Read the lines my hand: The Gordian knot,Pure reason,Pure art และI had to go see about a girl

Read the lines my hand: The Gordian knot,Pure reason,Pure art และI had to go see about a girl

-อะมีเลีย แอร์ฮาร์ตอะมีเลีย แมรี แอร์ฮาร์ต (อังกฤษ: Amelia Mary Earhart; 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 – หายสาบสูญ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2480; ทางการประกาศว่าเสียชีวิต 5 มกราคม พ.ศ. 2482) นักบินชาวอเมริกัน ได้ชื่อว่าเป็นนักบินสตรีคนแรก ๆ ของประเทศ เธอเป็นสตรีคนแรกที่ขึ้นบินในฐานะผู้โดยสารข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และต่อด้วยการบินเดี่ยวเองเป็นผลสำเร็จในปี พ.ศ. 2475

พ.ศ. 2478 ได้บินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกจากฮาวายสู่แคลิฟอร์เนีย อีกสองปีต่อมาอะมีเลียได้พยายามทำสถิติในการบินรอบโลก แต๋ได้หายสาบสูญไปอย่างลึกลับ เหนือน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิก ในระหว่างทำการบินรอบโลกเมื่อปี พ.ศ. 2480

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95

10 สิงหาคม ในอดีต

พ.ศ. 2335 (ค.ศ. 1792) – กลุ่มผู้ก่อการจลาจลในการปฏิวัติฝรั่งเศสยกขบวนบุกพระราชวังตุยเลอรีส์

พ.ศ. 2389 (ค.ศ. 1846) – รัฐสภาสหรัฐอเมริกาจัดตั้งสถาบันสมิธโซเนียนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยนำชื่อมาจาก โจเซฟ สมิธสัน ซึ่งบริจาคเงินให้ถึง 500,000 ดอลลาร์

พ.ศ. 2435 (ค.ศ.1892) – พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทดลองจัดระเบียบการปกครองระดับตำบล หมู่บ้านขึ้นเป็นครั้งแรก ณ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พ.ศ. 2456 (ค.ศ. 1913) – การลงนามในสนธิสัญญาบูคาเรสต์ ทำให้สงครามบอลข่านครั้งที่ 2 ยุติลง

พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) – การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งแรก: มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก ผลการเลือกตั้ง นายธรรมนูญ เทียนเงิน จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้งไป

พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) – ยานแมเจลแลนเดินทางถึงดาวศุกร์

พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) – ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยุติบทบาททางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี กรณีการแจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ

พ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001) – น้ำป่าและโคลนถล่มไหลท่วมตำบลน้ำก้อและน้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ตอนกลางดึก มีผู้เสียชีวิต 126 ศพ ราษฎรไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 1700 ครัวเรือน

วันสำคัญและวันหยุดเทศกาลวันไบโอดีเซลสากล

วันกำนันผ้ใหญ่บ้าน-ไทย

http://th.wikipedia.org/wiki/10_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

Good.Will.Hunting.(1997)_TRAILER

อะไรคือสวรรค์-นรกเป็นสิ่งมีจริงสำหรับคุณหรือไม่? คุณเลือกชีวิตแบบไหน แต่ละแบบในหนัง Good will Hunting โดยฌอน และวิลล์ เลียนแบบในแง่ไปหาหญิงสาวตามที่ฌอนให้การบำบัดวิลล์ และใครในโลก ก็คงไม่สามารถเลียนแบบวิลล์ ได้ง่าย เพราะคนเก่งคณิตศาสตร์ไม่มีง่ายๆ ในโลก

เนื่องจากผมเล่าเรื่องที่นึกถึงข่าวดังช่วงก่อนหน้ามีข่าวว่าคนทำตัวเลียนแบบเป็นตัวละครโจ๊กเกอร์ ในเรื่องแบทแมน ภาคใหม่ คือ ดาร์คคไนท์ฯ เข้าไปยิงคนในโรงหนัง ที่อเมริกา แต่ไม่มีใครเป็นพระเอกง่ายๆ ในกรณีวิลล์ ที่ตอบโจทย์คณิตศาสตร์ที่มีคนเก่งไม่กี่คนในโลกตอบได้ แต่คนฆ่าตัวตายง่ายเลียนแบบตัวละครเวอร์เทอร์ระทมของเกอเธ่ หรือคนทำตัวเป็นโจ๊กเกอร์ตัวร้ายง่ายกว่าคนดีเลียบแบบง่ายด้วย และผมค้นหาเพลงของElliott Smithฟังเลยนึกถึงหนังเรื่องGood will Hunting  

เพราะผมสนใจเรื่องการเขียนบทโดย Matt Daemon และ Ben Affleckรางวัล Oscar เขียนบทยอดเยี่ยม และรางวัลดาราประกอบชายยอดเยี่ยม (Robin William) ปีพ.ศ. 2541 จากการต้องมาศึกษาการเขียนบทหนังสั้น โดยเล่าเรื่องเปรียบเทียบกลับมาปิดประเด็นทิ้งท้ายด้วย ครับ…

Good will hunting (1997)สำคัญที่ความไว้ใจ

หนังเรื่องนี้อยู่ในทำเนียบหนังดีที่ต้องดูมานาน

ไม่ว่าหนังสือวิจารณ์หนังเล่มไหนก็บอกให้ดู ดูดาราแล้วก็มีสุดเลิฟของเรา

โรบ้ิน วิลเลี่ยม แสดงด้วย แต่ก็เพิ่งจะได้โอกาสดูนี่แหละ

ตอนที่ดูเลยค่อยๆ ดู เพื่อซึมซับความเด่นดีของหนัง เท่าที่ทราบคร่าวๆ

เป็นเรื่องของนักคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นลำดับสามแล้วที่ได้ดู ต่อจาก A

beautiful mind และ {Proof} ที่ทั้งสองเรื่อง นักคณิตศาสตร์ล้วนเสียสติ

และมีผู้ดูแลที่แสนดี เหมือนเป็นสูตรสำเร็จ ของหนังแนวนี้

ไม่ผิดหวังเลยครับ หนังดีจริงๆ แม้จะเป็นเรื่องของนักคณิตศาสตร์

แต่ไม่เหมือนสองเรื่องที่ผมเอ่ย ไม่มีใครเสียสติ

มีแต่คนที่เข้าใจกันและกัน

ผมว่าเรื่องนี้มีบทสนธนาดีๆ เต็มไปหมด โดยเฉพาะการทำความเข้าใจกัน

ระหว่างผู้มีปัญหา และผู้ต้องการแก้ปัญหา เอาไปใช้ได้ทุกสถานการณ์ กับลูก

กับเพื่อนร่วมงาน กับลูกน้อง กับเจ้านาย แม้คนอยากเป็นคุณอำนวยก็ตาม

ที่สำคัญเราต้องทำให้เขาไว้ใจเรา เท่านั้นเรื่องทุกอย่างจะมีทางออก

มีปมให้เห็น การแก้ไขไม่ยากแล้วครับ

ชอบมากที่ ฌอน แม็กไกวร์ รักและเทิดทูนภรรยา แบบว่าอยากเป็นอย่างนั้นบ้าง

และเรื่องนี้ก็มีส่วนในการบำบัดตัว วิลล์ ฮันติ้งชอบมิตรภาพของเพื่อนในเรื่อง ที่เหนือคำบรรยาย นึกถึงคำหนึ่งที่ว่า เพื่อนเป็นสินทรัพย์ที่ต้องรักษาไว้ ขึ้นมาเลยในเรื่องมีหลายประโยคโดนใจ ลองดูครับ

“ฉันเสียใจวิลล์ แต่ฉันไม่เสียใจซักวันที่อยู่กับเธอ”

“เธอมีเพื่อนร่วมวิญญานไหมวิลล์ คนที่คอยท้าทายเธอ คนที่เปิดโลกให้เธอ

สัมผัสวิญญานเธอ” (ต้องเป็นคนมีชีวิตด้วยนะ)”เธอไม่มีทางสัมพันธ์กับใคร เพราะเธอกลัวที่จะก้าวก้าวแรก

เพราะเธอมองเห็นด้านลบทุกๆ อย่างตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้ว””ทำตามใจปรารถนา แล้วจะดีเอง”

“โชคดีลูกชาย”

“รู้ไหมโอกาสถูกล็อตเตอร์รี่มีเท่าไหร่ หนึ่งในสามสิบสองล้าน

แต่หนึ่งในสามสิบสองล้าน ฉันก็ยังมีหวัง”

“ผมไม่ว่าง กำลังไปจีบหญิง” ประโยคนี้ใช้สองครั้งเลย

นอกจาก โรบิ้น วิลเลี่ยม แล้ว ยังมีดาราสาว มินนี่ ไดรเวอร์ ที่เคยดูจาก Circle of friends(1995)

ตอนนั้นแสดงเป็นคนไม่สวย ตอนนี้ก็ไม่สวย แต่สวยแบบเด็กเรียนแสดงถูกใจต้ั้งแต่เรื่องก่อนแล้ว

ส่วนดารานำชาย แมต เดม่อน ก็เล่นดีที่ดีที่สุดคือ โรบิ้น วิลเลี่ยม ขวัญใจของผม ไม่เคยผิดหวังครับ

นับตั้งแต่เรื่องแรกที่ดูเขาใน Dead Poets Societyใครยังไม่ดู หามาดูซะนะครับ

ใครดูแล้ว บอกความประทับใจกันบ้างนะครับ

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2550

Last Update : 2 พฤศจิกายน 2552 19:08:20 น.   23 comments

Counter : 3477 Pageviews.      Add to

 ความคิดเห็นที่ 1

ดูนานแล้วค่ะ แต่นึกอยากหามาดูอีกรอบ

หนังมีบทสนทนาที่เฉียบคมค่ะ

ไม่น่าเชื่อว่าแมท เดม่อน กับเบน แอฟเฟล็ค จะช่วยกันเขียนบทหนังดีๆออกมาได้

เพราะหลังๆทั้งคู่ไม่ยักกะจับปากกามานั่งเขียนบทกันแล้ว

โดย: tistoo  วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:2:05:57 น.

 ความคิดเห็นที่ 2

ขอบคุณครับคุณ tistoo ที่มาให้ความรู้เพิ่ม ไม่ได้เหลือบดูชื่อคนเขียนบทเลยครับ

ผมว่าหนังเรื่องนี้เอาไว้ฝึกภาษาอังกฤษได้นะ แบบว่าพูดเยอะ

ที่นึกออกอีกเรื่องคือ Before Sunset และ Before Sunrise

โดย: คนขับช้า  วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:6:30:49 น.

ความคิดเห็นที่ 3

เคยดูค่ะ ก็นานมาแล้ว

ชอบความผูกพันระหว่างเพื่อนอ่ะค่ะ

โดย: renton_renton  วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:21:28 น.

 ความคิดเห็นที่ 4

good will hunting ดูตั้งแต่ จบ ม.6 กำลังขึ้นปีหนึ่ง จำได้เลย

เพราะไปดูกับเพื่อนที่เมเจอรัชโยธินครั้งแรก…

ตอนแรกก็นึกๆ อยู่ว่าเพื่อนมันตูมาดูหนังอะไรว่ะ

แต่พอดูจบก็ อืม…หนังมันมีอะไรให้คิด

ก็นั่งเถียงกับเพื่อนกันมาตลอดทางกลับหอแหละค่ะ

จนเดี๋ยวนี้…ก็ชอบดูหนัง ที่เพื่อนๆ มันไม่ดูกัน…มันบอกว่าเครียด

แล้วก็พยายามดูจนจบ มีความรู้สึกว่าบางครั้งมันได้อะไรมากกว่าความบันเทิง

มากกว่าหนังตลาดที่เราดูๆ กันอยู่

โดย: aseptic  วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:05:41 น.

 ความคิดเห็นที่ 5

ดูนานแล้วครับเรื่องนี้ ประทับใจมากครับ

ไม่น่าเชื่อว่า สองดาราดังจะเขียนบท เขียนได้ลุ่มลึกและเหมือนอ่านหนังสือกันมามาก

เป็นหนังที่เข้าถึงส่วนลึกของคนๆ หนึ่งที่ถูกบางสิ่งบางยังห้อมล้อมความดี

และความมีดีของเขา เมื่อกระเทาะออกมาได้

ส่วนที่แย่หลุดออกไปได้ เค้าจะกลายเป็นอีกคน

เป็นหนังที่ทำให้มองคนให้ลึกมากขึ้นครับ

โดย: Untrue  วันที่: 29 มิถุนายน 2550 เวลา:11:55:49 น.

ความคิดเห็นที่ 11

ชอบมากค่ะ จำได้ว่ามีตอนนึงที่ผู้ร้ายกับพระเอกดวลความรู้กันระหว่าง

Harvard กับ MIT ผู้ร้าย (นักศึกษา Harvard) พยายามอ้างทฤษฎีต่างๆมากมาย

แล้วพระเอก (ภารโรง MIT ) บอกว่า

“ที่คุณพูดมาอยู่ในตำราชื่อ ….. หน้า…ถึง หน้า ….

ถ้าคิดได้แค่นี้ไม่ต้องเสียค่าหน่วยกิตเรียนหนังสือ

แค่เป็นสมาชิกห้องสมุดมหาวิทยาลัยไม่กี่ดอลล่าร์ก็รู้แล้ว”

ผู้ร้ายตอกกลับว่า “ถึงอย่างไรฉันก็มีใบปริญญา ไม่เหมือนแก

ที่รู้แล้วไม่มีใครรู้ว่าแกรู้

ต้องเป็นภารโรงแล้วก็ปิ้งแฮมเบอร์เกอร์ขายทั้งชาติ “

ประโยคเดียวของผู้ร้ายทำให้ดิฉันตั้งใจเรียนหนังสือจนเกรดออกมาดีเมื่อจบมหาวิทยาลัย

เพราะกลัวว่าถ้าเกรดไม่ดี คนอื่นจะไม่รู้ว่าดิฉันรู้

ปัจจุบันดิฉันได้งานที่มั่นคงในสถาบันการเงินแห่งหนึ่งและก็เงินเดือนมากกว่าเพื่อนรุ้นเดียวกัน

2 เท่า

โดย: x IP: 125.26.118.112 วันที่: 18 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:16:29 น.

ความคิดเห็นที่ 14

ขอแสดงความคิดเห็นต่อจาก คห.11หน่อยครับ

“ที่รู้แล้วไม่มีใครรู้ว่าแกรู้” คำพูดนี้คือตัวผมเลยหล่ะครับ

ผมมองว่าเพราะความกลัวไงครับ ทำให้ถึงอยากได้เกรดดี ๆ

ผมไม่ได้มองไปว่าคนที่เรียนดีจบมาทำงานมีรายได้สูงกว่าคนอื่นจะมีความสุขกว่าคนคนที่รายได้ต่ำกว่าเค้า

แต่ผมคิดว่าคนที่สนุกกับงานที่เค้าทำ สุดยอดกว่านะครับ

แต่ถึงยังไงหากเราเก่งจริงซักวันมันก็ต้องมีคนรู้ครับ ยกตัวอย่างตัว

วิลเอง สังคมไทยก็แบบนี้หล่ะคับ มองคนกับแค่ใบปริญญา

สุดท้ายผมว่ารางวัลที่วิล ได้นั้นยิ่งใหญ่กว่าใบปริญญา นะครับ

โดย: shiro IP: 222.123.44.66 วันที่: 28 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:00:26 น.

ความคิดเห็นที่ 15

จาก คห.14

ปริญญาที่ วิลได้นั้นเขาเรียกว่า ปริญญาชีวิต ครับผม

ส่วนตัว ชอบประโยคที่ เบ็น เอ็ฟเฟ็คพูดกับวิลตอนใกล้จบเรื่องมากกว่า

ที่บอกประมาณว่า

อยากให้ซักวันหนึ่งเวลาขับรถไปบ้านวิลแล้วเคาะประตูบ้านวิล

แล้วไม่มีคนอยู่

มันแสดงถึงความรักเพื่อนที่แท้จริง ไม่ได้อิจฉาในความสามารถแต่อย่างใด

ที่พูดแบบนั้นเพราะรู้ว่าเพื่อนเก่งมีความสามารถ

ไม่ควรหายใจทิ้งไปวันๆแบบนี้ ซึ๊งมาก

โดย: makoto IP: 202.173.215.148 วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:13:22:45 น.

 ความคิดเห็นที่ 22

ตอบความคิดเห็นที่11 ฉากที่ นักศึกษา Harvard กับ พระเอก (ภารโรง MIT

ที่เก่งระดับอัจฉริยะ) ดวลความรู้กัน

แต่คุณ X อาจจะเข้าใจเรื่องที่หนังต้องการจะสื่อผิดไปนะครับ

ตามลิงค์นี้เลย http://www.youtube.com/watch?v=ymsHLkB8u3s&feature=related

โดย: คนชอบดูหนัง IP: 124.120.42.101 วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:1:43:20 น.

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=amp-atom&month=12-02-2007&group=2&gblog=24

(ลองดูเพิ่มเติม คือ ผมตัดต่อมาบางส่วน น่ะครับ)

Director Gus Van Sant at one point asked Matt Damon and Ben Affleck to

rewrite the script so that Chuckie is killed in a construction

accident. Damon and Affleck protested, but reluctantly wrote the scene

in. After Van Sant read it, he agreed that it was a terrible idea.

Robin Williams’s last line in the film, “That son of a bitch, he stole

my line,” was ad-libbed.

The job interview Will sends Chuckie on is for a company called Holden

& McNeil. Ben Affleck’s character in Chasing Amy was Holden McNeil.

The subway car Will rides in is a model that was retired in 1994; the

MBTA took one out of mothballs and cleaned it up for the production.

Minnie Driver’s character Skylar is named after Damon’s girlfriend,

Skylar Satenstein, who left Damon for Metallica drummer Lars Ulrich

before filming began. Damon and Driver became romantically involved

during production.

The mathematical equations seen in the opening credits are part of a

math technique called “Fourier Analysis” which approximates functions

by sines and cosines. It’s used a lot in physics and engineering.

In the scene on the park bench, Robin Williams gives an example of

love that Will hasn’t experienced as “going to hell and back for it.”

In his next movie, What Dreams May Come, Williams does just that for

his love played by Annabella Sciorra after she commits suicide.

The lecture hall in the movie is actually a lecture hall in McLennan

Physical Laboratories (MP); a building at the University of Toronto

(St. George Campus) in Toronto, Ontario, Canada.

Roger Ebert asked in his “Movie Answer Man” column for suggestions as

to who Will’s brothers Marky, Ricky, Danny, Terry, Mikey, Davey,

Timmy, Tommy, Joey, Robby, Johnny, and Brian were named after. Gina

Dante of Minneapolis suggested that they were “directors whom Ben

Affleck and Matt Damon would like to work with”: Marc Rocco, Richard

Attenborough, Danny Boyle, Terry Gilliam, Mikael Salomon, David

Fincher, Tim Burton, Tom Hanks, Joel Schumacher, Robert Redford, John

Woo, and Brian De Palma.

The scene where Sean and Will are in his office, and Sean starts

talking about his dead wife and her farting antics. These lines were

ad-libbed by Robin Williams, which is probably why Matt Damon is

laughing so hard. If you watch the scene carefully you can notice the

camera shaking, probably due to the cameraman laughing as well.

When Will (Matt Damon) and Sean (Robin Williams) meet for the first

time in Sean’s office, Will recommends that Sean read Howard Zinn’s

“People’s History of the United States”. As a boy, Matt Damon was

Zinn’s neighbor and provided the voice for the CD recording of that

book.

At a WGA seminar in 2003, William Goldman denied the persistent rumor

that he was the actual writer of Good Will Hunting: “I would love to

say that I wrote it. Here is the truth. In my obit it will say that I

wrote it. People don’t want to think those two cute guys wrote it.

What happened was, they had the script. It was their script. They gave

it to Rob [Reiner] to read, and there was a great deal of stuff in the

script dealing with the F.B.I. trying to use Matt Damon for spy work

because he was so brilliant in math. Rob said, “Get rid of it.” They

then sent them in to see me for a day – I met with them in New York -

and all I said to them was, “Rob’s right. Get rid of the F.B.I. stuff.

Go with the family, go with Boston, go with all that wonderful stuff.”

And they did. I think people refuse to admit it because their careers

have been so far from writing, and I think it’s too bad. I’ll tell you

who wrote a marvelous script once, Sylvester Stallone. Rocky’s a

marvelous script. God, read it, it’s wonderful. It’s just got

marvelous stuff. And then he stopped suddenly because it’s easier

being a movie star and making all that money than going in your pit

and writing a script. But I did not write [Good Will Hunting], alas. I

would not have written the “It’s not your fault” scene. I’m going to

assume that 148 percent of the people in this room have seen a

therapist. I certainly have, for a long time. Hollywood always has

this idea that it’s this shrink with only one patient. I mean, that

scene with Robin Williams gushing and Matt Damon and they’re hugging,

“It’s not your fault, it’s not your fault.” I thought, Oh God, Freud

is so agonized over this scene. But Hollywood tends to do that with

therapists.” As of 2009, Matt Damon and Ben Affleck have both

co-written one other script each, although not with each other; Damon

co-wrote Gerry with Gus Van Sant and Ben’s brother Casey Affleck, and

Ben Affleck directed and co-wrote (with his childhood friend Aaron

Stockard) the script for Gone Baby Gone. In 2010, Ben Affleck directed

The Town, for which he had also co-written the screenplay.

http://www.imdb.com/title/tt0119217/trivia

Good Will Hunting

Sean and Will are sitting together on a park bench. Will doesn’t look at him throughout the speech; he looks away. The scene ends with Sean’s walking away, leaving Will there, contemplating Sean’s words.)

Will: So what’s this? A Taster’s Choice moment between guys? This is really nice. You got a thing for swans? Is this like a fetish? It’s something, like, maybe we need to devote some time to?

Sean: I thought about what you said to me the other day, about my painting. Stayed up half the night thinking about it. Something occurred to me and I fell into a deep, peaceful sleep and haven’t thought about you since. You know what occurred to me?

Will: No.

Sean: You’re just a kid. You don’t have the faintest idea what you’re talking about.

Will: Why, thank you.

Sean: It’s all right. You’ve never been out of Boston.

Will: Nope.

Sean: So if I asked you about art you’d probably give me the skinny on every art book ever written…Michelangelo? (beat) You know a lot about him. Life’s work, political aspirations, him and the pope, sexual orientation, the whole works, right? But I bet you can’t tell me what it smells like in the Sistine Chapel. You’ve never actually stood there and looked up at that beautiful ceiling. Seen that…..If I asked you about women you’d probably give me a syllabus of your personal favorites. You may have even been laid a few times. But you can’t tell me what it feels like to wake up next to a woman and feel truly happy. You’re a tough kid. I ask you about war, and you’d probably–uh–throw Shakespeare at me, right? “Once more into the breach, dear friends.” But you’ve never been near one. You’ve never held your best friend’s head in your lap and watched him gasp his last breath, looking to you for help. And if I asked you about love y’probably quote me a sonnet. But you’ve never looked at a woman and been totally vulnerable. Known someone could level you with her eyes. Feeling like! God put an angel on earth just for you…who could rescue you from the depths of hell. And you wouldn’t know what it’s like to be her angel and to have that love for her to be there forever. Through anything. Through cancer. You wouldn’t know about sleeping sittin’ up in a hospital room for two months holding her hand because the doctors could see in your eyes that the term visiting hours don’t apply to you. You don’t know about real loss, because that only occurs when you love something more than you love yourself. I doubt you’ve ever dared to love anybody that much. I look at you; I don’t see an intelligent, confident man; I see a cocky, scared shitless kid. But you’re a genius, Will. No one denies that. No one could possibly understand the depths of you. But you presume to know everything about me because you saw a painting of mine and you ripped my fuckin’ life apart. You’re an orphan right? (Will nods) Do you think I’d know the first thing about how hard ! your life has been, how you feel, who you are because I read Oliver Twist? Does that encapsulate you? Personally, I don’t give a shit about all that, because you know what? I can’t learn anything from you I can’t read in some fuckin’ book. Unless you wanna talk about you, who you are. And I’m fascinated. I’m in. But you don’t wanna do that, do you, sport? You’re terrified of what you might say. Your move, chief. (Sean stands and walks away.)

http://www.whysanity.net/monos/goodwill2.html

Good Will Hunting – “What Do You Wanna Do?”

Sean: Do you have a soul mate?

Will: Define that.

Sean: Someone you can relate to.

Will: Chuckie.

Sean: No, Chuckie’s family. He’d lie down in fuckin’ traffic for you. I’m talking about someone who opens things up for you.

Will: Sure, I got plenty.

Sean: Well, name them.

Will: Shakespeare, Nietzsche, Frost, O’Connor, Kant, Pope, Locke…

Sean: Well that’s great. They’re all dead.

Will: Not to me, they’re not.

Sean: You can’t give back to them. You can’t have a lot of dialogue with them.

Will: Not without a heater and some serious smelling salts. [laughs]

Sean: Yeah. Well, that’s what I’m saying. You’ll never have that kind of a relationship in a world where you’re always afraid to take the first step because all you see is every negative thing 10 miles down the road.

http://en.wikiquote.org/wiki/Good_Will_Hunting

Taglines

Wildly charismatic. Impossibly brilliant. Totally rebellious. For the first 20 years of his life, Will Hunting has called the shots. Now he’s about to meet his match.

Some people can never believe in themselves, until someone believes in them.

http://en.wikiquote.org/wiki/Good_Will_Hunting

——————————————————————————–

Skylar: You were hoping for a good night kiss.

Will: No, you know. I’ll tell ya, I was hoping for a good night lay, but I’d settle for a good night kiss.

Skylar: [bursts out laughing] How very noble of you.

Will: Thank you… But I was, you know, hoping for a good night kiss.

Skylar: Well, let’s just get it over with. Come on, come on.

[they have their first kiss, Skylar giggling the whole time]

http://www.imdb.com/title/tt0119217/quotes

Skylar: [after a few seconds, Skylar bursts out laughing] I think I got some of your pickle!

http://www.imdb.com/title/tt0119217/quotes

[Sean looks away for a moment]

Sean: I’m sure it ain’t good.

Will: My father was an alcoholic. Mean fuckin’ drunk. Used to come home hammered, looking to whale on someone. So I had to provoke him, so he wouldn’t go after my mother and little brother. Interesting nights were when he wore his rings…

Will: He used to just put a belt, a stick, and a wrench on the kitchen table and say, “Choose.”

Sean: Well, I gotta go with the belt there.

Will: I used to go with the wrench.

Sean: Why?

Will: Cause fuck him, that’ why.

Sean: Your foster father?

Will: Yeah.

[pause]

Will: So what does it say? Will has an attachment disorder? Fear of abandonment? Is that why I broke up with Skylar?

Sean: Didn’t know you had. Wanna talk about it?

[Will shakes his head, stares off]

Sean: Will, you see this, all this shit?

[Holds up the file, and drops it on his desk]

Sean: It’s not your fault.

Will: [Softly, still staring off] I know…

Sean: No you don’t. It’s not your fault.

Will: [Serious] I know.

Sean: No. Listen to me son. It’s not your fault.

Will: I know that.

Sean: It’s not your fault.

[Will is silent, eyes closed]

Sean: It’s not your fault.

Will: [Will's eyes open, misty already] Don’t fuck with me Sean. Not you.

Sean: It’s not your fault.

[Will shoves Sean back, and then, hands trembling, buries his face in his hands. Will begins sobbing. Sean puts his hands on Will's shoulders, and Will grabs him and holds him close, crying]

Will: Oh my God! I’m so sorry! I’m so sorry Sean!

[Will continues sobbing in Sean's arms]

——————————————————————————–

Sean: I teach this shit, I didn’t say I know how to do it.

——————————————————————————–

Morgan: Hey, let’s get off our motha’s, afterall, I just got off yours!

——————————————————————————–

Sean: Maybe *you’re* perfect right now. Maybe you don’t wanna ruin that. I think that’s a super philosophy, Will; that way you can go through your entire life without ever having to really know anybody…

Will: …You ever think about gettin’ remarried?

Sean: My wife’s dead.

Will: Hence the word: remarried.

Sean: She’s dead.

Will: Yeah; well, I think that’s a super philosophy, Sean. I mean, that way you could actually go through the rest of your life without ever really knowing anybody.

Sean: Time’s up.

http://www.imdb.com/title/tt0119217/quotes

Good Will Hunting Closing Scene (Elliott Smith- Miss Misery)

เมื่อข้อมูล-ข้อเท็จจริงของเบื้องหลังของหนัง และการตีความหนังแสดงความคิดเห็นต่อมากมายท่วมท้น ต่อประเด็นโดยส่วนตัว คือ เขาเติบโตมาท่ามกลางชีวิตที่ชอบใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา และเคยถูกตัดสินลงโทษในขณะเป็นเยาวชนเนื่องจากการกระทำผิดกฎหมาย โดยแลมเบอร์ สนใจในภารโรง ที่ไม่ได้อ่านกามูร์เรื่องคนนอก น่ะครับ

จึงยื่นคำร้องต่อศาลให้วิลล์เข้ามาอยู่ในความรับผิดชอบของเขา และเข้ารับการบำบัดทางจิตเพื่อแลกกับการไม่ต้องถูกโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย ในแง่มุุมหนึ่งผู้เขียนบทคือ Matt Daemon และ Ben Affleck ฉลาดมากในการเปรียบเปรย (analogy) ปฏิสัมพันธ์ในชั่วโมงของการรักษาระหว่างวิลล์กับฌอน  จนกระทั่งวิลล์เลียนแบบฌอน ในมุมชีวิตแบบนั้น ซึ่งมองในแง่หนึ่ง ถ้าความคิดเขาก็มีความรู้สึกปลดปล่อย ส่วนเลือกที่เขาจะเป็นฟรีแมน ไร้รุนแรงแบบเดิม

ทั้งนี้ ผมอยากเล่าเรื่องเปรียบเปรยเลยไปเรื่อยเล่นๆ ก็อ่านเจอในสตาร์พิกส์เล่มในสักเล่ม โดยการวิจารณ์ของคนที่แสดงความคิดเห็นเรื่องThe social network น่าสนใจ: มารค์ โพสต์บล็อคด่าแฟน โดยทะนงในอีโก้ เรียนฮาร์วารด์ แต่แฟนเรียนบอสตัน โพสต์ด่ามีประโยชน์อะไร ในเรื่องส่วนตัวให้คนรู้เห็นโดยไม่ได้เกี่ยวข้องประโยชน์ของชีวิตคนอื่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบางครั้งเราไม่ได้สนใจอะไรเป็นสาระนัก ถ้าเป็นเรื่องไม่ใช่ตัวเอง เป็นเรื่องฉาวๆ ยิ่งชอบ

 ตอนมาร์ค ทำเว็บโหวตสาวเปรียบรูปสัตว์มาเป็นนิสิตสองคน สลับภาพฉากปาร์ตี้ ญ.ช.เต้นญ.นุ่งน้อยห่มน้อยญ.บางคนกลับทำตัวให้น่าดูถูกตามที่มาร์คดูถูก และเว็บก็สำเร็จเป็นการยอมรับจากคนอื่นต้องอยู่บนความสำเร็จของตนเท่านั้นเอง ก็คนแห่มาดูล้นหลามโดยสรุปแล้วทำอะไรหวือหวาให้คนสนใจด้วย แล้วบางครั้งปัญญาชนก็วนเวียนสนใจกับรูปลักษณ์กิเลสส่วนตนอยู่ดี

แต่สิ่งสำคัญทำวันนี้ให้ดีที่สุด ในกรณีอนาคตไล่ล่าคุณ ก็หมอดูอีทีบอกว่าน้ำจะไม่ท่วมประเทศไทย โดยผมเข้าใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม และผมเคยแย่ยิ่งกว่านี้ไหม? มีคนพูดทางทีวี ว่า ถ้าเราดูบันทึกวันแย่ๆในอดีต จะเห็นว่าในปัจจุบันก็เรื่องราวในอดีตเป็นเรื่องเล็กแล้วเราผ่านมาได้ และผมนึกถึงซิทคอมตลกๆ คือ เป็นข่าว: เล่าเรื่องการcastนักแสดงจากตัวประกอบ-นางเอก และอธิบายว่าความฝัน บางคนได้สิ่งที่ตัวฝันมาง่ายดาย จนไม่เห็นคุณค่าของมัน และคนบางคนต่อสู้เพื่อให้ได้ความฝันนั้นมาสุดท้ายลืมมันไป

ตอนนี้ผมอายุ33 ปี แต่ตอนที่ทักษิณ อายุ33 ปี ในประวัติของเขาบอกว่าลาออกจากตำรวจเริ่มมาขายคอมพิวเตอร์ โดยตลาด คือ ส่วนราชการ และผมเห็นว่าบางตำรา บอกว่าถ้าคนที่อายุ35 รู้สึกไม่ประสบความสำเร็จชีวิต จะมีอาการวิกฤติวัยกลางคน….แต่ไม่ขอเป็นแบบNeet(Not in Education, Employment or Training)-Freeter- ฮิคิโคโมริ (Hikikomori) เป็นคำเรียกกลุ่มคนที่มีอาการหวาดกลัวสังคม (Socialphobia) และติดการ์ตูนติดอินเตอร์เน็ต ลองดูเพิ่มเติมdeltadrive.exteen.com/…/neet-freeter-hikikomori-parasite-single

โดยผมเอาเรื่องนี้มาเล่าประสบการณ์ของตรงกันข้ามของคนไม่ชอบเดินทางเที่ยวรอบโลก(คิดถึงเรื่องคอลัมภ์ที่ตัวเองต้องเขียนเกี่ยวกับเชียงตุง) และผมไว้ใจตัวเองว่าน่าจะเสร็จทันตามกำหนดส่งเหมือนเรื่องโครงการหนังสั้น ฯลฯ และตอนวันก่อนเข้าพรรษา ที่มีการดูทีวีร้านรุ่นพี่เชียร์โอลิมปิกแบดมินตันไทย และเราสนทนาดื่มน้ำกันไปมากมายคุยร่วมวงกันเอง อาจจะออกอาการคล้ายอารมณ์With some help from johnny walker red…

กระนั้น บทสนทนาทางด้านผู้ร่วมหลายคน ทัศนะการเมือง-หนัง และผมหวนคิดคนเดียวมานั่งเขียนบทเรื่องใหม่สำหรับหนังสั้น และคิดหลายเรื่องมีเรื่องเก่าๆ ที่เคยเสนอโครงการฯไม่ได้เรื่องเพื่อนนักเขียนเคยเสนอบทหนังสั้นเล่าเรื่องโกงแล้วเขาได้เขียนเรื่องสั้นแทนจากการส่งสองเรื่อง หรือรายการเชียงใหม่ มุมใหม่-โปรเจ็คคิดเขียนเสนอหนังสั้นต่างๆ  คือ ผมไม่ใช่อัจฉริยะมีพรสวรรค์อะไร น่ะครับ

อย่างไรก็ดี ผมกลับมาย้อนเขียนอะไรเพิ่มเติมหลังจากเว้นว่างเกือบสิบวัน เมื่อไม่มีเวลาเขียน และตอนแรกผมกลับที่เชียงใหม่มาว่าจะไม่เขียนอะไร เตรียมวันเข้าพรรษาจากสันทรายไปสันป่าตอง เมื่อผมแวะร้านรุ่นพี่ หยิบเล่มนิตยสารเขียนหน้าปกว่าฟิลม์นัวร์ในไบโอสโคป มีนาคม 2549 เล่ม52 มาเปิดอ่านอีกรอบ และหยิบไบโอสโคปเล่ม 75 กพ51ที่มีเรื่องAtonement เล่าว่าคนเขียนบทหนังเรื่องAtonement คือ คริสโตเฟอร์ แฮมป์ตัน โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์ด้วยนะว่า “ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ตอนไปเที่ยวเมืองไทยจนแทบจะไม่ได้ออกจากบังกะโลเลย….แต่ผมมีธุระอะไรหลายอย่างพบเจอผู้คน พูดคุยสนทนามาก และผมนัดเจอคนที่ไม่ได้เจอกันนาน ก็อยากสรุปเป็นเพลงMiss Misery…A man in the park Read the lines in my hand Told me I’m strong….โดยอาการป่วยไข้ท้องไส้ปั่นป่วน ร้อนในเป็นแผลที่ปาก ดีขึ้นแล้วเพียงมึนหัวหูอื้ออึงไข้จับไม่ถึงขั้นสั่น ทั้งตัวหัวใจเต้นระรัว…ตามลมหายใจ สลับเสียงฝนตก

 

เพลงร้ายก็รัก-โจอี้บอย

ทุกๆครั้งที่เปิดดูละคร      มีบางตอนที่ฉันเองไม่อาจมี       ในละครมีผู้ชายดีๆ  คงเป็นใครคนที่เธอนั้นใฝ่ฝัน แต่กลับมาสู่ชีวิตจริงไม่มีให้อิงอะไร     ใครๆก็มองเราไม่ดี           *  งั้นผู้ชายดีๆ  คงมีแต่ในนิยาย      งั้นผู้ชายอย่างฉัน    คงต้องเจ็บใจไปทุกราย                เพราะผู้ชายดีๆ  คงมีแค่ในนิยาย    ฉันก็แค่ผู้ร้าย ถึงรักแค่ไหนคงต้องตาย  สุดท้าย ก็ได้เธอไปครอง ถึงร้ายก็รักนะ เกเรยังไงก็รักนะ   ฐานะเป็นตัวกำหนด เทวดายังปด  ยังไงกันว้า     อยากเกิดเป็นตัวพระ แต่เขาลิขิตให้เป็นตัวร้าย  ใครจะรู้ว่าทศ กัณฐ์รักนางสีดามากกว่าเท่าไหร่ ถึงร้ายก็รัก จริงไม่ใช้สลิง ไม่ใช้สตันท์      เหนื่อยใจก็ลิโพ นางเอกร้องโฆษณาส้มคั้น  อกหัก มาทีไม่มีคนดูเห็นใจ   จะเปิดศึกชิงนาง    ก็คงต้องแพ้เรื่อยไป จะมองทางซ้ายจะมองทางขวา 

กูมันตัวโกงนี่หว่า     มือถือดอกไม้ไว้หนวดไว้เครา เขาหาว่าโจรป่า   โรมรันพันตูความรักของกูชักมัน   ขีดๆเขียนๆกันไป  เฮ้ย  เดี๋ยวกูเล่นไม่ทัน    จะรีบไปไหนสงครามยังไม่จบ กูยังต้องรบอีกครั้ง  +++คิดว่า+++รักเธอเท่าไหร่ กูมากกว่าพันครั้ง                                           จะยอมตายพลีกายช่วยให้ละครขายดี  เกิดชาติหน้าฉันท์ใด   ขอเป็นพระเอกซักที        ผู้ชายคนนี้  คงมีแต่ในนิยาย      งั้นผู้ชายอย่างฉัน    คงต้องเจ็บใจไปทุกราย           เพราะผู้ชายดีๆ  คงมีแค่ในนิยาย   ฉันก็แค่ผู้ร้าย ถึงรักแค่ไหนคงต้องตาย  สุดท้าย ก็ได้เธอไปครอง โลกของฉันมันต่าง จากละคร     มันเป็นตอนที่ฉันเองต้องผิดหวัง       ความเป็นจริงที่ต้องเจอ  อีกครั้ง          ความลำพังที่คู่กันกับตัวร้าย แต่กลับมาสู่ชีวิตจริงไม่มีให้อิงอะไร  ใครๆก็มองเราไม่ดี                                                                                           ( * ) ผู้ร้ายก็ต้องลงไปกอง

http://www.musicatm.com › เพลงไทย

มันอาจจะย้อนแย้งอะไรบางอย่างถ้าเราเลียนแบบตัวละครพระเอกไม่สำเร็จ ก็เราเป็นผู้ร้ายคู่ตรงกันข้ามพระเอกแล้วสำเร็จได้ดีมีคนรัก? แต่ลองฟังเพลงประกอบภาพยนตร์Good Will Hunting โดยมีหลายเพลง คือ

1.Elliott Smith – “Between the Bars” (Orchestral)

 2.Jeb Loy Nichols – “As the Rain”

3.Elliott Smith – “Angeles”

4.Elliott Smith – “No Name #3″

5.The Waterboys – “Fisherman’s Blues”

6.Luscious Jackson – “Why Do I Lie?”

7.Danny Elfman – “Will Hunting” (Main Titles)

8.Elliott Smith – “Between the Bars”

9.Elliott Smith – “Say Yes”

10.Gerry Rafferty – “Baker Street”

11.Andru Donalds – “Somebody’s Baby”

12.The Dandy Warhols – “Boys Better”

13.Al Green – “How Can You Mend a Broken Heart?”

14.Elliott Smith – “Miss Misery”

15.Danny Elfman – “Weepy Donuts”

โปรดลองฟังซ้ำเพลงของElliott Smith เพราะว่าวันที่6สิงหาเป็นวันคล้ายวันเกิดของเขา ผู้ล่วงลับไปด้วยวัย34 ปีแล้วตามที่ผมเคยเขียนเล่าไปการสันนิษฐานเอามีดแทงตัวเอง ฆ่าตัวตาย และไม่ควรเA copycat suicide ก็นึกถึงเพลงMiss Misery Lyrics พร้อมเนื้อเพลงชื่อว่าคิดถึงความทุกข์ยาก…

I’ll fake it through the day

With some help from johnny walker red

Send the poison rain down the drain

To put bad thoughts in my head

Two tickets torn in half

And a lot of nothing to do

Do you miss me, miss misery

Like you say you do?

A man in the park

Read the lines in my hand

Told me I’m strong

Hardly ever wrong I said man you mean

You had plans for both of us

That involved a trip out of town

To a place I’ve seen in a magazine

That you left lying around

I don’t have you with me but

I keep a good attitude

Do you miss me, miss misery

Like you say you do?

I know you’d rather see me gone

Than to see me the way that I am

But I am in the life anyway

Next door the tv’s flashing

Blue frames on the wall

It’s a comedy of errors, you see

It’s about taking a fall

To vanish into oblivion

Is easy to do

And I try to be but you know me

I come back when you want me to

Do you miss me miss misery

Like you say you do?

http://www.lyricsfreak.com/e/elliott+smith/miss+misery_20046025.html

มิวสิควิดิโออีกเวอร์ชั่นของElliott Smith – Miss Misery (Good Will Hunting)

– บางครั้งผมก็นึกถึงนอกกรอบเป็นอิสระของคนไม่ต้องเรียนศิลปะอย่างเรื่อง Great Expectations โดยผมชอบดัดแปลงจากบทนิยายและแรงบันดาลใจของคนจนคล้ายGood will Hunting คือ คนไม่มีโอกาส แต่ไม่ยอมสิ้นหวัง และผมบังเอิญเจอเพลงนี้มิวสิควิดิโอหญิงสาววาดรูปถูกใจสำหรับอีกอารมณ์ของคนป่วย Marble Sounds – The Time To Sleepบางครั้งง่วงนอนพักผ่อน น่ะครับ

You’re falling in a lower gear

A little rest is what you need

You’re rolled up on the seat

Your arms around your knees

We met by chance, talked on the phone

We kept in touch

I took you home

Sure, it proves we get along

And it will only get better from now on

We found a place to which we drive

And i offer you the time

To sleep – to dream

To wake up when we arrive

Right moments come out of the blue

But when there’s one it’s up to you

Even when the time was up I couldn’t stop

I was floating all day long

 http://www.muzikum.eu/en/123-9544-103673/marble_sounds/the_time_to_sleep-lyrics.html

12 สิงหาคม
เหตุการณ์พ.ศ. 2394 (ค.ศ. 1851) – ไอแซก ซิงเกอร์ ได้รับการรับรองสิทธิบัตรจักรเย็บผ้า
พ.ศ. 2425 (ค.ศ. 1882) – พวกอั้งยี่ปิดตลาดพลูต่อสู้กัน ต้องส่งทหารมาปราบ
พ.ศ. 2444 (ค.ศ. 1901) – ตราพระราชบัญญัติกรรมสิทธิ์ผู้แต่งหนังสือในสยาม
พ.ศ. 2452 (ค.ศ. 1909) – ตั้งอำเภอตากใบและอำเภอสะเดา
พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) – สหภาพโซเวียตทดลองระเบิดไฮโดรเจนครั้งแรก
พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) – ไอบีเอ็มวางจำหน่ายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) – ทวี อัมพรมหา หรือ ขาวผ่อง สิทธิชูชัย ชิงชนะเลิศเหรียญทอง มวยสากลสมัครเล่น รุ่นไลท์เวลเตอร์เวท แพ้ เจอร์รี่ เพจ นักมวยชาวอเมริกัน ได้เหรียญเงิน และเป็นวีรบุรุษโอลิมปิคคนที่ 2 ของไทย จากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา
พ.ศ. 2528 (ค.ศ. 1985) – เจแปนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 123 หรือ JAL 123 (JL 123) บินจาก ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียวสู่จุดหมายที่ ท่าอากาศยานนานาชาติโอซะกะได้พุ่งชนเทือกเขา Osutaka ในประเทศญี่ปุ่น หลังจากเครื่องบินบินขึ้นแล้ว ปรากฏว่า Rear pressure bulkhead ของเครื่องบินเกิดเสีย ทำให้เครื่องบินบินส่ายไปมา จนหางเสือของเครื่องบินเกิดหลุดออก เครื่องบินเสียการทรงตัว และบินวนไปมา ลดระดับลงเรือยๆ จนในที่สุดได้พุ่งชนเทือกเขา Osutaka ในที่สุด ผู้โดยสารจำนวน 505 คนและลูกเรืออีก 15 คน เสียชีวิต มีผู้รอดชีวิต เพียง 4 คน
พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) – นักบรรพชีวินวิทยาค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ ไทแรนโนซอรัส เรกซ์ ในรัฐเซาท์ดาโคตา
พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) – พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555
[แก้] วันเกิดพ.ศ. 2380 (ค.ศ. 1837) – ซูอันไทเฮาผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งมหาจักวรรดิชิง ร่วมกับ ซูสีไทเ้ฮา (ทิวงคต 8 เ้มษายน พ.ศ. 2424)
พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892) – พระยาทรงสุรเดช สมาชิกคณะราษฎร (เสียชีวิต พ.ศ. 2487)
พ.ศ. 2456 (ค.ศ. 1913) – พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) (มรณภาพ 30 มกราคม พ.ศ. 2554)
พ.ศ. 2473 (ค.ศ. 1930) – จอร์จ โซรอส นักธุรกิจชาวอเมริกัน
พ.ศ. 2475 (ค.ศ. 1932) – สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958) – ดราก้อน ลี นักแสดงชาวเกาหลีใต้
พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) – พีท แซมพราส นักเทนนิสชาวอเมริกัน
พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) – ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ นางงาม นักแสดงชาวไทย
พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) – คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ นักร้อง นักแสดงชาวไทย
พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) – ซอนเย (Sun) นักร้อง
พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) – ลูน่า ปาร์ค นักร้อง
วันถึงแก่กรรมพ.ศ. 514 (30 ปีก่อนคริสตกาล) – คลีโอพัตรา (เกิด พ.ศ. 474)
พ.ศ. 2478 (ค.ศ. 1935) – พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอ๊อศคาร์นุทิศ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์(หมายเหตุประวัติศาสตร์: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอ๊อศคาร์นุทิศ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์ทรงปลงพระชนม์พระองค์เอง….. เนื่องจากทรงคับแค้นพระทัยที่ถูกอำนาจการเมืองในขณะนั้น (พระยาพหลพลพยุหเสนา) บีบคั้นให้กดดัน และฟ้องร้องดำเนินคดี ดำเนินการริบทรัพย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงสละราชสมบัติไปก่อนหน้านั้น
ดูเพิ่มเติมhttp://th.wikipedia.org)

พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964) – เอียน เฟลมมิง นักประพันธ์ชาวอังกฤษ (เกิด 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2451)(เอียน เฟลมมิ่ง (อังกฤษ: Ian Fleming) เป็นนักประพันธ์ชาวอังกฤษ เจ้าของนวนิยายเรื่อง เจมส์ บอนด์ 007)
พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) – ซาลวาดอร์ ซานเชส นักมวยแชมเปี้ยนโลกชาวเม็กซิกัน (เกิด 26 มกราคม พ.ศ. 2502)
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาลประเทศไทย – วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และ วันแม่แห่งชาติ
http://th.wikipedia.org/wiki/12_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

วันพิเศษ คือ วันที่ 12 สิงหา เป็นวันแม่ ซึ่งเดือนที่แล้วผมทิ้งท้ายเรื่องเกี่ยวกับแม่ สุขภาพส่วนตัว และหนังสือเกี่ยวกับทฤษฎีต่างๆ เช่น ความยุติธรรม และผมผลิตซ้ำขยายความคิดบางส่วนของผมเอง จากเรื่องสรุปโดยย่อนึกถึงเรื่องหนังสือโลกในมือนักอ่าน (A history of reading) ซึ่งวอลเตอร์ เบนจามิน บันทึกไว้ในความเรียงที่โด่งดังบทหนึ่งว่าในการเข้าใจมุมมองของคาฟคาที่มีต่อโลก “เราต้องให้ความสนใจกับวิธีการอ่านของคาฟกา ซึ่งเบนจามินเปรียบว่าเหมือนผู้สอบสวนชั้นสูงสุดของดอฟโตเยฟกีในนิทานเปรียบเทียบ ซึ่งอยู่ในเรื่อง The Brother Karamazov สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเรา ผู้สอบสวนกล่าวต่อพระเยซู

ซึ่งเสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ คือ ความลี้ลับ ซึ่งไม่สามารถครอบครองได้… (ที่จริงมีประโยคขยายมากกว่านี้ แต่ผมตัดมาสั้นๆ) และนี่เป็นประเด็นตัวอย่างของการเปรียบเทียบกรณีความยุติธรรมจากคาฟคา มาดอสโตเยสกี้(นักเขียนชาวรัสเซียหรือโซเวียต) และถ้าเรานึกถึงกามูร์ในเรื่อง “คนนอก” …ศาลตัดสินให้เขาเป็นฆาตรกร แต่คณะลูกขุนถูกโน้มน้าวจิตใจให้เอาเขาไปเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับแม่ ที่เขาไม่สนใจแม่ ปล่อยให้แม่ไปอยู่บ้านพักคนชรา ไม่แสดงออกความเสียใจในงานศพของแม่ แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเขาฆ่าคนตาย ที่เป็นชายอาหรับ(?)

นี่เป็นประเด็นหนึ่งที่น่าคิดในแง่เรื่องการตีความเกินเลยของคณะลูกขุน และปัญหาต่อผู้อ่านในการตีความนิยายเรื่อง “คนนอก” โดยผมจับใจความสรุปในแง่มุมเล็กๆ ที่ได้จากอ่านรายละเอียดบางส่วนของทัศนะต่อเรื่องของกามูร์ของเจตนา นาควัชระ(ที่มา:ทางไปสู่วัฒนธรรมแห่งการวิจารณ์)

แต่ความระลึกถึงในแง่สุขภาพร่างกาย เพราะป่วยไข้ท้องไส้ปั่นป่วน ร้อนในเป็นแผลที่ปากอีกรอบ รวมทั้งระลึกถึงจับมือกับแม่ นึกถึงคำคมของกามูร์ว่า รักแม่มากกว่าความยุติธรรมโดยจับต้องได้
จึงอยากเล่าเรื่องความเป็นธรรม ในแง่ทำไม มาเชื่อมโยงเรื่องเลขหวย เพราะรุ่นพี่คนหนึ่ง ในฐานะแวดวงพระเครื่องถามถึงเรื่องหลวงพ่อเขียน—หวนคิดถึงวันเข้าพรรษาเวลาแห่งธรรมะ สมาธิ โลกแห่งแสงธรรมของพระพุทธเจ้า และเราไปร้านอาหารที่มี เจ้าของร้านร่วมโต๊ะ แนะนำอาหารชื่อ คืนสู่รัง เป็นอาหารจีนร่วมกับหลายคน และผมเพิ่งรู้จักรุ่นพี่เจ้าของร้านใหญ่แถวหน้ามอ และหลายวัน ก็ผมติดต่อคน รวมทั้งเจอผู้คนโดยบังเอิญมิได้นัดหมาย ครับ

เมื่อผมเขียนไม่มีเวลาบันทึกอะไรไม่ได้ยาว ในวันหยุดยาว ก็กินยา และรู้สึก มีงานค้างที่เคลียร์เสร็จไปบ้างแล้ว ตามกำหนดส่งวันที่ 11 สิงหา (วันคล้ายวันเกิดของหลวงวิจิตรวาทการ) นอนไม่หลับกลับคิดมากสมองทำงานเลย ถึงเวลารอดูมวยชิงเหรียญทองโอลิมปิก จึงเสียบปลั๊กทีวีเห็นข่าวยังไม่ได้ชก ตอนที่เริ่มหิวนึกถึงเด็กช. ที่ร้านรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งผมถามรุ่นพี่ว่ามวยชกกี่โมง เด็กตอบแทนว่าตีสอง แล้วรุ่นพี่ฮากัน เพราะผมมานึกมันเป็นเรื่องวัยเด็ก มีฮีโร่เชียร์มวยโอลิมปิคเหมือนกัน และก็ไปเซเว่นหาอะไรกิน…ขับรถมอเตอร์ไซด์ชมจันทร์เสี้ยวหลังฝน กลับมารู้ผล

โดยถ้าเปรียบเทียบหอพักเก่า ดูบริเวณรอบๆ เป็นป่ารกร้างกำลังเปลี่ยนเป็นหอพัก ซึ่งก่อนนี้ 10 ปีที่แล้ว มันดูน่ากลัวเปลี่ยว แต่ถ้ามาเปรียบเทียบบรรยากาศหอใหม่ ที่ผมอยู่กลับมีลักษณะคล้ายหอเก่านั้น ใน10 ปีที่แล้ว ในแง่มุมหนึ่งเวลากลางคืน มืดมิดตามหนทางยาวไกลของหอใหม่ ในความรู้สึกและความจริง อาจจะอันตรายจากรถยนต์ชนได้ จึงสะท้อนมุมมืด แต่ถ้าแง่ดีขึ้นอยู่กับความสงบเงียบเหงาเหมาะสมนักเขียน ที่มีความชื่นชอบเดียวดาย หายตัวหลบมุมจากผู้คน ไม่มีห่วงอาลัยอยากเจอผู้คนละมั้ง (คือ ผมไม่ถึงขั้นปลีกวิเวก น่ะ )

ซึ่งผมครุ่นคิดถึงงานเขียน ก็นึกถึงWordpress เวลาโพสต์เสร็จ ก็มีประโยคโผล่ว่า– The only reason for being a professional writer is that you can’t help it. โดยLeo Rosten แน่นอน ผมเลยคิดขอเล่าเรื่องหลวงพ่อเขียน ในฐานะเรื่องอยากเขียน และบุญถึงสมาธิปาฏิหาริย์แง่มุมหนึ่ง

หลวงพ่อเขียนให้หวยถูกล่วงหน้า 20 งวด
เรื่องของหวยหรือลอตเตอรี่ใคร ๆ ก็ชอบ และอยากที่จะได้โชค ยิ่งรางวัลที่ 1 แล้ว ผู้คนทั้งหลายต่างอยากได้กันทั้งนั้น บางคนจองกันเป็นสิบ ๆ ปี ว่างวดนี้ฉันต้องได้ ก็ยังไม่ถึงคิวสักที แต่ก็ยังคิดยังฝันที่จะถูกสักครั้ง การซื้อลอตเตอรี่จึงมีกันทุกหัวระแหง เรียกว่าขายดี ขายได้ทุกงวด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
คนรักหวยจะเสาะแสวงกันไปทุกที่ ที่ไหนมีใครให้หวยแม่น เป็นต้องไป จะไกลแค่ไหนก็จะไป เหนื่อยแค่ไหนไม่เคยถอยขอให้แม่น ๆ เจ๋ง ๆ เท่านั้น เรียกว่าแม่นไม่กลัว กลัวไม่แม่น ไปหาพระที่ให้หวยแม่น ถูกเผงไม่ต้องกลับไปกลับมา และแม่นยำขนาดให้ทีเดียว 20 งวด ล่วงหน้า และถูกทุกงวด

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ หรือพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ท่านเล่าให้ฟัง
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2516 ถึงเรื่อง “หวย” ว่า ในปี 2494 เรื่องหวยระบาดมาก คนบ้าเล่นอย่างเอาเป็นเอาตาย ท่านจึงไปสืบให้รู้ว่า จริง ๆ แล้ว คนที่จะรู้ว่าหวยจะออกเลขอะไร รู้ได้อย่างไร ท่านเดินทางไปจนถึงเมืองพิจิตร และสืบได้ว่า หลวงพ่อเขียน ธัมมรักขิโต วัดสำนักขุนเณร อ.บางมูลนาค จ.พิจิตร เป็นหลวงพ่อที่ให้หวยแม่นมาก
เมื่อไปถึงวัดปรากฏว่า มีชาวบ้านมานั่งเฝ้าหลวงพ่อเขียนอยู่ประมาณ 200 กว่าคน เพราะวันนั้นเป็นวันหวยออก เมื่อหลวงพ่อเขียนเห็นหลวงพ่อฤาษี ท่านก็กล่าวว่า จะมาถามเรื่องหวยหรือ หลวงพ่อฤาษีก็กราบเรียนท่านว่า กระผมอยากจะรู้ว่า พระน่ะรู้หวยได้อย่างไร ท่านก็ตอบว่า

 พระที่ปฏิบัติกรรมฐานจนได้ทิพยจักขุญาณ ได้อนาคตังสญาณ จะสามารถรู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งอดีตและอนาคต รู้ความเป็นไปของสัตว์และมนุษย์ ฉะนั้นเรื่องหวยจะออกเลขอะไร จึงเป็นเรื่องง่าย ๆ จะเอากี่สิบงวดก็ได้ แต่พระที่จะได้อนาคตังสญาณนั้นต้องหมดสิ้นกิเลส หมดสิ้นความโลภทั้งหลาย แล้วจึงจะได้ญาณที่รู้เรื่องนี้ แต่ถ้ายังไม่หมดความอยากได้สิ่งของต่าง ๆ จะไม่เกิดญาณที่รู้เรื่องอนาคต เด็ดขาด

หลวงพ่อฤาษีเล่าว่าพอท่านพูดขึ้นมาเท่านี้ ก็เข้าใจทันที ความจริงพระองค์อื่นไม่เห็นพูดแบบนี้ ในสมัยนั้น มีหลวงพ่อเขียนองค์เดียวเท่านั้นที่พูดแบบนี้

จากนั้นหลวงพ่อเขียนก็เดินไปที่กระดานเพื่อจะเขียนหวย แต่ก่อนที่จะให้หวยนั้น ท่านถามชาวบ้านว่า ตอนนี้ไปซื้อหวยทันไหม ชาวบ้านตอบว่า ไม่ทันแล้วครับ เพราะจะออกอยู่แล้ว ท่านจึงเขียนเลขหวยบนกระดานท่านเขียนรางวัลที่ 1 ที่มีทั้ง 6 ตัว เลขท้าย 3 ตัว ทั้ง 4 รางวัล และสุดท้ายเลขท้าย 2 ตัว

เมื่อเขียนเสร็จ ท่านก็ให้ชาวบ้านเปิดวิทยุฟังว่า หวยจะออกเลขอะไร ปรากฏว่าหวยงวดนั้นออกตามเลขที่หลวงพ่อเขียนบนกระดานตรงทุกตัว รางวัลที่ 1 มี 6 ตัวตรงเป๊ะ ชาวบ้านเฮกันลั่นศาลา ต่างดีใจที่ได้เห็นความอัศจรรย์ของหลวงพ่อที่เขานับถือ และเรื่องนี้คงฮือฮาเล่าขานไปอีกยาวนาน

วันรุ่งขึ้นก่อนที่ หลวงพ่อฤาษี จะลากลับ หลวงพ่อเขียนได้สอนธรรมะไว้หลายเรื่องพร้อมกับให้หวยไว้เป็นตัวอย่าง ท่านกล่าวว่า อันนี้เขียนไว้ถึง 20 งวดเลย เพื่อจะได้รู้ว่า เรื่องของทิพยจักขุญาณและอนาคตังสญาณนั้นเที่ยงตรงแค่ไหน เก็บไว้ให้ดี จะเป็นกำลังใจอย่างดีในการปฏิบัติธรรม
ตอนหลังหลวงพ่อฤาษีมาเล่าว่าเลขหวยที่ท่านให้มา 20 งวดนั้น ตรงหมดทุกตัว ฆราวาส 2 คน ที่ติดตามหลวงพ่อฤาษี จึงพลอยโชคดีไปด้วย นี่เรียกว่า ได้รับใช้พระดี ก็มีโชคดีแบบนี้ละครับ
http://www.lottosanook.com/2011/12/20-lotto-story-luang-por-khian.html

กระนั้น หลวงพ่อเขียนอายุยืนเป็นร้อยกว่าปี ถ้าดูประวัติชีวิตเพิ่มเติม ก็ปฏิเสธการแต่งงานบวชนาน และความทรงจำดี แม้อายุมากแล้ว ก็ย้อนมาตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

1 สิงหาคม 2555 รางวัลที่ 1895590 และเลขท้าย 3 ตัว คือ 820_599_796_745
โดยเลขท้าย 2 ตัว คือ 50 และผมลืมตรวจเลขหวยไม่ได้ แม้ไม่ได้ซื้อเผื่อเล็งเห็นเลข(ฮาๆ)
ในถ้อยคำของณอนคุยกับวิลล์”รู้ไหมโอกาสถูกล็อตเตอร์รี่มีเท่าไหร่ หนึ่งในสามสิบสองล้าน แต่หนึ่งในสามสิบสองล้าน ฉันก็ยังมีหวัง—

—— When Will (Matt Damon) and Sean (Robin Williams) meet for the first time in Sean’s office, Will recommends that Sean read Howard Zinn’s “People’s History of the United States”. (หนังสือของฮาเวริด์ ซิน ถือว่าเป็นงานประวัติศาสตร์ประชาชนของสหรัฐอเมริกา ที่น่าสนใจ เช่น บุคคลสำคัญต่อต้านสงครามต่างๆ)  และการอธิบายเชิงจิตวิทยา ซึ่งผมเอามาเล่าในคราวที่แล้ว ก็น่าสนใจว่า…เขายอมรับว่าเขาทำใจได้ยากกับการสูญเสีย แต่ความทุกข์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้เขาได้เห็นความสุขความงดงามในบางแง่มุมของชีวิตที่เรามักจะมองข้ามและไม่เคยให้ความสนใจ จุดนี้อาจจะใช้มุมมองแบบ cognitive therapy ก็ได้ว่า ปัญหาหรือความทุกข์ในชีวิตคนเราในหลายๆ กรณีเกิดจากการตีความ การให้คุณค่าประสบการณ์นั้นๆ ในเชิงบวก หรือลบ…..ที่ฌอนเคยสู้ แต่ฌอนก็แพ้และแพ้แบบหมดรูปไม่คิดที่จะลุกขึ้นมาสู้อีก ในขณะที่บางคนแพ้ขนาดนั้น (สูญเสียภรรยา) ก็ยังมีใจลุกขึ้นมาสู้ได้อีก

เมื่อคิดถึงประโยคคมๆ ว่าI don’t care if Helen of Troy walks into the room” การไม่เลือกก็คือการเลือกแบบหนึ่ง และI had to go see about a girlการเรียนรู้ และการเลียนแบบผู้รักษา (identification) เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนแปลง และเติบโตในจิตบำบัด และผมชอบประโยคสุดท้ายของRobin Williams’s last line in the film, “That son of a bitch, he stole my line,”

แต่ความทรงจำ ก็สำคัญในแง่มุมอัจฉริยะความจำดีการโต้เถียงเรื่องโรงเรียนการเรียนแบบเลียนแบบท่องจำ ก็เป็นประเด็นปัญหาว่าคิดอะไรเองด้วยตัวเองเป็นไหม?
[Great Movie Scenes] Good Will Hunting – Bar Scene

มันเป็นเรื่องน่าสนใจคนเลียนแบบหนังเรื่องนี้โดยตั้งใจเรียน มีงานทำดีๆ ที่มีคนแสดงความคิดเห็นว่า… ผู้ร้ายกับพระเอกดวลความรู้กันระหว่างHarvard กับ MIT ผู้ร้าย (นักศึกษา Harvard) พยายามอ้างทฤษฎีต่างๆมากมายแล้วพระเอก (ภารโรง MIT ) บอกว่า“ที่คุณพูดมาอยู่ในตำราชื่อ ….. หน้า…ถึง หน้า ….ถ้าคิดได้แค่นี้ไม่ต้องเสียค่าหน่วยกิตเรียนหนังสือแค่เป็นสมาชิกห้องสมุดมหาวิทยาลัยไม่กี่ดอลล่าร์ก็รู้แล้ว”…..(ลองตีความ หรือฝึกซ้อมเรียนภาษาอังกฤษร่วมกันในฉากนี้ มีประเด็นที่ผมตั้งใจฟังการคุย เช่น โมเดลเศรษฐกิจ ครับ)

Scripted Scenes: Good Will Hunting
Chuckie returns to a table where Will, Morgan and Billy have
made themselves comfortable. He [Chuckie] spots two ATTRACTIVE
YOUNG HARVARD WOMEN sitting together at the end of the bar.
Chuckie struts his way toward the women and pulls up a chair.
He flashes a smile and tries to submerge his thick Boston
accent.
CHUCKIE
Hey, how’s it goin’?
LYDIA
Fine.
SKYLAR
Okay.
CHUCKIE
So, you ladies ah, go to school here?
LYDIA
Yes.
CHUCKIE
Yeah, cause I think I had a class
with you.
At this point, several interested parties materialize. Morgan
Billy and Will try, as inconspicuously as possible, to situate
themselves within listening distance. A rather large student
in a HARVARD LACROSSE sweatshirt, CLARK (22) notices Chuckie.
He [Clark] walks over to Skylar and Lydia, nobly hovering
over them as protector. This gets Will, Morgan, and Billy’s
attention.
SKYLAR
What class?
CHUCKIE
Ah, history I think.
SKYLAR
Oh…
CHUCKIE
Yah, it’s not a bad school…
At this point, Clark can’t resist and steps in.
CLARK
What class did you say that was?
CHUCKIE
History.
CLARK
How’d you like that course?
CHUCKIE
Good, it was all right.
CLARK
History? Just “history?” It must
have been a survey course then.
Chuckie nods. Clark notices Chuckie’s clothes. Will and Billy
exchange a look and move subtly closer.
CLARK
Pretty broad. “History of the World?”
CHUCKIE
Hey, come on pal we’re in classes
all day. That’s one thing about
Harvard never seizes to amaze me,
everybody’s talkin’ about school all
the time.
CLARK
Hey, I’m the last guy to want to
talk about school at the bar. But as
long as you’re here I want to “seize”
the opportunity to ask you a question.
Billy shifts his beer into his left hand. Will and Morgan
see this. Morgan rolls his eyes as if to say “not again…”
CLARK
Oh, I’m sure you covered it in your
history class.
Clark looks to see if the girls are impressed. They are not.
When Clark looks back to Chuckie, Skylar turns to Lydia and
rolls her [own] eyes. They laugh. Will sees this and smiles.
CHUCKIE
To tell you the truth, I wasn’t there
much. The class was rather elementary.
CLARK
Elementary? Oh, I don’t doubt that
it was. I remember the class, it was
just between recess and lunch.
Will and Billy come forward, stand behind Chuckie.
CHUCKIE
All right, are we gonna have a
problem?
CLARK
There’s no problem. I was just hoping
you could give me some insight into
the evolution of the market economy
in the early colonies. My contention
is that prior to the Revolutionary
War the economic modalities especially
of the southern colonies could most
aptly be characterized as agrarian
precapitalist and…
Will, who at this point has migrated to Chuckie’s side and
is completely fed-up, includes himself in the conversation.
WILL
Of course that’s your contention.
You’re a first year grad student.
You just finished some Marxian
historian, Pete Garrison prob’ly,
and so naturally that’s what you
believe until next month when you
get to James Lemon and get convinced
that Virginia and Pennsylvania were
strongly entrepreneurial and
capitalist back in 1740. That’ll
last until sometime in your second
year, then you’ll be in here
regurgitating Gordon Wood about the
Pre-revolutionary utopia and the
capital-forming effects of military
mobilization.
CLARK
(taken aback)
Well, as a matter of fact, I won’t,
because Wood drastically
underestimates the impact of–
WILL
“Wood drastically underestimates the
impact of social distinctions
predicated upon wealth, especially
inherited wealth…” You got that
from “Work in Essex County,” Page
421, right? Do you have any thoughts
of your own on the subject or were
you just gonna plagiarize the whole
book for me?
Clark is stunned.
WILL
Look, don’t try to pass yourself off
as some kind of an intellect at the
expense of my friend just to impress
these girls.
Clark is lost now, searching for a graceful exit, any exit.
WILL
The sad thing is, in about 50 years
you might start doin’ some thinkin’
on your own and by then you’ll realize
there are only two certainties in
life.
CLARK
Yeah? What’re those?
WILL
One, don’t do that. Two — you
dropped a hundred and fifty grand on
an education you coulda’ picked up
for a dollar fifty in late charges
at the Public Library.
Will catches Skylar’s eye.
CLARK
But I will have a degree, and you’ll
be serving my kids fries at a drive
through on our way to a skiing trip.
WILL
(smiles)
Maybe. But at least I won’t be a
prick.
(beat)
And if you got a problem with that,
I guess we can step outside and deal
with it that way.

While Will is substantially smaller than Clark, he [Clark]
decides not to take Will up on his [Will's] offer.
WILL
If you change your mind, I’ll be
over by the bar.

He turns and walks away. Chuckie follows, throwing Clark a
look.
Morgan turns to a nearby girl.
MORGAN
My boy’s wicked smart.

http://givemebackmypen.wordpress.com/2011/01/11/scripted-scenes-good-will-hunting/

Good Will Hunting
written by Matt Damon & Ben Affleck
Clark: Yeah, but I will have the degree, and you’ll be serving my kids fries at a drive thru on our way to a skiing trip.
Will: (laughing) Yeah, maybe, but at least I won’t be unoriginal.

http://www.whysanity.net/monos/goodwill6.html

Clark: Yeah, but I will have a degree. And you’ll be servin’ my kids fries at a drive-thru on our way to a skiing trip.
Will: That may be, but at least I won’t be unoriginal. But I mean, if you have a problem with that, I mean, we could just step outside – we could figure it out.
Clark: No, man, there’s no problem. It’s cool.

http://www.imdb.com/character/ch0003604/quotes

In one of the most famous scenes in Good Will Hunting, Matt Damon’s eponymous autodidact gets into an argument with a student from Harvard University, whom he accuses of uncritically parroting the views of the authors on his reading list as a first-year graduate student. He goes on to predict that a little later in his curriculum, he would simply be “regurgitating Gordon Wood.” The student begins to respond with a critique of Wood, which Hunting interrupts, completes, and notes is plagiarized from Daniel Vickers’s Farmers and Fishermen: Two Centuries of Work in Essex County.
In the episode, “The Gang Reignites the Rivalry,” of It’s Always Sunny in Philadelphia, Charlie, trying to emulate Good Will Hunting, accuses a group of students of regurgitating Gordon Wood.
Gordon S. Wood (born November 27, 1933) is Alva O. Way University Professor and Professor of History Emeritus at Brown University and the recipient of the 1993 Pulitzer Prize for History for The Radicalism of the American Revolution. His book The Creation of the American Republic, 1776–1787 won a 1970 Bancroft Prize. In 2010, he was awarded the National Humanities Medal.

http://en.wikipedia.org/wiki/Gordon_S._Wood

เมื่อผมลอกจากวิกิพีเดียเล่าถึงหนังสือที่วิลล์วิวาทะกัน ก็มีอ้างอิงในวิกิพีเดียของประวัตินักประวัติศาสตร์Gordon s.wood รางวัลพูลิตเซอร์ของอเมริกา และกรณีประวัติศาสตร์ชาติของอเมริกาแนวฮาเวริด์ ซินน์ ซึ่งถ้านักประวัติศาสตร์ไทยใครจะอ้างอิงบ้าง? ในแง่การสร้างชาติไทย และความสำคัญของวิลล์ บอกนักศึกษาฮาร์วาร์ดว่ามีความคิดเห็นเป็นของตนเอง หรือ คุณลอกเลียนแบบหนังสือมาคุยกับผม
กระนั้น อาจารย์ในต่างประเทศท่านหนึ่ง เอาหนังเรื่อง Good Will Hunting ไปฉายให้นักศึกษาดูชนชั้นกรรมาชีพอัจฉริยะ และกล่าวถึงหนังสือที่มีอ้างอิงในหนัง ในเว็บ ลองตามดูเพิ่มเติม มีคนมาแสดงความคิดเห็นต่อท้ายด้วย ครับ
I started my Colonial America course today by showing my students the classic Cambridge bar scene from the movie “Good Will Hunting.” (I was surprised that only about a third of the fifteen students in the course had actually seen the movie!).
Many of you, I hope, recall the scene where working-class genius Will Hunting (Matt Damon) matches wits with a first-year Harvard graduate student in a historiographical debate on early American economic history. Watch the clip here:………………..
After showing the students the clip, I told them that by the end of the semester they would all know exactly what Will Hunting and the Harvard graduate student were talking about. Let’s hope!
A few comments on the video:…
The mention of “Vickers” is a reference to Daniel Vickers’s Farmers and Fishermen: Two Centuries of Work in Essex County, Massachusetts, 1630-1850. I do not have my copy of Farmers and Fishermen handy, but I wonder if anyone knows if Vickers does indeed argue on p.98 that Gordon Wood “drastically underestimates the impact of social distinctions predicated upon wealth, especially inherited wealth”? If you have the time, click on the Amazon page for Farmers and Fisherman (above). Nearly every customer comment is a quotation from or reference to this scene in “Good Will Hunting.” I don’t know Vickers, but John Murrin once told me that he thinks I present a legitimate challenge to him in the category of “tallest early American historian in North America.”
“Lemon” is a reference to geographer James Lemon’s, The Best Poor Man’s Country: Early Southeastern Pennsylvania. The writers of “Good Will Hunting” did their homework here. Indeed, Lemon does argue that the economies of Virginia and Pennsylvania were “entrepreneurial way back in 1740.” (Actually, Lemon argues that Pennsylvania was capitalist well before 1740).
The late John Patrick Diggins argued that the mention of Gordon Wood was a reference to his The Radicalism of the American Revolution, but Wood’s wikipedia page notes that the entire scene is “based mainly on an obscure 1994 New York Review of Books article by Wood that discussed James T. Lemon’s writings and on a subsequent letter to the editor by Lemon rather than on Wood’s more well-known writings.” I remember reading this New York Review of Books essay for my doctoral comprehensive exams. It is a masterful overview of the debate over whether or not the colonies were driven by a market economy or an agrarian economy. The “Good Will Hunting” scene could easily have been based on this historiographical overview.

http://www.philipvickersfithian.com/2009/09/evolution-of-market-economy-in-southern.html

(ผมย้อนเวลามาขยายความ ดูตัวบทหนัง และย้อนมาอธิบายบางอย่างขยายความ บริบทที่คุยสนทนากันด้วย ครับ)

อย่างไรก็ดี ประเด็นเกี่ยวกับวิลล์ต่อไปจะเลียนแบบณอน แล้วกลายเป็นทำงานเป็นนักจิตบำบัดหรือไม่? ในหนังGood will hunting มีประเด็นแรงงานเขียนบทดีมีลึกซึ้งแง่จิตวิทยาของคน และการตัดสินใจทางเลือกของแต่ละคนจะเห็นภาพแรงงานกรรมกรก่อสร้าง คือ เพื่อนของวิลล์ และแรงงานเป็นภารโรงอัจฉริยะ ซึ่งคำถามต่อมาของหนังสะท้อนปรัชญา แนวคิด ทฤษฎีอาจจะหายากที่ภารโรงไทย จะอ่านนิทเช่(ผู้ประกาศว่าพระเจ้าตายแล้ว) ค้านท์(การวิพากษ์แห่งเหตุผลบริสุทธิ์) ดูจะไม่สมจริงสำหรับไทยๆ หรือไม่ ย่อมแตกต่างจากอารมณ์เพลงขายแรงแต่งนาง ที่เป็นเพลงลูกทุ่งของไทย หรือเราไม่ควรดูถูกกรรมกร จริงๆแล้วกรรมกรอัจฉริยะก็อาจจะมีเหมือนหนังนั่นแหละ น่ะครับ
————
Elliott Smith – “Between The Bars”
Drink up baby, stay up all night
With the things you could do
You won’t but you might
The potential you’ll be that you’ll never see
The promises you’ll only make
Drink up with me now
And forget all about the pressure of days
Do what I say and I’ll make you okay
And drive them away
The images stuck in your head
The people you you’ve been before
That you don’t want around around anymore
That push and shove and won’t bend to your will
I’ll keep them still
Drink up baby, look at the stars
I’ll kiss you again between the bars
Where I’m seeing you there with your hands in the air
Waiting to finally be caught
Drink up one more time and I’ll make you mine
Keep you apart, deep in my heart
Separate from the rest, where I like you the best
And keep the things you forgot
The people you’ve been before
That you don’t want around anymore
That push and shove and won’t bend to your will
I’ll keep them still
http://www.azlyrics.com/lyrics/elliottsmith/betweenthebars.html

อืม ถ้าเพลงหนักไปขอเพลงเบาๆ เหมือนนุ่นขาว และผมอยากมีคู่ครอง ไม่อยากเจอปัญหาความลี้ลับ ซึ่งไม่สามารถครอบครอง หรือมีครอบครัวได้ 555
The Honey Trees:To Be With You
I climbed this hill watching so still
I took to the fears of all I held dear
But up on this height, a majestic sight
Flooded the skies
And how I could feel you near
Oh I could sail the world
Search through the darkest waters but
I’d never find
These golden eyes
I held the stars to light where you are
When your unfeigned heart called to me through the dark
Soaked in the sound that rose from the ground
There I could feel
I felt, I felt you near
Oh I could sail the world
Search through the darkest waters but
I’d never find
These golden eyes
Oh I’d wait for the seas to part
To be with you
Oh I could sail the world
Search through the darkest waters
Oh I could sail the world
Search through the darkest waters but
I’d never find
These golden eyes
http://www.lyricsmania.com/to_be_with_you_lyrics_honey_trees_the.html

วันที่ 16 สิงหา 55
ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวย 16 สิงหาคม 2555 รางวัลที่ 1
683877
รางวัลละ 2,000,000 บาท เลขท้าย 3 ตัว
032 612 730 775
4 รางวัลๆละ 2,000 บาท เลขท้าย 2 ตัว
28

http://news.sanook.com/lotto/

เหตุการณ์
พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) – หลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง ปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ออกประกาศให้การประกาศสงครามของไทยต่อสหรัฐอเมริกาและบริเตนใหญ่เป็นโมฆะ คืนดินแดนที่ได้มาระหว่างสงครามคือสหรัฐไทยเดิมและสี่รัฐมาลัยให้อังกฤษ
พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) – โจเซฟ คิตติงเกอร์ โดดร่มลงมาจากบัลลูนเหนือรัฐนิวเม็กซิโกที่ระดับความสูง 102,800 ฟุต (31,330 เมตร) เป็นสถิติโลกของการกระโดดจากที่สูงโดยการตกอย่างเสรี และเป็นอัตราเร็วที่สูงที่สุดของมนุษย์โดยไม่ใช้เครื่องบิน
พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) – ไซปรัสได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร
พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1968) – สุรพล สมบัติเจริญ ราชาเพลงลูกทุ่งถูกยิงเสียชีวิต ที่สนามวิกแสงจันทร์ หน้าวัดหนองปลาไหล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
วันเกิดพ.ศ. 2358 (ค.ศ. 1815) – นักบุญยอห์น บอสโก (ถึงแก่กรรม 31 มกราคม พ.ศ. 2431)
พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) – แอร์นสต์ ฟรีดดริค ชูมัคเคอร์ นักเศรษฐศาสตร์ชาวเยอรมัน เจ้าของหนังสือ ” Small is Beautiful ” (จิ๋วแต่แจ๋ว)
พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) – เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวแคนาดา
พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958) – มาดอนน่า นักร้อง/นักแสดงชาวอเมริกัน
พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) – นันทิดา แก้วบัวสาย ศิลปิน นักร้องยอดนิยมชาวไทย
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาลไซปรัส – วันประกาศเอกราช
ประเทศไทย – วันสันติภาพไทย

http://th.wikipedia.org/wiki/16_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

วันสันติภาพ และหวยออก โดยอยากเขียนสั้นๆ จากเรื่องพระ คือ หลวงพ่อเขียน -หลวงพ่อฤาษีลิงดำ หรือพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าทั้ง ๑๐ รัชกาล และผมจะเล่าความลับบางเรื่องจากชีวิตจริง เพราะอาการเวียนหัวเหมือนเดิม… I was floating all day long
จึงหาทางระบายออกจากสมองเพี้ยนเป็นหวัด ความจำerror คือ ผมสนใจนิตยสารโลกทิพย์-โลกลี้ลับ มาตั้งแต่เด็ก ซึ่งผมเคยไปวัดท่าซุง ตอนเป็นเด็กเคยศึกษาฝึกวิชามโนมยิทธิ…(ลองทายดีกว่าเป็นความลับไม่เฉลยว่าไงผมเป็นไงต่อ)นี่เป็นเรื่องสั้นๆ เล่านิดๆ บางแง่มุม และที่บ้านของผม ก็มีรูปภาพหลวงพ่อเขียน ธัมมรักขิโต วัดสำนักขุนเณร อ.บางมูลนาค จ.พิจิตร ในฐานะประเทศไทย หันหน้าหาคุณธรรมหลังกลับมานึกถึงขณะป่วยไข้ซ้ำ

โดยผมนึกถึงแม่ โทรศัพท์มาเล่าเรื่องประสบอุบัติเหตุจักรยานล้ม มือบาดเจ็บ และเล่าเรื่องย้อนเวลาการซ่อมไฟฟ้า-น้ำในหอพัก ถึงห้องพักหน้าห้องฝนตก ผจญหอยทาก หลังคามีน้ำหยดกระทบคล้ายรั่ว สำหรับห้องในหอใหม่ กับผู้คนหอเก่า ก็บังเอิญเจอติดต่อกันบ้าง หลายวันมานี้ติดต่อโทรศัพท์ สื่อสารเมล์ เฟซฯ และผมพบเจอผู้คน ร่วมกันพอสมควร บางเวลาออกไปไหนไม่ได้เจอฝน ก็เพิ่งดูหนังใหญ่ผ่าใหญ่ เป็นหนังเรื่องการปฏิวัติซินไฮ่ ที่เฉินหลงแสดงเป็นพวกล้มเจ้า
เมื่อหอใหม่ ในความรู้สึกและความจริง อยู่กับความสงบเงียบ มองโลกแง่ดีคิดถึงเรื่องคอลัมภ์ที่ตัวเองต้องเขียนเกี่ยวกับเชียงตุง ซึ่งมีเรื่องมองโลกแง่ดีอย่างหนึ่ง ก็ห้องผม มีโคมไฟแขวนดูคลาสิคอยู่อัน ช่างซ่อมแล้วใช้ได้เปิดไฟยืดให้โคมไฟย้อยลงจากเพดานได้ และมันหดกลับได้ตามคำบอกช่าง แต่ความจริงยืดแล้วมันไม่หดกลับบางครั้งหัวก็ชนมัน อาจจะชนแล้วปิ๊งไอเดีย 555 รวมทั้งemail ไชโยของไทยใช้ไม่ได้อีกครั้ง ซึ่งบางครั้งอีเมล์ของผม ก็มีปัญหาส่งไปให้คนไม่ได้รับครับ

ถ้าปัญหาพุ่งชนเข้ามา มันเป็นปมน่าสนใจเปิดประเด็นเปรียบเทียบจากญี่ปุ่นย้อนกลับไปในอดีตของประวัติศาสตร์โลก คือ ปมกอร์เดียน (อังกฤษ: Gordian Knot) เป็นตำนานของเมืองกอร์ดิอุม แคว้นฟรีเจีย และเกี่ยวข้องกับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช โดยมักใช้เป็นการอุปมาถึงปัญหาที่ยากเกินกว่าจะแก้ไข แต่แก้ได้ด้วยความกล้าหาญ (“ตัดปมกอร์เดียน”)
ความเป็นมา
ปมกอร์เดียนเกิดขึ้นในอาณาจักรฟรีเจีย (Phrygia) ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรีก เมื่อกษัตริย์ที่ปกครองอยู่สวรรคตโดยไม่มีการแต่งตั้งผู้สืบทอดไว้ ศาสดาพยากรณ์ได้พยากรณ์ว่ากษัตริย์องค์ใหม่ของฟรีเจียจะเป็นผู้ที่ขับเกวียนเข้าเมืองมา กระทั้งครอบครัวของกอร์เดียส (Gordias) และลูกชาย อาไมดาส (Ahmidas) นั่งเกวียนเข้ามาในเมือง อาไมดาสจึงได้เป็นแต่งตั้งเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของฟรีเจีย อาไมดาสผูกเกวียนที่เขานั่งมาไว้กับเสาวิหารในเมืองกอร์เดียม (Gordium) เมืองซึ่งถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้กับบิดาของเขา ปมเงื่อนที่อาไมดาสผูกนั้นแน่นมาก กระทั่งศาสดาพยากรณ์ได้มีคำทำนายออกมาอีกว่า ผู้ที่แก้ปมนี้ได้จะเป็นผู้ที่ได้ครอบครองเอเชีย
เมื่อ 333 ปีก่อนคริสตศักราช อเล็กซานเดอร์มหาราชเสด็จมาที่กอร์เดียม และลองแก้ดูแต่พระองค์ก็แก้เชือกไม่ได้ อเล็กซานเดอร์คว้าดาบมาฟันเชือกขาดออกเป็นสองท่อนทันที ซึงในภาษาอังกฤษนำมาใช้สื่อถึงการแก้ปัญหายุ่งยากแบบฉับไวว่า Cutting the Gordian knot

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99

-เนื่องจากผมสนใจเรื่องกอร์เดียนเป็นเพียงเกษตรยากจนเท่านั้นต่อมาได้โอกาสขึ้นเป็นกษัตริย์ และสร้างปมเงื่อนเชือกเกอร์เดียนบูชาเทพเจ้า จึงเล่าเรื่องกอร์เดียน ในมุมมองของการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องท้าดวลอัจฉริยะ THE GORDIAN KNOT มี4 (เล่มจบ)
การแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคที่ยากยิ่ง ด้วยวิธีการคิดนอกกรอบนั้น จะเปรียบได้ดังกับการผ่าเงื่อนของกอร์เดียน!!http://www.phanpha.com/item/the-gordian-knot-%E2%80%93-%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B0-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1-4-4-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%9A

– F. Beiser’s “Hegel”
เราเคยถามผู้กำกับว่า “เชื่อเรื่องดวงไหม” ประโยคนี้ถามเป็นนัยว่า อีกฝ่ายเชื่อในปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากวิทยาศาสตร์ ปัจจัยที่พิสูจน์ไม่ได้เช่น วันเดือนปีเกิด ดวงดาว กรุ๊ปเลือด ลายมือ ว่ามีผลกำหนดลักษณะนิสัย ชะตาชีวิตของคุณหรือไม่ (และอาจ imply ลึกๆ ไปอีกว่า คุณเชื่อในไสยศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์) คำตอบของผู้กำกับคือ “เชื่อเรื่องดวง แต่เชื่อแบบวิทยาศาสตร์” ตอนที่ได้ยินคำตอบนี้ครั้งแรก อดรู้สึกไม่ได้ว่ามันตัดปมกอร์เดียนยังไงไม่รู้ เหมือนไม่ยอมเลือกข้าง ฉันเชื่อเรื่องดวงนะ แต่ฉันไม่งมงาย ฉันมองมันเป็นวิทยาศาสตร์
ทุกวันนี้ พอมองย้อนกลับไปคำตอบดังกล่าว ฉุกคิดขึ้นมาได้อย่างหนึ่งว่าช่างเป็นคำตอบที่ Hegelian อะไรอย่างนี้
ปรัชญาของเฮเกล อย่างน้อยที่ไบเซอร์สรุปออกมา ก็คือการตัดปมกอร์เดียนปมแล้วปมเล่าด้วยวิธีการคล้ายๆ แบบนี้ สิ่งที่นักปราชญ์ชาวเยอรมันในยุครอยต่อศตวรรษที่ 18 และ 19 ให้ความสำคัญก็คือการทำลายขั้วตรงข้าม แนวคิดแบบทวิภาค เช่น ถ้าไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ก็ต้องเป็นไสยศาสตร์ เฮเกลสลายขั้วตรงข้ามด้วยคำตอบที่ จะมองว่าลึกซึ้งก็ได้ หรือกำปั้นทุบดินก็ได้อีกเหมือนกัน

เช่น มนุษย์เราควรมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง หรือส่วนรวม คำตอบคือถูกทั้งสองข้อ เฮเกลจะพูดกับฝ่ายแรกว่า จริงแท้ คนเราควรมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง แต่ตัวตนของเรานั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยคนรอบข้างและการใช้ชีวิตในสังคม ขณะเดียวกันเขาก็จะพูดกับฝ่ายหลังว่า ถูกต้อง คนเราควรมีชีวิตอยู่เพื่อส่วนรวม ส่วนรวมนั้นประกอบไปด้วยแต่ละส่วนอันมีหน้าที่ เป้าหมายการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน

spirit ของเฮเกล ก็คือองค์รวมของทุกสรรพสิ่งในโลกหล้า นึกถึงวิชาชีวะมัธยมปลายที่เรียนเรื่ององค์ประกอบเซล จู่ๆ ไมโตคอนเดรียมีปากมีเสียงลุกขึ้นมาทะเลาะกับไลโซโซมว่า…เธอต้องเป็นฉันสิ…ไม่ใช่ เธอต่างหากที่ต้องเป็นฉัน ก่อนทั้งคู่จะตระหนักว่าแท้จริงแล้วต่างเป็นส่วนประกอบของเซลเดียวกัน (ไบเซอร์บอกว่านี่คือความหมายที่แท้จริงของวิภาษวิธี ไม่ใช่บทเสนอ บทแย้ง บทสังเคราะห์แบบที่มักเข้าใจกัน) และเมื่อเซลแต่ละเซลทะเลาะกันด้วยบทสนทนานี้ สุดท้ายก็จะตระหนักว่าล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อเดียวกัน จากเนื้อเยื่อไปสู่อวัยวะ จากอวัยวะไปสู่ร่างกาย จากร่างกายไปสู่สังคม สู่ประเทศ สู่โลกทั้งใบ และองค์รวมของทั้งหลายทั้งปวงนั้นแลคือ spirit
ในทางกฏหมาย ยุคนั้นมีสองโรงเรียนตบตีกันว่า ตกลงกฏหมายบัญญัติขึ้นตามหลักเหตุและผล อันเป็นสากลในธรรมชาติ หรือว่าแต่ละสังคมกำหนดขึ้น คำตอบแบบกำปั้นทุบดินของเฮเกลคือ กฏหมายบัญญัติขึ้นตามหลักเหตุและผล หากว่าเหตุและผลไม่ได้สถิตย์อยู่ในธรรมชาติ หากอยู่ในสังคมต่างหาก และเนื่องจากเฮเกลเชื่อว่าทุกสังคม ทุกวัฒนธรรม และทุกประเทศสามารถรวมกันเป็นส่วนหนึ่งของ World Spirit ได้ ดังนั้นเหตุและผลจึงเป็นภาวะ “สากล” ที่ “ไม่สากล” นั่นเอง http://laughable-loves.blogspot.com/2012/01/f-beisers-hegel.html

เมื่อผมคิดถึงCritique of Pure Reason และค้นหาเจอว่ามีคนเขียนถึง Kant’s “Critique of Practical Reason”
หนึ่งในปัญหาคลาสสิคของปรัชญาตะวันตกคือ causality (กฎแห่งเหตุและผล) ปะทะ morality (กฎแห่งศีลธรรม) สุดโต่งด้านหนึ่งคือฮูม ผู้เชื่อว่าโลกใบนี้เป็นนาฬิกาเรือนใหญ่ ทุกสรรพสิ่งเคลื่อนที่ตามกลไก เหตุและผลของมัน จึงเป็นเรื่องเปล่าดายที่มนุษย์จะเปลี่ยนแปลงอะไร เจตจำนงค์อิสระไม่มีจริง และศีลธรรมไม่มีความหมาย อีกด้านหนึ่ง สปิโนซาบอกว่า พระผู้เป็นเจ้าคือสสารใหญ่สุดหนึ่งเดียว ทุกเหตุการณ์ในโลกเกิดจากพระองค์แบ่งแยกตัวเองออกมา ดังนั้นทุกสิ่งจึงอยู่นอกเหนือความพยายามของมนุษย์ เจตจำนงค์อิสระไม่มีจริง และศีลธรรมไม่มีความหมาย
จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าสุดโต่งทางไหน ข้อสรุปเดียวกันหมดคือศีลธรรมเป็นเรื่องลวงตา (หมายเหตุ: อันนี้คือรักชวนหัวอ่านคานท์อ่านฮูมและสปิโนซา ถ้าผิดจากนี้ อาจจะไม่ได้ผิดที่เรา แต่ผิดที่คานท์ก็ได้นะ)

ใน Critique of Practical Reason คานท์พยายามดึงเอาศีลธรรมกลับมา เขาแบ่งสรรพสิ่งในโลกออกเป็นสองประเภท คือ phenomenon (ปรากฏการณ์) และ noumenon phenomenon ปรากฏให้เราเห็น ผ่านการรับรู้ และอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งเหตุและผล (ใน Critique of Pure Reason คานท์อธิบายว่ากฎแห่งเหตุและผล เป็นเพียงกรอบที่การรับรู้ของมนุษย์นำมาครอบปรากฏการณ์เท่านั้น)

ดังนั้นอะไรที่อยู่นอกเหนือไปจาก phenomenon (ซึ่งก็คือ noumenon หรือ — ถ้าใครอ่านปรัชญาเยอรมัน คำที่ทุกคนจะเจอ และจะงงโคตรๆ เมื่อเจอหนแรกคือ — thing-in-themselves นั่นเอง) เราไม่สามารถใช้กฎแห่งเหตุและผลอธิบายได้ เช่น “เพราะนาย a มีจิตใจอันโหดร้าย เขาจึงทำร้ายนาย b” จิตใจอันโหดร้ายของนาย a เป็น noumenon (ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่สัมผัส รับรู้ได้) จึงไม่อาจนำมาผนวกในประโยคเหตุและผลเช่นนี้ เช่นเดียวกับประโยค “ถ้าในปี 2554 พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้ง ประเทศไทยจะไม่ประสบอุทกภัย” ทั้งเหตุและผลของประโยคนี้ก็เป็น noumenon กันทั้งคู่

คานท์อธิบายว่า จริงอยู่ที่ทุกปรากฏการณ์อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งเหตุและผลเหมือนกับนาฬิกาเรือนยักษ์ของฮูม แต่ถ้าเราสาวเหตุและผลย้อนหลังต่อๆ กันไปเรื่อยๆ เราจะเจอกับ noumenon ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในรูปของ “นาย a ทำร้ายนาย b เพราะเขามีจิตใจอันโหดร้าย” สิ่งที่นาย a ทำ ไม่ได้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งเหตุและผลแล้ว เพราะมันมาจากแรงขับเคลื่อนภายในตัวนาย a เอง เราสามารถใช้ศีลธรรมมาตัดสินการกระทำของนาย a ได้ นาย a อาจจะอ้างสาเหตุที่ตัวเขามี “จิตใจอันโหดร้าย” (ซึ่งส่งผลไปยังการกระทำของเขา)

ว่าเป็นเพราะการเลี้ยงดูอย่างผิดๆ โดยพ่อแม่ แต่สำหรับคานท์ internal causality ไม่ใช่ phenomenon ดังนั้นไม่อาจถือเป็น causality ได้
สรุปแบบเท่ๆ เจตจำนงค์อิสระสถิตอยู่ในเส้นที่ noumenon ก้าวผ่านออกมาเป็น phenomenon นั่นเอง

http://laughable-loves.blogspot.com/2012/01/i-kants-critique-of-practical-reason.html

——–ข้อถกเถียงจากค้านท์ (ความจริงแท้:noumenon และสิ่ง-ใน-ตัวมันเอง: thing-in-themselves) และเฮเกล ในฐานะนักปรัชญาเยอรมัน ก้อง้อสาวอาจจะดีกว่าปวดหัวมัวงมปรัชญา555
(Good Will Hunting- Apples ลองค้นหาในเน็ตYoutube คือ ตอนท้ายวิลล์ ก็มาเยาะเย้ยหนุ่มอาร์วาร์ดที่ถกเถียงกัน โดยถามว่าเขาชอบแอปเปิ้ลไหม? และวิลล์ได้เลขเบอร์โทรของสาว)

แต่แง่ความจริงของทฤษฎีถึงปรัชญาก็ผมจะไม่สรุป แล้วพลิกกลับเล่าเรื่องนักคิดหรืออัจฉริยะมักทนทุกข์ป่วย เช่น ชีวิตของมาร์กซ ที่มีอิทธิพลของเฮเกลโดยคิดเรื่องวิภาษวิธีแบบมาร์กซ เป็นThesis antithesis synthesisแบบวัตถุนิยมวิภาษวิธีเรื่องพระเจ้า ความเชื่อไม่ใช่วิทยาศาสตร์แบบสสารของเฮเกล และด้านหนึ่งก็แอนตี้ปรัชญาที่จมอยู่กับเรื่องพระเจ้า เช่น ค้านท์ก็เชื่อแบบนั้นในส่วนหนึ่ง โดยKarl Marx ก็เรียนด้านกฎหมาย สนใจเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะ และปรัชญาโดยทำตัวจบตอนเรียนเกี่ยวกับปรัชญา ภายหลังมาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐศาสตร์การเมือง ในกรณีพิมพ์หนังสือเรื่องCapital…

—-ประเด็นต้องแยกแยะแยกย่อยแต่ละเรื่อง แต่ละเซลล์ น่ะครับ-ข้าพเจ้าไม่ขอเลียนแบบค้านท์ ที่ไม่มีเมียมีโชคชะตาไม่สมหวังเรื่องรัก นี่เป็นเรื่องเปรียบเปรยเลยไปเรื่อยๆ ถ้าตัวละครของไทยๆ ที่มีรางวัลซีไรต์เป็นประกัน คือ ไอ้ฟักเป็นภารโรงในเรื่องคำพิพากษา ที่ดูโง่ ตรงกันข้ามกับภารโรง ในเรื่องGood will Hunting น่ะครับ
บางครั้งเราไม่ต้องการถึงขั้นSoulmateอะไรมากมายหรอก ก็แค่ต้องการเพื่อนอย่างบางคน ที่ผมเคยเขียนเล่าไว้ว่าหนังสือ หนัง คือ เพื่อน และปัจจุบันมีเฟซบุ๊คเพื่อนๆ ส่วนในGood Will Hunting แค่เรื่องเพื่อน จากฉากจีบสาวที่บาร์ มีคนแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาปะกิตว่า Young men on the Internet: Everybody wants to be like Will Hunting, but we all end up like that obnoxious douche instead

I love the end of this scene when matt damon steps to this blonde b!tch ass, and says to him really quietly – “but I mean if you have problem like that, I mean we can just step outside and figure it out” ! Now that some real gangsta style:D not that matt trashtalked him intelectually but he also would kick his dumb ass outside the bar :)) one of the coolest scenes ever

What you just said is one of the best descriptions of being at a university ever: “because he never went to an indoctrinationcentre where he was stripped of his individuality.” Very nice. I’m at such a centre (or should I say university). Bright people of my class even flunk! You know why? Here are a few reasons: a) professor can’t counter their arguments, flunks them b) professor doesn’t like student much, flunks them (really) c) students are creative, flunked because not conform. :/

Someone did tell you it was two. You learned it. It has been imprinted in your instinct since birth. This is the problem with society. They don’t unlearn their instincts and stay ignorant. Everything you see is what your brain translates from light that is projected on things. You don’t know it, but your brain is telling you what things are.
Matt Damon was “THE MAN” in this bar scene! CLASSIC!! He destroyed The Harvard Kid, Stuck up for his friend, and he got the girl! This had to be in a script!

I actually listened to a podcast by a Yale professor; Joanne Freeman who teaches U.S. history and she mentioned Gordon Wood’s book the same one Matt Damon referred to. I remembered this money line in this movie. Sooo funny! White collar goons like this give the rest of us white collar guys the same stereotype in society. Art imitating life….. The irony of movies……..

My contention is that prior to the Revolutionary War, the economic modalities, especially in the southern colonies, could be most aptly described as agrarian precapitalist.

you dropped money on a fucking education you could of got for late chages at the public library

This is scene perfectly depicts the interaction of an “actual” intellectual vs. a pseudo intellectual.

ฝ่ายควบคุมความต่อเนื่อง(Continuity) ในฉากสถานที่ก่อสร้างมีผิดพลาดอย่างไร? หรือ ในแต่ละฉากมีอะไรผิดดูเพิ่มเติมจากเว็บImdb ที่มีการจับผิดหนัง แสดงความคิดเห็นแก้ไขหนัง คำถาม รวบรวมคำคมประโยคในหนังต่างๆ
MistakesTrivia Quotes Corrections Questions Submit
Continuity: In the construction site scene, you will notice the length of Ben’s cigarette fluctuates several times. It actually gets longer/shorter as Ben smokes it.

http://www.imdb.com/title/tt0119217/

บางคนแสดงเป็นภาษาอังกฤษ มีความคิดเห็นว่า ศูนย์กลางปลูกฝังอบรมเรียนรู้ ที่เขาจะศึกษาด้วยตัวเอง เป็นเรื่องวิเศษ ผมว่าศูนย์กลางมหาวิทยาลัยคนฉลาด ในห้องของผมeven flunk!(ตก) รู้ไหม ทำไม มีหลายเหตุผล a)ศาตราจารย์ไม่ต้องโต้เถียงพวกเขา ฯลฯ บางคนบอกว่าการเรียนรู้จากสัญชาติญาณตัวเองตั้งแต่เกิด และปัญหาสังคมพวกเขาไม่เรียน ละโง่ แต่ว่าสมองเราสำคัญกว่าเรื่องว่าเรียนแล้วโง่ ก็มีความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
แล้วผมต่อยอดศาสตราจารย์ต่างประเทศ ก็ชอบนักศึกษา ชเลียร์ๆ และนักศึกษาไม่ไต้องมาฉลาดสร้างสรรค์กว่าตน เพราะมันจะนอกกรอบกว่าที่อาจารย์กำหนดไว้ สำหรับผลิตคนเข้าสู่อุตสาหกรรม ครับ

เนื่องจากผมคัดเลือกรวบรวมประโยค ที่มีการแสดงความคิดเห็นดังกล่าว และผมเลือกสรุปรวบยอดเอาฮาๆ เป็นเรื่องจีบหญิง คือ Dumb women like you will end up doing shitty jobs because they don’t respect the law. I bet you’re not even at university. Oh you poor dumb, insignificant, society trash thing. แต่มันก็มีคนมองโลกแง่ร้ายต่อเรื่องหญิงสาว และผมไม่แปล ส่วนประเด็นซ้อนอยู่ในฉากบาร์ เช่น ประเด็นการโต้เถียงไม่ใช่โต้วาทีเอาชนะอย่างเดียวต้องโชว์เหตุผล ความฉลาด ความจำ แม้ไม่ได้เข้ามหา’ลัย ด้วยน่ะครับ

เมื่อภารโรงในหนังGood Will Hunting เป็นคนฉลาด ชกต่อยเก่งอย่างกับหัวหน้าแก๊งค์ มีเพื่อนไร้การศึกษา แต่ไม่โง่ มีเพื่อนดีไม่เสียเวลานินทาเพื่อน ข้อดีของเพื่อนส่งเสริมชีวิตของเขา และเขามีความแข็งแกร่งร่างกาย วิวาทะโต้เถียงถึงขั้นต่อสู้ใช้กำลังอาจจะต่อยกัน เปรียบเทียบกับไอ้ฟัก ภารโรง(ผมไม่ดูถูกฟัก แต่วิเคราะห์ตามตัวบท) เส้นแบ่งของความโง่ และความซื่อๆ ซึ่งฟัก ที่เคยบวชเรียนเก่งทางธรรม-ทหารเกณฑ์ ต่อมาถูกนินทาเอามรดกอาชีพพ่อและเขาถูกกล่าวหาว่าเอาเมียพ่อมาเป็นเมีย(เหมือนเลียนแบบพ่อ) ต่อมาร่างกายผ่ายผอม อ่อนแอท้ายสุดติดเหล้า(จบอย่างไรลองอ่านนิยายหรือดูหนังน่ะครับ)….

โดยตัวอย่างของเพื่อนดี คือ คาแร็กเตอร์ของChuckie เป็นเหมือนที่ปรึกษา ช่วยงานไปรับ-ส่งเพื่อน แม้กระทั่งเพื่อนเมคเลิฟกับสาว เกือบจะได้เป็นพ่อคน ผลิตลูกเกิด ต่อมามีวันเกิดของลูก ถ้าเป็นเช่นนั้น ยังต้องนึกถึงเพื่อนแท้คนนี้ ผู้มีความสนใจ แม้กระทั่ง สวัสดิการแซนด์วิช
ถ้าเฉพาะเรื่องเพื่อนอย่างเดียว ก็น่าสนใจโอเคแล้วครับ
Chuckie Sullivan (Character)
from Good Will Hunting (1997)
Skylar: What if I said I wouldn’t have sex with you again ’til I got to meet your friends; what would you say?
Will: I’d say it’s 4:30 in the morning; they’re probably up.
[he picks up Skylar's phone and begins dialing]
Skylar: [laughing] Men are shameless. If you’re not thinking with your wiener, then you’re acting directly on its behalf.
Will: Thank you.
Chuckie: [answering the phone at the other end] Eh! What the fuck?
Will: Nothing, Chuckie; go back to sleep.
[Will hangs up the phone]
Chuckie: What am I, fuckin’ sandwich welfare? I think you should establish a good line of credit. Like how you bought your couch, payment plans. Remember how your mother brought in $10 everyday for a year and she finally got her couch Rent-A-Center Style?
Chuckie: Hey asshole.
Will: What, bitch?
Chuckie: Happy birthday.

http://www.imdb.com/character/ch0003604/quotes

Chuckie: Every day I come by your house and I pick you up. And we go out. We have a few drinks, and a few laughs, and it’s great. But you know what the best part of my day is? For about ten seconds, from when I pull up to the curb and when I get to your door, ’cause I think, maybe I’ll get up there and I’ll knock on the door and you won’t be there. No goodbye. No see you later. No nothing. You just left. I don’t know much, but I know that.

Chuckie: [impersonating Will at a job interview] You’re suspect! Yeah, you! I don’t know what your reputation is in this town, but after the shit you tried to pull today you can bet I’ll be looking into you. Now the business we have, heretofore, you can speak with my aforementioned attorney. Good day, gentlemen; and until that day comes, keep your ear to the grindstone.

http://www.imdb.com/character/ch0003604/quotes

Will: What do I wanna way outta here for? I’m gonna live here the rest of my fuckin’ life. We’ll be neighbors, have little kids, take ‘em to Little League up at Foley Field.
Chuckie: Look, you’re my best friend, so don’t take this the wrong way but, in 20 years if you’re still livin’ here, comin’ over to my house, watchin’ the Patriots games, workin’ construction, I’ll fuckin’ kill ya. That’s not a threat, that’s a fact, I’ll fuckin’ kill ya.
Will: What the fuck you talkin’ about?
Chuckie: You got somethin’ none of us have…
Will: Oh, come on! What? Why is it always this? I mean, I fuckin’ owe it to myself to do this or that. What if I don’t want to?
Chuckie: No. No, no no no. Fuck you, you don’t owe it to yourself man, you owe it to me. Cuz tomorrow I’m gonna wake up and I’ll be 50, and I’ll still be doin’ this shit. And that’s all right. That’s fine. I mean, you’re sittin’ on a winnin’ lottery ticket. And you’re too much of a pussy to cash it in, and that’s bullshit. ‘Cause I’d do fuckin’ anything to have what you got. So would any of these fuckin’ guys. It’d be an insult to us if you’re still here in 20 years. Hangin’ around here is a fuckin’ waste of your time.

http://www.imdb.com/character/ch0003604/quotes

Good Will Hunting – “You Owe It To Me”

คนที่โพสต์ฉากนี้ในยูทูบเขียนว่าThis has to be my favorite scene in “Good Will Hunting”. It really speaks to me and shows just what best friends really think of each other.
*No copyright infringement intended*
คนแสดงความคิดเห็นต่างๆ และความเห็นยอดนิยมถึงบางส่วนของความเห็น
“because tomorrow i’ll wake up and be fifty”great line.

This is the best performance by Ben Affleck in any scene he has ever been a part of. He nailed it.

His lack of education is part of what keeps him from being stupid. White collar elitism can go fuck itself.
Is this scene in “The Dark Knight Rises”? Some people think so. (Alfred talking to Bruce about what he hoped for him).

One of the things I like about this movie is that Ben Affleck’s character is not stupid. He’s uneducated, but not stupid.

หากหวนย้อนกลับไปมอง soul..หรือ A soulmate (or soul mate) is believed by some to be the person with whom one has a feeling of deep or natural affinity, similarity, love, sex, intimacy, sexuality, spirituality, or compatibility.http://en.wikipedia.org/wiki/Soulmate

สิ่งที่อาจจะมองไม่เห็นชัดเจน ในแง่ความเชื่อเรื่องSoul คือ วิลล์ ตัวละครในเรื่องGood Wil Hunting อาจจะเชื่อในพระเจ้า ทั้งแง่สัญลักษณ์แขวนไม้กางเขน-บทสนทนาอ้างพระเจ้า อ่านงานคานท์ แม้เขาจะอ่านนิทเช่ก็ตาม-ไม่ว่าเราอาจจะไม่สามารถเลียนแบบSuperman ตามคำนิทเช่ได้
แต่ถ้าเปรียบเทียบหนังใหม่-หนังเก่า–หนังเข้าโรงใหม่อย่างแบทแมนดาร์คคไนท์ ภาคใหม่ ซึ่งผมยังไม่ได้ดูและหนังเข้าโรงที่ทำใหม่อย่างTotal Recallน่าสนใจ เพราะTotal Recall จัดเป็นหนังฟิลม์นัวร์แบบวิทยาศาสร์ไซไฟอีกเรื่องที่ผมเคยติดตามสมัยเป็นแฟนคลับตอนที่อาร์โนลด์ ชวาเชวกเกอร์เล่นเรื่องนี้ คือ หนังแนวที่ผมชอบผลงานของเขามาตั้งแต่เรื่องคนเหล็ก…

– ปิดท้ายจากเรื่องส่วนตัว-ปมเกอร์เดี้ยน-การ์ตูน-ปรัชญา-นิยาย-หนังมาเป็นเรื่องเพลง โดยคราวที่แล้วมิวสิควิดิโอเพลงระหว่างบาร์ ทำให้นึกถึงประโยคของหนังSome people can never believe in themselves, until someone believes in them.
ก็มีคนทำขึ้นเป็นพิเศษให้Elliott Smith และลองมาฟังของ
Elliott Smith – “Angeles”
Someone’s always coming around here
Trailing some new kill
Says “I’ve seen your picture on a
Hundred-dollar bill”
What’s a game of chance to you,
Here is one Of real skill
So glad to meet you, Angeles
Picking up the ticket shows there’s
Money to be made
Go on, lose the gamble that’s the
History of the trade
Did you add up all the cards left to play
To zero
And sign up with evil, Angeles?
Don’t start me trying now
Uh-huh, uh-huh, uh-huh
‘Cause I’m all over it, Angeles
I can make you satisfied in
Everything you do
All your secret wishes could right
Now be coming true
And be forever with my poison arms
Around you
No one’s gonna fool around with us
No one’s gonna fool around with us
So glad to meet’cha, Angeles

http://www.songmeanings.net/songs/view/62210/#H8vleZhIGtqrrikz.99

มิวสิควิดิโอเศร้าเรียกน้ำตา เมื่อลูกชายร้านขายตะกร้าหวาย ที่มีชื่อร้านว่าวาสนา มีงานจักสาน มีรักกับหญิงสาวมหา’ลัย แต่แม่แก่มีหนี้ และเขามีปัญหากับหญิงสาว ต้องเอาไวโอลินไปจำนำเงินไม่พอ ในพ.ศ. 2537 ความทรงจำของผมประทับใจเพลงแนวออกเพื่อชีวิตของธนพล มาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น น่ะครับ
โดยมีคนแสดงความคิดเห็นฮาว่า ไม่อยากไปโรงพยาบาล เพราะฟังเพลงพี่เสือเเล้วมันบาดใจ~~
ศิลปิน: เสือ ธนพล อินทฤทธิ์
อัลบั้ม: ทีของเสือ
รักคงยังไม่พอ
บทชีวิต คือบทละครที่สวรรค์กำหนด ได้บทที่เหี้ยมโหด เฝ้าโทษตัวเอง
ก่อนจากหากได้ลา ปัญหาฉันคงทุเลาเพียงได้สบตาทุกข์คงบรรเทา
คำว่ารักคงยังไม่พอ (ก็คงยังไม่พอ) เธอคงไม่รับฟัง
รักคงยังไม่พอ (ก็คงยังไม่พอ) แต่อยากจะขอ
ได้พบได้พูดให้เธอเข้าใจ ให้รู้ในใจยังรักเธออยู่
แต่กลัวจะซ้ำเติมทุกข์ให้เธอเจ็บช้ำ เพราะรักคงยังไม่พอ
หมดความหมาย แต่บทแสดงยังหายใจอยู่ ถูกคนลบหลู่ บาดใจทุกวัน
ปิดฉากไปเสียดีกว่า แสดงเป็นคนไร้ค่า อาจมีสักวันเข้าใจมากกว่านี้
คำว่ารักคงยังไม่พอ (ก็คงยังไม่พอ) เธอคงไม่รับฟัง
รักคงยังไม่พอ (ก็คงยังไม่พอ) แต่อยากจะขอ
ได้พบได้พูดให้เธอเข้าใจ ให้รู้ในใจยังรักเธออยู่
แต่กลัวจะซ้ำเติมทุกข์ให้เธอเจ็บช้ำ เพราะรักคงยังไม่พอ
ดั่งเรือใบล่องหาทิศทาง แบกภาระสุมจนเต็มลำ ติดตามไปคงไม่ถึงฝั่ง
ดูใจดำแต่ฉันหวังดี ที่ต้องทิ้งเธอตามลำพัง ไม่อยากให้เธอต้องลำบากด้วยกัน
ความจริงใจสื่อสารลำบาก ฝากความหมายในเพลงบางคำ เผื่อสักวันเธออาจเข้าใจ
เผื่อสักวันเธอให้อภัย

17-23-25 สิงหาคม 2555
17 สิงหาคม
พ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001) – ภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท ภาพยนตร์ที่มีทุนสร้างสูงสุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย กำกับโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ฉายเป็นวันแรก
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
อินโดนีเซีย – วันประกาศเอกราช

http://th.wikipedia.org/wiki/17_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

20 สิงหาคม พ.ศ. 1179 (ค.ศ. 636) – กองทัพอาหรับ นำโดย คาลิด บิน วาลิด เข้ายึดครองซีเรียและปาเลสไตน์ในยุทธภูมิยาร์มุค เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายอำนาจโดยมุสลิมและการเผยแผ่ศาสนาอิสลามนอกคาบสมุทรอาระเบีย
พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904) – มีการประหารชีวิตนักโทษด้วยการตัดศีรษะเป็นครั้งสุดท้ายในประเทศไทย ผู้ถูกประหารคือ นางล้วน
พ.ศ. 2457 (ค.ศ. 1914) – สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง: กองทัพเยอรมันเข้ายึดครองกรุงบรัสเซลส์ของประเทศเบลเยียม
พ.ศ. 2469 (ค.ศ. 1926) – ประเทศญี่ปุ่นก่อตั้งสมาคมกิจการกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศญี่ปุ่น
พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1968) – กำลังทหาร 200,000 นาย พร้อมรถถัง 5,000 คัน จากประเทศที่ลงนามในสนธิสัญญาวอร์ซอ รุกรานเชโกสโลวาเกีย
พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) – โครงการไวกิง: องค์การนาซาส่งยานไวกิง 1 ขึ้นสู่อวกาศ
พ.ศ. 2520 (ค.ศ. 1977) – โครงการวอยเอเจอร์: องค์การนาซาส่งยานวอยเอเจอร์ 2 ขึ้นสู่อวกาศ
พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) – กองทัพไทย-ลาว เปิดศึกสู้รบชิง 3 หมู่บ้านในจังหวัดอุตรดิตถ์
พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) – เอสโตเนียได้รับเอกราชหลังการปฏิวัติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์การล่มสลายของสหภาพโซเวียต

http://th.wikipedia.org/wiki/20_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

21 สิงหาคม พ.ศ. 2441 (ค.ศ. 1898) – สยามประกาศใช้เงินตราอย่างใหม่ หน่วยเป็นสตางค์

http://th.wikipedia.org/wiki/21_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

22 สิงหาคม
พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904) – เติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำสาธารณรัฐประชาชนจีน (เสียชีวิต พ.ศ. 2540)

http://th.wikipedia.org/wiki/22_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

23 สิงหา พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) – โอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
สมจิตร จงจอหอ นักมวยทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองกีฬาโอลิมปิก โดยชนะคู่ชกชาวคิวบา 8:2
มนัส บุญจำนงค์ นักมวยทีมชาติไทย คว้าเหรียญเงินกีฬาโอลิมปิก โดยแพ้คู่ชกชาวสาธารณรัฐโดมินิกัน 4:12
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
วันสากลเพื่อการระลึกถึงการค้าและการเลิกทาส

http://th.wikipedia.org/wiki/23_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

25 สิงหาคม
เหตุการณ์พ.ศ. 2151 (ค.ศ. 1609) – กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ นักฟิสิกส์ และนักดาราศาสตร์ชาวอิตาลีชื่อก้องโลก ได้บุกเบิกการสำรวจท้องฟ้าด้วย กล้องโทรทรรศน์
พ.ศ. 2368 – อุรุกวัยประกาศเอกราช
พ.ศ. 2378 (ค.ศ. 1835) – หนังสือพิมพ์ นิวยอร์กซัน รายงานข่าวหลอกลวงเกี่ยวกับการค้นพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์
พ.ศ. 2405 – สยามประกาศใช้กะแปะ อัฐ โสฬส ที่ทำขึ้นใหม่ ยกเลิกการใช้หอยเบี้ย
พ.ศ. 2455 (ค.ศ. 1912) – พรรคก๊กมินตั๋ง ก่อตั้งขึ้นในจีน
พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) – พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ฯ) อภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี
พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) – สงครามโปแลนด์-สหภาพโซเวียต: ยุทธการวอร์ซอยุติลงด้วยความพ่ายแพ้ของรัสเซีย
พ.ศ. 2475 (ค.ศ. 1932) – การปฏิวัติสยาม: คณะราษฎรจดทะเบียนจัดตั้ง สมาคมคณะราษฎร อาจถือได้ว่าเป็นพรรคการเมืองแรกของไทย
พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965) – อาภัสรา หงสกุล ได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาล หรือ มิสยูนิเวิร์ส คนแรกของไทยและคนที่14 ของโลก ที่ไมอามี่ บีชมลรัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา
พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) – ยานวอยเอเจอร์ 2 เดินทางถึงดาวเนปจูน ก่อนมุ่งหน้าไปสู่ด้านนอกของระบบสุริยะ
พ.ศ. 2534 – รัฐสภาสูงสุดของเบลารุสประกาศเอกราช
พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) – วันสถานปนาโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

วันถึงแก่กรรมพ.ศ. 2319 (ค.ศ. 1776) – เดวิด ฮูม นักประวัติศาสตร์ชาวสกอต (เกิด พ.ศ. 2254)
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาลอุรุกวัย – วันชาติ

http://th.wikipedia.org/wiki/25_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

Good Will Hunting
Storyline
A touching tale of a wayward young man who struggles to find his identity, living in a world where he can solve any problem, except the one brewing deep within himself, until one day he meets his soul mate who opens his mind and his heart.

http://www.imdb.com/title/tt0119217/

สัมผัสเรื่องเล่าเส้นทางของคนหนุ่มเอาแต่ใจ ผู้ต่อสู้ค้นหาอัตลักษณ์ของตนเอง อาศัยในโลกที่เขาสามารถแก้ไขบางปัญหาได้ ยกเว้นเรื่องหนึ่งลึกซึ้งเกี่ยวกับตัวเขาเอง ดังนั้น วันหนึ่งเขาพบเนื้อคู่ ผู้เปิดหัวใจและวิญญาณของเขาเอง

.ถ้าผมอยากสื่อเรื่องพรหมลิขิตของชีวิต และวิถีชีวิตของคน มีโอกาสได้เนื้อคู่ น่ะครับ
. โดยWilliam_Goldman เป็นที่ปรึกษาให้หนังเรื่อง Good Will Hunting ซึ่งเขาปฏิเสธว่าเขาไม่ได้เขียนบทหนังนี้ และผมนำมาแปะบางส่วนเป็นภาษาอังกฤษว่า บทสนทนา มีประเด็นที่อ้างตัวบทโต้ตอบแนวคิดนักจิตวิเคราะห์อย่างFreud แม้ว่าจะมีคนบอกว่าเขาเป็นGhost writerบทหนังก็ตาม
กระนั้น William_Goldman เคยกล่าวถึงการเขียนว่า การเขียนของเขา มาจากชีวิตทุกข์ทนตอนวัยเด็ก ทำให้เขาเขียนนิยาย บทหนัง บางคนต้องอยู่กับมัน และGoldman ไม่เคยทำงานประจำเลยมีเวลาเขียน ส่วนนักเขียน เช่น แกรม์ แฮมกรีน เขียนงานนับเป็นคำ ได้สามร้อยคำหยุดเขียน แต่บางคนงานเขียนเป็นชั่วโมง สัปดาห์ เป็นเดือน บางคน 8 ปีแบ่งเวลาทำงาน บางคนเขียนได้ลื่นไหลรวดเร็ว อัจฉริยะต้องอยู่ให้ได้ในฮอลลีวู้ดด้วยอย่างไร ลองหาดูเพิ่มเติม น่ะครับGood Will Hunting (1997; consultant)

http://en.wikipedia.org/wiki/William_Goldman

เมื่อผมจำไม่ได้ว่าเคยอ่านหนังสือรีวิวหนังเรื่อง Good will Huntingไหม? และหนังเรื่องนี้ผมดูนานมากแล้ว แต่ที่ผมค้นจากหอสมุดไม่เจอ และส่วนใหญ่จากอินเตอร์เน็ต ทีมีเรื่องน่าสนใจ คือ คนแสดงความคิดเห็นเรื่องร่องรอยลายมือสัญชาติญาณของคุณตั้งแต่แรกเกิดIt has been imprinted in your instinct since birth. บางครั้งการเลียนแบบเป็นการเริ่มต้น เรียนรู้ เช่น คุณเลียนแบบพ่อ แม่ จากภาษาตั้งแต่แรกเกิด เริ่มหัดพูดพ่อ แม่ ต้องการ กิน ฯลฯ
ซึ่งต่อมาคุณโตขึ้น พ่อแม่อาจจะเป็นตัวอย่างที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ ที่วิลล์ มีปัญหาตั้งแต่วัยเด็ก ถูกกระทำ ต่อมาเลียนแบบผู้บำบัดจิต ในฐานะเหมือนพ่อ จากบทสนทนาต่างๆ และเขาต่อไปมีเมียต้องเป็นพ่อของลูกจะเลี้ยงลูกอย่างไร ไม่ให้ลูกเกเร( ฯลฯ )

ถ้าเกิดคุณมีลูก เป็นโรคกลัวที่ชุมชน หรือ อาการกลัวที่โล่ง (อังกฤษ: Agoraphobia) เป็นโรควิตกกังวลชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากความกลัวที่จะเกิดอาการตื่นตระหนก (panic attack) ในสถานที่ที่หนีออกไปลำบากหรือไม่มีคนช่วยเหลือ หรือลูกเป็นโรคฮิคิโคโมริซินโดรม เป็นเรื่องอนาคตอีกหละ? และลูกจะข้ามพ้นพรมแดนออกจากห้องของพวกโรคฮิคิโคโมริซินโดรม -โรคกลัวที่ชุมชนจินตกรรม?

ปัญหาของแค่ subject ที่เติบโตมาในโลกนี้ ก็ที่วิลล์ บอกนศ.ฮาร์วารด์ว่าไม่ต้องลอกเลียนหนังสือ แต่ให้มีSujectของตัวเองไม่ง่าย เพราะอุดมการณ์ครอบงำสังคม ชุมชน เป็นตัวทำให้Subject นั้น คิดเลียนแบบหนังสือ ผู้การอ้างลอกหนังสืออาจจะเป็นแบบของสังคม นี่ก็เป็นวิธีการที่ผมยืมการวิเคราะห์ของLouis Althusser จากหนังสือ The Subject of semiotics ซึ่งผมเคยอ้างอิงไปแล้วว่าศึกษาเรื่องของสัญศาสตร์ในภาพยนตร์ด้วย

the subject of semiotics ของkaja silverman …This provocative book undertakes a new and challenging reading of recent semiotic and structuralist theory, arguing that films, novels, and poems cannot be studied in isolation from their viewers and readers.

โดยจริงๆ แค่คำว่าsubject ก็แปลความหมายในบริบทต่างๆ ถ้าดูการนิยามของคำว่าsubject…
subject
N. หัวข้อ
relate:{ประเด็น}{เนื้อหาสาระ}
syn:(point)(topic)(substance)
N. สาขาวิชา
relate:{วิชา}
syn:{course of study}
N. ประชากร
relate:{พลเมือง}{ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน}{ผู้อยู่ภายใต้การปกครอง}
syn:(citizen)(national)(subordinate)
N. ประธานของประโยค
ADJ. มีแนวโน้ม
relate:{โน้มเอียงไปทาง}
syn:{liable to}{prone to}
ADJ. อยู่ใต้บังคับบัญชา
relate:{ใต้การควบคุม}{เป็นบริวาร}
syn:(inferior)(obedient)(subordinate)
ADV. ซึ่งขึ้นอยู่กับ
syn:{depending on}
VT. นำไปสู่
syn:(expose){put through}
VT. ทำให้อยู่ใต้อำนาจ
relate:{ควบคุม}{ทำให้ยอม}
syn:(control)(govern)(overpower)
th • #249599 • hope-dictionary

subject
subject (ซับ’จิคทฺ) n. เรื่อง, กรณี, ประเด็น, บัญหา, ข้อ, หัวข้อ,
สาขาวิชา, สาเหตุ, มูลเหตุ, ประชากร, ข้า, ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน,
ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา, ผู้รับการทดสอบ, (ไวยากรณ์) ประธานประโยค,
(ปรัชญา)
ตัวหลัก, ตัวของตัวเอง. adj. ภายใต้การควบคุม, เปิดเผย, อยู่ในสังกัด,
อยู่ในความควบคุม,

http://th.w3dictionary.org/index.php?q=subject+to

ปัญหาของคำว่าSubject (philosophy:ปรัชญา)
The subject in German idealismSubject as a key-term in thinking about human consciousness began its career with the German Idealists, in response to David Hume’s radical skepticism. The idealists’ starting point was Hume’s conclusion that there is nothing to the self over and above a big, fleeting bundle of perceptions. The next step was to ask how this undifferentiated bundle comes to be experienced as a unity – as a single subject. Hume had offered the following proposal:
“…the imagination must by long custom acquire the same method of thinking, and run along the parts of space and time in conceiving its objects.
Kant, Hegel and their successors sought to flesh out the process by which the subject is constituted out of the flow of sense impressions. Hegel, for example, stated in his Preface to the Phenomenology of Spirit that a subject is constituted by “the process of reflectively mediating itself with itself.”….

http://en.wikipedia.org/wiki/Subject_(philosophy)

การแปลผิดหรือถูกความหมายเรื่องSubject and Method(นี่ผมยืมคำจากหนังสือSIAM MAPPED) ก็เป็นความสำคัญในแง่ภาษา และผมมาใช้บริบทหนัง คือ ตัวละครวิลล์ ในความหมายของอัตวิสัย และระเบียบวิธีแก้ปัญหาก็ดี เป็นการเริ่มต้นแก้ไขปัญหาส่วนตัวก่อน เพราะประวัติศาสตร์ธรรมชาติชีวิตคนต้องแก้ปมในใจ วิเคราะห์ ตีความกับสังคม และโจทย์ปัญหาทางสังคมมันยากกว่ามากเกิน อัจฉริยะ ที่มีปัญหาทางจิตใจ จะมาแก้ไข ในภาวะวิสัยของสังคมด้วยง่ายดายได้

มันเป็นเรื่องการเติบโต เรียนรู้ จากพ่อ แม่ สู่โรงเรียน มีลอกการบ้านของเพื่อน(ฮา) ต่อมามหาวิทยาลัย ถ้าคุณไม่มีพ่อ แม่ และมหาวิทยาลัย ก็คุณอาจจะเรียนรู้ด้วยตน เอง หรือคุณมีArt imitating life คือ ศิลปะการเลียนแบบชีวิต และการไร้การศึกษาไม่ใช่แปลว่าโง่ เพราะknot หรือปมของเรื่อง ถ้าคุณมีจุดโฟกัส ในแง่ที่หนังมีบทสนทนาเรื่องดนตรี เปียโน กับSkylar(ลองหาดูเพิ่มเติมหรือดูหนัง ) ต่างๆ มีอะไรเป็นทฤษฎีให้ตีความเยอะ

good will hunting piano organic chemistry

Will: Do you play the piano?
Skylar: A bit.
Will: Okay, when you look at a piano you see Mozart, right?
Skylar: I see “Chopsticks.”
………….

Will: Beethoven, okay. He looked at a piano, and it just made sense to him. He could just play.
Skylar: So what are you saying? You play the piano?
Will: No, not a lick. I mean, I look at a piano, I see a bunch of keys, three pedals, and a box of wood. But Beethoven, Mozart, they saw it, they could just play. I couldn’t paint you a picture, I probably can’t hit the ball out of Fenway, and I can’t play the piano.
Skylar: But you can do my o-chem paper in under an hour.
Will: Right. Well, I mean when it came to stuff like that… I could always just play.

http://www.imdb.com/title/tt0119217/quotes

ทุกคนลองติดตามคนแสดงความคิดเห็น ในฉากเกี่ยวกับบทสนทนาเรื่องเปียโน- organic chemistry นี้ เช่น เดท ทำไมต้องเอาการบ้านมาทำด้วย เรื่องแฟน ฯลฯ และสมองของวิลล์ ที่มีสมองซีกซ้าย (ทำไงสมองซีกซ้าย-ขวาใช้งานสมดุล) ซึ่งผมยกย่องผู้หญิงและขยายความเพิ่มเติม ที่มีการเขียนแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาปะกิตดังกล่าว คือ ข้อมูลการศึกษาเรื่องสมองซีกซ้ายเป็นเรื่องตัวเลข ตรรกะ การวิเคราะห์ ความเป็นเหตุเป็นผล และแนวคิดตะวันตกพวกวิทยาศาสตร์

ส่วนสมองซีกขวา เป็นภาพวาด อารมณ์ ดนตรี การหยั่งรู้ เชิงอุปมาเปรียบเทียบ เป็นสัญชาติญาณ การสังเคราะห์ แนวคิดตะวันออกไม่ใช่วิทยาศาสตร์เป็นศาสนา สมองซีกซ้าย ซีกขวายังสัมพันธ์เรื่องการถนัดใช้มือซ้าย มือขวาอีกด้วย

แต่ถ้าเราเน้นในประเด็นKnot หรือปมของแนวคิดฟรอยด์ การสร้างสรรค์ของคนมีปมอันซับซ้อนทางจิตวิทยา ไม่ว่าจะเรื่องกระบวนการคิด จินตนาการ จินตภาพ มายา (อ้างLouis Althusserในแง่อุดมการณ์ )ในสมองกว่าจะออกมาเป็นผลงาน เช่น งานศิลปะ น่ะครับ

กระนั้น Art imitating life ในแง่ดีก็ทุกคนเหมือนกัน ไม่แตกต่างดี ในสังคมลอกเลียนแบบเดียวกัน ก็คุยกันรู้เรื่องเข้าใจได้ในกรอบนั้นๆ และการลอกเลียนแบบท่องจำ ก็พิสูจน์ง่ายในการวัดผลความเข้าใจของแบบทดสอบระหว่างเรียน สำหรับผู้เริ่มต้นเรียนปี1-4 ก็ตาม โดยผมเคยกล่าวถึงวอลเตอร์ เบนจามิน ในกรณีศิลปะในยุคผลิตซ้ำ กล่าวถึงการเรียนศิลปะ มาแต่ยุคโบราณ จนยุคทุนนิยม คือ การก๊อปปี้ และผลิตซ้ำ เลียนแบบจากโมเดล หัดวาดรูปเลียนแบบรูปปั้น ศิลปินระดับโลก ซึ่งจริงตอนผมเรียนศิลปะ ต้องหัดวาดรูปเหมือนให้เหมือนหุ่นนิ่งของผลงานปั้นศิลปินระดับโลก ก็เป็นการก็อปปี้ในแง่นี้ หรือคนธรรมดาทั่วไปปกติ ส่วนใหญ่ยังชอบภาพก็อปปี้ ที่พวกผมวาดรูปงานReproductให้เขาเลย ครับ

Excample…1. วิจิตรศิลป์ (Fine Art) หรือศิลปะบริสุทธิ์ (Pure Art) หมายถึง ภาพพิมพ์ จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม วรรณศิลป์ และดุริยางคศิลป์ (คีตศิลป์) ซึ่งเกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจของธรรมชาติ จนส่งเสริมให้ศิลปินเกิดความคิดสร้างสรรค์ในงานศิลปะ มีจุดมุ่งหมายคือส่งเสริมจิตใจและปัญญาความคิดของมนุษย์ ถือเป็นศิลปะชั้นสูง
– วิจิตรศิลป์ เป็นเรื่องของความสัมพันธ์อันประณีตของเส้นและมวลสิ่งหรือสี
– สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และภาพพิมพ์ เรียกว่า ศิลปะกินระวางเนื้อที่ (Space Art) ซึ่งเป็นศิลปะที่มองเห็น จึงถูกเรียกว่า ทัศนศิลป์ (Visual Art) เพราะจำกัดระวางเนื้อที่ส่วนใดส่วนหนึ่งในอากาศด้วยปริมาตรของศิลปะเท่านั้น ซึ่งคุณสมบัติที่แท้จริงของศิลปะที่มองเห็น ไม่ได้อยู่ที่วัสดุแต่อยู่ที่จิตใจ
2. ศิลปะประยุกต์ (Applied Art) เป็นศิลปะที่สร้าง ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกายหรือเพื่อประโยชน์ใช้สอยอย่าง ใดอย่างหนึ่ง เช่น เครื่องประดับ เครื่องใช้สอยต่าง ๆ เสื้อผ้า เป็นต้น ซึ่งศิลปะประยุกต์อาจแยกย่อยออกเป็น
– มัณฑนศิลป์ (Decorative Art) ได้แก่ การออกแบบและการตกแต่งภายใน
– พาณิชยศิลป์ (Commercial Art) ได้แก่ ศิลปะที่ทำขึ้นเพื่อการค้าขาย อาจออกมาในรูปแบบของการโฆษณา หรือการประดิษฐ์สิ่งของขึ้นมาเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน
– อุตสาหกรรมศิลป์ (Industrial Art) ได้แก่ การผลิตจำนวนมากเพื่อใช้ในอุตสาห-กรรม

http://www.rubook.com/sheet/ar103.html

โดยคนที่สนใจติดตามดูเพิ่มเติมเปรียบเทียบศิลปะบริสุทธิ์กับศิลปะประยุกต์ ฯลฯ และการขยายความมาในแง่มุมของหนัง Good Will Hunting มีพูดถึงเรื่องการวาดภาพเป็นงานจิตรกรรมของณอน และวิลล์ เหมือนใช้จิตวิเคราะห์ว่าเขาวาดรูปได้ใกล้บ้าเหมือนแวนโก๊ะ ศิลปินอิมเพรสชั่นนิสม์ โดยดูภาพง่ายกว่างานศิลปะเซอร์เรียลลิสม์ ที่ได้อิทธิพลของฟอรยด์ ในแง่สร้างสรรค์ศิลปะเหนือจริงจากจิตไร้สำนึก หรือพวกศิลปะบริสุทธ์งานศิลปะนามธรรม หรือแอบแสตรคอาร์ตแล้ว ซึ่งในแง่ศิลปะ และภาพรวมของการมองเห็นภาพ โดยประเด็นถกเถียงเรื่องหนังมียาว บางเว็บบอกว่า Marxian historian, Pete Garrison เป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นไม่มีจริง และดีเบต มีวิวาทะเรื่อง Howard Zinn และนอม ชอมสกี้ ที่มีอ้างในหนังด้วย ครับ

http://mises.org/Community/forums/t/28222.aspx?PageIndex=2

เมื่อผมแถมตามที่เขาคุยกันเรื่องA People’s History of American Empire by Howard Zinn คนทำการ์ตูนเล่นกับงานประวัติศาสตร์ประชาชนของจักรวรรดิอเมริกา เกี่ยวกับแผนที่ชาติอเมริกาได้น่าคิดดี มีประเด็นเรื่องต่างๆ ใช้มุมมองหลากหลาย ปัญญาคิดมาก และถ้าเราคิดถึงทุกข์ยาก(Miss Misery) มันไม่ง่ายกัน น่ะ ครับ

เมื่อผมติดต่อผู้คน ออกพบปะสนทนา ต่างๆ นานา และผมมาเล่าเรื่องประสบการณ์ ในหนังเรื่อง’Great Expectations’ ทำให้นึกถึงเรื่องรักไม่สมหวังของค้านท์ เปรียบเทียบกับศิลปินหนุ่มในหนัง’Great Expectations’ ยากจนเอื้อมมือคว้าของผู้ชาย ที่หลงรักหญิงสาวชนชั้นสูงศักดิ์ เวลาที่จับมือเย็น ต่อมาจับมือแล้วรู้สึกอุ่น แม้ไม่ได้ครองคู่กัน แต่ความประทับใจอยู่ในหัวใจของคนเรา เป็นแรงบันดาลใจให้สู้ชีวิต มากกว่าบางครั้งคนใกล้ตัว และคนรักที่อยู่ไกลตัวจากสูญหายตายไป แม้ตายเหมือนณอน ในเรื่องGood Will Hunting ก็ยังมีชีวิตเรียนรู้ความทุกข์ มองโลกแง่ดี ไม่อยากให้หายนะ

ถ้าเราคิดถึงคำคมประเภทชีวิตเราสั้นนัก ศิลปะยืนยาว.. แต่บางคนอาจจะบอกว่าคุณค่าของชีวิต คือ ชีวิตสั้นนัก สำคัญที่ความรัก เป็นเหตุการณ์ทรงคุณค่าสูงสุดในชีวิต.. และเราจะเลือกแนวไหน ถ้าแนวอื่น ในมุมเรียนรู้ความทุกข์จากร่างกาย ในกรณีที่ผมเขียนเคยเล่าไปแล้วบ้าง ตอนนี้มีเพิ่มเกิดปุ่มขึ้นที่หัว เวลาเครียดจะเกิดปุ่มขึ้นเหมือนมันสะสมความเครียดไว้แถวเส้นเลือดในสมอง ถ้าเกรงอาการหนักอันตรายเส้นเลือดในสมองแตก ครับ
เมื่อแง่นักคิดนิทเช่กับความทุกข์ยากของความคิดต่างๆ โดยอาการหวัดของผมไม่ได้แพร่กระจาย และป่วยเป็นไข้อย่างกับมีอะไรเข้าสิง วิญญาณออกเดินทาง ฝันไปเรื่อยเปื่อย ในฐานะผู้กำกับหนังสั้น(หรือผู้กินกับ) และผมนึกถึงงานเขียนตัวเองด้านท่องเที่ยวเกี่ยวกับเชียงตุง คิดถึงการแพร่กระจายของศาสนาพุทธ ในด้านจากอินเดียมาพม่า แลกเปลี่ยนกับไทย และต่อมาพม่าภายใต้อาณานิคมของอังกฤษการแพร่กระจายของคริสตศาสนา

กระนั้น ผมอยากเล่าเพิ่มเติมเวลาที่ผมนึกถึงคอลัมภ์ลองย้อน นึกถึงหาซื้อของฝาก อะไรดี? และผมไม่รู้จะซื้ออะไร เท่าที่จำได้ ก็ตลาดมีลูกประคำ ตาลปัตรเหมือนของพระพม่าใช้กัน มียันต์ภาษาพม่า ก็ซื้อกลับมาไว้ด้วย ทำให้ผมนึกถึงเคยเช่ามีดโต้ชาตรี มีดหมอชาตรี หลวงพ่อฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง อุทัยธานี มีดโต้ชาตรี มีดหมอด้ามงา ปี 35 ปี 36 สุดยอดแห่งมีดหมอยุคปัจจุบัน..ขึ้นชื่อว่าชาตรี หลวงพ่อได้พูดไว้ถึงอานุภาพว่าถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ 10 ประการ นิวเคลียร์ และภัยแห่งไสยเวทย์ทั้งหลาย ปัจจุบันหายากมากเพราะของไม่มีเพียงพอกับความต้องการ มีดโต้เล็กนั้นมีเคล็ดการใช้ที่น่าพิศวงมาก ดีทั้งชื่อและพุทธคุณ ปัจจุบันมีของเลียนแบบมาก

http://www.taradpra.com/itemDetail.aspx?itemNo=405388&storeNo=3889

โดยผมอยากเล่าเรื่องทัวร์แปลกๆ จากร่างกายตายไปเป็นวิญญาณ ซึ่งการ์ตูน…
ทัวร์วิญญาณอลเวง SOUL MATE Tourist
เพราะบังเอิญไปทำป้ายหลุมศพเสียหาย จึงถูกวิญญาณซามูไรแค้นเข้าสิง มาริโกะ สาวมัธยมปลายซึ่งมีความสามารถในการมองเห็นวิญญาณจึงต้องพยายามทำให้วิญาณพึงพอใจโดยการตามหาลูกและภรรยาที่จากกันตั้งแต่ตอนมีชีวิต แถมยังต้องสร้างสุสานใหม่ให้อีก ระหว่างนั้นเธอได้รับความช่วยเหลือจากบริษัท Soul mate tourist ซึ่งดำเนินธุรกิจทำทัวร์วิญญาณชวนมาร่วมงานด้วย วัตถุประสงค์ของบริษัทนี้คือ ช่วยให้วิญญาณที่ยังมีห่วงในโลกนี้พ้นทุกผ่านการนำเที่ยว โดยเธอต้องทำงานตอบแทนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
โดยการทำงานพิเศษเป็นไกด์นำเที่ยวให้กับบริษัท โดยมีทาเคนากะ พนักงานทำเที่ยวซึ่งตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นคอยเป็นพี่เลี้ยง ตอนแรกมาริโกะไม่อยากทำเท่าไหร่ เพราะ เธอเป็นคนกลัวผีมาก แต่พอได้สัมผัสกับการทำงานนานๆเข้า ได้เห็นวิญญารสามารถไปสู่สุขติจากการทำงานของเธอ มาริโกะก็สามารถยอมรับการทำงานได้มากขึ้น บวกกับอยากทำให้คุณย่าของเธอที่เสียไปตั้งแต่เธอยังเด็กๆได้ไปสู่สุขติ มาริโกะจึงพยายามทำงานอย่างเต็มที่ จนในที่สุดเธอก็ทำฝันของยายที่จะได้เที่ยวกับครอบครัวอีกครั้งให้เป็นจริง หลังจากนั้นเธอก็กลายเป็นไกด์ทัวร์วิญญาณเต็มตัว

เรื่องนี้น่ารักดี ออกแนวขำมากกว่าซึ้ง หรือ เค้าซึ้งแล้วเราไม่เข้าใจก็ไม่รู้ เพราะทั้งเรื่องบ่อน้ำตาแตกตอนเดียว คือ ตอนที่ยายหลานลากัน ส่วนตอนที่ชอบที่สุด คือ ตอนที่ มาริโกะ ไปพยาบาลทาเคนากะที่ไม่สบาย และรับอาสาออกไปเดินเล่นทักทายวิญญาณตามที่ต่างๆแทนเจ้าตัว ตอนนี้ทำให้มาริโกะประทับใจทาเคนากะมาก แต่สุกท้ายตอนจบก็ยังไม่สรุปอยู่ดีว่า รักแรกพบของทาเคนากะสมหวังหรือไม่ ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้มีออกเป็นฉบับนิยายด้วยหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ที่ร้านเช่ามีนิยายชื่อประมาณ ทัวร์วิญญาณ ออกมา เอาเป็นว่าถ้าใช่ค่อยเขียนเชื่อมโยงทีหลังละกันเนอะ

http://umakono.blogspot.com/2009/12/soul-mate-tourist-yurei-ryoko-dairiten.html

ฉะนั้น ผมชอบการ์ตูนเรื่องนี้ และตอนนักเขียนGhost writer คือ เขาเป็นนักเขียน ที่กลายเป็นผีจริงๆ เพราะตอนตายก็ยังเขียนนิยายไม่ได้ มัวแต่เก็บข้อมูลสนุกกับการเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยว ออนเซ็น และหญิงสาว
จนกระทั่ง เขาเป็นวิญญาณต้องมีสาวนำทัวร์ รำลึกความหลังของนักเขียน กวี มีชื่อดัง โดยเขากล่าวถึงพล็อตเรื่องนิยายโรแมนติคว่าความรักไม่ได้เรียนรู้ด้วยหนังสือ หรือ เอกสาร แต่สัมผัสด้วยใจเมื่อแรกจับมือกัน นักเขียนผีเขียนนิยายเรื่องเมื่อเรียกชื่อเจ้า…แล้วเขาก็ไปสู่สุคติโดยไม่ล่ำลา ก็นางเอกบอกว่าจากไปโดยไม่ล่ำลามันน้ำเน่าไปหรือเปล่า ค่ะ(คนแปลคงอยากให้ขำนิดๆ น่ะครับ)

อย่างไรก็ดี การถ่ายรูปหมู่สำหรับไกด์ทัวร์ก็สำคัญ ไม่ว่าจะรูปหมู่รูปคู่ ก็น่าติดตาม ในเรื่องLomography เค้ามีกฎทองอยู่ 10 ข้อค่ะ แต่โดยส่วนตัวแล้วทำข้อ 10 อยู่ข้อเดียวค่ะ ถ่ายตามความรู้สึกค่ะ ภาพที่ได้ออกมาจะมีอารมณ์ของมันเอง
The 10 Golden Rules of Lomography
1. Take your camera everywhere you go (เอากล้อง Lomo ติดตัวไปด้วยในทุกๆที่ที่ไป)
2. Use it anytime , Day and Night (ใช้ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน)
3. Lomography is not an interference in your life,but a part of it (LOMOGRAPHY เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต)
4. Try shot from the Hip (ถ่ายโดยไม่ต้องเล็ง)
5. Approach the objects of your lomographic desire as closely as possible(ถ่ายให้ใกล้ที่สุดเท่าทีจะทำได้)
6. Don’t think (William Firebrace) (ถ่าย!อย่าคิด)
7. Be Fast (รวดเร็วเสมอสำหรับ Lomography แล้ว สิ่งที่เห็นครั้งแรก สำคัญและมีความหมายที่สุดเสมอ จงเชื่อมั่นในตัวเอง)
8. You don’t have to know beforehand what you’ve captured on film (อย่าไปคิดมากว่าจะได้ภาพออกมาเป็นแบบไหน)
9. Afterwards either (หลังจากล้างภาพออกมาแล้ว ก็ไม่ต้องไปพยายามนึกถึงว่ามันคือภาพอะไร)
10. Don’t worry about any rules(ไม่ต้องไปสนใจกฎใดๆทั้งสิ้น)
ลองไปหามาเล่นซักตัว แล้วจะติดใจค่ะ

http://www.facebook.com/MPK.LOMO.Classic/app_4949752878

ดังนั้น ปิดท้ายผมลองติดตามหาเพลงประกอบหนัง Good will Hunting เพิ่มเติม เช่น เพลง”Room”Written and Performed by Dan Lander ว่าด้วยเพลงประกอบภาพยนตร์ Good will Hunting ที่เวลาเพื่อนอกหัก เช่น ผู้หญิงอกหัก ก็จะมีเพื่อนที่คบมายาวนานช่วยซับน้ำตาให้เพื่อน ส่วนผมกลับมาเล่าซ้ำขยายความจากผมเคยเขียนบันทึกไว้นานแล้ว จึงเปลี่ยนบรรยากาศจากเพลงในหนัง เพราะพลาดโครงการทำหนังสั้นไป ซะแล้ว…แต่ผมไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก ก็เพื่อนนักเขียนดันลบรายการเชียงใหม่ มุมใหม่ไปหมดทุกไฟล์ จึงต้องอัพไฟล์ ที่ผมมีสามไฟล์ขึ้นมาพร้อมอัพหนังสั้นศรีปิงเมือง เชียงใหม่ มุมใหม่ ปีใหม่ ถ้าไงจะมาอัพเชียงใหม่ มุมใหม่ Revisited กับหนังสั้นศรีปิงเมือง…coming soon…
Elliott Smith – True Love (lyrics)
True love is a rose behind glass
It’s locked and kept closed
Maybe just to me
My heart’s been attacked
Shattered by tough love, bad love
I bought mine off the street
True love, man, just can’t be beat
I felt so complete
Married to heavenly bodies above
And each night I look up
At a bright honeymoon
Because it sure seemed built to last
Even after my honeymoon past
I kept right on at midnight
Like a ghost
To the house it once haunted
And day after day
I’d steal with my true love away
To some hideout we left undisturbed
We could do what we wanted
But I started to feel like a liar
Saying I love you
She was madly in love or mad at me
There was no in-between
It come on and on
I found I can’t make a stand
I’m her hired hand
I have to do harm
One day I got sick
She played me a nasty old trick
Said, “I need cigarettes”
Walked around the block
Caught a cab
Stayed gone for too long
My love had gotten too strong
Just to try to getting back on my own
I had to go to rehab
All I need is a safe place to bleed
Is this where it’s at?
Half of no chance
Steps in a dance
Your life’s just a combat
Now I’m the king of the ward
Because I’m good and I swallow my sword
Puke it up for the doctor to write
A new prescription
Tranquil as a dove
People that have lost their true love
All seem to fit the same description
I feel cold, useless and old
Wish I was no one
Take me home, my love
Take me home today
Take me out of this place
Take me home with you today

http://www.songmeanings.net/songs/view/63036/#3r7TSm6LiU2wUGE0.99

เมื่อผมนึกถึงครบรอบหนึ่งปี คือ ผมเคยเข้าร่วมประชุมSocial Security เกี่ยวกับAsian Minima in Practice 24-25สิงหาคม ที่เศรษฐศาสตร์ มช. และเพลงที่น่านึกถึงเสือ ธนพล – ดูโง่ๆ เป็นอัลบั้มใจดี สู้เสือในปี พ.ศ. 2541 แนวคิดสู้วิกฤติเศรษฐกิจ40 มาถึงปีเสือ ถ้าจำไม่ผิด และผมชอบเพลงอินกินใจของผมดูโง่โง่ ในสมัยวัยรุ่น และหลายวันก่อน ผมไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้เพิ่งมาหวนคำนึงความหลังร้องเพลงคาราโอเกะ เพลงดูโง่ๆ จากการถูกชวนไปแอ่วม่วน สนทนาดื่มน้ำกันไปมากมาย นั่งพิมพ์งานเขียนคอลัมภ์ สลับออกอาการคล้ายอารมณ์With some help from johnny walker red…ไม่ต้องซับน้ำตากัน เมื่อเจอเพลงเรื่องขี้หมา Y NOT 7 ปิดท้ายคร้าบ

เพลง : ดูโง่ๆ
ศิลปิน : เสือ ธนพล
เนื้อเพลง :
เหตุการณ์มันผ่านไป สิ่งที่เหลือ
คาในหัวใจไม่เป็นไร จะเก็บเอาไว้ แต่สิ่งดี
อย่ากังวลอะไร ให้เธอไปตามทางหัวใจ
ให้เธอเลือกเอง เลือกในสิ่งดี
หากบางที ฉันแสดงออกมา ดูโง่โง่
ขอได้โปรดเข้าใจ ก็แค่อาการ
ของคนใจสลายทั่วไป แต่มันจะมีแค่ครั้งเดียว
ฉันเข้าใจ อะไรอะไร ได้ดีเสมอ
ขอให้เธอได้รู้ความจริง ส่วนลึกในนี้
ว่ายังเป็นคนเดิม เข้าใจเธอดี
ไม่ว่าในพรุ่งนี้หรือเมื่อวาน สิ่งที่ฉันทำลงไป
อาจเลวในสายตาเธอ บอกยืนยันคำเดิม
ไม่มีคำใดมาซ้ำเติม มีเพียงแต่
ส่งใจให้เธอโชคดี เจ็บคงธรรมดา
ให้เวลาเยียวยาหัวใจ ไม่นานคงหายดี
และคงไม่ตาย หากบางที
ฉันแสดงออกมา ดูโง่โง่ ขอได้โปรดเข้าใจ
ก็แค่อาการ ของคนใจสลายทั่วไป
แต่มันจะมีแค่ครั้งเดียว ฉันเข้าใจ อะไรอะไร
ได้ดีเสมอ ขอให้เธอได้รู้ความจริง
ส่วนลึกในนี้ ว่ายังเป็นคนเดิม
เข้าใจเธอดี ไม่ว่าในพรุ่งนี้หรือเมื่อวาน
สิ่งที่ฉันทำวันนั้น ฉันเข้าใจ อะไรอะไร
ได้ดีเสมอ ขอให้เธอได้รู้ความจริง
ส่วนลึกในนี้ ว่ายังเป็นคนเดิม
เข้าใจเธอดี ไม่ว่าในพรุ่งนี้หรือเมื่อวาน
เก็บฉันเอาไว้ เก็บไว้ เพื่อนคนสุดท้ายของเธอ

เรื่องขี้หมา Y NOT 7 มีคนแสดงความคิดเห็นว่า
เมื่อวันนั้น… กูร้องไห้เสียใจแบบไม่อายหมา
และคิดว่าต้องตายแน่ ๆ โคตรทรมาน…ต่อจากนี้จะอยู่ยัง­ไงถ้าไม่มีเธอคนนั้น
มาวันนี้… กูยิ้มให้กับตัวเองและมองย้อนกล­ับไป
ว่าตัวเองแม่งก้อเข้มแข็งและเก่­งเหมือนกันนี่หว่าที่ผ่านมาได้แ­ละอยู่มาได้ถึงวันนี้
….เรื่องขี้หมา….
goocrazy 3 เดือนที่ผ่านมา 114
ตอนนี้อายุ 36 ยังโสด ไม่มีแฟน ไม่มีใครจริงใจ
เคยคบผู้ชายแก่กว่า แม่งก็หลอกฟัน ไปคบเด็กกว่า แม่งก็หลอกเอาตัง
เคยไปลองคบทอม อยู่ๆแม่งก็ท้อง พอไปเป็นทอมซะเอง ก็โดนดี้ทิ้งไปเอาผู้ชายอายุเท่­ากัน
ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิต แต่ไม่เ็ป็นไร อยู่ได้ เรื่องแค่นี้…มันขี้หมา
kunjiek 3 วันที่ผ่านมา 27

มึงเจ็บ….กว่าแม่มรึงคลอดไหมล­ะ!!!!
Lek Zaaz 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อก่อนเราไม่มีเค้า เรายังอยู่้ได้เลย
banksandee 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

เจ็บจนได้ กับวันนี้ F Gภูติผีตนใดกัน สิงให้เธอมันเปลี่ยนไป Am Emจบจนได้ อย่างปวดร้าว F Gไม่นึกว่าคนเรา ทิ้งขว้างกันได้ง่ายดาย Am Emหมดแรงสร้าง หมดแรงหวัง F Gไอ้ฉันมันจริงจัง ฉันก็มีแต่เสียใจ Am Emขอบใจมาก ที่ทำฉัน F Gให้ทุกข์ทรมาน หวังว่าเธอคงสะใจ C Cmaj7 Am* แต่อย่าคิดว่าฉัน ไม่มีหนทางอื่น G F Gถึงใจมันขมขื่น แต่สักวันก็คงหาย C Cmaj7 Amแค่ผู้หญิงที่รักไม่จริง ทิ้งกันไป G F Gไม่ทำให้ถึงตาย เรื่องแค่นี้มันขี้หมา F G** ถึงจะเจ็บสักเท่าไร ไม่มีหรอกน้ำตา Instru: Am(4times) Am Emอยู่มาได้ อยู่มาแล้ว F Gไม่เห็นต้องมีเธอ ฉันก็มีลมหายใจ Am Emอาจจะบ้า อาจจะเพี้ยน F Gก็เพราะเธอวนเวียน มาหลอกตามาหลอกใจ

27 สิงหาคม55
26 สิงหาคม
เหตุการณ์พ.ศ. 2332 (ค.ศ. 1789) – การปฏิวัติฝรั่งเศส: สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติ ณ แวร์ซาย รับรอง คำประกาศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมือง
พ.ศ. 2382 (ค.ศ. 1839) – เรือ อมิสตาด ที่บรรทุกทาสจากแอฟริกา ถูกจับใกล้เกาะลองไอส์แลนด์ ในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
พ.ศ. 2426 (ค.ศ. 1883) – ภูเขาไฟกรากาตัวในประเทศอินโดนีเซีย ระเบิดอย่างรุนแรง เกิดคลื่นสึนามิทำลายหมู่บ้าน 163 หมู่บ้าน บนเกาะชวาและเกาะสุมาตรา มีผู้เสียชีวิต 36,380 คน
พ.ศ. 2445 (ค.ศ. 1902) – ประกาศตั้งเมืองมีนบุรี
พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) – พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชพิธีอภิเษกสมรส ระหว่าง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา กับ หม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี สวัสดิวัตน์ ณ พระที่นั่งวโรภาสพิมาน พระราชวังบางปะอิน
พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) – เยาวภา บุรพลชัย คว้าเหรียญทองแดงการแข่งขันเทควันโด ในกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ
พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) – การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 : พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกยึด สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ( NBT ) และยึดสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง เช่น กรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำเนียบรัฐบาล
วันเกิดพ.ศ. 2416 (ค.ศ. 1873) – พระราชชายา เจ้าดารารัศมี พระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (สิ้นพระชนม์ปี พ.ศ. 2476)
พ.ศ. 2423 (ค.ศ. 1880) – กีโยม อาโปลีแนร์ กวี/นักวิจารณ์ศิลปะชาวฝรั่งเศส (เสียชีวิตปี พ.ศ. 2461)
พ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1910) – แม่ชีเทเรซา (เสียชีวิตปี พ.ศ. 2540)
พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) – พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีไทย
พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) – หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด พระปนัดดาในกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) – แม็กเคาเลย์ คัลกิน นักแสดงชาวอเมริกัน
พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) – สาริกาเล็ก อ.เอกรินทร์ แชมป์โลกมวยสากลเยาวชนคนแรกของประเทศไทย
พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) – อังกูร หวังยศ บุตรชาย ร.อ.สุขสถิตย์ หวังยศ

http://th.wikipedia.org/wiki/26_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

27 สิงหาคม
เหตุการณ์พ.ศ. 2319 (ค.ศ. 1776) – กองทัพอังกฤษนำโดยนายพล วิลเลียม ฮาว ได้ชัยชนะเหนือทหารอเมริกัน นำโดยนายพล จอร์จ วอชิงตัน ในยุทธภูมิลองไอส์แลนด์
พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896) – แซนซิบาร์ประกาศยอมแพ้หลังจากทำสงครามกับสหราชอาณาจักรเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง
พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) – รัฐบาลชุด จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้อนุญาตให้คนไทยเปิดการพูดไฮปาร์ค ตามแบบอังกฤษได้เป็นครั้งแรก ที่ท้องสนามหลวง
พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) – สหรัฐส่งดาวเทียมมาริเนอร์ 2 ขึ้นสู่วงโคจรรอบดวงอาทิตย์
พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) – สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลศิริราช พระชนม์ยุ 91 พรรษา
พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) – ดาวอังคารเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบเกือบ 60,000 ปี
[แก้] วันเกิดพ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) – พลตำรวจโท ดร.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ อดีตโฆษกรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช
พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908) – ลินดอน บี. จอห์นสัน ประธานาธิบดีคนที่ 36 ของสหรัฐฯ (เสียชีวิต พ.ศ. 2516)
พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) – เบิร์นฮาร์ด ลังเกอร์ นักกอล์ฟชาวเยอรมัน
พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) – คาร์ลอส โมยา นักเทนนิสชาวสเปน
พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) – ศราวิน ใจสมุทร บุคคลทั่วไป
[แก้] วันถึงแก่กรรมพ.ศ. 2178 (ค.ศ. 1635) – โลเป เด เบกา กวี/นักเขียนบทละครชาวสเปน (เกิด พ.ศ. 2105)
พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) – สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช
[แก้] วันสำคัญและวันหยุดเทศกาลมอลโดวา – วันประกาศเอกราช

http://th.wikipedia.org/wiki/27_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

28 สิงหาคม
เหตุการณ์พ.ศ. 2388 (ค.ศ. 1845) – นิตยสาร Scientific American ฉบับแรก วางจำหน่าย
พ.ศ. 2393 (ค.ศ. 1850) – Lohengrin อุปรากรจินตนิยมโดย ริชาร์ด วากเนอร์ เปิดการแสดงรอบแรกในเยอรมนี
พ.ศ. 2428 (ค.ศ. 1885) – กรมหมื่นบวรวิไชยชาญ ทิวงคต เลิกประเพณีวังหน้าในวันนี้
พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) – มาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของพลเมือง กล่าวสุนทรพจน์ “I Have a Dream” ต่อหน้าฝูงชนในบริเวณอนุสรณ์สถานลิงคอล์น วอชิงตัน ดี.ซี. เรียกร้องให้ชาวอเมริกันยุติการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ
พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1968) – ลอบสังหารนายจอห์น กอร์ดอน เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกัวเตมาลา
พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) – มาร์ค สปิตซ์ ได้เหรียญทองเจ็ดเหรียญจากกีฬาว่ายน้ำ ในการแข่งกันกีฬาโอลิมปิกที่เมืองมิวนิก
พ.ศ. 2520 (ค.ศ. 1977) – กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ตั้งจังหวัดพะเยาขึ้น เป็นจังหวัดที่ 72 (ในเวลานั้น) ของประเทศไทย โดยแยกมาจากจังหวัดเชียงราย
พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) – ซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอิรัก ประกาศว่าคูเวตเป็นจังหวัดใหม่ของอิรัก
พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) – เจ้าฟ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ หย่าขาดจากเจ้าหญิงไดอานา
พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) – มนัส บุญจำนงค์ คว้าเหรียญทองเหรียญที่ 3 ให้ประเทศไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ณ เอเธนส์ ประเทศกรีซ
วันเกิดพ.ศ. 2292 (ค.ศ. 1749) – โยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเท นักเขียน/นักสิทธิมนุษยชน/นักวิทยาศาสตร์/นักปรัชญา/จิตรกร ชาวเยอรมัน (ถึงแก่กรรม 22 มีนาคม พ.ศ. 2375)
พ.ศ. 2460 (ค.ศ. 1917) – แจ็ก เคอร์บี นักวาดการ์ตูนชาวอเมริกัน (ถึงแก่กรรม 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537)
พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1937) – ครูยอดธง เสนานันท์ ครูผู้สอนมวยไทย
พ.ศ. 2486 (ค.ศ. 1943) – พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี

http://th.wikipedia.org/wiki/28_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

31 สิงหาคม
เหตุการณ์พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) – แจ็กเดอะริปเปอร์ กระทำฆาตกรรมเหยื่อสาวคนแรก
พ.ศ. 2443 (ค.ศ. 1900) – วางศิลาฤกษ์พระที่นั่งวิมานเมฆ
พ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1910) – พิธีปลงพระศพเจ้าอุตรการโกศล น้อยศุขเกษม ณ เชียงใหม่ เจ้าราชบุตรแห่งนครเชียงใหม่
พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) – พันตรีควง อภัยวงศ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. 2524 – กองทัพแดงญี่ปุ่นวางระเบิดฐานทัพอากาศสหรัฐในเยอรมันตะวันตก
พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) – แอดมิรอลนาคิมอฟ เรือเดินสมุทรโซเวียตอับปางลงในทะเลดำ หลังชนกับเรือสินค้า 7 นาที ผู้โดยสารเสียชีวิต 398 คน
พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) – เครื่องบินโบอิง 737 ของบริษัทเดินอากาศไทย ตกขณะร่อนลงจอดที่สนามบินภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต 83 คน โดยสาเหตุเกิดจากความสับสนของเจ้าหน้าที่วิทยุการบิน และนักบินสายการบินดรากอนแอร์ ที่ลงจอดในเวลาใกล้เคียงกัน
พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) – ก่อตั้งขบวนการร่วมเพื่อเอกราชปัตตานี
พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) – คีร์กีซสถาน ประกาศเอกราชจากสหภาพโซเวียต
พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) – อินเดียยอมรับให้ภาษากอนกานีเป็นภาษาประจำชาติ
พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) – เจ้าหญิงไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ถึงแก่กรรมในอุบัติเหตุรถยนต์ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ภาพวาดของสิ่งที่ชาวบ้านเห็นพ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) – ชาวบ้านที่ อำเภอแม่จัน จ.เชียงราย อ้างว่าพบเห็นสิ่งประหลาดเคลื่อนไหวได้กลางทุ่งนาตอนเช้าตรู่ และต่อมาได้ลอยหายไปในท้องฟ้า เชื่อว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว แต่ภายหลังมีผู้สันนิษฐานว่า สิ่งที่เห็นนั้นอาจเป็นลูกโป่งแฟนซีที่ลอยตามลมมาจากงานรื่นเริงใกล้เคียง
พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) – ความไม่สงบในภาคใต้ของประเทศไทย เกิดเหตุการณ์วางระเบิดธนาคารพร้อมกัน 22 แห่งในจังหวัดยะลา

http://th.wikipedia.org/wiki/31_%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

Maria Montessori (August 31, 1870 – May 6, 1952) was an Italian physician and educator
Maria Montessori’s birth anniversary marked by Google doodle
Maria Montessori’s 142nd birth anniversary has become the subject of the latest Google doodle. Maria Montessori was an Italian physician and …

- “นิชเช่” เคยเขียนไว้ว่า ““Only the day after tomorrow belongs to me. Some are born posthumously.”ความหมายคือ ที่เขาเขียนๆอยู่ แล้วคนไม่เข้าใจ สักวันข้างหน้า (the day after tomorrow “วันหลังวันพรุ่งนี้”) ก็จะเข้าใจเอง บางคน “เกิด หลังตายแล…้ว” คือ กว่าคนอื่นจะมาเข้าใจว่า เขาต้องการเสนออะไร ก็อาจจะต้องรอไปจนหลังคนเขียนตายเสียก่อน (จึงค่อย “เกิด”) อันนี้นำมาจากสเตตัทของสมศักดิ์ เจียมฯ สำหรับงานศิลปะไม่ว่ามันจะเป็นPure art หรือไม่ และทัศนะของนิทเช่ ผู้ประกาศว่าพระเจ้าตายแล้ว แม้เขาจะเชียร์สปิริตของศิลปิน แต่ความเป็นจริงของศิลปะ คือ ส่วนใหญ่ผลงานศิลปะจะราคาแพงขึ้นสำหรับศิลปินที่ตายไป มีชื่อเสียงโด่งดัง

ด้านหนึ่งของWalter Benjamin นักวิจารณ์ศิลปะชาวเยอรมัน ที่ผมอ้างเรื่อยๆ กล่าวไว้ว่า ไม่มีกวีนิพนธ์บทใดที่จำเป็นสำหรับผู้อ่าน ไม่มีจิตรกรรมชิ้นใดที่จำเป็นสำหรับผู้ดู ไม่มีซิมโฟนีบทใดที่จำเป็นสำหรับผู้ฟัง ซึ่งสรุปว่าศิลปะมีคุณค่าในตัวเองไม่ต้องแสวงหาการยอมรับของบุคคลอื่น เป็นความหมายในแง่มุมหนึ่งมีดีก็แสดงออก จากทัศนะที่อ้างอิงวอลเตอร์ เบนจามินของเจตนา นาควัชระ ในบทบาทของศิลปิน นักวิจารณ์และประชาชน—-ที่มาบางส่วนจากหนังสือ:ทางไปสู่วัฒนธรรมแห่งการวิจารณ์

—เมื่อเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ ในประเด็นศิลปะ-ภาพยนตร์กรณีเฟซฯของสมศักดิ์ เจียมฯ(ก่อนหน้านั้นเคยวิจารณ์อาจารย์ที่แปลภาษาอังกฤษผิดทางทฤษฎีการเมือง)
รายชื่อโพลล์ล่าสุด The Greatest Films of All Time (ภาพยนตร์ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล)นิตยสาร Sight & Sound ของ British Film Institute (BFI) สถาบันภาพยนตร์สหราชอาณาจักร ได้เผยแพร่ผลโพลล์ล่าสุด “ภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล” 50 เรื่องโพลล์นี้ ได้รับการเชื่อถือกันมาก (อาจจะมากที่สุดในวงการ?) เพราะเป็นโพลล์ทุก 10 ปี ทำกันมาตั้งแต่ปี 1952 โดยให้ นักวิจารณ์หนัง นักวิชาการ และผู้จัดจำหน่ายหนัง (distributors) ทัวโลกเป็นคนโหวตโพลล์คราวนี้ สำรวจจากนักวิจารณ์ นักวิชาการ ฯลฯ รวม 84…6 คนปรากฏว่าที่ “ฮือฮา” กันมากคือ Citizen Kane ของ ออสัน เวลส์ ที่เคยได้อันดับหนึ่งมาตลอด ถูก Vertigo ของอัลเฟรด ฮิทชค็อค ดันตกลงไปอยู่อันดับ 2

นับตั้งแต่ปี 1992 (คือ 20 ปีก่อน) Sight & Sound ยังทำโพลล์แยกต่างหากอีกโพลล์หนึ่ง โพลล์นี้ สำรวจความเห็นเฉพาะผู้กำกับหนังว่า พวกเขาเห็นว่าหนังเรืองไหนคือหนังยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ซึงมีออกมา 10 อันดับ ปรากฏว่า ผลโพลล์คราวนี้ ซึ่งมีผู้กำกับทั่วโลกร่วมโหวต 358 คน หนังญี่ปุ่น Tokyo Story ได้รับการโหวตเป็นอันดับหนึ่ง
รายชื่อ 50 ภาพยนตร์ยิ่งใหญ่ทีสุดตลอดกาล ในความเห็นนักวิจารณ์

http://www.bfi.org.uk/news/50-greatest-films-all-time

รายชื่อ 10 ภาพยนตร์ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ในความเห็นผู้กำกับ

http://www.bfi.org.uk/news/sight-sound-2012-directors-top-ten

คำอธิบายแบ็กกราวน์การทำโพลล์ (การ์ตูนประกอบน่ารักดี)

http://www.bfi.org.uk/news-opinion/sight-sound-magazine/polls-surveys/greatest-films-all-time-2012

—-ประเด็นปัญหาเรื่องอัตนัย(subject) คือ การอ่านตามใจฉัน และปรนัย(Object) คือ ประเด็นหลีกหนีชอบไม่ชอบของตามใจฉัน และประเด็นเรื่องคุณค่าทางจิตใจ–ที่มาบางส่วนจากหนังสือ:ทางไปสู่วัฒนธรรมแห่งการวิจารณ์
นี่เป็นข้อถกเถียงของพวกศิลปะเพื่อศิลปะ ในเรื่องศิลปะบริสุทธิ์(Pure Art) ปะทะศิลปะรับใช้สังคม ศิลปะเพื่อสังคม ศิลปะเพื่อประชาชน ศิลปะการเมือง ในแง่มุมมาถึงศิลปะภาพยนตร์ต่างๆ หลายอย่างเป็นส่วนประกอบ ที่มีการผลิตทฤษฎี-ปรัชญาศิลปะ และองค์ประกอบแกนกลางของคนแต่ละคน-กลุ่มคนในสังคม

ในที่สุด ย้อนกลับไปที่นิทเช่ การอยู่คนเดียวเป็นโสดของเขา ซึ่งเขาใช้เวลา ในการเดินเล่นคนเดียวเงียบๆ คิดเรื่องการเขียนผลงานอันยิ่งใหญ่เรื่องซาราทุสตราได้ แต่ผมไม่ได้อะไรขนาดนั้นมองเห็นความจำเป็นของแง่มุมการอยู่คนเดียวเพื่อใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นเพื่อน…ในคราวจำเป็น เพราะว่าผมชอบคนที่แสดงความคิดเห็นต่อเพลงเรื่องขี้หมา ก็ง่ายดีในมุมนั้น คือ เมื่อก่อนเราไม่เคยมีเค้า ยังอยู่มาได้เลยน่ะ ครับ

เชียงใหม่มุมใหม่ – หอศิลป์ มช.(Revisited)
เที่ยวหอศิลป์ มช.ตอนนั้น เป็นเทปแรกของรายการเชียงใหม่ มุมใหม่ 2554

จากการสนใจเรื่องงานศิลปะ และการเดินทางของผมเคย ร่วมเดินทางไปกับคนพม่าเชื้อสายฝรั่ง คือ ลูกครึ่งไปกัมพูชา เป็นทัวร์กลุ่มใหญ่ ที่มีชาวญี่ปุ่นไปด้วย และผมเคยไปเชียงตุง เมืองไทใหญ่ ที่มีชาวญี่ปุ่นไปด้วยกัน ก็มีเรื่องราวศิลปะ สะท้อนผ่านการเดินทางท่องเที่ยว น่ะครับ

หากใครสนใจผลงานศิลปะการคัดลอกงานจิตรกรรมฝาผนัง ในสมัยเรียนของผม ก็สนใจติดต่อซื้อขายได้ น่ะค้าบ ฮาๆ การวาดรูปจิตรกรรมไทย ตอนที่ผมหัดวาด คือ การเรียนก็ลอกแบบจิตรกรรมในฝาผนังของวิหารตามวัด เป็นการเริ่มต้นพื้นฐาน โดยการคัดลอกเลียนแบบเป็นการเริ่มต้นของพัฒนาการของสไตล์เป็นของตัวเองด้วย น่ะครับ

ตอนรับน้องวิจิตรศิลป์ จะมีรุ่นพี่สต๊าฟ ไซโคกึ่งว๊าก รุ่นน้องเป็นคำคมว่า “โชว์โง่” เนื่องจากทีเล่นทีจริงโชว์โง่ ขายงานศิลปะได้ก็ดี งานศิลปะของผม ก็คิดถึงตอนเดินทางไปกัมพูชา ที่ผมเคยเขียนเล่าไว้ว่าผมซื้องานแกะสลักเลียนแบบพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ของนครวัดมาด้วย แหละครับ

เมื่อถามผมชอบหนังแนวรัก In the Mood for Love ก็ต้องเฮียหว่องกาไว เหมือนภาคแรกของหนังเรื่อง2046 ในฉากนครวัด และหลายสถานที่ของหนังหว่องกาไว เหมาะคุยเรื่องอาเซียนบ้าง ก็นึกถึงในแง่วัน8สิงหา เป็นวันอาเซียน และน้องสาวของผมแท้ๆ ตอนนี้เรียนอยู่ฟิลิปปินส์ และผมจะไม่รำลึกถึงบรรยากาศของหนังอารมณ์อาเซียนในฉากสุดท้าย หละ ครับ
In the Mood for Love – Final Sequence

ความแตกต่างของตะวันออก กับตะวันตก ในแง่ภูมิศาสตร์แห่งการเดินทาง และการเลือกเก็บอารมณ์ไว้ในรูของพระเอก กับการปลดปล่อยของจิตใจเดินทางไปหาหญิงสาว ในแง่เปรียบเทียบภาพยนตร์เรื่องGood Will Hunting กล่าวถึงการที่กลุ่มเพื่อนของวิลล์และตัวเขาไปเที่ยวผับแถบฮาร์วาร์ด ชัคพยายามจีบนักศึกษาคนหนึ่งซึ่งกลายเป็นชนวนให้ถูกเพื่อนชายพูดบลั๊ฟเรื่องการศึกษา สุดท้ายวิลล์ต้องเข้ามาแก้สถานการณ์ ในฉากนี้ภาพยนตร์แสดงให้เห็นถึงความสามารถของวิลล์และประสบการณ์ชีวิตของเขาที่ได้จากหนังสือ …

ใช่ ความจำเป็นของการอ่านหนังสือออก เรียนรู้ จำลอกเลียนประสบการณ์จากหนังสือ เหมือนเรียนรู้ประสบการณ์ทุกข์ยากของแวนโก๊ะ จากการอ่าน ซึ่งแวนโก๊ะ ต้องตัดหูตัวเอง เมื่อบ้าหลงรักสาวโสเภณี…

เมื่อผมนึกถึงจิตรกรอารมณ์ซีเรียสเครียดทุกข์ยาก จมจ่ออย่างแวนโก๊ะ หรือคนร้องเพลงMiss misery แล้วมีคนคร่ำเคร่งจริงจัง ในงานวรรณกรรม คือ รุ่นพี่นักเขียนของผม ถึงขั้นฆ่าตัวตาย และผมเข้าใจว่าคนจริงจัง ก็เจ็บเป็น ในรอบสิบปีมานี้ ไม่มีนักเขียนไทย ที่เศร้าสร้อยจริงจังเท่าเขาอีกแล้ว ถึงขั้นนี้ น่ะครับ
โดยวิลล์ เรียนรู้ประสบการณ์จากนักจิตบำบัด เช่น ณอน จากหนังสือประวัติชีวิตของเขา และบทสนทนา ที่เป็นทั้งคำถาม ทำไม? สาเหตุฉันรู้สึกเจ็บปวดขณะนี้? โอ ฉันเจ็บปวด แต่ฉันไม่เจ็บปวดวันเดียว ที่ฉันได้อยู่กับเธอ คือ เมียของฌอน ในแง่ความหมายว่าเมียตาย แต่ไม่เสียดาย ที่มีความทรงจำเรียนรู้ได้อยู่ร่วมกันเธอมาก่อน

“Why? ‘cause the pain I feel now?” “Oh, I get regrets; But I don’t regret a single day I spent with her”

หลังจากจุดลังเล จะดำเนินความสัมพันธ์ไปต่อไม่เจ็บปวดอย่างไร?วิลล์โทรไปหาสกายลาร์บอกกับเธอว่าเขาสมัครงานใหม่ สกายลาร์ว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอสนใจ เธอรักเขา วิลล์ยิ้มเมื่อเธอบอกรักเขา ดูเหมือนว่าวิลล์จะเริ่มมั่นใจว่าเขายังเป็นที่ต้องการของใครบางคน แต่เขาปฏิเสธที่จะบอกสกายลาร์ว่าเขารักเธอ โดยการเงียบ
Session ถัดมาวิลล์ไม่มาหาฌอนตามนัด วิลล์คุยกับชัค ชัคบอกให้วิลล์ตัดสินใจทำในสิ่งที่เป็นตัวของเขาเอง ไม่ใช่เกาะติดกับเพื่อน เราเห็นว่าวิลล์หลบอยู่ในเกราะ ในหมู่เพื่อนสนิทที่รักเขา และยอมตายแทนกัน (ตอนต้นเรื่องที่เพื่อนทั้งสามคนลงไปลุยกับอริเก่าของวิลล์) วิลล์ลังเลที่จะออกไปเผชิญโลกข้างนอก และซ่อนตัวอยู่ในโลกเล็กๆ ที่ปลอดภัยของเขาดังที่สกายลาร์รู้สึก

แน่นอน การเลือกจะทำทั้งสองอย่าง เช่น เลือกงานอย่างวิลล์ แล้วไม่สนใจเธอ ก็ยากในการตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง และอัจฉริยะยังต้องเลือกอย่างเดียว ทำพร้อมๆกันไม่ได้ง่าย เป็นประเด็นสำคัญของการเลือกSoul Mate ใช้ชีวิตต่อมา คือ I had to see about a gril ไปบอกลาณอน ผู้ให้แรงบันดาลใจลอกเลียนบบณอน และเขาขับรถของเพื่อนที่ให้ไปด้วย น่ะครับ

ทั้งนี้ ผมสรุปเล่าย่อเรื่องรัก ที่ปรากฏในหนังสือเรื่องวิสามัญสำนึกของเกษียร เตชะพีระ น่ารักมาก เรื่องราวจับมือกับเธอเป็นการ์ด ในเหตุการณ์ หกตุลา และเขาต่อมาสารภาพรักลาจากเธอไปเป็นนักรบคอมมิวนิสต์ในป่า ต้องไปหาอ่านเพิ่มเติมกัน แต่ผมจะเล่าเรื่องสรุปย่อๆสั้นๆ คือ หนังสือเก่าๆ ในยุค2535 ที่มีสถานการณ์การเมืองพฤษภาฯ อันน่าสนใจเรื่องสภากระจก และปัญหาปัญญาชน เป็นหนังสือ ที่ผมย้อนกลับมาอ่าน ในตอนนี้ น่าจะเหมาะกับเรื่องGood Will Hunting ในแง่ปัญญาชน ว่าปัญหาประชาธิปไตยของนักวิชาคนหนึ่ง ที่ร่วมนำเสนองานต้องถูกปรับแก้ส่วนบทสรุปให้สากลน้อยลง เพราะประชาธิปไตยจากตะวันตกแตกตัวเป็นคำล่องลอย (Free-Floating Signifier) แล้วเกษียร ก็เขียนว่าเราเห็นต่างกัน

แต่มีเป้าปรารถนาอย่างจริงใจบริสุทธิ์ใจตรงกัน และเขานึกถึงคำคมของเพื่อนนักวิชาการ คือ ผมไม่มีเพื่อนสนิทสักคน ในหมู่นักวิชาการ นักวิชาการน่ะ เป็นคนประเภทขาดความมั่นใจในตัวเอง ต้องพยายามคิดหาไอเดียใหม่ๆ อยู่เสมอแข่งกันหนัก แรงกดดันมันมากเกินไป ปกติแล้วคนพวกนี้ไม่มีประสบการณ์โดยตรง ในโลกความเป็นจริงหรอก มีแต่สมองมิหนำซ้ำ ส่วนใหญ่แล้วมักคิด หมกมุ่นแต่เรื่องเล็กน้อยไร้สาระอยู่เรื่อย

เมื่อหลากหลายเรื่องราวของปัญญาชน แต่ว่า ยี่สิบปีผ่านไป จากยุคนั้น นักวิชาการกับสิทธิ เสรีภาพของประชาธิปไตยไทยๆ เปรียบเทียบกับประชาธิปไตยในอเมริกา ฯลฯเป็นอย่างไรที่เลือกอเมริกาน่าจะเหมาะกับที่เล่าเรื่องGood Will Hunting มา และถ้ามันยุ่งยากขนาดอัจฉริยะต้องพยายามเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น soul mate หรืองาน ถ้าเป็นคุณก็ไม่เลือกทั้งสองอย่าง ก็ไม่มีเค้ามาตั้งแต่แรกในแง่ผู้หญิง ส่วนเรื่องงาน ก็เหมือนกันไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว กรณีที่สามการเมืองเป็นพลเมืองเฉยๆ ดีกว่าคุณจะมาสับสนปั่นป่วนซีเรียสจริงจังมั่วกับชีวิต เพราะมันทุกข์ยาก ใกล้บ้าเส้นแบ่งระหว่างอัจฉริยะกับคนบ้า 5555 น่ะครับ

อย่างไรก็ดี หนังก็คือ หนังอยู่วันยันค่ำ ไม่ใช่ความจริง และ Good Will Hunting ที่มีเรื่องอัจฉริยะ กับเรื่องsoul mate จึงขายได้ เหมือนกับเรื่องProof หรือ A beautiful mind ที่มีคนคอยดูแลอัจฉริยะๆ เพี้ยนๆ ซึ่งความจริง A beautiful mind คือ ชีวิตจอหน์ แนชอัจฉริยะคณิตศาสตร์ จริงๆ ถูกทิ้งจากเมียต่างจากตัวหนัง ในแง่นี้ ผมเล่าเรื่องชีวิตจริงเปรียบเทียบผ่านมาแล้วทั้งชีวิตจริงของนิทเช่ ค้านท์ เกอเธ่ ต่างๆ นานา นะครับ

–กระนั้น ผมไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก สำหรับติดตามข่าว—
ชายคนแรกบนดวงจันทร์ ‘นีล อาร์มสตรอง’ เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 82
นักบินอวกาศสหรัฐ “นีล อาร์มสตรอง” เจ้าของวลี “ก้าวเล็กๆ ของคนหนึ่ง คือก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่แห่งมวลมนุษยชาติ”

http://www.prachatai3.info/journal/2012/08/42284

“อังคาร กัลยาณพงศ์” เสียชีวิตแล้ว

http://www.prachatai3.info/journal/2012/08/42268

อำลา “อากง SMS”

http://www.prachatai3.info/journal/2012/08/42269

เฟซบุ๊คของKasian Tejapira ความทรงจำของสังคมไม่ได้เป็นเรื่องอัตโนมัติ หากต้องสร้างและผลิตซ้ำขึ้น แม้แต่การเอาชื่อไปวางไว้เป็นสมญาของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะได้รับการจดจำจากสังคมหรือจำอย่างถูกต้องครบถ้วนแม่นยำ คือเหลือแต่ชื่อกลวง ๆ เช่น ซอยกำนันแม้นแถวบางแค ผมถามชาวบ้านแถวนั้นหลายคนแล้วว่า เคยเห็นกำนันแม้นไหม? รู้หรือเปล่าว่าแกเป็นใคร? ใบ้กินทั้งนั้นแหละครับ

การสร้างและผลิตซ้ำความทรงจำของสังคม อาจทำผ่านบุคคลหรือสถาบัน ในแง่บุคคลคือสิ่งประดิษฐ์ทางปัญญาและวัฒนธรรม ไม่ว่าชีวประวัติ อัตชีวประวัติ ประวัติศาสตร์ บทกวี หนัง หนังสือ เพลง ฯลฯ แต่ในแง่สถาบัน คือการนำเอาแก่นที่คิดว่าบุคคลผู้นั้นเป็นตัวแทน เช่น ความเสมอภาค ความยุติธรรม เสรีภาพ ฯลฯ ไปก่อตั้งเป็นแบบแผนในการปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างสิ่งนั้นขึ้น อาทิ ท่านพุทธทาส – สวนโมกขพลาราม, อ.ปรีดี พนมยงค์ – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันปรีดี พนมยงค์ เป็นต้น คุณต้องสามารถผูกความทรงจำเกี่ยวกับตัวเขา เข้ากับอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่า ทั่วไปกว่า และผู้คนมีเหตุผลที่อยากจะจำ อยากจะดำเนิน project ของเขาที่คั่งค้างต่อจากเขามากกว่า เมื่อนั้นแหละเขาก็จะยังไม่ถูกลืม หรือกระทั่งยังไม่ “ตาย” แม้ว่าตัวเขาเองอาจจะไม่รับรู้รับเห็น ไม่แคร์ หรือกระทั่งอยากจะจากไปอย่างสงบแล้วก็ตาม

การจำควบคู่กับการลืม การจำบางอย่างเกี่ยวกับบุคคลย่อมเลี่ยงไม่พ้นที่จะมาควบคู่กับการลืมบางอย่างเกี่ยวกับคน ๆ นั้นด้วย ในความหมายนี้เรากำลังเลือกบางชิ้นส่วนเชื้อมูลของชีวิตเขา และให้ความสำคัญกับมันมากกว่าชิ้นส่วนเชื้อมูลอื่น ๆ ของชีวิตเขาเช่นกัน play up บางอย่างของเขา และ play down บางอย่างของเขา การทำให้บุคคลถูกจำโดยสังคม ให้เขาเป็นหลักหมายอ้างอิงที่คนอื่น ๆ รุ่นหลังจะนับญาติ หาพวก สำเหนียกสำนึกหมาย และ identify ด้วยได้ดังหนึ่งสังกัดชุมชนแห่งความทรงจำเดียวกันร่วมกัน จึงเป็น “การเลือก/การไม่ถูกเลือก” “การเก็บรักษา/การทิ้ง” “การอนุรักษ์/การข้ามพ้น” กระทั่ง “การซื่อตรง/ทรยศต่อ” ชีวิตของเขา มากบ้างน้อยบ้างอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความข้อนี้มีเพื่อเตือนใจตัวเองสำหรับผู้กระทำการจำว่า “การจำ” ที่เราทำนั้นเอาเข้าจริงคืออะไร?

สุกำพลแจงเหตุเด้ง 3 พล.อ.เข้ากรุ อ้างเหมือนฟุตบอลแพ้บ่อยต้องปรับโค้ชวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 18:40:12 น.
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงสาเหตุการปรับย้าย พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.พิณภาษณ์ สริวัฒน์ เจ้ากรมเสมียนตรา ไปช่วยราชการสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า การย้ายไปช่วยราชการเป็นสิทธิและอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มีกฎหมายรองรับชัดเจน และตนทำไปด้วยความจำเป็นต้องทำ เพื่อให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการทำงานเริ่มมีอุปสรรคบ้าง เหมือนเป็นทีมฟุตบอล ตนเป็นผู้จัดการทีม ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นโค้ช และมีผู้เล่น เมื่อผู้เล่น เล่นไม่ดีก็เปลี่ยนตัวไปพักก่อน เมื่อโค้ชไม่ดี แพ้บ่อยก็ต้องปรับตัวออกไปพักก่อน เป็นเรื่องธรรมดาของการบริหารงาน ตนทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่อให้ประสิทธิภาพดีขึ้น
ถามว่า สาเหตุจริงๆ ในการโยกย้ายคือ การนำความลับเกี่ยวกับบัญชีโยกย้ายไปแจ้งให้นายกฯรับทราบใช่หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า เป็นสิ่งหนึ่ง เพราะยังอยู่ในขั้นตอนกระทรวงกลาโหม และเป็นขั้นตอนที่น่าจะรู้กันเฉพาะในบอร์ด ไม่ควรให้ใครรู้ แต่กลับหลุดไปหมด

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1346153622

ป่วนกว่า 100 จุด ปักธงมาเลเซียทั่วชายแดนใต้ฉลอง “วันประกาศเอกราช” เบอร์ซาตูปัด “ไม่เกี่ยว”

http://www.prachatai3.info/journal/2012/08/42401

ดังนั้น ปิดท้ายหลายเพลง และภาพในมิวสิควิดิโอหิมะตกในมิวสิควิดิโอของMarble Sounds – The Time To Sleep นัยประหวัดถึงsnow ball ในหนังcitizen kean และบางคนคิดว่าแรงบันดาลใจของการเขียนไม่ได้วางแผน จู่ๆ มันผุดโผล่ขึ้นมาเอง ก็ผมอาจจะไถลไปเรื่อยกลับมา ถึงเพลงที่เกี่ยวกับหนังGood Will Hunting…
Luscious Jackson – “Why Do I Lie?”
i would love to be better
i would love to be free
i would love to be perfect
when you look at me
but instead i’m still crying
yes instead i’m still lying
sad to say i’m still trying
not to be me
when i see all the weakness
that i turned into sickness
i still think i can slide
just fine on the ice
it’s not easy to be honest
sometimes i’m just astonished
how hard it can be to be true
[CHORUS:]
why do i lie?
is it just to get by
if i give up my lines
will i die?
if fortunes are favored
then i am in labor
and i’m trying so hard
to leave lying behind
i don’t want to be hazy
i don’t think that i’m crazy
but i’ve had some moments
where i am not sure
and if you can forgive me
for just being human
then i will try harder
to keep my words pure
i could be on the border
it could be a disorder
honestly i think
that i can come clean
and all of my stories might even be boring
if i can tell you
what they all mean
[CHORUS]

http://www.azlyrics.com/lyrics/lusciousjackson/whydoilie.html

แต่ถ้าคิดถึง(แสง)เงาของวัน คือ ผมคิดถึงเพลงนี้ในแง่อาการไข้หวัดของส่วนตัว แค่นึกถึงมีแสงก็มีเงาคู่กัน มืมืดมีสว่าง และอย่าไปตีความอะไรมาก เพราะมันเป็นเรื่องธรรมชาติ น่ะครับ
Linkin Park – Shadow Of The Day
I close both locks below the window.
ฉันลงกลอนที่หน้าต่างทุกตัว
I close both blinds and turn away.
ฉันได้แต่หลับตาลงแล้วเบือนหน้าหนี
Sometimes solutions arent so simple.
บางทีการหาหนทางออกนั้น มันไม่เรียบง่ายเลย
Sometimes goodbyes the only way.
บางครั้ง การจากลา เป็นเพียงทางเดียว
And the sun will set for you,
และดวงอาทิตย์นั้นจะลาลับไปเพื่อเธอ
The sun will set for you.
อาทิตย์นั้นจะจากไปเพื่อเธอ
And the shadow of the day,
และเงามืดแห่งวันเวลา
Will embrace the world in grey,
จะโอบอุ้มโลกนี้ให้เป็นสีเทา
And the sun will set for you.
และดวงอาทิตย์นั้นจะจากไปเพื่อเธอ
pink cards and flowers on your window,
การ์ดสีชมพูกับดอกไม้บนหน้าต่างนั่น
Your friends all plead for you to stay.
เพื่อนเธอต่างวิงวอนให้เธออยู่ต่อ
Sometimes beginnings arent so simple.
บางครั้งการเริ่มต้นใหม่ มันไม่ได้ง่ายดาย
Sometimes goodbyes the only way.
บางทีการบอกลาอาจเป็นทางเดียว

http://cll23am.blogspot.com/2012/03/shadow-of-day-linkin-park.html

รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง – ติ๊กชีโร่
เพลง : รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
ศิลปิน : ติ๊ก ชีโร่
เนื้อเพลง :
ฮู… ฮ้า…
ฟ้ายังมีหม่น ฝนยังมีวันแล้ง
สลากยังมีกินแบ่ง แต่หากจะแบ่งใจนี้ไม่มีทาง
น้ำมันยังมีหมด รถยังมีวันล้าง
แต่หากจะให้ล้างใจ หมดจนลืมเธอไปไม่มีทาง
* เฝ้านึกถึงเหตุการณ์วันที่รักกัน
มันยัง In ในหัวใจ
อยากบอกตัวเองลืมเขาสักทีแล้วมีใหม่
แต่ทำไมใจมันไม่ตามใจ
วนเวียนไปแต่รักเธอ
เปลี่ยนตัวใหม่เป็นคนละคน
แต่เปลี่ยนยังไงทำไมรักยังอยู่เหมือนเดิม
โฮ้…รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
สียังมีเปลี่ยน เขียนยังมีวันลบ
ละครยังมีวันจบ แต่หากจะจบใจนี้ไม่มีทาง
ร้านยังมีวันปิด คิดยังมีหยุดคิด
แต่หากจะให้คิดปิด ปิดไม่ให้คิดถึงไม่มีทาง
( * )
โฮ้…รักจะอยู่อย่างนี้ อยู่อย่างนี้
ได้ยินไหม ยังรักเธอมากแค่ไหน
ได้ยินไหม เข้าใจไหม
รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s