การสะสมความทรงจำ ต่อเมืองเชียงใหม่ เชียงทอง เชียง(เมือง)

1 มิถุนา
ขายหนังสือ
1 มิถุนายน พ.ศ. 2487 (ค.ศ. 1944)วันถึงแก่กรรม – พันเอก พระยาทรงสุรเดช (เทพ พันธุมเสน) ผู้ก่อการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 (เกิด 12 สิงหาคม พ.ศ. 2435) ซึ่งผมได้ประกาศขายเล่มประวัติชีวิตพระยาทรงฯ ในต่างแดน(*) ไปแล้วมาขายอีกหนึ่งเล่ม คือ กำลังความคิด รีวิวสั้นๆหนังสือแนะนำฝีกสติ สมาธิใช้ความคิด ซึ่งผมเคยเขียนถึงผลงานของหลวงวิจิตรวาทการมาบ้างแล้ว ยกตัวอย่างหลวงวิจิตร ผู้เขียนบทละครอิงประวัติศาสตร์แนวชาตินิยม ที่มีการกล่าวถึงในหนังสือกำเนิดสยามจากแผนที่ฯ (แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ของวิบูล วิจิตรวาทการ ซึ่งนิยายบุพเพสันนิวาส ก็อ้างด้วย)

โดยผมเป็นผู้อ่านหนังสือของหลวงวิจิตรวาทการ มาหลายเล่ม (**)ทั้งหนังสือของหลวงวิจิตรวาทการ เป็นแนวคลาสสิค How to ต่างๆ ซึ่งสมัยตั้งแต่ผู้เขียนใช้คำนำหน้านามว่า “เด็กชาย” โดยเติบโตมาใช้คำนำหน้าว่า “นาย” แล้วต่อมา ผู้เขียนก็รับรู้ถึงการวิจารณ์ผลงานของหลวงวิจิตรวาทการมาเรื่อยๆ รวมทั้งผู้เขียนประเมินตนเอง ก็ไม่สามารถบรรลุถึงสิ่งที่หนังสือสื่อให้พัฒนามันสมองดีก็ตาม สำหรับผู้อ่านสนใจพัฒนามันสมองกับความทรงจำ ก็สามารถติดตามอ่านหนังสือมันสมอง พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2471 และหนังสือกำลังความคิด พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2494 มหาบุรุษ กำลังใจ กำลังความคิด

แน่ละ อย่าลืม มีหนังสือเล่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่หลวงวิจิตรฯ ซึ่งผมเคยประกาศขายแล้วตามลิ๊งค์(***) ซึ่งเราสะสมหนังสือความรู้กันไว้ สำหรับพัฒนาประเทศทางเศรษฐกิจด้วย

*ชีวิตพระยาทรงฯในต่างแดน

**เล่าเรื่อง “เอกสารในวันประกาศเป็นวันชาติ” และ “หนังสือมันสมอง” ของ “หลวงวิจิตรวาทการ”
https://prachatai.com/journal/2010/07/30315
ดูเพิ่มเติมการรีวิวหนังสือของหลวงวิจิตร ฟังได้ทางยูทูป ยกตัวอย่าง
มันสมอง บทที่ 4 สมาธิ (Concentration) พล.ต. หลวงวิจิตรวาทการ

มันสมอง บทที่ 6 ความจำ (Memory) พล.ต. หลวงวิจิตรวาทการ

***ขายหนังสือ 1.เฟรเดอลิก เทย์เลอร์ ราคา85บ.

1.2

ผมฝากกดไลค์ กดแชร์ผลงานของผม : สัตตภัณฑ์ไตรภูมิเล่าความดี ร่วมประกวดวาดภาพบนกำแพง(ไม่ได้แทกใครเกรงใจ) ใครกดไลค์กดแชร์ขอให้เฮงๆ ไม่เครียด ไม่จน ครับ(ปิดโหวต 7 มิถุนา)

1.3
สถานธรรม ไท่หลิน เชียงใหม่
เมื่อผมมีโอกาสไปสถานธรรมตามภาพ ทำดีได้ดีจากวันนี้ผมบังเอิญเจอคนจร ขออาหารผมได้ให้อาหารสำเร็จรูปไปหนึ่งซอง ขอให้คนทำไม่ดีกับผมให้ได้รับความไม่ดี ทำดีกับผมให้ได้ดี และสุขภาพของผมให้ดีขึ้น และเลขหวยออกหมายเลขใกล้ตัวเลขท้าย95มีคนแซวผมด้วย ซึ่งวันนี้ผมเจอไฟดับสั่งเครื่องดื่มปั่นในเซเว่น ก็ไฟดับ ในหลายเรื่องในชีวิตประจำวันที่หยุดใช้เฟซฯ ซึ่งผมกำลังวางแผนวันนี้ยกตัวอย่างทดลองส่งผลงานไปต่างประเทศเกี่ยวกับงานวิดิโออาร์ต…Video art is the poetic flower to brandish in front of the blind eyes(คนตาบอด) of dream-breakers.

1.4
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย เห็นฝนตก ณ เชียงใหม่ อากาศเปลี่ยนดูแลสุขภาพกันทุกคน โดยดีเจบอยจัดเพลงอินเดียตามมิตรดีเจขอเพลงไว้ ซึ่งดีเจเคยฟังเท่าที่นึกได้ พ่อผมเคยส่งมาทางไลน์เพลงอินเดียสมัยเป็นเด็ก เพลงNeele Gagan Ke Tale ครับ

5 มิถุนา
ขายหนังสือ
1. Best American Poetry 1996 เนื่องจากช่วงนี้ผมสนใจคิดวางแผนและระดมสมองอีกคน เพื่อทำวิดิโออาร์ต ที่มีแนวคิดบทกวี ต้องส่งไม่เกินสัปดาห์นี้… Video art is the poetic flower to brandish in front of the blind eyes of dream-breakers. Let’s make the Festival 2018 a general assembly of works and artists non-aligned on the market criteria, and looking to a shining future. จึงค้นหนังสือเก่ากวีดีๆมาประกาศขาย ยกตัวอย่างในเล่ม มีบทกวี Robert C. Fuentes คือ In This Place
Within
the dark bowels
of this prison, the wall rise
twenty feet,blocking out the sun.
Creating a cement and steel tomb for the living,
whose life of hell is never done.No quiet of solitude,
yet always alone,trying to keep sanity in place-a hard….
(บทกวียาวกว่านี้เป็นลักษณะบทกวีวรรณรูปด้วย)หากใครสนใจซื้อจะได้อ่านบทกวีของMartín Espada’s “Sleeping on the Bus”ด้วย ส่วนหนังสือเล่มอื่นๆ ขายซ้ำตามลิ๊งค์(*) หาดูได้
*ขายหนังสือ กำลังความคิด

5.2
การสะสมความทรงจำ วันสิ่งแวดล้อมโลก
วันสิ่งแวดล้อมโลก วันข้าวและวันชาวนาไทย ในวันที่ 5 มิถุนา โดยภาพกว้างจากภาพรวมสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งผมเพิ่งทบทวนความทรงจำทำวิทยานิพนธ์ดัดแปลงเป็นหนังสือ จึงทำชีวประวัติย่อๆ เผยแพร่ในโลกออนไลน์(*) ทำให้นึกถึงอดีตเคยไปเสนองานที่ศูนย์สตรีฯ ในฐานะผู้บรรยาย Agenda for the Symposium “New Voices from the Mekong Region : Women in the Public Arena 2005 ในเรื่อง Women of the Mekong River: the Role of ‘Good’ Fishermen’s Wives in the Age of Globalization. ณ ศูนย์สตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(**)

เมื่อผมพูดถึงความสัมพันธ์สามี ภรรยากับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ซึ่งชาวประมงบางคนก็เป็นชาวนา ชาวสวนจับปลา แถววัดหาดไคร้ เชียงของ เชียงราย ตรงกันข้ามฝั่งลาว เมืองห้วยทราย และรำลึกถึงการเก็บข้อมูลตอนปี2547 เรื่องที่ไม่ได้เผยแพร่ผมรู้จักหญิงสาวคนหนึ่งรุ่นน้องที่ผมเคยแวะไปหาเธอ โดยผมขับมอเตอรไซด์สำรวจไกลไป ที่เชียงแสน(ผมยืมรถมอเตอร์ไซด์จากกลุ่มรักษ์เชียงของ) ตอนนั้นทำงานเกี่ยวกับบรรณารักษ์ห้องสมุดที่นั่น ก็ถ่ายรูปเธอไว้ไม่ได้เผยแพร่ ต่อมาเธอแต่งงานกับทหารเรือแถวนั้น ซึ่งผมมารู้อีกครั้งปี2555 เธอก็กลายเป็นซิงเกิลมัม
ซึ่งภาพรวมความเชื่อมโยงเชิงทฤษฎีระดับโลกสู่ท้องถิ่น มีผลกระทบยกตัวอย่างวันที่ 1 มิถุนา ซึ่งผมนึกถึงการเชื่อมโยงสตรีกับสิ่งแวดล้อม จากความคิดออกเรื่องหนึ่งว่าวันดื่มนมโลก ในแง่หนึ่งที่ผมเคยใกล้ชิดกับอ.ฉลาดชาย (เสียชีวิตไปไม่นาน)ผู้รู้ทฤษฎีสตรีนิยมและสิ่งแวดล้อมก่อตั้งศูนย์สตรีฯ มช. คือ รุ่นพี่กับผม ไปขอใช้สถานที่ศูนย์สตรีฯ จัดกิจกรรมปี2553 ซึ่งตอนนั้นผมมีความทรงจำแค่ว่าอ.ฉลาดชาย(ผู้ชายฉลาด) พูดเรื่องการดื่มนมเป็นวาทกรรมของอุตสาหกรรมผลิตของทุนนิยม จากนมวัวไม่ได้มีการพิสูจน์เรื่องสุขภาพได้ ฯลฯ(จำได้แค่เรื่องวาทกรรมดื่มนมต่างจากดื่มนมแม่)

โดยการสะสมความทรงจำ เปรียบเทียบจากพื้นที่ และชาติพันธุ์ ซึ่งเปรียบเทียบตัวตนจิตวิญญาณความเชื่อแบบพุทธ ที่ผมอยากเล่าเนื่องจากเขียนขยายความเพิ่ม ซึ่งเชียงของลักษณะภูมิประเทศพื้นที่ราบ สลับกับเทือกเขา มีพื้นที่ด้านทิศตะวันออกบางส่วนติดกับแม่น้ำโขง ซึ่งฝั่งตรงข้ามคือ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว มีประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่หลายเชื้อชาติ เช่น ไตลื้อ ขมุ ชาวมูเซอ แม้ว เย้า โดยกลุ่มไทลื้อโดยมากจะอาศัยอยู่ที่ บ้านห้วยเม็ง และบ้านศรีดอนชัย อพยพมาจากทาง สิบสองปันนา ทางตอนใต้ของประเทศจีนปัจจุบันยึดอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก เคยทำสวนส้มกันจนมีชื่อเสียงโด่งดังแต่ปัจจุบันด้วยโรคภัยเยอะชาวบ้านเลยเลิกทำสวนส้มไปหลายราย หันไปทำไร่ข้าวโพดเหมือนกับชาวบ้านใกล้เคียงแทน เชื้อชาติขมุตั้งอยู่ที่บ้านห้วยกอกเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีประชากรไม่มากนัก ประชากรในอำเภอเชียงของโดยส่วนมากทำอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำนา ไร่ข้าวโพด สวนส้ม สวนลิ้นจี่ สวนส้มโอ และพืชผักต่างๆเป็นต้น

มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น น้ำตกห้วยเม็งซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาพื้นที่บ้านห้วยเม็งสามารถเดินทางไปได้โดยออกจากตัวอำเภอเชียงของมุ่งหน้าไปทางอำเภอเชียงแสนจากตัวอำเภอระยะทาง 3 กิโลเมตรจะถึงหมู่บ้านห้วยเม็ง เลี้ยวซ้ายเข้าไปผ่านหมู่บ้าน ระยะทางอีกประมาณ 6 กิโลเมตร สภาพเส้นทางเป็นลูกลัง โดยผ่านตามแนวเขาไปยังน้ำตก เหมาะแก่การเดินเท้าสัมผัสธรรมชาติ และปั่นจักรยาน สำหรับรถยนต์ต้องเป็นรถกระบะถึงสามารถเข้าไปยังน้ำตกห้วยเม็งได้ โดยตัวน้ำตกจะมี 2 ฝั่งคือฝั่งซ้ายและฝั่งขวาเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคือปลายฝนต้นหนาว

จากตัวอำเภอเชียงของมุ่งหน้าไปทาง อ.เชียงแสน ประมาณ 13 กิโลเมตร จะถึงที่ตั้งของสวนป่าห้วยทรายมาน มีจุดชมวิว 2 ฝั่งของระหว่างไทย – ลาวได้พื้นที่ติดน้ำโขงบริเวณตัวอำเภอเชียงของจะมีการสร้างถนนเรียบน้ำโขงเริ่มตั้งแต่บ้านหาดไคร้ไปถึงบ้านหัวเวียงนักท่องเที่ยวสามารถแวะชมบรรยากาศริมโขงได้
แน่ละ สิ่งแวดล้อมเป็นภาพใหญ่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวถึงมีท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วย

อย่างไรก็ดี มีวัดหลวง และวัดพระแก้ว(วัดที่เคยมีพระแก้วมรกตอยู่ก่อนเคลื่อนย้ายไปลาว) ตั้งอยู่ในเมือง ติดฝั่งแม่น้ำโขง เป็นวัดที่สำคัญผมเคยเขียนบทความไว้ ในการเปลี่ยนแปลงพรมแดนความรู้ : คติทางศิลปะ-ภูมิสถาปัตยกรรมระบบนิเวศของวัดในชุมชนชายแดนสองฝั่งโขง(***) ส่วนหนึ่งที่ผมเขียนเพิ่มเติม มีที่มาจากผมเขียนข้อมูลท่องเที่ยวในงานชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับเชียงรายเสร็จแล้ว

*ชีวประวัติอรรคพล สาตุ้ม
http://akkaphon.blogspot.com/2018/05/blog-post_26.html
**แม่หญิงแห่งแม่น้ำโขง : บทบาทสตรีศรีภรรยาคนจับปลาในยุคโลกาภิวัตน์
https://prachatai.com/journal/2007/05/12832
(บทความอายุ11ปีหลังจากเผยแพร่ตอนนั้นผมทำมาหากินหาเงินจากนำเสนอผลงานเขียนบทความ ฯลฯ)
***การเปลี่ยนแปลงพรมแดนความรู้ … คติทางศิลปะ-ภูมิสถาปัตยกรรมระบบนิเวศของวัดในชุมชนชายแดนสองฝั่งโขง
https://prachatai.com/journal/2007/06/13122
ตอนนี้ผมสนใจอยากไปเที่ยววัดถ้ำปลา ที่เชียงราย
(ภาพประกอบพาวเวอร์พ๊อนท์ตอนนั้น)

5.3
การสะสมความทรงจำ ต่อเมืองจำปาสัก และเมือง(เชียง)
ความทรงจำต่อเมือง โดยเปรียบเทียบเมืองในไทยกับลาว ในเวลาที่ผมเข้าไปลาวผ่านเส้นทางชายแดนยกตัวอย่างเชียงราย เชียงของ เข้าไปเก็บข้อมูลภายหลังสงครามเย็นทางอุดมการณ์การเมืองสิ้นสุดลงประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้เปิดตลาดการค้าเสรีมากขึ้น มีการเปิดพรมแดนทางการค้า เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและการขนส่งก็เกิดการพัฒนาตามกระแสโลกาภิวัตน์

ที่มีไทยในการพยายามทำเปลี่ยนคำพูดและแนวปฏิบัติจากสนามรบเป็นสนามการค้า หรืออินโดจีน เพื่อการพัฒนาและการค้า การลงทุน หาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านและวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทย ในปีพ.ศ.2540 ปัญหาพิษเศรษฐกิจไทยแพร่ไปทั่วภูมิภาค และแล้วเสรีการค้าก็ยังคงคำเนินต่อไป เมื่อประเทศไทย ฟื้นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจมุ่งอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง นักลงทุนไทย ยังพยายามเข้ามาเสี่ยงขุดทอง

ส่วนทางด้านสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจีน ที่เข้าWTO ก็เช่นกันกำลังดำเนินรอยตามแนวทางทุนนิยม ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมต่อกันในแม่น้ำโขง เพราะผลิตผลของการเปิดเสรีการค้า ผ่านสถาบันทางการเงิน ระดับโลก World Bank WTO IMF เข้ามาครอบงำใช้วาทกรรมว่าด้วยการพัฒนาของตะวันตกต่ออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงดังปรากฏในการศึกษาวิทยานิพนธ์ ที่ผมทำตอนนั้นจากภาพรวมมาเล่าย่อๆโดยโฟกัส คือ เทคโนโลยีขนส่งการเดินเรือสินค้า มีผลกระทบต่อปลาของสองชุมชนบนฝั่งแม่น้ำโขง คือ เชียงราย เชียงของไทย แขวงบ่อแก้ว เมืองห้วยทรายในบริบทประเทศดังกล่าว
ตอนนั้นหลายปีก่อน ในความทรงจำมีเส้นทางรถตู้เชียงใหม่ไปเชียงราย เชียงของ(ตอนนั้นผมนั่งรถไปกับรุ่นพี่คนลาว) และผมเคยนั่งรถเมล์จากเชียงใหม่ไปเชียงของ ตามภาพลำบาก จากคนเยอะ จากภาพผมข้ามไปลาว มีการเตะบอลออกกำลังกายของคนลาว เป็นภาพเก่า ๆ (มีอีกเอามาเผยแพร่แค่นี้)ที่ไม่ได้เผยแพร่ในวิทยานิพนธ์
แน่ละในแง่มาเล่าความทรงจำต่อตัวตน ในฐานะอัตลักษณ์ของชาติ จากมุมมองหนังสือกำเนิดแผนที่สยามฯ ก็กล่าวถึงการแข่งขันฟุตบอลระหว่างชาติ สะท้อนความเป็นชาติในเกมส์กีฬา
โดยภาพลาวผ่านทางช่องเม็ก ที่ได้ไปปีนี้ที่เหลืออยู่พร้อมภาพจากแขวงจำปาสัก เมืองปากเซ ปราสาทวัดพู(*) ซึ่งผมได้เขียนมาแล้วพร้อมทบทวนความทรงจำยังเตรียมดัดแปลงวิทยานิพนธ์ไปเสนอเป็นหนังสืออยู่ (ต้องสลับไปทำงานอื่นก่อน)ด้วย
โดยเมืองในลาวมีความโรแมนติคอย่างหนึ่งเวลาในความทรงจำเก่าที่ผมไปจะนึกถึงเรื่องรุ่นพี่เราไปกันบ่อย บางคนจะไปเที่ยวหานักเขียนสารคดีคนหนึ่งที่แต่งงานกับระดับนางงามลาวในความทรงจำ ซึ่งเชียงทองหรือหลวงพระบาง เมืองงาม สาวงาม

เมื่อวันเวลาผ่านไป ขณะที่ผมยังอยู่เมืองเชียงใหม่ รำลึกการเปรียบเทียบเชียงใหม่กับวัดภู มีความน่าสนใจในเรื่องภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ตามคติของชาวลัวะ ชนพื้นเมืองดั้งเดิมในเชียงใหม่ ก็มีการนับถือภูเขาว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาเริ่มมีคติของฮินดู เรื่องฤๅษีวาสุเทพ ผู้สร้างเมืองหริภุญไชยเข้ามาสอดแทรก

บริเวณดอยสุเทพของเชียงใหม่ จึงมีลักษณะคล้ายวัดภูโมเดล(**)แต่ผมปรุงแต่งสร้างสรรค์วิทยานิพนธ์ ได้ไอเดียจากงานอุปมาปลา(***)เพื่อจะเสนอเป็นหนังสือยังไม่จบ.

*“ช่องเม็กและตลาดดาวเรือง”

ปลากะพงขาว ภาพ ณ จำปาศักดิ์

**เวลาแห่งความทรงจำ ณ ปราสาทวัดพู

***โมเดลปลาทู ปลาตะเพียน หัวปลา ในการจัดการความรู้

แผนภูมิก้างปลา (Fishbone Diagram)

(ภาพประกอบผม ณ ปราสาทวัดภู ช่องเม็ก และภาพเก่ารถเมล์ไปเชียงของ และฝั่งลาว ห้วยทราย)

Wathinee Khumsaeng ดูลำบากลำบนจริงๆด้วยนะ

ใช่ครับ ตอนทำวิทยานิพนธ์ต้องลำบากเดินทางไกล สิ่งที่ดีทำให้ได้เรียนรู้เชียงของ เชียงทอง สัมพันธ์กับจ.น่านในอดีตด้วย
http://akkaphon.blogspot.com/2013/08/blog-post.html

5.4
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย หลายเรื่องราว ดูแลสุขภาพ และจัดเพลงของBob Dylan Ballad Of a Thin Man โดยเพลงที่ถูกอ้างในหนังสือการเกิดขึ้นของชนชั้นสร้างสรรค์ฯบ็อบ ดีแลน ใน The Rise of the Creative Class: And How It’s Transforming Work, Leisure, Community, and Everyday Lifeผมเคยโพสต์ถึงหนังสือเล่มนี้ในเฟซฯแล้วhttps://www.youtube.com/watch?v=hC4r3QFnmQ8

Advertisements
Posted in Uncategorized | Leave a comment

การสะสมความทรงจำกับเสือดำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส เกมเมืองประชาธิปไตย+รัฐสวัสดิการ เกมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย เกมซีอีโอ ซิตี้เพื่อแรงงาน แผนภูมิก้างปลา โมเดลปลาทู ปลาตะเพียน

5 พ.ค.
การสะสมความทรงจำ ต่อเมือง และเกมเมืองประชาธิปไตย+รัฐสวัสดิการ เกมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย เกมซีอีโอ ซิตี้เพื่อแรงงาน แผนภูมิก้างปลา โมเดลปลาทู ปลาตะเพียน

เมื่อผมหลายเรื่องในชีวิตประจำวัน ในเรื่องเล่าบางเรื่องผ่านความทรงจำต่อเมือง ยกตัวอย่างเมืองเชียงใหม่ โดยมุมมองของผม ตั้งแต่ประชุมงานเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ร่วมกิจกรรมประสบการณ์สะสมความทรงจำไว้(*) แง่มุมหนึ่งการประชุม ทำให้ผมได้พบกับรุ่นน้องในสมัยเรียนมหา’ลัย ทำกิจกรรมพรรคสิบสองประสาน ซึ่งผมไม่ได้เจอหลายปีเธอ ก็เติบโตในแวดวงเอ็นจีโอ มีลูก มีโอกาสไปต่างประเทศต่างๆ ทำให้เราได้คุยกันและความทรงจำต่อพรรค เป็นต้น

ซึ่งผมยังมีภาพเปรียบเทียบเก็บตกจากที่เหลืออยู่ตอนไปอีสาน(**) ก็อยากนำมาประกอบภาพแรงบันดาลใจ สำหรับเดือนนี้ ที่ต้องเตรียมส่งงานคลิปวิดิโอ(กลางเดือน)และวาดภาพกำแพงแนวสตรีทอาร์ต(เวลาห่างกลางเดือนเล็กน้อย เริ่มมีคนวาดแล้ว) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเปรียบเทียบเมืองอังกฤษ สามารถสร้างแฟนคลับ คนไทยไปถึงที่นั่น ดูสนามบอล อะไรพวกนี้

แต่แน่ละเมืองแมนเชสเตอร์….แรงงานในอังกฤษ(ไม่ได้มีดีแค่ฟุตบอล)…แมนเชสเตอร์ จะต้องผนึกกำลังเชื่อมโยงกับเมืองสำคัญอื่นๆ ในภาคเหนือได้แก่ ลิเวอร์พูล ลีดส์ เชฟฟิลด์ และนิวคาสเซิล แผนการกระจายอำนาจในครั้งนี้ ความหวังที่จะลดปัญหาเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างเมืองทางเหนือ-ใต้ของอังกฤษ ซึ่งมีการพูดถึงมานานกว่าหนึ่งร้อยปี โดยนวนิยายเชิงสังคมของอังกฤษในศตวรรษที่19 มักจะเสนอประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ระหว่าง “ชนชั้นกรรมกรทางเหนือ”กับ “ชนชั้นกลางทางใต้”อยู่เสมอ(***) ซึ่งเมืองนอกเจริญแล้ว เมืองไทยแต่ละเมืองยังเหลื่อมล้ำทางรายได้อยู่ด้วย

อย่างไรก็ดี ผมไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก ยุ่งเตรียมงานที่เล่าไว้บ้างแล้ว มีไอเดียดีๆเก็บไว้ก่อนอย่างเกมกระดาน “เมืองประชาธิปไตย” (Sim Democracy) อาจจะดัดแปลงทำเกมเมืองประชาธิปไตย(****)แนวนี้บ้างเพิ่มเติมจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน โดยป๋วยกล่าวไว้สื่อถึงผมต้องการอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ น้ำบริสุทธิ์สำหรับดื่ม คือ‘รัฐสวัสดิการ’มีเมืองประชาธิปไตย รัฐสวัสดิการ และสิ่งแวดล้อมในเมืองเชียงใหม่ เมืองปลา(มีนบุรี) หรือเกมเมืองประชาธิปไตยที่หายไปด้วย

* May Day2018

**ปี 2560 คนทำงานในภาคอีสานได้ค่าจ้างรายอาชีพเฉลี่ยต่ำสุด
https://prachatai.com/journal/2018/04/76479
***จากโรงนาสู่โรงงานอุตสาหกรรม

****กิจกรรมสื่อเกมกระดาน “เมืองประชาธิปไตย” (Sim Democracy)
https://www.ect.go.th/dlc3/ewt_news.php?nid=99&filename=index#
Sim Democracy
http://www.ruttikorn.com/?ContentID=ContentID-091130151421997

5.2
ขายหนังสือ
วันนี้วันนักเขียนไทย 5 พฤษภา วันคล้ายวันเกิดคารล์ มารกซ์ครบรอบ200ปี(มารกซ์กับไดอะเลคติคผมเคยเล่าแล้ว) และวันเสียชีวิต จิตร ภูมิศักดิ์ ผมมาขายหนังสือการ์ตูนชีวประวัติจิตร(*) และหนังสือสองเล่ม คือ พจนานุกรมนักคิดนักเขียนฯ อธิบายพรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 รวมทั้งหนังสือหลายเล่มอีกครั้งตามลิ๊งค์(**) และวันนี้ผมกลับมาขายหนังสือเรื่องTake over การดูดของทหาร(***) ตอนนี้กระแสกลับมาอีกครั้งขายหนังสือที่เน้นเรื่องนี้ (อย่าลืมคำศัพท์เก่าๆ:ชนบทล้อมเมือง การเลือกตั้งคนชนบทตั้งรัฐบาล) อย่าลืมว่าอ.นิธิ เคยกล่าวไว้ถ้ามีการเลือกตั้ง อย่างไรคุณหนีไม่พ้นว่าคนชนบทตั้งรัฐบาล…ถ้าเขาเป็นพรรคใหม่เขาก็ปรับตัวได้(****) และผมต่อประเด็นกรณีบางพรรคก็หายใจในอากาศของเครือข่าย มรดกชาติ(*****)

สุดท้ายข่าวเศร้าปิดตำนาน 52 ปี แฟนหนังหลั่งน้ำตานิตยสาร Starpics หมดลมลาแผง(หน้าปกหนังAvengerฯผมไปดูมาแล้วโอ้ ยังไม่สิ้นจักรวาลยังมีหวัง) หลายเรื่องเลยมีโอกาสโพสต์หลายเรื่องในเฟซฯด้วย

*จิตร กับนิราศรัก

**ขายหนังสือ

ขายหนังสือ

ขายหนังสือ

***การซ่อมสร้างมรดกชาตินิยมของทหารตั้งพรรคแบบTake over มรดกสืบทอด14 ตุลา มรดก6ตุลา มรดก17 พฤษภา มรดก19กันยา

****การสะสมความทรงจำ การสะสมสื่อสิ่งพิมพ์

*****มรดกยุคเรืองปัญญา มรดกอุปมาปลาในน้ำ ต่อมรดกชาตินิยม
“Marxism exists in nineteenth-century thought like a fish in water: that is, it is unable to breathe anywhere else.” ― Michel Foucault, The Order of Things: An Archaeology of the Human Sciences

5.3
วันเวลาผ่านไปแล้วสองปีเส้นผมของผมยังมีผมขาวน้อยลง สุขภาพดี อย่าลืมZija อาหารเสริม ซึ่งช่วยพาผมไปเกาหลีใต้ สนใจติดต่อได้
http://moringa.co/product/zija-super-mix-8-day-sample-pack/

5.4
ขายสร้อยเงินตามภาพ ผลงานออกแบบของผมเอง ถ้าสนใจซื้อติดต่อผมได้ แต่ช่วงนี้จะหยุดใช้เฟซฯ มีอะไรติดต่อทางเมล์ได้ akkkaphon@hotmail.com
Nittaya Nid พี่บอย

ออกแบบผลิตมาสิบกว่าปีแล้วสร้อยนี้เท่าที่จำเวลาคร่าวๆเงินแท้ ราคาไม่แพง เผื่อเอาไปเป็นทุนสร้างสรรค์งานออกแบบแนวนี้ต่อไป
ฮร่า

5.5
ช่วงก่อนโน้น ผมได้รับน้ำพริกมาฟรี ช่วยเหลือโฆษณาตามภาพโดยธุรกิจครอบครัวของป้าจ่อย อร่อยลำแต้ๆ

5.6
ลูกแมวเพิ่งกำเนิดไม่นาน ตามที่เล่าไว้แล้ว(*)ใครใคร่ได้ติดต่อมาได้ครับ
*จากลูกแมวเป็นแม่แมว

5.7
ราตรีสวัสดิ์ ฝันดี จากหลายเรื่องห่างหายไปหยุดใช้เฟซฯดูแลสุขภาพ โดยดีเจบอย จัดเพลงวง Country Joe & The Fish “Dreams”

10
ขายหนังสือ
10 พฤษภาคมพ.ศ. 2476 (ค.ศ. 1933) – นาซีเยอรมันเผาทำลายหนังสือจำนวนมากที่เขียนโดยยิว
1.ลูกอีสานของนักเขียนนิยายซีไรต์ คือ คำพูน 2.ประวัติชีวิตของเปเล่ 3.นิตยสารPolitic และขายหนังสือซ้ำตามลิ๊งค์
ซึ่งผมพยายามเป็นนักอ่านที่ดี น่าจะได้รางวัลจากกระทรวงวัฒนธรรม น่ะ ฮร่า (ครม.เห็นชอบ แผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ตั้งเป้าระยะ 5 ปี คนไทยใช้เวลาในการอ่านเฉลี่ย 90 นาทีต่อวัน กระตุ้น-ส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน-สร้างสังคมไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้)

ขายหนังสือหนัง

ขายหนังสือเศรษฐศาสตร์

(มีข้อถกเถียงเรื่องคนไทยอ่านหนังสือ เช่น นิตยสารควรนิยามว่าเป็นหนังสือหรือไม่ บางคนบอกไม่ถ้านิตยสารดาราบันเทิงฯลฯ)

Anusorn Mekboot ผมมอบทุเรียนหมอนทอง(คำ)ให้ท่านเนื่องจากท่านเป็นนักอ่านตัวยง
ท่านส่งทุเรียนหมอนทอง(คำ)มาหน่อย ได้ข่าวทุเรียนราคาแพง
ครับท่าน และก็ตามตรรกะเหตุผลจากหนังสือแผ่นดินจึงดาล ที่เล่าไปแล้วตามลิ๊งค์ต้องสะสมความรู้ไว้สำหรับเตรียมตัวรับมืออนาคต https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1776785085684045&id=100000577118415

10.2
การสะสมความทรงจำ“เสือดำ”กับการเมืองไทย
เมื่อชีวิตฟรีแลนซ์อย่างผม กำลังเร่งเรียบเรียงคลิปวิดิโออยู่อย่างเหตุผล หาเรื่องเล่าบางแง่มุมในชีวิต ตั้งใจว่าอยากทำหนังสั้นและหนังยาวได้รายได้อยู่ได้เป็นอยู่ในระบบทุน มีอิสรภาพทางการเงิน และทุนเล็กทุนน้อย(อุปมาปลาเล็ก)อย่างที่ผมทำได้แค่หนังสั้นดังกล่าวที่ผมบางครั้งไม่มีค่าจ้างดาราอย่างนี้ ในวงการหนัง มีเพื่อนผมที่เคยไปเขียนบทร่วมกับระดับผกก.ปรัชญา ปิ่นแก้ว ก็ไม่ได้ต่อช่องทางกัน หรือรุ่นน้องบางคน ที่เคยทำหนังสั้นไปจัดอบรมให้ศูนย์มานุษยวิทยาฯ กทม. เขาเขียนบทบริษัทแห่งหนึ่ง ก็บอกช่วงนี้เศรษฐกิจหนังไทยไม่ค่อยดี ในความทรงจำ อยากเขียนอะไรไว้บ้าง แง่มุมพัฒนาต่อจากที่เขียนเรื่องการสะสมความทรงจำ“เสือดำ”กับการเมืองไทย(*)

ซึ่งผมเคยฟังเรื่องมองอนาคตการเมืองไทยผ่านสายตาคนนอกของอ.เบน (**)ส่วนตัวผมสนใจในแง่อนาคตมีความคิดเสนอสำหรับผมไว้ต่ออนาคตการเมืองไทย ในเรื่องย่อ (synopsis)
พ่อเล่าเรื่องข่าวจับคนล่าเสือดำ สอนลูกให้รู้ตระหนักคุณค่าของสัตว์ป่า และชีวิตของมนุษย์ ต้องมีจริยธรรมต่อจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิต ไม่ให้เสือดำถูกลืม แล้วกลายเป็นเสือดำตัวสุดท้ายในจินตกรรม ที่มีจริงถูกล่าหายไปด้วย
ฉาก 1 : ทิวทัศน์/กลางคืน/ภายนอก
ภาพต้นไม้ใบหญ้า
ขึ้นชื่อเรื่อง “เสือดำตัวสุดท้าย”

ฉาก 2: โรงพยาบาล/บ่าย/ภายนอก
พ่อนั่งบนเตียง ถือโทรศัพท์มือถือ
ลูกๆ รอหมอก่อนพ่อจะอ่านข่าวนี้ให้ฟัง
คณะของนายเปรมชัย กรรณสูต ลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ อยู่ระหว่างหน่วยทิคอง กับหน่วยมหาราช ซึ่งเป็นจุดที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพิสูจน์ทราบ
เจ้าหน้าที่ระบุหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตรวจพบอาวุธ 3 รายการ คือ 1.อาวุธปืนยาวขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก 2.อาวุธปืนไรเฟิลติดลำกล้องจำนวน 1 กระบอก 3.อาวุธปืนลูกซองแฝด จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนพร้อมใช้งานและพบซากไก่ฟ้าหลังเทากับเนื้อเก้ง จึงได้ควบคุมตัวนายเปรมชัย กรรณสูต และคณะรวม4 คน ไปที่สำนักงานเขต ถึงในเวลา 02.40 น.
ชำแหละถลกหนังเสือดำ
กระทั่งเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติม พบซากเสือดำถูกชำแหละเนื้อและหนังแล้วกับเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนมากที่ถูกซุกซ่อนไว้บริเวณที่แคมป์พัก และส่งดำเนินคดี สภ.ทองผาภูมิ เสียงปืนทะลุหลังเสือ ดังก้องไปถึงคณะรัฐมนตรี ที่มีการประชุม “ครม.สัญจร” อยู่ที่ จ.จันทบุรี
ลูกรู้ไหม? อาลูกก็เคยถูกยิง เพราะปกป้องป่าจากพวกล่าสัตว์!
พ่อ อ่านข่าวนี้แล้วเศร้ารอหมอเสร็จก็กลับบ้านเถิดลูก

ฉาก 3 : โต๊ะ /กลางวัน/ภายใน
ถ่ายด้านหลังของพ่อ
พ่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร หาลูก
หวัดดีลูก พ่อหิวข้าวกลางวันแล้ว เอ่อ พ่อจะกินเนื้อย่าง นี้ สมมติมันเป็นเสือดำ จะกินให้ดูก่อน
คนเราไม่น่าล่าเสือดำ หากินเนื้อย่าง ไส้ย่าง หมูย่าง ง่ายๆ กว่าด้วย
เสือดำ ทำอาหารน่าจะอร่อยไหม?
ลูกเรื่องสัตว์ป่าสงวน มีสอนในโรงเรียน ไหม? ลูก
การจัดนิทรรศการเสือดำไหม? ลูก รู้ไหม? ถ้าคนธรรมดา นักศึกษาล่าเสือดำผิดไม่เท่าเปรม
ลูกลองจินตนาการเปรมกำลังวิ่งไล่เสือ เปรมน่าจะวิ่งหนีเสือ เสือไล่กัดเปรม ตอนเราเป็นเด็ก ก็มีจินตนาการแบบพ่อ บางทีก็คุยกับสิ่งที่มองไม่เห็น สิ่งสมมติเล่นกับวิญญาณ คุยได้กระทั่งภาษาสัตว์ คุยได้
แม้แต่วิญญาณเสือดำ แล้วกลายเป็นเสือดำตัวสุดท้ายในจินตกรรม ที่มีจริงถูกล่าหายไปด้วย ลูกเกิดปีเสือ พ่อเลยให้ลูกชื่อเล่นชื่อเสือ
แล้วพูดแด่จิตวิญญาณ จริยธรรม ที่ไม่ถูกลืม

อย่างไรก็ดี ไอเดียดี ทุกคนมีอยู่ในจินตนาการ ยกตัวอย่างย่อๆ ผ่านบทหนังสั้น ซึ่งมีด้นสดเพิ่มหรือตัดบางประโยคจากตัวบท ลดความยาวจากตัวบทหนังสั้นพอตัดต่อหนังสั้น ตัดบางฉาก เสือดำตัวสุดท้ายในจินตกรรม ส่วนตัวผมสะท้อนกฎแห่งกรรม และมือที่มองไม่เห็น ที่ผู้ดูผู้มองไม่เห็นร่วมกันสร้างโลกใหม่ในอนาคต ไม่ให้เมืองไทยเมืองประชาธิปไตยไม่หายไป

*การสะสมความทรงจำ“เสือดำ”กับการเมืองไทย

**ดูเพิ่มเติม:เบน แอนเดอร์สัน มองอนาคตการเมืองไทยผ่านสายตาคนนอก(ตามเน็ต)
(ภาพ แมวดำเดินผ่านรูปภาพทิวทัศน์ในอุโมงค์ ซ้อนภาพปืน และภาพช่วงก่อนโน้นซื้อไมค์บูม มาเพิ่มและปรากฏว่าไมค์บูมอันที่หนึ่ง ก็ใช้ได้อันที่สองก็ใช้ได้)

Anusorn Mekboot ท่านน่าทำหนังสั้นเรื่องเสือดำกับชายอ้วน … ผมยินดีเป็นสปอนเชอร์ให้

โอนเงินมาเลยท่าน ผมไม่มีพร้อมเพย์ มีบัญชีธนาคารจะทำหนังสั้นทันที และการเมืองเป็นเรื่องพวกพ้องอย่างที่อ.เบน กล่าวไว้ว่าอำนาจของกลุ่มคณาธิปไตย มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป กลุ่มคณาธิปไตยเหล่านี้มักเป็นกลุ่มเครือญาติ ลูกหลานไปโรงเรียนเดียวกัน มีธุรกิจเกี่ยวโยงกัน แต่งงานเกี่ยวดองกันเอง รวมทั้งมีค่านิยมและผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาไม่แข่งขันกันเอง พวกเขามีการแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน บางครั้งอย่างดุเดือดด้วย แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาตัดขาดจากคนกลุ่มอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง พวกเขามีความยืดหยุ่นพอที่จะดูดคนอื่นที่เป็นกึ่งคนนอกจากกลุ่มต่างๆ เข้ามา แต่ต้องวางอยู่บนเงื่อนไขที่พวกเขาตั้งขึ้นเท่านั้น….
https://prachatai.com/journal/2011/04/33843
อนาคตเตรียมรับมือไว้เศรษฐกิจก็ไม่ดีผมเจอคนจรขอเงินขออาหารสองครั้งในเดือนนี้ ส่วนด้านการเมืองอดีตกกต.กล่าวว่าเลือกตั้งแล้วก็มีปัญหาในการเลือกตั้งอีก ฯลฯอาจจะต้องคิดไว้ล่วงหน้าอีกสิบปี ครับhttps://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1063324447030116&id=100000577118415

Anusorn Mekboot ผมเพิ่งกลับมาจากอินโดนีเซียมา2รอบ 2 เกาะ(สุมาตรา กับชวา) ในเวลา2เดือน…มีความคิดจะไปทำมาค้าขายต่างแดนดีกว่า เหนื่อยแล้ว ท้อแล้วกับการเมือง+นายทุนชาติ+กฎหมายที่ไม่ศักดิสิทธิ์+ระบบราชการที่กลับมาย้อนยุคไดโนเสาร์ ฯ
ถ้าไปแล้วคงแถวอาเซียนนี่แหละท่านกลับมาเยี่ยมบ้านสะดวกดี
ไปกับผมไหมละ
##ตอนนี้ศก.กะลาแลนด์อันดับสุดท้ายในอาเซียน##

เห็นด้วยตามที่ท่านกล่าวมานั่นแหละ ขอให้รวยท่านมีโอกาสผมไปร่วมแจม ติดต่อท่านแน่ๆ ค้าขายต่างแดนจะได้รวยๆ ครับ^^ ราตรีสวัสดิ์ ครับ

10.3
ผมถ่ายภาพกับเซเลบเยล เป็นคนดังอีกคน เนื่องจากเขามาร่วมประชุมเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ(ได้เจอเขาบ่อยขึ้นจากเคยเจอเขาครั้งแรกปี2554) ที่ผมร่วมเข้ามาอัพเดพเพจวันนี้ เขาบอกเคยไปร่วมวิ่งมาราธอน เยล เคยออกรายการทีวี คนค้นคน ซึ่งเขาชอบหนังฝรั่งฟอร์เรสท์ กัมพ์ เค้าเรียนจบป.ตรีสองใบ และป.โท หนึ่งใบ ทำวิจัยแรงงานคนพิการ และคนพิการอย่างรอบด้านในสายตาคนพิการก็ควรเหมือนคนธรรมดา แต่มีด้านต้องช่วยเหลือ และเราทุกคนมีสิทธิพิการได้ เขาเป็นคนอารมณ์ดีเจอกัน ยกตัวอย่างผมแซวให้ลองกินเมนูอาหารพระกระโดดกำแพง แน่ละผมดูเขาทำงานหรือเขามีความสุขกับชีวิต ในด้านสะท้อนกลับให้กำลังใจแก่ผมด้วย

10.4
จากหลายเรื่องในชีวิตประจำวันเร่งส่งงาน เคลียร์งาน ไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก โดยเรียบเรียงไฟล์จัดการไฟล์คลิปวิดิโอตามภาพ และเตรียมวาดภาพกำแพงด้วย หยุดใช้เฟซฯ มีไรติดต่อทางเมล์ได้ ครับ

ยินดีที่ท่านแวะมาคุยครับท่าน มามุขอะไรท่านไม่เกี่ยวกับเรื่องอีกแล้ว และมุขซ้ำมุขเดิม ถ้าท่านเป็นดาราตลกก็ตกงานแล้ว ฮร่า ดาราตลกเป็นแรงงานนอกระบบ ผมเป็นแค่นักเขียนรับเชิญ(2548) เป็นแรงงานฟรีเขียนให้ฟรี ถ้าทีมงานเมล์ไปหาเค้าเลยsmallmagazine@hotmail.com ป.ล.ผมขอซีเรียสเรื่องคลิปวิดิโอหน่อยแยกแยะไม่ใช่หนัง เดี๋ยวฝ่ายจัดประกวดเข้ามาดูด้วย
(ดูหนังต่อต้านคอมมิวนิวส์ไปก่อนอย่างWatchmen ถ้าให้ฮีโร่เป็นตัวชี้วัดสังคมอเมริกาต่อคอมมิวนิสต์เวียดนามถึงไทย?)

Anusorn Mekboot ผมถามท่านหน่อยว่า ทำไมเมืองไทยถึงตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ไม่ได้ ในขณะที่ยุโรปบางประเทศยังมี
เห็นข่าวว่ามีช่วงหนึ่งถ้าจำไม่ผิดกวีไม้หนึ่ง จะตั้งตอนปี54 ก็ไม่ได้ มีคนขอตั้งชื่อกับกกต.ปีนี้ก็ไม่ได้มั้ง ถ้าจำไม่ผิด คล้ายๆ กับพี่หนูหริ่ง ตั้งชื่อพรรรคเกรียนไม่เหมาะสม มั้ง พรรคคอมมิวนิสต์ไม่ใช่ประชาธิปไตยเค้าอ้างแบบนี้

10.5
อากาศเปลี่ยนบ่อย ดูแลสุขภาพ ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย จัดเพลงของวงCountry Joe&The Fish-Thursday อนาคตน่าจะได้แต่งเพลงเองเลียนแบบปู่จ๋านลองไมค์ แต่ตอนนี้ต้องเลียนแบบฮิปปี้สมัยก่อนที่ว่า Eat flowers

15
การสะสมความทรงจำ และการสร้างเกม Ceo Cityเพื่อแรงงาน
การสะสมความทรงจำ ต่อเมือง และเกมเมืองประชาธิปไตย(*) ทำให้ผมสนใจทำเกมเกี่ยวกับนายกอบต.อบจ.และผู้ว่าฯ ดัดแปลงจาก CEO CITY คือ เกมส์ที่ผู้เล่นต้องรับบทบาท เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องสร้างจังหวัดของตนเองให้เจริญรุ่งเรือง และขายสินค้า OTOP…เกมแนวสร้างเมืองคล้ายกับเกมตระกูล Sim City ที่ผู้เล่นจะต้องเล่นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด (ผู้ว่าซีอีโอ) 1 ใน 12 จังหวัด ทำหน้าที่พัฒนาเมืองและความเป็นอยู่ของประชาชน และสร้างรายได้เข้าสู่จังหวัด

โดยการขายผลิตภัณฑ์ OTOP ซึ่งมีกว่า 100 ชนิด ในตอนเริ่มต้นผู้เล่นจะได้รับเงินงบประมาณมาจำนวนหนึ่งสำหรับบริหาร และพัฒนาจังหวัด ซึ่งจำนวนของงบประมาณนั้นจะขึ้นอยู่กับระดับความยาก ง่าย ของเกมที่เลือกเล่น

หากเลือกระดับ Hard ก็จะได้งบน้อยเพื่อท้าทายความสามารถในการบริหาร ในช่วงแรกของการเล่นเกม ผู้เล่นควรจะสร้างสิ่งก่อสร้างมาตรฐานหลักๆ สาธารณูปโภคต่างๆ ขึ้นมาก่อน เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานีตำรวจ โรงพยาบาล สถานีดับเพลิง

ทั้งนี้ ผู้ว่า ซีอีโอ จะต้องสร้างความสมดุลในเมืองให้เกิดขึ้น และการกระจายตัวของสิ่งก่อสร้างไม่ควรจะมากหรือน้อยเกินไป ฯลฯ

ส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP นั้น ผู้เล่นต้องเริ่มจากการสร้าง สิ่งก่อสร้างที่เป็น วัตถุดิบขึ้นมาก่อน โดยผลิตภัณฑ์ OTOP นั้นก็จะมี หลาก หลายประเภท เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องประดับ โดย แต่ละจังหวัดนั้นก็จะถูกกำหนดให้มีสินค้าเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป เช่น เชียงใหม่ก็จะมี ไม้แกะสลัก, กระบี่ ก็จะมี ผ้าบาติก โดยผลิตภัณฑ์ OTOP เหล่านี้จะเป็นสิ่งที่สามารถ สร้างรายได้ให้กับจังหวัดและยังช่วยลดอัตราการ ว่างงานได้อีกด้วย

กรณีเรื่องสภาพภูมิประเทศในแต่ละจังหวัดก็จะเหมือนจริง เช่น ชลบุรี ก็จะมีพื้นที่ติดกับทะเล กาญจนบุรีก็จะมีสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งภายใน 4 ปี ผู้เล่นต้องบริหาร ผลงานให้เป็นที่พึงพอใจของ ประชาชนโดยปัจจัยที่ใช้ในการประเมินผลนั้น จะดูจาก รายได้ต่อหัว อัตราการว่างงาน ความปลอดภัย สุขภาพ การศึกษา และสาธารณสุข ถ้าค่าความพอใจกับบริการดังกล่าวอยู่ในระดับดี โอกาสที่จะได้ รับเลือกตั้งเข้ามาก็มีสูง จังหวัดที่เลือกเล่นได้มีอยู่ 12 จังหวัด(**)

อย่างไรก็ดี พวกผลิตของอย่างผลิตภัณฑ์OTOP เป็นแรงงานนอกระบบ ซึ่งผมหยุดใช้เฟซฯไปกลับมาเพื่อช่วยอัพเดจเพจเครือข่ายแรงงานฯ อาจจะมีอะไรเกี่ยวกับแรงงานเพิ่มคิดดัดแปลงการสร้างเกมซีอีโอ ซิตี้ สะท้อนเมือง ในจินตนาการของผม(***) เตรียมสร้างเกมไว้ โดยสะสมในความทรงจำด้วย

*การสะสมความทรงจำ ต่อเมือง และเกมเมืองประชาธิปไตย+รัฐสวัสดิการ
https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2125376407491576&id=100000577118415
** Ceo City เกมส์คนไทย เพื่อคนไทย
http://www.blog.rmutt.ac.th/?p=164
***ผมสนใจไอเดีย หนึ่งตำบลมาจากญี่ปุ่น หรือ One Village One Product – Rural Development Strategy in Asia: The Case of OTOP in Thailand และทักษิณชี้ประเทศเผลอเอายาม มาเป็นCEO เลือกตั้งครั้งหน้าแลนด์สไลด์เหมือนเดิม
https://prachatai.com/journal/2016/10/68237
(ภาพประกอบเกม)

15.2
การสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส ชุมชนจินตกรรม

…มันเป็นผลพลอยได้จากเทคโนโลยีการเดินเรือ ดาราศาสตร์… (Benedict Anderson,Imagined Communities: Reflections on the Origin and Spread of Nationalism.)

ผมได้เขียนมาต่อเนื่องแล้วเรื่องการสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม(*) โดยบุพเพสันนิวาส ที่มีคิวลงจอรีรันในวันที่ 11 พ.ค. นี้ ในวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05 น. และ ศุกร์ 18.45 น. ทางช่อง 3 แฟนๆ จะได้พบกับเรื่องราวสุดแสนประทับใจของ คุณพี่เดช โป๊ป ธนวรรธน์ และแม่หญิงการะเกด เบลล่า ราณี อีกครั้ง

ซึ่งก็มีหลายฉากเลยทีเดียวที่ยังไม่ได้เห็นในตอนที่ออนแอร์ครั้งแรก และมาครั้งนี้เต็มอิ่ม ฟินแบบจุใจแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นฉากแม่หญิงการะเกดปีนต้นมะม่วง หรือฉากลูกๆ ของการะเกด ฉากกุ๊กกิ๊กของแม่นางกับพี่หมื่น(ตามข่าว) และผมมาเขียนเพิ่มเติมอย่าลืมว่าละครทีวีบุพเพสันนิวาส ย้อนเวลาจากศตวรรษที่21 กลับไปศตวรรษของยุคพระนารายณ์

เมื่ออดีต 2 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์สำคัญที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงสังเกตการณ์ คือ 1) จันทรุปราคาเต็มดวง เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2228 และ 2) สุริยุปราคาบางส่วน เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2231 ในปี 2561 นี้ นับเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองในโอกาส 150 ปี สุริยุปราคา ณ หว้ากอ และยังเป็นโอกาสแห่งการครบรอบ 330 ปี สุริยุปราคา ณ พระที่นั่งเย็น ลพบุรี อีกด้วย

โดยยกตัวอย่าง มันเป็นผลพลอยได้จากเทคโนโลยีการเดินเรือ ดาราศาสตร์…(**)จากการเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เปรียบเทียบบางด้านทางการเดินเรือของพระเอกไปฝรั่งเศส สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และดาราศาสตร์ต่อพระนารายณ์ มรดกสืบทอดมาสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาการเลิกทาส ในสมัยรัชกาลที่5 การใช้แรงงานในอดีตจากทาส มาเป็นแรงงาน จากอดีตมาถึงปัจจุบัน หากเปรียบเทียบวันMay Dayไทยกับฝรั่งเศส(***)

ซึ่งดาราก็เป็นแรงงานนอกระบบที่ไม่ได้มีสวัสดิการอื่นๆ ที่ปรับปรุงล่าสุดก็จะมีประกันอุบัติเหตุ แต่ไม่นับว่าเจ็บคอ คออักเสบ ปอดชื้นจะเบิกไม่ได้ ถ้าบาดเจ็บหนักๆ จากในกองจึงจะเบิกได้ ถ้าเบิกได้ก็จะถือว่ามีเมตตา สัญญาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นการเล่นละครต้องถ่าย 5 ตอนก่อน ถึงจะได้รับเงิน

ถ้าละครไม่ได้ออกอากาศก็จะไม่ได้เงิน ค่าใช้จ่ายทุกอย่างทั้งค่าข้าว ค่าเดินทาง ก็ต้องออกไปเองก่อน ถ้าเราเรื่องมากเขาก็ไม่เอาเรา เลือกไม่ค่อยได้ว่าอยากเล่นหรือไม่อยากเล่นบทไหน ถ้าเล่นเป็นผีก็อาจต้องเป็นผีไปตลอด(****) นี่แหละการเปรียบเทียบยกตัวอย่างด้วย

ส่วนที่น่าสนใจอีกยกตัวอย่างเรื่องคอรัปชั่น หรือการรับสินบน ที่นางเอกเคยกล่าวไว้ในละครทีวี บุพเพสันนิวาส ดังไปทั่วแดนสยาม กับบทการลงโทษ ขุนเหล็ก รับสินบนอย่างเด็ดขาด ที่ผู้นำปัจจุบันควรนำไปใช้จัดการกับคอร์รัปชัน ไม่ยกเว้นเหตุจูงใจให้ร่วมอย่าง ฟอลคอน ฉากที่ขุนหลวง หรือพระนารายณ์ ทรงถามย้ำเจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) หรือขุนเหล็ก ว่า “มึงรับเงินสินบนมาจากพวกที่ไม่อยากให้สร้างป้อมหรือไม่” และขุนเหล็กตอบว่า “ข้าพระพุทธเจ้าหาได้รับเงินสินบนจากผู้ใดไม่”

นี่คือกรณีศึกษาการจัดการกับการคอร์รัปชันจากละครอิงประวัติศาสตร์ที่ ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. ได้ติดตามดู และให้ความเห็นว่า ทุกคนควรศึกษา โดยเฉพาะผู้นำองค์กร และผู้นำประเทศต้องดูเป็นตัวอย่าง เป็นตัวอย่างของสุดยอดผู้นำจากกรณีนี้ ที่แยกแยะความสนิทสนมส่วนตัว กล้าตัดสินใจจัดการเรื่องการคอร์รัปชัน

ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ให้ความเห็นด้วยว่า แต่สิ่งที่เหมือนกันคือคนที่ทำงานให้ประชาชน ต้องโปร่งใส ไม่มีอะไรให้เคลือบแคลงสงสัย เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความเสียหาย ที่ไม่เพียงเสียหายกับตัวเอง แต่ยังเสียการเสียงาน เสียชื่อเสียง และคนรอบข้างก็เสียหายไปด้วย

หากเปรียบเทียบละครกับสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อประชาชนคือเจ้านาย และสงสัยพฤติกรรมของข้าราชการ หรือนักการเมือง เช่น ทรัพย์สินที่ได้มานั้นได้มาอย่างไร

เมื่อถูกถามก็ต้องแจ้งที่มาที่ไป ต้องอธิบายได้(*****) โดยการเปรียบเทียบดังกล่าวเห็นภาพ มรดกคอรัปชั่นยังอยู่ แม้แต่ ณ “อุทยานราชภักดิ์” ที่มีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช 1 ใน 7 บูรพกษัตริย์แห่งสยาม ที่กองทัพบกจะนำไปประดิษฐาน ณ อุทยานราชภักดิ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (เรายังจำกันได้!?!)

กรณีต้องสงสัยการทุจริต การดำเนินการสร้างอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งดำเนินการโดย พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร นั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการทุจริตในหลายขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นเงินที่ไปรับบริจาคมาจากเอกชนหลายราย, ค่าสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์แต่ละองค์ซึ่งตั้งงบเอาไว้องค์ละ 50 ล้านบาท แต่กลับมีการเปิดเผยจากโรงหล่อว่าต้นทุนที่แท้จริงเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น, ไปจนถึงต้นปาล์มที่ใช้ประดับในบริเวณอุทยานที่ตั้งงบเอาไว้ต้นละ 1 แสนบาท แต่ทางเอกชนผู้เพาะปลูกต้นปาล์มระบุว่าบริจาคให้กับโครงการฯ โดยไม่ได้คิดเงินแต่อย่างใด

เมื่อถูกสื่อมวลชนสอบถามถึงเรื่องนี้ ทั้ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. และ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ปฏิเสธข่าว และยืนยันว่าไม่มีการทุจริตแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่คิดจะตรวจสอบหาข้อเท็จจริงโดยให้เหตุผลว่าไม่มีผู้มาร้องทุกข์ จนกระทั่งเมื่อสื่อมวลชนและพรรคการเมืองกดดันมากเข้า

จึงยอมตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ก็ถูกวิจารณ์อีกว่าคณะกรรมการผู้ตรวจสอบมีแต่ทหารด้วยกัน ซึ่งตรวจสอบกันเอง ภายหลังคณะกรรมการฯ ได้ยืนยันว่าไม่พบการทุจริตแต่อย่างใด แต่กระแสสังคมก็ยังไม่ปักใจเชื่อ(******)

ดังนั้น การเปรียบเทียบให้เห็นภาพอดีตกับปัจจุบัน ยกตัวอย่างเรืองฤทธิ์ เพื่อนสนิทของเกศสุรางค์ เขาแอบรักเกศสุรางค์มาตลอดในขณะที่เกศสุรางค์ยังมีชีวิต เรืองฤทธิ์คือพ่อเดชมาเกิดในชาติใหม่ในยุคปัจจุบัน

ซึ่งพ่อเรือง(หมื่นเรืองราชภักดี) สหายของพ่อเดช มีหน้าตาคล้ายกับเรืองฤทธิ์ เกศสุรางค์ จึงเข้าใจผิดว่าเป็นเรืองฤทธิ์ เขาสนิทสนมกับเกศสุรางค์อย่างรวดเร็ว ทำให้พ่อเดชเข้าใจผิดว่าเกศสุรางค์มีใจให้กับพ่อเรือง น่าสนใจอดีตกับปัจจุบัน โดยเกศสุรางค์ ผู้รักหมื่นเรืองราชภักดีกลับชาติมาเกิดจะยอมรับเรื่องอุทยานราชภักดิ์ไม่ได้(!?!)

อย่างไรก็ตาม ผมได้เขียนมาต่อเนื่องเรื่องการสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส ชุมชนจินตกรรม
ในแง่ความเชื่อเวียนว่ายตายเกิดมาแล้ว ต่อมาการเดินเรือ ดาราศาสตร์ แรงงาน และคอรัปชั่น จากตัวอย่างผ่านละครแล้ว สะท้อนความทรงจำและหลงลืมของมนุษย์ได้

แต่อย่าลืมพร่างพรายแสง ดวงดาวน้อยสกาว ส่องฟากฟ้า เด่นพราวไกลแสนไกล ดั่งโคมทอง ส่องเรืองรุ้งในหทัย เหมือนธงชัย ส่องนำจากห้วงทุกข์ทน พายุฟ้า ครืนข่มคุกคาม เดือนลับยาม แผ่นดินมืดมน ดาวศรัทธา ยังส่องแสงเบื้องบน ปลุกหัวใจ ปลุกคนอยู่มิวาย ขอเยาะเย้ย ทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ คนยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย แม้นผืนฟ้า มืดดับเดือนลับละลาย ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน ดาวยังพราย อยู่จนฟ้ารุ่งราง

*สะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส ชุมชนจินตกรรม

(ดูเพิ่มเติมในบทนำของหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ…My sense is that on•this topic both Marxist and liberal theory have become etiolated in a late Ptolemaic effort to ‘save the phenomena’ ; and that a reorientation of perspective in, as it were, a Copernican spirit is urgently required… ฉบับแปลไม่มีข้อความดังกล่าวหายไป)
**หนังสือชุมชนจินตกรรมฯ( Imagined Communities: Reflections on the Origin and Spread of Nationalism.ในบทสำมะโนประชากร แผนที่และพิพิธภัณฑ์)และผมเล่าย่อเพิ่มเติมอ.เบน เขียนไว้ในชุมชนจินตกรรมฯ(ความตายของชาติไม่เป็นธรรมชาติเกิดคำว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์) ที่เน้นภาษาลาติน เสื่อม และวันสิ้นโลกของคริสต์ ดังกล่าว(เขียนจะยาว)
***May Day ณ ฝรั่งเศส

****อินทิรา หรือทราย เจริญปุระ เล่าต่อว่า ในวงการยังต้องขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นเด็กใครอีก แต่ถ้าไม่ได้เป็นเด็กใครเลยก็เสี่ยงว่าจะไม่ได้งาน คนกำหนดคือนายจ้าง ทุกตำแหน่งในวงการนี้ ตั้งแต่ดารา ผู้ช่วยผู้กำกับ ทีมกล้อง ทีมเสียง ทีมไฟ ล้วนใช้งานกันตามความคุ้นเคย ไม่มั่นคงและไม่มีมาตรฐานเดียวกัน
ที่มา:แรงงานนอกระบบ ไม่ได้มีแค่คนจน ทุกคนมีความเสี่ยง
https://ilaw.or.th/node/4344
***** “บุพเพสันนิวาส” บทสะท้อนสินบน คอร์รัปชันสไตล์ไทย
https://www.thairath.co.th/content/1236032
******ข้อมูลวิกิพีเดีย:อุทยานราชภักดิ์
(รูปประกอบละครทีวีคนนิยมเรียกออเจ้า ภาพเดินเรือมหาสมุทรจากสมุดภาพไตรภูมิ และอนุสาวรีย์พระนารายณ์ ในอุทยานราชภักดิ์)

15.3
เกมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ซึ่งถือเป็นวันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ เป็นวันแห่งการย้ำเตือนกระตุ้นให้สังคมได้รับทราบในเรื่องของความปลอดภัยในการทำงานอย่างอย่างต่อเนื่องและปลุกกระแสให้ทุกภาคส่วนพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “แรงงานปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี” ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จึงได้จัดทำโครงการ“๑๐ พฤษภาคม วันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ” ขึ้น โดยให้มีกิจกรรมการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ลูกจ้างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานผลิตตุ๊กตาเคเดอร์ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๓๖ จำนวน ๑๘๘ ราย รวมทั้งลูกจ้างที่เสียชีวิตจากการทำงานทุกกรณี

ซึ่งมีจำนวนกว่า ๖๐๐ รายต่อปี กิจกรรมในงานมีการแสดงเจตนารมณ์ด้านความปลอดภัยในการทำงานของภาครัฐโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน การเปิดเวทีให้นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ เพื่อพัฒนาการบริหารงานความปลอดภัยในการทำงาน และกิจกรรมสาธิตการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย ในสถานการณ์ต่างๆ เป็นต้น

15.4
วันนี้วันครอบครัวสากล จากหลายเรื่องในชีวิตประจำวัน ทำให้ผมแบ่งเวลาเคลียร์เสร็จงานส่งงานหนึ่งชิ้น งานนี้ตามภาพได้นำผู้ดำเนินรายการเชียงใหม่ มุมใหม่(สมัยนั้นเพื่อนได้ไอเดียทำรายการยูทูปมาจากเชฟหมีอย่างหนึ่งด้วย)กลับมาใช้แรงงานอย่างสร้างสรรค์คล้ายกับรายการมาผลิตใหม่อย่างได้ทุนมานำเที่ยว ตัดต่อส่งงานในเวลาจำกัดด้วย ส่วนงานวาดกำแพง ไปร่างรูปไว้กำลังเร่งงานต่อไป ครับ

Wathinee Khumsaeng ไปเที่ยวไหนกัน
เที่ยวล่องเรือน้ำปิง ชมบ้านชาวนาตามทริปเรือในเชียงใหม่ ครับ
ต้องโฆษณาตามลิ๊งค์ ครับ

Wathinee Khumsaeng เส้นทางน่าสนใจ
ขอบคุณที่ชมครับ

15.5
อากาศเปลี่ยนบ่อย ดูแลสุขภาพ ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย จัดเพลงของวงCountry Joe & the Fish – Who Am I ไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก หยุดพักใช้เฟซฯด้วย

Pharit Pathomthat หันไปใช้ blog หรือพวก tumblr กันดีไหมพี่

วันที่โพสต์ก็คุยกับเพื่อนสมัยมัธยมทางเฟซฯ ข้อความ น่าจะสะท้อนวัฒนธรรมดิจิตอล ยังนิยมเฟซฯสำหรับคนไทย ส่วนBlog ผมก็มีเพียงไปโพสต์ไม่มีคนคุย และผมต้องใช้เฟซฯ เพราะเชื่อมกับเพจเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ซึ่งคนในกลุ่มทำtumblrขึ้นมาเพียงแต่คนไม่นิยมเท่าเพจละมั้ง ที่ผมหยุดไปก็ทำงานนี้ด้วย โดยศูนย์วิจัยฯใช้เพจเฟซฯ ต้องโฆษณาตามลิ๊งค์ ครับ

Pharit Pathomthat Tumblr คนไทยจะยังใช้น้อยพี่ แต่มีไว้ก็ดี บางทีค้นๆ อะไรไปมันไปติดที่ tumblr ก็มี คิดซะว่ามันเป็น blog อีกแบบนึง เฟสนี่ส่วนใหญ่เราใช้คุยกับเพื่อนอย่างเดียวเลย แต่ว่าจะพยายามใช้น้อยลง มันรบกวนสมาธิ
วันนี้เพื่อนโทรมาให้ใช้เฟซฯดูข้อความเลยเข้ามาครับผมเห็นด้วยเรื่องการใช้เฟซฯเคยเขียนไว้อย่างอ.เบน ก็ไม่ชอบน.ศ.ใช้เฟซฯ จะหัดใช้Tumblr ส่วนตัวมีBlogตามลิ๊งค์ ครับ
http://akkaphon.blogspot.com/2017/03/capital-accumulation.html
Natthawoot Wangwiang ฉันเป็นใคร
ครับยินดีที่คุณแวะมาทักทายเพลงนี้ และวงดนตรีCountry Joe กับปลา มาจากชื่อผู้นำวงดนตรีJoe และผู้จัดการวงนำชื่อมาจากประเทศเหมากับปลาจากคำคมโดยเหมาเจ๋อตุง นั่นคือ ประชาชนเหมือนน้ำและกองทัพทหารเหมือนปลา และถ้าปัจจุบันเป็นดีเจต้องกรณีพูดถึงข่าวพระพุทธอิสระ และขอรำลึกอดีตหน่อยในฐานะดีเจปี52 ยินดีที่นักโทษการเมืองคนหนึ่งที่เคยร่วมงานกัน ตอนผมเป็นดีเจเขาได้ออกจากกรงของเรือนจำด้วย

22
ผมวาดภาพกำแพงเสร็จแล้วหลายวันแล้ว ตามภาพกรรมกรแรงงานศิลปินบอยกับสี ขนาดภาพ รายละเอียดต่างๆ เล่าย่อๆ วาดแถวชุมชนวัดควรค่าม้า(*) รอเผยแพร่ภาพในเพจที่ประกวดก่อน ซึ่งช่วงก่อนเฟซฯ รายงานช่วยรำลึกความทรงจำ(**)และผมได้พบปะสนทนากับผู้คนไม่ได้เจอกันนานด้วย
*[ ผลการตัดสินรอบคัดเลือกประกวด “วาดภาพบนกำแพง (Lanna Art Contest)” ]

เดิมชื่อ วัดคุณค่าม้า เพราะพื้นที่ส่วนนี้เป็นของคนเลี้ยงม้า ใช้ม้าเป็นพาหนะค้าขาย
**วันวิสาขบูชา ในปีม้า และภาพถ่ายวัดควรค่าม้ากับ ผลงานจิตรกรรมภาพแม่น้ำของ(โขง) ที่วัดภูมินทร์ จ.น่าน

ภู่มณี ศิริพรไพบูลย์ อยากชมจังฮะ
ได้ชมแน่ๆ แหะๆ ตามไปกดไลค์กดแชร์เค้าให้โหวตทางเพจด้วย ครับ

Noppanan Daengsanan รอดูครับท่าน
ขอบคุณครับท่านตามไปกดไลค์กดแชร์เค้าให้โหวตทางเพจด้วย ครับ

เก็ดถะหวา สีเงิน เมื่อกลายอาทิตย์ก่อนหนูก็ไปหนูจะไปชมผลงานครังหน้านะคะ
กลอยไปดูของจริงที่กำแพงได้ และฝากตามไปกดไลค์กดแชร์เค้าให้โหวตทางเพจด้วย ครับ
เก็ดถะหวา สีเงิน ครับอาจารย์
ขอบคุณที่กลอยเรียกอาจารย์ แต่ผมรู้สึกกดดันตัวเองในแง่หนึ่งที่เป็นอาจารย์ต้องวาดให้ดี มีชาวบ้านให้วาดเพิ่ม ก็ด้นสดจากแบบร่างให้ทันเวลา ฯลฯ(ยังไม่เห็นศูนย์ฯโพสต์ภาพลงเพจ)
ฝากกดไลค์ กดแชร์ผลงาน : สัตตภัณฑ์ไตรภูมิเล่าความดี ร่วมประกวดวาดภาพบนกำแพง ครับ

Wathinee Khumsaeng อยากเห็นฝัมืออีกครั้ง
ครับผมฝากไปกดไลค์กดแชร์เค้าให้โหวตทางเพจด้วย ครับ

22.2
ผมโฆษณาคลิปวิดิโอของผมที่ผลิตไปช่วงก่อน มีผลต่อรางวัลหากไลค์และแชร์(ว่าจะแท็กจำนวนผู้คนมากแต่เกรงใจ)

22.3
ช่วงก่อนแวะไปดูย่ามวิจิตร ตามภาพ
นิทรรศการ “ย่ามวิจิตร” ถือเป็นนิทรรศการที่มุ่งเน้นให้เกิดความสอดคล้องกันกับกระแสในเรื่องของนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นวัตกรรมล้านนาสร้างสรรค์ การจัดดำเนินโครงการจึงเน้นไปที่การกระตุ้น ให้เกิดการเห็นคุณค่าในความงาม และการอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดการต่อยอดศิลปวัฒนธรรมล้านนา ในการช่วยเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมเพื่อให้เกิดธุรกิจใหม่ ด้วยการนำ “ย่าม” ซึ่งถือเป็นเครื่องใช้ที่สำคัญและสัมพันธ์กับคนล้านนามานับแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน และ “ย่าม” ยังบ่งบอกถึงรากเหง้าตามแหล่งที่มาในแต่ละวัฒนธรรม แม้ว่ารูปแบบของ “ย่าม” นั้น ยังถูกพัฒนาเรื่อยมาตามกาลเวลา ในขณะที่ปัจจุบันนี้ เครื่องใช้ในลักษณะเดียวกัน ได้ถูกนำเข้ามาแทนที่ “ย่าม” เป็นจำนวนมาก จนทำให้วัฒนธรรมการใช้ “ย่าม” ลดน้อยลง อย่างเห็นได้ชัด นิทรรศการครั้งนี้ จึงได้รวบรวม “ย่าม” ในรูปแบบต่างๆ ตามแต่ละท้องถิ่นในดินแดนล้านนา จากการสะสมของนักสะสมแต่ละท่านมาจัดแสดงอย่างเป็นหมวดหมู่ ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาชาวไทย และชาวต่างชาติได้รับชม(*)

*วิจิตรศิลป์ มช. จัดนิทรรศการ “ย่ามวิจิตร”
http://www.chiangmainews.co.th/page/archives/691076
Anusorn Mekboot นี่แหละศิลปินเพชรงามแห่งลุ่มน้ำปิง!!
ถ้าท่านมีโอกาสผ่านมาหัวเมืองภูเก็ตผมอยากให้ท่านวาดภาพบนผนังบ้านดินของผมจัง..
555ผมจำได้เรื่องท่านชอบแซวเป็นศิลปินครับท่านขอบคุณที่ชม ผมแค่แวะไปดูนิทรรศการ เพราะช่วงก่อนซื้อกระเป๋าหรือย่าม อ่ะครับ
อย่าลืมมาแสดงหนังสั้นของผมบ้างเผื่อจะทำหนังแนว Avengers: Infinity War Official Trailer ซุปเปอร์ไซย่าปะทะอเวนเจอร์

ถ้ามีโอกาสคงได้ไปภูเก็ต มีศิลปินเยอะ มีสตรีทอาร์ตเจ๋งอยู่ขอบคุณที่ให้โอกาสผมไปวาดบ้านดินท่าน แต่ผมไม่ค่อยอยากเป็นศิลปิน เพราะศิลปินต้องใช้อารมณ์น่ะท่านกว่าจะมีอารมณ์วาด ฮ่า ผมใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ แล้วสนใจแนวแผนภูมิก้างปลาในชีวิตประจำวันแค่ต้องทำงาน

Wathinee Khumsaeng น่าสนใจมากเลย
ครับผม ขอบคุณครับ

22.4
แผนภูมิก้างปลา (Fishbone Diagram)
บางครั้งเรียกว่า แผนผังสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) มักใช้ในการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผลที่เกิดเป็นปัญหา (Problem) กับสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหา (Cause) การใช้แผนภูมิรูปคล้ายก้างปลา ใช้ค้นหาสาเหตุแห่งปัญหาและทำการศึกษา ทำความเข้าใจ ทำความรู้จักกับกระบวนการและใช้ในการระดมสมอง ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนสนใจใน ผลที่เกิดในรูปของปัญหาที่มี ซึ่งจะแสดงไว้ที่ หัวปลา วิธีการสร้างแผนผังสาเหตุและผลหรือผังก้างปลา
สิ่งสำคัญในการสร้างแผนภูมิคือ ควรต้องทำเป็นคณะทีมงานเป็นกลุ่ม ผ่านการระดมความคิดร่วมกัน โดยมี 6 ขั้นตอนประกอบด้วย
1. กำหนดปัญหาที่สนใจไว้ที่ตำแหน่งของ หัวปลา
2. กำหนดสาเหตุจะทำให้เกิดปัญหา ไว้ตามตำแหน่งของตัวปลา
3. กำหนดปัจจัยหลักที่จะทำให้เกิดปัญหา ไว้ตามตำแหน่งของก้างปลา หาสาเหตุในแต่ละปัจจัย
4. กำหนดสาเหตุของปัจจัยหลักที่พบ ไว้ตามตำแหน่งแยกย่อยในแต่ละก้างปลา ระบุสาเหตุปัจจัยหลักของปัญหาให้มากที่สุด
5. จัดลำดับความสำคัญของสาเหตุของปัจจัยที่มี เพื่อจัดกลุ่มการแก้ไขปัญหา
6. คัดเลือกแนวทางและเครื่องมือที่มี ใช้ในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาตามที่จำเป็น

การกำหนดปัจจัยหลักบนก้างปลา
การกำหนดปัจจัยหลักบนก้างปลานั้น สามารถที่จะกำหนดกลุ่มปัจจัยอะไรก็ได้ตามความสำคัญและความสนใจที่มี แยกกลุ่มตามจุดประสงค์เป้าหมายของงาน กลุ่มที่กำหนดไว้เป็นปัจจัยหลักนั้นควรจะช่วยให้เราแยกแยะและกำหนดสาเหตุที่มีได้อย่างเป็นระบบ ในงานอุตสาหกรรมการผลิตเราอาจใช้หลักการ 4M-1E เป็นกลุ่มปัจจัย (Factors) เพื่อจะนำไปสู่การแยกแยะสาเหตุประกอบด้วย
M – Man คนงาน พนักงาน หรือบุคลากร
M – Machine เครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวก
M – Material วัตถุดิบหรืออะไหล่ อุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในกระบวนการ
M – Method ขั้นตอนงานที่มี กระบวนการทำงาน
E – Environment สิ่งแวดล้อมที่มี ลักษณะของสถานที่ และบรรยากาศในการทำงาน

การกำหนดแผนภูมิก้างปลา ไม่จำเป็นต้องใช้ 4M-1E เท่านั้น เพราะหากเราไม่ได้อยู่ในงานด้านการผลิตปัจจัยที่จะนำเข้า (input) ในการวิเคราะห์ก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามเรื่องที่สนใจได้เช่น งานด้านการตลาดก็อาจใช้ปัจจัยนำเข้าด้านการตลาดแทนคือ 4P ได้แก่ Place, Produce, Price และ Promotion แทนในปัจจัยหลักที่จะวิเคราะห์ หรือในกรณีที่กลุ่มหัวข้อจากประสบการณ์ในปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ก็สามารถที่จะนำหัวข้อนั้นมากำหนดเป็นปัจจัยหลักให้เหมาะสมกับปัญหาที่จะต้องแก้ไขตั้งแต่แรกเลยก็ได้(*)

อย่างไรก็ดี ผมดูตามภาพแผนภูมิก้างปลา สะท้อนตรรกะเหตุผล แต่แผนภูมิก้างปลาเป็นที่นิยมรู้จักน้อยกว่าแผนภูมิความคิด(Mind Map)ในไทย ซึ่งผมขอเขียนรำลึกคุณธัญญา ผลอนันต์ ในแง่ที่เสียชีวิตไปช่วงก่อน ในความทรงจำของผม ก็ยังไม่มีโอกาสเขียนถึงคุณ เพราะไม่มีจังหวะเขียน เพียงเราเชื่อมโยงกันทางเฟซฯ แม้ผมไม่มีโอกาสเจอตัวจริงเลย

*แผนภูมิก้างปลา (Fishbone Diagram)
http://ioklogistics.blogspot.com/2017/07/fishbone-diagram.html
ผังก้างปลา กับ แผนภูมิความคิด
http://www.prachasan.com/mindmapknowledge/fishbonemm.htm

22.5
ขายหนังสือ
ครบรอบสี่ปีรัฐประหาร 22 พ.ค.57 มาขายหนังสือซ้ำด้านการเมือง สังคมเพื่อเข้าใจไทยแลนด์ ครับ
ขายหนังสือ 1.รัฐศาสตร์สาร แถมเทปhttps://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2020624161300135&id=100000577118415
ขายหนังสือ
กวีการเมือง(ผมมีไม่ได้ถ่ายรูปนำมาจากเน็ต)

ขายหนังสือสังคมศาสตร์ ข้ามพรมแดน 216บ.

(หยุดพักโพสต์เฟซฯพักผ่อนท้องไส้ไม่ดีด้วยช่วงก่อนครับ)

22.6
22 พฤษภาคม วันแห่งความหลากหลายทางชีวภาพโลก ตามภาพลูกแมว ใครอยากเลี้ยงเมี้ยว บ้าง ครับ

22.7
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย ดูแลสุขภาพ อากาศเปลี่ยน และผมกลับมาจัดเพลง Political World ซึ่งพี่บ็อบ เคยบอกว่าเพลงของเขาอาจเป็นวรรณกรรมหรือไม่เป็นก็ได้ ที่สำคัญคือ เขากล่าวว่า “ผมไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเพลงเหล่านั้นหมายถึงอะไร ตอนที่เมลวิลล์ (เฮอร์แมน เมลวิลล์ ผู้เขียนโมบี้ดิ๊ก) บรรจุเรื่องคัมภีร์พันธสัญญาเก่า คำอ้างตามไบเบิล ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ แนวคิดโปรแตสแตนท์ และความรู้ทั้งมวลเกี่ยวกับทะเล การแล่นเรือ และปลาวาฬเอาไว้ในเล่มเดียว ผมก็ไม่คิดเช่นกันว่าเขาจะสนหรอกว่าทั้งหมดนั่นมีความหมายว่ายังไงบ้าง” “เพลงไม่เหมือนวรรณกรรม เนื้อเพลงนั้นจะมีความหมายก็ต่อเมื่อร้องออกมา ไม่ใช่อ่านอยู่บนหน้ากระดาษ”EAST MEETS WEST
Bob Dylan “เพลงไม่เหมือนวรรณกรรม เนื้อเพลงนั้นจะมีความหมายก็ต่อเมื่อร้องออกมา” : ดีแลน รับโนเบลอย่างเป็นทางการแล้ว อ้างข้อมูลจากThe Paperless

28 พค.
โมเดลปลาทู ปลาตะเพียน หัวปลา ในการจัดการความรู้

โมเดลปลาทูมีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน คือ ส่วนเป้าหมาย (หัวปลา) ส่วนกิจกรรม (ตัวปลา) และ ส่วนการจดบันทึก (หางปลา)
“หัวปลา” (Knowledge Vision- KV) หมายถึง ส่วนเป้าหมาย ได้แก่ ปณิธานความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์ หรือทิศทางของการจัดการความรู้ โดยก่อนที่จะทำจัดการความรู้ ต้องตอบให้ได้ว่า “เราจะทำ KM ไปเพื่ออะไร ?” โดย “หัวปลา” นี้จะต้องเป็นของ “คุณกิจ” หรือ ผู้ดำเนินกิจกรรม KM ทั้งหมด โดยมี “คุณเอื้อ” และ “คุณอำนวย” คอยช่วยเหลือ

“ตัวปลา” (Knowledge Sharing-KS) หมายถึง ส่วนกิจกรรม ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญ ซึ่ง “คุณอำนวย” จะมีบทบาทมากในการช่วยกระตุ้นให้ “คุณกิจ” มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความรู้ โดยเฉพาะความรู้ซ่อนเร้นที่มีอยู่ในตัว “คุณกิจ” พร้อมอำนวยให้เกิดบรรยากาศในการเรียนรู้แบบเป็นทีม ให้เกิดการหมุนเวียนความรู้ ยกระดับความรู้ และเกิดนวัตกรรม

“หางปลา” (Knowledge Assets-KA) เป็นส่วนของ “คลังความรู้” หรือ “ขุมความรู้” ที่ได้จากการเก็บสะสม “เกร็ดความรู้” ที่ได้จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ตัวปลา” ซึ่งเราอาจเก็บส่วนของ “หางปลา” นี้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น การจดบันทึก เป็นการจดบันทึกความรู้ เทคนิค เคล็ดลับในการทำงานที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ควรบันทึกในหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ผังมโนทัศน์ (Mind Map) และรูปแบบอื่นๆ ให้สมาชิกในองค์กรเข้าถึง เอาไปปรับใช้ได้ตลอดเวลา และเก็บคลังความรู้เหล่านี้ในรูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information and Communication Technology – ICT) ซึ่งเป็นการสกัดความรู้ที่ซ่อนเร้นให้เป็นความรู้ที่เด่นชัด นำไปเผยแพร่และแลกเปลี่ยนหมุนเวียนใช้ พร้อมยกระดับต่อไป

โดย “โมเดลปลาตะเพียน” เป็นบทขยายของ “โมเดลปลาทู” ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น “หัวปลาใหญ่” เป็นสิ่งที่ทุกหน่วยงานร่วมกันกำหนด ที่เรียกว่า วิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision) หรือปณิธานความมุ่งมั่นร่วม (Common Purpose) หรือเป้าหมายร่วม (Common Goal) เมื่อร่วมกันกำหนดแล้ว ก็ร่วมกันดำเนินการตามเป้าหมายนั้น เปรียบเสมือนการที่ “ปลาเล็ก” ทุกตัว “ว่ายน้ำ” ไปในทิศทางเดียวกัน โดยที่แต่ละตัวมีอิสระในการ “ว่ายน้ำ” ของตนเอง ผู้บริหารระดับสูงมีหน้าที่ “บริหารหัวปลา” และคอยดูแล “บ่อน้ำ” ให้ “ปลาเล็ก” ได้มีโอกาสใช้ความริเริ่มสร้างสรรค์ของตนในการ “ว่ายสู่เป้าหมายร่วม” ทุกหน่วยงานย่อยเองก็ต้องคอยตรวจสอบว่า “หัวปลาเล็ก” ของตนหันไปทางเดียวกับ “หัวปลาใหญ่” ขององค์กรหรือไม่(*)

อย่างไรก็ดี ผมมีอุปมาปลามาหลายเรื่องแล้ว ก็เขียนมาไม่ว่าสอนให้หาปลา และต่อมาความสนใจเครื่องมือการจัดการความรู้ ในแง่หนึ่งต้องเคลียร์งานดัดแปลงวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับปลา ยกตัวอย่างที่ผ่านมาแผนภูมิก้างปลา(**) ซึ่งมีวิธีการและขั้นตอนของการเล่าเรื่อง มีการกำหนด “หัวปลา” ให้ชัด ซึ่งหมายถึงเป้าหมายของการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดังตัวอย่างการประชุมในตลาดนัดความรู้ของชาว จ.พิจิตร จากข้อมูลในเน็ตเท่าที่ผมเข้าใจมีอยู่ยกตัวอย่างแล้วMind Mapคนรู้จักมากกว่าในไทย

* การจัดการความรู้ (Knowledge Management)
http://www.resource.lib.su.ac.th/km/index.php/kmis
**แผนภูมิก้างปลา (Fishbone Diagram)

28.2
Data Artist หรือนักศิลปินวิเคราะห์ข้อมูล
Data Artist หรือนักศิลปินวิเคราะห์ข้อมูล ที่จะทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมมุมมองใหม่ๆ สร้างข้อมูลโดยใส่ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์ ความรู้สึก การเข้าถึงสังคม และการใช้ประสาทสัมผัส หรือเติมSoft Skills เพื่อให้แรงงานสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข และประสบความสำเร็จในชีวิตได้(*)

โดยผมสนใจนักศิลปินวิเคราะห์ข้อมูล ดูนิยามในอินเตอร์เน็ต บอกว่า ความหมายของศิลปินนักวิเคราะห์ข้อมูล คือ นักวิเคราะห์ธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ สร้างกราฟ แผนภูมิ อินโฟกราฟิค และเครื่องมือทางสายตา ที่ช่วยให้ผู้คนเข้าใจข้อมูลอันซับซ้อน(ผมไม่อ้างอิงลองค้นกันดู)

อย่างไรก็ดี มีทำนายถึงอนาคตพาวเวอร์พ๊อนท์ และข้อมูลต่างๆ ที่น่าสนใจลองดูเพิ่มเติมตามลิ๊งค์ได้(**) จากหลายเรื่องในชีวิตประจำวัน เห็นข้อมูลนี้น่าสนใจจัดการข้อมูลในยุคนี้ด้วย
* ’10อาชีพ’ ไร้เสี่ยงตกงาน นักวิเคราะห์ข้อมูลมาแรง
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/800316
** Data artist in residence: Why your data needs an artist’s touch
https://www.itworld.com/article/2697142/data-artist-in-residence-why-your-data-needs-an-artist-s-touch.html

28.3
เมืองเชียงใหม่ กับคาดหวังเมืองมรดกโลก เมืองสมารท์ ซิตี้
28 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันสุขบัญญัติแห่งชาติ วันนี้มีฤดูฝนช่วยบรรเทา หมอกควันหายไป แล้วอย่าลืมงานศิลปะภาพสวมหน้ากากอนุสาวรีย์ฯ สะท้อนหมอกควันคลุมเมือง และฤดูฝนดูจากแผนที่อากาศ ก็ใจเย็น ถ้าฝนตกรถติดอีก
แรงงานฤดูฝนย่างเข้ามาแล้ว อย่าลืมปัญหาหมอกควันคลุมเมือง น่ะ ออเจ้า

28.4
วันพรุ่งนี้วันวิสาขบูชา กลับมาเผยแพร่ผลงานสัตตภัณฑ์(*)ฉบับภาพสเก็ตซ์ลงสีเทคนิคสีไม้ระบายน้ำของภาพวาดบนกำแพงบนกระดาษก่อน มีภาพถ่ายจากกล้องมือถือเหมือนภาพวาดบนกำแพง(**) มีรณรงค์ธงธรรมจักร ในภาพก็มีธรรมจักร ใช้กล้องมือถือ ครับ
*ภาพร่างสเก็ตซ์ สัตตภัณฑ์

**ผมวาดภาพกำแพงเสร็จแล้วหลายวันแล้ว

28.5
ขายหนังสือ กับเมืองหนังสือ
ผมมาขายน้อย แต่มากความหมายหนังสือเล่มนี้ คือ แลไปข้างหน้า ผลงานของศรีบูรพา และหนังสืออื่นๆ
อย่าลืมหนังสือมีขายซ้ำตามลิ๊งค์(*) โดยไทยแลนด์ เคยมีความคิดริเริ่มทั้งหลายทั้งปวงมาจากการที่ยูเนสโกกำหนดให้วันที่ 23 เมษายนของทุกปี เป็นวันหนังสือและลิขสิทธิ์โลก (World Book and Copy right Day)

เมื่อปี 2539 จากนั้นในปี 2544 ยูเนสโกก็ร่วมกับสมาพันธ์ผู้จัดพิมพ์นานาชาติ และสมาพันธ์ผู้จัดจำหน่ายหนังสือนานาชาติ ตลอดจนองค์กรที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีโครงการ “เมืองหนังสือโลก” หรือ “World Book Capital” เพื่อกระตุ้นให้เกิดการอ่านหนังสือมากยิ่งขึ้นในทุกประเทศ
แต่ไทยแลนด์ วัฒนธรรมการอ่านยังน้อย เมืองหนังสือโลก เขาเลือกกทม. พันธกิจที่1 การจัดสร้างหอสมุดเมือง กทม.
พันธกิจที่ 2จัดตั้งพิพิธภัณฑ์การ์ตูน พันธกิจที่ 3 โครงการวัฒนธรรมการอ่าน….พันธกิจที่ 4 การส่งเสริมการอ่านในเด็กและเยาวชน…. (**) ไม่เลือกเชียงใหม่บ้าง ทำไงให้เชียงใหม่เป็นเมืองหนังสือ หรือจะให้เมืองหนังสือของไทย ดีเหมือนเมืองหนังสือในต่างประเทศ(***) คำตอบอยู่กับทุกคน

*ขายหนังสือ 1.ข้างหลังภาพ ศรีบูรพา

**เมืองหนังสือโลก.. ทำไมเขาเลือก กทม.?
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/339879
เงียบงัน…ปิดฉาก “กรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลก”…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/social/local/292594
***เมืองหนังสือ Book Townแบบเฮย์ ออน ไวย์/Hay-on-Wye แห่งเวลส์ ณ อังกฤษ
https://web.tcdc.or.th/en/Articles/Detail/Book-Towns-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87

28.6
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย จัดเพลงของลุงบ็อบ เมื่อ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) – บ๊อบ ดีแลน ออกอัลบั้ม The Freewheelin’ Bob Dylan ซึ่งมีเพลง Blowin’ in the Wind รวมอยู่ด้วย และวันที่24 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941) – บ๊อบ ดีแลน นักร้องและนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน ซึ่งวันนี้ดีเจบอย จัดเพลงKnockin’ on Heaven’s Door “Original” ลุงบ็อบหรือพี่บ็อบ เคยกล่าวว่าดนตรีกับวรรณกรรมผสมผสานอยู่ในความเป็นดีแลนผ่านเส้นทางการอ่านสมัยที่ยังเรียนหนังสือของเขา อย่างเรื่อง “โมบี้ดิ๊ก” (Moby-Dick) “โอดิสซี” (Odyssey) และ “แนวรบตะวันตก เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง” (All Quiet on the Western Front) เรียกได้ว่าเขานำลีลาการสื่อสารและการสร้างธีมแบบวรรณกรรมมาใช้กับเวลาเขียนเนื้อเพลง แต่เพราะแรงส่งตั้งต้นของเขาคือโฟล์คซองอเมริกันแบบฮอลลี่ การรักษาพลังในเชิงวรรณกรรมจึงต้องปรับให้เข้ากับสไตล์แบบโฟล์คซองอยู่ และสื่อสารด้วยการให้คน “ฟัง” อ้างข้อมูลจากThe Paperless

Anusorn Mekboot ผมอยากฟังเพลงอินเดีย คราวหน้าท่านดีเจบอยจัดให้สักเพลงสิ

ได้วันนี้จัดเพลงอินเดียหละกัน ครับ
ขอนอกเรื่องถามเป็นความรู้หน่อย คือ ศาสนาอิสลามมีการอ้างอิงเกี่ยวกับเรื่องของการเดินทางข้ามเวลาบางส่วน ในอัลกุรอานได้บอกเกี่ยวกับบุคคลหลายคนที่ไปนอนหลับอยู่ในถ้ำเพียงเพื่อที่จะตื่นขึ้นมาหลังจากเวลาได้ผ่านไปแล้ว 309 ปี นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงเกี่ยวกับความแตกต่างของเวลาที่มีสภาวะคือ “วันหนึ่งสำหรับพระเจ้า (อัลเลาะห์) เป็นหนึ่งพันปีของสิ่งที่คุณนับ (เวลาของโลกมนุษย์) และที่อินเดียหรือไม่? ครับ
ในยุคของท่านศาสดามูฮำหมัด(นบี)ไม่มีครับท่านเรื่องข้ามเวลา…แต่สิ่งที่ท่านพูดถึงชาวถ้ำนั้นมีจริงครับแต่เป็นคนละยุคกับท่านนบี
ต้องเข้าใจก่อนว่าเนื้อหาในอัลกุรอานนั้นมีหลายศาสตร์ท่านสามารถหาอ่านในเนตได้ บางเรื่องในอัลกุรอานอัลลอฮ์(พระเจ้าองค์เดียว)ได้พูดถึง ยกตัวอย่างถึงกลุ่มชนในอดีตเช่น ฟาโรห์ อับราฮัม โนอาร์ โมเสส เยซู ฯ หรือเรื่องของอนาคตในยุคนบีเช่น มีโองการหนึ่งชื่อ อัรรูม เป็นโองการที่กล่าวถึงอาณาจักรโรมันที่ได้ถูกพิชิต ซึ่งในยุคของนบีถือว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องอนาคต(งงไหม)
ส่วนเรื่องวิทยาศาสตร์ที่เด่นๆคือการกำเนิดมนุษย์ โองการนี้ทำให้แพทย์ชาวตะวันตกเข้ารับอิสลาม กล่าวคือพระเจ้าได้พูดถึงขึ้นตอนของการกำเนิดมนุษย์ตั้งแต่อสุจิ ไปสู่ก้อนเลือด จากนั้นเป็นก้อนเนื้อ จากนั้นพอครบ4เดือนพระเจ้าจะเป่าวิญญาณลงไป ซึ่ง1439ปีก่อนในอัลกุรอานได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวก่อนที่การแพทย์สมัยใหม่จะค้นพบ…
ส่วนเรื่องวันในโลกมนุษย์กับโลกนิรันดร์นั้นจริงครับมันแตกต่างกันมาก
http://ansorimas.blogspot.com/2015/09/blog-post_63.html?m=1
ลองอ่านให้หมดนะ ท้ายๆบทความจะเข้าใจมากขึ้น
ขอบคุณครับท่าน ที่แนะนำผม และท่านกล่าวถึงเรื่องวิทยาศาสตร์หลายเรื่องน่าสนใจด้วย ซึ่งผมจับประเด็นเรื่องถ้ำหมายความการเดินทางข้ามเวลาขยายความมีแต่เรื่องถ้ำไม่มีเรื่องอนาคตมีไทม์แมชชีน ? และอีกเรื่องหนึ่งในหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ กล่าวถึงคัมภีร์ไบเบิ้ลของคริสต์ ไม่มีเรื่องไดโนเสาร์ เกาะกระแสหนังจูราสิคเวิลด์ กำลังเข้าโรงหนังด้วย

เอ่อ ผมลืมฝากท่านไลค์และแชร์ภาพวาดบนกำแพง เผื่อผมได้รางวัลได้เงินเพิ่มครับ ตามลิ๊งค์ ครับ

Anusorn Mekboot อรรคพล สาตุ้ม เรื่องอนาคตในยุคนบีก็มีนะ…เกิดขึ้นตอนที่ท่านนบีเดินทางด้วยบูร็อค(ปัจจุบันก็ไม่ทราบได้ว่าเป็นพาหนะอะไร พวกเปอร์เซียบางกลุ่มจินตนาการว่ามันคือคน+ม้า/หน้าตาเป็นผู้หญิงตัวเป็นม้า ถ้าท่านเห็นภาพดังกล่าวในบ้านมุสลิมบางคน นั่นแหละพวกเปอร์เซียหรือพวกชีอะห์จินตนาการว่านั่นคือบูร็อค แต่ไม่ใช่คำสอนของอิสลามนะอย่าเข้าใจผิด) …
กลับมาตอนที่นบีเดินทางจากนครมักกะฮ์(ซาอุฯ)ไปเยรูซาเล็ม(อิสราเอล ปัจจุบัน)ด้วยบูร็อคภายใน1คืน สมัยนั้นท่านลองดูแผนที่ว่าเมืองทั้งสองห่างกันมาก ท่านนบีไปที่มัสยิดอัลอักซอ(dome of the rock)เพื่อไปรับโองการละหมาดจากพระเจ้าบนฟากฟ้าโดยเริ่มขึ้นไปจากมัสยิดนี้ ต่อมานี่คือทิศละหมาดทิศแรกของอิสลามก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นมักกะห์ และสถานที่แห่งนี้มีความผูกพันกับอิสลาม คริสต์และยิว ยิ่งพูดยิ่งยาวท่าน…วันหลังผมจะมาเล่าว่าระหว่างที่ท่านนบีขึ้นไปบนฟากฟ้าเจออะไรบ้าง
เอาละตอนนบีเดินทางกลับมักกะห์ท่านเห็นกองคาราวานที่กำลังเดินทางกลับมายังมักกะห์แล้วท่านก็บอกกับชาวเมืองว่าจะมีกองคาราวานมาในไม่ช้า ซึ่งคนในสมัยนั้นก็ไม่เชื่อว่ารู้ได้อย่างไร นึกออกไหม สมัยนั้นพาหนะการเดินทางมีแค่อูฐกับม้า แต่นบีเดินทางด้วยบูร็อคเปรียบเสมือนเครื่องบินปัจจุบัน ท่านเห็นท่านรับรู้อนาคตก่อนงัยท่านเพราะพาหนะที่รวดเร็วกว่าในสมัยนั้นเอง

ครับท่าน ผมได้รับประโยชน์จากเรื่องศาสนาประเด็น1.ข้ามเวลา 2.นบี ซึ่ง8 มิถุนายน พ.ศ. 1175 – ศาสดามุฮัมมัด (Muhammad) แห่งศาสนาอิสลาม ถึงแก่กรรม
ความคลุมเครือเกี่ยวกับการเสียชีวิต (วะฟาต) ของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) หนึ่งในความอธรรมที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ได้รับภายหลังการจากไปของท่าน นั่นคือ จวบจนถึงวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า
ท่านเสียชีวิต (วะฟาต) โดยธรรมชาติเนื่องจากความเจ็บป่วยหรือด้วยการเป็นชะฮีด ในขณะที่มุสลิมโดยทั่วไปจะรับรู้ว่าท่านเสียชีวิตเนื่องจากความอาการป่วย แต่หากเราพิจารณาในบันทึกทางประวัติศาสตร์บางส่วนเราจะพบว่า มีการชี้ให้เห็นว่า ท่านได้เสียชีวิตอันเกิดจากผลของการถูกวางยาพิษโดยบรรดาศัตรูที่ปรารถนาจะดับรัศมี (นูร) แห่งพระผู้เป็นเจ้า
http://www.islamicstudiesth.com/index.php/21-prophet-ahlulbait/89-muhammad-pbuh-died

Anusorn Mekboot ถึงแม้การวะฟาตของท่านนบีจะด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่ มุสลิมไม่ได้คิดมาก คิดลึกถึงสาเหตุการวะฟาดเพราะในอัลกุรอาน พระเจ้าได้กล่าวไว้ชัดเจนว่า “เราเป็นสิทธิแด่อัลลอฮ์ และเราจะต้องกลับไปหาพระองค์” ประเด็นประโยคนี้ในกุรอานถ้าจะเปรียบเทียบแนวศาสนาเปรียบเทียบกับความเชื่อของลัทธิเต๋าที่สอนเรื่องความตายว่า “ทุกความตายนั้นจะกลับไปหาเต๋า” เต๋าคืออะไร?
มุสลิมยุคหลังนบีไม่นานเริ่มแตกแยกเรื่องผู้นำ (เรื่องการเมืองการปกครอง) เริ่มมีความสงสัยไปเรื่อยเปื่อยทั้งๆที่ศาสนาของพระเจ้าสมบูรณ์แล้วในที่นี่ประเด็นสาเหตุการวะฟาด ผมเดาไว้ก่อนเลยชุดประวัติฯบางตอน แนวคิดปรัชญาอิสลามที่ชอบมาแอบอ้าง ทั้งหมดล้วนแล้วมาจากพวกเปอร์เซีย(อิหร่าน)ทั้งนั้น

ครับท่านผม 3.จัดเพลงอินเดียให้แล้ว 4.ชื่อฟรองซัวร์ มีปรากฏพระเจ้าฟรองซัวส์ฝรั่งเศสในชุมชนจินตกรรมฯ และวิทยานิพนธ์ของผม มีชื่อขอบคุณฟรองซัวร์ในกิตติกรรมประกาศ ซึ่งจะดัดแปลงไปเสนอเป็นหนังสือ ส่วนท่านทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับมาเลย์ ก็คงรู้ข่าวมหาธีร์แล้วแน่ ครับ

Posted in Uncategorized | Leave a comment

การสะสมความทรงจำกับเสือดำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส เมืองบางกอกเมืองปลา และการเมืองไทย

2 เมษา
การสะสมความทรงจำ (ตอนที่5)
ตอนเริ่มต้นผมกะวางแผนการเขียนการสะสมความทรงจำ ให้มีตอนจบเดือนมีนาคม(*) แต่ไม่มีเวลาเขียน ข้ามพื้นที่และตัดตอนไปบ้างแล้ว ซึ่งผมเดินทาง เห็นสายน้ำทะเล จังหวัดจันทบุรี รำลึกมีชายฝั่งติดกับอ่าวไทยโดยจุดเหนือสุดของอ่าวไทย ตรงปากแม่น้ำเจ้าพระยา นิยมเรียกกันว่า “อ่าวประวัติศาสตร์รูปตัว ก” ซึ่งต่างชาติเรียก “อ่าวกรุงเทพฯ”

หากไม่กางแผนที่ดูสายน้ำทะเล ไม่มีผีทะเล แต่เรามาเล่นปริศนาข้ออ้าง ปลาวาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม. ข้ออ้าง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมออกลูกเป็น … ข้ออ้าง ปลาไม่ใช่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม. ข้อสรุป ปลาวาฬไม่ใช่ปลา.แต่ทำไมคนไม่เลิกนิยมเรียกปลาวาฬ หละครับ

เนื่องจากปลาวาฬเป็นสัตว์จำพวกเลี้ยงลูกด้วยน้ำนม จึงมีปอดแทนที่จะมีเหงือกสำหรับหายใจใต้น้ำได้เช่นปลาธรรมดา ปลาวาฬต้องโผล่ขึ้นมาสูดลมหายใจใหม่ทุก ๆ ๒๐ นาที จมูกของปลาวาฬอยู่ตอนส่วนบนของหัว เพื่อความ สะดวกในการสูดอากาศเมื่อโผล่ขึ้นบนผิวน้ำ ในขณะดำน้ำจะมีกล้ามเนื้อพิเศษปิดรูจมูกของมันไว้แน่นเพื่อกันไม่ให้น้ำเข้าไปจมูกของปลาวาฬติดต่อกับปอดโดยตรง ส่วนปากของมันนั้นไม่มีทางติดต่อกับปอดและจมูกของมันเลย ทั้งนี้เพื่อจะกันไม่ให้น้ำเข้าสู่ปอดในขณะที่มันอ้าปากใต้น้ำ เนื่องจากปลาวาฬต้องโผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำเสมอ ๆ นี่เอง ทำให้นักล่าปลาวาฬสามารถติดตามหาแหล่งที่อยู่ของมันได้

ขณะที่ปลาวาฬโผล่ขึ้นบนผิวน้ำ จะมีน้ำพุ่งขึ้นมาเป็นฝอยคล้ายน้ำพุ ซึ่งที่จริงไม่ใช่น้ำที่ปลาวาฬพ่นออกมาตามที่คนส่วนมากเข้าใจกัน แต่ในลมหายใจออกของปลาวาฬนั้นมีไอน้ำปนอยู่ด้วย เมื่อไอน้ำนี้กระทบกับความเย็นของอากาศบริเวณนั้นเข้า จึงรวมตัวกันเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ พุ่งออกมาเป็นฝอยคล้ายน้ำพุ
โดยปลาวาฬ ให้เรียกวาฬ ปลาโลมา ให้เรียก โลมา ปลาหมึก ให้เป็นหมึก ปลาดาวเป็นดาวทะเล ปลาม้าน้ำ ต้องม้าน้ำ สร้างนิยามทางวิทยาศาสตร์ให้ความหมายทางชีววิทยา Whaleตรงกับคำความหมายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่คำว่าJellyfish ก็แปลว่าแมงกะพรุนไม่ใช่ปลาวุ้น

จากปี2561 หากย้อนเวลาสู่ปี2556 การเดินทางของพวกเราจบลงที่จังหวัดอยุธยา(**) แหล่งประวัติศาสตร์ ที่สำคัญ แต่ผมจะเล่าถึงระยองมองดูทะเล ในเมือง ที่มีนิคมอุตสาหกรรมไว้ก่อน เพราะทะเลสวยงาม เสียงคลื่นซัดสาด เห็นไกลสุดขอบฟ้า มีทะเลชีวิตชีวา และผมได้เล่นน้ำทะเล โต้สายลม ส่วนคนสนใจโห่ๆฮิ้วเบาๆ สำหรับบางคน
ผมถ่ายรูปลงเฟซฯบุ๊ค ว่าตัวเองเดินทางเหมือนคนหนุ่ม และมีคนแซวเล่นไม่เห็นเป็นไร ก็เรื่องเหมือนลุงล่าปลา.. แต่ผมทำให้นึกถึงเรื่องเฒ่าผจญทะเล (The Old Man and the Sea) เป็นผลงานของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ ว่าด้วยเรื่องของชายชราคนหนึ่งผู้ออกหาปลา ได้รับชัยชนะ พร้อมกับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน นี่แหละชีวิต!
แม้ว่ารถทัวร์ของเราจะผ่านอุปสรรครถเสีย หรือเราลุยพายุฝนเห็นรถยนต์ร่วงหล่นข้างทาง จากประสบการณ์เสี่ยงภัย ก็มาถึงที่บ้านเพวิลล์ เป็นบ้านพักส่วนตัวสไตล์บังกะโลติดชายทะเลเพียงเดินไปไม่กี่ก้าว ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย รวมถึงร้านขายฝาก พร้อมทั้งตลาดบ้านเพ
พวกเราไปเดินจับจ่ายเงินซื้อของทำอาหารกิน ย่างปลาหมึกร่วมกัน
โดยบรรยากาศของชายทะเลเป็นความบันเทิงเริงรมย์ พักผ่อนหย่อนใจจากการแสวงหาความรู้ ที่ทะเล แล้วมาต่อตอนจบกันในความทรงจำใหม่ปี 2561 ครับ

*การสะสมความทรงจำ ตอนที่ 4

**อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน

Anusorn Phattanasarn มาชัยภูมิมั่งดิฮะ บอย
อรรคพล สาตุ้ม จริงๆ ทางผ่านมีป้ายชัยภูมิด้วย เสียดายมีโอกาสเจอกัน ครับ ราตรีสวัสดิ์
Anusorn Mekboot ท่านสะสมความทรงจำ “กาดฝายหิน” สมัยยังเป็นเพิง หรือยัง??? ผมชอบบรรยากาศตอนนั้นมาก จำได้ว่ากินแป๊ะซะปลาช่อนครั้งแรกที่นั่น สมัยนั้นผมนั่งรถไฟชั้น3มาจากปัตตานี้ นั่งมา2คืนรวด…จำได้ว่ามาช่วงหน้าหนาวมาเชียงใหม่ครั้งแรกซะด้วย ออลืมบอกตอนนั้นผมมาเยี่ยมเพื่อนผมที่เรียนคณะเดียวกับท่าน..
ปล.ถ้าท่านมีรูปกาดฝายหินสมัยก่อน โพสหน่อยครับ

1.กาดฝายหิน สมัยเพิงจำไม่ได้ถ่ายรูปหรือไม่ เพราะยุคนั้นยุคถ่ายภาพด้วยฟิลม์ เปลืองอยู่ด้วย ต้องค้นดูก่อน ยุคนี้ถ่ายรูปบางที่ มีคนเป็นผู้รับเหมาฯทุบตึกบอกเค้าก็ถ่ายเก็บไว้ ยุคดิจิตอลถ่ายเยอะไม่เปลือง 2.เรื่องนั่งรถไฟไปผมก็เข้าใจบรรยากาศนั่งรถไฟผมเคยนั่งรถไฟไปผ่านปัตตานีถึงสุไหงโกลกที่เคยเล่าให้ท่านรู้ไว้ ถ้าผมพัฒนาสมองได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนหนังลูซี่จะย้อนเวลาไปนั่งรถไฟกับท่านและถ่ายรูปกาดฝายหินแน่นอน ครับ
Lucy Soundtrack OST

2.2
เมื่อวานวันที่1เมษาหวยออก วัน April Fool’s Day ช่วงนี้ผมไปร่วมประชุมเตรียมงานวันแรงงานสากล และเครือข่ายแรงงานภาคเหนือแจกน้ำให้แรงงานผู้ลงทะเบียนฯ(*) ไม่มีเวลาส่งประกวดหนังสั้นที่ตางประเทศหมดเขตพรุ่งนี้ เตรียมเขียนเรื่องสั้นส่งประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์
*https://www.facebook.com/580937148732328/photos/a.580943645398345.1073741828.580937148732328/944951855664187/?type=3&theater

2.3
การสะสมความทรงจำ (ตอนจบ)
เมื่อวันเวลาไหลผ่านสู่ปี2561 เสียงคลื่นกระทบฝั่งสายน้ำทะเล ยามเย็นบรรยากาศสายลม หลังจากออกจากพิพิธภัณฑ์ แล้วก็ได้พานพบปะสบโอกาส มีบทสนทนา ทำให้ผมได้คุยกับอ.กามนิต หลายเรื่องหลายมุม มาเล่ามุมประวัติชีวิต(บ้านเกิดชัยภูมิ) เคยรับราชการทำงานในตำแหน่ง “นักทำลายวัตถุระเบิดใต้น้ำ” ของกองทัพเรือ เป็น “ช่างสำรวจใต้น้ำ” ทำการเก็บกู้แหล่งโบราณวัตถุใต้น้ำของกรมศิลปากร ทำงานในหลายพื้นที่ แต่ทำงานในพื้นที่ จ.จันทบุรี เป็นส่วนใหญ่ โดยประจำการอยู่ที่หน่วยงานโบราณคดีใต้น้ำ จ.จันทบุรี
ปัจจุบัน แม้จะเกษียณอายุราชการจากกรมศิลปากรมาแล้ว 9 ปี อ.กามนิต ยังคงเป็นอาจารย์สอนด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุ มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี จ.จันทบุรี และมหาวิทยาลัยบูรพา อ.บางแสน จ.ชลบุรี, ทำงานสำรวจ ขุดค้น ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองจันทบุรี ,เขียนหนังสือเรื่อง “สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม จ.จันทบุรี” ให้กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี,ทำวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโท ม.ศิลปากร เรื่อง “การตั้งถิ่นฐานของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ จ.จันทบุรี” และหลังจากที่ได้รับทุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ไปทำการขุดคุ้นแหล่งโบราณคดี ได้เขียนหนังสือออกมาชื่อ “การอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมยุคหินใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี”
ชีวิตรับราชการกองทัพเรือและกรมศิลปากรรวมแล้วกว่า 40 ปี ที่ทำให้มีความผูกพันกับ จ.จันทบุรี มาเป็นเวลานาน และปัจจุบันชีวิตของการเป็นนักประวัติศาสตร์,นักโบราณคดีอิสระ รวมถึงชีวิตอาจารย์ ในแบบที่ยังออกไปทำงานด้านการอนุรักษ์ด้านการค้นคว้าเกี่ยวกับ จ.จันทบุรี อยู่เป็นประจำ จึงไม่แปลกอะไรที่จะทำให้ อ.กามนิต เห็นถึงความเป็นไป และปัญหาด้านการบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมของ จ.จันทบุรี มาโดยตลอด
“อู่ต่อเรือพระเจ้าตากสิน เป็นงานที่เริ่มต้นจากการขุดค้นทางวิชาการของกรมศิลปากร หลังขุดค้นแล้วก็ไม่มีงบประมาณที่จะบริหารจัดการว่าจะเอามาจัดแสดงอย่างไร พอไม่มีงบประมาณก็ต้องเก็บไว้ในลักษณะที่จะต้องกลบหรือไม่ให้มันโดนการเปลี่ยนแปลงของอากาศ ต่อมามีงบประมาณส่วนหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มาสร้างอาคารคลุมซากเรือ อาคารพิพิธภัณฑ์ และมีเงินจากการสนับสนุนของชาวบ้านให้เราขุดค้นอู่ต่อเรือพระเจ้าตากสิน แห่งที่ 2 ที่อยู่เคียงข้างกัน ซึ่งแห่งนี้ผมเป็นคนควบคุมการขุดค้นเอง ทำให้เราได้ข้อมูลมากมาย แต่พอจะจัดแสดงจะจัดอนุรักษ์มันต้องใช้งบประมาณพอสมควร ตัวงบประมาณไม่มา ตามเวลาที่เราต้องการ เพราะโบราณวัตถุที่ได้มาจากใต้น้ำมันต้องอนุรักษ์ให้ถูกวิธี ต้องแช่น้ำไว้ เปลี่ยนสภาพไม่ได้ ทำไงล่ะครับ ก็ต้องเอากลับลงไปที่เดิม
มีโบราณวัตถุบางส่วนที่เราอนุรักษ์ทางวิทยาศาสตร์ไว้อย่างถูกต้องแล้ว แต่ปัญหาใหญ่ก็คือไม่มีงบประมาณจัดแสดงอีก ต้องจัดไปตามที่เห็น จัดเสร็จแล้ว ไม่มีเงินจ้างเจ้าหน้าที่ ก็เลยให้คนทำความสะอาดเป็นผู้ดูแลและบรรยาย ตรงนี้อันตราย เขาไม่ใช่นักวิชาการใช่ไหมครับ เอาข้อมูลส่วนตัวลงไปเมื่อไหร่ เป๋กันไปหมด หลักฐานที่เราทำไว้เดี๋ยวก็ไปกันใหญ่ อนุรักษ์ไม่ถูกวิธี เจ้าหน้าที่ไม่มีองค์ความรู้ ครูพักลักจำมาว่ากัน ทำให้การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ เป็นไปอย่างแร้นแค้น ถ้าจะให้พูดแรงหน่อยถึงขั้นวิบัติ หมายถึงตัวพิพิธภัณฑ์นะครับ ในส่วนเรือเราต้องควบคุมให้น้ำอยู่ตลอด เพราะมันเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญให้ศึกษาเรียนรู้ และในบริเวณพื้นที่ของอู่ต่อเรือ เราก็พบเห็นความขัดแย้งของชาวบ้าน ในเมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ชาวบ้านก็ต่างตักตวงผลประโยชน์ อย่างที่ผมบอกว่าถึงขั้นวิบัติจริงๆครับ”
จันทบุรียังมีปัญหาด้านการบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรม อีกหลายแห่ง ตึกแดง และป้อมฝรั่งเศส ที่ อ.แหลมสิงห์ เป็นอีกจุดที่ อ.กามนิต ได้ยกตัวอย่างและสะท้อนให้เห็นสภาพปัญหา โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากการขาดเจ้าหน้าที่ดูแลและไม่มีการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง
เราก็รู้ว่าคุกขี้ไก่มันไม่มีในโลก แต่คุณก็ขึ้นป้าย ว่าคุกขี้ไก่ เอารูปปั้นไก่ไปตั้งเอาไว้ ถ้าเรานำเสนออะไรที่ผิดแบบนี้ มันผิดไปทั้งประเทศครับ มันไม่ใช่คุกขี้ไก่ แต่มันคือป้อมฝรั่งเศส ที่ฝรั่งเศสมาสร้างไว้สังเกตการณ์ข้าศึกเวลาเรือใครจะเข้าจะออก สมัยเหตุการณ์ รศ.112 (พ.ศ.2436)สมัยฝรั่งเศสยึดครองเมืองจันทบุรี ช่วงเวลาที่ทหารราว 1 กองร้อยมาอยู่ที่แหลมสิงห์ มีการสร้างตึกแดง กับป้อมฝรั่งเศส
ในส่วนบริเวณที่สร้างตึกแดงเคยเป็นป้อมพิฆาตปัจจามิตร ที่สร้างสมัยรัชกาลที่ 3 ฝรั่งเศสมาสร้างตึกแดง แล้วทำลายป้อมพิฆาตปัจจามิตร ปัจจุบันทั้งตึกแดง และป้อมฝรั่งเศส ยังมีการอนุรักษ์ไว้ดีครับ ตามสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นกรมศิลปากรก็มาดูแลดี แต่พอดูแลแล้ว จะบริหารจัดการอย่างไรล่ะครับ ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล แต่เปิดอาคารไว้ตลอด และทุกวันนี้ก็เอาใครไปอยู่ไม่รู้คนนึง ส่วนป้อมฝรั่งเศส ถูกบิดเบือนข้อมูลกลายเป็นที่รู้จักในชื่อ คุกขี้ไก่
โดยอ.กามนิต เป็นผู้ทำวิทยานิพนธ์การศึกษาแบบแผนการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ บริเวณอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เขาเป็นประธานชมรมจดหมายเหตุจันทบูร โดยร่วมสันนิษฐานศิวลึงค์เก่าแก่อื่นๆ ข้อมูลที่ผมใช้มาจากอินเตอร์เน็ตนั่นแหละ(*)เล่าย่อๆ ผมสนทนาประวัติศาสตร์ไปแล้วก็เล่าเรื่องรุ่นน้องของผมเรียนป.เอก วัฒนธรรมศึกษาอยู่ที่อินเดียว่าเค้าอยากกลับมารับใช้บ้านเกิดดูแลพ่อแม่ด้วย
อย่างไรก็ดี ผมตัดตอนเล่าย่อๆ แล้ว จากตอนที่5(**)สุดท้าย ดึกค่ำผมไม่ดำน้ำ ไม่ได้ไปหาปลา ไม่มี อะไรฮร่า จบลงด้วยดี ราตรีสวัสดิ์ครับ
*“จันทบุรี” ไม่มี “คุกขี้ไก่” !? การบริหารจัดการ “มรดกทางวัฒนธรรม” อยู่ในขั้นวิบัติ
http://www.manager.co.th/celebonline/viewnews.aspx?NewsID=9590000056831
**การสะสมความทรงจำ ตอนที่ 5

2.4
ราตรีสวัสดิ์ ฝนตก ณ เชียงใหม่ อากาศเปลี่ยนดูแลสุขภาพกัน ภาพบอย ณ จำปาศักดิ์ และบรรยากาศ ครับ
Chonnanan Kongta คิดถึงสาวลาวหรอค่ะอาจารย์
Chonnanan มุขอะไรของคุณ ฮร่าๆ ไปลาวไม่ถึง24ชั่วโมง ผมดูเจ้าชู้(หล่อภาษาลาว)สาวลาวติดใจได้เหรอฮร่า แต่คนลาวดูละครทีวีบุพเพสันนิวาสของไทยด้วย555 คุณจะให้ผมย้อนเวลาไปอาณาจักรจำปาศักดิหรือตอนยุคจอมพลป.เป็นจังหวัดนครจัมปาศักดิ์ แหะๆขอบคุณที่มาทักทายกัน

Wathinee Khumsaeng
ครับผม ภาพผมและน้ำตกตาดฟาน

5 เมษา

การสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม
…ความเป็นจริงในทางภววิทยาหรือสภาวะเที่ยงแท้ของความเป็นจริงนั้น จะเข้าถึงได้ก็โดยผ่านระบบสัญลักษณ์แทนอันทรงสิทธิ์ระบบเดียวเท่านั้น ได้แก่ภาษาสัจธรรม อย่างภาษาลาตินของคริสตจักร…แรงกระตุ้นสู่การเปลี่ยนรับเข้ารีต…การเสื่อมถอยของคริสตจักรในฐานะที่เป็นชุมชนจินตกรรมของศาสนิก(the imagined community of Christendom)…การที่มนุษย์ถูกลิขิตมาให้มีความแตกต่างทางภาษาอย่างที่มิอาจจะเปลี่ยนแปรแก้ไขได้… (Benedict Anderson,Imagined Communities: Reflections on the Origin and Spread of Nationalism.)

ผมได้เขียนมาต่อเนื่องแล้วเรื่องการสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม(*) ในแง่ภาษาไทย ความต่างก็มีอยู่อย่างที่ได้กล่าวไป และอย่าลืมว่าละครทีวีบุพเพสันนิวาส ย้อนเวลาจากศตวรรษที่21 กลับไปศตวรรษของยุคพระนารายณ์ ซึ่งนิยายตามข้อมูลคนเขียน คือ เขียนราวปี2550 หลังรัฐประหาร ปี2549 และปี พ.ศ. 2553 ตีพิมพ์นวนิยายแนวรักตลกอิงประวัติศาสตร์เรื่อง บุพเพสันนิวาส เธอใช้เวลาในการหาข้อมูล 3 ปี จนมาเขียนต้นฉบับเสร็จในเดือนเดียว(ผู้เขียนเรื่องดังกล่าวให้สัมภาษณ์ชอบงานเขียนอ.ธงชัย วินิจจะกูลด้วย)

จากนั้นผมเปรียบเทียบสายตาปัจจุบันหาอดีต…ความเป็นจริงในทางภววิทยาหรือสภาวะเที่ยงแท้ของความเป็นจริงนั้น จะเข้าถึงได้ก็โดยผ่านระบบสัญลักษณ์แทนอันทรงสิทธิ์ระบบเดียวเท่านั้น ได้แก่ภาษาสัจธรรม อย่างภาษาลาตินของคริสตจักร ภาษาอารบิกของกุรอ่าน หรือภาษาจีนในระบบการสอบข้าราชการแมนดาริน และในฐานะที่เป็นภาษาสัจธรรม ภาษาเหล่านี้ย่อมเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงกระตุ้นที่ลัทธิชาตินิยมไม่ค่อยรู้จัก นั่นก็คือ แรงกระตุ้นสู่การเปลี่ยนรับเข้ารีต ผู้เขียนใช้คำว่า ‘การเปลี่ยนรับเข้ารีต’ นี้มิใช่ในความหมายของการรับเอาข้อบัญญัติทางศาสนาอย่างใดอย่างหนึ่งเท่าใดนัก

แต่หมายถึงการหลอมกลืนแบบเล่นแร่แปรธาตุ ผู้ในแดนป่าเถื่อนจึงกลายเป็นผู้คนของ ‘อาณาจักรกลาง’ชาว Rif ในโมร็อกโกและอัลจีเรียกลายเป็นมุสลิม ชาวIIongo ในฟิลิปปินส์เป็นคริสเตียน ธรรมชาติทั้งหมดของตัวมนุษย์จึงเป็นธาตุที่แปรเปลี่ยนได้โดยอาศัยความศักดิ์สิทธิ์…(เบน แอนเดอร์สัน ชุมชนจินตกรรม: บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม ดูบทรากฐานทางวัฒนธรรม)…

แม้กระนั้น การยกระดับภาษาถิ่นเหล่านี้ขึ้นสู่สถานะภาษาของอำนาจ ในด้านหนึ่งทำให้ภาษาเหล่านี้เป็นคู่แข่งขันกับภาษาลาติน(ภาษาฝรั่งเศสในปารีส และภาษาอังกฤษ[ยุคต้น]ในลอนดอน) ผลที่ตามมาก็คือมันนำไปสู่การเสื่อมถอยของคริสตจักรในฐานะที่เป็นชุมชนจินตกรรมของศาสนิก(the imagined community of Christendom)…การที่มนุษย์ถูกลิขิตมาให้มีความแตกต่างทางภาษาอย่างที่มิอาจจะเปลี่ยนแปรแก้ไขได้
(Benedict Anderson,Imagined Communities: Reflections on the Origin and Spread of Nationalism.ดูบทกำเนิดของสำนึกแห่งความเป็นชาติ)

โดยเปรียบเทียบกับฝรั่งเศส มีแรงกระตุ้นให้สมเด็จพระนารายณ์เข้ารีต และจับประเด็นพระปีย์เปลี่ยนรับเข้ารีต จากละครทีวีสะท้อนยุคสมัยอยุธยา ทำจินดามณี มีเขียนถึง…ลิขิตวิจิตรด้วย ศุภอรรถ…เป็นตัวอย่าง ต่อมาปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นแบบกึ่งบังเอิญ แต่ให้ผลดุจระเบิดที่รุนแรง ระหว่างระบบการผลิตและความสัมพันธ์ทางการผลิต(ทุนนิยม)กับเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร(การพิมพ์) และการที่มนุษย์ถูกลิขิตมาให้มีความแตกต่างทางภาษาอย่างที่มิอาจจะเปลี่ยนแปรแก้ไขได้(หลังปฏิวัติฝรั่งเศสต่อมานโปเลียน ครองราชย์ตรงกับสมัยร.1 ของสยามหรือไทย และมากซ์ เกิดขณะนโปเลียนยังมีชีวิต ซึ่งมากซ์ อยู่ยุคเดียวกับเซอร์จอห์น เบาว์ริง โดยมากซ์เคยกล่าวถึงเบาว์ริงด้วย)

เมื่อวันเวลาผ่านเวลามาสื่อสิ่งพิมพ์นิยายถูกตีพิมพ์ และละครทีวีในโลกยุคโลกาภิวัตน์(โบราณคดีโครงกระดูกพระปีย์ถูกขุดค้นพบพร้อมฟอลคอน!) ซึ่งนางเอกตามเรื่องย่อของละครบุพเพสันนิวาส … จากอดีตเธอได้กลับไปยังโลกปัจจุบัน และได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเรืองฤทธิ์ก็รักเธอมากเสียจนขอบวชตลอดชีวิต ขณะที่จ้องพระเรืองฤทธิ์อยู่นั้น เธอก็เห็นเงาสะท้อนของพ่อเดชอยู่ในร่างของเรืองฤทธิ์ เธอจึงเข้าใจแล้วว่า แท้จริงแล้วเรืองฤทธิ์ ก็คือพ่อเดชมาเกิดใหม่…(นักแสดงพระเอกชื่อเล่นโป๊ป! สื่อถึงพระสันตะปาปา ถ้าตัวละครย้อนเวลาจากปัจจุบันอยู่ในประเทศ ที่มีพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือลาว)

โดยบุพเพสันนิวาส การเคยอยู่ร่วมกันในกาลก่อน เช่น เคยเป็นพ่อแม่ลูกพี่น้องเพื่อนผัวเมียกันในภพอดีต (ดู ชาดกที่ ๖๘ และ ๒๓๗ เป็นต้น) จากเรื่องย่อและการเปรียบเทียบพุทธศาสนา ในแง่การเวียนว่ายตายเกิดต่างจากคริสต์ ที่มีพุทธ ภาษาบาลี คริสต์ภาษาลาติน ตามที่ยกตัวอย่างเปรียบเทียบ แต่รายละเอียดมีอยู่ และละครทีวี กรณีแม่หญิงจันทร์วาด (ปราง กัญญ์ณรัณ) ในนิยายจะต้องลงเอยกับ หลวงศรียศ (เอิร์ธ วิศววิท) แต่ในละคร กลับมาลงเอยกับ ขุนเรืองราชภักดี (ปั้นจั่น ปรมะ) นั้นก็มีการปรับเปลี่ยนด้วย(ผมอ่านนิยายคร่าวๆแล้ว มีเรื่องล้อเล่นเกิดเป็นม้าน้ำ)

ซึ่งนางเอกในนิยาย เริ่มเรื่องปัจจุบันไปหาอดีตและผมเข้าใจนางเอกเชื้อจีนหมวยๆ แต่ละครทีวี (เบลล่า ลูกครึ่งไทยกับอังกฤษ)กลับไปอดีตตามภาพละครทีวี บางฉากผมเห็นภาพแผนที่ลูกโลกกลม ระหว่างการสนทนาของฝรั่งกับฟอลคอน แม้ตัวละครในบุพเพฯ นี้เรายังไม่ได้เห็นบทสนทนาโลกกลมเหมือนหนังเรื่องทวิภพ แต่มีกล่าวเรื่องส่องกล้องดูดวงดาว นางเอกมองพระจันทร์กลมดวงโต นางเอกมีนุ่นอยู่ในหมอนแทนใจให้คนรักไปดินแดนไกล แม้ตัวละครการะเกดไม่มีตัวตนในประวัติศาสตร์(คนตั้งคำถามการะเกดแต่งกายเหมือนลาว แต่สุดท้ายไทยแยกจากลาว วาทกรรมเสียดินแดนลาว,จำปาศักดิ์) ในละครทีวีการะเกดมีฐานะคู่หมั้น(ชงชาสัญลักษณ์น้ำสะอาดดื่มดี) และอำนาจชนชั้นสูงมากกว่าคนธรรมดาอย่างนางเอกในหนังทวิภพ(นางเอก ยังเป็นนักประดิษฐ์เครื่องกรองน้ำ,ต่อสู้ได้,ลูกศิษย์ชีปะขาว ที่มีมนต์คาถาวิเศษ ฯลฯ)

กระนั้น ย้อนอดีตผ่านมุมผมเล่าเรื่องเอกสารชั้นต้นผ่านมุมเรื่องภาพรวมย่อๆ กรณีอยุธยาและลพบุรี ยกตัวอย่างแม่น้ำลพบุรีลาลูแบร์บันทึกว่า “ที่เมืองละโว้” น้ำกลับไม่น่าดื่มยิ่งกว่าเมืองสยาม (อยุธยา) ไปเสียอีก (หน้า77) ข้าราชการสยามคอรัปชั่นมาก (หน้า248) ช้างเผือกเป็นสัตว์ที่ชาวสยามนับถือมาก เพราะเป็นที่สิงสถิตของดวงวิญญาณของท้าวพระยามหากษัตริย์(หน้า296)
ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ปรากฏในเอกสารไทยเช่นกัน(**) ถือว่าเป็นเอกสารชั้นต้น(ไม่ใช่เอกสารชั้นรอง)สะท้อนความคิด ที่มีเรื่องช้างเผือกดังกล่าว(อยู่ในนิยายพระเจ้าช้างเผือก แต่ไม่มีในหนังพระเจ้าช้างเผือกโดยผมเคยเขียนถึงเรื่องหนังนี้แล้ว) ส่วนเรื่องยกตัวอย่างเรื่องมอญพม่า คือ เมืองปทุมธานี(บ้านสามโคกหรือเมืองสามโคก)ในอดีต นับตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา คือ เมื่อ พ.ศ. 2202 มังนันทมิตรได้กวาดต้อนครอบครัวมอญ เมืองเมาะตะมะ อพยพหนีภัยจากศึกพม่า เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุธยา ซึ่งสมเด็จพระนายรายณ์มหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ครอบครัวมอญเหล่านั้นไปตั้งบ้านเรือน(ลักษณะความสัมพันธ์บ้านกับเมือง)

เมื่อกล่าวถึงวัดนักบุญยอแซฟ บาทหลวง นักเรียนชาวคาทอลิก และชาวฝรั่งเศสทั้งพ่อค้าและทหารต่างก็ได้รับผลกระทบด้วย อันเนื่องจากความพยายามที่จะเปลี่ยนศาสนาขององค์กษัตริย์ และความสัมพันธ์กับฟอลคอน ทังนี้วัดและโบสถ์ถูกทำลาย ชาวฝรั่งเศสถูกจับกุมคุมขังและกองทหารฝรั่งเศสถูกขับออกจากป้อมบางกอกและออกจากสยาม

นับจากเหตุการณ์นี้ ความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของสยามกับฝรั่งเศสก็ยุติลง เหลือเพียงความพยายามเผยแพร่คริสต์ศาสนาของเหล่าบาทหลวงเยซูอิตยังดำเนินต่อไป อีก3ปีต่อมาพระเพทราชา ทรงให้บาทหลวงรื้อฟื้นวัดโบสถ์และโรงเรียนบ้านเณรขึ้นมาใหม่พร้อมทั้งพระราชทานเงินให้ 500 เหรียญฝรั่งเศสด้วย โรงเรียนบ้านเณรยังคงเป็นศูนย์กลางการศึกษาทางศาสนาของนักเรียนจากชาติต่างๆ เหมือนเดิม อีกราว40ปี(นิยายบุพเพสันนิวาสบางช่วงเขียนใส่เชิงอรรถขยายความ และนิยายเขียนมาถึงยุคพระเพทราชา มีภาคผนวกและอ้างหนังสือประวัติศาสตร์ที่ค้นคว้าพร้อมข้อมูลตามเว็บ)

ต่อมาในปี พ.ศ.2274 ปีสุดท้ายแห่งรัชสมัยพระเจ้าท้ายสระ เกิดความขัดแย้งทางศาสนาระหว่างขุนนางของพระสงฆ์ของพุทธศาสนากับบาทหลวงแห่งบ้านฝรั่งเศส พระเจ้าท้ายสระ จึงทรงให้ทำศิลาจารึกว่าด้วยข้อ ห้าม 4ประการ ต่อพระสังฆราชและบาทหลวง ไปวางไว้ที่หน้าประตูโบสถ์เซนต์ยอแซฟ ห้ามมิให้สั่งสอนเทศนาแก่คนสยาม คนมอญ และคนลาว ทั้งห้ามมิให้ชักชวนคนเหล่านี้เปลี่ยนศาสนาเป็นชาวคริสเตียน ทั้งห้ามมิให้สังฆราชแต่งหนังสือสอนศาสนาคริสต์เป็นภาษาไทย ภาษาบาลี ภาษามอญ ภาษาลาว ภาษาญวน และภาษาจีน และห้ามกล่าวติเตียนศาสนาพุทธ อีก36ปีต่อมา ศิลาจารึกข้อห้ามของคณะเยซูอิตนี้ได้ถูกบาทหลวงทำลายไปในขณะที่กองทัพพม่ากำลังโจมตีกรุงศรีอยุธยา บ้านฝรั่งเศสได้กลายเป็น ค่ายนักบุญยอแซฟ ที่ชาวคริสเตียนได้อพยพมาอยู่และเป็นกองกำลังขนาดใหญ่

แต่ในที่สุดค่ายนักบุญยอแซฟก็ถูกพม่าเผาทำลายเป็นเถ้าถ่าน ก่อนหน้าที่กรุงศรีอยุธยาจะพังทลายราว 15 วัน พระสังฆราช บาทหลวง ชาวคาทอลิกที่พม่าจับได้ถูกนำกลับไปเป็นทาสที่พม่า(ไม่มีหนังไทยอย่างค่ายบางระจัน?) หลังจากโบสถ์ได้ถูกเผาทำลายและถูกปล้นสะดมทรัพย์สินไปหมด บาทหลวงฌ็อง-บาติสต์ ปาลกัว จึงได้กลับมาบูรณะวัดอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2374 และโบสถ์หลังปัจจุบันคือในสมัยคุณพ่อแปร์โร ที่ได้ทำพิธีเสกในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2426 โบสถ์ได้ทำการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2547ปัจจุบันตัวโบสถ์หลังปัจจุบันนี้มีอายุมากกว่าร้อยปีแล้ว(ตัวเอกสาร บุคคลถูกตีความ และศิลปะวัตถุยืนยันหลักฐานได้)

ฉะนั้น ผมมองละครทีวีบุพเพสันนิวาส ในแง่ชวนให้ต่อยอด และย้อนกลับมาสนทนากับอดีตทั้งเรื่องจริงและการตีความจากนิยาย มีหลายประเด็นที่กลับมาในปัจจุบันให้คนเขียนถึงกันมาก(***) ยกตัวอย่างอยุธยา มีคนเขียนไว้เยอะ(****) และผมเขียนเรื่องจินดามณี(*****) มาก่อนหน้านี้ ก็ได้มาค้นคว้าทบทวนเพิ่มเติมในแง่ได้ประโยชน์ เป็นการสะสมความทรงจำ(******) ไม่ว่าไพร่ ก็คือราษฎรสามัญชนทั่วไปทั้งชายและหญิง ทุกคนต้องขึ้นทะเบียนสังกัดกับมูลนาย ทาส ก็จะมีสถานภาพที่ต่ำกว่าไพร่เป็นแรงงาน(*******) นั่นแหละดูนางเอกตลกไม่พอหมู่บ่าวสาวใช้ตัวประกอบสร้างตลก(********) ดราม่าไว้(เปรียบเทียบแรงงานข้ามชาติปัจจุบันคงไม่มีใครอยากย้อนเวลาไปเป็นทาส) ในการทบทวนมองอดีตผ่านละครบุพเพสันนิวาส ที่สนใจวิเคราะห์เปรียบเทียบกับประสบการณ์ของผม ซึ่งผมเคยเขียนวิเคราะห์หนังในอดีตมาแล้ว(*********)

อย่างไรก็ดี การเปรียบเทียบสยามก็รับมรดกจากศตวรรษที่19 และสหภาพโซเวียต สืบทอดมรดกมาจากรัฐแห่งราชวงศ์ศตวรรษที่19 ก่อนสมัยการเกิดขึ้นของลัทธิชาตินิยม มากกว่าจะเป็นต้นกำเนิดของระบบโลกสากลในศตวรรษที่21… (Benedict Anderson,Imagined Communities: Reflections on the Origin and Spread of Nationalism ดูบทนำ และผมขยายความสหภาพโซเวียต คือ พรรคบอลเชวิก)

ดังนั้น ประวัติศาสตร์ช่วงยาว สะท้อนการสะสมความทรงจำให้เห็นเราอยู่ในศตวรรษที่21 วาทกรรมชาตินิยม หรือไทยนิยม ไม่ใช่แนวสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม(มีมรดกชาตินิยมเหมือนจีน) ที่บิ๊กตู่ไปร่วมประชุมช่วงก่อนหน้าดาราละครทีวีบุพเพสันนิวาสไปหาบิ๊กตู่ นี่แหละมรดกความทรงจำที่เราจะต้องจำใจรับกรรมในความทรงจำแล้วหาทางหลุดพ้นทุกข์ จากปริศนาเหลืองแดงในปัจจุบันนี้ และจุดที่มองการณ์ไกลอีกยาวแง่ร้าย คนลี้ภัยมีทั้งลาว ต่างประเทศแล้ว คำถามถ้าเราจะย้อนเวลาไปอยู่ยุคสมัยใด หรือเราต้องการมองโลกแง่ดีมีประชาธิปไตยจากอดีตไม่มี และอนาคตที่ดีกว่านี้

*การสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม

**จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม – วารสารสังคมลุ่มน้ำโขง
https://mekongjournal.kku.ac.th/Vol07/Issue02/11.pdf
***เปิดกรุเอกสาร’ขุนศรีวิสารวาจา’ บรรยายละเอียดยิบ’ห้องนอน’ที่ฝรั่งเศส คราวเป็น’ตรีทูต’
https://www.matichon.co.th/news/897520
อ่านเถิดชาวสยาม 6 หนังสือร่วมสมัย ‘แม่หญิงการะเกด’ ห้ามพลาด!
https://www.matichon.co.th/news/884406
มองแบบไม่ลำเอียง ฟังอีกมุม“ฟอลคอนแห่งอยุธยา”จากนักเขียนหญิงชาวฝรั่งเศส
https://www.matichonacademy.com/content/article_9324
(ฟอลคอน หรือ การเผชิญภัยของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ การเผชิญภัยและต่อสู้ด้วยความทะเยอทะยานเอง
ผู้เขียน วิลเลียม ดาลตัน ผู้แปล เสฐียรโกเศศ)
****กรุงศรีอยุธยาของเรา โดยอ.ศรีศักร วัลลิโภคม เคยเขียนไว้ ศึกมักกะสันเมืองบางกอก : สารนิยายอิงจดหมายเหตุฝรั่งเศสสมัยกรุงศรีอยุธยา / สุจิตต์ วงษ์เทศ ศิลปะอยุธยา: งานช่างหลวงแห่งแผ่นดิน คือ อ.สันติ เล็กสุขุม ส่วนอ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร ผู้เขียน A History of Ayutthaya ร่วมกับคริส เบเคอร์ หรือกรณีอ.พิริยะมีความคิดเห็นว่าจำเป็นต้องศึกษาทบทวนเกี่ยวกับการจำแนกศิลปะอยุธยาตามการเปลี่ยนแปลงของความเชื่อในพุทธศาสนาจากแต่เดิมที่มีการกำหนดอายุเวลาของศิลปะสมัยอยุธยาตามยุคสมัยทางประวัติศาสตร์เป็น ๔ ยุค เนื่องจากไม่สอดคล้องกับองค์ความรู้ที่ปรากฏในปัจจุบัน
http://www.piriyafoundation.com/?p=455
วิธีวิทยาทางประวัติศาสตร์ศิลป์ของพิริยะ ไกรฤกษ์ ในการ วิจัยศิลปะและสถาปัตยกรรมไทย : กรณีศึกษาการปรับเปลี่ยน อายุเวลาของสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา
https://info.rdi.ku.ac.th/ThailandResearch/?itemID=462806
(มีกรณีอ.สุเนตร ชุตินธรานนท์ นักประวัติศาสตร์ ที่ปรึกษาทางประวัติศาสตร์ในการเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท และนักเขียนบทภาพยนตร์ชาวไทย เช่น”พันท้ายนรสิงห์”)
***** วันภาษาไทยแห่งชาติ ,จินดามณี และพระโหราธิบดี

******ดูภาพเก่า ทริปอยุธยา2 เมษายน 2013 •

พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ณ อยุธยา

*******พิพิธภัณฑ์แรงงานไทยกับการสร้างประวัติศาสตร์ ดื่ม กิน และอื่นๆอีกมากมาย

พิพิธภัณฑ์แรงงานไทยกับการสร้างประวัติศาสตร์จักสาน ผ้าตีนจก และอื่นๆอีกมากมาย

(นิยายบุพเพสันนิวาส บรรยายนางเอกเหมือนเป็นสาวหมวยตามความเข้าใจของผม ซึ่งบทผิน,แย้ม มีบทนิยาย ส่วนนางปริก ข้อมูลในเน็ตคนคอมเม้นท์บอกก็ไม่ได้มีบทอะไร ละครทีวีเสริมขึ้นมาเยอะและจ้อย? มีใครอยากข้ามเวลาไปเป็นบ่าวไพร่ ทาส หรือตัวร้าย?)

********กรณีเปรียบเทียบกับดารานักแสดงก่อนหน้านี้ในละครทีวีแนวย้อนอดีตจากเรื่องบ่วงบรรจถรณ์(2560ละครทีวีพีเรียดกระแสเบา) ที่มารีเมคทำใหม่ทำไมไม่เกิดกระแสดังเท่ากับพี่มากพระโขนง ที่ได้ดารานักแสดงคู่ที่เคยแสดงร่วมกัน คือ มาริโอ้ เมาเร่อ และดาวิกา โฮร์เน่ ปัจจัยเปรียบเทียบดังกล่าวอย่างง่ายมีที่มาจากความเป็นนวนิยายแนวรักตลกอิงประวัติศาสตร์(คนดูละครทีวีบุพเพฯบางคนจับผิดภาพหลุดได้ตั้งใจดูมาก?)
********* เราเหมือนดูภาพยนตร์คู่รักอกหัก:พันธมิตรฯแตกหักรัฐกระทบเพื่อนบ้านกลายเป็นคู่รบ
https://prachatai.com/journal/2011/02/33206

5.2
ปลากะพงขาว ภาพ ณ จำปาศักดิ์
เมื่อผมคิดถึงอดีตที่เคยเล่าเรื่องเชื่อมโยง ณ จำปาศักดิ์(*) หาอะไรมาเล่าเบาๆ ในวันเช็งเม้ง หน่อย คือ ผมสนทนากับคนลาว คือ ไกด์ลาวไม่ว่าเรื่องละครทีวีบุพเพสันนิวาส…ออเจ้า…เป้าหมายคนจีนสร้างทางรถไฟ ที่เขาพยายามมาร่วมทุน และหนังสะบายดี 2 ไม่มีคำตอบจาก.. ปากเซ (ฯลฯ) ซึ่งภาพผม(ลุงบอย)นั่งริมน้ำของหรือโขง โดยไม่ได้กินปลา จากกรณีปลากะพงขาว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Lates calcarifer) เป็นปลาทะเลชนิดหนึ่งที่สามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำจืดหรือน้ำกร่อยได้พบกระจายทั่วไปในชายฝั่งทะเลของทวีปเอเชียไปจนถึงตอนเหนือของออสเตรเลีย โดยเป็นปลาที่อพยพไปมาระหว่างทะเลกับน้ำจืด

โดยพ่อแม่ปลาจะว่ายจากชายฝั่งเข้ามาวางไข่ในป่าชายเลนหรือปากแม่น้ำ จนกระทั่งลูกปลาฟักและเติบโตแข็งแรงดีแล้ว จึงจะว่ายกลับสู่ทะเล บางครั้งพบอยู่ไกลจากทะเลนับเป็นร้อย ๆ กิโลเมตร เช่นที่ แม่น้ำโขง ก็มี เป็นปลากินเนื้อ อาหารได้แก่ สัตว์น้ำ, ปลา, กุ้ง ที่มีขนาดเล็กกว่า เป็นปลาเศรษฐกิจ นั่นแหละเล่าเล่นๆ เพราะภาพบนโต๊ะไม่มีปลากะพง(**)ให้เห็นอยู่ในจินตนาการเท่านั้น(ภาพบรรยากาศแม่น้ำโขง ที่นี่มีเมืองโขงด้วย)

*ทายาทอดีตเจ้าลาว จำปาศักดิ์ เคยบอกว่าผมเป็นเทวดากลับชาติมาเกิด

(ผมไม่ได้คุยเรื่องเจ้าลาวกับไกด์ลาว)
**ปลากะพงขาว
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7

Kingpetch Rek Panta วิวสวยมากเลยครับอาจารย์

ใช่ บรรยากาศน่านั่งกินดื่มมาก ฮร่า
ร้าน ChampasakWithLove
https://th.tripadvisor.com/Restaurant_Review-g1015988-d3785800-Reviews-ChampasakWithLove-Champasak_Town_Champasak_Province.html

Anusorn Mekboot วะ…ท่านเป็นเทวดากลับชาติมาเกิดเลยรึ
วะวังอย่าให้ใครรู้นะท่านเดี๋ยวคนเล่นหวยไปขูดตัวเลขบนตัวท่าน ##
555ต้องระวังคนมาขูดหวยไม่ใช่ต้นไม้..ตรรกะเหตุผลว่าชาติที่แล้วผมเป็นเทวดา ชาติที่แล้วผมก็มีคู่เป็นนางฟ้าตามเหตุผลบุพเพสันนิวาส และตรรกะแบบว่าคนชาติที่แล้วเป็นหญิง ชาตินี้มีเพศหญิงอยู่ในตัวเป็นกระเทย ชาติทีแล้วคนเกิดเป็นชาย ชาตินี้เกิดเป็นหญิงมีจิดใจชาย ตรรกะเพื่อนคนหนึ่งอธิบายแบบพุทธ

5.3 เมษายน
ภาพบรรยากาศ ณ จำปาศักดิ์ ราตรีสวัสดิ์ รักษาสุขภาพเชียงใหม่ฝนตกสลับร้อน

8 เมษา
วันเวลาผ่านไปกระแสจางหาย หลายคน อาจจะลืม จึงนำมาฉายทางยูทูปเสือดำ หรือ”เสือดำตัวสุดท้ายในจินตกรรม”(ผมยังไม่ถึงขั้นYoutuber ยูทูปเบอร์ฮร่า ) ยุคที่ว่าธรรมดาโลกไม่จำ

8.2
เวลาแห่งความทรงจำ ณ ปราสาทวัดพู
เนื่องจากไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก ร่างไอเดียไว้ ยกตัวอย่าง 1.วัดภู จำปาสักโมเดล เปรียบเทียบเมืองเชียงใหม่สู่มรดกโลก ดีเดย์ 8 เมษาบวชป่ารอบบ้านพักศาลภาค 5 – ชูริบบิ้นเขียวปกป้องป่าดอยสุเทพ
เมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งมรดกโลกวัดภูที่จำปาสักของลาว พบว่าวัดภูมีภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับเมืองจำปาสัก ได้รับการขึ้นทะเบียนว่ามีคุณค่าโดดเด่น… คือ

วัดภูและบริเวณโดยรอบเป็นประจักษ์พยานพิเศษ แสดงถึงวัฒนธรรมของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในยุคอาณาจักรอีศานปุระของขอมที่เรืองอำนาจ ครอบครองภูมิภาคนี้ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 10-14

พื้นที่ทั้งหมดของวัดภู เป็นตัวอย่างของการบูรณภาพ ด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรม ที่มีสัญลักษณ์ความสำคัญทางจิตวิญญาณ กับเขตพื้นที่โดยรอบ

วัดภูและกลุ่มศาสนสถานต่างๆ ตั้งอยู่บนภูเขา สะท้อนให้เห็นถึงคติฮินดู ที่มีสัมพันธภาพและบูรณภาพกับธรรมชาติ และมวลมนุษยชาติ คติดังกล่าวมีองค์ประกอบคือ ภูเขาเป็นตัวแทนของเขาพระสุเมรุ ตั้งตระหง่านเหนือที่ราบเชิงเขาที่มีแม่น้ำไหลผ่าน

การเปรียบเทียบเชียงใหม่กับวัดภู มีความน่าสนใจในเรื่องภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ตามคติของชาวลัวะ ชนพื้นเมืองดั้งเดิมในเชียงใหม่ ก็มีการนับถือภูเขาว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาเริ่มมีคติของฮินดู เรื่องฤๅษีวาสุเทพผู้สร้างเมืองหริภุญไชยเข้ามาสอดแทรก

บริเวณดอยสุเทพของเชียงใหม่จึงมีลักษณะคล้ายวัดภูโมเดล ซึ่งทุกวันนี้เชียงใหม่ยังรักษาประเพณีการเดินขึ้นดอย(*)
นั่นแหละผมอยากเขียนอะไรบ้าง ในแง่นิเวศวัฒนธรรม และนิเวศวิทยาการเมือง รวมทั้งการใช้ที่ดินเพื่อเข้าใจพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และความทรงจำที่ศักดิ์สิทธิ์หายไป ในไทยแลนด์

2.ผมคิดเขียนเรื่องปราสาทวัดพู แต่เขียนได้ไม่ยาวไม่มีเวลาช่วงก่อน มีรายการทีวีไทย ที่บังเอิญเพิ่งเปิดดู คือรายการ GPS Go Play with S ทุกวันอาทิตย์ 11.00 – 12.00 น. ช่อง GMM25 มาที่นี่ด้วย
3.ผมถ่ายรูปไว้เยอะ อาจจะทำโฟโต๊บุ๊ค(**)
4.ผมถ่ายวิดิโอเก็บสต๊อกไว้ ทีปราสาทวัดพู เหมือนที่ทะเล เผื่อนำใช้ในหนังสั้น
5.ผมกะจะเขียนเรื่องเล่าการเดินทางอย่างทราเวล บล็อกเกอร์(***) สักหน่อยแค่คิดลอยไป
6. ผมถ่ายภาพไว้เผื่อไอเดียออกแบบกรอบพระสมเด็จ ไข่ปลาเรียงเม็ด+ลวดลายปราสาทวัดพู
7.งานวิชาการ สัญลักษณ์เกี่ยวกับจระเข้ ที่ปราสาทวัดพู

* “ล้านนาศึกษา” ใน “ไทศึกษา” ครั้งที่ 13 (25) เชียงใหม่ : ความเคลื่อนไหวสู่การขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก”https://www.matichonweekly.com/column/article_92955
**โฟโต้บุ๊คแนวท่องเที่ยว
http://xn--o3caa6bbb7a7h5drbh9b.saonbeta.com/
*** ‘บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว’ เที่ยวสนุก ทำเงินได้!
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/689099
Work And Travel : ทราเวลบล็อกเกอร์เป็นอาชีพได้จริงป่าว?
https://thematter.co/rave/can-travel-blogger-make-a-revenue/13970
(ภาพปราสาทวัดพูหรือวัดภู)

Anusorn Mekboot ดูร้าง แห้งแล้ง ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวเหรอท่าน
ดูภาพตามเว็บดูเขียวๆ น่าจะฤดูฝน ไม่เป็นฤดูร้อน คนน่าจะมีเที่ยวอยู่แต่เดินไกลจากพิพิธภัณฑ์มาบริเวณภูเขานั่งรถแบบรถกอลฟ์ ไม่รู้เรื่องจำนวนคน อาจจะมีคนถามไกด์แล้วผมลืมก็ได้เดาว่าจำนวนจำกัดและฤดูกาล คนเลยน้อย แต่ไม่น่าจะเทียบเท่าจำนวนคนไปนครวัด ปีที่แล้วเจอฝรั่งที่พนมรุ้งบอกทัวร์จีนไปเยอะ ที่กัมพูชาอาจจะต่างจากลาว เมืองหลวงพระบาง ที่ฝรั่งนิยม หรือไม่ แล้วปราสาทวัดภู ขึ้นเขาไม่มีลิฟท์เหมือนดอยสุเทพผมอายุเยอะยังเหนื่อยอีกด้วย ครับ
#GPS พาไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน

8.3
ราตรีสวัสดิ์ ความดี คุ้มครอง รักษาสุขภาพ ผ่านภาพบรรยากาศปราสาทวัดพูกับผม
Chonnanan Kongta คิดถึงสาวหรือบรรยากาศ
มุขอะไร ผมคิดถึงบรรยากาศ น่ะ ครับ คุณแซวมุขเรื่องสาว อีกแล้วผมดูเจ้าชู้อีกแล้ว นอกเรื่องไปลาวคราวหน้าให้บอย พีซเมคเกอร์ไปถ่ายที่ลาว บ้างเวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้ก็ไปแล้ว 555 https://www.youtube.com/watch?v=xjvRvSV8yEM

11 เมษา

การสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม
…แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนอวนที่ลากอยู่ในทะเล ติด ปลารวมทุกชนิด เมื่อเต็มแล้วเขาก็ลากขึ้นฝังมั่งเลือกเอาแต่ที่ดีใส่ตะกร้า แต่ ที่ไม่ดีนั้นก็ทิ้งเสีย’ [มัทธิว 13:47–48]
…คุณูปการอันสำคัญของโลกทัศน์ทางศาสนาดั้งเดิมต่างๆ…อยู่ที่การให้ความสำคัญต่อประเด็นเรื่องมนุษย์…ความลี้ลับแห่งการเกิดใหม่…ความเชื่อเคยทำให้ทุเลาลงได้นั้น มิได้หายไปด้วย ในเมื่อสวรรค์… (Benedict Anderson,Imagined Communities: Reflections on the Origin and Spread of Nationalism.)
จะกล่าวถึงกรุงศรีอยุธยา เป็นกรุงรัตนราชพระศาสนา มหาดิเรกอันเลิศล้น เป็นที่ปรากฎรจนา สรรเสิญอยุธยาทุกแห่งหน…ประชาราษฎร์ปราศจากภัยพิศม์…เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา

ผมได้เขียนมาต่อเนื่องแล้วในการสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม(*)
เมื่อยกตัวอย่างเรามองผ่านกระจกร้านแมคโดนัลล์ มองเห็นร้านอาหารจำพวกฟาสต์ฟู๊ดของนานาประเทศเปิดร้านไล่เรียงกันไปไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็น ดังกิ้นโดนัท เคเอฟซี เคนตั๊กกี้ พิซซ่าฮัท เซเวนเซ่นส์ สตาร์บั๊คส์ ฯลฯ

ครั้นมองไกลออกไปเห็นป้ายห้างสรรพสินค้าสูงเด่นเป็นสง่าของแมคโคร ห้างต่างชาติเต็มไปหมด และแม่การะเกด หรือดาราเบลล่า ในอดีตเคยทำงานร้านไอติมส เวน เซ่น ส์/“Swensen’s Ice Cream” ซึ่งยกตัวอย่าง ณ กรุงเทพ (เมืองบางกอกในอดีตที่ตั้งกำลังทหารของฝรั่งเศสสมัยพระนารายณ์ ต่อมาย้ายกรุงอยุธยามาธนบุรีถึงเมืองบางกอกหรือกรุงเทพฯ มีเมืองปลาในอดีตสมัยร.5)

โดยโลกยุคโลกาภิวัตน์ หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย(พรรคบอลเชวิกเสื่อม) กลายเป็นอดีตไปในศตวรรษที่20 และเราอยู่ในยุคมีการ์ตูนไทยประวัติสมเด็จพระนารายณ์(**) กับหญิงไทย มีสามีฝรั่ง แล้วเราเห็นแม่หญิงการระเกด ย้อนเวลากลับไปในอดีตยุคอยุธยา และคนตีความ วิเคราะห์ในเน็ต ยกตัวอย่างจุดแข็งมาจากละครทีวีไม่ได้รีเมค สูตรสำเร็จละครทีวีบุพเพสันนิวาส ทั้งเรื่องอาหาร หมูโสร่ง หมูกระทะ และประดิษฐ์กระทะ รวมทั้งผกก.แล้ว(แต่ต้องแยกความจริงในประวัติศาสตร์กับละครทีวี) เป็นต้น

กระนั้น ผมสนใจว่ากระทรวงวัฒนธรรมยังไม่ได้สนับสนุนเหมือนแดจังกึม ซึ่งแดจังกึมเป็นวัฒนธรรมกินได้ ยกตัวอย่างเช่น การขายคอนเทนต์ ภาพยนตร์ หรือละคร วงดนตรี ซึ่งกรณีสัมภาษณ์คนเขียนบทละครทีวี“ละครนี้ย้อนเรื่องราวไปในประวัติศาสตร์ที่ตัวละครบางตัวมีตัวตนอยู่จริง และมีหลายๆ เหตุการณ์เกิดขึ้น ทำให้ต้องไปค้นหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาอ้างอิงให้มากที่สุด เพราะในหนังสือจะเป็นการเขียนในลักษณะพรรณนาโวหาร เป็นการบอกเล่าจากปากของตัวละคร หรือในภาษาละครคือไม่ได้ยกขึ้นมาเป็นซีน แค่เล่าว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่การทำละครจะต้องเล่าเรื่องด้วยภาพและเสียง แม้จะไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าจะทำได้แต่ก็ต้องใช้เวลาในส่วนนี้ค่อนข้างมาก”(สัมภาษณ์พิเศษ อ.แดง-ศัลยา สุขะนิวัตติ์ ผู้เขียนบท “บุพเพสันนิวาส” จนขึ้นแท่นละครแห่งชาติดูเพิ่มเติมทางเน็ต)

“ย้อนเวลาดูการเมืองอยุธยา”
กระนั้น เรามาย้อนเวลาข้อมูลจากใช้วิธีโบราณคดีจับประเด็นหลังจากขุดพบศพฟอลคอนและพระปีย์ ซึ่งย้อนจับประเด็นการเมือง คือ การเปรียบเทียบยกตัวอย่างยุคก่อนหน้า เราจำได้ภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จบแล้ว จะรู้ว่าไม่มีพระราชโอรส ต่อมาสายตระกูลของสมเด็จพระเอกาทศรถ เป็นพระอนุชาของพระสุพรรณกัลยาและสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คือ สมเด็จพระศรีเสาวภาคย์ ครองราชย์

เมื่อครองราชย์อยู่ได้ไม่นาน จมื่นศรีเสารักษ์ บุตรบุญธรรมของพระเจ้าทรงธรรม นำกองกำลังเข้ายึดพระราชวังหลวง เมื่อทรงทราบก็ตกพระทัยอยู่ครู่หนึ่ง จึงตรัสว่า “เวราเราแล้วก็ตามเถิด แต่อย่าให้ลำบากเลย” พระองค์ถูกพันธนาการอย่างแน่นหนา จนรุ่งเช้าจึงให้พระภิกษุ 100 รูปมาบังสุกุล ถวายธูปเทียนขมา แล้วนำพระองค์ไปสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์

ต่อมาพ.ศ.2171 สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ซึ่งเป็นโอรสของพระเอกาทศรถ กับพระสนมชาวบางปะอินประชวรหนัก พระยาศรีสุริยวงศ์ กับออกญาเสนาภิมุข (ยามาดะ) สนับสนุนพระเชษฐาธิราช ซึ่งเป็นโอรสของพระเจ้าทรงธรรม พระชนมพรรษา 14 พรรษา ให้ขึ้นครองราชสมบัติ (จากนั้นพระยาศรีสุริยวงศ์ ก็รับตำแหน่งออกญากลาโหมคุมกำลังทหารไว้ในมือ)

ส่วนพระเชษฐาธิราชได้ครองราชย์สมบัติไม่นาน ก็ถูกออกญากลาโหมยึด(ทำรัฐประหารอีกครั้ง) และก็ตั้งพระอนุชาคือพระอาทิตยวงศ์ พระชนมพรรษา 10 พรรษา ขึ้นเป็นกษัตริย์ และไม่นานก็ยึดอำนาจไว้เอง ราชวงศ์สุโขทัย จบลง โดยพระยาศรีสุริยวงศ์ ออกญากลาโหม ได้ขึ้นเป็นสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 5 หรือพระเจ้าปราสาททอง(ยุคพระเจ้าปราสาททอง สร้างวัดไชยวัฒนาราม โดยมีเจดีย์ทรงปรางค์เป็นประธาน แผนผังของวัด สะท้อนแบบแผนธรรมเนียมโยงถึงเริ่มราชธานี และเลยถึงต้นตำรับเขมร คติเทวราชหรือศูนย์กลางจักรวาลของขอม)

ต่อมา สมเด็จเจ้าฟ้าชัยหรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 6 (ราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง) เจ้าฟ้าชัยขึ้นครองราชย์ไม่นาน ก็ถูกพระเจ้าอาคือพระศรีสุธรรมราชากับพระอนุชาต่างมารดา คือพระนารายณ์ ร่วมกันแย่งชิงราชสมบัติ จับเจ้าฟ้าชัยประหารชีวิต

แต่สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา พระอนุชาของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ขึ้นครองราชย์ อยู่ในราชสมบัติไม่นาน ถูกพระนารายณ์รัฐประหารและปลงพระชนม์ ปราบดาภิเษกเป็นสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 ครองราชย์นานถึง 32 ปี (งานจิตรกรรมที่น่าสนใจวัดช่องนนทรี รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์) แต่ตอนปลายรัชสมัยปรากฏว่าบรรดาข้าราชการในราชสำนักเกิดแตกแยกกัน มีฝ่ายของออกญาวิชาเยนทร์ ซึ่งมีทหารฝรั่งเศสเป็นกำลังสำคัญ อีกฝ่ายหนึ่งมีพระเพทราชาเป็นหัวหน้า ซึ่งเป็นพระสหายของสมเด็จพระนารายณ์ตั้งแต่พระเยาว์วัย และขุนนางอย่างหลวงสรศักดิ์(พระเจ้าเสือ ที่ว่าเป็นราชโอรสลับ) รวมทั้งแนวร่วมพระสงฆ์ ประชาชนดังกล่าวมาแล้ว

ขณะที่สมเด็จพระนารายณ์ประชวรหนักอยู่ที่ลพบุรี พระเพทราชาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้สำเร็จราชการ 2 เดือนก่อนสมเด็จพระนารายณ์เสด็จสวรรคต พระเพทราชาได้ยึดอำนาจโดยจับเจ้าฟ้าอภัยทศ องค์รัชทายาทปลงพระชนม์ และเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (ว่ากันว่าการติดต่อกับเชวาเลียร์ เด ซังต์ มิเชล มีพระบรมฉายาลักษณ์กรอบทองฝังเพชร มีจารึกว่า “จงซื่อตรงต่อเรา”ให้ฟอลคอน) และพระปีย์ ก็ถูกประหารชีวิตด้วย

โดยฉากสำคัญที่ปรากฏในละครทีวีบุพเพสันนิวาส (Love Destiny) มีฉากเกี่ยวกับพระเพทราชา เพื่อเล่าขยายความกับประวัติศาสตร์ คือ การดำเนินการทางการเมืองของพระองค์เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจนั้นมีลักษณะที่แตกต่างไปกว่าการดำเนินทางการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นมาก่อนหน้า กล่าวคือ มิใช่เพียงการทำรัฐประหาร ในพระราชวังเท่านั้นที่ทำให้ออกพระเพทราชาได้ราชสมบัติ เพราะออกพระเพทราชาหาได้มีกำลังที่พร้อมจะช่วงชิงอำนาจมาไว้ในมือตนแต่ผู้เดียวในยามวิกฤตินั้นไม่

หากเป็นเพราะความเคลื่อนไหวของประชาชน ซึ่งออกพระเพทราชามีส่วนในการปลุกระดมอยู่ด้วยนั้นต่างหาก ที่ให้โอกาสสำคัญแก่ออกระเพทราชาในทางการเมือง การที่ระชาชนจำนวนมากเช่นนี้ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองระดับรัฐไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ ในประวัติศาสตร์ไทย และทำให้การชิงอำนาจกันในปลายรัชสมัยพระนารายณ์แตกต่างจากการช่วงชิงอำนาจทุกครั้งที่ได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอยุธยา การยึดอำนาจของพระเพทราชา จนถึงตั้งราชวงศ์ขึ้นใหม่ มิได้หมายถึงการเปิดศักราชใหม่ของประชาชนที่จะได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง

เมื่อพระราชพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์พระองค์ใหม่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ประตูพระราชวังที่อยุธยาก็ปิดลงขังพระองค์ไว้ภายในและกันประชาชนไว้ภายนอก ดังที่เคยเป็นมาด้วยเวลานับศตวรรษ(ที่มาจากหนังสือการเมืองไทยสมัยพระนารายณ์ ซึ่งมีการวิเคราะห์การเขียนอ.นิธิ ใช้การอธิบาย“แนวร่วมพระ
สงฆ์-ขุนนาง-ประชาชน” คล้ายกับแนวคิด 3 ประสานของขบวนการฝ่ายซ้าย ที่เป็น “แนวร่วมนักศึกษา-กรรมกร-ชาวนา” นั่นคือนิธิได้ใช้ศัพท์ภาษาทางการเมืองในสมัย 14 ตุลาคม 2516)

“ศิลปะสถาปัตยกรรมความเชื่อ”
จากนั้นผมยกตัวอย่างด้านศิลปะสถาปัตยกรรม คอ ภาพสะท้อนตึกพระเจ้าเหาชื่อพระพุทธรูป เป็นสถานที่พระเพทราชา ประชุมขุนนางยึดอำนาจ ต่อมาแผ่นดินของสมเด็จพระเพทราชา คือ การเริ่มต้นราชวงศ์บ้านพลูหลวง บทบาทอันเข้มข้นของต่างชาติ จึงลดลงอย่างรวดเร็ว หาไม่แล้วโฉมหน้าของสังคมไทย รวมทั้งงานช่างไทยคงไม่เป็นอย่างทุกวันนี้

นี่เป็นตัวอย่างของด้านศาสนา ส่วนศิลปวัตถุ คือ วัดใหญ่สุวรรณาราม จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร อยู่ที่ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี

โดยพระอุโบสถเป็นศิลปะอยุธยา มีภาพทวารบาล จิตรกรรมภาพเทพชุมนุมเรียงรายกัน 5 ชั้น จุดเด่นคือภาพยักษ์และอมนุษย์ทั้งหลายเป็นหน้าเนื้อ ไม่ใช่การวาดเหมือนสวมหัวโขนโดยทั่วไป พระประธานเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยรูปหล่อพระสังฆราชแตงโม หน้าบันเป็นงานรูปปั้นสมัยอยุธยาตอนปลายที่งามพลิ้วราวมีชีวิต วิหารคด ศาลาการเปรียญ

ซึ่งวัดใหญ่สุวรรณารามเป็นสถาปัตยกรรม-ศิลปกรรมยุคอยุธยาตอนปลาย สร้างด้วยไม้ผนังเป็นฝาปะกน ลงรักปิดทอง แต่การบูรณะผิดพลาดทำให้ถูกทาทับด้วยสีแดงทั้งหลัง เครื่องหลังคาเป็นโครงประดุชนิดมีจันทันต่อ มุงด้วยกระเบื้องกาบูแต่ด้วยการบูรณะที่ไม่ถูกต้องจึงมีการเทปูนตำ(ปูนโบราณ)ลงฉาบทั้งผืนหลังคา แต่ปูนตำเป็นปูนที่ใช้กะดาษฟางเป็นส่วนผสมจึงทำให้อมความชื้นและมีตะใคร่ขึ้นจับหลังคา ศาลาการเปรียญเดิมเป็นของเจ้าฟ้าพระขวัญ ตำหนัก

ต่อมาพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ รื้อมาถวายพระสังฆราชแตงโมโดยมีบานประตูแกะสลักที่งดงามและมีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์และศิลปกรรมนั่น คือ ศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย และที่บานประตูมีหลัก มีรอยแผลบนประตู ทำให้มีประตูแตก ชำรุดถาวร เรียกรอยพม่าฟัน แต่นักวิชาการให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นการทำลายประตูตั้งแต่ครั้งรื้อตำหนักถวายสมเด็จเจ้าแตงโม (พระสุวรรณมุณี) พระสังฆราช เกี่ยวเนื่องกับเรื่องวิญญานเจ้าฟ้าพระขวัญ เจ้าของตำหนักเดิม ที่ถูกพระเจ้าเสือสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ เมื่อครั้งสมเด็จพระเพทราชาประชวรใกล้สวรรคต(นี่เป็นตัวอย่างข้อมูลทางเน็ตด้านความเชื่อ) นั่นแหละที่ผมบอกเปรียบเทียบกับโบสถ์คริสต์มาแล้วด้วย

“ศาสนาและวัฒนธรรมการเมืองว่าด้วยชาติ”
กรณีพุทธเปรียบเทียบคริสต์ คือ เราทุกคนตระหนักดีว่ามรดกเฉพาะตัวทางพันธุกรรมของเรา เพศสภาพของเรา ยุคสมัยของเรา ความสามารถทางกายของเรา ภาษาแม่ของเรา และอื่นๆ ล้วนเป็นภาวะบังเอิญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

คุณูปการอันสำคัญของโลกทัศน์ทางศาสนาดั้งเดิมต่างๆ (ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องแยกให้ออกจากบทบาทของศาสนาเหล่านี้ ในการสร้างความชอบธรรมให้กับระบบครอบงำหรือกดขี่แบบใดแบบหนึ่ง) อยู่ที่การให้ความสำคัญต่อประเด็นเรื่องมนุษย์-ใน-จักรวาล ต่อมนุษย์ในฐานะ “สปีชีส์”(Species)หนึ่ง และภาวะบังเอิญของชีวิต ความอยู่รอดอย่างน่าอัศจรรย์นับพันๆปีของพุทธศาสนา คริสต์ศาสนา หรืออิสลาม ในแบบแผนทางสังคมที่แตกต่างหลากหลาย ย่อมเป็นเครื่องยืนยันถึงการตอบสนองอย่างเปี่ยมด้วยจินตนาการ ต่อภาระอันหนักอึ้งของความทุกข์ยาก

ที่มนุษย์ต้องเผชิญ-ความเจ็บป่วย ความพิกลพิการ ความเศร้าโศก ความแก่ชรา และความตาย(***)

ซึ่งพระเยซูเคยตรัสว่าอีกประการหนึ่ง แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนอวนที่ลากอยู่ในทะเล ติด ปลารวมทุกชนิด เมื่อเต็มแล้วเขาก็ลากขึ้นฝังมั่งเลือกเอาแต่ที่ดีใส่ตะกร้า แต่ ที่ไม่ดีนั้นก็ทิ้งเสีย’ [มัทธิว 13:47–48] โดยการตีความแผ่นดินสวรรค์ เปรียบเหมือนอวนที่ลากอยู่ในทะเลติดปลามาทุกชนิด เพราะว่าบุตรมนุษย์ได้เสด็จมาเพื่อช่วยผู้ซึ่งหลงหายไปนั้นให้รอด (จินดามณี สะกดคำว่าสวันค และสวรรค)

…ความคิดเชิงศาสนายังให้คำตอบเป็นนัยๆ ต่อความเป็นอมตะด้วยวิถีทางต่างๆ ซึ่งโดยทั่วไปก็คือ การเปลี่ยนเคราะห์กรรมให้กลายเป็นความสืบเนื่องหรือContinuity(กฎแห่งกรรม บาปกำเนิด และอื่นๆ) ด้วยแนวทางเช่นนี้ วิธีคิดเชิงศาสนาจึงให้ความสำคัญต่อสายสัมพันธ์ระหว่างผู้ล่วงลับกับผู้ยังไม่เกิด อันเป็นความลี้ลับแห่งการเกิดใหม่(เพิ่งอ้าง,อ.เบน ชุมชนจินตกรรมฯ)

แต่ว่าขณะช่วงเวลาใกล้กับยุโรปตะวันตกศตวรรษแห่งแสงสว่างทางภูมิปัญญา(Enlightenment)แห่งการเน้นวิถีฆราวาสแบบเหตุผลนิยม นำมาซึ่งความมืดมนแห่งกาลสมัยใหม่ของมันเองเช่นกันความเชื่อทางศาสนาอาจเสื่อมถอยลงไป แต่ความทุกข์ยากซึ่งความเชื่อเคยทำให้ทุเลาลงได้นั้น มิได้หายไปด้วย ในเมื่อสวรรค์ล่มสลายลงเสียแล้ว ก็ยิ่งทำให้เคราะห์กรรมเอาแน่เอานอนไม่ได้ ในเมื่อความรอดพ้นเป็นเรื่องไร้แก่นสาร ก็ยิ่งต้องหาความสืบเนื่องอีกแบบมาทดแทน

ดังนั้น สิ่งที่ต้องมีคือการแปรเปลี่ยนแบบโลกๆที่จะทำให้เรื่องของโชคชะตาดูไม่มีเหตุมีผลโชคชะตาเคราะห์กรรมกลายเป็นความสืบเนื่อง ภาวะบังเอิญกลายเป็นสิ่งที่มีความหมาย ดังที่เราจะเห็นได้ต่อไป มีอยู่ไม่กี่สิ่งเหมาะสำหรับจุดมุ่งหมายนี้มากกว่าแนวความคิดเรื่องชาติ

แม้จะมีการยอมรับกันว่ารัฐ-ชาติทั้งหลายเป็นสิ่ง ‘ใหม่’และ’เงื่อนไขทางระวัติศาสตร์’ แต่ชาติทั้งหลาย ซึ่งมีความหมายทางการเมืองเพราะความเป็นรัฐชาติ ย่อมอุบัติจากอดีตไกลโพ้นเกินความทรงจำเสมอ และทีสำคัญกว่านั้น ยังจะคืบคลานไปสู่อนาคตอย่างไร้ขีดจำกัดมนตร์ขลังของลัทธิชาตินิยมนี้เองที่แปรเปลี่ยนภาวะบังเอิญให้เป็นชะตากรรม
(Benedict Anderson,Imagined Communities: Reflections on the Origin and Spread of Nationalism.ดูฉบับแปลเพิ่มเติม:บทรากฐานทางวัฒนธรรมและอ.เบน ยังได้กล่าวถึงนักบุญมัทธิว ผู้เขียนประวัติพระเยซูในคัมภีร์ไบเบิ้ลในบทชีวประวัติชาติ)

“ความสืบเนื่องและการเปลี่ยนแปลงจากอยุธยามาธนบุรีถึงบางกอก(Bangkok)หรือกรุงเทพฯ”
เมื่อเราได้พิจารณาถึงหลักฐานทางศิลปะสถาปัตยกรรมต่างๆ และเราได้พบกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ที่มีการอ้างอิงจากยุคพระนารายณ์ถึงสมัยพระเพทราชา(****) ซึ่งเราก็ตระหนักถึงข้อมูลและข้อจำกัดการตีความประวัติศาสตร์จากข้อมูลการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังยุคพระเจ้าเสือในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ต่อมาสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9 จึงยกราชสมบัติให้แก่เจ้าฟ้าอภัย (พระราชโอรสองค์รอง) เป็นเหตุให้เกิดการต่อสู้แย่งชิงราชบัลลังก์จนกลายเป็นสงครามกลางเมือง กินระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี แล้วต่อมามีสมเด็จพระบรมราชา (ที่ 1-3) แล้วจากปัจจัยภายนอกพม่ากับปัจจัยภายในอยุธยา(ละครทีวีกรณีพม่า..เช่น เรือนมยุรา สายโลหิต) และพระเจ้าตาก ย้ายมาธนบุรี ต่อมาบางกอกหรือกรุงเทพฯ

โดยพระนามสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 4 หรือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คำนำพระนาม สมเด็จพระรามาธิบดี ใช้เป็นพระนามพระมหากษัตริย์เรื่อยมาจนถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยนพระราชประเพณีโดยใช้คำอื่นนำพระนาม(จากสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทองมาถึงพระนารายณ์ เป็นต้น)

เมื่อฝรั่งอังกฤษเข้ามาสมัยร.4 ทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่งในนามพระเยซูฯ และต่อมาวาทกรรมเสียดินแดน สมัยร.5 วันที่ 3 ตุลาคม คริสต์ศักราช 1893 ที่พระเจ้าประทานให้ กองทัพเรือฝรั่งเศสได้ประกาศลงนามเลิกปิดอ่าวไทย สยามจำยอมเซ็นสัญญาสงบศึก โดยต้องยกดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้ประเทศฝรั่งเศส หลังจากที่เคยสูญเสียแคว้นเขมร (1867) และแคว้นสิบสองจุไทย (1888) มาแล้ว ตามมาด้วยการเสียดินแดนฝั่งขวา (หลวงพระบาง จำปาศัก, 1903) และเสียมณฑลบูรพา (เสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณ, 1906) ให้กับฝรั่งเศสตามลำดับ แม้สยามจะเคยสูญเสียดินแดนหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังรักษาตัวรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความภาคภูมิใจอยู่เสมอว่า สยามมิเคยต้องตกเป็นเมืองขึ้นของใคร(*****)

ส่วนพวกคนจีนก็อพยพเข้ามาสยามเยอะกรณีที่จันทบุรี ต้นตระกูลของทักษิณ ก่อนย้ายมาเชียงใหม่ ซึ่งปัจจัยภายในคนล้านนา มีขัดแย้งคนจีน ยกตัวอย่างกรณีวัดเกตการาม(พื้นที่ตรงข้ามมีต่อมาศาลเจ้าจีน) ที่มีขัดแย้งคนจีน(และขุนนางสยาม) จากกบฏพญาผาบโดยภาพสะท้อนการขึ้นสู่การบูรณาการทางเชื้อชาติยังไม่ง่าย จนกระทั่งเปลี่ยนนามประเทศจากสยามเป็นไทย มีเพลงชาติไทยให้เราได้ฟังซ้ำประจำด้วย

ต่อมาวิกฤติการเมืองไทย มีการเขียนบทความกรณี 6ตุลา 19 ซึ่ง อ.เบน ได้อ้างเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา (บ้านเมืองของเราลงแดง: แง่มุมทางสังคมและวัฒนธรรมของรัฐประหาร 6 ตุลาคม) ซึ่งภาพสะท้อนคอมมิวนิสต์จีน ญวน ลาว(พยายามเลิกมีศาสนาพุทธ ไม่เวียนว่ายตายเกิด แต่คอมฯลาวก็ยังมีพุทธ แม้เคยตกเป็นอาณานิคมฝรั่งเศสแห่งคริสเตียนไม่เวียนว่ายตายเกิด) เขมร เป็นต้น

โดยต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม คริสต์ศักราช 2003 ที่พระเจ้าประทานให้ รัฐบาลไทยลงนามในสัญญาว่าด้วยการเปิดการค้าเสรี (FTA) กับจีน และยังลงนามในสัญญาว่าด้วยการค้าเสรีกับอีกนานาประเทศ อาทิ อินเดีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐฯ เปรู นิวซีแลนด์ ฯลฯ ต่อมาวันที่ 19 กันยา คริสต์ศักราช 2006(2549) เกิดรัฐประหาร…

อย่างไรก็ดี ประวัติศาสตร์อดีตช่วงยาวภาพสะท้อนตัวอย่างศาสนาและวัฒนธรรมการเมือง ใกล้ชิดกันอย่างกรณีสมัยพระนารายณ์ ปะทะพระเพทราชา“แนวร่วมพระสงฆ์-ขุนนาง-ประชาชน” จับประเด็นการตีความคล้ายกับแนวคิด 3 ประสานของขบวนการฝ่ายซ้าย ที่เป็น “แนวร่วมนักศึกษา-กรรมกร-ชาวนา” (ที่มีพรรคคอมมิวนิสต์ตอนนั้น) สะท้อนการเมืองมวลชน และกาลเวลาผ่านไปหลัง2549ถึงปัจจุบัน ดูละครทีวีบุพเพสันนิวาสแล้วย้อนดูสังคม(******) และชุมชนจินตกรรม ในการสะสมความทรงจำ ซึ่งเรา มีความเชื่อ ศรัทธาต่ออนาคต ทหารหรือพรรคทหาร ถึงพรรคการเมืองแบบใด ในอนาคตรู้คำตอบ

*การสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม

**ยุคมีการ์ตูนไทยประวัติสมเด็จพระนารายณ์ การ์ตูนอย่างพระเจ้าติโลกราช การ์ตูนอย่างท้าวทองกีบม้า ฯลฯ

*** มรดกยุคเรืองปัญญา มรดกอุปมาปลาในน้ำ ต่อมรดกชาตินิยม

**** ยกตัวอย่างข้อถกเถียงศรีปราชญ์ ไม่มีตัวตนจริง และโคลงนิราศหริภุญชัย ไม่ได้ยุคสมัยพระนารายณ์
Repost ว่าด้วยเรื่องของพระเพทราชา
อ้างอิง : อยุธยา – ในต้นแผ่นดินสมเด็จพระเพทราชา (วิเคราะห์ข้อมูลของแกมเฟอร์) : ศาสตราจารย์พิเศษขจร สุขพานิช

*****รุกสยามในพระนามของพระเจ้า
http://oknation.nationtv.tv/blog/wutisant/2008/07/30/entry-3
******จากละครทีวีถึงหนัง ถ้าจินตกรรม มนุษย์อาจพัฒนาสมองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีพลังวิเศษย้อนเวลาได้อย่าง Lucy(ลูซี่) หรือเราอาจจะสะสมกำลังต่อสู้ฝึกฝนลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหนึ่งวันเหมือนหนัง Edge of Tomorrow สักวัน

11.2
“ช่องเม็กและตลาดดาวเรือง”
เมื่อผมได้น้ำศักดิ์สิทธิ์จากปราสาทวัดภู(*) มีโอกาสไปด่านช่องเม็ก มีเรื่องเล่าหน่อย คือ การพัฒนาด่านชายแดนโดยเปรียบเทียบด่านต่างๆ เนื่องจากวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินการของ GMS(โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง/Greater Mekong subregional-GMS หรือ หกเหลี่ยมเศรษฐกิจ) เดือนสิงหาคม 2539 เห็นชอบการดำเนินงานของคณะทำงานรายสาขา กลไก การประสานงาน และขอบเขตการศึกษา ยุทธศาสตร์การพัฒนาความร่วมมือในระยะยาว

ต่อมาเมษายน 2540 เห็นชอบให้จัดทำวิสัยทัศน์ 2020 เน้นการพัฒนาคน การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอนุภูมิภาค และกันยายน 2541 เห็นชอบกรอบกลยุทธ์ความร่วมมือใหม่ภายใต้วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจตามที่ ADB (ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ Asia Development Bank มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์) เสนอ ซึ่งเน้นการพัฒนาแบบผสมผสานระหว่างพื้นที่กิจกรรมการพัฒนา และความร่วมมือที่ชัดเจนในลักษณะ Economic Corridor(ระเบียงเศรษฐกิจ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ มีศักยภาพตามแนวคมนาคม) โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน ในพื้นที่ Economic Corridor อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
– ปรับปรุงกฎระเบียบการผ่านแดนของสินค้าและผู้โดยสาร เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว
– ประสานความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและ ADB อย่างใกล้ชิดรวมทั้งการจัดหาแหล่งเงินทุนจากประเทศที่สาม เพื่อสนับสนุนแผนงาน/โครงการที่มีลำดับความสำคัญสูงให้เกื้อหนุนต่อการค้า การลงทุน
– เส้นทางที่มีศักยภาพสูง ในการพัฒนาตามแนวความคิด Economic Corridor เป็นลำดับแรก ได้แก่ การพัฒนาพื้นที่ตามแนวตะวันตก-ตะวันออก เชื่อมโยงระหว่างเมาะละแหม่ง-เมียวดี-แม่สอด-มุกดาหาร-สะหวันนะเขต-ดองฮา-ดานัง
– วิสัยทัศน์ และแนวทางในการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้แผนงานของ GMS ระหว่างปี 2543 – 2545 โดยให้เสริมสร้างกลไกการประสานงานความร่วมมือต่างๆ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพ ปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้า และผู้โดยสาร การพัฒนาแนวเขตพื้นที่เศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาความยากจนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น การพัฒนาทรัพยากรบุคคล กลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในด้านการค้า การลงทุน ตลอดจนจัดหาแหล่งเงินทุน และประสานงานกับประเทศผู้บริจาค
ทั้งนี้ ขอให้ ADB ให้ความช่วยเหลือในการดำเนินงานต่างๆ รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานในสาขาความร่วมมือต่างๆ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จต่อไป
– กรมส่งเสริมการส่งออกได้จัดคณะผู้แทนทางการค้าเข้าร่วมงานแสดงสินค้าพระธาตุหลวงเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2542 ณ กรุงเวียงจันทน์
– การอำนวยความสะดวกด้านการค้าโดยเฉพาะด้านการค้าชายแดน ได้ดำเนินการดังนี้
กระจายอำนาจให้สำนักงานการค้าต่างประเทศในส่วนภูมิภาคทั้ง 5 แห่ง ได้แก่เชียงใหม่ หาดใหญ่ ขอนแก่น ชลบุรี และสระแก้ว สามารถออกใบอนุญาตเพื่อการนำเข้า-ส่งออกสินค้า การออกหนังสือรับรองการชำระค่าธรรมเนียมพิเศษในการส่งออกหรือนำเข้าสินค้า ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าและหนังสือรับรองการนำเข้าตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ ผู้ประกอบการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน และผู้ส่งออกที่มีภูมิลำเนาในส่วนภูมิภาค(**) เป็นต้น
ฉะนั้น จากการเปรียบเทียบเส้นทางชายแดนเราจะเห็นภาพมา“ตลาดดาวเรือง” ย่านการค้าเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก และผมเปรียบเทียบราคาของดูจากที่สำรวจ ณ น้ำตกตาดฟาน ซึ่งผมซื้อกระเป๋า มาต่อรองราคาซื้อผ้าโสร่ง ก็ว่าไปขำขำ ในแบบไทยๆ มีทฤษฎีต่อรองราคา กลับมาไทย มีคนรู้จักมีแฟนเป็นคนลาว บ้านปากเซ จำปาสัก ก็ผมคุยเรื่องสินค้าไทย และผมซื้อโสร่งกลับมาด้วยเค้าหัวเราะ

*ผมไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก หลายเรื่องในชีวิต ซึ่งช่วงนี้โชคดี มีงานที่เสนอไปผ่านให้ทุนทำงานคลิปวิดิโอ และผลของน้ำศักดิ์สิทธิ์ ติดตามอ่านได้จากปราสาทวัดภู
เวลาแห่งความทรงจำ ณ ปราสาทวัดพู



[CR]เฮือนหิน วัดพู, จำปาสัก สปป.ลาว
https://pantip.com/topic/30543422
**ข้อมูลเล่าเปรียบเทียบตัวอย่างนั้นมาจากข้อมูลในวิทยานิพนธ์ของผม ซึ่งผมแก้ไขจะเสนอเป็นหนังสือทำช้าเลยเอามาเล่าไว้ มีเรื่องค่าจ้างกรรมกรขนสินค้าจากเรือขึ้นรถบรรทุกที่ท่าเรือจีน 150 หยวน/คัน ค่าจ้างกรรมกรที่ท่าเรือเชียงแสน 5 บาท/กระสอบ หรือ 3 บาท/กล่องผลไม้ (สาลี่ แอปเปิล) ฯลฯ อีกด้วย

(ภาพช่องเม็กและบรรยากาศตลาดดาวเรือง พร้อมเส้นทางการเดินทางอื่นๆ ซึ่งผมเลือกภาพมานำเสนอด้วย)
Anusorn Mekboot เยี่ยมครับท่าน…
ท่านน่าจะเป็นรมต.ไปเสนอกับทางรัฐนะ
ว่าแต่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่วัดภู ท่านว่าคอหวยเอาไปตีเลขได้รึป่าว
ขอบคุณที่ชม ขำขำ ผมเห็นท่านชวนคุยพาไปคนละเรื่องเป็นรมต.ไปเสนอกับทางรัฐ ทำให้ผมตอบคอมเม้นท์(แนวเว็บบอร์ด) ยินดีที่ให้ผมเป็นรมต.ผมเขียนเกี่ยวกับประวัติเก่าแล้ว เปรียบเทียบพื้นที่ มีตัวอย่าง 2543 – 2545 ไม่เกี่ยวกับรัฐในปัจจุบัน(บางส่วนเคยเขียนเรื่องGMSเผยแพร่ในเนชั่นสุดสัปดาห์) และเวลาข้อมูลปัจจุบันมีเพียงภาพไม่มีอะไรจะไปเสนอรัฐอะไร ส่วนเรื่องคอหวยไปตีเลขแล้วท่านคิดว่าเขาตีได้ป่ะผมก็จะตอบเหมือนท่าน555(ผมไม่มีข้อมูลอ้างอิงน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ พื้นที่นี้ )

Jaroong Mitchouyrod ช่องเม็กเปลี่ยนไปมาก ผมไปเมื่อปี 2545 ตอนนั้นพ่อค้าแม่ค้ายังเอาของมาแบกะดินขายอยู่เลยครับ(ของป่าจากลาวเยอะมาก)
ครับติ๊ก ผมก็เพิ่งเคยไปช่องเม็ก เป็นครั้งแรกขอบคุณที่มาเล่าให้รู้ ทำให้เห็นภาพบรรยากาศ

11.3
ราตรีสวัสดิ์ ปีใหม่ไทยให้มีสุข มีสุขภาพดีกัน ครับ

14 เมษา
บางกอก(Bangkok)หรือกรุงเทพมหานคร เมืองปลา วัดบวรนิเวศวิหาร และถนนข้าวสาร
เมื่อผมเดินทางตามภาพมาเล่าบางกอกมีชื่อจริงว่าธนบุรีศรีมหาสมุทร มีมาตั้งนานปรากฏเด่นกรณีสมัยพระนารายณ์ และการตีความชื่อเมืองกำเนิดกรุงเทพมหานคร ก็ระบุให้เห็นถึงชื่อสืบต่อกรุงศรีอยุธยามา “กรุงเทพมหานคร” มีความหมายว่ามหานครแห่งเทพเจ้าอยู่บนแม่น้ำ(กรุง)

จากนั้นผมผ่านความทรงจำเปรียบเทียบปี2556 กับปี2560(*) และผมเขียนต่อเนื่องมาแล้ว(**) ในแง่ความทรงจำ(Memory) มีการนิยามความหมาย คือ การจดจำ ทั้งรากศัพท์จากภาษาลาติน การอธิบายความทรงจำที่ดี(good memory) และเราจะเข้าใจความทรงจำกับมวลชน(Mass)ผ่านนิยามความทรงจำ ทำให้รู้สึกจดจำในฐานะสมาชิกของชุมชน หรือสังคม อันมีมวลชนจำนวนมาก ซึ่งผมชวนทบทวนเล่าเรื่องผ่านความจำ(Remember) เราRe/Member(สมาชิก) คือ สมาชิกชุมชนจินตกรรม และชาติ(Nation)

ซึ่งผมมาถึงกรุงเทพฯ เมืองปลาที่หายไป(***) ถ้าเราเหนื่อยล้า จงเดินเข้าพักที่พักแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ ณ ถนนข้าวสาร(มีประวัติศาสตร์ถนนข้าวสารในวัฒนธรรมสมัยนิยมเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากวงการภาพยนตร์และเพลงทั้งจากชาวต่างประเทศและคนไทยเอง) หลังจากเหนื่อยจากการเดินทาง นั่งรถ ฯลฯ และต่อมาผมบังเอิญเจอฝรั่ง(สาว) ยิ้มให้ผ่านไป มีชาวศรีลังกา(หญิงสูงวัย)ชวนคุยภาษาอังกฤษ
ทักผมเป็นคนจีน แต่ผมเหนื่อยก็คุยสั้นๆเล่าว่าผมเป็นคนไทยมาจากเชียงใหม่ แล้วร่ำลาเวลาผ่านไปหลังจากพักกลางวันยาวยันมืด

จากนั้นผมออกมาเดินทัศนากรุงเทพฯ บริเวณรอบๆ ไม่ไกลตามภาพ มีวัดบวรนิเวศวิหาร (มีโอกาสผมจะเขียนเพิ่มเติมจากที่เคยเขียนมาบ้างแล้ว )ยกตัวอย่างวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นวัดสำคัญสมัยร.4 มีผลงานจิตรกรรมของขรัวอินโข่ง ยุคที่มีสนธิสัญญาเบาวริ่ง หนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีประเทศอังกฤษแลประเทศสยาม ซึ่งเบาวริ่ง กับ”คำขวัญ” ไว้ว่า”พระเยซูคริสต์ คือการค้าเสรี และการค้าเสรีก็คือพระเยซูคริสต์ “.

โดยอุปมาดังกล่าว ผมคิดเปรียบเทียบยกตัวอย่างพระเยซูตรัสว่า’ข้อความลึกลับแห่งแผ่นดินสวรรค์ โปรดให้พวกท่านรู้ได้ แต่คนเหล่านั้นไม่โปรดให้รู้ เพราะว่าใครมีอยู่แล้ว จะเพิ่มเติมให้คนนั้นมีเหลือเฟือ

แต่คนที่ไม่มีนั้น แม้ที่เขามีอยู่ก็จะเอาไปจากเขา เพราะเหตุนี้ เราจึงกล่าวกับเขาทั้งหลายเป็นอุปมา เพราะว่าถึงเขาเห็นก็เหมือนไม่เห็น ถึงได้ยินก็เหมือนไม่ได้ยินและไม่เข้าใจ..(มัทธิว 13:10-17) …ในแง่เปรียบเทียบวันเวลาผ่านไปได้สะสมความทรงจำ สำหรับผมผ่านการเดินทาง ณ สถานที่ฮินดู กับพุทธ ในแง่ศาสนาได้ทบทวนอดีต

อย่างไรก็ดี ผมกลับห้องพัก ณ ถนนข้าวสาร กลับไปนอน วันเวลาผ่านไป หันกลับมาแบบมุมมองแง่ดีกัน มองแง่บวกกัน ปีใหม่ไทยสงการนต์ เดินทางปลอดภัย หวังให้โชคดี มีสุขภาพดี

(ภาพเส้นทางเดิน ในกรุงเทพฯ วัดบวรนิเวศวิหาร ถนนข้าวสาร)

*การสะสมความทรงจำ นครหลวง นครราชสีมา นครปฐม นนทบุรี

Back to the Past…กลับสู่อดีตในทัศนศึกษา(1)

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ตามรอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ณ สระบุรี

**การสะสมความทรงจำ (ตอนจบ)

(บันทึกเปรียบเทียบไว้บ้าง ช่วงก่อนที่กรุงเทพฯไม่ได้เจอเพื่อน)
*** มีนบุรี(เมืองปลา) ที่หายไปจากแผนที่

(“กำเนิดมีนบุรี และจังหวัดมีนบุรีที่หายไป(เมืองปลาที่มองไม่เห็น)จากแผนที่”)

Anusorn Mekboot
สำหรับผมไม่ต้องบรรยายสรรพคุณขอลเมืองนี้มากท่าน
“เมืองขยะ อากาศเป็นพิษ น้ำเน่าเสียของแถมคือเหม็น ฝนตกน้ำท่วม แดดออกร้อนโครต ผู้คนพลุกพล่าน แออัด ต่างคนต่างอยู่ บ้านเมืองไม่เป็นระเบียบฯลฯ แต่ที่มีดีคือสาวๆขาวๆเพียบ” จบนะ

ง่า มุข จบน่ะ ผมตีความเขียนต่อหน่อย คือ 1.ผมจับประเด็นเมืองนี้ ในฐานะคนภูธรบ้านนอกต่างจังหวัดเดินทางเข้าเมืองนี้บ่อย มีมุขตลกก็ผมเคยสมัครงานเมืองนี้ไม่เคยได้เลย(เล่ายาว) มีตรรกะโชคชะตาว่าเมืองเลือกคนฮร่า 2.ผมจับประเด็นสาวๆ ขาวๆ ต้องมาดูที่ถนนข้าวสาร555 ช่วงสงการนต์ 555ซึ่งสงการนต์ไม่ใช่ปีใหม่ไทย แต่เป็นปีใหม่อินเดีย ปีใหม่ไทยไม่ใช่เดือนมกราคมหรือเมษายน ปีใหม่ไทยที่แท้จริงอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนนักษัตรในเดือนอ้าย(ราวเดือนพ.ย.-ธันวา) ปีใหม่ร่วมว.ฒ.อุษาคเนย์ การสาดน้ำสงการนต์เริ่มขึ้นเมื่อไม่ถึงร้อยปีก่อน สงการนต์ในไทยที่เก่าแก่จารึกวัดโพธิ์(ร.3) ในหนังสือพระราชพิธี 12 เดือน 2455 ก็ไม่ปรากฏมีการสาดน้ำสงการนต์ อิทธิพลมาจากเมียนมาร์ แถบล้านนา แพร่หลายมาถึงกรุงเทพฯ แล้วจึงเป็นที่นิยมไปทั่วประเทศด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเมื่อราวช่วง50กว่าปีมานี้เอง

14.2
ผมฝึกหัดฝึกซ้อมรอเลย ถ้าอาชีพนี้มีรายได้ในอนาคตจริงๆ ตามภาพ:Digital Cultural Commentator นักวิจารณ์วัฒนธรรมดิจิทัล(*)
ทักษะที่ต้องมี = ประวัติศาสตร์ศิลปะ, การบริการธุรกิจและการตลาด
(แรงงานอย่างผมทำหนังสั้นเสือดำ ก่อนหน้ามีกำหนดหมตเขต ก็เลื่อนไปเพิ่งหมดไม่นาน เห็นมีคนส่งประกวดเก้าสิบกว่าเรื่องด้วย ซึ่งหนังสั้นผมสเปเชียลเอฟเฟตหนังไม่มี แม้ว่าบางอารมณ์อยากทำเลือดปลอมตามคำแนะนำในยูทูป และผมก็ติดต่อขายหนังสือเจอเพื่อน และรุ่นพี่ต่างๆ รวมทั้งวันนี้บอกเพื่อนเขียนงานฟรีๆใกล้เสร็จแนวงานเขียนเที่ยวไทยให้เว็บเพื่อน )
*https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=952821038210602&id=580937148732328

http://www.trueplookpanya.com/blog/content/66068

14.3
ราตรีสวัสดิ์ สวัสดีปีใหม่ไทย ดูแลสุขภาพ เตรียมเดินทางปลอดภัย

18

การสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส ชุมชนจินตกรรม
…คุณูปการอันสำคัญของโลกทัศน์ทางศาสนาดั้งเดิมต่างๆ …อยู่ที่การให้ความสำคัญต่อประเด็นเรื่องมนุษย์-ใน-จักรวาล..ไม่มีผู้ให้กำเนิดชาติ ชีวประวัติของชาติ จึงไม่อาจเขียนขึ้นมาได้ดังคัมภีร์ศาสนาตามสไตล์ของ Saint Matthew… ทางออก… ที่ตะเกียงโบราณคดีส่องแสงริบๆหรี่ๆไปถึง… (Benedict Anderson,Imagined Communities: Reflections on the Origin and Spread of Nationalism.)

ผมได้เขียนมาต่อเนื่องแล้วในการสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม(*) ยกตัวอย่างเน้นเรื่องดวงจันทร์…หาแถงแง่ฟ้าหาง่าย เบื่อหน่ายบงนักพักตร์ผิน หาเดือนเพื่อนเถินเดินดิน คือนิลนัยนาหาตายเพ็ญเดือนเพื่อนดินสิ้นหา เพ็ญเดือนเลื่อนฟ้าหาง่าย เดือนเดินแดนดินนิลพราย เดือนฉายเวหาสปราศนิล

จากบทกลอนในละครทีวีบุพเพสันนิวาส เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 คงจะได้เห็นฉากที่ ออกญาโหราธิบดีชวนทุกคนแต่งโคลงกลอน ซึ่งจันทร์วาดเอง สามารถแต่งกลอนได้เพราะ จนออกญาโกษาธิบดีออกปากชม และจากนั้นจึงเป็นหมื่นสุนทรเทวาที่แต่งกลอนตาม ซึ่งการะเกดมองว่า ทั้งสองคนแต่งกลอนจีบกัน จนหมื่นเรืองหันมาและบอกให้การะเกดแต่งกลอนดูบ้าง แต่การะเกดบอกว่าแต่งกลอนไม่เป็น หมื่นสุนทรเทวาเห็นดังนั้นจึงพูดเหน็บว่า อย่างการะเกดคงแต่งกลอนไม่ได้ จนทำให้การะเกดโมโห และแต่งกลอนดังกล่าว(เปิดความหมายของบทกลอน ที่การะเกดใช้ หาแถงแง่ฟ้าหาง่าย แปลว่าอะไร !)

แม้แต่ละครทีวียังมีเพลงประกอบเกี่ยวกับดวงจันทร์.. สบตาเธอคนนี้ไม่รู้ฉันเป็นอย่างไร เธอตราตรึงในฝันดั่งแสงจันทร์อันสดใส ห่างไกลยังเฝ้ารอใกล้กันฉันก็หวั่นไหว เหลียวมองจันทร์ต้องทำให้คิดถึงเธอ ไม่ว่าอยู่แห่งไหนดั่งเรามีสายใยผูกพัน ใจไม่เคยเปลี่ยนผันจากเธอคนนี้

“ยุคเผยแพร่ศาสนาจากประดิษฐกรรมกล้องดูดวงจันทร์ สุริยะในจักรวาล”
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงสนพระทัยในวิทยาการวิทยาศาสตร์ตะวันตกหลากหลายสาขา เช่น การสำรวจแหล่งแร่ เคมี การถลุงโลหะ กลศาสตร์พลังน้ำ การต่อเรือ รวมทั้งวิชาดาราศาสตร์ พระองค์ทรงได้รับอุปกรณ์การศึกษาดาราศาสตร์ตะวันตกรูปแบบต่างๆ จากเครื่องมงคลราชบรรณาการที่พระประมุขต่างประเทศถวายบ้างและจากการการที่ทรงจัดหาเองบ้าง

ในขณะนั้นพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสผู้ครองราชย์ร่วมสมัยกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งสยาม คือ สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ทั้งสองพระองค์ต่างทรงมีนโยบายสานสัมพันธไมตรีซึ่งกันและกันอย่างแนบแน่น สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ทรงมุ่งมั่นในการพัฒนาความรู้ดาราศาสตร์โลก นักวิทยาศาสตร์ภายใต้การอุปถัมภ์ของพระองค์จึงได้พบดาวเคราะห์และกลุ่มดาวใหม่ๆ ทรงสนับสนุนให้ศึกษาเรื่องการพยากรณ์อุปราคาเพื่อให้รู้ระยะอันแน่นอนบนพื้นพิภพและในมหาสมุทร อันจะยังประโยชน์ให้การเดินทางโดยทางเรือสมบูรณ์และปลอดภัย

การที่ฝ่ายฝรั่งเศสสนับสนุนงานดาราศาสตร์ตะวันตกในสยามยังคงมีวัตถุประสงค์อื่นเคลือบแฝง คือนโยบายสร้างความนิยมให้กับชาวตะวันออกเชื่อถือในความรู้ของบาทหลวงคาทอลิก โดยเฉพาะเรื่องการคำนวณการเกิดคราสได้ล่วงหน้าทั้งเวลาที่เริ่มเกิดคราสและเวลาที่คลาสคลาย ชาวตะวันออกจะได้ศรัทธาในคริสต์ศาสนาและหันมาเข้ารีตมากขึ้น

ในปี พ.ศ. ๒๒๒๘ ราชสำนักฝรั่งเศสได้มอบหมายให้คณะทูตนำโดยเชวาเลีย เดอ โชมอง เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยาม สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ได้จัดเครื่องมงคลราชบรรณาการที่เป็นอุปกรณ์ดาราศาสตร์หลายชิ้นถวาย อาทิ กล้องโทรทรรศน์ ลูกโลกทองคำประดับอัญมณีแสดงพิกัดของดวงจันทร์และดวงดาว เครื่องวัดเสี้ยววงกลมสองสำรับ นาฬิกามีลูกตุ้มสำหรับใช้จับเวลาในการสำรวจดวงดาวสองเรือน วงแหวนสำหรับใช้ในการดาราศาสตร์หนึ่งชุด นาฬิกาแดดอย่างละเอียด เครื่องมือสำหรับวัดความเหลื่อมหนึ่งชุด บรรทัดกึ่งวงกลมขนาดต่างๆ กับเครื่องมือเล็กๆ น้อยอีกเป็นอันมาก

และในคราวสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงร่วมสังเกตปรากฏการณ์จันทรุปราคา เมื่อ ๑๑ ธันวาคม ๒๒๒๘ ณ พระตำหนักทะเลชุบศร พระองค์ได้ทรงใช้กล้องโทรทรรศน์โดยมีบาทหลวงเดอ ฟงเตอเนย์ถวายการปรับเล็งกล้องด้วย(**)

จากนั้นปี 2230 คณะราชทูตฝรั่งเศสชุดที่สองนำโดย มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ ได้เดินทางมาสยามพร้อมกับ เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เนื่องด้วยเป็นราชทูตเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เดินทางมาพร้อมด้วยทหารของฝรั่งเศส จำนวนประมาณ 600 คน ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ราชทูตฝรั่งเศส มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ ได้นำอุปกรณ์ดาราศาสตร์ ซึ่งบาทหลวงเดอ ลา แชส มอบหมายให้นำขึ้นทูลเกล้าถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราชคือ เครื่องมือของโรเมอร์ 2 เครื่อง พร้อมกล้องโทรทรรศน์สองกล้อง กล้องหนึ่งยาว 6 ฟุต อีกกล้องหนึ่งยาว 12 ฟุต

อุปกรณ์ดาราศาสตร์เหล่านี้บาทหลวงเดอ ลา แชสได้มีจดหมายกำกับถึงสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแจ้งว่า “ให้มวลมนุษย์ได้ศึกษาอาการเคลื่อนไหวในฟากฟ้าและของมวลดารา โยคสัมพันธ์ของดาวเคราะห์ สุริยุปราคาและจันทรุปราคา โดยอาศัยเครื่องมือเหล่านี้ซึ่งได้รับการประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่” และกล่าวสรรเสริญพระเกียรติในเรื่องนี้ว่า “การที่ส่งมาทูลกล้าฯ ถวายนี้ก็เพื่อให้สมพระทัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงรักวิชาดาราศาสตร์เป็นนักหนา”

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ยังทูลเกล้าถวายเป็นเครื่องมงคลราชบรรณาการอีก คือ:
– ลูกโลกทำด้วยเงิน 1 อัน กว้าง 10 นิ้ว มีฐานใหญ่ทำด้วยเงินเหมือนกัน มีเส้นรอบ ทั้งหมดทำด้วยฝีมืออย่างประณีต บ้านเมืองในโลกทุกแห่งสลักข้างใน มีลานและเครื่องกลสำหรับทำให้พระอาทิตย์ พระจันทร์และดาวหมุน
– ลูกโลกกลม 1 อัน ในลูกโลกนี้ได้สลักรูปพระอาทิตย์ พระจันทร์ ตรงตามจริงตามลองจิจูด ละติจูดทุกอย่าง ดวงดาวนั้นทำด้วยทองคำ ข้างในมีเครื่องนาฬิกาตีชั่วทุ่ม ชั่วโมงจนถึงตี 12 ที ลูกโลกนี้หมุนได้โดยมีเครื่องมือพิเศษสำหรับทำให้พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดาวเดินได้ตามตัวจริง พระอาทิตย์นั้นก็เดินประจำวัน ประจำปี พระจันทร์และดาวนั้นก็เดินอย่างของเป็นจริงทั้งสิ้น เส้นต่าง ๆ นั้นฝังลวดเงิน เลขชั่วโมงนั้นลงยา ลูกโลกใบนี้บรรจุใส่หีบอย่างงดงามที่สุด

ในปี 2231 พระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 11 ทรงมอบหมายให้บาทหลวงตาชารด์นำเครื่องราชบรรณาการถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประกอบด้วย เหรียญทองคำประดับเพชร กล้องโทรทรรศน์ 1 กล้อง มีขนาดความยาว 30 คืบ พร้อมขาตั้ง 3 ขา มีเลนส์ใหญ่ 4 เลนส์ แต่เครื่องมงคลราชบรรณาการเหล่านี้มาไม่ถึงพระหัตถ์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ด้วยพระองค์เสด็จสวรรคต และเกิดการยึดอำนาจในสยาม ทำให้บาทหลวงตาชารด์กลับเข้ามายังสยามไม่ได้(***)

“จากอยุธยามาธนบุรีถึงบางกอก(Bangkok)หรือกรุงเทพมหานคร กรณีสืบเนื่องสุริยคราส”
เมื่อเราได้พิจารณาถึงหลักฐานทางศิลปะสถาปัตยกรรมต่างๆ และเราได้พบกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ที่มีการอ้างอิงจากยุคพระนารายณ์ถึงสมัยพระเพทราชา(ภาพเขียนโดยนักวาดชาวฝรั่งเศส แสดงสมเด็จพระนารายณ์ ทอดพระเนตรสุริยุปราคาบางส่วนจากอุปกรณ์ที่คณะบาทหลวงฝรั่งเศสเตรียมให้ พร้อมกับข้าราชบริพารสยามโดยรอบ มีพระเพทราชาอยู่รู้ทันวัตถุประสงค์บาทหลวงเผยแพร่คริสต์)

ซึ่งเราก็ตระหนักถึงข้อมูลและข้อจำกัดการตีความประวัติศาสตร์จากข้อมูลการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังยุคพระเจ้าเสือในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 ต่อมาสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9 จึงยกราชสมบัติให้แก่เจ้าฟ้าอภัย (พระราชโอรสองค์รอง) เป็นเหตุให้เกิดการต่อสู้แย่งชิงราชบัลลังก์จนกลายเป็นสงครามกลางเมือง กินระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี แล้วต่อมามีสมเด็จพระบรมราชา (ที่ 1-3) แล้วจากปัจจัยภายนอกพม่ากับปัจจัยภายในอยุธยา(ละครทีวีกรณีพม่า..เช่น เรือนมยุรา สายโลหิต) และพระเจ้าตาก ย้ายมาธนบุรี ต่อมาบางกอกหรือกรุงเทพฯ

กรณีบางกอกมีชื่อจริงว่าธนบุรีศรีมหาสมุทร มีมาตั้งนานปรากฏเด่นกรณีสมัยพระนารายณ์ และการตีความชื่อเมืองกำเนิดกรุงเทพมหานคร ก็ระบุให้เห็นถึงชื่อสืบต่อกรุงศรีอยุธยามา “กรุงเทพมหานคร” มีความหมายว่ามหานครแห่งเทพเจ้าอยู่บนแม่น้ำ(กรุง)

แน่ละ สมัยร.4 คำว่า “กรุง” นั้นมาจากคำว่า “เกริง”(เสียงสั้น) เป็นคำภาษามอญซึ่งหมายถึงแม่น้ำลำคลอง สมเด็จพระจอมเกล้าฯ มีพระราชวินิจฉัยดังนี้ “ผู้ใดว่ามีอำนาจเหนือพื้นน้ำหรือเป็นเจ้าแห่งน้ำตั้งแต่ปากน้ำไปจนถึงที่สุดของแม่น้ำสายนั้น ผู้นั้นได้ชื่อว่าเป็นเจ้ากรุง และเมืองที่เจ้ากรุงพระองค์นั้นประทับอยู่ก็เลยเรียกว่า กรุง (****)มีจิตรกรรมฝาผนังสะท้อนดาราศาสตร์ ฝีมือขรัวอินโข่ง วัดบวรนิเวศวิหาร และสุริยุปราคาสมัยสมเด็จพระนารายณ์ และสมัยรัชกาลที่ 4 มีความเกี่ยวข้องกัน(*****)

โดยพระนามสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 4 หรือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คำนำพระนาม สมเด็จพระรามาธิบดี ใช้เป็นพระนามพระมหากษัตริย์เรื่อยมาจนถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยนพระราชประเพณีโดยใช้คำอื่นนำพระนาม(จากสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทองมาถึงพระนารายณ์ )เป็นต้น

ทั้งนี้ เราได้รู้กันว่ายุคสนธิสัญญาเบาวริ่ง มีวลีพระเยซูคริสต์ คือ การค้าเสรีฯ (ต่อมาเริ่มทำแผนที่สยาม และร.4 ส่องกล้องดูสุริยุปราคา)จากที่ผมเล่ามาเค้าโครงเรื่องในสมัยร.4(******)สำหรับผู้อ่านในการย้อนเวลา หวังว่าอย่าอ่านอย่างสารคดีประวัติศาสตร์ก็เบื่อเรื่องของตัวละคร(ยกตัวอย่างนอกจากตัวละครพระนารายณ์ ตัวละครนางเอกเป็นคู่หมั้น ทำให้มาพัวพันการเมืองจากยุคหลังรัฐประหาร2549ถึง2557ไม่มีส่วนร่วมเลย)

แต่จะอ่านอย่างนิยายสนุกๆ กับพบข้อมูลประวัติศาสตร์ก็ล้นเหลือไป หากเปรียบกับตัวละครมีกำเนิดของตัวละคร แต่ไม่มีผู้ให้กำเนิดชาติ ชีวประวัติของชาติ จึงไม่อาจเขียนขึ้นมาได้ดังคัมภีร์ศาสนาตามสไตล์ของ Saint Matthew ไม่อาจเขียนขึ้นมาได้ด้วยการใช้ไล่เรียงเวลา จากต้นตอมาจนถึงปัจจุบัน โดยให้ผ่านสายโซ่ของผู้ให้กำเนิด ทางออกที่มีอยู่จึงได้แก่การสร้างมันขึ้นมาใหม่ให้เป็นเวลาที่ไล่ทวนกลับยังมนุษย์ปักกิ่ง หรือ(มนุษย์ชวา) หรือกษัตริย์อาเธอร์ (หรือภูเขาอัลไต หรือน่านเจ้า) หรือที่ไหนก็ได้ ที่ตะเกียงโบราณคดีส่องแสงริบๆหรี่ๆไปถึง…(เพิ่งอ้างอ.เบน ชุมชนจินตกรรมฯ)

โดยย้อนเวลาการเปรียบเทียบการเมืองสมัยพระเพทราชากวาดล้างครั้งใหญ่ก็เริ่มต้นขึ้น ไม่แต่กับฝ่ายขั้วอำนาจเก่ากับชาวต่างชาติ จัดการขุนนางฝ่ายที่สนับสนุนพระเพทราชา ซึ่งอุปมาสร้างเจดีย์แล้วรื้อนั่งร้านเก่า
บางคนที่ถูกกวาดล้างนั้น ในภาษาสมัยใหม่รัฐประหารก็ให้มารายงานตัวโลกยุคโลกาภิวัตน์

อย่างไรก็ดี ขบวนการเคลื่อนไหว อย่างที่บอกแล้วเราก็ได้เห็นเปรียบเทียบแนวร่วมประชาชนกับพระสงฆ์ กรณีปี2557 คือ พระพุทธอิสระกับมวลชนกปปส.แนวร่วม ฯ ต่อมารัฐประหาร แต่คุณูปการอันสำคัญของโลกทัศน์ทางศาสนาดั้งเดิมต่างๆ (ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องแยกให้ออกจากบทบาทของศาสนาเหล่านี้ ในการสร้างความชอบธรรมให้กับระบบครอบงำหรือกดขี่แบบใดแบบหนึ่ง) อยู่ที่การให้ความสำคัญต่อประเด็นเรื่องมนุษย์-ใน-จักรวาล ต่อมนุษย์ในฐานะ “สปีชีส์”(Species)หนึ่ง และภาวะบังเอิญของชีวิต ความอยู่รอดอย่างน่าอัศจรรย์นับพันๆปีของพุทธศาสนา คริสต์ศาสนา หรืออิสลาม ในแบบแผนทางสังคมที่แตกต่างหลากหลาย ย่อมเป็นเครื่องยืนยันถึงการตอบสนองอย่างเปี่ยมด้วยจินตนาการ ต่อภาระอันหนักอึ้งของความทุกข์ยาก(เพิ่งอ้างอ.เบน ชุมชนจินตกรรมฯ)

ดังนั้น การเปรียบเทียบยกตัวอย่างหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย(พรรคบอลเชวิกเสื่อม) และลัทธิมาร์กซ์ ต้องสร้างความเชื่อต่อชนชั้นกรรมาชีพสากลแบบวิทยาศาสตร์ และพรรคของชนชั้นนี้ ซึ่งคนเชื่อศรัทธาบนโลกนี้ แม้ความคิดทั้งลัทธิมาร์กซ์ ถึงเสรีประชาธิปไตยของชาวโลกไปถึงดวงจันทร์ มีข้อจำกัดของวิทยาศาสตร์ คือ โบราณคดี ยังไม่อาจมีไทม์แมชชีนข้ามเวลาไปถึงอดีต กำเนิดจักรวาลหรือข้ามเวลาไปอนาคต ซึ่งปัจจุบันขบวนการเคลื่อนไหวก็ต้องผลักดันนโยบายต่อสู้เพื่อชีวิต รัฐสวัสดิการ ไม่มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในสังคมประชาธิปไตย

*การสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม

(ดูเพิ่มเติม หนังสือชิงบัลลังก์พระนาราณ์นายพลเดส์ฟาร์จ)

**ตอนที่ 4 งานดาราศาสตร์ตะวันตกเข้าสู่สยาม

***ตอนที่ 8 อุปกรณ์ดาราศาสตร์ตะวันตกเข้าสู่สยาม

ตอนที่ 9 สองปรากฏการณ์ดาราศาสตร์สำคัญในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

(หลุยส์ที่14 สมมญานามสุริยกษัตริยาธีราช)
****“บางกอก-กรุงเทพฯ” ล้วนต่างมีชื่อมาจากน้ำ
https://mgronline.com/travel/detail/9540000138178
*****ตอนที่ 10 สุริยุปราคาใน 2 รัชสมัย

******ชุมชนจินตกรรม จากจักรวาลศาสนาสู่ยุคดาวเทียม

18.2
จากภาพนี่ไม่ใช่หนังเรื่อง fast and furious พวกญาตินำรถมามีเลข กลายเป็นใบ้หวย หลังจาก ที่คุยเรื่องหวย กันวันที่16 เมษา 61 บางเลขอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิดแล้วเลขที่ออกก็ใกล้ตัวจริง ๆ จากทะเบียนรถ คิดถึงเรื่องล็อตตารี่ที่เคยเขียนไว้(*)มาพิจิตรเข้าวัดท่าหลวงไม่ได้ถ่ายรูป เห็นคนแต่งชุดไทยมาถ่ายรูปด้วย และก็ถ่ายรูปบางที่ไว้ด้วย ไม่มีเวลาเขียนเล่าอะไรมาก ครับ
*“ล็อตตารี่ และความทรงจำผ่านหนังสือ: โชคชะตาในการต่อสู้ทางชนชั้น”

Anusorn Mekboot บรรยากาศทุ่งนาแถวบ้านท่านน่าไปพักผ่อนจัง
รถเก๋งนิสสันคันเก่งของท่านยังมีอยู่ไหม? รึท่านขับบีเอ็มแล้ว
มุขอะไรท่านไม่ใช่หนังเรื่องFastฯแข่งรถ ท่านจะมาจับประเด็นไปคนละเรื่องรถอีก แทนที่โฟกัสหวย(ล็อตตารี่) ท่านไปดูทุ่งนา ก็ไม่ใช่บ้านผม ภาพที่อุตรดิตถ์ แค่เล่าเรื่องทุ่งนาก็จะยาว ตามภาพย้อนดูเฟซฯเก่าที่ผมเคยเขียนไว้ที่นาของครอบครัวและญาติ ณ อุตรดิตถ์ ฯลฯ แล้วภาพประกอบบรรยากาศการเดินทางจากนั่งรถทัวร์ผ่านจ.แพร่ ด้วย จากภาพบอกแล้วถ่ายบางรูป ส่วนท่านถามเรื่องรถนิสสัน ซันนี่ ปี2535 ตอนผมซื้อมามือสอง มีรูปเห็นเลขทะเบียนรถออกเป็นหวย60ด้วย ประกาศขายสามหมื่นกว่าบาท แล้วBMW รถญาติ ถ้าให้ใส่รายละเอียดตอบเรี่องรถ มีองค์ประกอบรถกับรสนิยมแต่งรถ(รถไว้ขนของฯลฯ) แยกต่างหากจากรสนิยมชอบขนส่งมวลชนสาธารณะ ฯลฯ ไม่เล่ายาว ครับ

18.3
ราตรีสวัสดิ์ ช่วงผ่านมานี้ผมก็กำลังเคลียร์ส่งเรื่องสั้นประกวดไปแล้ว รอผลนำเสนองาน เมื่อวาน 17 เมษายนวันชาติซีเรีย ในอดีตพ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) – ซีเรียประกาศเอกราช ซึ่งสถานการณ์การเมืองขอให้สงบสุขโดยเร็ว ผมเดินทางบ่อยก็เหนื่อย ต้องดูแลสุขภาพลงสนามต่อยมวย ฮร่า
Anusorn Mekboot ซีเรียในสมัยหลายพันปี หรือในสมัยศาสดามูฮำหมัด ชาวอาหรับเรียกดินแดนแถบนี้ชาม เมืองชาม เมืองนี้ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์กุรอาน เมืองนี้มีความเกี่ยวพันกับวันสิ้นโลกตามความเชื่อของมุสลิม
ว่าแต่ท่านชอบต่อยมวยรึ..มีโอกาสเรามาลงนวมกันท่าน

ท่านชวนคุย คือ……เส้นเดินทางแบบจาริกแสวงบุญ มีใช่แต่เพียงว่าในจินตนาการของชาวคริสต์ มุสลิม หรือฮินดู จะปรากฏภาพเมือง เช่น โรม เมกกะ หรือพาราณสี ขึ้นตรงศูนย์กลางของภูมิศาสตร์อันศักดิ์สิทธิ์…
(Benedict Anderson,Imagined Communities: Reflections on the Origin and Spread of Nationalism.หนังสือมีเรื่องดวงดาวจะเขียนอีกถ้าว่าง)
ทำให้ผมรำลึกความทรงจำที่เราเคยสนทนากันเรื่องคัมภีร์อิสลามเรื่องสงครามโลก จรวดอะไรต่างๆด้วย ซึ่งผมดูสารคดีเกี่ยวกับซีเรียมาแล้ว(คัมภีร์ไบเบิ้ล ถ้าจำไม่ผิดระบุเมืองปีศาจมาเป็นเมืองเยรูซาเร็มผมเคยดูหนังแนวนี้แล้ว) มีหมอดูไทยทำนายอีกว่าจะมีสงครามโลก ตอนนี้ร่างแก้ไขบทความหนึ่งมาสองเดือนเปรียบเทียบกรณีซีเรียกับไทย ปัญหาภาคใต้จากภาพยนตร์สั้นการ์ตูนหนุมานสะท้อนพราหมณ์กับพุทธ ต้านคอมฯ เล่าแล้วยาวมาถึงปัญหาภาคใต้ต่อมุสลิม ส่วนตัวก็ผมดูแลสุขภาพออกกำลังชกกระสอบทราย(ณ เมืองพิจิตร อดีตนามสระหลวง) ง่ายกว่าลงนวมกับท่าน (ผมไม่ใช่เสี่ยโป้ มีข่าวเหรียญมี 2 ด้าน! เสี่ยโป้ ต่อยมวยการกุศล ระดมทุนช่วย ‘น้องบิลลี่’)
Return to Homs

Anusorn Mekboot งั้นเราลงนวมการกุศลไหมท่านิระดมทุนเพื่อชื้ออาหารหมา แมวจรจัด…ว่าแต่ใครจะสนับสนุนผมกับท่านไม่ใช่ผู้มีชื่อเสียง
เราคนไทยส่วนมากรับรู้ข้อมูลมาจากนักบูรพาคดี ฝรั่งบางคนมีbiasต่อคนตะวันออก ข้อมูลไบเบิลต้องถามว่าไบเบิลฉบับไหน?ฉบับภาษาอะไร?นักบุญคนไหนเป็นคนเขียน?ฉบับของนิกายอะไร? …รู้ไหมทำไมผมถามแบบนี้ เพราะข้อมูลหลายอย่างมันไม่ตรงกันนะสิ ถ้าไบเบิลฉบับเก่าแก่จริงๆที่พอจะหาข้อมูลได้ต้องเป็นภาษากรีกโบราณ
แต่…อัลกุรอานท่านไปที่ไหนเหมือนกันทั่วโลก หลังจากราชวงศ์อุษมานียะห์(ออตโตมัน)ที่ปกครองดินแดนทั้ง3ทวีปล่มสลาย ความรู้ต่างๆที่ชาวตะวันตกมาร่ำเรียนในดินแดนออตโตมัน ฝรั่งพวกนี้ก็เอาไปต่อยอด…เรื่องสาเหตุแห่งความเสื่อมของราชวงศ์อุษมานียะห์มันต้องร่ายยาวววววว
ท่านรู้จักอันดารุสไหม? มันคือประเทศสเปนที่ในอดีตเคยร่ำรวยด้วยศิลป วัฒนธรรม ความรู้ศาสตร์ต่างๆ แน่นอนอันดารุสเคยถูกปกครองด้วยชาวอาหรับชนชาติเบดูอินที่เคยเร่ร่อนกลางทะเลทราย
ขอจบเพียงเท่านี้
ครับ ท่าน 1.ลงนวมเราท่านไม่ใช่ผู้มีชื่อเสียง อย่าเสี่ยงเลย ครับ(แต่พูดเรื่องระดมทุนจะยาว มีวิ่งระดมทุน มีวิธีระดมทุนทางเน็ต หรือง่ายสุดบริจาคเงินให้แมวที่พักของผม) ไม่ต้องระดมทุนช่วยซีเรีย และเรื่องลงนวม นักกีฬาชกมวยก็เป็นแรงงานมีกางเกงมวยในพิพิธภัณฑ์แรงงาน เล่าแล้วยาวแค่เรื่องมวย ก็ผมเน้นออกกำลังกายขำขำ มีคำว่าฮร่า คลายเครียด 2.กรณีหนังสยองขวัญ JERUZALEMไม่ใช่ คัมภีร์ไบเบิ้ลเป็นคัมภีร์โบราณของชาวยิว (เยเรมีย์ 19,ทัลมุด) ตอบท่านมาจริงจังซีเรียส 3.ซีเรียยาว

จากจุดเริ่มต้นผมกล่าวถึงวันชาติซีเรีย ไปวันสิ้นโลกเล่าแล้วยาว กลับมาเน้นชาตินิยมกับซีเรีย
โดยรัฐซีเรียสมัยใหม่สถาปนาขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยเป็นอาณาเขตในอาณัติของฝรั่งเศส และเป็นรัฐอาหรับใหญ่ที่สุดที่กำเนิดขึ้นจากเลแวนต์อาหรับที่เดิมออตโตมันปกครอง ประเทศซีเรียได้รับเอกราชในเดือนเมษายน 2489 เป็นสาธารณรัฐระบบรัฐสภา สมัยหลังได้รับเอกราชมีความวุ่นวาย และกลุ่มรัฐประหารและความพยายามรัฐประหารสะเทือนประเทศในสมัยปี 2492–2514 ระหว่างปี 2501 ถึง 2504 ประเทศซีเรียเข้าร่วมสหภาพช่วงสั้น ๆ กับอียิปต์ ซึ่งสิ้นสุดลงด้วยรัฐประหาร ประเทศซีเรียอยู่ภายใต้กฎหมายฉุกเฉินระหว่างปี 2506 ถึง 2554 ระงับการคุ้มครองพลเมืองส่วนใหญ่ของรัฐธรรมนูญอย่างชะงัด และระบบรัฐบาลถูกพิจารณาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย บัชชาร อัลอะซัดเป็นประธานาธิบดีตั้งแต่ปี 2543 สืบทอดจากฮาเฟซ อัลอะซัด บิดา ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2513 ถึง 2543

ประเทศซีเรียเป็นสมาชิกสหประชาชาติและขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ปัจจุบันถูกระงับสมาชิกภาพจากสันนิบาตอาหรับและองค์การความร่วมมืออิสลาม และระงับตนเองจากสหภาพเพื่อเมดิเตอร์เรเนียน นับแต่เดือนมีนาคม 2554 ประเทศซีเรียเกิดสงครามกลางเมืองในห้วงการก่อการกำเริบ (ถือว่าเป็นผลขยายของอาหรับสปริง) ต่ออะซัดและรัฐบาลพรรคบะอัธ กลุ่มต่อต้านตั้งรัฐบาลทางเลือกขึ้น คือ แนวร่วมแห่งชาติซีเรีย (Syrian National Coalition) ในเดือนมีนาคม 2555 ต่อมา ผู้แทนรัฐบาลนี้ได้รับเชิญให้แทนที่ประเทศซีเรียในสันนิบาตอาหรับ(ข้อมูลวิกิพีเดีย)

4.อิสลาม คือผมเคยร่วมเขียนเรื่อง“มุสลิมในการรับรู้ของคนไทย : องค์ความรู้ที่สะท้อนถึงความไม่เข้าใจต่อความจริง” ยกตัวอย่างเปรียบเทียบเรื่องเราคนไทย รับรู้ใช่เห็นด้วยข้อมูลที่ท่านมาบอกไว้ ตรงกับที่ผมร่วมเขียนเรื่องมุสลิมฯในวารสารฟ้าเดียวกัน(มีสัมภาษณ์อ.เบนเรื่องภาคใต้ฯลฯ) มีแนวราชวงศ์ออตโตมัน บูรพาคดีตะวันออก ซึ่งตอนนี้ผมมาเล่าต่อยอดนำแนวคิดอ.เบน ชุมชนจินตกรรมฯ(ความตายของชาติไม่เป็นธรรมชาติเกิดคำว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์) ที่เน้นภาษาลาติน เสื่อม และวันสิ้นโลกของคริสต์ ดังกล่าว(เขียนจะยาว)

อย่างไรก็ดี ผมสนใจตำรวจโลกอย่างอเมริกามาแทรกแซงซีเรีย ภายใต้อิทธิพลรัสเซียจากอดีตสหภาพโซเวียตมรดกจากศต.ที่19มากกว่าสากลอย่างที่เคยเขียนไปในศต.ที่21(อิหร่านมรดกโคมัยนีต่อต้านอเมริกาเคยเล่าบ้างแล้วจะยาว) บริบทโลกอีกยาวในโลกาภิวัตน์ ซึ่งเปรียบเทียบง่ายๆ ถ้าดูหนังการ์ตูนwatchmenจากยุคสงครามเวียดนาม ถึงสงครามเย็น กรณีเรื่องระเบิดนิวเคลียร์อเมริกา ทำนาฬิกาวันสิ้นโลก มีตัวละครการ์ตูนที่พลังระดับพระเจ้าอาจจะเก่งกว่าหนุมานอีก คือ ดร.แมนฮัตตัน ขยายร่างเป็นยักษ์ได้ ย้อนเวลา เดินทางไปอวกาศ ฯลฯ ว่ากันว่าดร.แมนฮัตตัน เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของอเมริกา คือ คอยปราบเหล่าร้าย แต่ลึกๆแล้วมีอะไรซ่อนภายใต้หน้ากาก (ไปไกลมากกว่าสิ้นโลกเป็นสิ้นจักรวาลแล้วAvengers 3มหาสงครามล้างจักรวาลถ้าดูหนังการ์ตูนจะเข้าวันที่25 เมษา)

ถ้าร่ายจะยาว เพราะเตรียมบทความไว้ ก็ข้อมูลบางส่วน จบเหมือนกัน
ขนลุก! เมื่อเมืองยูรูซาเล็ม กลายเป็นขุมนรกในหนังสยองขวัญ JERUZALEM
https://www.sanook.com/movie/58669/

21
“พิจิตร ชีวิตในกาลเวลา”
สาวงาม พิจิตร น่าพิศ ชวนมอง ไอ้หนุ่ม วังทอง หลงมอง สาว เมืองพิจิตร เพียงตา สบตา ยิ่งพา หัวใจ ให้คิด อยากบอก รักเธอ อยากเจอ ยอดมิตร อยากฝาก ชีวิต อยากคิด … แว่วเสียงเพลงลูกทุ่งเก่า เล่าดังติดหู เมืองพิจิตร เป็นเมืองงาม นามสระหลวง ตำนานรูปปั้นจระเข้ยักษ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ภายในรูปปั้นเป็นห้องประชุมในท้องจระเข้! ณ บึงสีไฟ ที่นี่มีน้ำพุสวยงาม ยามกลางคืนเปิดไฟด้วย

เมื่อผมนำบางส่วนของเรื่องที่เคยเขียนให้เว็บเพื่อนมาเล่าต่อ นิดหน่อย ในชื่อเรื่องพิจิตรเมืองงาม ตามมาเที่ยวกัน จากผมได้นั่งคุยกินอาหารกับน้องสาวพูดคุยเรื่องชีวิตกัน ก็บังเอิญเจอบางคนรู้จัก เช่น ลุงที่เคยเปิดค่ายมวยข้างบ้านเก่า และต่อมาผมนัดหมายจะไปเที่ยวร้านกาแฟของเพื่อนสมัยม.ปลายไม่เจอกัน ก็เลยแวะเข้าไปดูสถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ ในบึงสีไฟ ซึ่งผมไม่ได้ไปมานานแล้ว มารำลึกความทรงจำ ทั้งรูปปั้นจระเข้ เรื่องเล่าตะเภาแก้ว ตะเภาทอง และไกรทอง ต่างๆ

โดยสถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ หรือที่นิยมเรียกกันว่าศาลาเก้าเหลี่ยมเป็นอาคารรูปดาวเก้าแฉก ยื่นลงไปในบึงสีไฟ ภายในประกอบด้วยตู้แสดงพันธุ์ปลามากกว่า 20 ชนิด และมีการสับเปลี่ยนชนิดของปลาเป็นประจำ นอกจากนั้นตรงส่วนกลางของอาคารยังทำเป็นช่องเปิด สำหรับชมปลาในบึงสีไฟ ซึ่งมีพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ มาชุมนุมเป็นจำนวนมาก เพื่อรอกินอาหารที่นักท่องเที่ยวโปรยให้กิน สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ อยู่ในความดูแลของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพิจิตร(ข้อมูลจากเน็ต)

ซึ่งผมได้ถ่ายภาพบรรยากาศสถาปัตย์ และพันธุ์ปลาหายากน่าดูมาตามคำขวัญ ถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ แข่งเรือยาวประเพณี พระเครื่องดีหลวงพ่อเงิน เพลิดเพลินบึงสีไฟ ศูนย์รวมใจหลวงพ่อเพชร รสเด็ดส้มท่าข่อย ข้าวเจ้าอร่อยลือเลื่อง ตำนานเมืองชาละวัน

ถ้าจะเล่าต่อยอดยาวไม่มีเวลาเขียน ในท้ายที่สุด ผมได้พบเธอ อดีตเพื่อนหญิง ไม่ได้เจอกันหลายปี เธอมีลูกได้ห้าขวบ เป็นผ.อ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง ณ ระยอง ให้ผมแอดเป็นเพื่อนเธอในนามที่ทุกคนน่าจะทายได้ผมเขียนเป็นปริศนาชื่อเธอซ่อนอยู่งานเขียนนี้ไว้ด้วย
(ภาพเมืองพิจิตร ค้นดูได้จากเคยโพสต์เฟซฯ ศาลาเก้าเหลี่ยม และบรรยากาศบึงสีไฟ)

21.2
“ร้านโชคดีบรรณาสาสน์ หนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์ โชคชะตาของผู้อ่าน และขายหนังสือ”
เมื่อก่อนร้านโชคดีฯอยู่ข้างบ้าน(เก่า)ผม ร้านสืบต่อกิจการมาจากตลาด(เก่า)มาตลาด(ใหม่))รุ่นลูกแล้วไม่รอดรายละเอียดไม่มีเวลาเขียนเล่ายาวได้ข่าวว่าปิดแล้ว ผมซื้อเนชั่นสุดสัปดาห์ปีที่แล้วที่นี่ จากผมได้สนทนาคนขายนสพ.ยุคนสพ.ภาษาจีน คนจีนที่อ่านได้ตายหายไปหมด ยังนึกถึงความทรงจำเก่าๆ ผมได้เห็นโกดังหนังสือเก่าๆ นิตยสาร สื่อสิ่งพิมพ์เก่าๆ ที่บ้านกึ่งร้านนี้ด้วย(แถวบ้านเก่าของผมมีร้านเช่าหนังสือนิยายด้วย)

เมื่อสองเดือนก่อนละมั้ง ผมรู้จักคนขับรถสายส่งหนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์ ในเชียงใหม่ คนหนึ่งนานแล้วไม่ได้เจอกัน บังเอิญเจอก็คุยสั้นๆ เขาบอกนสพ.เลิกพิมพ์ก็ขาดรายได้ไปเยอะ

นี่แหละ ทุนนิยมสื่อสิ่งพิมพ์ ยุคผลิตซ้ำด้วยจักรกล กำลังหายไปบางส่วน การนำเสนอบางส่วนของผม ก็ได้กล่าวมาแล้วหลายครั้งไม่อยากผลิตซ้ำมาก แต่มุมมองในฐานะยอดนักอ่าน สื่อสิ่งพิมพ์ มีเสน่ห์ของมัน จากมุมนักอ่านวัฒนธรรมสายตาผ่านโลกสื่อสิ่งพิมพ์สู่ดิจิตอล ในยุคเศรษฐกิจไทยย่ำแย่ด้วย

ส่งท้ายขายหนังสือหน้าร้านของบอย ทางเฟซฯ ซ้ำรับประกันจากรางวัลยอดนักอ่าน คัดเลือกหนังสือสะสมขายใหม่ มี1.สัมภาษณ์งานอย่างไรให้โดนใจ 2.บทหนึ่งของชีวิตสมรส 3.สวนสัตว์ 4.คนหมายเลขศูนย์ 5.ไม่มีใครเขียนจดหมายถึงนายพลตามภาพ และขายซ้ำบ้าง(*)มาขายไม่โฆษณาชวนเชื่อ แต่เน้นๆ อ่านหนังสือดีคลาสสิค(นิยาย)กัน
*ขายหนังสือ

(ภาพประกอบร้านโชคดีบรรณาสาสน์ นสพ.ชมนิวส์ และหนังสือของบอยมาซ้ำ)

21.3
เนื่องจากผมไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก ในเวลาการดำเนินชีวิตของผมหลายเรื่อง ซึ่งผมการกลับมาเชียงใหม่ มีประชุมเตรียมงานเครือข่ายแรงงานภาคเหนือฯ(*) อย่าลืมมากันเหล่าแรงงาน ทั้งไม่อพยพ และอพยพมาจากต่างประเทศ ต่างจังหวัดจรจากบ้านเมือง ในห้วงยามย้ายถิ่นฐานเข้าเชียงใหม่
*https://www.facebook.com/580937148732328/photos/a.580943645398345.1073741828.580937148732328/956134307879275/?type=3&theate
(ภาพประกอบเส้นทางรถไฟแห่งหนึ่ง)

21.4
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย ขอให้ทุกคน กลับจากการเดินทางยาวไกลต้องดูแลสุขภาพออกกำลังร่างกายดี ถ้าไม่พักผ่อน ก็จะเหนื่อยเกินไป ความน่าเบื่อของการนั่งรถไม่มีทางเลือก นั่งยาวไกล วันนี้ในอดีต 21 เมษา พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) – นักดาราศาสตร์รายงานการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบแห่งแรก อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว
สำหรับเพลงฮิตติดหู

24
ขอบคุณ ทุกคนที่อวยพรวันคล้ายวันเกิด ซึ่งผมฉลองวันเกิดให้ตัวเองเรียบร้อยเลย เห็นโปรโมชั่นของพิซซ่า ฮัทเผื่อไปกินกัน ครับ
https://hbd.1112pizza.com/happybirthday
แหะๆผมพิมพ์ผิดต้อง เดอะ พิซซ่า คอมปะนี

24.2
เมื่อหลายเรื่องในชีวิตประจำวันของผม ในหนึ่งเรื่องวันนี้เปลี่ยนสายน้ำดี อ่างล้างมือในห้องน้ำ โอ้ สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับอุปมาสายน้ำดี ฮร่า หากหวนคำนึง อุปสรรคในชีวิตประจำวัน จากภาพสายน้ำดี และภาพหลังสงการนต์ ซึ่งผมหารถว่างไม่ง่ายมาเส้นทางสุโขทัย ตาก และผมนั่งรถทัวร์มาได้ถ่ายภาพรถจอดเพื่อหาทางช่วยรถทัวร์อีกคันที่รถเสีย ซึ่งผมยังอยู่ไกลกว่าลำพูนและเชียงใหม่ ยังต้องนั่งรถอีกไกล หวนคำนึงถึงโคลงนิราศหริภุญไชย คือ ข่าวสารอันเสนาะเรียบเรียงขึ้นเมื่อเดินทางไปเมืองลำพูนอันเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์พระพุทธเจ้า ผ่านเขตแดนหลายบ้าน เมื่อพี่มึนเมารสรัก จงตั้งใจฟังข่าวสารเถิด
(ฉบับเชียงใหม่)
ศุภสารริร่ำถ้อย คราวคราน
หริภุญช์เชษฐ์ชินฐาน ธาตุตั้ง
สารพัดเขตรจักราพาล ฟังตำ บลเนอ
ยามม่อนมัวรสยั้ง จุ่งตั้งสดับสาร
เนื่องจาก ผมนั่งรถอีกไกลตอนนั้น ก็คิดถึงท่อนสำคัญของโคลงอยู่ด้วย คือ การเวียนว่ายตายเกิด (ความปรวนแปร) เป็นไปตามแต่ฟ้าและพระอินทร์จะบัญชา (?) จึงทำให้ต้องจากผู้ที่ดีงามไปไกลได้ จะเขียนเรื่องจากน้องเป็นโคลงเพื่อให้โลกรู้ถึงความคิดในใจ(*) ส่วนตัวผมไม่มีแต่งโคลงเคลงใดๆ ในใจได้เลยหลับ แม้ต้องวางแผนเขียนบทกวีส่งประกวด โอ้ แสงดาวแห่งศรัทธา… ดาวศรัทธา ยังส่องแสงเบื้องบน ปลุกหัวใจ ปลุกคนอยู่มิวาย ขอเยาะเย้ย ทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ

*ที่มาการเรียบเรียงโคลงฯดังกล่าวดูเพิ่มเติม
http://vajirayana.org/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2
(เพิ่มเติมผมก็ได้ดูหนังState of Fairจากคอมฯผม กับผมได้คุยนั่งรถทัวร์คนข้างๆผมชวนผมคุยบ้าง)
24.3
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย หายไปหลายเรื่องในชีวิต ดูแลสุขภาพอากาศเปลี่ยนมีพายุฝน จัดเพลงของ Country Joe & the Fish – Pat’s Song

28
การสะสมความทรงจำ
ผมหลายเรื่องในชีวิตประจำวัน ซึ่งเมื่อวานก่อนผมไปร่วมประชุมเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ(ผมในฐานะหนึ่งในทีมแอดมินเพจและหน้าที่อื่นๆ) ต่อมาตามภาพผมออกกำลังกายปั่น จักรยานMobike (ช่วงโปรโมชั่นปั่นฟรี)เล่าจะยาวทั้งเด็กนักเรียนก็ขี่จ.ย. แรงงานก่อสร้างก็ขี่จ.ย.หรือฝรั่งถามคนจีนทักผมขี่จ.ย.นี้(ฯลฯ) ต้องระวังหมอกควัน สภาพอากาศเปลี่ยน(เมื่อวานก่อนขี่จักรยานยนต์ยางรั่วอีก)

โดยผมมีจินตนาการเล่นว่าจะปั่นจ.ย.แทนเดินหาแรงบันดาลใจเขียนบทกวี และเรื่องสั้น ต้องรีบส่งประกวดสิ้นเดือนนี้ ไอเดียจากโคลงนิราศ หริภุญไชย(ฉบับเชียงใหม่) คือ พระจันทร์ส่องสว่างทั่วพื้นแผ่นดินไปหมด แสงส่องบริเวณมองดูสวยยิ่ง มองยังเห็นกระต่ายเป็นเพื่อนอยู่ โอ้ไม่ได้เห็นหน้าน้อง จากไปอีกนานกว่าจะพบกัน
สสีใสสว่างพื้น บัวระวัน
แสงส่องมณฑลพลัน เพริศแพร้ว
สสาส่องเห็นหัน ยังเพื่อน เพาเอ่
โอยอ่ำยลน้องแก้ว กว่านั้นนานเห็น แต่กลายเป็นล่องลอยในความคิดไม่ไปไกลปั่นอย่างมั่นอกมั่นใจตามแรง ที่มีอยู่แถวเชียงใหม่เท่านั้น
ซึ่งชีวิต มีลิมิต คิดถึงเรื่องคุณลองไปเปิดรากศัพท์ของคำว่า define คุณจะเห็นว่าทุกอย่างถูกทำให้มีลิมิต ทำให้จบและตัดตอนให้ง่ายอยู่ในพื้นที่หนึ่งๆ ต้องพูดให้อยู่ในวงนี้เท่านั้น…(***)คุณอย่าคิดอะไรมาก ประเทศนี้ไม่ใช่ของคุณ อยู่ๆไปเถอะ คิดซะว่าเช่าเค้า ทำงานหาเงิน ใช้ชีวิตให้มันมีความสุขไป สิ้นเดือนรับตังค์ แดกข้าว อยากไปเที่ยวไหนก็ไป ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก อยู่ๆไปเหอะ(****) ในชีวิตประจำวัน มารวมที่เขียนไว้(*****)ในการสะสมความทรงจำนี้ด้วย

*เครือข่ายฯ

**โคลงนิราศหริภุญชัย
http://vajirayana.org/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2
ภาษาล้านนาไม่มีเสียงอักษรควบกับ ร และ ล ถ้าพยัญชนะต้นควบกับ ล ก็จะไม่ออกเสียง ล เลย เช่น ปลา อ่านว่า ป๋า
http://vajirayana.org/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2/%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99
*** จักรวาลความรู้และชีวิตหลังเกษียณของ ‘ธเนศ วงศ์ยานนาวา’
http://www.adaymagazine.com/interviews/people-thanes-wongyannava
****ธเนศ วงศ์ยานนาวา, 20 ต.ค. 57(คนเดียวกับธเนศ วงศ์ยานนาวา ผู้มาบรรยายมิเชล ฟูโกต์ แฮมเบอร์เกอร์ อร่อยจริงหรือเปล่า) https://th-th.facebook.com/quoteV2/photos/a.512068612228383.1073741830.511585615610016/585212371580673/
*****การสะสมความทรงจำ

28.2
ผมเคยเล่าแล้วจากลูกแมวที่มาเกิดแถวที่พักเล่าย่อๆสั้น ซึ่งผมดูแลแทนข้างห้องบ้าง ก็แมวฉลาดป่วนๆ หนึ่งตัว อายุหนึ่งขวบ เป็นแมวจากลูกแมว กลายเป็นแม่แมว แล้วววววววว คลอดลูกไม่รู้นำไปเกิดที่ไหน วงเวียนวงกรรมวงจรเดิมวนมาปีนี้ ตอนผมไม่อยู่เชียงใหม่ ตามภาพโอ้ แมวมีประโยชน์บางครั้งตามภาพจับงู แต่ดูแลไม่ไหว แมวน่าจะรู้ตัว ว่าน่าจะถูกลูกแมวไปแจก จ้าๆ ฮร่าๆ แต่ว่าลูกแมว จะแท้งหรือไม่ ผมก็ไม่รู้ครับ(อาจจะมาแนวผมเลี้ยงแมวเพาะพันธุ์แมวขายหรือปลา?)

28.3
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย จัดเพลงCountry Joe & The Fish “Waltzing In The Moonlight” ดูแลสุขภาพอากาศเปลี่ยนกัน ครับ

Posted in Uncategorized | Leave a comment

การสะสมความทรงจำกับเสือดำ เมืองปลา ละครทีวีบุพเพสันนิวาส และการเมืองไทย

การสะสมความทรงจำกับเสือดำ เมืองปลา ละครทีวีบุพเพสันนิวาส และการเมืองไทย

3 มีนา
มีนบุรี(เมืองปลา) ที่หายไปจากแผนที่
“กำเนิดมีนบุรี และจังหวัดมีนบุรีที่หายไป(เมืองปลาที่มองไม่เห็น)จากแผนที่”
การเปลี่ยนแปลงความเป็นสมัยใหม่ และการรวบรวมสร้างรัฐชาติของสยาม ผนวกรวมรัฐอิสระต่างๆ สร้างแผนที่โดยอาศัยภายใต้คติความเชื่อศรัทธาทางพุทธ(ที่มาจากอินเดีย) สวรรค์หายไปความเชื่อลดลง คนเชื่อเวียนว่ายตายเกิดเป็นปลาลดลง และหลังแผนที่สยาม ผลิตโดย เจมส์ แมคคาร์ธี (พระวิภาคภูวดล เจ้ากรมแผนที่คนแรก)

ต่อมามีมณฑลเทศาภิบาล คือ ระบบแบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาคในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นการเลียนแบบการปกครองของอังกฤษในพม่าและมาเลเซีย เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2440 โดยพระราชดำริของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ โดยมณฑล → เมือง (จังหวัด) → อำเภอ → ตำบล → บ้าน (หมู่บ้าน)

โดยกำเนิดเมืองปลา มีคำว่ามีนบุรีแปลว่า “เมืองปลา” เป็นนามที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.5)พระราชทานให้กับเมืองใหม่ที่ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2445 โดยรวมอำเภอคลองสามวา อำเภอแสนแสบ อำเภอหนองจอก และอำเภอเจียรดับ (ปัจจุบันอยู่ในเขตหนองจอก) เข้าไว้ในเขตการปกครองของเมือง เหตุที่ใช้ชื่อว่าเมืองปลาเนื่องจากตำบลแสนแสบเป็นบริเวณที่มีบ่อปลามาก และเพื่อให้สอดคล้องกับชื่อเมืองธัญญบุรีที่แปลว่า “เมืองข้าว”

ซึ่งเขตมีนบุรีในอดีตเป็นท้องที่หนึ่งของ อำเภอคลองสามวา ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งทางทิศตะวันออกของมณฑลกรุงเทพ ต่อมาในปี พ.ศ. 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้รวมท้องที่อำเภอคลองสามวากับอำเภอข้างเคียงอีก 3 อำเภอตั้งขึ้นเป็นเมืองใหม่และพระราชทานนามว่า “เมืองมีนบุรี”อำเภอคลองสามวา จึงเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอเมือง เนื่องจากเป็นที่ตั้งของเมือง (จังหวัด) แห่งนี้

ต่อมาในปี พ.ศ. 2474 จังหวัดมีนบุรีถูกยุบรวมเข้ากับจังหวัดพระนคร เพื่อประหยัดงบประมาณราชการเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อำเภอที่เป็นที่ตั้งของจังหวัดมีนบุรีเดิมจึงมีชื่อเรียกว่า อำเภอมีนบุรี จากนั้นกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งสุขาภิบาลมีนบุรีขึ้นในปี พ.ศ. 2498(*) ภาพสะท้อนการพัฒนาปฏิรูปการปกครองสืบทอดมรดกไม่ต่อเนื่องกลายเป็นเขตมีนบุรี(**) ซึ่งดูภาพแผนที่(***)ทำหน้าที่บันทึกความทรงจำของผู้คน สถานที่หนึ่ง ในการเปลี่ยนแปลงจากจังหวัดหรือเมืองมีนบุรีหายไป

*มีนบุรี ดูเพิ่มเติมวิกิพีเดียไทย (เมืองปลา หญ้าดัง จังหวัดเก่า)

**ภาพประกอบตราสัญลักษณ์ประจำเขตมีนบุรี มีลักษณะเป็นตรารูปวงกลม มีปลาตะเพียนสีทองอยู่ตรงกลาง พื้นหลังด้านล่างเป็นพื้นน้ำสีฟ้า มีรวงข้าวสีเขียว สองข้างล้อมรอบด้วยคำว่า สำนักงานเขตมีนบุรี เป็นภาษาอังกฤษ และภาษาไทย โดยสื่อความหมายถึงความเป็นเมืองปลา ตามความหมายของชื่อที่ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเมืองมีนบุรีในอดีต และปลาที่ขึ้นชื่อคือปลาตะเพียน

***ภาพประกอบจากเว็บ และภาพประกอบแผนที่เส้นทางเสด็จอินโดจีนของฝรั่งเศสของพระบาทสมเด็นพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่7และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพพรรณี พระราชินี 6 เมษายน-8 พฤษภาคม พ.ศ.2473(ค.ศ.1930) ดูในแผนที่ “สยามประเทศไทย” สมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2328-2452 Map of Siam and Thailand : Bangkok Period 1785-1908

3.2
ช่วงก่อนโน้นผมถ่ายภาพกับรศ. “สมชาย ปรีชาศิลปกุล” คณะนิติศาสตร์ มช. มีตำแหน่งอีกด้านหนึ่งจากมหา’ลัยปกติ คือ อธิการบดีมหา’ลัยเที่ยงคืน ช่วงนี้คิดทำหนังสั้น ทำให้นึกถึงตอนนั้นลืมคุยเรื่องหนังมหา’ลัยเที่ยงคืนเลย555
Anusorn Mekboot สมัยผมทำวิทยานิพนธ์ ผมก็เคยไปคุยเพื่อหาความรู้และได้รับคำแนะนำที่ดีจากท่าน…
อรรคพล สาตุ้ม ใช่ ผมจำได้ท่านอ.สมชาย เคยทำวิจัยเกี่ยวกับมาเลเซียและท่านฟรองซัวส์เคยเล่าว่าไปปรึกษาท่าน ก็ท่านฟรองซัวร์ยังเป็นสมาชิกพรรคแนวร่วมภาคประชาชนด้วย
Anusorn Mekboot พรรคแนวร่วมฯยังมีอยู่รึป่าว …
ผมว่าจะหาเวลาไปเชียงใหม่สักหน่อยไปนั่งคุยกับท่าน เยี่ยมอจ.และเพื่อนฝูง
อรรคพล สาตุ้ม พรรคแนวร่วมฯ ไม่รู้จะสมัครเลือกตั้งหรือเปล่า ฮร่าๆ มีพูดถึงอยู่กรณีอจ.ในพรรคดังกล่าวก็เพิ่งเขียนวิจารณ์พรรคเลือดใหม่ฯลฯ แล้วเยี่ยมอจ.เพื่อนฝูงเราค่อยเจอกันผมจะนอนแล้ว ครับ

Jakkrit Siririn
Jakkrit Siririn เสื้อสวย
พิณประภา ขันธวุธ ว่าจะทักเรื่องเสื้อเหมือนกันค่ะ 555
อรรคพล สาตุ้ม เสื้อในความทรงจำของเครือข่ายฯสิบกว่าปีแล้ว ก็คิดถึงร้านปลายฝนฯ เหมือนกัน ครับ555

3.3
สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ขอเชิญคนไทยใจกล้า ส่งผลงานหยุดล่าเข้าประกวด คลิปวิดิโอความยาว 3-5 นาที ไม่จำกัดรูปแบบจะเป็นหนังสั้น สารคดี เอ็มวี ไวรัลคลิปก็ไม่เกี่ยง จะจิก จะกัด จะซัด จะเหวี่ยง จะเถียง จะด่า ว่ากันมาเลย “ยิงด้วยกล้อง ฟ้องด้วยภาพ ปราบด้วยคอนเท้น” (*)

เมื่อผมจะนำแมวดำ มาทำหนังสั้นเสือดำ ฮร่า (ช่วงนี้อีกสองเรื่องพลาดลองส่งขอทุนเผื่อฟลุ๊คไปเรสซิเดนซ์ด้านศิลปะ ที่ฝรั่งเศส ประกวดคลิปอันหนึ่งโชคดีเขาเลื่อนจากสิ้นเดือนที่แล้ว ฯลฯ)หลายเรื่องในชีวิต คิดเล่นๆจินตนาการไว้ น่าจะลองทำหนังสั้นให้เสร็จสะกดจิตแมววววววว ตัวเมียให้หายอาการฮีท โอ้โห ลองเล่น
*https://www.facebook.com/thaifilmdirectorpage/photos/a.760531800646189.1073741825.184690011563707/1877285225637502/?type=3&theater
Anusorn Mekboot ท่านจะเอาหางไปทำซุปเหรอ
อรรคพล สาตุ้ม ไม่ได้เอาหางแมวทำซุป เหมือนที่ท่านชอบพูดถึงซุปหางวัวของมุสลิม เอ่อ ท่านหลายปีก่อนผมบังเอิญเจอคนเรียนป.เอก ที่บูรไน ยังคิดถึงเรื่องที่ท่านชวนให้ไปเรียนที่นั่นเลย ครับ
จัดการ
Anusorn Mekboot ท่านเจอที่ไหน เขาเรียนไร ผมว่าท่านดีเจบอยน่าไปเรียนนะ
ผมเจอตอนประชุมเกี่ยวกับยูเสดจัดร่วมกับกลุ่มประชาสังคมไทยในภาคเหนืออะไรสักอย่างในความทรงจำ เขามาจากเครือข่ายอจ.ม.พายัพ ซึ่งเขาคุยเรื่องสวัสดิการที่ดี เหมือนที่ท่านคุยไว้ เขาเรียนรัฐศาสตร์ และผมก็จำได้ว่าท่านแนะนำว่าอจ.จากคอร์แนล(มีทั้งสาขา ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี ฯลฯ) ก็ไปสอนที่นั่น ทีนี้หลายเรื่องในชีวิต ก็พยายามหาข้อมูลทุนต่างๆ ส่งมาได้ ก่อนอื่นขั้นแรกเรียนฟรี มีทุนหรือเรียนแบบจ่ายครบจบแน่ฮร่า
Anusorn Mekboot ท่านน่าจะสมัครขอทุนเรียนต่อนะ ท่านเป็นนักวิชาการอินดี้ กลุ่มศิลปินเชียงใหม่…ว่าแต่สาขาภูมิ..ศึกษา เขายุบยังท่าน? หรือป๋าเสกเขาแต่ตั้งเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
จัดการ

อรรคพล สาตุ้ม 1.ท่านคิดคำเก๋ดี นักวิชาการอินดี้ ฮร่า 2.ป๋าและภูมิ…ก็ตามที่เคยคุยกัน ครับ
3.4
การสะสมความทรงจำ“เสือดำ”กับการเมืองไทย
3 มีนาคมของทุกปีเป็นวันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก
โจทย์หนังสั้น เกี่ยวกับเสือดำ บางคนจับกระแสตีความโยงการเมืองต่างๆ นานา และผมได้ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดในการพบปะผู้คนหลายคน ทำให้ผมเขียนบทเชิงจริยธรรมนิดๆ ตั้งชื่อหนังสั้นไว้คร่าวๆ เสือดำตัวสุดท้ายในจินตกรรม มีโจทย์ตามข่าวการล่าเสือ ให้เป็นหนังสั้น ลองส่งประกวดดูใช้เวลาจำกัด

เนื่องจากหนังทุนต่ำ โครงเรื่องบทหนังสั้นเขียนไม่เสร็จดี มีด้นสดถ่ายก่อนไปบ้าง ทำให้ง่ายอาจจะด้นสดอีก ในแง่ความคิดตัดต่อยังไม่เสร็จ แต่ต้องทำให้เสร็จเร็ว จากหลายเรื่องในชีวิตประจำวันบางเรื่องต้องจัดการแยกแยะให้ทำงานให้เสร็จ ซึ่งวันนั้นบังเอิญเจอคนเล่นปืนปลอมพอดีเลยถ่ายเก็บไว้ก่อน มีสองช็อต สองมุมเลือกมุมนี้มานำเสนอคิดไว้ก่อน พวกคนเล่นปืนปลอมเสนออีกมุม ค่อยมาสร้างเรื่องในหนังสั้น เพราะตอนแรกว่าจะไม่มีปืน เลียนแบบหนังของอภิชาตพงศ์ ที่มีการต่อสู้ทางการเมือง หรือการต่อสู้ที่มองไม่เห็น(*) จากได้สนทนาช่วงก่อน

เมื่อมาไอเดียบางอย่างจากหนังของเขา ก็คิดเขียนเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบันทึกไว้ก่อนลืมจากทบทวนความทรงจำ คือ

1.หนังดูยากสำหรับรุ่นพี่คนหนึ่งตอนปี2554(เล่าย่อๆ) มาร่วมดูหนังหลายเรื่องของอภิชาติพงศ์ ที่มช.ตอนนั้นอ.เบน เข้าร่วมด้วย ซึ่งเขาบอกว่าอ.เบน ต้องเป็นเกย์เหมือนอภิชาติพงศ์เลยเชียร์พวกเดียวกัน เขาบอกดูไม่รู้เรื่องออกไปจากการดูกลับก่อน ในวันเดียวกันนั้นผมก็ได้พูดคุยกับอภิชาตพงศ์หลายเรื่องเกี่ยวกับหนัง และอ.เบน ในเรื่องหนึ่งที่เน้นด้วยคำถามว่าอนาคตจะมีรัฐประหารหรือไม่?

2.ผมคิดต่อยอดในการยอมรับสายตาจากคนนอกชาวต่างชาติ (สายตาคนนอกฝรั่งมองไทยทั้งหนัง หรืองานวิชาการด้านภาพยนตร์ศึกษา ฯลฯ) ยกตัวอย่างอ.เบน ก็เคยเขียนถึงหนังของอภิชาตพงศ์(**) หรือฝรั่งให้รางวัลคนไทย ถึงยอมรับเพราะคนไทยได้รางวัลจากฝรั่ง ข้อถกเถียงกันเยอะในแง่มุมมองเปรียบเทียบ คนไม่ค่อยได้กล่าวถึงอาจจะมองได้ในแง่ที่สากลนิยมหรือฝรั่งนานาชาติ แล้วก็อยากเห็นความเป็นไทยแบบไม่ไทยด้วย(หรือคนตีความอดัม สมิธในแง่มุมมือที่มองไม่เห็น สะท้อนพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า กำหนดไว้ ฯลฯ)

3.สถานการณ์การเมืองมองในแง่ดีมาสู่ทางว่าจะเลือกตั้งลดความขัดแย้ง ตอนนี้ก็ดีกว่ารัฐทหาร ทำรัฐประหารซ้ำแล้ว แต่ถ้าผมมองโลกแง่ร้าย เกิดสถานการณ์แย่กว่านี้ด้วยซ้ำไม่มีประนีประนอม เผด็จการเต็มรูปแบบ และถ้าแนวสู้รบกลางเมือง จากอดีตเราเคยมีบทเรียน คือ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492 เกิดขึ้นเมื่อ นายปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรี นำกองกำลังส่วนหนึ่งจากประเทศจีนร่วมกับคณะนายทหารเรือ และอดีตเสรีไทยกลุ่มหนึ่ง เรียกตัวเองว่า “ขบวนการประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ์”เรียกปฏิบัติการนี้ว่า “แผนช้างดำ-ช้างน้ำ” ประกาศถอดถอนรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ฯลฯ ถ้าเปรียบเทียบปัจจุบันก็ผมเคยเล่าแล้วจากภาพรวม

โดยแยกแยะมามองจากสายตาคนนอกต่างชาติอย่างอเมริกา มองไทยบอกTier Watch List ว่าด้วยการค้ามนุษย์ ในแง่เปรียบเทียบไทยเราเคยเหมือนซีเรีย โดยระดับอยู่เทียร์ 3 มาก่อนจะปรับเป็นเทียร์2 จากกรณีเหมือนซีเรีย ซึ่งรัฐซีเรียมีสงครามกลางเมือง อย่าไปไกลถึงซีเรียเลยไทยแลนด์แดนยิ้มสยาม (อย่าน้ำท่วมฟ้า ปลากินดาว นกเหินหาวสู่สายชล คนดีถูกฆ่ากลางถนน …)

อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์ เป็นการสะสมความทรงจำ ทำหน้าที่บันทึกความทรงจำของผู้คน สถานที่หนึ่ง เหมือนแผนที่(***) และเสือดำตัวสุดท้ายในจินตกรรม สำหรับบันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์เหตุการณ์ในสังคมไทย

(เปิดกล้อง เสือดำตัวสุดท้ายในจินตกรรม โดยภาพประกอบปืน และดัดแปลงจากสมุดภาพไตรภูมิ)

*ผมถ่ายภาพกับคุณโดม พร้อมเล่าความทรงจำดูหนัง

**สัตว์ประหลาดอะไรวะ?
https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_9505
(ผมเคยเขียนย่อๆไว้ในเชิงอรรถของย้อนดูภาพยนตร์ “พระเจ้าช้างเผือก” สงคราม สันติภาพ และชาตินิยม (ตอนที่ 1) เบน แอนเดอร์สัน ได้วิเคราะห์ภาพยนตร์ไทยเรื่อง สัตว์ประหลาด ซึ่งเขามองอิทธิพลของภาพยนตร์เรื่องสัตว์ประหลาด เกี่ยวกับเสือสมิงไว้อย่างน่าสนใจ เช่น คนกลายเป็นเสือสมิง)
https://prachatai.com/journal/2007/12/15265
***ผมได้ความคิดจากหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ ในบทความทรงจำกับการลืม (Memory and Forgetting) ที่ภาพยนตร์และนวนิยาย ทำให้เกิดการลืม และบทสำมะโนประชากร แผนที่ พิพิธภัณฑ์ (Census, Map, Museum) ซึ่งกล่าวถึงแผนที่จดจำง่าย

3.5
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย จัดเพลงของCountry Joe & The Fish – Bass Strings ดูแลสุขภาพกันทุกคน ครับ

7 มีนา
การสะสมความทรงจำ พิพิธภัณฑ์สถาน สมเด็จพระนารายณ์ ที่ลพบุรี กับละครทีวีบุพเพสันนิวาส

เมื่อความทรงจำเก่า หวนกลับมาจากเคยไปที่พิพิธภัณฑ์สถาน สมเด็จพระนารายณ์ ที่ลพบุรี และช่วงนี้ละครทีวีบุพเพสันนิวาสช่อง3 ย้อนเวลาไปยุคสมเด็จพระนารายณ์ โดยเกาะกระแสยกตัวอย่างตัวละครออกญาโหราธิบดี บุคคลสำคัญของวงการแต่งหนังสือในสมัยพระนารายณ์มหาราช เป็นผู้นิพนธ์หนังสือ “จินดามณี”ข้อสันนิษฐานเป็นชาวเมืองพิจิตร ซึ่งผมเคยเขียนถึงก็เล่าทบทวนความทรงจำ ต่อสมัยพระนารายณ์ อิทธิพลต่อล้านนา ยกตัวอย่างแผ่นดินสยามวิกฤตในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช: เมื่อมหาอํานาจ ฮอลันดา อังกฤษ ฝรั่งเศส คิดเขมือบไทย? (เขมือบอาการเหมือนปลา หรือดูนิยายอย่างรุกสยามฯ)อาจจะพิจารณาช่วงยาวจากข้อมูลช่วงสมเด็จพระนารายณ์ โดยทรงยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ และฝรั่ง มีปัจจัยต่อการกระทบเรื่องมะริด ตะนาวศรี เขตทวาย (พม่าปัจจุบัน ฯลฯ)

ซึ่งน่าเขียนเปรียบเทียบกับภาพในสมุดภาพไตรภูมิ และกรณีอยุธยา ก็มีการเข้ามาปัจจัยภายนอก(ญี่ปุ่น ฯลฯ)

ถึงการเปลี่ยนแปลงขัดแย้งภายในพระเจ้าเสือพระราชโอรสลับร่วมมือกับพระเพทราชา ที่กรณีโยงเชียงใหม่พระโอรสลับว่าเกิดจากธิดาเชียงใหม่ มีโยงพิจิตรถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ
ซึ่งผมเคยเล่าเรื่องสมัยพระเจ้าเสือกับวัดในพิจิตรมาบ้างแล้ว

เพราะพระราชโอรส คือ พระเจ้าเสือ และพระราชโอรสของพระเจ้าเสือ คือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ โปรดเสวยปลาตะเพียน ฯลฯ เป็นต้น

-ภาพพิพิธภัณฑ์สถาน สมเด็จพระนารายณ์ ที่ลพบุรี มีถ่ายวิดิโอเก็บไว้ตอนไปด้วย (ถ้าจำไม่ผิดอาจจะค้นมาใช้ได้ในอนาคต)

7.2
เมื่ออินเตอร์เน็ต ก็มีปัญหาเขียนเล่าเรื่องหลายเรื่องในชีวิตหน่อย คือ ช่วงเดือนที่แล้วความทรงจำเจอรุ่นน้องที่พิจิตร ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ก็คุยกันเลยเพิ่งรู้ว่าเขามาทำงานที่พิจิตร พร้อมเมียสมัยเรียนป.โท ภูมิศาสตร์ ก็เขาเป็นคนหนึ่งที่ชอบดูหนังของพี่เจ้ย อภิชาตพงศ์ และผมเจอรุ่นน้องบ้านเกิดพิจิตร ในเชียงใหม่โดยบังเอิญช่วงก่อนเจอกัน เขามีลูกมีเมีย เดินมาทักผม “ยังหล่อเหมือนเดิมเลย น่ะพี่”

โดยผมเขียนมาจะหักมุมช่วงก่อนเจอคนไม่ได้รู้จักกันมาก มาซ่อมของนิดหน่อย พาคนมายืมเงินไม่คืนเกือบสองเดือนแล้วเอาบัตรประชาชนฝากไว้(คนที่รู้จักแถวนั้นกล่าวถึงพวกนี้แง่ลบ) นี่อุตส่าห์ปรานีมีมนุษยธรรม เซ็นเซอร์บ้างแล้วไม่งั้นเสียบประจาน!
(ภาพประกอบบัตรฯ เอ่อ ผมก็กลัวอ้วนเหมือนรูปคนอ้วนในบัตร ก็ผมแก่กว่าเค้า)

Bo Sarunporn แค่300ก้ไม่คืนเน่อ ถือว่าทำบุญ ปล่อยมันไป
บางคนบอกว่าพวกนี้เป็น18 มงกุฎ ถือว่าเสียรู้คนแบบนี้ วันนี้เพื่อนคนหนึ่งที่จะยืมเงิน แต่เรื่องเล่าในกลุ่มเพื่อนม.ปลาย เครดิตไม่ดี แต่เพื่อนก็อยากช่วยเพื่อน แม้ฟรีแลนซ์ เศรษฐกิจไม่ดีอย่างพี่ และเพื่อนคนนั้นไม่ต้องเอ่ยชื่อน้องของเขาก็เคยมาขอเงินแม่ที่บ้าน
Bo Sarunporn อรรคพล สาตุ้ม เหอๆ
เตือนภัยเผื่อเจอหว่านล้อมพวกนี้บอกเราเอาดอกเบี้ยไหม? เราไม่เอา ก็ยิ่งต้องระวังมิจจาชีพเห็นแก่ตัว
Anusorn Mekboot เขาคงเห็นท่านเป็นผู้ใจบุญ
บางคนบอกว่าพวกนี้เป็นมิจฉาชีพ น่าประจานเตือนภัยเผยแพร่แบบเว็บต่างๆ แต่ผมใจดีฯลฯ

7.3
ภาพประกอบหนังสั้น ที่มีบรรยากาศป่าๆ วิธีการเดียวกับหนังสั้นเรื่องเล่า มีนางเอก ที่มองไม่เห็นในที่สุดก็ตัดต่อหนังสั้นเสร็จแล้วหนึ่งเรื่องด้วย ขอบคุณเฟซฯช่วยเตือนความทรงจำ(*) ครับ
*วันนี้ในอดีตชีวิตของผมเขียนเรื่องทำหนังสั้นด้วย
7 มีนาคม 2014 •

7 มีนาคม 2015 •

7.4
ดีเจบอย หายไปหลายเรื่องในชีวิต ลืมใส่เครดิตร่วมประสานงานนักแสดงในหนังสั้น สำหรับคนที่ช่วยเหลือจัดเพลงนี้สำหรับเค้า เพราะไม่กล้าใส่ในหนังสั้นเกรงลิขสิทธิ์ เพลงของ Max Jenmana – วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า (Into the Woods) feat. หญิง พรปวีณ์ | Official Video

10 มีนา
เซเลบเชียงใหม่อีกคนหนึ่ง พี่แบม หรือนามปากกาแสนเมือง บก.COMPASS MAGAZINE เชียงใหม่ นานๆเจอกันทีช่วงก่อนโน้นขอถ่ายรูปสักหน่อย ฮร่า ยังจำได้ดีสมัยหอพักอยู่ใกล้บ้านรุ่นพี่คนนี้เราแก่ขึ้นเอ้ยโตขึ้น ผมยังไม่ได้ขายน้ำผลไม้ปั่นตามคำแนะนำของเพ่เลย

10.2
ภาพนักแสดงหนังสั้นเรื่องนี้บอกผมเรื่องเขาอายุ32ปี มีลูกสิบขวบแล้วประวัติเขาคร่าวๆ อายุน้อยกว่าผม มีภาพประกอบปืนด้วย ส่วนหนังสั้น เสร็จแล้วส่งไปแล้ว โทรไปสอบถามเค้าบอกน่าจะได้รับแล้ว ก็เสร็จหนึ่งจ็อบไปเมื่อวันก่อน วันนี้เสร็จอีกหนึ่งจ็อบก็เลยแวะเข้ามาใช้เฟซฯ สักหน่อย ครับ
ภู่มณี ศิริพรไพบูลย์ เสียดายจัง ไม่ได้ร่วมงานกัน
โอกาสหน้าได้มาร่วมแจมกัน เข้าใจเวลาเราไม่ตรงกันตอนนั้น แล้วพบกันครับ

10.3
ราตรีสวัสดิ์ ทุกท่าน รักษาสุขภาพอากาศเปลี่ยน ก็ฝันดี หวังว่าแมวคืนนี้จะหลับง่ายเช่นกัน อุตส่าห์ให้เล่นหนังสั้นแล้ว ฮร่า

18 มีนา
การสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม
เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสส่งคณะราชทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีโดยทางเรือ ประกอบด้วยลา ลูแบร์ และบาทหลวง กีย์ตาชารด์

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงส่งพระราชสาสน์มาทูลเชิญสมเด็จพระนารายณ์เข้ารับ นับถือคริสต์ศาสนาพร้อมทั้งเตรียมบาทหลวงมาไว้คอยถวายศีลด้วย แต่สมเด็จพระนารายณ์ได้ทรงใช้พระปรีชาญาณตอบปฏิเสธอย่างทะนุถนอมไมตรี ทรงขอบพระทัยพระเจ้าหลุยส์ที่มีพระทัยรักใคร่พระองค์ถึงแสดงพระปรารถนาจะให้ร่วมศาสนาด้วย แต่เนื่องด้วยพระองค์ยังไม่เกิดศรัทธาในพระทัย ซึ่งก็อาจเป็นเพราะพระเป็นเจ้าประสงค์ที่จะให้นับถือศาสนาคนละแบบคนละวิธี เช่นเดียวกับที่ทรงสร้างมนุษย์ให้ผิดแผกเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ หรือทรงสร้างสัตว์ให้มีหลายชนิดหลายประเภทก็ได้ หากพระเป็นเจ้ามี พระประสงค์จะให้พระองค์ท่านเข้ารับนับถือศาสนาตามแบบตามลัทธิที่พระเจ้าหลุยส์ทรงนับถือแล้ว พระองค์ก็คงเกิดศรัทธาขึ้นในพระทัย และเมื่อนั้นแหละ พระองค์ท่านก็ไม่รังเกียจที่จะทำพิธีรับศีลร่วมศาสนาเดียวกัน(วิกิพีเดีย)

โดยการเปรียบเทียบรัชสมัยของพระเจ้าหลุยสี่ 14 ฝรั่งเศสมีความกล้าพอที่จะกล่าวว่า วัฒนธรรมของตนเป็นแบบแผนที่สามารถใช้เทียบเท่ากับสมัยโบราณได้ ซึ่งพวกฝรั่งเศสจะได้นำเอาทัศนะเช่นนี้ไปครอบงำเหนือส่วนอื่นๆของยุโรป(คำว่าculture/วัฒนธรรม หาได้ใช้คำว่า Language/ภาษาไม่ และเราควรต้องระมัดระวังไม่ตีความคำว่า ‘their own/ของพวกเราทั้งหลาย’ว่าหมายถึง ‘nation-ness/ความเป็นชาติ ดูในชุมชนจินตกรรมฯ บทภาษาเก่าและแม่แบบใหม่)

เมื่อฟอลคอนหรือเจ้าพระยาวิชาเยนตร์ได้รับความไว้วางพระทัยจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราชให้เป็นสมุหนายก เขาจึงถูกอิจฉาริษยา และคบคิดกับบาทหลวงเดอ ลาแซส เพื่อเข้ายึดครองสยามประเทศ จากการเขียนสารภาษาโปรตุเกสเผยความนัย ซึ่งทุกวันนี้ สารฉบับนั้นก็ยังถูกเก็บไว้ที่หอจดหมายเหตุกรุงปารีส

หลังจากแผนการยึดเมืองโดยให้บาทหลวงเยซูอิสไม่ได้ผล ฝรั่งเศสได้ส่งเรือรบ 5 ลำ และทหารกว่า 700 นาย พร้อมปืนใหญ่เต็มสูบ มาขอพระราชทานยึดพื้นที่บริเวณป้อมบางกอกเพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ(ข้อมูลนิยายอิงประวัติศาสตร์ ที่ชื่อนิยายรุกสยามฯ)

ความขัดแย้งต่อพระปีย์ อันมีความหมายว่า “ผู้เป็นที่รัก”สมเด็จพระนารายณ์จึงทรงพระกรุณาเรียกว่า อ้ายเตี้ย และเป็นที่โปรดปรานด้วยมีโวหารดี พูดจาไพเราะอ่อนหวาน มีการโจษจันกันว่าพระปีย์อาจเป็นพระโอรสลับของสมเด็จพระนารายณ์ และสมเด็จพระนารายณ์เองก็ทรงวางเฉยกับเรื่องพระปีย์เป็นโอรสลับเสียด้วย

ทั้งนี้ พระปีย์มักตกเป็นหุ่นเชิดทางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง โดยเขาได้รับการสนับสนุนจากเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ให้เป็นรัชทายาทสืบราชสันตติวงศ์ ด้วยเขามองว่าพระปีย์ไม่มีพิษภัย มีใจโอนอ่อนทางคริสต์ศาสนา ด้วยเหตุนี้เจ้าพระยาวิชเยนทร์จึงหวังผลที่จะให้พระปีย์เป็นกษัตริย์เพื่อรักษาอำนาจและอิทธิพลของตน และหวังใจให้เป็นกษัตริย์สยามพระองค์แรกที่นับถือคริสต์ศาสนา นอกจากนี้พระปีย์ยังมีส่วนร่วมในการก่อกบฏเมื่อครากบฏมักกะสัน นีกอลา แฌร์แวสเป็นผู้เดียวที่ระบุว่า แขกมักกะสันจะลอบปลงพระชนม์สมเด็จพระนารายณ์แล้วเลือกพวกเดียวกันขึ้นครองบัลลังก์ “หรือมิเช่นนั้นถ้าชาวสยามยังไม่คุ้นชินกับเจ้าต่างชาติ ก็จะยกบัลลังก์ให้พระราชโอรสบุญธรรมของพระองค์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าถูกซื้อได้ไม่ยาก โดยทรงยอมเข้าพิธีสุหนัต…” เป็นต้น

ปลายรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระปีย์ได้อยู่รับใช้สนองพระยุคลบาทพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระประชวรหนัก ขณะที่พระปีย์กำลังล้างหน้าริมหน้าต่างยามเช้า ก็ถูกขุนพิพิธรักษา สมุนของหลวงสรศักดิ์ผลักจนพลัดตกลงจากหน้าต่าง ก่อนถูกพระเพทราชาจับไปสำเร็จโทษเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2231 และทิ้งศพไว้ที่วัดซาก ส่วนสาเหตุที่กำจัดพระปีย์ก็เพราะพระปีย์เป็นผู้หนึ่งที่มีสิทธิในการสืบราชบัลลังก์(*)

อย่างไรก็ดี ผมได้เขียนถึงยุคสมัยนี้มาบางด้าน ในแง่ข้อเท็จจริงและหลักฐานประวัติศาสตร์ ก็มีการถกเถียงกันมากแล้ว พระปีย์ พระราชโอรสบุญธรรมของสมเด็จพระนารายณ์ ศรีปราชญ์ กวีเอกในราชสำนักสมเด็จพระนารายณ์ พระเพทราชา (ออกพระเพทราชา) เจ้ากรมคชบาล พระยาจุฬาราชมนตรี (แก้ว) เกิดเมื่อปีใดไม่ปรากฏ บิดาคือพระยาศรีเนาวรัตน์ (อากามะหะหมัด) มารดาชื่อท่านชี เป็นน้องชายของเจ้าพระยาศรีไสยหาญณรงค์ (ยี) มีศักดิ์เป็นหลานตาของเจ้าพระยาบวรราชนายก (เฉกอะหมัด) เริ่มรับราชการโดยถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนได้เป็นหลวงศรียศ (แก้ว) ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นจุฬาราชมนตรีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนถึงสมัยสมเด็จพระเพทราชา ไม่ทราบว่าเสียชีวิตเมื่อใด

ช่วงที่ท่านเป็นจุฬาราชมนตรีอยู่นั้น เป็นช่วงที่เจ้าพระยาวิชาเยนทร์เรืองอำนาจและมีความขัดแย้งระหว่างชาวคริสต์และมุสลิมในราชอาณาจักรมาก และคาดว่าท่านเป็นจุฬาราชมนตรีคนที่เจ้าพระยาวิชาเยนทร์เอ่ยถึงว่าลงไปเจรจาที่เมืองปัตตาเวียเกี่ยวกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในมะละกาในจดหมายที่เขาส่งถึงบาทหลวงเดอลาแซส

จากที่ผมยกตัวอย่างในแง่ตัวละครสะท้อนออกมาแล้ว ส่วนที่ผมอยากกลับมาเน้น คือ หลวงสรศักดิ์ (ออกหลวงสรศักดิ์ พระราชโอรสลับในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่เขียนกันมาพอสมควร ยกตัวอย่างที่ 1.พระราชโอรสลับ กรณีพระเจ้าเสือ ตำนานฝ่ายเหนือระบุว่า เมื่อเจ้าเดื่อโตขึ้นได้เป็นมหาดเล็ก พระนารายณ์พยายามสื่อนัยยะบางอย่างให้เจ้าเดื่อรู้ว่าคือลูก เชิญพระฉายมาตั้ง ทรงส่องพระฉาย ฯลฯ จริงหรือไม่จริง? พ.ศ.2204 ตอนที่พระนารายณ์ยกทัพไปปราบล้านนา ซึ่งช่วงนั้นเป็นเมืองขึ้นของอังวะ ชาวพม่าให้เชียงใหม่ปกครองตนเองโดยมีเจ้าเมืองชื่อพระยาแสนหลวง กองทัพเชียงใหม่พ่ายแพ้แก่อยุธยา จำต้องยอมถวายราชธิดาชื่อนางกุสาวดีให้เป็นบาทบริจาริกา
ความตอนนี้เอกสารเริ่มบันทึกอย่างไขว้เขว บ้างก็ว่าครั้นเสร็จศึกล้านนาต้องเสด็จกลับกรุงศรีฯ พระนารายณ์แวะกราบนมัสการพระพุทธชินราชที่พิษณุโลก ปรากฏว่าพระเพทราชา ขณะนั้นเป็นจางวางกรมช้างหรือหลวงคชบาล ได้แอบสังวาสกับราชธิดาเชียงใหม่ สร้างความอดสูใจเกินกว่าจะให้พระนารายณ์ยอมรับนางกลับมาเป็นสนมได้อีก จึงยกให้พระเพทราชาไปเลย
อ่านแล้วช่างไม่สมเหตุสมผล หากจริงตามที่เขียนโทษสถานเดียวที่ควรได้รับคือโดนตัดหัว แสดงว่าประวัติศาสตร์หน้านี้มีวาระอะไรซ่อนเร้นอยู่
แต่บางเล่มกล่าวว่า เมื่อพระนารายณ์เสด็จกลับถึงอยุธยา เกิดอับอายชาวพาราที่ทำแม่ญิงลาวตั้งท้อง ในช่วงใกล้คลอดพระโอรส พระนารายณ์จึงได้หาเหตุให้พระเพทราชาพาสนมลับหลบหนี แสร้งไปกราบนมัสการพระพุทธชินราช แต่เดินทางยังไม่ทันถึง คลอดเสียก่อนที่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง (ปัจจุบันอยู่ในพิจิตร) เหตุที่มีผิวพรรณวรรณะสุกใสจึงให้ชื่อว่า “มะเดื่อ” จากนั้นจึงขอให้พระเพทราชารับว่าเป็นพ่อ
มาถึงตอนนี้ชักเริ่มสงสัยเสียแล้วว่า “เจ้าเดื่อ” (หลวงสรศักดิ์/พระเจ้าเสือ) เป็นลูกของใครกันแน่ คงมีแต่นางกุสาวดีคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดี
มีตัวแปรเข้ามาเกี่ยวข้องด้านสถานที่คือพิษณุโลก กับด้านบุคคลคือพระเพทราชา ผู้เป็นพระสหายร่วมแม่นมเดียวกัน แต่เดิมสนิทสนมรักใคร่กลมเกลียวในช่วงวัยหนุ่ม ก่อนจะมาจบฉากแย่งชิงบัลลังก์กันตอนวัยกลางคน(**)
แต่ผมสำหรับการอธิบายเพิ่มเติมน่าสนใจการสร้างความหมายทางศิลปวัตถุของพระเจ้าเสือ ทรงปฏิสังขรณ์มณฑปสวมรอยพระพุทธบาทสระบุรี สร้างมาแต่ครั้งสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ซึ่งทำเป็นยอดเดียวชำรุด โปรดฯ ให้สร้างใหม่เป็น 5 ยอด รวมทั้งปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งอาราม ปี พ.ศ. 2249 เกิดอัสนีบาตต้องยอดมณฑปพระมงคลบพิตร เครื่องบนมณฑป ทรุดโทรมพังลงมาต้องพระศอพระมงคลบพิตรหัก โปรดฯ ให้รื้อเครื่องบนออก ก่อสร้างใหม่แปลงเป็นมหาวิหารเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่เสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการพระพุทธฉายและสันนิษฐานว่าค้นพบในสมัยพระองค์

กรณียกตัวอย่างที่ 2 พระราชกรณียกิจที่สำคัญอันเกี่ยวเนื่องเมืองพิจิตร เพื่อเป็นการรำลึกถึงชาติภูมิของพระองค์สมเด็จพระเจ้าเสือได้โปรดให้สร้างวัดโพธิ์ประทับช้างขึ้นที่เมืองพิจิตร โดยสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร พระมหาเจดีย์ ศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์ มีอาณาบริเวณวัดกว้างขวางใหญ่โต ใช้เวลาสร้าง 2 ปี จึงสำเร็จ เสด็จพระราชดำเนินมาทำการฉลองด้วยพระองค์เอง มีการฉลอง สามวันสามคืน มีมหรสพครึกครื้น และมีผู้คนมากมายมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและ ดูมหรสพ ฉลองเสร็จแล้วทรงพระราชอุทิศถวายเลขข้าพระไว้สำหรับอุปฐากพระอารามถึง 200 ครัวเรือน นับว่าครั้งนั้นวัดโพธิ์ประทับช้างเป็นวัดที่เด่นที่สุดในเมืองพิจิตร(โชคชะตากฎแห่งกรรมเวียนว่ายตายเกิดแบบพุทธ ถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ ปะทะหัตถ์ของพระเจ้า?)

ดังนั้น กรณีเอกสารหลักฐานมีข้อจำกัด แต่การสร้างศิลปะวัตถุสะท้อนการเชื่อมโยงกับราชวงศ์ปราสาททองและกำเนิด ที่พิจิตร ไม่เน้นเรื่องพระราชโอรสลับ ก็มาชวนให้ส่องกล้องจุดสำคัญโฟกัส ที่มีเชื้อสายจากนางกุสาวดี เป็นพระราชธิดาของพระเจ้าเชียงใหม่ เป็นต้น

กรณีการเปรียบเทียบสมเด็จพระนารายณ์ ครองราชสมบัติเป็นเวลา 32 ปี และสมเด็จพระเจ้าเสือ เสด็จอยู่ในตำแหน่งที่พระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคลตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2231 – 2246 เป็นเวลา 15 ปี เสด็จอยู่ในพระราชสมบัติ พ.ศ. 2246 – 2251 เป็นเวลา 5 ปี สวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2251 พระชนมายุ 47 พรรษา ต่างจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2258 ด้วยโรคติดเชื้อจากแผลกดทับ พระองค์ได้ทรงประกาศก่อนสิ้นพระทัยว่า “ข้าจะไปแล้ว แต่รัฐของข้าจะคงอยู่ตลอดไป” รัชสมัยของพระองค์กินเวลา 72 ปี กับ 100 วัน พระศพถูกฝังไว้ที่บาซิลิก ซังต์ เดอนี ซึ่งหลุมพระศพนี้ถูกบุกรุกทำลายในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส

กระนั้นพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงครองราชย์ตรงกับช่วงระหว่างรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สมเด็จเจ้าฟ้าไชย สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเพทราชา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) และ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9 (พระเจ้าท้ายสระ) แห่งสมัยอยุธยา หลังจากนั้นอยุธยาก็ตกอยู่ใต้พม่าแล้วฟื้นสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ส่วนฝรั่งเศสหลังปฏิวัติฝรั่งเศสต่อมานโปเลียน ครองราชย์ตรงกับสมัยร.1 ของสยามหรือไทย

อย่างไรก็ตาม หลักฐานเอกสารบางอย่างน่าสนใจสำหรับวิเคราะห์เปรียบเทียบจากเอกสารต่างชาติ(***) ส่วนตัวผมถ้าพระปีย์ครองราชย์ นับถือศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำอยุธยา และถ้าพระเจ้าเสือไม่ร่วมมือกับพระเพทราชา? อะไรจะเกิดขึ้นภาพสมุดแผนที่โบราณไตรภูมิอยุธยาถึงธนบุรีอาจไม่มีอีก นี่เป็นการสะสมความทรงจำ(****)อย่างเปรียบเทียบไว้ ถ้าพระเจ้าเสือ ไม่ได้มีเชื้อเจ้าเชียงใหม่(พระแสนเมือง) ทรงสร้างประวัติศาสตร์ไว้ที่โพธิ์ประทับช้างด้วย

*ข้อมูลวิกิพีเดียดูเพิ่มเติม วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557 กรมศิลปากรได้ทำการขุดสำรวจบริเวณที่ดินเอกชนผืนหนึ่งตรงข้ามวัดสันเปาโล และพบโครงกระดูกมนุษย์สองโครงห่างกัน 5 เมตร โดยโครงกระดูกโครงแรกมีรูปพรรณเตี้ย สูงเพียง 140 เซนติเมตร สวมแหวนหินที่นิ้วมือ กระดูกหน้าแข้งหัก และไม่มีศีรษะ จึงสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นโครงกระดูกของพระปีย์ ส่วนอีกโครงหนึ่งมีรูปกายสูงใหญ่ สันนิษฐานว่าอาจเป็นเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) และสันนิษฐานว่าอาจมีผู้นำศพของทั้งสองมาฝังตามธรรมเนียมคริสต์ศาสนา ณ บริเวณดังกล่าว

**ปริศนาโบราณคดี : พระปีย์ vs พระเจ้าเสือ ใครคือโอรสลับของพระนารายณ์?
https://www.matichonweekly.com/culture/article_13995
***การผลัดแผ่นดินสมัยพระเพทราชา-พระเจ้าเสือ และ เจ้าพระขวัญ : ความไม่ลงรอยของหลักฐานทางประวัติศาสตร์
.

การผลัดแผ่นดินสมัยพระเพทราชา-พระเจ้าเสือ และ เจ้าพระขวัญ : หลักฐานชั้นต้นของ VOC

****การสะสมความทรงจำ พิพิธภัณฑ์สถาน สมเด็จพระนารายณ์ ที่ลพบุรี กับละครทีวีบุพเพสันนิวาส

(พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ ที่ลพบุรี ก็มีโพสต์จับกระแสละครทีวีดังกล่าว)

18.2
ภารกิจการเดินทางหลายเรื่องในชีวิต ราตรีสวัสดิ์
Wathinee Khumsaeng
2

อรรคพล สาตุ้ม
😉😀

Anusorn Mekboot ท่านจะเดินลงทะเลรึ
ไม่ได้เดินลงทะเล อาจจะไปหาแรงบันดาลใจแบบนั้นก็ได้ ช่วงนี้คิดเขียนส่งประกวดเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ ก็ ฮอว์กิ้ง นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ที่ผมมีหนังสือและชอบหนังเกี่ยวกับชีวิตของเขาด้วย เขาเดินไม่ได้ไม่เชื่อมีพระเจ้า เชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาว เพิ่งมีข่าวเสียชีวิตไม่กี่วันก่อน ผมชอบฉากทะเลในหนัง น่ะครับ
เรื่องสั้นของผมเขียนแบบย้อนเวลา อาจจะเอาไอเดียจากปวศ.ย่อของกาลเวลาเขาไปเขียนเรื่องแนวย้อนเวลาด้วย

21 มีนา
การสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม
พระเยซูตรัสว่า “จงตามเรามาเถิด และเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา”And he said to them,”Follow me,and I will make you fishers of men.(มัทธิว 4:19, TNCV)
ผมได้เขียนมาต่อเนื่องแล้วเรื่องการสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม(*) ในแง่การเปรียบเทียบกับฝรั่งเศส น่าสนใจยังไม่มีเวลาเขียนยาว ในแง่การเปรียบเทียบกับนิยายข้ามสมุทรของรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม แห่งทีมงานของคสช.ออกมาชื่นชมละครทีวีบุพเพสันนิวาส ซึ่งยุคสมัยเดียวกับนิยายของเขา และนิยายได้รางวัลจากที่เดียวกันที่เห็นว่าอาจจะมีทำเป็นละครทีวี และหนังด้วย(**) กรณียกตัวอย่างนิยายข้ามสมุทร(แจกนิยายในงานเสวนา ที่มีรายงานข่าวสามมิติในวันนี้ที่ละครทีวีจบต่อด้วยข่าวดังกล่าว) เป็นงานวรรณกรรมที่กล่าวถึงความเจริญในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ในสายตาคนยุคใหม่ กล่าวถึงชายหนุ่มผู้หนึ่ง ซึ่งแม้จะมิใช่นักประวัติศาสตร์ เป็นเพียงจิตรกร มีความสุขกับงานศิลปะ รักความสนุก รื่นรมย์กับหญิงสาวไปทั่ว แต่สุดท้ายเขากลับต้องย้อนเวลาไปในสมัยอยุธยาโดยไม่ตั้งใจ ก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคณะทูตจากสยาม เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังฝรั่งเศส

เมื่อผมเล่าย่อๆ ยกตัวอย่างเปรียบเทียบโครงเรื่องนิยายของสองเรื่องดังกล่าว ต่อมาเรามาดูละครทีวีย้อนดูตัวเราเปรียบเทียบละครทีวีอิงประวัติศาสตร์(ผมเคยดูหนังทวิภพย้อนเวลาและเคยดูหนังเรื่องเจาะเวลาหาจิ๋นซี) ว่าด้วยความจริง แม้เราจะย้อนเวลาจากยุคปัจจุบันไปหาอดีต ที่นางเอกถามพระโหราธิบดี ที่มีพลังทำนายได้แล้วเรื่องฟอลคอน ในแง่ฝรั่ง ที่มีเอกสารสยาม อาจจะอคติ(แง่ร้าย)ต่อฝรั่ง หรืออคติของเอกสารมาถึงร่วมสมัย (หรือเอกสารฝรั่งอคติต่อสยาม กรณีพระเพทราชาและพระเจ้าเสือก็ได้) ท่ามกลางแวดล้อมของฝรั่ง กรณีโปรตุเกส พบเกาะไต้หวัน ขนานนามว่าเกาะงาม และต่อมาฮอลันดาเข้ามายึดครอง แล้วกลายเป็นนามเกาะงามวิลันดา(ผมเคยเขียนเรื่องตามหาเกาะมาเก๊าถูกยึดโดยโปรตุเกส)ในสมุดภาพไตรภูมิอยุธยาด้วย(นอกจากนั้นผมเคยเล่าบริบทสเปนยึดฟิลิปปินส์ด้วย)

โดยการวิเคราะห์ว่าผู้ชำระพงศาวดารในสมัยรัตนโกสินทร์มีนัยยะทางการเมืองเพื่อต้องการจะกล่าวถึง “ความเสื่อม” ของราชสำนักกรุงศรีอยุทธยาตอนปลาย โดยให้ภาพของกษัตริย์ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
ซึ่งชนชั้นนำในสมัยรัตนโกสินทร์มองว่าเป็นต้นเหตุของการเสียกรุงศรีอยุทธยาในแง่ลบ ดังที่พบว่ามีเนื้อหาวิจารณ์พระจริยวัตรที่ไม่ดีงามตามหลักพระพุทธศาสนาของกษัตริย์ราชวงศ์บ้านพลูหลวงเพิ่มมาจากพงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) จำนวนมาก และกล่าวถึงพระเพทราชาและพระเจ้าเสือซึ่งเป็นปฐมวงศ์ในฐานะ “กบฏ” ที่แย่งชิงราชสมบัติจากสมเด็จพระนารายณ์โดยไม่ชอบด้วยทำนองคลองธรรม

สิ่งเหล่านี้จึงเป็นการสะท้อนมุมมองของชนชั้นนำในสมัยรัตนโกสินทร์ว่ากษัตริย์ราชวงศ์บ้านพลูหลวงไม่มีความชอบธรรมในฐานะพระเจ้าแผ่นดินผู้ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่ง “พระบรมเดชานุภาพ” ไม่มีความเหมาะสมที่เป็นผู้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนา ในทางตรงกันข้ามก็มีส่วนในการเสริมสร้างสิทธิธรรมของพระเจ้าแผ่นดินในสมัยรัตนโกสินทร์ที่อ้างอิงอุดมการณ์ทางพุทธศาสนาในฐานะผู้ที่สั่งสมพระบารมีจนได้เสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นองค์เอกอัครพุทธศาสนูปถัมภก
.
จึงอนุมานได้ว่าเรื่องการสิ้นพระชนม์เจ้าพระขวัญในพงศาวดารที่ชำระสมัยหลัง ก็ถูกชำระขึ้นใหม่เพื่อตอบสนองบริบททางการเมืองของสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เป็นการลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์ราชวงศ์บ้านพลูหลวงในทางหนึ่ง ดังที่ ศาสตราจารย์ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้วิเคราะห์ไว้ในบทความเรื่อง “ประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ในพงศาวดารอยุธยา” ว่า

“ข้ออ้างของราชวงศ์บ้านพลูหลวงที่ว่าได้สิทธิธรรมจากการสมรสนั้น พระราชพงศาวดารที่ชำระในครั้งธนบุรี-รัตนโกสินทร์ก็ทำให้ความศักดิ์สิทธิน้อยลง กล่าวคือ โอรสของเจ้านายฝ่ายในเชื้อสายพระนารายณ์พระองค์หนึ่งซึ่งเกิดกับพระเพทราชานั้นก็ถูกพระเจ้าเสือประหารชีวิต การประหารเจ้าพระขวัญนี้อาจเกิดขึ้นจริง เพราะทั้งฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (ปช-8, 176) และ คำให้การชาวกรุงเก่า (คก, 129-130) ก็รายงานไว้เช่นกัน แต่พระราชพงศาวดารฉบับบริติชมิวเซียมและฉบับพระพนรัตน์ทำให้เหตุการณ์ตอนนี้เป็น “ละคร” มากขึ้น โดยการให้เจ้าพระขวัญพระองค์นี้ถูกประหารในรัชสมัยพระเพทราชาด้วยอาการอันน่าเวทนาอย่างยิ่ง เช่นเขียนให้เจ้าพระขวัญยังเป็นเด็กขนาดเสวยแตงโมไปเล่นไป และการกระทำอย่างเหี้ยมหาญเป็นที่ร้าวรานพระทัยของพระมารดายิ่งนัก

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการกระทำของพระเจ้าเสือจะทำให้พระเพทราชาพิโรธ แต่กลับไม่ทรงอยู่ในฐานะที่จะตอบโต้กระทำการนั้นได้ สถานการณ์จึงคล้ายกับเหตุการณ์เมื่อสิ้นรัชกาลพระนารายณ์ (พร, 545-7) ทั้งฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ และ คำให้การชาวกรุงเก่า กล่าวตรงกันว่าการประหารเจ้าพระขวัญเกิดในรัชสมัยพระเจ้าเสือ การเล่าเหตุการณ์อันน่ารันทดใจให้เกิดแก่พระเพทราชาคล้ายกับพระนารายณ์ก็เป็นการตอกย้ำคำสอนของพุทธศาสนาที่ว่า “หว่านพืชใดลงในเนื้อดิน ย่อมได้ผลเช่นนั้น” (***)

ดังนั้น หลักฐานที่สะท้อนความจริงไม่อิงบุคคล สร้างเป็นตัวละครนิยาย คือ วัตถุ ยกตัวอย่างแผนที่เมืองลพบุรีเมื่อ ค.ศ. 1687 (พ.ศ. 2230) โดยเดอ ลา มาร์ แสดงที่ตั้ง “หอดูดาว” หรือ “วิทยาลัยเมืองลพบุรี” หรือ “วัดสันเปาโล” อยู่ในเขตเมืองชั้นนอกที่ขยายไปทางทิศตะวันออกหรือริมคูเมืองชั้นนอกด้านทิศตะวันออก ในภาพ(ดูวิกิพีเดีย) คือ พื้นที่ด้านขวาของป้อมหกเหลี่ยมมุมล่างสุดของกำแพงเมือง เห็นส่วนอาคารหอดูดาวเป็นกรอบแรเงา และแนวโบสถ์ที่กำลังจะก่อสร้าง

หอดูดาววัดสันเปาโล เป็นหอดูดาวมาตรฐานสากลที่ใช้ในกิจกรรมทางวิชาดาราศาสตร์อย่างแท้จริงแห่งแรกในประเทศไทย อยู่ในจังหวัดลพบุรี สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อ พ.ศ. 2230 โดยเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มอาคารที่ประกอบด้วยศาสนสถานและหอดูดาว ดำเนินการโดยบาทหลวงคณะเยสุอิตชาวฝรั่งเศส เมื่อสิ้นรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หอดูดาวก็ถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้งานอีกต่อไป(วัดสันเปาโล ที่มีการขุดพบศพฟอลคอน และพระปีย์ตามที่สันนิษฐานกัน)

กรณีข้อจำกัดของเอกสารด้านอื่น และผมยังมีเรื่องเล่าอีกยกตัวอย่างย่อดังกล่าว(****)
ซึ่งการสร้างภาพลักษณ์ของพระเจ้าเสือ มีการเปรียบเทียบกับเอกสารต่างชาติ ซึ่งผมมาเน้นการสร้างความหมายทางศิลปวัตถุของพระเจ้าเสือ กรณียกตัวอย่างที่เมืองพิจิตร เพื่อเป็นการรำลึกถึงชาติภูมิของพระองค์สมเด็จพระเจ้าเสือได้โปรดให้สร้างวัดโพธิ์ประทับช้างขึ้นที่เมืองพิจิตร

แล้วยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ คือ วัดเขารูปช้าง ได้สร้างขึ้นปี พ.ศ.2244 พร้อมกับวัดโพธิ์ประทับช้าง ในสมัยพระศรีสรรเพ็ชรที่ 8 หรือพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยสมุหนายกผู้ควบคุมไพร่พลโยธามาสร้างวัดโพธิ์ประทับช้างตามพระราชประสงค์ได้มาพบ ภูเขาส่วนยอดมีลักษณะเหมือนรูปช้างห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะที่จะสร้างวัด สร้างที่พักอยู่บนที่สูงเพื่อตรวจภูมิประเทศ ดูแลความปลอดภัยของไพร่พล เมื่อสร้างเสร็จแล้วให้ชื่อว่า“วัดเขารูปช้าง” (*****)ตามลักษณะหินสีขาวที่ซ้อนกันอยู่เป็นรูปช้างคุกเข่าบน ยอดเขามีลักษณะการก่อสร้าง สถาปัตยกรรม โบสถ์ วิหาร พระพุทธรูป พระปรางค์เจดีย์ เป็นแบบสมัยอยุธยา

ต่อมาประมาณ พ.ศ.2300 ได้มีการสร้างเจดีย์บรรจุพระธาตุไว้บนส่วนหัวของรูปช้างในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาเจ้าฟ้ามงกุฎ หรือรัชกาลที่ 4 ในสมัยยังทรงผนวชเป็นภิกษุ ได้เสด็จธุดงค์เมืองนครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย สวรรคโลก และอุตรดิตถ์ ทรงแวะประทับที่วัดเขารูปช้างเพื่อร่วมฉลองวิหารวัดเขารูปช้าง ซึ่งมณฑปแบบจตุรมุข เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทสำริด และมีรอยพระพุทธบาท(สมัยร.5) ภาพเขียนฝาผนังเรื่อง ไตรภูมิพระร่วง เป็นต้น

กระนั้น เราพิจารณาในแง่ข้อจำกัดของหลักฐาน ยกตัวอย่างกรณีญี่ปุ่นกับสมัยพระนารายณ์(มีเอกสารจีนฯลฯ อีกหรือไม่?) น่าสนใจตรงเราเคยมีการเปรียบเทียบสมัยร.5 กับสมัยเมจิของญี่ปุ่น ซึ่งผมได้ยกตัวอย่างเขียนมาบางแง่มุมบ้าง ด้านการศึกษาในสมัยเมจิของญี่ปุ่น มีคนอ่านออกเขียนได้ทั้งปริมาณและคุณภาพมากกว่าสมัยร.5 (มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นก่อตั้งก่อนสยาม40ปี)แล้วกล่าวโดยย่อดังกล่าวซ้ำ และผมได้เขียนเรื่องวัดเขารูปช้าง(มาบ้างแล้วมีรูปธงชาติด้วยฯลฯ)ขยายความเปรียบด้านศาสนากับอิทธิพลฝรั่งเศส สะท้อนอำนาจศาสนา(พระเยซูเคยตรัสให้ชาวประมงจับคนแทนจับปลาอุปมาจับคนมาช่วยชีวิต)มาคานโปรตุเกสสมัยพระนารายณ์

อย่างไรก็ดี การปรากฏมีอยู่ของเขาลูกช้าง(เขาพนมกาวอยู่ในพิจิตร น่าสันนิษฐานว่าเขาลูกช้างหรือเขารูปช้างอยู่พิจิตรเช่นเดียวกัน)ในสมุดภาพไตรภูมิอยุธยา เป็นหลักฐาน และศิลปะวัตถุหลักฐานมีอยู่จริง และมีอยู่ในชุมชนจินตกรรมออกจากศูนย์กลางของอยุธยามาพิจิตร เมืองงามหรือนามเก่าโอฆะบุรี ในนามเมืองในท้องน้ำ(หรือนามเดิมสระหลวง) ซึ่งการแข่งเรือแข่งพายแข่งได้(พระเจ้าเสือแข่งเรือในละครทีวีบุพเพสันนิวาส) แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งไม่ได้ แล้วอนาคตสยาม อำนาจยามวิกฤติน่าจะหลุดพ้นจากชาตินิยม(******)โดยลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ (จากทหาร หรืออุปมาหนุมานเรื่องรามเกียรติ์ที่เป็นละครต้องห้ามในละครทีวีบุพเพฯ) และวิษณุ เครืองามเคยกล่าวไว้ได้แล้ว จงตามเรามาเถิด และเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา กลับกันจากพุทธแบบไตรภูมิและวลีลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะไม่รู้ลืม

*การสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม

**วิษณุ เผยบุพเพสันนิวาสทำคนไทยหวงแหนประวัติศาสตร์
http://news.ch3thailand.com/politics/65290
ดูเพิ่มเติมนิยายข้ามสมุทร โดย วิษณุ เครืองาม
***การผลัดแผ่นดินสมัยพระเพทราชา-พระเจ้าเสือ และ เจ้าพระขวัญ : ความไม่ลงรอยของหลักฐานทางประวัติศาสตร์

****ดูเพิ่มเติม ฟอลคอนผู้ไม่พูดภาษาฝรั่งเศส
.https://www.facebook.com/WipakHistory/photos/a.1050804244983045.1073741828.1046096062120530/1683822485014548/?type=3
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ เล่าเรื่องประปา ฯลฯ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ เล่าเรื่องเมืองละโว้

(ส่วนตัวผมสนในผลงานของแอนโทนี รีด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคการค้า ค.ศ. 1450-1680 (เล่ม 1 ดินแดนใต้ลม กับเล่ม 2 การขยายตัวและวิกฤติการณ์ด้วย)
*****ส่วนตัวผมเคยโพสต์ภาพวัดเขารูปช้าง

******มรดกยุคเรืองปัญญา มรดกอุปมาปลาในน้ำ ต่อมรดกชาตินิยม

(ภาพประกอบจากละครทีวีบุพเพสันนิวาส)

Wathinee Khumsaeng อาจารย์มีบุพเพสันนิวาสกับผู้ใดแล้วหรือไม่เจ้าคะ
555 ผมมีความหวังน่าจะมีบุพเพฯ555 แต่ตอนจบโลกปัจจุบันในละครพระเอกต้องบวชพระอ่านเรื่องย่อของละครบุพเพสันนิวาส … เธอได้กลับไปยังโลกปัจจุบัน และได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเรืองฤทธิ์ก็รักเธอมากเสียจนขอบวชตลอดชีวิต ขณะที่จ้องพระเรืองฤทธิ์อยู่นั้น เธอก็เห็นเงาสะท้อนของพ่อเดชอยู่ในร่างของเรืองฤทธิ์ เธอจึงเข้าใจแล้วว่า แท้จริงแล้วเรืองฤทธิ์ก็คือพ่อเดชมาเกิดใหม่ ตามเรื่องย่อที่จริงแล้วเรื่องนี้หักมุมในเวลาปัจจุบันหรือ ตีความตอนจบมีได้สอง(ทวิ)แบบ 1.เศร้าในปัจจุบัน 2.สมหวังในอดีต
https://drama.kapook.com/view142710.html

21.2
วันที่ 21 มีนาคม วันป่าไม้โลก เผยแพร่หนังสั้นบัวบาน มีฉากป่าๆ ยังเผยแพร่หนังสั้นเสือดำไม่ได้รอผลประกวด กลับมาเกาะกระแสข่าวหมาบ้า แมวบ้า มาจัดฉายหนังสั้นทีมงานของผมที่สะท้อนปัญหานี้อีกครั้ง

21.3
หลายเรื่องในชีวิต ยังไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก มีเวลามาเขียนเล่าหน่อย คือ เมื่อวานกับวันนี้เคลียร์งานเสนองานส่งประกวด ยกตัวอย่างเอาภาพร่างสเก็ตซ์ สัตตภัณฑ์ตามภาพไปนำเสนอด้วย และมีธุระกลับมาแล้วเชียงใหม่

21.4
แม่ป่วยผมเลย จากจันทบุรีแวะพักกรุงเทพฯ ต่อมาพิจิตรแวะเจอแม่ดูตามรูป ก็แม่บอกดีแล้ว
ธัญญาศรี ศุกระวณิช ขอให้หายไวๆนะคะ
ขอบคุณ ครับผม
Nattanane Chummy Kaa ขอให้แม่หายไวๆนะคะ
ขอบคุณ ครับผม

ชิด ชยากร ขอให้ทุกอย่างดีขึ้นเร็วๆนะครับบอย
ขอบคุณที่อวยพรครับพี่
Pawinee Jeab ขอให้แม่ แข็งแรงเร็ว ๆ ค่ะ
ขอบคุณที่อวยพรครับพี่
น่าเลิฟ ยัย กะล่อน แม่เปนไรเฮีย. หายไวๆจร้า
แม่เป็นหวัดหนักไปหน่อย ช่วงก่อนตอนนี้ดีแล้วครับ
Anusorn Mekboot ขอให้คุณแม่ท่านหายไวๆ ครับ
ขอบคุณที่อวยพรครับท่าน
April Chookron ขอให้คุณแม่น้องหายไวๆนะคะ
ขอบคุณที่อวยพรครับพี่
Jirana Nutcharas ขอให้แม่หายดีโดยเร็วนะครับพี่บอย
ขอบคุณครับ กล้า
Jibjib Thitisat ขอให้คุณแม่หายไวๆนะคะบอย🙏
ขอบคุณ ครับจิ๊บ
Phetmanee Phengchai หายเร็วๆพระคุ้มครอง
ขอบคุณ ครับเพชร
Pitt Budsanean เป็นกำลังใจให้นะ
ขอบคุณครับ พิชญ์
ชิด ชยากร ขอให้หายเร็วๆนะครับ

อรรคพล สาตุ้ม ขอบคุณ ครับพี่ชิด

21.5
การสะสมความทรงจำ(ตอน 1)
เมื่อผมได้ไปเยือนถิ่นที่เก่า หลังจากไม่ได้ไปนานแล้ว ซึ่งผมเคยเขียนในเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1091 (26 เม.ย. 2556 คอลัมน์ : วัฒนธรรมเดินได้โดย : อรรคพล สาตุ้ม) เกี่ยวกับการเดินทางไปจันทบุรี(*) โดยผมตัดตอนมาเล่าประกอบภาพพร้อมเรื่องเล่าใหม่เพิ่มเติมตอนแรกก่อน คือ
นักเขียนสารคดี เคยมีประสบการณ์เป็นอาจารย์มาก่อน กรณีอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ เขียนหนังสือเดิน…สู่อิสรภาพ เสนอการเดินทางโดยการย่างก้าวออกหาความรู้เขียนผลงานผ่านประสบการณ์ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของการเขียนมีอิทธิพลผลงานของอินเดีย ผู้ชื่อว่า คานธี หรือ สาทิศ ผู้เดินทางจาริก ก็ตาม
การเดินทางของนักเขียนเพื่อแสวงหาความรู้ ภายใต้เงื่อนไขข้อจำกัดของพื้นที่ต้องห้าม ที่หญิงเข้าพระธาตุเจดีย์บางแห่งไม่ได้ ในแง่การเดินทางจากเรื่องศาสนาจะสะท้อนแง่มุมของชีวิตโดยอาจารย์ประมวล สะท้อน“จากเชียงใหม่ถึงเกาะสมุย 66 วัน กับ 1,000 กิโลเมตร เมื่อสองเท้าสัมพันธ์กับหัวใจ…มีของฝาก คือ ความรู้
ซึ่งหนังสือเรื่อง “เดิน…สู่อิสรภาพ” พูดถึงรายละเอียดการเดินทางของตัวอาจารย์ประมวลเองในรูปแบบสารคดีกึ่งบันทึก เป็นเนื้อหาเล่าตามลำดับเวลาเริ่มตั้งแต่บรรยากาศของการสอนเป็นวันสุดท้ายก่อนที่จะลาออกจากราชการ เตรียมตัวเริ่มออกเดินทาง สุดทางที่ภาพทะเลของเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี บ้านเกิดของอาจารย์
ต่อมาอดีตลูกศิษย์เรียนบางวิชากับอาจารย์ประมวลอย่างผมเป็นอาจารย์พิเศษ สอนด้านวัฒนธรรม เข้าใจเงื่อนไขของคนอยากออกงานไม่ได้ง่ายเหมือนอาจารย์ประมวล ในฐานะวัฒนธรรมเดินได้ในมุมหนึ่ง เพราะบางคนมีข้อจำกัด ต่างๆ เช่น ทำงานผ่อนรถไม่มีเวลา และลาออกจากงานเป็นอิสระได้ง่าย

เมื่อผมร่วมพานักศึกษาสาขาวัฒนธรรมศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เพื่อแสวงหาความรู้ต้องลำบากออกเดินทางไกล …หรือคนเก่งเดินทางหมื่นลี้ อ่านหนังสือหมื่นเล่ม เป็นวาทะที่เคยได้ยิน และการเดินทางของแต่ละคนขึ้นอยู่กับวัย ประสบการณ์ ในการแสวงหาความหมายของชีวิต กัน ครับ
โดยการเดินทางจากเชียงใหม่ ตอนตีสองกว่าๆ ถึงอำเภอสารภีแวะปั๊มเติมน้ำมัน ในยุคกระแสว่าน้ำมันแพง ที่มีพวกกลุ่มวัยรุ่น หรือคนหนุ่มสาว ในแก๊งค์มอเตอร์ไซค์กางเต็นท์ รวมกลุ่มกัน ก็น่าค้นหารู้ไว้ว่าพวกเขาแสวงหารสชาติของชีวิตแบบแนวมอเตอร์ไซด์ สายลมปะทะร่างกาย ระบายอารมณ์…
พวกเรา ก็แวะพักซื้อของกินกัน และเราเข้าห้องน้ำ ระหว่างทางพวกนักศึกษา-คนขับรถทัวร์ ก็สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการพักรถมอเตอร์ไซด์ของวัยรุ่นแนวๆ ที่มีหญิงและชาย เตรียมตัวเดินทางไกล ให้เราตื่นเต้นนิดหน่อยก่อนนั่งรถยาวไปโคราชหรือนครราชสีมา …(ตอนที่1ตามรูปมีภาพใหม่เรื่องเล่าใหม่เพิ่มเติมหลายรูปด้วย)
*ภาพค่ายเนินวง จันทบุรี ฯลฯ

21.6
ดีเจบอย กลับมาจัดเพลงจุดสุดยอด ฝันดีไม่มีผี ฮร่า

26
ขายหนังสือ
1.ชีวิตพระยาทรงในต่างแดนฯ 2.รัฐศาสตร์สาร 20, 2 (2541) มีบทความ”ผีของมาร์กซ์” และ ”ผีในมาร์กซ์” ข้อวิจารณ์ประวัติศาสตร์นิยมของพ๊อพเพอร์และอัลธุสแซร์.ฯลฯ 3.นิตยสาร Katch กลุ่มที่ให้กำเนิดวงโบ จ๊อยซ์ 4.นิตยสารปลื้ม เกี่ยวกับภาพล้อเลียน ภาพเหมือนรูปคนหนึ่งในปัจจุบันแสดงเป็นฟอลคอน คือ หลุยส์ สก๊อต 5.นิตยสารคาเมราร์ต 6.ขายซ้ำๆ แล้วตามลิ๊งค์(*) ครับ

ทั้งนี้ ผู้สนใจซื้อหนังสือบางเล่มหาได้ตามซื้อได้ตามภาพ ก็วันนี้บันทึกไว้หน่อยป้องกันการลืมในความทรงจำพบปะผู้คนในกาด คือ ผมออกไปกาดHobby ครั้งแรก เพราะฝากรุ่นน้องขายหนังสือ แล้วก็เจอรุ่นพี่นักเขียนหญิง ที่ไม่ได้เจอกันนาน กับอดีตเอ็นจีโอหญิงคนเก่ง รุ่นพี่ทั้งสองคน ก็คุยกันเรื่องต่างๆ ที่ผมเล่าเรื่องงานของผมไป ยังไม่ได้เล่าชีวิตประจำวันทั้งหมด(ก่อนหน้าบังเอิญเจอรุ่นน้องที่ไม่ได้เจอกันนานเหมือนกับวันนี้บังเอิญเจอรุ่นน้องอีกคนด้วย)

ปล.ผมไม่ค่อยมีเวลาเขียนอะไรมาก หลายเรื่องในชีวิตไม่ได้ไปเช็งเม้ง และผมไม่มีหนังสือเรื่องQueer Fish: Christian Unreason from Darwin to Derrida
*https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1966721106690441&id=100000577118415

26.2
การสะสมความทรงจำ (ตอน 2)
เนื่องจากวันเวลาผ่านไปนานกลับมาทบทวนความทรงจำต่อจากตอนที่1(*)ผมระลึกถึงการออกเดินทาง สำรวจประเทศไทยของผม(โดยหวังว่าเส้นผมไม่บังภูเขา) จากเชียงใหม่ ก็อดีตเส้นทางการเดินทางยังไม่สะดวกสบายเหมือนสมัยนี้ ที่แต่ก่อนบ้านเมืองยังอาณาจักรล้านนาของเชียงใหม่
ความแตกต่างจากในอดีต ที่มีเขตแดนระหว่างอาณาจักร อาจจะเป็นดินแดนศักดิสิทธ์ ที่ไม่ใช่จะข้ามผ่านกันง่ายๆเลย ไม่ว่าจะเป็นตำนานของไทย ซึ่งผู้คนในอดีต ต้องเดินเท้าเปล่า หรือนั่งเกวียน นั่งเรือเดินทางไกล
วัฒนธรรมการเดินทางปรากฏอยู่ในลิเกหลงเหลือ คือ การเดินทางแสวงหาความรู้หาอาจารย์ในเรื่องจันทโครพ หรือเราเดินทางผ่านป่า เจอฤาษี สิ่งลี้ลับต่างๆ หรือถ้าจะเปรียบเทียบกับภาพกว้างของวัฒนธรรมเดินได้
ตอนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลก็ยังพยายามขยายถนนหนทาง สร้างเขตแดนให้ชัดเป็นแผนที่ประเทศไทย และน่าจะมีผลต่อปัญหาภาคใต้ ส่วนทางด้านอาณาจักรล้านนา ถูกระแวงตลอดเวลาว่าจะมีการแบ่งแยกเขตแดนด้วยซ้ำ
แม้อาณาจักรล้านนาจะถูกกลืนเป็นจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดต่างๆ ซึ่งเจ้านายฝ่ายเหนือ ก็มีความคิดที่จะแบ่งแยกเขตแดนเหมือนกัน ที่น่านไปหลวงพระบาง ดังที่ ส.ธรรมยศ นักเขียน และปัญญาชนของภาคเหนือ ได้ชี้ให้เห็นไว้ในผลงานของเขาเอง
ต่อมาจุดเปลี่ยนของประเทศไทย ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ หลัง2500 ก็ได้พัฒนาถนนหนทางขึ้น มีการตัดถนนหลายแห่ง รวมทั้งแผนที่ประเทศไทย บ่งชี้เส้นทางได้ง่ายกว่าเดิม จวบจนปัจจุบัน ขณะผมนั่งรถเดินทางไป ที่นครราชสีมา
ผมเคยเป็นอาจารย์พิเศษที่นครราชสีมา มีประสบการณ์ของชีวิต เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม สังคมสิ่งแวดล้อมภายใต้ข้อจำกัดของเราๆ… ซึ่งการเดินทางไปที่นครราชสีมา ก็ทบทวนความทรงจำเคยทัศนศึกษา สมัยเรียนในอดีตสำหรับผม ถึงปัจจุบันเป็นการเรียนรู้เพิ่มเติมตลอดชีวิต ด้วย ครับ
นั่นเป็นความหมายของการเดินทางของผม สมัยเป็นนักศึกษาไปสัมผัสแหล่งตัดดิน ต่อมาปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมรุ้ง ร่วมรับฟังคนนำบรรยายพร้อมแถมเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร และคนบางคนดีแล้ว ที่มีโอกาสไปที่นั่น ในความหมายของการเดินทาง ทำให้ผมระลึกถึงผู้คน พบเจอระหว่างทาง
สถานที่สำคัญหลายแห่ง และเราผ่านการเดินทาง ร่างกาย และจิตวิญญาณ…ต่อมาผมจากการเดินทางอีสานมาจันทบุรี มีประสบการณ์เรื่องผีๆ ที่พักผ่อนตามโรงแรม โดยนักศึกษาเล่าให้ผมฟังอย่างตื่นเต้น ในวงกินข้าวสนทนา พร้อมแลกเปลี่ยนบทเพลงท่าเต้นแห่งยุคสมัย Harlem Shake…
โดยเพิ่มเติมเรื่องใหม่ต่างจากปีที่แล้วกระแสละครทีวีเรื่องนาคีมาปีนี้เรื่องบุพเพสันนิวาส ก็คุยกับน.ศ.ใน พ.ศ.2561 (ผมคุยกับอาจารย์คนหนึ่งบนรถตู้เรื่องเตรียมเผาสรีระสังขาร “หลวงพ่อคูณ” ครบกำหนด 3 ปี ธันวาคมนี้ ตามพินัยกรรม)ผมได้ฟังวิทยากรพูดเรื่องปราสาทพิมาย และกรณีข่าวการประท้วงตามป้ายที่ติดของเมือง(**) วันนั้นฝนตกนิดๆ ซึ่งถ้ากลับมาจับกระแสละครบุพเพสันนิวาส กันต่อนิดหน่อย คือ ยกตัวอย่างเมืองนครราชสีมา หลังจากพระนารายณ์ คือ ขุนหลวงสวรรคต ก็เกิดกบฏขึ้นของพระยายมราช (สังข์) นักรบแขก เจ้าเมืองนครราชสีมาที่นี่ต่อกลุ่มพระเพทราชา แน่ละการเมืองสยามของอยุธยา ในแง่ปัจจัยภายในก็มีปัญหาอย่างนี้(มีกบฏบุญกว้างอีก)

ต่อมาสมัยกรมหมื่นเทพพิพิธ พระนามเดิมคือ พระองค์เจ้าแขก พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ(สืบต่อจากพระเจ้าเสือ) ผนวชในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ต่อมามีความผิดฐานคิดกบฏ จึงถูกเนรเทศออกไปอยู่ที่ลังกา และ เมื่อพระเจ้ามังระส่งกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา กรมหมื่นเทพพิพิธได้ทราบว่าพม่าทำการปิดล้อมกรุงศรีอยุธยา จึงได้เดินทางกลับไทย เกลี้ยกล่อมผู้คนทางหัวเมืองชายทะเลภาคตะวันออกเพื่อจะเข้ากู้กรุงศรีฯ แต่ไม่สำเร็จ จึงหนีไปเกลี้ยกล่อม พระยานครราชสีมา เจ้าเมืองนครราชสีมาให้เข้าร่วมช่วยกอบกู้กรุงศรีฯ แต่พระยานครราชสีมาไม่ยอม จึงทำการเกลี้ยกล่อมชาวบ้านบริเวณนั้นให้เข้าร่วมเป็นพวกของพระองค์ และให้ หม่อมเจ้าประยง พระโอรส กับ หลวงมหาพิชัย นำไพร่พลไปลอบสังหารพระยานครราชสีมา และยึดเมืองได้ในที่สุด

ต่อมา หลวงแพ่ง น้องพระยานครราชสีมาได้ไปเกณฑ์พลจากเมืองพิมาย เพื่อไปตีเมืองนครราชสีมาเอาเมืองคืน ปรากฏว่ารบชนะ จึงจับกรมหมื่นเทพพิพิธได้ หลวงแพ่งต้องการที่จะประหารชีวิตกรมหมื่นเทพพิพิธเสีย แต่เจ้าพิมายมีความสงสารจึงขอชีวิตไว้ และขอนำกรมหมื่นเทพพิพิธไปคุมไว้ที่เมืองพิมาย แต่เจ้าพิมายจงรักภักดีต่อเจ้ากรุงศรีอยุธยามาก จึงยกกรมหมื่นเทพพิพิธขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดินเมืองพิมาย สถาปนาเมืองพิมายเป็นราชธานีต่อจากกรุงศรีอยุธยา

ส่วนเจ้าพิมายนั้นนั้นได้ถูกแต่งตั้งให้เป็น เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ผู้สำเร็จราชการบ้านเมืองทั้งหมด หลังจากนั้น เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ก็ได้สังหารหลวงแพ่ง แล้วยึดเมืองนครราชสีมา และ หัวเมืองน้อยใหญ่ทั้งปวงมารวมกับพิมายทั้งหมด เมืองพิมายมีอาณาเขตตั้งแต่แขวงหัวเมืองตะวันออกฝ่ายดอน ไปจนถึงแดนกรุงศรีสัตนาคนหุตและกรุงกัมพูชาธิบดี ฝ่ายใต้ลงมาถึงเมืองสระบุรีตลอดลำน้ำแควป่าสัก

แล้วเราค่อยมาต่อเรื่องพระเจ้าตากหรือพระเจ้ากรุงธนบุรี เคยมาจันบุรี(เมืองที่มีในสมุดภาพไตรภูมิ)ที่จันทบุรี(ฯลฯ) ซึ่งชวนไปเที่ยวที่อื่นก่อนด้วย

*การสะสมความทรงจำ ตอนที่ 1

**ชาวบ้าน 400 คน ค้านกรมศิลป์ประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมาย ชี้เดือดร้อน
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1213068
(ภาพเยอะจันทบุรีถ่ายจากกล้องถ่ายรูปกับถ่ายจากกล้องโทรศัพท์มือถือ และภาพการสาธิตโบราณคดีใต้น้ำกับภาพในพิพิธภัณฑ์พาณิชย์นาวี มีภาพแสดงคำถามเรื่องขุดคลองคอดกระ ฯลฯ)
Anusorn Mekboot ท่านนิยามคำว่า “การสะสมความทรงจำ” ให้ผมผู้ซึ่งเขลาปัญญานักฟังหน่อย

ถ้าเดินสำรวจเส้นทางโบราณทั่วไทยผมว่าคงสนุก ได้กลิ่นอายประวัติศาสตร์ฯ แต่คงเป็นไปได้ยากเพราะต้องใช้เวลา แถว3 จว.ชายแดนใต้ตอนนี้คงเดินสำรวจไม่ได้เดี๋ยวจนท.รัฐนึกว่าโจรใต้แล้วจะยุ่ง

1.ท่านถ่อมตัว และผมเคยนิยามมาแล้ว ก็นิยามการสะสมความทรงจำ คือ สะสมคล้ายสะสมสิ่งของ สะสมทุน มีบันทึกความทรงจำส่วนตัว และข้อมูลเอกสารประวัติศาสตร์ ยกตัวอย่างแผนที่ หนัง โดย
การสะสมความทรงจำ(accumulating memory) จนเกิดเป็นรูปเป็นร่างถึงจะมีขึ้นมาได้
http://akkaphon.blogspot.com/2017/03/blog-post_19.html
2.เห็นด้วยเรื่องเส้นทางโบราณทั่วไทย

26.3
ผมถ่ายรูป ณ ปราสาท ศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์
Michael Leahai รับบริจาครูปถ่ายด้วยนะ 55
1.สนพ.ท่านน่าทำหนังสือออนไลน์ตามรอยละครทีวีบุพเพฯ มีคนทำหนังสือตามรอยละครทีวีรอยไหมอะไรอย่างนี้ หรือจัดทัวร์ไปอยุธยา ลพบุรี ก็ได้ 2.ท่านนำผมไปเขียนไปท่องเที่ยวจันบุรี นี้แทนบทความพิจิตรก็ได้ หรือเอาบทความเกี่ยวกับบุพเพฯ มีเรื่องพระเจ้าเสือเขารูปช้างไปดัดแปลงแทน 3.บริจาคให้รูปได้เผื่อสนพ.ท่านจะทำโฟโต้บุ๊คให้ผมบ้าง
https://printing2youblog.wordpress.com/2015/03/10/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B9%8A%E0%B8%84-photobook/
Wathinee Khumsaeng ระวังมีของนะ
มีของรับทราบ นึกถึงเรื่องนาคี ครับ

26.4
การสะสมความทรงจำ (ตอนที่ 3)
เมื่อผมได้เล่าถึงการเดินทางของผม(*) มักพกงานไปด้วย ในความต่างจากปี2556 มาปี2561 นั่งรถตู้ตอนการเดินทางทัศนศึกษาจากพิมาย โคราชหรือนครราชสีมา ในช่วงปีที่แล้วผมได้ไปสระบุรีถึงกรุงเทพฯที่เล่าไว้ปีก่อน และต่อมาปีนี้ช่วงนี้ผมกำลังพยายามเคลียร์เอาวิทยานิพนธ์ไปเสนอพิมพ์หนังสือให้ได้ นี่ก็ใกล้สัปดาห์หนังสือที่กทม.อีกแล้ว ซึ่งการเดินทางได้มีโอกาสไปปราสาทศีขรภูมิ หรือ ปราสาทระแงง ตั้งอยู่ข้างวัดบ้านปราสาท บ้านปราสาท ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์

โดยที่ปราสาท ปรากฏ “ศิวะนาฏราช”บนหน้ากาลหน้ากาลนี้เป็นสัญลักษณ์ของเวลาที่กินทุกสิ่งแม้แต่ตัวเอง ซึ่งหน้ากาลหรือหน้าเกียรติมุขไว้เหนือประตูจะปกป้องคุ้มครองไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาทำอันตรายได้ และถ้าผู้ใดไม่เคารพในหน้ากาลก็จะไม่ได้รับพรจากองค์พระศิวะ ที่ปราสาทศีขรภูมิ (ลวยลายประดับเล็กทำซุ้มกรอบพระห้อยคอเองก็พบลาย “หน้ากาล”เป็นลายแกะสลักตามความเชื่อที่สวยงาม) ครั้งแรกกับปราสาทศีขรภูมิในความทรงจำ

ต่อมาผมมาผาแต้มครั้งแรก (แม้ผมเคยไปอุบลฯ )และผมเคยเขียนถึงผาแต้มไว้ในวิทยานิพนธ์หลักฐานที่สะท้อนให้เห็นความสำคัญของปลา ที่มีต่อชีวิตมนุษย์สมัยโบราณ ก็คือภาพเขียนสีที่ผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีรูปปลาอยู่ร่วมกับรูปอื่นๆ เช่น วัว/ควาย ช้าง เต่า คน และรูปสัญลักษณ์อื่นๆ มี อธิบายไว้ในหนังสือ “แอ่งอารยธรรมอีสาน” ว่า รูปปลาขนาดใหญ่ที่ผาแต้ม ไม่ใช่ปลาในห้วยหรือลำธาร หากเป็นในแม่น้ำใหญ่ เช่น ปลาบึก ในแม่น้ำโขง

โดยสายน้ำโขงที่ในช่วงที่ผ่านประเทศไทยสามารถพบเห็นปลาบึกได้ตลอดลำน้ำ ตั้งแต่เชียงแสน จังหวัด เชียงราย จนถึงโขงเจียมที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีภาพเขียนสีรูปปลาบึก ที่อุทยานแห่งชาติ ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี แสดงว่าพื้นที่นี้เคยมีการจับปลาบึก ที่หมู่บ้านปากมูนบรรจบกับแม่น้ำโขงเรียกว่าหมู่บ้านเวินบึก ชาวบ้านเล่าว่าสมัยก่อนที่นี่เป็นแหล่งจับปลาบึกแห่งหนึ่ง วังปลาบึกหรืออ่างปลาบึก ที่ จังหวัด หนองคายเช่นเดียวกัน ที่แสดงว่าพื้นที่นี้เคยมีการจับปลาบึก อีกที่หนึ่งบ้านห้วยลึก อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย หมู่บ้านชายแดน ก็เคยมีการจับปลาบึก

ปัจจุบันแหล่งจับปลาบึกเหลืออยู่เฉพาะที่ท่าหาดไคร้ อำเภอ เชียงของ จังหวัดเชียงราย และที่นี่ประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอยตามแหล่งอื่นเช่นกัน ท่าหาดไคร้กำลังจะกลายเป็นตำนานการจับปลาบึก ชาวบ้านที่เชื่อกันว่ามีวังปลาบึกอยู่ถ้ำลึกใต้แม่น้ำโขงบริเวณหลวงพระบางและแขวงไชยะบุรี โดยเมื่อวันสงกรานต์มาถึงพวกภูติผีที่ดูแลเฝ้าถ้ำจะออกมา ปลาบึกจะว่ายขึ้นมาด้วย

แต่การเดินทางด้วยฝ่าเท้าย่ำบนทางเสี่ยง และเหนื่อยมองเห็นหุบเหวครั้งนี้ ณ ผาแต้ม ผมได้ฟังวิทยากรอธิบายความหมายของผาแต้ม พร้อมเดินสำรวจ และเล่าเรื่องเกร็ดสถานที่ถ่ายทำหนังอเล็กซานเดอร์ กับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยความเชื่อคนแต่งชุดขาวพาไปเที่ยวคนค้นหาไม่พบคณบดีคณะ… มช.หนึ่งเรื่อง ส่วนเรื่องที่สอง ทำนองคล้ายกัน ที่คนหลงเหมือนถูกบังตา น่าจะเป็นผี จำได้เท่าที่จำ ทำให้คนหลงทางด้วย

หากกางแผนที่ประเทศไทยออกมา จะเห็นได้ว่า จังหวัดอุบลฯมีพื้นที่ตั้งของจังหวัด ไปในทิศตะวันออกมากกว่าจังหวัดใดๆ ในประเทศ จังหวัดอุบลฯจึงมีจุดขายที่เราได้ยินจนคุ้นหูในเรื่องพบตะวันใหม่ก่อนใครในสยาม โดยมี อำเภอโขงเจียม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ผาชะนะได 3สถานที่นี้ เป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ก่อนใครในสยาม แบบไม่ซีเรียสว่าสถานที่ใดจะเห็นก่อนกัน แต่ แต่ แต่ ถ้าซีเรียสล่ะ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นในวันใหม่ในแต่ละวันอยู่ตรงไหนกันแน่

อำเภอโขงเจียม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ผาชะนะได คือสถานที่ที่ส่งชื่อเข้าประกวดว่า ที่ใดจะเป็นจุดที่เห็นพระอาทิตย์ก่อนอย่างแท้จริง หยิบแผนที่มากางอีกที จะเห็นว่า บ้านปากลาในอำเภอโขงเจียมมีพิกัด และภูมิประเทศที่มีพื้นที่ไปทางทิศตะวันออกมากที่สุดกว่าอำเภอใดๆ ในประเทศไทย

จึงน่าจะเป็นสถานที่ที่เห็นพระอาทิตย์ก่อนใครในสยาม แต่ความเป็นจริง คือด้วยภูมิประเทศของอำเภอโขงเจียม ณ บ้านปากลา นั้น มีเทือกเขาสูงในประเทศลาวมาบทบังส่วนโค้งของโลก ทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญในการชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในยามเช้า อำเภอโขงเจียมจึงไม่ใช่จุดชมพระอาทิตย์ก่อนใครในสยาม แต่น่าจะมีจุดขายอยู่ที่อำเภอโขงเจียมเป็นอำเภอที่แม่น้ำมูลแม่น้ำที่ได้ชื่อว่าแม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทยไหลลงสู่แม่น้ำโขง จนเกิดเป็นแม่น้ำสองสี โดยมีวลีว่า โขงสีปูน มูลสีคราม ก่อนบอกลาแม่น้ำโขงที่จะไหลเลยเข้าสู่ประเทศลาวต่อไป

ส่วนความจริง เรื่องชมพระอาทิตย์ก่อนใครในสยามจึงมุ่งไปที่ ผาชะนะได ที่กรมอุตุนิยมวิทยาใช้กำหนดเวลาพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้านั่นเอง แต่เส้นทางเข้าถึงไปได้จำนวนน้อย และยากลำบาก

ส่วนผาแต้ม ถึงแม้จะเป็นที่รองแต่ก็เป็นที่ๆรองรับผู้ที่จะมาชมพระอาทิตย์ได้พร้อมกันเป็นจำนวนมากได้ และ ยานพาหนะทุกชนิดสามารถเข้าถึงได้…(**) ที่จริงแล้วผมอยากเล่าเกร็ดอีกนิด เนื่องจากวิทยากรพูดเรื่องผาชะนะไดเปรียบกับภูกระดึง ก็ผมพูดเสริมบอกนักศึกษา ถ้าอยากพิสูจน์รักแท้ ตำนานที่โรแมนติค คือ คู่รักคนใดไปเดินขึ้นภูกระดึงไม่ทะเลาะกันจะเป็นรักแท้…

แสงสุดท้ายในวันนั้นพร้อมสายน้ำโขงหรือน้ำของไหลผ่านมาผาแต้ม ซึ่งระบบนิเวศของแม่น้ำโขง ปลาหลายชนิดวางไข่ตามซอกกรวดหินในแก่งน้ำ แต่เลี้ยงลูกและหลบภัยตามวังน้ำ อีกหลายชนิดใช้พื้นที่ชุ่มน้ำริมฝั่งเป็นที่หาของกิน วังน้ำลึกเป็นแหล่งหลบภัยของสัตว์น้ำในหน้าแล้งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะสัตว์ขนาดใหญ่อย่างปลาบึกและโลมาอิรวดีแห่งลุ่มน้ำโขง ซึ่งชอบวังน้ำใหญ่ลึกกว่า 8เมตร กระแสน้ำแรงในหน้าน้ำหลากจะคอยขุดเซาะวังน้ำให้คงความลึกไว้ได้ไม่ตื้นเขินไปตามเวลา เพราะฉะนั้น ถ้าพลังและปริมาณน้ำลดลงในหน้าน้ำ จะด้วยเพราะเขื่อนขนาดใหญ่กักเก็บน้ำไว้เหนือเขื่อนหรืออะไรก็ตามแต่ วังน้ำลึกจะค่อยๆตื้นเขินกลายเป็นสุสานฝังโลมาและปลาใหญ่อย่างช่วยไม่ได้เลย

ในที่สุดสายน้ำไม่ไหลย้อนกลับเพียงผมย้อนกลับสู่ความทรงจำเก่าเล่าใหม่เพิ่มเติมในครั้งต่อไป

*การสะสมความทรงจำ (ตอนที่ 2) https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2079190588776825&id=100000577118415
**10 สิ่งอย่าง ที่ควรทำเมื่อมาเยือนอุบลราชธานี
http://guideubon.com/news/view.php?t=83&s_id=148&d_id=148
(รูปประกอบผาแต้มจากการเดินทาง)
Anusorn Mekboot ปลาบึกเดี๋ยวนี้หาง่ายท่าน ไปซื้อมาจากแมคโครก็ได้…แต่ก็เป็นปลาเลี้ยง
ครับท่านผมไม่รู้ไม่เคยซื้อที่แมคโคร แล้วปลาเลี้ยงด้วย ช่วงนี้มีข่าวรถมินิบิ๊กซีมาแข่งขันอีกคงไม่มีรถแมคโคร ส่วนไทยพุทธเคยเชื่อเวียนว่ายตายเกิดคนเป็นปลาบึกปลา(ปลาตะเพียนที่ว่าสื่อขยันหมั่นเพียร)เรื่องเล่าคนไม่สมหวังรักเพราะห่มผ้าให้ศพหญิงสาวกับอีกคนฝังศพให้หญิงสาวจากชาติก่อนนี่แหละเวียนว่ายตายเกิดพุทธไทยชวนไปบวชพระกัน
https://www.nicecontentth.com/archives/909

Kingpetch Rek Panta ขอบพระคุณครับสำหรับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ทุกถ้อยคำอักษร ทำให้เห็นภาพ ชัดเจนไม่ต้องเดินทางไปเองครับ สนุกมากครับอาจารย์
ขอบคุณที่ชมผม ครับ ยินดีที่เราได้พบกันช่วงก่อน ก็มีโอกาสได้เดินทางไปเจอกัน หรือผมจะชวนคุยเรื่องหนังเดินทางข้ามเวลาอย่างเรื่องSomewhere in timeครับ

Kingpetch Rek Panta ครับอาจารย์ ได้ครับ
ครับผมอารมณ์คุยอยากทำหนังข้ามเวลาบ้าง555 ครับ

26.5
เมื่อวันก่อนฝนตกเชียงใหม่ ผู้คนดูแลสุขภาพอากาศเปลี่ยน น่ะครับ
(ภาพ ผาแต้ม โขงเจียม ชอบคิดถึงรายการทีวีพูดเวลาพระอาทิตย์ขึ้นที่โขงเจียม โดยกรมอุตุนิยมวิทยา)

26.6
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย เมื่อวันก่อนบังเอิญไปร้านข้าวแห่งหนึ่ง เขาเปิดหนังเรื่องไซอิ๋วเดี๋ยวคนเดี๋ยวลิง ภาค 3 เล่าเรื่องย้อนเวลา ในแบบใหม่จากภาคหนึ่งกับสอง หนังย้อนเวลา/ข้ามเวลา(ดูซ้ำดูบ่อยกว่าหนังThe Butterfly Effectที่ย้อนเวลา) ที่ผมสะสมแผ่นไว้และดูบ่อยหลายครั้ง ซึ่งผมเพิ่งรู้ว่ามีภาค3ฉาย แล้ว! แม้ผกก.คนเขียนบทคนเดิมกับสองภาค แต่ผมเลยไปอ่านรีวิวและวิจารณ์แล้วก็เห็นด้วยผมยังชอบภาคสอง โดยเฮียโจวฯแสดงมากกว่าตลกลึกซึ้งกินใจ และผมชอบที่ไม่มีสเปเชียลเอฟเฟคมากล้นด้วยCGเกินไป ดูงดงามแอ็คชั่นคลาสสิคบางแบบคล้ายการแสดงงิ้ว นี่ช่วงเช็งเม้ง กลุ่มทางบ้านผมไปกันแล้ว เลยจัดเพลงนี้ไปครับ
A Chinese Odyssey MV – Love of a Lifetime(มีเวอร์ชั่นซับอังกฤษเนื้อร้องเพลงนี้และลิ๊งค์ที่ผมแปะเวอร์ชั่นแปลเนื้อร้องภาษาจีนไพเราะไว้ซ้อมร้องเป็นภาษาจีนได้)

29
ขายหนังสือ
1.สังคโลก-สุโขทัย-อยุธยากับเอเชีย : เอกสารสรุปการสัมมนาวิชาการนานาชาติทางประวัติศาสตร์
2.พระศรีมหาโพธิ์: จากชมพูทวีปสู่สุวรรณภูมิ และธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 3.ปริทัศน์สาร มีบทความวิเคราะห์ช่วงปธน.เรแกน บทความผู้เขียน Marxism and Beyondฯ และบทความกำเนิดทุนนิยม ฯลฯ 4.นิตยสารโฟกัสเกี่ยวกับถ่ายรูป 5นิตยสารWeekend ของนสพ.ผู้จัดการสมัยก่อนผมอ่านพวกนี้นสพ.นี้เยอะมีสะสมไว้ด้วย
6.ขายซ้ำวิถีสู่อภิมนุษย์ โดยนิทเช่ ผู้เป็นต้นแบบแนวคิดโพสต์โมเดริน์ : Verily, a fine catch of fish hath Zarathustra made to-day!… – Friedrich Nietzsche,Thus Spake Zarathustra.(นิตเช่ กับวาทกรรมพระเยซูที่ตรัสแก่สาวกรุ่นแรกว่า “จงตามเรามา เราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงจับคน ) และเล่มอื่นๆตามลิ๊งค์

Wichaya Makaew อ.บอย จองสังคโลก กับปริทัศน์สาร ครับ ปล.น้ำมนต์จากปราสาทวัดพู อยู่ที่ห้องเอกนะครับ
ขอบคุณอ.เก่ง ที่มาจองหนังสือสองเล่มและน้ำมนต์จะเข้าไปรับที่ห้องเอก ครับ

29.2
ภาพผมที่โขงเจียม
Anusorn Mekboot ณ ที่นี่โขงเจียม ผมจำได้เสมอมิเคยลืม..
ครั้งหนึ่งสมัยผมเรียนป.ตรี ที่มอ.ปัตตานี ตอนนั้นผมอยู่ปี2 อจ.สาขาประวัติศาสตร์จัดทริปมาศึกแหล่งอารยธรรมแถบอีสานใต้ เพื่อนผมเรียนอยู่เอกประวัติฯชวนผมมาแจมด้วย ไอ้ผมก็ไม่เกรงใจมากับเขาด้วย(เป็นคนเดียวที่ไม่ได้เรียนสาขานี้)
สมัยนั้นผมต้องนั่งรถไฟชั้น3จากปัตตานีมาหัวลำโพงแล้วอจ.เหมารถบัสเพื่อเดินทางตลอดทริป
## ประเด็นคือวันนั้นไปโขงเจียมหลังมื้อเที่ยงผมเริ่มมีอาการท้องเสียคือปวดขี้มากกกท่าน ลงมาดูภาพเขียนผนังโบราณ ตรงนั้นไม่มีห้องน้ำ ด้วยความที่เราคนภูธรกอปรกับเคยเรียนรด.มา ป่าท่าน ป่าไผ่ด้านล่างนั่นแหละสวรรค์ของผมตอนนั้น ผมแอบปล่อยทุกข์อยู่หลังโขดหินก้อนใหญ่ แน่นอนฝั่งตรงข้ามเป็นสปป.ลาวมีแม่น้ำโขงกั้นเขตแดน ผมคิดว่าถ้ามีคน ฝั่งโน้นคงมองเห็นผมแน่นอน555
ตราบวันนั้นถึงวันนี้เพื่อนๆสาวๆยังจำได้ดี ยังแซวผมอยู่เลยเรื่องวีรกรรมโขงเจียม

ครับทั่นเขียนเล่าเรื่องสนุกประวัติศาสตร์ความทรงจำน่าสนใจสุขา สุขปลดทุกข์ ตอนนี้ทั่นเขียนเล่าได้ไม่อายสาวๆ แล้วมีลูกมีเมีย ก็ดีแบบนี้ไม่ต้องฟอร์มเล่าเรื่องนี้ได้ ถ้ามีคนฝั่งโน้นคงมองเห็นท่าน 555 ส่วนตัวเข้าใจความคำว่าขี้เป็นธรรมชาติคำไทยเลยมีขี้เกียจ และผมดูขี้เก๊ก เพราะผมคัดรูปมาจากหลายรูปบางรูปก็ลบไปบ้าง สร้างภาพฮร่าๆ555

เหม่ แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ

29.3
การสะสมความทรงจำ (ตอนที่ 4)
ผมได้เขียนต่อเนื่องมาสามตอน มีบางเรื่องการเดินทางที่ตัดต่อจากอดีตเพิ่มเรื่องเข้าไปในพื้นที่ใหม่ และผมจะข้ามบางเรื่องกับพื้นที่ เพราะไม่มีเวลาเขียนมาก ไม่ได้ใส่รายละเอียด ซึ่งการเดินทางเรามาถึงจุดหมายอีกแห่ง ที่สำคัญ ซึ่งผมไม่เคยมาที่นี่ เป็นครั้งที่หนึ่งกับพิพิธภัณฑ์พาณิชย์นาวี และโบราณคดีใต้น้ำ มีการสำรวจถึงขุดค้นแหล่งโบราณคดีใต้น้ำในทะเลไทย เพื่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัยมานาน มีจำนวนโบราณวัตถุจากแหล่งเรือสำเภาโบราณที่จมเพิ่มมากขึ้น
โดยอาคารพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ที่ค่ายเนินวง มีป้อมค่ายคูเมืองคันดินโบราณที่สร้างขึ้นเพื่อรับศึกญวนในสมัยรัชกาลที่สาม ทำให้เราเรียนรู้ทั้งโบราณสถานบนบก และโบราณวัตถุที่ขุดพบจากใต้ทะเล ซึ่งพิพิธภัณฑ์ แบ่งเป็นหลายห้อง แต่ผมเล่าผ่านมุมของตนเอง น่ะครับ
ผมชอบห้องที่เป็นห้องจัดแสดงโดยใช้เรือสำเภาจำลองขนาดเท่าจริง และมีเอกลักษณ์เป็นเรือสำเภาโบราณ ซึ่งผมดูสมจริงยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างจำลองในพิพิธภัณฑ์ ต่อมาห้องแนะนำปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำ แสดงเรื่องเทคนิคการทำงานของโบราณคดีใต้น้ำ มีรูปหุ่นคนใส่ชุดประดาน้ำ ดำน้ำหาโบราณวัตถุ
เราเดินต่อถึงห้องโบราณวัตถุ และผมสนใจในองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางทำงานในการปกป้องสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ และงานด้านการอนุรักษ์ กับการจัดการมรดกวัฒนธรรมในอาเซียน เพื่อการต่อยอดพัฒนาความรู้ในปัจจุบันด้วย
ห้องแสดงเรือ และชีวิตชาวเรือ จัดแสดงเรื่องของเรือในประเทศไทย ว่ามีเรือหลากหลายชนิด ทั้งเรือหาปลา เรือค้าขาย สะท้อนวิถีชีวิตการเดินทางของคนไทย สมัยก่อนผูกพันกับน้ำ และเรามาปิดท้ายกัน ที่ห้องประวัติศาสตร์เมืองจันทบุรี และชนเผ่าต่างๆ และห้องแสดงถึงพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ประวัติศาสตร์ที่เราจำได้ว่า วิธีการของพระเจ้าตากทุบหม้อข้าว หรือเจ้าตากมุ่งยึดเมืองจันทบุรี ซึ่งก่อนเข้าตีเมือง ได้มีรับสั่งให้ทหารทุกคนทำลายหม้อข้าวให้หมด หมายจะให้ไปกินข้าวในเมืองจันทบุรี ตีได้เมืองจันทบุรี(นักประวัติศาสตร์บางคนบอกรวบรวมผู้คนจากชลบุรีและระยองด้วยก่อนตีเมืองจันทบุรี)
พระเจ้าตากทรงรวบรวมกำลังพลจนมีจำนวน 5,000 นาย จึงได้ยกกองทัพเรือออกจากจันทบุรี ล่องมาตามฝั่งทะเลในอ่าวไทย จนถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อสู้จนยึดธนบุรีคืนจากพม่าได้ ต่อจากนั้น ได้ยกกองทัพเรือต่อไปถึงกรุงศรีอยุธยา และสามารถกอบกู้กรุงศรีอยุธยาได้ ครับ….
จากปี2556 มาปี2561 ซึ่งผมได้มีโอกาสพูดคุยดูหลักฐานโบราณคดีใต้น้ำ และสาธิตการดำน้ำ ซึ่งการเก็บกู้โบราณวัตถุใต้น้ำในเชิงพาณิชย์ เป็นบทบาทของการจัดทำฐานข้อมูลมรดกวัฒนธรรมใต้น้ำในระดับภูมิภาค ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับความตระหนักให้บังเกิดความหวงแหน นับความจำเป็น แล้วที่นี่ร่วมกับศูนย์ภูมิภาคโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ (SEAMEO SPAFA) โครงการที่เกี่ยวกับโบราณคดีใต้น้ำ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจัดการ และการศึกษาเรื่องมรดกวัฒนธรรมใต้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ต่อมาผมคุยกับคนที่นี่ ในเรื่องการเดินทางไปไหว้เขาคิชฌกูฏ ซึ่งพ่อแม่กับน้องสาวผมเคยไปแล้ว แต่ผมยังไม่เคยไปสำหรับผมเขาคิชฌกูฏที่มองไม่เห็น จากสมุดภาพไตรภูมิอยุทธยา มีเมืองจันทบุรี ที่มาที่ไปของชื่อเขาคิชฌกูฏนั้น ในตำนานศาสนาพุทธกล่าวไว้ว่า เขาคิชฌกูฎอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงราชคฤห์ แคว้นมคธเป็นยอดเขาที่มีแนวเขาล้อมโดยรอบ และเคยเป็นสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้าในอดีต และเขาคิชฌกูฏ มีสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขานั่นคือ รอยพระพุทธบาท ที่ประดิษฐานอยู่สูงที่สุดในประเทศไทย สูงกว่า 1,050 เมตร จากระดับน้ำทะเล ถือว่าสูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

โดยมีตำนานเล่าถึงรอยพระพุทธบาทว่า ชายหนุ่มชื่อนายติ่งกับพวกมีอาชีพหาของป่า วันหนึ่งก็ได้ออกไปหาของป่ากันอย่างเคย จนไปหยุดพักเหนื่อยอยู่ที่ลานหินบนยอดเแห่งหนึ่ง พอหายเหนื่อยแล้วก็พากันเดินกลับที่พัก แต่เดินกันไปมาก็ปรากฏว่าได้วกกลับมาที่ลานหินเดิมนั้นอีก เป็นที่น่าอัศจรรย์ ชายคนหนึ่งในกลุ่มได้ถอนหญ้าบนลานหินนั้นจนหมดแต่ก็ ไม่พบอะไรอีก นอกจากลานหินซึ่งมีรอยเท้าขนาดใหญ่ของมนุษย์ ต่อมาที่วัดพลับ ตำบลบางกะจะ ซึ่งเป็นเมืองเก่าของจังหวัดจันทบุรีได้มีงานเทศกาลปิดทองรอยพระพุทธบาท นายติ่งได้ไปปิดทองรอยพระบาท และรู้สึกแปลกใจมากที่รอยพระพุทธบาทนี้ช่างเหมือนกับที่แกเห็นอยู่บนลานหินยอดเขาคิชฌกูฏ

ต่อมาทางเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรีทราบเรื่องเข้า ท่านเจ้าคณะจังหวัดจึงเรียกไปสอบถาม และให้พระภิกษุ 2 รูปตามนายติ่งไปดู เมื่อพิจารณาแล้วได้ลงความเห็นว่าเห็นว่าเป็นรอยพระพุทธบาทอันแท้จริง อีกทั้งบนลานหินนั้นมีหินก้อนใหญ่โตมาก ลักษณะคล้ายบาตรพระตะแคง ตั้งลอยอยู่เรียกว่า “ลูกบาตร” ต่อมาเมื่อเรื่องกระจายไป จึงมีผู้คนมาไหว้สักการะไม่ขาดสาย(*)

ดังนั้น ผู้อ่านน่าจะคิดถึงสายน้ำทะเล จากตอนที่สาม(**)มาตอนที่สี่แล้วครับ

*ไขปริศนาลับ! 10 ข้อควรรู้ ทำไมคลื่นมหาชนต้องดั้นด้นขึ้นเขาคิชฌกูฏ…?

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/485860
**การสะสมความทรงจำ (ตอนที่ 3)

(ภาพประกอบทะเล เห็นเกาะแมว การสาธิตดำน้ำ และภาพจากพิพิธภัณฑ์)

29.4

การสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม

Verily, a fine catch of fish hath Zarathustra made to-day!… – Friedrich Nietzsche,Thus Spake Zarathustra.(นิตเช่ วิถีพระเยซูที่ตรัสแก่สาวกรุ่นแรกว่า “จงตามเรามา เราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงจับคน*)

ผมได้เขียนมาต่อเนื่องแล้วเรื่องการสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม (**)เมื่อวานตัวละครพระเจ้าเสือพูดถึงฟอลคอน (กรณีพระปีย์ พระปิตุลาอภัยทศ เข้ารีต)..พวกจับปลาสองมือเหยียบเรือสองแคม จากฉากหนึ่งในละครฟีเวอร์ ‘บุพเพสันนิวาส’ ที่หลวงสรศักดิ์กำลังนั่งหารือถึงเรื่องเกี่ยวกับการที่สมเด็จพระนารายณ์จะแต่งตั้งให้ออกพระวิสุทสุนธร (ปาน) เป็นเอกอัครราชทูตคนสำคัญ และเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสพร้อมกับเชอวาเลีย เดอ โชมองต์ (ถ้าภาพยนตร์ซีรีส์ “ศรีอโยธยา” วิธีเล่าระลึกชาติกับข้ามมิติ)

ซึ่งผมใช้มุมแง่การเปรียบเทียบกับน่าจะกระแสมากกว่าตัวละครทีวีดังช่วงก่อนอย่างรากนครา ในปีที่แล้วกระแสแรงบันดาลใจ แก่นเรื่องความรัก มีสิ่งแวดล้อมการเมือง มีตัวละครเด่นๆ หลายคนในบุคคลประวัติศาสตร์(แต่มีความตลกคล้ายหนังผีเรื่องผีมากพระโขนง) และปัจจัยของกระแสละครสร้างให้ผู้คนหันมาแต่งชุดไทยด้วย

เมื่อพิจารณาปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน ส่วนประกอบสร้างให้มีอรรถรสของละครทีวีจากตัวละครประวัติศาสตร์อันน่าสนใจอย่างท้าวทองกีบม้ากับขนม(ทองหยิบ ที่แม่การะเกดจากอนาคตมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้อดีต) หรือการเขียนต่อยอดเรื่องจากละครทีวีมีกระแสต่อประวัติศาสตร์ประเด็นถูกหรือผิดอีกด้วย ยกตัวอย่างการแต่งกายก็มีคนแสดงความคิดเห็นเรื่องผ้า(ผ้า,หน้า,ผม) คือ ทีมสร้างละครได้ไอเดียมาจากนิยายที่ระบุว่า แม่หญิงการะเกดเป็นธิดาของพระยารามณรงค์แห่งเมืองพิษณุโลกสองแคว โดยพระยารามณรงค์มีแม่เป็นคนล้านนา ทำให้การะเกดมีเชื้อสายล้านนาจากย่า เลยต้องการจะสื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าการะเกดมีเชื้อสายล้านนา แต่ก็มีส่วนผสมของภาคกลางตอนบนเข้าไป คือ ซิ่นตีนจกของเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของรัฐสุโขทัยเดิมเช่นเดียวกับพิษณุโลก(***)

ส่วนเรื่องความรักที่ด้านละครทีวี มีเรื่องคบชู้ ที่แม่หญิงการะเกดเปิดประเด็น มีกรณีประวัติศาสตร์ คือ เจ้าฟ้าน้อยได้มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (แจ่ม) พระสนมเอกในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่สะท้อนเรื่องคณะที่ปรึกษาได้พิจารณาลงโทษให้เอานางสนมไปโยนให้เสือกินเสีย

ส่วนเรื่องภาษา ก็น่าสนใจสำหรับผม ในการสร้างคำอธิบายในประวัติศาสตร์ที่ปลอดพ้นจากภาษาปัจจุบันก็เป็นสิ่งที่ยากจนแทบเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อภาระงานของนักประวัติศาสตร์ยังคงมุ่งที่การอธิบายอดีต(****) ในแง่หนึ่งประวัติศาสตร์คล้ายนิยาย หรือละครทีวีมีภาษาไทยคำภาษาอังกฤษคำ(ออเจ้าก็เลยไม่แปลกแยกเมื่อมาทำให้ร่วมสมัย) ต้องมีภาษาปัจจุบันเข้าไปตอบสนองตลาดของผู้อ่านผู้ดูด้วย

ส่วนด้านการเมือง คือ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้มี “ปม” ด้วยรูปร่างเตี้ย ต้องคอยเดินยกไหล่ตลอดเวลา มีความต้องการเป็นประมุขทั้งฝ่ายราชอาณาจักรและศาสนจักรอย่างแรงกล้า จึงยึดกฎเหล็กสามประการในการแผ่แสนยานุภาพทั่วโลก

นั่นคือ “Une Fois Une Loi Un Roi!” (อ่านว่า อูนฟัว อูนลัว เอิงรัว) แปลว่า “ศรัทธาหนึ่งเดียว กฎหมายหนึ่งเดียว ภายใต้กษัตริย์องค์เดียว”

พระองค์ไม่เพียงแต่ดูถูกคนนอกศาสนา แม้แต่ชาวคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ก็ยังถูกปราบเสียราบคาบมาแล้วในฝรั่งเศส พระองค์กำลังเล็งหาประเทศใดประเทศหนึ่งในเอเชียที่สามารถบีบบังคับให้กษัตริย์นับถือคาทอลิกได้ เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางไปสู่การเขมือบชาติอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียง

จึงอ้าแขนรับฟอลคอน (ผ่านทางราชทูตและบาทหลวงต่างๆ) ให้เกลี้ยกล่อมเจ้าชีวิตแห่งสยามให้ละทิ้ง “ความเชื่ออันถือว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิ” แล้วเข้ารีตมาเป็น “ปฐมบุตรแห่งพระศาสดา”

“ฟอลคอน” นอกจากพระเพทราชาจะมองว่าเป็น “ชายสามโบสถ์” แล้ว (เดิมบวชในนิกายกรีกออร์โธดอกซ์กรีก ต่อมาโอนสัญชาติเป็นอังกฤษ เข้านิกายโปรเตสแตนต์ และสุดท้ายเข้ารีตเป็นคาทอลิก) ยังเป็นนกสองหัว ประจบประแจงพระนารายณ์ทุกวิถีทางเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ จนกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีที่ล่ำซำที่สุดในราชอาณาจักรสยาม

เขาได้รับอภิสิทธิ์ในทุกๆ ด้านอย่างไม่มีข้อยกเว้นฟอลคอนฉลาดพอที่จะเล่นเกมกับพระนารายณ์ โดยไม่เร่งร้อนบีบบังคับให้พระองค์เข้ารีต

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ฟอลคอนกลับขันอาสาพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ว่าจะหาทางทำทุกอย่างให้พระนารายณ์เปลี่ยนใจมาเป็นคาทอลิกให้จงได้ ทั้งๆ ที่พระนารายณ์ได้ทรงประกาศ (วรรคทอง) แก่ราชทูตและบาทหลวงชาวฝรั่งเศสไปแล้วอย่างชัดแจ้งว่า

“การที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ให้มีความแตกต่างหลากหลายทั้งทางเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ และศาสนานั้น นั่นย่อมแสดงว่าพระองค์ไม่ต้องการให้โลกมีเพียงศาสนาเดียว!” (*****) ที่มีภาพราชทูตวิสามัญเชอวาลิเอร์ เดอ โชมงต์ ถือพานมีเชิงสูง อัญเชิญพระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ปรากฏฉากในละครทีวีนั่นเอง

โดยการอธิบายเรื่องศิลปสถาปัตยกรรม ยกตัวอย่างเปรียบเทียบผมได้บอกไปบ้างแล้ว วัดนักบุญยอแซฟ อยุธยา (อังกฤษ: Saint Joseph Catholic Church, Ayutthaya) เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยอาคารหลังแรกเป็นอาคารไม้ สร้างเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2228 (ค.ศ. 1685) และได้ปรับปรุง บูรณะเรื่อยมาจนกระทั่งเป็นหลังปัจจุบัน คือ หลังที่ 4 ในปี พ.ศ. 2426 โดยมีคุณพ่อแปร์โร อธิการโบสถ์ในขณะนั้น และโจอาคิม แกรซี สถาปนิกชาวอิตาลีร่วมกันออกแบบ ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมาเนสก์ มีหอระฆัง 1 หอ ซึ่งคล้ายคลึงกับรูปแบบโบสถ์คาทอลิกไทยทั่ว ๆ ไป เช่น วัดซางตาครู้ส วัดคอนเซ็ปชัญ ฯลฯ

วัดนักบุญยอแซฟ ถือเป็นศูนย์กลางของคริสตชนชาวสยามในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีประวัติมาตั้งแต่ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อปีแยร์ ล็องแบร์ เดอ ลา ม็อต กับบาทหลวงอีก 2 องค์ ได้เข้ามาทูลขอสร้างโบสถ์คริสต์และโรงเรียน สมเด็จพระนารายณ์จึงทรงพระราชทานที่ดินแปลงหนึ่งให้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในสมัยนั้นว่า “ค่ายนักบุญยอแซฟ”(ข้อมูลวิกิพีเดีย)

โดยความขัดแย้งทางการเมืองได้อ้างศาสนาคริสต์มาคุกคามอย่างในละครทีวี ซึ่งเกิดการปฏิวัติสยามหรืออยุธยา ถูกเรียกว่า“การปฏิวัติ ค.ศ. 1688” (1688 Revolutionin Siam)ซึ่งชวนให้นึกถึงการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ (The Glorious Revolution) ที่เกิดในเกาะอังกฤษปีเดียวกัน

ด้านนโยบายการค้าที่พระเพทราชานำมาใช้นั้นมีอะไรที่คล้ายคลึงกับนโยบายที่โชกุนโตกุงะวะกระทำที่ญี่ปุ่น แม้พระเพทราชาจะไม่ถึงกับปิดประเทศแบบญี่ปุ่น ก็มีการผลักดันชาวฝรั่งเศสออกจากสยาม เปลี่ยนนโยบายการค้าที่เน้นฝั่งตะวันตกมาเป็นฝั่งตะวันออก ยุคสมัยของพระเพทราชาจึงเป็นยุคเริ่มต้นที่สยามกลับมาติดต่อสัมพันธ์กับจีน ส่งผลต่อการกลับมาเฟื่องฟูของบทบาทชาวจีนในสยามต่อเนื่องมาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ด้วย

ส่วนพ่อค้าฮอลันดาถึงจะเป็นชาติตะวันตก แต่ได้รับยกเว้นไม่ถูกต่อต้าน เนื่องจากฮอลันดา(กรณีวิลันดาที่กล่าวในละครทีวี)อยู่ฝ่ายสนับสนุนกลุ่มพระเพทราชาตั้งแต่ต้น แต่ด้านงานศิลปะแนวความคิดที่มองชาวตะวันตกว่าเป็นยักษ์เป็นมาร เป็นผู้ร้าย ปรากฏอยู่ในภาพจิตรกรรมฝาผนังตอนพระพุทธเจ้าปราบมารผจญ ในตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ วัดพุทไธสวรรย์ อยุธยา ซึ่งวาดในสมัยพระเพทราชาด้วย

เมื่อการสร้างราชวงศ์บ้านพลูหลวง ทำให้พุทธศาสนาถูกเชื่อมโยงกับชื่อของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๑มาถึง ๘ คือ สมเด็จพระเจ้าเสือ ซึ่งสรรเพชญ์ คำนี้มาจากภาษาสันสกฤตคือ สรฺวชฺญ หรือในภาษาบาลีคือ สพฺพญฺญ ด้วยความหมายเลยใช้เรียกแทนพระพุทธเจ้าด้วย เพราะทรงตรัสรู้ทุกสิ่งอย่าง (อาจจะเคยเห็นการเรียกพระพุทธเจ้าว่า พระสัพพัญญู หรือพระสรรเพชญ์พุทธเจ้า)

กระนั้น คำว่า สรรเพชญ์ สามารถสื่อถึงพระพุทธเจ้าได้ (พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท) เปรียบเทียบกษัตริย์ยุโรป ต้องมีชื่อสื่อถึงศาสนาคริสต์ กรณีชื่อนำหน้า แบบคริสต์กับลำดับตัวเลขรัชกาลหรือฉายา ย่อมทำให้ระบุได้ชัดเจน(เช่น George I,II,III,IV,V) เป็นต้น

ดังนั้น ประวัติศาสตร์ มีได้ทั้งเรื่องหลักฐานใหม่ ข้อมูลใหม่จากการขุดค้นโบราณคดี ข้อมูลจากเอกสาร โดยข้อมูลที่ค่อนข้างจะคลาดเคลื่อนไม่สมบูรณ์ด้วยข้อจำกัด กับวิธีวิทยาข้อมูล พร้อมการด่วนสรุปของนักประวัติศาสตร์ ก็เป็นข้อถกเถียงได้

แต่ถ้าประวัติศาสตร์ ก็อาจจะถูกพระเจ้าลิขิตไว้ คล้ายตัวละครพูดพระโหราธิบดีบอกกับพี่หมื่นว่าแม่นางเป็นลิขิตของเจ้า หรือแม่การะเกด กล่าวว่าประวัติศาสตร์ไม่เปลี่ยนไป โดยกรณีประวัติศาสตร์(******)เป็นประเด็นชวนให้ทบทวนเปรียบเทียบกระแสของละครทีวี ทั้งปัจจัยภายในของยุโรป ที่มีผลกระทบจากปัจจัยภายนอกการเดินทางมาอุษาคเนย์ ฯลฯ ด้วย

โดยเปรียบเทียบปัจจัยภายนอกและภายในสยามของอยุธยา ซึ่งเราสามารถสนทนากันอีกมากทั้งเรื่องแรงงานสมัยนั้น(ไพร่ ฯลฯ) และยกตัวอย่างจินดามณี เป็นตัวอักษรเขียนในสมุดไทย ก่อนยุคทุนนิยมการพิมพ์เข้ามาในสยาม จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงในสมัยที่John Bowring เป็นที่รู้จักกันดีนอกไทย จากตั้งสโลแกนว่า เป็นที่รู้จัก “การค้าเสรีคือ พระเยซูคริสต์ เป็นผู้ค้าเสรี”(*******) ภาพสะท้อนจากสนธิสัญญาเบาว์ริง(มีโลกาภิวัตน์การค้าเสรี)ช่วงยาวของระบบทุนนิยม(พระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า คือ มือที่มองไม่เห็นต่อกลไกตลาด)สะท้อนให้เห็นภาพวัฒนธรรมยุคสมัยของละครทีวีตามตลาดระบบทุนด้วย

อย่างไรก็ดี ประวัติศาสตร์ช่วงยาว มีรายละเอียดไม่ให้ถูกลืมไป แน่ละ หลายเรื่องในชีวิตของคนในความทรงจำกับหลงลืม ซึ่งผมยกตัวอย่างเคยเขียนเรื่องสั้นแก่นเรื่องการเมืองแบบย้อนเวลาในความทรงจำดัดแปลงคนจากอนาคตมาพบวิกฤติเหตุการณ์ปี2553 วิธีการเล่าเรื่องไม่ใหม่อย่างน้อยก็ช่วยย้อนความทรงจำผู้คนจากความจริงและจินตนาการ ให้เห็นการเรียนรู้อดีตไม่เพียงตามอำนาจของวาทกรรม ไม่ใช่เชื่อบิ๊กตู่จากละครทีวีรากนครามาถึงละครทีวีบุพเพสันนิวาส ‘บิ๊กตู่’ บ่น อ่านกันแต่ ‘บุพเพสันนิวาส’ หัดท่อง ‘จินดามณี’ กันบ้าง! (********) วาทกรรมจงตามบิ๊กตู่คืนความสุข… เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน… ตามกรรม(กัม ใช้อักษรตัว ร เป็นไม้หันอากาศได้ในจินดามณี) นี่คงใกล้หมดเวลาวาทกรรมด้วย

*ที่มาภาษาอังกฤษดู(หน้า 9)
https://books.google.co.th/books?id=4ybDAgAAQBAJ&printsec=frontcover&hl=th#v=onepage&q&f=false
จริง ๆ นะ วันนี้ซาราทุสตราทำการประมงได้ผลงดงาม จับคนไม่ได้เลยสักคน ได้แต่ศพ (นิตเช่ต้องการล้อเลียนพระดำรัสของพระเยซูที่ตรัสแก่สาวกรุ่นแรกว่า “จงตามเรามา เราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงจับคน” วิถีสู่อภิมนุษย์ ที่มา: Friedrich Wilhelm Nietzsche:ผู้แต่ง, กีรติ บุญเจือ:ผู้แปลและเรียบเรียงบางส่วน)
http://www.openbase.in.th/node/4909
(ผมอ่านแล้วคิดว่านิตเช่ นาจะสื่อเรื่องวาทกรรม เขาเป็น ผู้ให้อิทธิพลต่อฟูโกต์ มีผลงานว่าด้วยวาทกรรม)
**การสะสมความทรงจำ ละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับชุมชนจินตกรรม

***แม่หญิงการะเกด ผู้แต่งกายอย่าง “ลาว”

****บทปริทัศน์หนังสือ“การเมืองไทยสมัยพระนารายณ์”
https://www.tci-thaijo.org/index.php/thammasat_history/article/view/78482/62862

*****”แช่แข็งสยาม ยามแผ่นดินอาเพศ ยุคพระเพทราชา”
https://www.matichonweekly.com/culture/article_18023

****** ประวัติศาสตร์ อาจมีได้หลายด้าน

(ข้อคิดของอ.ชาญวิทย์ ผู้ทำวิทยานิพนธ์ปวศ.อยุธยา และผู้เขียน”อยุธยา : Discovering Ayutthaya”)
แซ่บหรือหาไม่? ดูชัดๆ ‘ฝีพายสยาม’ ในบุพเพฯ เทียบภาพจากบันทึกฝรั่งครั้งแผ่นดินพระนารายณ์
https://www.matichon.co.th/news/888283
“อยุธยา พลิกอดีต มุมมองใหม่”
http://asi.aru.ac.th/?p=5900
*******BENEDICT ANDERSON RIDDLES OF YELLOW AND RED
https://newleftreview.org/II/97/benedict-anderson-riddles-of-yellow-and-red
(ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของสยามเริ่มขึ้นในปีพ. ศ. 2310 เมื่อเก้าปีก่อนที่สหรัฐฯประกาศอิสรภาพจากอังกฤษโดยอ.เบน ใช้อธิบายประวัติศาสตร์หลังกรุงแตกหรือยุคพระเจ้าตากสิน ซึ่งหลังการสืบต่อยุคพระเจ้าเสือ)
พระเจ้ากรุงสยาม กับ เซอร์จอห์น เบาว์ริง (The King of Siam : Sir John Bowring)

(ดูเพิ่มเติมการค้าเสรี:จากอดัม สมิธ ถึงเบาว์ริง และ”พระเยซูเจ้า คือ การค้าเสรี”:ความคิดสมัยใหม่ของเซอร์จอห์น เบาว์ริง)
********‘บิ๊กตู่’ บ่น อ่านกันแต่ ‘บุพเพสันนิวาส’ หัดท่อง ‘จินดามณี’ กันบ้าง! (มีคลิป)
https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_892449
(ภาพประกอบจากละครทีวีบุพเพสันนิวาส กับภาพวัดนักบุญยอแซฟ และภาพเปรียบเทียบสมุดภาพไตรภูมิ)

29.5
ผมเดินสำรวจดูเจอโฮมสเตย์ Once upon a time กาลครั้ง 1ถ่ายรูปเล่น และต่อมาวันนั้นร้านคำแพงเป็นร้านอาหารดูละครทีวีบุพเพสันนิวาส กระแสไปทั่วจริงๆ ดูแลสุขภาพอย่าเหมือนผมมีอาการหวัดแล้ว ครับ

Michael Leahai ครับ ท่านหมื่น

ครับท่านผู้พัน555 ช่วงก่อนเชิญคนเที่ยวท่านน่าจะเป็นแบบทราเวล บล็อกเกอร์ มีสาวๆมาเที่ยวแจม

Anusorn Mekboot เขาดูกันทั้งเมือง ท่านไม่ดูบ้างฤา…
น่าลองไปสำรวจหมู่บ้านชาวเขาดูบ้างนะว่าติดละครเรื่องบุพเพฯหรือป่าว
ครับท่าน ผมก็ได้ดูละครทีวีไว้ว่างๆสมมติไปหมู่บ้านชาวเขาดอยสุเทพสำรวจหลังไหว้พระใกล้ดีฮร่า

29.6
ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ พักจากหลายเรื่องในชีวิต มีภาพความทรงจำระหว่างป้ายบอกทาง และลำน้ำโขง

Wathinee Khumsaeng เส้นทางนั้นยาวไกลแต่หัวใจนั้นต้องแกร่ง
เห็นด้วยครับ เส้นทางนั้นยาวไกลแต่หัวใจนั้นต้องแกร่งดูแลสุขภาพตัวผมให้ดีด้วย ครับ
Anusorn Mekboot ผมเห็นป้ายอ.พล นึกถึงละครช่อง7สมัยก่อนเรื่องคมแฝก ที่ป๋อ นัฐวุฒิ,นุ่น วรนุช,เคลลี่ ธนะพัฒน์ เป็นนักแสดงหลัก และเป็นเรื่องราวของเมืองพล ตอนนี้ช่อง3กำลังทำใหม่กลับมาฉายอีกยุค…
ผมชักอยากจะสำรวจเส้นทางเพื่อเป็นบันทึกแห่งความทรงจำ ต้องเรียนรู้จากท่านแล้วละ

ครับท่าน ผมใบ้หวยตัวเลขป้ายเมืองพล 555ผมเห็นโฆษณาแล้วละครทีวีไทย 1.ยุคนั้นดังมากคมแฝก เมืองพล ไปขอนแก่นก็นึกถึงเรื่องนี้ ดังกว่าหนังอภิชาตพงศ์เรื่องรักที่ขอนแก่นอีก

2.ท่านจัดทัวร์เลยท่านมีบัตรไกด์ด้วย ภาคใต้ยังมาเลเซียเป็นTravel บล็อกเกอร์ตามคลิปนี้เลยครับ

Anusorn Mekbootขอบคุณสำหรับคำแนะนำ
ตอนนี้ผมอยากหาสมาชิกไปผจญภัย มีอยู่2ที่ๆอยากไป
1.มาซูปิกซู ประเทศเปรู คนไทยไม่ต้องใช้วีซ่า ไปด้วยงบ5x,xxx บาท รวมทุกอย่าง
2.ปีนเขาโคตา คินาบารู รัฐซาบาห์ มาเลเซียตะวันออก อยู่บนเกาะบอร์เนียว ด้วยงบ 2x,xxx บาท ทริปนี้ต้องฟิตร่างกาย
ท่านสนใจไหมชวนท่านเชายานอฟด้วยก็ได้
1.ผมไม่ได้แนะนำท่านแค่เสนอไอเดียลอยๆ ฮร่า ประเทศเปรู หลายวันก่อนบังเอิญเจอรุ่นพี่นักแปล เพิ่งกลับมาได้สนทนากันนิดหน่อย ที่กาดขายของ แต่ที่ท่านเสนอผมยังไม่มีเงินฟรีแลนซ์ดูหนังได้พกงานไปทำหลายที่ด้วย
2.ปีนเขา ที่มาเลเซียสนใจ ทริปดูเงินไม่ค่อยเยอะอยากไปมาเลเซียไปดูเมืองกรุงมาเลย์จัดเลยไปด้วย คือ ผมเน้นสายกินดื่ม แต่ไม่อยากลำบากปีนเขา เคยอ่านงานอ.เสกสรรค์ เท่าที่จำได้ตีความกล่าวถึงพวกชนชั้นกลาง ถึงพวกมีเงินไปปีนเขาเอเวอร์เรต์ สรุปง่ายๆพวกนี้ชอบเสี่ยงจากโลกทุนนิยมถึงเขาเอเวอร์เรต์ที่อาจเจ็บอาจตายจากปีนเขาทั้งที่มีเงินอยากลำบาก แสวงหามีเวลา แทนที่ใช้เงินให้คุ้มกับชีวิตแบบไม่เสี่ยงชีวิตตาย ส่วนท่านเชายานอฟ มาจากฉายาภาษารัสเซีย จะลองชวนดู แต่เราน่าไปรัสเซียตามชื่อฉายา และน่าสนใจสหภาพโซเวียต สืบทอดมรดกมาจากรัฐแห่งราชวงศ์ศตวรรษที่19 ก่อนสมัยการเกิดขึ้นของลัทธิชาตินิยม มากกว่าจะเป็นต้นกำเนิดของระบบโลกสากลในศตวรรษที่21… …Benedict Anderson,Imagined Communities: Reflections on the Origin and Spread of Nationalism(สหภาพโซเวียต คือ พรรคบอลเชวิก)

Posted in Uncategorized | Leave a comment

มรดกยุคเรืองปัญญา มรดกอุปมาปลาในน้ำ ต่อมรดกชาตินิยมของทหารและสงครามต่อTake over และการซ่อมสร้างประวัติศาสตร์ มรดก 14 ตุลา มรดก 19 กันยา

1 กุมภา
มรดกสงครามของทหารตั้งพรรค พคท.Takeoverพรรคของนิสิตนักศึกษา และมรดก 14 ตุลา
วันนี้ในอดีตวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) – พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศเปิดสมรภูมิร่มเกล้า ระหว่างไทย-ลาว ที่อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

ผมใช้ตรรกะเหตุผลเพียงเรียนรู้จากอดีตทบทวนความทรงจำกับหลงลืมตามธรรมดาของมนุษย์ วิเคราะห์จุดเปลี่ยนเหตุปัจจัยกำหนด สะท้อนเงื่อนไขภาวะวิสัยยากจากก่อนและหลังรัฐประหารตามวันเวลา(*) ซึ่งผมได้เขียนถึงมรดกทางความคิดมาบ้างแล้ว ก็เตรียมร่างเขียนกรอบโครงเรื่องมรดกสงครามของทหารตั้งพรรค พคท.Takeoverนิสิตนักศึกษา มรดกสงครามเศรษฐกิจ มรดก 14 ตุลา มรดก35 มรดก 2540(มรดกวิกฤติเศรษฐกิจ) มรดก19กันยา และมรดกรัฐธรรมนูญ 50 ในโลกาภิวัตน์(ถ้ามีโอกาสจะเขียน) อันสะท้อนช่วงยาว

แต่ไม่มีเวลาเขียนยาวมาก โดยส่วนตัวเริ่มกรอบโครงเรื่องมรดกสงครามของทหารตั้งพรรค พคท.Takeoverนิสิตนักศึกษา (Takeover พรรคสัจธรรม ม.รามฯ และพรรคในม.ธรรมศาสตร์) มรดก 14 ตุลา จากจุดกำเนิดอดีตยาวไกลสะท้อนภาพกองทัพทหารไทย(ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ต่อมาดินแดนแห่งกระวานกับมะม่วง อาจหมายถึงภาคกลางไทยที่อาณาจักรพระเจ้าชัยวรมันที่2แผ่ไพศาลไปถึง ดินแดนนี้) ที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ที่ปราสาทนครวัด

จากภาพจำหลักหินด้านหนึ่งเป็นภาพกองทัพสยามที่ส่งไปช่วยรบกับพวกจาม เคยมีอักษรจารึกกำกับเหนือภาพไว้ว่า “สยำ กุก” (ปัจจุบันถูกเอาออกไปแล้ว) สันนิษฐานว่าน่าจะหมายถึงทัพสยามจากลุ่มแม่น้ำกก คือเชียงราย เชียงแสน หรือจากสุพรรณบุรี(หรือสยาม-ละโว้) และภาพจำหลักเห็นทหารจามบนเรือกับปลา ทหารเขมรจมน้ำ ฯลฯ(ภาพจากปราสาทBayon ณ นครวัด ดังกล่าว)

ซึ่งชาวจาม เรียนรู้กันมาว่าอยู่ในเวียดนาม ลำดับประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ก็ผมได้เขียนจุดกำเนิดรัฐชาติ และทหารไทย ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยกับญี่ปุ่น Takeoverไทย ซึ่งผมเปรียบเทียบจีนกับญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ทหารขึ้นมาแทนฝ่ายปรีดี ช่วงพคท.ก็เข้าเกี่ยวพันตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 พอฝ่ายจอมพลป.พ่าย มีแนวร่วมพคท.กับสฤษดิ์ ตามแนวTakeover จอมพลป.ตั้งพรรคดังกล่าว

มรดกสงครามของทหารตั้งพรรค
อิทธิพลของอเมริกาต่อแนวคิดฝ่ายขวา มีตั้งแต่หลังช่วงทศวรรษ 2490 เกี่ยวกับนโยบายและมาตรการแอนตี้คอมมิวนิสต์ของรัฐบาล ก็พบว่าช่วงนั้นทางการอเมริกาและฟิลิปปินส์มีการส่งเอกสารข้อมูลแนะนำวิธีการต่อต้านคอมมิวนิสต์มาให้ทางราชการไทยไม่หยุดหย่อน เอกสารเหล่านี้ก็เผยแพร่ในวงราชการ แล้วยังมีหนังแอนตี้คอมมิวนิสต์ของยูซิส (USIS – United States Information Service) มาเร่ฉายในชนบทไทย เป็นต้น

เมื่อภาพสะท้อนมรดกฐานทัพอากาศอเมริกา มีสนามบินที่อู่ตะเภา โคราช นครพนม อุบลราชธานี อุดรธานี โดยเรามาย้อนทบทวน กรณีพจน์ สารสิน(ที่มีชื่อสะพานสารสินที่ภูเก็ต) ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 9 เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2500 หลังจากการทำรัฐประหารของสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยพจน์(ได้รับสนับสนุนจากอเมริกาเขาเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการของซีโต้/SEATO) ซึ่งต่อมากองทัพพยายามทำการปรับเปลี่ยนจากระบบโครงสร้างตามอเมริกา ภายใต้การต่อสู้กับกองกำลังคอมมิวนิสต์ จากเหตุการณ์ในเวียดนามใต้,ลาว และกัมพูชา ซึ่งโซเวียตและจีนหนุนหลังกองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์ (ดูหนังThe Ugly American)

ซึ่งเรามีข้อมูลปรากฏแนวการวิเคราะห์อำนาจทางทหารขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี เดินตามนโยบายอเมริกา ในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ ปีพ.ศ.2500 ทางไทยได้มีวางแผนพัฒนา เศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรก โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความหมายธรรมชาติเน้นด้านกายภาพธรรมชาติมีค่าทางเศรษฐกิจ สมควรแก่การอนุรักษ์เพื่อความมั่นคงนั้น ปลูกฝังผ่านการศึกษาด้วย

กระนั้น ยกตัวอย่างสงครามเศรษฐกิจ มีป๋วย อึ้งภากรณ์ เคยบรรยายสงครามเศรษฐกิจ ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในวันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม 2510 และวันที่22 ม.ค. 2511 (ค.ศ. 1968) – วันก่อตั้งองค์กรปลดปล่อยสหปัตตานี(มีมรดกต่อเหตุระเบิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 ม.ค.61 บริเวณหน้าตลาดสดพิมลชัยหน้าร้านค้าส่ง ซอย 3 ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา)

จนกระทั่ง เกิดการเรียกร้องทางการเมือง พ.ศ.2516 และผลกระทบที่ก่อให้เกิดการตื่นตัวมีส่วนร่วมทางการเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา อาจารย์และ ภาคประชาชนต่อปัญหาด้านนโยบายการต่างประเทศของไทยต่อประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเน้นแต่เรื่องความมั่นคงโดยการปฏิบัติงานของกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ และในไทยมีขบวนการเคลื่อนไหวอีกครั้งในพ.ศ.2519 (ต่อมาเกิดสงครามโซเวียต–อัฟกานิสถาน ปี2522-32 ถูกขนานนามว่า “สงครามเวียดนามของสหภาพโซเวียต” Soviet Union’s Vietnam War และ “กับดักหมี” Bear Trap) แน่นอน มีสฤษดิ์ ตามแนวTakeover พรรคเสรีมนังคศิลาของจอมพลป.ตั้งพรรคพรรคชาติสังคม (และพรรคสหภูมิ) มีถนอมร่วมตั้งพรรค ต่อมาถนอมตั้งพรรคสหประชาไทย แนวTakeoverด้วย

พคท.Takeover นิสิตนักศึกษา
กรณีทหารจากสงครามโลกครั้งที่2 จากญี่ปุ่นมาอเมริกา มีอิทธิพลต่อไทย และถนอม ตั้งพรรคสหประชาไทย จนกระทั่งเลือกตั้งและรัฐประหารตัวเองในปี2514 ต่อมาช่วง 14 ตุลาถึง 6 ตุลาฯ มีการเขียนมากแล้วจะเน้นมองTakeoverโดยยกตัวอย่างพคท.Takeoverนิสิตนักศึกษา และนักศึกษาTakeover พรรคสัจธรรม

กระแสพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)เข้ามาTakeover มีอิทธิพลต่อนักศึกษา และความคิดของพคท.องค์กรภาคประชาชนเข้มแข็งและทรงพลังมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย อาจจะสร้างเอกภาพในขบวนการนักศึกษาได้ และผลงานขบวนการนักศึกษามาจากพคท.จัดตั้งคนตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน เข้าไปมหาวิทยาลัยเลยกลายเป็นกำลังหลักของมหาวิทยาลัยที่เด่นที่สุด คือที่

รามคำแหง รุ่นที่ดังๆ อย่างบุญส่ง ชเลธร พินิจ จารุสมบัติ วิสา คัญทัพ ตอนเกิด 14 ตุลา พวกนี้บางคนอาจจะยังไม่จบ เพราะเรียนนาน แต่พวกนี้เป็นนักกิจกรรม ไม่มีไอเดียเรื่องการจัดตั้ง มีแต่การเคลื่อนไหวแต่พอมีนักกิจกรรมที่มาจากนักเรียนจำนวนหนึ่งเข้าไปในปี17-18 พวกนี้เริ่มรับกระแสพคท. ตั้งแต่เป็นนักเรียนพอเข้าไปถึงก็เข้าไปtakeoverพรรคสัจธรรม

แล้วกลายเป็นกำลังหลักของพรรคสัจธรรมไป เป็นต้น ธรรมศาสตร์เองก็เช่นกัน พร้อมๆกันนั้นพวกนี้(อดีตนักเรียนที่ได้อิทธิพลพคท.) ก็มีส่วนกระตุ้นทำให้นักศึกษาที่ทำกิจกรรม รุ่นที่เข้ามหาวิทยาลัยในช่วงนั้นพร้อมพวกเขากลายเป็นซ้ายแบบพคท.(ขบวนการ 14 ตุลา กับ พคท. โดยสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล)

เมื่ออเมริกามีฐานทัพและกำลังทหารในเมืองไทยแล้ว ก็ปรากฏข้อมูลจากบันทึกของนักศึกษาที่เข้าป่าในชั้นหลังบอกเล่าว่าข้างฝ่ายจีนก็ส่งกองกำลังเข้ามาช่วย พคท. รบกับรัฐบาลไทยในฐานที่มั่นทางภาคเหนือ เป็นภาพสะท้อนเชิงซ้อนดังกล่าว ทำให้ทหารไทยสัมพันธ์อเมริกากับการรบเวียดนาม ลาว สะท้อนผ่านภาพแผนที่อุปมาคอมมิวนิสต์เวียดนาม ลาว กัมพูชามาบ้างแล้ว(กระแสซ้ายจีน กับอุปมาทหารคอมมิวนิสต์จะTakeover คือ เขมือบอย่างปลากลืนกินไทย)

ต่อมาซีโต้ยุบเลิกอย่างเป็นทางการเมื่อ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2520 เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองของโลกได้เปลี่ยนไปมาก สหรัฐอเมริกาถอนกำลังทหารออกจาก เวียดนามใต้ และรัฐบาลที่อเมริกาสนับสนุนประสบความพ่ายแพ้ทั้งในเวียดนาม ลาว และกัมพูชา และทำให้องค์การซีโต้หมดความจำเป็นในฐานะเครื่องมือในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคนี้

มรดกของซีโต้ในประเทศไทยคงเหลือเพียงอาคารสำนักงานใหญ่ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ใช้เป็นที่ทำการส่วนหนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศไทยอยู่หลายปี ต่อมาถูกรื้อถอนลงและมีการสร้างอาคารที่ทำการแห่งใหม่ของกระทรวงการต่างประเทศ (หลังปัจจุบัน)ในพื้นที่เดิม

แล้วมีพรรคความหวังใหม่ของชวลิต(2533) และพรรคร่วมต้านคณะรสช.(ดูดส.ส.เข้าพรรคสามัคคีธรรมเกิดพฤษภา35 ) ซึ่งมีข้อมูลแนวการวิเคราะห์และข่าว รวมทั้งนักวิชาการ มรดกพฤษภาปี2535 การดูดส.ส.Takeover หรือพรรคพลังธรรมในกระแสโลกาภิวัตน์ขึ้น (แล้วกลายเป็นพรรคไทยรักไทย) มีกระแสโลกิวัตน์ ก็การเกิดขึ้นของระบบทุนนิยมไร้พรมแดน เข้าครอบเศรษฐกิจระดับชาติและรัฐชาตินั้น เนื้อหาที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลัง คือ กระบวนการล่าอาณานิคมยุคใหม่ ภายใต้เครื่องหมายการค้าที่โก้หรูว่าด้วยตลาดเสรีหรือการค้าเสรี การล่าอาณานิคมในยุคนี้ ผู้ล่าไม่ใช้เรือปืนหรือกองทัพใหญ่โตมายึดครองประเทศ แต่ใช้เงินและระบบสื่อสารไร้พรมแดนเป็นอาวุธสำคัญ

หลังสงครามเย็น ยุคอาณานิคม(แบบเก่า) มาสิ้นสุดลงเนื่องจากการปฏิบัติทางเทคโนโลยีใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศได้ก่อให้เกิดเงื่อนไขใหม่ที่ระบบทุนโลก(ไร้พรมแดน)สามารถแผ่อำนาจครอบระบบโลกทั้งหมดโดยตรง การกำเนิดขึ้นของตลาดเงินและตลาดหุ้นไร้พรมแดน คือ ที่มาของพลังอำนาจใหม่เพราะระบบเงินเก็งกำไรไร้พรมแดนเหล่านี้สามารถขยายตัวเข้าควบคุมเหนือระบบเงินตราระดับประเทศทั้งหมดต้องขึ้นต่อการไหลเข้าหรือไหลออกของเงินไร้พรมแดน จนเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่าฟองสบู่ขึ้น จนกระทั่งเงินไร้พรมแดนไหลออก ฟองสบู่ที่เกิดขึ้นก็จะแตกลง เศรษฐกิจระดับประเทศก็จะพังพินาศลง ตลาดหุ้นและตลาดเงินไร้พรมแดนได้กลายเป็นพลังอำนาจเหนือการเคลื่อนไหวของระบบเงินและการขึ้นลงของเศรษฐกิจ(ระดับชาติ)ทั่วโลก(**)

ซึ่งคนที่ลงทุนกับหุ้น ที่ดิน บ้านและคอนโด เพราะไม่มีใครซื้อ ใบโฉนดจึงไม่ต่างจากกระดาษเปล่า ส่วนคนกู้เงินมาขยายธุรกิจต้องเจอภาวะหนี้ท่วมตัว เพราะลูกค้าหนีหาย ขณะที่แวดวงก่อสร้าง จำใจทิ้งงาน เพราะไม่มีเงินทุนสร้างต่อ กลายเป็นตึกร้าง หมู่บ้านจัดสรรร้าง ส่วนคนทำงานบริษัทก็หนักไม่เบา โดนให้ออก เพื่อลดต้นทุน

มรดก 14 ตุลา
ภาพสะท้อนTakeoverดังกล่าวทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เป็นมรดกตกทอดมาจากกระแสความคิดแบบพคท.ที่ปัญญาชน 14 ตุลาจำนวนมากเคยถูกพคท.Takeoverในสมัยก่อน และประเด็นนี้เป็นตัวกำหนด (determinant) ประเด็นอื่นๆ ส่งผลสะเทือนชักนำประเด็นอื่นๆ เหมือนกับเป็น “แกน” ของ “ฉันทามติ”หรือแห่งยุคสมัย” (Zeitgeist)อุปมาญี่ปุ่นTakeoverไทย(แล้วไทยไม่เหมือนญี่ปุ่นไม่มีรัฐประหาร)

เมื่อวันเวลาหลัง14 ตุลามามีการเปลี่ยนแปลงหลังสงครามเย็นเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า และผมเคยเล่าแล้วบางส่วนประสบการณ์ส่วนตัวของผมจากรุ่นพี่พรรคนักศึกษาในมหา’ลัยเชียงใหม่ มีชื่อถูกTakeoverในข้อมูลร่วมกันสู้ของมหาจำลองในปี35 (ผมเล่าเพิ่มสั้นๆยกตัวอย่างหนังสือจิตสำนึกและอุดมการณ์ของขบวนการประชาธิปไตยร่วมสมัยมีสัมมนาวิชาการฯปี38ก่อนพิมพ์ปี39ไม่มีเรื่องขบวนการนศ.?) มายุคสมัยผมทำกิจกรรมหลังปี2540 ต่อมามรดก14 ตุลา ตามชื่อหนัง 14 ตุลา สงครามประชาชน(หนังปี2544) ถ้าผมเล่าประสบการณ์สมัยเรียนและสมัยทำกิจกรรมจะยาวรวบรัด ตัดภาพมามรดก 14 ตุลา

ซึ่งการเปรียบเทียบไทยกับอินโดฯ (อ.เบนเคยเขียนไว้ปี2536ซับซ้อนอุปมาถึงผู้กำกับหนังสัตยาจิต เรย์ด้วย)แล้วพวกสหายไทยเคยเป็นคอมมิวนิสต์ไทยยังโชคดีกว่าอินโดฯได้อยู่ตำแหน่งมหา’ลัย สื่อสารมวลชน และรัฐสภา (ผมเคยเขียนถึงอินโดฯมาบ้างแล้วดังกล่าวโดยย่อสำนวนเปรียบเทียบทั้งพวกนศ.ที่เป็นอาจาย์มหา’ลัย โดยผมเขียนเปรียบเพิ่มเติมอินโดฯกว่าจะล้มซูฮาร์โตครองอำนาจนาน ก็หลังวิกฤติเศรษฐกิจ 40-41จึงได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังจากการเดินขบวนต่อต้านจากนักศึกษาและประชาชน)

แน่ละ เราทบทวนมรดกสงคราม มรดก 14 ตุลา มรดกรัฐธรรมนูญ 2540 คือ ช่วงทศวรรษ 1980(2523-2532)และ1990(2533-2542)ผู้คนในประเทศไทยมองเห็นและรู้สึกถึงลำดับเหตุการณ์ของการปฏิรูปสังคมและการเมือง หรือการปฏิวัติของยุคทศวรรษ 1960-1970(2502-2522)คนเหล่านี้คิดว่าพวกเขารู้ เกี่ยวกับประเทศไทยยุคต้นๆ แต่กลับพบว่าเขาจำไม่ได้ถึงความสำเร็จของความเป็นชาติ ในเชิงกายภาพแล้ว มันมีเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬาร…(***)

ดังนั้น ผมทบทวนความทรงจำย่อไว้(****)นำเสนอสั้นๆก่อนการเปรียบเทียบมรดกรัฐธรรมนูญ เห็นในแง่มุมอดีตก่อนการใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 มีกลุ่มที่ได้แสดงความคิดเห็นทำนองว่า รัฐบาลผสมในสมัยก่อนหน้านั้นอ่อนแอ และไม่สามารถนำพาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้ จึงได้ร่วมกันสร้างรัฐธรรมนูญที่ทำให้รัฐบาลเข้มแข็งขึ้นมา ด้วยรัฐธรรมนูญ 2540 ต่อมาหลังสงครามชายแดนปราสาทพระวิหาร 54 ทบทวน20 ปีหลังวิกฤตผ่านไปแล้ว รัฐบาลทหารน่าจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์หยุดทำร้ายประเทศไทย ส่วนกลุ่มเคลื่อนไหวในปัจจุบัน เรายังโชคดี สู้ต่อไป!

*การซ่อมสร้างประวัติศาสตร์หลังสงคราม

18 มกราคม 2014

(ตอนนั้นผมเขียนอย่างมองโลกแง่ดีแล้ว)
ปัญหารัฐธรรมนูญ 2550: นิยายและความจริง ในภาพสะท้อนเราใกล้ชิดเส้นชัย
https://prachatai.com/journal/2010/12/32184

**ข้อมูลวิทยานิพนธ์ของผม(โชคดีที่ผมได้นำเสนอวิทยานิพนธ์ที่มหา’ลัยแห่งชาติสิงคโปร์)ได้มรดกความคิดของหนังสือกำเนิดสยามจากแผนที่ฯ เป็นพื้นฐานอย่างที่เล่ามาบ้างแล้ว ซึ่งไม่ได้ค้นต้นกำเนิดจากสัตว์กินนมจำพวกลิง สู่ยุคน้ำแข็งละลาย-สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แล้วกำเนิดมาแต่น้ำตามแบบหนังสือน้ำ:บ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมไทย หรือวิทยานิพนธ์ป.เอกของเขาเรื่องสถาปัตยกรรมและวิวัฒนาการตั้งถิ่นฐานของสังคมชาวน้ำทั่วโลก(หัวข้อใหญ่!)-Naga: Cultural Origins in Siam and the West Pacific(หน้าปกรูปกองทัพทหารบนเรือเหมือนกับภาพที่ผมนำเสนอด้วย) และมีอิทธิพลของเทียนชัย หรือยุคศรีอาริยะ จากที่เขา ทำวิทยานิพนธ์The Political Economy of Thailand : The Thai Peripheral state 1958-1988 (and its analysis relied heavily on dependency theory to explain Thailand’s enmeshment in American security strategies after World War II) เขาทำเสร็จกลับมาจากอเมริกามาวิจารณ์โลกาภิวัตน์ และเสนอแนววัฒนธรรมชุมชน ดูข้อมูลหนังสือNational Identity And Its Defenders Thailand Today(1 ม.ค. 2545/2002) และดูข้อมูล
PhD Recipients
https://www.binghamton.edu/sociology/graduate-program/phdrecip.html
***ดูเพิ่มเติมเดวิด เค วัยอาจ“ประวัติศาสตร์ไทยฉบับสังเขป”
****ผมหยุดเขียนใช้เวลาเตรียมร่างเขียนไว้เรียบเรียงไว้กะเผยแพร่ตั้งแต่27 ม.ค.แล้วตัดสินใจข้ามไปก่อนด้วย และผมได้เขียนถึงการสะสมความทรงจำเป็นภาพสะท้อนเรื่องของช่วงยาวทางประวัติศาสตร์ดังที่ผมกล่าวไปบ้างแล้ว ซึ่งผมไม่ใช่ขงเบ้งหยั่งรู้อำนาจวิเศษได้ และผมไม่มีพลังผี พลังสาปแช่งให้ฉิบหาย…ตามอำนาจวิเศษ แค่ตรรกะเหตุผล

(ภาพกองทัพทหารไทย ที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ที่ปราสาทนครวัด และภาพประกอบแผนที่ไตรภูมิ อยู่ในเอกสารประกอบการสอน วิชาประวัติศาสตร์ทหาร หน่วยงานที่จัดทำ กรมยุทธการทหารบก โดยกองประวัติศาสตร์ทหาร ๒๕๕๔ซึ่งผมทำซ้ำขยายความเพิ่มเติม ภาพปราสาทบายน จากวิกิพีเดียBayon)

1.2
ขายหนังสือ 1.วัฒนธรรมล้านนาไทย / มณี พยอมยงค์ 2. คัมภีร์พระธรรมศาสตร์บูราณ 3.คนญี่ปุ่นที่ยังไม่มีคนเขียนถึง 4.พจนานุกรมศัพท์ศิลปะ อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. 5.เครื่องปั้นดินเผาไทย / โดย จอห์น ชอว์ 6.นิพนธ์สองบท นิพนธ์สามบทของเหมาเจ๋อตุง

1.3
ภูเก็ตในความทรงจำ(อีกบางภาพ)
1.เมื่อผมเกิดอาการโพสต์รูปError ครั้งที่แล้วเหลือรูปอีก ก็ได้อ่านข่าวทุบทิ้งแล้ว‘หลวงพ่อแช่ม’องค์ยักษ์ สูง 30 เมตร(ที่ภูเก็ต) คิดอยากเขียนอะไรเพิ่มเติมรำลึกความทรงจำเพิ่ม(*)
2.ทบทวนความทรงจำระหว่างไปภูเก็ต11ปีก่อนความทรงจำผ่านชุมพร นึกถึงลุงไพบูลย์ นักเขียน ตอนนั้นนั่งรถทัวร์ไกลมากแวะตามจังหวัดรายทาง ก็นึกถึงพี่ชิด ชยากร (กลุ่มนักเขียนทางใต้ที่เจองานค่ายวรรณกรรมพานแว่นฟ้า หลายคนเด็กนักเรียนคงโตๆกันแล้ว วันเวลาผ่านไป)

3.บางภาพมาจากกล้องถ่ายรูปโทรศัพท์มือถือของผมกับญาติ และผมมีภาพเหลืออยู่ไม่ได้โพสต์จากกรณีเฟซฯ มีError โพสต์อีกไม่มาก บางภาพเผลอลบรูปไปแล้ว บางรูปบรรยากาศ รูปคนและผมนึกออกเลยเล่าต่อ จากตอนจบ ก็จำได้หนังสือรัฐศาสตร์ ที่หายไปจากลืมบนรถทัวร์(**) คือ ฉบับรัฐศาสตร์สาร: ปีที่ 21 ฉบับที่ 3 (2542)
โอ้ชีวิตความทรงจำใหม่และเก่าF. Braudel, Memory and the Mediterraneanได้Seeing The Sea

4.ข่าวอ.เทพศิริ ที่รู้จักกันตอนนี้ได้รางวัลศิลปินแห่งชาติ สำหรับผมช่วงนี้เร่งทำหนังสือไม่มีประกวดหนังสั้นอะไรเลย กำลังเป็นช่วงหยุดยาว ก็มีละครทีวีแม่อายสะอื้นกลับมาทำซ้ำ ซึ่งดูบ้าง เพราะผมถูกคนเคยขนานนามหนังสั้นน้ำตาแม่อายเป็นแม่อายสะอื้น!

*ดูลิ๊งก์ ภูเก็ตในความทรงจำกับซี่รียส์ภาพได้

**มีงานเขียนพลังของแนวคิดชาติ-ชาตินิยมกับการเมืองไทยในสมัยแรกเริ่มของรัฐประชาชาติ
http://toshokanreview.blogspot.com/2008/08/21-3-2542.html

555 ใบ้หวยเลย ถ้ารู้เลขผมซื้อเองแล้ว เอ่อ ผมนึกได้ว่ามีเรื่องเกี่ยวกับอิสลามอยากเล่าให้ฟังวันนั้นเจอกันดันลืมมีโอกาสเจอกันเก็บไว้เล่าด้วย

1.4
ราตรีสวัสดิ์ ภาพบนเครื่องบิน ตอนนี้ผมนึกพักผ่อนจากหลายเรื่องในชีวิต

5 กุมภา
ขายหนังสือ ในเหมืองแร่มีนิยายแถมแผ่นหนัง รวม 150บ. โลกียชน(toteyafate) จอหน์สไตนเบ็ค,คลื่นลูกที่สาม
แผลเก่า,เกาะกระแสข่าวมรณกรรมของ ‘ยีน ชาร์ป’ นักสันติวิธี โดยขายหนังสืออหิงสาฯ และขายหนังสือซ้ำตามภาพ(*)ด้วย
*https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1873165729379313&set=a.103468286349075.7792.100000577118415&type=3&theater

5.2
การเดินทาง ดูหนัง และบทอู้สาวสำหรับคู่รัก ชายตกปลา(หญิง)
เมื่อภาพสนามบิน การเดินทางรำลึกเล่าบทอู้สาว คือ ผู้ชายเปรียบเสมือนคนไปตกเบ็ด หากปลาไม่กินเบ็ดก็ไม่ได้คู่รัก ในการเดินทางท่องเที่ยวจากเชียงใหม่สู่พิจิตร เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ภาพผ่านเมืองนครสวรรค์ โดยผมนั่งรถยนต์ของญาติ ดูหนังอย่างเรื่องมหาวิทยาลัยเหมืองแร่ ที่เก็บไว้แบบมาดูบ้าง(หรือหนังสืออย่างที่เคยเล่าไว้) ถ้าผมไม่มีเวลาอ่านหนังสือ อยู่บนเครื่องบิน มีหนังให้ดูหนังไปได้สาระบันเทิงไปบ้างตามรูป(อยู่ภูเก็ตดูทวีดูหนังของที่พัก) หรือระหว่างนั่งรอเครื่องบิน และเราก็คุยกันหลายเรื่องยกตัวอย่างบทอู้สาวของคนไทยยวน…สองฝ่ายได้ตกลงรับเอากันเป็นคู่รัก คือ “ตั๋วพ่อตั๊วแม่”กันแล้ว ต่อไปนี้ ก็จะเป็นหนุ่มสาวหรือตั๋วพ่อตั๋วแม่อู้กันไป ตัวแม่ก็จะว่าผู้ชายหาตัวแม่ง่าย ไม่ใช่เหมือนแม่หญิง ผู้ชายก็ว่าผู้หญิงหาตัวพ่อง่ายกว่าผู้ชาย เพราะแม่หญิงเป็นคนอยู่ จะเอาหรือไม่เอาก็ได้ ผู้ชายเปรียบเสมือนคนไปตกเบ็ด หากปลากินเบ็ดก็ได้

หากปลาไม่กินเบ็ดก็ไม่ได้คู่รัก ฝายหญิงก็จะแก้ว่าไม่จริง เพราะลางทีปลาจะกินเบ็ดแท้ๆ แต่เบ็ดไม่ยอมติดก็มี และพูดคุยกันไปอย่างอื่น จนสนิทชิดชอบกันกว่าธรรมดา(อ้างสงวน โชติรัตน์ ในหนังสือไทยยวน-คนเมือง)

โดยผมเล่าเรื่องนี้คุยเรื่องชีวิตคู่ไม่ง่าย(*) เล่าชีวิตรับฟังแม่เล่านั่งรถไฟถึงกรุงเทพฯพาลูกสาว(น้องสาว)หลังคลอดให้กำเนิดลูกสาวพามารักษาที่นี่ไหว้กับศาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯตามภาพ ซึ่งแม่เล่าว่าไหว้ไว้ถ้าลูกหายดีได้เป็นทำงานเกี่ยวกับแพทย์อย่างนี้จะมาไหว้ที่นี่จากขาไปมาขากลับที่ผมจะเล่าต่อด้วย

*ดูเพิ่มเติม:ประเพณีกินแขกแต่งงาน วัฒนธรรมการเลือกคู่ครอง ในประเพณีแอ่วสาว
ตัวอย่างบทอู้สาว
ช.ต้นนี้หยังมางามนักหนา กลัวมีเทวดารักษาเฝ้าอยู่
ญ.ไม้ใหญ่แท้ ทางในกลวง หลวงบ่ดายบ่มีไผป้ำ
ช.น้ำขุ่นปลาเมา (พูดขึ้นมาลอยๆ)
(ถามสาวว่า น้องกิ๋นเข้ากับอะหยัง ถ้าสาวตอบว่า น้องกิ๋นเข้ากับแก๋งบ่าฟัก แสดงว่าสาวมีความรักมาก เพราะว่า ฟัก แปลว่า รัก แสดงว่ามีใจชอบบ่าวที่พูดด้วย)
http://library.cmu.ac.th/ntic/lannatradition/wedding-choosesoulmate.php

5.3
ราตรีสวัสดิ์ ภาพจากบนเครื่องบินที่เหลืออยู่ด้วย

9 กุมภา
การซ่อมสร้างมรดกชาตินิยมของทหารตั้งพรรคแบบTake over มรดกสืบทอด14 ตุลา มรดก6ตุลา มรดก17 พฤษภา มรดก19กันยา

…It is the masses, the millions upon millions of people…our revolutionary war …we shall wipe out all counter-revolution and take over the whole of China.
Quotations from Mao Tse Tung(*)

วันนี้ในอดีตวันที่9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 (ค.ศ. 1943) – สงครามโลกครั้งที่ 2: กองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ายึดGuadalcanalในหมู่เกาะโซโลมอน จากกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น และ9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965) – สงครามเวียดนาม: ทหารหน่วยรบของสหรัฐอเมริกาชุดแรกเดินทางถึงพื้นที่ทางใต้ของเวียดนาม
เนื่องจากผมได้เล่าเรื่องช่วงยาวมาแล้ว โดยวิธีการเปรียบเทียบกรณีสงครามโลกครั้งที่ 2 ยกตัวอย่างผมเล่ามาแล้ว มีภาพที่ผมเคยไปอนุสรณ์สถานทหาร ญี่ปุ่น บริเวณโรงเรียนบ้านกาดวิทยาคม อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และดูภาพเชียงใหม่ภัยทางอากาศตามรูปประกอบสถานีรถไฟเชียงใหม่เก่าเคยโดนระเบิด เปรียบเทียบลาวเมื่อญี่ปุ่นเห็นถึงลางแพ้ของฝ่ายตน(Mao Tse Tung พรรคคอมมิวนิสต์จีนชนะญี่ปุ่นแล้ว โมเดลจีนต่อเวียดนาม โมเดลพรรคคอมมิวนิสต์ไทย) จึงได้บังคับให้เจ้าศรีสว่างวงศ์ประกาศเอกราช หลังจากญี่ปุ่นแพ้สงคราม ฝรั่งเศสก็เข้ามาเผชิญกับการต่อต้านจากเจ้าอุปราชเพชราช นายกรัฐมนตรีในยุคสงครามและขบวนการ ลาวอิสระ ที่ก่อตั้งขึ้นต่อต้านฝรั่งเศสกับญี่ปุ่นอย่างหนัก คณะรัฐบาลของขบวนการลาวอิสระได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเวียดมินห์ของโฮจิมินห์ได้พยายามก่อตั้งระบบการบริหารประเทศ ที่ทรงประสิทธิภาพขึ้น เจ้าสุภานุวงศ์ (เจ้าชายแดง)พระอนุชาต่างมารดาของเจ้าอุปราชเพชราช ทรงก่อตั้งแนวร่วมลาวรักชาติขึ้น และทางการเจรจาต่อรองกับฝรั่งเศส
แต่ก็เปล่าประโยชน์ฝรั่งเศสเคลื่อนกำลังขึ้นเหนือ ขบวนการลาวอิสระซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพวกเวียดนาม พยายามก่อการขึ้นที่เมืองท่าแขก แต่กลับถูกฝรั่งเศสโอบล้อมโจมตีจนแตกพ่าย แม้จะกลับมาเป็นของฝรั่งเศสอีกครั้ง แต่ฝรั่งเศสก็ยอมอ่อนข้อมอบสิทธิในการปกครองตนเองให้กับลาว ส่งผลให้ขบวนการลาวอิสระแตกแยกออกเป็นหลายฝ่าย
ฝ่ายแรกเจ้าเพชราช ซึ่งเสด็จหนีมาตั้งรัฐบาลผลัดถิ่นขึ้นที่กรุงเทพฯ ฝ่ายที่สองคือเจ้าสุภานุวงศ์ ซึ่งมีสัมพันธ์แนบแน่นกับโฮจิมินห์และคอมมิวนิสต์เวียดนาม ฝ่ายที่สามนำโดยเจ้าสุวรรณภูมาซึ่งเข้าข้างฝรั่งเศส ส่งผลให้ฝรั่งเศสต้องดำเนินการทุกอย่างโดยไม่ได้รับความร่วมมือจากขบวนการลาวอิสระ ครั้นปีพ.ศ.2492 ลาวก็มีฐานะเป็น สหพันธรัฐเอกราช ในสหภาพฝรั่งเศส ขบวนการลาวอิสระล่มสลายหนึ่งปีต่อมาเจ้าสุภานุวงศ์ทรงประกาศก่อตั้ง แนวร่วมลาวรักชาติ ขึ้นใหม่และได้พัฒนาขึ้นมาเป็นขบวนการคอมมิวนิสต์ประเทศลาว(**)
ต่อมาผมได้เล่าแล้วมรดกชาตินิยมจากดินแดนอาณาเขตของชาติ(ดูหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ) และพื้นที่ทางสังคมจากสงครามโลกครั้งที่2 ยกตัวอย่างเน้นยุคอำนาจทหารของจอมพลแปลก มีกฎหมายคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495(ดูเพิ่มเติมพรบ.กฏหมายมาตรานี้ ในหนังสือกำเนิดสยามจากแผนที่ฯ) และชาตินิยมเป็นมรดกพรรคทหารTakeoverโดยสฤษดิ์ ต่อมาสงครามเวียดนาม กรณีไทย มีสงครามต่อสู้คอมมิวนิสต์ อิทธิพลพคท.ต่อนิสิตนักศึกษาทางภาคเหนือก็ได้เล่าไปบ้าง มีคนเขียนเรื่อง14 ตุลาอยู่จำนวนมากพอสมควร(***) วาทกรรมความรู้อย่างต่อเนื่องได้เกิดการซ่อมสร้างเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำ ซึ่งยกตัวอย่างนักศึกษาภาคเหนือผมก็เคยเขียนมาบ้างแล้ว กรณีก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ในขณะที่นักศึกษาในกรุงเทพฯ กำลังต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น ต่อต้านภัยเหลือง นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในนามของกลุ่มวลัญชทัศน์(****) ออกหนังสือวลัญชทัศน์ฉบับ “ภัยเขียว” ซึ่งเป็นการท้าทายอำนาจเผด็จการทหารอย่างกล้าหาญ

โดยการเปรียบเทียบไทยกับกัมพูชายังโชคดีกว่ายุคกลุ่มเขมรแดงเข้าบุกยึดกรุงพนมเปญ ในเช้าตรู่วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2518 ซึ่งตรงกับวันปีใหม่ของชาวกัมพูชา (เหตุที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์เลือกวันนี้เป็นวันบุกยึด เพราะต้องการให้ปีใหม่ปีนั้นเป็นปีเริ่มต้นประวัติศาสตร์ของกัมพูชาใหม่ทั้งหมด กลับกลายเป็นกลุ่มขึ้นมาฆ่าประชาชน ปัญญาชนไม่กล้าใส่แว่นจะถูกสงสัยฆ่าได้อย่างที่ผมเคยเล่าแล้ว ตามภาพแผนที่ทหารคอมมิวนิสต์ และภาพแผนที่อุปมาหัวกะโหลก)

ต่อมามีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523มีคำสั่งดังกล่าวเมื่อ 23 เมษายน พ.ศ. 2523ให้ผู้หลงผิดมอบตัว(ยกตัวอย่างข้อถกเถียงมรดกพคท.จากสังคมไทยและการตกต่ำของพคท. ดูเพิ่มเติมในหนังสือกำเนิดสยามจากแผนที่ฯ) ซึ่งกรณีการเล่าเรื่องอย่างย่อ คือ หลังสหายไทยออกจากป่า แล้วเกิดสงครามชายแดนกับลาวเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) – พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศเปิดสมรภูมิร่มเกล้า ระหว่างไทย-ลาว ที่อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก(มีปัญหาแนวพรมแดนอุตรดิตถ์กับลาว จัดตั้งคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-ลาว (JBC) การปันเขตแม่น้ำโขง) ต่อมาชวลิต ที่ได้ฉายา “ขงเบ้งแห่งกองทัพบก” ต่อมาตั้งพรรคความหวังใหม่ (ปี2533 ก่อนหน้าพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ตั้งพรรคพลังธรรม2531) มีคนเข้าพรรคความหวังใหม่เด่นๆ คือ จาตุรงค์ ฉายแสง,สุรชัย แซ่ด่าน เป็นต้น

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ พฤษภา 35 ร่วมกันสู้หลายพรรค ยกตัวอย่างพรรคความหวังใหม่ พรรคพลังธรรม(อดีตทหารอย่างฉายามหาจำลอง)พรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าหลังพฤษภาคม 2535 บรรดานักธุรกิจใหญ่ต่างพยายามขจัดหุ้นส่วนที่เป็นขุนศึกออกไปจากระบอบอำนาจ แต่”สงครามคือธุรกิจ” และ “ธุรกิจคือสงคราม” ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสามก๊ก(*****) มีมรดก 2540 เป็นมรดกวิกฤติเศรษฐกิจจากยุครัฐบาลชวลิต แล้วสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย มีการยกเลิกกฎหมายคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2543 ซึ่งช่วงผมทำกิจกรรมพรรคนักศึกษามหา’ลัยแล้วหลังดำรงตำแหน่งในสโมสรนักศึกษามช. และผมเรียนกับอ.สมเกรียติ ตั้งนโม(เสนอแนวลิขสิทธิ์ซ้าย) ที่เป็นบก.เว็บไซด์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน คือ ผมเรียนไม่กี่วิชา เพราะคนละสาขา ในช่วงปริญญาตรี มีกิจกรรมกลุ่มผมจัดฉายหนังพระเจ้าช้างเผือกในปี2543 อย่างที่เคยเล่าให้ไปบ้างแล้ว(กิจกรรมกับได้เกรดคนละเรื่องเลย) หนังเก่าคนไม่ค่อยดูในความทรงจำช่วงหลังผมดำรงตำแหน่งด้วย

เมื่อกลุ่มม.เที่ยงคืน มีเครือข่ายเอ็นจีโอคนหนึ่งบ้านเกิดอยู่พัทลุง เป็นผู้ร่วมสร้างโรงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา และอื่นๆ ต่อมาผมเล่าย่อๆตอนเรียนป.โท โดยเข้าร่วมฟังบรรยายม.เที่ยงคืนมาบ้างพอสมควรในความทรงจำ เล่าแล้วยาวมาตัดภาพต่อมาช่วงปี47-48 วิกฤติการเมืองใหญ่เริ่มก่อตัวขึ้นกลุ่มวารสารSmallมาจากนศ.ป.ตรี มหา’ลัยเอกชนแห่งหนึ่งของชม. กับกลุ่มนศ.รวมตัวกันขึ้นด้วย

ดังนั้น ผมมาเขียนต่อโครงเรื่องมรดกชาตินิยมของทหารTakeover มรดกสืบทอด 14 ตุลา มรดก19กันยา 49 มรดกรัฐธรรมนูญ 50 และมรดก22 พฤษา57 ในโลกาภิวัตน์

การซ่อมสร้างมรดกสืบทอด 14 ตุลา Takeover (เขมือบ)ในปลาใหญ่กินปลาเล็ก มรดก 19กันยา
ก่อนหน้ารัฐประหารปี49 มีข้อถกเถียงทางการเมืองจากคนเดือนตุลา ยกตัวอย่างอ.ธีรยุทธ บุญมี เสนอว่า ” … นักนโยบายของเรากำหนดนโยบายเพื่อการทับซ้อน นักการเมืองชอบคิดอย่างทับซ้อนมากกว่าซับซ้อน เป็นต้นตอสำคัญของการบิดเบือนกลไกตลาด .. ” คำถามก็คือ จริงหรือที่ตลาดเสรีหรือกลไกตลาดสามารถสร้างความยุติธรรม มีจริยธรรม และ ไม่นำไปสู่การผูกขาดได้จริง หรือว่า แท้จริงแล้วกลไกตลาดเสรีของแนวเสรีนิยมนี้เองที่นำไปสู่การผูกขาดที่ “ปลาใหญ่(ย่อม)กินปลาเล็ก” (******)

ต่อมาผมจะเน้น มีมรดก 14 ตุลาฯในแง่ธงทางการเมือง มี 2 ผืน คือ ธงสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยกับธงความเป็นธรรมทางสังคม ทั้งสองอย่างเชื่อมโยงกันสำหรับคนสมัยนั้น ต่อสู้ให้มีสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยในบ้านเมืองเพื่อจะได้ใช้เงื่อนไขนั้นไปต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมทางสังคมหรือสังคมนิยมต่อไปได้ ถ้าได้สิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยมา แต่ไม่สู้ต่อเพื่อความเป็นธรรมทางสังคมหรือสังคมนิยมแล้ว มันก็เปล่าประโยชน์ไม่มีความหมาย เพราะมันเชื่อมโยงกัน ที่นักศึกษาประชาชนรุ่นนั้นเข้าป่าไปหลัง 6 ตุลาฯ ส่วนหนึ่งก็เพราะเชื่อในความเชื่อมโยงเหล่านี้

แต่พอป่าแตก…อ.เกษียรเข้าใจว่า ธงความเป็นธรรมทางสังคมหรือสังคมนิยมที่ต่อต้านทุนนิยม ถูกวางลง เพราะว่าวิกฤติสังคมนิยมทั่วโลกมันเกิดขึ้น ใครที่ยังคิดว่าทุนนิยมเป็นปัญหา ใครที่ยังคิดว่ายังต้องมีปฏิบัติการทัดทานอำนาจทุนต่อไปนี้ มันมีธงอันใหม่ที่ถูกชูขึ้นมา ดึงดูดคนเหล่านั้นไป ได้แก่ธงเอ็นจีโอ ธงเศรษฐกิจชุมชน และสุดท้ายคือธงเศรษฐกิจพอเพียง คล้าย ๆ กับว่าในเวทีแวดวงการเมืองวัฒนธรรมไทย คนที่คิดว่าทุนนิยมมีปัญหาและชูธงต่อต้านขึ้นเป็นทางเลือกให้เห็นเด่นชัด คือ คนอย่างหมอประเวศ คนอย่างกลุ่มคุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เขาบอกว่า ทุนนิยม บริโภคนิยมมีปัญหา ข้อเสนอทางออกของเขาไม่ใช่สังคมนิยม…

ด้านอำนาจนำของธงสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ โดยอ.เกษียร รู้สึกว่าด้านหนึ่งมันมีความพยายามเรื่องประชาธิปไตยทางตรงของกลุ่มพลังประชาชน ชาวบ้านบ่อนอก บ้านกรูด จะนะ หรือ สมัชชาคนจน แต่พอมาถึงจุดนี้ ผมนั่งคิดทบทวนไปมาดูเหมือนว่าเอาเข้าจริงท้ายที่สุดคนที่กุมธงประชาธิปไตย กุมอำนาจนำในการต่อสู้กระแสประชาธิปไตยไว้ได้ คือพรรคไทยรักไทยกับทักษิณ มันเป็นประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง ซึ่งชนะมาด้วยนโยบายประชานิยม(*******)

เมื่ออ.เกษียร เคยกล่าวถึงความขัดแย้งในหมู่เพื่อนพ้องน้องพี่ “คนเดือนตุลาฯ” ซึ่งต่างแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แตกข้างแยกค่าย ด่าทอประณามกันเองชุลมุนวุ่นวายจนเละเป็นวุ้นไปหมด ข้างหนึ่งก็มี จาตุรนต์ ฉายแสง,พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ฯลฯ ส่วนอีกข้างได้แก่ ธีรยุทธ บุญมี,ยุค ศรีอาริยะ ฯลฯ

หลักฐานแห่งความแตกสลายของอุดมการณ์เดือนตุลาฯที่แท้จริงคือการที่พลังประชาสังคมคนชั้นกลางที่เรียกร้องสิทธิเสรีภาพทางการเมือง-เศรษฐกิจ แตกหักแยกทางกับ พลังเครือข่ายมวลชนรากหญ้าในเมืองและชนบทที่เรียกร้องความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจสังคม ฝ่ายแรกต่อต้านรัฐบาลทักษิณที่เป็นตัวแทนอํานาจการเมืองของชนชั้นนายทุนใหญ่ในประเทศแล้วหันไปร่วมกับชนชั้นนําตามประเพณีขับโค่นรัฐบาลทักษิณ ในขณะที่ฝ่ายหลังสนับสนุนปกป้องรัฐบาลทักษิณ…

โดยข้อถกเถียงยกตัวอย่างคนเดือนตุลามองโลกาภิวัตน์ไม่เห็นด้วยตรงกัน คือ ยกตัวอย่างการอ้างNoreena Hertz, The Silent Takeover: Global Capitalism and the Death of Democracy (2001) ผู้เขียนเป็นรองผู้อํานวยการ Centre of International Business and Management, Judge Institute, University of Cambridge และจบปริญญาเอกจากที่นั่นเหมือนอาจารย์พิชิต ได้วิเคราะห์วิจารณ์ corporate power & CEOs ว่าเป็นศูนย์อํานาจและชนชั้นปกครองใหม่ของโลก กํากับควบคุมอยู่เหนือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยตัวแทนทั้งหลาย และอํานาจต่อต้านถ่วงดุลใหม่ที่ทรงพลังทุกวันนี้เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยโดยตรงของประชาชนต่างหาก(********)

ดังนั้น ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบวิเคราะห์เรียงลำดับเวลาช่วงยาวจากสงคราม อุปมาตัดต่อภาพเร็วอย่างหนัง มาหลังสงคราม ยกตัวอย่างเปรียบเทียบคสช.2557(ประยุทธ์ เป็นผบ.ทบ.รบกัมพูชาปี54) กับยุครสช.2534 สร้างพรรคสามัคคีธรรม 2535(การล้มรสช.จากแนวร่วมของพรรคการเมือง ชนชั้นกลางฯลฯ ที่ผมเคยเล่าแล้ว) ต่อมาภาพสะท้อนการดูดกลืนส.ส.ของแต่ละพรรคการเมืองในช่วงเวลาหลัง2535 มรดกพฤษภา35(สู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 40) และการTakeover ดูดกลืนของพรรคการเมืองไทยรักไทย(หลังรัฐประหาร49) และแง่ขบวนการมวลชนยกตัวอย่างพรรคประชาธิปัตย์ สู่รัฐประหาร 57(หลังรัฐประหารก็มีการจัดงานอย่าง”เหลียวหลังแลหน้า มรดกคนเดือนตุลากับอนาคตสังคมไทย”มีคนเดือนตุลาพรรคไทยรักไทย) แล้วก็ภาพสะท้อนมรดก2540(องค์กรอิสระพวกนี้ผมเล่าแล้ว)

ซึ่งประเด็นที่1.สืบทอดมรดกเนื่องจากอดีตพรรคการเมืองทหารมาเป็นพรรคการเมืองประชาธิปัตย์ ไทยรักไทย ก็เป็นที่ผมนำเสนอมาต่อเนื่องแง่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก

โดยภาพสะท้อนมรดก2540 มีประเด็นที่2.ข้อถกเถียงเขตเลือกตั้ง(เปรียบเทียบเยอรมัน) จำนวนส.ส. ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็งเหลือสองพรรค จากอดีตพรรคการเมืองอ่อนแอต้องมีรัฐบาลผสม(เล่ายาวนโยบายไม่ใช่อย่างเดียวที่เลือกพรรคต้องมีส.ส.ที่มีผลงานไม่งั้นเสียที่นั่งด้วย) ซึ่งมีประเด็นที่3.ข้อถกเถียงรัฐธรรมนูญจากนักกฏหมายมหาชน ที่ผมกล่าวโดยย่อ ฯลฯ มีเหตุผลการอธิบายด้วย

ซึ่งผมมาเน้นภาพขบวนการเคลื่อนไหวดังกล่าวผมได้เล่าแล้ว สะท้อนขบวนการเคลื่อนไหวปัจจุบันมรดก 2540 และมรดกรัฐประหาร 19 กันยาฯ(*********) ก็มีทางแยกของคนเดือนตุลายกตัวอย่างดังกล่าวแล้ว มีมรดก2540 มรดก19 กันยา มรดกรัฐธรรมนูญ 2550 (ผมเคยเขียนบทความ”24มิถุนา,28กรกฏา,4ธันวา,10ธันวา”และYoungPADผ่านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมไทย ภาพสะท้อนการล่าสัตว์ป่าก่อนเกิด14 ตุลาไว้) ขบวนการเคลื่อนไหวล้มคมช.ไม่สำเร็จ มีเลือกตั้งและปัญหาทางการเมืองตามมาไม่จบ และรอบนี้ต่างจากเดิมคสช.จะลงเลือกตั้งด้วย(การวิเคราะห์เปรียบ14 ตุลากระแสข่าวล่าสัตว์โดยเจ้าสัวต่างจากเฮลิคอปเตอร์ทหารหมายเลข ทบ.6102 เกิดอุบัติเหตุตกยุคนั้น)จากหลักฐานและข้อมูลดังกล่าว มีกระแสปัจจุบันขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านคสช.สืบทอดอำนาจด้วย

การซ่อมสร้างมรดก14 ตุลา มรดก6ตุลา มรดก17 พฤษภา มรดก 19 กันยา
ความทรงจำกับการลืมเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ในการเขียนประวัติศาสตร์ช่วยสร้างการบันทึกความทรงจำเป็นมรดกไว้เป็นการสะสมความทรงจำลงบนแผ่นกระดาษมานานแล้ว โดยการเมืองมีมรดกสืบทอดทางความคิด และTakeover ดังกล่าว ยกตัวอย่างจากมรดก14 ตุลา มรดก2540 มรดก19 กันยา มรดกรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งยกตัวอย่างมีมรดกส่วนที่1 การดูดมวลชนเข้าการเมืองบนท้องถนนการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองเพื่อไทย(ทักษิณเชื้อจีนไม่แนวร่วมทหารเหมือนพรรคประชาธิปัตย์) พรรคประชาธิปัตย์(มีมวลชนบนท้องถนนแต่สู้ที่นั่งในสภาไม่ได้ ในอดีตมีกลุ่มประชาธิปัตย์เคยทำร้ายมัลลิกา สมัยทำงานไอทีวีด้วยซ้ำ พร้อมภาพซ้อนในสังคมไทย ที่มีชนชั้นและเชื้อชาติเจ๊กปนลาว)

มีมรดกส่วนที่2 นักวิชาการ เอ็นจีโอ แรงงาน(กรณีเสนอตั้งพรรคจากกลุ่มแรงงานที่ผมเล่าแล้ว)ในที่นี้เน้นกรณีมหา’ลัยเที่ยงคืน(อดีตเคยมีข้อเสนอยุทธศาสตร์หมากัดกัน) นักวิชาการ(**********) เอ็นจีโอ ฯลฯ ในขบวนการเคลื่อนไหว มีเสนอตั้งพรรคตามแนวทาง Ernest Mandel ที่อ.เกษียร เคยพูดไว้ถ้าอนาคตสร้างความต่อเนื่องตั้งพรรค แล้วผมเล่าซ้ำสั้นๆ ปัจจุบันกลุ่มม.เที่ยงคืนก็ร่วมเคลื่อนกับกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ สะท้อนมวลชนภาคประชาชนถือธงขบวนการเคลื่อนไหวอย่าง We Walk…เดินมิตรภาพ

จากPeople GO Network Forum เครือข่ายนักวิชาการฯ มาร่วมโดนคดีความ(หรือกรณีนักวิชาการคดีอื่นๆ)และกลุ่ม ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่คณะรัฐประหาร ต่างจากยุค 2535 และ2549 ที่อยู่นานกว่าอดีตด้วย(แนวร่วมทางเลือกภาคประชาชนตอนนี้เป็นแนวร่วมต้านรัฐประหารได้บางกลุ่มเอ็นจีโอ รวมทั้งนักวิชาการฯลฯ)
เพื่อทบทวนใจกลางปัญหาเงื่อนไขTake over และมวลชนจากประสบการณ์ปี49ของผม เปรียบเทียบกับปัจจุบันพบเจอพวกฝ่ายที่ไม่ต้านรัฐประหาร

มีมรดกส่วนที่3 ปัญหาภาคใต้ด้วย(มรดกส่วนนี้ อาจจะไม่มีแนวร่วมแยกต่างหากจากสาเหตุอาจถึงขั้นแตกแยกประเทศไม่มีช่วงชิงอำนาจนำจากสองกลุ่ม)

อย่างไรก็ดี ปัจจัยภายนอก ‘สหรัฐ-อียู’ ก็ได้ติดตามเรื่องการเลือกตั้งตามข่าว ส่วนด้านปัจจัยกำหนดเศรษฐกิจ จากช่วงปี2540 เราไม่ต้องกู้ต่างประเทศในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าธนาคารในประเทศ (จากนโยบายเปิดเสรีทางการเงิน)เราคนไทยออมมากกว่าการลงทุน มาตั้งแต่หลังวิกฤติต้มยำกุ้ง ต่อมาการวิเคราะห์สหรัฐโจมตีค่าเงินกระทบจีนโดยอ้อมที่ฮ่องกง แต่ระวังระบบโลกจากสหรัฐฯ หลังเจอวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ในโลกาภิวัตน์ มีข่าวสหรัฐยอมรับกำลังทำสงครามเศรษฐกิจกับจีนอีก(ลองอ่านข่าวเปิดเส้นทาง “กู้เงิน” 3 นายกฯ 5 ปีก่อหนี้เพิ่มกว่า 2 ล้านล้านบาทในยุคบิ๊กตู่กู้ชาติกู้หนี้)

จากปัจจัยภายนอกกับภายในดังกล่าวอย่างย่อๆ ให้ภาพสะท้อนเราเห็นกลุ่มชนชั้นนำทหารอยากสืบทอดมรดกอำนาจเลียนแบบรสช.(หรือย้อนกลับไปสมัยจอมพลแปลก-สฤษดิ์ถึงถนอม มีมรดกพรรคทหาร จะดูดส.ส.) ตามข่าวล่าสุดมติเอกฉันท์! สนช.ผ่านกฎหมายลูกเลือกตั้งส.ส.ขยายเวลาบังคับใช้ 90 วัน(กรณีถูกสื่อใช้คำว่าปลาไหล) ทำให้ผมต้องมีหลักการแห่งความหวัง(***********) ไม่มีนองเลือดหรือรัฐประหารโดยทหารอีก(เปรียบเทียบอดีต10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) – มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2512 หลังไม่มีการเลือกตั้ง 12 ปี ตั้งแต่รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2500 ผลการเลือกตั้ง พรรคสหประชาไทยของจอมพลถนอม กิตติขจร ได้รับเสียงข้างมาก ต่อมาสุดท้ายรัฐประหารตัวเอง 2514 และเกิด 14 ตุลา 16)

ฉะนั้น ภาพกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย-ประชาธิปไตยใหม่ นัดประชาชนที่อยากเลือกตั้ง แสดงพลังต้านสืบทอดอำนาจ คสช.(ต้องสะสมกำลังประชาชนไว้ตามแนวHow to สู้เผด็จการ ที่มีในนสพ.ก้าวข้ามของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่)ช่วงระยะหัวเลี้ยวหัวต่อเปลี่ยนผ่านสู่การเลือกตั้ง ส่วนวันในอดีต28 มกราคม พ.ศ. 2551 – สมัคร คือ ฝ่ายตรงข้ามคนยุค6ตุลาในอดีต ได้เป็นนายกฯ โดยเราทบทวนอดีตมองหลายด้านตามความจริง และเรามองโลกแง่ดีจะไม่มีรัฐประหารอีก(ไม่มองการณ์ไกลแบบมองแง่ร้ายหลังเลือกตั้ง ถ้าพรรคทหารแพ้?) หรือมรดกรัฐธรรมนูญ 60 จะทำให้พรรคบางพรรคหายไป รวมทั้งใบไม้ที่หายไป(อุปมาของบทกวีถึงขบวนการนักศึกษากับการเมืองหรืออุปมาปลาที่หายไป)

ทั้งนี้ ความขัดแย้งและปัญหาโครงสร้างส่วนบน ทำให้เราสะสมความเข้มแข็งและพลังงานสำหรับฟื้นฟูประชาธิปไตย เผื่อจะปัจจัยกำหนดล้นเกิน แล้วผีเสื้อกระพือปีก นี่เป็นหน้าที่เราอนาคตไม่สะสมหนี้ต้องสู้ชีวิตต่อไป!

*What is a true bastion of iron? It is the masses, the millions upon millions of people who genuinely and sincerely support the revolution. That is the real iron bastion, which it is impossible, and impossible, for any force on earth to smash. The counter-revolution cannot smash us; on the contrary, we shall smash it. Rallying millions upon millions of people round the revolutionary government and expanding our revolutionary war, we shall wipe out all counter-revolution and take over the whole of China.
“Be Concerned with the Well-Being of the Masses, Pay Attention to Methods of Work” (January 27, 1934), Selected Works, Vol. I.p. 150.*(8. People’s War)
https://www.marxists.org/reference/archive/mao/works/red-book/ch08.htm
และดูเพิ่มเติมTURN THE ARMY INTO A WORKING FORCE
https://www.marxists.org/reference/archive/mao/selected-works/volume-4/mswv4_54.htm
ดูเพิ่มเติมมรดกสงครามของทหารตั้งพรรค พคท.Takeoverพรรคของนิสิตนักศึกษา และมรดก 14 ตุลา

**ข้อมูลจากวิทยานิพนธ์ของผม(ลาวข้ามพ้นประชาธิปไตยไปคอมมิวนิสต์) ซึ่งชื่อวิทยานิพนธ์คิดโดยอ.ที่ปรึกษาผมเป็นคนเดือนตุลา และผมเคยนำข้อมูลบางส่วนเผยแพร่ในเนชั่นสุดสัปดาห์(ลืมเขียนเรื่องภาพวาดปลาของหลวงมัศยจิตรการ เป็นอดีตนักวิชาการประมง,นักวาดภาพปลาและสัตว์น้ำเพื่อการศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในอดีตใช้สีน้ำกับภาพขาวดำร่วมกับศาสตราจารย์โชติ สุวัตถิ รวมทั้งหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ “พูดเรื่องการเกษตรให้เป็นเงินเป็นทอง”อธิบดีกรมเกษตรและกรมประมงพ.ศ. 2477 – 2479) และสมัยตอนที่ผมเรียนป.โทไปเรียนวิชานอกสาขาเรียนวิชาทฤษฎีทางสังคม ก็ผมทำรายงานเรื่องศาสนาเปรียบเทียบมารกซ์กับเวเบอร์(เล่าแล้วยาวอ่านหนังสือภาษาไทยกับภาษาอังกฤษยากๆ) พวกเรียนป.โทที่โยงกับพวกเรียนพัฒนาสังคม จะคุยกันบางคนบอกผมทำเรื่องกรัมชี่ฯลฯ ซึ่งเล่าแล้วยาวพื้นฐานยกตัวอย่างหนังสือกำเนิดสยามจากแผนที่ฯ ตอนนั้นยังเป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งงานหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ ทีผมอ้างบ่อยๆ โดยทฤษฎีและวิธีการศึกษาอย่างเปรียบเทียบชาตินิยมในโลกไมได้อ่านง่าย กรณีบทความทรงจำกับการลืม(ผมเคยเล่าเรื่องเชื้อสายเครือญาติของจักรวรรดิและอาณานิคมแล้ว) ที่สะท้อนฝรั่งเศส สเปน โซเวียต และอเมริกา ยกตัวอย่างที่ผมเน้นอเมริกาในการสร้างนิยายโมบิดิก (อังกฤษ: Moby-Dick; or, The Whale แปลว่าปลาวาฬสีขาว) การล่าปลาวาฬเปรียบตัวละครหนึ่งมนุษย์กินคนกับประธานาธิบดีอเมริกา!
***ข้ามให้พ้นประชาธิปไตยแบบหลัง 14 ตุลา
https://www.academia.edu/9910225/2005_2548_%E0%B8%82_%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB_%E0%B8%9E_%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87_14_%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2
(ดูเพิ่มเติม:ข้ามไม่พ้นประชาธิปไตยแบบหลัง 14 ตุลา: ประชาธิปไตยแบบใสสะอาดของอภิชนกับการรัฐประหาร 19 กันยายน และงานร่วมสมัยอย่างอ.กนกรัตน์ ที่ผมเคยอ้างแล้ว)

****นิสิต จิรโสภณ เป็นเสาหลักให้กับน้องๆ ที่มช. ถึงปี 2517 จึงเข้ากรุงเทพฯ ไปทำหนังสือพิมพ์มาตุคามรายวันและหนังสือพิมพ์อธิปัตย์ นอกจากนั้นยังพิมพ์หนังสือแนวก้าวหน้าออกเผยแพร่จำนวนมาก ทั้งในนาม ‘แนวร่วมนักศึกษาเชียงใหม่’ และ ‘ชมรมหนังสือแสงตะวัน’ในเดือนเมษายน 2518 เสียชีวิตเพราะตกรถไฟที่บางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ น่าจะมาจากการฆาตกรรมทางการเมือง
http://politicalbase.in.th/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C
(ผมเคยเป็นกองบก.วารสารที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเพื่อนนิสิต)
ดูเพิ่มเติมที่ผมเขียน14 ตุลา,6 ตุลา ตำรา,อำนาจรักในความทรงจำ

*****”เจ้าสัวและขุนศึก: บริบททางวัฒนธรรมและการเมืองของสังคมไทยสมัยใหม่ และสามก๊กนิยายพงศาวดารจีน” (ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2536) ซึ่งเป็นบทหนึ่งของหนังสือ “เจ้าสัว ขุนศึก ศักดินา ปัญญาชน และ คนสามัญ: รวมบทความประวัติศาสตร์ของเครก เจ. เรย์โนลด์ส”
******เก่งกิจ กิติเรียงลาภ ประชานิยมไทยรักไทย : (ตอนที่ ๑) วิกฤตทุนนิยม รัฐ และการต่อสู้ทางชนชั้น(เขามาเล่นหนังสั้นกับผมดูได้เรื่องบัวบาน)
*******คำบรรยายของ เกษียร เตชะพีระ : “จาก 14 ถึง 6 ตุลา : สองชาตินิยมชนกัน”
https://prachatai.com/journal/2008/01/15388
(กรณีนิยามสี่ซ้ายในหลัง6 ตุลา มีซ้ายจีน)
********เกษียร เตชะพีระ โต้ “ธง 3 ผืน” ของพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์: ผมว่าธงสามผืนนั้นจะอินุง ตุงนังตีกันเอง
https://prachatai.com/node/10040/talk
*********มรดกคณะปฏิวัติ 19 กันยาฯ “ทักษิณ” ชนะเลือกตั้ง พ่ายกลการเมือง
https://www.prachachat.net/facebook-instant-article/news-35121
**********ข้อมูลประวัติมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนดูเพิ่มเติม ยกตัวอย่างการอธิบายเรื่องTakeoverของอ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์(เคยเขียนเรื่องแนวTakeoverเริ่มจากทหารปลายทศวรรษ 2490) ลูกศิษย์อ.ป๋วย ในการบรรยายชั้นเรียนมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน / เสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2544 กระบวนวิชา : ท้องถิ่นวัฒนากับโลกาภิวัตน์ 101 Globalization & Localization ภายใต้ชื่อ “วิกฤตโลก วิกฤตไทย อะไรคือทางรอด ในยุคโลกาภิวัตน์ การบรรยายและเสวนาครั้งที่สี่ หัวข้อ ทางเลือก ทางรอด ของสังคมเศรษฐกิจไทยในยุคโลกาภิวัตน์ ผู้นำการบรรยาย : รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ มธ. ส่วนหนึ่งในชั้นเรียนตามลำดับเวลา 3 กุมภาพันธ์ 2544 : โลกาภิวัตน์ กับ วัฒนธรรมไทย 10 กุมภาพันธ์ 2544 : เศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัตน์ 17 กุมภาพันธ์ 2544 :กระบวนการความเป็นท้องถิ่น กับโลกาภิวัตน์ 24 กุมภาพันธ์ 2544 ทางเลือก ทางรอด ของสังคมไทย(ได้ประดิษฐ์คำว่า “ฉันทามติรัตนโกสินทร์ หรือกรุงเทพ” Bangkok Consensus)
http://www.reocities.com/miduniv2001/newpage7.html
(ดูเพิ่มเติมอ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ …ระบบทวิพรรคดีกว่าระบบพหุพรรค ในเชิงทฤษฎีเป็นเรื่องซึ่งพิสูจน์ได้ยาก ว่าระบบทวิพรรคดีกว่าระบบพหุพรรค. ในทางข้อเท็จจริง รัฐบาลในระบบทวิพรรค มีอายุยืนยาวกว่ารัฐบาลในระบบพหุพรรค อันนี้เป็นข้อเท็จจริง. แต่ถ้าหากว่าดู performance ของรัฐบาล เราจะพบว่ารัฐบาลในระบบพหุพรรค(multi-party system) ในหลายต่อหลายประเทศ มีผลงานในทางที่ดี เยอรมันนี้เป็นตัวอย่างของ multi-party system. เยอรมันนี อิตาลี ผมเข้าใจว่า เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย พวกนี้เป็น multi-party system. Perfermance ของการดำเนินนโยบาย หรือปฏิบัติการไม่ได้เลวกว่าระบบทวิพรรค. ในประเทศที่เป็นระบบทวิพรรคเสียอีก ที่ประชาชนต้องการทางเลือก ประเทศเหล่านี้มักจะมีพรรคปฏิรูป, มี Reform Party หรือมีพรรคสีเขียว Green Party, ไม่ว่าจะเป็นในอังกฤษ หรือ ในสหรัฐอเมริกาก็ตาม)
***********แรงบันดาลใจจากไอเดียของEric Hobsbawm ในหนังสือRevolutionaries ว่าด้วยThe Principle of Hopeและบันทึกส่วนตัวเรื่องการเมืองไทย : ต.ค.-พ.ย.-ธ.ค.ปลายปี2013

Posted by อรรคพล สาตุ้ม on Thursday, November 28, 2013

(ภาพประกอบอนุสรณ์สถานแห่งชาติจากสงครามในกรุงเทพฯ ภาพจากหนังสือเชียงใหม่ภัยทางอากาศ ภาพวิมาน และแผนที่ไตรภูมิ ซึ่งผมทำซ้ำขยายความเพิ่มเติม ภาพแผนที่อุปมาหัวกะโหลกคนเต็มกัมพูชาจากเว็บวิกิพีเดีย ในTuol Sleng Genocide)

9.2
ขายหนังสือ 1.รัฐศาสตร์สาร 2.จุลสารSmall(รุ่นน้องทำเป็นบก.มีผมร่วมเขียนด้วย) ซื้อหนึ่งเล่มแถมเทปหนึ่งเทปเลือกได้ และขายซ้ำตามลิ๊งก์ด้วย(*) ครับ

*https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1951404638222088&id=100000577118415

9.3
ภาพการเดินทางขากลับจากภูเก็ตระหว่างเดินทางมาเชียงใหม่ กำลังหวนคิดอดีตอาจจะใส่วาดภาพประกอบดัดแปลงวิทยานิพนธ์ไปเสนอเป็นหนังสือ หรือภาพวาดแผนที่ในไอเดียสร้างงานยังไม่เสร็จเลย ขณะนั่งรถทัวร์เปิดฉายหนังมนุษย์ต่างดาวแนวรัสเซีย มีชื่อภาษาอังกฤษว่าAttraction (ชื่อไทยมหาวิบัติเอเลี่ยนถล่มโลก) เพื่อนผมให้เขียนเรื่องเที่ยวเชิงสาระฮร่า
(ภาพบนรถทัวร์ที่เหลืออยู่จากทริปภูเก็ต-ชม.เดือนที่แล้วครับ)

9.4
เรื่องเล่าเชิงประวัติว่าตัวมอม คือ ส่วนผสมระหว่างแมวกับสิงโต หรือเสือ สายพันธุ์เดียวกับแมว แล้วลูกแมวตัวเมีย ตั้งคำถาม ทำไมตอนกลางคืนชอบร่ำร้องจะออกไปข้างนอก? ไม่ยอมหลับนอนเลย โตเป็นสาวแล้ว?ฮร่า จับไปปล่อยดีกว่าฮร่า

9.5
เมื่อชีวิตของบอยๆ หลายเรื่องในชีวิต ให้จัดการโดยจัดภาพบนเครื่องบินที่เหลืออยู่จากทริปภูเก็ต-ชม.

14 กุมภาพันธ์
ขายหนังสือ 1.สารคดีปกภูเก็ต 2.ทีวีแมกกาซีน หน้าปกดราก้อนบอล มีเบจิต้าจากดาวนาแม็ก 3.Focusฯ และขายซ้ำยกตัวอย่างวารสารสังคมศาสตร์ (คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่). ปีที่ 15, ฉบับที่ 1 (2545) มีอ.ธเนศ เขียนบทความ“ซ้ายเก่าไม่แก่และไม่เคยตายพวกเขาเพียงค่อยๆพร่ามัวไป” กรณีฟูโกต์ กล่าวถึงเศรษฐศาสตร์การเมืองแบบกระฎุมพีและมาร์กซเป็นปลาในน้ำเดียวกันตามรูป ดูเพิ่มสังคมศาสตร์ ข้ามพรมแดน(*)
*https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2005198156176069&id=100000577118415

1.ราคาเคยบอกไว้ตามลิ๊งก์ และต่อมาบางครั้งจะบอกแล้วแต่คนสนใจทางข้อความยกตัวอย่างหนังสือเก่า เช่น โมบี้ดิ๊ก มีพิมพ์ใหม่ภาษาไทยราคา770บ.ลดแล้ว ส่วนคนซื้อคุยราคาทางข้อความท่านจะซื้อหรือไม่? 2.ภูเก็ตไกลเกินท่านฮร่าๆ ผมซื้อมาขายไปไม่ละขายของเก่าที่มีอยู่ให้หมดก่อนมีทั้งไทยและเทศ ที่เคยโพสต์มาดูตามลิ๊งก์ได้ ช่วงนี้มีงานสัปดาห์หนังสือมช.ก็มีหนังสือลดราคาเล่มละ20บ.(ผมไปซื้อหนังสือมาหลายราคาหลายเล่มไม่เห็นหนังสือเล่มสังคมศาสตร์ดังกล่าว) แต่งานมีถึงวันที่20 ก.พ.ก็สนใจอ่านภาษาฝรั่งเศสบ้างอย่างที่ท่านเคยชวนผมอ่านหนังสือภาษาฝรั่งเศสตามแนวที่ท่านเรียนจบป.ตรีภาษาฝรั่งเศส มีชื่อฝรั่งเศสฟรองซัวร์
3.ราคาหนังสือเก่า(ดูลิ๊งก์เล่าเปรียบเทียบราคาหนังสือเก่าในเน็ต) เป็นหนังสือสะสมส่วนตัว ที่เคยนำไปเปิดร้านขายหนังสือพวกนี้ตอนท่านอยู่เชียงใหม่ เชิญท่านมาร่วมพูด และเราจัดกลุ่มพูดคุยมีหนังสือโลกในมือนักอ่าน และมีหลายราคา ขายราคาซาว ก็มียกตัวอย่างแล่เนื้อเถือหนังขายไป ราคา23บ.เท่านั้นบวกค่าส่งแล้วด้วย ดูเพิ่มคลิปหนังสือพร้อมห้องเก่าของผมได้ รายละเอียดประเด็นทีเล่ามาย่อๆ หลายเรื่องยังมีเรื่องหนังสือราคาถูกภาษาอังกฤษเป็นนิยาย หรืออะไรซาวบาท หนังสือน่าสนใจดีไหม? ถ้าซื้อมาขายไปใครคือลูกค้าผู้อ่าน ฯลฯ ว่าแต่สุดท้ายกลับมาย้ำซ้ำบอกราคาไปแล้วสำคัญที่ท่านจะซื้อหรือไม่?555

14.2
ความทรงจำเดินทางกับพ่อ(1)
พ่อมาธุระจากเชียงรายแวะมาเชียงใหม่ ซึ่งผมได้มีโอกาสนั่งรถช่วยสลับขับรถกับพ่อ เพื่อผมจะได้ไปทำธุระและแวะเที่ยว ณ ทุ่งเกวียนกัน แวะระหว่างทางต่อมา นัดเจอญาติพี่น้องของพ่อ จากอุตรดิตถ์ มางานทอดแห ณ ห้วยไก่ต่อ ต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก(*) เนื่องจากนานๆ จะเจอญาติและเราคุยกันหลายเรื่องตามสภาพพ่อได้ดื่มด้วย ไม่มีเวลาเขียนมาก หากมีโอกาสจะได้เขียนยาวตอนที่ 2 ก็ได้ตามรูปด้วย

*ดูภาพเพิ่มเติมได้ที่เฟซฯ ต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%95%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/282959711731296

14.3
ตั๋วและบรรยากาศขุนเขาภูเขาภูผา

14.4
“ภาพยนตร์สถาน ภาพยนตร์ก่อให้เกิดปัญญา”
เมื่อผมรู้ข่าวช้าตามมาดูหนัง มีโอกาสตามภาพได้ว่างแบบไม่ได้ดูหนังตั้งแต่ต้นเรื่อง ก็เข้าไปดูหนังมาสี่เรื่องแล้ว พบปะสนทนาผู้คนหลังจากดูหนังฟรี คือ 1.หนังไทย:ทรชนคนสวย 2. Absent without leave 3.เพลงรักเพื่อเธอ 4.วัยระเริง ไม่มีเวลาเขียนยาวหนังดีน่าสนใจหลายเรื่องด้วย ซึ่งที่มาของภาพยนตร์สถานที่เชียงใหม่ เกิดจากความปรารถนาของหอภาพยนตร์ ที่จะแผ่ขยายภารกิจการให้บริการไปสู่ ประชาชนในภูมิภาค หอภาพยนตร์จึงร่วมกับหอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทดลองจัดตั้งภาพยนตร์สถานชั่วคราวขึ้น เป็นโครงการนำร่องเพื่อต่อยอดสู่การเกิดภาพยนตร์สถานในภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

โดยจะนำกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดที่หอภาพยนตร์ ศาลายา ไปจัดในรถโรงหนังเฉลิมทัศน์ โรงภาพยนตร์เคลื่อนที่ขนาดความจุ ๑๐๐ ที่นั่งคันแรกในเอเชีย ซึ่งจะไปจอดเป็นโรงทดลองภาพยนตร์สถาน ณ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยในช่วงเช้าและบ่ายทำหน้าที่เป็นโรงหนังโรงเรียน ให้โรงเรียนต่าง ๆ นำนักเรียนมาชมภาพยนตร์ตามโครงการโรงหนังโรงเรียนของหอภาพยนตร์ ส่วนช่วงเย็นทำหน้าที่เป็นโรงหนังทางเลือกของชุมชน จัดรายการฉายภาพยนตร์ที่หลากหลายสำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจ และในวันเสาร์-อาทิตย์มีรายการฉายภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศที่เน้นสำหรับครอบครัว รวมทั้งจัดกิจกรรมสนทนาพูดคุยเพื่อต่อยอดความคิดกับวิทยากรรับเชิญในแง่มุมต่าง ๆ โดยใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
ภาพยนตร์สถานทดลองนี้ เพื่อทดสอบว่าประชาชนชาวเชียงใหม่ต้องการภาพยนตร์สถานหรือไม่?(*)

*ข้อมูลประกอบการเขียนและอ่านเพิ่มเติมดูหนังฟรีดูรอบหนังได้
https://www.facebook.com/events/1881763945487653/

14.5
ราตรีสวัสดิ์ จัดการงานส่งหนังสือให้ผู้รับหนังสือแล่เนื้อเถือหนัง แล้วจัดการงานอื่นด้วย ดีเจบอยกลับมาจัดเพลงของสุรสีห์ แหวน – ยุโรป (Full Album)เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์วัยระเริง

18
ภาพปกเฟซฯใหม่
18.2
ขายหนังสือ1.มาจากทางสายเปลี่ยวของเฮสเส 2.โลกร้าว เฟนอนเขียน 3.ประวัติชีวิตนักเขียนบัลซัค ผู้ที่อ.เบน อ้างในหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ ‘ออนอเร่ เดอ บัลซัค’ นักเขียนที่ดื่มกาแฟวันละ 50 แก้ว 4.วิถีสู่อภิมนุษย์ โดยนิทเช่ ผู้เป็นต้นแบบแนวคิดโพสต์โมเดริน์ ที่มีคนบอกวิธีอ่านนิทเช่อ่านจับความรู้สึก เพื่อเข้าสู่อภิปรัชญาไม่ใช่แนวเหตุผลนิยม
ดูรูปขายซ้ำตามรูป ดูเพิ่มเติมhttps://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1983442318351653&id=100000577118415

18.3
น้องสาวเป็นแพทย์ร่วมทีมออกตรวจสุขภาพ ตามภาพรถ ที่มถ่ายไว้และผมกลับมาเชียงใหม่ก็บรรยากาศเดินทางที่บันทึกภาพไว้จากหลายวันก่อน ที่มีการพบน้องสาว ที่มาเชียงใหม่

18.4
ความทรงจำเดินทางกับพ่อ(จบ)
ผมเล่าตอนที่ 1 ไปด้วยเรื่องแง่ดี ไม่มีเรื่องเศร้า ซึ่งความจริงพ่อกลับจากงานศพเพื่อนพ่อ ที่เราเคยไปเยี่ยมที่เชียงรายและแม่โจ้(*)
ส่วนวันนั้น นอกจากญาติ ก็มีคนเช่าที่นาของพ่อ ที่ได้รับมรดกจากพ่อของพ่อ และเหล่าญาติเจอกัน คุยถึงปลาจีน ปลากระโห้ ปลายี่สก ตามประสาปากท้องของกินตามภาพ และต่อมาคนยกเรือมาคืนบ้านญาติเรื่องจับปลาหมาน(คำเมือง) ฯลฯ ต่อมาพ่อ ก็เล่าเรื่องการเดินทางไปปีนัง มาเลเซีย ตอนที่เรากลับถึงบ้านพิจิตรแล้ว
ท้ายที่สุด ผมกลับมาเขียนบันทึกไว้ก็นึกถึงสิบกว่าปีก่อน ที่เคยไปดูทอดแหกับพ่อพร้อมครอบครัว ณ อุตรดิตถ์ ไปลืมหนังสือไว้ที่นั่น

(ภาพถ่ายโดยโทรศัพท์มือถือ ดูข้อมูลเพิ่มเติมยกตัวอย่างปลาจีนมีการทดลองเลี้ยงครั้งแรก ทั้ง 3 ชนิด โดย หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ (ทองดี เรศานนท์) ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจรวมไปถึง ปลาไน ด้วยก็ได้)

*https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1557982884230934&set=pb.100000577118415.-2207520000.1519053758.&type=3&theater
8 กค.2016

22 กุมภา
ผมถ่ายภาพกับศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง

22.2
ขณะที่ตอนนี้เห็นมีประกวดคลิปวิดิโอความยาว 3-5 นาที ไม่จำกัดรูปแบบจะเป็นหนังสั้น สารคดี เอ็มวี ไวรัลคลิป อยากทำขึ้นมาด้วย หลังจากดูหนังสนทนาธรรมกับคุณโดม แห่งหอภาพยนตร์ฯ และก็พบปะพูดคุยกับอ.วิถี และผู้คนคุยเรื่องหนัง แต่งานเก่าตอนที่คิดดัดแปลงวิทยานิพนธ์มาเป็นหนังสือ คิดว่าจะหมู ทำง่ายๆ ไม่คิดมาก กลับกลายดันคิดมากแก้โน่นแก้นี้อยากใส่ภาพเพิ่มเรื่องเลยยาว คิดจะใส่ข้อมูลต่อยอดเพิ่มกลายเป็นโครงเรื่องขยาย คิดผิดต้องคิดใหม่ อาจจะไม่ต้องเพิ่มอะไรแล้วแค่20% ก็ได้แต่คิดทบทวนโครงเรื่องเดิม จริงๆ แล้วก็อยากตรวจภาษาดูการอ้างอิง จริงๆ วิทยานิพนธ์ก็จะหนา แต่อาจจะยาวเกินไปไอเดียขยายก็ควร…รวมเล่มเป็นบทความต่างหาก อย่างที่เคยทำบทความย่อยๆ นำเสนอในที่ต่างๆไปแล้วด้วย สุดท้ายตามภาพผมถ่ายภาพเข้าวัดปล่อยวางบ้าง
(ถ่ายภาพโดยโทรศัพท์มือถือภาพประกอบพระพุทธรูปยืน ณ วัดพระเจ้าเม็งราย เชียงใหม่ โดยวัดนี้มีข่าวดังปีที่แล้ว)
Anusorn Mekboot ท่านจะสร้างหนังสั้นรึ ผมขอเป็นพระเอกได้ไหม

อรรคพล สาตุ้ม ท่านจะแสดงจริงหรือเปล่า มาเชียงใหม่ภายในสัปดาห์หน้าเลยท่าน ดูหนังรักที่ขอนแก่น | Cemetery of Splendor ไว้วอร์มเครื่องก่อนเลย

22.3
มรดกยุคเรืองปัญญา มรดกอุปมาปลาในน้ำ ต่อมรดกชาตินิยม
“Marxism exists in nineteenth-century thought like a fish in water: that is, it is unable to breathe anywhere else.” ― Michel Foucault, The Order of Things: An Archaeology of the Human Sciences(*)

วันนี้วันเกิดของจอร์จ วอชิงตัน 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2275 (ค.ศ. 1732) – จอร์จ วอชิงตัน นายพลและนักการเมืองชาวอเมริกันเชื้อสายอังกฤษ ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา (ถึงแก่กรรม 14 ธันวาคม พ.ศ. 2342)วอชิงตันได้รับการยกย่องทั่วไปว่าเป็น “บิดาแห่งประเทศของเขา” และพระปิ่นเกล้าของสยาม สมัยร.4 ตั้งชื่อพระโอรสว่าจอร์จ วอชิงตันด้วย

โดยเรามาทบทวนประวัติศาสตร์ก่อนและหลังยุคเรืองปัญญาเชิงปรัชญา และความจริงจากก่อนยุควิทยาศาสตร์ ในช่วงยาวของประวัติศาสตร์ ซึ่งผมได้เขียนมาบางแง่มุมแล้ว จะเขียนย้ำและขยายความเพิ่มเติมจากอดีต ในแง่มุมมรดกยุคเรืองปัญญา มรดกอุปมาปลาในน้ำ ต่อมรดกชาตินิยม ด้วย

“ชุมชนจินตกรรม จากสวรรค์หายในยุคEnlightenment และมรดกต่อมาร์กซิสม์ อุปมาปลาในน้ำเดียวกัน”
เมื่อหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ กล่าวถึงชุมชนจินตกรรมจากจุดสงครามจีน-เวียดนาม โดยรัฐบาลมาร์กซิสม์ จากบทที่1 บทนำ สู่บทที่2 รากฐานทางวัฒนธรรม (Cultural Roots) เราจะเริ่มพิจารณารากฐานทางวัฒนธรรมของลัทธิชาตินิยมด้วยประเด็นเรื่องความตาย ในฐานะสิ่งสุดท้ายในบรรดาเคราะห์กรรมทั้งปวง แม้ว่าลักษณะการตายของคนเราจะดูไม่แน่นอน

แต่ภาวะความตายเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้น ชีวิตมนุษย์เต็มไปด้วยความเชื่อมโยงระหว่างความแน่นอนกับความไม่แน่นอนเช่นนี้ เราทุกคนตระหนักดีว่ามรดกเฉพาะตัวทางพันธุกรรมของเรา เพศสภาพของเรา ยุคสมัยของเรา ความสามารถทางกายของเรา ภาษาแม่ของเรา และอื่นๆ ล้วนเป็นภาวะบังเอิญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

คุณูปการอันสำคัญของโลกทัศน์ทางศาสนาดั้งเดิมต่างๆ (ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องแยกให้ออกจากบทบาทของศาสนาเหล่านี้ ในการสร้างความชอบธรรมให้กับระบบครอบงำหรือกดขี่แบบใดแบบหนึ่ง) อยู่ที่การให้ความสำคัญต่อประเด็นเรื่องมนุษย์-ใน-จักรวาล ต่อมนุษย์ในฐานะ “สปีชีส์”(Species)หนึ่ง และภาวะบังเอิญของชีวิต ความอยู่รอดอย่างน่าอัศจรรย์นับพันๆปีของพุทธศาสนา คริสต์ศาสนา หรืออิสลาม ในแบบแผนทางสังคมที่แตกต่างหลากหลาย ย่อมเป็นเครื่องยืนยันถึงการตอบสนองอย่างเปี่ยมด้วยจินตนาการ ต่อภาระอันหนักอึ้งของความทุกข์ยาก

ที่มนุษย์ต้องเผชิญ-ความเจ็บป่วย ความพิกลพิการ ความเศร้าโศก ความแก่ชรา และความตาย ทำไมฉันถึงเกิดมาตาบอด ทำไมเพื่อนรักของฉันถึงเป็นอัมพาต ทำไมลูกสาวของฉันถึงปัญญาอ่อน ศาสนาทั้งหลายล้วนพยายามให้คำตอบ

จุดอ่อนที่สำคัญของวิธีคิดเชิงวิวัฒนาการ/ก้าวหน้าทั้งปวง(เสรีนิยม) รวมทั้งลัทธิมาร์กซ์อยู่ตรงที่ว่า คำถามเหล่านี้ล้วนถูกตอบด้วยอาการเงียบงันไม่ยี่หระ ยิ่งกว่านั้น ความคิดเชิงศาสนายังให้คำตอบเป็นนัยๆ ต่อความเป็นอมตะด้วยวิถีทางต่างๆ ซึ่งโดยทั่วไปก็คือ การเปลี่ยนเคราะห์กรรมให้กลายเป็นความสืบเนื่องหรือContinuity(กฎแห่งกรรม บาปกำเนิด และอื่นๆ) ด้วยแนวทางเช่นนี้ วิธีคิดเชิงศาสนาจึงให้ความสำคัญต่อสายสัมพันธ์ระหว่างผู้ล่วงลับกับผู้ยังไม่เกิด อันเป็นความลี้ลับแห่งการเกิดใหม่(**)

ครั้นเมื่อลูกหลาน ของพวกเขา ปฏิสนธิและเข้าใจลางๆ ถึงความผูกพันเชื่อมโยง ความพ้องพาน และโชคชะตาบางอย่าง ด้วยภาษาที่แสดงถึง ‘ความสืบเนื่อง’(ก็อีกนั่นแหละ ข้อเสียเปรียบของความคิดเชิงวิวัฒนาการ/ก้าวหน้านั้น อยู่ที่การเป็นปฏิปักษ์ต่อแนวความคิดว่าด้วยความสืบเนื่องใดๆ จนแทบจะเหมือนปรัชญาแบบHeralitus:นักปรัชญากรีกโบราณเจ้าของวลีดังที่ว่าEverything is changing all the time***)

อ.เบน หยิบยกข้อสังเกตที่อาจดูพื้น เหล่านี้ขึ้นมาก็เพราะว่ายุโรปตะวันตกในศตวรรษที่ 18 ไม่เพียงแต่จะเป็นอรุณรุ่งของยุคสมัยชาตินิยมเท่านั้น แต่ยังเป็นสนธยาของแบบแผนความคิดเชิงศาสนาด้วย ศตวรรษแห่งแสงสว่างทางภูมิปัญญา(Enlightenment)แห่งการเน้นวิถีฆราวาสแบบเหตุผลนิยม นำมาซึ่งความมืดมนแห่งกาลสมัยใหม่ของมันเองเช่นกัน ความเชื่อทางศาสนาอาจเสื่อมถอยลงไป แต่ความทุกข์ยากซึ่งความเชื่อเคยทำให้ทุเลาลงได้นั้น มิได้หายไปด้วย(****)

ดังนั้น ชุมชนจินตกรรม เป็นผลกระทบจากสวรรค์หายในยุคEnlightenment(ภูมิปัญญาหรือยุคเรืองปัญญา) มีนักคิด (บารุค สปิโนซา,รุสโซ,อดัม สมิธ)ด้วยเหตุผลลดความเชื่อเรื่องพระเจ้า เหตุผลทางวิทยาศาสตร์การปฏิวัติทางความคิด และเศรษฐศาสตร์การเมืองจากศตวรรษที่18-19 ภาพสะท้อนของชาตินิยมที่เราเกิดมาเป็นคนชาตินั้นๆ(ชาติฝรั่งเศส ชาติจีน ชาติไทย ชาติเวียดนาม ชาติลาว) ต่อมาที่ต่อเนื่องกันของเศรษฐศาสตร์การเมืองแบบกระฎุมพีและมาร์กซเป็นปลาในน้ำเดียวกัน(*****)มุมประวัติศาสตร์เชิงปรัชญาจากมรดกความคิดยุคEnlightenmentสำหรับผม ได้กล่าวมาแล้วอย่างย่นย่อจากอดีตแบบที่1 ปลาหายไปหรือลดลงจากความเชื่อศรัทธาทางพุทธศาสนาเอเชีย(จีน+อินโดจีน)และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเวียนว่ายตายเกิดของมนุษย์ไม่ได้เชื่อมากมายอย่างเดิม(กรณีไทยในปลาที่หายไปปลาอานนท์จากความเชื่อ)ตามสายธารน้ำไหลไปอุปมาความคิดมนุษย์(ผมเคยเล่าแล้วคนตีความงานอ.เบนว่าทุนนิยมในฐานะศาสนาด้วย) และแบบที่2 ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ภาพแทนสะท้อนทุนผูกขาดอุปมาในสายธารน้ำเดียวกัน

“จากอเมริกาถึงสยามหรือไทย และมรดกชาตินิยม”
เนื่องจากผมได้เขียนเรื่องช่วงยาวต่อเนื่องมาแล้ว ซึ่งก่อนหน้าเปลี่ยนแปลงสร้างแผนที่สยาม ก็มีการเขียนถึงสมัยพระนารายณ์ อิทธิพลต่อล้านนา ยกตัวอย่างแผ่นดินสยามวิกฤตในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช: เมื่อมหาอํานาจ ฮอลันดา อังกฤษ ฝรั่งเศส คิดเขมือบไทย?

เมื่อจอร์จ วอชิงตัน ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกดังกล่าว ซึ่งจอห์น แอดัมส์ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกภายใต้จอร์จ วอชิงตันและขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 2 ของสหรัฐอเมริกาในปีค.ศ. 1796 และจอห์นเริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่ช่วงต้นของการปฏิวัติอเมริกา โดยเป็นผู้แทนจากรัฐแมสซาชูเซตส์และมีส่วนสำคัญในการผลักดันชักจูงสภาคองเกรสให้ประกาศอิสรภาพ เขาเป็นผู้มอบหมายงานร่างคำประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกาแก่ทอมัส เจฟเฟอร์สันในปีค.ศ. 1776

ต่อมากล่าวว่าการโจมตีของทอมัส เจฟเฟอร์สัน ต่อจอห์น แอดัมส์ จนกระทั่งเขา(ทอมัส เจฟเฟอร์สัน)เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่ 3 (ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1801 – วันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1809) และผู้ประพันธ์ “คำประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกา” (Declaration of Independence) ของสหรัฐอเมริกา เขาคือหนึ่งในบุคคลที่น่ายกย่องที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

นอกจากนี้ ผมยกตัวอย่างเบนจามิน แฟรงคลิน เป็นยุคEnlightenment(ยุคเรืองปัญญา) ทูตสหรัฐประจำฝรั่งเศส (ถัดไปเป็นทอมัส เจฟเฟอร์สัน)

ซึ่งเขาเป็นบิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐ (อังกฤษ: Founding Fathers of the United States) หมายถึง ผู้นำทางการเมืองที่ได้ลงนามในคำประกาศอิสรภาพในช่วงปี ค.ศ. 1776 หรือได้มีส่วนร่วมในสงครามการปฏิวัติอเมริกา ในฐานะผู้นำผู้รักชาติผู้ได้มีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญสหรัฐเป็นหนึ่งในบิดาผู้สร้างชาติของสหรัฐอเมริกา ร่วมกับจอร์จ วอชิงตัน,จอห์น แอดัมส์,ทอมัส เจฟเฟอร์สัน ฯลฯ แต่เขาไม่ได้เป็นประธานาธิบดี

อย่างไรก็ดี ผมได้เคยเขียนมาบ้างแล้ว การพิจารณาช่วงระยะยาวของประวัติศาสตร์ ที่มีการเก็บรายละเอียดเปรียบภาพ ที่มีข้อสังเกตต่อความจริงของมุมมองทางประวัติศาสตร์จากอเมริกาถึงสยาม กรณีพระปิ่นเกล้า สมัยร.4 ที่มีอิทธิพลจักรวรรดิอังกฤษ ฝรั่งเศสคุกคามสยาม แบ่งสองฟากฝั่งแม่น้ำโขง และต่อมาไทย ยุคสงครามเวียดนาม โดยยกตัวอย่างสงครามอินโดจีนครั้งที่สาม

“สงครามจีน-เวียดนามหรือสงครามอินโดจีนครั้งที่สาม กับมรดกชาตินิยม”
อิทธิพลสหรัฐอเมริกา เปรียบเทียบย้อนกลับสู่สงครามอินโดจีนครั้งแรก ซึ่งเกิดขึ้นจากสถานการณ์ซับซ้อนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และสงครามเวียดนามต่างปะทุจากผลพวงที่ไม่ได้ข้อยุติของความสัมพันธ์ทางการเมือง สงครามอินโดจีนครั้งที่สามเกิดขึ้นจากปัญหาคาราคาซังจากสงครามครั้งก่อน ๆ

โดยผู้ชนะฝ่ายสัมพันธมิตรหลักในสงครามโลกครั้งที่สอง ได้แก่ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ต่างตกลงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสไม่มีวิธียึดอินโดจีนคืนทันที มหาอำนาจตกลงว่าบริเตนจะเข้าควบคุมและทหารจะยึดครองภาคใต้ของเวียดนาม

ต่อมาวันในอดีตวันที่17 กุมภาพันธ์( – 16 มีนาคม 2522) จีนส่งทหารราว 120,000 นาย ข้ามพรมแดนสู่ตอนเหนือของเวียดนาม เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามจีน-เวียดนาม หรือรู้จักกันในชื่อ สงครามอินโดจีนครั้งที่สาม(อ.เบน เขียนถึงมรดกชาตินิยมในประเด็นสงครามนี้เน้นปี2522 ซึ่งไทย มีแรงงาน ชาวนา นศ.เข้าป่าตั้งแต่หลังเหตุการณ์ 6ตุลา 19 ด้วย) เป็นสงครามชายแดนสั้น ๆ สู้รบกันระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในต้นปี 2522 ประเทศจีนเปิดฉากการรุกเพื่อตอบโต้การบุกครองและยึดครองกัมพูชาของเวียดนามในต้นปี 2521 (ซึ่งยุติการปกครองของเขมรแดงที่จีนหนุนหลัง) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เฮนรี คิสซินเจอร์ เขียนว่า ผู้นำจีน เติ้ง เสี่ยวผิง มองเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็นความพยายามของโซเวียตที่จะ “เหยียดหนวดชั่วร้ายของมันมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ … ดำเนินการขยายอาณาเขตที่นั่น” ซึ่งสะท้อนความแตกแยกระหว่างจีน–โซเวียตที่มีมานาน คิสซินเจอร์ยังสังเกตว่า “แม้ว่าการดำเนินการจะมีจุดอ่อน แต่การทัพของจีนสะท้อนการวิเคราะห์ทางยุทธศาสตร์ระยะยาวที่จริงจัง”

กำลังจีนเข้าสู่เวียดนามตอนเหนือและยึดหลายนครใกล้ชายแดน วันที่ 6 มีนาคม 2522 ประเทศจีนประกาศว่าประตูสู่กรุงฮานอยได้เปิดออกและว่าภารกิจลงโทษลุล่วงแล้ว ก่อนถอนทหารออกจากประเทศเวียดนาม ทั้งประเทศจีนและเวียดนามต่างอ้างชัยในสงครามอินโดจีนนี้ โดยกำลังเวียดนามประจำอยู่ในกัมพูชาจนถึงปี 2532 อาจกล่าวได้ว่าประเทศจีนไม่บรรลุเป้าหมายในการห้ามมิให้เวียดนามเลิกเข้าไปข้องเกี่ยวในประเทศกัมพูชา ให้หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต จึงได้มีการสะสางชายแดนจีน-เวียดนาม(******)

“ก่อน 19 กันยา ในปี2543(2000) การยกเครื่องมรดกชาตินิยม”
ผมได้เคยเล่าแล้ว หลังจากยุคการรบกันของไทยกับลาว ณ สมรภูมิภูหินร่องกล้า 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) – ไทยและลาวประกาศหยุดยิงในสมรภูมิร่มเกล้า มาถึงวันในอดีต23 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) – พล.อ. สุนทร คงสมพงษ์ ประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ก่อรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2534 โค่นล้มรัฐบาล พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาหลังยุคพฤษภา 35 มรดกชาตินิยม ยกตัวอย่างการยกเครื่องมรดกชาตินิยมในการสัมมนาเรื่อง “ยกเครื่องเมืองไทย : จินตนาการสู่ปี 2000”

เมื่อวันที่ 26-28 กันยายน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้จัดให้มีการสัมมนาเสนอผลการวิจัยโครงการ “ยกเครื่องเมืองไทย : จินตนาการสู่ปี 2000 “ ณ โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากสาขาวิชาชีพต่างๆ ทั้งนักวิชาการ ข้าราชการ องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชน จำนวนประมาณ 200 คน…

…การสัมมนาเรื่อง “ยกเครื่องเมืองไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอวิกฤตและแนวโน้มของกระแสโลกที่กำลังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของประเทศไทยในด้านต่างๆ กัน รวมทั้งปัญหาที่เป็นผลพวงจากการพัฒนาของสังคมไทยที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้มีการนำเสนอทางออก ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีในการปฏิรูปสังคมไทย

ในภาคของภาพรวมได้แบ่งการนำเสนอออกเป็น 2 เรื่อง ได้แก่ “โฉมหน้าของโลกในศตวรรษที่ 21” โดย ศาสตราจารย์ชัยอนันต์ สมุทวณิช และ “ภาพรวมยุทธศาสตร์การปฏิรูปสังคมไทย” โดย ดร.เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณ โดยมี อาจารย์บัณฑร อ่อนดำ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และรศ.ดร.สุธี ประศาสน์เศรษฐ์ ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะ

ภาคศาสนาและวัฒนธรรมเป็นการนำเสนอบทความวิจัยเรื่อง “การอภิวัฒน์สถาบันสงฆ์ไทย” โดยนายธรรมเกียรติ กันอริ บรรณาธิการมูลนิธิภูมิปัญญา และนางสาวพรพิไล เลิศวิชา จากบริษัทธารปัญญา จำกัด นำเสนอการวิจัยเรื่อง “ข้อเสนอต่อวัฒนธรรมไทยในศตวรรษที่21” โดยมีพระมหาสมชัย และนายอุทัย ดุลยเกษม ผู้อำนวยการมูลนิธิสดศรี ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะ

ภาคการศึกษา นายพิภพ ธงไชย เลขาธิการมูลนิธิเด็ก นำเสนอบทความวิจัยเรื่อง “การปฏิรูปการศึกษา : เพื่อความแข็งแกร่งของพลเมืองไทย” และ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นำเสนอเรื่อง “การยกเครื่องสถาบันอุดมศึกษาไทย” โดยมี ดร.ประกอบ คุปรัตน์ และดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะ

ภาคเศรษฐกิจ เป็นการนำเสนอบทความวิจัย 3 เรื่อง ได้แก่ “เศรษฐศาสตร์สีเขียวและนิเวศวิทยา การเมือง : ข้อพิจารณาทางยุทธศาสตร์” ของ ดร.ปรีชา เปี่ยมพงษ์ศานต์ ในหัวข้อนี้มีนายประชา หุตานุวัตร จากเสมสิกขาลัย ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะ ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ นำเสนอ “พัฒนาการเศรษฐกิจไทย กับทางเลือกการพัฒนา” โดยมี ดร.แล ดิลกวิทยรัตน์ ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะ และ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ นำเสนอ “ความจำเป็นและวิธีสร้างกลไกการกระจายความมั่งคั่งเศรษฐกิจ” แลกเปลี่ยนทัศนะโดยอาจารย์วิทยากร เชียงกูล

ภาคสตรี อาจารย์ธีรนาถ กาญจนอักษร นำเสนอบทความวิจัยเรื่อง “ยุทธศาสตร์ทางเลือกแรงงาน สตรีข้ามชาติ” โดยมี ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะ

นอกจากนี้ในวันที่ 28 กันยายน ได้มี การอภิปรายเรื่อง “จินตภาพสู่ปี 2000: ทางออกของสังคมไทย” โดยมีผู้ร่วมอภิปรายคือ ดร.เกษม ศิริสัมพันธ์ ดร.ปรีชา เปี่ยมพงษ์ศานต์ นายชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ผู้ประสานงานบางกอกฟอรั่ม ดำเนินรายการโดยอาจารย์สุดาทิพย์ อินทร

ดร.เกษม ศิริสัมพันธ์ ตั้งข้อสังเกตว่าทุนนิยมเป็นคำตอบสุดท้ายของโลกหรือเป็นยุคทองสุดท้ายของมนุษย์ สภาวะไร้พรมแดนกำลังทำลายค่านิยมแบบเมืองเล็ก (Small town)

ดร.ปรีชา เปี่ยมพงษ์สานต์ กล่าวว่า การตกต่ำทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการทบทวนการยกเครื่องสังคมไทยต้องมีคนทำหน้าที่เป็นพลังขับเคลื่อน เช่น สื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ วิพากษ์สร้างโลกทัศน์ใหม่แต่ขณะเดียวกันต้องมีคนปฏิบัติด้วย สังคมยังขาดแคลนคนลงมือกระทำ

นายชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ กล่าวถึงทางออกสังคมไทยว่า ทุกฝ่ายต้องไปพร้อมๆ กัน ยอมรับความหลากหลาย ต้องยอมรับว่าทุกฝ่ายมี 2 ขั้ว เช่น ต้องการพัฒนา แต่ก็ต้องการรักษาสิ่งแวดล้อม ต้องการความเป็น “โลกาภิวัตน์” แต่ก็ต้องการรักษาความเป็นท้องถิ่นไว้(*******) แล้วมรดกชุมชนจินตกรรมยังมีอยู่ไม่หายไป

“มรดกชาตินิยม19 กันยา มรดก พฤษภา 57”
ความทรงจำได้สะสมลงบนหน้ากระดาษ มีมรดกชาตินิยมช่วงยาวทางประวัติศาสตร์ และการเกิดขึ้นของชื่อพรรคไทยรักไทย ที่มีจำนวนสมาชิก14 ล้านคน และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ สองล้านกว่า คน แต่มรดกชาตินิยมสู้กู้ชาติ(ที่เคยมีคนร่วมยกเครื่องเมืองไทยใน“โฉมหน้าของโลกในศตวรรษที่ 21”และ “ภาพรวมยุทธศาสตร์การปฏิรูปสังคมไทย”โดยมีนายสนธิ ลิ้มทองกุล และฯลฯ) หลังรัฐประหาร19 กันยา เกิดยุบพรรคไทยรักไทย ก็ลดขนาดจำนวนสมาชิกลงด้วย

ปัญหาของมรดก 19 กันยา ซึ่งผมได้กล่าวมาบ้างแล้ว ยกตัวอย่างประเทศไทยไม่ได้เป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ จนกระทั่งเกิดแบบประเทศซีเรีย นั่นคือ ภาพสะท้อนเรามีลักษณะ มีเลือกตั้ง เป็นช่วงๆ จากการเมืองขัดแย้งด้วย มีวิธีประนีประนอม หลายรูปแบบ

ฉะนั้น จากอดีตผมได้เขียนเรื่องสงครามจีนกับเวียดนาม ผลกระทบลาว กัมพูชาและไทย ในช่วงยาวมาแล้ว คือ การซ่อมสร้างมรดกชาตินิยมของทหารตั้งพรรคแบบTake over มรดกสืบทอด14 ตุลา มรดก6ตุลา มรดก17 พฤษภา มรดก19กันยา (********) และผมเคยเขียนเรื่อง26มีนา 2552 และพฤษภา 53มาบ้างแล้ว มีมรดกที่ต้องการยกตัวอย่างเพิ่มสั้นๆ มรดก 19 กันยาถึงคือ คมช.มีพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. มรดกสืบทอดพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรองประธานคณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ สิ่งที่ง่ายที่สุดการแตกต่างของคนสองฝ่าย คือ ยอมรับการเลือกตั้งไม่ให้มีรัฐประหาร หรือการเข่นฆ่าประชาชน(อ้างคนเป็นคอมมิวนิสต์ ทั้งที่ก.ม.คอมมิวนิสต์ ที่ยกเลิกแล้วฯลฯ) ดูตัวอย่างอเมริกามีคนอย่างทรัมป์ มีพรรคสองพรรค แต่ไม่มีรัฐประหารกับทหารทำร้ายประเทศไทยไม่นิยมไทย

อย่างไรก็ตาม ผมเล่าเกร็ดเดือนธันวาคม ปีที่แล้วเครือข่ายแรงงานภาคเหนือไปเดินขบวนหน้าศาลากลาง และผมเจอเพื่อนนักข่าวที่โดนคดี(อดีตเขาเคยอยู่คนละพรรคนศ.) เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร ผมถามเค้าทำไม โดนไม่เห็นมีรูปอยู่ในสามคน ก็ขอเล่าสั้นๆ เขาบอกว่า ฝ่ายรัฐมีข้อมูลอยู่แล้ว ก็มารวมให้เป็นห้าคน สำหรับด้านแรงงานไม่มีความน่ากลัว แค่บันทึกความทรงจำไว้ แต่กรณีมหา’ลัยเชียงใหม่14 ก.พ.นั้น สะท้อนพยายามสร้างความกลัว ตามคำว่ายามที่ประชาชนเกรงกลัวรัฐบาล ที่นั่นมีการกดขี่ ยามที่รัฐบาลเกรงกลัวประชาชน ที่นั่นมีเสรีภาพ (ทอมัส เจฟฟอร์สัน) อย่ากลัว อย่ายอมต่อโชคชะตาชาติ เหล่าผู้สู้ต่อไป

*“Marxism exists in nineteenth-century thought like a fish in water: that is, it is unable to breathe anywhere else.”
― Michel Foucault, The Order of Things: An Archaeology of the Human Sciences
https://www.goodreads.com/quotes/853278-marxism-exists-in-nineteenth-century-thought-like-a-fish-in-water
(การอ้าง The Order of Thingsฯในบทที่8: Labour, Life, Language ดูหัวข้อRicardo โดยอธิบายจากอดัม สมิธถึงมารกซ์และมาร์กซิสม์อธิบายดังกล่าวด้วย)
ดูเพิ่มเติมThe Order of Thingsฯ(ผมเคยเล่าแล้วเคยเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์คลาสสิค และประสบการณ์อ่านพร้อมทำรายงานการวิเคราะห์ศาสนาจากมาร์กซที่เคยเล่าแล้วดูอ่านฟรีเรื่องดังกล่าวเวอร์ชั่นนี้่หน้า285)
https://books.google.co.th/books?id=F0CVBQAAQBAJ&printsec=frontcover&hl=th#v=onepage&q&f=false
(ความทรงจำตอนทำวิทยานิพนธ์ ทำไม ไม่ใส่รายชื่อหนังสือเยอะ เนื่องจากตอนนั้นผมอ่านหนังสือเยอะมาก ที่เคยเล่าว่ายอดสถิติจากรางวัลยอดนักอ่านหนังสือประมาณเก้าร้อยกว่าเล่ม เท่าที่จำได้ขยันไม่พอใส่บรรณานุกรมวิทยานิพนธ์ และเหตุผลความขยันนี้ทำให้การแปลงร่างวิทยานิพนธ์ช้าอย่างมีคุณภาพ นึกถึงรุ่นพี่ของพวกผม บางคนสร้างงานวิทยานิพนธ์ระดับป.โท เทียบเท่าได้ป.เอก อธิบายวิวัฒนาการยาวมาก อาจจะนึกคล้ายอยากทำวิทยานิพนธ์ป.โทเท่าอาจารย์ ในอดีตผู้บุกเบิกบางคนทำในไทย และตอนผมทำรายงานเรื่องศาสนาเปรียบเทียบมารกซ์กับเวเบอร์ไม่ได้หลับไม่ได้นอน)

**ดูเพิ่มเติมหนังสือชุมชนจินตกรรม:บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม (หรือชื่ออังกฤษ:Imagined communities: reflections on the origin and spread of nationalism)กับผู้สืบทอดมรดกLeft-wing มรดกMarx มรดกชาตินิยม มรดกคณะราษฎร และThe angel of history-Fish
https://akkaphon.blogspot.com/2016/12/left-wing-marx-angel-of-history-fish.html
การสะสมความทรงจำเดือนพฤศจิกายน

ชุมชนจินตกรรม จากจักรวาลศาสนาสู่ยุคดาวเทียม

ปัจจัยภายนอกกับภายในสงครามอินโดจีนถึงสงครามโลกครั้งที่2

***ดูเพิ่มเติมHeraclitus(เฮราคลิตุส)กับวลี”Ever-newer waters flow on those who step into the same rivers.”
และ“to Hegel, history was like a running river. Every tiny movement in the water at a given spot in the river is determined by the falls and eddies in the water higher upstream. But these movements are determined, too, by the rocks and bends in the river at the point where you are observing it.the history of thought–or of reason–is like this river.
https://www.goodreads.com/quotes/446254-to-hegel-history-was-like-a-running-river-every-tiny
(หนังสือชุมชนจินตกรรมฯ ก็กล่าวถึงHegel,Kant,Herder เป็นต้น)
****เพิ่งอ้าง ผมวิเคราะห์ต่อจากอ.เบน ย้อนศาสนาเปรียบเทียบกับเฮลาคริตุสของกรีก(อิทธิพลต่อเพลโต,อริสโตเติล,เฮเกล,นิทเช่,Engels) ก่อนยุคปรัชญาของยุครู้แจ้งทั้งเดสการ์ต,ฮอบส์,ล็อค(ถูกนิยามองค์ประกอบพื้นฐานเป็นบิดาของสหรัฐอเมริกา) มาถึงอเมริกาเปรียบเทียบไทย
*****ดูเพิ่มเติมวารสารสังคมศาสตร์ (คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่). ปีที่ 15, ฉบับที่ 1 (2545)

(ผมเคยกล่าวถึงสปิโนซ่า,แมนเดลแล้วไม่ขยายความเพิ่ม)ในModern Democracy and the Theological-Political Problem in Spinoza, Rousseau, and Jefferson(ปลาใหญ่กินปลาเล็กฯ) และ14 ตุลา,6 ตุลา ตำรา,อำนาจรักในความทรงจำ https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1873174132711806&id=100000577118415
******วิกิพีเดียไทย(อ.เบน อธิบายบริบทสงครามเวียดนาม รับมรดกชาตินิยม ซึ่งงานอ.เบน กล่าวถึงมรดกยุคเรืองปัญญาถึงมรดกมารกซ์ โดยใช้แนววาทกรรมของฟูโก้และมารกซ์)
*******นายชัยวัฒน์ ยังได้นำเสนอ “สูตรแห่งการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งประกอบด้วย แรงกดดัน จินตภาพ จินตนาการ และต้นทุน แหล่งที่มา : ประชาคมวิจัย ฉบับที่ : 10 หน้าที่ : 05
http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?id_colum=1688
ดาวโหลดฟรี
http://rescom.trf.or.th/keybook.aspx?yearbook=2539
********การซ่อมสร้างมรดกชาตินิยมของทหารตั้งพรรคแบบTake over มรดกสืบทอด14 ตุลา มรดก6ตุลา มรดก17 พฤษภา มรดก19กันยา

(ภาพคำคมฟูโกต์ และเหมาฯ ผมเคยเล่าแล้วเรื่องแผนที่อุปมาแผนที่ไตรภูมิ มีโปสเตอร์ตื่นจากฝันร้าย ดูหนังสือก.ม.พรบ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ มีรูปแผนที่กับธงชาติ และแผนที่อุปมาตื่นเถิดชาวไทย)

22.4
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย จัดการงานเสร็จส่งท้าย คืนนี้ด้วยวงCountry Joe & The Fish กับเพลง”I’ll Survive”

26 กุมภาพันธ์
ขายหนังสือ 1.ข้างหลังภาพ ศรีบูรพา (หนังสือดีมีการตีความกันมาก และผมตีความใหม่ได้ไว้มีโอกาสเล่า) 2.มายาพินิจ ฯ3.ปัญหาปรัชญา 4.ปรัชญาและทฤษฎีการเมืองฯ 5.ถนนหนังสือฯ และขายหนังสือซ้ำตามลิงก์
*https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2013542042008347&id=100000577118415

26.2
ผมถ่ายภาพกับคุณโดม พร้อมเล่าความทรงจำดูหนัง
เนื่องจากผมทำธุระประชุมงานเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ไม่ได้ไปร่วมเสียดาย(*) เชิญชาวเชียงใหม่มาร่วมแสดงความคิดเห็น ในการอภิปรายในหัวข้อ “ชาวเชียงใหม่ต้องการภาพยนตร์สถานหรือไม่” ที่รถโรงหนังเฉลิมทัศน์ บริเวณหน้าหอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม ม.เชียงใหม่ (**) ซึ่งผมดูหนังไปบางเรื่องก็ไม่มีเวลาดูเต็มเรื่องหรือดูเต็มเรื่อง มีสมาธิบ้างจากหลายเรื่องในชีวิต มีเทพธิดาโรงแรม,ทวิภพ The Siam Renaissance (Director’s Cut)สวรรค์มืด ,สันติ-วีณา,Return to Homs, Citizen Kane(ดูซ้ำพร้อมกับสนทนาหนัง) และรักที่ขอนแก่นของอภิชาติพงศ์ เป็นหนังอาร์ตในแง่หนึ่งสำหรับผมอีกแล้ว ฮร่าๆ หาดูเวอร์ชั่นเบาๆ ในรักที่ขอนแก่น | Cemetery of Splendor ตามเน็ต ซึ่งผมสนทนากับผู้กำกับหนังบอกช่วงท้ายสุดตื่นจากฝันคุยเรื่องโครงการลับของรัฐบาล การเมืองเป็นไปได้มีการต่อสู้ทางการเมือง!(การต่อสู้ที่มองไม่เห็น) จบที่ฉากนักแสดงเบิกตา(ลืมตา)โตดูเด็กเตะบอลในสนามโรงเรียน!

อย่างไรก็ดี ความทรงจำเก่าๆจากการดูรถโรงหนัง ทำให้ผมนึกถึงกลุ่มของผมเคยร่วมจัดฉายหนังกลางแปลง หรือหนังกลางแปลง: เทศกาลหนังแรงงานนานาชาติ ณ หอศิลป์ฯ มช.(ฯลฯ) และวันที่ดูหนังเสร็จเจอผู้คนที่รู้จักกันในวันศุกร์ผม(ธุระซ้อน)ต้องไปธุระต่ออีกด้วย

*https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=927969640695742&id=580937148732328
**“ภาพยนตร์สถาน ภาพยนตร์ก่อให้เกิดปัญญา”https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2027558723940012&id=100000577118415

26.3
สไตล์บอยๆ

Anusorn Mekboot ยืมแว่นใส่หน่อยท่าน แว่นเหมือนก้นขวดM-150

ตกลงท่านจะยืมแว่น ผมให้ยืมก็ได้แล้ว ผมเดาว่าท่านไม่เล่นหนังสั้นผมแล้ว ซึ่งเขียนบทใกล้เสร็จ ตอนนี้เปิดกล้องไปนิดหน่อยถ่ายฉาก กะจะมีตัวละครใส่สัปดาห์หน้าแล้ว ก็ใกล้หมดเขตประกวด ต้องถ่ายเร็วๆ เสร็จเร็วก็ดี ซึ่งท่านวอร์มเครื่องดูทวิภพ (2547) – The Siam Renaissance HD ไปก่อนหละกันมีเสียงภาษาฝรั่งเศสด้วย

ป. เข็กน้อย สวัสดีครับ ท่านอาจารย์บอย สบายดีนะครับ
หวัดดี ครับพี่ป.เข็กฯ เรียกท่านอาจารย์เลย55 มีอาการไอนิดหน่อยอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เน็ตก็มีปัญหาบ่อย ครับ

ชิด ชยากร คิดถึงนะบอย
คิดถึงพี่ชิด เหมือนกัน ครับ^^

26.4
ส่งท้ายค่ำคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอยจัดเพลงประกอบหนังทวิภพ
ฉันจะฝันถึงเธอ / ทวิภพ(The Siam Renaissance)

Posted in Uncategorized | Leave a comment

การสะสมความทรงจำ ปีใหม่ และฉันคิด ฉันจึงอยู่ ฉินดื่ม ฉันมีอยู่

1 มกรา
ปีใหม่ปลดแอกประชาชนไทย
วันนี้ในอดีต 1มกรา พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) – พรรคคอมมิวนิสต์คิวบาชนะการปฏิวัติคิวบา(31ธ.ค.-1ม.ค.) และวันนี้ในอดีต 1 มกรา พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) – พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยจัดตั้งกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย

ผมได้เขียนมาต่อเนื่องแล้วเรื่องสถานการณ์ก่อนและหลังเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ทีนี้ผมหาเรื่องมาเล่าใหม่ขยายความสถานการณ์ช่วงสงครามเย็น ถ้าย้อนดูความเป็นมากรณีคิวบา เป็นแรงบันดาลใจให้ไทยจากเครือข่ายพรรคคอมมิวนิสต์ ที่มีโซเวียต จีน เวียดนาม คิวบามาไทย ดูภาพเก่าที่ผมเล่าแล้วรูปเช กูวารากับโฮจิมินห์ หรือเรื่องเล่าการสร้างจิตร ภูมิศักดิ์ เป็นนักรบอย่างเช กูวารา ยกตัวอย่างตามภาพ100ปีของการปฏิวัติโดยเลนินปีที่ผ่านมาชวนให้ผมทบทวนเน้น สงครามเย็น ยกตัวอย่างที่1 เครื่องบินสายลับกับคาดการณ์สงครามโลกครั้งที่ 3 จากขีปนาวุธคิวบา

1.เครื่องบินสายลับยู-2 ของสหรัฐถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าของสหภาพโซเวียตเหมาคาดว่าการตอบโต้ในเชิงรุกจาก ครุสชอฟ ในอุบัติการณ์ยู-2 ที่เกิดขึ้นในปี 1960(พ.ศ. 2503) จะทำให้โซเวียตเลิกคิดที่จะอยู่ร่วมกันกับกลุ่มชาติตะวันตก ซึ่งการเปลี่ยนผ่านจากสตาลินมาเป็นครุสชอฟ ที่มีการกล่าวว่าเขาอ่อนแอ แม้เขาเรียกร้องคำขอโทษอย่างเป็นทางการจากประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ของอเมริกา ที่ประชุมสุดยอดปารีส 1960 แต่ไอเซนฮาวร์ปฏิเสธ เหมาเจอตุงและครุสชอฟตีความการกระทำเช่นนี้ว่า ไอเซนฮาวเป็นปรามาสประเทศสังคมนิยมทั้งหมด จีนตอบโต้ด้วยเรียกร้องให้ ครุสชอฟ ใช้กองกำลังกระทำการต่อต้านการรุกรานของอเมริกา

แต่สถานการณ์นั้นครุสซอฟไม่เปิดฉากการปฏิวัติโลกจู่โจมอเมริกา และปี 1962 ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและสหภาพโซเวียต ก็ทำลายความสัมพันธ์ เหมาวิพากษ์วิจารณ์ครุสซอฟ ในวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา (1962) ระหว่างสหภาพโซเวียตและคณะรัฐมนตรีของเคนเนดี เคนเนดีเห็นด้วยอย่างลับ ๆ ที่จะถอนขีปนาวุธทั้งหมดในตุรกีตามแนวชายแดนโซเวียตเพื่อแลกกับการที่ครุสชอฟนำขีปนาวุธออกจากคิวบา

เมื่อเวลา 09:00 ของวันที่ 28 ตุลาคม มีข้อความใหม่จากครุสชอฟถูกกระจายเสียงทางวิทยุของมอสโคว์ ครุสชอฟได้กล่าวว่า “รัฐบาลของโซเวียตได้ตกลงที่จะหยุดการสร้างฐานยิงอาวุธ และได้ประกาศคำสั่งใหม่ให้รื้อถอนอาวุธที่พวกท่านมองว่าเป็นภัยคุกคามและส่งพวกมันกลับสหภาพโซเวียต”

เคนเนดีตอบรับในทันทีด้วยการแถลงการณ์ทางจดหมายว่ามันเป็นการช่วยรักษาความสงบ เขายังว่าต่อด้วยว่าจดหมายฉบับก่อน ๆ ที่ว่า “ข้าพเจ้าตัดสินใจส่งจดหมายให้ท่านในวันที่ 27 ตุลาคมและการตอบรับของท่านในวันนี้เป็นการยืนยันสัญญาของรัฐบาลทั้งสองซึ่งควรจะคงอยู่ต่อไป… สหรัฐจะทำการแถลงในขอบข่ายงานของสภาความมั่นคงเพื่ออ้างอิงถึงคิวบา มันจะเป็นที่ชัดเจนว่าสหรัฐอเมริกาจะไม่รุกล้ำเขตแดนและอำนาจของคิวบา ซึ่งจะไม่ก้าวก่ายงานภายในประเทศ ไม่ใช่เพื่อการรุกรานและไม่ใช่เพื่ออนุญาตให้ใช้อาณาเขตของสหรัฐเป็นหัวหอกในการโจมตีคิวบา และจะยับยั้งผู้ที่วางแผนจะโจมตีคิวบา”

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงจากข้อตกลงของเคนเนดีและคุรสชอฟ คือ มันได้ทำให้ตำแหน่งของกัสโตรแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากในคิวบา ซึ่งเขาจะไม่ถูกรุกล้ำโดยสหรัฐ มันเป็นไปได้ที่ครุสชอฟนำขีปนาวุธเข้าคิวบาเพียงเพื่อที่จะทำให้เคนเนดีถอนขีปนาวุธออกจากตุรกี และโซเวียตนั้นไม่มีเจตนาในการเริ่มสงครามนิวเคลียร์หากพวกเขามีอาวุธน้อยกว่าฝ่ายอเมริกา

อย่างไรก็ตาม เนื่องมาจากการถอนขีปนาวุธออกจากตุรกีไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะในเวลานั้น ครุสชอฟจึงดูเหมือนว่าพ่ายแพ้และกลายเป็นคนอ่อนแอ แนวคิดคือเคนเนดีมีชัยในการแข่งขันทางอำนาจและครุสชอฟก็ต้องอับอาย อย่างไรก็ดีครุสชอฟก็ยังครองอำนาจไปอีก 2 ปี(หาข้อมูลได้ทั่วไปตามวิกิพีเดียไทย) และต่อมาเลโอนิด เบรจเนฟ (ดูหนังสือBrezhnev and the Decline of the Soviet Union)ขึ้นมาครองอำนาจโซเวียตก็เริ่มเข้าสู่จุดเสื่อมอำนาจของสหภาพโซเวียตไปในตัวเอง

โดยผมยกตัวอย่างที่ 2.ความสัมพันธ์โซเวียตกับจีน ความแตกแยกกัน และตัวอย่างที่ผ่านหนังThe Ugly American
2.กรณีขีปนาวุธคิวบา ที่ครุสซอฟตอบด้วยความโกรธว่าความคิดแบบเหมาจะนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์ ในเวลาเดียวกันโซเวียตเข้าข้างอินเดียในสงครามจีน-อินเดีย(1962). ความแตกแยกระหว่างจีน–โซเวียต ก็เริ่มตั้งแต่ตอนนั้น โดยโซเวียตตอบโต้โดยนำนักวิทยาศาสตร์และช่างเทคนิคโซเวียต ออกจากประเทศจีนที่นำไปสู่การยกเลิกถึงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และการอวกาศการถอนตัวจากประเทศจีน ทำให้เกิดความล้มเหลวทางเศรษฐกิจจีน และแผนการก้าวกระโดดไกลไปข้างหน้า(The Great leap forwad)ล้มเหลว

โดยผมยกตัวอย่างผ่านหนังThe Ugly American เมื่อกรณีของคิวบา เป็นตัวอย่างสงครามเย็น ซึ่งสหรัฐอเมริกาต้นทศวรรษที่ 60 ถือได้ว่าอยู่ในช่วงสำคัญของสงครามเย็นนั้น คือ วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา (Cuban Missile Crisis) สำหรับในปี 1963(พ.ศ. 2506) ที่ภาพยนตร์เรื่อง The Ugly American ถูกฉายก่อนประธานาธิบดีเคนเนดีจะถูกลอบสังหารไม่กี่เดือน ซึ่งหนังฉายภาพจากนิยายบางคนบอกหนังไม่เหมือนนิยาย และบทหนังสะท้อนประเทศสารขัณฑ์ มีผู้ตีความว่านำมาจากส่วนผสมหลายประเทศเป็นตัวละครในประเทศสารขัณฑ์ทั้งไทย เวียดนาม คิวบาด้วยซ้ำ ซึ่งสะท้อนปัญหาคอมมิวนิสต์จะTakeoverหรือเขมือบสารขัณฑ์ตามคำแปลพาทกย์ไทยบทสนทนาโต้ตอบของตัวละครในหนัง ที่มีมรว.คึกฤทธิ์ แสดงเป็นนายกรัฐมนตรีก่อนจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีจริงๆ

จากนั้น 6ปีผ่านไปสถานการณ์ขัดแย้งของไทย ก็คล้ายกับหนังเรื่องดังกล่าวก้าวไปสู่คอมมิวนิสต์พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) – พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยจัดตั้งกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย และต่อมาในปีพ.ศ.2516(1973)ขบวนการประท้วงเหตุการณ์ 14 ตุลาสู่6 ตุลา 2519 ความสัมพันธ์พรรคคอมมิวนิสต์ไทยกับจีน ก็นำมาซับซ้อนกับอเมริกาในอินโดจีน มีทั้งกรณีต่อกัมพูชาที่จีนสนับสนุน ส่วนเวียดนามสายโซเวียตมาปะทะกำลังทหารปี2519อย่างที่ผมเคยกล่าวไว้

ดังนั้น จากอดีตมาถึงรัฐบาลทหารปัจจุบันของไทย ที่มาจากรัฐประหารปี2557 ที่ก่อนหน้าAmerican แสดงความ Ugly ออกมาด้วยการลดความน่าเชื่อถือของสารขัณฑ์จากเดิมระดับ 2 ลงไปอยู่ระดับ 3 ของ Tier Watch List ซึ่งว่าด้วยการค้ามนุษย์
โดยการลดครั้งนี้ถือเป็นระดับต่ำสุด เทียบเท่ากับซีเรีย เยเมน ซิมบับเว เกาหลีเหนือ คิวบา ฯลฯ แต่ท่านนายกฯ ตั้งรับอย่างมั่นคง เพราะท่านเชื่อว่าสารขัณฑ์เป็นพุทธที่ไม่มีการค้ามนุษย์แน่นอน และท่านติดต่อfacebook ซึ่งเป็นบริษัทของ American ก็ทำตัว Ugly เพราะทีมงานของท่านนายกฯ ขอนัดเจอเพื่อขอพูดคุยในการจะหาทางบล็อค account ที่ไม่พึงประสงค์ แต่ facebook ไม่ยอมมาพบ โดยตอบสั้นๆว่า “ไม่ว่าง” เป็นต้นนี้เป็นการล้อเลียนในอินเตอร์เน็ต

โดยสรุป ปีที่ผ่านมาในภาพรวมอย่างย่อๆสั้นๆ มีจุดเน้นประเด็นใหญ่ที่1.สถานการณ์กรณีเลือกตั้งมีนักวิชาการ(อ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ผู้เคยร่วมวิวาทะว่าด้วยรัฐไทย เขียนในเฟซฯ19 ธันวาคม )วิเคราะห์สถานการณ์เลือกตั้งปัจจุบันว่า…ทหารมีบทเรียนมาแล้ว อุตส่าห์อุ้มอภิสิทธิ์เป็นนายกฯปี 51 ลงแรงปราบเสื้อแดงปี 53 แต่ผลคือ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รอง เอากระดูกมาแขวนคอ ขณะที่ปชป.เอาพุงปลามัน ๆ ไปกินคนเดียว…(*)หรือประเด็นมีคนฟังธงไม่มีเลือกตั้งปี61 ซึ่งส่วนตัวผมมองประเด็นที่2 ปัจจัยภายนอกกับภายในความเสื่อมของคสช. ที่สะท้อนผ่านป๋า แนะสู้ต่อ แม้กองหนุนคสช.แทบไม่เหลือ แซวบิ๊กป้อมนิ้วล็อก นายกฯฟ้อง‘3ป.’โดนหนักตามข่าว(**)จากเรื่องเล่า หากสถานการณ์สงครามเย็นสะท้อนปัจจัยภายนอกในอดีตยังส่งผลต่อปัจจุบัน โดยหากกลับกันไม่มีเลือกตั้งเซ็ตซีโร่พรรค ฯลฯ มีส่วนอยู่ถ้าไม่เลือกตั้ง ก็อเมริกา และอียูจะกลับไปใช้มาตราการกดดันอีก โดยที่ผมย้อนกลับไปสะท้อนเรื่องขอเตือนฝ่ายคสช.ระวังผลกระทบผีเสื้อ(Butterfly Effect) ซึ่งผมเคยเขียนงานแนวนี้มาแล้ว ไม่ว่าการวิเคราะห์อนาคตมีหลายแนวทางจากอดีต(***) และผมเลือกใช้แนววิเคราะห์ความขัดแย้ง และปัจจัยกำหนดมากล้นเกิน(overdetermination)ชี้ขาดผ่านผลกระทบของผีเสื้อ(****)สิ่งเล็กๆ จะสะสมกระทบให้อำนาจเสื่อมสลายหายไปได้ ระวังหายนะทั้งคณะคสช.ดูหนัง(*****)เตือนสติไว้บ้าง

*วิวาทะว่าด้วยรัฐไทย
https://www.academia.edu/29703748/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%A7_%E0%B8%B2%E0%B8%94_%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.pdf
(ตอนนั้น ลิขิต อุดมภักดี คือ อ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ และ อาคม ชนากูร เป็นนามปากกาอ.เกษียร เตชะพีระ)
**ป๋า แนะสู้ต่อ แม้กองหนุนคสช.แทบไม่เหลือ แซวบิ๊กป้อมนิ้วล็อก นายกฯฟ้อง’ ‘3ป.’โดนหนัก
https://www.prachachat.net/politics/news-94103
***การปฏิวัติประชาธิปไตยความฝันหรือความจริง? ในหนังสืออนาคตขบวนการประชาธิปไตย รวมบทความและทัศนะแห่งยุคแสวงหาครั้งที่2 ในปีพ.ศ.2524
****The “butterfly effect” is an example of overdetermination applied to meteorology.ดูเพิ่มเติมการนิยาม https://www.mtholyoke.edu/courses/sgabriel/overdetermination.htm
และงานศึกษาแนวเชื่อในทฤษฎีผลกระทบผีเสื้อ เช่น Strategy for Chaos: Revolutions in Military Affairs and the Evidence of History และผมเคยเขียน26 มีนา 2520 หรือ 26 มีนา 2552: ผลกระทบของผีเสื้อ-กระแสแดงทั่วแผ่นดิน
https://prachatai.com/journal/2009/05/23918
*****หนังThe Ugly American น่าสนใจ นายกฯกล่าวเมื่อฝันร้ายกลายเป็นจริง ก็ยอมรับได้ หรือใครดูหนังเกี่ยวกับคิวบา หนังประวัติเช ก็ได้ (ว่ากันวาการปฏิวัติดูงานเขียนของเหมากับงานเขียนของเช ว่าอ้างอิงซุนวู)แนววิเคราะห์ผมด้านเด่นไม่ใช่กฏหมาย

(ภาพประกอบเลนินในนิตยสารเนชั่นนอลจีโอกราฟฟิก ปี2017 และภาพเปรียบเปรยผู้นำกับปลา ใน How to be a great leader รวมทั้งภาพหนังThe Ugly American)

1.2
ขายหนังสือ Scientific Realism and Socialist Thought [Andrew Collierผู้เขียนสอนปรัชญาในมหาลัยสนใจงานอัลธูแชร์เล่มนี้ก็อ้างอัลธูแชร์]และพจนานุกรมศัพท์ศิลปะโดยน.ณ.ปากน้ำ นักวิชาการศิลปะและนักวาดภาพ เรียนจบป.ตรีลูกศิษย์ศิลป์ เป็นผลงานยุคบุกเบิกคลาสสิคหนังสือแนวนี้ ผู้ใดสนใจสะสมได้ รวมทั้งหนังสืออื่นๆเก่าเล่าซ้ำมาขายอีกตามรูป

1.3
ภาพเดินทาง แม้ผมเป็นหวัด หลังผ่านช่วงอากาศแปรปรวน

1.4
บันทึกปีไก่(ปีระกา)และแมว ฯลฯ
ผมทบทวนปีเก่าผ่านสมุดบันทึกปีไก่ตามรูป และรูปแมวตัวสุดท้ายที่เหลือจากแมวตัวอื่นๆ ซึ่งผมอยากเขียนถึงแม่แมว พาลูกแมวมาเกิดที่นี่ อยากเขียนบทกวีเรื่องแมวๆ เลียนแบบหนังสือI Knead My Mommy: And Other Poems by Kittens – August 5, 2014 และผมอยากเขียนเรื่องอื่นๆ ยกตัวอย่างดังนี้
1.แม่บอกไว้ว่าแม่ไปเจอหมอดูบอกอย่าไปแช่งใคร จะทำให้คำแช่งเป็นจริง หรือเมื่อนานมาแล้ว สภาวะวนเวียนว่ายตายเกิด คำสาปแช่งที่ควรจบสิ้นกรรม ในระยะเวลาอันยาวนาน อโหสิกรรม นับถือในความรักมั่นคงของเธอ โชคดี I hate you little But.I love you very much.
2.การเดินทางนั่งรถในกรุงเทพฯ การต่อรถจากพิจิตรไปเชียงใหม่ (เจอคนไปฝาง) เปรียบเทียบรถแดง ให้บริการฝรั่ง คนจีน ในเชียงใหม่ (เจอคนไปฝาง) และคนจะไป ป้อมสันติธรรม คนพม่าหรือไทใหญ่ไม่กล้าพูดไทย

3.คนไม่อยากรู้เรื่องset(ทฤษฎีเซ็ตทางคณิตศาสตร์และเซ็ตทางปรัชญาอย่างบาดีอู) และคนอยากรู้เรื่องผ้า หรือบ้างไหม? อยากเขียนเรื่องผ้า ที่ไปอบรมงานผ้า มีทั้งผ้าไหม และผ้าที่คนสะสมมาแสดงด้วย
4.นักเดินทางกับเรื่องเล่าที่ลืม ยกตัวอย่างหญิงอายุ 80ปี มานั่งคุยบนรถเมล์ คนที่บ้านรุ่นพี่ ฯลฯ
5. คติพจน์ ถ้าไม่เดินทางพันลี้ ไม่อ่านหนังสือนับหมื่นเล่ม ไฉนจะเขียนภาพได้ดีเล่า(คล้ายกับคนเก่งเดินทางหมื่นลี้ อ่านหนังสือหมื่นเล่ม…แนวปริมาณสู่คุณภาพ)
6.สื่อนอกตีข่าว Digital Nomad เทรนด์ใหม่อาชีพมนุษย์ “ไร้ออฟฟิศ” ชี้ “เชียงใหม่” ฮิต “ฮับเมืองมนุษย์ไร้ออฟฟิศ”ของโลก
7.ผมกำลังวางเลย์เอ๊าท์ ดัดแปลงวิทยานิพนธ์ส่งสำนักพิมพ์

1.5
จงดื่มอวยพร ฉันคิด ฉันจึงมีอยู่ เพราะฉันดื่ม
ดื่มลืมหนักสู่เบาล่องลอยในอากาศ
ลมพัดบางคราสงบยามราตรี
อ่อนละมุนนุ่มนวลเหมือนก้อนเมฆ
ดื่มน้ำไหลลงคอ
ดื่มใต้เงาดวงจันทร์แสงดาวประกาย
แก้วต่อแก้ว กระทบกันเบาเบา
ส่งเสียงเบาเบา กริ๊ง กริ๊ง ชิน ชิน
หัวใจของเธอ หัวใจของฉัน(*)
เพื่อมิตรภาพ เพื่อฉันคิด ฉันจึงมีอยู่(**)
I Think Therefore I am
I Drink Therefore I Am
โชคดี มีชัย ปีใหม่

*แรงบันดาลใจจากกวีนิพนธ์อ้ายชิง ชื่อบทดื่มอวยพร ในอิตาลีคำว่าชิน ชิน คือ การดื่มให้แก่กัน ชิน ชินภาษาจีนหมายถึง “รัก รัก”ฯลฯ ละคำว่า ชิง ชิง หมายความว่า เบา แปลว่ากริ๊ง กริ๊ง ฯลฯ
**แรงบันดาลใจI Think Therefore I amของนักปรัชญาเรอเน่ เดส์การ์ตส์ (เขาจบการศึกษาด้านกฎหมาย แต่เขากลายเป็นทั้งนักปรัชญาและนักคณิตศาสตร์)
และI Drink Therefore I am (เพราะฉันดื่ม ฉันจึงอยู่) มีฉบับแปลจาก I Drink Therefore I Am: A Philosopher’s Guide to Wine
(ภาพประกอบน้ำตกห้วยแก้วโดยผมถ่ายเอง กับภาพจากเว็บ https://www.freepik.com/free-vector/party-new-year-poster_1526738.htm)

1.6
ราตรีสวัสดิ์ปีใหม่ ดีเจบอย เล่าเรื่องเพลงๆหน่อย คือ นักปรัชญาอย่างอัลธูแชร์อ้างไอเดียจากผลงานนักร้องอย่างบ็อบดีแลน ไม่อ้างวงประเทศโจบ้าง ฮร่า ดีเจบอยจัดต่อ Country Joe and The Fish – Superbird (1967)

6 มกรา
ภาพผมพาแม่เที่ยวงานรถไฟที่พิจิตร วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่2561
ตอบโบว์ ภาพ นี้ไม่ได้ตั้งค่าเฉพาะเพื่อน เห็นสาธารณะ ไงก็จะไปละกัน

6.2
ภาพที่ผมถ่ายภาพบรรยากาศเข้าวัดช่วงวันปีใหม่
วัดศรีมงคล ต.หัวดง อ.เมือง จ.พิจิตร

6.3
การสะสมความทรงจำต่อTakeoverของทหารญี่ปุ่นถึงทหารไทย ปั้นพรรคโตแบบTakeover
วันนี้ในอดีต 6 มกราคม พ.ศ. 2484 (ค.ศ.1941) – กรณีพิพาทอินโดจีน กองทัพบกไทยเริ่มทำการรุกเข้าไปในอินโดจีนฝรั่งเศส โดยเริ่มจากแนวปอยเปต และวันนี้ในอดีตวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2544 เป็นวันที่มีการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งที่ 20 ของไทย

การสะสมความทรงจำ เป็นการทบทวนความทรงจำในประวัติศาสตร์และการเขียนประวัติศาสตร์ โดยงานทางประวัติศาสตร์เหมือนกับการวาดภาพทิวทัศน์ เราต้องวาดทุกๆจุด ใบไม้ทุกๆใบ มิฉะนั้นนักประวัติศาสตร์จะสูญเสียข้อมูลจำนวนมาก(*) และยกตัวอย่างข้อมูลวิกิพีเดีย ถือว่าวันที่ 5 ม.ค. 2484 เป็นการรุกเข้าไปในอินโดจีนฝรั่งเศส เป็นต้น

เมื่อมุมมองข้อเท็จจริง และการค้นหาจุดกำเนิดการเปรียบเทียบกองทัพไทย ที่มีความแตกต่างจากอดีตอย่างที่ผมได้เคยกล่าวมาแล้วบ้าง(**) ซึ่งยกตัวอย่างจากอดีตมาถึงช่วงยุคจอมพลป.นี้ คือ 2383-2483(1840-1940)รัฐไทยหยุดเกี่ยวข้องกับการทำสงคราม(***) กองทัพบก(และกองทัพเรือ)ของไทยสมัยใหม่ไม่เคยต้องทำหน้าป้องกันประเทศจากศัตรูภายนอกอย่างจริงจังและเกือบไม่เคยออกรบเลยจริงๆยกเว้นการรบต่อต้านศัตรูภายใน(ลองเปรียบเทียบกับญี่ปุ่น!)

สถานการณ์ในประเทศไทยเริ่มขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2483 เมื่อคณะนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง รวมทั้งประชาชนร่วมกันเดินขบวนเรียกร้องรัฐบาลเรียกเอาดินแดนคืนจากฝรั่งเศสจากเหตุการณ์ ร.ศ. 112 เช่น เสียมราฐ พระตะบอง จำปาศักดิ์ เป็นต้น จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น ได้ส่งทหารข้ามพรมแดนเข้าไปยึดดินแดนคืนทันที ท่ามกลางกระแสชาตินิยมอย่างหนัก เพลงปลุกใจในเวลานั้นได้ถูกเปิดอย่างต่อเนื่อง เช่น เพลงข้ามโขง เพลงจำปาศักดิ์ เพลงเสียมราฐ เป็นต้น

เริ่มการสู้รบ หลังฝรั่งเศสแพ้ต่อนาซีเยอรมนีในปี 2483 และหลังจากการบุกครองอินโดจีนของญี่ปุ่นเมื่อเดือนกันยายน 2483 ซึ่งฝรั่งเศสถูกบีบให้อนุญาตให้ญี่ปุ่นตั้งฐานทัพ เป็นการชวนให้รัฐบาล เชื่อว่าวิชีฝรั่งเศสจะไม่สามารถต้านทานการเผชิญหน้ากับไทยอย่างจริงจังได้ รัฐบาลไทยจึงได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลฝรั่งเศสให้ถือเอาร่องแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน และขอให้ฝรั่งเศสรับรองว่าถ้าฝรั่งเศสไม่สามารถปกป้องได้ ก็คืนลาวและกัมพูชาให้แก่ไทย (ซึ่งไทยเสียให้แก่ฝรั่งเศสในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)

แต่ฝรั่งเศสไม่ยินยอมกลับล่วงล้ำอธิปไตยของไทยโดยส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดที่จังหวัดนครพนมทำให้มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ กองทัพไทยจึงได้ตอบโต้โดยส่งกองทัพบกและกองทัพอากาศบุกเข้าไปในอินโดจีนโดยทางลาวและกัมพูชา กองทัพอากาศไทยได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีใส่ฐานที่มั่นของอินโดจีนของฝรั่งเศสเข้าไปเรื่อยๆ ในขณะที่กองทัพเรือไทยก็ส่งกองเรือออกไปสกัดกั้นกองเรือวิชีฝรั่งเศสที่ล่วงล้ำอ่าวไทยเข้ามาจนเกิดการปะทะกันที่เกาะช้างจนเกิดยุทธนาวีที่กล่าวขานกันคือยุทธนาวีเกาะช้าง

การสู้รบดำเนินมาจนวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2484 ญี่ปุ่นเกรงว่าการสู้รบครั้งนี้จะเป็นอุปสรรคต่อนโยบายของญี่ปุ่นจึงเสนอตัวเข้ามาไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่ายจำต้องยินยอม จนในที่สุดการไกล่เกลี่ยผลปรากฏว่าไทยได้ดินแดนที่เป็นข้อพิพาทกลับคืนมา

หลังสิ้นสุดกรณีพิพาท โดยมีญี่ปุ่นเป็นตัวกลางในการเจรจา ไทยกับฝรั่งเศส ลงนามในอนุสัญญาสันติภาพที่กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2484 ผลทำให้ไทยได้ดินแดนพิพาทมาอยู่ในปกครอง และจัดตั้งเป็นจังหวัดใหม่ขึ้น 4 จังหวัด คือ จังหวัดนครจัมปาศักดิ์ จังหวัดลานช้าง จังหวัดพิบูลสงครามและจังหวัดพระตะบอง

ซึ่งจังหวัดดังกล่าวนี้ ไทยได้ปกครองเรื่อยมาจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 2488(ข้อมูลวิกิพีเดีย) แน่ละเรามีข้อมูลเรื่องสงครามโลกและบริบทของญี่ปุ่นอย่างการตั้งกองทัพญี่ปุ่นประจำประเทศไทย(****) และการถูกกล่าวถึงการเข้ามาTakeoverหรือการแปลว่าเขมือบ(กลืนกินอย่างปลา ฯลฯ ตามนิยามพจนานุกรม)ตามภาพอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิพร้อมกองทัพ ซึ่งอิทธิพลของญี่ปุ่น ที่มีจากญี่ปุ่นต่ออินโดจีนฝรั่งเศสถึงเวียดนาม(*****) หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เกิดความต่างของญี่ปุ่นกับไทย ยกตัวอย่างผู้นำทหารญี่ปุ่นอย่างฮิเดะกิ โทโจ ในวันที่ถูกจับขึ้นพิจารณาคดีข้อหาอาชญากรรมสงคราม เขาพยายามยิงตัวตาย ในที่สุดถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิต23 ธันวาคม พ.ศ. 2491 ตรงกันข้ามกับจอมพลป. พ.ศ. 2491 เขาก็ได้หวนกลับมาคืนสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งจากการทำรัฐประหารของกลุ่มนายทหารที่นับถือการรบชนะฝรั่งเศสในสงครามอินโดจีน(ทหารญี่ปุ่นไม่มีรัฐประหารอย่างไทย!)

ต่อมาทหารไทยตั้งพรรค โดยหัวหน้าพรรค คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีรองหัวหน้าพรรคได้แก่ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ แล้วก็มาทรยศหักหลังเลือกตั้งอย่างที่รู้ๆกัน สู่ระบอบสฤษดิ์ ในช่วงสงครามเวียดนาม ที่ไทยต่างจากเวียดนาม ถ้าจะว่าตัวเศรษฐกิจบูมเองถูกขับเคลื่อนด้วยการลงทุนและใช้จ่ายของอเมริกา (และญี่ปุ่น) แต่ลักษณะวิธีการที่ไทยเข้าไปร่วมเสพรับดอกผลของมันนั้น ก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลนโยบายของระบอบปกครองไทยเองอย่างมีนัยสำคัญ ในบรรดานโยบายเหล่านี้ นโยบายหนึ่งซึ่งสำคัญขั้นชี้ขาดที่สุดได้แก่คำสั่งยุคต้นของสฤษดิ์ให้ยกเลิกเพดานจำกัดการถือครองที่ดินไม่เกิน 50 ไร่ที่เคยใช้อยู่ทิ้งเสีย คำสั่งฉบับนี้ปูพื้นฐานทางกฎหมายให้แก่การเก็งกำไรที่ดินขนานใหญ่

ซึ่งยังคงเร่งทำกันสืบไปตราบเท่าที่เศรษฐกิจยังบูมอยู่ และกระแสคลื่นการเก็งกำไรนี้ก็หาได้จำกัดขอบเขตอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯไม่ เมื่ออเมริกันก่อสร้างราดทางถนนใหญ่สายยุทธศาสตร์ไปจรดชายแดนลาวและกัมพูชา (รวมทั้งถนน “มิตรภาพ” ด้วย ) นั้น(******)

ต่อมาบางด้านตั้งโรงงานจากการตัดสินใจเคลื่อนย้าย การผลิตของทุนญี่ปุ่นหลัง 1970 และดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้(*******) แต่เรารู้กันว่าอย่างที่เห็นกลุ่มทุนใหญ่อย่างญี่ปุ่น หรือประเทศญี่ปุ่นไม่มีทิศทางบีบไข่(รัฐ)ของไทย หลังรัฐประหารปี2557 โดยผมเสนอมองช่วงยาวของการมองประวัติศาสตร์ปัจจัยภายนอก วิธีที่1มองไปถึงกำเนิดทหารไทยเปรียบเทียบกำเนิดทหารญี่ปุ่นสมัยใหม่ด้วย
ส่วนวิธีที่2 ชวนคิดกองทัพไทยอย่างที่เปรียบเทียบกับยุคเปรม(ทหารสมัยสงครามโลกเป็นนายกฯยาวถึง2523-2531) แต่ความเปลี่ยนแปลงในช่วงยุคเปรม เป็นต้นมากระแสโลกาภิวัตน์ สื่อและทุนเปลี่ยน จึงเกิดเหตุการณ์ปี2535 เป็นปัจจัยตัวอย่าง และต่อมาปี2540 วิกฤติเศรษฐกิจ IMF,WTO ล้วนเข้ามามีบทบาท

ขณะที่ อย่าลืมกำเนิดพลังของพรรคไทยรักไทยในอดีต เกี่ยวกับTakeoverของพรรคไทยรักไทย ซึ่งผมเคยเขียนไว้แล้วอย่างรู้ทันเหล่าทหาร คือ กลยุทธ์ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ทั้งควบรวมและดูดแบบนี้ไม่ใช่ของใหม่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แต่ว่าในอดีตนั้น ปลาใหญ่ อาจใช้ฐานอำนาจจากกำลังทหารหรืออิทธิพลเชิงอุปถัมภ์อื่นๆ แต่กรณีไทยรักไทยนั้นชัดเจนว่า ทั้งหมดเกิดขึ้นได้ด้วยอำนาจเงินทุนมหาศาลของทักษิณและกลุ่มทุนใหญ่ๆ ในเครือเป็นหลัก(********)

ดังนั้น เหตุผลดังกล่าวโดยย่อความขัดแย้งทางการเมืองพัฒนาสู่รัฐประหาร และลักษณะของยุคสมัยจากปี2549 ที่ทหารไทยอยากเป็นนักการเมืองต่อจากมีรัฐธรรมนูญแล้ว ยกตัวอย่างสนธิ บุญยรัตกลิน แห่งพรรคมาตุภูมิ เป็นพรรคการเมืองที่ก่อตั้งโดยนักการเมืองใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สำเร็จเป็นนายกฯ

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นด้านที่สะท้อนการสะสมความทรงจำ ต่ออดีตสำหรับผมที่ทบทวนความทรงจำต่อTakeoverปลาใหญ่กินปลาเล็ก(*********)สะสมไว้ประวัติศาสตร์ให้บทเรียนอดีตสู่อนาคต ซึ่งตามข่าวนายกฯทหาร อยากเป็นนักการเมืองไม่ง่าย น่าอายขายแหวน ขายนาฬิกาของประวิทย์หรือป้อมมาหาเสียงเลือกตั้ง สำหรับเกมส์การเมืองก่อนTakeover จะเกมส์โอเวอร์ด้วย

*”ผีของมาร์กซ์” และ ”ผีในมาร์กซ์” ข้อวิจารณ์ประวัติศาสตร์นิยมของพ๊อพเพอร์และอัลธุสแซร์
https://www.academia.edu/26483195/%E0%B8%9C%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%8B_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0_%E0%B8%9C%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%8B_%E0%B8%82_%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3_%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E_%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%A3_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%A3_
**ปัจจัยภายนอกกับภายในสงครามอินโดจีนถึงสงครามโลกครั้งที่2

กำเนิดวันปีใหม่สากลในไทย กับสัญลักษณ์ไก่

ก่อนและหลังจากเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า

***ดูเพิ่มเติมอ.เบน แอนเดอร์สัน หรือเบเนดิกท์ แอนเดอร์สัน (Benedict Anderson) ในศึกษารัฐไทย วิพากษ์ไทยศึกษาและชุมชนจินตกรรมฯ เปรียบเทียบกับงานของDavid Elliott Thailand: Origins of Military Rule(มีอิทธิพลวิธีวิทยาเหมาเจ๋อตุง วิเคราะห์ความขัดแย้ง ฯลฯ)
****กองทัพญี่ปุ่นประจำประเทศไทย
http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2
ข้อมูลดังกล่าวอ้างเยอะ ยกตัวอย่างหนังสือผู้บัญชาการชาวพุทธ บันทึกผู้บัญชาการกองทัพญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2″

*****มีภาพโปสเตอร์รูปแผนที่เชิงอุปมาซามูไรญี่ปุ่น(?)บุกรุกรานเวียดนาม ดูA French poster critical of Japanese imperialism in IndochinaในJAPANESE OCCUPATION OF VIETNAM
http://alphahistory.com/vietnamwar/japanese-occupation-of-vietnam/
และดูเพิ่มเติมภาพแผนที่เชิงอุปมาจักรวรรดิญี่ปุ่นในเวียดนามVietnam in the grip of Japanese imperialism – caricature from Ho Chi Minh’s newspaper, Viet Nam Doc Lap, 1 November 1941.
https://books.google.co.th/books?id=3vC14MWi3g4C&pg=PA92&hl=th&source=gbs_selected_pages&cad=2#v=onepage&q&f=false

******อ.เบน แอนเดอร์สัน หรือเบเนดิกท์ แอนเดอร์สัน (Benedict Anderson) ในบ้านเมืองของเราลงแดง : แง่มุมทางสังคมและวัฒนธรรมของรัฐประหาร 6 ตุลาคม และปีใหม่ปลดแอกประชาชนไทย
https://www.facebook.com/profile.php?id=100000577118415
(หนังUgly American)
การสะสมความทรงจำ กับMake History after War

*******ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศกับสังคมไทย
http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/640577
********ปั้นพรรคโตแบบ Takeover
https://positioningmag.com/9869
Neoliberalism กับStructure-agency และclimate change ในโลกทุนนิยมของวัฒนธรรมชุมชน
http://akkaphon.blogspot.com/2015/09/neoliberalism-structure-agency-climate.html
*********ช่วงนี้ผมกำลังทบทวนความทรงจำวางเลย์เอ๊าท์ ดัดแปลงวิทยานิพนธ์ส่งสำนักพิมพ์ ซึ่งวิทยานิพนธ์ของผม ช่วงระยะเวลาอธิบายประวัติศาสตร์ช่วงยาวถึง2547 ก็ได้อิทธิพลส่วนหนึ่งของยุคศรีอาริยะใช้Chaos อธิบาย รวมถึงแนวนิเวศใช้Chaosวิเคราะห์เรื่องปลา

6.4
ขายหนังสือ แนวทางสร้างสรรค์ และสร้างสุข หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนแปลงโลกไม่ได้ แต่สามารถเปลี่ยนคุณได้ สะสมความเข้มแข็งและพลังงาน…สู้ต่อไป!(60บ.) ส่วนเล่มอื่นๆ ก็มนุษย์สองหน้าของกามูส์(100บ.) แล้วดวงตะวันก็ฉายแสงของเฮมิงเวย์(95บ.) กระแสลมแห่งฤดูใบไม้ผลิของเฮมิงเวย์(60บ.) การขยายตัวของระบบทุนนิยมในประเทศไทยฯ(110บ.ขายถูกกว่าเน็ต) Les Miserables หรือเหยื่ออธรรมภาคสองเคยประกาศขายหลายปีนานแล้วยังขายไม่ได้ราคาต่อรองกันได้ อาจจะเงียบหายไม่ได้ตอบข้อความรวดเร็ว เพราะหยุดใช้เฟซฯไปบ้าง เคลียร์งานต่างๆ แล้ววันนี้ผมก็เข้ามาตอบข้อความฯลฯด้วย ครับ

ผมมีหลายเล่มที่เหลือในความทรงจำอาจมีเล่มThe old man and The sea ชายชราที่จับปลาในทะเล แต่เท่าที่จำได้ไม่มีHemingway ที่เขียน”Hills Like White Elephants,”โปรดบอกที่อยู่มาทางข้อความด้วย ครับ

ผมขอบคุณที่สนใจ กามูร์ ไม่รู้เล่มคนนอก ผมยังมีอยู่ไหม? จะลองไปค้นดู ด้วย โปรดบอกที่อยู่มาทางข้อความด้วย ครับ

6.5
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย พักผ่อนให้หายหวัดจัดการงาน(ฯลฯ) และเดินทางกลับมาจัดเพลงของวงCountry Joe & the Fish – Magoo

10 มกรา
ผมถ่ายภาพบรรยากาศเมืองพิจิตร มาเผยแพร่เบาๆ กัน ครับ

10.2
ภาพเชียงใหม่ ถ่ายภาพการเปลี่ยนแปลงผ่านเวลาสร้างถนน หลายพื้นที่ในเชียงใหม่ ซึ่งบันทึกภาพเท่าที่มีเวลาที่เจอ
บางที่ผมถ่ายสะสมความทรงจำเก็บไว้เคยเจอผู้รับเหมาทุบตึกคนหนึ่งโดยบังเอิญเค้าคุยว่าเค้าก็ถ่ายเก็บไว้เหมือนกัน และผมคิดถึงครูที่โรงเรียนบังเอิญเจอกันไม่ได้เจอกันนานมากแล้วได้คุยกันบอกจำผมไม่ได้ แต่จำแม่ได้จากพาแม่เที่ยวงานรถไฟฯ รำลึกนำภาพประกาศนียบัตรด้านศิลปะสมัยเรียน ที่ครูเคยเป็นส่วนหนึ่งปลุกปั้นกระตุ้นให้กำลังใจสำหรับประกวดงานศิลปะ และความขยันหมั่นเพียร รำลึกความหลังตั้งใจทำมาหากินวางLayoutวิทยานิพนธ์เสนอสำนักพิมพ์ด้วย

10.3
ขายหนังสือ ปรัชญาชีวิต ฌอง-ปอล ซาร์ตร์(ขาย190บ.ถูกกว่าราคาในเน็ต),New realities and the struggle of ideas(100บ.)และหนังสือบทเพลงของดอกไม้เกี่ยวกับดนตรียุคฮิปปี้ ผมมีตามค้นหาเล่มนี้อยู่ด้วย(ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ราคา100บ.) ผมได้ส่งหนังสือให้ผู้ซื้อทางไปรษณีย์ มีเวลาเลยกลับมาประกาศขาย ถ้าหายหวัดเคลียร์งานอื่นแล้ว จะค้นหาที่มีเช็คสเปียร์ ส่วนภาพอื่นๆ นำมาขายซ้ำ ตามลิ๊งค์ ครับ

ขายหนังสือ

ขายหนังสือ

10.4
ผลกระทบของสงครามต่อการหายไปของงานศิลปะของวัดจากระเบิด

วันนี้ในอดีต 10 มกราคม พ.ศ. 2462 (ค.ศ. 1920) – สันนิบาตชาติ (League of Nations) ประชุมกันเป็นครั้งแรก โดยมีการรับรองสนธิสัญญาแวร์ซายเพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 อย่างเป็นทางการ และวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2485 (ค.ศ. 1942) – สงครามโลกครั้งที่สอง : ฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มส่งเครื่องบินเข้ามาทิ้งระเบิดในพระนคร

เมื่อรัฐในโลกเข้าร่วมสันนิบาตชาติ ก็สะท้อนความเป็นบรรทัดฐานส่วนใหญ่กลายเป็นรัฐชาติ ในแต่ละประเทศชาติ โดยอีกด้านมนุษยชาติ ก็ได้เกิดความรักชาติและเหยียดเชื้อชาติ(ชนชั้น) ไปสู่จุดสูงสุดของกระแสชาตินิยมในสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นร่วมกับไทย และไทยประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร ทางสหรัฐอเมริกาและอังกฤษได้ส่งเครื่องบิน ทิ้งระเบิด ทำลายสนามบิน ชุมทางรถไฟ ท่าเรือ สะพาน อันเป็นปมคมนาคมเพื่อตัดเส้นทางลำเลียงของญี่ปุ่น พระนคร และธนบุรีถูกเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตีทิ้งระเบิด ที่สะพานพระราม 6 กับผมยกตัวอย่างเน้นวัดราชบุรณะราชวรวิหาร (วัดเลียบ)กับการหายไปของงานศิลปะด้วย

ก่อนและหลังศิลปะยุคผลิตซ้ำด้วยเครื่องจักรกล
วัดราชบุรณะราชวรวิหาร (วัดเลียบ) เป็นวัดเก่าครั้งกรุงศรีอยุธยา ผู้สร้างเป็นคนจีนชื่อ เลี้ยบ เลยเรียกว่าวัดจีนเลี้ยบ ต่อมาชำรุดทรุดโทรมได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่หมดครั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า วัดราชบุรณะ คติการสร้างเมืองใหม่ของชาวไทยที่ปฏิบัติสืบเนื่องต่อกันมาแต่ครั้งกรุงสุโขทัย จะต้องสร้างวัดสามวัดเป็นวัดประจำเมือง ได้แก่ วัดมหาธาตุ วัดราชประดิษฐ์ และวัดราชบุรณะ แต่ชาวบ้านยังเรียกชื่อเดิมและเพี้ยนไปเป็นวัดเลียบ(*)

ซึ่งวัดเลียบหรือวัดราชบุรณะ มีขรัวอินโข่ง เป็นพระภิกษุ ที่มีชื่อเสียงในฐานะจิตรกรเอก และขรัวอินโข่งเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระอุโบสถหลังเดิม ซึ่งถูกระเบิดทำลายไปเมื่อปี พ.ศ. 2488 นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่งที่ไม่เหลือผลงานอยู่ในวัดที่ท่านจำพรรษาจนมรณภาพ (**)

โดยผมได้เขียนถึงขรัวอินโข่งไว้บ้าง ยกตัวอย่างผ่านงานเทวดากับดวงดาว ในระบบสุริยะจักรวาลแบบวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ณ วัดบรมนิวาส(***) สะท้อนผลงานงานศิลปะก่อนยุคผลิตซ้ำด้วยเครื่องจักรกล จากงานวาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง จากมือของคนเขียนวาดแบบภาพที่นำเทคนิคภาพเขียนแบบยุโรปมาผสมผสานกับลักษณะดั้งเดิมของไทย คือ การใช้แสงเงาทำให้เกิดภาพแบบสามมิติ เหมือนจริง ลักษณะไม่ใช่ภาพแบบจักรวาลในไตรภูมิตามกฏแห่งกรรม มีเวียนว่ายตายเกิด(ปลาเกิดเป็นคน)แบบเดิม สู่ยุควิทยาศาสตร์ผ่านภาพสุริยะจักรวาล ในยุคสมัยเครื่องจักรกล ความเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยใหม่ของโลก ไม่ว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วยเครื่องจักรกลต่างๆ นานา ส่งผลกระทบต่อสยามหรือไทย

กระนั้น บริบทของประวัติศาสตร์สงครามสะท้อนการผลิตซ้ำด้วยเครื่องจักรกลผลิตอาวุธสงครามลูกระเบิดได้ง่ายดาย สงครามถูกเชื่อมโยงกับงานศิลปะยุคผลิตซ้ำด้วยเครื่องจักรกล (****)ได้หวนคิดต่อมนุษย์ชาติ ที่โดนระเบิดทำลายชีวิต สิ่งของศิลปะ เป็นตัวอย่างด้วย

โดยผมได้เขียนมาต่อเนื่องหลังสงครามโลกครั้งที่สอง(*****) จากชาติที่บังเอิญเกิดในชาติไทยของปรีดีหรือจอมพลแปลก ที่ต่อมาสมัยรัฐประหารพ.ศ. 2490 ต่อฝ่ายปรีดี ทำให้ฝ่ายหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้มีโอกาส ต่อมาถูกทหารยึดอำนาจอีกครั้งพ.ศ. 2491จอมพลแปลก ส่งทหารร่วมรบสงครามเกาหลี(ผมเคยเล่าแล้วพ.ศ.2493 ที่มีเพลง“อารีดัง”) ต่อมาหะยีสุหลงหายสาบสูญ พ.ศ.2497สร้างพรรคเสรีมนังคศิลา ตามนั้นตั้งกรอบนิยามมรดกจอมพลแปลก กับมรดกชาตินิยม มรดกสงคราม และปัญหาชายแดนใต้บวกรัฐประหาร ต่อมาพจน์ สารสิน ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2500 หลังจากการทำรัฐประหารของสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ซึ่งจอมพลแปลก เป็นโมเดลสำหรับสฤษดิ์ ตามรอยผู้นำแบบพ่อขุนของจอมพลแปลก สร้างพรรคชาติสังคม มีสฤษดิ์ ธนะรัชต์(ผู้ร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง) เป็นหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค ได้แก่ ถนอม กิตติขจร ฯลฯ คือ พรรคชาติสังคมได้ลงเลือกตั้งในปลายปี พ.ศ. 2500 ปรากฏว่าสมาชิกพรรคได้รับเลือกมาทั้งหมด 9 คน จึงไม่อาจตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้

จึงต้องร่วมกับพรรคการเมืองอื่น จัดตั้งรัฐบาลขึ้น โดยมี พล.ท.ถนอม กิตติขจร รองหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2501 แต่ทว่า การบริหารบ้านเมืองในสภาฯของ พล.ท.ถนอม เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะสมาชิกพรรคชาติสังคมเองเรียกร้องผลประโยชน์ และค่าตอบแทนต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ด้วย จนกระทั่งนำไปสู่การรัฐประหารในปี พ.ศ. 2501 โดยสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งคำประกาศของคณะปฏิวัติชุดนี้ได้ยกเลิกพรรคการเมืองทั้งหมดบทบาทของพรรคชาติสังคมยุติลงแต่เพียงเท่านี้

กรณี รูปแบบคล้ายกับถนอม กิติขจร เดินตามโมเดลเดิม ประวัติศาสตร์ก็มีช่วงก่อนสิบสี่ตุลา(ไทยร่วมรบสงครามเวียดนาม) หกตุลา ยกตัวอย่างก่อนหน้าพฤษภา พ.ศ.2535 สนับสนุนพรรคขนาดกลาง-เล็กบางพรรค เสนอตัวเข้ามาเป็น นายกฯคนนอก แล้วพฤษภาทมิฬ หยุดความต่อเนื่องของทหารนิยมกับรัฐประหาร แต่ชาตินิยมยังต่อเนื่องอย่างปีพ.ศ.2540วิกฤติเศรษฐกิจ ต่อมายกตัวอย่างปีพ.ศ.2547ปัญหาชายแดนใต้ และพ.ศ.2549 ปัญหาทหารบวกรัฐประหาร ต่อมากรณีสงครามจากกรณีปราสาทเขาพระวิหารพ.ศ.2554 ผ่านไปแล้ว โดยย่อหลังรัฐประหาร 2557 ในปัจจุบันทหารก็พยายามสืบทอดมรดกอำนาจหลังสงครามแบบทหารนิยมต่อสังคมไทย สำหรับเรา ในแง่สปิริตของการมองโลกแง่ร้ายและแง่ดีอย่างเป็นสุขอย่างสมดุล

ดังนั้น เรามองโลกแง่ร้าย สักวันอาจเกิดสงครามทหารและระเบิดนิวเคลียร์ขึ้น จากข่าวเกาหลีเหนือ ขณะนี้ได้ติดตั้งปุ่มยิงปล่อยอาวุธนิวเคลียร์ไว้ที่โต๊ะทำงานของคิมจองอึน ตลอดเวลา(เรามองเขาเป็นคนดีที่กดปุ่มได้!?!) และประยุทธ์ กล่าวมีการทำลายสาธารณสมบัติ ทรัพยากร วิหารโบราณสถาน 4 5 พันปี เขาสงสัยว่าทำไมเกิดแต่เฉพาะคนกลุ่มนี้

เขาก็วิเคราะห์กันว่า เกิดจากมนุษย์ต่างดาว แสดงว่ามนุษย์ต่างดาวลงมา และไม่อยากให้คนปัจจุบันรู้ว่าความมาเป็นอย่างไร ก็เลยใช้คลื่นสมองบังคับให้คนปัจจุบันรบกัน ดังที่ผมเคยอ้างไปแล้วได้ขยายความเพิ่มเติม(ลองค้นหาดูข้อมูลไทยมีความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือด้วย) ซึ่งตรรกะเหตุผลแบบ เรามองโลกมีมนุษย์ต่างดาวลงมาระวังสงคราม(คิมจองอึนถูกมนุษย์ต่างดาวบังคับรบกันกดปุ่มได้!) จักรวาลใหญ่กว่าโลกใหญ่กว่าไทย และเรามองโลกเหมือนเทวดาแห่งประวัติศาสตร์(******) ต่อมหันตภัย(catastrophe) จากสงคราม

อย่างไรก็ดี เรามองโลกแง่ดียังโชคดี ขอเวลาอีกไม่นานตามเนื้อร้องเพลง คืนความสุขให้ประเทศไทย โดยทหารไม่นำพาสู่สงครามโดนระเบิดนิวเคลียร์ในโชคชะตาของประวัติศาสตร์ แต่บทเรียนตามความจริงของประวัติศาสตร์ ณ ช่วงเวลาเหตุการณ์ ขณะนาฬิกาบอกเวลาของปัจจุบัน สู่อนาคต

*เมื่อกรุงเทพฯ ต้องเผชิญภัยทางอากาศ
http://lek-prapai.org/home/view.php?id=191
(ภาพประกอบจากเว็บดังกล่าวดูข้อมูลเพิ่มเติม:โบสถ์สร้างใหม่ และลวดลายที่ออกแบบโดยนายสง่า มยุระ และทีมงาน นอกจากนายสง่าจะเป็นช่างเขียนจิตรกรรมไทยฝีมือดี ยังเป็นเจ้าของผลงานผลิตภัณฑ์พู่กันสง่ามยุระ ฯลฯ)
**วัดราชบุรณราชวรวิหาร
http://www.lib.su.ac.th/web-temple/index.php?option=com_content&view=article&id=35&Itemid=32
(ดูประวัติเพิ่มเติม:ผลงานขรัวอินโข่งมีอยู่ทั้งในพระนครและหัวเมือง และภิกษุอีกคนที่มีชื่อเสียงอยู่วัดนี้ในอดีต คือสมเด็จพระศรีสมโพธิราชครู หรือขรัวอีโต้)
***ชุมชนจินตกรรม จากจักรวาลศาสนาสู่ยุคดาวเทียม

****ดูบทกำเนิดของสำนึกแห่งความเป็นชาติในหนังสือ Imagined Communities : Reflection on Origin and Spread of Nationalism อ้างงาน The Work of Art in the Age of Mechanical Reproduction ที่ผมให้เหตุผลอย่างง่ายตีความอิทธิพลการอธิบายแบบวอลเตอร์ เบนจามิน ผู้เขียนผลงานThe Work of Art in the Age of Mechanical Reproduction ที่รวมเล่มเป็นหนังสือ Illuminations: Essays and Reflections ดูที่สรุปตีความแนวคิดเรื่องสงครามสะท้อนเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิตอาวุธสงครามกับศิลปะตามคลิปวิดีโอ Walter Benjamin’s Work of Art in the Age of Mechanical Reproduction – Epilogue https://www.youtube.com/watch?v=HzvWdKQGmS0
*****การสะสมความทรงจำต่อTakeoverของทหารญี่ปุ่นถึงทหารไทย ปั้นพรรคโตแบบTakeover

(ยกตัวอย่างข้อมูลเพิ่มเติมในหนังสือความทรงจำของนายพลนากามูระ เขียนถึงมีความคิดป้องกันวัดพระแก้วจากเครื่องบินทิ้งระเบิดไว้ นากามูระมาเชียงใหม่ฯลฯ)
ดูเพิ่มเติม จอมพล ป.พิบูลสงคราม กับการเมืองไทยสมัยใหม่
http://www.openbase.in.th/files/tbpj143.pdf
(ข้อมูลยกตัวอย่าง ทหารเป็นรั้ว และนักวิชาการ รวมทั้งคนดังที่ร่วมปรากฏอยู่ในหนังสือที่ต่อมาเป็นนายกฯอย่างสุรยุทธ์)
รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม และสงครามแปซิฟิค
http://www.openbase.in.th/files/tbpj004.pdf
(ข้อมูลยุคสมัยสงคราม5 ม.ค. 2484 เป็นการรุกเข้าไปในอินโดจีนฝรั่งเศส และยุคจอมพลแปลก มีเยอะอย่างที่ผมเคยกล่าวไว้)
******ดูบทเทวดาแห่งประวัติศาสตร์ ในหนังสือ Imagined Communities : Reflection on Origin and Spread of Nationalism(ผมเขียนถึงบ่อยแล้ว) อ้างหนังสือIlluminationsฯ ซึ่งผมได้เคยเขียนถึงการตีความของคนอื่นมาบ้างแล้วในบทนี้ โดยผมจำได้เคยเขียนคุยกับอ.เบนต่อไอเดียเรื่องนี้ในอดีตแล้วมาคิดใหม่มอง แง่มหันตภัย(catastrophe) ในTheses on the Philosophy of History(จากหนังสือดังกล่าว) อุปมาต่อ historicismและhistorical materialism สำหรับผมสะท้อนข้อจำกัดทางวัตถุนิยมประวัติศาสตร์จากสสารวิทยาศาสตร์มาทางศาสนา แต่คนละสายทางอุปมาแม่น้ำแยกสายทางอัลธุแซร์ ล้วนมีกำเนิดจากวิเคราะห์และตีความมารกซ์ รับไอเดียของเฮเกล,สปิโนซา ฯลฯด้วย
(ดูเพิ่มเติมหนังสือIlluminations: Essays and Reflections
https://www.amazon.com/Illuminations-Essays-Reflections-Walter-Benjamin/dp/0805202412)

10.5
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย กลับมาจัดเพลงหลังจากหยุดไปเคลียร์งาน สำหรับค่ำคืนนี้กับเพลง Thought Dream อยู่ในอัลบั้มเดียวกับเพลงMagoo (คนคอมเม้นท์ในยูทูปว่าI feel like dreaming of swimming in a river of tears. I love Country Joe and The Fish)
Country Joe&The Fish-Thought Dream

13 มกรา
ประวัติศาสตร์วันปีใหม่กับความหวัง

วันปีใหม่ มีประวัติความเป็นมา ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและความเหมาะสม ตั้งแต่ในสมัยเริ่มแรกเมื่อชาวบาบิโลเนียเริ่มคิดค้นการใช้ปฏิทิน โดยอาศัยระยะต่าง ๆ ของดวงจันทร์เป็นหลักในการนับ เมื่อครบ 12 เดือน ก็กำหนดว่าเป็น 1 ปี และเพื่อให้เกิดความพอดีระหว่างการนับปีตามปฏิทินกับปีตามฤดูกาล จึงได้เพิ่มเดือนเข้าไปอีก 1 เดือน เป็น 13 เดือนทุก 4 ปี
ต่อมาชาวอียิปต์ กรีก และชาวเซมิติค ได้นำปฏิทินของชาวแอสการ์ดมาดัดแปลงแก้ไข อีกหลายคราวเพื่อให้ตรงกับฤดูกาลมากยิ่งขึ้นจนถึงสมัยของกษัตริย์จูเลียต ซีซาร์ ได้นำความคิดของนักดาราศาสตร์ชาวแอสการ์ดชื่อ เฮมดัล มาปรับปรุง ให้ปีหนึ่งมี 365 วัน ในทุก ๆ 4 ปี ให้เติมเดือนที่มี 28 วัน เพิ่มขึ้นอีก 1 วัน เป็น 29 วัน คือเดือนกุมภาพันธ์ เรียกว่า ปีอธิกสุรทิน

เมื่อเพิ่มในเดือนกุมภาพันธ์มี 29 วันในทุก ๆ 4 ปี แต่วันในปฏิทินก็ยังไม่ค่อยตรงกับฤดูกาลนัก คือเวลาในปฏิทินยาวกว่าปีตามฤดูกาล เป็นเหตุให้ฤดูกาลมาถึงก่อนวันในปฏิทิน

วันที่ 21 มีนาคมตามปีปฏิทินของทุกปี จะเป็นช่วงที่มีเวลากลางวันและกลางคืนเท่ากัน คือเป็นวันที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นตรงทิศตะวันออก และลับลงตรงทิศตะวันตกพอดี เรียกว่า วสันตวิษุวัต

แต่ในปี ค.ศ. 1582 (เทียบเท่า พ.ศ. 2125) วสันตวิษุวัติ กลับไปเกิดขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม แทนที่จะเป็นวันที่ 21 มีนาคม ดังนั้น สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 13 จึงทำการปรับปรุงแก้ไขหักวันออกไป 10 วันจากปีปฏิทิน และให้วันหลังจากวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1582 แทนที่จะเป็นวันที่ 5 ตุลาคม ก็ให้เปลี่ยนเป็นวันที่ 15 ตุลาคมแทน (เฉพาะปีดังกล่าว) ปฏิทินแบบใหม่นี้ จึงเรียกว่า ปฏิทินเกรโกเรียน จากนั้นได้ปรับปรุงประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันเริ่มต้นของปีเป็นต้นมา

ส่วนวันปีใหม่เดิมของไทย คือ สงกรานต์ เดิมกำหนดโดยการคำนวณทางดาราศาสตร์ คือวันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ตกประมาณวันที่ 13 หรือ 14 เมษายน แต่ปัจจุบันระบุแน่นอนว่า 13 ถึง 15 เมษายน และวันปีใหม่เดิมตรุษไทย เป็นวันที่เริ่มต้นเดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติไทย แต่ยกเลิกลงในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และกำหนดให้ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่แทน(มีตรุษจีน ตรุษญี่ปุ่น ตรุษญวน เราะอส์ อัสซะนะฮ์ อัลฮิจญ์ริยะฮ์ เป็นวันที่เริ่มต้นเดือนมุฮัรรอม (เดือน 1)ของอิสลามโดยข้อมูลวิกิพีเดียไทย) อีกเป็นต้น

จนกระทั่ง เปลี่ยนเป็นวันปีใหม่อย่างสากลโดยจอมพลแปลก และผมได้เขียนถึงการสะสมความทรงจำ สวัสดีปีใหม่ในหลายปี(*) และผมได้ฟังบางคำต่อคำ ‘บิ๊กตู่’ในรายการคืนความสุขมาหลายปีบ้างแล้ว…ปีใหม่นี้ นอกจากเรื่องการเลือกตั้งแล้ว ยังมีเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ และปฏิรูปประเทศ ที่ผมอยากให้ทุกคน ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ได้ให้ความสนใจ /ภาครัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องพร้อมประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ อย่างทั่วถึง / ภาคประชาชนเอง ก็ต้องตระหนัก และขวนขวายด้วยเช่นกัน / เพราะนี่จะเป็น “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” ที่พวกเราทุกคนรอคอยมาตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ / สำคัญต่ออนาคตของบ้านเมือง โดยเฉพาะลูกหลาน ในวันข้างหน้า / เยาวชน – นักศึกษา ก็ไม่เร็วเกินไป ที่จะให้ความสนใจ และเข้ามามีส่วนร่วม เพราะอนาคตของชาติ ก็คือ “ชีวิตของท่าน ในวันข้างหน้า” นะครับ

สุดท้ายนี้ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ในวันพรุ่งนี้ / เราต้องมีการเตรียมตัว คือ เตรียมคนไทย เตรียมประเทศไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่โลกาภิวัฒน์ ยุคเทคโนโลยีดิจิทัล และ บริบททางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมของโลก / นับเป็นความท้าทายของเราทุกคน และ “ทุกรัฐบาล” นับตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป /

สิ่งสำคัญ หากเราไม่สามารถแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาตนเอง โดย “คิดใหม่ มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้า ก้าวไกล” อย่างมีทิศทาง เป้าหมายชัดเจน เพื่ออนาคตแล้ว อาจเกิดปัญหาที่แก้ไขไม่ทันการณ์ได้(**)

อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ และความหวัง(***) ในเรื่องโชคชะตาของประวัติศาสตร์ และคนเราต้องมีจินตนาการ ประวัติศาสตร์ให้ความหวัง กับเราเสมอ โดยทบทวนประวัติศาสตร์วันปีใหม่ สำหรับความหวังใหม่ มิเช่นนั้นแล้วอุปมาเราจะว่ายน้ำในแม่น้ำของน้ำตาไหลเศร้าเราตลอดเวลา.

*เฟซบุ๊คช่วยทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับปีใหม่https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=332875783408323&id=100000577118415


(ภาพประกอบผลงานวาดภาพสีน้ำมันเป็นภาพแนวนามธรรมของผมเอง เริ่มเก่าภาพขาดแล้วดวงตา น้ำตา)
**คำต่อคำ ‘บิ๊กตู่’ …
http://www.thaipost.net/main/detail/975
***ผลกระทบของสงครามต่อการหายไปของงานศิลปะของวัดจากระเบิด

บันทึกภาวะวิสัยหลังรัฐประหาร กับโชคชะตาของประเทศ ผ่านอัตวิสัยบอย
http://akkaphon.blogspot.com/2015/01/blog-post.html
(ไอเดียประวัติศาสตร์กับความหวัง)

13.2
ขายหนังสือ งานเขียนเชคสเปียร์ มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับมีข้อมูลการดูดส.ส.แต่ละพรรคยุคนั้น หนังสือก่อนโลกจะขานรับ หนังสือเกี่ยวกับฟรอยด์ หนังสือนิยายของกามูร์ เช่น คนนอก ฯลฯ ดูลิ๊งค์ซ้ำได้ ครับ

13.3
ราตรีสวัสดิ์ วันเด็ก นอนหลับฝันดี ปีนี้บอยๆ นำรูปวัยเด็กปั่นจักรยานมารำลึก

18 มค.
แสงยามกลางคืนถ่ายภาพจากบนเครื่องบิน

18.2
ภูเก็ตในความทรงจำ(1)
หลายวันก่อนของบอย โดยภาพบอยส่องกล้อง ณ แหลมพรหมเทพ(แม่ผมยืนอยู่ข้างๆตามรูป) มีการเดินทางกับครอบครัวพร้อมญาติว่างจะเขียนเล่า ขอคำคมของ Marcel Proust: The real voyage of discovery consists not in seeing new sights, but in looking with new eyes.มาใช้อีกครั้งก่อน ตามภาพมีเรือกลางทะเล ไม่ได้มาภูเก็ต11ปีแห่งความหลังในความทรงจำ

18.3
วันกองทัพไทย และอนาคตไทย
วันนี้ในอดีต 18 มกราคม พ.ศ. 2135 (ค.ศ. 1593) – สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาในยุทธหัตถี ณ หนองสาหร่าย อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี

เนื่องจากวันกองทัพไทย นั้นมีความสลับซับซ้อนกับความสัมพันธ์เชิงประวัติศาสตร์ไม่น้อย จากวันที่ 28 กรกฎาคม 2484 อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ชัยชนะในสงครามอินโดจีน และต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงมาเป็นวันที่ 25 มกราคม ที่เชื่อมโยงกับวันยุทธหัตถีของพระนเรศวร ต่อมาในสมัยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก ในปี พ.ศ.2502 กระทรวงกลาโหมเห็นสมควรรวมวันที่ระลึกถึงกองทัพบก,กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ มาเป็นวันเดียวกัน คือ วันที่ระลึกกระทรวงกลาโหม ในวันที่ 8 เมษายน และให้เรียกว่า “วันกองทัพไทย”

ยกตัวอย่างนับตั้งแต่การเมืองหลังปี 2500 ที่จอมพลสฤษดิ์ได้เปลี่ยนวันกองทัพดังที่ได้กล่าวไป ซึ่งกองทัพพยายามทำการปรับเปลี่ยนจากระบบโครงสร้างตามอเมริกา ภายใต้การต่อสู้กับกองกำลังคอมมิวนิสต์ จากเหตุการณ์ในเวียดนามใต้,ลาว และกัมพูชา ซึ่งโซเวียตและจีนหนุนหลังกองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์ ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)มีความเข้มแข็งขึ้น จนสามารถจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธขึ้นในภาคต่างๆของประเทศไทย ทำการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเกินกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปราบปรามได้ เพื่อประกันความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้จัดตั้งชุดคุ้มครองหมู่บ้านขึ้น

การคมนาคมระหว่างหมู่บ้านทุรกันดาร กับตำบลหรืออำเภอส่วนมากกระทำได้ยาก เพราะยังขาดถนนหนทางที่ยานพาหนะจะเข้าถึงได้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าทึบที่เต็มไปด้วย ผกค. ทำให้การส่งกำลังบำรุงแก่ชุดคุ้มครองหมู่บ้านประสบอุปสรรค มักถูกผกค.ซุ่มโจมตีอยู่เสมอ การส่งกำลังบำรุงที่รวดเร็วแน่นอนและปลอดภัยที่สุดก็คือการส่งทางเฮลิคอปเตอร์ ทั้งการปฏิบัติการกวาดล้าง ผกค.ในพื้นที่ทุรกันดาร ก็ได้อาศัยเฮลิคอปเตอร์เป็นส่วนใหญ่(ภาพและข้อมูลจากหนังสือที่ระลึกครบรอบ ๓๒ การบินทหารบกไทย[๒๔๙๕-๒๕๒๗] วันการบินทหารบก ๑๔ มิถุนายน ๒๕๒๗)

ต่อมาสมัยรัฐบาลทหารในช่วงปี2514-19 จนกระทั่งช่วงที่มีรัฐบาลพลเรือนขึ้นมา คือ มรว.เสนีย์ ปราโมช เป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม (27 สิงหาคม พ.ศ. 2519-23 กันยายน พ.ศ. 2519) โดยพลเรือนคนแรกที่ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมกองทัพได้

จากอดีตยกตัวอย่างวันกองทัพไทยเดิมนั้นกระทรวงกลาโหมได้กำหนดให้วันที่ 8 เมษายนของทุกปี เป็นวันกองทัพไทย ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 ได้เปลี่ยนโดยให้ถือเอาวันที่ 25 มกราคม เป็นวันกองทัพไทย ตามมติของคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น ตามการคำนวณของ นายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ คำนวณได้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2135 (พ.ศ.ISO 2136) ซึ่งเชื่อว่าเป็นการคำนวณที่ไม่ถูกต้อง

ราวปี พ.ศ. 2535 – 2538 นักคำนวณปฏิทินที่สำคัญ ได้แก่ นายประเสริฐ ณ นคร ราชบัณฑิต, นายสุชาติ เผือกสกนธ์ เลขาธิการมูลนิธิพระดาบ และ นายลอย ชุนพงษ์ทอง ที่ปรึกษาการคำนวณปฏิทินสำนักพระราชวัง และสหวิทยาการแห่งราชบัณฑิตสภา ได้ตรวจสอบและลงความเห็นตรงกันว่า วันที่ทรงกระทำยุทธหัตถีนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม แต่น่าจะตรงกับวันที่ 18 มกราคม ปีดังกล่าว ทางราชการยังคงถือเอาวันที่ 25 มกราคม เป็นวันกองทัพไทยต่อไป

จนกระทั่งวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2549 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ ให้เปลี่ยนแปลงกำหนดวันกองทัพไทยจากวันที่ 25 มกราคม ของทุกปีเป็นวันที่ 18 มกราคม ของทุกปี และอนุมัติให้เป็นวันหยุดราชการของกระทรวงกลาโหม

กระนั้น ผมได้เคยเขียนถึงเรื่องทหารมาต่อเนื่อง บางด้านซ้ำบ้าง มาขยายความเพิ่มบ้าง ยกตัวอย่างอีกครั้งผ่านจิตรกรรมฝาผนัง ภาพสะท้อนกองทัพทหารแต่งกายสไตล์ฝรั่ง(**) ซึ่งเราก็รู้การเขียนประวัติศาสตร์ผ่านหลักฐาน เอกสารและหนังสือ ยกตัวอย่างเอกสารประกอบการสอน วิชาประวัติศาสตร์ทหาร หน่วยงานที่จัดทำ กรมยุทธการทหารบก โดยกองประวัติศาสตร์ทหาร (๒๕๕๔ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเอกสารอ้างอ.นิธิ ที่ต่อมาเขียนบทความทหารมีไว้ทำไม)

ดังนั้น จากอดีตถึงปัจจุบันนายกฯทหาร ขึ้นมาควบคุมกองทัพ ทำให้โชคชะตาของประวัติศาสตร์ และคนเราต้องมีจินตนาการ ประวัติศาสตร์ให้ความหวัง กับเราเสมอ(***) ไม่มีโชคร้ายสู่สงคราม
แต่ประเด็นร้อนขึ้นมาทันที จากกรณีกระแสข่าวการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

ซึ่งอาจจะมีความพยายามช่วยเหลือพรรคการเมืองใหม่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะตั้งขึ้นมา เพื่อลงสมัครรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ ให้มีเวลาเตรียมความพร้อมมากขึ้น โดยมีการแก้ไขมาตรา 2 ในร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ให้มีผลบังคับใช้ยืดออกไปอีก 90 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา(ทึ้งกฎหมายยื้อเลือกตั้ง! สนช.วางหมากลากถึงปีหน้า พรรคทหารตีขิมรอกินรวบ ที่มานสพ.แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561) นั่นเราต้องมีความหวังต่ออนาคตไทย

*เกร็ดเรื่อง “วันกองทัพไทย” และ .. สู่อนาคต “ทหารไทยนี้รักสงบ”
https://prachatai.com/journal/2011/01/32710
**ภาพจิตรกรรมฝาผนังทหารแต่งกายแบบทหารอเมริกา และยุโรป(ฝรั่ง)



18 มกราคม 2016

***ประวัติศาสตร์วันปีใหม่กับความหวัง

18.4
ขายหนังสือ หนังสือที่ระลึกครบรอบ ๓๒ การบินทหารบกไทย[๒๔๙๕-๒๕๒๗] วันการบินทหารบก ๑๔ มิถุนายน ๒๕๒๗ และMARXISM AND BEYONDฯ(พอดีผมมีเล่มนี้เคยโพสต์ภาพแล้ว ก็ปกน่าสนใจกับสัญลักษณ์ไข่+หนวด+มวลชนถือธงแดง)
ขายหนังสือซ้ำตามลิ๊งค์ ครับ

18.5
ราตรีสวัสดิ์ ดีเจบอย หลายเรื่องในชีวิตประจำวัน มีเวลากลับมาจัดเพลงไว้อาลัยแด่การจากไปของนักร้องวงThe Cranberries – Zombie

22 มกรา
การซ่อมสร้างประวัติศาสตร์หลังสงคราม
วันนี้ในอดีต 22 มกราคม พ.ศ. 2516 (ค.ศ. 1973) – การเข้าร่วมในสงครามเวียดนามของสหรัฐอเมริกาสิ้นสุดลง ด้วยการลงนามในข้อตกลงสันติภาพ

ผมสะสมความทรงจำสำหรับการซ่อมสร้างประวัติศาสตร์หลังสงคราม ได้เลือกนำเสนอเฉพาะวันนี้ในอดีตเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งผมทบทวนเคยเขียนเปรียบเทียบไทย กับลาวมาบ้างแล้ว รวมทั้งไทยกับเวียดนามมาบางด้านด้วย ยกตัวอย่างจอมพลแปลก ฉายาโจโฉ นายกฯตลอดกาล ถูกโค่นล้มจากสฤษดิ์ ที่มีธรรมนูญการปกครอง 2502 ที่ถูกร่างในสมัยสฤษดิ์ และมาตราที่โด่งดังที่สุดคือมาตรา 17 คือ สามารถเอาระบอบอาญาสิทธิ์ ระบอบที่ผู้ปกครองมีอำนาจเด็ดขาดรวมศูนย์ บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ มาอยู่ในมือคนคนเดียวแล้วทำให้มันเป็นรัฐธรรมนูญ

โดยวันเวลายุคสฤษดิ์ ที่มีอิทธิพลอเมริกา มาไทยยกตัวอย่างคำว่า “ จี.ไอ.”-“G.I.”..มาจาก Government Issue ซึ่งหมายเรียกเกณฑ์ทหาร (อเมริกัน) ได้ถูกนำมาเรียกทหารสหรัฐฯ ที่ถูกส่งไปรบ และคำว่า G.I. นั้นได้โด่งดังมาจากเพลงของนักร้องชื่อดังชาวอเมริกัน เอลวิส เพรสลี่ย์ ชื่อเพลง จีไอ.บลูส์- “G.I. Blues” ปี ค.ศ.1960(พ.ศ.2503) และหนังThe Ugly American(ผมเล่าแล้ว) เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์อีกแบบหนึ่งของสื่อสะท้อนมรดกของการเขียนประวัติศาสตร์ให้ต่อเนื่องด้วย

ซึ่งผมกลับมาเน้นไทย ผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ คือ บทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ ได้เขียนขึ้นหลังอสัญกรรมของสฤษดิ์(จิตร คือ ผู้แต่งเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา นัยยะดาวในอุปมาพรรคพคท.สัญญะดาวแดงแห่งความหวัง) ได้มีโคลงสรรเสริญเกียรติกรุงเทพมหานครยุคไทยพัฒนา(ที่มีคำว่าถึงยุคทมิฬมาร จะครองเมืองด้วยควันปืน) ตอนที่ 3 หนุมานอมพลับพลา โดยบทยานี(*)
…ชื่อใดมิแว่วหวาน เท่า “ขวัญใจประชาชน”
ชื่อนั้นช่างหวานซึ้ง และตราตรึงในจิตตน
จะรักพิทักษ์จน จวบสิ้นใจให้ทรงจำ…
… มอบรักต่อคนดี และต่อผีคือชิงชัง
ผีดิบจะล้มดัง เพราะเรี่ยวแรงที่ระดม
เสียงสูคือเสียงผี ที่หลอกคนด้วยคารม
มากูจะแก้ปม ออกเปิดโปงที่อัปรีย์
ยุคนี้คือยุคใหม่ ทหารไทยจักทำดี
จักผลาญพวกเผ่าผี ให้พ่ายแพ้ทหารหาญ
ผีดิบที่ดุเดือด ที่ดูดเลือดจะแหลกลาญ
เลือดคนที่เคยหวาน จะขื่นขมระคายคอ
ผีดิบที่ยามดึก จะดูดเลือดมานานพอ
แสงทองจะสาดทอ มาขับผีให้ลี้หาย
แสงทองที่ทาบฟ้า บ่มีมาด้วยง่ายดาย
มือคนจะมั่นหมาย ชะลอฟ้าลงมาดิน
คนเองจะสร้างศรี อโณทัยอันรื่นริน
ชุบชื่นทุกชีวิน ณ แดนทองที่ชื่อไทย
(ผมย่อบทกวีให้วางระหว่างบรรทัดไม่ยาว)

เมื่อผมได้กล่าวแล้วถึงอิทธิพลอเมริกาต่อทหารไทย ทำให้มีการต่อสู้กับกองกำลังคอมมิวนิสต์ จากเหตุการณ์ในเวียดนามใต้,ลาว และกัมพูชา ซึ่งโซเวียตและจีนหนุนหลังกองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์ ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)มีความเข้มแข็งขึ้น(**)

กรณีผมเน้นไทย เปรียบเทียบกับลาว ยกตัวอย่างจากวิทยานิพนธ์ของผม(***) หลังสมัยสฤษดิ์ของไทย(ในลาว ก็มีอิทธิพลอเมริกา และรัฐประหารฯลฯ)การตั้งฐานทัพอเมริกาในไทย โดยอเมริกาสู้รบเวียดนามถึงลาวในช่วงปี พ.ศ.2507-2516 แม้พื้นที่ยึดครองของขบวนการประเทศลาวจะถูกระดมทิ้งระเบิดจากฝูงบินสหรัฐฯอย่างหนัก แต่ก็ยังยืนหยัดสู้รบขยายพื้นที่ต่อไปโดยไม่ย่อท้อ เมื่อสหรัฐถอนตัวจากสงครามเวียดนาม ปี พ.ศ.2516จึงมีการเจรจาหยุดยิงในลาว โดยขบวนการประเทศลาวมีอำนาจต่อรองมากที่สุด ในที่สุด ปีพ.ศ.2518 จึงสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

กระนั้น จากอดีตถึงปัจจุบัน กล่าวอย่างย่อๆ ยกตัวอย่างวันนี้ในอดีตเป็นวันประสูติเจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง 22 มกราคม พ.ศ.2480 ที่โฮงหัวลาด พระราชอาณาจักรหลวงพระบาง (****) ซึ่งทบทวนอดีตลาว(เหมาเจ๋อตุงสนับสนุนเวียดมินห์และขบวนการประเทศลาว)แล้วไทย ยังมีมรดกของผู้นำทหารยกตัวอย่างดังกล่าวที่ผมเขียนไปบางด้านแล้ว แต่ยกตัวอย่างมรดกด้านผู้นำอย่างเหมาเจ๋อตุงหายไป

ฉะนั้น การวิเคราะห์การทบทวนอดีตมีประเด็นที่1 แผนที่ไตรภูมิเชิงอุปมามีภาพหนุมานอย่างที่เคยเล่าไว้ โดยการซ่อมสร้างประวัติศาสตร์(*****)สะท้อนบทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ ยกตัวอย่างการเขียนแบบโคลงสี่สุภาพ(******) คือ กรุงสยามยุคคลั่งเพ้อ พัฒนา นี้ฤๅ ทวยราษฎร์ปราศเงินตรา ติดบ้าน ทรราชเมื่อชีวา วายวอด สิเออ มรดกสามพันล้าน หลากล้นพิศวง … โอม… หนุมานกลับชาติฟื้น ชนมา มาฮา

กูไป่อมพลับพลา ดอกเฮ้ย “กูลิงยุคพัฒนา …”(ผมจัดวางรูปแบบย่อๆเพื่อลดระยะห่างระหว่างบรรทัด แม้ว่าวิชาตรรกศาสตร์บอกว่าบทกวีแบบวรรณกรรมเป็นเหตุผลที่อ่อน ก็ได้ช่วยให้ภาพอุปมาอุปไมย)

ส่วนประเด็นที่ 2 แผนที่สะท้อนแนวร่วมของโมเดลชาตินิยมกับขบวนการปฎิวัติขยายความซ้ำและย้ำเพิ่มเติมจาก14 ตุลา 16 ซึ่งชุมชนจินตกรรมฯ(Imagined Communities : Reflection on Origin and Spread of Nationalism ที่ผมเคยกล่าวแล้วถึงจินตกรรมผีสิงแห่งชาติ) สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของจีนมากกว่าโซเวียตในเวียดนาม(ตามจีน) ลาว(การปฏิวัติสามขั้นตอนของลาว ตามแบบเวียดนาม ดูประวัติศาสตร์ลาวของมาร์ติน สจ๊วต ฟอกซ์) และกัมพูชา(ตามจีนและไทยตามจีน) ตามภาพแผนที่อุปมากองทัพทหารเหมือนปลา(ที่ผมเคยเล่าแล้วthe army is like fish มีเพลงThe Fish Cheer/I-Feel-Like-I’m-Fixin’-to-Die Rag) หรือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ที่ผมเคยวิเคราะห์มาแล้วสองมุมอุปมาปลามีผู้นำ หรือปลาเล็กต้องรวมตัวสู้!

ส่วนประเด็นที่ 3 แผนที่สะท้อนมรดกเหตุการณ์14 ตุลา16(หลังข้อตกลงสันติภาพอเมริกากับเวียดนาม)
เมื่อวันเวลาผ่านไปกล่าว ยกตัวอย่างหลัง14ตุลา 6 ตุลา 19 เรียงลำดับเวลามาพฤษภา 35 ที่มีเงาคนเดือนตุลา และวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 หรือเรียกทั่วไปในประเทศไทยว่า วิกฤตต้มยำกุ้ง
ต่อมากำเนิดรัฐธรรมนูญ 40″ฉบับประชาชน”(ที่ผมเคยกล่าวแล้ว)หายไปจากรัฐประหารกันยา 49 ) แต่มรดก14ตุลาไม่ได้หายไป…มวลชนเดินเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์เมื่อ 14 ตุลาฯ หลังจากนั้นรูปแบบการเล่นการเมืองก็ปรับเปลี่ยนขยายตัวออกไป เพราะมวลชนไม่มีรถถัง จึงไม่สามารถก่อรัฐประหารได้, ไม่มีเส้นสายจึงไม่สามารถวิ่งเต้นอะไรกับใครเขาได้

รูปแบบการเล่นการเมืองของมวลชน จึงได้แก่การเลือกตั้งและการประท้วงบนท้องถนน ยื่นเรื่องกับองค์กรอิสระ ซึ่งรูปการหลังนี้เกิดขึ้นหลังมีรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปการเมือง พ.ศ.2540…อนาคตของการเมืองภาคประชาชน เว้นแต่ไทยจะเลือกปิดประเทศแบบพม่า

แต่ไทยเราเอ็นจอยเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์และทัวริสต์เกินกว่าจะทำอย่างนั้นแล้ว เพราะฉะนั้นเราจึงต้องแสดงการเลือกตั้งให้ชาวโลกดูด้วย เขาจะได้ยอมรับเรา ค้าขายลงทุนกับเรา มาท่องเที่ยวเมืองเรา การเมืองบนท้องถนนก็จะไม่หายไป…(********)

อย่างไรก็ดี จากชาตินิยม ด้านสงครามจากกรณีปราสาทเขาพระวิหารพ.ศ.2554 ยุคประยุทธ์ เป็นผู้บัญชาการการทหารบก (ผบ.ทบ.) ต่อมาพฤษภา 57(การเมืองบนท้องถนนพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยฯลฯ) ยกตัวอย่างไปบ้าง แล้ววัฒนธรรมทางการเมืองบนท้องถนนเหลืออยู่เป็นมรดก

แม้ว่าปัจจุบันไม่มีหลักกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ 40 ความนิยมแบบประชานิยมเดิมหายไปภายใต้รัฐประหารเกิดรัฐธรรมนูญอำนาจนิยม ตามข่าวทึ้งกฎหมายยื้อเลือกตั้ง! สนช.วางหมากลากถึงปีหน้า พรรคทหารตีขิมรอกินรวบ ซึ่งคนไทยยังดำรงชีวิตต่อสู้บนท้องถนน ภายใต้อิทธิพลโลกาภิวัตน์ทุนนิยมภายนอกยกตัวอย่างทุนญี่ปุ่น แข่งกับทุนจีนในไทย

เนื่องจากสงครามเศรษฐกิจ ในยุคโลกาภิวัตน์ ระบบโลกได้แยกออกเป็นสามค่ายเศรษฐกิจใหญ่ คือ ค่ายอเมริกา ค่ายยุโรป และค่ายเอเชีย อเมริกาได้วางยุทธศาสตร์จับมือกับญี่ปุ่นประสานผลประโยชน์ครอบอำนาจเหนือเอเชีย แต่อุปสรรคใหญ่คือจีน กำลังเป็นชาติที่อาจจะรุ่งเรืองขึ้นมาในโลกทางเศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้ (********) ส่วนปัจจุบัน ที่รัฐไทยอยากตามโมเดลจีนด้วยซ้ำ

ดังนั้น กรณีตัวอย่าง“WeWalk…เดินมิตรภาพ” จากPeople GO Network Forum สะท้อนมรดกภาคประชาชนทั้งเรื่องสิทธิชุมชน(ผมทำวิทยานิพนธ์แนวนี้) ฯลฯ สักวันเราทุกชนชั้น ค้นหามาทางเลือก(Choice) สะสมมรดกขุมทรัพย์แสงทองของบทกวีจิตร อ่านซ้ำย้ำบทกวีมิลืมร่วมสร้างประวัติศาสตร์หลังสงครามไล่ผีให้หายไป ยกตัวอย่างในโคลงห้าพัฒนา…มาจุ่งพร้อม เพรียงใจ รวมพลังไกร แกร่งล้น ขับผองภัย ผีดิบ กู้คนพ้น พวกผี ชัยจักแย้ม ยังดิน แสงสูรย์ริน เรื่อฟ้า ชุบชีวิน วามชื่น งามล้ำหน้า หลากสวรรค์

* กวีการเมือง (จิตร ภูมิศักดิ์) โคลงสรรเสริญเกียรติกรุงเทพมหานครยุคไทยพัฒนา ตอนที่ 3 หนุมานอมพลับพลา
http://www.noknight.com/data_files/art_jit2bkk3.htm
** วันกองทัพไทย และอนาคตไทย

***วิทยานิพนธ์ของผม ที่เล่ามาบ้างแล้วว่าจะดัดแปลงส่งสนพ.วางเลย์เอ๊าท์เองยังไม่มีเวลาเท่าไหร่เลย ไม่ว่าการตรวจแก้ไขพิสูจน์อักษร หรือการดัดแปลงแก้ไขจากที่เคยปรากฏในเนชั่นสุดสัปดาห์ ถือว่าโชคดีในแง่ที่งานวิชาการจากวิทยานิพนธ์กำเนิดชุมชนตามธรรมชาติ สู่อาณาจักรถึงยุคโลกาภิวัตน์โฟกัสปลาในปี2547โชคชะตาของผม แม้แต่ตอนสอบผ่านก็ยากจากอ.ที่ปรึกษา ไม่เห็นด้วย ในความทรงจำของต่อผลงานนี้ผมก็ได้เคยถูกพูดถึงผ่านการสัมภาษณ์จากนักวิชาการคนดังสำนักเศรษฐศาสตร์การเมืองอย่างอ.ฉัตรทิพย์ หรือผมเคยดัดแปลงย่อยนำเสนอที่ต่างๆ(เล่าแล้วยาวเอาสั้นๆให้งานเสร็จละกัน)
****ลาวร่ำไห้ สิ้นแสงสุรีย์ เจ้าฟ้าลาวองค์สุดท้าย ‘โสริยวงศ์สว่าง’สิ้นแล้ว
(สิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคชรา ณ กรุงปารีส วันที่ 2 มกราคม 2018)
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1172120
*****ผมได้ความคิดจากมุมมองจากOn HistoryของFernand Braudel และมุมมองแง่งานทางประวัติศาสตร์เหมือนกับการวาดภาพทิวทัศน์ เราต้องวาดทุกๆจุด ใบไม้ทุกๆใบ มีการอ้างแนวคิดhistorical reconstruction ในหนังสือThe Mediterranean and the Mediterranean World in the Age of Philip II(หนังสือชุมชนจินตกรรมฯก็กล่าวถึงเล่มนี้) ในหนังสือVietnam War Era: People and Perspectives(ดูเปรียบเทียบเพิ่มเติมวิทยานิพนธ์ไทย:การซ่อมสร้างประวัติศาสตร์และความทรงจำหลอน : การศึกษากิจกรรมจากความทรงจำกรณี ถังแดง ในชุมชนลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง = Historical reconstruction and haunted memories : a study of activities based on memories of the Red Barrel incident in Lamsin Community, Srinagarindra District, Phatthalung Province )
******เพิ่งอ้าง ดูเพิ่มเติม :จิตร แอบส่งบทกวีนี้ จากคุกมาลงหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย เมื่อ พ.ศ. 2507 หลังจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ เสียชีวิตไม่นาน ภายใต้นามปากกา “กวีการเมือง” ต่อมาได้มีผู้นำมาลงพิมพ์ในวารสาร “เศรษฐกร” พ.ศ. 2514
*******คำบรรยายของ เกษียร เตชะพีระ : “จาก 14 ถึง 6 ตุลา : สองชาตินิยมชนกัน”
http://prachatai.com/journal/2008/01/15388
********แนวคิดของยุค ศรีอาริยะ ที่เขียนหนังสือมายาโลกาภิวัตน์ ในปี2544อ้างระบบโลก(อิงแนวคิดFernand Braudel)ถูกผมมาอ้างในวิทยานิพนธ์จากการแนะนำของอ.ที่ปรึกษาของผม เป็นรากฐานงานเขียนผมส่วนใหญ่มาจากวิทยานิพนธ์ นี่ก็เป็นเรื่องที่น่าทบทวน ถ้านำเสนอทำเป็นหนังสือ

(ภาพประกอบแผนที่ไตรภูมิอยู่ในเอกสารประกอบการสอน วิชาประวัติศาสตร์ทหารด้วยผมอ้างแล้ว โดยผมเคยเขียนถึงกำเนิดสยามจากแผนที่:ประวัติศาสตร์ภูมิกายาของชาติ และแผนที่อุปมาต่อเนื่อง ซึ่งย้ำซ้ำขยายความใหม่โดยผมเอง)

22.2
ขายหนังสือ
กวีการเมือง(ผมมีไม่ได้ถ่ายรูปนำมาจากเน็ต) หนังสือเพลงชีวิต,ดนตรีวิวัฒน์หนังสือตรรกวิทยา,ตรรกศาสตร์ : ศิลปะแห่งการนิยามความหมายและการให้เหตุผล ส่วนขายซ้ำดูเพิ่มเติม(ช่วงนี้ก็ผมเคลียร์งานหยุดหายไปได้ส่งหนังสืออะไรอย่างนี้)

22.3
ภูเก็ตในความทรงจำ(2)
ผมเดินทางไปเที่ยวเยี่ยมเยือนหาน้องสาว ทำงานเป็นแพทย์ ที่ภูเก็ต โดยพวกผมไปหลายสถานที่ และติดต่อนัดเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันบ้าง ที่เขาเกิดภูเก็ต และผมไม่ได้เจอเพื่อนกับรุ่นพี่ ที่เคยเจอกัน เมื่อ11ปีก่อนผมดัดแปลงวิทยานิพนธ์มานำเสนอบทความที่มหา’ลัยแห่งหนึ่งที่นี่ เงื่อนไขของชีวิตแต่ละคน ซึ่งพวกผมมีโอกาสแวะมาร้านหนังสือ ที่ผมเคยมานอนพักที่นี่ตามรูปพร้อมหลายภาพสถานที่ คิดถึงความหลังผู้คนหลายคน ยกตัวอย่างร้านหนัง(สือ)2521 มีหนังสือจำนวนมาก และส่วนที่เคยเป็นชั้นวางแผ่นหนังจำนวนมาก ตอนนี้เป็นส่วนของพื้นที่กาแฟแทน แต่เล่าสั้นๆ หักมุมจบตลก ตอนที่2(*) โดยพวกผมเดินทางไปดูทะเลหาดในหาน ขณะผมกับแม่นั่งเล่นบนเสื่อ มีฝรั่งผัวเมีย(สูงวัย)ชาวสวิสขับมอเตอร์ไซด์ มาจอดรถพูดภาษาไทยกับเราว่ามีฝรั่งรัสเซียเยอะ ฝรั่งไม่สุภาพพูดแล้วหัวเราะ

*ภูเก็ตในความทรงจำ(1)

22.4
ภูเก็ตในความทรงจำสัมผัสน้ำทะเล แล้วไปฝันราตรีสวัสดิ์ฮ่า
ครับท่านยินดีได้พบเจอท่านที่ภูเก็ต สนทนากันเราได้คุยกันแก้ง่วงผมได้ดื่มกาแฟด้วยฮร่า

28
ขายหนังสือ 1.โมบิ๊ดิ๊ก สายธารแปล2. สังคมศาสตร์ ข้ามพรมแดน 216บ. 3.รัฐศาสตร์สาร และเล่มอื่นๆซ้ำ(*)ด้วย
* https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1908300929199126&id=100000577118415

28.2
ภูเก็ตในความทรงจำ(จบ)
วัดฉลอง(วัดไชยธาราม) หรือวัด ที่มีหลวงพ่อแช่ม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีชื่อเสียงของภูเก็ต ระหว่างเดินทางในภูเก็ตบางสถานที่ ทำให้คิดถึงความทรงจำเคยขี่มอเตอร์ไซด์ และเรื่องราวภูเก็ตแฟนตาซี หรือบางที่ลืมไปบ้าง บางที่ได้เข้าไปทั้งที่ไม่เคยไปด้วย ใช้ความทรงจำไม่ได้กลับไปค้นหาสมุดบันทึกเก่าๆ แต่เวลาเดินทางชอบพกหนังสือ เคยพกหนังสือรัฐศาสตร์สารหายเลย

28.3
บรรยากาศดีผมไปวัดพระใหญ่หรือพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี ประดิษฐานอยู่ที่เขานาคเกิด เจอแมวก็ขอถ่ายรูปหน่อย

28.4
ภาพกินอาหารเอางานไปนั่งทำงานรออาหาร ร้านน้ำย้อย กับร้านเจ้าสัวติ่มซำ ร้านอื่นๆไม่โชว์รูป ส่วนอาหารการกิน พวกเราไม่ได้กินอาหารในสนามบินตามข่าวบอกไว้อาหารนี้ครับ

28.5
ศาลเจ้า หรือ ‘อ๊าม’ และภาพทั่วไปบรรยากาศภูเก็ต มาที่นี่ไม่มีที่ส่องกล้องเหมือนแหลมพรหมเทพ คิดถึงอดีตการส่องกล้องขึ้นมาอย่างกับไปเกาหลีใต้(*) ตอนนั้นความทรงจำผมมาจากกรุงเทพฯนั่งรถทัวร์ถึงภูเก็ตสิบกว่าชั่วโมง
*ส่องกล้องเกาหลีใต้

28.6
ภาพภูเก็ต เส้นทางไปสู่สนามบินฯลฯ ไม่ค่อยมีเวลาเขียนรำลึกยาวเก็บไว้ในใจ ส่งท้ายราตรีสวัสดิ์

Posted in Uncategorized | Leave a comment

การสะสมความทรงจำ กับMake History after war

9 ธันวา
ขายหนังสือหนังสือสัญลักษณ์แห่งพระสถูป ราคาปก550บ.ลดเหลือ500บ.หนังสือนี้อ.เบน แอนเดอรสัน ผู้เขียนชุมชนจินตกรรมฯ เป็นบก.ตามรูปด้วย(คราวหน้าอาจจะมาขายหนังสือของสตีเฟน ฮอว์คิงเล่มหลุมดำ) ส่วนหนังสือล้านนา :จักรวาล ตัวตน อำนาจราคาปก: 200 บ.เหลือ150บ. และราคาหนังสือของGraham greene ในเรื่องThe Human Factor ราคา 100บ. หนังสือเพื่อนนักอ่าน(60บ.)กับหนังสือเมตาเมอร์โพสิส(70บ.)หาราคาเปรียบเทียบไม่ได้ ส่วนหนังสือการ์ตูน ตินตินผจญภัยเห็นราคาในเน็ต21 เล่มครบ ราคา8,500บ.เฉลี่ยเล่มละ400บ.? โดยประมาณ ผมจะตั้งราคาไว้ 100บ. ครับ
Wichaya Makaew สวัสดีครับ อ.บอย ขอจองสัญลักษณ์แห่งพระสถูป กับ ล้านนา จักรวาล ตัวตนครับ เข้ามอเมื่อไหร่รบกวนหยิบติดมาด้วยนะครับ 🙂
ได้ยินดีครับ อ.เก่ง แล้วเข้ามอเมื่อไหร่จะหยิบติดไปให้ด้วย ครับ ขออภัยที่มาตอบช้า ครับ
ธีรพล พัฒนภักดี จองเมตามอร์
ขออภัยที่มาตอบช้า ครับ

ธีรพล พัฒนภักดี เพื่อนนักอ่านด้วยครับ
ได้หนึ่งเล่มเพื่อนนักอ่าน น่ะครับ เนื่องจากเสียดายมากคุณธีรพล คือ ผมโพสต์เมตามอร์ไปมีคนส่งข้อความมาจองก่อนแล้ว ก็คุณส่งข้อความที่อยู่มาให้ผมจะส่งให้ทางไปรษณีย์ น่ะครับ

9.2
การสร้างเกมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย(เกมทดลอง)

วันนี้ 9 ธันวาคม วันต่อต้านการทุจริตสากล (International Anti-Corruption Day) โดยผมพยายามสร้างเกมสะท้อนปัญหาคอรัปชั่นต่อแรงงาน คือ การสร้างเกมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย(เกมทดลอง)
ซึ่งผมเคยเล่าเรื่องพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ต่อมาผมมีไอเดียสร้างเกม จากที่เคยเขียนเรื่องบอร์ดเกมการต่อสู้ทางชนชั้น การเสี่ยงทาย รู้หรือไม่รู้ไม่ใช่เก่งจากเกมเศรษฐี สะท้อนเรื่องโชคด้วยตามรูปประกอบ(ฯลฯ) และดูเพิ่มเติมที่เคยเขียนไว้(*) ต่อมาผมคิดทดลองประดิษฐ์สร้างสรรค์ดัดแปลงเกมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย(เมื่อวาน 8ธันวา วันอสัญกรรมของจอมพลสฤษดิ์ มีอนุสาวรีย์เป็นประติมากรรมรูปสฤษดิ์ ที่ขอนแก่น และด้านหลังรูปปั้นมีกำแพงภาพประติมากรรมเล่าประวัติชีวิต แต่มองไม่เห็นประเด็นคอรัปชั่น หรือไม่มีประเด็นคอรัปชั่นที่หายไป)

กระนั้น ผมแค่วางแผนทำทดลองพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะไทยไว้ แบบ ฯลฯ ซึ่งผมได้ไอเดียที่มาจากเกมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะเป็นชุดเกมสื่อการสอนช่วยฝึกสมองและสร้างความสนุกสนานในหมู่เพื่อนๆและครอบครัวใช้เป็นสื่อการสอนอิสระที่ผู้เล่นสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ศิลปะด้วยตนเอง สามารถเล่นได้ 3-7 คน(**) กลายมาเป็นการสร้างเกมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย

อุปกรณ์ในการเล่น
1.กระดานพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ เปลี่ยนเป็นกระดานพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
2. การ์ดผลงานศิลปะ เปลี่ยนเป็นการ์ดสิ่งของแรงงาน
3. ตัวจองการเป็นเจ้าของผลงานศิลปะ เปลี่ยนเป็นตัวจองเป็นเจ้าของสิ่งของแรงงาน
4. ตัวเดิน (แทนการเป็นผู้ชมงานศิลปะ) และตัวเดิน เป็นผู้ชมงานสิ่งของแรงงาน
5. ลูกเต๋า

ผู้เล่น
1. เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ (ทำหน้าที่ดำเนินเกมทุกอย่าง)
2 . ผู้เดินชมงานศิลปะ เปลี่ยนเป็นเดินชมสิ่งของแรงงาน(เป็นผู้เล่นที่เป็นไปตามกติกาการเล่น)

กติกาและวิธีการเล่น
1. ครั้งแรกให้ผู้ชมสิ่งของแรงงาน ทอยลูกเต๋า โดยให้ผู้ได้แต้มมากที่สุดเป็นคนเดินเป็นคนแรก โดยใช้ “ตัวเดิน” ของตนเองเดินไปตามช่องให้เท่ากับจำนวนที่ทอยได้

2. เมื่อผู้ชมสิ่งของแรงงาน เดินไปตกที่ช่องสิ่งของแรงงานใด ให้ผู้ชมสิ่งของแรงงานอธิบายสิ่งของแรงงานนั้นให้ผู้ชมสิ่งของแรงงานคนอื่นฟัง เมื่อเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เห็นว่าถูกต้องก็จะแจกการ์ดสิ่งของแรงงาน และตัวจองการเป็นเจ้าของสิ่งของแรงงาน แก่ผู้ชมสิ่งของแรงงานคนนั้น ซึ่งผู้ชมสิ่งของแรงงาน ที่ได้การ์ดสิ่งของแรงงาน ก็จะนำการ์ดสิ่งของแรงงานที่ได้มาวางไว้หน้าตัวเอง และนำตัวจองการเป็นเจ้าของสิ่งของแรงงานมาวางไว้ในช่องสิ่งของแรงงานที่ตัวเองเป็นเจ้าของ

โดยสมมติอธิบายสิ่งของแรงงานในนั้น มีไซ(ดักทรัพย์) ปลาตะเพียนนั้น ให้อธิบายเกี่ยวกับแรงงาน สมมติจะเล่าเพิ่มความเชื่อเรื่องการกำเนิดของปลาตะเพียนก็ได้ บ้างก็ว่าน่าจะสืบเนื่องมาการเสวยพระชาติเป็นปลาตะเพียนเพื่อการสั่งสมบุญบารมีของพระโพธิสัตว์พระองค์หนึ่ง เนื่องด้วยปลาตะเพียนเป็นสัตว์น้ำที่หากินคล่องแคล่ว ขยันหมั่นเพียร ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และรวมไปถึงการขยันทำมาหากินอีกด้วย(แรงงานขยัน) มีการสร้างเป็นคู่ “ปลาตะเพียนเงิน ปลาตะเพียนทอง” ซึ่งมีความหมายแฝงถึงความเจริญก้าวหน้าเหมือนปลาที่สืบสายพันธุ์ต่อไปไม่มีวันหมด และยังหมายรวมไปถึงการครองชีวิตร่วมกันอย่างผาสุก

3. หากผู้ชมสิ่งของแรงงานไม่สามารถอธิบายสิ่งของแรงงานที่ตนเองเดินไปหยุดอยู่ได้ ก็จะไม่สามารถเป็นเจ้าของสิ่งของแรงงานนั้นๆ แต่ให้นำตัวเดินไปวางไว้ได้

4. หากมีผู้ชมสิ่งของแรงงานคนอื่นๆ เดินมาตกตรง ที่มีผู้เป็นเจ้าของสิ่งของแรงงานแล้ว ให้ผู้ที่เดินมาตก อธิบายหรือบอกชื่อสิ่งของแรงงานนั้นๆ หากไม่สามารถบอกได้ ผู้ที่เดินตกลงมาในช่องนั้นๆ จะต้องคืนสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์แรงงาน 1 ภาพ หากยังไม่มีสิ่งของแรงงานเป็นของตนเองให้ติดไว้ก่อน แต่ถ้าหากผู้ชมสิ่งของแรงงานเดินครบ 1 รอบแล้ว ยังไม่มีสิ่งของแรงงานมาคืนพิพิธภัณฑ์ ผู้เล่นคนนั้นก็จะต้องออกจากการแข่งขัน

5. เมื่อภาพสิ่งของทุกภาพมีเจ้าของครบแล้วถือเป็นอันจบเกม คนที่มีภาพสิ่งของมากที่สุดเป็นผู้ชนะ

ใครทำเล่นกันเป็นกลุ่มก็ได้ ยกตัวอย่างหก เจ็ด แปดคนต่อหนึ่งกลุ่มเป็นตัวแทนผู้ชมสิ่งของแรงงาน ทดลองเล่นกัน โดยก่อนหน้านี้ผมทำเกมง่ายๆ ดัดแปลงแรงบันดาลใจจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดภูมินทร์ จ.น่าน มีภาพคันธกุมาร ผู้มีแม่ใช้แรงงานทำไร่ทำนา ต่อมาดื่มน้ำจากรอยเท้าช้าง(พระอินทร์แปลงกาย) เกิดเป็นคันธกุมาร ต่อมาตามหาพ่อ และคันธกุมารสู้กับงู(***) โดยผมนำมาดัดแปลงร่วมกับเกมบันไดงูไว้ใช้แล้ว(ไม่ได้แสดงรูปประกอบไว้) แน่ละ ดังที่กล่าวมาแล้วผมกำลังคิดเกมทดลองวิธีออกแบบการสร้างเกมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย แม้แต่ปัญหาคอรัปชั่นต่อความปลอดภัยในการตรวจโรงงานของแรงงาน ที่ผมเคยเล่าแล้ว จะให้สะท้อนอยู่ในเกมด้วย

*การสะสมความทรงจำ อำนาจ ผู้นำ ทำหนังสั้น ทำเกม ใน Late of capitalism(แผนที่ ล็อตตารี่ ฯลฯ)
http://akkaphon.blogspot.com/2017/08/late-of-capitalism.html
โชคไม่ช่วยอย่างหนังอินเดียเรื่อง slumdog-millionaire คล้ายรายการเกมส์เศรษฐีของไทยสมัยก่อน ”ไม่มีใครโง่หรือฉลาด มีเพียงแค่รู้หรือไม่รู้เท่านั้นเอง” ไม่ใช่รายการที่ต้องการคนเก่ง .. คือ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า “เราเก่ง หรือไม่เก่ง” หรือ “เราโง่ หรือไม่โง่” แต่มันอยู่ที่ “เรารู้ หรือไม่รู้”ต่างหาก

**ชุดสื่อการสอนMONOPOLYพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ
http://folkthachatime.blogspot.com/2013/12/blog-post.html
***จิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน: การศึกษาครั้งล่าสุด
https://www.sarakadee.com/m-boran/2003/10-12/index.htm
(ลองหาดูเพิ่มเติม เนื่องจากจิตรกรรมนี้ผมเคยเขียนถึงมาบ้างแล้วจะไม่เล่าซ้ำมากหรือดูที่ผมเคยเขียนไว้บางส่วนในการอ่านภาษาภาพจิตรกรรมกับอักษรธรรมล้านนา : ชื่อของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แม่น้ำโขง มีชื่อเมืองชวาวดี ที่คล้ายกับเมืองชวา ชื่อเดิมของเมืองหลวงพระบาง และชื่อเมืองขวางทะบุรี คล้ายเมืองเชียงขวางของลาว มีอธิบายภาพว่า “,,,น้ำของ”)

Michael Leahai จานบอยไปจดสิทธิบัตรไว้เลย ยอดขายร้อยล้านแน่ๆ ฮา
อรรคพล สาตุ้ม แหะๆ น่าจะรวยร้อยล้าน จดสิทธิบัตร แล้วทำเกมอินเตอร์เน็ตด้วย ทั้ง1.เกมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย 2.เกมประวัติศาสตร์ศิลปะไทย 3.เกมบันไดงูจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์(อนาคตอาจจะดัดแปลงเกมพญาลืมงายที่เป็นศิลปหัตถรรมล้านนา)

9.3
ผมหลายปีมานี้นั่งเครื่องบินมาเพิ่งเคยเห็นมุมสูงของวัดธรรมกาย ตามรูปคราวที่แล้วโพสต์เฟซฯไปก็นึกย้อนอดีตวันวาน สมัยก่อนเรียนมหา’ลัย ที่เคยได้รางวัลตอบปัญหาธรรมะจากวัดธรรมกาย(*) มีรูปประกาศนียบัตรเลยนำมาโชว์หน่อยพร้อมภาพบนเครื่องบิน
*รีวิวภาพยนตร์: ‘White Lotus'(หนังเกี่ยวกับวัดธรรมกาย)
http://www.winnews.tv/news/20198

9.4
ถ้าคุณอยู่บนท้องฟ้าบนเครื่องบินสองคนเท่านั้น คุณจะรักกันไหม? นานอย่างกับอยู่บนยานอวกาศเดินทางไปดาวเสาร์ใช้เวลาหลายปี มีการ์ตูนขายหัวเราะชอบทำให้คนอยู่บนเกาะสักต่อสองคนสุดท้ายรักกันจริงไหม?หว่าฮร่า โหมดดูโรแมนติค….

9.5
ราตรีสวัสดิ์ ถ้าดีเจบอย ถูกถามหายไปไหน จะตอบเคลียร์งานหยุดพักผ่อน ถ้าผมถูกถามว่าเราเกิดมาทำไม จะตอบเราเกิดมาสร้างประวัติศาสตร์ เลียนแบบเพลงHistory Maker โดย Dean Fujioka https://www.youtube.com/watch?v=6I7FT0PHG9E
Pharit Pathomthat ดูยูริออนไอซ์ด้วยเหรอพี่
อรรคพล สาตุ้ม ผมไม่ได้ดูยูริออนไอซ์ น่ะ ผมฟังเพลงทางวิทยุ อะไรสักอย่างแล้วก็เลยค้นหาเพลงนี้เล่นๆ อ่ะ ช่วงนี้ผมไม่ได้อ่านการ์ตูนหรือดูอนิเมะเลย ดูที่ชอบตอนปี2015 คือ การ์ตูนฮารุอิ และชอบเพลงประกอบหนังการ์ตูนฮารุอิ(ช่วงนี้มีโอกาสจะดูVictoria and Abdul เค้าว่าดีกัน ผมเพิ่งดูหนังแผ่นเรื่องBabelไปด้วย) ครับhttps://www.youtube.com/watch?v=WWB01IuMvzA

12 ธันวา
ขายหนังสือ สตาร์วอร์สจะเข้าโรงหนังแล้วเผื่อใครอยากซื้ออ่านเก็บไว้ด้วย(หาหนังสือของสตีเฟน ฮอว์คิงไม่เจอแหะๆ) นิยายวิทยาศาสตร์ 2010:Odysessy two(สองเล่มราคา100บ.) พร้อมภาพประกอบขายซ้ำหนังสือที่บอกไว้แล้วด้วย

12.2
ชุมชนจินตกรรม จากจักรวาลศาสนาสู่ยุคดาวเทียม
“ฝนดาวตกเจมินิดส์” คืนวันที่ 14 ธันวาคม 2560 เมื่อวานในอดีต 11 ธันวาคม พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) – ยานอะพอลโล 17 ยานอวกาศลำสุดท้ายในโครงการอะพอลโล ลงจอดบนดวงจันทร์ ต่อมา7 ธ.ค. พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) – ยานกาลิเลโอขององค์การนาซาถึงดาวพฤหัสบดี หลังจากใช้เวลาเดินทางในอวกาศกว่า 6 ปี

เมื่อผมยกตัวอย่างยุคดังกล่าวเป็นช่วงเวลาไทยเรา มีประดิษฐ์สร้างดาวเทียม ยกตัวอย่างดาวเทียมไทยคมแล้ว ซึ่งผมชวนทบทวนยุคก่อนดาวเทียม มีทีวีขาวดำ วิทยุ ทีวีสี มาทีวีดิจิตอล สื่ออิเลคทรอนิคส์ อินเตอร์เน็ต ย้อนกลับไปเปรียบเทียบชุมชนจินตกรรม จากยุคจักรวาลศาสนา สู่ยุคผลิตซ้ำด้วยเครื่องจักรกลสื่อสิ่งพิมพ์ ที่สร้างชุมชนจินตกรรมความเป็นชาติ โดย“วัฒนธรรมกระฎุมพีกับวรรณกรรมต้นรัตนโกสินทร์” (ปากไก่และใบเรือ : รวมความเรียงว่าด้วยวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ต้นรัตนโกสินทร์) ผู้เขียนคือ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้ศึกษากำเนิดของกระฎุมพีไทย โดยผ่านการอ่านวรรณกรรมของคริสต์ศตวรรษที่ 19 อันเป็นยุคที่มีความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ การเมือง การค้าขายกับตะวันตกทำให้อำนาจทุนและเทคโนโลยีหลั่งไหลเข้ามา และจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวหลายด้าน

ผู้เขียนเริ่มที่การเขียน และเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการเขียน เขายกให้ต้นรัตนโกสินทร์เป็นยุคที่เกิดความเสื่อมของพิธีกรรมในงานวรรณกรรม และการเปลี่ยนแปลงจากภาษาพูดมาสู่ภาษาเขียน ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่น้อยลงและจากการเขียนแบบหลวมๆ มาสู่การเขียนแบบเคร่งครัด และเน้นความสำคัญของรูปแบบใหม่ๆ เช่น ละครและกลอน รวมทั้งวิธีเขียนบทอัศจรรย์

สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคนี้คือ เขียนโดยไม่ใช้เสียงที่เลียนธรรมชาติ และอ่านโดยปล่อยความหมายและรส ผ่านเข้าไปสู่จิตใจโดยไม่อาศัยเสียง กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส อาจเป็นคนแรกที่เริ่มแต่งวรรณกรรมที่อ่านด้วยตา หรือ “ฉันท์” ซึ่งเคร่งครัดเรื่องรูปของครุลหุ ทั้งๆ ที่แต่เดิม การอ่านและออกเสียงเป็นธุระของผู้สวดหรืออ่าน ไม่ใช่ผู้แต่ง จึงไม่เคยเคร่งครัด

อ.นิธิให้ความสำคัญกับคำสอนศาสนาที่เรียบเรียงขึ้นใหม่ เช่น ไตรโลกวินิจฉัย และประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ รวมทั้งร้อยแก้วหรือภาษาความเรียง เช่น สามก๊ก ไซ่ฮั่น ซึ่งเกิดจากการพิมพ์และการแปลมาจากภาษาต่างประเทศ(*)

ฉะนั้น ผมเล่าต่อเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงความรู้ ในสมัยรัชกาลที่ 4 ในโหราศาสตร์ควบคู่ดาราศาสตร์สมัยใหม่ และการเปลี่ยนคติจักรวาลแบบไตรภูมิ จากฝรั่งเข้ามาในสยาม มีจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถวัดบรมนิวาส ซึ่งยกตัวอย่างภาพดวงจันทร์ ภาพดาวเสาร์ ดาวพฤหัสแบบวิทยาศาสตร์ตะวันตกสมัยใหม่ เริ่มแนวคิดสร้างพรมแดน มีฝรั่งมาทางเรือสำเภาเดินเรือสินค้า และเทคโนโลยีของการผลิตสื่อการพิมพ์ ยกตัวอย่างหมอบรัดเลย์(ผมเคยเจอรุ่นหลานหมอบรัดเลยที่ม.แห่งชาติสิงคโปร์) สื่อสิ่งพิมพ์ ที่เป็นวิทยาศาสตร์แบบดาราศาสตร์จากการสั่งซื้อตำราดาราศาสตร์ กล้องโทรทรรศน์ และแผนที่ดาว จากต่างประเทศ เครื่องราชบรรณาการ ส่วนมากเป็นหนังสือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ เช่น เครื่องชั่ง ลูกโลก เทอร์มอมิเตอร์ เครื่องวัดความดันอากาศ สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร(อังกฤษ) ได้ถวายกล้องโทรทรรศน์ เป็นต้น

เมื่อบริบทยาว ผมเล่าไม่ยาวสนใจเรื่องปัจจัยภายในประเทศสยาม กับปัจจัยภายนอกจากหนังสือ โดยตัวอย่างนี้ ในแง่การเปลี่ยนแปลงความรู้เคยจัดงานที่สนใจเรื่องโลกในมือนักอ่าน(**) จากประสบการณ์ของผม ที่จัดกิจกรรมคุยเรื่องหนังสือโลกในมือนักอ่าน ก็กล่าวถึงการอ่านในใจหรือการอ่านเงียบๆ คนเดียว เกิดขึ้นหรือสร้างขึ้นไม่กี่ร้อยปีมานี้ โดยผมสนใจเรื่องการอ่านแบบใหม่ ซึ่งเน้น “วัฒนธรรมสายตา” เกิดขึ้นในยุคสื่อสิ่งพิมพ์

เนื่องจากสื่อสิ่งพิมพ์ยกตัวอย่างหนังสือภูมิศาสตร์ไม่ใช่แบบไตรภูมิ ในสมัยร.5(ร.4กับร.5ฉลองพระองค์อย่างจีนผมเคยเล่าไว้) และผมยกตัวอย่างสมัยร.5 ทรงส่งพระราชโอรสและพระราชนัดดาไปยังราชสำนักแห่งเซนต์ปีเตอร์สเบริก์(รัสเซีย) ลอนดอน(อังกฤษ) และเบอร์ลิน สมัยจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 แห่งเยอรมนี และKingแห่งปรัสเซีย(ต่อมามีSocial Democratic Party of Germanyฯลฯ) เป็นพระราชโอรสใน พระจักรพรรดิฟรีดริชที่ 3 กับพระราชธิดาในสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียด้วย

อย่างไรก็ดี ผมยกตัวอย่างแค่ยุคร.4ถึงร.5 ซึ่งสื่อสิ่งพิมพ์ทางศาสนาปะทะสื่อสิ่งพิมพ์วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ในโลกต่างประเทศดังกล่าว โดยรากฐานทางวัฒนธรรม จับประเด็นต่อเนื่องเรื่องอ.เบน(13 ธันวาคม พ.ศ. 2558/ค.ศ. 2015 วันถึงแก่กรรม) อธิบายศาสนาเชื่อมโยงมนุษย์-ใน-จักรวาล ต่อมนุษย์ในฐานะ สปีชีส์”(Species)หนึ่ง และภาวะบังเอิญของชีวิต ความอยู่รอดอย่างน่าอัศจรรย์นับพันๆปีของพุทธศาสนา คริสต์ศาสนา หรืออิสลาม ในแบบแผนทางสังคมที่แตกต่างหลากหลาย ย่อมเป็นเครื่องยืนยันถึงการตอบสนองอย่างเปี่ยมด้วยจินตนาการ ต่อภาระอันหนักอึ้งของความทุกข์ยาก ที่มนุษย์ต้องเผชิญ-ความเจ็บป่วย ความพิกลพิการ ความเศร้าโศก ความแก่ชรา และความตาย… (***)

ใช่ ตรรกะเหตุผลนั้น และจักรวาลใหญ่กว่าโลก อีกด้วย ส่วนยุคสมัยของเรา ที่มีนายกฯประยุทธ์ กล่าวว่านอกจากเรื่องรากนคราแล้ว ให้ไปดูช่องอื่นบ้าง ผมเจอไม่รู้ว่าช่องอะไร เขาวิเคราะห์ วิจัย มีการทำลายสาธารณสมบัติ ทรัพยากร วิหารโบราณสถาน 4 5 พันปี เขาสงสัยว่าทำไมเกิดแต่เฉพาะคนกลุ่มนี้ เขาก็วิเคราะห์กันว่า เกิดจากมนุษย์ต่างดาว(****)

ดังนั้น เรายังอยู่ในโลก ในจักรวาล,มนุษย์ต่างดาว,เทวดา,โชคชะตา ทำให้เรามีจินตนาการเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ หรือหนังอย่างStar Wars : Episode V – The Empire Strikes Back แล้วนายกฯกับพรรคพวกทหาร ก็น่าจะรู้ว่าจักรวาลใหญ่กว่าชุมชนจินตกรรมชาติไทย หรือที่มีคำว่าใครจะใหญ่เกินกรรม

*Gutenberg Galaxy : ตัวพิมพ์กับการอ่าน (3)
https://www.matichonweekly.com/column/article_67068
(พรรณี บัวเล็ก กําเนิดและวิถีชีวิตของชนชั้นแรงงานรับจ้างในประเทศไทย ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยกล่าวถึงปีพ.ศ. 2532 อาจารย์ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ได้เสนอวิทยานิพนธ์ที่สนับสนุนแนวคิดของอาจารย์นิธิเรื่อง The Transformation of the Thai State and Economic Change (1855-1945) โดยได้ชี้ประเด็นสําคัญเกี่ยวกับนายทุนจีน..)
The Gutenberg Galaxy : ตัวพิมพ์กับการอ่าน (1)
(อ้างหนังสืออ.เบนImagined Communities : Reflection on Origin and Spread of Nationalism)

**โครงการนิทรรศการ เสวนาแบบบูรณาการระหว่าง วรรณกรรมกับศิลปะ “การอ่านจากภาพตะวันตกกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ชื่อ อ่านจากภาพ http://www.manager.co.th/Campus/nodrink/listComment.aspx?ID=68519
***การสะสมความทรงจำเดือนพฤศจิกายน

****”พล.อ.ประยุทธ์” ย้ำทหาร-ขรก.-เอกชน ต้องเป็นที่พึ่งปชช. แนะมีหลักคิดของตัวเอง อย่าหลงละคร
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/772863
(ภาพประกอบเทวดากับดวงดาว ในระบบสุริยะจักรวาลแบบวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ณ วัดบรมนิวาส)

12.3
บ้านเมืองมุมมองจากเครื่องบิน เวลามองจากมุมสูงก็อยากลองนั่งยานอวกาศบ้าง เพ้อ ฮร่าๆ

12.4
ดีเจบอย จัดเพลงสักหน่อย อาจจะต้องการหุ่นยนต์ต่างดาว ช่วยโลก เพราะอยู่บนโลก…ราตรีสวัสดิ์ ครับ
Transformers – Linkin Park – Powerless

16 ธันวา
ขายหนังสือThe Encyclopedia of Printmaking Techniques และหนังสือที่เคยประกาศขายแล้วประกาศซ้ำอีกรอบตามรูป

16.2
ปัจจัยภายนอกกับภายในสงครามอินโดจีนถึงสงครามโลกครั้งที่2
วันนี้ในอดีต16 ธันวาคม พ.ศ. 2481 (ค.ศ. 1938) – พันเอกหลวงพิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของไทย ต่อจากพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา

เนื่องจากผมได้เคยเขียนเรื่องจอมพลป.เกิดสมัยรัชกาลที่5ไปบ้างแล้ว(*) และกำเนิดกองทัพไทยสมัยใหม่ ก็ได้เขียนไว้(**) ปัจจัยภายนอกของการเลียนแบบกองทัพสมัยใหม่ในตะวันตก ซึ่งเมื่อวันที่14 ธันวาคม พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941) – สงครามแปซิฟิก: จอมพล ป. พิบูลสงคราม(เรียนจบจากฝรั่งเศสกลุ่มคณะราษฎร) ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย ลงนามในเอกสารหลักการร่วมยุทธระหว่างไทยกับญี่ปุ่น เป็นความต่อเนื่องของสงครามอินโดจีน ที่ผมใช้ภาพประกอบรูปพระพุทธรูป ซึ่งกองทัพฝรั่งเศสสะสมสมบัติไว้ในค่ายทหารฝั่งห้วยทรายของลาว บริบทห้วยทรายทางภูมิศาสตร์ผมเคยอธิบายแล้วว่ามีความเป็นมาก่อนขีดเส้นพรมแดนไทยลาว ก็เป็นฝั่งไทยสองฝั่งเชียงของห้วยทราย ลากผ่านแม่น้ำโขง แล้วทหารไทย ก็ได้นำข้ามกลับมาจากการสู้รบสงครามอินโดจีน

โดยยกตัวอย่างสงครามอินโดจีน มาถึงสงครามโลกครั้งที่สอง เกิดขึ้นจากสงครามแปซิฟิก มีต้นกำเนิดจากสงครามจีน ญี่ปุ่น ครั้งที่สอง โดยสงครามจีน ญี่ปุ่นครั้งที่ หนึ่ง ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศ ปรับตัวตามความเจริญของตะวันตก ด้านการทหาร ดำเนินตามรอยแบบเยอรมัน เริ่มขยายอำนาจของประเทศ รายละเอียดปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในของประเทศดังกล่าว เปรียบเทียบไทยได้ ในสงครามจีนญี่ปุ่น ปีพ.ศ.2438/1895ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5

ต่อมาพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน มีอนุสาวรีย์ที่หน้าโรงงานน้ำตาล เกาะคา ลำปาง) เข้า โรงเรียนนายร้อยทหารบก ประเทศเยอรมนี ในปี2446 ก็มีเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างยกตัวอย่าง12 กุมภาพันธ์ สยามประกาศตนเป็นกลาง กรณีสงครามระหว่างญี่ปุ่น-รัสเซีย และผมยกตัวอย่างไปแล้วสมัยร.5 ทรงส่งพระราชโอรสและพระราชนัดดาไปยังราชสำนักแห่งเซนต์ปีเตอร์สเบริก์(รัสเซีย) ลอนดอน(อังกฤษ) และเบอร์ลิน สมัยจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 แห่งเยอรมนี และKingแห่งปรัสเซีย เป็นพระราชโอรสใน พระจักรพรรดิฟรีดริชที่ 3 กับพระราชธิดาในสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียด้วย

เนื่องจากยกตัวอย่างสงครามจีน ญี่ปุ่นครั้งที่ หนึ่ง ต่อมาญี่ปุ่นกับรัสเซีย และพันธมิตรอังกฤษ-ญี่ปุ่น นี่เป็นตัวอย่างมหาอำนาจในโลก เป็นปัจจัยภายนอก ส่งผลให้ซุนยัดเซ็น รับการศึกษาในฮ่องกงที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษ(ผู้เดินทางไปทั้งสิงคโปร์ สยามมีรูปถ่ายภาพเขาติดตามบ้านชาวจีนกทม.และเชียงใหม่ ฯลฯ เขาเป็นต้นกำเนิดก๊กมินตั๋ง) ทำการปฏิวัติจีนสำเร็จ (2454/1911)ต่อมาสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเกิดขึ้นเยอรมันหรือปรัสเซีย ชนะรัสเซีย เกิดการปฏิวัติเลนินขึ้นครองอำนาจ(2460/1917) สงครามส่งผลกระทบให้ปรัสเซียหรือเยอรมัน อิทธิพลปฏิวัติรัสเซีย เปลี่ยนมีพรรคการเมืองยกตัวอย่างSocial Democratic Party of Germany มีFriedrich Ebert(President ที่มาชื่อมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท)

ช่วงเวลายุคสมัยคาบเกี่ยวกัน ในไทยเกิดกบฏเก็งเหม็งเลียนแบบซุนยัดเซ็นไม่สำเร็จ และช่วงเวลาระหว่างโลกก่อนเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งพระยาพหลพลพยุหเสนา เกอริง และฮิเดะกิ โทโจ(เป็นผู้บัญชาการกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง) ต่างรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่สถาบันคาเด็ทส่วนกลาง (Hauptkadettenanstalt) ในกรุงเบอร์ลิน โดย กลุ่มของเกอริง, กลุ่มของพระยาพหลฯ และกลุ่มของโทโจ มักประลองดาบกันเสมอ เกอริงเป็นคนตัวใหญ่ชอบเล่นแรง จนครั้งหนึ่งเขาถูกน้อย (พลตรี พระศักดาพลรักษ์) ชกจนฟันหัก ซึ่งเกอริง ต่อมาเป็นจอมพลไรช์ แฮร์มันน์ วิลเฮล์ม เกอริง (เยอรมัน: Hermann Wilhelm Göring; พ.ศ. 2436 — พ.ศ. 2489 ดูเพิ่มเติมวิกิพีเดียไทย)ร่วมกับฮิตเลอร์(ยุคสมัยเดียวกับRosa Luxembur,Walter Benjamin,ไอนสไตน์ ต่อมากำเนิดระเบิดนิวเคลียร์) ในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งผมยกตัวอย่างหนังThe Monuments Men กองทัพฉกขุมทรัพย์โลกสะท้าน(***) สะท้อนนาซีขโมยสมบัติงานศิลปะต่างๆ มีนักพิพิธภัณฑ์ต่างๆเข้าไปช่วยภาพน่าทำเกมเปรียบเทียบกับไทย(****)ด้วย

เมื่อเราจะเห็นความแปลกแตกต่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งไทยเป็นฝ่ายสัมพันธมิตร (มีศูนย์กลางอยู่ที่ไตรภาคี ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศสและรัสเซีย) ได้ประกาศสงครามกับเยอรมันและออสเตรีย-ฮังการี แล้วไทยได้เข้าสู่สงครามร่วมกับญี่ปุ่น(และนาซีเยอรมัน) จึงเห็นนิยายคู่กรรม หรือหนังคู่กรรม(ผมเคยเล่านิยายหนังพระเจ้าช้างเผือกแล้ว) สะท้อนผ่านสงครามแปซิฟิก: จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย ลงนามในเอกสารหลักการร่วมยุทธระหว่างไทยกับญี่ปุ่น(ผมเคยเล่าเรื่องแผนที่ยุคWorld War IIกับอาเซียนแล้ว)

ดังนั้น ผมเปรียบเทียบญี่ปุ่นบุกจีน ทำให้จีน มีผู้นำอย่างเหมาเจ๋อตุง เป็นแนวทางคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ไทยทางด้านปรีดี ช่วยให้ไทยรอดพ้นจากแพ้สงคราม(16 ธันวาคม พ.ศ. 2489 หรือค.ศ. 1946 – ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 55 ของสหประชาชาติ) ไม่ได้ไปสู่คอมมิวนิสต์ ก็แนวทางนี้(สุดท้ายโดนการเมืองเล่นงานไปอยู่จีนและฝรั่งเศส) และปัจจัยภายนอกกับภายในของไทยแลนด์ ก็ต่างจากอิทธิพลอเมริกาที่ชนะสงครามกับญี่ปุ่น(ปีนี้ครบรอบ130ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น) ซึ่งยกตัวอย่างอิทธิพลก็“SEATO”(*****)ต้านคอมมิวนิสต์ ซึ่งผมมีจุดหมายปลายทางของการนำเสนอปัจจัยภายนอกกับภายในวิวาทะรัฐไทย ในปัจจัยอย่างที่ผ่านมาทั้งผู้นำ โชคชะตาผ่านมุมมองศาสนา(******) และการเมืองชาติไทยด้วย

*60ปี รัฐประหารจอมพลแปลก

**เกร็ดเรื่อง “วันกองทัพไทย” และ .. สู่อนาคต “ทหารไทยนี้รักสงบ”
https://prachatai.com/journal/2011/01/32710
***The Monuments Men กองทัพฉกขุมทรัพย์โลกสะท้าน สร้างขึ้นจากเรื่องจริงของนักล่าสมบัติที่มีฝีมือมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ผลงานแอ็คชั่นแนวดราม่าเกี่ยวกับ 7 ผู้สุดยอด ทั้งผู้แนะนำพิพิธภัณฑ์ จิตรกร สถาปนิก หัวหน้าผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ และนักประวัติศาสตร์ศิลป์ที่ได้มาร่วมแถวหน้าในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อนำผลงานศิลปะชิ้นโบว์แดงของโลกที่ถูกขโมยไปโดยพวกขโมยชาวนาซีกลับมาคืนเจ้าของโดยชอบธรรม(หนังหาดูง่าย)
****การสร้างเกมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย(เกมทดลอง)

*****การสะสมความทรงจำกับอดีตถึงการสร้างแผนที่อนาคตอาเซียน

**** **ชุมชนจินตกรรม จากจักรวาลศาสนาสู่ยุคดาวเทียม

(ภาพประกอบจากหนังสือ ลานนา – ล้านนา เป็นของใคร? มีรูปประติมากรรมพระพุทธรูปดังกล่าวจากสงครามอินโดจีนดูภาพเล่มหนังสือเพิ่มเติมบางส่วนในเว็บได้ http://www.saojindaratfnd.com/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A/5811)

16.3
ภาพการเดินทางที่เห็นสีเขียว ธรรมชาติและภูเขา

16.4
เนื่องจากผมมีปัญหากับเทคโนโลยี ยกตัวอย่างไลน์อันเก่าใช้ไม่ได้มาย่างเดือนที่สาม จากส่วนตัวผมหยุดใช้เฟซฯไป แต่ไหนๆกลับมาใช้ก็ต้องบอกต่อหนังดี ก่อนยุคดิจิตอลที่สะท้อนในหนัง คือ หนังMurder on the Orient Express สะท้อนคดีฆาตกรรมบนรถไฟขบวนรถด่วน เป็นหนังที่ดีที่สุดอันดับหนึ่ง ซึ่งผมเข้าโรงหนังในรอบหนึ่งปีนี้เรื่องเดียวที่ดูก็ได้ในความทรงจำ เป็นหนัง ทำจากหนังสือนิยาย แล้วบทหนังที่ผมไม่รู้มาก่อนไม่ได้อ่านนิยาย โครงเรื่องที่เดาไม่ได้ เดาไม่ถูกสำหรับผมท้าทายสมองประลองปัญญาเล่าสั้นๆ ถ้าผมเป็นปัวโรต์ ก็ผมยอมแพ้แล้วปวดหัว นักสืบหนึ่งคนโดนรุมจากฆาตกร มากกว่าหนึ่งคน!
Murder on the Orient Express

16.5
ดีเจบอย จัดเพลงประกอบหนังBABEL มีชื่อคล้ายหอคอยบาเบล เกิดเหตุพระเจ้าบันดาลให้ภาษาที่แตกต่างกัน
Babel in tokyo

21 ธันวา
ขายหนังสือ 1.เฟรเดอลิก เทย์เลอร์ ราคา85บ.หนังสือคลาสสิคพวกเรียนบริหารธุรกิจ พวกอยากเป็นนักทุนนิยมต้องอ่านทฤษฎีการจัดการตามหลักวิทยาศาสตร์ (Scientific Management)เขาถือเป็นบิดาแห่งการบริหารงานแบบวิทยาศาสตร์ ที่มีข้อโต้แย้งของเทย์เลอร์ โดยพวกเศรษฐศาสตร์การเมืองอย่าง Labor and Monopoly Capital: The Degradation of Work in the Twentieth Century is a book by Harry Braverman.(น่ามีฉบับแปลอ่านง่ายบ้าง) 2.แรงงานกับการเมืองฯราคา140บ.3.CHINA SINCE MAO(Monthly Reviewพิมพ์),แล้วสุดท้ายขายหนังสือซ้ำอีกหลายเล่ม ยกตัวอย่าง Peasants in History: Essays in Honour of Daniel Thorner ฯลฯ
https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1898040210225198&id=100000577118415

https://web.facebook.com/photo.php?fbid=1891784524184100&set=pcb.1891787907517095&type=3

21.2
ก่อนและหลังจากเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า
วันนี้ในอดีต 21 ธันวาคม พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941) – สงครามโลกครั้งที่ 2: ประเทศไทยทำอนุสัญญาเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น ในการร่วมมือกันทางการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจ โดยกระทำพิธี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
จากการทบทวนก่อนสงครามโลกครั้งที่2 ญี่ปุ่นพัฒนาประเทศจากปฏิรูปเมจิ ถึงการปฏิวัติของกระภุมพี(*)และการสะสมอาวุธ เป็นการมองประวัติศาสตร์ช่วงยาว จากปัจจัยภายนอกกับภายในรัฐ ยกตัวอย่างกำเนิดการปฏิรูปญี่ปุ่นเริ่มต้นเข้าร่วมเกม(game)การแข่งขันช่วงชิงผลประโยชน์ โดยนักทฤษฎีที่เขียนหนังสือเค้าโครงการเพื่อการปฏิรูปประเทศญี่ปุ่น(1924/2467 สมัยรัชกาลที่6) กล่าวถึงการต่อสู้ทางชนชั้น(class struggle)ภายในชาติหนึ่งๆ…จักรวรรดิอังกฤษเปรียบประดุจดังมหาเศรษฐี มีทรัพย์ที่เที่ยวไปมีสมบัติครอบครองอยู่ทั่วทุกมุมโลก ส่วนรัสเซียก็เป็นเจ้าที่ดินใหญ่ที่ยึดครองที่ดินในซีกโลกเหนือไว้ทั้งหมด ญี่ปุ่น ซึ่งมีแต่เกาะแก่งกระจัดกระจายอยู่ตรงชายขอบของโลกใบนี้ จึงเป็นเสมือนสมาชิกคนหนึ่งของชนชั้นกรรมาชีพ(proletariat) ด้วยเหตุนี้ ญี่ปุ่นจึงมีสิทธิที่จะประกาศสงครามต่อพวกชาติมหาอำนาจใหญ่ ที่ผูกขาดผลประโยชน์เอาไว้(big monopoly powers)… นี่เป็นกรณีต่อลัทธิชาตินิยมทางการและลัทธิจักรวรรดินิยม(**)ต่อมาญี่ปุ่นก็รบกับรัสเซีย ฯลฯ แล้วที่ผมชวนทบทวนวิวาทะรัฐไทย ต่อปัจจัยภายนอกกับภายในสงครามอินโดจีนถึงสงครามโลกครั้งที่2(***) สะท้อนด้านโมเดลทางทหารชาตินิยม(ทหารไทยรบสมัยใหม่ไม่ใช่แบบอดีตรบแบบเก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมืองหรือรบได้พระแก้วมรกต) ซึ่งผมเคยเขียนไปบ้างแล้ว ต่อมารัสเซียแพ้ญี่ปุ่น(ที่นิยามอัตลักษณ์ชาติเป็นชนชั้นกรรมาชีพของญี่ปุ่น!) ซึ่งรัสเซียแพ้เยอรมัน และเลนินขึ้นสู่ผู้นำ(การต่อสู้ทางชนชั้น!) โดยเน้นผู้นำเลนินของโซเวียต เปรียบเทียบกับผู้นำเหมาเจ๋อตุงของจีน ซึ่งขยายความตรรกะเหตุผลในชุมชนจินตกรรมฯ ต่อเรื่องโมเดล ในบทเทวดาแห่งประวัติศาสตร์ในหนังสือมาบ้างแล้วกล่าวซ้ำ และผมขยายความต่อเนื่อง ทั้งเรื่องกำเนิดชนชั้นกระภุมพี กำเนิดทหารไทยอย่างชาตินิยม(จอมพลป.เสียชีวิตที่ญี่ปุ่น)ด้วย

โดยกล่าวอย่างง่ายๆ ต้นแบบอังกฤษ ที่มีรัฐธรรมนูญนิยม เป็นประชาธิปไตยแบบอังกฤษ มีวิวัฒนาการต่างจากการประดิษฐ์การปฏิวัติของรัสเซีย(ได้โมเดลปฏิวัติฝรั่งเศส ที่ไม่มีตัวบุคคลเป็นผู้นำอย่างศต.ที่20) เป็นโซเวียตโดยเลนิน(อยู่ร่วมสมัยกับร.5 สัมพันธ์รัสเซีย) ได้เป็นต้นแบบโมเดลต่อจีนของเหมาเจ๋อตุง ซึ่งโมเดลของจีนต่อเวียดนาม(สังคมชาวนามากกว่ากรรมาชีพอ้างอ.เบน) เขมร (ลาว) โดยการอธิบายดังกล่าวใช้ปัจจัยภายนอกอธิบายความสำเร็จของเลนิน

จากสงครามเยอรมันชนะรัสเซีย สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเปิดโอกาสเลนินขึ้นครองอำนาจนำเป็นโซเวียต ต่อมาเหมาเจ๋อตุงจากสงครามกับญี่ปุ่น (เขมร และลาวก็ปัจจัยภายนอกเช่นเดียวกันสู่การประดิษฐ์การปฏิวัติ และการประดิษฐ์ชาตินิยมอย่างวันที่2ธันวาวันชาติลาว) โดยอ.เบน เน้นปัจจัยภายนอกต่อแผนการปฎิวัติและผู้นำ

เมื่อไอเดียโมเดลผมมีประเด็นต่อผู้นำเหมาเจ๋อตุง คือ 1.ปัจจัยภายนอกกับปัจจัยภายในรัฐจีน 2. ชาวนา จากการถกเถียงของการลัดขั้นตอนวิวัฒนาการปฏิวัติอุตสาหกรรมสู่ปฏิวัติเป็นคอมมิวนิสต์จากมาร์กซ เลนินถึงเหมาเจ๋อตุง(ผู้สืบมรดกพื้นที่แผ่นดินจีนต่อจากซุนยัดเซ็น) ที่ผมขยายความที่ผมอยากเน้นปัจจัยภายในรัฐจีน คือ เหมาเจ๋อตุงเคยกล่าวในบทความว่าด้วยความขัดแย้งไว้ว่า มูลเหตุภายนอกเป็นเงื่อนไขของความเปลี่ยนแปลง ส่วนมูลเหตุภายในเป็นพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลง และมูลเหตุภายนอกจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ก็โดยอาศัยการสนับสนุนของมูลเหตุภายใน เหมาเจ๋อตุง ได้อุปมาอุปไมยไว้อย่างน่าฟังว่า ในอุณหภูมิที่เหมาะสมไข่จะฟักตัวเป็นลูกไก่ แต่ไม่ว่าอุณหภูมิจะเป็นเช่นไร ก็ไม่อาจจะทำให้ก้อนหินฟักตัวมาเป็นลูกไก่ได้ เพราะในแต่ละกรณีมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน(****)

โดยการวิเคราะห์และการทำนายของเหมาเจ๋อ ตง ได้กลายเป็นจริงและประสบผลสำเร็จ คือ เรื่องการปฏิวัติของชาวนา ทศวรรษต่อๆมา ประเทศต่างๆ ที่มีชาวนา(เป็นประชาชนส่วนใหญ่) และต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม ก็ได้ผลักดันบทบาทของชาวนาให้ก้าวขึ้นมาอยู่ในแนวหน้าของการปฏิวัติ(เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงที่เลนิน เสนอบทบาทของชาวนาเป็นเพียง “แนวร่วม”ของการปฏิวัติที่ต้องสามัคคี) ชาวนาที่ว่านี้มิได้หมายถึงทั้งหมด(ชนชั้น) นั่นก็คือ ในบรรดาชาวนาก็ย่อมมีความแตกต่างกัน มีฐานะต่างๆ กันในขบวนการของการปฏิวัติ เพื่อพิจารณาจากแม่แบบของทฤษฎีการปฎิวัติชาวนาของเหมา (*****)
เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่สอง(ญี่ปุ่นในฐานะอ้างเป็นชนชั้นกรรมาชีพพันธมิตรกับไทย! ) เหมาเจ๋อตุงสู้ญี่ปุ่น ทำสำเร็จในจีน ส่วนไทยอย่างที่กล่าวมาแล้วหลังสงครามโลกครั้งที่สอง(อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ฝ่ายปรีดีแพ้ จอมพลป.กับผิณ ชุณหะวัณ ชนะ ต่อมาสงครามเกาหลีใต้(ผมเคยเขียนเรื่องไทยกับเกาหลีใต้แล้ว) ไทยร่วมรบเกาหลีภายใต้อเมริกา มาถึงสงครามคอมมิวนิสต์ในอินโดจีน

จนกระทั่งขบวนการเปลี่ยนแปลงก็ได้ผ่านเวลาจากช่วงพคท.กำลังล่มสลาย(แนวพคท.มีวิธีวิเคราะห์สถานการณ์ดูจากกระแสโลกมาไทย) มีข้อถกเถียงวิวาทะว่าด้วยรัฐไทย(ความขัดแย้ง/contradictionของสังคมหรือรัฐ)ในวารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง(วิวาทะเพื่อการวางแผนของกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมือง) หรือการหายไปของบทบาทพคท.อย่างที่หลายคนกล่าวไว้ เข้าสู่ยุคผ่านสงครามเย็นแล้ว ในแง่ทฤษฎีการอ้างเหมาเจ๋อตุง ในวิธีการวิเคราะห์แบบเหมาเจ๋อตุง ยกตัวอย่างงานนักวิชาการที่ผมอ้าง ในยุคสมัยก่อนหน้านั้นยังมีอยู่บ้างในไทย และต่างประเทศอย่างหนังสือ Peasants in History: Essays in Honour of Daniel Thorner เป็นต้น

ต่อมาบริบทที่ผมต้องการเน้นปีที่วารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง 5,1-2(ต.ค.2528-มี.ค. 2529) ในแง่ประวัติศาสตร์ของความไม่ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 สู่ 6ตุลา 2519หลายปีมาระหว่างที่สฤษดิ์ตาย และหายไปจากความทรงจำได้กลับมาปรากฏเป็นอนุสาวรีย์สฤษดิ์(เขาเป็นโมเดลวิธีการทำรัฐประหารต่อถนอม ก่อน14 ตุลา 16 ต่อมาการรัฐประหาร ที่ไม่สำเร็จมีกบฏ 9 กันยา 2528) คือ ช่วงยาวแปดปีของรัฐบาลเปรม(2523-31 ซึ่งเปรมเคยไปรบสงครามโลกครั้งที่สองที่เชียงตุง เปรมประวัติยาว ต้านคอรัปชั่นในปัจจุบัน) มีอนุสาวรีย์ประติมากรรมสฤษดิ์ในรัฐบาลเปรม(สฤษดิ์ ร่วมรบสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้คอรัปชั่นฯลฯ)ขึ้นที่ขอนแก่น(******) และที่ต่างๆ ต่อมานักวิชาการอย่างไกรศักดิ์ ชุณหะวัน ที่เคยร่วมวิวาทะว่าด้วยรัฐไทยได้เข้าไปร่วมที่ปรึกษากับพ่อของเขา คือ ชาติชาย ชุณหะวัณ(ลูกผิน ชุณหะวัณ โดยชาติชายเคยไปรบในสงครามอินโดจีนที่เชียงตุง)ในบ้านพิษณุโลก มีกลุ่มนักวิชาการต่างๆ หลังจากนั้นมีนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ต่อมารัฐประหารปี34 ปัจจัยภายในอ้างคอรัปชั่นฯลฯ ด้วย

กระนั้น ผมจะไม่อธิบายยาวซ้ำเดิมที่ผมเคยเขียนไปบ้างแล้ว เกิดพฤษภา 2535(ข้อถกเถียงรัฐ โครงสร้างพื้นฐาน และการต่อสู้ทางชนชั้นเปลี่ยนจากยุค14 ตุลากับ 6ตุลา ฯลฯ) ซึ่งผมได้เขียนไปบางแง่มุมก็ปัจจัยภายนอกไม่มีสงครามแล้ว(คนประท้วงชูป้ายเมืองไทยไม่ใช่พม่า ข้อถกเถียงคนประท้วงแรงงานหรือชนชั้นกลาง ฯลฯ) สะท้อนไทยเหลือแต่ปัจจัยภายในดังกล่าวคำอ้างรัฐประหารคอรัปชั่นปี2549 เป็นต้นมากำเนิดการเมืองสีเหลืองสีแดง (ทักษิณกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และปัญหาสามจังหวัดภาคใต้)ด้วย

เมื่อประวัติศาสตร์หลังเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า(ก่อนหน้าคนเคยเป็นทหารเป็นนายกฯต่อเนื่องกัน) จะเห็นว่าประเทศใหญ่มีอำนาจกดขี่ข่มเหง เอาเปรียบ เอาชนะประเทศเล็ก อุปมาปลาใหญ่กินปลาเล็กแบบสงครามเปลี่ยนเป็นการค้าทุนนิยม(ปลาใหญ่คอรัปชั่นกว่าปลาเล็ก) ผ่านกาลเวลาในยุคไทยเป็นเหมือนปลาใหญ่ลงทุนในพม่า ลาว ก่อนวิกฤติเศรษฐกิจ2540 อย่างที่ผมเคยเล่าแล้ว เปรียบเทียบในแง่ที่ยกตัวอย่างที่1 ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบสู่ผลกระทบทุนต่างจากทุนกับราชการ มาทุนคมนาคมดาวเทียม ตลาดหุ้นอย่างทักษิณ และทุนหมุนเวียนสากลตามปัจจัยภายนอก(หรือนอกจากทุนตัวอย่างเขมรกรณีสงครามจากปราสาทเขาพระวิหารปี2554) ส่วนปัจจัยภายในปัจจุบันรัฐทหารไทย ก็จัดสร้างโมเดล จากบทเรียนประวัติศาสตร์มาคุมอำนาจด้วย

ดังนั้น ผมสนใจวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง โดยยกตัวอย่างที่2 สะท้อนวาทกรรมโลกวิชาการ มีวิธีวิเคราะห์อ้างนักคิดที่ถูกอ้างอิงอย่างฟูโกต์ กรัมชี่ มีมาแนววิเคราะห์วัฒนธรรมพื้นบ้าน ซึ่งกรัมชี่ได้รับความนิยมอยู่ปัจจุบัน(กรัมชี่กับไอเดียมองโลกแง่ร้ายด้วยสติปัญญา และการมองโลกแง่ดีอย่างสุขนิยมแบบเจตนารมย์อย่างสมดุล) แต่เหมาเจ๋อตุง(แง่บุคคล) ประสบความสำเร็จหลังสงครามโลกครั้งที่2 ที่จำนวนมากไม่ค่อยได้อ้างแล้ว ในแง่ความคลาสสิค มี Louis Althusser (*******) หรือนักทฤษฎีร่วมสมัยอย่างAlain Badiou ที่เป็นเหมาอิสต์อย่างที่ผมเคยเล่าไว้บ้าง ซึ่งส่วนตัวผมสนใจการวิเคราะห์ความขัดแย้ง และทำนายได้มีปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงสังคม ในแง่นี้ผม(เสนอไอเดียไป)แล้วผมทำวิทยานิพนธ์ประเด็นปลา(เหมาเจ๋อตุงเคยพูดทหารเหมือนปลาผมเคยกล่าวแล้ว)จากแผนที่ไตรภูมิ คนเราเวียนว่ายตายเกิด สู่แผนที่รูปทหารคอมมิวนิสต์ ที่มีเรื่องคอรัปชั่น ในยุคมีแผนที่เราสู้คอมมิวนิตส์อินโดจีน

นี่แหละผมยกตัวอย่างหลังคอมมิวนิสต์(อ.เบน เคยเขียนRadicalism after Communism in Thailand and Indonesia.)มาถึงยุคคนจับปลา บางคราเป็นชาวนา เกษตรกร ต่อปัจจัย(Factor)ภายนอกกับปัจจัยภายใน(Internal)ของการเปลี่ยนแปลง อุปมาไก่กับไข่ หรือมีอยู่ว่าภาพไตรภูมิ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สะท้อนศาสนา โชคชะตา วาสนา ส่งคนมาเกิดเป็นผู้นำ ต่อมาเทวดาประทานพลังให้ผู้นำเป็นนักปฏิวัติ(เลนิน ที่มองชาวนาเป็นแนวร่วมอย่างNarodnikระบบคอมมูนของชาวนา) สถานการณ์สุกงอมจนได้

แน่นอน มนุษย์ใดไม่ต้องการรอคอย ต้องสร้างประวัติศาสตร์ ก้าวหน้า(Progress) แม้ว่าเราไทยแลนด์ จะถูกล้อมจากกระแสโลกาภิวัตน์ฝ่ายนีโอลิเบอรัล นีโอคอนเซอร์เวทีฟ บางด้านจากปัจจัยภายนอกทั้งอียู ฯลฯ ซึ่งบทเรียนจากอดีตทางประวัติศาสตร์ ที่มีโมเดลคลาสสิคถึงร่วมสมัยเรา และผมเสนอไอเดียแล้ว ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันยกตัวอย่างที่3 มีนักวิชาการวิเคราะห์สถานการณ์เลือกตั้งปัจจุบันว่า…ทหารมีบทเรียนมาแล้ว อุตส่าห์อุ้มอภิสิทธิ์เป็นนายกฯปี 51 ลงแรงปราบเสื้อแดงปี 53 แต่ผลคือ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รอง เอากระดูกมาแขวนคอ ขณะที่ปชป.เอาพุงปลามัน ๆ ไปกินคนเดียว… นี่เป็นปัจจัยภายในเราสำหรับวิเคราะห์ความขัดแย้งในรัฐไทย ร่วมกันสะสมความทรงจำไว้ สร้างประเทศ ตื่นจากฝันร้ายด้วย

*ดูเพิ่มเติมThe Meiji Restoration of 1868 ในเกษียร เตชะพีระ Under the Optic of a Bourgeois Revolution: ใต้เลนส์การปฏิวัติกระฎุมพี
https://blogazine.pub/blogs/kasian/post/4275
(อ้างPerry Anderson,”The Notion of Bourgeois Revolution.” English Questions อธิบายน่าสนใจชนชั้นนายทุนสะสมทุนแล้วมีน้อยต้องดึงมวลชนจากชนชั้นผู้ประกอบรายย่อยต่างๆ หรือผมกล่าวให้ง่ายในแบบยกตัวอย่างสถานการณ์ไทย “ทักษิณ”ดึงมวลชนทั้งชาวนา กรรมกร มาเป็นแนวร่วม)
ดูเพิ่มเติมPerry Anderson,”The Notion of Bourgeois Revolution.” English Questionsตามลิ๊งค์
https://books.google.co.th/books?id=dntR3Sk7d4sC&pg=PA48&hl=th&source=gbs_toc_r&cad=3#v=onepage&q&f=false
(ยกตัวอย่างลิ๊งค์หนังสือ ซึ่งผมตั้งข้อสังเกตแนวคิด Overdetermination อ้างอัลธูแซร์ ซึ่งเขาเคยเขียนถึง’Contradiction(ความขัดแย้ง)and Overdetermination'(ไอเดียอิทธิพลเหมาเจ๋อตุง)ดูเพิ่มเติม https://en.wikipedia.org/wiki/Overdetermination)
**ดูเพิ่มเติม ชุมชนจินตกรรม หรือภาษาอังกฤษ คือ Imagined Communities : Reflection on Origin and Spread of Nationalism (ผมสนใจชวนลองดูเปรียบเทียบเพิ่มเติมกรณีพรรคคอมมิวนิสต์ของญี่ปุ่น George M. Beckmann,‎ Okubo Genji.Japanese Communist Party,Stanford 1969 และงานเขียนของอ.เบน ในเรื่องRadicalism after Communism in Thailand and Indonesia.)

***ปัจจัยภายนอกกับภายในสงครามอินโดจีนถึงสงครามโลกครั้งที่2

ดูเพิ่มเติมภาพซุนยัดเซ็น

โรงหนังตงก๊กหรือศรีวิศาลในเชียงใหม่ มี”รัฐธรรมนูญจีรังทั่วไทย” ด้านขวามีคำว่า “สานติสุขเสมอภาค อิสสระภาพ” และมีรูปซุนยัดเซ็น กับร.๗

บรูไน สี่รัฐมาลัย(รัฐกลันตัน ฯลฯ) สหรัฐไทยเดิม(เชียงตุง ฯลฯ) ติมอร์

(ไม่มีขบวนการปฏิวัติใดจะประสบชัยชนะได้ หากมิได้พิชิตหรือได้รับพรประทานของความเป็นนักชาตินิยม ในบ้านเมืองของเราลงแดง : แง่มุมทางสังคมและวัฒนธรรมของรัฐประหาร 6 ตุลาคม)

****สุเทพ สุนทรเภสัช ในบทความจากบรรณาการสู่บูรณาการ:วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและอุดมการณ์ในยุครัตนโกสินทร์(พ.ศ.๒๓๒๕-๒๔๗๕) อยู่ในช่วงปีที่พิมพ์กระแสเวลาปี2525(ยุคใกล้กับงานเขียนทรงชัย ณ ยะลา ปี2524 ที่อ้างDobbs)ต่อมาพิมพ์รวมเล่มในหนังสือมานุษยวิทยากับประวัติศาสตร์ มีบทความอ้างเลนิน, Dobbs ที่ฮิตสมัยนั้น (ผมเคยกล่าวแล้วDobbsสอนเศรษฐศาสตร์ที่ม.เคมบริดจ์ของอังกฤษ ซึ่งการเขียนถึงThe Transition from Feudalism to Capitalism: A Contribution to the Sweezy-Dobb Controversy โดยH. K. Takahashi and Henry F. Mins ใน Science & Society Vol. 16, No. 4 (Fall, 1952), pp. 313-345
https://www.jstor.org/stable/40400147?seq=1#page_scan_tab_contents
ส่วนผมอ้างหนังสือมานุษยวิทยากับประวัติศาสตร์เล่มนี้ไว้ในวิทยานิพนธ์ผมด้วย)
*****ศิวรักษ์ ศิวารมย์ ชาวนากับความแตกต่างทางชนชั้น วารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง 5,1-2(ต.ค.2528-มี.ค. 2529)
(ยุคสมัยที่มีความสนใจชาวนา มีคนทำวิทยานิพนธ์อย่าง Shigeharu Tanabe. “Peasant farming systems in Thailand: A comparative study of rice cultivation and agricultural technology in Chiengmai and Ayutthaya. ” Ph.D. dissertation.(Geography), School of Oriental and African Studies, University of London, UK 1981.,Anan Ganjanapan. “The Partial Commercialization of Rice Production in Northern Thailand (1900–1981).” PhD diss., Cornell University, 1984.,Kanoksak Kaewthep. “Les transformations structurelles et les conflits de classes dans la societe rurale thailandaise d’apres l’ etude d’un cas: La Federation de la Paysannerie Thailandaise.” PhD diss., Universite Paris 7, 1984.,Bowie, Katherine. “Peasant Perspectives on the Political Economy of the Northern Thai Kingdom of Chiang Mai in the Nineteenth Century: Implications for the Understanding of Peasant Political Expression.”PhD diss., University of Chicago, 1988. วิทยานิพนธ์คนอื่นๆ และดูวิวาทะรัฐไทยในวารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง ดังกล่าว มีทีหลังงานบทความศึกษารัฐไทย วิพากษ์ไทยศึกษาของอ.เบน)

******ดูเพิ่มเติมทักษ์ เฉลิมเตียรณ Towards a More Inclusive National Narrative: Thai History and the Chinese ; Isan and the Nation State ในหนังสือลืมโคตรเหง้าก็เผาแผ่นดิน
http://dl.parliament.go.th/handle/lirt/417705
Pasuk Phongpaichit Economic and Social Transformation in Thailand, 1957-1973
https://books.google.co.th/books/about/Economic_and_Social_Transformation_in_Th.html?id=ZJZWAAAAYAAJ&redir_esc=y
Economic and Social Transformation in Thailand 1957-1973.
http://ethos.bl.uk/OrderDetails.do?uin=uk.bl.ethos.468930
(งานเขียนอธิบาย Origins of the class structure เป็นงานเขียนของอ.ผาสุก ที่มีชื่อเหมือนวิทยานิพนธ์ยุคสมัยสฤษดิ์ เสนอม.เคมบริดจ์ จะได้เปรียบเทียบกับงานสำนักม.คอร์แนลของอ.ทักษ์)

*******ข้อสังเกตต่องานเขียน Louis Althusser Essays in Self-Criticism กล่าวอ้างถึงว่าด้วย Spinoza กับงานเขียนTractatus Theologico-Politicus and the Ethics(แต่ไม่ได้อ้าง the big fish in the sea to eat the little fish) และถ้าผมมีโอกาสอาจเขียนถึงAlthusserต่อไอเดียความขัดแย้งของเหมาเจ๋อตุง หรือAlthusserต่อโฮจิมินห์ และErnest Mandel ต่อAlthusser เป็นต้น
http://www.marx2mao.com/Other/ESC76ii.html
[ภาพประกอบประติมากรรมพระแก้ว กับเขาพระสุเมรุ-สัญลักษณ์ของระบบจักรวาลใน “ไตรภูมิพระร่วง”
ภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านหลังพระแก้วมรกต ภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามhttp://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=19045 ]

21.3
แมวจอมซน จงรู้ไว้ฤดูหนาวมาแล้ว มอเตอร์ไซด์เปลี่ยนยางช่วงก่อน แมวไม่เห็นนำโชค ส่วนคอมพิวเตอร์ผมก็ไม่ค่อยดี และจักรยานผมก็ไม่ค่อยดีหลายเรื่องซนมาก เดี๋ยวโดนปล่อยแมวไปสโลว์ไลฟ์ฟ

21.4
ภาพธรรมชาติ จากภาพถ่ายเดือนตุลา วันที่เดินทางจากกรุงเทพฯ มาพิจิตรสู่เชียงใหม่

21.5
พิจิตรมีสหายเก่า เล่านิดเขาทำเพลงเศรษฐียาดม แต่ดีเจบอยจัดเพลงของ Laurie Anderson The Beginning Of Memory (Homeland) ถ้าดีเจบอย ถูกถามหายไปไหน จะตอบเคลียร์งานหยุดพักผ่อน ราตรีสวัสดิ์

24 ธันวา
กำเนิดวันปีใหม่สากลในไทย กับสัญลักษณ์ไก่
วันนี้ในอดีตวันที่24 ธันวาคม พ.ศ. 2483 (ค.ศ. 1940) – รัฐบาลไทยโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ออกประกาศเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายน เป็นวันที่ 1 มกราคม ตั้งแต่ พ.ศ. 2484 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับบรรดานานาอารยประเทศ

กำเนิดวันปีใหม่สากลในไทย
จากการนับวันขึ้นปีใหม่ในอดีตเป็นคติพราหมณ์ฮินดู แปลว่าไม่ใช่ของพื้นเมืองสยาม หรือแม้กระทั่งอุษาคเนย์ทั้งแผ่นผืนภูมิภาคมาแต่เดิม เพราะเป็นของอิมพอร์ตเข้ามาใหม่พร้อมกับศาสนาจากอินเดียต่างหาก อย่างไรก็ตาม สยามประเทศไทย (โดยรัฐ และราชสำนัก) ก็นับวันขึ้นปีใหม่อย่างนี้มาจนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5

ส่วนสาเหตุที่รัชกาลที่ 5 ทรงเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ให้ตรงกับวันที่ 1 เมษายน แทนนั้น คงเป็นไปเพื่อความสะดวก เพราะเป็นการนับตามปฏิทินแบบสุริยคติ ซึ่งใช้กันตามอย่างนานาอารยประเทศในสมัยนั้น (และจวบจนปัจจุบันนี้) เช่นเดียวกัน

เรื่องของเรื่องมีอยู่ใน พระ