เสียงก้องจากปรัชญายุคก่อนประวัติศาสตร์และศิลปะ-โลกาภิวัตน์ลูกฟุตบอล

 
เมื่อวานก่อน ส้วมของหอพัก ผมมีปัญหา ถังเก็บน้ำแตก
กว่าจะซ่อมส้วมในห้องของผม และผมรอใช้ส้วมๆ..เสร็จ
 
โปรดคิดเป็นภาพSlow Motion
 
ฉะนั้น ผมจะไม่พูดถึงเรื่องส้วมได้ไง
 
มีคนเคยทำวิทยานิพนธ์ เรื่องส้วม ลองไปหาอ่านดูได้ โด่งดังมาก
ประวัติศาสตร์สังคม-ว่าด้วยส้วมและเครื่องสุขภัณฑ์ในประเทศไทย.
 
ฟังเพลง
และนี่ …. คือเสียง เสียงเพลงที่มาจากใจ
เรื่องธรรมชาติของพฤติกรรม มนุษย์ ยังไม่มีส้วม ยังไม่มีประชาธิปไตย
 
มนุษย์ ยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้น  ไม่มีส้วมในรูปแบบของยุคโลกาภิวัตน์
 
เขาไม่เข้าห้องน้ำ ในวัด ที่ทันสมัยแล้ว มีไอเดียห้องน้ำธรรมะ
เขาสร้างปรัชญา ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ได้อย่างไร ?
เขา  มีปรัชญาหรือไม่ ?
ชีวิตประจำวันของเขา กับเรื่องแบบนี้
ข้อมูล ยุคก่อนประวัติศาสตร์-ยุคประวัติศาสตร์
 
 
gvko—เอา น่า ไร้สาระไปหน่อย
 
แต่ว่าจริงๆ แล้ว เรื่องส้วม  เช่น ลูกนักการเมือง คือลูกเฉลิม
ช่วงหนึ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์เกี่ยวกับส้วม
ส่วนส้วม ก็เอาไปเชื่อมโยงกับวิชา  การเมืองไทยสมัยใหม่
ไม่เชื่อ ตามไปดูในลิ๊งค์ เรื่องหัวข้อการบรรยาย และ เอกสารประกอบการสอน (รายสัปดาห์):
 
 
มาติดตามข่าวและบทความน่าสนใจกัน
 
ยอมรับขู่"ลุยม็อบ"แรงต้านพุ่ง "สมัคร"ขออภัย ไม่ได้ปรึกษา"หน.พรรคร่วม"
สถานการณ์ พิเศษ เมืองพันธมิตร ชุมชนอิสระ บน ถนนราชดำเนิน
สะกดรอย…’ความขัดแย้ง’
 
โครงการผันน้ำและเขื่อนกั้นน้ำโขง โครงการเพื่อประชาชน?
 
 
ความรู้กับความไม่รู้ : เหตุร้ายในสวนสนุก (เอาน่า เมื่อครั้งที่แล้วเราพูดถึงเรื่องสวน-วัดสวนดอก ฯลฯ)
 
เบนจามิน บาร์เบอร์ ศาสตราจารย์และนักทฤษฎีการเมืองมีชื่อของสหรัฐ ได้เขียนหนังสือขายดีเรื่อง "จีฮัดต้านโลกของแมก" (Jihad vs. McWorld : How Globalism and Tribalism Are Reshaping the World, 1995) ชื่อหนังสือนี้เป็นการเลือกเอาคู่ความขัดแย้งสำคัญในสายตาของบาร์เบอร์มากล่าว นั่นคือ ลัทธิโลกาภิวัตน์และลัทธิชนเผ่า ซึ่งบางส่วนของลัทธิชนเผ่ากลายเป็นลัทธิก่อการร้าย ซึ่งเป็นที่สนใจมากขึ้นหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 ค.ศ.2001 จนกระทั่งดูจะขึ้นมากลบลัทธิชนเผ่าไป เป็นเหมือนการจับคู่ความขัดแย้งใหม่ขึ้น บนคู่ความขัดแย้งเดิม …
…..
 
Michael Jordan and the New Global Capitalism ของ Walter LaFeber
 
ผู้เขียนชี้ว่า การมองกระบวนโลกาภิวัตน์ว่าเป็นเสมือนกีฬาบาสเกตบอลที่แพร่กระจายออกไปจากสหรัฐอเมริกา จนทำให้ชาวโลกบ้าคลั่งนั้น เป็นการมองของชาวอเมริกันเท่านั้น เพราะถ้าจะมองเรื่องกีฬากันจริงๆ แล้ว กีฬาที่มีคนบ้าคลั่งมากกว่าบาสเกตบอล ได้แก่ ฟุตบอล ทำให้ดารา เช่น เดวิด เบคแฮม เป็นที่รู้จัก และบ้าคลั่งของชาวโลกอย่างกว้างขวางกว่าไมเคิล จอร์แดน เสียอีก อย่างไรก็ตามกีฬานี้ไม่เป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา เท่าเทียมกับกีฬาบาสเกตบอล

ทำให้ผู้ต้องการจะสรุปว่าโลกาภิวัตน์เป็นกระบวนการที่ผลักดันให้วิถีอเมริกันครอบงำโลกไม่ยอมอ้างถึง ผู้เขียนใช้เนื้อที่จำนวนมากเล่าประวัติของกีฬาฟุตบอล ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ในสมัยอาณาจักรโรมันรุ่งเรือง มาจนถึงการแข่งขันทั่วโลกในสมัยนี้ ซึ่งมีลักษณะคล้ายไข่ดาว

นั่นคือ ส่วนที่เป็นไข่แดงหรือศูนย์กลางได้แก่ยุโรป และส่วนที่เป็นไข่ขาวหรืออยู่รอบนอกได้แก่ส่วนอื่นของโลก สมาคมฟุตบอลในยุโรปร่ำรวยและเป็นที่รวมของดาราชั้นนำ ในขณะที่สมาคมในส่วนอื่นของโลก โดยเฉพาะในละตินอเมริกาซึ่งผลิตดาราจำนวนมากส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีเงิน

จากตัวอย่างของกีฬาอาชีพสองชนิดนี้ ผู้เขียนเสนอว่า กระบวนโลกาภิวัตน์นั้นสลับซับซ้อนมากจนยากแก่การที่จะสรุปเอาง่ายๆ และการกระทำเช่นนั้นเป็นเพียงการใช้ "โลกามุสาวาท" ฉะนั้นเราน่าจะสรุปว่า โลกาภิวัตน์อาจมองได้จากหลายแง่มุม มันไม่ใช่เป็นกระบวนการครอบงำโลกโดยวิถีอเมริกัน และการต่อต้านย่อมทำได้ เช่น การไม่นิยมดูกีฬาฟุตบอลของชาวอเมริกัน ทั้งที่กีฬานี้เป็นที่คลั่งไคล้ของชาวโลก….

 
 
จากบาสเกตบอล-บอลโลก (กำลังอินกับกระแสบอลยูโร)
 
ปิดท้าย ด้วยเรื่องศิลปะ
 
แนะนำหนังสือ
คณะราษฎร ฉลองรัฐธรรมนูญ :ประวัติศาสตร์การเมืองหลัง 2475 ผ่านสถาปัตยกรรม "อำนาจ"
 
 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกับความหมายที่มองไม่เห็น
 
โลกศิลปะ ในยุคโลกาภิวัตน์
 
ปัจจุบันเกิด ชุมชนออนไลน์ ให้ข้อมูล มีรูปภาพ และเผยแพร่ผลงานศิลปะในยุคโลกาภิวัตน์ ต่างๆ
คิดอย่างไรกับการที่โลกศิลปะแกล้งตอบผิด…(คำถามของคนดูรายการแฟนพันธุ์ โลกศิลปะ)
เรื่องของวัฒนธรรมศึกษา โดยผ่านทาง "กาแฟ" ซึ่งเคยมีการวิเคราะห์ทางมานุษยวิทยามาแล้ว
ผมขอเสนอ การสร้างสรรค์ทางศิลปะการเขียนผ่านกาแฟ
บทรายงานเรื่อง "บรรยากาศในร้านกาแฟกับ 2 นักเขียน" โดย : ภฤศ ปฐมทัศน์, อรรคพล สาตุ้ม

 

 http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=8203&Key=HilightNews

 

เมื่อหลายวันก่อน ผมคุยเรื่องการศึกษาของไทย ในร้านกาแฟ จึงมายกตัวอย่างหนึ่งให้อ่านกัน

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=cmupark&topic=43084&page=3

พวกเราอาจจะเคยได้ยินเสียงพูดคุยเรื่องปรัชญา ตามร้านกาแฟคุยเรื่องการศึกษาของไทย ในร้านกาแฟ.

 

 

วันที่ 5 มิ.ย ..วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day)ใกล้วันบอลยูโร

 

http://guru.sanook.com/search/วันสิ่งแวดล้อมโลก_(World_Environment_Day)

สถานการณ์ทางการเมืองเข้มข้นต่อไป เกิดเมืองพันธมิตร และผู้คนแถวสะพานฯ

 

ผมกลับนึกถึง ประเด็นคุยกับรุ่นน้อง ว่าจะประเมิน ประวัติศาสตร์ ว่าอะไรใหม่ได้อย่างไร

ก็ยกตัวอย่างเรื่อง สถานภาพการศึกษาประวัติศาสตร์ไทย เป็นต้น

 

เนื่องจากวิธีการประเมินของประวัติศาตร์ ก็มีวิธีแบบหาข้อมูลใหม่ ที่ยังไม่มีใครศึกษาไว้ เช่น

 

”ประเทศไทย” อายุครบ ๖๕ : ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อประเทศปี ๒๔๘๒

 

…..สาเหตุแห่งการเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทยนั้น สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๔๘๑ นายพันเอกหลวงพิบูลสงคราม (ยศและบรรดาศักดิ์ขณะนั้น)

ด้รับแต่งตั้ง…ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ในบรรดารัฐมนตรีแห่งรัฐบาลนั้นมีข้าพเจ้าด้วยผู้หนึ่งซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และมีหลวงวิจิตรวาทการ อธิบดีกรมศิลปากรเป็นรัฐมนตรีลอย (ไม่ว่าการกระทรวง)

ต่อมาประมาณอีก ๔-๕ เดือน หลวงวิจิตรวาทการได้เดินทางไปฮานอย เพื่อชมกิจการโบราณคดีของสำนักตะวันออกไกลฝรั่งเศส

เมื่อหลวงวิจิตรวาทการกลับจากฮานอย ได้นำแผนที่ฉบับหนึ่งซึ่งสำนักฝรั่งเศสนั้นได้จัดทำขึ้น แสดงว่ามีคนเชื้อชาติไทยอยู่มากมายหลายแห่งในแหลมอินโดจีน

ในประเทศจีนใต้ ในพม่า และในมณฑลอัสสัมของอินเดีย….

http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=print&sid=331

 

ส่วนการศึกษาเรื่องสถานภาพของความรู้ทางประวัติศาสตร์ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย อ.ฉลอง  สุนทราวาณิชย์ เป็นผู้วิจัย และ อ.สุวิมล  รุ่งเจริญ ร่วมวิจัย

http://rescom2006.trf.or.th/display/show_colum.php?id_colum=1442

นอกจากนี้ ทางด้านศิลปะ ก็มี สถานภาพการศึกษาจิตรกรรมฝาผนังเชียงใหม่(ผู้เขียน-อาจารย์ที่ปรึกษาของผม สมัยปริญญาตรี)  ก็ยังเคยมีปรากฏ ในวารสารเมืองโบราณ (ทางด้านศิลปะ)

http://library.car.chula.ac.th:82/search*tha?/d%7B680%7D%7B724%7D%7B693%7D%7B707%7D%7B673%7D%7B707%7D%7B707%7D%7B705%7D%7B701%7D%7B722%7D/d%7Ca8d4b5c3a1c3c3c1bdd2bcb9d1a7+b7e4c2/-3%2C1%2C1%2CE/marc&FF=d%7Ca8d4b5c3a1c3c3c1bdd2bcb9d1a7c5e9d2b9b9d2&1%2C1%2C

 

 และการศึกษาสถานภาพของผู้หญิงในสื่อ ศิลปะ และกฏหมาย http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=263&sid=d975d92da2ccbbaff480c89f9d0b27a2 อื่นๆ

 

แน่นอนว่า ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เอกสาร จดหมายเหตุ ต่างๆ เป็นเครื่องมือในการนิยามของอำนาจ ที่ช่วยอธิบาย ให้ถูกต้องกับผู้อ่าน

แต่ว่ามันจะถูกใจ กับผู้อ่าน อาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งก็ตาม

 

วิธีการทางประวัติศาสตร์ ก็ใช้อาวุธทางปัญญา สร้างสรรค์ความคิด ไม่ได้ไปฆ่าใคร ดังนั้น คนเป็นตัวตั้งโจทย์ของการศึกษาเบื้องหลังภาพทางประวัติศาสตร์ แล้วสิ่งมีชีวิตชื่อว่า คน ก็ผลิตความรู้ คือ ใช้ปาก(เป็นอาวุธมีชีวิตของคน) หรือ ปากกา และกระดาษ ต่อมาเรียบเรียงพิมพ์ดีด-คอมพิวเตอร์ ออกมาเป็นหนังสือ หรือวิทยานิพนธ์  ซึ่งมีการวิพากษวิจารณ์ หรือ วิภาษวิธี หลักฐาน ตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ อันอ้างอิงขึ้นมา

 

ในที่สุด นำเสนอภาพ เบื้องหลังทางประวัติศาสตร์ คือ กำเนิดนวนิยายข้างหลังภาพนั้น กุหลาบ ซึ่งเป็นผู้แต่งไปญี่ปุ่นกลับมาแล้ว เขียนเรื่อง เขียนนวนิยายรักที่มีชื่อเสียงมากคือ ข้างหลังภาพ ลงในประชาชาติ…(และเรื่อง ป่าในชีวิต) ในช่วง 2479-80 และ เขียนบทความ"เบื้องหลังการปฏิวัติ ๒๔๗๕" ลงใน สุภาพบุรุษ ปี พ.ศ.2484 

 

http://www.sriburapha.net/biography.php

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวดังกล่าว รวมทั้งสาวเครือฟ้า(ผมกล่าวถึงนิดหน่อยคราวที่แล้ว)

 

การศึกษาภาพลักษณ์ผู้หญิงเหนือ… จากวัฒนธรรมเมืองดอกไม้ เชียงใหม่ และภาพของสาวเครือฟ้า ฝันที่เป็นจริง เป็นต้น

 

 

 

แล้วยุคก่อนประวัติศาสตร์-สมัยประวัติศาสตร์ ในวิวัฒนาการของประชาชน และประชาธิปไตย เสียงหายไป(ปลาหายไป!?)  เอาไว้ว่างแล้วมาเขียนต่อ เสียงก้องจากเชียงใหม่-ไทย !! 

 

 

วันที่ 6/6/2008 กฏ กติกา ฟุตบอล-ระเบียบ-การเมืองม็อบ.. อย่าล้ำเส้น Off Side

 

 

 สังคมศาสตร์วิภาษฯ by สมเกียรติ วันทะนะ

http://library.bu.ac.th/onlineservice/ResultTitle.cfm?aTextSearch=2001090383&aSearchBy=B&aIsAdvance=No

 

http://laic.dpu.ac.th/cgi-bin/gw_41_11/chameleon?host=localhost%201111%20DEFAULT&search=KEYWORD&function=INITREQ&SourceScreen=NEXTPAGE&sessionid=0069052042752&skin=portal&conf=.%2Fchameleon.conf&itemu1=2000&u1=2000&t1=@12285&lng=th&pos=1&prevpos=-29&

 

http://www.midnightuniv.org/forum/index.php?topic=1444.0;prev_next=prev

 

ผมอ้างในสังคมศาสตร์ วิภาษ ฯ ดังนี้

 

…E.H.Carr ผู้เขียนเรื่อง What is History กล่าวไว้ว่า ถ้าเปรียบเทียบว่านักประวัติศาสตร์ เป็นชาวประมง ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เป็นปลา

 ข้อเท็จจริง หาได้เหมือนกับปลา วางอยู่บนแผง ของคนขายปลาไม่  หากเหมือนปลาที่ว่ายอยู่ในมหาสมุทร อันกว้างใหญ่ และบางครั้ง ก็ยากที่จะหยั่งถึงได้ ปลาที่นักประวัติศาสตร์ จะจับ จึงขึ้นอยู่กับโอกาสด้วยส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญขึ้นอยู่กับว่าส่วนไหนของมหาสมุทร ที่เขาเลือกลงจับปลา และอะไรคือ เครื่องมือที่เขาเลือกใช้ แน่ละ องค์ประกอบ สองประการนี้ ย่อมขึ้นอยู่กับชนิดของปลา ที่เขาต้องการจะจับด้วยเช่นกัน (…นักประวัติศาสตร์เข้ามาใช้หลักฐาน และถอดรหัสเอกสาร..)

 

เรื่องของปลา กับประชาธิปไตย เปรียบเสมือน คนที่สอนให้จับปลาเป็น.. คือเรียนแล้วได้ความรู้มาใช้ประโยชน์(ทางการเมือง ม็อบ ฯลฯ) นั่นเอง

 

ผมเคยกล่าวถึงการเวียนว่ายตายเกิด คนเป็นปลา ก็ได้ ในกฏแห่งกรรม และดูเพิ่มเติม เกี่ยวกับจักรวาลของ Mandala

 

Mandala

http://dailyheadlines.uark.edu/9548.htm

 

 และร่างกายของคน ดูเพิ่มเติม "ร่างกายใต้บงการ"

 

 

http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=1910

 

http://arit.rru.ac.th/arit/content/book_detail.php?book_id=3241

 

http://www.pcpthai.org/autopagev3/show_page.php?group_id=1&auto_id=1&topic_id=319&topic_no=210&page=1&gaction=on

 

เรื่อง ฟูโกต์ ในฐานะนักประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมแห่งการควบคุม

 

สถาปัตยกรรมแห่งการควบคุม

….สำหรับในทุกวันนี้ การใช้แนวคิดในเรื่องของ ‘อำนาจ’ พิจารณาปรากฏการณ์ทางสังคมต่างๆ ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่แปลก หรือเป็นนามธรรมเกินไปอีกแล้ว เพราะแม้แต่ตัวบทที่วิจารณ์การเมืองในแง่ที่เป็นปฏิฐานนิยม หรือประเภทที่ให้ความสำคัญเฉพาะสิ่งที่ประจักษ์ได้นั้น ก็ยังยอมรับเอามโนทัศน์ของนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส มิแชล ฟูโกต์ (Michel Foucault) มาปรับใช้ในการวิเคราะห์อยู่เนืองๆ (วิเคราะห์โรงพยาบาล เป็นต้น)….

 

  ร่างกายใต้บงการ…

….ฟูโกต์ มีความเห็นว่า ในศตวรรษที่ 17 และ 18 ร่างกายของคนเราได้กลายเป็นวัตถุและเป้าหมายของอำนาจ  ทั้งยังได้ถูกฝึกฝน ไม่ว่าจะเป็นระดับของการควบคุม โดยผ่านการเคลื่อนไหว และท่วงท่าต่าง ๆ นำมาสู่ ประเภทของสิ่งควบคุม ผ่านการจัดการประสิทธิภาพของการเคลื่อนไหวของร่างกาย และประการสุดท้ายได้แก่ รูปแบบของการควบคุม ซึ่งทำให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยให้กระทำผ่านการทำกิจกรรม ซึ่งกระบวนการดังกล่าว ได้สร้างกฎระเบียบที่มีการจัดตารางให้กับเวลา, พื้นที่ และการเคลื่อนไหวของร่างกาย ไว้อย่างละเอียด  เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าพละกำลังจะตกอยู่ภายในการบังคับอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ ฟูโกต์ ยังมองว่า ระเบียบวินัย  ได้แยกบุคคลออกเป็นส่วน ๆ โดยอ้างอิงกับพื้นที่ และได้สร้างเทคนิคต่าง ๆ ขึ้นมาผ่านการปิดล้อมพื้นที่ โดยใช้สถาบันต่าง ๆ เป็นเครื่องมือไม่ว่าจะเป็น รัฐ หรือ โรงงาน  จากนั้นก็ทำการจัดการพื้นที่ อย่างยืดหยุ่น โดยใช้การวางตำแหน่งหรือตีตาราง ว่าแต่ละคนมีหน้าที่อย่างไร อันนำมาสู่ การจัดพื้นที่ตามหน้าที่ใช้สอย เพื่อการเฝ้าดูผู้คนและมุ่งสร้างประโยชน์จากการใช้พื้นที่ และในท้ายที่สุด ทำให้องค์ประกอบต่าง ๆ สามารถสับเปลี่ยนไปมาระหว่างกันได้ ผ่านการนิยามตำแหน่งต่างๆ ที่ทำให้ปัจเจกสามารถไหลเวียนไปในเครือข่ายของความสัมพันธ์ภายในระบบได้  ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ฟูโกต์ได้ทำการยกตัวอย่าง ของโรงเรียน, คุก, การฝึกทหาร, โรงงาน, สิ่งปลูกสร้างทางสถาปัตยกรรม ฯลฯ…

 

—–

Soundgarden – Black Hole Sun

ฟังเพลง

http://www.youtube.com/watch?v=qiSkyEyBczU&feature=related

 

คราวหน้า ผมจะกล่าวถึงปรัชญาประวัติศาสตร์ศิลปะ ในหนังสืออารยธรรมไทยฯ และผมในโรงพยาบาลสวนดอก

วันที่ 8

พิริยะ กับหนังสืออารยธรรมไทย พื้นฐานทางประวัติศาสตร์ศิลปะ เล่ม ๑ ศิลปะก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 กล่าวว่าปรัชญาประวัติศาสตร์ศิลปะ อธิบายตามปรัชญาประวัติศาสตร์ศิลปะของร.6 ก็เผยแพร่ให้คนทั้งหลายรู้เห็นความรุ่งเรืองของสยาม และเพื่อช่วยกระตุ้นความรู้สึกชาตินิยม

 

ซึ่งในหนังสือพรมแดนแห่งความรู้ ผู้เขียนคนเดียวกัน(พิริยะ) ก็ปรากฏว่า  วิเคราะห์ประวัติการศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทย ตั้งแต่ รัชกาลที่ 4-2527 และกล่าวว่าช่วง 2483-2492(กระแสชาตินิยมเช่นกัน) มีความนิยมอารยธรรมตะวันตก…มากกกว่าค้นคว้าเรื่องในอดีต เป็นต้น

 

ดังนั้น เราจะเห็นรากฐานของวัฒนธรรมไทย ในบางช่วงของเวลา หากทำเป็นตารางสรุปเหตุการณ์ จึงน่าสนใจไม่น้อย ถึงความเปลี่ยนแปลงของกระแสสังคม และศิลปวัฒนธรรมดังกล่าว อาจจะเห็นสถานภาพของการศึกษาศิลปะในยุคปัจจุบัน

 

ดู เพิ่มเติม โลกศิลปะ กรุงเทพฯ พ.ศ. 2325-2510 : การเปลี่ยนแปลงในความคิด ศิลปะสุโขทัย

http://library.cmu.ac.th/digital_collection/etheses/detail.php?id=21452&word=

 

ส่วนทางด้านรัฐศาสตร์ ก็มีประเด็นทางการศึกษา น่าสนใจ อาทิเช่น การบริหารรัฐกิจเปรียบเทียบ : บทสำรวจพรมแดนแห่งความรู้แนววิพากษ์ / ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร และขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมรูปแบบใหม่/ ขบวนการเคลื่อนไหวประชาสังคมในต่างประเทศ : บทสำรวจพัฒนาการสถานภาพและนัยยะเชิงความคิด/ทฤษฎีต่อการพัฒนาประชาธิปไตย และรัฐ-ชาติกับ (ความไร้) ระเบียบโลกชุดใหม่  ฯลฯ

 

http://search.lib.cmu.ac.th/search/a?

   

สถานการณ์ทางการเมือง ณ เวลาในปัจจุบันนี้ เหมาะกับเพลงนี้มากครับ

ลองฟังดู น่ะ ครับ

Radiohead – No Surprises
http://www.youtube.com/watch?v=qqsyXdj_p_I&feature=related

 

วันที่ 11 ที่ผ่านมา

 

จริงๆ แล้ว ผมไม่ได้ขี้เกียจเขียน หรอก แต่ว่า งานของผม มันยุ่งๆมากๆ เลย

เมื่อวาน ผมก็ติดตาม ไปดูการคัดเลือก คนทรง(ม้าขี่)ของพิธีกรรมปู่แสะ ซึ่งกำลังจะมีการจัดงานขึ้นในวันที่ 17 พิธีกรรมผีปู่แสะ ย่าแสะ

 

ก็ผมเคยเขียนบทความดังกล่าว โดยเล่าให้ฟังไปนิดๆ หน่อยๆ เอาไว้ โอกาสหน้าเล่าให้ฟังเพิ่มเติม

 

มีเรื่องเล่าค้างไว้ ณ โรงพยาบาล สวนดอก ผมเคยไปเข้ารับการผ่าตัด ที่นั่น ซึ่งร่างกาย จำเป็นต้องเอาบางส่วน(ไม่ใช่สมอง แหะๆ) ที่คาดว่าจะป่วยได้

 

ในอนาคตออกไป นี้แหละ ผมรู้ซึ้งกับการรักษาพยาบาล เพราะร่างกายของผมโดนเต็มๆ มันมีกระบวนการรักษา อันมากมาย ระบบโรงพยาบาล ก็เหมือนกับที่ฟูโกต์ อธิบายไว้ ทางด้านการรักษา จึงมีคนคิดว่าการแพทย์แบบพื้นบ้าน การรักษาแบบหมอผี ก็เป็นวิธีการหนึ่ง นอกจากทางวิทยาศาสตร์

 

สรุปแล้ว ผมไม่มีเวลา ขยายความมาก

จึงยกตัวอย่าง ร่างกายของผม และอธิบายเรื่องทางการแพทย์เล็กน้อย

 

แน่นอนว่าการแพทย์ทางเลือก มีอีกหลายแบบ รวมทั้งผมขอแนะนำการบำบัดทางจิตแนวอัตถิภาวนิยม

 

การบำบัดแนวอัตถิภาวนิยม
(Existential Therapy)

 

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=psychologist&date=03-02-2008&group=2&gblog=4

 

ฟังเพลง radiohead street spirit

http://www.youtube.com/watch?v=BrZTNhW44-o&feature=related

 

 

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to เสียงก้องจากปรัชญายุคก่อนประวัติศาสตร์และศิลปะ-โลกาภิวัตน์ลูกฟุตบอล

  1. Apple says:

    ขออนุญาตแวะเข้ามาดู
     
    เพิ่งรู้ว่า พี่บอยเป็นนักเขียนนี่เอง

  2. akkaphon says:

    อ้าว App พี่บอย เพิ่งเห็นข้อความ ที่App เขียน อ่ะ
     
    จริงๆแล้ว พี่บอย ก็ทำงานเขียนเล็กๆ เท่านั้นเอง
     
    ก็สนุก กับงานเขียน พอสมควร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s