที่เป็นมนุษย์
แน่นอนว่า ทหาร ต้องถูกฝึกฝนว่า ศัตรูของชาติ เป็นอย่างไร?
ส่วนทัศนะของกวี ไม่ว่าจะเป็น คาลิล ยิบราน ก็เคยกล่าวถึงเรื่องศัตรูไว้ เช่นกัน
แต่ผมจะไม่อ้างคาลิล ยิบราน เพราะว่า ผมคิดว่า กวีนั้น ไม่ได้ฝึกฝนแบบเดียวกับทหาร

ดังนั้น กวีเป็นอิสระภาพทางความคิดของปัจเจกภายในแต่ละคน ประดุจนักเขียน นักวาดฝันถึงโลกสันติภาพ…😉
ปล.ผมคิดว่าใกล้เวลา แล้วที่ผมจะไม่กลับมาตอบกระทู้ เพื่อเข้าสู่สภาวะNorm แล้วเตรียมตัวบวช ฉะนั้น โลกของนักเขียน กับกวี เหมือนกับสภาวะหนึ่งหรืออีกโลก-จักรวาลคู่ขนาน ฯลฯ
 :)🙂
ร้องเพลง ประกอบภาพเสื้อแดงเอาดอกกุหลาบให้ทหาร นึกถึงภาพทหารได้ดอกกุหลาบ 19 กันยาฯ
ปลูกกุหลาบแดงไว้เพื่อเธอ 9,999 ดอกบ่งบอกความจริงที่ยิ่งใหญ่ บ่งบอกว่าใจฉันยังคงมั่น พันปีหมื่นวันไม่เคยห่าง ฟ้าดินสลาย หัวใจมั่นรักเธอ.🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂

http://www.thaiwriter.net/forum01/index.php?topic=3546.228

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s