ยามพราก

ยามพราก……..กับอาการปวดหัวของร่างกาย…..
 
ผมอ่านผลงานหนังสือเรื่อง ยามพรากของนักเขียน คนหนึ่ง ประทับใจมาก
 
ในรวมผลงานกลอนเปล่า ความเรียง และเรื่องสั้น
 
มันเป็นผลงานของนักเขียนหนุ่ม ที่"ไปบนเส้นทางอวิชชา"
 
บอกลากองบรรณาธิการไว้ เช่นนั้น และเขียนจากใจผู้เขียนถึง
 
ความหนุ่ม สาว ว่า "…จากเพียงทัศนะของสมณะผู้ซูบซีดเท่านั้น ที่เห็นว่าความรู้สึกนึกคิดของหนุ่มสาวเป็นเรื่องน่าเศร้า เป็นความตื้นเขินอันน่าสมเพช ขอให้สมณะจงไปลงนรกเสียเถิด …"
 
ทุกคนปรารถนาความเป็นหนุ่ม สาว ด้วยกันทั้งนั้น ทุกคนต่างอยู่ในเงามืดของข้อเท็จจริง ที่ว่าเขาอยากเป็นหนุ่มสาวอยู่ชั่วนิรันดร์ ทุกคนต่างถูกกักขังอยู่ในกรงขังของข้อเท็จจริงที่ว่าเขาหวาดกลัวความแก่ชรา แต่เมื่อเขาตระหนักว่าเขาไม่สามารถแหกกรงขังนี้ได้แล้ว ต่างหาก ที่เขาหันไปรักและทำความเข้าใจความชรา!…และตั้งชื่อให้มันว่า ความชาญฉลาด หรือความสุขุมคัมภีรภาพ..
เล่าขานกันว่า โสโฟรคลีส แจ่มแจ้งในวิถีแห่งชีวิตมนุษย์ และเขียนโศกนาฎกรรม ที่ยิ่งใหญ่ได้จากการเพ่งพินิจทะเลอีเจี้ยน แมทธิว อาร์โนลด์ เขียน โดเวอร์บีช กวีนิพนธ์ที่เป็นอมตะ เพราะได้แรงบันดาลใจจากการจ้องมองทะเลเหนือที่ถูกอาบด้วยแสงจันทร์ ฉันผู้ไร้คุณค่า และยังหาจุดหมายให้ตนเองไม่พบ จึงได้แต่เพียงจารึกด้วยถ้อยคำทั้ง ห้าบรรทัดนั้นลงบนผืนฟ้า ด้วยยังหวังอยู่อย่างเลื่อนลอยว่า การกระทำเช่นนี้ จะให้ความว่างเปล่าในชีวิตถูกแทนที่ด้วยความหมายบางอย่างขึ้นมาได้บ้าง
บรรทัดสุดท้าย ฉันเขียนลงไปว่า "อุทิศแด่ทะเล จุดกำเนิดแห่งชีวิต และสุสานของฉัน ก่อนที่ความตายจะมาถึง"

 ……………ดอกไม้…………..

มีชายชรา ขายดอกไม้ คนหนึ่ง เดินซอกซอนเข้ามาในท่ามกลางสีสันอันทึบมัวของวงกตแห่งย่านเสื่อมโทรมนี้ทุกวัน ห่มคลุมกาย ด้วยอาภรณ์ ที่ปุปอนและซีดเซียวดุจวณิพก  ใบหน้าเหี่ยวย่น และหยาบกร้านด้วย ริ้วรอยแห่งชราภาพ มือทั้งสองประคองตะกร้าหวายใบใหญ่ บรรจุดอกไม้ที่ถูกจัดแบ่งไว้เป็นช่อ แต่ละช่อห่อหุ้มด้วยใบเตยหอม หรือใบตองสีเขียวสด และกลัดด้วยเข็มไม้ไผ่ จะมีหยาดน้ำจับเกาะพร่างพราว….ไม่ว่าอากาศจะร้อนปานใด….
 
รอยยิ้มปรากฏอยู่ที่ริมฝีปาก….ในแววตา..ในดวงใจ… แก่ชราแล้วก็จริง น้ำเสียงยังไม่แหบพร่าและสั่นเครือ หากใสสะอาด และก้องกังวาน "แวนด้า กุหลาบ แอสเตอร์ เยอบีร่า มะลิซ้อน บัวสีน้ำเงิน…" บางครั้งทอดยาวเนิ่นนาน …บางทีเขาสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งของถ้อยคำ
เสียใหม่ให้มันมีลีลาอย่างบทเพลงหรือกวีนิพนธ์..
 
ฉันเองก็ซื้อดอกไม้เหมือนกัน ทั้งที่ไม่เคยรักที่จะเห็นดอกไม้ถูกพรากมาจากลำต้นของมันเพียงเพื่อความงามและคุณประโยชน์ของแจกันเลย
 
แต่ฉันซื้อก็เพราะฉันรักชายชราผู้นี้…
 
 
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานคนเขียน ยามพราก…
 
 
ดูดวงจันทร์สิ ทอแสงสีเหลืองแกมแดงละมุนละไม
งดงามเหลือแสนจนฉันหลงเพ้อไปว่า
มันทอแสงลงมาเพื่อฉันแต่เพียงผู้เดียว
ค่ำคืนเช่นนี้เองที่จินตกวีโบราณจินตนาการ
เห็นกินรีถอดปีกหางออกสถานกายในสระอโนดาต
หรือหมู่นางพรายจับระบำรำฟ้อนกันอยู่บนลานหญ้าเขียวขจี
ใต้เงาไม้ร่มรื่นที่กำลังออกดอกสะพรั่งและกระจายกลิ่นหอมอบอวล
หรือได้ยินเสียงขับขานบทเพลงของนางเงือก
อันเป็นบทเพลงที่หากมนุษย์ได้ยินเข้า จะหลงใหลเพ้อคลั่ง
และสูญเสียความทรงจำทั้งหลายทั้งมวลไปตลอดกาล

    — แดนอรัญ แสงทอง ใน เพลงรักคนพเนจร

http://www.faylicity.com/porch/porch90.html

 

ขอจบด้วย เรื่องเจ้าการะเกด

คือเรื่องความรักในวัยเยาว์ ทั้งคู่ต่างมีความฝันจะเริ่มต้นครอบครัว โดยได้หักร้างถางพงมาเป็นผืนดินทำนา แต่แล้วจุดเริ่มต้นแห่งความวิบัติก็บังเกิดขึ้น เมื่อมีเสือตัวหนึ่งลากเอาวัวไปกิน เหตุการณ์นี้กระทบใจหนุ่มควันเทียนอย่างยิ่ง เพราะแม่ของเขาก็ถูกเสือฆ่าตาย ซึ่งเขาได้เป็นพยานเห็นโศกนาฏกรรมนี้ด้วยตนเอง

 แม้ "เจ้าการะเกด" จะเป็นชื่อเรื่องและชื่อรองบนปกเขียนไว้ว่า "เรื่องรักแต่เมื่อครั้งบรมสมกัปป์" แต่ตัวละครที่มีบทบาทเด่นที่สุดไม่ใช่เจ้าการะเกด แต่เป็นธรรมชาติและป่าในอดีต หากจะจัดเรื่องนี้เป็นเรื่องรักในอดีต ก็เป็นรักของธรรมชาติในสมัยที่ผืนป่ายังไม่ถูกทำลาย

http://www.faylicity.com/book/book1/karaked.html

 

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s