I think I love you

I think  I  love you

 

ผม มีโครงเรื่องเขียนนิยาย สมมุติเรื่อง Listen to Me : เพราะว่า ฉันรักเธอ

 

วันเด็ก มาถึงแล้ว

ผมรู้สึกคิดถึงเธอ มากมาย จึงมายืนรอเธอ ณ พิพิธภัณฑ์สถาน ที่เดิม

เราเคยมาดูของเก่า ซึ่งเราเคยอยากสะสมของบางอย่างอันเป็นของเก่าไว้สำหรับเรา

แต่ว่า ในปัจจุบันเรา เมื่อเราพบกัน ผมกลับไม่มีถ้อยคำใด หรือไม่อาจเอ่ยเอื้อนคำพูด

ออกมาจากปากเลย แม้แต่จะพยายามมากแค่ไหน แล้วก็ตาม

 

ผมไม่สนใจว่า ใครมองผม เป็นอย่างไร? แต่ผมสนใจว่า เธอมองผมเช่นใด

 

ในสายตา ซึ่งแววตาแตกต่างระหว่างเรา ดวงตา สองคู่ หรือ สี่คู่

 

ดวงตาแปลกแยก ต่อกัน ออกไปไกล

 

How Do I Live…

 

 

มีข้อมูล ใน google บอกเรื่องบทเพลง น่าสนใจ

 

Take Me Home

 

http://imusic.teenee.com/2/frame/3636.php

 

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=embracingislam&month=04-12-2007&group=61&gblog=15

 

การวิเคราะห์เพลงชาติ

http://rwww.thaingo.org/webboard/view.php?id=2997

 

 

เพลงประกอบการอ่าน นิยาย

 

  เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม

เธอเห็นท้องฟ้านั้นไหม

       C              F

ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ

          Dm          Gm 

และจะเป็นเช่นนั้นเสมอ

C/F

ฮึม…

       F                    Bb

**ถนนสายนั้นที่ทอดยาว

C F
มีเรื่องราวของความเป็นจริง

        Dm             Gm

มีเงาไม้เอาไว้ให้พักพิง

      C                    F     

มีให้เธอเอาไว้ยามอ่อนล้า

             Dm               Gm

***เธอเห็นท้องฟ้านั้นไหม

       C                  F

เห็นเงาของเมฆหรือเปล่า

     Dm              Gm 

ทะเลสีครามที่ทอดยาว

          C                     F

เห็นความรักของฉันบ้างไหม

 

ช่วงที่ดีที่สุด – BOYdPOd (Pop)

 

เดินจับมือกัน ทุกข์สุขด้วยกัน
หัวเราะร้องไห้ด้วยกันมานานเท่าไหร่ ฉันไม่เคยลืมจากใจ
วันที่เรายิ้ม วันที่ทะเลาะ
ภาพวันและคืนเหล่านั้น จะยังงดงามไม่เคยเปลี่ยนไป

ยังคงเป็นดั่งเหมือนกับเมื่อวาน
อยู่ในส่วนลึกความทรงจำ
แต่ต่างกันแค่เพียง ในตอนนี้

ฉันนั้นไม่ได้มีเธออยู่ข้างๆ เหมือนวันที่เราเคยเดินข้ามผ่าน
ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างมาด้วยกัน
นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ
ที่เคยเกิดขึ้นกับฉัน…เพราะเธอ

เพลงและของขวัญ ตัวจากตรงนั้น
จดหมายที่ส่งให้กันในวันที่ห่าง ฉันนั้นยังคงเก็บไว้
วันที่เหนื่อยล้า ถ้อยคำที่ปลอบใจ
ภาพวันและคืนเหล่านั้น จะยังงดงามไม่เคยเปลี่ยนไป

ยังคงเป็นดั่งเหมือนกับเมื่อวาน
อยู่ในส่วนลึกความทรงจำ
แต่ต่างกันแค่เพียง ในตอนนี้

ฉันนั้นไม่ได้มีเธออยู่ข้างๆ เหมือนวันที่เราเคยเดินข้ามผ่าน
ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างมาด้วยกัน
นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ
แต่ก็เคยเกิดขึ้นกับฉัน…เพราะเธอ

ไม่รู้ว่าเธอ ไม่รู้ว่าจะได้ยินเพลงนี้รึยัง
อยากจะให้เธอช่วยมารับฟังว่าฉันนั้น คิดถึง…

ฉันนั้นไม่ได้มีเธออยู่ข้างๆ เหมือนวันที่เราเคยเดินข้ามผ่าน
ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างมาด้วยกัน
นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ
ที่เคยเกิดขึ้นกับฉัน…เพราะเธอ

ฉันนั้นไม่ได้มีเธออยู่ข้างๆ เหมือนวันที่เราเคยเดินข้ามผ่าน
ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างผ่านมาด้วยกัน
นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ
แต่ก็เคยเกิดขึ้นกับฉัน…เพราะเธอ
ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง ได้ผ่านมาด้วยกัน
นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ
แต่ก็เคยเกิดขึ้นกับฉัน…เพราะเธอ
นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ (เพราะเธอ)

http://mp3.jeedza.com/music-2984.htm
http://www.yueyee.com/play.php?id=2996

 

 รักคุณเข้าอีกแล้ว

เก็บเพลงรักนี้ ไว้ให้เธอ เมื่อวันใดที่เจอะเจอ
ฉันก็พร้อมและยินยอมมอบความรัก และจิตใจ
ชั่วนิรันดร์ (ชั่วนิรันดร์)

มีเพลงเพลงนึงที่เคยร้องให้เธอฟัง
แต่ไม่รู้ว่ายังจำได้หรือเปล่า
วันและเวลาอาจจะหมุนและเวียนไป
แต่ใจความในเพลงนั้นของเรา

* ก็ยังคงเฝ้าย้ำพูดถึง ความรักที่ลึกซึ้ง
และยังคงตรึงในหัวใจนานแค่ใหน ก็เหมือนเก่า
เหมือนวันแรกที่เรา เจอะกัน

** เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ
ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน
แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงสักแค่ไหน
แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น
ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสรวงสวรรค์
ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร
จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว
และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว
และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป
ที่ฉันฝากชีวิต ทั้งหมดไว้
โดยไม่มีวันทวงกลับคืน

กาลและเวลาที่เปลี่ยนหมุนและเวียนไป
อาจจะทำให้หัวใจใครหมุนตาม
แต่ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนหมุนไปยังไง
ใจความในเพลงนั้นของเรา

(*,**)

ฉันขอใช้ช่วงเวลาทั้งชีวิตที่ฉันมี
ฉันขอใช้ไปกับเธอ กับเธอ เธอคนนี้

(**)

ฉันขอมอบชีวิตทั้งหมดไว้
ฝากให้กับเธอเพียงผู้เดียว 

http://bignose.exteen.com/20071011/feat-modern-dog

 

สุดท้ายฟังเพลง

 

มีแต่คิดถึง เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

 

เหม่อมองไกล ไปถึงดาว
ที่เคยจองเป็นดาวของเรา
ก็ยังคงอยู่ที่เดิมให้พบเจอ
อยู่ตรงนี้มองเห็นดาว
และดวงดาวคงมองเห็นเธอ
อย่างน้อยเราอยู่ใต้ดาวดวงเก่าเดียวกัน

*หวังว่าเธอคงสุขดี อยู่ตรงนั้นเจอสิ่งดีดี
ฉันคงมีเพียงสิ่งเดียวทุกวัน
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
อยู่ทุกครั้งที่มองดาว
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
เรื่องวันวานและฝันของเรา
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
และบ่อยครั้งก็ทำให้เหงา
คิดถึงเธอ….คิดถึงเธอ
(*)
เฝ้าแต่คิดถึง ได้แต่คิดถึง
สิ่งที่สองเราเคยมี
เฝ้าแต่คิดถึง ได้แต่คิดถึง
นึกทีไรก็ยิ้มทุกที
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
อยากให้เธอได้อยู่ตรงนี้
คิดถึงเธอ….คิดถึงเธอ
คิดถึงเธอ….คิดถึงเธอ

http://bignose.exteen.com/20071126/entry-1

 

 

 

วันที่ 13 ผมอยากไปเที่ยวสวนสัตว์ แต่คงยังไม่พร้อมจะไป

 

วันนี้หาข้อมูล ทำงานจ็อบวิจัย เปิดเจอข้อมูลบางอย่างน่าสนใจ

 

ในศตวรรษที่ 19 สวนสัตว์ได้เน้นบทบาทการเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชนชั้นกลาง

และชนชั้นแรงงานในสังคมตะวันตก โดยที่ภาพลักษณ์ของสวนสัตว์ในฐานะสถานที่เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า

เพิ่งจะเกิดขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดแล้วหลายทศวรรษ  (อีกนัยหนึ่งคือเพิ่งเกิดขึ้นหลังยุคอาณานิคมสิ้นสุดลงหลายสิบปี)

ประเด็นสำคัญที่พอจะใช้เป็นข้อสรุปอย่างรวบรัด เกี่ยวกับการปกป้องสัตว์ป่าและพันธุ์พืชของประเทศอาณานิคม

 โดยเจ้าอาณานิคมอาจอาศัยข้อคิดจากการศึกษาเกี่ยวกับสวนสัตว์ในโลกตะวันตกที่ว่าสวนสัตว์เป็นสถาบันทางอำนาจแบบหนึ่ง

ที่ทำหน้าที่ตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่าและธรรมชาติที่ว่ามนุษย์เป็นฝ่ายที่อยู่เหนือธรรมชาติ 

 และในศตวรรษที่ 19 สวนสัตว์คือนิทรรศการที่แสดงสิ่งมีชีวิต บนระเบียบความรู้ทางภูมิศาสตร์ของตะวันตก

ที่ครอบคลุมความรู้ด้านชาติพันธุ์วรรณา, มานุษยวิทยา, พฤกษศาสตร์และธรรมชาติวิทยา (สิงสาราสัตว์) ให้ผู้ชมได้รับรู้และเข้าใจ

http://midnightuniv.org/midnight2544/0009999841.html

 ภาพลักษณ์และความหมายของสวนสัตว์ที่เราคุ้นเคยได้แก่

พื้นที่เพื่อการพักผ่อน แหล่งความรู้ และสถานที่อนุรักษ์สัตว์ป่านั้น…

http://socio.tu.ac.th/For%20Web%20(soc-anth)/2544_ANTH.htm#มน.44-13

ความคิดใหม่ของทฤษฎีวิวัฒนาการชีวิตโดยชาร์ลส์ ดาร์วิน ผลักดันให้นักวิทยาศาสตร์ละทิ้ง

ทัศนะแบบเดคาตส์และนิวตัน

 ที่มองและอธิบายโลกรวมทั้งสิ่งมีชีวิตในลักษณะเครื่องจักร และแทนที่ความคิดเก่าด้วยความคิดใหม่ที่ว่า

 สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพื่อความอยู่รอด

ดูเพิ่มเติม บทบาทของแรงงานในการเปลี่ยนลิงให้เป็นคน

http://www.baanjomyut.com/library/2548/marxists/page03.html

ผมแอบไปร่วมช่วยทำรายงานข่าว

คนงานโฮย่าชุมนุมครั้งที่ 5 เจรจายืดเยื้อถึงเที่ยงคืน

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=10828&Key=HilightNews

ขอจบเรื่องวันนี้ด้วยกระทู้เดการ์ต

 

Observer ผู้สังเกต…คืออะไรก็ตามที่รับรู้ เรียนรู้ ปรากฎการณ์ เป็นประสบการณ์…

ประสบการณ์ทั้งหลายล้วนมีส่วนประกอบสองส่วนเสมอ คือภายในกับภายนอก dualistic (อีกแล้ว???)

แล้วการแบ่งเป็นสองนี้ก็มิใช่การแบ่งแยกที่แท้แน่นอนอยู่ตลอดเวลา มนุษย์อย่างเราๆ

 ยึดเอาผิวหนังเป็นเส้นแบ่งขอบเขต เดการ์ตอาจจะยึด "ความคิด"

Cognito ergo Sum……………….. "I think therefore I am"

หนึ่งในอมตะพจน์ที่ quoted กันมากพอสมควร ทั้งใน version Latin

และภาษาอังกฤษ ของ Rene Descartes นักคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์

ที่เป็นที่รู้จักกันในความเป็นนักปรัชญามากกว่าศาสตร์ทั้งสองสาขาของเขา

http://webboard.wongnamcha.com/index.php?topic=131.msg%25msg_id%25

Cognito ergo Sum……………….. "I think therefore I am"

แต่ผม.. ฉันคิด ฉันรักเธอ

วันที่ 14

ผมเคยแนะนำเรื่องสวนสัตว์ในไทย มาแล้ว

ซึ่งวันนี้ผม อยากกลับมาพูดถึงนักปรัชญา อย่างนิทเช่
กล่าวว่าไม่มีความจริงอยู่ มีแต่การตีความ. ยิ่งในทางปรัชญามันเกิดอะไรขึ้น
ในทางปรัชญามันมี concept มานานแล้ว อย่างเช่นคำว่า สารัตถะ, กาย, จิต,
นิทเช่บอกว่านี่เป็นการตีความ เราตั้งชื่อให้กับการตีความ แล้วพอมันได้ชื่อแล้ว
มันก็ดำเนินไปกับสิ่งที่เรียกว่า "จิต" หรือว่า "กาย" ก็ตาม.
ผู้ตีความประโยค I think therefore I am ว่า "มันไม่มีอยู่จริง" 
 เหมือนกับนักปรัชญา
Wittgenstein พูดถึงความคิด, คนชอบไปหาว่า thinking มันอยู่ที่ไหน ? แท้จริงแล้วมันไม่มีนะ
มันมีแต่ activity เท่านั้น ก็คือว่านิสัยทางภาษาของเรา (linguistic habit) กำหนดให้เราหาตัวกระทำ
ซึ่งมันไม่มี เช่น I think therefore I am อันนี้เรามักจะ ให้ I เป็น agent ของ "การคิด".
————————————————————–

นักปรัชญา postmodern ที่ชอบอ้างถึงว่า "พระเจ้านี้ตายแล้ว"

และมาเปลี่ยนเป็น"มนุษย์นี้ตายแล้ว" เป็นความคิดของนิทเช่.

ที่บอกว่า"พระเจ้านี้ตายแล้ว" ก็เพราะศาสนาคริสต์ในโลกตะวันตก

มันไม่มีความหมายมาตั้งนานแล้ว ก็คือ มันไม่มีความหมายมา

ตั้งแต่ต้นคริสตศตวรรษที่ 18 แต่ผู้คนก็ยังทำตัวเหมือนกับไม่มีอะไร

ไม่มีปัญหา. ดูจากรูปภายนอกก็ยังเป็นชาวคริสต์อยู่ แต่ภายในไม่ได้นับถือแล้ว

จะเชื่อหรือไม่เชื่อ มันไม่ใช้ปัญหาสำหรับนิทเช่,

ที่สำคัญอยู่ที่ว่ามันมาควบคุมผู้คนในสังคม มันมาครอบงำ

ทำให้คนกลัวที่จะใช้ชีวิตกันอย่างเต็มที่, เป็นการสร้างสำนึก.

 ดังนั้นนิทเช่จึงพูดอย่างประชดประชันว่า

อันที่หนึ่ง"พระเจ้าตายแล้ว", และต่อมา

ทุกสิ่งทุกอย่างจะหวนกลับมาตลอด

 อันนี้ไม่ใช่กฎแห่งกรรม แต่เป็นการประชดประชันมนุษย์

ที่เชื่อว่า"ทำดี ได้ดี – ทำชั่ว ได้ชั่ว" หรือว่าทำคุณความดี

เอาไว้ในโลกนี้ ตายไปขึ้นสวรรค์จะมีรางวัล

ซึ่งมันเป็นคำพูดของศาสนาทุกศาสนาว่ามีรางวัลให้

 ทำบุญมากๆจะได้รางวัล. นิทเช่บอกว่าไม่มีอะไรเลย

เกิดมาพิการ จึงพยายามทำบุญมากๆเพื่อว่าในชาติหน้า

จะได้เกิดมาเป็นคนที่สมบูรณ์ นิทเช่บอกว่า

จะต้องมาเกิดอีกและเป็นคนพิการอีก.

คือความจริงไม่มีหลักฐาน เขาต้องการที่จะมาประชดประชันคนที่เชื่อแบบนี้

 
หนังสือเล่มแรก ในที่นี้ The Birth of Tragedy out of The Spirit of Music
[Die Geburt der Tragoedie aus dem Geiste der Musik] 1872.
ซึ่งเป็นผลงานวิทยานิพนธ์ของเขา. เขาเป็นคนที่เรียน classical philology
พูดง่ายๆก็คือว่า เขาเรียนภาษาศาสตร์ ภาษากรีกและภาษาลาติน
คือสิ่งที่เขาเชี่ยวชาญมาตั้งแต่เด็ก. และเขาได้เป็นศาสตราจารย์ตั้งแต่อายุ 25 ปี.
The Birth of Tragedy เรียกสั้นๆ สำหรับ Tragedy ก็คือ"โศกนาฏกรรมกรีก"
 เขาได้ไปวิเคราะห์ลักษณะของโศกนาฎกรรมกรีก
ส่วนเล่มที่สอง ที่เขาเขียน Untimely Meditations
[Unzeitgemaesse Betrachtungen] 1873. เล่มที่สอง
ซึ่งตั้งแต่หนังสือเล่มนี้เป็นต้นมา เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นมาเป็นคำพูดสั้นๆ
 คล้ายเป็นสุภาษิต. หนังสือเล่มแรกยังนับว่าเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นมาอย่างมีระบบระเบียบ
 แต่นับตั้งแต่หนังสือเล่มที่สองเริ่มไม่มีระบบระเบียบอะไรทั้งสิ้น
เป็นความคิดที่ชวนให้คิด และมีลักษณะเป็นกวีมากกว่าปรัชญา
หนังสือเล่มที่สาม ที่เขาเขียน Human, All too Human [Menschliches, All zumenschliches] 1878.
หนังสือเล่มที่สี่ คือ The Gay Science [Die froehliche Wissenschaft] 1882.
 คือแปลเป็นภาษาไทยแบบผม แปลว่า "วิทยาศาสตร์แบบสนุกสนาน"
หนังสือเล่มที่ห้า Thus spoke Zarathustra [Also sprach Zarathustra] 1883.
ถ้าแปลเป็นภาษาไทยง่ายๆก็คือ "คำพูดของซาราทรุสตร้า". สำหรับ
Zarathustra ก็เป็นศาสดา (old Iranian / ca 628 – ca 551 B.C. founder of Zoroastrianism)
หนังสือเล่มที่หก คือ Beyond Good and Evil [Jenseits von Gut und Boese] 1886.
เป็นงานเขียนเกี่ยวกับเรื่องจริยศาสตร์ หรือ Ethic ต่างๆ
หนังสือเล่มที่เจ็ด Towards a Genealogy of Morals [Zur Genealogie der Moral] 1887.
ซึ่งสำหรับหนังสือเล่มนี้ดูเหมือนจะมีผลกระทบต่อ Foucault มากทีเดียว.
สำหรับคำว่า Genealogy ในภาษาไทยแปลว่า"วงศาวิทยา" เป็นเรื่องเกี่ยวกับความคิด"ศีลธรรม"
และสำหรับเล่มสุดท้าย คือ Ecce Homo [Ecce Homo] 1888. เป็นเล่มที่อธิบายถึงผลงานของเขา

Eternal return (also known as "eternal recurrence")

 

มีการแปล ประโยคข้างบนไว้ว่า การเกิดซ้ำไม่รู้จบ หรือ การอุบัติซ้ำชั่วนิรันดร์ ใน นวนิยาย

เรื่อง ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต ก็ขึ้นต้นนิยาย ด้วย วาทะของนิทเช่ นี้แหละ

 

 แต่ว่า มันการตีความไว้หลายแบบมาก เช่น ความคิดพุทธศาสนา คือ กงล้อแห่งชีวิต

 The Wheel of life represents an endless cycle of birth, life,

and death from which one seeks liberation

 

http://en.wikipedia.org/wiki/Eternal_recurrence

 

นิทเช่ สนใจดนตรีอย่างมาก เคยมีเพื่อนเป็นคีตกวี ริชาร์ด วากเนอร์

และเขา ให้อิทธิพลทางความคิด อาทิเช่น

Influenced

Mann, Bataille, Camus, Deleuze, Derrida, Foucault, Heidegger, Iqbal, Jaspers, Jung, London, Shaw, Santayana, Adorno, Sartre, Baudrillard, Williams, Mencken, Strauss, Buber, Kafka, Butler

 

สรุปย่อๆเกี่ยวกับแนวคิดนิทเช่ หรือ นิตเช่

นิทเช่ ต่อต้านวิวัฒนาการแบบดาร์วิน,จุลประวัติศาสตร์ ,วิพากษ์ต่อวิทยาศาสตร์

ท้าทายการอธิบายวิทยาศาสตร์ ว่าแค่บรรยาย สาเหตุ-ผลลัพธ์โดยการอนุมาน

 

ต้นกำเนิดความดี

มีนัยยะแอบแผงในจริยศาสตร์แบบทาส มีพื้นฐาน altuism และเขาเปรียบมนุษย์กับแมลงบางชนิด

 

Genealogy of moral

ตั้งแต่มนุษย์เกิดขึ้น ก็ได้มีฝูง(Herd)ของมนุยื ขึ้นมา เช่น กลุ่ม ครอบครัว ฯลฯ

 

ความดี-ประวัติศาสตร์ พัฒนาศีลธรรม

สะท้อนคุณลักษณะ elite มีอำนาจใช้ให้คำนิยามและออก

กฏควบคุมพฤติกรรมของสังคม

 

พลังของฝูง

มีความเชื่อเรื่องศีลธรรม จึงเป็นความเชื่อของกลุ่ม และถือว่ากลุ่มสำคัญกว่าปัเจก ศีลธรรม คือ สัญชาตญาณ

ในการอยู่ร่วมกันเป็นฝูง

 

..การเชื่อฟัง ซึ่งอนุมานว่ามันได้ฝังอยู่ในสัญชาตญาณในรูปจิตสำนึกปกติ…

 

เราจะBeyond Good and Evill และจริยศาสตร์แบบธรรมชาตินิยม(naturalistic ethnics)ได้อย่างไร?

 

อาจจะทำแบบนิทเช่ เขาเห็นคนโบยตีม้า และเขาเข้าโอบกอดเจ้าสัตว์ ตัวนั้น ร้องไห้ และเป็นลมสลบไป

นิทเช่กลายเป็นคนเสียสติต่อมา เขาบ้าไปแล้ว มีการตีความว่าเกี่ยวข้องดังนี้

The first dream-sequence from Dostoevsky’s Crime and Punishment

 

แต่ผมคิดว่า ดูภาพนี้แล้ว น่าคิด กว่า น่ะ ครับ

 

http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Nietzsche_paul-ree_lou-von-salome188.jpg

 

คนเราจะเปรียบตัวเอง เป็นม้า ได้หรือไม่

http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Nietzsche_Olde_02.JPG

นิทเช่ พูดเรื่องการเมือง ต่างๆ

และชาตินิยม

ดูยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับของไทย 

ข้อเสนอเรื่องประชาชาตินิยมฝ่ายซ้าย ๑๔ ตุลาฯ นั้น

ผมได้อ่านและเห็นด้วยครั้งแรกจากบทความ ชาตินิยมในขบวนการประชาธิปไตย

ของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่ตีพิมพ์ออกมาหลังเหตุการณ์พฤษภาฯ 35

 

http://www.prachatai.com/05web/th/home/10817

 

"ศึกษารัฐไทย : วิพากษ์ไทยศึกษา"

ในวงวิชาการไทยศึกษาทั้งในและต่างประเทศ งานวรรณกรรมปริทัศน์

 (literature review) ขนาดยาวของอาจารย์ เบน แอนเดอร์สันชิ้นนี้

 เป็นต้นธารของการศึกษารัฐสัมบูรณาญาสิทธิ์สยามและชาตินิยมราชการไทยทั้งหมด

งานที่เกี่ยวกับรัฐ-ชาติไทยไม่ว่าของ นิธิ เอียวศรีวงศ์, เสกสรรค์ ประเสริฐกุล,

ธงชัย วินิจจะกูล, เกษียร เตชะพีระ ฯลฯ ล้วนได้รับอิทธิพลหรืออยู่ในกรอบ

ครรลองมุมมองแนวคิดของงานแม่บทของอาจารย์ เบน แอนเดอร์สัน นี้ทั้งสิ้น
……………..อ้างอิง นักวิชาการคนข้างบนดังกล่าวมาแล้ว…………

 

โครงร่างคร่าวๆ "อยากเขียน"เรื่องสัตว์ หลังเปลี่ยนนามประเทศไทย -2519

 

 When มีสวนสัตว์ แล้ว หลังปี 2490

 

ดูข้อมูลบริบท 2490

-http://www.prachatai.com/05web/upload/HilightNews/document/tongchai.pdf

และถนน เมือง และอำนาจ ในประวัติศาสตร์

http://www.midnightuniv.org/midnight2545/document95181.html

และหลังกรณีเขาพระวิหาร
http://www.charnvitkasetsiri.com/PDF/PreahVihearCK.pdf
เมื่อผีคอมมิวนิสต์ หลอกหลอนคน แต่นักโทษการเมืองออกจากคุก

เข้าป่า (อยู่หลังเขา!?!) จับอาวุธ พวกเขาถูกด่าว่า นิยมจีน ส่วนพวกเขาก็ด่าอีกฝ่ายว่า

 นิยมอเมริกา ซึ่งสถานการณ์ทางการเมือง ทำให้ไทย มองเพื่อนบ้านในอินโดจีน ว่า ป่าเถื่อน

เป็นคอมฯ -สัตว์
http://www.midnightuniv.org/midnight2544/0009999486.html
มีการแบ่งว่าสัตว์เมือง-สัตว์ป่า และก็เกิดผลงาน สัตว์การเมือง-กลุ่มกระทิงแดง ฯลฯ

 

คราทีนั้นฝูงสัตว์ทั้งหลาย
จะเกิดความอันตรายเป็นแม่นมั่น….

http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=10&s_id=15&d_id=8

 

http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=10&s_id=29&d_id=1&page=34&start=31

 

http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=10&s_id=29&d_id=1&page=38&start=31

 

http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=10&s_id=29&d_id=1&page=39&start=31

 

http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=10&s_id=29&d_id=1&page=40&start=31

ความทรงจำ ภาพสะท้อนและความเงียบในหมู่ฝ่ายขวาหลังการสังหารหมู่ 6 ตุลา

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2_comment.php?mod=mod_ptcms&ContentID=10331&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

หนังสือต้องห้าม

http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=10&s_id=30&d_id=25

http://www.bangkokbookclub.com/product.detail.php?lang=th&cat=44994.44998.44999&id=315714

นิเวศน์ชาตินิยมปะทะนิเวศน์ชาติพันธุ์(—-)

http://www.midnightuniv.org/midnight2545/document95260.html

 

ดังนั้น เราจะมองชาตินิยม แบบธรรมชาตินิยมของสัตว์ป่าฝูงใหญ่ VS อภิมนุษย์ ได้หรือไม่

ซึ่งอภิมนุษย์ บางทีก็แปลจากภาษาเยอรมันเป็นภาษาอังกฤษว่า คือ Over man

หรือ Superman และรากภาษาเยอรมันÜbermensch  mensch ความหมายของคนตรงข้ามกับสัตว์

และOver คือ เหนือกว่า มีความคิดข้ามพ้น ก้าวลง ฯลฯ ภาษาของนิทเช่ ฉบับภาษาอังกฤษ

เล่นกับสายตาของคนอ่านด้วย

ดูเพิ่มเติม

คือพจนาซาราทุสตรา ของ ฟรีดริช นีทเช่ ผู้แปล : มนตรี ภู่มี

Introducing Nietzsche
นิทเช่ : นักปรัชญาชาวเยอรมันผู้กบฎต่ออารยธรรมตะวันตก
โดย : Laurence Gane
ภาพประกอบโดย : Kitty Chan ผู้แปล : เทพทวี โชควศิน

และhttp://www.geocities.com/thenietzschechannel/zara.htm

 

ความคิดแบบที่นิทเช่ มอง ศีลธรรมเป็นความเชื่อของฝูง

 

และ ผลงานของนิทเช่ น่าสนใจเรื่องอภิมนุษย์ และThe Birth of Tragedy  เป็นต้น

โลกคงไม่ต้องการซุปเปอร์แมน ที่แก้ปัญหา ปลายเหตุ หรอก

 

ทำไมเราไม่ต้องการซุปเปอร์แมน

http://www.onopen.com/2007/editor-spaces/1366

เราจะมองการเกิดขึ้นของปรากฏการณ์มาอย่างไร?

 

 

อ่านข้อมูลของนิตเช่ อื่นๆ เพิ่มเติม คลิก..

http://en.wikipedia.org/wiki/Friedrich_Nietzsche

 

แล้วจะรู้ว่า ฟูโก้ เอาแนวคิด นิทเช่ :Use for studies ความบ้า เกี่ยวกับDiscourse etc.

 

http://midnightuniv.org/miduuu/newpage5.htm

เช่น Madness and Civilization: A History of Insanity in the Age of Reason (1961)

ภาษาฝรั่งเศสFolie et déraison: Histoire de la folie à l’âge classique, 

The Birth of the Clinic (1963)Naissance de la clinique: une archéologie du regard médical

,The Order of Things (1966)L’Ordre des Choses,

The Archaeology of Knowledge, L’Archéologie du Savoir

Discipline and Punish: The Birth of the Prison (1975), Surveiller et punir

และ The History of Sexuality

  is the title of a three-volume series of books by French philosopher

and historian Michel Foucault written between 1976 and 1984.

Originally published in French, the volumes are individually titled

The Will to Knowledge (Histoire de la sexualité, 1: la volonte de savoir เป็นต้น

มีอิทธพิลต่อคนเหล่านี้

Giorgio Agamben · Judith Butler
Homi K. Bhabha · Hamid Dabashi
Arnold Davidson · Gilles Deleuze
Hubert Dreyfus · Didier Eribon
Ian Hacking · Guy Hocquenghem
Paul Rabinow · Jacques Rancière
Edward Said · Hans Sluga
Michael Taussig

 http://en.wikipedia.org/wiki/Michel_Foucault

 

ฟังเพลง วง Linkin Park

Somewhere I Belong

 

When this began
I had nothing to say
And I’d get lost in the nothingness inside of me
I was confused
And I let it all out to find that I’m
Not the only person with these things in mind
Inside of me
But all the vacancy the words revealed
Is the only real thing that I’ve got left to feel
Nothing to lose
Just stuck/hollow and alone
And the fault is my own
And the fault is my own

I wanna heal
I wanna feel
………………

 

http://imusic.teenee.com/2/frame/4020.php

 

ผมทิ้งท้ายวันนี้ ด้วยเพลง

 

กันและกัน

 

 

ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม
มันอาจไม่เพราะไม่ซึ้งไม่สวยงาม เหมือนเพลงทั่วไป
อยากให้รู้ ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้
แต่กับเธอคนดีรู้มั้ย ฉันเขียนอย่างนั้นได้
 
เธอคงเคยได้ยินเพลงรักมานับร้อยพัน
มันอาจจะโดนใจและก็มีความหมายเหมือนๆกัน
แต่ถ้าเธอ ฟังเพลงนี้ เพลงที่เขียนเพื่อเธอเท่านั้น
ถ้าเธอเข้าใจความหมายแล้วใจจะได้มีกันและกัน
 
* ให้มันเป็นเพลง บนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน
อยู่ด้วยกันตราบเนิ่นนาน
ดั่งในใจความบอกในกวี ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง
คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจฉันมีปลายทาง………..


http://musicstation.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=7204

 

  ทำไมคนเราต้องเกิดมา…

 

 

วันที่ 21

 

สำหรับคนนับถือคริสต์ ซึ่งผมไม่ได้รังเกียจ

 

เขาบอกว่า มนุษย์เกิดขึ้นมาจาก พระวจนะของพระเจ้า….

 

นั่นคือว่า พระเจ้าเป็นศูนย์กลางให้กำเนิดมนุษย์ 

 

ผมเข้าไปเว็บของผู้เขียน 

 

Foucault’s Pendulum เล่มนี้ ผมมีภาษาอังกฤษ อ่านไม่จบ หนามาก

http://www.umbertoeco.com/id-51/Foucaults_Pendulum_1989.html

 

และThe name of  The Rose มีความน่าสนใจเอาเรื่องในหนังสือดังกล่าว

 

http://www.umbertoeco.com/

 

มาทำเป็นหนังแล้ว ตั้งนาน ดูได้ตามลิ๊งค์  มีข้อมูลอื่นๆ

http://www.umbertoeco.com/id-50/The_Name_of_the_Rose_1983.html

 

http://www.umbertoeco.com/id-38/Overview_the_name_of_the_rose_name_der_rose.html

มีประโยคว่า

 

"Who, in the name of God, is getting away with murder?"

เกี่ยวกับหนังออกแนวนักสืบแบบปรัชญา  ซึ่งผมเคยพูดถึงหนังสือเรื่อง นี้มาพอสมควร

 

 

ส่วนการเกิดของพุทธ เขาถือว่าแต่ละภพ แต่ละชาติ เรายังเวียนว่าย จนกว่าจะนิพพาน…

 

ดูเรื่องชาติ น่าสนใจ

http://www.midnightuniv.org/midnight2545/document9717.html

 

 In the End-Linkin Park

 

It starts with one thing
I don’t know why
It doesn’t even matter how hard you try
keep that in mind
I designed this rhyme
To explain in due time
All I know
Time is a valuable thing
Watch it fly by as the pendulum swings
Watch it count down to the end of the day
The clock ticks life away
It’s so unreal
Didn’t look out below
Watch the time go right out the window
Trying to hold on, but didn’t even know
Wasted it all just to watch you go
I kept everything inside and even though I tried, it all fell apart
What it meant to me will eventually be a memory of a time when

I tried so hard
And got so far
But in the end
It doesn’t even matter
I had to fall
To lose it all
But in the end
It doesn’t even matter

One thing, I don’t know why
It doesn’t even matter how hard you try
keep that in mind
I designed this rhyme, to remind myself how
I tried so hard
In spite of the way you were mocking me
Acting like I was part of your property
Remembering all the times you fought with me
I’m surprised it got so (far)
Things aren’t the way they were before
You wouldn’t even recognize me anymore
Not that you knew me back then
But it all comes back to me (in the end)
You kept everything inside and even though I tried, it all fell apart
What it meant to me will eventually be a memory of a time when I

Chorus

I’ve put my trust in you
Pushed as far as I can go
For all this
There’s only one thing you should know (2x)
http://imusic.teenee.com/2/frame/4004.php

 

 

ปล.ช่วงนี้ นั่งทำงานแบบเป็นหวัด

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s