How to do a Mind Map,โนบิตะ,แผนที่ชาติไทย,ชัยชนะของคนขี้แพ้

เงิน อดทน อดออมและสถาบันอัจฉริยะ

http://www.positioningmag.com/magazine/Details.aspx?id=43615&menu=

 http://www.geniuscreator.com/

"แผนที่ชาติไทย"

วิถีแห่งโนบิตะ ชัยชนะของคนไม่เอาถ่าน

  http://jommoj.exteen.com/20061027/entry

  How to do a Mind Map  ในgoogle.co.th

 

ส่วนผสมของความบ้า ข้างบน-ข้างล่าง

สมอง และไอคิวของคนเรา สามารถพัฒนาไปได้อีกเรื่อยๆ และการทำงานอย่างสร้างสรรค์มีหนังสือ สถาบันฯจำนวนมาก แนะนำว่าให้ใช้ส่วนผสมของความคิด สิ่งต่างๆ ชีวิตจะเกิดการสร้างสรรค์ เราอาจจะรับทัศนะ ความเป็นไทย วัฒนธรรม การเขียนแผนที่ ชีวิต จิตใจ แผนพัฒนาประเทศ และทิศทางของความคิดเรา และผู้คนรอบๆตัวมาปรับใช้ ในการไม่ใช้เงิน แล้วดำรงชีวิตอยู่ได้ หรือใช้เงิน ให้หมุน เก็บเงินอดออม ในสังคมไทย ที่ว่ามีออมส่วนหนึ่ง จากส่วนที่ควรจะใช้ทั้งหมดอย่างไร? เป็นไปได้ไหม การไม่ใช้เงิน คือใช้เงินให้น้อยที่สุด โดยที่คนไม่เอาถ่าน และคนขี้แพ้ บางสายพันธุ์จะอยู่รอดในโลกนี้ได้ เหมือนโนบิตะ ที่โชคดีในท้ายที่สุดในอนาคตได้ ป่ะ

   หลายทัศนะเกี่ยวกับชีวิต- ใครกำลังมีอาการนี้อยู่

เรารหัส 42 เป็นเด็กฝั่งสวนดอก อยากรู้ว่า เพื่อนๆรุ่นเดียวกันเคยมีอาการ เบื่องานที่ตัวเองทำอยู่มั่งรึเปล่า คือเราทำงานมา 4 ปี เปลี่ยนงานมา 3 ครั้ง ปัจจุบันทำงานอยู่ในองค์กรใหญ่ รายได้ดี เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้เริ่มงานใหม่ ท้าทายกับงาน แต่พอผ่านไปซักปี หรือ สองปี เราก็จะเริ่มรู้สึกว่างานนี้ไม่ใช่ จริงๆ แล้วสิ่งที่เรารู้ตัวที่สุดคือ เราค้นหาตัวเองไม่เจอต่างหากว่าเราชอบอะไร ทุกวันนี้ เราอิจฉาคนที่มีความสุขกับงานที่ทำ และอิจฉาคนที่หาความฝันหรือจุดหมายของตัวเองเจอ คิดถึงเชียงใหม่ แต่เชียงใหม่ไม่ใช่ที่ที่จะกลับไปทำให้ฝันเป็นจริง ช่วยแชร์ประสบการทีนะ

 

ไงดีละปกติไม่ใช่คนพิมพ์อะไรนะ แต่อยากแชร์ เราจบมาตกงานอยู่2วันก็ได้งานเป็นลูกจ้างที่กรมส่งออกรัชดา เป็นงานที่ดีท้าทายดี แต่เราก็ไม่ชอบตั้งแต่เดือนแรกๆ เรารู้ว่าเราต้องการอะไร เราแค่อยากมีเงินมากๆ เรารู้ว่าเราถนัดเล่นหุ้น ตอนทำงานที่กรมมีเรื่องมากมาย ต้องอยู่หอเอง ต้องใช้ชีวิตเอง บางครั้งก็ถูกดูถูกจากผู้ใหญ่ บางครั้งก็ได้มีโอกาศประชุมกับคนใหญ่คนโต สุดท้ายก็มีโอกาสจะได้เป็นราชการเพราะผู้ใหญ่ช่วย แต่เราก็ลาออกก่อน แล้วก็ไปคุยกับผู้ใหญ่ที่ช่วยบอกว่า เราไม่ชอบงานราชการ เราไม่ควรได้รับโอกาสนี้ สุดท้ายก็ได้รับรองงาน 1ปีพอดี จบ จากนั้นเราก็ออกมาเล่นหุ้นสมใจ ทุกเดือนได้เงินมากกว่าเงินเดือน 2 เท่าบ้าง 3 เท่าบ้าง แต่ก็รู้ตัวว่ามีเงินไม่ได้ทำให้มีความสุข เรากับอยากทำอะไรมากกว่านี้ รู้สึกเหมือนไม่ได้ทำประโยชน์อะไรในแง่สังคม แต่ตอนนี้ก็ได้โอกาสครั้งต่อไปในที่หากออกไป ลองดูเผื่อจะมีอะไรใหม่

รหัส 42 เหมือนกันเลย ทำงานมาแค่สองที่
แต่บอกตรงๆว่ายังไม่ใช่งานที่ใช่อีกเหมือนกัน ตอนนี้เรากำลังกระจายใบสมัครไปที่ต่างๆอยู่ แต่หลายครั้งนะ เราก็มานั่งคิดเลยว่า จะเอางานที่เงินเดือนเยอะๆ สร้างฐานะครอบครัวดี หรือเอางานที่เราอยากทำแต่เงินเดือนน้อยดี แต่ปัจจัยหลักของเรา คือ เบื่อกรุงเทพสุดๆแม้ว่าเงินเดือนจะใช้ได้ แต่ก็คิดถึงบ้าน
ตอบได้เลยว่าตอนนี้ก็กำลังสับสน และไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่ ยิ่งเห็นเพื่อนที่เรียนจบโทด้วยกัน เปลี่ยนงานกันยกใหญ่แล้วก็ดูมีความสุขดี เราก็มานั่งถามตัวเองว่าต้องการอะไร แล้วจะเลือกทางไหน
แต่อยากให้ จขกท มั่นใจว่าทุกคนมีทางเลือก ขอให้คิด ตรึกตรองดูเถิด อืม เป็นกำลังใจให้นะ
555
ทั้งๆที่ตัวเองก็สับสนอยู่อะ

เจอปัญหาเดียวกันเลยครับเบื่องานที่ทำอยู่อยากเปลี่ยนงานใหม่..อยากลงทุนทำอะไรสักอย่าง..แต่ทว่าขาดเงินลงทุนยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจฝืดเคือง น้ำมันก็ขึ้น ของก็แพง ค่าครองชีพก็สูง

 

… 42 เหมือนกันนะครับ …
… ผมทำงานมา 4 ปี กับ 3 บริษัท …
… เอ่ยชื่อต้องร้องอ๋อ ทุกที่ …
… ตอนนี้ก็เริ่มเบื่อที่ทำงานปัจจุบันเหมือนกัน เรื่องคนเป็นเรื่องที่น่าเบื่อที่สุด คนที่คิดไม่เคยไกลกว่าวงแขนตัวเองเนี่ย …
… ผมเคยคิดที่จะลาออกเพราะมีความคิดไม่ตรงกันตัวแทนผู้ถือหุ้น …
… แต่ถ้าผมออกตอนนี้ ก็คือผมยอมแพ้ แล้วผมจะต้องคอยหนีคนแบบนี้ไปตลอด …
… ซึ่งคนแบบนี้ที่ไหนมันก็มี และมักจะเป็นคนใหญ่คนโตด้วย …
… ต้องสู้ครับ สำหรับผม ทำได้ครั้งหนึ่งแล้วต่อไปก็จะเป็นเรื่องง่าย …

… ถ้าถามว่าพอใจกับรายได้หรือไม่ ผมจะบอกว่าไม่คุ้มค่ากับการเสียสุขภาพจิต …
… สี่ห้าหมื่นแลกกับการกลับบ้านพร้อมกับอาการปวดหัวทุกวัน ผมว่าไม่คุ้มครับ …
… แต่ก็ต้องสู้ครับ ไม่งั้นก็แพ้ไปตลอด และก็ต้องหนีไปตลอด …
… ขึ้นชื่อว่าทำงาน ไม่มีสบายหรอกครับ อันนี้ต้องทำใจ …

เห็นเพื่อนๆ เป็นแบบนี้กันหลายคน เบื่อที่ทำงาน อยากเปลี่ยนงาน ฯลฯ แต่พอดีเราเรียนโทอยู่ ยังไม่เคยทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน แค่ช่วยกิจการทางบ้านบ้างเท่านั้น เห็นด้วยที่ว่าปัญหาใหญ่ที่สุดคือเรื่องคนเนี่ยแหละ

เพื่อนเราบางคน ดิ้นรนออกจากบริษัทใหญ่ๆ มาขายเฉาก๊วย ขายน้ำดื่มตามตลาดนัด , ถนนคนเดินแทน

บางคนก็เรียนต่อ

ตัวเราเองก็กลัวๆ อยู่เหมือนกัน ว่าวันนึงที่เราเรียนจบ แล้วเราจะเจอปัญหาเหมือนที่ว่ามาหรือเปล่า แต่คิดๆ แล้วก็คงเลี่ยงไม่ได้หรอก

เอาเป็นว่า สู้ๆ ละกันนะ

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=cmupark&topic=38225

แผนที่ชาติไทย และแผนที่ของชีวิต

จากการออกเดินทางสำรวจโลก บนแผนที่ประเทศไทยของผม(โดยหวังว่าเส้นผมไม่บังภูเขา) ระหว่างที่ไปเดินทางผ่านภาคอีสานมาแล้ว ก่อนที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยอย่างแท้จริง เมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลก็ยังพยายามที่ จะสร้างเขตแดนให้กว้างขึ้นกว่าเดิมของแผนที่ประเทศไทย และน่าจะมีผลต่อปัญหาภาคใต้ในปัจจุบันด้วย ส่วนทางด้านอาณาจักรล้านนา ถูกระแวงตลอดเวลา แม้จะถูกกลืนเป็นจังหวัด และเจ้านายฝ่ายเหนือสลายลงแล้ว ทว่าก็มีความคิดที่จะแบ่งแยกเขตแดนเหมือนกัน ที่น่าน-หลวงพระบาง ดังที่ ส.ธรรมยศ ปัญญาชนของภาคเหนือ ได้ชี้ให้เห็นไว้ในผลงานของเขา ทีมีการบันทึกถึงไว้โดยลูกศิษย์คนสำคัญ ผู้เขียนผลงานเกี่ยวกับ ลุ่มน้ำแม่ระมิงค์ (เรื่องนี้ ผมจะเขียนถึงในโอกาสต่อไป)

นอกจากนี้ เขายังผลงานโดดเด่นทางปรัชญา และเขามีความสามารถเขียนผลงานทางประวัติศาสตร์ วรรณกรรม อื่นๆ โดยที่เขามีเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือ ที่ลำปาง เคยเรียนเทพศิรินทร์เหมือนกับกุหลาบ สายประเดิษฐ์ ถ้าจะจัดว่าสำนักของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สร้างนักเขียนอย่างเช่น ยาขอบ อยู่ในช่วงยุคสมัยผู้ประพันธ์ ผลงานด้านประวัติศาสตร์จำนวนมาก ดังเรื่องผู้ชนะสิบทิศ คือ ยาขอบ(โชติ แพร่พันธุ์) นักเขียนเชื้อสายเจ้านายแพร่ ในช่วงร่วมสมัยยุคก่อนสยามกลายเป็นไทย ซึ่งเขียนผลงานแนวตลกขบขัน ได้รับคำแนะนำจากศรีบูรพา ให้เขียนผลงานปลอมพงศาวดารขึ้น เป็นต้น ส่วนของส.ธรรมยศ ก็น่าจะมีเหมือนกัน

เมื่อแผนที่ชาติไทย จุดเปลี่ยนของถนนหนทางในการเดินทาง ผ่านระหว่างจังหวัด ในอดีต สะท้อนประวัติศาสตร์ ที่ยังสร้างไม่เสร็จสิ้น นักเขียนไทย ที่มี อัตลักษณ์ระหว่างกันยังมีสังกัด กลุ่มเพลินจิตต์ ต่างกันได้ แล้วที่ว่านักเขียนภาคเหนือ จะสร้างอาณาบริเวณสาธารณะ คือกลุ่มนักหนังสือพิมพ์คนเมือง   นสพ.โยนก อื่นๆโดยที่มีความแตกต่างระหว่างยาขอบ ที่เป็นคนเชื้อสายเจ้านายแพร่ ข้ามความสัมพันธ์เข้ากับกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยสังกัด คณะสุภาพบุรุษ และมีความรู้ทางวรรณกรรมสมัยใหม่นั้น ได้ให้ความสำคัญกับการรวมตัวของนักเขียนคณะนี้ว่า เป็นจุดพลิกผันที่สำคัญยิ่งต่อพัฒนาการของวรรณกรรมไทย เป็นเวทีให้นักเขียนหนุ่มได้เสนองานเขียน ที่ก้าวไปบนเส้นทางจินตนิยม อันต่างไปจากนิยายแบบเดิม ที่เขียนกันในสมัยนั้น อีกทั้งยังเป็นหมุดหมายทางวรรณกรรมไทยสมัยใหม่ และคือรากเหง้าของวรรณกรรมสมัยใหม่ ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม……….

อย่างไรก็ดี ไม่ว่า ส.ธรรมยศ มีความต้องการจะสร้างสำนักของเขา ถ้าสำเร็จขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้น เราไม่อาจรู้ได้ แต่ว่าในอดีต เขามีชีวิตสั้น แค่อายุ 38 ปี เขาก็เสียชีวิต ก่อนที่จะอยู่มาเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศหลังจาก พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา

จุดเปลี่ยนของประเทศไทย ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ก็ได้พัฒนาถนนหนทางขึ้นมา จวบจนปัจจุบัน ที่ผมนั่งรถเดินทางไป ที่อีสาน ต่างจากในอดีต ที่เขตแดนระหว่างอาณาจักร หรือ จังหวัดอาจจะเป็นดินแดนศักดิสิทธ์ ที่ไม่ใช่จะข้ามผ่านกันง่ายๆเลย ไม่ว่าจะเป็นตำนานจักรๆ วงศ์ๆ ของไทย ที่ว่า เจอฤาษี สิ่งลี้ลับต่างๆ หรือถ้าจะเปรียบเทียบกับการเดินทางของนักเขียนตะวันตก โอดิสซีของ โฮเมอร์ –มาร์โคโปโล –ดอนฮิโคเต้ จนถึงงานวรรณกรรมยุคใหม่(ที่ต่างจากงานของโสเครติสตรงที่ว่าทำให้ความรู้เป็นเรื่องใกล้ตัว) เมื่อมีมุมมองต่อนักเขียนไทยสมัยใหม่ ที่อาจารย์ประมวล เดินทางเขียนผลงานผ่านประสบการณ์แผนที่ประเทศไทยแล้ว ไม่ว่าจะมองด้านอิทธิพลผลงานของอินเดีย ผู้ชื่อว่า คานธี หรือ สาทิศ ผู้เดินทางจาริก ก็ตาม

การเดินทางของนักเขียนเพื่อแสวงหาความรู้ เพื่อสะท้อนแง่มุมชีวิตของประเทศนั้นๆ ถ้าเราเดินทางอยู่ในประเทศเผด็จการ อย่างที่ผมเคยเดินทาง ในพม่า ก็มีขอบเขตที่นักท่องเที่ยวจะต้องหวาดกลัว ผงะเจอทหารๆ(ความรู้ต้องไม่ห้าม:จักรญาณนิยม.) แต่ว่าในประเทศที่เดินทางเพื่อศาสนาจะสะท้อนแง่มุมของชีวิตออกมาโดยอาจารย์ประมวล ผู้เกี่ยวข้องสำนักมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน พยายามสะท้อนความรู้ผ่านการเดินทาง ร่างกาย และจิตวิญญาณ ออกมา…

http://www.thaiwriternetwork.com/twncolumnread.php?id=156
http://www.thaiwriternetwork.com/twncolumnread.php?id=154

มหาตมะ คานธี

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B0_%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B5

สาทิศ กุมาร

http://lonelysyndrome.exteen.com/20060708/entry#

http://www.ffc.or.th/ecom/catalog/product_info.php?products_id=11

ส่วนตัวของผม การเดินทางประหนึ่งเดียวกับชีวิต สมมุติว่าผมออกจากบ้านไปแล้ว กลับมาจะเหลือเพียงเศษเส้นผมของเธอในห้องนอน.. เพียงลำพังของผมก็ตาม

 

ปล.เมื่อวานก่อน และ วันก่อน เจอลูกศิษย์ และครู ที่พิจิตร ทำให้พูดคุยกันเรื่องโรงเรียนยอแซฟ –ผลกระทบของการพัฒนาและโลกาภิวัตน์ต่อชาวขมุระหว่างแม่น้ำโขงตอนบน ไทย – ลาว โดย อรรคพล สาตุ้ม โรงเรียนยอแซฟ จังหวัดพิจิตร — ผลงานนำเสนอ ณ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ฯลฯ

ผมก็ทักทายกัน  และผมก็โหยหาความรู้สึกของการเป็นครูเหมือนกัน ซึ่งวันต่อไปผมอยากพูดถึงการไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวัน และหิ่งห้อย วันอบรมนักแปล จตุคามรามเทพ กับนครศรีธรรมราช ที่ทำให้แม่ของผมนึกถึงอดีต …หลวงปู่ทวด…  ผมไปสัมภาษณ์ คุณอภิชาติ นักเขียนที่สร้างผลงานเขียน จนถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องเพื่อนสนิท นักปรัชญา ค้านท์ กับความสบายในการสร้างสรรค์ผลงาน..อนันต์ บุนนาค …และmy art ที่จะมาโชว์ที่นี่ฯลฯ

ฟุตบอล นานๆดูสักครั้ง

จำนวนแชมป์พรีเมียร์ชิพ ในความครอบครองของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และไรอัน กิ๊กส์  เท่ากับ 9 และถ้าแมนยู เอาชนะเชลซี ในรอบชิงชนะเลิ้ศเอฟเอคัพ สุดสัปดหา นี้ โดยกิ๊กส์ มีส่วนร่วมด้วย ปีกชาวเวลส์ จะใสถิติคว้าแชมป์รายการสำคัญ 17 เท่ากับเกียรติประวัติสูงสุดที่ทำไว้โดย ฟิล นีล แต่ว่า ดร็อกบา ดาวซัลโลของเชลซี ซัดประตูเข้าไปสร้างชัยชนะเหนือแมนยู ดับฝัน …ถอดรหัสเลขหมายพรีเมียร์ 2006-2007 ที่มาข้อมูลจากมติชน 17พ.ค.2550

เซ้งเลยๆ โอ้โห เชียร์แมนยูฯ น่ะเนี่ย

คนไม่เอาถ่าน

http://www.musicatm.com/view.php?No=3486

How Deep Is Your Love

http://imusic.teenee.com/2/frame/2604.php

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s