การกลับมาของพระโพธิสัตว์ มีจริงหรือไม่

ผ่านไปเป็นเดือน กว่าจะได้กลับมาเขียน

 

ผมยังยุ่งๆเหยิงๆ กับปัญหาญาติเยอะ และมีปัญหาเปลี่ยนชื่อของตัวเองอยู่ครับ ล่าสุด กำลังตัดสินใจไปทำงาน กรุงเทพฯ !!!!

 

 เรื่อง ข้างล่าง ขอเว้นวรรคตอน ไว้ก่อน อีกครั้ง

 

ผมก็ทักทายกัน  และผมก็โหยหาความรู้สึกของการเป็นครูเหมือนกัน ซึ่งวันต่อไปผมอยากพูดถึงการไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวัน และหิ่งห้อย วันอบรมนักแปล จตุคามรามเทพ กับนครศรีธรรมราช ที่ทำให้แม่ของผมนึกถึงอดีต …หลวงปู่ทวด…  ผมไปสัมภาษณ์ คุณอภิชาติ นักเขียนที่สร้างผลงานเขียน จนถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องเพื่อนสนิท นักปรัชญา ค้านท์ กับความสบายในการสร้างสรรค์ผลงาน..อนันต์ บุนนาค …และmy art ที่จะมาโชว์ที่นี่ฯลฯ

 

มีเรื่องบางเรื่อง

ที่อยากระบายออก แต่ก็ยกไปปล่อยวาง ก่อน เช่น

 

ในอดีต มีญาติเป็นอาการทางจิต  ป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะไม่มีงานทำเลย

 

มาตรฐาน

 

เวลาที่หายไป

 

ขอกลับมาที่เรื่อง

พระโพธิสัตว์" คือ ผู้ซึ่งจะได้มาตรัสรู้เป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต ท่านอธิษฐานจิตถึงพระพุทธภูมิ ทุ่มเทปฏิบัติธรรม ช่วยผู้อื่นทั้งทางโลกและทางธรรม

 

พี่ไอซ์ ได้แวะมาคอมเมนต์ ที่สแปซ นี้เป็นครั้งแรก เกี่ยวกับเรื่องพระโพธิสัตว์ หลายวันก่อนเราคุยกันถึงเรื่องผู้บำเพ็ญบารมี ให้ทานแก่ หมาโดยไม่มีอาหาร ก็เอามือล้วงปาก จนอาเจียน เอาอาหารออกมา และ ให้ทานแก่เสือ ที่กำลังจะตาย กระโดดจากหน้าผาให้เสือ กินร่างกาย

 

ผมยังได้อ่านเจอ ว่า พระโพธิสัตว์บางชาติ ที่ยอมให้คนแบ่งร่างกายตัวเอง เป็นอาหาร ก็มีด้วย

เพื่อการสะสมบุญกุศล…

 

แต่ว่า ผมขอนำเสนอ สมุดภาพปริศนาธรรมไทย ซึ่งท่านพุทธทาสภิกขุ ได้บรรยายธรรมประกอบภาพไว้ด้วย

 

ภาพที่ ๕

อุปมา สิ่งที่เป็นแดนเกิดของปัญญา(ดูประกอบในเว็บ)

                                                                    http://www.geocities.com/Heartland/Fields/9416/picture/p5.html

ภาพดอกบัวใหญ่  บุรุษผู้เข้มแข็งถือพระขรรค์และจักรข้างละมืออยู่กลางดอกบัว  นี้แสดงคุณค่าของร่างกายไม่เกี่ยวกับใจ  แสดงว่า :-  ปัญญาเกิดจากกายอันเป็นของปฏิกูลเปรียบเหมือนโคลนที่เน่าเหม็นเป็นที่เกิดของดอกบัว

       ที่เขาเขียนปลา  เต่า ไว้นั้น  แสดงว่าเป็นน้ำ, ให้เข้าใจว่าดอกบัวนี่เกิดจากโคลนสกปรกใต้น้ำ แม้โคลนจะเน่าเหม็น  แต่เป็นที่เกิดของดอกบัวอันหอมหวนงดงามได้.  เหมือนร่างกายอันเน่าเหม็น  นี้เป็นที่เกิดของปัญญา  อันเปรียบกับจักรและพระขรรค์  ซึ่งใช้ตัดกิเลสตัณหา  ดังนั้นต้องรู้จักทำให้ปัญญาเกิดขึ้นเบิกบานเต็มที่  จึงมีกำลังพร้อมที่จะตัดกิเลสได้.

      ภาพเด็กเล็กๆ ที่ลอยเข้ามาหาผู้ถืออาวุธนั้น  หมายถึงความโง่ ความหลง ความมืดบอด  ซึ่งเรียกว่า "อันธการ"อันธการนี้จะต้องตัดเสียด้วยปัญญา.  ในที่นี้แสดงให้เห็นว่า  การจะทำลายกิเลสความโง่หลงนั้น  จำเป็นต้องมองให้เห็นว่ากิเลสมันเป็นต้นเหตุของความทุกข์เสียก่อน  มิฉะนั้นก็ไม่ทราบว่า  จะตัดตรงไหนจึงจะเกิดผลตามประสงค์  ดังนั้น  จำเป็นต้องสอดส่องมองให้เห็นตัว "อันธการ" คือ ความโง่หลง  ความผิดพลาดของตนเอง  ซึ่งมาจากเล่ห์เหลี่ยม "ตัวกู-ของกู"  ที่มีการเกิดขึ้นแล้วก็มีความทุกข์ตามมา มองเห็นให้ถูกต้อง  จึงมีปัญญาสามารถทำลายอันธการนั้นได้ทุกข์จึงจะดับไป.

       ถ้าถามว่า  ภาพนี้คืออะไรตอบว่า – ภาพอุปมากายเน่าเป็นแดนเกิดของปัญญา.  ดอกบัวที่หอมเกิดขึ้นจากโคลนที่เหม็นฉันใด  ปัญญาที่จะตัดกิเลสก็เกิดได้จากกายเน่าฉันนั้น  ดังนั้นทุกคนต้องทำให้ดี  บริหารให้ถูกทาง  ให้ปัญญาเกิดขึ้น  เบิกบานเจริญขึ้นเต็มที่  จนมีกำลังตัดกิเลสได้.  อย่าเป็นทาสของร่างกาย อย่าประพฤติผิดต่อร่างกายอันเป็นที่เกิดของปัญญา  ปัญญาจึงจะมีความแหลมคมถึงที่สุด.  รู้คุณค่าของกายเน่า  ใช้กายเน่าให้เกิดประโยชน์ถึงนิพพาน.

ภาพที่ ๔๖

อุปมา ความแตกต่างระหว่างโลกียะกับโลกุตตระ(ดูประกอบ ในเว็บ)

http://www.geocities.com/Heartland/Fields/9416/picture/p46.html

       ภาพนี้แสดงผลรวบยอดของการปฏิบัติธรรมอีก.

       ให้สังเกตุดูทางภาพครึ่งล่าง เป็นภาพคนตกน้ำและปลาติดเบ็ดนั่นคือการตกจมอยู่ในวัฏฏสงสาร.

       การที่ยังตกจมอยู่ในวัฏฏสงสารก็ต้องมีความทุกข์ มีความหมายเหมือนปลาที่ถูกเบ็ดเกี่ยวเอาไว้แล้วดิ้นอยู่นี้อย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งเหมือนกับว่า คนๆหนึ่งตกน้ำจะจมตายอยู่เรื่อย อาการทั้งสองอย่างนี้ หมายถึงการทนทุกข์ทรมานอยู่ในฝ่ายโลกียะนั่นเอง.

       ส่วนครึ่งบนของภาพ มีอาการที่ตรงกันข้าม คือทุกคนล้วนแต่อยู่บนบก เบาสบาย. คน ๔ คนนี้ หมายถึงพระอริยบุคคล ๔ จำพวก เป็นพระโสดาบัน เป็นพระสกิทาคามี เป็นพระอนาคามี และเป็นพระอรหันต์ในที่สุด ซึ่งตามสำนวนพระบาลีพูดว่า "คนขึ้นบกได้แล้ว" คือพ้นไปแล้วจากวัฏฏสงสาร หรือโลกียะ และนั่งแวดล้อมแก้ว ๓ ดวงบนบัลลังก์ ซึ่งหมายถึงนิพพาน อันเป็นฝ่ายโลกุตตระ.

       เรื่องนี้ก็จบลง ด้วยความหลุดพ้นจากความทุกข์ ถึงที่สุดแห่งทุกข์ในลักษณะอย่างนี้.

 

ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ คำอธิบาย ธรรมะ โดย ท่านพุทธทาส

http://www.geocities.com/Heartland/Fields/9416/picture/p46.html

 

วันนี้ผมเขียนอะไรสั้นๆ ประหนึ่งเรื่องสั้น

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to การกลับมาของพระโพธิสัตว์ มีจริงหรือไม่

  1. Zakariya says:

    สบายดีน่ะโว๊ย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s