10ปีThesisของผม-ไท่กงตกปลา-fish swimming

วันพุธ 1 เมษายน
หลายวันก่อนผมเจอตำรวจตอนกลางคืน ขณะขับรถมอเตอร์ไซด์จอดตามที่เขาเรียกโดยเจอคำถามไปไหน และผมตอบบอกไปขับรถเล่น ซึ่งเขามองหน้าบอกอารมณ์ดีทำหน้าจริงจัง เหมือนคอยจับพวกคนเมาแล้วขับ ฯลฯ ผมไม่อยากอธิบายมาก แล้วเค้าก็เชิญให้ไปต่อ…
เมื่อผมไม่ได้อธิบายยาวสาเหตุออกไปผ่อนคลาย เนื่องจากผมปวดหัวหลงลืมหาของไม่เจอและวาดรูปไม่ค่อยออก-feel จึงต้องออกมาขับรถเล่นไม่ใช่อัจฉริยะอย่างแวนโก๊ะ ผู้วาดภาพวาดThe Night Cafeผ่านอดีตมาปัจจุบันอนาคตภาพของเขาอาจจะราคาภาพแพงมากขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อนของเขา คือ โกแกง ตอนนี้ภาพวาดแพงที่สุดในโลก ราคา300,000,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ ^^
*ภาพประกอบรูปวาดThe Night Cafe กับงานMixed Media แผนที่สมัยเรียนของผม ครับ
ราตรีสวัสดิ์ ครับ One More Night (อีกคืนเดียว) https://www.youtube.com/watch?v=fwK7ggA3-bU
แปลเพลง One More Night ของ Maroon 5
http://www.melodyinthai.com/2013/01/one-more-night-maroon-5.html
ใช่แล้ว นั่นภาพวาด แวนโก๊ะ ผู้วาดภาพวาดThe Night Cafe ครับ^^
ส่วนภาพของโกแกง (When Will You Marry?) 300-million ครับ^^
https://news.artnet.com/market/paul-gauguin-painting-sells-for-record-300-million-to-qatar-museums-in-private-sale-245817

วันพฤหัส 2 เมษายน
วันนี้ผมคุยธุระแวะคุยเรื่องของ ฯลฯ ทำให้ผมนึกบันทึกวันหนึ่งในเดือนที่แล้วพวกผมร่วมตั้งวงกัน ก่อเกิดบทสนทนากับรุ่นพี่ชอบนิยายจีน และเราคุยเรื่องจีนๆ กัน ในวงสามคน ผมลืมเล่าเรื่องไท่กง ตกปลาไม่ธรรมดาเป็นอัจฉริยะบุคคล ต่อมาผมนึกถึงอยากแต่งเรื่องผูสงหลิง พบโกวเล้ง คนหนึ่งกำลังอยู่ร้านน้ำชาอีกคนหนึ่งอยู่ร้านเหล้า วันหนึ่งร้านน้ำชากับร้านเหล้าปิด ทำให้สองคนมาเจอกันที่ร้านนม ฮร่าๆ ดีที่ในวงวันนั้นผมไม่คุยเยอะ ครับ^^

ปิดท้าย ผมนึกถึงคำคม“…รักแท้ต้องใช้รักแท้ไปแลกมา ท่านเองหากไม่ได้มอบรักแท้ออกไป ไหนเลยมุ่งหวังให้ผู้อื่นทุ่มเทรักแท้ต่อท่านได้…”จากเรื่อง อินทรีผงาดฟ้า…(งานเขียนของโกวเล้ง ทำให้นึกถึงโลก เหล้า และความรัก:รวมปรัชญาวาทะฯ-เดียวดายใต้เงาจันทร์ฯ..ผมลืมเล่าว่าผมเจอกับนักแปลโกวเล้งด้วย)
*ข้อมูลเพิ่มเติมไท่กงเตี้ยวอี๋ว์ : ไท่กงตกปลา เป็นอัจฉริยะอย่างไร?(ลองอ่านเล่น ครับ)
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9510000055286
**ผมถือตะเกียบจับชามก๋วยเตี๋ยว จะเป็นอัจฉริยะได้ไหม? 555 เมื่อผมถ่ายภาพนี้เสร็จขี้นกตกใส่ขากางเกงเลย ครับ^^

-แหะๆ ตอบรวมๆ แล้วกัน ไม่ใช่ของจริง รูปจากพิพิธภัณฑ์เซรามิกฯ ครับ^^

วันศุกร์ที่3 เมษายน
วันศุกร์นายกฯพบประชาชน พูดถึงเรื่องเรากำลังจะเป็นประชาคมอาเซี่ยน(*)…
เมื่อผู้นำนายกฯทหารไทยตอนนี้อยากให้มองตัวอย่างเขตเศรษฐกิจฐานวัฒนธรรมเอกภาพจีน-มาเลย์(ฯลฯ) เป็นต้นแบบอย่างที่ดีของสิงคโปร์
แต่การสร้างชาติไทย ในความเป็นไทย นั่นแหละความซับซ้อนของความเป็นไทย ทั้งปัจจัยภายนอกความเป็นไทยกับภายในไทยวกวนเอง ซึ่งผมคิดถึงหนังสือสองเล่มเสนอด้านชาตินิยม ที่มีอิทธิพลต่อกันและกัน โดย Siam Mappedฯ(แผนที่สยามฯหรือSM) กับชุมชนจินตกรรมฯ(Imagined CommunitiesฯหรือIC) เนื่องจากIC มาก่อนเป็นอิทธิพลให้SM โฟกัสเจาะลึกเฉพาะสยามเปรียบเทียบกับโลก และส่งอิทธิพลIC ฉบับพิมพ์ครั้งที่สองจากเปรียบเทียบการสร้างชาติ ฯลฯ กลับมาเฉพาะเจาะจงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรณีตัวอย่างแผนที่สยามฯนำไอเดียบางด้านเรื่องประวัติศาสตร์โฆษณาชวนเชื่ออ้างอิงOrwell เป็นนักเขียนนิยายเรื่อง1984( novel :Nineteen Eighty-Four) กล่าวถึงโลกทหารเต็มไปด้วยบิดเบือนความจริง
ปิดท้าย ผมเคยทำรายงานสมัยเรียนป.โท การเมืองเปรียบเทียบไทยกับฟิลิปปินส์ ทำให้สะท้อนใจว่า ความต่างของการพัฒนาการกองทัพฟิลิปปินส์ยืนกราน ทหารยังคงจงรักภักดี(ผมไม่ได้ดูบริบทภาษาอังกฤษ)ต่อประธานาธิบดีเบนิกโนอาคีโน ผู้นำประเทศ เท่ากับเป็นการสยบข่าวลือที่ว่าจะมีการทำรัฐประหาร กลับกันทหารไทยใช้วิธีพิเศษโดยกฏอัยการศึกยึดอำนาจรัฐประหารด้วย
เมื่อให้ทหารเป็นรัฐบาลไม่ต้องเลือกตั้งให้วุ่นวาย ไม่ต้องมีรัฐบาลพลเรือน หรือเราอยู่ในชุมชนจินตนาการเหมือนนิยายไทยแลนด์ ในภูมิภาคอาเซียนและโลกาภิวัตน์ครับ
*วันนี้แท็กทีมกันมาหลังจากนายกฯพูดออกทีวีเลยน่ะ ครับ
**ภาพประกอบหนังสือIC(ถึงSM-MAP)-แคปฯเก็บหลักฐานไว้บันทึกการแลกเปลี่ยนของผมกับเฟซฯพี่พันธศักดิ์ กลุ่มพลเมืองฯ ที่จัดเลือกตั้งที่(รัก)ลัก รวมทั้งอ.สมศักดิ์ ฯ ที่รู้จักกับผม ในอดีตตั้งแต่ยุคเว็บบอร์ดม.เที่ยงคืน-เคยฟังผมนำเสนอส่วนหนึ่งของThesis ตอนนี้เป็นผู้ลี้ภัยออกจากภูมิศาสตร์เขตแดนไทยแลนด์
***ภาพประกอบขำขำผมกับนายกฯ-ข่าวกองทัพฟิลิปปินส์ลั่นไม่รัฐประหารอาคีโน เดลินิวส์ 16 ก.พ. 2558
ผมไปนอนแล้วกับเพลง- Imagine

ใช่ พี่April เวรกรรมไทยแลนด์ นึกถึงนิยาย1984 ที่หนังสือICและSMอ้าง และตอนรัฐประหาร57 มีคนอ่านเล่มนี้แล้วโดนจับด้วย ครับ
24 มิถุนายน 2014

%2F%2Fscontent-sin.xx.fbcdn.net%2Fhphotos-xfa1%2Fv%2Fl%2Ft1.0-9%2F10437556_859988817363681_5745808957026530834_n.jpg%3Foh
%3D842adbb1fb303362c06ea59dd50e8ca0%26oe%3D5599B325&size=480%2C480
Lamaiwadee แหะๆ ผมนึกถึงเพลงlet it be ที่ทักษิณเคยร้องเพลงนี้เลย ก่อนนอนจัดไป ครับhttps://www.youtube.com/watch?v=aocK0TMiZKk

ผมเพิ่งเคยฟังJoan Baez กับ let it be และSong Around the World แนวcover เพลง Stand By Me(ดีดกีตาร์ข้างถนนฯลฯ อันนี้ผมเคยเห็นชอบด้วย), Imagine(อันนี้ยังไม่เคยเห็น ครับ)

ทักษิณร้องเพลง let it be ฮร่าๆ ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^

วันเสาร์ที่4 เมษายน
เดือนมีนา ผมได้แวะไปไหว้พระเจ้าทันใจ ที่วัดพระธาตุดอยคำ โดยเมษาอาจจะกลับไปเจริญสติ อีกรอบ เพราะของหาย ครับ^^
Chummy ที่ชาร์ตแบตกล้องวิดิโอและแบตสำรองกล้องวิดิโอ ไปถ่ายตอนฟังแหล่งทุนที่โรงแรม และชาร์ตแบตไว้ ส่วนเครื่องมือหากินกล้องวิดิโอก็ถ่ายไว้ คือ มันหายไปจากความทรงจำสุดท้ายที่หายไป หาไม่เจอ ครับ
พี่April ขอให้ได้คืนขอบคุณมากที่พี่อวยพร ครับ^^

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน
ผมช่วยโฆษณาร้านให้รุ่นพี่นก (ธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อน) ส่วนบทสัมภาษณ์อ่านนิตยสารHip Magazine พร้อมรูปอย่างเท่ห์ ครับ^^
http://www.hipthailand.net/e-magazine/magazine.php?send=131

suchart ต้น รักเขาทำไม กฤตย์ สมบูรณ์ Pisanu

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน
ผมวาดรูปแล้ว นึกหยิบหนังสือความจริงในภาพวาดของแดริดา นี่ขึ้นมาอ่านอีกรอบ ผมอ่านมาหลายปีจนเข้าใจเรื่องPower of apprehension (ฮร่า) เพราะจุดที่อ่านเข้าใจยากยิ่งซับซ้อนเนี่ยแหละ ใช้วิธีการอ่านมาหลายแบบ ตอนที่ทำงานวาดรูปไปก็หยิบหนังสือมาอ่านเล่นๆ ด้วย ฮร่าๆ กลับไปวาดรูปไม่สลับอ่านแล้ว ครับ^^
*หนังสือเกี่ยวกับปรัชญา/ประวัติศาสตร์ศิลปะ
– ถ้าผมเขียนเพิ่มเติมนิดๆ ในหนังสือความจริงในภาพวาด มีลักษณะเขียนแบบบันทึก และหนังสือความจริงในภาพวาด โยงกับไฮเดกเกอร์ ฉบับภาษาไทย ซึ่งผมเคยคุยกับอาจารย์ ที่จบปรัชญาทำThesisเรื่องไฮเดกเกอร์บอกว่ายังมีเรื่องให้สนทนาปรัชญากันอีก
สรุปเอาฮร่าๆ ผมไม่พูดเรื่องHegel,Kant-อภิปรัชญา และปรัชญาถกเถียงอะไรก็ตาม เพราะผมเจอTextอยู่กับTextนานจะเป็นนักปรัชญาตาลายไม่หายดี ฮร่าๆ ครับ
*ลิ๊งค์หนังสืออันน่าสนใจเพิ่มเติม ครับ^^
Art and Its Significance
An Anthology of Aesthetic Theory, Third Edition
https://books.google.co.th/books?id=vrhXCUlvNioC&pg=PA417&lpg=PA417&dq=Power+of+apprehension%2Btruth+in+painting&source=bl&ots=bAQkJlGUDc&sig=4AZw3L1zTxiz9c2kFlFHRRdMAt8&hl=th&sa=X&ei=JFQjVezNBMzhuQSXhYDoCg&ved=0CCMQ6AEwAQ#v=onepage&q=Power%20of%20apprehension%2Btruth%20in%20painting&f=false
http://www.sunypress.edu/p-1807-art-and-its-significance.aspx

วันอังคารที่7 เมษายน
ดื่มเบียร์บำรุงสมอง…???…เบียร์ช่วยเสริมสร้างสมอง เรื่องจริงที่ทีมงานวิจัยต่างทดลองมาแล้ว –จริงหรือไม่ อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะมีข้อพิสูจน์
ดังนั้น เราตั้งวงหาข้อพิสูจน์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์แล้วอ่านหนังสือไปด้วย555 ครับ^^
http://hot.ohozaa.com/hot-5-15-149070#.VP7u-2ThS-Y.facebook
เสรีภาพ ร่ำไห้
ถ้าดื่มเบียร์ไปอ่านหนังสือไปด้วย ก็ถ่ายรูปไว้ คล้ายแนวหนุ่มยุคใหม่ที่สาวๆกรี๊ด หล่อแล้วต้องอ่านหนังสือด้วย! (ชมภาพ)Haha-ไปนอนแล้วครับ^^
http://m.posttoday.com/article/348099/11000

วันพุธที่ 8 เมษายน
ผมนึกถึงสัปดาห์หนังสือฯ ที่กรุงเทพ และวันรักการอ่าน-บทสนทนากับรุ่นพี่นักเขียน-นักแปล-รุ่นพี่ไม่ได้เจอกันนาน ที่บังเอิญเจอ ในร้านหนังสือ-ร้านอาหาร ต่อมาผมคุยกับรุ่นพี่เรื่องอ่านเร็ว มีประโยชน์ กับประสบการณ์การอ่านมีอัดเทปโดยเครื่องจักรกลสามารถฟังซ้ำผลิตซ้ำเหมือนอ่านซ้ำ ส่วนผมทดลองวิทยาศาสตร์อ่านเร็ว ดื่มเบียร์เสริมพลังสมอง อ่านยูลิซิส ที่เก็บไว้11ปีจบจนได้ เตรียมอ่านTender is The Night ไว้ ฮร่าๆ อย่าเชื่อโดยไม่พิสูจน์ ครับ^^
*เทคนิคว่าด้วยการอ่านหนังสือให้เร็วขึ้น….
https://www.gotoknow.org/posts/499048

ดื่มเบียร์แล้วหลับง่าย ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^
http://www.manager.co.th/marsmag/viewnews.aspx?newsid=9580000028112
พี่Jeab เห็นด้วย ดื่มเบียร์เมาหลับสบาย ฮร่าๆ ครับ^^

ไมค์ ผมเห็นด้วยเรื่องเบียร์ และผมเล่าเพิ่มเติมหนังสือยูลิสซีส ได้โยงใยกับหนังสือTender is the night ในตัวละครก็มีการพูดคุยซักถามไอเดียเรื่องหนังสือยูลิสซีส ของ เจมส์ จ๊อยซ์ด้วย ครับ^^

วันพฤหัสที่ 9 เมษายน
ผมร่วมประชุมกระบวนการบทหนังสั้น และถ่ายหนังสั้น เสร็จเผยแพร่รูปเล่นๆ วันนี้สายฝนชุ่มฉ่ำ ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^

วันศุกร์ที่ 10 เมษายน
วันนี้10เมษาฯ ผมดูนายกฯทหารออกทีวี แต่ผมเล่าเรื่องสำคัญในความทรงจำผ่านThesisของผม ที่มีการอ้างอิงหนังสือวิถีชีวิตวิธีสู้ : ขบวนการประชาชนร่วมสมัย สิทธิเกี่ยวกับปากท้อง ทรัพยากร การเมือง ฯลฯ
จากเวลาที่ผ่านมาข้อเสนอทางยุทธศาสตร์ของหนังสือดังกล่าว โดยย่อผมปรับมานำเสนอมุมต่อยอดประสบการณ์งานThesisของผม ที่สะท้อนขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม(ปี2548) คือ ตั้งองค์กรทำการผลักดันนโยบาย(หรือกฎหมายแรงงาน ฯลฯ)ผ่านรัฐสภา,แนวทางอนาธิปไตย(รวมถึงขบวนการเคลื่อนไหวรูปแบบใหม่-NSMsแบบไทยๆ),ตั้งพรรค
ซึ่งการตั้งพรรคได้เห็นในกรณีหลังปี49-50 มีพรรคศิลปิน พรรคการเมืองใหม่ (หรือกลุ่มกรีน ชื่อซ้ำพรรคกรีน เครือข่ายพันธมิตรฯ) ด้านทางฝ่ายแดง ก็มีตั้งพรรคเล็กพรรคน้อยหรือไม่ต่อไป ซึ่งรายละเอียด มีมากกล่าวอย่างสั้น
สรุปประเด็นผมทบทวนความจำเป็นยุทธศาสตร์ดังกล่าวของปัญญาชน ประชาชน(ฯลฯ) ตัวอย่างหนึ่งในประเด็นของปัญหาเรื่องทหาร ปฏิรูปกองทัพ ไม่เอาทหารเกณฑ์ไปฆ่าคน กรณีเหตุการณ์10 เมษาปี53 ต่อมารัฐประหารปี57 ถึงปี58 มีโครงสร้างอำนาจของทหาร(ฯลฯ) ในปัจจุบัน.*
*ครบรอบ10ปีThesisของผม โดยความทรงจำกับเมษา53 ที่ผมในฐานะร่วมกลุ่มนักข่าว ต่อมาผมให้สัมภาษณ์ ปี53″ทบทวนขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในประเทศไทย” มีจัดงานหนึ่งทศวรรษ(10ปี) วิถีชีวิต วิธีสู้: ขบวนการประชาชนร่วมสมัยในการเสวนาเรื่อง “ทบทวนขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในประเทศไทย” ด้วย
http://www.prachatai.com/journal/2010/09/31130
http://www.prachatai.com/journal/2010/08/30780

พี่Julie ใช่ครับ ผมร่วมคิดต่ออีกหน่อย คือ ปัญหาสังคมประชาธิปไตยไทย ที่มีการกล่าวถึงเอ็นจีโอจำนวนหนึ่งไม่ปลื้มโลกาภิวัตน์ไม่ปลื้มที่ประชาชนจำนวนมากเข้ากันได้กับพรรคการเมืองเหมือนปลาได้น้ำ(จากพรรคไทยรักไทยฯลฯ ต่อมาพันธมิตรฯ- พรรคประชาธิปัตย์ ฯลฯ มาเป็นกกปส.การเมืองบนท้องถนนสู่รัฐประหารปี57-เอ็นจีโอรู้ตัวเป็นปลาผิดน้ำ) เอ็นจีโอเป็นส่วนหนึ่งของขบวนบนท้องถนน(อนาธิปไตย) นั่นแหละ ผมไม่เชื่อโหรตู่อยู่ต่อ น่ะครับ

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน
คิดถึงภาพถ่ายการเดินทางของผม และวัดเขารูปช้าง ที่มีวิหาร ซึ่งเฉลียว อยู่วิทยา มามีชื่อบริจาคที่นี่ โดย′เฉลียว*′ หรือ ′โกเหลียว′ ลูกชาวนาจากพิจิตร จบแค่ ป.4 ที่กลายเป็นเศรษฐี…ชื่อเครื่องดื่ม′กระทิงแดง′ ไปพ้องกับชื่อ′กลุ่มกระทิงแดง′ และธุรกิจมีกลยุทธ์** ′ป่าล้อมเมือง′(ชนบทล้อมเมือง)
*http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNek1qVXhPREV6T0E9PQ==&catid=06
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000037467
http://incquity.com/articles/grow-your-biz/red-bull-series2
http://incquity.com/articles/marketing-boost/forest-city-strategy

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน
แด่พี่หนุ่ย อดีตนศ.ป.โท ภูมิภาคศึกษา มช. ณ เมืองปัว ที่น่าน
อำลาอาลัยจากกันมิรู้ลืม ร่วมเรียนรู้สนทนา
มาวันนี้เสียดายผมไม่ได้ไปร่วมงานศพ ครับ

Bow พี่เค้าเสีย เพราะอาการติดเชื้อที่ปอด ทำให้เสียชีวิต ครับ เนื่องจากพี่หนุ่ยเป็นรุ่นที่6 ของภูมิภาคศึกษา ทำให้ผมนึกถึงความทรงจำปี53 ที่เพื่อนร่วมรุ่นที่5 รุ่นเดียวกันอายุเท่าผม ก็เสียชีวิตจากปัญหาสุขภาพ ทุกสิ่งไม่แน่นอน สำหรับผมเจริญมรณสติ ทำงานเขียน-ทำความดี ฯลฯ ไว้ ครับ
เพื่อนผู้หญิงร่วมรุ่นเป็นอาจารย์ที่ม.อุบลฯ และพี่หนุ่ยเป็นไกด์
https://www.facebook.com/profile.php?id=100001102603238&fref=ts&hc_location=ufi

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน
สวัสดีสงกรานต์..ผมเขียนถึงหนังสือSiam mappedฯ(แผนที่สยาม) สะท้อนให้เห็นโลกาภิวัตน์อยากแต่งงานกับชาติไทย*(ผมก็อยากแต่งกับคนไทย.ฮร่า)^^
โดยครบรอบ10ปี Thesisของผม ซึ่งโลกาภิวัตน์กับPrefaceของหนังสือSiam mappedฯมีประเด็นbecoming global : ระบบการเงินกับการไหลของข้อมูลข่าวสาร และcapital knowไร้พรมแดน ที่ผมตีความ คือ โลกาภิวัตน์มาเล่าย่อต่อ(ดูภาพเพิ่มครับ)
* Naomi Klein ผู้เรียนมหา’ลัย Toronto (did not graduate) ผู้เขียนหนังสือNo Logo และฟิลม์เมคเกอร์ ฯลฯ ครับ^^
โดยNaomi แนะนำหนังสือ Hardt and Negri are an extraordinarily rare breed: political theorists who actually believe in people, and their power and wisdom to govern themselves. เป็นผลของinspiring marriage of realism and idealism.
https://books.google.co.th/books?id=fE8YyUxgp7oC&pg=PA432&lpg=PA432&dq=inspiring+marriage+of+realism+and+idealism.&source=bl&ots=vzwXG6B_GE&sig=rqxjK2QMHWIj3Sz6PvI3O-teas4&hl=th&sa=X&ei=XzwxVeG0K5L_8QX2iYHYCQ&ved=0CEQQ6AEwBA#v=onepage&q=inspiring%20marriage%20of%20realism%20and%20idealism.&f=false

ทั้งนี้ หนังสือ MultitudeฯของHardt and Negri ผู้เขียนEmpire และNegri (กลุ่มAutonomism, Autonomia Operaiaกลุ่มนำกล่องคลุมหัวที่ผมเคยโพสต์ภาพ)

**ภาพThesisผมกับหอเก่าห้องนอนปี53 และPrefaceของSIAM Mappeddฯ

-ผมได้อ่านข่าวเดลินิวส์…หงา ซุ่มวิวาห์เงียบสาวรุ่นลูกแล้วผมคิดถึงเพลงรักและหวังของน้าหงา…ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^ https://www.youtube.com/watch?v=rB78ZTa7kkg

อรรคพล สาตุ้ม สวัสดีปีใหม่ ครับท่านพี่ป.เข็กน้อย ครับ^^
พี่Sasira ผมจะเลียนแบบสำเร็จไหมเนี่ย ฮร่าๆ มีแต่งงานเกือบสามครั้ง555

ลูกชาย’หงาคาราวาน’ปัดข่าวพ่อซุ่มวิวาห์เงียบสาวรุ่นลูก
ลือสะพัด ‘หงา คาราวาน’ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต รุ่นใหญ่…
DAILYNEWS.CO.TH
http://www.dailynews.co.th/Content/entertainment/314109/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99_%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81

Julie Navarat อ่านหนังสืออ่านยากไทั้งนั้นเลย:)
อรรคพล สาตุ้ม พี่Julie ผมฝึกหัดอ่านภาษาอังกฤษเวลาพี่เขียนคำศัพท์ยากๆ เหมือนหนังสือพวกนี้แหละ ครับ^^
Julie Navarat พี่เคยอ่านตอนเรียนธรรมศาสตร์สมัยก่อนพวกNoam Chomskyแนวประวัติศาสตร์ภาษาศาสตร์ พี่ชอบนะอย่างเรื่องเช่นthe year 501 .. แต่ พวกเดอริดาพวกปรัชญา,การเมืองหนักพี่อ่านแล้วงงๆ:)ไม่ค่อยเข้าใจ
อรรคพล สาตุ้ม พี่Julie นอม ชอมสกี้…ผมจับหนังสือเริ่มต้นฉบับแปลภาษาไทยก่อน หลายเล่มจำไม่ค่อยได้ แต่ผมยังไม่เคยอ่าน the year 501 ส่วนตัวเคยอ่าน ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับงานเขียนเชิงปรัชญาเรื่องภาษาของนอม แล้ว”งง”ๆ อยู่อ่านยากออกแนวนามธรรม เหมือนจะพัฒนาต่อจากพวกโครงสร้างนิยม-ฟูโกต์-นอม เคยคุยกับฟูโกต์ ได้อิทธิพลโครงสร้างและหลังโครงสร้างสายคล้ายแดริดา ซึ่งแดริดา พวกนี้ก็อ่านยาก เนื่องจากผมอ่านในฐานะผู้สนใจศิลปะ-ปรัชญา/ประวัติศาสตร์ศิลปะ และก็พวกปรัชญาการเมืองก็อ่านยากอย่างกลุ่มNegri(ที่มีIdealism) แต่Naomi Kleinน่าจะอ่านง่ายกว่าNegri ครับ โดยสรุปแล้ว ส่วนใหญ่รายชื่อคนเหล่านี้ ผมเริ่มจากภาษาไทยก่อน ทั้งที่มีบทความและหนังสือแปลรั้วแห่งการกักกัน หน้าต่างแห่งโอกาส : ยุทธศาสตร์ใหม่ของประชาชนในสมรภูมิโลกาภิวัฒน์ ครับ
http://www.atriumtech.com/cgi-bin/hilightcgi?Home=%2Fhome%2FInterWeb2000&File=%2Fhome2%2Fsearchdata%2FForums%2Fhttp%2Fwww.pantip.com%2Fcafe%2Flibrary%2Fbookcase%2Fpreview%2F1481.html

อังคารที่ 14 เมษายน
วันนี้ผมถ่ายภาพ ระหว่างทางสีแสง ขณะนั่งรถในวันครอบครัว กลับมาบ้านกับรูปหนังสือต่างๆ สัมผัสดวงตา ราตรีสวัสดิ์ ครับ
*รำลึกการถ่ายภาพปี2013 ครับ^^

ภาพที่ซับซ้อนและซ่อนความหมาย ที่คนตีความนามธรรมในความเหมือนจริงอย่างภาพ The Arnolfini Portrait, หรือการแต่งงานของอาร์นอลฟีนี (อังกฤษ: The Arnolfini Wedding) ภาพสื่อถึงการแต่งงาน และความสัมพันธ์ระหว่างเพศ ส่วนส้มที่ตั้งอยู่บนขอบหน้าต่างและหีบใต้หน้าต่างอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และไร้เดียงสาในสวนอีเด็นก่อนการถูกขับจากสวรรค์ และตีความสัญลักษณ์กระจก (ดูลิงค์วิกิพีเดีย ) ฯลฯ แล้วว่ากันว่าเป็นต้นแบบอิทธิพลต่อภาพ Las Meninas ซึ่งฟูโกต์เอามาเป็นอธิบายแนวคิดในหนังสือThe order of thingsฯ(ฯลฯ และบางสนพ.เอาภาพเป็นหน้าปกหนังสือ) ครับ

ศิลปะเป็นเรื่องของสัญลักษณ์และการเปรียบเทียบเชิงความหมายศิลปะ
http://www.wikiart.org/en/jan-van-eyck/the-arnolfini-wedding-the-portrait-of-giovanni-arnolfini-and-his-wife-giovanna-cenami-the-1434?hc_location=ufi

ข้อมูลเพิ่มเติมภาพเหมือนอาร์นอลฟีนี (อังกฤษ: Arnolfini Portrait), การแต่งงานของอาร์นอลฟีนี (อังกฤษ: The Arnolfini Wedding)
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5
ภาพ Las Meninas ซึ่งฟูโกต์เอามาเป็นอธิบายแนวคิดในหนังสือThe order of things : An Archaeology of the Human Sciences (ฯลฯ และบางสนพ.เอาภาพเป็นหน้าปกหนังสือ) ครับ
http://www.paperbackswap.com/Order-Things-Archaeology-Michel-Foucault/book/0394719352/

วันพุธที่15 เมษายน
ผมร่วมทำบุญนำบุญมาแผ่เมตตา ครับ^^

วันพฤหัสที่ 16 เมษายน
ผมกับเพื่อนเซลฟี่กัน หลังจากบังเอิญเจอที่สระว่ายน้ำ ซึ่งผมกับเพื่อนไม่เจอกันสิบกว่าปี พูดคุยกันไปออกกำลังกาย ทวนความทรงจำสมัยเรียน ร่วมเตะบอล และเพื่อนร่วมห้องเรียน สมัยม.ปลาย เป็นนักกีฬาวิ่งมาราธอนไปเรียนต่อจบด้านพละ ที่ม.เกษตร ทั้งป.ตรี-ป.โท และป.เอก ปัจจุบันเป็นอาจารย์ ด้วย ครับ^^ราตรีสวัสดิ์

วันศุกร์ที่17 เมษายน
วันศุกร์นายกทหารออกทีวี และผมมีประเด็นเรื่องคนในอนาคต ย้อนมองอดีต(ปัจจุบันนี้) จะคิดถึงประวัติศาสตร์ตามข้อเท็จจริงโดยE.H. Carr นักประวัติศาสตร์คนสำคัญเคยกล่าวถ้าเปรียบเทียบว่านักประวัติศาสตร์เป็นชาวประมง ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เป็นปลา ซึ่งอี.เอช.คาร์ แนะให้ว่า ข้อเท็จจริงหาได้เหมือนกับปลาที่วางไว้บนแผงคนขายปลาไม่ หากเหมือนปลาที่ว่ายอยู่ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่และบางครั้งก็ยากที่จะหยั่งถึงได้ ปลาที่นักประวัติศาสตร์จะจับ
จึงขึ้นอยู่กับโอกาสด้วยส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญขึ้นอยู่กับว่าส่วนไหนของมหาสมุทรที่เขาเลือกลงจับปลา และอะไร คือ เครื่องมือที่เขาเลือกใช้ แน่ละองค์ประกอบสองประการนี้ย่อมขึ้นอยู่กับชนิดของปลาที่เขาต้องการจะจับด้วยเช่นกัน*
ปัจฉิมลิขิต…ผมจับประเด็นโดยสรุป(ย่อและต่อยอด) การจับปลา เปรียบเหมือนเลือกข้อเท็จจริงมาใช้ต้องมีวิจารณญาณ และวิภาษวิธีหลักฐาน จารึก เอกสารทางประวัติศาสตร์ พงศาวดาร ตำนาน วรรณคดี หนังสือ ศิลปะสถาปัตยกรรม สื่อทีวี(ฯลฯ) ตรวจสอบข้อมูล สะท้อนประวัติศาสตร์ความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรม ดังนั้น ถ้าเปรียบเทียบว่านักประวัติศาสตร์เป็นชาวประมง ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เป็นปลา: ภาพเพิ่มเติมเรื่องจับปลากับหนังสือ Siam** ที่มีรูปเรือจับปลาด้วย
*ข้อมูลจากหนังสือสังคมศาสตร์วิภาษฯและหากผู้ใดสนใจคำคมดีๆ ดูเพิ่มเติมวิกิพีเดียและลิ๊งค์ตามภาพประกอบ ครับ
― Edward Hallett Carr(E.H. Carr), What Is History?
https://extensionhistory.wordpress.com/2009/08/27/e-h-carr-on-the-relationship-between-historians-and-facts/
http://www.goodreads.com/author/quotes/58528.Edward_Hallett_Carr

**ภาพประกอบหนังสือ Siam (1908)สมัยร.5 ที่มีรูปเรือจับปลา(ข้อสังเกตปากน้ำหรือสมุทรปราการ?) ฝรั่งบอกคนสยาม(คนไทย) จับปลาออกจากน้ำให้ตายตามธรรมชาติ โดยสรุปผมอิงกับเรื่องฝรั่งอธิบายคนสยามกับเวียนว่ายตายเกิดใหม่และการจับปลา…ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^
https://archive.org/details/siam00youngoog

ส่งท้ายไม่เกี่ยวกับการเมือง-ประวัติศาสตร์และจับปลา…ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^
See You Again

ใช่พี่April นายกไม่ค.ว.ย.(คิด/วิเคราะห์/แยกแยะ)จะจับคนร้ายวางระเบิดที่สุราษฯ ได้จริงหรือ? และคสช.จะคืนความสุขให้ชาติไทยได้จริงเปล่าฮร่าๆครับ^^

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน
ระหว่างการเดินทางคิดถึงอยากดูหนังเรื่องFast and Furious 7 เพราะบทเพลงsee you again ซึ่งผมถ่ายภาพบรรยากาศโรงหนัง และนั่งรถผ่านสถานที่ต่างๆ ครับ^^

ส่งท้าย ดีเจบอยจัดเพลงคู่ชีวิตชอบเนื้อร้องสะท้อนเนื้อคู่กับชีวิตคู่ ซึ่งดูMV บนเรือเห็นทะเลสู่เกาะ จับคู่แต่งงานได้(ไม่ต้องจับปลาฮร่า) ที่มีข่าวว่าก็อปปี้เค้ามาดราม่า…ราตรีสวัสดิ์ ^^

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Diary 10ปีกับอ่านจากภาพ”วรรณกรรมกับศิลปะ ร้าน โรงหนัง-หนัง และเพลงคืนความสุข+ศรัทธา(เชื่อ)-หนุมาน-สิงคโปร์

Diary 10ปีกับอ่านจากภาพ”วรรณกรรมกับศิลปะ ร้าน โรงหนัง-หนัง และเพลงคืนความสุข+ศรัทธา(เชื่อ)-หนุมาน-สิงคโปร์

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม
My diary-ผ่านภาพวารสารชุดภูมิภาคศึกษาฯ(ค้นไม่เจอไฟล์ภาพเก่าแล้ว) ซึ่งเวลาครบสิบปีสำหรับโครงการนิทรรศการ เสวนาแบบบูรณาการระหว่าง วรรณกรรมกับศิลปะ “การอ่านจากภาพตะวันตกกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ชื่อ อ่านจากภาพ โดยงานแลกเปลี่ยนทัศนะทางด้านมุมมองทางศิลปวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอิทธิพลจากศิลปะ วัฒนธรรมตะวันตก

จากทั้งทางประวัติศาสตร์ศิลป์ งานศิลปะและวรรณกรรม รวมถึงปัจจุบัน ณ บริเวณ ร้าน Open space(ร้านในอดีตของผมเอง) หลังมช. วันที่ 22 ม.ค.พ.ศ.2548 เวลา12.30 น.เป็นต้นไป แล้วเปลี่ยนเป็น ณ ห้องFB1305 คณะวิจิตรศิลป์ มช. เวลา17.30 น.เป็นต้นไป (นำเสนอหนังสือโลกในมือนักอ่าน A HISTORY OF READING.ด้วย)ครับ^^
http://www.manager.co.th/Campus/Nodrink/listComment.aspx?ID=68519

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558
การเขียนไดอารี่สำหรับผมเหมือนกระจกสะท้อนความทรงจำ กรณีประวัติศาสตร์ของการเขียนไดอารี่(The History of Diaries) ในอเมริกามองว่าการเขียนบล๊อกนั้นเป็นการเล่าเรื่องราวของตัวเองในเชิงสร้างสรรค์ (self expression creatively) และการบันทึกประสบการณ์ส่วนตัว (self experience) เป็นอันดับรองลงมาด้วย

ดังนั้น หากจะเล่าประวัติของการเขียนบล๊อกในอีกมุมมองหนึ่ง ก็น่าจะมองไปที่การเขียนบันทึกเรื่องราวส่วนตัว หรือที่เรารู้จักกันกันในนาม ไดอารี่ (Diary) นั่นเอง
โดยข้อมูลของคนเขียนภาษาไทยเรื่องไดอารี่ สอนด้านบรรณารักษ์ สนใจด้านการสงวนรักษาดิจิตอล และจบป.เอกด้วย ซึ่งอ้างDiaries, Online Diaries, and the Future Loss of Archives; or Blogs and the Blogging Bloggers Who Blog Them(ดูเพิ่มเติมไดอารี่มีประวัติน่าสนใจทั้งศาสนา ชาตินิยม ทุนนิยม ถึงตัวตน ในการตรวจสอบตนเอง การพัฒนาตนเอง ฯลฯ ครับ

https://iteau.wordpress.com/2006/11/23/diaryhistory/)

Justin Timberlake – Mirrors

วันที่ 3 มีนาคม
ภาพผมกับหน้าร้านโอเพ่นสเปซ(พื้นที่ว่าง แชร์ทัศนคติ,หนังสือ,ภาพยนตร์,เพลงฯลฯ)เมื่อวันที่19ก.พ. 2548(10ปี) ตอนที่จัดงานหนังสือทางเลือก กลุ่มหนังสือทำมือ นิตยสารSmall และกลุ่มlet’s go show เป็นต้น แล้วปิดท้ายไม่ช้า..เร็วนานร้อยปีร้านผมต้องปิดแยกจากกันอยู่ดี ครับ ^^

วันที่ 4 มีนาคม
วันมาฆบูชารำลึกธรรม ทบทวนแผนที่แผนทางธรรมะ ทำให้ผมดูภาพจิตรกรรมเป็นภาพวาดโดยมือจากสมุดภาพไตรภูมิ สะท้อนพุทธศิลปะ ที่มีภาพหนุมานฯ กับถนนพระราม และ การอธิบายความสัมพันธ์รามเกียรติ์(รามายณะ/Ramayana)กับไตรภูมิ ตามแบบหนังสือSIAM MAPPEDDฯ ซึ่งผมสนใจประเด็นหนุมานกับพระราม และสมัยร.1 กับรามเกียรติ์ ที่เชื่อมโยงGeo-bodyในแผนที่สยาม ผ่านภาพสมุดภาพไตรภูมิอยุธยา-ธนบุรี ด้วย
ทั้งนี้ พระรามในเรื่องดังกล่าวเชื่อกันว่าเป็นอวตารของพระนารายณ์ ครับ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%8C

วันที่ 5 มีนาคม
ผมอ่านSIAM MAPEDDฯแล้วเห็นหนุมานฯ นึกถึงเรื่องพุทธศิลปะกรณีหนุมานที่ชูนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางเป็น3 นิ้ว ซึ่งเจ้าอาวาสกล่าวให้ความหมายงานศิลปะ “นอกเหนือการยกย่องเชิดชู 3 สถาบันหลักของชาติแล้ว ในทางพุทธศาสนายังหมายถึง ไตรลักษณ์ คือธรรมะที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ 3 อย่าง คือ
อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา เป็นกฎธรรมดาที่เกิดขึ้นกับทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ที่ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไป เป็นธรรมดา ไม่สามารถอยู่ทนในสภาพเดิมได้ต่อไป แต่สิ่งที่ดำรงคงอยู่ได้คือ ความดี…”
…ที่สำคัญหนุมานคือ ทหารเอกของพระราม พระรามเป็นกษัตริย์ที่พระนารายณ์อวตารลงมาปราบทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นตัวแทนของความ ชั่วร้าย หนุมานเป็นทหารที่มีพลังกำลังและฤทธิ์เดชมาก ย่อมต้องใช้พลังอำนาจที่มีอยู่ในการขจัดสิ่งชั่วร้ายให้หมดสิ้นไป เช่นเดียวกับรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเข้ามามีบทบาทอำนาจหน้าที่ก็จงใช้อย่างถูก ต้อง ชอบธรรมและยุติธรรม คืนความผาสุขให้คนในชาติ.” ช่างปั้นกล่าวไว้
สรุปแล้ว ช่างอ้างอิง “ชาติ” อีกแยกทางไม่ได้ ทำให้ผมอ้างSiam Mapped: A History of the Geo-Body of a Nation ซึ่งผมมาคิดต่อยอดเรื่องประเด็นศาสนาสยาม-ไทยแลนด์ แดนกฏอัยการศึก จนกระทั่งปัจจุบันพุทธศิลปะไทยให้อยู่รอด ในร่างภูมิกายาของสยามประเทศไทย แล้วผมจะเลียนแบบหนุมานหาวเป็นดาวเป็นเดือนไม่ได้ แต่ชูสามนิ้วเป็นไตรลักษณ์ ครับ^^
*ที่มา: เมืองเพชรปั้น “หนุมานยักษ์ชู 3 นิ้ว” ทหารรุดตรวจสอบ หวั่นเป็นสัญลักษณ์ต้าน คสช. (ชมคลิป) มติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1419234692
**ข้อมูลเพิ่มเติม:ฮือฮา ‘หนุมานชู 3 นิ้ว’ โผล่วัดดังเมืองเพชร ยันไม่เกี่ยวการเมือง ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/470550

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 58
รายการทีวีวันศุกร์ พบนายกฯ ผมไม่ได้ฟังพูดชักแม่น้ำห้าสาย เนื่องจากผมคิดถึงอดีตชะตากรรม10ปีผ่านไปโมเดลออกแบบรัฐธรรมนูญอาจจะย้อนไกลกว่าปี 2540 ซึ่งผมใช้รัฐธรรมนูญมาถึงปี2548 ที่ผมร่วมนิทรรศการจัดวาง โดยสร้างงานInstallation เป็นยางรถ ซ้อนชั้นสูง นำเสนอในงาน “ป้ายสีประชาธิปไตย” น่าเสียดายผมไม่ได้ถ่ายภาพผลงานไว้ ดูโปสเตอร์ กับรูปผมแทนในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน555^^
*ข้อมูลเพิ่มเติม:จาก ลงเรือแป๊ะ ถึง”เหาะเกินลงกา” วิษณุ เตือน กมธ.ยกร่าง รธน. “เกิน เลย ล้น เว่อร์” (ชมคลิป) มติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1419227836
ผมตอบสำนวนยุทธภพวุ่นวายมากกว่าปี48
อาจารย์วาทินี ใช่ ครับ^^
วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558
เมื่อวานผมคุยกับคนตัดต่อหนังสั้น ที่เป็นไทใหญ่ เขาแปลภาษาพูดได้ เพราะหนังเรื่องนี้เขาต้องการคนพูดไทใหญ่ทั้งเรื่อง ทำซับไทยได้ โดย พวกเราพักกินอาหารไทใหญ่ กันเอง ครับ^^
เมื่อวานกับวันนี้ผมติดต่อพูดคุยประสานงานกับผู้คน ที่ชอบคุยเรื่องจีนๆ ดังนั้นโพสต์หนังจีนของฉีเคอะ Zu Warriors
เวอร์ชั่นก่อน2001อีกเรื่องแถมแล้วนอน ครับ^^
ส่วนตัวกำลังกลับมาสนใจดูหนังจีนช่วงนี้ล่าสุดดูเดชนางพญาผมขาว555 แล้วSawitree บอกGD คืออะไร? ครับ^^

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558
The Bride With White Hair แปลจากภาษาอังกฤษว่า เจ้าสาวผมขาว หรือนางพญาผมขาว ตีความได้อย่างนี้ในภาษาจีนด้วยมั้ง ในหนังเดชพญาผมขาว 2014 ที่ฉีเคอะกำกับ มีเปิดฉากนางพญาผมขาวกับหมาป่า และบ่อน้ำปลาขาวกับปลาดำ ผสานเป็นสัญลักษณ์เต๋า
แต่ที่ผมดูชอบภาคเก่ามากกว่าเปิดฉาก “จัวอี้หัง” มีเพียงสตรีเดียวที่สำคัญใน(หัว)ใจข้า (รอ)คอยนางมาสิบปีเต็มไม่ทราบว่านางจะรู้หรือไม่?

ที่มาฉากดอยหิมะนั้นอีกสี่ชั่วยามบัวหิมะ จะผลิบาน และแม่ทัพพร้อมผู้ร่วมเดินทาง พูดเจรจา จนกระทั่งต่อสู้เพื่อได้บัวหิมะไปให้ฮ่องเต้ที่ประชวรหนัก ซึ่งแม่ทัพพูดก่อนตายว่า “ทำไมท่านไม่ช่วยฮ่องเต้ มีใครสำคัญกว่าฮ่องเต้อีกหละ? ท่านผู้อาวุโส”
(การแปลแบบพาทย์ไทย ในหนังดูได้ทางเน็ตยังมีสองเวอร์ชั่น)
*The Bride With White Hair นางพญาผมขาว(หัวใจไม่ให้ใครบงการ) หรือเจ้าสาวหมาป่า หนังดัดแปลงไปไกลกว่าเนื้อเรื่องในนิยายของเนี่ย อู้เซ็ง ครับ

http://zestmovie.com/c2/508-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7–%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%841-.html
**8 มีนา วันสตรีสากล
ทำไม ใครๆ อยากถอนตัวจากยุทธภพ ? นางพญาผมขาวเพื่อความรักในการอยู่ร่วมกัน? เวอร์ชั่นหลังยุคหลิงชิงเสีย(แสดงกับเลสลีจาง:สุดๆซึ้ง) แตกต่างหรือแก่นแท้เดียวกัน ก่อนปิดตานอน กับเดชนางพญาผมขาว2014 ฝันกินบัวหิมะแก้อาหารหวัดของตนเอง ก่อนฮร่า^^

Sawitree Smiley Moon กินบัวหิมะแก้หวัด..แต่ถ้าจะดีต้องกินยาด้วยนะคะอาจาย์+ผู้กำกับ..#หายไวๆๆค่ะ

อรรคพล สาตุ้ม ขอบคุณSawitree จะกินยาและพักผ่อนเยอะๆ ให้หายไวไวไปนอนก่อน ครับ^^

9 มีนาคม
เราต่างคนต่างเดียวดาย มิตรเก่าในยุทธภพ…นางจากไปนานแล้วยังอยู่ในใจเจ้าเสมอ…. นางสละชีวิตเพื่อข้าหนี้ชีวิตนั้นชาตินี้ชดใช้ไม่หมดแน่…เดียวดายในยุทธภพดีกว่ามีห่วงบนโลกาภพ จากเป็นหรือจากตายทำใจยากเช่นกัน…
ยุทธจักรเกิดการปั่นป่วนเมื่อ อู๋ ว่านเถียน มหาขันที ได้เข้ายึดอำนาจเบ็ดเสร็จแทนฮ่องเต้ในหนังพยัคฆ์ตะลุยพยัคฆ์
ซึ่งผมดูการอธิบายพระเอกชื่อจะต่างไปนิด คือโจวหยางอัน กับ เจ้าฮวยอัน (หลี่เหลี่ยนเจี๋ย ภาคสอง)
และยังมีจุดเชื่อมกันตรง นางเอกเผาโรงเตี้ยมและพกขลุ่ยตามหาพระเอกกี่ปีก็ว่าไป (ภาคสอง)
แต่พระเอกไม่ยอมเจอด้วยเพราะรักแม่นางม่อเหยียน ส่วนขันทีภาคนี้มีแต่ “ตงฉาง” ภาคสองจะมี “ซีฉาง” เรื่องอำนาจแทน “ตงฉาง” ตามแบบฉบับหนังจีน พระเอกยึดหน้าที่คุณธรรมมาก่อนเรื่องส่วนตัว

หนังเรื่องนี้แต่ละเวอร์ชั่น คัมภีร์แดนพยัคฆ์ ก่อนนอนจัดไป
ตะลุยแดนพยัคฆ์ p/1-10
ต้นฉบับ ผลงานของ คิง ฮู ที่เป็นแรงบันดาลใจ ของ ฉีเคอะ

10 มีนาคม
“ธรรมะ อธรรม และวิญญูชนจอมปลอม” หมายความว่า ความแบ่งชนชั้นทางสังคมของธรรมะ และ อธรรม คนไหนนิสัยไม่ดี หรือ คบหาคนไม่ดีก็แบ่งเป็นฝ่ายอธรรม ทั้งที่ฝ่ายธรรมะใช่ว่าจะมีแต่คนดี และ คนของฝ่ายอธรรมใช่ว่าต้องเลวร้ายเสมอไป คนฝ่ายธรรมะที่เลวร้ายก็มี คนที่ดีในฝ่ายอธรรมมันก็มี
โดยมีตัวละคร เหล้งฮู้ชง เป็นตัวดำเนินเรื่อง และเป็นตัวเปรียบเทียบ ว่าความสุขของชีวิตที่แท้จริงนั้น อยู่ที่ไหนกันแน่ นิยายเรื่องนี้กิมย้งได้เขียนในเชิงเสียดสีกับการเมืองในช่วงการปฏิวัติทางวัฒนธรรม (Cultural Revolution, ปี ค.ศ. 1966-1976) ของจีน
ส่วนข้อสังเกตของผม คือ หนังเดชคัมภีร์เทวดา ภาค 3 มีชื่อภาษาอังกฤษว่า East is Red ตั้งใจให้ชื่อเหมือนกับเพลงThe East is Red is a famous Chinese song of the cultural revolution.
“ยอดยุทธยอมสละเพื่อทุกสิ่งช่วงชิงความเป็นใหญ่ ตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบันเหล่าจอมยุทธต้องห้ำหั่นเพราะคำว่าอำนาจ สุดท้ายก็ไม่มีผู้ใดได้ครอบครองอำนาจที่แท้จริง สิ่งเที่ยงแท้คือความไม่เที่ยง ครอบครองความยิ่งใหญ่สุดท้ายก็เหลือเพียง ความว่างเปล่า อำนาจทำให้มนุษย์เสียสติ แต่ไหนแต่ไรจะมีคนสักกี่คนที่ปลงทุกสิ่ง ให้อิสระแก่ตนเอง และยิ้มเย้ยยุทธจักร” กระบี่เย้ยยุทธจักร – กิมย้ง
กระบี่เย้ยยุทธจักร

เดชคัมภีร์เทวดา2 พากย์ไทย1

เดชคัมภีร์เทวดา ภาค 3 ปี 1993 คือ The Swordsman หรือเดชคัมภีร์เทวดา เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากนวนิยายเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักรของกิมย้ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นนิยายล้อเลียนการเมืองของจีนในปี พ.ศ. 2510 ใจความสำคัญอยู่ที่ผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ดีแต่จริง ๆ แล้วเป็นผู้ร้าย และบุคคลธรรมดา ๆ ที่ไม่โดดเด่น ไม่เอาไหน ต่างหากคือบุคคลที่จริงใจ และยิ้มเย้ยยุทธจักรได้อย่างแท้จริง
ภาพยนตร์มีการสร้างภาค 2 ที่นำแสดงโดย หลี่เหลียนเจี๋ย, หลินชิงเสีย ในปี พ.ศ. 2534 ในชื่อ “The Legend of the Swordsman” และภาค 3 ในตอน ตงฟังปุ๊ป้าย (The East is Red) ครับhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B2

Swordsman 1 เดชคัมภีร์เทวดา ภาค 1
http://www.nungmovies-hd.com/swordsman-1-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84-1/

Swordsman Theme Song Full – Female Mandarin Version –
“หัวเราะในทะเลกว้าง”
(Cang Hai Yi Sheng Xiao – Laugh On The Wide Sea)

11 มีนาคม
ความอ่อนหวานละมุนละไมในห้องสมุด
อำนาจของวงแหวนของความรักล้อมรอบ
นักอ่านและหนังสือบนชั้นที่มีสีสันสดใส
อันเหมือนกับดวงดาวบริวารโคจรรอบตัว
นักอ่านสัมผัสกลิ่นหนังสือในห้องสมุด
นักอ่านอ่อนโยนต่อหนังสือราวกับสัมผัสมือ
คนรัก
นักอ่านรู้สึกหลากหลายต่อหนังสือ
ในห้องสมุดแอร์เย็นยะเยือก
เย้ายวนเคลิ้มหลับฝันหวาน
นักอ่านเหม่อมองออกนอกกระจกค้นหาคนรัก
เห็นเด็กวิ่งเล่น ใบไม้ร่วงกราว แสงแดดแผดเผา
ร้อนระอุ คนงานก่อสร้างอาคารแห่งนี้
เหงื่อไหลดั่งน้ำตา
นักอ่านซึมซาบเรื่องราวด้วยหัวใจ
^^บทกวี “ฉันรู้สึก” ชื่อรวมเล่มบทกวีทำมือ เล่มที่สองของปี2548 ซึ่งบก.ช่วยตั้งชื่อเล่มหนังสือ และแล้ววันเวลาผ่านไปสิบปี สำหรับหนังสือบทกวี กับภาพถ่ายเป็นรูปผมเอง ครับ^^

12 มีนาคม
สารคดีหมอกควันเชียงใหม่ โดยทีมพวกเราถ่ายทำปีที่แล้วท่ามกลางสถานการณ์ที่เวียนครบรอบอีกหนึ่งปี ครับ
ฉันรู้สึก
ริมหน้าต่างของบ้านหลังหนึ่ง
ออกมานั่งริมหน้าต่าง
มองท้องฟ้าหาดวงดาว
เปล่งแสงจากจักรวาล
เวิ้งว้างและแล้ว….ฉันนั่งเงียบๆ
ในบ้านหลังนี้……..ไม่รู้อะไรเลย

13 มีนาคม
วันศุกร์ผมฟังนายกฯพูดแป๊บๆ ไม่รู้พูดเรื่องชะลอก.ม.ภาษีบ้าน ที่ดิน หรือไม่ ก็ตามแต่ความพยายามของแม่น้ำห้าสาย ร่างรัฐธรรมนูญ พูดเป็นชักแม่น้ำทั้งห้า สำนวนมาจากเรื่องเวสสันดร ซึ่งชูชกใช้วิธีการนี้ไม่ต่างจากดินแดนไตรภูมิเรื่องราวเวสสันดร สะท้อนร่างของรัฐธรรมนูญ
โดยรากของวัฒนธรรมไตรภูมิ ทั้งสถาปัตยกรรมโดยรวม ที่มีประวัติว่ารัฐธรรมนูญ เคยมีจำลองในแบบอยู่บนเขาพระสุเมรุหลัง2475 จากหนังสือSIAM MAPPEDฯ ที่มีประเด็นอำนาจของสัญลักษณ์ และผมขยายภาพการตีความอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พานรัฐธรรมนูญ เหมือนไตรภูมิ
ดังนั้น ผมเคยอ่านเจอประเด็นตีความในชะตากรรมนี้ ซึ่งความหวังอาจจะไม่ย้อนไปไกล ช่วงสร้างรัฐชาติสมัยคณะราษฎร หรือยุคป๋าเปรม ที่ฉายาเตมีย์ใบ้ ไม่ย้อนยุคเหมือนยุคประชาธิปไตยครึ่งใบนั่นเอง ครับ
*ภาพประกอบเรื่องภาษีบ้านฯ กับสัญลักษณ์มือแขนเสื้อลายพรางทหาร
http://www.dailynews.co.th/Content/economic/306080/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E2%80%98%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E2%80%99+%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1…%3F

**วันนี้ เป็นวันช้างไทย ผมนึกถึงเรื่องภาพช้างเผือก ที่พม่า มีข่าวพบช้างเผือก เมื่อวันที่ 27 ก.พ. นับเป็นช้างเผือกเชือกที่ 9 ที่คล้องได้ในประเทศ
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9580000024544

*** อำนาจสัญลักษณ์ ที่มีข่าวพื้นที่สัญลักษณ์กรณีระเบิดปี58 ที่หน้าศาลอาญา มีข้อสังเกตส่วนตัวอย่างหนึ่งจากเรื่องความจริงแท้ถูกต้องของภาพซับซ้อนซ่อนกัน คือ ปัญหาเป้าหมายของขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกต้อง 1.ทำไมเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ 2.ทำไม ไม่เป็นพื้นที่ทหาร และปัญหาความเร็วของการจับได้ครั้งล่าสุด ต่างจากสยามพารากอนยังจับไม่ได้ ถกเถียงมาก่อนว่าทหารทำหรือไม่ น่าจะมีสายลับ ทำให้จับได้ไวมากขึ้น 3.ใคร คือ สายลับ ครับ
นี่เป็นความคิดคำถามแบบนักสืบพอดีดูเรื่อง Detective Dee ตี๋เหรินเจี๋ย หนังเกี่ยวกับนักสืบสู้บู๊มากไปหน่อย ครับ (ฮร่า)
ฮร่า เน็ตอืดสงสัยคิดมากไปเท่านั้นนอนดีที่สุด ครับ^^

14 มีนาคม
ผมได้รับงานมาให้คัดเลือกภาพ ซึ่งโจทย์วาดภาพสีน้ำมันประกวดนี้ มีเงินรางวัล นักศึกษา และผู้สนใจอยากวาดภาพให้ติดต่อผมเพิ่มเติมทางInbox(ข้อความ) ได้ด้วย ครับ^^
*ภาพประกอบเฟรมเปล่ารอวาด

15 มีนาคม
ผมนึกถึงภาพที่ผมถ่ายเก็บไว้ วัดเขารูปช้าง กับตำนานหลวงพ่อเตียง ว จ.พิจิตร เรื่องเล่าฉายหนังต้องจุดธูปบอกดวงวิญญาณของหลวงพ่อบอกก่อน ถึงจะฉายหนังเร่ที่วัดได้ ครับ^^

16 มีนาคม

ผมถ่ายรูปด้วยกล้องมือถือเก็บไว้ เป็นภาพโรงหนังพูลทวีเป็นโรงหนังเก่าอยู่อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ตรงข้ามวัดพระธาตุศรีจอมทอง ซึ่งผมค้นข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการโรงภาพยนตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้บอกโรงหนังนี้เปิดปี2519(1976) และผมเพิ่งรู้ว่าจอมทองมีสองโรงหนัง โดยโรงหนังจอมทองรามา(The Chom Tong Rama)เป็นอีกโรง-ข้อสังเกตของผมเกิดขึ้นจากคำว่ารามา ราม่า ที่โรงหนังไทย ทำไมสมัยก่อนมีคำว่าRama ห้อยท้ายคล้ายโยงรามเกียรติ์ ที่เมื่อก่อนดูละครดูโขนกันหรือไม่ โดยผมคุยกับเพื่อนเริ่มจากคำว่าวิก มาจากweek และคำว่าcinerama มาย่อเป็นรามา ไปๆมาๆท่าจะยาว นอนแล้วครับ^^

http://seatheater.blogspot.com/2009/03/jom-tong-two.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Cinerama
http://www.atriumtech.com/cgi-bin/hilightcgi?Home=%2Fhome%2FInterWeb2000&File=%2Fhome2%2Fsearchdata%2FForums%2Fhttp%2Fwww.pantip.com%2Fcafe%2Fchalermthai%2Ftopic%2FA1912408%2FA1912408.html
ใช่ ไมค์ จอมทองมีโรงหนังด้วย แถมการพูดคุยของคนทำโครงการโรงหนังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาพูดที่เชียงใหม่มีคลิปด้วย ครับ^^https://www.youtube.com/watch?v=JPMyQp9Wlyo

17 มีนาคม
ผมถ่ายภาพโรงหนังเก่าแก้วนวรัฐราม่า ตอนนี้เป็นร้านอาหาร และโรงหนังทิพยเนตรเก่า ตอนกำลังถูกทุบทิ้ง ซึ่งผมเคยไปดูหนังที่นี่ครั้งหนึ่ง ในความทรงจำ ตอนเด็กแม่พาไปให้อยู่ดูหนังที่โรงหนังบางมูลนาก เป็นโรงหนังประจำอำเภอบางมูลนาก จ.พิจิตร เพราะแม่รู้จักกับคนทำงานในโรงหนังด้วย ครับ^^

ใช่ สำนึกอดีตฯ ทำให้ผมนึกถึงการเชื่อมโยงของชุมชน จากคนพื้นที่ชุมแสงมาบางมูลนาก สัมพันธ์เศรษฐกิจ เพราะการอธิบายอย่างที่อำเภอจอมทอง เชียงใหม่ ก็เห็นด้านเศรษฐกิจช่วยสนับสนุนให้โรงหนังอยู่ได้ด้วย
ประเด็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์พื้นที่ และวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่ Philip Jablon โครงการโรงหนังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สนใจด้วย ครับ^^

18 มีนาคม
วันนี้ผมกลับมาคุยเรื่องตัดต่อหนังสั้น เตรียมถ่ายหนังเรื่องที่สี่ ซึ่งแวะมาพูดคุยที่ร้านเดิมกับอาหารไทใหญ่ แถวหลังวัดป่าเป้า ซึ่งเป้าหมายชีวิตหลายเรื่องราวพักผ่อนก่อน ครับ^^
*ภาพประกอบคุยตัดต่อหนังสั้นและบรรยากาศของร้าน

19 มีนาคม
ผมชอบไอเดีย ผู้กำกับไทยคนหนึ่ง ที่มีความคิดอยากทำประโยชน์เพื่อบ้านเกิด โดยทำพิพิธภัณฑ์ในโรงหนังเก่า อะไรสักอย่างจำได้คร่าวๆ เคยอ่านเจอ คล้ายไอเดียข้อเสนอโครงการโรงหนังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ฟื้นโรงหนังแสงตะวัน เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เพราะการค้นคว้าน่าสนใจโรงหนังทิพย์เนตรรามา หรือโรงหนังที่จอมทอง บ้านกาดรามา อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ หรือโรงหนังฉัตรชัย บางมูลนาก และโรงหนังวัฒนา ตะพานหิน ไม่ว่าจะโรงหนังซึ่งผมถ่ายภาพโรงหนังเก่าพิจิตรธานีไว้ กลายเป็นภาพหายากสำหรับผม ทั้งนี้ ผมเกิดคำถามไม่รู้ว่าโครงการโรงหนังฯยังไม่มีภาพโรงหนังนี้ ก่อนหายไป หรือไม่ ครับ^^

ส่งท้ายไปนอน แถมสารคดีที่ทำน่าสนุก สลับกับเล่าผ่านบรรยากาศหนังทริลเลอร์อย่างระทึกขวัญกับสยองขวัญ เพราะเขาบอกว่าเราทำงานอย่างหนักมากที่จะหาโรงภาพยนตร์มาวินรามา ต. บ้านสวน อ. เมือง จ. สุโขทัย

Phetmanee ใช่ดูภาพเก่าทบทวนยุคเรียนพ.พ.ผ่านภาพอดีต ครับ^^
Benjamas ^^
พี่Wathinee ใช่ บ้านพี่ที่พิษณุโลกน่าเสียดาย และความทรงจำของผมเคยไปดูโรงหนังสแตนอะโลน ที่โรงหนังแห่งหนึ่งในพิษณุโลกด้วย ครับ^^
Micheal เป็นคำถามที่ดี โรงหนังนี้สร้างพ.ศ.เท่าใดผมจำไม่ได้ อาจจะไปถามคนที่เคยทำงานที่โรงหนังนี้ เสน่ห์โรงหนังเก่าผ่านภาพเก่า
งานของยุทธเลิศ สร้างหนังซ้อนหนังเล่าเรื่องผ่านความทรงจำวัยเด็ก ตอนโตการเสนองานเขียนบทถึงเป็นผู้กำกับ สะท้อนภาพโรงหนังเก่า ในหนังตุ๊กแกรักแป้งมาก Chiang Khan Story(2014) เขาเป็นผกก.ที่อยากทำพิพิธภัณฑ์โรงหนังที่บ้านเกิดด้วย ครับ^^

20 มีนาคม
วันศุกร์นายกฯออกทีวี พร้อมเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย ทำให้ผมนึกถึงกำเนิดสยามจากแผนที่ ประวัติศาสตร์ภูมิกายาของชาติ (Siam Mapped: A History of the Geo-Body of a Nation) และชุมชนจินตกรรม: บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม (Imagined Communities: Reflection on the Origin and Spread of nationalism) โดยหนังสือสองเล่ม ด้านหนึ่งกล่าวถึงสิ่งประดิษฐ์ความเป็นชาติผ่านบทเพลง สะท้อนให้เห็นในการอ้างสู่งานวิชาการได้
เมื่อประยุทธ์ แต่งเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย+ศรัทธา(เชื่อ) …เราจะทำอย่างซื่อตรง ขอแค่เธอจงไว้ใจและศรัทธา
—ความเชื่อว่าทหารนำความสุข สงบมาให้สังคมไทย แล้วความเชื่อว่าทหารเป็นสิ่งจำเป็น เพราะทหาร รักษาความสงบเรียบร้อย เป็นระเบียบได้อย่างนี้จะมีตำรวจ ไปทำไม นี่เป็นปัญหาความเชื่อของไทย ครับ
ปิดท้าย ผมนึกถึงเพลงImagineของจอห์น เลนนอน… You may say I’m a dreamer But I’m not the only one
I hope someday you’ll join us And the world will be as one ฮร่าๆ และแล้วผมเป็นพลเมืองโต้กลับรัฐประหาร แม้ผมไข้หวัดยังไม่หายดี และผมอยู่เชียงใหม่หมอกควันมันเยอะเลยเดินในห้างสรรพสินค้าแทนแล้ว ขณะนี้จะนอนบนเตียงแบบจอห์น นอนเล่น ครับ^^
*ภาพถ่ายตัวเองเมื่อประมาณ15ปีก่อนด้วยกล้องฟิลม์สมัยเป็นไอ้หนุ่มผมยาว สมัยติสท์หนุ่มๆฮร่าๆ(ตอนนี้เลิกติสท์เลิกไว้ผมยาว) อิทธิพลฮิปปี้ผมยาวอย่างจอห์น นอนเล่น-รูปของจอห์น เลนนอน กับโยโกะ นำเสนอเรื่องสันติภาพบนเตียง^^

21 มีนาคม
ขอบคุณวิภารัตน์ ที่ถ่ายภาพให้ครูเท่ห์ แต่ถ้าพูดตลกๆรู้ว่ามีภาพแอบถ่ายครูแก่ๆตามวัยคนนี้อีกนิ ครับ555^^

ครูลุ้นระทึกเป็นรูปครูเผลอหลับบนรถอ้าปาวเวอเหวอ เหรอปล่าวฮร่าๆ

Tiffy มุมหลับๆ และวิภารัตน์ มีมุมมุขอะไรป่ะ 555น่ะครับ^^
อรรคพล สาตุ้ม 555รถอาจารย์Wathinee ฮร่าฟ ส่วนรถก๊วนทิฟฟี่นี้ถ่ายภาพแบล็คเมลล์แน่ๆ ครับ^^ Tiffyจ้องเล่นงานผม 555

22 มีนาคม
ณ จุดที่มองพระธาตุลำปางหลวง หวนคิดถึงก่อนนอน ครับ^^
23 มีนาคม
ผมถ่ายภาพลำพูนแวะดูวัด และพิพิธภัณฑ์ ซึ่งโอกาสหน้าวางแผน ที่ผมอยากไปอีกแห่ง คือ ชมบรรยากาศโรงหนังเก่า “หริภุญชัยรามา” รำลึกอดีตเมืองลำพูน ที่ “พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง” ครับ^^
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000106206

การตามหาโรงหนังเก่าอันน่าสนใจ ครับ^

24 มีนาคม
ฤดูร้อน2015 ผมวาดรูปสีน้ำมันตอบโจทย์งานจ็อบมาหลายวัน ดูหนังฟังเพลง และฟังเสียงฝนก่อนนอน…Listen to the rain.

พุธที่25 มีนาคม
การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์เซรามิค ทำให้ผมนึกถึงรูปภาพถ่ายผลงานเซรามิคของผม ตอนสมัยเรียนเป็นความทรงจำ ทำแจกัน ครับ^^
พฤหัสที่26 มีนาคม
ฟ้าหลังฝนในเชียงใหม่ ทำให้ผมนึกถึงหลายวันก่อนไปร่วมฟังข้อมูลแหล่งทุน จึงได้อิ่มอร่อยอาหารดี ที่โรงแรม บรรยากาศสบายในห้องแอร์หลบหมอกควันกินไปเพลินๆ รุ่นพี่คนหนึ่งมาเตือนว่าอย่ากินเยอะ(ฮร่า) ใช่ครับ ผมกินเยอะ สิ่งที่ได้มาน้ำหนักเพิ่มขึ้นต้องหาที่ออกกำลังกายเดินย่อย บ้าง ครับ^^
สุดท้ายผมวกวนกลับมีสาระ ซึ่งบันทึกการเข้าฟังแหล่งทุน ส่งกระจายกลุ่มในแง่เขียนบันทึกยาวหน่อยๆ กับอัพไฟล์วิดิโอที่บันทึกไว้ด้วย ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^
พี่Wathinee ขอบคุณที่แนะนำจะกินผักบ้าง ครับ^^
Sawitree ใช่ ซูชิ น่ากินอาหารญี่ปุ่น^^
Kwanruan ผมปกติจัดตารางเวลาชีวิตใช้เฟซฯหลังสามทุ่มฮร่าๆ ผมเลยโพสต์รูปหลังสองทุ่ม อาหารการกินอันตรายกับขวัญ ฮร่าๆ ไม่รู้ๆ ครับ
Purebee ที่โรงแรมมีแต่น้ำ ฮร่าๆ ครับ^^
พี่ตะวันฯ โรงแรมเซ็นทาราดวงตะวันฯ ครับ^^
ศุกร์ที่27 มีนาคม
วันศุกร์นายกพบประชาชน พูดเรื่องลีกวนยิว-การศึกษาสิงคโปร์ แต่ผมคิดถึงสิงคโปร์หรือเทมาเส็ก ในอีกนาม ที่มีสัญลักษณ์ไลออนด้านบนและด้านล่างเป็นหางปลา โดยผมเคยไปเกือบสิบปีแล้ว เล่าเรื่องตลกก่อนละกัน คือ แวดวงการศึกษาพวกนักวิชาการประเทศเคยตกเป็นอาณานิคมพูดภาษาอังกฤษกัน ซึ่งดร.รัฐศาสตร์ เป็นคนพูดไวคิดไว เขาเป็นคนฟิลิปปินส์รูมเมทของผมพูดบางทีผมต้องAgain Please ฮร่าๆ อยู่ที่นั่นไม่กี่วันเสียดายมากไม่ได้ชมห้องสมุดของมหา’ลัยที่ว่าดีระดับโลก รวมทั้งความเจริญพัฒนาของเมืองสิงคโปร์โดยรอบด้านทุกมุม ครับ
เมื่อผมสำรวจเมืองผมเคยเดินหลงทางที่นั่น ถามทางเป็นภาษาอังกฤษ แล้วผู้หญิงถามกลับมาว่าคุณจะให้พูดอังกฤษหรือจีน?
นี่เรื่องอึ้งหนึ่งในหลายเรื่องเล่าย่อๆ ประสบการณ์จากพบผู้คนธรรมดา นศ. และนักวิชาการอินโดนีเซีย กัมพูชาด้วย ครับ^
โดยสรุปสั้นๆ ผมได้ประสบการณ์ในฐานะคนนอกประเทศ เปิดโลกกว้าง เจอนศ.มหา’ลัยดังๆ ก็อ๊อกซฟอร์ด เป็นต้น ที่นี่น่ากลับไปเรียนรู้พัฒนาภาษาอังกฤษ รวมทั้งด้านอื่นหลายเรื่องเคยเขียนบางเรื่องในนิตยสารVote และประเทศนี้ลีกวนยิว ให้ความสำคัญกับการศึกษา-มหา’ลัย และประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่มีเผด็จการทหารขัดขาขวางทางประชาธิปไตย น่ะครับ
*ภาพประกอบขณะผมจะนำเสนองานThesisเรื่องเกี่ยวกับไตรภูมิ-แผนที่-ปลาของผมที่ได้ทุนไปที่นั่น ครับ^^
**ข้อมูลเพิ่มเติมดูหนังสือลีกวนยู กับการสร้างชาติสิงคโปร์ผมมีหนังสือเล่มนี้ถ่ายรูปไว้ตอนแรกว่าจะอัพรูปง่ายๆ กลายเป็นต้องเก็บเป็นอัลบั้มงั้นนอนดีกว่าไว้ค่อยมาอัพภาพ ครับ

Nittaya Nid อาจารย์ บอย^^

อรรคพล สาตุ้ม เหม่ ไม่ต้องเรียกอาจารย์บอยก็ได้ ^^
อรรคพล สาตุ้ม -ขอตัวไปนอนรำลึกความหลัง ณ สิงคโปร์ เมืองไลออน์หางปลา เพราะวันนี้เน็ตมีปัญหาเข้าgoogle chrome ไม่ได้ทางเฟซเข้าไออีก็ช้าอีก ครับ^^

Chummy Kaa ปสก อันภาคภูมิใจ
ใช่ chummy ประสบการณ์มากๆ อยากไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ฯลฯ ด้วย ครับ^^
Short Film To Singapore Arts Museum

พิพิธภัณฑ์กับการสร้างพลเมืองในสิงคโปร์

วันเสาร์28 มีนาคม
วันนี้บังเอิญเจอนศ.สปิริตครูเลยอัพรูปเท่าที่มีไม่ได้เน้นสวยงามเท่าประโยชน์ของภาพ ที่มีนศ.กับรูปในพิพิธภัณฑ์ ครับ^^

วันอาทิตย์29 มีนาคม
ภาพพวกนี้ถ่ายด้วยกล้องOlympus VG-120เป็นกล้องตัวเล็กพกพาสะดวก จับกล้องมาถ่ายง่ายๆ ตั้งออโตฯ โฟกัสเร็วๆ บางภาพด้วย ครับ
http://www.getolympus.com/us/en/vg-120.html

พี่Julie พี่ตะวัน ผมถ่ายภาพที่มีเจดีย์กับจิตรกรรมฝาผนัง คือ วัดจามเทวี ส่วนที่มีพระพิมพ์เป็นบ้านปั้นดินเผา กับบรรยากาศหน้าบ้าน ที่จ.ลำพูน ที่เดียวกัน ครับ^^
ผมนึกออกอีกเรื่องเจดีย์สี่เหลี่ยมในล้านนา(เจดีย์กู่กุด ในวัดจามเทวี) มาจากจีน? การค้นหาที่ยังไม่มีข้อสรุป
http://www.museum-press.com/content–4-5600-83111-1.html

วันจันทร์ 30 มีนาคม
ผมกำลังกลับมาแก้ไขบทหนังสั้นเรื่องที่สี่ ทำให้ผมคิดถึงหนังเรื่องMuralเป็นเรื่องพระเอกจะเดินทางไปสอบบัณฑิตพบสาวงามในโลกจิตรกรรมฝาผนังของวัด ซึ่งหนังMural มีอิทธิพลพุทธเซนเชิงปรัชญา และหนังเรื่องนี้ออกแนวเต๋า คือ พระเอกอ้างจวงจื้ออย่างข้าฝันว่าเป็นผีเสื้อหรือผีเสื้อฝันว่าเป็นข้ากันแน่
โดยหนังดัดแปลงมาจากหนังสือ คือ บันทึกเรื่องประหลาดในห้องหนังสือ
ซึ่งผมเห็นผู้เขียนถึงหนังสือเล่มนี้ เล่าว่า ผูสงหลิงสอบเป็นขุนนางไม่ได้ความผิดหวังจากการสอบเหล่านี้ ส่งผลให้ชีวิตของผูสงหลิงเบี่ยงเบนจากที่ใฝ่ฝันไปไกล เขาหวนกลับมาดำรงชีพเป็นครูสอนหนังสือในชนบท ใช้เวลาว่างที่เหลือออกเดินทางท่องเที่ยวไปตามท้องถิ่นต่าง ๆ
รวบรวมเรื่องนิทานตำนานภูติผีปีศาจจากผู้คนชาวบ้านที่พบปะเจอะเจอ และนำมาเรียบเรียงเขียนขึ้นใหม่ด้วยลีลาเฉพาะตัวของตนเอง กระทั่งกลายเป็นผลงานชุด “เหลียวไจจื้ออี้” (บันทึกเรื่องประหลาดในห้องหนังสือเหลียวไจ)
ทั้งนี้ หนังสือของเขา เรื่องราวจินตนาการฯลฯมากมายกลายเป็นหนังอย่างโปเยโปโลเย เป็นต้น ครับ^^

*ข้อมูลที่เขียนบางส่วนมาจากบันทึกเรื่องประหลาดในห้องหนังสือ/นรา
และหนังสือเล่มนี้มีแปล คือ วิวาห์นางจิ้งจอก บันทึกเรื่องพิสดารจากห้องหนังสือผูสงหลิง- ผูสงหลิง บริการน้ำชาแลกกับการเล่าเรื่องประหลาดๆ …(อ่านเพิ่มเติม)
http://readery.co/9786163618498
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9500000104717

ผมไปฝันกับผีเสื้อพร้อมบทสนทนาของหนังMural..ที่มีคำถาม. ไหนว่าท่านจะเข้าถึงนิพพานไง? และคำตอบ:จะให้ข้าเข้าถึงได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจข้านั้นมีแต่เจ้า…”ถึงข้าไม่ใช่คนดีที่เจ้าหวัง แต่ข้าก็เป็นคนที่หวังดีต่อเจ้า
“…รักแท้ย่อมเจ็บปวด…ถ้าไม่เจ็บปวด..ก้อไม่ใช่รักแท้??
หนังMURAL https://www.youtube.com/watch?v=XPyUuBRqPeU

ราตรีสวัสดิ์กับหนังโปเยโปโลเยฯ

วันอังคาร 31 มีนาคม
ผมถ่ายภาพสุสานจีนในเชียงใหม่ เพราะว่าช่วงเวลา ชิงหมิง (qing-ming) หรือ เชงเม้ง หรือ เช็งเม้ง เป็นชื่อของสารท (1 ปี มี 24 สารท) โดยคำว่า “เช็ง” หมายถึง สะอาด บริสุทธิ์ และคำว่า “เม้ง” หมายถึง สว่าง เมื่อนำคำว่า “เช็งเม้ง” มารวมกันแล้วหมายความถึง ช่วงเวลาแห่งความแจ่มใส รื่นรมย์ สารท
ที่นี้ สุสานจีน โดยเปล่ง เลาหะเพ็ญแสง (แซ่เล้า) ผู้บุกเบิกทำป่าช้าจีนที่ข่วงสิงห์ และหุ้นส่วนหลักโรงภาพยนตร์ตงก๊กหรือศรีวิศาล ในผู้ที่ร่วมลงทุนเป็นกลุ่มชาวจีนหลายคนด้วย ครับ
*ข้อมูลเพิ่มเติม
http://hilight.kapook.com/view/106554
http://www.fengshuitown.com/fengshui/fengshui-tip-pray-ancestor.htm
http://muslimchiangmai.net/index.php?topic=3506.
ภาพพวกนี้ถ่ายด้วยกล้องOlympus VG-120เป็นกล้องตัวเล็ก ครับ
ใช่ หมู่บ้านหลังความตาย เป็นการเตือนสติตน ความตายต้องเกิดขึ้นกับทุกคน และเป็นธรรมดาของมนุษย์ปุถุชน
ใช่ Lamaiwadee ผมคิดว่าเป็นหนุ่มจนเริ่มแก่อยู่เชียงใหม่ มานานจากการอยู่ที่นี่ น่ะครับ

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Road Map-Asian art,เต๋า,I like book,เทวดานารายณ์, Manufacturing Dissent,ศาสนาพุทธ,ห้องสมุดIDE

1 กุมภาพันธ์ วันอาทิตย์
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ผมนึกถึงช่วงสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งแม่พาผมเข้าวัดใหม่คำวัน ที่พิจิตร และผมถ่ายภาพบรรยากาศวัดไว้ด้วย ครับ

วันจันทร์ที่2 กุมภาพันธ์
วันนี้พวกเราซ้อมบทหนังสั้น และผมถามเรื่องว่าพวกเราไทใหญ่คิดอย่างไร? กรณีละครทีวีเรื่องบางระจัน มีคนตอบมาขำขำว่าไม่ได้ดูช่อง3 ดูแต่ช่อง7 และเราคุยกันกว้างขวางไปถึงเรื่องสามก๊ก ซึ่งผมพูดเล่นว่าเขาว่าใครอ่านสามก๊กจบสามรอบคบไม่ได้ ฮร่าๆ และผมเพิ่งกลับมาคิดเรื่องที่เราคุยกันว่ามีตัวประกอบคนใหม่ เคยแสดงหนังเรื่องแรมโบ้ เป็นทหารพม่า
เอ่อ ผมคิดออกเชิงทฤษฎีกว้างมากจากเรื่องเคยอ่านชิเชค นักปรัชญา ผู้ศึกษาภาพยนตร์เชิงจิตวิทยาและเขาเคยเขียนบทความเชิงชาตินิยมวิเคราะห์เรื่องแรมโบ้ว่าอเมริกาเป็นการสร้างภาพฮีโร่ต่อต้านคอมมิวนิสต์เวียดนามใกล้ไทย แต่เขาเขียนมาถึงกรณีพม่าหรือไม่ ผมไม่รู้ น่าสนใจจริงๆ ไม่มีอคติ แต่ผมกำลังจะหลับก่อนบางระจัน จะจบวันนี้ ฮร่าๆ ที่ผมเขียนก็เขียนเล่นๆ แล้วก็นอนแล้ว ครับ^^
*ภาพประกอบการซ้อมบทหนังสั้นน้องหอมหรือบุญล้อม ครับ^^
**ลิงค์บทความของSLAVOJ ŽIŽEK
http://newleftreview.org/I/183/slavoj-zizek-eastern-europe-s-republics-of-gilead

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์
เล่าจื๊อสอนว่า “คนดีที่สุดมีลักษณะเหมือนน้ำ น้ำทำประโยชน์ให้แก่ทุกสิ่ง และไม่พยายามแก่งแย่งแข่งดีกับสิ่งใดๆ เลย น้ำขังอยู่ในที่ต่ำที่สุด ซึ่งเป็นที่ใกล้เต๋า…” ลัทธิเต๋าที่มีรูป “ไท่จี๋” เป็นสัญลักษณ์ คือรูปวงกลมและมีเส้นโค้งแบ่งเป็นสองส่วนขาวดำ อุปมาว่าเป็นมัจฉาคือปลาสองตัว
ปลาสีขาวเป็นตัวแทนของหยาง ส่วนปลาสีดำเป็นตัวแทนของหยิน ตาของปลาสีขาวเป็นจุดดำ แต่ตาของปลาสีดำเป็นจุดขาว คือในหยางมีหยิน และในหยินมีหยาง ผสมกลมกลืน.

* “เต๋า” คำนี้แปลกันมาว่า “ทาง,วิธี””มรรค” หรือ “แหล่งกำเนิดของทุกสิ่งทุกอย่าง” และเป็นการยากที่จะให้ความหมายเพราะคำ ๆ นี้ให้คำจำกัดความไม่ได้ แก่นแท้ของเต๋าลึกลับ..แนวคิดและหลักคำสอน ลัทธิเต๋าเป็นลัทธิที่จะทำความเข้าใจได้ยาก เพราะการเข้าถึงลัทธินี้จะต้องมีสัมผัสพิเศษที่สามารถเข้าถึงภาวะความจริงได้ รวบรวมจากเว็บที่เคยโพสต์ไว้ –ข้อสังเกตของผมเต๋าบางคำเป็นเหมือนภาษาทางปรัชญา และลักษณะคติพจน์แบบAphorismครับ
**ภาพประกอบสัญลักษณ์“ไท่จี๋”และบรรยากาศธรรมชาติใกล้น้ำ
Wisit Arun เต๋าไม่ใช่อะไร

อรรคพล สาตุ้ม พี่Wisit ใช่เต๋าไม่ใช่อะไร บางทีเข้าใจยากแบบที่ไม่ใช่อะไรด้วย ครับ^^

Wisit Arun มี่จริงจะว่ายากก็ยากนะ แต่ง่ายก็ง่าย จะว่าไปอาจเรียกได้ว่าง่ายจนเกินเข้าใจได้ด้วยซ้ำ

อรรคพล สาตุ้ม นั่นแหละ ผมเห็นด้วยเหมือนหยินหยาง มีคู่ คือ ทั้งยากและง่าย โดยสัมผัสพิเศษง่ายต่อเข้าถึงเข้าใจได้ง่าย ด้วยใจมั้ง ฮร่าๆ ผมยังไม่ลึกซึ้งพอ ครับ^^

Wisit Arun มันเกี่ยวกับสัญศาสตร์ด้วย งานของลากองก็มีประเด็นใกล้เคียงเรื่องนี้นะ

อรรคพล สาตุ้ม อืม สัญศาสตร์กับลากอง ร่วมทางจิตวิเคราะห์ เชิงภาษากับสัญศาสตร์ ลึกๆ ถ้ามองแบบฝรั่ง ขอบคุณที่พี่แนะนำผมเพิ่งรู้เรื่องลากองกับเต๋า ครับ

Wisit Arun โครงสร้างพื้นฐานทางความคิดตามแนวคิดของเลวี เสตราส์ไง Binary oposision

อรรคพล สาตุ้ม ใช่ๆ มองแง่หยินหยาง-ความคิดคู่ตรงข้ามจากเลวี เสตราส์ มาสู้สัญศาสตร์ และsign ถึงลากอง ด้วย

Wisit Arun เต๋าไม่ใช่อะไรคือการพ้นไปจากกับดักทางโครงสร้างทางความคิดที่ประกอบขึ้นเป็นสิ่งต่างๆ

อรรคพล สาตุ้ม พี่ทำให้ผมนึกออกเรื่องเต๋า อีกอย่างนี่บางทีก็มีคนเอาไปใช้ทางวิทยาศาสตร์อธิบายสิ่งแวดล้อมอย่างฟริตจ็อบ คอปร้า ท้าทายกับดักประกอบสร้างวาทกรรมวิทยาศาตร์ด้วย ครับ

Wisit Arun เพราะมันเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางความคิดไง มันเลยอแด็ปไปได้เยอะ

อรรคพล สาตุ้ม structure of basic is tao โครงสร้างพื้นฐาน คือ เต๋าข้ามพ้นภาษากับดักความคิดอแด็ปได้เยอะ
ใช่พี่ คนดีต้องคนที่พูดอ้างประเทศตอแหลแลนด์ ครับ^^
วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์
ผู้กำกับหนังสั้นคุยกับผมได้โจทย์ออกแบบหลักกิโลเมตรกับเสื้อยืดสีดำ สำหรับหนังสั้นวงแหวนรอบนอก ถ้าผมต้องอธิบายแนวคิดการทำเสื้อนี้(*) ผมบอกใช้ส่วนผสมแนวศิลปะตัดแปะ (Collage art) สะท้อนเรื่องของพื้นที่วงแหวนรอบนอก ผ่านหลักกิโลกับแผนที่ถนน ครับ^^

*เนื่องจากออกแบบแล้วต้องนำเสนออิทธิพลของนิตยสารAsian Art Newsและหน้าปกหนังสือIlluminations: Essays and Reflections [Walter Benjamin] แต่ถ้าอธิบายเขียนจะเยอะเกินไป ฮร่าครับ
http://www.asianartnews.com/frames/index.htm

**ภาพประกอบงานออกแบบเสื้อยืด 2แบบ ครับ
หาว! ก่อนนอนฟังเพลงThe Dream Before (for Walter Benjamin) โดย Laurie Anderson ครับ https://www.youtube.com/watch?v=fWuNEw0EHMc
ถ้าใครสนใจOne Way Street: Fragments for Walter Benjamin (excerpt).เล่าประวัติวอลเตอร์ เบนจามิน นักวิชาการสํานักแฟรงก์เฟิร์ต(frankfurt school)ผู้ลี้ภัยนาซี

วันพฤหัสที่ 5 กุมภา
พวกเราออกกองถ่ายหนังสั้น และผมเกือบใส่แว่นกันแดด ทำเท่ห์ หลังจากลองทบทวนภาพ เปรียบเทียบก่อน-เข้ากล้อง และตอนนี้นอนพักดวงตาแล้ว ครับ^^

วันศุกร์ที่6 กุมภาพันธ์
รายการทีวีวันศุกร์นายกทหารอย่างบิ๊กตู่ ไม่พูดเรื่องข้อเรียกร้องหลักการในร่างพรบ.แรงงานสัมพันธ์ฉบับที่เสนอโดยประชาชน (ฉบับบูรณาการ) มีการแก้ไขนิยามของนายจ้าง-ลูกจ้าง เปลี่ยนเป็น “ผู้จ้างงาน”-“คนทำงาน” เพื่อให้เกิดทัศนคติใหม่ว่าผู้จ้างงานและคนทำงานเป็นหุ้นส่วนกัน ต้องปฏิบัติต่อกันด้วยความเท่าเทียมและเป็นธรรม เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันที่ดีและพัฒนางานให้ก้าวหน้าต่อไป
http://www.lrct.go.th/th/?p=15109
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีแรงงานนอกระบบ พ่อค้า แม่ค้า รับจ้างทำงานอิสระ ฟรีแลนซ์ ฯลฯ รวมทั้งนักเขียน ยังไม่ได้รับการคุ้มครอง เท่าที่ฟังท่านผู้นำ ที่สบถไอ้ห่า จะเน้นเอาใจเอกชน ผู้จ้างงานเป็นหลัก มากกว่าคนทำงาน ด้วย ครับ
*ภาพประกอบการ์ตูนล้อเลียนการเมืองไทย ครับ^^

พี่April เหล่ หรือบิ๊กตู่ เมื่อวานพูดอย่าเป็นเหยื่อพวกทำลายชาติเหมือนคนดี โดยคิดว่าตนเป็นคนดี คือ มีอำนาจเป็นคนดี ตัดสินคนไม่ดี…ขี้ข้า พูดทำไมวะ บิ๊กตู่เคยพูดไว้ โดยไม่พูดหลักการพรบ.แรงงานสัมพันธ์ สำคัญเช่น คนทำงานมีเสรีภาพในการรวมตัว ตั้งองค์การลดการแทรกแซงของรัฐ ในการ ปลด ยุบสหภาพแรงงาน ผู้จ้างงานต้องส่งเสริมไม่ขัดขวางการรวมตัวของคนทำงาน ครอบคลุมแรงงานทั้งหมด รวมข้าราชการ นี่ผมหวัง น่ะครับ^^
พี่April ใช่ ตัวตลกตู่ ล่าสุดโดนล้อการเมืองขบวนพาเหรด ซึ่งข้อสังเกตด้านหนึ่งการประเมินพลังของด้านกดทับเสรีภาพ ทำให้นักศึกษาสนใจการเมืองมากขึ้น อาจจะดีที่มีการมองกันว่ายิ่งถูกบีบโดยกฏอัยการศึก ทำให้คนกลัว ฯลฯ จะทำให้คนตาสว่าง นี่ผมประเมินในแง่ดีตามจริง ครับ

วันเสาร์ที่7 ก.พ.
… “เนื่องด้วยยังมีวันพรุ่งนี้ตลอดกาล จึงมีความหวังเป็นนิรันดร์”ฯลฯ…”ในโลกไม่มีงานเลี้ยงที่มิแยกย้ายเลิกรา ในเมื่อพวกเราจะเร็วจะช้าก็ต้องแยกทางกัน เร็วหลายวัน ช้าหลายวัน จะผิดแปลกกันอย่างไรกัน?”
ลี้คิมฮวงเอ่ยกับอาฮุย ก่อนคารวะหนึ่งจอกร่ำลากัน-ประโยคคมๆในนิยายฤทธิ์มีดสั้น จากที่โกวเล้งเขียนไว้.. เมื่อว่ากันว่านิทเช่ ผู้ถูกโกวเล้งดื่มด่ำวิธีของ Aphorism(คำคม)กลายเป็นนิยายจีน(โกวเล้ง รับอิทธิพลนิทเช่) ครับ
*หลายวันก่อนผมเล่าเรื่องตัวเองมีเชื้อสายแซ่ลี้ คนฟังในวงสนทนาพูดว่า ลี้คิมฮวง-โกวเล้ง ผู้มีอิทธิพลของนักเขียนตะวันตกอย่างเฮมิงเวย์ ดูข้อมูลภาษาอังกฤษ เป็นต้น ครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Gu_Long
**ภาพประกอบปกหนังสือจากเน็ต ครับ

วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.
คนที่ท่านต้องการจะลืมที่สุด ก็คือเป็นคนที่ท่านไม่อาจจะลืมได้… รอยขาดของเสื้อผ้าปะเย็บได้ แต่บาดแผลที่หัวใจ มิว่าผู้ใดก็ไม่อาจเย็บสมาน… คนเราหากมักคิดเห็นแก่ตัวเองเสมอ นับว่าแม้มีชีวิต ก็ไร้รสชาติอย่างยิ่งจริงๆ น้ำใจระหว่างคนต่อคน บางครั้งยากยิ่งจะเข้าใจได้จริงๆ …ความจริงชีวิตก็เต็มไปด้วยความขัดแย้งอยู่แล้ว มิว่าผู้ใดต่างไม่มีปัญญาบิดเบือนได้ …
…ขอเพียงไม่ละอายต่อมโนธรรม ไยต้องไปสนใจผู้อื่นคิดอย่างไร? …
*คำคมผมรวบรวมจากเน็ต แรงบันดาลใจจากวงคุยกันเรื่องแซ่ และคนชอบอ่านนิยายจีน มีที่ผมแซ่ลี้ สืบเชื้อสายถึงจักรพรรดิจีน คนในวงคนหนึ่งทำท่าคารวะแบบจีน ผมหัวเราะ และลืมคุยแซ่ลี้ในจีนมีสำมะโนประชากรเป็นพันล้านคนขึ้น ฮร่าๆ
โดยผมค้นดูข้อมูลเพิ่มเติม หลี่ซือหมิน(ถังไถ่จง) แซ่ลี้หรือหลี่ ทั้งศาสดาเต๋า เล่าจื๊อ ต้นกำเนิดแซ่ลี้ หลี่ไป๋ กวีจีน และบรู๊ซลี เป็นต้น
http://www.thaichinese.net/thaichineseblog/li/

**โกวเล้ง เขียนนิยายฤทธิ์มีดสั้น-ลูกปลาน้อย (เซียวฮือยี้) –ฯลฯ ไม่ว่าจะอิทธิพลนิทเช่ ผู้ถูกโกวเล้งดื่มด่ำวิธีของ Aphorism หรือปรัชญาเต๋า เซน พุทธก็ตาม และผมจบด้วยกลั่นกรองถ้อยคำร่ำสุราน้ำมิตรเป็นคำคม ครับ^^
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%87
***ภาพประกอบหนังฤทธิ์มีดสั้น-ลี้คิมฮวง ครับ

วันจันทร์ที่9 กพ.
ก่อนวันวาเลนไทน์ ที่ผู้อ่านต้องเมาเหล้าจะเข้าใจโกวเล้ง-นิทเช่(ฮร่า) กับการเขียนหนังสือ โดยใช้วิธีของ Aphorismเป็นรูปแบบคติพจน์,คำพังเพยหรือคำคมสั้นๆ ซึ่งนิทเช่เขียนด้วยเลือดเนื้อชิ้นส่วนของชีวิตเป็นการเขียนหนังสือสิบประโยคในสิ่งที่คนอื่นๆกล่าวไว้ในหนังสือหนึ่งเล่ม และสิ่งที่คนอื่นๆไม่ได้กล่าวไว้ในหนังสือหนึ่งเล่ม โดยงานนักปรัชญาเล่มขนาดใหญ่เขียนยาวมาก นิทเช่ไม่เห็นด้วยโดยกล่าวว่า บางเรื่อง ถ้าพูดแต่เพียงสั้นๆ ก็ถือว่าเป็นผลิตผลของความคิด ที่มีมาอย่างยาวนานมากได้

ดังนั้น งานเขียนดังกล่าวของนิทเช่นี้ ทำให้ผมมานึกถึงการอ่านงานปรัชญา หรืองานวิชาการอื่นๆ อันยากมากกว่าเข้าใจต้องอ่านหลายรอบ เป็นตัวอย่างของวิธีการอ่านในหลายแบบ ด้วย
เมื่อความสำคัญต่อผู้อ่านต้องอ่านระหว่างบรรทัดของประโยคจากการย่นย่อคำสั้นๆบริบทนั้นๆ ถ้าเกิดขยายความแล้ว อาจจะกลายเป็นหนังสือหลายเล่ม ซึ่งคำคมในเชิงคติพจน์ ที่สั้นๆ แฝงปรัชญาในมุมหนึ่งประหยัดคำ ทำให้เข้าใจง่ายและยากได้คราวเดียวกัน เป็นข้อจำกัดของคำสั้น
นี่แหละการสื่อสารกับผู้อ่าน สำหรับผู้เข้าถึงได้ในสัมผัสใกล้นิทเช่ ที่เป็นบ้า(ฮร่า)ซึ่งนิทเช่ชอบไดอะเนซัส เทพเจ้าแห่งดนตรีและไวน์(ฮร่า)
“There is always some madness in love. But there is also always some reason in madness.” – Friedrich Nietzsche
“บางทีความบ้าอยู่ในความรัก แต่บางทีเหตุผลอยู่ในความบ้า”(เหมือนกับความรัก:ผมแปล) หรือคนแปลว่า “ความรักมักมากับความบ้าคลั่ง แต่ในความบ้าคลั่งก็มักมีเหตุผลแฝงอยู่เสมอ”
เมื่อผมลองสรุปความเล่นๆจากการแปลโดยผมเองต่อยอดอาจจะแปลความง่ายๆ ตลกๆว่าบ้าๆก็บ้ารัก คิดถึงคำว่าLove is Madness.
ปิดท้าย How the “True World” Finally Became Fiction(โลกจริงกลายเป็นนิยายท้ายที่สุดได้อย่างไร?)หรือโลกจริงกลายเป็นมายาที่มาจากหนังสือTwilight of the Idols, or, How to Philosophize with a Hammer
http://en.wikipedia.org/wiki/Twilight_of_the_Idols
*ภาพประกอบคำคมของนิทเช่ ต้นแบบแนวคิดPost Modern. ซึ่งส่งผลต่อฟูโก้ และตัวอย่างกรณีแดริดา ที่มีอ้างอิงถึงกันว่ากันว่าหนึ่งประโยคของนิทเช่เท่ากับสรุปใจความสำคัญของผลงานรื้อสร้างทางภาษาวรรณกรรมและศิลปะของแดริดาด้วย ครับ

** http://thailand.englishtown.com/community/Channels/article.aspx?articleName=lovequotes#sthash.kWU0IG1z.dpuf

***นิทเช่ : การอ่านคืองานศิลปะ
https://www.facebook.com/notes/388703027893358/

เหม่ ราตรีสวัสดิ์กับเพลงไทยขำขำ
STAMP : ให้ตายสิพับผ่า [Official MV] https://www.youtube.com/watch?v=H_1bYgbU5Cw

วันอังคารที่10 กุมภาพันธ์
วันนี้หลายเรื่องมากเกินกว่าจะเขียนสั้นๆง่ายๆ ได้พบกับทีมหนังสั้นน้ำตาแม่อาย และรุ่นพี่ ฯลฯ ทำให้ผมโพสต์ภาพกระบวนการหนังสั้น ที่กำลังทำอยู่ด้วย ท้ายนี้ถ้าคนสนใจตากล้องติดต่อคุยกันเพิ่มเติมทางInbox ได้ ครับ
ผมนึกถึงเรื่องเล่าคุ้นเคยกับการบริหารญี่ปุ่น สไตล์การบริหารแบบสำคัญที่ทีมเวริค์ เน้นการประชุม เพราะเกิดวางแผนที่1 ที่2 สำรองไว้จากการร่วมประชุม ทีมต้องมีมติร่วมกัน ร่วมรับผิดชอบร่วมกัน และคนญี่ปุ่นไม่เน้นคนเก่ง แต่เน้นคนทำงานร่วมกันได้
เพราะฉะนั้น คนญี่ปุ่นไม่มีคนเด่นเน้นอย่างแนวยุโรป
จริงๆแล้วการทำงานของไทย น่าจะใช้สไตล์การทำงานเป็นทีมมากกว่าอย่างเราเป็นประเทศกำลังพัฒนา ถ้าต่างคนต่างทำต่างคนต่างคิด โดยไม่มีคนหารือร่วมกันจะทำให้เราทำงานช้าลง และกระจายอำนาจให้ความวางใจกับคนทำงาน
ราตรีสวัสดิ์ ครับ
*ภาพประกอบการประชุมงาน และซ้อมการแสดง
**หนึ่งในสี่หนังสือที่ผมซื้อในงานสัปดาห์หนังสือมช. เป็นหนังสือเกี่ยวกับหนังที่่ราคาถูกมากเหมาะเป็นคู่่มือ ครับูู^^
Lamaiwadee ขอบคุณที่ชมชอบ ครับ^^
พี่April เล่าประวัติพี่ได้น่าคิดกับความจริงของประเทศ สุดท้ายเรื่องโดนปรับทัศนคตินี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ เมื่อวานผมคุยกับคนในทีมงานหนังสั้นน้ำตาแม่อาย ที่โดยทหาร กับตำรวจเรียกไป หลังจากถ่ายรูปชูสามนิ้วที่ท่าแพ ซึ่งได้คุยเพิ่มเติมกับอีกคน น่าจะต้องวางแผนเตรียมตัวไว้ก่อนล่วงหน้าด้วย ขณะนี้เน็ตของผมชอบหลุดๆ อีกแล้วราตรีสวัสดิ์ ครับ
พี่April ใช่ ผมเห็นด้วยต้องระวังตัวกัน ในหลายทางด้วย ครับ
โฆษณาต่างหากแถม หนังสั้นน้ำตาแม่อาย ที่มีคนชูสามนิ้ว ได้เล่าว่าช่องWe tv เชียงใหม่ ได้รีรันฉายหนังสั้นเรื่องนี้อีก ครับ^^

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์
ฝากประชาสัมพันธ์หาคนเลี้ยงลูกแมว ซึ่งเจ้าของที่นี่ ไม่มีคนคอยดูแล น้องแมวครับ^^

โรงพยาบาล บ้านหมอรักสัตว์

วันพฤหัส 12 ก.พ.
ผมกำลังทบทวนดูไฟล์หนังสั้น ซึ่งผมต้องแสดงเป็นตัวประกอบ เนื่องจากคนเดินไปๆมาๆให้ดูดีไม่ขาดๆ เกินๆ เป็นองค์ประกอบ(ฮร่า) ที่มาจากบทหนังสั้น จ๋ายยุ่น(เรื่องจริง) บทภาพยนตร์โดย อรรคพล สาตุ้ม ดัดแปลงจากเรื่องย่อ ชายหนุ่มเพื่อนร่วมงานอารมณ์ดีเก่งกับบุญ ทำงานก่อสร้างที่เดียวกัน ในที่สุดแล้วผมตกใจตอนแรก เหมือนไฟล์หาย แล้วผมหาเจอ นอนหลับสบายแล้ว ครับ^^

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์
รายการทีวีวันศุกร์ นายกพูดโรดแมป ทำให้ผมนึกถึงเรื่องแม่น้ำ5สาย…แต่ผมคิดถึงแม่น้ำกก เป็นแม่น้ำสายสำคัญสายหนึ่งในภาคเหนือของประเทศไทย มีต้นกำเนิดมาจากทิวเขาแดนลาวและทิวเขาผีปันน้ำตอนเหนือของเมืองกก จ.เชียงตุงภายในอาณาเขตของรัฐฉานในประเทศพม่า ไหลเข้าสู่ประเทศไทยที่ช่องแม่น้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ไหลมาเรื่อย ๆ จนผ่านตัวอ.เมืองเชียงราย หลังจากนั้นก็ไหลลงแม่น้ำโขงที่บริเวณสบกก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย(แม่น้ำโขงไหลผ่านจีน)
นี่แหละภาพการเชื่อมโยงลุ่มน้ำโขงตอนบนมาลุ่มน้ำชี-มูลในอีสาน เป็นต้น เมื่อผมอยากรู้ว่านายกฯ ชักแม่น้ำทั้งห้า แต่แม่น้ำแต่ละสายปิง วัง ยม น่าน เชื่อมโยงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลลงสู่ทะเล อาจจะออกทะเลให้หลงทาง
แน่ละ สิ่งที่ผมยกตัวอย่างเปรียบเปรยเรื่องรัฐธรรมนูญแม่น้ำหลายสาย โดยมายาสร้างภาพ ถึงโรดแมป แม้แต่พยายามไปญี่ปุ่น ให้ร่วมมือไม่ง่ายด้วย ครับ^^

*ภาพประกอบโปสเตอร์ในอดีต เป็นแผนที่ไทยสมัยญี่ปุ่นเข้ามาไทย ต่อต้านอังกฤษ-อเมริกา และดูเพิ่มเติมธงชาติสัญลักษณ์ ฯลฯ ข้อมูลต่างๆ (Southeast Asia During World War II) ครับ
http://www.seasite.niu.edu/crossroads/aneher/warinsea_slbs.htm

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์
หัวใจมีคุณค่า..หลับฝันไม่เดียวดาย
แรงบันดาลใจที่มาจากหนังสือความรักในศิลปะอาเซียนและวัฒนธรรม
*ภาพประกอบจากหนังสือLove in Asian Art and Culture ว่าด้วยความรัก ศิลปะ วรรณกรรมจีน ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นต้น ครับ

ใช่ พี่April ภาพสวยงาม จากความรักในศิลปะอาเซียนฯ และผมนึกถึงเรื่องพระศิวะคอดำ เพราะดื่มน้ำพิษ ผลของความรักโลกของพระศิวะ พระศอเป็นสีดำ เพราะเมื่อตอนที่พระนารายณ์และเหล่าเทวดา อสูร ทำพิธีกวนเกษียรสมุทรโดยใช้พญานาคเป็นตัวฉุดเขาพระสุเมรุนั้น ใช้เวลากวนนานมาก พญานาค จึงคลายพิษออกมาปกคลุมไปทั่วโลก
ดังนั้น พระศิวะ เกรงจะเป็นภัยต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในโลก โดยได้สูบเอาพิษเหล่านั้นไว้ ทำให้คอของพระศิวะเป็นสีดำนั่นเอง(สีของความรักแท้บริสุทธ์ว่าเป็นสีดำ เสมือนสีคอพระศิวะ ) ที่มาคิดต่อยอดผมอ่าน love in Asian art and culture(ความรักในศิลปะอาเซียนและวัฒนธรรม) ครับ

พี่April ผมคิดว่าเป็นความรู้กับผม ในแง่หนึ่งของมุมมอง คือ ภาพสะท้อนนี่เตือนตัวผมเองด้วยซ้ำ แลกเปลี่ยนการตีความในแง่ความรัก ที่มีองค์ประกอบของศิวะ บ่งชี้ถึงความรัก ต้องเสียสละ อดทน ฯลฯ ความหมายมากมายของนิยามความรักต่อผมด้วย ครับ^^

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
พี่นิติพงศ์ สำราญคง โพสต์รูปไปทวงบทหนังสั้น มีรูปถ่ายคู่กับผมชูสองนิ้ว ขำขำ ครับ^^

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์
เมื่อภาพพระนารายณ์เวลาทรงสร้างโลกก็สร้างในน้ำ บรรทมก็บรรทมในน้ำ หรือบรรเทาหลับในเกษียรสมุทร ก็ทรงสุบินถึงการสร้างทุกสรรพสิ่ง (เกษียรสมุทรหรือทะเลน้ำนม ที่เทพกับอสูรแย่งน้ำอมฤต เกิดเทวีสุรา,ของวิเศษ,ฯลฯ และชัยชนะของเทพ โดยศิวะกลืนพิษคอดำสัญญะความรักต่อมนุษย์ถึงสิ่งมีชีวิต) ที่มาชื่อผู้ที่ได้เคลื่อนไหวอยู่ในน้ำ ครับ
อย่างไรก็ตาม กรณีภาพทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์เป็นทับหลังที่ปราสาทหินพนมรุ้ง นับเป็นโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ที่ถูกโจรกรรมไป เมื่อราวปี พ.ศ. 2503 และถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่สถาบันศิลปะชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในที่สุดชาวไทย นำโดยรัฐบาล.. ก็ได้ทับหลังชิ้นนี้คืนมา ทันวันพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งพอดี ในปี พ.ศ. 2531 ในแง่ชาตินิยมของหนังสือSIAM MAPPEDDฯ สนใจเรื่องนี้

*ข้อมูลเพิ่มเติมตำนานพระนารายณ์ และวิกิพีเดีย พระวิษณุ หรือพระนารายณ์ หนึ่งในสามตรีมูรติ ที่มีพระศิวะ พระพรหม ฯลฯ ครับ
** แน่ละประเด็นเรื่องการอวตารของพระวิษณุนั้นทรงอวตารเป็นทั้งมนุษย์และสัตว์ และการอวตารของพระองค์จะเป็นไปตามศิวะโองการ (คำสั่งของพระศิวะ) และการอัญเชิญขอร้องของหมู่เทวดา ก็เป็นเรื่องที่ผมสนใจ กรณีรามาวตาร หรือ รามจันทราวตาร(อวตารเป็นพระราม กษัตริย์แห่งอโยธยา)เพื่อปราบอสูรนาม “ราวณะ” หรือ “ราพณ์” หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม “ทศกัณฐ์”

ผมอยากหลับๆ ฝันๆ ขอเทพบันดาล เผื่อได้เลขหวย จากฝันไปนอนก่อน ครับ^^

วันอังคารที่17 กุมภาพันธ์
เมื่อวันจันทร์ผมถ่ายหนังสั้นจบเป็นเรื่องที่สองด้านกฎหมายกับคนงาน และประชุมงานต่อเนื่องเรื่องบทหนังสั้น “นางสวย”เกี่ยวกับคนงานในโรงงาน-ประกันสังคม ในการลาคลอด จากงานได้ด้วย ครับ^^

Lamaiwadee เราถูกยกเลิกสิทธิฯดังกล่าวผมไม่แน่ใจความรู้เรื่องกฎหมายและประกันสังคมน้อย และตอนคุยบทหนังเรื่องนี้ไม่มีคนคุยบอกผมด้วย ครับ

สำนึกอดีต ใช่ ที่มูลนิธิที่อาร์ตเคยมาสอนกลุ่มนี้แหละผมจำได้
Michael ขอบคุณที่ชมในแง่นั้น แต่ผมถ่อมตัวโดยเฉพาะสายที่ทำงานด้านฟิลม์ มีที่ผมเคยคุยกับพวกจบอเมริกา มหาลัยดังๆ และที่อังกฤษ พวกนี้ทฤษฎีเยอะกับปฏิบัติเยอะ ส่วนไอเดียล่าสุดสำหรับเราน่าเสนอทำสารคดี( documentary) เป็นเรื่องที่สนใจอยู่น่าเอางานสารคดีที่ไมค์ เคยได้รางวัลเสนอระดมทุนด้วย ครับ
ทั้งนี้ กรอบของพวกทฤษฎีกับปฏิบัติสายสารคดี มีเรื่องเชิงวิชาการ ซึ่งผมสนใจงานของ Debra Beattie ด้วย
http://www.griffith.edu.au/humanities-languages/school-humanities/staff/debra-beattie
แต่ประเด็นอย่างว่าแหละหนังสั้น หรือสารคดี ที่ง่ายสุดอาจไม่ต้องมีทฤษฎีและปฏิบัติเยอะก็ได้ สำหรับผลงานที่ทำน้อยได้มาก ครับ^^

Lamaiwadee ประเด็นคุณน่าสนใจ ผมจะไปติดตามสอบถามผู้รู้อีก และคุณ ทำให้ผมนึกถึงการเปลี่ยนแปลงจากที่ผมนึกขึ้นได้เคยไปมีประสบการณ์ฟังเรื่องประกันสังคมไทย กรณี
หลักประกันสังคม แนวsocial security
http://www.prcmu.cmu.ac.th/scoop_detail.php?sco_sub_id=256

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์
วันตรุษจีน ดื่มนมหวนความความทรงจำ ครับ^^
ดื่มลืมเดียวดายใต้เงาจันทร์ ยกแก้วขึ้นชวนเชิญจันทร์ แจ่มจรัสใส
ทอแสงรวมเงาเจ้า เป็นหลี่ไป๋
*แรงบันดาลใจโดยดัดแปลงบทกวีดื่มเดียวดายใต้เงาจันทร์ของหลี่ไป๋
**ภาพประกอบร้านนมแห่งหนึ่ง แถวใกล้ท่ารถทัวร์อาเขตของเชียงใหม่
***ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ทุกคน ครับ^^
****ดื่มนมดูดีราตรีสวัสดิ์ครับ^^

วันพฤหัสที่ 19 กุมภาพันธ์
ประเด็นเล่าเรื่องจีน โดยผมสนใจงานด้านภาพวาดชุดจีนของร.4 ถ้ามีโอกาสอยากค้นคว้าเพิ่มเติม หลังจากค้นคว้าศาลเจ้ากวนอู และศาลเจ้าสันป่าข่อย ที่มีพระป้ายของเจ้าแก้วนวรัฐ สะท้อนความเป็นเทพ ซึ่งเวลาผ่านไปในความทรงจำต่อบทความด้วย ครับ

*ภาพหนังสือกับรูปถ่ายสมัยที่พัฒนาต่อมาเขียนเป็นบทความ “ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ชาวจีน กับผู้ปกครอง ความเชื่อ พิธีกรรม ในศาลเจ้าจีน จังหวัดเชียงใหม่” ในศิลปวัฒนธรรม โดยผมค้นบทความไม่เจอตอนนี้ ครับ^^
**ศาลเจ้ากวนอู (บูเบี้ย) ข้อมูลจากเน็ต

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์
รายการทีวีวันศุกร์ ผมไม่ได้ดูนายกฯไม่รู้พูดซ้ำเรามาจากเทือกเขาอัลไต หรือไม่ แต่ประวัติศาสตร์ไม่จริงได้หลายคนมองประเด็นนี้ ซึ่งยกตัวอย่างประวัติศาสตร์ของแผนที่ทางประวัติศาสตร์ ในภาพแผนที่สยามสมัยร.4 ฝรั่งเห็นแล้วไม่ศิวิไลซ์ โดยฝรั่งไปตีความภาพวาดและวาดภาพประกอบตรงกันข้ามจากเทวดาสวมชฎา ถือตรี และสังข์ กลายเป็นภาพวาดSIAMESE MAP ในสายตาฝรั่งอังกฤษด้วย
โดยประเด็นการวิเคราะห์-ตีความอันน่าสนใจส่วนตัวของผม สะท้อนมุมความเชื่อต่อเทพ เมื่อผมมองภาพเชิงเทวดาแห่งประวัติศาสตร์ ในภาพถ้าเป็นนารายณ์ถือตรี สังข์ ผ่านร่างของแผนที่สยาม ในแง่มากกว่าไตรภูมิเห็นการอวตารของเทวดา คือ การจินตนาการความหมายในเรื่องอวตารของแผนที่ในฐานะนารายณ์อวตาร เป็นปลา(มัตสยาวตาร) – ดั่งภาพอวตารอื่นๆ (หรืออวตารของวิษณุ ถือตรี สังข์เป็นสัญลักษณ์ของน้ำ) นี่เป็นข้อสังเกตใหม่ของผมด้วย
*ภาพประกอบNATIVE MAP OF SIAM ดูข้อมูลเพิ่มเติมNarrative of a residence at the capital of the Kingdom of Siam : with a description of the manners, customs, and laws of the modern Siamese (1852-อธิบายแผนที่ในรูปเป็นร.4)
https://archive.org/details/narrativeofresid00neal
ผมเล่าต่อยอดย่อๆความเป็นสมัยใหม่ของสยาม ที่มีคนจีนอพยพ สมัยต้นรัตนโกสินทร์ยุคร.4 เลิกจิ้มก้อง ด้วย
**ภาพประกอบหนังสือSIAM MAPPEDDฯ ภายในภาพประกอบ ที่มีรูปแผนที่ไตรภูมิ และรูปที่ฝรั่งว่าNATIVE MAP OF SIAM.(ข้อสังเกตคำว่าอวตาร และNATIVE ดูหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ)

พี่Khunya ประเด็นความวิบัติ ทำให้ผมคิดถึงเรื่องการตีความไปไกลกล่าวผม ในแง่นารายณ์บรรทมฯ เป็นความเข้าใจในทวิลักษณ์ที่ขาดดุลยภาพ จะช่วยให้เข้าใจถ้อยคำของกรัมชี่ที่ว่า “โลกเก่ากำลังจะตาย แต่โลกใหม่ก็ไม่พร้อมจะเข้ามาแทน ผลลัพธ์คือสัตว์ประหลาดตัวร้าย
****ความซับซ้อนของแผนที่ ถ้าตีความนารายณ์ๆ จะไปไกลดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องในเน็ต:ทำไมพระนารายณ์ จึงบรรทมสินธุ์ เป็นต้น

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์
วันพุธที่ผ่านมาได้รับงานด่วน โดยตอนแรกกะจะทำได้ในอำเภอเมือง กลับไม่ได้ จึงต้องไปอำเภอสันป่าตอง จังหวะของชีวิตเจอรุ่นพี่ คุยกันไม่นานในเรื่องหนังรางวัลออสการ์ ฯลฯ เพราะผมบอกต้องไปอีกที่หนึ่งต่อ แล้วเขาพูดขำขำว่า บอยไม่มีเวลารีบ หรอก ผมหัวเราะแล้วขอตัว ไม่ได้พูดเอ่ยงานเลี้ยงย่อมแยกย้ายเลิกรา(ฮร่า)
*ผมคัดเลือกภาพถ่ายรูปเล่นๆบรรยากาศรอบๆทุ่งนาแถวสันป่าตอง โดยใช้กล้องOlympusเล็ก ซึ่งบางภาพใช้แสงธรรมชาติ กับบางภาพลูกเล่นของกล้องแต่งภาพ ครับ^^
ผมฟังพลงดวงดาวสูญหาย รางวัลออสการ์นอมินีปีนี้ แล้วไปนอน ครับ^^

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์
กระบวนการเก็บข้อมูลเขียนบท โดยอ่านเอกสารตามภาพ และต่อมาบทเขียนร่วมกันของอรรคพล สาตุ้มกับนิติพงศ์ สำราญคง ซึ่งภาพประกอบวันนี้ออกกองหนังสั้น ทำให้ผมทบทวนจากรูปถ่ายของคนในทีมงานถ่ายผ่านกล้องโอลิมปัส กับกล้องแคนนอน 700D ใช้เลนส์Fix ที่มีผมร่วมถ่ายรูปด้วย ครับ^^

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์
เมื่อผมถูกทวงถามบทรีวิว หนังสือเขตLikeกระสุนจริง หลังจากพยายามหาที่เขียนลงเผยแพร่กระจายไม่ได้ จึงบอกเจ้าของหนังสือว่าผมจะเขียนสั้นๆ สี่บรรทัดในเฟซฯ เนื่องจากผมเคยเขียนไปหนึ่งรอบสั้นๆ (ฮร่า) ต่อมาพัฒนาร่างๆเขียนไปได้หลายบรรทัดมากขึ้นๆ
ซึ่งเรื่องเล่าภาพจริง กับภาพเสมือนในโลกเฟซฯ ที่ว่ากันว่าสงครามการเมืองยังไม่จบ มีรบกันในเฟซฯ ด่ากันในโลกเสมือนจริง จับผิดติดตาม ฯลฯ ล้วนมีกล่าวกันไว้บ้างแล้ว
จากผมเกริ่นนำมาสู่รีวิวหนังสือในประเด็นของสื่อเฟซฯ ส่วนหนึ่งซ้อนซ่อนกับเรื่องสั้นเขตLike กระสุนจริง เป็นเรื่องสั้นใจกลางของรวมเรื่องสั้นเขตLike กระสุนจริง อ่านมุมหนึ่งเห็นความรักโรแมนติค แต่มุมมากกว่านั้น นี่ที่ผมยกตัวอย่างหวนคิดถึงปัญหาตอนจบของเรื่องอ้างอิงปี2519 เฟซฯ ยังไม่มีเป็นตอนเกิดของตัวละคร ที่หวนคำนึงถึงเธอ ที่ตายไป แต่ข้อมูลในเฟซฯ ยังไม่หายไปด้วย
อนึ่ง ส่วนตัวในแง่อารมณ์ความรู้สึกข้อมูลข่าวสาร ที่เคยได้รับหายไปได้ในโลกสื่ออินเตอร์เน็ต ในฐานะสื่อไม่ว่าหนังสือรวมเรื่องสั้น-เฟซฯ แล้วถ้าข้อมูลหายไป ภาพสะท้อนการมีอยู่หรือไม่มีของวงจรอันทรงพลังของภาษาการเขียน ในโลกอินเตอร์เน็ต ต่างส่งเสียงผ่านภาษา และเราจะหลุดพ้นตาสว่างหลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งได้ง่ายหรือไม่
ดังนั้น เรื่องสั้น และนิยายสมควรถูกอ่านให้ตื่นตา เพราะเรื่องสั้นและนิยายได้สร้างความจริงขึ้น เพื่อเข้าใจภาพมายาของโลกนี้ ส่วนตัวผมสะท้อนความเป็นไทยเลียนแบบฝรั่ง หรือผู้อ่านเห็นความหมายบุ๊คนี้แบบเดียวกับfacebook ด้วยครับ^^
* บันทึกย้อนอดีต
10 กรกฎาคม 2557 เมื่อวานผมแวะไปเจอนักเขียนรุ่นพี่ ที่ร่วมเขียนบทหนังสั้น มีหนังสือผลงานเล่มใหม่รวมเรื่องสั้น I like เขตกระสุนจริง(แก้ไข26ก.พ.58: เขตLikeกระสุนจริง) และผมแวะไปตอบแทนด้วยของฝากเป็นข้าวหลาม ซึ่งผมรับปากว่าจะรีวิวหนังสือ โดยอ่านหนังสือจบ แล้วนึกรีวิวสั้นๆว่าราษฎรต้องออกมาต่อต้านความชั่วร้ายทางการเมืองทหารเข่นฆ่าประชาชน! นี่แหละเสรีภาพ ต้องมีโอกาสแสดงออกเช่น ข่าวหม่ำข้าวหลามแทน แซนด์วิชประท้วงคสช. ครับ^^
โดยการเขียนเล่าเรื่องสั้นในเรื่องมวลมหาประชาชน ในเขตLike กระสุนจริง ซึ่งผมเคยเห็นต้นฉบับมาก่อน และต่อมากรณีผมมีเมล์ไชโยของไทย เจ๊งไปข้อมูลหายไป
**แรงบันดาลใจผมเล่าโครงร่างรีวิวไปไกลนอกตัวบทของบริบทหนังสือเขต Like กระสุนจริงถึงเจมส์ จอยซ์ เนื่องด้วยเห็นรูปMarilyn Monroe Reads Joyce’s Ulysses at the Playground (1955) ภาพมารีริน มอนโร อ่านยูลิซิสของเจมส์ จอยซ์
ส่วนภาพของผมทีมงานหนังสั้นถ่ายให้เล่นๆขำขำ โดยผมอยากตัดต่อรูปคู่มารีริน มอนโรอ่านเขตไลค์กระสุนจริงเหมือนผม เพราะผมคิดถึงภาพถ่ายผมเองกับหนังสือเขตLikeกระสุนจริงไอเดียเดียวกับภาพมารีริน มอนโร อ่านยูลิซิสของเจมส์ จอยซ์
http://www.openculture.com/2012/11/marilyn_monroe_reads_joyces_ulysses_at_the_playground.html
http://www.booktryst.com/2010/10/marilyn-monroe-avid-reader-writer-book.html
ผมมีหนังสือยูลิซิส อ่านไม่จบอ่านยาก ต่อมาอ่าน FINNEGANS WAKE ของJames Joyce ประโยคหน้าแรกภาษายากๆ งานเขียนท้าทายผู้อ่าน จนผมรู้สึก ..ร่วงหล่นตก…The fall (bababadalgharaghtakamminarronnkonnbronntonner-ronntuonnthunntrovarrhounawnskawntoohoohoordenenthur-nuk!)….

ความยากอันเข้มข้นของกำแพงภาษางานทดลองสุดล้ำก้าวหน้ามาก จากตัวอย่างงานของjames joyce(เขียนเรื่องสั้น บทกวี รวมทั้งบทละครดูประวัติเพิ่มเติม) ที่ผมยกตัวอย่างคำร่วงหล่นตกมาเปรียบเทียบกับความหมายThe fall(…)กับคำในวงเล็บแสนยาว นี่ต้นกำเนิดโพสต์โมเดริน์ทางวรรณกรรม แท้จริงแล้ว ไม่มีความจริงเป็นสิ่งถูกสร้างขึ้น
(เว็บอ้างอิง:อ่านเพิ่มเติม การอธิบายขยายความคำแต่ละคำ ถูกขีดเส้นใต้ระหว่างบรรทัด เช่น คำว่า The fall : The story tale of the fall is retailed early in bed and later in life…)
http://www.finwake.com/1024chapter1/1024finn1.htmมโนสำนึกของฟินเนกัน
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99

***การ์ตูนล้อเลียนงานเขียนของเจมส์ จอยซ์ “Does nobody understand?”(ไม่มีคนเข้าใจ?)… The last words of James Joyce.
http://awaisaftab.blogspot.com/2008_11_01_archive.html
****ปิดท้ายของการเขียน ที่มาเน้นเจมส์ จอยซ์ เพราะงานเเขียน FINNEGANS WAKE เกี่ยวกับการหลับและการฝัน…ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์
ภาพบรรยากาศถ่ายภาพเล่นๆ วันที่ออกกองหนังสั้น ที่หางดง และโรงพยาบาล ครับ^^

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์
ผมคิดถึงเพลงDream before..History is an angel(ประวัติศาสตร์ คือ เทวดา) กรณีที่ผมเห็นไอเดียน่าสนใจนำเพลงDream before(for Walter Benjamin ที่มาจากไอเดียTheses on the Philosophy of History) ใส่”Manufacturing Dissent”เป็นสารคดี(documentary)ด้านคนงาน ที่มีตัวอย่างตัดต่อสั้นๆตอนใกล้จบ

ปิดท้าย ขอไปหลับตานอนฝันก่อนราตรีสวัสดิ์ ครับ^^ *งานสารคดีนี้ของDebra Beattie ดูท้าทายสำหรับผม(History is an angel ความเชื่อ ความหวังฯลฯ) เพราะสารคดียังแบ่งเป็นหลายแนวสารคดีประวัติศาสตร์ หรือสารคดีแนวใหม่ๆ ที่มีท้าทายเส้นแบ่งเรื่องจริงกับเรื่องแต่งเหมือนนิยาย ฯลฯ ด้วย ครับ
**ผมแค่ชื่นชอบมหาลัยออสเตรเลีย ในบริบทนี้บางแห่งมหาลัยอันรากฐานการศึกษาน่าสนใจทางฟิลม์หรือสารคดี แต่ไม่ได้เหมาว่าคนไม่จบมหาลัยด้านนี้จะไม่ดี ครับ^^

วันพฤหัสที่ 26 กุมภาพันธ์
ตอบพี่ Nitiphong ยินดีที่พี่อ่านเกิดประโยชน์ ครับ^^
วารสารเก่าเก็บไว้ ที่พวกผม ทำกันสมัยป.โทเกือบสิบปีแล้ว มีหน้าปกเป็นสมุดภาพไตรภูมิ ฉบับกรุงศรีอยุธยา ที่มีแม่น้ำของ(โขง)กับปลา ซึ่งประเด็นเรื่องศาสนาพุทธ อดีต-ปัจจุบัน โดยผมคิดภาพสะท้อนIdentityพุทธไทย มุมเชื่อในศาสนาพุทธ อาจจะยังวนเวียนย้อนรำลึกชาติ อดีตชาติ ผ่านไตรภูมิ เป็นไปตามกฎแห่งกรรม กรณีกระแสปัจจุบันสำนักธรรมกาย ที่มีมากกว่านั้น เคยเป็นข่าวพุทธพิสดารของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ท้าเหาะแข่งเครื่องบินเจ็ท ฯลฯ ครับ
*ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง“หลวงปู่เณรคำ” พระในตำนานลุ่มน้ำโขง…
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000085047

ใช่ พี่april ผมเห็นด้วยกับพี่เรื่องพุทธศาสนา ในเรื่องตำนาน ภูเขาควายของสำนักธรรมกาย ด้วย
http://ibppn.org/?p=275
ยินดีที่พี่Khunya มาแลกเปลี่ยนความรู้กัน ทำให้ผมคิดแง่แผนที่ไตรภูมิเป็นภาพต่อเนื่องเรื่องนี้ และผมเห็นด้วยโดยประเด็นโยงใยทางการเมือง อาจจะซ่อนเบื้องหลังมากกว่านี้ในผ้าเหลือง ครับ^^

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์
รายการทีวีวันศุกร์ นายกฯออกมาพูดเรื่องศาสนา ตามกระแสข่าววิจารณ์พุทธผ่านธรรมกาย ในหลายเรื่องน่าสนใจ ซึ่งผมเห็นหนังสือSIAM MAPPEDDฯ เคยกล่าวถึงสำนักธรรมกาย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้นำทหาร… ฯลฯ ในช่วงเวลาหนึ่ง และผมมาคิดต่อขยายประเด็นชัยชนะของพุทธ ผ่านแผนที่ทางประวัติศาสตร์ ที่เคยปะทะกับคอมมิวนิสต์(ไม่มีศาสนา) การเข้ามาของเทคโนโลยี(แผนที่ ฯลฯ)-วิทยาศาสตร์ และทุนนิยมของพุทธพาณิชย์(ผ่านสื่อ ฯลฯ)
บัดนี้ บททดสอบในการพิสูจน์พุทธไทย จะเสื่อมหรืออยู่รอด มากกว่าสำนักธรรมกาย มีสำนักอื่นๆ อีก เช่น ภาพการ์ตูนขำๆ กรณีหลวงปู่เณรคำ โดยเหตุผล-ตรรกะวิบัติได้ ครับ^^
โดยสรุป ข้อสังเกตของผมกับพุทธศาสนาไทย ไม่เหมือนสปป.ลาว ผ่านตกเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส และคอมมิวนิสต์ ซึ่งให้มีศาสนาได้ และพุทธไทย กำลังถูกท้าทาย ในประเด็นเรื่องศาสนาพุทธ อดีต-ปัจจุบันสู่อนาคต ตั้งคำถามแบบความดีตามหลวงพ่อพุทธะอิสระ หรือไม่ ซึ่งผมคิดรากฐานทางวัฒนธรรมภาพสะท้อนอัตลักษณ์(Identity)พุทธไทย มุมเชื่อในศาสนาขัดแย้งดั่งพายุ ทำให้เกิดความก้าวหน้า เป็นคำถามปิดท้าย สู่ทางออกโดยหาทางวิภาษวิธี ทำให้สังเคราะห์ปัญหาพุทธไทยก้าวหน้า ด้วย ครับ
*ภาพประกอบหนังสือSIAM MAPPEDDฯภาษาญี่ปุ่น(รูปจากสมุดภาพไตรภูมิฯ)
**ภาพหลวงปู่พุทธะอิสระ และภาพล้อการ์ตูนหลวงปู่เณรคำกับธรรมกาย ดูเพิ่มเติมการ์ตูนการเมืองโยงกับคดีธรรมกาย-ทักษิณ-เสื้อแดง-โจรผ้าเหลืองกับนายกฯตู่เป็นยาม หรือมติมส. สภาปฏิรูป ฯลฯ(ลองหาเพิ่มเติม)
http://www.manager.co.th/Pjkkuan/viewbrowse.aspx?browsenewsID=1054
http://akecity2.blogspot.com/2015/02/blog-post_24.html
***ที่มาเรื่องเณรคำ มีอายุราว 120 ปี คือเป็นพระไม่แก่ จึงกลายเป็นตำนานที่รู้กันในลุ่มน้ำโขง และตำนาน ภูเขาควายของสำนักธรรมกาย อ้างแล้ว ครับ
พี่Wisit น่าสนใจความไม่โปร่งใส ไม่เป็นสาธารณะของการตรวจสอบ ในเรื่องคอรัปชั่นธรรมกาย ทำให้เป็นประเด็นไม่จบง่ายๆ โยงใยรัฐกับศาสนา
พี่Wathinee น่าคิดวัดกับมหาลัยสงฆ์ ที่เปิดสอนรัฐประศาสนศาสตร์ ครับ
พี่Khunya พูดถึงศาสนาเหนื่อยเรื่องยาวไกล แหะๆ ผมขอเพิ่มรูปแผนที่อีกนิดสำหรับธรรมกายไม่ลากยาวประเด็นขัดแย้งทางศาสนาแล้ว ครับ^^

วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์
หลายวันก่อนผมได้พบกับอ.ชิน จากญี่ปุ่น อีกครั้งในรอบหลายปี จากที่เคยเขียนบันทึกไว้เรื่องอ.ชิน ถามเรื่องคนไทยไม่เขียนไดอารี่ เหรอ
*ผมบันทึกไว้วันที่ 14 ก.ย 2009 และผมบันทึก2015บางส่วนอีกครั้งร่วมฟังกับอาจารย์(สงวนนาม ฮร่า) ฯลฯ โดยหลากเรื่องผมถามเรื่องห้องสมุดแค่นั้นสั้นๆ(คิดในใจน่าได้ทุนไปดูห้องสมุดฮร่า) ครับ
**อ.ชินอิชิ ชิเกโตมิ หรือSHIGETOMI Shinichi(ชินนิอิชิ ชิเกโตมิ) เคยเขียนเรื่องไทย ที่มีคนแปลไว้ และ การวิจัยภาคสนาม: เศรษฐศาสตร์การเกษตร,สังคมวิทยาชนบท,องค์กรท้องถิ่น,อาณาบริเวณศึกษา(ไทย),ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม และเอ็นจีโอ(องค์กรพัฒนาเอกชน)
http://www.ide.go.jp/English/Researchers/shigetomi_shinichi_en.html
https://ideas.repec.org/a/jet/deveco/v34y1996i3p342-346.html
https://ideas.repec.org/f/psh262.html

***ภาพห้องสมุดของสถาบันพัฒนาเศรษฐศาสตร์ฯ(IDE)ฯที่ทำงานอ.ชิน ครับ^^
http://www.ide.go.jp/English/Library/index.html

Posted in Uncategorized | Leave a comment

“pessimism of the intellect, optimism of the will”(มองโลกแง่ร้ายด้วยสติปัญญา และการมองโลกแง่ดีอย่างสุขนิยมแบบเจตนารมย์)

“pessimism of the intellect, optimism of the will”(มองโลกแง่ร้ายด้วยสติปัญญา และการมองโลกแง่ดีอย่างสุขนิยมแบบเจตนารมย์)

1.มกรา
วันปีใหม่นึกถึงวันก่อนผมได้เข้าวัดไหว้พระ และถ่ายภาพวัดบุพพาราม เพื่อดูผลงานจิตรกรรมฝาผนังของ“ปั๋น” จิตรกร “บ้านฮ่อ” เชียงใหม่ ที่วัดบุพพาราม(การสันนิษฐานว่าเป็นคนเดียวกับจิตรกรฝาเบียร์)ที่นี่มีจิตรกรรมฝาผนังที่น่าสนใจผมเห็นคล้ายแผนที่โบราณของล้านนา ครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม ภาพที่แปลกในชุดนี้ วาดอยู่เหนือประตูด้านหลัง เป็นภาพวัชรอาสน์ที่ประทับตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ซึ่งถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของโลก รายล้อมด้วยบ้านเมืองต่างๆ ภาพทำนองนี้มักวาดไว้ในส่วนท้ายของสมุดภาพไตรภูมิ โดยมักประกอบเป็นส่วนหนึ่งของพุทธประวัติ ในส่วนที่แสดงตำแหน่งสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา แต่ไม่ค่อยพบเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังอย่างที่นี่เลย
http://www.museum-press.com/content–3-1664-103158-1.html
ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีปีใหม่ ครับ^^
*ภาพประกอบ:ภาพวัชรอาสน์ และภาพพระพุทธเจ้ากับพญานาค

2.
วันศุกร์เปิดทีวีเจอพลเอกประยุทธ์ ซึ่งพูดถึงช่วงก่อนเห็นข่าวนายกฯ’ประยุทธ์’ปั่นจักรยานรอบกรุง ทำให้ผมนึกถึงปีก่อนโน้นเสนอโปรเจ็กหนังสั้นปั่นจักรยาน รวมทั้งนึกถึงความทรงจำที่หายไป กลับมาให้เล่าเรื่องตลกๆ สมัยเรียนม.ปลายเป็นนักศึกษาวิชาทหารรด.(รักษาดินแดน)ผมชอบปั่นจักรยานไปโรงเรียนเจอครูฝึกทหารไม่พอใจ ก็จับจักรยานผมทุ่มลงน้ำคูรอบร.ร.ให้กระโดดลงไปเก็บขึ้นมาด้วย
หึๆ ทหารไม่บ้าอำนาจ ผมรู้แล้ว ว่าท่านประยุทธ์เคยพูดว่าจะทุ่มด้วยโพเดียมน่ะ ครับ
สรุปแล้ว ผมเป็นพวกมองโลกแง่ดีอย่างสุขนิยมได้หนึ่งด้าน คลับคล้ายคำคมอย่างกรัมชี่“pessimism of the intellect, optimism of the will”(มองโลกแง่ร้ายด้วยสติปัญญา และการมองโลกแง่ดีอย่างสุขนิยมแบบเจตนารมย์) แน่ละสำนวนแปลแตกต่างเคยมีผู้แปลแล้วผมแปลง่ายๆ ครับ
“Pessimism of the spirit; optimism of the will.”(สำนวนที่สอง : สปิริตของการมองโลกแง่ร้ายและแง่ดีอย่างเป็นสุข)

*ผมกะหยุดเขียนเรื่องการเมือง แต่เนื่องเห็นนายกฯ ทั้งที่อยากเล่าบันเทิงเป็นภาพประกอบงานเลี้ยงคริสตมาสถึงปีใหม่ มีของขวัญของผม และผมจับรางวัลได้..TADA ..อ่า การเมืองนิดๆ ในทุกอาทิตย์ไปก่อน ครับ
**War is Over, if you want it!!!ที่ Victory Monument

ภาพตอนผมเดินที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ร่วมงานชุมนุมคุณธรรม สันติภาพไม่สนับสนุนสงครามชายแดนอย่างที่อดีตท่าน “ประยุทธ์” ฮึ่ม ทหารไทยไม่เคยแพ้ใคร ตั้งมั่นไม่ถอย ยิงมาก็ยิงไป “เมิน” ผู้สังเกตการณ์แทรกแซง “กร้าว” ทหารถ้าถึงเวลารบก็ต้องรบ…(ขอแค่ไฟเขียว ทหารพร้อม บุกลุยรุกเขมร ที่มาไทยรัฐ 25 เม.ย. 2554)
http://www.thairath.co.th/content/166688
“ประยุทธ์”ลั่นไทยไม่กลัวเขมรแต่ยังไม่ถึงเวลารบ ..ยันไม่ใช่พวกบ้าสงคราม ไม่ห่วงคนมองแง่ลบ(เดลินิวส์ 3 เม.ย. 2556 )
***พักผ่อนแล้ว ครับ^^

3.
วันนี้เพลีย สงสัยผลจากกินอิ่มมากเกิน555 หรือจู่ๆ เหมือนอาการปวดหัวหลับไปสองรอบ นี่จะหลับต่อ การท่องเที่ยวเพลิน นึกถึงเข้าวัดศรีดอนชัย พบพระพุทธรูปปางลีลาใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ กับเจดีย์ของวัด ที่อายุใกล้ร้อยปี ครับ^^

พี่ตะวันฯ
ภาพถ่ายเก้าอี้ที่ว่าง หมายความชวนผมไปร่วมแจม ใช่ไหม? งานเลี้ยงอันอร่อยเหาะยิ่งกว่าหนุมานตีลังกา ป่ะ ครับ^^
ใช่พี่April ภาพที่ผมถ่ายวัด อ.บ้านธิ จ.ลำพูน น่าเสียดายนักท่องเที่ยวที่หายไป ในบ้านเมืองเรา ไม่ว่าที่เที่ยวสามจังหวัดภาคใต้ และผู้คนหลากหลายความเชื่อทางศาสนา…’ฤาษีดัง’ ฟันธง ‘บิ๊กตู่’ มีบุญญาธิการ พาบ้านเมืองเจริญงอกงาม
http://www.thairath.co.th/content/469629
ถ้าผมจำไม่ผิดฤาษีคนนี้เค้าจบดร.ด้านอะไรสักอย่างอยู่เชียงใหม่ เคยเจอตอนประชุมใหญ่ระดมสมองนักวิชาการ ฯลฯ หลายคนกัน ณ ชม.ก่อนเหตุการณ์นองเลือดปี53 ไม่เห็นเขาทำนายประเทศไทยว่าจะเกิดคนตายน่ะครับ

4.
ผมทบทวนอยากเขียนเรื่องดูหนังในปีที่ผ่านมาหวนกลับดูหนังรักเก่าเล่ามุมใหม่ โดยคำคมจากบทสนทนาว่า “ความรักจริงแท้มาจากใจโดยไม่มีใครบังคับ”(หนังเกาหลีใต้ต่างจากเกาหลีเหนือ) สำหรับหนัง iIMare พระเอกเป็นสถาปนิกสร้างบ้าน นางเอกเป็นนักพากย์เสียงการ์ตูนอนิเมชั่น…หนังil mareพูดถึงการเขียนจดหมายข้ามมิติเวลาอนาคตมาหาอดีต
…เค้่าว่าไวน์ยิ่งเก่ายิ่งอายุมากยิ่งดี…เค้าว่าคนชอบดื่มไวน์เป็นคนสันโดษ
…ถ้าอีกสองปีไม่ได้เจอกันแสดงว่าเราไม่ใช่เนื้อคู่กัน il mare

The lake house หนังดัดแปลงบทจากil Mare รีเมคเพิ่มเรื่องเชิงวรรณกรรมนางเอกชอบอ่านนิยายที่พ่อเธอเก็บสะสมไว้เช่น อาชญากรรมและการลงทัณฑ์ของดอสโตยอสกี้ และผลงานของเจน ออสติน ในเรื่อง Persuasion ที่เธอลืมไว้ที่เมืองเมดิสัน ส่วนพระเอกกับบทสนทนาเรื่องนิทเช่ให้ความสำคัญต่อเสียงดนตรี ถึงงานสถาปัตยกรรมต่างๆนานา ซึ่งผมดูจากเน็ตไม่ครบถ้วน(ฮร่า) เพราะมันไม่มีหนังให้ดูครบทุกPart ครับ
…การรอคอย คนสองคนเจอกันตกหลุมรัก ในเวลาไม่เหมาะสม ต้องแยกกัน จากนั้นหลายปีได้เจอกัน แต่พวกเค้าไม่รู้หรอกกว่าเวลานานเกินไปมันยากจะเป็นไปได้

สรุป ประเด็นที่ได้จากหนัง อันน่าคิดถ้าคนในอนาคตปี59 เขียนหาคนปี49 หรือคนปี53 เขียนถึงคนปี58 โจทย์น่าทดลอง มองให้ไกลกว่ารักโรแมนติค ที่ไม่ได้ถูกบังคับให้รัก… และงานออกแบบบ้านเพื่ออุทิศให้รักแท้ ครับ
*ผมกำลังรอดูหนังนางเอกil mare อาจจะได้เล่นในหนังใหม่ “หว่องกาไว”
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9570000072709
**ราตรีสวัสดิ์ ครับ แล้วเจอกันในฝัน
ไมค์ปี2557 ทำสารคดีสั้น1เรื่องหมอกควันเชียงใหม่ และหนัง 1.น้ำตาแม่อาย 2.อัญชัน 3.ใบไม้ ณ ลำปาง
4.วงแหวนรอบนอกยังไม่เสร็จปี58 ละมั้ง 5.ตัดต่อหนังที่ถ่ายปี57 ชื่อน้ำใจสีน้ำไว้ส่งประกวด 6.โปรเจ็คหนังสั้นบุญล้อม กำลังวางแผนเริ่มต้นถ่ายปีนี้แหละครับ^^
แถมหนังil mare

5.
ผมเขียนทบทวนถึงหนังปี2014(2557) ได้แรงบันดาลใจแบบนิตยสารไทม์ แต่ดัดแปลงตามรสนิยมและเหตุผลส่วนตัว ที่เลือก แค่1-12 หนังเล่นๆสนุกๆ เพราะปีนี้ดูหลายเรื่องหนังแห่งปี มีที่ดูในโรงหนังไม่กี่เรื่องเอง ครับ
เมื่อเหตุนี้ ผมแค่เขียนเรียงลำดับแต่ไม่ได้จัดอันดับ (ฮร่า)
1.หนังเกี่ยวกับพลังสมอง พลังจิตLucy สุดยอดหนังปรัชญาเรียบง่ายแฝงแอ็คชั่นสุดมันส์เรื่องพลังสมองของมนุษย์ เหนือจริงล้ำถึงขั้นย้อนเวลาได้ มีคนตีความทางพุทธเรื่องพลังสมาธิ พลังสมอง พลังจิต แต่คำคม “ความรู้”จะทำให้มนุษย์อยู่รอดได้(ผมดูจากเน็ต)
อย่างไรก็ดี มโนทัศน์แบบใหม่นี้ก็คือ แนวคิดแบบ “ปัจเจกชน” เชื่อมั่นใน “ความสามารถ” ของมนุษย์ ว่ามีมันสมองที่สามารถในการคิด สามารถผลิตหรือสร้างงานต่างๆ ให้สำเร็จได้ด้วยพลังของตนเอง

2. Edge of Tomorrow (ดูในโรงหนัง)ย่อมไม่พ้นเรื่องนี้แฝงเรื่องการเมือง การทหาร ปรัชญาอันลุ่มลึกผสมผสานตะวันออกกับตะวันตกไปในตัวเอง วนเวียนในลูปซ้ำเดิมอย่างกับเหมือนการเวียนว่ายตายเกิด ต่อสู้อย่างมีหวังในชัยชนะ อันนี้มุมมองล่าสุดใหม่กว่าที่ผมเคยเขียนไว้ (ฮร่า)ครับ
3.โรโบคอป ดูสองรอบ เพราะว่านั่งรถทัวร์แล้วได้ดูอีกครั้งที่สองคิดได้ว่าระบบยุติธรรม ที่ออกแบบหุ่นยนต์ให้พยายามตัดสินอย่างยุติธรรมแล้ว มีคำถามเรื่องอคติ ที่มนุษย์สร้างและออกแบบอยู่ด้วย ซึ่งมนุษย์ครึ่งไซเบอร์เหมือนหุ่นยนต์ ต้องมาจัดการความยุติธรรมให้ตัวเอง
4. Dawn of the Planet of The Apes (ดูในโรงหนัง)หนังดีที่สะท้อนเรื่องสิ่งแวดล้อมผมเคยเล่าไปแล้วไม่เล่าซ้ำ ครับ
5. Tranformer4(ดูในโรงหนัง) แม้จะโดนนักวิจารณ์ถล่มลงประชามติว่าห่วย แต่ผมเห็นว่าหนังยังรายได้ดี มีประเด็นเรื่องชาตินิยม อย่างที่ผมมองไว้ว่ายังน่าสนใจ อันนี้ส่วนตัวมากๆครับ
6. I, Frankenstein(ดูในโรงหนัง)ผมเคยเขียนเรื่องนิยายแฟรงเกนสไตน์ เกิดจากนักเขียนแต่งเรื่องนี้ในช่วงไปเที่ยวกัน ส่วนหนึ่งต่อยอดเชิงวิทยาศาสตร์แฟนตาซีสู่หนัง ครับ
7. Transendence ต้องดูจินตนาการอย่างนิยายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสมองกล ทำให้นาโนสร้างเซลล์ร่างกายเมโมรี่คนได้ ครับ
8. captain america 2 ซุปเปอร์ฮีโร่ ผู้มีภาพความอ่อนแอทางใจจากยุคเก่ามาสู่ยุคใหม่ ที่ไร้คนรักแล้ว เหลือเพียงความทรงจำ
9. 300 : Rise of an Empires 300: มหาศึกกำเนิดอาณาจักร(ดูในโรงหนัง) หนังต่อสู้กับอภิมหาราชา(ผมเคยเขียนไว้แล้ว)
10. Godzilla(ดูในโรงหนัง) หนังการ์ตูนเริ่มเล่าจากไข่ฟักที่ฟิลิปปินส์ไปญี่ปุ่นสู่เกาะฮาวาย
11 Maleficent(ดูในโรงหนัง)เรื่องเล่าตีความใหม่ในแง่นางร้ายถูกคนรักหักปีก
12.From vegas to macau(หนังจีน) (ผมเคยเขียนไว้แล้ว)
ราตรีสวัสดิ์^^
*ภาพประกอบหนังเรื่อง Edge of Tomorrow และLucy

6.
ผมเล่าถึงหนังหลายเรื่องน่าสนใจไม่ได้เขียนถึงปี2014 เช่น The Four …หนังสืบสวนคดีเป็นแอ็คชั่นต่อสู้ของจีน ส่วนหนัง12 เรื่องไปแล้ว หากจัดหมวดหมู่หนังที่ดูในโรงหนัง เพื่อเป็นความทรงจำ เช่น How to Train Your Dragon 2 และอันนี้ผมจัดกลุ่มเป็นดูหนังจากเน็ต คือ X-Men: Days of Future Past ,noah,คิดถึงวิทยา(ผมเคยเขียนถึงไว้แล้วไดอารี่ของครู) ,The Wolf Of Wall Street คนจะรวย ช่วยไม่ได้(พวกเล่นหุ้นต้องดูไว้มันส์)
ส่วนหนังทำจากหนังสือ The Book Thiefเป็นวรรณกรรมเรื่องเกี่ยวกับยุคนาซีการเผาทำลายหนังสือมาทำเป็นหนังอันนี้ผมวางแผนไว้ดู และหนังโรแมนติคยังไม่ได้ดูว่าจะดูเรื่องHer, The Rewrite เรื่องย่อ. หนังรอม-คอมจากผู้สร้าง Music & Lyrics นำแสดงโดย ฮิวจ์ แกรนต์ ที่รับบทเป็นนักเขียนบทมือรางวัลออสการ์ ที่งานหดหายเพราะไม่มีผลงานฮิตๆมานานนับทศวรรษ …หนังกำลังเข้าโรงหนัง(พยัคฆ์ร้ายกิโยติน (The Guillotines 2012)ปี2013Snowpiercer ยึดด่วน วันสิ้นโลก ไม่ได้จัดอันดับในไทม์ผมเพิ่งดู2014)

ทั้งนี้ หนังที่คาดว่าอยากจะดูอีก คือ The Monuments Men
Resident Evil 6 ,The Hunger Games : Mockingjay Part 1 ,The Hobbit : There and Back Again
Night At The Museum,The Interview.
สรุปจริงๆแล้วผมในฐานะที่อ่านเยอะ แต่มันมีข้อเสียบางอย่างในแง่หนึ่งมันจะลืมโดยธรรมชาติของสมอง ที่อยู่ในข้อดีในตัวมันเอง คือ ย่อยความคิด ทีนี้จากปริมาณจะไปสู่คุณภาพ นี่อาจจะคล้ายการดูหนังฝึกฝนการรับรู้เป็นเรื่องที่ผมสรุปจากประสบการณ์ตนเอง น่ะครับ
*ส่วนใหญ่ไม่ใช่หนังอินดี้ จับตามอง โปรแกรมหนัง ปี 2015
http://movie.kapook.com/view68233.html
โปรแกรมหนังดังน่าดูปี 2014
http://movie.kapook.com/view79671.html
โปรแกรมหนังไทย
http://movie.kapook.com/view80398.html
นิตยสารไทม์เผย รายชื่อหนัง “ยอดเยี่ยม & ยอดแย่” ประจำปี 2014
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1418035519
นิตยสาร TIME ได้เผย 10 อันดับหนังดีที่สุดแห่งปี 2013
http://movie.kapook.com/view78413.html
60 รายชื่อหนังเด่นน่าดูแห่งปี 2013
http://welovemovieclub.com/home/2013/01/05/60-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2013/

สุดยอดหนังดี… ที่ไม่ควรพลาดในปี 2013
http://movie.kapook.com/view53460.html
The grandmaster(2013)ของหว่องกาไว หนังบู๊(นิตยสารsight and soundจัดว่าน่าดูปี2014)
**ปี2014 ผมดูหนังเก่าเรื่องValkyrie และ The Last King of Scotland

***ปี2014นี้ดารานักแสดงที่ผมชอบอย่างโรบิน วิลเลียมส์ และผู้สร้างสรรค์เอเลี่ยนอย่างHr.Gigerทั้งสองคนไปHeven ซึ่งผมเคยได้แรงบันดาลใจทำงานศิลปะ ครับ

7 มกราคม
ผมจะเล่าเรื่องแล้วแฝงโฆษณา(ฮร่า) กับหนังสั้นใบไม้ ณ ลำปาง ที่เผยแพร่ไว้วางแผนแพร่กระจาย โดยปีที่แล้วผมได้คุยกับครูเบน แอนเดอร์สัน หรือศ.ดร.เบเนดิก แอนเดอร์สัน (Benedict Anderson)สอนรัฐศาสตร์แห่งมหา’ลัยคอร์แนล ที่อเมริกา ผู้สนใจหลายด้านทั้งวรรณกรรม ภาพยนตร์ และเขียนหนังสือชุมชนจินตกรรม บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม (Imagined Communities (IC) : Reflection on the Origin and Spread of nationalism)
ซึ่งครูเบนคุยกันอย่างเป็นกันเอง ในแง่หนึ่ง ถามผมทำไมเงียบหายไปนาน(หลังจากส่งหนังสั้นเรื่องศรีปิงเมืองปี2555ให้ดูและคุยเรื่องอื่นๆกัน) และผมตอบไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร เพิ่งทำหนังสั้นอีกเรื่อง คือ น้ำตาแม่อาย จึงส่งมาให้ดูเป็นหัวข้อคุยกัน(ผมเขียนสำนวนแปลความภาษาอังกฤษง่ายสไตล์ผม) ครับ
โดยสรุป เรื่องเล่าย่อๆ จากจดหมาย ในแง่ส่วนตัวลังเล ไม่ได้แท็กทีมงานกับนักแสดงหนังสั้นน้ำตาแม่อาย ครับ

Good night
*วันนี้ (7 ม.ค.พ.ศ. 2522 )ทหารเวียดนามเข้ายึดพนมเปญ โค่นล้มเขมรแดงภายใต้การนำของพล พต “วันชัยชนะเหนือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ของกัมพูชา รำลึกถึงการสิ้นสุดยุคเขมรแดงในปี 1979
http://th.wikipedia.org/wiki/7_%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1
https://twitter.com/search?q=lDIoNbY43h.

**รีวิวหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ ภาพสะท้อนสงครามระหว่างรัฐถึงกัมพูชาผ่านหนังฯhttps://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=932965196732709&id=100000577118415

พี่April ประเทศไทยอยากให้มาตรฐานยุติธรรม และไทยเคยยุ่งกับเขมรตอนยุคนั้นเข้าข้างสองข้าง จนบัดนี้ยังทำตัวเป็นสองมาตรฐาน นี่เข้าประชาคมอาเซียนยังน่าไม่อายได้อีก ความยุติธรรมหายไป ที่มาของเรื่องย่อหนังสั้นใบไม้ ณ ลำปาง ซึ่งผมนึกถึงบทกวีเรื่อง“ใบไม้ที่¬หายไป”…เธออ่านนิยายใฝ่ฝัน สงสัยค่ายุติธรรม์หายไปไหน การต่อสู้เพื่อสิ่งนี้จะมีใคร เธอก้าวไปค้นความจริง (อิงนิยาย)”…
ปล.หลายวันก่อนมีคนเชียร์ผมให้ทำหนังสั้นเรื่องต้านรัฐประหาร ผมตอบเดี๋ยวดัง ยังไม่ทำหรอกอร่า
*ภาพประกอบหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ

8
วันที่ฝนตกเชียงใหม่ ซึ่งตอนนี้ก่อนนอนผมอยากคิดคำโฆษณาหนังสั้น “วงแหวนรอบนอก” เล่นๆ คือ หนังเด็กแนวทักเรียกพ่อ น้องเรียกแม่ คนบ้าทักเป็นเพื่อน…
^^อ่ะน่ะ สร้างกระแสหนังสั้นตัดต่อเสร็จแล้วไม่ใช้เสียงพาทย์ใดๆ ตามแนวผอ.ผกก. ครับ

Good night

9.
รายการทีวีวันศุกร์ก็ประยุทธ์ พูดถึงวันเด็ก เหอะๆ เด็กเอ๋ยเด็กดี แล้วทำตัวอย่างไม่ดีรัฐประหารประเทศฉิบหาย ให้เด็กเห็นทำไม ต่อมาข่าวกกต.ขัดแย้งเรื่องการจัดเลือกตั้ง ทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำ และคำถามประการหนึ่งเรื่องละอายต่อบาป กับพลังสัญลักษณ์ผ่านหลวงพ่อพุทธอิสระ พร้อมม็อบให้สิทธิธรรมให้ทหาร กับภาพสะท้อนสัญลักษณ์เหรียญกูชนะเป็นธงชาติไทยไตรรงค์สามสีไม่ใช่ธงช้างเผือก

นี่แหละชาตินิยม อันเป็นคำถามเรื่องมีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา หนึ่งในค่านิยมสิบสองประการ . ทำไมมีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ กลับตาลปัตรของสังคมชนชั้นกลางถึงอำนาจฝ่ายสูงของไทย เหอะๆ ครับ^^
*ป๋าเปรม ยก ‘นายกฯลุงตู่’ ยึดอำนาจเพื่อชาติ
**เปิดบูชารูปเหมือน “หลวงปู่พุทธะอิสระ” รุ่นกูคือผู้ชนะ ปลุกเสกตลอดพรรษา มีจำนวนจำกัด
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1409900077
กรณีที่เปลี่ยนภาพเฟซบุ๊ค “พระรูปเหมือนหลวงปู่พุทธะอิสระรุ่น “กูคือผู้ชนะ” แบบลอยองค์และเหรียญ” เป็นภาพวาบหวิว
http://www.naewna.com/politic/137456

10
วันเด็ก เสร็จงานโดยผมส่งงานหนังสั้นประกวดอีกครั้ง หลังจากงานชิ้นนี้เก็บไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วตัดต่อใหม่เสร็จจนได้ เปลี่ยนชื่อจากน้ำใจ-น้ำใจสีน้ำ มาเป็นบ้านของผม ฮร่า ได้นิดๆเรื่องนี้ ครับ^^

ราตรีสวัสดิ์ ^^

11.

การเลือกทำเลทำโรงหนังไม่ต่างกับการออกไปจับปลา โดยวิชา พูลวรฯ ต่อมาสร้างโรงหนังในห้างฯ มาบุญครอง และโตแล้วแตกเป็นเมเจอร์ หรือแม่น้ำแยกสายไผ่แตกกอ รวมทั้งเรื่องที่ไหนมีปลาให้ไปจับปลาที่นั่น ที่ไหนมีคนให้ไปทำธุรกิจที่นั่น
จำเริญ พูลวรลักษณ์ กับCobrother หรือพี่น้องตระกูลโกว(เชื้อจีน) เจ้าของหรือผู้บริหารโรงภาพยนตร์ต้องสร้างความพอใจให้คนดูได้ โดยเขาบอกว่าประสบการณ์ขายกาแฟ เหมือนรสนิยมคนดูภาพยนตร์ 1.ชอบพระเอก นางเอก 2.เนื้อเรื่อง 3.สีสันของเรื่อง 4.ดูแล้วได้ความสุข
ทั้งนี้ กรณีเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เป็นโรงหนังสแตนอโลน ซึ่ง1.ใกล้สถานศึกษา 2.ใกล้ห้างสรรพสินค้า 3.การจราจรคล่องแคล่ว 4.ใกล้สถานที่ราชการและเอกชน 5.ใกล้หมู่บ้าน 6.ประตูสู่ภาคเหนือ

อย่างไรก็ตาม วิสูตร เป็นผอ (ผู้อำนวยการสร้างหนัง)เรื่องนางนาก และ2499 อันธพาลครองเมือง ที่ยุคปี40 ได้รายได้สูงสุด ซึ่งปัจจุบันเมเจอร์ ร่วมสร้างหนังหลายเรื่องและยังบุกเบิกโรงหนังหลายแห่ง ถ้าคิดถึงอีกกรณีโรงหนังชุมชนของกันตนา น่ะครับ

*เรื่องเล่าคนไทยเชื้อสายจีนซีรี่ส์1ในหลายคนพร้อมภาพประกอบด้านหน้าโรงหนังตงก๊กหรือศรีวิศาล เชียงใหม่ ในอดีต(หุ้นส่วนหลายคนเชื้อจีน) ที่มาhttp://www.teeneelanna.com/moojoomhao/home/space.php?uid=1321&do=album&picid=21896&goto=down
**ภาพประกอบหนังBegin Again (นักแสดงตัวเอกจากหนังเกี่ยวกับมายากลเรื่องNow you see me) เป็นหนังที่เพิ่งได้ดูปีนี้ ทำให้ชอบเพลงประกอบหนังถือว่าฝึกภาษาอังกฤษได้ด้วยฮร่า^^ แต่หนัง The Hunger Games : Mockingjay Part 1 ทำเอาผมน้ำตาไหล ถ้าได้ดูในโรงหนังคงต้องฝืนกลั้นน้ำตาอายคน ครับ^^

Have a nice dream

พี่Khunya รัฐธรรมนูญ ที่ออกแบบว่าด้วยแม่น้ำห้าสาย นั้น เหมือนอยากเปลี่ยนน้ำเน่าให้เป็นน้ำดี เปลี่ยนทำผิดรัฐธรรมนูญ โดยรัฐประหารให้เป็นทำถูกต้อง ไม่เอาไม่พูด…เดี๋ยวโดน! การแสดงออกของประยุทธ์ในเชิงเอ็นดูนักข่าวเกินควรของท่านนายกฯเช่นกรณีโยนกล้วยให้นักข่าว, บี้หูนักข่าว และการหยอกล้อนักข่าวว่าจะทุ่มด้วยโพเดี้ยมอีกด้วย ^^
เหม่ ขอเล่าเรื่องหนังขยายความแถมเพลงดีกว่า คือ หนังเรื่องBegin Again ชื่อไทยว่าเพราะรักคือเพลงรัก (ก่อนหน้านี้ชื่อ เพลงสามารถช่วยชีวิตคุณได้จริงหรือ?)
“‘Begin Again,’ Formerly Called ‘Can A Song Save Your Life?,
ที่มาวิกีพีเดีย
Adam Levine – Lost Stars (Lyric Video)

Keira Knightley – A Step You Can’t Take Back

12.วันจันทร์
เมื่อเน็ตมีอาการใช้ไม่ได้ นึกถึงเรื่องแปลก และเรื่องชวนโมโห
ช่วงนี้เจอเรื่องแปลกๆ เมื่อวานเจอคนขอตังค์กินข้าว ก็ให้เงินไปก่อน เมื่อวันก่อนไปร้านคอมตกลงถามตอนแรกค่าไรท์แผ่นทำดีวีดีสิบบาท แป๊บเดียวกับโกหกเปลี่ยนเป็นห้าสิบบาททีหลังจากรายละเอียดเสียเวลาทำเป็นวันเห็นช่างคนทำพิการ..ผมเลยไม่ถือเอาความสาวความยืด ดูเป็นคนคุณธรรม น่ะครับ^^
ปล.ผมกำลังรอหนังสือจิตรกรรมไทย ที่ลืมไว้ที่บ้านหนองเจ็ดหน่วย จะส่งกลับมาหาผม ครับ
*ราตรีสวัสดิ์ กับภาพวัดที่บ้านหนองเจ็ดหน่วย
ขอแสดงความนับถือ อาจารย์Tanet ด้วยความคิดถึงอาจารย์เช่นเดียวกัน ครับ ผมตอบอย่างกึ่งทางการ^^ ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะชื่อวัดบ้านใหม่พัฒนา ต.บ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ อยู่เขตแดนใกล้กับบ้านหนองเจ็ดหน่วย ตอนไปลงพื้นที่ถ่ายภาพวัดอย่างรวดเร็วแล้วขึ้นรถ สันนิษฐานเอาว่าเป็นวัดก่อสร้างอาคารแป๋งใหม่ ใช่ ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ แนวสไตล์จัดให้บันไดเขียวๆ พร้อมรอบๆบริเวณหญ้าเขียวนิยม ครับ
ซึ่งตอนผมไปร่วมงานถ่ายภาพเน้นเก็บข้อมูลบ้านหนองเจ็ดหน่วย น่ะครับ
พี่Khunya ผมอาจจะเข้าใจผิดกับช่างคอมฯก็ได้ ส่วนเรื่องที่ผมไม่รู้ตัวว่าเราอยู่ในประเทศตอแหลแลนด์ ต้องถามพระสุเทพ ที่โดนทวงถามเงินบริจาค ครับ^^
พี่Khunya ขุ่นพระแน่นอกเลยเหรอ ครับ^^ การเมืองมีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง คือ ป๋าเปรม ไม่กล่าวถึงพระ-กปปส. แต่เชียร์นายกฯลุงตู่ได้ช่วยชาติ นำความสงบมาให้แก่คนไทย ทั้งปวง เราได้กระทำไปแล้ว และเราก็ จะทำต่อไป ผมอยากจะบอกให้พวกเราทราบว่า โอกาสนี้เป็นโอกาสสำคัญ เป็นโอกาสที่พวกเราจะแสดงให้เห็นว่า เมื่อถึงคราวที่ชาติมีความคับขัน ไม่ปรองดองกัน พวกเราจะเข้ามาช่วยดูแล นั่นคือหน้าที่ของเรา

http://www.komchadluek.net/detail/20141229/198539.html

13.วันอังคาร

ปีที่แล้วนิตยสารท้องถิ่นของเชียงใหม่ ยกย่องให้เป็นปีของแมว มีเล่าเรื่องเจ้าของแมวบอกคุยกับแมวรู้เรื่องกว่าคน และนิตยสารสารคดี ยังเสนอเรื่องแมวๆ ไม่ว่าเซเลบแมวในเฟซบุ๊ค ต่างๆนานา หลากมิติเรื่องแมว รวมทั้งข่าวสยองหนุ่มโพสต์ย่างแมวกินโชว์เฟซฯ
นี่ผมเลยเอาบ้าง …เจ้าแมวในศาลพระภูมิ ภาพถ่ายโดยบังเอิญ น่ารัก ครับ

ปล.นิตยสารHip ท้องถิ่นของเชียงใหม่ สัมภาษณ์ บางคนมีเล่าเรื่องเจ้าของแมวบอกคุยกับแมวรู้เรื่องกว่าคน ฮร่า

Sawitree,แมวคงหนาวขำขำ As,เทพเจ้าแมว ใช่ๆ Get เจ้าที่แมว^^

14.วันพุธ
ข่าวงานปั้นชิ้นสุดท้ายของ มีเซียม ยิบอินซอย ได้ถูกขโมยไปจากสวนศิลป์มีเซียม พุทธมณฑลสาย 7(ผมเสียใจด้วย)
…ประวัติมีเซียม เริ่มเรียนศิลปะเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ 42 ปีกับมิสเตอร์มูเน ซาโตมิ (Mounet Satomi) ศิลปินชาวญี่ปุ่น ซึ่งสำเร็จการศึกษาจาก The Beaux Arts Academy ประเทศฝรั่งเศส
มีเซียม ใช้เวลาในการเรียนเขียนภาพทิวทัศน์ด้วยสีน้ำมันอย่างที่ตั้งใจ เป็นเวลา 10 เดือน ในช่วงนั้นมหาวิทยาลัยศิลปากรจะจัดงานศิลปกรรมแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรก (พ.ศ. 2492) มิสเตอร์ซาโตมิ ได้แนะนำให้มีเซียม ส่งผลงานภาพวาดเข้าประกวด ในตอนแรกมีเซียมไม่มั่นใจ เนื่องจากเพิ่งจะเรียนวาดภาพได้เพียงสิบเดือนเท่านั้น แต่ในที่สุดก็ส่งภาพ “ วิถีแห่งความฝัน ” หรือ “ สันติคาม ” (Dreamer’s Avenue) แล้วได้รางวัลเหรียญทอง ศิลปกรรมแห่งชาติ (พ.ศ. 2492 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้)
ทั้งนี้ ที่มาของคนเราจะเป็นศิลปินไม่ยาก แต่ไม่ใช่จะเป็นง่ายสำหรับทุกคน กรณีตัวอย่างบริบทคนสะสมตังค์ เชื้อสายจีนบางคนบอกลูกอย่าเรียนเขียนภาพด้วยซ้ำ แล้วย้อนดูสายสัมพันธ์ในเครือข่ายของตระกูล “ยิบ อินซอย” คนจีนกับศิลปะ
เมื่อเครือข่ายสายสัมพันธ์แล้ว เริ่มต้นกันที่นักธุรกิจเชื้อสายจีน ซึ่งอพยพจากอินโดนีเซียเข้ามาค้าขายในประเทศไทยคนหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า เลนำคิน(ต้นตระกูลลายเลิศ) ผู้นี้มีทายาทที่เกิดจากภรรยาชื่อ รันจิน ทั้งหมด 3 คน คนโตเป็นหญิงชื่อ มีเซียม คนที่สองก็เป็นหญิงอีกชื่อ มีเลียน และคนเล็กเป็นชายชื่อ ฉันท์ ลายเลิศ

โดยสรุปแล้ว ยิบอินซอย ทำการแต่งงาน กับมีเซียม เป็นการจับคู่คนจีนนักธุรกิจกับมีเซียม โดยสามารถเป็นศิลปิน ซึ่งผมเล่าเครือข่ายทางเศรษฐกิจคู่ขนานเรื่องเล่าศิลปะ เพื่อเพิ่มสีสันคุณค่าของมูลค่างานศิลปะที่หายไป ครับ
*ภาพประกอบ“ วิถีแห่งความฝัน ” หรือ “ สันติคาม ” (Dreamer’s Avenue) และ”Coy Girl”
http://www.manager.co.th/CelebOnline/ViewNews.aspx?NewsID=9580000003289

15.วันพฤหัส-16.วันศุกร์
วันศุกร์รายการทีวีนายกฯแสดงวิสัยทัศน์..ไทย เราต้องเป็นศูนย์กลางการเงิน กระจายสินค้า การศึกษาของเด็กไทยกับต่างชาติ สร้างเสริมการค้า การลงทุน ยกระดับเกษตรกรของไทย และศูนย์กลางของอาเซียน แต่ศูนย์กลางอาเซียนทางเศรษฐกิจ อยู่ที่สิงค์โปร์ เป็นประชาธิปไตย
ฉะนั้น การเมืองภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในโลกาภิวัตน์ หลงลืมชายแดนใต้ มรสุมอำนาจปืนภายใต้ทหารนิยมเข้มข้นเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลักการเศรษฐกิจเสรีนิยม ภายใต้โลกทุนนิยม ทำให้การสร้างเกิดเศรษฐกิจเสรีกระจายรายได้ทั่วทุกคน เป็นความมั่นคงต่อเศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศ แล้วความไร้เสรีภาพภายใต้กฎอัยการศึก ไม่ได้ก่อให้เกิดสันติภาพแท้ เมื่อสันติภาพเกิดจากเสรีภาพ อิสรภาพ ไม่ใช่กดขี่(subaltern)หรือใช้อำนาจบังคับ น่ะ ครับ
พี่khunya บอกแถวบ้านพี่เรียกพล่าม ทำให้ผมนึกถึงพล.อ.เปรม ได้ให้โอวาท ว่า บ้านเมืองของเรามีปัญหาใหญ่ 2 อย่าง 1. คือความยากจน 2. คือที่เรากำลังจะปราบปราม คือการฉ้อราษฎร์บังหลวง ความยากจนเป็นภาระของรัฐบาลที่ต้องดูแลราษฎรของเราให้ยากจนน้อยลง เรื่องยากจนนี่สำคัญ แต่ไม่เร่งด่วนเท่าเรื่องที่ศึกษาคือ การฉ้อราษฎร์บังหลวง
http://www.komchadluek.net/detail/20141219/197969.html

17
ศิลปะการ์ตูนล้อเลียน ทำให้เกิดความตายและเสรีภาพ ปะทะความตายเพื่อศาสนา นี่เป็นสัญญาณของการตีความวัตถุศิลปะถูกต้องตัดสินโดยคนดูงานผิดได้ ในโลกเสรีทุนนิยมการพิมพ์อย่างหลากประเด็นไปถึงเรื่องเสรีภาพการพูด จุดสำคัญของผมออกนอกกรอบเรื่องอาณานิคม ที่ยุโรปเคยทำไว้กับอิสลาม วาทกรรมก่อการร้ายและการเหยียดหยามเชื้อชาติ กรณีที่มีการเขียนถึงมาแล้ว
ข้อสังเกตยามเศรษฐกิจตกต่ำฝรั่งเศส เคยเกิดกระแสracismคนอื่นไม่ใช่พวกเราเชื้อชาติเดียวกันแย่งงานด้วยซ้ำ ทำหายไปจากคำขวัญ เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ หรือความตาย เพื่อสังคมอันดีงามอย่างแท้จริง แล้วศิลปะจะเกิดผลสันติภาพ ครับ
ปล.ผมเขียนถึงเรื่องอ่อนไหวหลายรอบแก้ไขร่างแรกหายไปที่เขียนไว้ ต้องกลับมาเขียนใหม่เน้นเรื่องศิลปะ ครับ

*ดูข้อมูลมุมมองตรงข้ามกับฝรั่งผิวขาว อ้างเอ็ดเวริด์ ซาอิด :Orientalism
View profile at Medium.com
ขอบคุณ อ.ไชยันต์ รัชชกูล ส่งข้อมูลดังกล่าวแนะนำผม ครับ
ปล.ผมเขียนถึงเรื่องอ่อนไหวหลายรอบแก้ไขร่างแรกหายไปที่เขียนไว้ ต้องกลับมาเขียนใหม่เน้นเรื่องศิลปะ ครับ
อ.สมศักดิ์ ใช่ ผมเห็นด้วยในแง่ที่บทความ Charlie hebdo this attack was nothing to do with free speech it was about war ซึ่งไกลในแง่นั้น คนเขียนเหมือนคนคิดมองการณ์ไกลระยะยาวกว้างๆ และย้อนอดีตไม่ว่าแนวคิดOrientalism ออกจากการครอบงำยุโรปเป็นศูนย์กลางของอดีตเจ้าอาณานิคม และวาทกรรมความรู้ ที่เหยียดเชื้อชาติ ศาสนาอิสลาม
ปัจจัยมากกว่าเรื่องยิงกันของเรื่องนี้ คือ หยุดสงคราม สร้างสันติภาพ ในแง่มุมส่วนตัวของผมคิดถึงเพิ่มเติมจากหลายปัจจัย ทั้งที่การแสดงความคิดเห็นมีเปรียบเทียบเรื่องคนยิงนักเขียนการ์ตูนกับอ.สมศักดิ์ ด้วย
ซึ่งปัญหาตรรกะเหมือนจะได้ถูกต้อง ผมเห็นด้วยคนยิงผิดหาข้ออ้างมาใช้ความรุนแรงโดยไม่ยุติธรรมต่อกัน แต่ประเด็นของการ์ตูนล้อฯไม่เหมือนทุกเรื่องทั้งสงคราม และเศรษฐกิจ ที่มีเรื่องความสัมพันธ์ข้อสังเกตยามเศรษฐกิจตกต่ำฝรั่งเศส เคยเกิดกระแสracismคนอื่นไม่ใช่พวกเราเชื้อชาติเดียวกันแย่งงานด้วยซ้ำ ที่จริงๆแล้วผมได้ไอเดียจากบทความเก่าของอ.สมศักดิ์ แหละครับ

ความไม่เข้าใจต่อเรื่องศาสดา การต่อสู้โดยการยิงกัน เป็นเรื่องผิดหรือถูกผมนอกกรอบ ต่อความรุนแรงในการเขียนการ์ตูนล้อเลียน ง่ายๆ บางคนล้อชื่อพ่อก็โกรธยิงกันได้ จุดประเด็นของบทความพลิกกลับความตายเป็นเสรีภาพการพูดขบวนการเคลื่อนไหว ทำให้ผมมาคิดต่อยอดโดยส่วนตัวไม่คิดมากจะเขียนดี ท่ามกลางกระแสขบวนของไทย ที่มองเรื่องนี้แตกต่างกัน จึงเลือกเสนอด้านศิลปะการตูน์ล้อเลียนอยากเขียนขำขำหน่อยๆด้วยซ้ำ
ตอนร่างแรกๆ กลับมาจริงจังขึ้น เมื่อคิดในแง่วัตถุศิลปะ หรือด้านการแปลความหมายศิลปะมุมมองแบบอัตวิสัย โดยผู้ดู เป็นผู้ชี้ถูกและผิด ปัญหาการตีความไม่ได้อยู่ที่คนดูการ์ตูนถูกตัดสิน โดยทฤษฎีทางศิลปะอื่นๆ เมื่อดูการ์ตูนอย่างง่ายสบายๆสนุกตามเสรีภาพดูได้ ส่วนที่ดูการ์ตูนยากขึ้น ทำให้เกิดความตายและเสรีภาพ ปะทะความตายเพื่อศาสนาโดยข้อเสนอมองการณ์ไกลแก้ไขปัญหาได้ เพื่อนิยามความหมายของเสรีภาพกว้างขึ้นทั่วทุกคน
^^ขอบคุณที่มาแนะนำความคิดเห็นด้วยความคิดถึงรักษาสุขภาพ น่ะครับ
พี่April โลกชักอยู่ยากขึ้น ทำให้ผมต้องมองโลกสวยไว้ด้วย ครับ^^
http://en.wikipedia.org/wiki/Je_suis_Charlie

18
บันทึกเชียงใหม่ด้วยกล้องมือถือ
ผมยืมไอเดียจากบันทึกบางกอกด้วยกล้องมือถือ
ในยุคที่แค่มีสมาร์ทโฟน ใครๆ ก็เป็นช่างภาพได้ ก็ต้องแข่งกันที่มุมมอง ยิ่งมีพื้นฐานถ่ายภาพด้วยกล้องใหญ่มาก่อน ยิ่งได้เปรียบ เหมือนการบันทึกภาพบางกอกด้วยมือถือ ของกลุ่ม Bangkok Moblie Photographers รวมตัวจัดนิทรรศการด้วยกันครั้งแรก แถมยังได้เห็นภาพกรุงเทพฯ ในสายตาช่างภาพต่างชาติ
http://news.thaipbs.or.th/…/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%…

19
เศรษฐกิจดี สตรีแสนสวย ร่ำรวยหัตถกรรม วัฒนธรรมมั่นคง หางดงพัฒนา เป็นคำขวัญของที่นี้ ภาพความทรงจำระหว่างไปบ้านหนองจับปลา คือ ชื่อของบ้านถวายในอดีต ซึ่งผมแวะวัดบ้านถวายเห็นป้ายเล่าประวัติ ซึ่งไม่ได้มาดูหลายปีล่าสุดปี54 ถึงปลายปี57 และดูปูนปั้นประดับซุ้มโขง งดงาม ทำให้ผมนึกถึงการอธิบายเชิงประวัติศาสตร์ศิลป์ อ.ท่านหนึ่งของผมเขียนบทความไว้ประมาณปี53 ว่าข้อค้นพบใหม่งานปูนปั้นลวดลายฯ ด้วย ครับ
เมื่อ ผมอยากเห็นแกรนด์แคนย่อนของหางดง ที่อยู่คนละที่ด้วย และน่าไปดูชาวบ้าน ฮือฮา พบปลาไหลเผือกที่ เชียงใหม่(แถวหางดง) ครับ
https://m2.facebook.com/495602937128764/photos/a.528761820479542.114424.495602937128764/580345681987822/?type=1
*รูปประกอบซุ้มโขง พระพุทธรูปเก่ากับบรรยากาศบ้านถวาย ครับ
**บ้านถวาย อยู่อำเภอหางดง เดิมชื่อ อำเภอแม่ท่าช้าง แล้วเปลี่ยนเป็น อำเภอหางดง ในปี 2460 จนถึงปัจจุบัน http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%87

20
ใยทะเลเป็นเจ้าแห่งสายน้ำนับร้อย
นั่นเพราะอยู่ต่ำกว่าพวกนั้น
ดังนั้น จึงเป็นเจ้าแห่งสายน้ำนับร้อย
หากวิญญูจะบอกทางปวงชน ท่านต้องรับใช้โดยถ่อมตน
หากท่านจะนำทางปวงชน ท่านต้องตามหลัง
ด้วยวิธีนี้ยามเมื่อปราชญ์ปกครอง ปวงชนจะไม่รู้สึกถูกกุมเหง
เมื่อท่านยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขา เขาจะไม่ถูกทำร้าย
สากลโลกจะส่งเสริมท่านและไม่แหนงหน่ายท่าน
นั่นเพราะท่านไม่ได้แข่งขัน
ท่านจึงไม่ประสบการแข่งขัน
*ที่มาหนังสือ: เต๋าที่เล่าแจ้ง
**ภาพประกอบทุ่งนาแห่งนึงแม่ริม
พี่Khunya ผมไปถ่ายภาพบรรยากาศนี้แถวปั้มน้ำมัน บังเอิญเจอรุ่นน้องที่ไม่ได้เจอกันนานด้วย ครับ
Kingpechara ใช่ คมสุดคำคมจากหนังสือเต๋าที่เล่าแจ้ง ทั้งลึกซึ้งซ่อนอะไรมากในคำผมอ่านหลายรอบยังตีความหลายแบบทั้งยากและง่ายอยู่ด้วยกันเลย ฮร่า^^
ผมยังงงกับคำคมของเต๋าเล่าแจ้ง มีหนังสือเล่มนี้กลับมาอ่านใหม่ และผมเริ่มเชื่อเขาว่าต้องอ่านหลายรอบจะเข้าใจเหมือนระยะเวลาหลายร้อยปี มั้ง ฮร่าๆ
พี่Khunya ใช่ หนังสือบางเล่มเป็นเช่นนั้น ครับ^^ แล้วเต๋าเก่ามานานยิ่งคำของเต๋า นี่สั้นๆ กินใจ ลึกซึ้งด้วยแล้ว เช่น ผู้ที่รอบรู้มักจะไม่พูดมาก และผู้ที่พูดมากมักจะไม่รู้.
ลัทธิเต๋า
http://www.baanjomyut.com/library/2548/tao/
ศาสนาเต๋า: แนวคิดและหลักคำสอนที่สำคัญ
เล่าจื้อ ผู้กำเนิดลัทธิเต๋า
http://www.thammasatu.net/forum/index.php?topic=14231.0
ความเป็นมาและความสำคัญของเต๋า
https://asinnaw.wordpress.com/category/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%8B%E0%B8%B2/

21
วันเสาร์-วันอังคารที่20 ม.ค. ผมไปเยือนถิ่นเกิด พบเจอผู้คน เพื่อน และแวะวัดเขารูปช้าง สำหรับความทรงจำวัยเด็ก ที่เคยมาที่นี่ ทบทวนเรื่องเก่าๆ ในวัด
โดยผมถ่ายภาพอย่างสนใจเป็นโลเกชั่นหนังสั้นได้ดี แน่ๆ เพราะผมเดินไปจุดสูงสุดยังสวยงาม ไม่ได้เอากล้องDSLRไปใช้โทรศัพท์มือถือ เผลอถ่ายติดนิ้วตัวเองไปหน่อยครับ^^

22
วัดเขารูปช้าง ที่นี่มีภาพจิตรกรรมไตรภูมิฯด้วย สร้างขึ้นปี พ.ศ. ๒๒๔๔ พร้อมกับ วัดโพธิ์ประทับช้าง ในสมัยพระศรีสรรเพ็ชรที่ ๘ หรือพระเจ้าเสือ แห่งกรุงศรีอยุธยา โดยสมุหนายก ผู้ควบคุมไพร่พลโยธามาสร้างวัดโพธิ์ประทับช้างตามพระราชประสงค์ ได้มาพบภูเขาส่วนยอดมีลักษณะเหมือนรูปช้าง เห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะที่จะสร้างวัด สร้างที่พักอยู่บนที่สูงเพื่อตรวจภูมิประเทศ ดูแลความปลอดภัยของไพร่พล
เมื่อสร้างเสร็จแล้วให้ชื่อว่า “วัดเขารูปช้าง” ตามลักษณะหินสีขาวที่ซ้อนกันอยู่เป็นรูปช้างคุกเข่าบนยอดเขามีลักษณะการก่อสร้างสถาปัตยกรรมโบสถ์ วิหาร พระพุทธรูป พระปรางค์ เจดีย์ เป็นแบบสมัยอยุธยา ต่อมาได้มีการสร้างเจดีย์บรรจุพระธาตุไว้บนส่วนหัวของรูปช้าง
ซึ่งโบราณสถานของวัดเขารูปช้างที่มองเห็นเด่นเป็นสง่า คือ เจดีย์แบบลังกา ตั้งอยู่บนยอดเขา ที่มีหินสีขาว ซ้อนกันมองดูคล้ายรูปช้าง เจดีย์แต่เดิมเป็นเจดีย์เก่ามาก่อนต่อมาทางวัดได้ ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ โดยได้ประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ มีรั้วรอบองค์เจดีย์ และมีมณฑปแบบจตุรมุข ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทสำริด และภาพเขียนฝาผนังเรื่องไตรภูมิพระร่วง ตั้งอยู่ใกล้กับโบสถ์หลังใหม่ด้วย
อย่างไรก็ดี ผมเข้าไปภายในมณฑปนี้เป็นงานช่างของชาวจีน มีอักษรจีนปรากฏน่าเสียดายร่องรอยจิตรกรรมหายไป และผมพูดคุยกับพระ เล่าเรื่องให้เข้าใจรับรู้สีของธงชาติไทยเป็นสีเดิม ที่ยังหลงเหลือเด่นชัด ครับ

* ที่มาhttps://www.facebook.com/media/set/?set=a.528291733884718.1073742042.120222764691619&type=1
http://www.m-culture.go.th/phichit/index.php/2013-06-07-06-17-27/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/item/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87

**ภาพประกอบภายในมณฑป รอยพระพุทธบาท ฯลฯ ครับ

23
ผมจะโพสต์เน็ตดันช้า สงสัยสิ่งผิดปกติ(ฮร่า) จากรายการทีวีวันศุกร์ผู้นำพูดถึงผู้นำอาเซียนทุกคนมีความสุข แต่ประชุมเรื่องไอทีภูมิภาคเอเซียน นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (digital economy) ไม่เสรีใหม่ ทำพ.ร.บ. ความมั่นคงไซเบอร์ มีปัญหาละเมิดสิทธิ์ ขัดแย้งในตัวเอง และฝ่ายปกครอง“การกลับคืนสู่ภาวะปกติ”อย่างสงบสุข ของคสช.ต้องการปฏิรูปครอบงำด้วยกำลังอำนาจ ขาดอำนาจนำ(Hegemony) โดยปัจจัยเหตุการณ์ในอดีตต่างจากปัจจุบันกว่าชนชั้นนำทำได้ และกรณีตัวอย่างผมดัดแปลงทฤษฎีของกรัมชี่เรื่องPassive Revolution ใช้คำว่าปฏิวัติคลื่นใต้น้ำ ในยุคป๋าเปรม(อาทิตย์ กำลังเอกปะทะป๋าฯลฯ) กลับกันมาถึงยุคสุจินดา ยึดอำนาจไม่นานทหารเสื่อมอำนาจ
โดยต่อมาเฉพาะหลังจากปี พ.ศ.2535 ที่ประเทศไทยต้องประสบกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองใหญ่ๆ แม้ด้านหนึ่งป๋าเปรม ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเพื่อรักษาสมดุลย์ทางการเมือง และนำประเทศไทยกลับสู่สภาวะปกติได้ แต่แล้วต่อมาหลังปี2549 กรณีสุรยุทธ์ สะท้อนประชาธิปไตยกับกลุ่มทุนเป็นคลื่นใต้น้ำ ต่อคสช.
แม้ข้อสังเกตผ่านบทเรียนอดีตปี2553และ56-57 สอนผมให้ปัจจุบัน มองการครองอำนาจนำ (Hegemony)อย่างเข้าใจทหารอำนาจปืน บังคับโรดแมป โดยอยากย้อนไปยุคป๋าเปรมไม่เสรีทุนต้องอิงอำนาจทหาร หรือยุคที่ป๋าเปรมสร้างสมดุลย์ได้ ต่อจุดยืนของผม ไม่ใช่กดขี่(subaltern)ใช้อำนาจบังคับครองอำนาจรัฐเพื่อประชาชนแบบเดิมได้
ซึ่งผมเสนอบริบทภาพแสดงแทนกล่าวอย่างสั้นๆ ผ่านการ์ตูนตลกคลายเครียดหลังถอดถอนยิ่งลักษณ์ ครับ
ราตรีสวัสดิ์ ^^
*ภาพการ์ตูนประยุทธ์-ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ ฯลฯ ครับ

24.-25ภาพภูเขา
ฮัดเช้ย! บททดสอบชีวิต ณ ที่จุดสูงกับอากาศบนดอย ภาวะล้อมรอบความหนาวเป็นครูดอย บ่ด้ายใจบ่ถึงง่อมเหงา ราตรีสวัสดิ์ ฮร่า
พี่ตะวันฯ หมู่บ้านที่บ้านป่ากล้วยพัฒนา และผมไปนอนพักที่โรงเรียนป่ากล้วยพัฒนา เลขที่ 335 หมู่ที่ 14 บ้านป่ากล้วยพัฒนา ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
https://www.facebook.com/profile.php?id=100004232973456

26.วันจันทร์
เมื่อผมไปหมู่บ้านชนเผ่าชาติพันธุ์ม้ง โดยผมค้นหาเล่าเรื่องเครื่องดนตรีม้งอย่างโรแมนติคผ่านเรื่องจิ๊งหน่อง (จ่าง-Ncas) เป็นเครื่องดนตรีคู่กายคู่ใจ ของหนุ่มสาวม้งจ่างเป็นเครื่องดนตรีที่ปู่ย่าตายายท่านสร้างไว้ ใช้เป่าเพื่อบรรยายความรู้สึกในใจ สามารถเป่าได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เราเป็น หนุ่มต้องเดินทางไกลไปเที่ยวสาวก็จะเป่าจ่างทางไกล หรือถ้าเป็นหนุ่มสาวในหมู่บ้านเดียวกันก็จะเป่าอีกแบบหนึ่ง เพื่อแสดงว่าเราเป็นคนคุ้นเคยกัน จ่างนับว่าเป็นเครื่องดนตรีของม้งที่ใช้สื่อรักกัน แต่พอได้มาเป่าจ่างโต้ตอบกัน และทำให้ต่างคนต่างเห็นคุณค่าของแต่ละคน จนเกิดความผูกพัน และรักกัน
*ข้อมูลที่มาบางส่วนhttp://www.hilltribe.org/thai/hmong/hmong-music.php

27 วันอังคาร
วันนี้ผมได้ดูหนังบางระจัน โดยบังเอิญ ในแง่ชาตินิยมไม่เท่าไหร่ เล่าขำขำ ดูไม่ปลุกใจรักชาติ เท่ากับชิงรักหักสวาทรักสตรี อีโรติครักๆใคร่ๆมาก ฉากที่ว่าความดีของพี่ไม่เคยลงไปอยู่ในใจของฉัน เลย ไม่มีวันรัก จนตายก็ไม่รัก โอ้ ดราม่าเหลือเกิน สุดท้าย…ชาตินี้มีคนๆ เดียวที่ไว้ใจได้
โอ้ สงสัยดูไม่จบแน่…นอนดีที่สุด ครับ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99_(%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C)

28.วันพุธ
วันนี้พวกเราเริ่มประชุมวางแผน โดยคุยเรื่องย่อของบทหนังสั้น ต่อมาแปลบทเป็นภาษาไทใหญ่ ซึ่งหนังเรื่องบุญล้อม ชื่อไทใหญ่ คือ น้องหอม คุยกันเรื่องการแสดงหนัง ซ้อมบทนักแสดงจากห้าคนหลัก และดูตัวอย่างหนังสั้นที่ผมทำเรื่องน้ำตาแม่อาย คราวหน้าอาจจะนำเสนอหนังศรีปิงเมือง เกี่ยวกับไทใหญ่ ที่ไมค์กับผม ร่วมเขียนบท ครับ^^ขอบคุณ ทีมงานที่เคยร่วมงานยังคิดถึงเสมอ ครับ
*ภาพประกอบจากบทหนังสั้น ไม่มีเวลาได้ถ่ายภาพบรรยากาศประชุมไว้ ครับ

29. วันพฤหัส
ข่าววันนี้ “บิ๊กตู่” ฉุนขาด! ไอ้บ้า ซึ่งผมอยากเล่าต่อเรื่องกลุ่มแรงงาน คุยกัน นอกเหนือจากหนังสั้น ยังติดตามเรื่องข่าวสหภาพแรงงาน-นักวิชาการ หารือทักท้วงร่างกม.แรงงานสัมพันธ์ ฉบับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.)แรงงานไม่สอดคล้องมาตรฐานองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ฉบับที่ ๘๗-๙๘ เสนอให้ชะลอมาปรับปรุงให้ดีขึ้น ชี้เหตุเป็นหน้าตาของประเทศ(*) แล้วชนชั้นกรรมาชีพเหมือนทหารถูกจัดลำดับชั้น ทีนี้กองทัพแห่งชาติไทย มาจัดแถวไม่ให้เข้ามาตรฐานระหว่างประเทศ
ฉะนั้น ผมนึกถึงงานวาดภาพเก่าๆเล่นๆ เกี่ยวกับหน้าตาของประเทศ และสัญลักษณ์ธงไตรรงค์โดยทหารไทย ทำให้นึกถึงสีน้ำเงินยังแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวของฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 1 เช่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เป็นต้น
ซึ่งใช้สีแดง ขาว น้ำเงินเป็นสีในธงชาติเป็นส่วนใหญ่ ใช้สีเดียวกันด้วย แต่ทว่าชาตินิยมของไทย ผ่านธงชาติ โดยทหาร ไม่ได้โมเดลการพัฒนาทหารอย่างประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกา ครับ
อย่างไรก็ดี ข่าวประยุทธ์ฉุนขาด! สงสัยเครียด ทำให้ผมตลก เพราะเราอย่าไปเครียดให้ประยุทธ์เครียดไป ฮร่าๆ สำหรับผมอย่างน้อยยังมีอิสระคิด หรือฉันคิด ดังนั้น ฉันมีอยู่ I Think Therefore I am (วลีของนักปรัชญาDescartes) ครับ^^
* ข้อมูลที่มาhttp://www.lrct.go.th/th/?p=15109
**ภาพวาดแผนที่ของผม และการ์ตูนตลกล้อเลียนประยุทธ์
***ข่าว “บิ๊กตู่” ฉุนขาด! หลุดคำผรุสวาทเพียบ ไอ้ห่า ไอ้บ้า ขี้ข้า และทำไมวะ!!!
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1422522120

นอนดีกว่าฟังเพลงก่อนนอน ครับ^^

April Chookron สงสารประเทศไทยมีผู้นำแบบนี้ไปที่ใหนก็อายเขาเหล่ไม่รู้หรือว่าโลกไม่ได้มีประเทศเราประเทศเดียวเกลียดมันจังเลยน้องเมื่อไหร่มันจะไปซักทีเซ็งจังเลย
พี่April ผู้นำน่าอายสงสัยอยากทำตัวเป็นคอมมิวนิสต์อย่างเกาหลีเหนือ แล้วไทยจะได้มีไทยเหนือไทยใต้ ผมว่าเหล่ใกล้ไปแล้วที่เหล่เพี้ยนจัดจริงๆ ใกล้บ้าไปแล้วฮร่าๆ เมื่อเศรษฐกิจถูกถามว่าเงินหายไปไหน เราจะฉลาดไม่ใช่แค่ฉลาดซื้อ ฉลาดใช้เงินเท่านั้นแต่เงินฝืดเคืองเลยยิ่งแย่ด้วย เพราะผมเจอชาวบ้านหลายคน เป็นทั้งฉลาดซื้อฉลาดใช้ยังบ่นเรื่องเงินไม่หมุน น่ะ ครับ
*ภาพประกอบโปสเตอร์ทางการไทยสมัยก่อนโจมตีคอมมิวนิสต์ แต่ตลกทางการไทย สมัยนี้เริ่มกลับไปทำตัวคล้ายคอมมิวนิสต์ ฮร่า

30.วันศุกร์
รายการทีวีวันศุกร์พบนายก พูดถึงวันทหารผ่านศึก ที่เสียสละ ถ้าเครียดจัดใกล้บ้าอย่างที่เป็นข่าวพูดว่าผมเป็นขี้ข้าหรือไงวะประยุทธ์เสียสละเพื่อชาติ ลาออกสบายพักผ่อนได้
ดังนั้น ภาพรวมของทหารว่าด้วยจะต้องไม่ย้อนยุคป๋าเปรม การเมืองทีวีข้ามชาติ ห้ามติดจานทีวีรับสัญญาณทีวีต่างประเทศจากดาวเทียม เพราะเหตุผลความมั่นคง แต่เราเห็นความพยายามอีกด้านของตัวชี้วัดปิดกั้นสื่อ คือ พรบ.ความมั่นคงไซเบอร์
โดยฝ่ายบิ๊กตู่ อยากยึดหลายพื้นที่ เช่น พื้นที่สาธารณะ ที่มีข่าวคปก.ร้องชะลอ ร่าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ หวั่นไม่ชอบด้วยกม.-กระทบสิทธิเกินจำเป็น หรืออยากยึดพื้นที่สื่อ แต่กลายเป็นเสียเรื่องต่อสื่อด้วย
เมื่อผมเคยเขียนบทความเรื่อง26 มีนาคม2520 และต่อมาลองทบทวนเหตุการณ์1 เมษา2524-9กันยา 2528 หลังจากสิ้นสุดสงครามพคท. รวมทั้งกรณีอาทิตย์ กำลังเอกปะทะป๋าเปรม ซึ่ง25 มกราคม เคยเป็นวันกองทัพไทยในสมัยพลเอกเปรม ซึ่งผมเคยเขียนเกร็ดเรื่อง “วันกองทัพไทย” และ .. สู่อนาคต “ทหารไทยนี้รักสงบ” และโดยผมเขียนปี2554ยังหวังดังเดิม ให้ทหารไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
ปิดท้าย การวิเคราะห์สถานการณ์ผ่านWar of positionของกรัมชี่ คือ การยึดคืนพื้นที่ของฝ่ายทหารได้ ทำอย่างก้าวหน้าทีละขั้น จนกระทั่งผมคิดอยากโพสต์เรื่องตลกๆ กรณีพื้นที่ภาคใต้ มีปัญหาตั้งแต่สมัยทักษิณ ท้าท้ายชนชั้นนำ และประชาธิปัตย์ ดังที่นักวิชาการฝรั่งเคยเขียนไว้ ซึ่งผมเคยเขียนเรื่องสภาวะDual power(อำนาจคู่)ฝ่ายรัฐกับกองทัพ ฯลฯ ต่อมาข่าวปัจจุบันที่ Daniel Russel มาจากอเมริกาห่วงใยไทย เกิดคลื่นใต้น้ำ นึกถึงการ์ตูนอดีตทูตคริสตี้ ครับ^^

*หนึ่งในชิ้นงานอยู่อัลบั้มงานศิลปะรูปแผนที่สมัยเรียนปริญญาตรีของผม ครับ^^
**การ์ตูนล้อภาคใต้ และอดีตทูตคริสตี้ อเมริกา นี่เป็นหนึ่งในภาพสะท้อนที่อเมริกา ครับ
***เกร็ดเรื่อง “วันกองทัพไทย” และ .. สู่อนาคต “ทหารไทยนี้รักสงบ”
http://www.prachatai.com/journal/2011/01/32710

31
เมื่อประมาณปี2554 ผมทบทวนความทรงจำ มาเล่าก่อนจะลืมเล่าเขียนเรื่องตลกๆ ขำขำระหว่างผมพบกับอ.ธงชัย ผู้เขียนหนังสือSiam Mappedฯ ก่อนเสวนาผมกับพวก นั่งแถวหลังของงาน ต่อมาอ.ธงชัย เดินมาเหยียบเท้าผม ร้อง”โอ้ย! เหยียบเท้าผมฯลฯ” (ฮร่า)…
โดยความทรงจำเก่าเป็นครั้งที่แนะนำตัวแบบเงียบๆ โดยชี้ตัวอักษรชื่อของผม ท่ามกลางผู้คน เพราะก่อนหน้านั้นเราเจอกันปี51กับ53 หลังจากเขียนจดหมายอีเมล์หากันก่อนหน้าหลายปีนิดหน่อย และผมไม่รู้จะพูดอะไรเจอกันให้หนังสืออ.ธงชัย ไปหนึ่งเล่ม เป็นวารสารทำสมัยเรียนป.โท หน้าปกเป็นรูปแผนที่สมุดภาพไตรภูมิโบราณ มีแม่น้ำของและปลา บทสนทนาสั้นๆ อ.ธงชัย “นี่แผนที่นี่นา”…ตัดฉากมาอย่างรวดเร็วเล่าย่อๆ ด้วย
ผมกับอ.ธงชัย คุยกันหลังเสวนาสองคนอีกรอบ รวมทั้งสถานการณ์ในช่วงปีนั้นกับหัวข้อประเด็นเสวนาด้วยเรื่องเล่าสั้นๆ ตัดจบ เอาฮร่าไว้ ครับ^^

*ภาพประกอบหนังสือSiam Mapped: A History of the Geo-Body of a Nationฯ(ครูเบนใช้แนวคิดOrientalism และHegemonyของกรัมชี่วิเคราะห์ภาษาลาตินสู่การสร้างชุมชนจินตกรรม(IC)ผ่านทุนนิยมการพิมพ์ อ.ธงชัย ใช้Orientalism-Hegemony และWar of positionของกรัมชี่ เกี่ยวกับเรื่องภูมิศาสตร์สมัยใหม่-แผนที่ภาพแสดงแทนทุนนิยมการพิมพ์ด้วย) หน้าปกฉบับภาษาอังกฤษ เป็นภาพแผนที่สยามกับช้าง(นึกถึงช้างศึกในหนังพระเจ้าช้างเผือกไหม?) สะท้อนภาพแผนที่อาเซียน ที่ต่อมากลายเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส อังกฤษ อเมริกา ฯลฯ และหนังสือเล่มนี้ยังมีวิเคราะห์ภาพการ์ตูนหนังสือพิมพ์ดุสิตสมิต ที่คนถูกชักขึ้นเป็นรูปแผนที่(รูปต้นแบบ) ในเล่มด้วยครับ

**สามวันนี้ มีรูปแผนที่ เพราะหาเรื่องเล่าตลกกึ่งสาระนี้แหละครับ^^

Posted in Uncategorized | Leave a comment

“สิบปีที่เขียนเรื่องปัญหาภาคใต้”-แม่น้ำของกับ7ปีหนังพระเจ้าช้างเผือกถึงเขียนงานใหม่ใน“คนจีน”ภาคเหนือ-เก็กเหม็งถึงภายใต้เวลาร้อยปีกฎอัยการศึก

“สิบปีที่เขียนเรื่องปัญหาภาคใต้”-แม่น้ำของกับ7ปีหนังพระเจ้าช้างเผือกถึงเขียนงานใหม่ใน“คนจีน”ภาคเหนือ-เก็กเหม็งถึงภายใต้เวลาร้อยปีกฎอัยการศึก

1.
ระหว่างเดินทางตะพานหินกับพิจิตร ในวันเสาร์ที่22 พ.ย.57-วันอาทิตย์และวันจันทร์ ทำให้นึกถึงเอามือถือเข้าไปแวะถ่ายรูปโรงหนังเก่าของตะพานหิน ตามที่เคยเห็นรูปในงานนิทรรศการภาพโรงหนังเก่าของโครงการโรงหนังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เชียงใหม่
โดยภาพยนตร์ เป็นสื่อสำหรับพูดคุย กับผู้คน ความทรงจำ บทสนทนากับหนังได้เป็นอย่างดี ราตรีสวัสดิ์ ครับ
The Southeast Asia Movie Theater Project
https://www.facebook.com/SEAMTP/timeline
ปล.ผมยังไม่ได้แวะดูโรงหนังที่พิจิตรเรื่องhunger games 3 ครับ

2.
เมื่อผมต้องตัดใจไม่ส่งประกวดสารคดีสั้น “ท่องเที่ยวไทย วิถีไทย 2557” โดยวางแผนส่งเรื่องบรรยากาศหมอกควันในเชียงใหม่ แต่ไม่ตรงกรอบ เสียดายเพื่อนแนะนำให้ลองส่ง และผมไม่มีเวลาถ่ายงานท่องเที่ยว แม้ว่าจะได้ไปที่แม่วิน ก็ตาม ครับ^^
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอเชิญนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดสารคดีสั้น “ท่องเที่ยวไทย วิถีไทย 2557” ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท
วัตถุประสงค์
1. เพื่อสร้างกระแสการรับรู้ในเรื่องการส่งเสริมให้ปี 2558 เป็นปี การท่องเที่ยววิถีไทย
2. เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนและประชาชนได้แสดงถึงวามคิดสร้างสรรค์และการถ่ายทอดผลงาน เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีงามของประเทศได้มากยิ่งขึ้น
3. เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์มุมมองใหม่ที่สร้างความประทับใจให้ประชาชนชาวไทยรวมทั้งเพื่อให้เกิดความรัก และตระหนักในคุณค่าของธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว ประเพณี วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาไทย
http://www.contestwar.com/contest/4552

3
หลายวันก่อน เจอคำถามสมัยทำกิจกรรมมหา’ลัย และผมนึกถึงภาพถ่ายวันที่แวะโป่งเดือด จึงถ่ายภาพไว้หลังออกจากบ้านหนองเจ็ดหน่วย ซึ่งหวนคิดถึงวันเวลาผ่านไปสิบกว่าปีแวะมาที่โป่งเดือด ในความทรงจำ สมัยที่เคยมาดูนก และเดินป่า กับชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ซึ่งเคยประสบการณ์ค่ายความหลังเก่าๆ ที่ผมรู้สึกตัวช้า สำหรับวัยหนุ่มนักกิจกรรม ทำงานพรรคนักศึกษา กรรมการหอพัก และผมเรียนศิลปะ ครับ
ปล.วารสารทำมือตอนไปร่วมกิจกรรมยังเก็บไว้ เหมือนตอนนี้อยากกลับไปฝันหวานแล้ว ครับ^^

ใช่ โป่งเดือด คือ น้ำพุร้อน ข้อมูลเพิ่มเติมตามลิ๊งค์ ครับ
http://www.chiangmaipao.go.th/tourism/index.php/attractions/get_detail/75

4.
วันนี้ผมถูกโทรศัพท์สอบถามงานตัดต่อหนังสั้นจากผู้กำกับ และผมในฐานะผู้กำกับร่วม ก็ได้รับสายจากทีมงานอีกคน จึงต้องรายงานความก้าวหน้าประจำสัปดาห์ของการตัดต่อ(ฮร่า) เน้นมุมมองของกล้องผู้กำกับเป็นหลัก ครับ
จากประสบการณ์ที่เคยเรียนตัดต่อแบบม้วนเทปวิดีโอมาถึงยุคดิจิตอล
โดยผม นึกถึงต่อเนื่องเรื่องสมัยเรียนทำหนังสั้นเขียนบท มีเขียนเรื่องแนวการเมือง ในยุคที่การเมืองไม่มีกระแสการเมืองร้อนอย่างในฤดูหนาวของปัจจุบัน(น่าจะไม่ได้เก็บงานเก่าไว้) กลั่นกรองจากประสบการณ์กิจกรรมหลายงาน เช่น ร่วมกิจกรรมชมรมอาสาพัฒนาและบำเพ็ญประโยชน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ -ชมรมวรรณศิลป์ หรือส่วนร่วมงานค่าย ณ โป่งเดือดในความทรงจำ อันสวยงาม ครับ^^
ปล.ภาพประกอบพระเอกถอดเสื้อไปอาบน้ำ ซึ่งผมเขียนเชิงส่วนตัวประสบการณ์ในความทรงจำของการหัดเขียนบท ถึงนักกิจกรรมผสมผสานไปด้วย จึงแยกแยะไม่แท็กวันนี้พักผ่อนก่อนหละกัน ครับ^^
Fah Sai อาจานเอาฉากผญอาบน้ำด้วย
ได้จัดไปฉากผญ.อาบน้ำจะตัดต่อด้วย ครับ^^

5.
วันนี้ผมออกมาลำปาง นึกถึงวันพรุ่งนี้อาจไม่มีสัญญาณเน็ต ซึ่งวันที่กลับบ้านเจอพ่อ และผมเอาโทรศัพท์เครื่องเก่าไปแลกเครื่องใหม่ ให้พ่อไปใช้เน็ต ไลน์ เฟซบุ๊คเพิ่มเติมเป็นของขวัญให้กับคุณพ่อครับ
ฮันแน่ แนวคิดคล้ายโฆษณาอยากซื้อมือถือให้พ่อเป็นของขวัญ 5 รุ่นนี้ไม่ควรพลาด..ใกล้จะถึงวันพ่อแล้ว ใครที่อยากซื้อมือถือให้พ่อเป็นของขวัญ
ครั้นแล้วผมนำเครื่องเก่าแลกเครื่องใหม่แทน และวันหลังว่าจะคุยกับพ่อเรื่องแนวศึกษาวัฒนธรรมดิจิตอล เพื่อเข้าใจยุคดิจิตอล…การศึกษาสำรวจเชื่อมต่อระหว่างเทคโนโลยีใหม่สื่อใหม่และการปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการสื่อสารความรู้ อัตลักษณ์และอำนาจ
หัวข้อที่ครอบคลุมในโปรแกรมวัฒนธรรมดิจิตอล รวมถึงเว็บ สื่อสังคม ออนไลน์ ตัวตน มือถือ โซเชียลเน็ตเวริค์ เกมคอมพิวเตอร์ ชุมชนเสมือน ทฤษฎีของเทคโนโลยีและวัฒนธรรมการวิจัยดิจิตอล สื่อศิลปะ
http://sydney.edu.au/arts/digital_cultures/undergrad/index.shtml

*ภาพประกอบ:ขณะถ่ายภาพแลกเครื่องเก่ากับเครื่องใหม่ และป้ายวัดในพิจิตร ครับ^^
**ราตรีสวัสดิ์ ครับ

6.
ขอโชวรูปสามรูป ก่อนสัญญาณหายไป ครับ:)

7.
เมื่อวานผมได้ร้องเพลงรางวัลแด่คนช่างฝัน นี่เป็นเพลงสมัยออกค่ายนักศึกษาในความทรงจำ…
อย่ากลับคืนคำ เมื่อเธอย้ำสัญญา
อย่าเปลื่ยนวาจา เมื่อเวลาแปรเปลื่ยนไป
ให้เธอหมายมั่นคง แล้วอย่าหลงไปเชื่อใคร
เดินทางไป อย่าหวั่นใครขวางกั้น
มีดวงตะวัน ส่องเป็นแสงสีทอง
กระจ่างครรลอง ให้ใฝ่ปองและสร้างสรรค์
เมื่อดอกไม้แย้มบาน ให้คนหาญสู้ไม่หวั่น
คือรางวัล แด่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ให้เธอ
บนทางเดินที่มีขวากหนาม
ถ้าเธอคร้าม ถอยไป ฉันคงเก้อ
ฉันยังพร้อมช่วยเธอเสมอ
เพียงตัวเธอ ไม่หนีไปเสียก่อน
จะปลอบดวงใจ ให้เธอหายร้าวราน
จะเป็นสะพาน ให้เธอเดินไปแน่นอน
จะเป็นสายน้ำเย็น ดับกระหายยามโหยอ่อน
คอยอวยพร ให้เธอสมดังหวังได้ นิรันดร์
^^…ราตรีสวัสดิ์ ครับ

8.
งานที่ผมไปเป็นการอบรมค่ายเยาวชน ซึ่งผมอยากเล่าย่อๆ ในหลากหลายประเด็นโดยโฟกัสเรื่องยาเสพติดอย่างตามสบาย(ฮร่า) ที่นักเรียน นักศึกษาระดมสมองแก้ไขปัญหาของประเด็นนี้ ในวันที่มีข่าว ณ ลำปาง ซึ่งผมพกหนังสือไปอ่านหนึ่งเล่ม และอยากพกหนังสือของนักเขียนเรื่องความรักของวัลยา อันสะท้อนภาพหนุ่มสาวทำเพื่อสังคม แก้ไขปัญหาสังคม
แต่ถ้าเรื่องคนกับสุรา นั่นทำให้คิดเปรียบเทียบกับเรื่องนักเขียนกับเหล้า(ฮร่า) เสพติดอย่างสร้างสรรค์อย่างพอเพียงพอประมาณตามคำของเยาวชน
ชิต บุรทัต กวีที่ใครว่าเขียนฉันท์ดีๆ ต้องกินเหล้าก่อน…
ไม่จริง แกเขียนเวลาดีที่สุด ไม่ได้กินอะไรเลย ทีนี้สตางค์ไม่ค่อยมี ก็ต้องไปขอเหล้าตามโรงพิมพ์เขากิน
เวลา ชิต บุรทัต อยู่บ้าน กลางคืนแกแต่งไว้เสร็จ รุ่งเช้าก็ไปตามโรงพิมพ์ ตรงกับวันเฉลิมฉลองสำคัญ ถามว่าไม่เอาฉันท์พระพร บ้างหรือ?

บรรณาธิการก็บอกว่าดีซิ งั้นคุณชิตแต่ง แกก็ว่าเอาเหล้ามาขวดหนึ่ง กินกันก่อน นั่งเขียนนิดๆหน่อยๆ หมดเหล้าไปขวดหนึ่ง ก็ขออีกขวดหนึ่ง คุณชิตเขียนได้ดี ตามที่จำมา พอเขียนเสร็จก็เมา
คุณโชติ แพร่พันธ์ หรือยาขอบ “นั่นก็จริตมาก เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ก่อนเขียนต้องอาบน้ำประแป้งแต่งตัว เขียนบนกระดาษสีชมพูแผ่นเท่าฝ่ามืออบหอม ส่งทีละย่อหน้า ต่อมาส่งเรียงทีละบรรทัด…

*ที่มา:นักเขียนกับเหล้าโดย กิเลน ประลองเชิง 25 ก.ย. 2557 05:01http://www.thairath.co.th/content/452341
**แด่เสนีย์ เสาวพงศ์ เพิ่งเสียชีวิต ผู้เขียนงานเรื่องปีศาจและความรักของวัลยา ฯลฯ ที่ผมเก็บหนังสือไว้ทั้งสองเล่ม ครับ^^
***ภาพประกอบการเดินทาง สถานที่อบรมกับลำปาง-ลำพูนในการเดินทาง ครับ^^

9
ผมชอบดูดีไซน์งานพื้นบ้านจากธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมาเป็นเครื่องจักสาน เผื่อไอเดียประยุกต์ใช้แนวออกแบบดีไซน์ เพราะสมัยเรียนศิลปะทำกิจกรรมหลายงาน แล้วผมทำตัวจบเรื่องเครื่องประดับด้วย
หากส่งประกวดโดยดัดแปลงส่งงานประกวดออกแบบเครื่องประดับ ศูนย์การค้าจิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์ ร่วมกับ สถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งเอเชีย (AIGS) ขอเชิญนักเรียน นักศึกษา และนักออกแบบ ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดออกแบบเครื่องประดับ JTC Jewelry Design Contest 2014 ภายใต้แนวคิด “จิตวิญญาณช่างไทยสู่อัตลักษณ์อาเซียน” (The Integration of Materials : Asian Identity) ชิงเงินรางวัล พร้อมแพ็คเกจดูงานที่ประเทศอิตาลี
เหม่! เผื่อนำงานLocal ได้ไปGo Interอิตาลี แต่ได้เพียงฝัน ไม่ได้ส่งงาน ครับ^^
ดังนั้น เล่าไว้ผมเคยเรียนวิชาศิลปะพื้นบ้าน จึงเครื่องจักสานของที่นี่ เป็นการเรียนรู้ในแง่การออกแบบ สู่ความนิยม เพราะมุมมองต่อFolk Art คือ ศิลปะชาวบ้าน น่าคิดต่อยอดผลงานภาพถ่ายของหนังสือ”VERY THAI: EVERYDAY POPULAR CULTURE เป็นหนังสือสำหรับนักท่องเที่ยวที่เสนอความเป็นไทยในชีวิตประจำวันของวัฒนธรรมประชานิยม ครับ

***ภาพประกอบผลงานถ่ายภาพสิ่งของเครื่องใช้พื้นบ้าน บรรยากาศบ้าน-ในหมู่บ้านหนองเจ็ดหน่วย ครับ
วันนี้ผมนึกถึงเพลงช่วงที่ดีที่สุด-BOYdPOD ครับ^^

…ราตรีสวัสดิ์หลับในช่วงดีที่สุด ครับผม^^

10.
หลายวันที่ก่อนโน้นวันอันซุ่มซ่ามของผม ไม่มีโรดแมปอันชัดเจน ขณะขับรถอยู่ในพิจิตรพาแม่เข้าศูนย์ราชการ หรือศาลากลาง โดยไม่แน่ใจว่าประตูปิดอยู่ข้างหนึ่ง มีทหารยืนเฝ้าทางเข้า มีช่องทางเล็กสองทาง และผมขับรถผ่าน ทหารสะพายปืนทำหน้างงๆ ต่อมาผมคิดขึ้นด้วยสงสัยเข้าข้างผิด น่าจะเป็นช่องเล็กด้านซ้าย ไม่ใช่ขวา
โดยผมเล่าให้แม่ฟังตอนขาออก เกิดทหารมันยิงเราละแม่ ซึ่งแม่ตอบมันยิงเราก็ผิด คนจะตายมันก็ตาย ผมเล่าให้รุ่นพี่ฟังหัวเราะคลายเครียดกันไป(ฮร่า)
ส่วนประเด็นโรดแมปในเรื่องปฏิรูปการเมือง เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่มีข้อเสนอเรื่องพรบ.นิรโทษกรรม เสนอออกกฎหมายนิรโทษกรรมคู่ขัดแย้งทางการเมือง 2ฝ่าย ตั้งแต่ปี2548-2557 ซึ่งผลพวงจากพรรคเพื่อไทย ก่อนหน้านี้ มาถึงยุทธศาสตร์ของแนวทางปรองดอง อันชวนให้เป็นจริง เกิดข้อถกเถียงกันอยู่ว่าพรบ.นิรโทษกรรมควรจะออกแบบอย่างใด ซึ่ง’ชวน’ไม่วิจารณ์นิรโทษ ชี้ยึดถูกต้องปท.เดินหน้า หรือพรรคประชาธิปัตย์อย่างอภิสิทธิ์ กล่าวเตือน ก.ม.นิรโทษกรรม ต้องไม่ทำให้ปัญหาซ้ำรอย
ในที่สุด ย้อนกลับดูข่าว’ประยุทธ์’ชี้’ปรองดอง’กับ’นิรโทษ’คนละเรื่อง. แต่อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวผมยังมีความหวัง ครับ
*ราตรีสวัสดิ์ ครับ
**ภาพประกอบการเดินทางแวะถ่ายรูปอนุสาวรีย์พานรัฐธรรมนูญ อำเภอตะพานหิน และป้ายในศูนย์ราชการพิจิตร
***http://m.naewna.com/view/breakingnews/133124
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE56VXhPVEU0T0E9PQ==&subcatid=
http://www.komchadluek.net/detail/20141202/197014.html

11.
^^หนังสั้นเสร็จภาพรวม เหลือใส่เพลงกับเสียงพาทย์ โดยรายงานความก้าวหน้าประจำสัปดาห์กับหนังสั้น ^^ตอนนี้ตัดต่อหนังจนปวดตาราตรีสวัสดิ์ ครับ
*คราวหน้าทิฟฟี่ (แผงสีเขียว)ได้รับการจองตัวเป็นนางเอกของหนังที่ผมจะทำแนวตลก ด้วย ครับ
ปล.แท็กคนอื่นไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเนี่ย(ฮร่า)
— กับ Wirakon Phrompan

Wirakon หนังเสดฉลองแน่นอน ผู้กำกับบอกไว้แล้ว มีเสี่ยปุ๊ อีกคนจองเลี้ยงเคานท์ดาวน์ ชวนTiffyด้วยละกัน แล้วชวนนวนาฎ ไปด้วยผมจะให้เล่นเป็นนางร้าย ในหนังผม ที่คิดเรื่องย่อไว้นางร้ายไว้คอยตบทิฟฟี่ (ฮร่า)

As Parnupong เสียใจด้วย แล้วงานประกวดยังส่งทัน ไว้นัดมาเอาไฟล์ที่ผมพรุ่งนี้สะดวกไหม? ติดต่อทางข้อความเพิ่มเติม

ขอบคุณพี่Krittsilp ห่วงใยสุขภาพ ครับ^^

ขอบคุณพี่April และผมจะดูแลตัวเอง ครับ

Michael Leahai อันนี้คือเรื่องอีล้อมเหรอ
อันนี้ยังไม่ใช่เรื่องบุญล้อม แล้วหนังวงแหวนฯ ยังไม่เสร็จเรียบร้อย นี่ก็ตัดเพิ่มล่าสุดวันนี้อีกเป็นรอบที่11 แล้ว ครับ

ขอบคุณพี่ ป.เข็กน้อย รอดูหนัง ครับ

12
รายการทีวีวันศุกร์:ประยุทธ์ทหารอาชีพ มีจ็อบเพิ่มเป็นนายกฯ ต่างจากทหารอาชีพ มีอุดมการณ์ต้องเสียอาชีพ กรณียังเติร์กรุ่นแรก กบฏร.ศ.๑๓๐ เมื่อพ้นโทษ บ๋วย บุณยรัตนพันธ์ ไปทำงานนสพ.สยามราษฎร์และศรีกรุง(ตระกูลวสุวัตร่วมคณะนสพ.สร้างศรีกรุงภาพยนตร์อย่างหนังเรื่องโชคสองชั้น) ถัด รัตนพันธุ์ และเนตร พูนวิวัฒน์ ร่วมเปิดร้านสรรพสินค้า “พูนรัตน์” เหรียญ ศรีจันทร์ เปิดร้าน “สินค้าไทย” ขุนทวยหารพิทักษ์ ตั้งห้างขายยาชื่อ โยคีสถาน (ต่อมาเป็นห้างศรีจันทร์)บุญ แตงวิเชียร และเขียน อุทัยกุล ไปเลี้ยงเป็ดและลงโป๊ะที่จ.สุราษฎร์ธานี นายอุทัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นผู้จัดการโรงสีไฟที่จ.พัทลุง
อิทธิพลทุนนิยมการพิมพ์ ในกรณีจีโนสยาม สู่นักหนังสือพิมพ์ของกลุ่มรศ.130ในกรณีศรีกรุงภาพยนตร์(กรุงเทพภาพยนตร์/นสพ.ศรีกรุง)-2475
… ความซับซ้อนชาตินิยมจีนกับไทยสยามกรณีตัวอย่าง ที่มีกล่าวถึงนสพ.จีโนสยามวารศัพท์ มีจะให้เนรเทศนายเซียวฮุดเส็งออกไป แต่ว่าหากเนรเทศเขาแล้ว จะกลายเป็นวีรบุรุษ(Hero) …
…ด้านกลุ่มรศ.130 ตอนอยู่ในคุกเขียนงานให้นสพ. เช่น “จีโนสยามวารศัพท์” “ผดุงวิทยา” ของเซียวฮุดเส็ง “สยามราษฎร์” ของมานิต วสุวัต “ยามาโต” “วายาโม” “พิมพ์ไทย” “ตู้ทอง” และ “นักเรียน” เป็นต้น ในปี2467 พ้นโทษสมาชิกหลายคนไปทำงานหนังสือพิมพ์ เช่น ร.ท.ทองดำ คล้ายโอภาศ ,ร.ต.จือ ควกุล ทำงานหนังสือพิมพ์ “บางกอกการเมือง” ซึ่งมีอุทัย เทพหัสดินทร์ เพื่อนนักปฏิวัติผู้มีหุ้นส่วนในหนังสือพิมพ์ดังกล่าว ส่วน ร.ต.บ๋วย บุณยรัตนพันธ์ ร.ต.ถัด รัตนพันธุ์ ร.ต.สอน วงษ์โต ร.ต.โกย วรรณกุล และ ร.ต.เนตร ทำงานที่ ”ศรีกรุง”(พี่น้องตระกูลวสุวัต ก่อตั้งภาพยนตร์เสียงศรีกรุง-หนังเงียบถึงเสียงพาทย์:โดยเรื่องภาพยนตร์จะขยายความในโอกาสต่อไป) และ “สยามราษฎร์”(รับอิทธิพลจีโนสยามฯมาเป็นนักนสพ.ในตระกูลวสุวัต) เป็นต้น
..เมื่อ ร.ศ.130 เป็นพวกลูกจีน และรักชาติ หลังเลิกงานมักทำตัวเป็นนักข่าวเล่าเรื่องการเมืองตามร้านอาหาร แหล่งชุมนุม และสโมสร คบค้าสมาคมกับทหารส่งผลต่อ2475
ทั้งนี้ บริบทกรณีตัวอย่างต่อมาช่วง 2475 ข้อคำนึงถึงสภาพของสยาม ที่ถูกแวดล้อมโดยอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งชาติทั้งสองนี้ มีข้อตกลงกัน คือ เอาสยามเป็นประเทศกันชน แต่เขาอาจพร้อมกันยกกำลังทหารเข้ามายึดครองแล้ว แบ่งดินแดนสยามไปเป็นเมืองขึ้น หรืออยู่ใต้อำนาจอิทธิพลของประเทศทั้งสอง.. และเรายังจะต้องอาศัยบารมีของพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องผูกรัดเขตต์แดนสยามเท่าที่ปรากฏในแผนที่เวลานี้ ให้ผูกโยงกันอย่างแน่นหนา เพราะเราต้องไม่ลืมว่าเวลานี้ เรามีเจ้าประเทศราช ..ในตัวแทนของภาคเหนือบทบาทของเจ้ากาวิละวงศ์ ณ เชียงใหม่ (บุตรเขยของพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ)เฝ้าอยู่เคียงข้าง ร. 7 ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ขณะเกิดการปฏิวัติของคณะราษฎรด้วย
สรุปโดยย่อ ข้อมูลการเปลี่ยนแปลง2475 มีรายละเอียดมากกว่านี้ดูตัวอย่างตามลิ๊งค์ของข้อมูลจะเห็นความเป็นมาของยุค130 สู่เหตุการณ์2475 ความขัดแย้งของระบบราชการภายใน และปัจจัยนอกราชการสื่อสิ่งพิมพ์-ภาพยนตร์บันทีก2475ของตระกูลวสุวัต โดยบทเรียนกับประสบการณ์ของรศ.130 นำมาศึกษาสู่การปฏิวัติของปรีดี หรือกลุ่มทหาร มีทั้งการแพร่กระจายสายการจัดตั้ง และมุมมองต่อรศ.130 เป็นดาราดวงเด่น ในกบฏเก็กเหม็งในเมืองไทยและเมืองจีน รวมทั้งแง่อื่นๆ กรณีการสืบต่อเกือบล้างแค้นให้เพื่อนร่วมรุ่น ที่ทรยศหักหลังรศ.130 เป็นสายลับในทหารด้วยกัน ต่อมา2475 มีรัฐธรรมนูญ คณะราษฎรได้ออกพรบ.ล้างมลทินผู้กระทำผิดทางการเมือง ร.ศ.130 และสมาชิกบางคนต่อมาเป็นส.ส. โดยท่านหนึ่ง บันทึกไว้ว่า “ทั้งนี้แสดงว่าการกระทำของคณะก่อการร.ศ.130 มิใช่เป็นสิ่งชั่ว แต่เป็นความคิดที่ไม่ต้องกับพฤติการณ์แวดล้อมและความนิยมของหมู่ชนเฉพาะกาลเท่านั้น” :ก่อนกาลเกิดรัฐธรรมนูญขึ้น

*ตัวอย่างข้อมูลที่มา:ยังเติร์กรุ่นแรก กบฏร.ศ.๑๓๐ -มองหาอุดมการณ์ ทหารหนุ่ม ‘ร.ศ.130’
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=inthedark&month=18-09-2007&group=19&gblog=18
จาก“คณะ ร.ศ.130” ถึง “คณะราษฎร”ความเป็นมาของความคิด“ประชาธิปไตย”ในประเทศไทย
http://freedom-thing.blogspot.com/2012/01/130.html
24 มิถุนายน 2475: สงครามบนแผ่นฟิล์ม หรือ“ภาพยนตร์กับการต่อสู้ทางชนชั้น..” ในเศรษฐศาสตร์การเมือง ปีที่ 7 ฉบับที่ 1-2 มกราคม-มิถุนายน 2532 (ผมเคยอ่านได้เคยอ้างไว้ด้วย) http://www.prachatai.com/journal/2012/06/41129
**ข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากงานเขียนของผม และภาพประกอบผลงานเขียนย่อลองต่อยอดจากงานนำเสนอภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก ซึ่งสมัยทำมาหากินนำเสนองานปี2550(ฮร่า)
http://www.thaifilm.com/newsDetail.asp?id=316
http://www.prachatai.com/journal/2007/12/15265

พี่ April ใช่เวียนหัวการสร้างข้อมูลความซับซ้อนที่สร้างความสับสนตัวอย่างยุค2549 รัฐประหารฆ่ารัฐธรรมนูญ(40)ตายเกิดใหม่เป็นรัฐธรรมนูญ2550 และรัฐประหาร2557 ฆ่ารัฐธรรมนูญตายเกิดใหม่เป็นรัฐธรรมนูญ2558-9(?) แล้วยังไม่รวมเรื่ององค์กรอิสระฯลฯ เช่น กกต.กับกรรมการสิทธิฯปล่อยให้ตายไป(อีกเรื่องปัญหาภาคใต้คนตายฯลฯ) ซึ่งกลับด้านกับทหารทำต่างจากยุคร.ศ.130 พยายามให้กำเนิดรัฐธรรมนูญ แค่อ่านหนังสือเฉพาะเจาะจงเรื่องยังเติร์กรุ่นแรก กบฏร.ศ.๑๓๐ แล้วผมยังเห็นอุดมการณ์ให้เกิดข้อสังเกตหลายประการที่เก็บไว้ ครับ^^

13.
ธรรมชาติบำบัด…ภาพประกอบบรรยากาศเส้นทางดอกไม้ ในหมู่บ้านหนองเจ็ดหน่วย ถึงเส้นทางน้ำไหล ณ โป่งเดือด ที่มีบ่อน้ำพุร้อน ครับ^^
วันที่ไปตอนนั้นผมถ่ายภาพขนมคู่ในภาษากะเหรี่ยง(ปะกากอญอ) ที่มีความหมายเรื่องขนมคู่ตัวผู้ตัวเมียอะไรสักอย่าง ตอนไปว่ากันว่าเป็นของดีของกินหายาก และผมถ่ายภาพไว้คู่กับมะละกอ ละมั้ง(ฮร่า)
ก่อนนอนจัดไปหนึ่งเพลง ทำไม ฟังเพลงนี้หลายรอบแล้วก็ไม่รู้พยายามอธิบาย แต่ไม่ใช่ไม่ต้องอธิบายมันแค่รู้สึกว่าต้องฟังก่อนหลับตา ราตรีสวัสดิ์ ครับ
โปรดเถิดรัก – COCKTAIL

14
จิบเบียร์วันละนิด พิชิตโรคได้..งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ซึ่งทางสหภาพยุโรปเป็นผู้ให้การสนับสนุน ในงานวิจัยชิ้นนี้มีข้อสรุปว่าเบียร์มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ เพราะในเบียร์มีวิตามินตัวหนึ่งชื่อโฟเลต หรือกรดโฟลิค หากดื่มพอเหมาะแล้วส่งผลเลือดลมดีมีการแนะให้คนดื่มเบียร์วันละ 1 ลิตร แต่นั้นคงเป็นปริมาณสำหรับชาวยุโรป เพราะอย่างชาวเมืองเบียร์หรือชาวเยอรมันนั้นการดื่มเบียร์ ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเบียร์ของเขาแอลกอฮอล์ไม่สูงนัก ส่วนใหญ่ไม่เกิน 5% การดื่มเบียร์แทนนํ้าถือเป็นเรื่องธรรมดาเสียด้วยซ้ำ
http://www.hollandbrewery.com/articledetail.php?id=38
ผมเคยอ่านเจออ.นิธิ เอียวฯ(ในศิลปวัตนธรรมลองค้นดูน่ะครับ) เคยเขียนเรื่องการดื่มเบียร์ในวัฒนธรรมของไทย และผมเจอข้อมูลมุมมองใหม่เรื่องเล่าการดื่มเบียร์เป็นวัฒนธรรมของคนเยอรมันค่ะ และแฟนตอบเขาไม่ใช่ปลาไม่ดื่มน้ำเปล่า
http://www.ladyinter.com/forum_posts.asp?TID=60738
สรุปแล้ว ข่าวเรื่องรณรงค์เป็นคนดีช่วงปีใหม่ ทำให้คิดเขียนข้อมูลเพิ่มเติมเปรียบเทียบเชิงวัฒนธรรมไทยกับเทศ ในแง่ศีลธรรมไม่ได้ แต่คนไทยยังพอประมาณว่าดื่มเบียร์อย่างพอสมควรของไทยได้ โดยภาพบรรยากาศดูบอลเสร็จแล้วเขียนในความทรงจำบางอย่าง ทำให้ดูดีมีสาระฮร่า..ราตรีสวัสดิ์ คับ^^
Sawitree ผมหาเรื่องเขียนมีสาระขำขันบ้าง เชื่อมโยงเล่นบ้าง ครับ
Tanyapat บอกแฟนเพื่อนเป็นเบาหวาน น่าจะต้องเลิกดื่ม เห็นคนเขาเขียนแนวนี้ว่าป่วยต้องงดมั้ง ครับ
Michealจิบเบียร์วันละนิด พิชิตโรคได้ แต่นักเขียนนิธิ เหน่ง และไมค์ต้องกินเป็นลัง จะได้เป็นรางวัลสำหรับการเขียนงานฮร่า
สรุปแล้ว ดื่มแอลกอฮอล์ไปต้องดูแลสุขภาพไปออกกำลังกายเตะบอล ฯลฯ ด้วย ครับ^^

15.
วันนี้ผมอาการท้องไส้ปั่นป่วน ซึ่งผมนึกถึงเมื่อแม่ทำต้มยำกุ้งให้ผมกินอร่อย ในความทรงจำช่วงที่ดีที่สุด ครับ^^
รำลึกถึงช่วงที่ผมกลับบ้านพ.ย. ได้เดินทางไปวัดหนองคล่อ กับอากู๋ และแม่ ซึ่งผมหวนคิดถึงยังไม่เคยกินพระกระโดดกำแพง(ถ้าผมสั่งกินต้องเป็นบอยกระโดดตึก หรือรอรวยก่อน เมื่อไหร่จะได้กินฮร่า) เพราะราคาจานใหญ่หมื่นสองบาท เป็นหูฉลาม(ฮร่า)
ราตรีสวัสดิ์ครับ
*ภาพระหว่างเดินทางไปวัด อาหารและเมนูอาหาร ครับ ^^
พี่จะรอBowน้องรวยพาไปกินแล้วกันครับ^^
Sawitree มุขนี้ขำดีที่ผมไม่กินพระ ฮร่าๆ ครับ

16
Mv เพลงวงแหวนรอบนอก แรงบันดาลใจจากดูมิวสิควิดิโอ เพลงโปรดเถิดรัก กับเพลงแค่พูดว่า ซึ่งเพลงแค่พูดว่ามาจากแรงบันดาลใจหนังเรื่องโลกทั้งใบให้นายคนเดียว จึงตัดดูเล่นๆ ก่อนหนังสั้นเสร็จเสียงพาทย์ ดูMV ผลงานเสียงร้องของผู้กำกับ Kingpechara Panta กันก่อน ครับ^^
ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^

สงสารพระเอกกับนางเอก หนังเศร้าดราม่า แล้วเมื่อวานผมลืมแท็กนางเอกWirakon Phrompan แหะๆ ครับ^^

มิวสิควิดิโอเพลงแค่พูดว่า..รุ้งเข้าฉากโดยบังเอิญชอบอารมณ์มิวสิควิดิโอสองเวอร์ชั่นอีกเวอร์ชั่นอย่างกับหนังสั้น ครับ https://www.youtube.com/watch?v=uTqdEqoDNgw

theBOYKOR – แค่พูดว่า (Unfriend Melody) | (OFFICIAL MV / SHORT…
YOUTUBE.COM

อรรคพล สาตุ้ม ผกก.kingpecharaมาพอดีจริงๆ ก็คิดว่าเสียงพาทย์มันจะดีไหม? ไม่เคยตัดต่อใส่เสียงพาทย์ น่ะ แต่โปรแกรมทำได้โดยเวกัส ทว่าการหาคนพาทย์ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งจะพาทย์ให้ดีอย่างยุคหนึ่งที่ลูกของเซียวฮุดเส็ง เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์จีนโนสยามฯ กลายเป็นนักพาทย์หนังยอดนิยม ด้วยครับ
http://www.thaifilm.com/articleDetail.asp?id=44

THAI FILM FOUNDATION :: สิน สีบุญเรือง หรือ ทิดเขียว (บรมครูนักพากย์)

อรรคพล สาตุ้ม ผมอาจจะคิดมากไปปัญหาการพาทย์ น่าทำง่ายๆ ก้อพอละมั้งสำหรับหนังสั้นฮร่าๆ ว่าไงผกก.แล้วค่อยวางแผนอีกทีละกัน ครับ

อรรคพล สาตุ้ม นอนก่อนละกัน คิดไม่ออกฝากไว้คุยกับผกก.ครับ^^
ใช่ ฮร่า ผมเครียดนิดหน่อยวิตกกังวล เพราะตัดต่อใส่พาทย์เสียงหนังสั้นยังไม่เคยทำมาก่อน น่ะครับ

17
ผมบังเอิญเจอข้อมูลโรงภาพยนตร์ไม้สองชั้น หลังคาสังกะสี ที่ชื่อว่าโรงหนังตงก๊กหรือศรีวิศาล ซึ่งคำว่า “ตงก๊ก” ชาวจีนบางคนแปลว่า “ประเทศจีน” และร่ำลือแต่ก่อนเคยเป็นโรงหนังโป๊ โดยชื่อโรงหนังศรีวิศาล จึงลองค้นดูเพิ่มเติม(ฮร่า)
ความเป็นมาโรงหนังตงก๊ก ด้านหน้ามีการตกแต่งและประดับธงอย่างสวยงาม ด้านหน้ามีคำว่า “รัฐธรรมนูญจีรังทั่วไทย” ด้านขวามีคำว่า “สานติสุขเสมอภาค อิสสระภาพ” และมีรูปซุนยัดเซ็น กับร.๗
ข้อมูลของผู้เขียนเชื่อได้ว่าภาพนี้น่าจะถ่ายไว้ประมาณ ปี พ.ศ.๒๔๗๕ หนทอ ๒๔๗๖ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยชื่อโรงภาพยนตร์ มีเขียนไว้ด้านบนซ้าย เขียนทั้งคำว่า “ตงก๊ก”และ “ศรีวิศาล” ควบคู่กันไป
ภาพที่สอง เมื่อเข้าไปด้านในของโรงภาพยนตร์ มีห้องขายตั๋วอยู่กลางลาน เขียนติดไว้ว่า “ห้องขายตั๋ว” และบอกราคาว่า “หนึ่งรูเปีย” อีกบรรทัดหนึ่งเขียนว่า “ใช้ ๗๐ ส.ต.” ยังเป็นสมัยที่เมืองเชียงใหม่ยังใช้เงินรูเปีย ซึ่งเป็นเงินจากประเทศอินเดียและใช้ในพม่ารวมทั้งภาคเหนือของประเทศไทย
ทั้งสองฝั่งตั้งเป็นร้านค้าขายของทั้งร้านขายอาหาร กาแฟ หนังสือ ของกินเล่น ด้านขวาของภาพมีพ่อค้าคนหนึ่งกำลังขายกาแฟอยู่ ด้านในมีบันไดเดินขึ้นเพื่อเข้าไปชมชั้นสอง บันไดด้านซ้ายเขียนคำว่า “ทางเข้าชั้น ๓ บ๊อก” ไม่ทราบแปลว่าอะไร
ส่วนบันไดด้านขวาเขียนคำว่า “ทางเข้าชั้นที่ ๒” ที่ชั้นสองติดพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ ๗ สลับกับผู้นำของประเทศจีนในสมัยนั้น คือ ดร.ซุนยัดเซ็น ส่วนด้านล่างลงมามีภาพหลายภาพ บางภาพเป็นหญิง ไม่แน่ใจว่าเป็นภาพผู้บริหารของประเทศจีนหรือว่าจะเป็นภาพดาราภาพยนต์ในสมัยนั้นก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังมีธงชาติไทยและธงชาติประเทศจีนห้อยด้วยเชือก
คนรุ่นเก่าบอกว่าภาพนี้คงตกแต่งเพื่อเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ เพราะปกติด้านหน้าทางเข้าโรงหนังตงก๊กเป็นที่โล่งติดถนนท่าแพ ถัดจากถนนท่าแพเข้ามาใช้เป็นที่จอดรถจักรยาน รถจักรยานยนต์และสามล้อรับจ้าง ถัดมาด้านในเป็นร้านค้ามีที่ขายตั๋วอยู่ตรงกลาง
สมัยนั้นก่อนฉายภาพยนตร์นอกเหนือจากมีเพลงสรรเสริญพระบารมีและมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงแล้วยังมีภาพของ ดร.ซุนยัดเซ็น ผู้นำประเทศจีนอีกด้วย บ่งบอกว่าเจ้าของโรงหนังตงก๊กมีความศรัทธาในระบอบการปกครองระบบประชาธิปไตยและยังมีความรักในประเทศจีนบ้านเกิดอยู่มาก อาจเรียกว่า “ชาตินิยม” ก็คงไม่ผิดนัก
หากเปรียบเทียบมุมมองของผมโดยกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงนิยมการถ่ายภาพยนตร์ และมีการสร้างโรงภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่อย่างเฉลิมกรุงด้วย
โดยสรุปย่อข้อเขียนเรื่องโรงภาพยนตร์ตงก๊กหรือศรีวิศาล ด้านหน้าวัดแสนฝาง เล่าผู้ที่ร่วมลงทุนเป็นกลุ่มชาวจีนหลายคน หุ้นส่วนหลักคือ นายเคียมถ่าย แซ่พัว นายเปงเล้ง แซ่เล้า เจ๊กเปงล้ง โตวิจักษ์ชัยกุล ระยะหลังโรงภาพยนตร์ศรีวิศาล เปลี่ยนชื่อเป็นโรงภาพยนตร์ควีน โดยผู้เช่าดำเนินการ คือ ร้อยเอกทองแขม สิทธิพงศ์ ต่อมาขายต่อให้ตระกูล “ชินวัตร” ทำกิจการโรงหนังอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งทำเป็นห้างสรรพสินค้าขายพวกผ้าไหม และเปลี่ยนเป็นบริษัทขายอุปกรณ์มือถือ
ปิดท้าย สถาปัตยกรรมโรงหนัง ที่เคยปรากฏภาพยุคบรรยากาศสมัยเริ่มประชาธิปไตย และความทรงจำ ระหว่างประชาธิปไตยไทยกับสาธารณรัฐชาตินิยมของจีน หายไป บัดนี้ ข้อถกเถียงประชาธิปไตยยังไม่จบในปัจจุบัน ครับ

*ภาพโรงภาพยนตร์ตงก๊กได้มาจากร้านรัตนผล ที่มาข้อมูลจากเว็บ อ้างอิงพ.ต.ท.อนุ เนินหาด ผู้สนใจเพิ่มเติมต้องหาหนังสือของเขามาดู ซึ่งผมเคยพบเขาที่บ้านลุงบุญเสริม ช่างภาพคนสำคัญของเชียงใหม่ ยังบอกว่าคนนี้เป็นผู้บันทึกประวัติศาสตร์เชียงใหม่ พิมพ์หนังสือเองด้วย ครับ
เชียงใหม่ในอดีต:โรงภาพยนตร์ตงก๊กหรือศรีวิศาล
http://muslimchiangmai.net/index.php?topic=3506.0

**ภาพประกอบจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรมกับร.7พระราชกระแส..เรื่องการศึกษาในระบอบFascism..และบทความพระเจ้าช้างเผือก มีเรื่องโรงหนังเฉลิมกรุง ดูเพิ่มเติม ครับ
http://www.prachatai.com/journal/2007/12/15265

Surapong ใช่น่าสนใจผมนึกถึงนิทรรศการภาพถ่ายลุงบุญเสริม ด้วย
พี่ Nuttakorn ใช่ ผู้การอนุ และผมเห็นข้อมูลเรื่องสถานบันเทิง ในเชียงใหม่ เกี่ยวกับประวัติก่อตั้งโรงภาพยนตร์ต่างๆ วิเคราะห์เชิงภูมิศาสตร์ น่าจะเป็นวิทยานิพนธ์ของภูมิศาสตร์ ครับ
http://archive.lib.cmu.ac.th/full/T/2554/geog20554ss_ch3.pdf

18
อากาศหนาวอย่างนี้นึกถึงน้ำอุ่น แล้วฉากนางเอกอาบน้ำเย็นนี้ ถ้าเกิดเทวดาให้หิมะตก คงอาบน้ำกันไม่ได้ง่ายๆ แน่ครับ^^
รายงานความก้าวหน้าประจำสัปดาห์ หนังสั้น “วงแหวนรอบนอก” ตัดต่อใหม่ล่าสุดรอบที่14 ฮร่า น่าจะโอเคเผื่อไว้ติดต่อฉายโรงหนัง ครับ^^
แท็กทุกคนในทีมคงบ่ลืมไผ ฮร่า..เอ่อ เน็ตอยู่ๆ พอจะโพสต์เกิดอาการค้าง
เมื่อบรรยากาศหนาวอย่างนี้ใส่เสื้อกันหนาวนอนแล้ว ครับ^^

-อันนี้แถมมิวสิควิดิโออีกครั้ง เพราะเผื่อนางเอกยังไม่ได้ดู ครับ

19
ทีวีที่พูดกรอกหู จนรุ่นพี่เห็นหน้าประยุทธ์ทางทีวีบอกกวนตีน นี่เป็นความซับซ้อนซ่อนหาทาง..กลายเป็นโรดแมปปฏิรูปร่างรัฐธรรมนูญ นี่แหละ “ประยุทธ์ หยุดพาชาติหลงทาง ผ่านสื่อ” ครับ
ย้อนดูการวิเคราะห์สื่อ และตีความเรื่องการสร้างภาพยนตร์ จากประวัติศาสตร์รัฐบาลคณะราษฎร สร้างสถาบันทหารนั้นกระทำในหลายวิธี การใช้ภาพยนตร์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ดำเนินไปอย่างได้ผล ภาพยนตร์ข่าวการปราบกบฎบวรเดช เป็นผลงานของสำนักงานโฆษณาการโดยหลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวัต) และบริษัทถ่ายภาพยนตร์เสียงศรีกรุง ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เข้าไปบันทึกภาพจากเหตุการณ์สู้รบจริง ๆ และภาพยนตร์แสดงให้เห็นถึงชัยชนะของทหารผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ต่อทหารของฝ่ายกบฎที่ถูกอธิบายว่าเป็นศัตรูต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้ภาพทหารของรัฐธรรมนูญเด่นชัดขึ้น
อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์ เรื่อง “เลือดทหารไทย” ก็ปรากฏสู่สายตาพลเมืองโดยภาพยนตร์ชุดนี้ถูกนำออกฉาย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ปี พ.ศ.2477 โดยคณะพี่น้องวสุวัตได้รับการสนับสนุนอุดมการณ์จากรัฐบาลประชาธิปไตย เกี่ยวข้อง จอมพล ป. ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำออกฉายปี พ.ศ.2478 ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้มุ่งหมายเพื่อเผยแพร่กิจการของกองทัพ ปลุกใจให้รักชาติ ปกป้องปฐพี และพิทักษ์รัฐธรรมนูญ โดยนำเสนอเป็นภาพยนตร์บันเทิงมีพระเอกนางเอกด้วย
ด้านหนึ่งของกิจการภาพยนตร์เป็นพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ และ ภาพยนตร์เสียงเรื่องแรกที่พี่น้องวสุวัต ประเดิมถ่ายทำได้แก่ภาพยนตร์ข่าว สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณ เสด็จนิวัต พระนคร ต่อมาภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ออกฉาย สู่สาธารณะที่ โรงภาพยนตร์พัฒนากร และเกิดการตื่นตัวทางภาพยนตร์ โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่มีเสียงพูด ชื่อว่า “หลงทาง” ออกฉายในวันขึ้นปีใหม่ของสยามขณะนั้น (ต่อมามีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่) และวันเริ่มต้นการเฉลิมฉลองพระนคร 150 ปีพอดี
ทั้งนี้ ร.7 ทรงได้อิทธิพลจากชนชั้นสูงของอังกฤษ ให้ชอบเสด็จไปล่าสัตว์และโปรดถ่ายภาพยนตร์เอาไว้ ก็ทรงห้ามไม่ให้เผยแพร่ เพราะเกรงคำครหานินทาของราษฎร ซึ่งชื่อหนังสือภาษาอังกฤษใช้คำว่า The Man Who Accused the King of Killing A Fish เพราะนรินทร์กลึงเขียนโจมตีร.7 ที่เสด็จไปตกปลาที่ประเทศอังกฤษ นี่เป็นภาพสะท้อนสื่อภาพยนตร์ อีกบทบาทหนึ่งของสื่อ ครับ
โดยสรุปอย่างย่อๆ ก่อนเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นไทยในปี พ.ศ. 2481 เห็นภาพยนตร์ในฐานะสื่อ ที่มีแนวคิดทฤษฎีวิเคราะห์ต่างๆนานา เช่น สื่อแพร่กระจายวัฒนธรรม และส่วนการวิเคราะห์กลุ่ม1.บทบาทตระกูลวสุวัตแห่งศรีกรุง ร่วมกับเจ้ามาร่วมกับฝ่ายทหาร(กลุ่มอื่น เช่น กลุ่มทุนจีน) 2.เกิดกลุ่มปรีดีภาพยนตร์ สร้างหนังเป็นทหารเพื่อสันติภาพอย่างหนังพระเจ้าช้างเผือก ในแง่ชาตินิยม : สันติสุข เสมอภาค อิสระภาพ”โดยมุมมองใหม่ของผม สะท้อนสภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ กับกฎแห่งกรรมในชะตากรรม ด้วย
ฉะนั้น เมื่อกรอบวิเคราะห์-การตีความในลักษณะลัทธิทหารนิยมรัฐธรรมนูญ สร้างชาติ กับลัทธิทหารอำนาจนิยมแนวฟาสซิสม์ จะมาเคียงคู่กันในบริบทจอมพลป. ที่กลายเป็นเรื่องว่าเผด็จการฟาสซิสม์ นิยมนโปเลียน ฯลฯ ต่อมาฟาสซิสม์เป็นภัยร้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง และแล้วบริบทปวศ.รายละเอียดเยอะ ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน เห็นว่าทหารจากชนชั้นของราษฎร กลายเป็นอำมาตยาธิปไตย
*ข้อมูลจาก 24 มิถุนายน 2475: สงครามบนแผ่นฟิล์ม
http://www.prachatai.com/journal/2012/06/41129
**ข้อมูลบทความพระเจ้าช้างเผือกของผม และการถ่ายทำหนังพระเจ้าช้างเผือกบรรยากาศธรรมชาติในจังหวัดแพร่
http://www.prachatai.com/journal/2007/12/15265
http://www.prachatai.com/journal/2008/01/15326

*** ที่มาชื่อหนังสือภาษาอังกฤษใช้คำว่า The Man Who Accused the King of Killing A Fish https://www.facebook.com/notes/10151521275083353/
****ภาพประกอบหนังพระเจ้าช้างเผือกจากทางเน็ตกับโน้ตเพลง ที่มาสถาบันปรีดีฯ ครับ
http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=43&s_id=9&d_id=23
*****ไอเดียบางส่วนจากหนังสือThailand : Origins of Military Rule
^^พี่Jerdjarus พี่Aprilผมบอกให้พี่เค้าหาหนังดูแทนตอนประยุทธ์ออกทีวี เช่น พยัคฆร้ายฯ นี้ครับ ฮร่าhttp://dek-movie.com/%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87-the-guillotines-%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%86%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A2.html
ใช่พี่ผมดูหนังเรื่องพยัคฆร้ายฯ ขณะนั่งรถทัวร์ เข้าใจช่วงเวลาและประวัติศาสตร์การต่อสู้กินเวลาเกือบสองร้อยปี ที่เหมือนว่ากบฏตายแล้วเกิดใหม่มาเป็นซุนยัดเซน จึงปฏิวัติซินไฮ่ สำเร็จการต่อสู้ของกบฎในหนังเป็นท้าฟ้าชะตาลิขิตอย่างเข้าใจชีวิต ครับ

/20
วันนี้ผมเข้าวัด เห็นภาพแนะนำรอยพระพุทธบาทศิลปะล้านนาจำลอง ถูกสร้างขึ้นแทนรอยพระพุทธบาทไม้แกะสลัก ที่อยู่พิพิทธภัณฑ์เชียงใหม่ ซึ่งเดิมอยู่วัดพระสิงห์ เป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับผม เพราะผมเคยคิดอยากฝึกฝนแปลตัวอักษรล้านนา และภาพไตรภูมิของรอยพระพุทธบาท มีคนทำแล้ว จึงนำภาพมาเผยแพร่ต่อครับ^^
ธรรมะก่อนนอน ราตรีสวัสดิ์ ครับ
*ข้อมูลเพิ่มเติมความหมายรอยพระพุทธบาท ดูตัวอย่างได้ทางเน็ต ครับ
http://www.polyboon.com/stories/story000090.html

21
ว่าด้วยหลายเรื่องรวมทั้งจิตรกรฝาเบียร์^^ 1.รูปวัดพระสิงห์ กับจิตรกรรมรูปที่เชื่อว่าเป็น เจ๊กเส่ง ผู้วาดภาพจิตรกรรมสังข์ทองประดับฝาผนังเป็นช่างชาวจีน ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ 2.รูปวัดเกตุการาม เจดีย์ของวัด และเจดีย์อัฐิชาวจีน มีทั้งภาษาจีน อักษรล้านนา และอักษรไทย เพราะย่านคนจีนอยู่กันจำนวนมาก 3.รูปป้ายวิหารชัวย่งเฮง วัดอุปคุต ประวัติ เป็นวัดที่หลวงอนุสารสุนทร(ซุ่นฮี้) และแม่นายคำเที่ยง ต้นสกุลชุติมา ผู้วางรากฐานห้างหุ้นส่วนเชียงใหม่อนุสารเป็นผู้สร้างขึ้น และมอบหมายให้พ่อบุญปั๋น พงษ์ประดิษฐ์ ศิลปินล้านนาไทย วาดจิตรกรรมที่ฝาผนังของวิหารขึ้นในปี พ.ศ.2470 ภาพเขียนรวมถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ของพ่อบุญปั๋นมีเอกลักษณ์เฉพาะตน เช่น ใช้สีน้ำมันทาบ้าน จานสีก็ใช้ฝาเบียร์ จึงได้รับฉายาว่า “จิตรกรฝาเบียร์”
อย่างไรก็ดี กรณีฝาเบียร์แสดงว่าเกี่ยวพันการดื่ม(ฮร่า) หรือไม่ แต่ว่าวัดสร้างสรรค์+จิตรกรอย่างน่าสนใจแบบพุทธไทย ครับ^^
ดังนั้น ความเป็นคนจีนหรือคนเมืองไทย ในล้านนา ภายใต้นิยาม “ชาติภพ”เกี่ยวกับ “อาณาเขต”ในคติไตรภูมิ ที่ “ร่างกายตายแล้ว” เวียนว่ายตายเกิดของสรรพสัตว์โลก ใน “ชาติ”ไทย ครับ
Good Night
*ข้อมูลบางส่วนที่มาวัดอุปคุต กับจิตรกรฝาเบียร์ ดูเพิ่มเติม
http://www.thailands360.com/Northern/Chiang%20Mai/%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9D%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99_%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%95(%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2)-117.html

Pawinee Jeab ชอบวัดเกตุฯ มากครับ แวะไปบ่อยมาก เมื่อก่อนตอนที่ลุงแจ๊ค (อาสาสมัครดูและพิพิธฯ ) ยังมีชีวิตอยู่ คุยกับแกแล้วได้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์สมัยทำการค้ากับฝรั่งเยอะเชีย
ครับพี่Jeab ผมระลึกถึงลุงแจ็ค เช่นเดียวกัน ครับ วัดเกตุฯ เป็นความหลังฝังใจสมัยเคยเป็นดูการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อพิพิธภัณฑ์ และประวัติศาสตร์การค้า ไทยจีนฝรั่ง หลากหลาย ฯลฯ รวมทั้งที่ผมไปยังถ่ายรูปไว้พอสมควรกับงานศิลปะจีนกับไทย อย่างภาพนี้ครับ^^
พี่april ใช่ประวัติศาสตร์บิดเบี้ยวกันได้ จุดแข็งของการเขียนประวัติศาสตร์ยุคก่อน 1.อ้างอิงหลักฐานจากหอจดหมายเหตุ เป็นเรื่องoriginal 2.การตีความ วิเคราะห์ประวัติศาสตร์อ้างความเป็นกลาง แต่ต้องระวังประวัติศาสตร์ที่อ้างจากข้อมูลชั้นต้น หรือข้อมูลที่หนึ่งอ้างอิงมาแต่ผ่านการตีความ วิเคราะห์บิดเบือน ผ่านมุมมองวิธีการศึกษาได้ด้วย ครับ

22
ผมเมากำลังจะหลับตา หลังสัมผัสลมหนาวผ่านมาครบรอบ10ปี ในปี2547 ที่เดินทางไปเชียงของ กับพวกหญิงสาว ที่ตอนนั้นกลุ่มคณะละครหุ่นเงา อีกคนหนึ่งเป็นคนถ่ายภาพให้ผมคู่กับสาว(น้องของเพื่อนผมอยู่ที่จ.น่าน) ในรูป ณ เกสต์ฮาวส์ ริมน้ำโขง ที่เชียงของ ซึ่งผมกำลังเริ่มต้นอย่างโรแมนติค(ฮร่า) สร้างสรรค์ต่อเนื่องเรื่องเล่าผ่านภาพแผนที่ในรอบสิบปีที่ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องแม่น้ำโขง หรือแม่น้ำของ
เมื่อย้อนกลับมาทบทวนบริบทของรูปแผนที่ในหนังสือ Siam Mapped: A History of the Geo-Body of a Nation ซึ่งผมกลับมาดูฉบับแปล คือ กำเนิดสยามจากแผนที่: ประวัติศาสตร์ภูมิกายาของชาติ
โดยผมเกิดผลของการคิดเรื่องข้อสังเกตคำว่าCorruption ในภาษาอังกฤษกับการแปลกลับมาคำว่าฉ้อราษฎรจากภาพแผนที่มีรูปคอมมิวนิสต์เวียดนาม ลาว และกัมพูชา ที่มีแม่น้ำโขง กำลังกลืนกินไทย กลับกันในปัจจุบันไทยไม่โดนคุกคามจากปัจจัยภายนอก แต่กำลังทำร้ายกันเอง รวมทั้งกลืนกินโกงติดสินบน ด้วย
ปิดท้าย บริบทของแผนที่นี้ ทำให้เห็นข้อสังเกตเวลาต่อมาของชะตากรรมช่วงยุคสงครามจีนสั่งสอนเวียดนาม(ลาว)-กัมพูชา ในบทเทวดาแห่งประวัติศาสตร์ในหนังสือชุมชนจินตกรรม บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม ในตอนปิดท้ายของหนังสือบทเทวดาแห่งประวัติศาสตร์(ฉบับพิมพ์ครั้งแรก) ดูที่ผมเคยเขียนไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม กรณีศึกษาของพื้นที่แห่งความทรงจำ โดยผมจะเขียนกล่าวจบอย่างสรุปสุดโรแมนติค มีรัก มีหวังหยุดคอรัปชั่น แม้อนาคตไม่แน่นอน
ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^
*ครบรอบเขียนเรื่องภาพยนตร์พระเจ้าช้างเผือก7ปีผ่านไปและครบ10ปีหาทางเขียนสร้างสรรค์ผ่านภาพประกอบหนังสือthe creative processพร้อมรูปผมกับน้องสาวของเพื่อน
**ภาพประกอบแผนที่ไตรภูมิ-แม่น้ำของหรือโขง และหนังสือ Siam Mapped ฯลฯ
***ภาพแม่น้ำของ ที่ผมนำเป็นแนวคิด โดยมีข้อสังเกตคนนำเสนอเชื่อมโยงภูมิกายาของเวียดนามด้วย
https://leminhkhai.wordpress.com/2012/03/13/the-geo-body-of-vietnam/
****ข่าวปปช.กับพล.อ.เปรม ชี้ใครบอกแก้โกงไม่ใช่หน้าที่ถือไม่รักชาติ
Srikloyjai กันเองไม่ต้องเรียกอา..จาน..ก็ได้ฮร่า
พี่Jeab น้ำโขงมีความหมาย = ? อืมอันนี้นิยามน่าจะตอบยาก ถ้าหมายความว่่าชื่อแม่น้ำโขง 1.น่าจะหมายถึงโค้ง ไม่ตรงตามตำนานเรื่องนาคสองฝ่ายทะเลาะกัน นาคฝ่ายหนึ่งเกิดแม่น้ำโขงกับปลาบึก และนาคฝ่ายสอง เกิดแม่น้ำน่าน 2.แม่น้ำไหลผ่านประเทศจีนมีชื่อเรียกว่า แม่น้ำหลานชางเจียง หรือ แม่น้ำล้านช้าง และเมื่อไหลผ่านเข้าเขตประเทศพม่า และประเทศลาว เรียกว่า แม่น้ำของ รวมถึงคำเมืองล้านนาก็เรียก แม่น้ำของ เช่นกัน แต่ในภาษาไทยเรียกว่า แม่น้ำโขง
ส่วนคำตอบที่3. ผมตอบง่ายว่าน้ำโขง มีความหมายกับปลา ไม่มีน้ำโขงไม่มีปลา หรือ น้ำโขงกับผู้คนใช้น้ำกัน ครับ
https://www.gotoknow.org/posts/289297
https://www.gotoknow.org/posts/255215

23 วันอังคาร
เดือนพ.ย.ผมร่วมเวทีเรื่องเกี่ยวกับองค์กรอิสระฯ ซึ่งประเด็นหลักคีย์เวริด์ผมพูดเรื่ององค์กรอิสระเป็นเสือกระดาษ เพราะตัวชี้วัด คือ พื้นที่สาธารณะอย่างสื่อได้ออกข่าวว่าองค์กรอิสระ โดยกรรมการสิทธิฯ สตง.(ตรวจเรื่องคอรัปชั่น)ยอมรับเป็นเสือกระดาษ ลองค้นดูคีย์เวริด์นี้ ครับ
ส่วนด้านข้อมูลองค์กร หลายเรื่องมาก กรณีกกต.จะทำไงให้มาตรฐานเท่าเกาหลีใต้ และปปช.จังหวัด จะพัฒนาให้ดีขึ้น เป็นภาพกว้างๆ น่ะครับ

เนื่องจากต่อยอดเวทีโดยโฟกัสยกตัวอย่างวิทยานิพนธ์ของผมอย่างสั้นๆในแง่โลกาภิวัตน์ –ชาติ สู่ท้องถิ่นกับอบต.(สู่อบท.) ทำให้เกิดพลวัตการกระจายอำนาจต้องมากขึ้น กรณีการจัดการรองรับการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนและชายแดนเป็นเรื่องเชิงทฤษฎีสั้นๆว่า ผลประโยชน์จากการพัฒนา ทำให้เกิดคอรัปชั่นอย่างข่าวพิพิธภัณฑ์ปลาบึก ที่ก่อสร้างในเขตเทศบาลตำบลเวียงเชียงของ ครับ
แต่สร้างมาแล้วใช้การไม่ได้ มีการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้น จนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)เข้ามาตรวจสอบเอาผิดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)
โดยสรุปง่ายๆแล้ว 1.ผมคาดหวังว่าคอรัปชั่นเป็นเรื่ององค์กรอิสระ(เช่น สตง.ฯลฯ) จะทำให้หายไปได้ก็ดี 2.ภาวะน้ำท่วมปากทางการเมือง ทำให้คนยังไม่สามารถมีสิทธิมีเสียงแก้ปัญหาอย่างอิสระได้ง่าย 3.โครงร่างคร่าวๆ สำหรับหัวข้อ สตง.การตรวจสอบคอรัปชั่นพิพิธภัณฑ์ปลาบึกของอบท. สู่การสร้างงานศิลป์พิพิธภัณฑ์ปลาบึก นี่แหละจบเรื่องสร้างสรรค์Artครับ^^

*ภาพประกอบที่เขียนตอบงานแสดงความคิดเห็น จริงๆครุ่นคิดหนักเขียนไปสี่แผ่น ดูที่เรียบเรียงไว้มาเผยแพร่สองแผ่น โดยประยุกต์แนวคิดบางส่วนJürgen Habermas: bourgeois public sphere. ซึ่งผมเขียนไว้กับคุยอยากให้องค์กรอิสระฯ เพิ่มพื้นที่สาธารณะการจัดเวทีมีส่วนร่วมอย่างไม่เป็นทางการมากขึ้น โดยผมถ่ายภาพเก็บไว้เผื่อดัดแปลงเป็นบทความอย่างแนวคล้ายๆ กรณีเรื่องคอรัปชั่น-องค์กรอิสระกับประชาสังคมที่เคยได้ลงเนชั่น สุดสัปดาห์ ครับ
**ข่าวจากเชียงรายนิวส์ ปีที่27 ฉ.0473 ส.ค.2557 และภาพประกอบงานศิลปะ-ผุดพิพิธภัณฑ์ปลาบึกน้ำโขงฝีมือ อจ.เฉลิมชัย ใหญ่ที่สุดในโลก.
http://www.maesainewsonline.com/index.php?main=read&id=2322&CID=2
สตง.ตามบี้เช็กบิลทุจริตพิพิธภัณฑ์ปลาบึก ข้อมูลนสพ.นี้บอกงบ 9 ล้านบาท
http://www.thaipost.net/x-cite/060712/59202
***โน้ตไว้หลังจากหลายปีที่ผมเคยเขียนขอทุนอียู(EUหรือสหภาพยุโรป) และร่วมผ่านกระบวนการหลายอย่างกับทุนยูเสด(Usaid) ที่คาดหวังกับองค์กรอิสระฯลฯ ครับ
เน็ตผมอาการค้างอีกแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนหละกัน แถมเพลงคำถามซึ่งไร้คนตอบ นี้ครับhttps://www.youtube.com/watch?v=mVkMDcjSpMQ

24 วันพุธ
ณ สถานที่หนึ่ง แบตมือถือจะหมดต่อwifiได้ นึกถึงวันจันทร์-วันอังคาร ผมพบผกก.หนังสั้นคุยหลายแรื่องแล้วไปไหว้พระพิฆเนศด้วยกัน

25 วันพฤหัส
วันนี้มางานเลี้ยง ที่สารภี จึงส่งสุขสันต์วันคริสตมาส กับรายงานประจำสัปดาห์หนังสั้น “วงแหวนรอบนอก”อยู่ระหว่างตัดต่อ”วางแผนกันอยู่ด้วย
แถมท้ายก่อนเน็ตหลุด กับหนังสั้น “น้ำตาแม่อาย” เคยออกฉายในช่องWetvเชียงใหม่ เผื่อ “หนังวงแหวนรอบนอก”ไปฉายบ้าง ครับ^^

นิติพงศ์ สำราญคง

26 วันศุกร์
เมื่อผมกับพรรคพวกคุยเรื่องงาน ก่อนนอนเลยจัดตามข่าววันศุกร์พบผู้นำ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องนายกพูดเรื่องสึนามิ และข่าวพล.อ.ประยุทธ์ไปเมืองจีน ต่อมาคุยเรื่องรถไฟในภูมิภาค
กรณีสิบปีที่เขียนเรื่องปัญหาภาคใต้ในปี2547กับภาพความจำต่อรถไฟ มีเรื่องเล่าบางอย่างตอนที่ผมอายุ20 ปี เลียนแบบเพื่อนๆ หลายคน ที่ต่างออกเดินทางคนเดียว เป็นการเรียนรู้ และแสวงหาความหมายของชีวิต ปี42 (ละมั้ง) ยิ่งกว่าหนังเพื่อนสนิท ติสท์หนุ่มนั่งรถไฟจากเชียงใหม่ไปสุไหงโกลก พกหนังสือคำพิพากษาไปอ่านระหว่างการเดินทางและกล้องถ่ายรูป ผ่านพบเจอผู้คนร่วมขบวนรถไฟ และผมพบผู้คนระหว่างทางภาคใต้ท่าทางเหมือนผู้ก่อการร้าย สูบบุหรี่บนรถไฟ
จากนั่งรถหลายวัน มาถึงสถานีสุไหงโกลก ต่อมาผมคิดมากไม่รู้ไปไหนต่อ จึงซื้อตั๋วรถไฟกลับทันใดนั้นเอง นี่แหละความทรงจำหน้ารออีกสามสิบนาทีกลับกรุงเทพฯ ซึ่งผมเล่าเรื่องนี้คนส่วนใหญ่จะหัวเราะ น่ะครับ^^

ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องสุไหงโก-ลก ป่าและแม่น้ำ รวมทั้งเส้นทางรถไฟ-การตั้งเทศบาลตำบล ดูที่วิกิพีเดีย ครับ
*กฎอัยการศึก…บทเรียนจากชายแดนใต้(“100 ปีกฎอัยการศึก 10 ปี ณ ปาตานี”… ซึ่งเป็นวันครบรอบ 10 ปีการหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร และเป็นปีครบรอบ 100 ปีการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ด้วย)
http://www.isranews.org/south-news/talk-with-director/item/29585-martial_29585.html
สิบปีสึนามิ
**ภาพประกอบบทความในนิตยสาร ที่เคยเขียนงานไว้ปี2547 ครับ

27-29
ผมปฏิบัติสมาธิเคลียร์งานมาสองวัน รายละเอียดขอไม่เอ่ยเอื้อนมาก ในที่สุดเสร็จงานไปหนึ่งอย่างก่อนสิ้นปีจนได้ ราตรีสวัสดิ์ ครับ
^^ภาพประกอบ ณ วัดพระสิงห์ ครับ
พี่jeab ไม่ใช่ผลงานของผม แต่ผลงานชิ้นนี้จำลองอยู่ที่วัดพระสิงห์

ใช่ พี่wathinee มงคลร้อยแปด ครับ^^

Songvudhi Jarakajornkul ผมชอบไปวัดพระสิงห์มาก ทำไมไม่เคยเห็นนะ หรือไม่สังเกตไม่รู้ ขอบคุณที่ถ่ายรูปมาให้ชม.เห็นทีไปเชียงใหม่คราวนี้ต้องแวะชมให้ได้
อรรคพล สาตุ้ม พี่Songvudhi เขาเพิ่งทำมาประดับจำลอง เนื่องจากอันจริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ มีโอกาสมาเชียงใหม่เจอกัน ครับ^^

Khunya Chukorn ทำไมภาพพวกนี้สวยจังเลย
ใช่ ผมเห็นด้วยกับพี่Khunya กรณีที่ภาพสวยงาม ส่วนแง่มุมสำหรับผม ทั้งความงาม รวมทั้งสนใจคติไตรภูมิแม่น้ำและปลา ครับ^^

30
ช่วงใกล้ปีใหม่ เมื่อวันที่27ธันวา ที่ผ่านมา ทำให้ผมทบทวนเล่าเรื่องสบายๆ ดีๆในแง่คุยกับรุ่นน้องมีเรื่องที่สิบปีที่ผมกับรุ่นน้องที่ร่วมเขียนเรื่องภาคใต้ในวันก่อน ที่ผมจะเข้าวัดบุพพาราม ในแง่มุมที่ผมตอนทำวิทยานิพนธ์ช่วงปี2547 เราคุยกันหลายเรื่องมาก ปัญหาต่างๆ มากมายของสังคมไทยในปัจจุบัน แต่ส่วนตัวในแง่นั้น ทำให้ผมมาทบทวนเรื่องภาคเหนือ ซึ่งรุ่นน้องผม ทำเรื่องวิทยานิพนธ์ป.โทเรื่องรัฐไทใหญ่ เปรียบเทียบกับภาคเหนือของล้านนา(ปัจจุบันเรียนป.เอก) และผมเขียนวิทยานิพนธ์ป.โทเรื่องเชียงของ เกี่ยวกับปลาในแม่น้ำของ
ซึ่งผมช่วยงานโครงการย้อนรอยจิตรกรรมวัดอุโมงค์เชียงใหม่ แบบไม่ค่อยสนใจไตรภูมิในแง่แผนที่มากเท่าไหร่ โดยคนเชื่อมโยงเรื่องไตรภูมิกับSIAMMAPPEDDฯ คือ รุ่นน้องของผม ทั้งที่เค้าเรียนจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ ด้วย

แน่ละนี่คือ ชะตากรรม ในแง่ที่เขาวันหนึ่งมาคุยเรื่องไตรภูมิภาพจิตรกรรรมแม่น้ำของ และปลา ทำให้ผมติสท์หนุ่มเห็นความเชื่อมโยงจินตนาการอันสร้างสรรค์ ก่อนหน้าเขาปีนี้ผมเจอเค้า ณ กรุงเทพฯ ก่อนบวชพระ และแล้วสำหรับปีหน้า ที่เล่ามาทั้งหมด นึกถึงว่าเขาย้ำๆ ว่าผมต้องไปงานแต่งงานของเขาให้ได้ ครับ^^(ฮร่า)
ฝันดีทุกคน ครับ
พี่Songvudhi ชวนคิดมิติจิตใกล้กับไกลของลมหายใจในไตรภูมิเห็นด้วย ครับ

31
สุขสันต์วันปีใหม่ ส่งท้ายปีเก่า ครับ^^สวัสดีปีใหม่
Day ตลกแล้วคุณ และพี่ป.เข็กน้อย เช่นเดียวกันราตรีสวัสดิ์ ฝันดี สวัสดีปีใหม่ ครับ^^

Posted in Uncategorized | Leave a comment

ใบไม้ที่หายไปกับสิบปีงานเขียนเรื่องสั้นในรวมเรื่องสั้น

ใบไม้ที่หายไปกับสิบปีงานเขียนเรื่องสั้นในรวมเรื่องสั้น

1.
ผมแวะมาธุระลำพูน งานเดียวกับงานที่ลำปาง ระหว่างที่เน็ตยังเชื่อมต่อใช้ได้ดี โพสต์รูปไว้ภาพลำปางกับลำพูน ได้เพียงถ้อยความ ที่มีเล่าสั้นๆ ครับ

2.
มุมมองของการถ่ายภาพ และผมนึกถึงเพลงประโยคบอกเล่า…เมื่อทุกๆ การขยับเคลื่อนไป ของช่วงเวลาที่อาจขาดหายไป หากไม่มีการเชื่อมต่อของสิ่งใด..
พี่Wathinee เกิดทัน เพราะเพลงประโยคบอกเล่าออกแนวอินดี้ๆ ซึ่งเสียงร้องโดย เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร GREASY CAFÉ กับเพลง “ประโยคบอกเล่า” เพลงประกอบภาพยนตร์ ชัมบาลา 2012 คำร้อง ทำนอง ขับร้อง Greasy Cafe’เรียบเรียง รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ , Greasy Cafe’…เรานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เธอฉันเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เป็น…เมื่อทุกๆ การขยับเคลื่อนไปของช่วงเวลาที่อาจขาดหายไป หากไม่มีการเชื่อมต่อของสิ่งใด…
ประโยคบอกเล่า Ost.ชัมบาลา (Official Audio)

…คนแต่ละคนออกเดินทางด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน แต่สำหรับผู้ชาย 2คน ที่ต่างมีมุมมอง..คนหนึ่งออกเดินทางพร้อมความหลัง ส่วนอีกคนหนึ่งออกเดินทางด้วยความหวัง…
-ขอบคุณ พี่Khunya ครับ^^

3.
ตำนานน่าสนใจของลำพูน1.ตำนานลำพูนเรื่องรอยเท้าสัตว์ 2.น้ำท่วมเมืองลำพูน
1.ตำนานความเชื่อเรื่องการถือกำเนิดของมนุษย์ในแถบลุ่มแม่น้ำปิงหรือน้ำแม่ระมิงค์ก่อนยุคสร้างอาณาจักรหริภุญไชยราวพันหกร้อยปีที่ผ่านมานั้นกลับมีการระบุถึงคำว่า “รอยเท้าสัตว์” คือ คนพื้นเมืองเกิดมาจากรอยเท้าสัตว์ ได้แก่ ตระกูลช้าง แรด และวัว
โดยเหล่าฤษีได้ถ่ายคูถถ่ายมูตรไว้ในรอยเท้าสัตว์สามจำพวก ต่อมานางช้าง นางแรด นางโคได้ไปดื่มกินอุจจาระ-ปัสสาวะที่ฤษีถ่ายไว้ ให้เผอิญว่ามีเชื้ออสุจิของฤษีปะปน บรรดานางสัตว์เหล่านั้นเกิดตั้งครรภ์ จึงคลอดทารกชาย-หญิงในรอยเท้าของพวกตน ฤษียินดีรับเลี้ยงไว้เป็นลูก และเมื่อเด็กเหล่านั้นเติบใหญ่ ฤษีให้อยู่กินฉันผัวเมียกันเป็นคู่เป็นคู่ แล้วให้ปกครองหมู่บ้านแต่ละหมู่…(ดูข้อมูลเพิ่มเติมการตีความเพิ่มเติม)
2.ตำนานเมืองเหนือเล่าว่า ก่อนสมัย ๑๒๐๐ ปี มีกษัตริย์องค์หนึ่งครองเมืองลำพูน มีนิสัยโลเล มิอยู่ใน ทศพิธราชธรรม เสวยแต่น้ำจันทร์มัวเมาด้วยอิสสตรี ไม่มีศีลธรรม ประชาชนถูกกดขี่ข่มเหง เสนาข้าราชการบริพาสล้วนแต่ประจบสอพลอ เทพยดารักษาเมืองก็พิโรธ ก็เกิดโรคภัยพลเมืองล้มตายและแล้วพระพิรุณก็กระหน่ำ จึงมีอุทกภัยเกิดขึ้น น้ำนองท่วมท้น มนุษย์และสัตว์หนีมิทันล้มตายไปกับแม่น้ำคงคา ครั้งเมื่อน้ำลดลงแล้วเมือง หริภุญชัยก็เป็นเมืองร้างไปเสียแล้ว สาเหตุที่ทำให้เมืองลำพูนร้าง น้ำท่วมตาย เพราะเจ้าเมืององค์นี้ได้มีแม่หม้ายไปร้องทุกข์กล่าวหาว่าลูกได้ตีแม่จึงนำความไปฟ้องเจ้าเมืองเพื่อให้ตัดสินคดีที่ลูกตีแม่ครั้งนี้ เจ้าเมืองฟังแล้วกลับตรัสตอบว่า เด็งดัง เพราะลูก “เพราะฉะนั้นการที่ลูกตีแม่จึงไม่มีความผิดใดๆ” ทำให้แม่หม้ายคนนั้นเสียอกเสียใจอย่างมาก จึงนั่งลงกราบแม่ธรณี อธิษฐานสาปแช่งเจ้าเมืองให้มีอันเป็นไป ในทันใดนั้นดินฟ้าอากาศก็เกิดวิปริตเกิดน้ำท่วมบ้านเมืองอย่างฉับพลัน ราษฎรจมน้ำตายเจ้าเมืองก็ตายตามไปด้วย คงเหลือแต่คนมีบุญมีศีลธรรม คนใจบาปหยาบช้าถูกน้ำพลัดจมน้ำตายหมด บ้านเมืองก็ว่างเปล่าไม่มีผู้นำมาเป็นเวลานานปี
http://www.konmeungbua.com/nithan/haripumchai.html

3.
ผมทดลองถ่ายภาพตลาดจตุจักรลำพูน โดยกล้องแคนนอน 700 D กับบรรยากาศของการสัมมนาเกษตรกรรายย่อย ที่ลำพูน โดยกล้องมือถือ สะท้อนภาพสัญลักษณ์
ด้วย ครับ

4.
แม่โพสพ บ้างเรียก โพสี ภาษาถิ่นพายัพว่า แม่โคสก ภาษากะเหรี่ยงว่า ผีบือโย ปรากฏใน โคลงทวาทศมาส ว่า “พระไพศภ” “พระไพศพ” หรือ “พระไพสพ” เป็นเทพเจ้าแห่งข้าวตามคติความเชื่อของไทย โพสพตามความเชื่อแต่เดิมเป็นเทวสตรี แต่ภายหลังได้มีคติปรากฏเป็นบุรุษเพศคู่กัน มีปลาเป็นพาหนะ ครับ
…แม่โพสพเป็นหนึ่งในกลวิธีแปลงนามธรรมเป็นรูปธรรมที่แยบยล เช่นเดียวกันกับแม่ธรณี เช่นเดียวกับพญามารและธิดาพญามาร ฯลฯ เป็นบุคลาธิษฐาน (personification)
สร้างขึ้นเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติ เพื่อให้คนเชื่อมโยงตนเองกับธรรมชาติได้ เพื่อให้คนเรียนรู้หรือรับรู้อำนาจของธรรมชาติทั้งภายนอกและภายในจิตใจของตนได้ง่ายขึ้น…
…การที่มีช่างศิลปะประดิษฐ์รูปแม่โพสพขึ้นหลายหลากมากแบบแต่โบร่ำโบราณมา น่าจะเป็นเครื่องยืนยันความสำคัญของ “เทวดาพื้นเมือง” องค์นี้ต่อชีวิตของคนไทยเราได้เป็นอย่างดีอีกประการหนึ่ง และเราอาจกล่าวอย่างขำ ๆ ได้ว่าเป็นความสำคัญที่รัฐรับรองแล้วเมื่อประเทศไทยส่งรูปปั้นแม่โพสพไปตั้งไว้ในศาลาไทยในงานนิทรรศการโลก (World Exhibition) ที่กรุงนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2482 ซึ่งเป็นสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%9E
http://lit.hum.ku.ac.th/Book/_16_7.htm
^^แม่โพสพเป็นภาพสัญลักษณ์สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
และลอยกระทงเป็นประเพณีบูชาพระแม่คงคา พระองค์ทรงปลาใหญ่หรือจระเข้เป็นพาหนะ พระองค์เป็นเทวีผู้ให้กำเนิดสายน้ำคงคา
***ภาพประกอบพระแม่โพสพทางเน็ตกับผลงานถ่ายภาพที่ประตูช้างเผือกกับยี่เป็ง ลอยกระทงของผม ครับ
ครับพี่Wathinee โฟกัสขำขำ กับสาวPondsเข้าใจ ครับ^^ แม่โพสพเป็นเทวดาพื้นเมือง”มีปลาเป็นพาหนะ หนึ่งในกลวิธีแปลงนามธรรมเป็นรูปธรรมที่แยบยล เช่นเดียวกันกับแม่ธรณี พระแม่คงคา พระองค์ทรงปลาใหญ่หรือจระเข้เป็นพาหนะ พระองค์เป็นเทวีผู้ให้กำเนิดสายน้ำคงคาเป็นบุคลาธิษฐาน แล้วภาพประกอบพระแม่โพสพทางเน็ตกับผลงานถ่ายภาพที่ประตูช้างเผือกกับยี่เป็ง ลอยกระทงของผม ครับ
ปล.ภาพพระแม่โพสพเวอร์ชั่นใหม่ของไทย ในเน็ต ก็มีอย่างรูปประกอบตามเว็บที่เขาเอามาด้วย ครับ^^
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=4164
พี่khunya ภาพวาดพระแม่โพสพ ดูศักดิ์สิทธิ์ ครับ

5.
เจ้าฟ้าเชียงใหม่และสุนัข ตอนที่1 ตำนานจากการสร้างเมืองเชียงใหม่…ชนปกาเกอะญอเล่าขานกันว่าเจ้าฟ้าเชียงใหม่และสุนัขของท่านได้ไล่เลียงผาตัวหนึ่งจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสาละวินเข้ามายังฝั่งตะวันออก จนกระทั่งไล่มาถึงที่ราบแห่งหนึ่ง เจ้าฟ้าเชียงใหม่ทรงทอดพระเนตรสุนัขของพระองค์กินอาหารที่นั่นเนื่องจากหิวโซ พอเจ้าฟ้าทรงตามมาทันจึงทำเสียงดุและด่าตะเพิดด้วยความไม่สุภาพว่า

“เจ้าไล่เลียงผามิใช่หรือ ทำไมมัวกินและกลืนอะไรอยู่” ด้วยเหตุดังกล่าวที่ราบแห่งนี้จึงมีชื่อว่า “หมื่อ อยู่ ปู” ซึ่งแปลว่า “เมืองกลืน” (ปัจจุบันคือแม่สะเรียง) มาจนถึงทุกวันนี้ หลังจากกินอาหารแล้วเจ้าฟ้าเชียงใหม่ก็ทรงไล่สุนัขของพระองค์ให้ล่าเลียงผาต่อไป ระหว่างทางสุนัขได้ปัสสาวะลงที่ลำธารหนึ่ง จึงถูกเรียกชื่อภายหลังว่า “ห้วยสุนัขเยี่ยว” (อยู่ระหว่างอำเภอแม่สะเรียงและอำเภอฮอด) จนถึงทุกวันนี้
จากนั้นสุนัขก็ล่าเลียงผาต่อไป จนกระทั่งถึงที่ราบอีกแห่งหนึ่ง ณ ที่ราบแห่งนี้สุนัขก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เจ้าฟ้าเชียงใหม่ทรงตามหาอย่างไรก็ไม่ทรงพบ ถึงกับทรงกรรแสง ดังนั้นที่ราบแห่งนี้จึงถูกเรียกชื่อภายหลังว่า “มือ ฮอ ปู” แปลว่า “เมืองร้องให้” ซึ่งต่อมาได้เพี้ยนไปเป็น “เมืองฮอด” (ปัจจุบันคืออำเภอฮอด) จนถึงทุกวันนี้

เจ้าฟ้าเชียงใหม่และสุนัขของท่าน ออกเดินทางล่าเลียงผา การเดินทางมุ่งสู่ทิศตะวันออก แล้วก็ไปถึงถ้ำแห่งหนึ่งและทรงนั่งพักผ่อนในถ้ำแห่งนั้น ถ้ำแห่งนี้และบริเวณที่ราบรอบ ๆ ถูกเรียกว่า “เมืองเหล่อปู” แปลว่า “เมืองถ้ำ” และต่อมาได้เพี้ยนไปเป็น “เมืองลำพูน” (ปัจจุบันคือจังหวัดลำพูน) มาจนถึงทุกวันนี้
**ภาพประกอบถ่ายต้นไม้ ที่สารภี
6.
เจ้าฟ้าเชียงใหม่และสุนัข ตอนจบ
หลังจากหายเหนื่อยแล้วก็เริ่มล่าเลียงผาต่อไป จนกระทั่งมาถึงหน้าผาแห่งหนึ่ง สุนัขตามล่าเลียงผาตามซอกผาซอกหินแต่ก็ไม่พบ ณ สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่มีชื่อว่า “เมืองเลปา” แปลว่า “เมืองหน้าผา” ซึ่งทีหลังเพี้ยนไปเป็น “เมืองลำปาง” (ปัจจุบันคือจังหวัดลำปาง) จนถึงทุกวันนี้
การล่าเลียงผาไม่ได้ผลสำเร็จเพราะร่องรอยหายไป ณ ผาแห่งนี้
เมื่อเจ้าฟ้าเชียงใหม่ จับเลียงผาไม่ได้ จึงหันกลับมุ่งหน้าขึ้นสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงและได้ตั้งรกรากอยู่ที่นั่น สุนัขตัวเก่งของเจ้าฟ้าเชียงใหม่ก็สิ้นลมหายใจ ณ ที่แห่งนี้ เล่าขานกันว่าก่อนสุนัขตัวนั้นจะสิ้นใจตาย เท้าสี่ข้างเหยียบลงบนหลังเต่าข้างละหนึ่งตัว หางสอดเจ้ารูลิ่ม ปากคาบตะกวด ตาเหลือบไปยังรังผึ้ง เจ้าฟ้าเชียงใหม่ได้ฝังศพของสุนัขของท่านตัวนี้ ณ บริเวณที่ตั้งวัดเจดีย์หลวงในปัจจุบัน

จากนั้นเจ้าฟ้าเชียงใหม่ก็ทรงสร้างบ้านเรือนที่นั่น ภายหลังมีผู้คนเข้ามาตั้งรกรากสมทบมากขึ้นจนกลายเป็นเมืองใหญ่ เจ้าฟ้าเชียงใหม่ทรงตั้งชื่อเมืองว่า “เหว่กี่แม” แปลว่า “เมืองหม่าย” ต่อมามีคนต่างแดนซึ่งเป็นพวกคนจีน (เจ๊ก) เข้ามาค้าขายและสามารถยึดครองที่ดินอย่างกว้างขวางและกลายเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจอย่างสูง ถึงกับเปลี่ยนชื่อเมืองจาก “เหว่กี่แม” ไปเป็น “เมืองเจ๊กใหม่” ซึ่งต่อมาเพี้ยนไปเป็น “เมืองเชียงใหม่” มาจนถึงปัจจุบัน
**ภาพประกอบภาพวาดสุนัข ที่พวกผมเคยร่วมกันเลี้ยงในหอพัก

7.
เมื่อวานผมผมจุดผางประทีป(ส) นึกถึงชาวล้านนาจุดผางประทีส เพื่อเป็นพุทธบูชาพระเจ้าห้าพระองค์ตามตำนานแม่กาเผือก และจุดบูชาเพื่อตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ ชาวล้านนา จึงนิยมจุดผางประทีสบูชา เพื่อสักการะต่อสิ่งต่างๆที่ได้ใช้ประโยชน์ เช่น ประตูบ้าน ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังเป็นการบูชาแสงสว่าง เชื่อว่าจะทำให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีแสงสว่างนำทางชีวิตให้โชติช่วงชัชวาลดั่งแสงจากผางประทีส ด้วยเหตุนี้ช่วงประเพณียี่เป็งจึงสว่างไสวเต็มไปด้วยแสงผางประทีส
http://library.cmu.ac.th/ntic/lannatradition/yeepeng-pangpratis.php
…“ย่ำค่ำคืนเพ็ญ ประทีบเด่นแสง จุดไว้แสดง เป็นพุทธบูชา แสงสว่างต้อง ดั่งดาวบนฟ้า จุดเพื่อบูชา พระแม่ธรณี”….

*ง่วนกับการตัดต่อหนังสั้นส่งประกวดบูชาแสงสว่างไว้ ครับ^^

พี่Khunya ขอบคุณที่ชม จริงๆแล้วผมตามดูประวัติและการทำผางประทีปแล้วคิดถึงแรงบันดาลใจสร้างหนังสั้นเรื่อง FARM RAK ฟาร์มรัก : an organic love story by SC ASSET

7.
นายกฯ พูดเรื่องลอยกระทง ในวันศุกร์ ‘ทำให้นึกถึงกรณีพิเศษนายกฯนายพล ยังอยู่กับกฏอัยการศึก ในแง่นี้ประเมินจากกฎอัยการศึก-ข่าวททท. ได้เตรียมกลยุทธ์(ยุทธวิธี/Tactics) “24 Hours Enjoy Thailand” เพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวประเทศไทยภายใต้กฎอัยการศึก.. ซึ่งจะเริ่มดำเนินการต้นปี 2558 ควบคู่ไปกับการเริ่มต้นปีการท่องเที่ยววิถีไทยที่จะเริ่มเปิดฉากต้นเดือน ม.ค. 2558…(รวมทั้งเรื่องประสานงานท่องเที่ยวในท้องถิ่นกับอบต.ฯลฯ)
แต่ถ้าตอนนั้นคอร์ฟิวนานเท่ากฏอัยการศึก ผลกระทบทั่วบ้านทั่วเมืองทางเศรษฐกิจ ตามร้านเหล้าพวกอยากเที่ยวไปร้านเหล้ากินเหล้าคงออกมาประท้วงเพียบแล้วนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป(ฮร่า) ครับ^^( รธน.ชั่วคราว2557มาตรา 44’ไม่กระทบกับนักท่องเที่ยว)
ทั้งนี้ ผมอ่านข่าวเจอวิจารณ์ขรม! “โคมล้านนา” ยี่เป็งเชียงใหม่ ตระการตาแต่ไร้จิตวิญญาณท้องถิ่น ในเรื่องว่าจัดงานใช้โคมจีน ฯลฯ โยงใยไปหลายเรื่องที่ตลกร้าย สำหรับผม คือ คนแสดงความคิดเห็นมั่วโยงการเมืองว่าอยากเอาใจเจ๊กแม้ว,เมืองควายแดง..อีกสรุปได้ดังนี้ ลองหาดูว่าสะท้อนความขัดแย้ง คนละมุมมองกับพื้นที่-ความทรงจำด้วย ครับ
ซึ่งผมเที่ยวไปถ่ายรูปเล่นเหมือนกับทุกปีเป็นภาพประกอบเลือกจากจุดพื้นที่เคยเป็นน้ำพุและรื้อไปแล้ว(ปวศ.ความทรงจำผม) ต่อมากลายเป็นจุดชุมนุมเสื้อแดง และผมออกไปถ่ายภาพจุดที่ทหารอยู่ตรงประตูช้างเผือก รอบๆนักท่องเที่ยว โดยทหารเหล่ผมตอนถ่ายภาพ แต่สุดท้ายเขาไปถ่ายเซลฟี่ กับสัญลักษณ์สิบสองนักษัตร ประเพณียี่เป็ง^^ ครับ
**ภาพประกอบสัญลักษณ์สิบสองนักษัตร ประเพณียี่เป็งตรงประตูช้างเผือก ซึ่งว่ากันว่าพญามังรายให้ลั๊วะจูงสุนัขมาที่นี่
พี่Wathinee ผมเข้าใจเรื่องมุขตลกแม่โพสพpond ครับ^^ และยินดีที่พี่มาแลกเปลี่ยนเรื่องโคมกับน้ำพุฯ ต้องติดต่อนายกเชียงใหม่ ครับ^^

พี่Khunya ขอบคุณที่รายงานจากที่กรุงเทพฯ^^ ครับ
เนื่องจากเมื่อวานวันลอยกระทงผมยุ่งถ่ายหนังสั้นกับตัดต่อหนัง จึงผ่านไปช่วงก่อนเย็นๆ กับค่ำนิดๆ แค่ๆขอบๆรอบเมืองไม่เข้าเขตศูนย์กลาง เพราะรถขบวนแห่คนเยอะ ครับ
Wathinee Khumsaeng ฮ่า ๆๆๆ พี่รอคำตอบว่ากระทงไหนชนะเลิศที่หอค่ะ ไม่ต้องเบียดแต่ก็รู้สึกได้ด้วยว่า อยู่ท่ามกลางสงคราม เพราะแถวหอนี่ก็ไม่แพ้ในเมืองเลย

อรรคพล สาตุ้ม ใช่พี่ไม่ต้องเบียดคน ท่ามกลางประทัดอย่างกับสงคราม ครับ^^

Wathinee Khumsaeng พี่ไปงานกระทงแค่ปี 1 ปีเดียวตอนเรียน มช.เพราะไม่เคยเห็นงานกระทงเชียงใหม่ ปีนั้นแทบเอาชีวิตไม่รอดกลับมาหอ อีก 3 ปี ต่อมาไม่ไปอีกเลยค่ะ

อรรคพล สาตุ้ม ผมเข้าใจพี่ ตอนผมมาเชียงใหม่ร่วมงานลอยกระทงปี1 อย่างกับสงครามปีนั้นต้องไปเยี่ยมรุ่นพี่ที่โรงพยาบาลอีกต่างหาก เนื่องจากพี่เค้าเล่นประทัดแรงระเบิด นิ้วขาด ครับ

Wathinee Khumsaeng เศร้านะ คนเล่นไม่เล่นกับสิ่งของแต่เล่นกับคน พี่เดินไปมันปาใส่เรา แล้วจากไป หลบแทบไม่ทันโดยเฉพาะแถวสะพานนวรัฐ ค่ะ ศูนย์กลางวงล้อมเลย อยากบอกคนที่จะมาเที่ยวเชียงใหม่นะว่าจะมาดูอะไร

อรรคพล สาตุ้ม ใช่พี่ ตรงสะพานฯนั้นเป็นจุดศูนย์กลางโดนระเบิดประทัดลูกหลงไม่สนุกเลย ครับ

Wathinee Khumsaeng ช่วงมาทำงานที่นี่ระยะหลังเลยเลือกไปลอยกระทงที่วัด ค่ะ ปลอดภัยดี แต่ปีนี้ไปลอยใต้สะพานหน้าวัดป่าตันแทน

อรรคพล สาตุ้ม ครับพี่ เน้นความปลอดภัยเห็นด้วย ครับ
พี่wathinee ใช่พี่ภาพน้ำพุ เป็นภาพเก่านั่นแหละ ส่วนเรื่องประตูช้างเผือกที่พระยามังราย เข้าเมืองน่าจะใช่มั้งครับ
พอดีผมไม่ได้เปิดดูตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ พวกนี้ เนื่องจากวันก่อนรุ่นน้องเรียนป.เอก เล่าให้ฟังเรื่องพระยามังรายเข้าประตูนี้แหละครับ

8.
เมื่อวานออกกองหนังสั้น และวันนี้ผมทำหลายเรื่องงาน รวมทั้งคอมพิวเตอร์ต้องตัดต่อหนังสั้นอีก จึงเป็นเหตุให้โพสต์ภาพขำขำ ละกันฮร่า ตาลายไปนอนแล้ว ครับ^^

9.
ครบรอบ10 ปีกับการทำหนังสือรวมเรื่องสั้นทำมือหลายคนเขียนรวมทั้งผม ในเดือนตุลาคม2547 วันเวลาที่ผ่านไปและรุ่นพี่ส่งหนังสือรวมเรื่องสั้นในสมัยผมฝึกฝนเขียนใช้จินตนาการสร้างงาน ซึ่งแจ้งเกิดร่วมกลุ่มวรรณกรรมรุ่นใหม่ในแมดเมน สร้างนิตยสารMad-men ทำมือกับนิตยสารHappinessพิมพ์ขาย ครับ
อย่างไรก็ดี หลังจากวันเวลาผ่านไปร่วมงานเขียนต่างๆ และบก.เคยเขียนเล่าจากหนังสือทำมือถึงที่มาของเว็บไซด์กลุ่มวรรณกรรมแมดเมน ซึ่งชื่อก็พอจะเดาออกว่า การเขียนงานฟรีอย่างเอาจริงเอาจัง ให้คนอ่านกันฟรีๆ ถ้าไม่ “บ้า” จริง ทำไม่ได้แน่…(ฮร่า)
http://www.madmenwriter.com/No20/index.html
(เว็บไซด์แมดเมน 2556)
***ภาพประกอบหนังสือรวมเรื่องสั้นของรุ่นพี่ พร้อมกล่องทางไปรษณีย์ ที่มีกองหนังสือรวมเรื่องสั้น(10ปี) แน่ละ ผมกลับมาอ่านงานเก่ามีเรื่องสั้นของผมโดยพระเอกชื่อสันติ ครับ^^

10
เมื่อผมทำหนังสั้นเสร็จส่งไปทันกำหนดส่งงานแล้วโรงเรียนไทยรอวัดดวง(ดี)โชคชะตา ที่แน่ๆ พระเอกเรื่องนี้ชื่อเจษฎา คนละคนกับเจษฎาภรณ์ ผลดี( ที่แสดงเป็นแดง ไบร์เลย์ มีปุ๊ ระเบิดขวดในหนัง2499อันธพาลครองเมือง)ครับ^^ เมื่อผมทำงานเขียนแนวอินดี้ (เล่นเฟซฯยังออกแนวอินดี้ นี่คิดขึ้นมาเอง) เริ่มแก่ตัวตามสภาพของผม บางคนบอกผมจะเหมือนพระเอกหนังอินดี้เรื่องนี้แหละน่ะครับ^^
ปล.ผมทำเอกสารการสมัคร และโปรแกรมยุ่งเรื่องการตัดต่อหนังสั้นเสร็จอยากอัพยูทูป แต่กติกาติดที่เงื่อนไขประกวด น่ะครับ^^
พี่Yutthadet ภาพตัวอย่าง คือ ภาพจริงชัด และพี่เจษฎามักกล่าวว่า อย่าเอารูปผมไปลงเฟซฯ น่ะ นี่แหละดารานักแสดง พระเอกอินดี้ต้องภาพไม่ค่อยชัด ฮร่า ครับ
พระเอกในเรื่องชื่อตะวัน จะได้คู่กับใบไม้ เป็นแสงสว่างส่องใบไม้ แหม่ แค่ชื่อก็ความหมายยิ่งใหญ่เหมือนความหมายชื่อเจษฎา ๑[เจดสะดา] น. ผู้เป็นใหญ่ที่สุด พี่. (ป. เชฏ? เชฺยษฺ?).[เจดสะดา] น. การเคลื่อนไหวอวัยวะ การไหวมือและเท้า ท่ารํา
กรรม การทําด้วยตั้งใจ การประพฤติ การตั้งใจทํา เช่น ภูบาลทุกทวี- ปก็มาด้วยเจษฎา. (สมุทรโฆษ). (ส. เจษฺฏา).
http://dictionary.sanook.com/…/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A9%…
พระเอกชื่อเล่นจริงๆ คือ โป๊ะ แปลว่า ที่สำหรับดักปลาทะเล
http://dictionary.sanook.com/…/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B9%8A%…

11
ความรักข้ามพรมแดนชาติพันธุ์ หลังยุคพระเจ้าตาก ที่กู้เอกราชจากพม่าช่วยล้านนา ต่อมาสมัยหลังยุคธนบุรีถึงต้นรัตนโกสินทร์ เจ้าฟ้าน้อยระภาผ่อ พ่อเมืองทลาง ได้จัดพิธีร่วมน้ำสาบานเป็นมิตรไมตรีต่อกัน ตามธรรมเนียมของเขาระหว่างเมืองกะเหรี่ยงและเมืองเชียงใหม่ขึ้น โดยได้ปลูกประรำพิธีขึ้นหลังหนึ่งที่ท่าน้ำเมืองทลางเรียกว่า ท่าสะยา พิธีได้เริ่มขึ้นโดยเจ้าฟ้าน้อยระภาผ่อได้สั่งให้ล้มกระบือตัวใหญ่ที่สุด อ้วนพีสมบูรณ์ที่สุด ที่มีในเมือง 1 ตัวเพื่อเข้าพิธี ได้ชำแหละตัดเขากระบือผ่าออกเป็น 2 ซีกด้วยกัน แล้วยื่นซีกหนึ่งให้เจ้าอุปราชธรรมลังกาถือเอาไว้ซีกหนึ่ง เพื่อแทนชาวเชียงใหม่ทั้งมวล เจ้าฟ้าระภาผ่อได้ขอให้เจ้าอุปราชธรรมลังกา และที่ประชุมได้กล่าวสัจจะปฏิญาณต่อกันไว้ว่า
“ตราบใดแม่น้ำคงไม่หาย เขาควายไม่ซื่อ ถ้ำช้างเผือกไม่ยุบ เมืองยางแดงกับเมืองเชียงใหม่ ยังเป็นไมตรีกันตราบนั้น…”
ทั้งสองฝ่ายได้กล่าวเป็นภาษาของตนและต่างเก็บเขากระบือรักษาไว้ ถือเป็นวาจาสัตย์ที่มีต่อกันสืบต่อไปในภายภาคหน้า ต่อมาเจ้ารัตนเมืองแก้วคำผั้น อนุชาของเจ้าอุปราชธรรมลังกา ซึ่งได้เดินทางไปในครั้งนี้ได้เกิดมีใจสมัครผูกพันธ์รักใคร่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับเจ้านางตาเวยบุตรีของเจ้าฟ้าน้อยระภาผ่อและต่างตกลงปลงใจเป็นคู่ชีวิตต่อกัน หลังจากเสร็จพิธีการแล้วได้เดินทางกลับเมืองเชียงใหม่
http://www.pgazkoenyau.com/content/view/14/6/

12
เรื่องเล่าความรักข้ามพรมแดนชาติพันธุ์ และการดื่มน้ำสาบาน โดยเขาควายสะท้อนการกำหนดเส้นพรมแดนตะวันออกแม่น้ำสาละวิน(แม่น้ำคงชื่อเรียกแม่น้ำสาละวินในภาษาไทยใหญ่/กะเหรี่ยง) ระหว่างยุคที่เชียงใหม่ กำลังผจญภัยอังกฤษยึดพม่า เกรงว่ามาล้านนา และสยาม ได้ ปรากฏบางส่วนของกะเหรี่ยงในพงศาวดารโยนก ก่อนเกิดแผนที่สยาม
เมื่อเจ้าคำฝั้นเษกสมรสกับ แม่เจ้าตาเวยราชเทวี ราชธิดาในเจ้าฟ้าเมืองยางแดง อันเป็นดินแดนกะเหรี่ยงที่รุ่งเรืองและร่ำรวยมากไปด้วยไม้ขอนสักอันล้ำค่า ได้รับมรดกส่วนพระองค์ ในฐานะราชธิดาเจ้าฟ้าเมืองยางแดง เป็นที่ดินป่าไม้ขุนยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เจ้าคำฝั่น ความขัดแย้งตอนขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ ได้เกิดการทะเลาะวิวาทกับเจ้าราชวงศ์สุวัณคำมูน ทำให้บรรดาขุนนางได้ไปเชิญเจ้าดวงทิพย์ และเจ้าบุญมา มาประนีประนอมการวิวาทครั้งนี้ โดยแนะนำให้พระยาคำฝั้น เสด็จออกผนวชวัดเชียงมั่น แล้วไปจำพรรษาที่วัดสวนดอก จากนั้นได้มีการปล่อยรถม้าเสี่ยงทายหาเจ้าหลวงองค์ใหม่ แต่รถม้าดังกล่าวกลับมาหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าวัดสวนดอก ซึ่งเป็นที่ประทับของพระยาคำฝั้น เหล่าบรรดาเจ้านาย และขุนนาง จึงได้อัญเชิญพระยาคำฝั้น ให้ลาสิขาบทกลับมาเป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่อีกครั้งด้วย
ต่อมายุคพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เป็นเจ้าราชนัดดา (หลานปู่) ในพระยาคำฟั่นกับแม่เจ้าเนตรนารีไวยตาเวย รวมทั้งเป็นพระราชบิดาในเจ้าดารารัศมี พระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ สมัยร.5 เปลี่ยนผ่านเส้นพรมแดนเดิมแบบเขาควาย หรือแผนที่จาริกบุญของล้านนาเดิม-แผนที่ไตรภูมิ เป็นแผนที่สยามตามเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ใหม่ ครับ
*ผลงานศึกษาสะท้อนเรื่องเส้นพรมแดนและพรมแดนชาติพันธุ์อย่างชารล์ส คาย์ส
http://www.baanjomyut.com/library/karen/history3.html
**ข้อมูลเพิ่มเติมภาพประกอบ:กะเหรี่ยงในจิตรกรรมไทย ที่วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน นี่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพิ่มเติมของประวัติศาสตร์บอกเล่า ตำนาน และท้องถิ่นของชุมชน ภาพสะท้อนก่อนเสียฝั่งขวาของแม่น้ำโขง(ของ) ณ น่าน รวมทั้งเชียงของ เชียงรายเคยขึ้นอยู่กับน่าน เส้นทางแม่น้ำโขง เป็นต้นสาขาแม่น้ำสาย ในปัจจุบันแม่น้ำสาละวิน เขตประเทศไทย นับตั้งแต่ทางเหนือของชายแดนไทย แม่น้ำสาย และน้ำกก ไหลจากเทือกเขาสูงในรัฐฉานลงสู่จังหวัดเชียงราย และเติมน้ำให้แก่แม่น้ำโขง เรื่อยมาทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน แม่น้ำแทบทั้งหมดในจังหวัดนี้ล้วนเป็นลูกน้อยของแม่น้ำสาละวิน ไม่ว่าจะเป็นน้ำปาย น้ำเงา…
http://www.watkadarin.com/index.php/2011-08-02-02-17-14/2013-10-05-02-13-54
http://www.sarakadee.com/m-boran/2003/10-12/watphumin.htm
http://salweennews.org/home/?p=3499

13
วันพรุ่งนี้จะออกกองถ่ายหนังสั้น น่าจะปิดกล้องได้แล้ว ทำให้ผมนึกถึงผู้กำกับหนังสั้น ทำหนังเกี่ยวกับไทใหญ่ (ลุ่มน้ำคง) โดยเขาพูดจริงๆจังๆ กับผมให้ผมร้องเพลงประกอบหนังสั้น”วงแหวนรอบนอก” ซึ่งผมไม่คิดร้องเพลง แล้วเคยเป็นนักร้องของโรงเรียนสมัยม.ปลาย ร่วมวงกับเพื่อนตอนนั้นเรียบร้อยโรงเรียนไทย(จีน)
เมื่อผมเริ่มแก่ตัวตามสภาพของผม คิดเล่นๆอยากแก่ไปอายุห้าสิบปีถึงหกสิบปีหน้าตาอย่างกับดาราแนวแมส(Mass:มวลชน)หนังใหญ่ เฉินหลง(60 ปี)โจว เหวินฟะ(59 ปี)หลิว เต๋อหัว(53 ปี)เหลียง เฉาเหว่ย(52 ปี)โจว ซิงฉือ52 ปี) อันนี้ยังไม่นับดาราฝรั่งอายุห้าสิบอัพ หรือพี่เบริด์ ธงไชย(อายุ 55) นึกถึงเพลงพี่เบริด์ พูดเล่นเล่น เล่นเล่น แกล้งพูดเล่นเล่น พูดเล่นเล่น เรื่อยเรื่อยนะ พูดเรื่อยเรื่อย เรื่อยเรื่อย ชอบพูดเรื่อยเรื่อย พูดเล่นเล่น ไม่ต้องเชื่อนะ…เอ้า! ผมเริ่มแก่ดูแลสุขภาพ ครับ
*ภาพประกอบอัลบั้มของผู้กำกับหนังสั้นแจกอภินันทนาการให้ทีมงานและนักแสดง กับบรรยากาศกองถ่าย โดยผู้กำกับอินดี้ ครับ^^
พี่Jeab รู้สึกผมจะทำอะไรหลายอย่างเกิ๊น ขอฟังเพลงพี่เบริ์ด เขียนคำว่ารัก แล้วขอตัวไปนอนฝันก่อน ละกัน ฮร่าๆ ครับ^^ http://www.youtube.com/watch?v=qXji_FykSKc
Asเห็นด้วยกับเพลงของ ผกก เล็กกวี .^^ โดยสรุปแนวเพลงสำหรับเพลงเพื่อชีวิตร้องเพลงไปคนฟังร้องไห้ได้ ส่วนผมหัดร้องเพลงเป็นเพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟ อินดี้ ร็อค ป็อบ ตอนนี้อยากจะร้องแนวแบบเบริด์ๆ พี่เบริด์ในมิวสิคเขียนคำว่ารัก มีแซวว่าโลกมันเร็วไป..คุๆคิๆฟุๆฟิๆจุบุๆ ครับ^^ฮร่าๆ
ปิดท้ายเนิร์สเซอรี่ซาวด์ กับเพลง หวาน อัลบั้มในปี2539-40 – อนุบาลโปรเจกต์เต็ม 54-52-54 อย่ากอดหนู (ฉลองยอดขายไม่ถึงล้านชุด/ข้อมูลขำๆจากวิกีพีเดีย)

kingpecha ผู้กำกับ555 มุขนี้ สอนอไหน เป็นการเล่นคำได้555

14
ปัญหาการปฏิรูปประเทศยาวนาน ย้อนดูอดีตความเจริญของสยาม เคยร่วมงานเอ็กซ์โปมหกรรมสินค้าและเทคโนโลยีโดยเอเชียมีแค่สยามกับญี่ปุ่น โดยเข้าใจง่ายว่าไทยกับญี่ปุ่นสมัยนั้นเจริญเท่ากันในสมัยร.4 ต่อมา สยามภายใต้ปัจจัยภายนอกอิทธิพลโลกาภิวัตน์ด้านการค้ากับอังกฤษ และร.5กับรัสเซีย ต่างๆ ที่มีผู้เคยศึกษากันแล้ว ต่อมาเกิดปัญหาการปฏิรูปประเทศไทยเหมือนญี่ปุ่น ร.ศ.103(130 ปีในปีนี้) กลุ่มเรียกร้องปฏิรูปเปลี่ยนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และข้อเสนอหลายอย่างกรณีไทยจะมีฐานะเป็นรัฐกันชนระหว่างพม่า กับอินโดจีนเหมือนสวิตเซอร์แลนด์ก็ตาม ต้องปรับปรุงการปกครองภายในให้ดีด้วย
กระนั้น ปัจจัยภายในร.5 รัฐบาลกลางได้ดำเนินนโยบายรวมหัวเมืองประเทศราชล้านนาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยามหรือไทย นับตั้งแต่ส่งข้าหลวงขึ้นมาประจำการที่เชียงใหม่เป็นครั้งแรก และปฏิรูปการปกครองมณฑลพายัพ(เมืองนครเชียงใหม่ – ครอบคลุมพื้นที่เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอนและเชียงราย)ภาคใต้ มณฑลปัตตานี(2449/ปัญหาภาคใต้2547:10ปี) เป็นต้น อีกด้วย
ดังนั้น ประเด็นความรักน่าสนใจกรณีเจ้าดารารัศมีกับร.5 ในการรวมล้านนากับสยาม ต่างจากทางน่านด้านนี้ ซึ่งภาพสะท้อนจิตรกรรม ในการที่เลือกเขียนเรื่องคันทนกุมาร เป็นเรื่องลูกกำพร้า ดังจะเห็นว่าในพงศาวดารเมืองน่านจากไข่ปลาสองฟอง จนกลายเป็นขุนนุ่นและขุนฟองแยกกันมาปกครองเมืองน่านและเวียงจันท์ ต่อมาภายใต้การปกครองของเชียงใหม่หรือพม่า เมืองน่านไม่ได้ถูกสนใจมากนัก หลังจากตกเป็นประเทศราชของสยามแล้ว ในที่สุดเสียฝั่งขวาแม่น้ำโขง(ลาว ส่วนหนี่งของน่าน) ครับ
*ตัวอย่างเรื่องเล่าปัญหาการปฏิรูปประเทศสำหรับท่านประยุทธ์ ครับท่าน”นายกฯชมญี่ปุ่นมีส่วนผลักดันศก.อาเซียน” พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2557
**ผมทบทวนความทรงจำบริบทปวศ. ที่ผมเคยเขียนบทความเรื่องจิตรกรรมวัดภูมินทร์กับแม่น้ำของในการอ่านภาษาภาพจิตรกรรม กับอักษรธรรมล้านนา:ชื่อของพื้นทีศักดิ์สิทธิ์แม่น้ำโขง ซึ่งอยากต่อยอดเพิ่มเติม จึงโน้ตไว้จากยุคเจ้าคำฝั้นเษกสมรสกับ แม่เจ้าตาเวยราชเทวี(กะเหรี่ยง)สืบต่อมาพระเจ้าอินทวิชยานนท์-เจ้าดารารัศมี เปรียบเทียบกับน่าน ครับ
***ภาพประกอบผลงานรูปวาดสมัยผมเรียนวาดรูปเลียนแบบวัดภูมินทร์เรื่องคันทกุมารชาดก ครับ
ขอบคุณที่พี่Khunya ชมภาพ ครับ ที่มาของภาพพระมารดาชี้ให้เจ้าชายคัทธกุมารดูรอยเท้าของพญาช้างสารที่เป็นพระบิดาของพระองค์ เพราะพระอินทร์ลงมาแปลงเป็นช้างสารเข้ามาเหยียบเรือกสวนไร่ฝ้ายของพระนาง พระนางน้อยก็ออกมาไล่ ไล่ไปไล่มาก็เหนื่อยเห็นมีน้ำขังในรอยเท้าพญาช้างนั้นดื่มกินแก้กระหาย ต่อมาพระนางจึงตั้งครรภ์ให้กำเนิดแก่เจ้าชายคัทธกุมาร เมื่อผมมีโอกาสอยากวาดภาพปู่ม่าน ย่าม่าน หรือภาพกระซิบรักของวัดภูมินทร์

15
กรณีที่ผมได้รับข้อมูลฝากแชร์ ครับ^^
https://www.change.org/p/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1-%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%A1%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99?utm_campaign=responsive_friend_inviter_chat&utm_medium=facebook&utm_source=share_petition&recruiter=179280589

15
งานกลางวันสองวันมานี้ร่วมเวทีงานหนึ่ง ซึ่งใช้พลังสมองครุ่นคิดร่วมแสดงความคิดเห็น และต่อมาเสร็จงานผมรู้สึกตัวเริ่มลงพุง เสียดายไม่สามารถกินอาหารเยอะได้ นานๆไปโรงแรมอย่างดี ทำให้ผมอยากเล่าเรื่องเล็กน้อยขำขำ ที่จริงผมต้องออกกำลังกายดูแลสุขภาพ! ฟิตๆ ออกกำลังกายเผื่อจะกลับไปลงสนามฟุตบอลอย่างที่เพื่อนมาชวนสองอาทิตย์แล้ว แต่มนุษย์แว่นเริ่มแก่อย่างผมไม่ค่อยพร้อม..(ฮร่า)@@
ส่วนผลงานที่ผู้กำกับถ่ายภาพรูปผม ที่ผมมาปรับแสงเล่น ครับ^^
ปล.อินเตอร์เน็คเกิดช้าขึ้นมาอีก จึงราตรีสวัสดิ์พรุ่งนี้เช้ามีธุระงานแต่เช้า ครับ^^

16
เดินทางไกล มาทำงานสุดท้ายย่อมต้องพักผ่อน:) ครับ

17
ผมเดินทางเหนื่อย ลืมหนังสือไว้หนึ่งเล่มด้วย ตอนนี้เพลียหลับก่อนหละกันครับ^^
ป่าสนวัดจันทร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นผืนป่าสนธรรมชาติแห่งสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นส่วนหนึ่งของอำเภอลำดับที่ 25 ของเชียงใหม่ และอยู่อันดับที่ 878 ของประเทศไทย โดยเป็นทั้งที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอและศูนย์กลางของกลุ่มเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนอำเภอกัลยาณิวัฒนา
ซึ่งมีกลุ่มการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวัดจันทร์เป็นส่วนหนึ่งในนั้น

18
วันที่ผมออกพื้นที่งานจ็อบถ่ายภาพ ทำให้ผมได้เจอรุ่นพี่นักเขียนแป๊บนึง คือ นักเขียนนามปากกาโถ่เรบอ (ภาษาปกาเก่อญอ แปลว่า นกกระเต็นสีเหลือง) บันทึกเรื่องราวของชนเผ่าปกาเกอญอ โดยนักเขียนชาวปกาเกอญอ สะท้อนออกมาเป็นเรื่องสั้น อาศัยฐานความรู้ความรู้สึกจากใจคนเขียน ทั้งในเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม และความรักโรแมนติค…
เมื่อฝนเม็ดน้อยๆ ค่อยๆ ซาลงไปไอดินและกลิ่นสนก็โชยแผ่วมาจางๆ หมอกหลังฝน ก็สยายตัว ระฟ้าขึ้นตามยอดทิวสนบนภูเขา…นี่ลีลาสไตล์ในการเขียนเรื่องความรัก..เนื้อเรื่องของเด็กผู้หญิงชาวปกาเกอญอที่เข้ามาเรียนในเมือง และหลงรักชายหนุ่มคนเมือง ..คอยชายคนรักกลับมา จะนานสักแค่ไหน เธอก็ยังรอ…
อย่างไรก็ดี ข้อสังเกตจากอ่านข้อมูลในเน็ต คำว่า”ก็”ยังรอ…ในแง่มีความหวัง ลองติดตามอ่านตอนจบ กัน น่ะครับ^^
http://www.localtalk2004.com/V2005/detail.php?file=1&code=l2_30052007_01
***เฟซฯช้าอีกส่งท้ายด้วยภาพประกอบจากกล้องแคนนอน700D โบสถ์บ้านหนองเจ็ดหน่วย บรรยากาศหมู่บ้าน และภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตหนังสือเชวาตัวสุดท้าย โดยภาพไม่ได้เหมือนวันที่16-17เป็นภาพจากกล้องมือถือปรับแต่งภาพ ครับ
พี่wathinee ผมรู้จักเป็นการส่วนตัวกับพี่โถ่เรบอ ไม่เจอกันนาน จึงมีโอกาสได้พบกัน ซึ่งผมเคยมีหนังสือเชวาตัวสุดท้าย แต่หายไประหว่างการเดินทางที่มักเป็นนิสัยรักการอ่านหนังสือ แล้วพกพาไปด้วย ข้อมูลเพิ่มเติม สัมภาษณ์ ‘โถ่เรบอ’
http://www.hilltribe.org/autopage/show_page.php?h=39&s_id=76&d_id=73
Bow ถ้าแม่กับโบว์ขึ้นมาเชียงใหม่จะพาไปเที่ยวแม่แจ่ม-กัลยาณิวัฒนา-ปาย ครับ

19
ผมเล่าเรื่องบ้านหนองเจ็ดหน่วย ต่อยอดเรื่องเชวาตัวสุดท้าย ผ่านภาพสะท้อนในหมู่บ้าน โดยตั้งชื่อภาษากะเหรี่ยงชื่อว่าทีแหม่เก่อลา ซึ่งแปลว่า กระจกที่ส่องตนเอง ในหมู่บ้านแห่งนี้จะมีหนองน้ำอยู่ 7 แห่ง จึงเรียกเป็นภาษาไทยว่า บ้านหนองเจ็ดหน่วยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้หนองน้ำดังกล่าวเหลือแค่ไม่กี่แห่ง ด้านการตั้งกฎระเบียบของหมู่บ้านขึ้นกันเอง โดยใช้หลักความเชื่อเดิม ๆ โดยมีความเชื่อว่าผู้ที่กระทำความผิดแล้ว ถ้าไม่บอกก็จะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นในหมู่บ้าน เช่น หญิงสาวคนไหนที่ท้องโดยที่ยังไม่แต่งงาน จะมีเสือหรือสัตว์ป่าเข้ามาในหมู่บ้าน และคนไม่สบายโดยไม่มีสาเหตุ…
ข้อมูลที่มาhttp://ichpakayaw.org/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2-138
ภาพความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่รุกเข้าไปในดินแดนชุมชนปกาเกอญอ ในแง่การต่อสู้เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมhttp://pttinternet.pttplc.com/greenglobe/2550/writing-03.html
*ภาพประกอบผมถ่ายภาพโรงเรียนสหมิตรวิทยา ต.บ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ พร้อมบรรยากาศหมู่บ้าน ในลมหนาวสายหมอกและราตรีสวัสดิ์สำหรับรอรับอรุณสวัสดิ์ ครับ

20
ผมเริ่มโดนทวงงานตัดต่อหนังสั้น”วงแหวนรอบนอก”แล้วจากผู้กำกับหนังสั้นและนางเอกว่าแฟนคลับรอดูอยู่ด้วย 555 ผมนึกถึงบรรยากาศเบื้องหลังกองถ่ายแบกกล้องถ่ายหนังสั้นได้! แข็งแรงๆ นี่เป็นรูปประกอบบรรยากาศทางสู่ถนนวงแหวนรอบนอก อุปกรณ์ประดิษฐ์DIYขึ้นสำหรับถ่ายหนังสั้น
โดยผมรวบรวมไฟล์หนังสั้น เห็นรูปผู้กำกับหนังสั้น ถ่ายรูปเบื้องหลังการถ่ายทำหนังสั้นวงแหวนรอบนอก และพระเอก ใส่แว่นมาแล้ว ผมแซวเล่นเรื่องส่วนใหญ่แรงงานเขาไม่ใส่แว่นกัน! ถ้ายุคกัมพูชาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เขาเห็นคนใส่แว่น เป็นปัญญาชนฆ่าตายกวาดล้างเลย ดีที่พม่าไม่เลียนแบบ อ่ะน่ะ ครับ^^
หนังสั้นเกี่ยวกับไทใหญ่ ที่สามารถจินตนาการว่าเหตุเกิดกับคนไทย ก็ได้ เพราะพระเอกกับนางเอก เป็นคนไทย

พี่ป.เข็กน้อย หนังน่าจะได้ดูเร็วๆนี้ ทำการตัดต่อทำเพลงประกอบ แล้วหนังเสร็จ โม้ไว้ก่อนอาจจะมีขายตั๋วฉายโรงหนังเปิดตัวเลย 555 ผู้กำกับจะเอาหนังผู้กำกับร่วมไปฉาย 555 ล่าสุดพระเอกดังแล้วเป็นข่าว
ทหารเชียงใหม่บุกคุมตัวบรรณาธิการสนพ.บุราคุมิน หลังชูสามนิ้วที่ประตูท่าแพ

http://prachatai.com/journal/2014/11/56622
พี่ป.เข็กน้อย แล้วพระเอกดังอย่างนี้ เวลาฉายหนังสั้น จะมีทหารมาคุ้มครองด้วยละมั้ง 555

21
ผลกระทบการปฏิรูปประเทศรวมศูนย์เป็นสยาม ซึ่งพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าประเทศราชองค์สุดท้าย ในแง่ที่อิทธิพลอังกฤษทางพม่าเข้าล้านนาในสมัยร.4-ร.5 และพระเจ้าอินทวิชยานนท์(ที่มาชื่อดอยอินทนนท์) เป็นบุตรเขยของพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์( “เจ้าชีวิตอ้าว”) ด้วย
โดย ผมเล่าย่อ ด้านพรมแดนสยามรวมล้านนา สมัยร.5 จากแผนที่ไตรภูมิ เป็นการเปลี่ยนผ่านโลกทัศน์แบบไตรภูมิอยู่ในวัฒนธรรมชาวบ้าน ไปสู่ภูมิศาสตร์สมัยใหม่ยุคทำแผนที่ ในสมัยร.4-ร.5 ซึ่งแมคาร์ธี ทำแผนที่ร่วมกับการทหารยุคปราบฮ่อ เป็นยุทธศาสตร์ และกล่าวโดยย่อผลกระทบของเหตุการณ์สู้รบร.ศ.112เรื่องแย่งชิงดินแดนของเกี่ยวกับแม่นำโขง-สยามกับฝรั่งเศสในสมัยร.5 (บริบทเกิดกฎอัยการศึกได้รับต้นแบบฝรั่งเศส) ต่อมาเกิดการเรียกร้องให้ปฏิรูปเปลี่ยนแปลงเหมือนญี่ปุ่น
อย่างไรก็ดี การสร้างทางรถไฟในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ในขณะที่ญี่ปุ่นก็เริ่มสร้างในสมัยเมจิ อยู่ในยุคสมัยเดียวกัน และการเปลี่ยนผ่านการค้าขายทางเรือของภาคเหนือสู่เส้นทางการขนส่งสินค้าทางรถไฟได้เริ่มต้น
เมื่อเส้นทางการค้าทางรถไฟมาเส้นทางการค้าโดยเรือ เปลี่ยนจากเดิมตั้งถิ่นฐานของคนจีน ย้ายจากท่าน้ำย่านวัดเกต ไปที่ใกล้ทางรถไฟ ณ ศาลเจ้าจีนย่านสันป่าข่อย (ผมไม่มีเวลาเขียนยาวอธิบายเรื่องเส้นทางการค้ารถไฟกับตลาด-วัด และค่ายทหารหรือค่ายกาวิละจากบทความเก่าสู่แนวเขียนเพิ่มเติมบทความใหม่)ครับ
ดังนั้น ปัญหาการปฏิรูปประเทศรวมศูนย์ด้านหนึ่ง ส่งผลกระทบเกิดกบฏพญาผาบต้านกลุ่มเจ้าภาษี พ่อค้าจีน โดยกบฏเงี้ยว (ไทใหญ่ฯลฯ) เมืองแพร่ หรือกรณีครูบาศรีวิชัย ฯลฯ รวมทั้งปัญหาปฏิรูปประเทศให้เจริญทั้งเศรษฐกิจการเมืองกลุ่มชนชั้นกลางเป็นลูกจีนในทหาร(ร.ศ.130) ตั้งใจให้ประเทศดีเจริญเหมือนญี่ปุ่น ที่มีอิทธิพลจากจีนแบบซุนยัดเซ็น เช่น หนังสือพิมพ์จีนโนสยามวารศัพท์ และปัจจัยนอกระบบราชการไม่เป็นทางการ กลายเป็นคลื่นใต้น้ำการเมือง ด้วย

*ภาพประกอบรูปซุนยัดเซ็น สัญลักษณ์การปฏิวัติซินไฮ่ ที่มีดร.ซุน ยัดเซ็น เป็นผู้นำ ในหนัง“1911” (ชื่อไทย “ใหญ่ผ่าใหญ่”เฉินหลงรับบท หวงซิง สมาชิกฝ่ายบู๊) ณ ร้านเชียงใหม่กาแฟ แบบบ้านเก่าเคยคุยกับเจ้าของร้านเก็บของสะสมมรดกไว้ ย่านชุมชนวัดเกต ริมน้ำปิง ที่มีชุมชนคนจีน และพิพิธภัณฑ์เก็บของเก่า ฯลฯ ซึ่งผมเห็นรูปซุนฯมีขายตามเว็บของเก่า
** คนจีน สัมพันธ์ยุคพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เป็นบทความประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ชาวจีนกับผู้ปกครองความเชื่อพิธีกรรมในศาลเจ้าจีนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพัฒนาจากงานตัวจบตอนป.ตรี ทีนี้ลิ๊งค์บทความศาลเจ้าจีนฯดังกล่าวหายไปแล้ว หลังผ่านไปสิบสองปีและผมเคยคุยกับรุ่นน้องป.เอกปวศ.เขายุบอกให้เขียนปรับปรุงใหม่ ซึ่งผมเขียนสั้นๆ เพิ่มเติมซุนยัดเซ็นแค่นี้ก่อน ปวศ.ที่เพิ่งเขียนตามเวลาจำกัด ครับ^^
ข้อมูลเพิ่มเติมภาคต่อจากปัญหาปฏิรูปประเทศยาวนาน https://www.facebook.com/photo.php?fbid=948375335191695&set=a.103468286349075.7792.100000577118415&type=1

***แรงบันดาลใจเขียนเรื่องปัญหาปฏิรูปของนักวิชาการด้านทหารอย่างสุรชาติ บำรุงสุขในรำลึก 130 ปี ร.ศ.103 : 11 ผู้กล้าแห่งการปฏิรูปสยาม ซึ่งผมเขียนเพิ่มเติมเปรียบเทียบกับปัจจุบันปฏิรูปประเทศอยู่ระหว่างสร้างรัฐธรรมนูญ ที่เปรียบ รธน.ชั่วคราว 2557 เป็นแม่น้ำ 5 สายของโรดแม็ป ท่ามกลางปัญหาคลื่นใต้น้ำในปัจจุบัน ครับ

22
วิหารแว่นตาดำ(วิหารเรย์ แบนด์) ในวัดบ้านจันทร์ เป็นวัดที่สันนิฐานว่ามีอายุเก่าแก่ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยละว้า (ลั๊วะ) ที่อพยพมาจากเชียงใหม่ ประมาณ 300 ปี ก่อน ต่อมาได้รับการค้นพบและบูรณะครั้งแรกในสมัยที่ครูบาศรีวิชัยธุดงค์ผ่านมาในบริเวณวัดจันทร์ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อก่อนนี้เป็นป่าขึ้นรกร้าง แล้วแรงศรัทธาจากชาวบ้านช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุใหม่ โดยการสร้างซ่อมแซมหุ้มทับพระธาตุองค์เดิม เป็นวัดที่สำคัญของชุมชนชาวกะเหรี่ยงพุทธ
เมื่อเกร็ดเรื่องเล่าที่มาวิหารแว่นตาดำ(วิหารเรย์ แบนด์) น่าสนใจตรงห่วงทรัพย์สินในวิหาร ที่มีพระประธานเป็นพระสิงห์ 3 อายุกว่า 300 ปี และพระพุทธรูปองค์อื่นๆ อีกจำนวนมาก กลัวว่าจะสูญหาย โดยวิหารแว่นตาดำ วิหาร ที่มีลักษณะเหมือนสวมแว่นตาดำอยู่หน้าวิหาร สร้างมาประมาณ 80 ปี โดยช่างชาวกะเหรี่ยงหรือชาวปกาเกอญอ ครับ^^
ค้นหาดูข้อมูลเพิ่มเติม กันได้ ครับ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C
*สองศาสนาอยู่ร่วมกัน ในคริสต์ กับพุทธ ณ เขตแดนแถวป่าสนวัดจันทร์ ครับ^^
ราตรีสวัสดิ์ เน็ตอืด ครับ
Thakrit Taotanu บ้านวัดจันทร์ เคยไปนานมาก

อรรคพล สาตุ้ม บ้านวัดจันทร์สวย ครับ^^

Pawinee Jeab อยากไปจังฮู้

อรรคพล สาตุ้ม พี่Jeab แล้วไปเจอความงามครับ^^
23
วันที่เดินทางไปอ.กัลยาณิวัฒนา หรืออ.แม่แจ่ม ในอดีต ถ่ายภาพภูเขางดงาม ทำให้หวนนึกถึงบรรยากาศเรื่องงานทอผ้าแม่แจ่ม และผมได้เห็นผลงานทอผ้าสตรีปะกากอเญอ ซึ่งพี่เค้าเชียร์ให้ผมซื้อผ้าไปฝากเมีย(ฮร่า) พอดีผมยังไม่มีเมียไม่เสียเงินซื้อผ้า(ฮร่า)
ส่วนประเด็นเรื่องสาระความงามของผ้าต่างๆ ถ้าเราเคยเห็นเรื่องผ้าซิ่นตีนจก เปรียบเทียบกับเรื่องเล่าผ้าลุนตยาเป็นชื่อเรียกย่อของคำว่า “ลุนตยาอะฉิก” ชาวพม่าออกเสียง “โลนตะหย่า” แปลว่า ร้อยกระสวย เนื่องจากเป็นผ้าทอเทคนิคพิเศษที่ต้องใช้กระสวยบรรจุเส้นไหมสีต่างๆ นับร้อยๆ กระสวย ส่วน “อะฉิก” แปลว่าลายคลื่น เรียกตามลวดลายลูกคลื่นที่ปรากฏบนผ้าทอ…ซ่อนสัญลักษณ์คติจักรวาลทางพุทธศาสนา…
เนื่องจากลายลูกคลื่นนี้ทำซ้อนขดตัวกันถึงเจ็ดชั้นไล่โทนสีกันไป หมายถึงเขาสัตตบริภัณฑ์ทั้งเจ็ดที่ตั้งรายล้อมเขาพระสุเมรุอันเป็นแกนกลางของโลก…แต่ละช่วงภูเขาถูกคั่นด้วยมหานทีสีทันดร เกลียวคลื่นทะเลนี้ถ่ายทอดบนผืนผ้าด้วยลายโค้งมนตอนล่างรองรับเขาสัตตบริภัณฑ์ ซึ่งเวลาทอช่างต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งด้วยเทคนิคการล้วงแบบพิเศษ เพราะไม่ใช่ลายเรขาคณิตเหมือนผ้าทอประเภทอื่นๆ
ปิดท้าย ข้อสังเกตของผม บางด้านเจ้าดารารัศมี กับผ้าลุนตยา-ชุดผ้ากะเหรี่ยง ดูข้อมูลเพิ่มเติม ครับ
http://botkwamdee.blogspot.com/search?updated-min=2011-01-01T00:00:00%2B07:00&updated-max=2012-01-01T00:00:00%2B07:00&max-results=50
http://krubomjung.blogspot.com/2012/10/blog-post_19.html
ตะวันสว่าง สว่างอีก อยากไป ต้องขับรถไปเที่ยวมั่งแล้ว

อรรคพล สาตุ้ม พี่ตะวันฯ ผมอยากไปกับพี่ด้วย ครับ^^

24
ความทรงจำกับผ้า คือ ผมเป็นพวกไม่สะสมผ้าทอไว้ครอบครอง ส่วนตัวต้องศึกษารู้เรื่องผ้าไว้บ้าง โดยข้อมูลบ้านหนองเจ็ดหน่วย เช่น ผ้าลายใบไม้
-ข้อมูลเพิ่มเติม
http://ichpakayaw.org/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-138-259-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2-#right
ฤาผ้าซิ่นตีนจกของแม่แจ่ม ลวดลายสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา คติจักรวาล ดูข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.qsds.go.th/silkcotton/k_21.php
โดยผมเคยดูละครรอยไหมบ้าง ทำให้นึกถึงเคยค้นประวัติสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ส่งเสริมให้ใช้ผ้าไหม ส่วนการปลูกหม่อนเพื่อเลี้ยงไหมได้รับการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่น
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2
*ภาพประกอบบรรยากาศธรรมชาติของหมู่บ้าน กับร้านผ้า ครับ^^
พี่Khunya เรื่องผ้าเป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยรู้เคยคุยกับพวกขายผ้าทอเก่า ราคาแพง เก็งกำไร ทั้งเรื่องประวัติ และของจริงของปลอมไม่รู้ด้วย ทำให้ผมสนใจค้นข้อมูลประวัติกลุ่มทอผ้าไหมยกดอกแห่งเมืองลำพูน ที่มีอิทธิพลสมัยต้นแบบเจ้าดารารัศมี
http://www.gisilklamphun.go.th/src/web/Default.aspx
แล้วความน่าสนใจอย่างประวัติด้านการค้าผ้าไหม ก็ตระกูลแซ่คู(เชื้อจีน)เดิมเป็นตระกูลชินวัตร เคยขายผ้าไหม(ชินวัตร) จากยุควัวต่างม้าต่าง…ทางเรือมาทางรถไฟ รวมทั้งแง่การทำขาย ที่มุมเศรษฐกิจชุมชนอย่างกลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทรโสมาจะทอผ้าไหมทีเป็นลายราชสำนัก ลายเทพพนม ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายราชวัตร สมัยก่อนนั้นลายผ้าไหมราชสำนักต่างๆ ถูกสงวนไว้เฉพาะผู้ที่เป็นเจ้านายในราชวังเท่านั้นที่จะมีสิทธิสวมใส่ แต่ปัจจุบันไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ประชาชนทั่วไปสามารถสวมใส่ผ้าไหมลายราชสำนักต่างๆ ได้.. ถ้ากระเป๋ามีตังค์นะ หุหุ
http://www.welcomemagazineforfree.com/main/th/magazine-th/25-magazine-th/494-2014may-th.html
สรุปแล้ว เล่าเรื่องผ้า หลายเรื่องในแง่เป็นวัฒนธรรม ที่เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆกับผ้า เท่าที่ผมเคยเห็นงานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมเครื่องทอผ้า เป็นต้น ครับ
Khunya Chukorn ผ้าใหมของชินวัตรต้องยอมรับว่าดีใส่สบายสวยดว้ย
แต่ที่พี่ซื้อทุกครั้งที่ไปเขาเรียกผ้าฝ้ายไม่แพงเพราะใม่ใช่ของจริงแต่สวยค่ะ

อรรคพล สาตุ้ม พี่Khunya ใช่เห็นด้วย ซื้อของไม่แพงแต่สวย ครับ^^
25
ผมดูละครทีวีตอนจบ ตามที่แม่แนะนำ โทรมาคุยสนุกๆไว้ เผื่อถ่ายภาพทำหนังสั้น ทำให้ผมดูจบ แล้วผมอยากเขียนผ่านภาพของการเดินทาง ชวนให้นึกถึงเรื่องสุขภาพร่างกายของคน ที่มีธรรมชาติเป็นสิ่งแวดล้อม และอาหารการกินอย่างดีไม่ขี้ลืมแบบผม คือ รูปปู่คนหนึ่ง ที่บ้านหนองเจ็ดหน่วย สุขภาพแข็งแรง เล่นไวโอลีนโชว์พวกเรา แถมจับมืออย่างรู้สึกถึงแรงจับ ที่มีพลังชีวิต
โดยส่วนตัวผมทำงานถ่ายภาพเพลิน ซึ่งคิดถึงงานจิตรกรรมฝาผนัง ในวัดแม่แจ่ม ที่เคยไปเยือน จนลืมหนังสือจิตรกรรมไทยไว้ ทำให้นึกถึงเรื่องชื่อข้าวเหนียวลืมผัวนั้น ทราบว่า นายสมเดช ท้าววัฒนากุล ประธานสภา อบต.คีรีราษฎร์ ได้ตั้งชื่อขึ้นมา โดยได้ไอเดียจากเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับสามีภรรยาชาวม้งคู่หนึ่ง นั่นคือ เมื่อสามีชาวม้งได้ออกไปทำธุระนอกบ้าน โดยให้ภรรยาหุงข้าวไว้
แต่ระหว่างที่รอสามีกลับบ้าน ภรรยาได้หยิบข้าวที่สุกแล้วมาปั้นกินเล่น ด้วยความที่ข้าวดังกล่าวมีกลิ่นหอม รสชาติอร่อย เคี้ยวเพลิน ภรรยา จึงกินข้าวหมดโดยไม่รู้ตัว ไม่เหลือเก็บไว้ให้สามี หรือก็คือ อร่อยจนลืมผัว นั่นเอง
http://health.kapook.com/view62282.html
ปล.ผมเขียน เพราะไม่ลืมข้าวของแม่ และราตรีสวัสดิ์ ครับ^^

26
ผมเริ่มลำดับความคิด1.ดาวน์โหลดโปรแกรมตัดต่อเสร็จ หลังจากโปรแกรมหายไป ทำให้ผมเริ่มกำลังตัดต่อหนังสั้น ต่อมาความคิดที่2.ความคิดถึงหนังสือ และธรรมชาติ สมุนไพร วิถีชีวิต บ้านหนองเจ็ดหน่วย และแล้วนึกถึงการบรรยายฉากชีวิตธรรมชาติป่าเขา วิถีการใช้ชีวิต การทำมาหากินพึ่งพิง อาศัยอยู่กับป่า สีสันชีวิต เนื้อหาของเรื่องถ่ายทอดจิตวิญญาณคนบนพื้นที่สูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒธรรมการลงมือเกี่ยวข้าวเป็นคนแรก ธรรมเนียมการให้เกียรติแขกผู้มาเยือน

…ในส่วนของชุมชนก็จะลุกขึ้นต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่เข้ามา แม้นส่วนใหญ่จะพ่ายแพ้เพราะความไม่เท่าทันกับระบบสังคมเมือง อย่างไรก็ตาม ชุมชนปกาเกอญอยังคงความบริสุทธิ์สวยงามอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง..ที่มาของหนังสือ เชวาตัวสุดท้าย ครับ^^

http://pttinternet.pttplc.com/greenglobe/2550/writing-03.html

เมื่อความคิดที่ 3.มาถึงหัวสมองกลายเป็นนอนดีที่สุดในฝัน (ฮร่า) ครับ^^

27
การเดินทางเสาร์ อาทิตย์ และจันทร์ ที่ผ่านมาผมไปต่างจังหวัด แล้วต่อเนื่องกับภารกิจงานอื่น จึงเริ่มกลับมาตัดต่อ “วงแหวนรอบนอก”ตามชื่อหนังสั้น แล้วครับ
*แท็กรายงานสามคน ที่ทวงถามหาหนังสั้น ครับ^^

28
ผลกระทบหลังการปฏิรูปประเทศ ต่อคนจีน โดยการเปลี่ยนแปลงของชาวจีน ในล้านนา จากกลุ่มสมาคมลับ ที่มีปรากฏในศาลเจ้าจีนหรือศาลเจ้าบู้เบี้ย(กวนอู) ต่อมาอิทธิพลของความเป็นคนเมืองผสมกลมกลืนกับคนจีน โดยผมเห็นจุดเด่นกรณีภาพวาดหลวงอนุสารสุนทรและนางคำเที่ยง ในวิหารวัดอุปคุต

เมื่อผมเน้นเล่าจุดสำคัญของผ่านภาพวาดดังกล่าว เป็นตัวอย่างตระกูลนิมมานเหมินทร์ ที่มีธุรกิจค้าผ้าฝ้าย รวมทั้งด้านวัฒนธรรม(ไกรศรี-ธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ รมต.นักการเมือง) ด้านตระกูลแซ่คู(เชื้อจีน)เดิมเป็นตระกูลชินวัตร เคยขายผ้าไหม(ชินวัตร) จากยุควัวต่างม้าต่าง…ทางเรือมาทางรถไฟ รวมทั้งแง่การทำขาย(ต่อมาทำโรงหนัง-การเมืองมาถึงยุคทักษิณ ชินวัตร ฯลฯ) ในสมัยร.5-ร.6 (ต้นตระกูลอพยพเสื่อผืนหมอนใบตามสำนวนคนไทยเชื้อสายจีนในปัจจุบันอย่างเจ้าสัวซีพี)

ต่อมาความสัมพันธ์สมัยร.5 ย้อนมองปัญหาปฏิรูปประเทศ -เรียกร้องรัฐธรรมนูญของกลุ่มต่างๆ และจัดระเบียบมณฑลพายัพ ฯลฯ ซึ่งคลื่นใต้น้ำอย่างผู้มาก่อนกาลอย่างรศ.130 ถึง สมัยร.6(จีนเป็นยิวแห่งบูรพาทิศ) สู่ทฤษฎี ที่สืบต่อชะตาเป็นการสืบทอดโดยอ้อมของพลังระบบราชการเป็นหลัก มากกว่าพลังนอกระบบราชการทหาร(กลุ่มพ่อค้า นักเขียน นักนสพ.ฯลฯ) ซึ่งอาศัยปัจจัยของมวลชนจำนวนมากเท่ากับแนวทางปฏิวัติซินไฮ่(ซุนยัดเซ็น) แม้ว่ากระแสของเก็กเหม็ง อนาคิช เข้ามาสยาม ก็ตาม โดยผมมาเล่าย่อวิธีการกลุ่มบางประการ 1.นัดกลุ่มเมาเหล้าคุยกัน 2.ชวนคนไม่คัดเลือกคนเป็นข้อผิดพลาดเกิดคนทรยศหักหลัง และผมอยากเล่าต่อเรื่องความฝัน ความหวังหลังจากพ่ายแพ้
ซึ่งกล่าวถึงกบฏว่าเป็นพวกลูกจีน บางคนฆ่าตัวตายก่อนเข้าคุก และตอนติดคุกบางคนตายในคุก ต่อมาหลายคนก็คิดฝันออกไปประกอบอาชีพนอกคุก เช่น ว่าที่นายร้อยตรีทวนกับนายร้อยตรีม.ร.ว.แช่ ฝันจะออกไปเป็นช่างถ่ายรูป นายร้อยเอกขุนทวยหารพิทักษ์ กับนายร้อยตรีเหรียญ ศรีจันทร์ น้องชายคิดจะออกไปทำยาขาย นายร้อยตรีบุญกับนายร้อยตรีเขียน ไปทำไร่ทำสวน นายร้อยโทจือจะปลูกนุ่นและเลี้ยงไก่ นายร้อยตรีวาสเตรียมจะแจวเรือจ้าง ส่วนนายร้อยโทรจรูญ ปรารภว่า คงต้องไปขอทานเขากิน จึงขะมักเขม้นฝึกร้องเพลงและหัดสีซอ
แต่ว่า พวกเขายังโชคดี ที่อยู่ในคุกได้เขียนหนังสือ นายร้อยตรีถัด รัตนพันธุ์ แปลนวนิยายภาษาต่างประเทศ เรื่อง “เด็กกำพร้า” ใช้นามปากกาว่า “ไทยใต้” และบางคนออกจากคุกไม่ต้องขอทาน ยังได้เขียนหนังสือต่อไปสู่ยุค2475 ……
*ข้อมูลส่วนใหญ่ประกอบการเขียนย่อมาจากงานเขียนแถมสุข นุ่มนนท์“ยังเติร์กรุ่นแรก กบฏร.ศ.๑๓๐”เป็นลูกร้อยตรีถัด ซึ่งเคยมาเชียงใหม่เป็นข้อสังเกตหลังออกจากคุก ข้อมูลที่ยังไม่เคยเขียน ก่อนการปฏิวัติกลุ่มทหาร เพิ่งผ่านยุคการปราบกบฏเงี้ยว ในมณฑลพายัพ มาก่อน โดยไม่มีข้อมูลเรื่องความร่วมมือจากทหารมณฑลพายัพอย่างเชียงใหม่ หรือคนจีนทางภาคเหนือ “ล้านนา” ทำไม อิทธิพลกลุ่มรศ.130 ไม่แพร่กระจายมาล้านนา ขีดจำกัดเส้นพรมแดนบทบาทกลุ่มรศ.130ออกจากคุกอันน่าสนใจมีคนเขียนแล้ว
**ภาพประกอบ การค้นหาของผมเขียนต่อยอดเรื่องศาลเจ้าจีนฯ บังเอิญมีข้อมูลว่าผมเคยเขียนเรื่องซุนยัดเซน แต่ผมจำไม่ได้ว่าเคยเขียน(ฮร่า) และภาพประกอบหนังสือตำราเสน่หาฯว่าด้วยวิทยาศาสตร์แห่งความรักของหมอเหล็ง(ผู้นำกลุ่มร.ศ.130) ซึ่งเคยเขียนตำราวัฒนายุ ที่แนะแนวการปฏิบัติให้อายุยืน ทั้งในด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ โดยกลุ่มรศ.130 ได้เขียนหนังสือหลายคน เช่น อุทัย เทพหัสดิน เขียนเรื่อง ตำราลับสมอง นามแฝงนายเทพ และต่อมาบางคน ทำงานหนังสือพิมพ์ เช่น ร.ต.บ๋วย บุณยรัตนพันธ์ เป็นนักเขียนเรื่องเริงรมย์ทางสวาทชั้นยอด ร.ต.บ๋วยทำงานอยู่โรงพิมพ์ศรีกรุง ฯลฯ เป็นต้น ครับ

Khunya Chukorn ได้ความรู้อีกแหละ.ขอบคุณจ้ะ
อรรคพล สาตุ้ม ครับผม ถือว่าเป็นเค้าโครงร่างงานเขียน โฟกัสที่่ภาพกับเรื่องจีนๆมาๆไทย ครับ^^

29
วันนี้My job แถวดอยแม่วิน ซึ่งต้องยืมเน็ตเค้าใช้ อากาศเย็นๆ เล่าสั้นๆ กับภาพผ่านมือถือแค่นี้ น่ะ ครับ
Khunya Chukorn ทำไมสวยจังเลยน้อง
อรรคพล สาตุ้ม พี่Khunya ธรรมชาติสร้างสรรค์ความงาม แล้วผมถือโอกาสเก็บภาพไว้ชีวิตสั้นศิลปะยืนยาว ตามคำพูดและงานเขียนแนวนี้ ครับ^^

30
การเดินทาง ทำให้ผมได้ผ่านพบผู้คนมากมาย และผมพูดคุยสนทนาต่างๆนานา รวมทั้งฟังชีวิตเรื่องชาวเกาะ คือ รุ่นพี่คนหนึ่งเกิดที่เกาะภูเก็ต สู่ยอดดอย ผ่านเรื่องราวต่างๆ ถ้าทำเป็นเรื่องโรแมนติคด้วยสรุปอย่างสั้นๆ เป็นภาพแห่งความหนาวเย็น จารึกไว้ ณ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ในที่สุดนอนหลับฝันดีทีสุด ครับ^^

Khunya Chukorn ยังมีภูเขามีต้นไม้มีหลายๆอย่างให้เห็นก็ทำให้มีครามสุขได้ในยามที่หลายเรื่องหลายราวทำให้หดหู่และทุกข์.
ขอบคุณน้องที่ถ่ายภาพสวยและเป็นธรรมชาติจริงๆ.
อรรคพล สาตุ้ม พี่Khunya เห็นด้วย ธรรมชาติสวยงาม และผมถ่อมตัวไว้ขอบคุณในคำชมของพี่ ถือสุขนิยมในยามคืนความสุขได้ไว้ก่อน ครับ^^
Kingpechara Panta นึกถึงเพลงกระท่อมบนดอยขึ้นมาทันทีเลยครับ
อรรคพล สาตุ้ม บรรยากาศพบผู้คน ในงานมากมาย แลกเปลี่ยนเรื่องเล่าวิถีชีวิต ร่วมร้องเพลงกระท่อมบนดอยน่าสนใจยิ่งนัก ครับ^^

Posted in Uncategorized | Leave a comment

วัฒนธรรมดิจิตอล

วัฒนธรรมดิจิตอล

วันที่ 1 ตุลาฯ เป็นวันชาติจีน และตอนนี้ มีข่าวนศ.ฮ่องกงเคลื่อนไหวในฮ่องกง ซับซ้อนของปัญหาหนึ่งประเทศสองระบบของจีนต่อฮ่องกง ซึ่งชุมชนจินตกรรมเกี่ยวกับชาติฯ จากจักรวรรดินิยมอังกฤษ มาเปลี่ยนถึงยุคจีน หนังของผู้กำกับหว่องกาไว มักจะครุ่นคิดกับเรื่องพวกนี้ โดยปรากฏในหนังของเขา รวมทั้งผลงานนักวิจารณ์ ทำการวิเคราะห์หนังเขาหนัง Chungking Express ฯลฯ รวมถึงฉากการประท้วงในอดีตของฮ่องกง ครับ

อย่างไรก็ดี กรณีการเมืองของการเลือกตั้งในฮ่องกง อาจจะส่งผลกับคนไทย หันมาสนใจเรียนรู้หนังจีน หนังฮ่องกง มากขึ้นมั่งไหม? หลังจากข่าวว่ากระแสตกลงเยอะ เช่น หนังโคตรเซียนมาเก๊า เขย่าเวกัส From Vegas to Macauไม่ค่อยมีใครดู มีเรื่องวัฒนธรรมว่ามาเก๊าเคยเป็นเมืองขึ้นโปรตุเกส ยอมรับได้จากตัวละครตามจริง ในปัจจุบันเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน และหนังเล่าเรื่องปรัชญาไพ่นกกระจอก ด้วยครับ

จากความทรงจำปี53 ประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมเคยไปฮ่องกงกับมาเก๊า ตอนที่ผมไปหางาน และลองหาที่เรียนป.เอก ไปเที่ยวเข้ามหาลัยฮ่องกง เล่าเรื่องคลายเครียดการเมืองของนศ.หน่อยว่า ผมเคยนั่งหน้าหอสมุดมหาลัย เดาว่านศ.หญิงชายสองคน ละมั้ง นั่งจูบปากกันใกล้ๆกับผม อึ้ง ไป เพราะความต่างวัฒนธรรม ในเมืองไทยยังไม่เคยเจอแบบนี้ โดยสรุป ข้อสังเกตปรากฏการณ์เคลื่อนไหวของนศ. กระแสวัฒนธรรมดิจิตอล เป็นลักษณะปัจจัยส่วนหนึ่งผลกระทบการเมืองวิกฤติ เป็นโอกาสจุดเปลี่ยนผ่านจากปัจเจกมาสู่ชุมชนกับประชาสังคม ได้ ครับ^^
***ภาพประกอบตอนผมอยู่ฮ่องกง พร้อมคลิปยูทูปของพวกผม

**ข่าว’Umbrella Revolution’ และข้อมูลหนังเกี่ยวกับฮ่องกงของหว่องกาไว ครับ
‘Umbrella Revolution’ Protests Spread In Hong Kong
http://www.huffingtonpost.com/2014/09/29/hong-kong_n_5899116.html
Hong Kong vs. Tiananmen: Social media fuel ‘umbrella revolution’
http://www.usatoday.com/story/news/world/2014/09/29/hong-kong-protests-social-media/16444213/
คนศึกษาหนังของหว่องกาไว เป็นวิทยานิพนธ์ และนี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ในอื่นๆ คือ
Abbas, M. A. Hong Kong: Culture and the Politics of Disappearance. (ฮ่องกง : วัฒนธรรม และการเมืองสูญหาย)
http://en.wikipedia.org/wiki/Wong_Kar-wai

Papan Anshar มีเรื่องที่ทำให้พี่อึ้งได้ด้วยหรือคับ
ใช่ มีเรื่องทำให้ผมอึ้ง ในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ฮ่องกง ตอนนั้นแวะร้านอาหารอะไร ไม่แน่ใจเคเอฟซี หรือเปล่า พนักงานในร้านเข้ามาคุยยาวภาษาจีน ฮ่องกง ให้อึ้งงง เพราะพวกเพื่อน ที่ไปด้วยกัน ได้ช่วยแปลเค้าคิดว่าผมเป็นคนจีน ครับ^^

การประท้วงที่ฮ่อองกงสะท้อนให้เห็นอะไรค่ะแล้วจะจบอย่างไรค่ะจีนจะปราบใหมค่ะ
คำถามพี่Khunyaนี้ตอบยาก ข้อแรกสะท้อนประเด็นเรื่องหนึ่งประเทศสองระบบของชาติจีนกับฮ่องกง ประชาธิปไตย เสรีภาพของการปกครองตนเองเป็นเรื่องหลัก ส่วนเรื่องใช้สัญลักษณ์ร่ม มือถือ แต่ผมสังเกตคนคอมเม้นท์ในข่าว มีคอมเม้นท์โยงไปไกลหลายกรณี ถึงการใช้สัญลักษณ์มือถือของฝ่ายประท้วง ต้องต่อต้านมือถือกดขี่คนงานด้วย แต่ผมชอบที่คนคอมเม้นท์แบบสรุปง่ายๆว่าพวกเขาต้องการเสรีภาพอย่างง่าย ที่ฮ่องกงเคยได้รับการสัญญาจากจีน
http://www.huffingtonpost.com/2014/09/29/hong-kong_n_5899116.html
ข้อสองแล้วจะจบอย่างไรค่ะจีนจะปราบใหมค่ะผมไม่รู้ ครับพี่ โดยผมไม่ได้ตามรายละเอียด แต่สมมติลองเดาๆ ถ้าผมคิดแบบคนเขียนบทกำกับหนัง ก็ต้องบอกว่าปราบ เพราะเริ่มใช้แก๊ซน้ำตาฯลฯ แล้วสังคมนิยมผสมชาตินิยมแบบจีน ไม่แก้ปัญหาหนึ่งประเทศสองระบบให้หายป่วย ไม่ยอมรับหลักการสากลเรื่องเสรีภาพ อย่างถูกต้องด้วย
อันนี้ ผมตอบอย่างมองโลกแบบหนังต่อสู้บู๊ๆ โดยจบลงงดงาม เช่น Fallen Angels (1995) – Ending (ฉากจบของหนังฯ)

2
ประวัติศาสตร์ให้ความหวัง กับเราเสมอ ซึ่งผมใช้แนวคิด ที่ปรากฏเรื่องHistory and Hope คือ ประวัติศาสตร์ และความหวัง เกี่ยวพันความจำเป็นทางประวัติศาสตร์ โดยสรุปย่อๆ ในเรื่องโชคชะตาของประวัติศาสตร์ และคนเราต้องมีจินตนาการ เพราะผมนำแนวคิดของLeszek kolakowski นักปรัชญาชาวโปแลนด์ ผู้เขียนงานanti-totalitarian(ต่อต้านเผด็จการ) และเขาตายที่Englandกล่าวถึงไว้ ผมอยากนำมาปรับใช้เล่าแง่มุมของอนาคต โดยเปรียบเทียบไทยกับพม่า ในความก้าวหน้าทางประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นในอนาคตแล้วอะไรๆ ก็ดีขึ้น
นั่นเป็นเรื่องของความเห็นของผม คนไทยไม่ยอมรับเผด็จการทหารเหมือนพม่า จนกระทั่งเราเห็นว่าไทใหญ่พลัดถิ่นหนีทหารพม่าในไทย ครับ
นั่นแหละ ไม่ย้อนกลับไปใช้โครงสร้างอำนาจการเมืองเผด็จการทหาร เหมือนรัฐพม่าในอดีต ครับ
***ภาพประกอบจากการดูภาพของออกกองถ่ายหนังสั้น โดยบรรยากาศสายรุ้ง ณ แคมป์คนงานไทใหญ่
ใช่ พี่Khunya ประเทศพม่าภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร ผมอ่านข่าวเมื่อวานที่เกี่ยวข้องพื้นที่อยู่ไทใหญ่ เกิดปัญหาทหารพม่าปะทะทหารคะฉิ่น-ดาระอั้ง-โกก้าง ในพื้นที่รัฐฉานภาคเหนือ
http://prachatai.com/journal/2014/10/55814

3.
คนป่วยอย่างผม จากอาการหวัดกลับมากำเริบ ทนดูทีวีนายกฯอดีตนายพล พูดนานไม่ไหวว่าจะดูละครทีวี สักนิดสักหน่อย เพราะผมอัพหนังสั้นน้ำตาแม่อาย ฉบับซับอังกฤษ เสร็จแล้วนอนดีกว่า เพื่อสุขภาพ
ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^

พี่Khunya มุขตลก ปิดทีวีประหยัดไฟ น่ะครับ แหะๆ หนังผมมีตลกตัวละครอยากเป็นนายพลด้วย น่ะ ครับ^^

4.
ผมเห็นด้วยว่ากีฬาๆเป็นยาวิเศษ หาแรงบันดาลใจดูกีฬาเอเชียนเกมส์นิดๆ ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยกีฬาเอเชียนเกมส์ ซึ่งเกาหลีใต้ส่งอิทธิพลต่อไทย ด้านภาพยนตร์ ดนตรี ต่างๆ มองไปข้างหน้า อาจจะหาช่องทางเขียนงาน หรือทำหนังสั้นเกี่ยวกับกีฬา ดูบ้าง
ผมนึกถึงอดีตหลายปีก่อนผมเคยเขียนโครงร่างบทความเสนอ ที่เกาหลีใต้ เกี่ยวกับด้านสัญลักษณ์ศิลปะความสัมพันธ์ไทยกับเกาหลีใต้ ได้ค่าเดินทาง รวมนำเสนองานหนึ่งแสนวอน ดูเหมือนเยอะ(ฮร่า)
ตอนนั้นผมนึกว่าจะมาก โดยเป้าหมายของผมเขียนบทความหาเงิน และปรึกษารุ่นพี่เพื่อนที่เคยไปว่าไม่คุ้ม ได้แค่สองพันกว่าบาทไทยเท่านั้น
ข้อมูลปี2011 หนึ่งแสนวอนเท่ากับสี่พันบาทไทย ครับ
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=4d1d250e35be707f
ดังนั้น ผมไม่ได้ไป ตอนนี้ผมนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับเกาหลี ผ่านเอเชียนเกมส์ 2014 แม้แต่นายกฯยังต้องพูดถึงกีฬา
สักวันเผื่อมีโอกาสไปเรียนหรือไปทำงานสักอย่างที่เกาหลีใต้ไม่เอาเกาหลีเหนือน่ะครับ^^
***ภาพประกอบบรรยากาศตอนออกกองถ่ายหนังสั้นเด็กไทใหญ่ เล่นบอลในแค้มป์คนงาน ครับ
Tukta ที่ สันกำแพง หมู่บ้านกาญจน์กนก ครับ

พี่Khunya ใช่ เกาหลีใต้โกงคนไทยอารมณ์บูดกับกีฬา ไม่เป็นยาวิเศษ แหะๆแฟนกีฬาหลายชาติ โพสต์เพจเอเชียนเกมส์ ด่าเกาหลีขี้โกง
http://hilight.kapook.com/view/108908
เพจฟุตบอลเกาหลี โดนไทยถล่ม ดักคออย่าโกงแข่งเอเชียนเกมส์ 2014
http://hilight.kapook.com/view/108849
ผมนึกถึงเพลงกราวกีฬา…พวกเรานักกีฬาใจกล้าหาญเชี่ยวชาญชิงชัยไม่ย่นย่อ คราวชนะรุกใหญ่ไม่รีรอ คราวแพ้ก็ไม่ท้อกัดฟันทน (สร้อย) อึม อึม อึม อึม กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ… ฮ้าไฮ้ ฮ้าไฮ้ กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%AC%E0%B8%B2

5
ผมทำตามแนวคิดเรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนศิลปะ+วัฒนธรรมดิจิตอล(ปกติเป็นคนตามไม่ทันเทคโนโลยีใช้เน็ตน้อย) วัฒนธรรมดิจิตอล คือ โปรแกรมนวัตกรรมสหวิทยาการ อยู่ใน คณะสื่อและสื่อสารมวลชน วิเคราะห์สำรวจ อินเตอร์เน็ต สื่อใหม่ และเทคโนโลยีดิจิตอล และบทบาทของผู้เล่นในสังคมร่วมสมัย สื่อ วัฒนธรรม ธุรกิจ การเมือง ศิลปะและชีวิตประจำวัน
โปรแกรมวัฒนธรรมดิจิตอล เป็นพื้นที่ของเทคโนโลยีฉลาด สื่อสารตอบกัน โทรศัพท์มือถือและเครือข่ายเทคโนโลยี ในบริบทภาพเกี่ยวกับสื่อศึกษา วัฒนธรรมศึกษา สื่อใหม่ศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการศึกษา สังคมวิทยา สื่อศิลปะ และปรัชญาในการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เกี่ยวกับสื่อดิจิตอล
ที่มาข้อมูลของมหา’ลัยซิดนีย์http://sydney.edu.au/arts/digital_cultures/index.shtml
อย่างไรก็ตาม ปัญหาการศึกษา กับทำมาหากิน เป็นปัญหาคู่กันมานาน และหลักสูตรวัฒนธรรมดิจิตอล ที่ผมเห็นน่าสนใจวัฒนธรรมดิจิตอล ที่โยงกับศิลปะ ซึ่งผมเคยเปิดหนังสือคู่มือสอบเรียนต่อเข้าศิลปะ ออกแบบ แล้วตอบโจทย์เรียนศิลปะจบแล้วจะไปทำอะไรกิน 1.เป็นศิลปินอิสระ-21.ผู้กำกับภาพยนตร์(รวมทั้งนักเขียน ฯลฯ ดูภาพประกอบ) น่าสนุกตรงที่ตอบแบบนี้ ทำให้เป็นคนทำงานที่กว้างมาก ครับ
^^ภาพประกอบหนังสือคู่มือสอบเรียนต่อเข้าศิลปะ ออกแบบ(ไทย)

พี่Wathinee นี่เป็นหลักสูตรวัฒนธรรมดิจิตอลของใหม่ ที่ออสเตรีย ผมลองคิดสมมติผมจะเข้าเรียนวัฒนธรรมดิจิตอล ซึ่งปัญหาการศึกษาศิลปะ เช่น ศิลปะกับทำมาหากิน เป็นปัญหาคู่กันมานาน เพราะว่าเขาพูดว่า เป็นศิลปินอิสระไส้แห้ง ทำอะไรกิน หนังสือเล่มนี้เค้าตอบ 1.ศิลปินอิสระ2.ช่างฝีมือ3.นักวาดภาพประกอบ 4.นักตกแต่งภายใน5.นักออกแบบสิ่งแวดล้อม 6.นักคิดโฆษณา 7.นักออกแบบโฆษณา 8.นักเขียนคำโฆษณา 9.ครูอาจารย์สอนศิลปะ 10.นักเขียน(ชาติ กอบจิตติ ฯลฯ) 11.นักวิจารณ์ศิลปะหรือนักวิชาการศิลปะ 12.นักออกแบบผลิตภัฑณ์ นักออกแบบอุตสาหกรรม 13.นักออกแบบเซรามิก 14.ช่างภาพ 15.นักออกแบบจัดรูปเล่ม 16.นักออกแบบแฟชั่น 17.นักออกแบบเครื่องหมายการค้า 18.นักออกแบบหีบห่อ19.นักเขียนการ์ตูน 20.นักออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟฟิก 21.ผู้กำกับภาพยนตร์(นนทรีย์ มินิบุตร ยุทธเลิศ สิปปภาคฯลฯ ล้วนเรียนจบศิลปะ) แล้วดูหลักสูตรวัฒนธรรมดิจิตอล เดาว่าเรียนจบไปแล้วอาจจะตอบว่าทำงานได้กว้างจากหลักสูตรด้วย ครับ
https://www.se-ed.com/product/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD-%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B0-%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A.aspx?no=9789745192263

พี่Khunya ใช่ ผมงงเหมือนกัน ตามเรื่องเทคโนโลยีดิจิตอลไม่ทัน จึงลองค้นคว้าว่ามีหลักสูตรวัฒนธรรมดิจิตอลวิเคราะห์สำรวจ อินเตอร์เน็ต สื่อใหม่ และเทคโนโลยีดิจิตอล โดยผมแปลข้อมูลภาษาอังกฤษหลักสูตร DIGITAL CULTURES ครับ

6.
ผมกำลังทำโปรเจ็คเล็กๆ อันหนึ่ง ทำหนังสั้นแรงงานไทใหญ่เกี่ยวกับอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ และโปรเจ็คเล็กๆ อันสอง ทำหนังสั้นแรงงาน สามเรื่องเกี่ยวกับกฏหมายแรงงาน ซึ่งผมแบ่งงานสามคนเขียนบทสามเรื่อง โดยผมกำลังวางแผนเขียนบทหนึ่งในสามอยากทำหนังคนงานฉลาด แรงบันดาลใจจาก Good Will Hunting ที่แมต เดม่อนกับโรบิน วิลเลี่ยม แสดงไว้ ซึ่งผมเคยเขียนถึงหนังเรื่องนี้อย่างยาวๆ ตอนนี้มาย่อเป็นเรื่องเล่าสั้น ครับ
เมื่อภารโรงในหนังGood Will Hunting เป็นคนฉลาด แก้โจทย์เลขที่ไม่มีใครตอบได้ และเขาชกต่อยเก่งอย่างกับหัวหน้าแก๊งค์ มีเพื่อนไม่ได้เรียนมหา’ลัย แต่ไม่โง่ เขามีเพื่อนดีไม่เสียหาย โดยเพื่อนส่งเสริมชีวิตของเขา พวกเขาไว้ใจต่อกัน แล้วต่อมาเขาได้พบเนื้อคู่รักของตนด้วย
ทั้งนี้ อาจารย์ในต่างประเทศ เอาหนังเรื่อง Good Will Hunting ฉายให้นศ.ดูชนชั้นกรรมาชีพอัจฉริยะ ในฉากวิลล์โต้เถียงนศ.Harvard ว่าท่องจำหนังสือมาคุยข่มเขาก็รู้จำได้ และอาจารย์กล่าวถึงหนังสือที่มีอ้างอิงในหนัง เช่น Farmers and Fishermen: Two Centuries of Work in Essex County, Massachusetts, 1630-1850.
ดูเพิ่มเติมhttp://www.philipvickersfithian.com/2009/09/evolution-of-market-economy-in-southern.html

***ผมรู้สึกไข้หวัดขึ้นสมอง หลังจากพยายามเขียนบทหนัง ต้องไปนอนแล้ว คร้าบ^^
ผมเห็นด้วยกับที่พี่sasira มาแลกเปลี่ยน ในมุมมองต่างประเทศ และ ประเทศไทยเราเสียหายแบบนี้ ครับ
ใช่พี่Khunya กฎหมายควรให้ความยุติธรรมกับผู้คน แล้วผมจะนอนพักผ่อน ให้หายหวัด ขอตัวไปนอน และขอบคุณที่อวยพร ครับ^^

7 ตุลา
6-7 ตุลา ทัศนะประวัติศาสตร์การเมืองเกี่ยวกับทหาร ในปัจจุบันอาจจะดีกว่าประวัติศาสตร์ยุคทหารก่อนยุค6ตุลาอย่างยุคสฤษดิ์ ที่มีปัญญาชนติดคุกอย่างจิตร ภูมิศักดิ์ ติดคุกลาดยาว หรือครูครอง จันทวงศ์ ที่ติดคุกเรือนจำบางขวาง เป็นที่เดียวกับศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์) และต่อมาครอง จันทวงศ์ ถูกสั่งโทษประหารชีวิตในยุคสฤษดิ์(ศุภชัย ศรีสติ ผู้นำแรงงานในระบบและนอกระบบ ถูกสั่งประหาร และผู้นำคนอื่นๆ)ต่อมาครอบครัวของครูครอง ยังถูกคุกคาม เป็นต้น
หรือบางด้านของระบอบสฤษดิ์ : ปัญหาป๋วย ,การประหารชีวิตครอง และสฤษดิ์….วิเคราะห์ลักษณะพิเศษของภาคอีสานที่เป็นสาเหตุขบวนการ…“แยกดินแดน” … https://www.facebook.com/notes/1439676266312880/
โดยผลมรดกชาตินิยมบางด้านของสฤษดิ์ ต่อมายุคถนอม และเกิดเหตุ14 ตุลา 16 ถึง6 ตุลา 19 ดูเพิ่มเติมทัศนะประวัติศาสตร์หลายหลายมุมมองต่อปัญหาการเกิดขบวนการผู้คน เช่น บ้านเมืองของเราลงแดงฯ ครับ
บ้านเมืองของเราลงแดง : แง่มุมทางสังคมและวัฒนธรรมของรัฐประหาร 6 ตุลาคม
http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=10&s_id=15&d_id=8
กระนั้น ผมเห็นข้อมูลอันน่าสนใจเกี่ยวกับนายกฯ ที่เป็นทหาร หลังยุคจอมพลสฤษดิ์-จอมพลถนอม เป็นต้นมา นายกฯทหารไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งได้ยาวนาน
(ที่มา:เดิมพันการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ อาถรรพ์+อำนาจต้องห้ามบนเก้าอี้นายกฯนายพลคนที่12?)
สรุป แล้วนายกฯ นายพลยุคประยุทธ์อยู่ไม่นาน สำหรับผมในแง่ประวัติศาสตร์แห่งความหวัง มองแง่ดีนายกฯนายพลไม่น่าจะอยู่ในตำแหน่งนาน และอำนาจไม่มากเหมือนอดีต ยกเว้นแต่การเมืองมวลชนชนชั้นกระฎุมพีพันธมิตรฯ ชนชั้นแรงงาน ร่วมกับกปปส. จะอย่างไรต่อไป ครับ
***ภาพประกอบจากหนังสือคำให้การของดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ กรณีเหตุการณ์ 6 ตุลา พร้อมที่มาแฟ้มภาพประติมากรรม ๖ ตุลา ๒๕๑๙ ซึ่งสมศักดิ์ โกศัยสุข ร่วมเปิดหลังพฤษภา35 ไล่ทหาร กับหน้าปกหนังสือปี2557ของสมศักดิ์ ผู้นำแรงงานอดีตแกนนำพันธมิตรฯ ใน7ตุลา 2551 สู่กปปส.
(ข่าว:พันธมิตรฯ ทำบุญอุทิศ “วีรชน 7 ตุลาฯ”)
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9570000115094

พี่khunya ผมเห็นด้วยเรื่องสางเขียว ใน 7 ต.ค.2557 ถือว่าเป็นวันสำคัญ คือ วันงานที่มีคุณค่า หรือ World Day for Decent Work ซึ่งตรงกับวันที่ 7 ต.ค.ของทุกปี แต่ทหารอาชีพ ทำงานมีคุณค่าอยู่นานไม่ได้อย่างที่พี่กล่าวไว้แหละครับ^^

8.
วันออกพรรษา เข้าสู่แดนธรรมะผมเปิดภาพดูจากเน็ต เพื่อพิจารณาภาพสมุดภาพไตรภูมิฉบับกรุงศรีอยุธยา-ฉบับกรุงธนบุรี เล่ม๑-เล่ม๒ สมุดภาพไตรภูมิ ฉบับอักษรธรรมล้านนา และอักษรขอม สมุดภาพไตรภูมิฉบับอักษรขอม ภาษาไทย
เมื่อก่อนผมคิดไว้ต้องหาโอกาสยังไม่เคยไปร่วมประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนมและหนองคาย (มีทำเลที่ตั้งติดแม่น้ำโขงเหมือนกัน) มีความเชื่อว่า เป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้
ประเพณีไหลเรือไฟ บางทีเรียกว่า “ลอยเรือไฟ” หรือ “ล่องเรือไฟ “หรือ “ปล่อยเรือไฟ” เป็น พิธีกรรมทางพุทธศาสนาที่นิยมทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (วันออกพรรษา) โดยเฉพาะท้องถิ่นที่มีชัยภูมิเหมาะสม คือ มีแม่น้ำหรือลำน้ำ…

http://guru.sanook.com/4485/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9F/
ปล.บั้งไฟพญานาค ผมยังไม่เคยไปเบิ่งเหมือนกัน ครับ^^

9.
วางแผนกับผู้กำกับหนังสั้นไว้ ล่าสุดโทรมาคุยนัดถ่ายหนังสั้น “วงแหวนรอบนอก” จึงนำรูปบรรยากาศถ่ายทำบางส่วนพร้อมนางเอก ตอนแต่งกาย เหมือนงานประเพณีออกพรรษาแบบสาวไทใหญ่ ขณะเทสต์หน้ากล้องมาเปิดตัว ครับ^^

10
วันที่10 ตุลา ผมนึกถึงหนัง“1911” (ชื่อไทย “ใหญ่ผ่าใหญ่”)การปฏิวัติซินไฮ่ ทั้งสาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวันและสาธารณรัฐประชาชนจีนบนแผ่นดินใหญ่มองว่าตนเป็นผู้สืบทอดการปฏิวัติซินไฮ่และยังคงเคารพอุดมการณ์ของการปฏิวัติ รวมทั้งชาตินิยม+สาธารณรัฐนิยม การทำให้จีนทันสมัยและความสามัคคีแห่งชาติ วันที่ 10 ตุลาคมในไต้หวันเป็นวันดับเบิลเท็น (Double Ten Day) วันชาติของสาธารณรัฐจีน ในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงและมาเก๊า วันเดียวกันนี้ยังมักเฉลิมฉลองเป็นวันครบรอบการปฏิวัติซินไฮ่ ชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากยังเฉลิมฉลองในไชนาทาวน์ทั่วโลก(ดูเพิ่มเติมวิกิพีเดีย และปฏิวัติซินไฮ่ก่อนปฏิวัติรัสเซียโดยเลนิน และก่อนปฏิวัติของเหมาเจ๋อตุง)
การปฏิวัติซินไฮ่ ที่มีดร.ซุน ยัดเซ็น ศัลยแพทย์ เป็นผู้นำ เฉินหลง รับบท หวงซิง สมาชิกฝ่ายบู๊ ต่อมาเวลาผ่านพรรคชาตินิยมจีน(ก๊กมินตั๋ง) จึงหนีมายังเกาะไต้หวัน (จริงๆ เป็นหนังที่ผมสนใจอยากเขียนยาวๆ อีกเรื่องหนึ่งเคยเตรียมข้อมูลไว้ ลองค้นหาที่คนเขียนไว้จากกูเกิ้ล และคนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ไว้ เช่น ซุนยัดเซ็น เคยมาไทย รวมทั้งผลกระทบต่อไทยในยุคที่มีการต่อต้านจีนเป็นยิวแห่งบุรพทิศด้วย)
ทั้งนี้ ข่าวว่านักเรียนนักศึกษาในไต้หวันเคลื่อนหนุนการเคลื่อนไหวในฮ่องกง ซึ่งนักเรียนนักศึกษากว่า 100 คนชุมนุมที่หน้าที่ทำการเจรจาการค้าฮ่องกงประจำไทเป เรียกร้องประธานาธิบดีไต้หวันประณามเหตุที่เกิดขึ้นในฮ่องกง และยุติการเจรจากับจีนทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ
นี่แหละกรณีไต้หวัน จีนและฮ่องกง ในปัจจุบัน

***ภาพประกอบช่วงหนึ่งหญิงสาวนำรูปธงชาติจีนกับไต้หวัน มาติดตรงหน้าอก เป็นการล้อเลียนยั่วให้รวมเป็นหนึ่งเดียวตามแคมเปญนี้มีการรณรงค์ตามถนน
http://www.zonaeuropa.com/200811a.brief.htm

11
วันนี้มีโปรแกรมไปต่างอำเภอ หลังจากรู้ผลซีไรต์ อยากเขียนถึงนักเขียน ซึ่งผมในฐานะแฟนคลับ ผู้ติดตามผลงานของแดนอรัญ แสงทอง สำหรับผลงานเงาสีขาว (ภาพเหมือนในวัยระห่ำของศิลปิน)เป็นสุดยอดในมุมมองของผม
แม้ผมไม่ได้ติดตามแนวกลิ่นธรรมะในช่วงงานชิ้นอื่นของแดนอรัญมาก ชอบมากงานอสรพิษฯ ถูกทำเป็นหนังแล้ว และเขาเหมาะกับซีไรต์จนได้
เล่มล่าสุด ที่อยากอ่านงานของเขา คือ เดียวดายใต้ฟ้าคลั่ง (อสรพิษ เป็นดั่งงานเชิงปรัชญา การตีความงูรัดของนิทเช่ สู่อภิมนุษย์ หนังสือทั้งสองเล่มนี้ผมมีไว้ รวมทั้งเงาสีขาว เป็นนิยาย ที่ทรงพลังศิลปิน)

ข้อมูลเพิ่มเติมแดนอรัญ หรือเสน่ห์หาดูได้ตามเว็บ ครับ
พี่jang เหมือนผมเคยอ่านเจ้าการะเกดแล้วงานดี แต่ถ้าจัดอันดับความชอบต้องอสรพิษฯ กับเงาสีขาว ภาพเหมือน ใช่พี่khunya สำนวนงานเขียนน่าอ่าน…
“บางค่ำคืนหลังจากฝนตกหรือในขณะที่ฝนสร่างซาเบาบางลงเหลือแต่เพียงอาการพร่างพรำ ป่าทั้งป่ากลายเป็นสีน้ำเงินพร่างพราวระยิบระยับและสว่างไสวราวกับมีงานนักขัตฤกษ์เพราะแสงหิ่งห้อยนับหมื่นนับแสนตัว แสงของหิ่งห้อยมากมายเหลือคณาเยี่ยงนั้นข้าคงไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้วในชั่วชีวิตนี้ แสงนั้นและการกะพริบพร่างพรายของมันเย้ยแสงจันทร์และแสงดาว แสงนั้นและการกะพริบพร่างพรายของมันทำให้โลกงดงามกว่าสรวงสวรรค์”
― แดนอรัญ แสงทอง, เจ้าการะเกด
https://www.goodreads.com/work/quotes/17398798

http://m.news.thaipbs.or.th/content/%E2%80%9C%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8D-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E2%80%9D-%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B5-57

12
บทหนังสั้น : เพื่อนแท้(Good Friend ) บทภาพยนตร์โดย อรรคพล สาตุ้ม
เรื่องย่อ : ชายหนุ่มเพื่อนร่วมงานอารมณ์ดีเก่งกับบุญ ทำงานก่อสร้างที่เดียวกัน ต่อมาบุญประสบอุบัติเหตุ จากแบบเทปูนหล่นทับหลังในงานก่อสร้าง ไม่ได้รับเงินชดเชยกองทุนทดแทนจากนายจ้าง เดือดร้อนเมียเศร้าอยู่โรงพยาบาล และเก่ง ผู้อยากเป็นหลายอย่างนักร้อง นักแต่งเพลง นักเขียน และทนายความ จึงใช้ความรู้กฎหมายช่วยเหลือเพื่อนทวงเงิน ร่วมดำเนินคดีกับทนาย เป็นพยาน ในศาล แล้วชนะคดี ต่อมาเก่งเลิกเหล้า หายเศร้าเรื่องอกหักในอดีต กลับตัวเป็นคนงานที่ดี สุดท้าย เก่งเริ่มเขียนเรื่องความรักของเขาเป็นเรื่องสั้น

(ฝนตกสลับแดดในวันอาทิตย์คิดเขียนบทหนังต่อ และเกิดไอเดียขำขำ ผมอยากถ่ายหนัง มีฉากทะเลโดยคนงานประมงวาดรูปคนรัก เผื่อสัมพันธบทฉากในหนังรายได้พันล้านดอลล่าร์อย่างไททานิค 555)
***ภาพประกอบเมื่อวานผมถ่ายภาพการเดินทางไปธุระเส้นทางอำเภอสันป่าตอง ตอนนี้ขอออกไปข้างนอกสัมผัสธรรมชาติบ้าง ครับ^^

Micheal ขอบคุณที่ท่านชมผม หลังจากเรื่องสั้นท่านได้ปรัชญา ปิ่นแก้ว ทำเป็นหนังสั้น ซึ่งเรย์ แมคโดนัลด์เป็นพระเอก ต่อมาท่านได้รู้จักกับปรัชญา แล้วแนะนำเพื่อนให้ได้เขียนบทไปเสนอกับปรัชญา มั่งน่ะครับ ^^

13
ผมถ่ายภาพLandscape (ทิวทัศน์) ระหว่างเดินทางไปสันป่าตองผ่านถึงแม่วิน ในวันก่อน ครับ^^

14
ผมถ่ายรูปวัดในแม่วิน และการถ่ายภาพกับการวาดเส้น มีองค์ประกอบศิลปะคล้ายกัน โดยการสื่อสารด้วยภาพถ่ายธรรมชาติที่ดีนั้นจะต้อง มีความสมบูรณ์ขององค์ประกอบศิลปะ การจัดวาง เส้น (line) รูปร่าง (shape) สี (color) น้ำหนัก (tone) ทัศนียภาพ (perspective)แสง (lighting) ฯลฯ
ส่วนการถ่ายภาพมีหลายแนวบุคคล(Portrait) โพสท่า ต่างกับถ่ายภาพแนวสตรีทโฟโต้(Street photography-ภาพถ่ายข้างถนน) แนวสตรีทโฟโต้ ถ้าเทียบกับยุคฟิลม์สมัยหลวงอนุสารสุนทร (พ.ศ.2410 – 2447) ช่างภาพของเชียงใหม่ สมัย ร.5 ที่ถ่ายภาพแม่หญิงชาวลำพูนเดินหาบสินค้าเป็นแถวไปตลาด สิ่งที่เด่นในภาพคือ บางนางเดินเปลือยอก บางนางมีผ้าแถบปิดนม ซึ่งสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตผู้คนในอดีตได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ผลงานสตรีทโฟโต้ของหญิงมะกัน ถูกค้นพบและโด่งดัง หลังเจ้าตัวเสียชีวิต..สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหลังมีผู้ที่รับซื้อข้าวของที่เธอนำมาขายตอนกำลังขัดสน เขาได้เปิดกล่องสมบัติของเธอ และค้นพบฟิล์มเนกาทีฟที่อัดแน่นไปด้วยรูปถ่ายชีวิตผู้คนตามท้องถนนที่แสนมีชีวิตชีวา…ในรูปถ่ายกว่า 150,000 ใบ…
นี่แหละ ความรู้ของการมองโลกแง่ดีจากปัจจุบันสู่อดีตว่ายุคดิจิตอลไม่เปลืองฟิลม์ แต่ภาพอาจจะหายไปพร้อมไฟล์ไม่เหมือนเก็บเป็นฟิลม์ น่ะ ครับ^^
***ข้อมูลประกอบการเขียนของผมดูเพิ่มเติมอ้างอิงแล้ว ครับ
http://hilight.kapook.com/view/108597
http://photo.lannaphotoclub.com/index.php?topic=1101.0
http://www.kathmanduphotobkk.com/?p=2459

เมื่อระดมสมองช่วยหาเชียงใหม่ในหนังไทย ตอน 1 (2520-2557)
ผมช่วยค้นเจอเรื่อง สวัสดีคุณนาย 2527
ที่มาข้อมูลหนังสือรักษ์หนังไทย และข้อมูลอื่นๆตามลิ๊งค์ ครับ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A8_%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5

http://nungthai-dawrung2512.blogspot.com/2012/05/part-1_6229.html
สวัสดีคุณนาย ฉากท้ายๆ เป็นการถ่ายทำที่ผาวิ่งชู้ ที่ฮอด ในเชียงใหม่ ดูจากหนังสือกับหนัง แล้วผมยังอยากไปเลยเป็นตำนานความรักเก่าด้วย ครับ^^
ลิ๊งค์นี้น่าจะเต็มเรื่องของหนังฯ

ผมขยายความว่าผมเห็นผาวิ่งชู้แล้วฉากสวยมากยังอยากไปไม่เคยไปcaptureรูปไว้ด้วย ครับ
15
ผมเคยคุยกับตากล้องในเชียงใหม่ คนถ่ายภาพ มีหลายราคา4000-8000ต่อวัน คนหนึ่งบอกถ่ายอีเวนท์คิดราคา4000 บาท เป็นงานภาพนิ่งต่อวัน ส่วนภาพเคลื่อนไหว6000 บาท ออฟชั่นเสริมรวมปรับแต่งภาพแล้วด้วย
ส่วนตัวผมมีประสบการณ์โดนโกงค่าถ่ายภาพ ซึ่งการทำงานฟรีแลนซ์ต้องโชว์ผลงานฝีมืออย่างนี้ หรือมัดจำจ่ายก่อนครึ่งหนึ่ง อย่ามาตุกติกทีหลังด้วย ครับ@@
โดยรุ่นพี่รู้จักกัน เป็นโปรตากล้อง เคยทำงานนิตยสารชื่อดัง ใช้กล้องแคนนอน ราคาเกือบแสน คิดราคา 8000 บาท งานภาพนิ่งถ่ายอีเวนท์ต่อวัน และเราคุยกันแลกเปลี่ยน บางคนรับจ้างถ่ายภาพก็ต้อง80%ตามใจลูกค้า20% ตามใจตัวเอง เพราะบางคนเจอพวกลูกค้าไม่เข้าใจชัดลึกชัดตื้น หน้าชัดหลังเบลอ และโบเก้ด้วย
อย่างไรก็ดี นี่ยังไม่ได้เล่าตากล้องราคาหมื่นกว่าบาทต่อวันพร้อมอุปกรณ์ตอนอบรมหนังสั้นผมถามราคาไว้ หรือผมจำไม่ได้ชัดว่าแค่กล้องเท่านั้น(ฮร่า) เขาโปรมาก และผมเคยคุยกับพวกอยากหาช่องทางขายภาพถ่ายทางเน็ต นี่ก็อีกเรื่องหนึ่งของช่องทางทำมาหากินของตากล้อง ครับ^^
***ภาพประกอบบรรยากาศเส้นทางแม่วิน ครับ

16
[ Freelance ] 7 สิ่งสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเขียนในใบสัญญา ก่อนโดนโกง !!
1. เขียนให้ชัดเจนว่าจะส่งงานให้ดูกี่แบบ และแก้ไขได้กี่ครั้ง
2. กำหนดค่ามัดจำที่ต้องจ่ายก่อนเริ่มงาน
3. กำหนดค่ายกเลิก กันลูกค้าทิ้งงาน
4. แจ้งลิขสิทธิ์ของผลงาน และผู้รับผิดชอบเรื่องลิขสิทธิ์
5. กำหนดระยะเวลาการจ่ายเงิน และรอบการจ่ายเงินให้ดี
6. ปรับลูกค้าก็ได้ ถ้าลูกค้าทำให้งานล่าช้า
7. ระบุบริการหลังการขายในสัญญาให้ชัดเจน
ดูเพิ่มเติม
http://www.designil.com/freelance-contract-terms.html
นี่แหละกรณีตัวอย่างของใบสัญญาประยุกต์ใช้ได้ แม้แต่ตากล้องทำงานหาเงิน ซึ่งผมเคยโดนโกงเงินค่าจ้างเป็นประสบการณ์งานฟรีแลนซ์(รับจ้างอิสระ) ที่ผ่านมาต้องไปแจ้งความสถานีตำรวจ ให้ทนายยื่นโนติส(ทวงถามเงินก่อนฟ้องศาล) ซึ่งเห็นข้อมูลเป็นประสบการณ์ต้องทำการเขียนในใบสัญญา อันน่าสนใจที่ผมอ่านเจอต้องแชร์ด้วยครับ

****ภาพประกอบแม่วิน
17
อ้าว ผมนึกว่าวันศุกร์นายกฯออกทีวี เวลาสองทุ่มครึ่งกว่า จะติดตามสถานการณ์การเมืองสักหน่อย แต่เขาออกมาพูดก่อนช่วงหกโมงเย็นเรื่องประชุมเอเชีย – ยุโรป หรือ ASEM.
แล้วหลัง14 ตุลาโชคชะตา พาความหวังไทยแลนด์
ผมได้เขียนบันทึกถึง14 ตุลาไว้ปีที่แล้ว คือ ปี2556ใน บันทึกส่วนตัวเรื่องการเมืองไทย : ต.ค.-พ.ย.-ธ.ค.ปลายปี2013 กล่าวถึง14 ตุลา 16 โดยผมคิดเพิ่มเติมประเด็นจุดอ่อนของรัฐเผด็จการ ทำให้จุดติดชนวนส่วนหนึ่งจากการล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ กระแสสิ่งแวดล้อมสู่ด้านการเมือง สิ่งที่ผมอธิบายแง่มุมบางอย่างในปัจจุบันนี้ ทำMind Map โดยบอยวาดรูป ขึ้นด้วย
แน่ละ ผมนึกถึงหนังสือ ย้ำยุค รุกสมัย ฉลอง40ปี 14 ตุลา ครับ
ทั้งนี้ การวิเคราะห์กลุ่มของกกปส. แนวร่วมของกลุ่ม มีหลายกลุ่ม ให้ผู้นำโดดเด่น และกลุ่มทุน ซึ่งน่าวิเคราะห์แนวร่วม ที่ต่างจากกลุ่มนปช. เป็นบทเรียนเรื่องยุทธศาสตร์และยุทธวิธีด้วย
อย่างไรก็ตาม “สุริยะใส”หนุนแนวคิดคสช.ตั้ง”สภากระจก” ในข่าวบอกว่าสุริยะใส เป็นอาจารย์แล้วที่ม.รังสิต และข้อสังเกตทางการเมืองโมเดลย้อนกลับเหมือนข้อเสนอกลุ่มยุค2535 ที่มีสถานการณ์การเมืองพฤษภาฯ รายละเอียดในหลายแง่มุมเศรษฐศาสตร์การเมือง อื่นๆ ซึ่งไม่ใช่แค่โมเดลของปฏิรูป ที่มาหลังการยึดอำนาจรัฐควบคุมการเลือกตั้งเท่านั้น น่าร่วมกันคิด ให้โชคดีต่อไทย ครับ^^
https://www.facebook.com/notes/%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9E%E0%B8%A5-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%95%E0%B8%84-%E0%B8%9E%E0%B8%A2-%E0%B8%98%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%B52013/626157644093991

-ภาพประกอบหนังสือกัญชาธิปไตยกับMind Map ที่ผมเขียนเล่นไว้เองครับ-^^
พี่khunya คอมเม้นท์ได้มันสสส์อีกแล้ว ผมไม่ได้คิดถึงดูทีวีประยุทธ์บ่อยเดี๋ยวติดกัญชาธิปไตย และผมดูกะว่าการประท้วงที่อิตาลี จะส่งผลอะไรไหม?
http://bangkok.coconuts.co/2014/10/17/italian-activist-group-confirms-it-organized-anti-prayuth-protest
Italian activist group confirms it organized anti-Prayuth protest

Khunya Chukorn เหล่กลับมาแล้วบอกไม่เห็นมีการประท้วงแถได้หน้าตาเฉยคงไม่มีผลเพราะหน้าด้านทั้งคณะเหล่มันแถเก่งมันบอกว่าทุกชาติที่เข้าประชุมเข้าใจดีไม่ด้านจริงพูดไม่ได้นะ

อรรคพล สาตุ้ม 555เขาทนด้านได้อายอดเป็นนายกฯของจริง555^^

Khunya Chukorn พี่ไม่เข้าใจคำว่ากัญชาธิปไตยถ้าไม่รบกวนขอความรู้ด้วยจ้ะ

อรรคพล สาตุ้ม พี่Khuya ขำๆไม่คิดมากฮร่าๆ คือ นักเขียนอย่างรงษ์ฯ เค้าเขียนล้อเลียนการเมืองสมัยหลัง14 ตุลาถึงช่วงปี2519 มันวุ่นวายครอบงำผู้คน เลยเมากัญชาธิปไตยแทนประชาธิปไตย 555 ผมขอตัวราตรีสวัสดิ์ ครับ

Khunya Chukorn เข้าใจแหละขอบคุณฝันดีนะน้อง
18
วันนี้วางแผนงานเบาๆ สำหรับหนังสั้นเรื่องวงแหวนรอบนอก กำลังต้องการพระเอก ในฐานะที่ผมเลื่อนขั้นเป็นผู้กำกับร่วม
โดยภาพพวกนี้ไม่ได้ถ่ายแบบตั้งค่าเป็นRaw ไฟล์ มันเป็นภาพJPGภาพนิ่ง(เลนส์Fix พวกผมไปเช่าของร้านมาด้วย) กับภาพจากวิดิโอ ไม่ได้แต่งภาพเพิ่มทางPhotoshops และปกติไม่มีเวลาปรับแต่งอุณหภูมิสีต่างๆ โดยให้กล้องจัดการแทนตัวผมเอง ครับ
ภาพประกอบเบื้องหลังหนังสั้น กับทีมงาน และฉากที่นักแสดงพยายามร้องไห้(ฮร่า) ครับ^^

Krittsilp Sakdisiri ถ้าต้องการแม่นางเอกเมื่อไหร่บอกพี่นะ อิอิ

อรรคพล สาตุ้ม พี่ทิkrittsilp จะเล่นบทเป็นแม่นางเอกเลยเหรอพี่ ฮร่าๆ^^ไม่ๆ พี่ต้องเป็นนางเอกของหนังผมสักเรื่องหนึ่ง ครับ^^

Krittsilp Sakdisiri ว้าย…อายุเกินไหมคะ อ.บอย
พี่Krittsilp ไม่ต้องเรียกผมว่าอ.บอย ก็ได้กันเอง แล้วเค้ามีฉายานางเอกตลอดกาล พี่ทิ ก็จะได้เป็นนางเอกในหนังผมแบบนี้ไม่มีวันอายุเกิน555^^

19
วันนี้ผมมางานค่ายแรงงานไทใหญ่ แถวสารภี โดยเฟซบุ๊คคนงานใช้ทั่วถึงกัน จึงถ่ายรูปเล่น เสร็จแล้วกำลังคุยเรื่องถ่ายภาพยุคดิจิตอลขำขำ คือ หญิงไทยเจ้าของอินสตาแกรม mortao ได้ฉายาเป็นเซลฟี่ ควีน ระดับโลก
mortao มีจำนวนโพสต์ในอินสตาแกรมของเธอมากกว่า 12,000 โพสต์ มีความถี่ในการโพสต์รูปประมาณ 200 ภาพต่อสัปดาห์
สรุป การเปรียบเทียบตลกๆ กับการโพสต์รูป ซึ่งมองโลกแง่ดีการฝึกฝนถ่ายภาพในยุคดิจิตอลง่ายกว่าฟิลม์ ที่นักถ่ายภาพสตรีทโฟโตมักจะนำมาถกเถียงกันคือ ผลงานที่ห่วยที่สุดของทุกคนคือภาพหนึ่งหมื่นภาพแรกนั่นแหล่ะ (“Your first 10,000 photographs are your worst.”)ในยุคดิจิตอลนี้เราสามารถถ่ายภาพหนึ่งหมื่นภาพได้ในเวลาไม่เกินหนึ่งเดือน นั่นแหละ เหตุผลตามแบบนี้ใครๆ ถ่ายรูปเยอะเป็นหมื่นในเฟซฯ-อินตาแกรม ก็ใกล้เป็นตากล้องสตรีทโฟโต ได้! 555^^
http://instagram.kapook.com/view97315.html
http://www.streetphotothailand.com/article/28

20
ข่าวศาลกัมพูชาไต่สวน2ผู้นำเขมรแดงรอบใหม่ กรณีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฯลฯ ทำให้ผมนึกถึงเคยดูภาพยนตร์เรื่อง ศัตรูประชาชน (Enemies of the People) แล้วเพิ่งคิดได้เรื่องชาตินิยม เพราะผมกลับมาอ่านหนังสือชุมชนจินตกรรม บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม โดยเขียนจากเหตุการณ์ช่วงเวลาใกล้ปัจจุบัน1979(2522)ไปหาอดีตแล้วย้อนกลับมาปัจจุบันใกล้กับช่วงผลิตหนังสือ1983 (สะท้อนเรื่องรัฐชาติจากระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สู่ระดับโลกในมิติทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ต่างๆ รวมทั้งท้าทายแนวคิดข้ามรัฐชาติสู่สากลนิยม )ได้กล่าวถึงกรณีสงครามรัฐจีน กัมพูชาและเวียดนาม ในตอนเปิดบทนำของหนังสือด้วย

โดยข้อมูลเพิ่มเติมช่วงที่คนในพคท.ทะเลาะกัน จะเข้าข้างเขมรแดงโหดร้ายป่าเถื่อนตามจีนเชียร์เขมรแดง 2522(1979) ซึ่งจีน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ(2515)จับมือกับอเมริกายุคการทูตกีฬาปิงปองคานอำนาจโซเวียต ต่อมาไทยกับจีน(2518)โดยจีนกับโซเวียตทะเลาะกัน โดยพคท.กับเขมรแดงสายจีน ลาวกับเวียดนามสายโซเวียต ต่อมาเวียดนาม-ลาว บุกเขมร แล้วพคท.(พรรคคอมมิวนิสต์ไทย)มาคุยกับรัฐไทย ร่วมมือชั่วคราวต้านเวียดนาม เพราะเชื่อว่าเวียดนามอาจจะยึดเขมรแดง และปฏิวัติมาถึงไทยได้(บริบทซับซ้อนกรณีมหาอำนาจอเมริกา ช่วยเขมรแดงด้วย)ซับซ้อนซ่อนเร้นกัน ครับ

อย่างไรก็ตาม หนังศัตรูประชาชนสะท้อนชาตินิยมผ่านอดีตผู้นำ ทหารเป็นข้อเสียของชาตินิยมหนึ่งข้ออ้างไปสู่ความรุนแรง
ข้อมูลเพิ่มเติม:http://mornor.com/2009/forum/viewthread.php?tid=104831

I.คำถามพี่Khunyaตอบยากอีกแล้ว เท่าที่ผมเห็นการวิเคราะห์เรื่องกรณีเขมรแดง เปรียบเทียบกับไทย เคยมีคนวิเคราะห์ไว้ผมเห็นด้วย ว่าอเมริกา มีอิทธิพล ทำให้ช่วยหาทางลงโทษอดีตผู้นำเขมรแดงอย่างนวนเจีย”พี่ชายหมายเลขสอง”88ปีฯลฯ ได้แม้ว่าล่าช้า อเมริกา มีส่วนช่วยด้านหนึ่ง ก่อให้เกิดดำเนินคดี ก็เกือบทำให้ผู้นำถึงแก่กรรมหมดก่อนหน้านี้ เช่น พลพต อีกทั้งปัจจัยการล่าฆ่าสังหารโหดเป็นล้านคน มากกว่าเหตุการณ์ทางการเมืองของไทย(รายละเอียดข้อมูลเยอะ) และไทยยังไม่ได้ลงนามศาลอาญาระหว่างประเทศ ท้ายที่สุด เหตุการณ์ตัวอย่าง 14 ตุลา-6 ตุลา ซึ่งในที่สุด”จอมพลคนสุดท้าย” ถนอมถึงแก่อสัญกรรม พ.ศ. 2547 รวมอายุได้ 92 ปี อายุยืนมากๆ ด้วย
นี่แหละไทยแลนด์ จะเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมล่าช้า ไม่มีลงโทษความผิดใด สรุปแล้วสางเขียวไทยๆ โดยส่วนตัวผมบางครั้งเข้าวัดไหว้พระพุทธรูปแสวงหาความยุติธรรม ตามแนวกฏแห่งกรรม กับธรรมะไปก่อนแล้ว เป็นความหวัง ครับ
II.
ผมคิดไปคิดมาแล้วปวดหัว ฟังเพลงมิวสิควิดิโอวัยรุ่นหน่อยๆ 5555 ฉากสงครามเวียดนาม คือ เพลงเธอ
เธอ – COCKTAIL「Official MV (Cut Version)

ใช่แล้วพี่khunyaนางเอกมาเกิดใหม่จำพระเอกไม่ได้และนางเอกจำได้ เมื่อพระเอกโดนรถชนตาย คิดเหมือนผมแหละ ครับ แล้วชอบเพลงไพเราะMvดีด้วยครับ
เธอ – COCKTAIL「Official MV」

21
เมื่อสายตาของผมผ่านกล้องเสาะหาความงามของธรรมชาติ เป็นภาพถ่าย คิดถึงคำพร่ำพรรณา ดั่งแสวงหาธรรมชาติบนสรวงสรรค์แลไตรภูมิ… ” แผ่นดินนั้นเป็นแผ่นดินทองพรายงามราบนักหนาดังหน้ากลอง แลอ่อนดังฝูกผ้า แลแก้วนั้นเมื่อเหยียบลงอ่อนสน่อยแล้วก็เต็มขึ้นมาเล่า บ่มิเห็นรอยตีนเลย นอกนั้นมีน้ำใสกว่าแก้ว แลมีดอกบัวบาน ๕ สิ่ง ในสระนั้น น้ำนั้นหอมดั่งแสร้งอบ แลมีพรรณดอกไม้อันงาม แลมีต้นไม้อันประเสริฐ งาม มีลูกอันประเสริฐ แลมีโอชารสอันยิ่ง แลไม้ฝูงนี้เป็นดอกเป็นลูกทุกเมื่อ… “(จาตุมหาราชิกาสวรรค์)
” เขาสุเมรุเอนเอียงอ่อนละมุน อานนท์หนุนดินดานสะท้านสะเทือน ” กากีคำกลอนกล่าวถึงแม่น้ำสีทันดร (ไตรภูมิ)..
http://triphom.blogspot.com/

ปล.ส่วนหนึ่งของความรู้สึกตัวเองบันทึกความฝันขนลุกในคืนสะดุ้งตื่นทำให้เขียน จำได้ไม่ผิดนัยน์ตานี้เห็นภาพ… (20 ตุลา57)
พี่khunya คืนนั้นผมขนลุกสะดุ้งตื่นน่าจะเห็นวิญญาณหรือเรียกง่ายๆว่า ผีหรือมองแง่ดีเทวดาผู้หญิงมานั่งใกล้ๆ ที่นอนของผม ดวงตาอาจเกิดภาพหลอนต่อสมอง ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เหมือนฝัน สักพักภาพนั้นได้หายไป นี่แหละแรงบันดาลใจของบันทึกถึงไตรภูมิ ครับ

22
แสงกับเงามืดแห่งรัตติกาล หากเสียงภายในใจของเจ้า
ส่งพลังแรงกล้าท้าทายชะตา ชายชราภาพกับเด็กน้อยคอยรอยยิ้ม
นิ่มนวลเจิดจรัสพร่าพราวราวดาว ส่องแสงวับวามในวัด

อรรคพล สาตุ้ม ใช่พี่่jeab พระอาทิตย์กำลังจะลับดอยสุเทพ สวยมาก ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^

ใช่พี่ khunya พระอาทิตย์กำลังจะลับดอยสุเทพ และวัดเจดีย์หลวงสวยมากครับ

23
เมื่อกรณีที่ง่ายสุดของถ่ายภาพแน่นอนมันเป็นโชคดีของจังหวะถ่ายภาพได้
“Of course it’s all luck.” – Henri Cartier-Bresson(ตากล้องกับคำพูดคำคมประจำตัว)
http://www.johnpaulcaponigro.com/blog/12018/29-quotes-by-photographer-henri-cartier-bresson/
ผมค้นเจอเรื่องถ่ายภาพถึงการอบรมถ่ายภาพไม่มีสูตร อย่าจดค่าไป หรือ ท่องจำว่า รูรับแสง เท่าใด ความเร็วชัตเตอร์เท่าใด เพราะแต่ละที่สภาพแสง แตกต่างกัน นั่นละมั้งฟังดูยาก ถ้าเรื่องการถ่ายภาพเป็นเคล็ดลับต้อง 10เคล็ดลับในการถ่ายภาพ สตรีทโฟโต้กราฟฟี่
http://camerartmagazine.com/index.php?option=com_content&view=article&id=503:10-trick-street-photography&catid=52:photo-techniques&Itemid=99
ปล.สถานที่ถ่ายภาพโดยคนที่นั่นฝากบอกแมวต้องการคนเลี้ยงสนใจติดต่อผมได้ ราตรีสวัสดิ์หลับแล้ว ครับ

พี่Boonmee ขอบคุณที่มาแลกเปลี่ยนผมก็เรียนรู้เรื่องกล้องถ่ายภาพเพิ่มเติมเรื่อยๆ ครับ และGet readyผมไม่รู้ว่าฝรั่งบอกประเทศไทย ถ่ายรูปยาก อาจจะจริงก็ได้ คุณเล่าให้ฟังหน่อย ถ้าการถ่ายภาพสไตล์ของ Henri Cartier-Bresson อาศัยความบังเอิญกดถ่ายภาพได้ภาพสวยด้วย และผมเคยเห็นผลงานภาพถ่ายของหนังสือ”VERY THAI: EVERYDAY POPULAR CULTURE เป็นหนังสือสำหรับนักท่องเที่ยวที่เสนอความเป็นไทยในชีวิตประจำวันของวัฒนธรรมประชานิยม เช่น ถ่ายภาพตุ๊กๆ (หรือตัวแทนความเป็นไทยจากสามล้อถึงสามล้อเครื่อง)อาจจะเป็นข้อคิดว่า แต่ละคนล้วนเจอประสบการณ์ที่แตกต่างกัน บางคนอาจรู้สึกง่ายในเรื่องที่อีกคนกลับบอกว่ายาก ก็ได้ ครับ

24
ผมเคยสมัคร residence(พักอาศัย)ทำงานศิลปะในญี่ปุ่นปี2555 หวังโชคช่วย เนื่องจากเขียนไปเป็นศิลปินทำงานศิลปะวิดิโออาร์ต แล้วปรากฏว่าคนโทรมาจากญี่ปุ่นเป็นภาษาญี่ปุ่นคุยกันไม่รู้เรื่องด้วย ต่อมาสมัคร residenceที่อินเดียไม่ทัน(2557) โดยโชคไม่ช่วยอย่างหนังอินเดียเรื่อง slumdog-millionaire คล้ายรายการเกมส์เศรษฐีของไทยสมัยก่อน ”ไม่มีใครโง่หรือฉลาด มีเพียงแค่รู้หรือไม่รู้เท่านั้นเอง” ไม่ใช่รายการที่ต้องการคนเก่ง .. คือ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า “เราเก่ง หรือไม่เก่ง” หรือ “เราโง่ หรือไม่โง่” แต่มันอยู่ที่ “เรารู้ หรือไม่รู้”ต่างหาก

เมื่อคำพูดทำนองนี้ได้รับการยืนยันในหนัง slumdog-millionaire(หนัง2552เก่าเล่ามุมใหม่จากผมเคยเขียนแล้ว ว่าคล้ายรายการทีวี ถ้าคุณแน่ อย่าแพ้เด็ก ประถม…คำถามที่ยากมาก ว่ารูปแบบของประชาธิปไตย คืออะไร ? ที่ถูกกับประเทศไทย ในกระแสเรื่องเล่า กู้ชาติ51-52-บิ๊กตู่57) และแล้วพระเอกอย่างจามาลเจอคำถามง่ายดายที่ใครๆก็รู้แต่จามาลกลับตอบไม่ได้ พอเป็นคำถามที่คนอื่นคิดว่ายาก เขากลับตอบได้อย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย เป็นข้อคิดที่ดีว่าอย่าดูถูกใคร แต่ละคนล้วนเจอประสบการณ์ที่แตกต่างกัน บางคนอาจรู้สึกง่ายในเรื่องที่อีกคนกลับบอกว่ายาก

ทั้งนี้ หนังเรื่องนี้ผมเคยสนใจตามสไตล์คนดูหนังในแง่ที่กลับมาคิดเรื่องDestiny/Luck คือ ชะตากรรม/โชคชะตา ที่เป็นเส้นเรื่องมากกว่าหนึ่งเรื่องของหนัง ซึ่งเส้นเรื่องสำคัญของหนัง คือ ชะตากรรมสำหรับผม (Luck/Destiny ทั้งสองอย่างเป็นโชคชะตา ทำให้ยากและง่ายได้ในสองสิ่งนี้) มาตอบคำถามตัวเลือกด้วย ครับ^^

http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2009/01/A7467197/A7467197.html

ปิดท้าย ชีวิตไม่ใช่เกมโชว์โดยผมเล่าม่วนหลายเรื่องอาศัยโชคช่วยเข้าข้างผมไปresidenceประเทศลิทัวเนีย( Lithuania)ไม่ทัน(2557) ตามภาพประกอบกล่องคลุมหัวเป็นศิลปะ คือ Image: Autonomia Operaia movement, Italy (1978/ไทยแลนด์ปี๊บคลุมหัว2014) น่าสนใจด้วย555^^
http://www.nidacolony.lt/en/residence/counterhegemony-art-in-a-social-context

พี่khunya เคยดูหนังเรื่องslumdog ฯ ด้วย ส่วนเรื่องผู้นำเอาปี๊บคลุมหัวไม่พอเพียงต้องยุ้งฉางข้าวคลุมหัวนี่ฮร่าๆๆ แชร์เรื่องปี๊บๆกล่องๆเลยครับ^^

ขอบคุณครับพี่wathinee วธ.จัดประกวด ‘หนังสั้น’ ส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวดาวรุ่งของเมืองไทย ได้แก่ ลำปาง … ผมกำลังอยู่ลำปางจะถ่ายหนังสั้นเป็นฟุตเตจ เก็บstock ไว้ ครับ

25-26
วันที่24-25-26ตุลา ผมออกเดินทางมาสารภีทำธุระ และแวะลำปาง นึกถึงBruno Barbey ซึ่งผมเห็นคนเขียนถึง style ถ่ายภาพใช้คำว่า “ชิวๆ” สุดๆ ดูเรียบง่าย ง่ายเสียจนนึกไม่ออกว่าจะได้รูปดีได้
ภาพที่ดู เรียบง่าย แต่ มีความหมายที่ชัดเจน มีจังหวะของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องเขา เป็นคนที่วางตัวเองได้อยู่ถูกที่ก่อนที่จะเล็งกล้อง และ กด shutter ได้เร็วมากหลังจากยกกล้อง แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนที่ถูกถ่ายจะรู้ตัวก่อน ทำให้ภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เป็นอารมณ์จริงๆ จึงดูดิบ และ มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก รวมทั้งจุดเด่นคือ composition ที่เรียบง่าย และ ดูสบายตาอย่างที่สุด แต่ก็จะใส่อะไรเล็กๆน้อยๆ ลงไปให้รูปดูดีเสมอ ทั้งหมดเกิดจากความคิดเพียงเสี้ยววินาทีที่เห็น subjectนั้นแล้วถ่ายภาพ http://www.bwfoto.net/ques_answ/topic.asp?TOPIC_ID=1792
***ผมถ่ายภาพสบายๆ ขณะใกล้จะพักเที่ยง ซึ่งต่อเน็ตได้แล้ว ครับ^^

27
เดิมเมืองนครลำปางมีชื่อว่า “กุกุฎฎะนคร” แปลว่า เมืองไก่ขาว มีที่มาตามตำนานว่า ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้สัมโพธิญาณแล้วได้เสด็จโปรดสัตว์ผ่านมาทางบริเวณลัมภะกัมปะกาลิณี คือนครลำปางในปัจจุบัน พระอินทร์ได้แปลงกายลงมาเป็นไก่ขาวเพื่อเตือนให้ชาวเมืองตื่นขึ้นมาบำเพ็ญทานกับพระพุทธองค์ และพระพุทธองค์ทรงทำนายว่าต่อไปเมื่อหน้าบริเวณแห่งนี้จะเป็นนครอันรุ่งเรือง ต่อมาได้มีผู้มาสร้างเมืองขึ้นบริเวณนี้และได้ตั้งชื่อเมืองแห่งนี้ว่า “เมืองกุกุฎฏะนคร” ซึ่งแปลว่าเมืองไก่ขาว ในปัจจุบันใช้ตราไก่ขาว(เรียกว่าไก่เผือก มีสีขาวเหมือนช้างเผือก)เป็นสัญลักษณ์ของเมือง (ที่มาข้อมูลหลักวิกิพีเดียไทย)
พี่Khunya เนื่องจากผมเดินหาโลเกชั่นถ่ายหนังสั้นและถ่ายรูป จึงเจอรูปปั้นนี้ในโรงแรมลำปาง ริเวอร์ลอดจ์ ซึ่งรูปปั้นเป็นไก่ ได้ความรู้จากป้ายอธิบายตำนานเมืองลำปาง คือ เมืองไก่ขาว ที่เล่าไปนั้นเป็นความรู้น่าศึกษา และผมไม่รู้ว่าปั้นมานานหรือยัง จากรูปปั้นลักษณะผสมลายไทย ทำให้ดูคล้ายหงส์ด้วย ครับ^^แชร์ตามสบายครับพี่^^
http://www.lampangriverlodge.com/

28
หนังสั้น“ใบไม้ ณ ลำปาง” เรื่องย่อ:เขาเดินทางท่องเที่ยวมาหาความหมายของชีวิต ที่ลำปาง ท่ามกลางธรรมชาติ แม่น้ำ ต้นไม้กับใบไม้ ในที่สุดใบไม้ที่หายไปให้แรงบันดาลใจเขาเข้าวัด
ที่มาของเรื่องย่อผมนึกถึงเรื่อง“ใบไม้ที่หายไป”…“เธออ่านนิยายใฝ่ฝัน สงสัยค่ายุติธรรม์หายไปไหน การต่อสู้เพื่อสิ่งนี้จะมีใคร เธอก้าวไปค้นความจริง (อิงนิยาย)”…
http://www.arts.chula.ac.th/~complit/etext/octobertext/octtext/jiranunt.htm
ใบไม้ที่หายไป เป็น เรื่องราวเชิงบันทึกของชีวิตตอนหนึ่งของผู้ประพันธ์… กระทั่งได้ตระหนักความจริงของชีวิตที่ถูกธรรมชาติกำหนด… – กวีนิพนธ์แห่งชีวิต รางวัลซีไรต์ปี 2532
http://www.goodreads.com/book/show/7703955
(ดูข้อมูลชื่อผู้ประพันธ์..เกี่ยวกับใบไม้ในวิกิพีเดียได้)
ปิดท้าย หนังสั้นงบจำกัดถ่ายทำง่ายๆ ตอบโจทย์ส่งประกวดความยาว3-5นาทีครับ^^
Numnim ขอบคุณที่ชมจ้าๆ ครับพี่Khunya คิดๆ ไปแล้วอารมณ์หนังนี้ ทำให้นึกถึงหนังซัมบาลา (ไปทิเบต)
MV ประโยคบอกเล่า OST.ชัมบาลา

29
เมืองลำปางกับตำนานพระพุทธเจ้าเลียบโลก มาหาเรา ใกล้ชิดกว่าต้องออกเดินทางหาพระพุทธเจ้า ในที่ไกลถึงอินเดีย ณ จุดนี้อาจกล่าวได้ถึงพระธาตุลำปางหลวง รวมทั้งพระธาตุเจดีย์ต่างๆนานา
เมื่อผมเห็นข้อมูลการเขียนแนวการตีความตำนานพระเจ้าเลียบโลก จึงไม่ใช่เป็นเพียงตำนานที่ให้ข้อมูลเรื่องชื่อบ้านนามเมืองของแว่นแคว้นพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนนัยถึงกลุ่มคนในดินแดนต่างๆ ว่ามนุษยชาติทั้งหมดนี้ล้วนมีศักดิ์ศรีและมีเกียรติเสมอกันด้วย

เห็นได้จากการที่พระพุทธองค์เสด็จไปยังแต่ละท้องถิ่น มักพบกับกลุ่มคนที่ “ต่ำต้อย” ที่สุดในสังคมก่อนเป็นพวกแรก นั่นคือ ชาวลัวะ กะเหรี่ยง เม็ง ขมุ ข่า ทมิฬ มิลักขะ อาฬวี หรือแม้แต่ “ยักษ์” ล้วนเป็นตัวละครที่มีโอกาสใกล้ชิดกับพระพุทธองค์ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกทำนายให้ร่วมรับรู้การตรัสพยากรณ์เสมอ
จะเห็นว่าพระพุทธองค์ไม่เคยเสด็จไปพบกับ…(ดูข้อมูลเพิ่มเติม)
http://botkwamdee.blogspot.com/2011/04/blog-post_20.html

พี่Khunya แชร์ตามสบายกันเองครับ^^ รอยพระพุทธบาท กับพระเจ้าเลียบโลก รวมทั้งที่ผมนึกถึงเรื่องไตรภูมิ นี่เป็นอิทธิพลวรรณกรรมและตำนานพุทธศาสนา ทำให้สร้างรอยพระพุทธบาท พระธาตุเจดีย์ ฯลฯ ไม่ต้องไปไกลถึงทิเบต อินเดีย และนึกถึงเรื่องเล่าเหล่านี้ น่ะครับ

30-31
เมืองไก่ขาว และ”ตำนานพระเจ้าเลียบโลก” งานวรรณกรรมชิ้นเอกของพระภิกษุมอญ เดินทางจาริกแสวงบุญ ทำตัวบทให้เชื่อมโยงระหว่างพุทธประวัติเข้ากับภูมิสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาในแถบสุวรรณภูมิ ในพุทธตำนานฉบับท้องถิ่นที่สานร้อยสายสัมพันธ์ของชนเผ่ามอญ-ไท-ชาวเขาในดินแดนล้านนา สิบสองปันนา ไทใหญ่เข้าด้วยกัน (มอญ ม่าน ฉาน และล้านนา ฯลฯ)

โดยนี่เป็นปริศนาโบราณคดีแห่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถโยงใยบ้านเล็กเมืองน้อย ให้เป็นแผนที่ใน “โลก” ของชนเผ่าชาวพุทธอุษาคเนย์..ก่อนการแบ่งแยกอธิปไตยเหนือดินแดน…ภาพความสัมพันธ์ของสังคมวัฒนธรรมขนาดใหญ่ครอบคลุมภูมิภาคกว้างไกลในบริเวณลุ่มแม่น้ำอิรวดี-สาละวิน-โขง คือ ฉากอันตระการที่ปรากฏอยู่ใน “ตำนานพระเจ้าเลียบโลก” เป็นการตีความมุมมองให้ภาพเพิ่มเติมของผม เกี่ยวกับธรรมชาติแม่น้ำ ใบไม้ ครับ

เมื่อผมอยากทำหนังสักเรื่องหนึ่ง ที่มีภาพเรียบง่าย แต่เก็บความหมายอย่างกว้างๆ ในวัฒนธรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และความดีงามของสังคม ไว้ด้วย ครับ
*ข้อมูล
http://botkwamdee.blogspot.com/2011/04/blog-post_20.html

**ภาพประกอบ ลำปางถึงวัดจอมเมือง ครับ^^

31
ผมสำรวจข้อมูลผบ.ทบ.โสดสนิท” คนแรก สู่ “รมว.กลาโหมที่ไม่มีภริยา” คนแรก ในประวัติศาสตร์ คือ ป๋าเปรม คนที่สอง คือ พล.อ.ประวิตร ครับ
โดยเปรียบเทียบบางด้านนายกฯนายพลไม่น่าอยู่ตำแหน่งเท่ากับยุคป๋าเปรม ในทัศนะของผม กรณีหลายคนวิตกกังวลเรื่องโครงสร้างการเมืองกับเครือข่ายเชิงบุคคล เช่น ป๋าเปรม ที่เกี่ยวโยงอันทั้งคู่ของกลุ่มประยุทธ์ (ประวิตร) และเศรษฐกิจการเมือง (ซับสิไดซ์เหมือนยื่นปลาไม่ยั่งยืน-พล.อ.ประยุทธ์จะยื่นทั้งปลายื่นทั้งเบ็ด)
แม้บนหน้าประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยตลอด 82 ปี มีนายกฯนายพลทั้งสิ้น รวม พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายพล แต่จะเห็นว่านายกฯทหาร มี พล.อ.เปรมคนเดียวนายกฯถึง 8 ปี
กระนั้น ผมค้นประวัติศาสตร์แห่งสันติภาพ ปรากฏยากโดยโครงสร้างอำนาจครอบงำของรัฐ เพราะฉะนั้น สันติภาพเกิดขึ้นยากในคู่ขัดแย้ง หรือสภาวะDual power(อำนาจคู่)ฝ่ายประชาธิปไตยรัฐสภา(ฝ่ายปชช .จำนวนมากชูสามนิ้วงานศพอภิวันท์/การต่อต้านรัฐประหารโดยลุงนวมทอง)กับรัฐราชการ(เรียกกันว่าอำมาตยาธิปไตย/กลุ่มตุลาการฯลฯ)พร้อมกองทัพ ย่อมปะทะกันโดยขัดแย้งให้เห็นในปวศ.
เมื่อความรุนแรงย่อมหลีกเลี่ยงยากจากตัวอย่างของประวัติศาตร์ต่างประเทศหลายประเทศ บางแห่งใช้คำว่าDual power ในภาวะของการปะทะของการเปลี่ยนผ่าน….ไปสู่ประชาธิปไตยด้วย ครับ
ดังนั้น คำถามอันน่าเป็นห่วงต่อลักษณะทหารออกมาปี2549-57 ครับ
*ซับสิไดซ์เหมือนยื่นปลาไม่ยั่งยืน-พล.อ.ประยุทธ์จะยื่นทั้งปลายื่นทั้งเบ็ด
http://prachatai.com/journal/2014/10/56245
**รูปปั้นลุงนวมทองในการเมืองเชิงสัญลักษณ์ของตุลา 53
http://www.prachatai.com/journal/2010/10/31646

Posted in Uncategorized | Leave a comment