ข้อดี-ข้อเสีย,advantage-disadvantage,SWOT(การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม),Plan(วางแผนล่วงหน้า),concentrate,creative reading,ความน้อยนิดminimalist-ความเรียบง่าย-รำวงวันเมย์เดย์

ข้อดี-ข้อเสีย,advantage-disadvantage,SWOT(การวิเคราะห์สวอตหรือการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมเป็นคำย่อ:จุดแข๋็งจุดอ่อนโอกาสอุปสรรค ),Plan(วางแผนล่วงหน้า),concentrate,creative reading,ความน้อยนิดminimalist-ความเรียบง่าย-รำวงวันเมย์เดย์

1 พฤษภาคม
เหตุการณ์
พ.ศ. 2329 (ค.ศ. 1786) – The Marriage of Figaro อุปรากรของโมซาร์ท เปิดการแสดงครั้งแรกในกรุงเวียนนา
พ.ศ. 2423 (ค.ศ. 1880) – รัชกาลที่ 5 โปรดฯให้ข้าราชการนั่งเก้าอี้อย่างฝรั่ง
พ.ศ. 2427 (ค.ศ. 1884) – วันแรงงาน: ผู้ใช้แรงงานในสหรัฐเรียกร้องให้มีชั่วโมงทำงานนาน 8 ชั่วโมง
พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) – พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา กองเสือป่า
พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) – โรงเรียนการป่าไม้แห่งแรกของประเทศไทย เปิดทำการสอนเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) – รัฐบอมเบย์ของอินเดีย ถูกแยกออกเป็น มหาราษฏระ กับ คุชราต
พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) – การบินไทย เปิดให้บริการเที่ยวบินเที่ยวแรก
พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) – โรงเรียนประถมศึกษาธรรมศาสตร์ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เปิดทำการสอนเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) – การแข่งขัน Fia Formula 1 World Championship เอาโตโดรโม เอนโซ เอ ดิโน เฟอร์รารี
พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) – สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน F.M. 96.0 MHz ออกอากาศเป็นวันแรก
พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) – เนชั่น แชนแนล ย้ายจากสถานียูบีซี ช่อง 8 ไปยังสถานีใหม่ TTV ช่อง 1
พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2006) – กลุ่มพูโลเก่ากับกลุ่มพูโลใหม่รวมตัวกันอีกครั้ง
วันเกิด
พ.ศ. 2312 (ค.ศ. 1769) – อาเธอร์ เวลเลสลีย์ ดยุคแห่งเวลลิงตันที่ 1 (ถึงแก่กรรมวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2395 )
พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904) – หลวงสุขุมนัยประดิษฐ (ประดิษฐ์ สุขุม) ข้าราชการพลเรือนและนักประพันธ์เพลงชาวไทย (ถึงแก่อนิจกรรม 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2510)
พ.ศ. 2477 (ค.ศ. 1934) – จ่าง แซ่ตั้ง กวี, จิตรกร และนักปราชญ์ชาวไทย (ถึงก่กรรม 26 สิงหาคม พ.ศ. 2533)

วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
วันแรงงาน

2 พฤษภาฯ หวยออก
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 2 พ.ค. 2555

รางวัลที่ 1
889501
รางวัลใกล้เคียง
889500

889502
รางวัลพิเศษชุดที่
05
64

รางวัลเลขท้ายสามตัว
589
597
426
468

รางวัลเลขท้ายสองตัว
29

2 พ.ค.เหตุการณ์
พ.ศ. 2351 (ค.ศ. 1808) – สงครามคาบสมุทรไอบีเรีย: ประชาชนในกรุงมาดริด ประเทศสเปน รวมตัวกันต่อสู้กับกองทหารฝรั่งเศส
พ.ศ. 2476 (ค.ศ. 1933) – มีรายงานการปรากฏตัวของสัตว์ประหลาดลอคเนสส์ ครั้งแรกในยุคใหม่
พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) – มีการชกมวยสากลชิงแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่าง จำเริญ ทรงกิตรัตน์ นักมวยชาวไทย กับแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวทชาวออสเตรเลีย จิมมี่ คาร์รัทเธอร์ ที่สนามกีฬาจารุเสถียร
พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) – โทนี แบลร์ แห่งพรรคแรงงาน ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร นับเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในรอบ 185 ปี
[แก้]
วันถึงแก่กรรม
พ.ศ. 2062 (ค.ศ. 1519) – เลโอนาร์โด ดา วินชี นักประดิษฐ์และจิตรกรชาวอิตาลี (เกิด 15 เมษายน พ.ศ. 1995)
พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) – ปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษ (เกิด 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2443)

3 พฤษภาคม
เหตุการณ์
พ.ศ. 2037 (ค.ศ. 1494) – คริสตอเฟอร์ โคลัมบัส สังเกตพบดินแดนจาเมกา
พ.ศ. 2334 (ค.ศ. 1791) – รัฐธรรมนูญแห่งโปแลนด์ กลายเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกในยุโรป และฉบับที่สองของโลก
พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1937) – มาร์กาเร็ต มิตเชลล์ ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ จากผลงานวรรณกรรมเรื่อง Gone With the Wind
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
วันเสรีภาพหนังสือพิมพ์โลก (World Press Freedom Day)

4 พฤษภาคม
Keith Haring ศิลปินนักรัก กำเนิดศิลปะ Subway Drawings ชาวอเมริกา
Keith Haring เป็นศิลปินชาวอเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1958 ที่เมือง Reading มลรัฐ Pennsylvania ผู้ให้กำเนิดศิลปะ subway drawings เขาสนใจในการวาดภาพ ในที่สาธารณะ (public art) เขาชื่นชมการนำเสนอผลงานของ Christo
โดยเริ่มต้นชีวิตการเป็นศิลปินด้วยการวาดภาพในสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่ง Keith Haring ใช้ชอล์คสีขาววาดภาพ ช่วงแรกเขาวาดภาพคนแปลกๆก่อน ต่อมาจึงวาดภาพเด็กกำลังคลานมีเส้นรัศมีพุ่งออกมารอบตัวที่ต่อมามีชื่อเรียกเด็กคนนี้ว่า radiant baby จากนั้น radiant baby ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของ Keith Haring ไปโดยปริยาย
ซึ่งวิธีการวาดภาพของ Keith Haring นั้นง่ายมาก เขาจะวาดโดยใช้เส้นโค้งมน สีสันสดใส ตัวคนกระโดดโลดเต้น ท่าทางมีความสุข คนเหล่านั้นไม่มีหน้าตา ไม่มีเพศ ไม่มีอายุ ไม่มีเชื้อชาติ เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของมวลมนุษยชาติ
Keith Haring ป่วยด้วยโรค aids เมื่อปี ค.ศ.1988 เมื่อทราบว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานเขาก็รีบทำสิ่งที่ตัวเองรัก เริ่มด้วยการตั้งมูลนิธิ The Keith Haring Foundation
เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กและผู้ป่วยโรค aids เขาเร่งผลิตงานออกมาจำหน่ายมากมายใน Pop Shop เช่นของที่ระลึกต่างๆ รวมทั้งขายสิทธิการหาประโยชน์ในผลงานจำนวนมากของเขาเพื่อหาเงินเข้ามูลนิธิ
Keith Haring ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1990 ขณะมีอายุได้เพียง 31 ปี ผลงานส่วนใหญ่ของ Keith Haring เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเกิด ความรัก ความผูกพัน ความสัมพันธ์ทางเพศ และในช่วงหลังเริ่มมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ผลงานเด่นของ Keith Haring
ศิลปะ subway drawings
ใน ปี ค.ศ. 1980-1989 Keith Haring ได้เป็นที่รู้จักของต่างชาติ โดยเขาได้มีโอกาสเข้าร่วมการแสดงผลงานศิลปะระดับชาติ โดยแสดงผลงานเดี่ยวเป็นครั้งแรก ที่ Westbeth Painters Space ในกรุง New York และต่อมาเขาก็ได้แสดงที่ Tony Shafeazi Gallery ในกรุง New York
ในปี ค.ศ. 1981 Keith Haring ได้เปิดร้านแนวศิลปะ Art โดยชื่อร้านว่า Pop Shop ในย่าน Soho เพื่อขายผลงานของตัวเอง เช่น เสื้อยืด แม่เหล็ก เข็มกลัด ซึ่งร้านของเขาถูกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบมากมายแต่ก็ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความตั้งใจดีของเจ้าของและด้วยแรงสนับสนุนจากเพื่อนศิลปิน เช่น Andy Warhol
ในปี ค.ศ. 1982-1988 เขาได้วาดภาพในที่สาธารณะกว่า 50 แห่ง ใน 12 ประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่ทำเพื่อการกุศล ช่วยเหลือเด็กกำพร้า เด็กในสถานดูแลพิเศษ ผลงานส่วนหนึ่งคือการวาดภาพบนกำแพงในกรุง New York, Melbourne, โรงพยาบาลเด็ก Necker ในกรุง Paris

http://scoop.mthai.com/google_news/4262.html

5 พฤษภาคม
วันเกิด
พ.ศ. 2356 (ค.ศ. 1813) – เซอเรน เคียร์เคอกอร์ นักปรัชญาชาวเดนมาร์ก (ถึงแก่กรรม 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2398)
พ.ศ. 2361 (ค.ศ. 1818) – คาร์ล มาร์กซ นักปรัชญาการเมืองชาวเยอรมัน (ถึงแก่กรรม 14 มีนาคม พ.ศ. 2425)
วันถึงแก่กรรม
พ.ศ. 2364 (ค.ศ. 1821) – นโปเลียน โบนาปาร์ต (นโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศส) (เกิด 15 สิงหาคม พ.ศ. 2312)
พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966) – จิตร ภูมิศักดิ์ นักประพันธ์และนักคิด (เกิด 25 กันยายน พ.ศ. 2473)

วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
วันฉัตรมงคลสมัยรัชกาลที่ 9

(วันนักเขียนแห่งประเทศไทยด้วย)
————————————————————————
เมื่อผมไม่มีเวลาเขียนอะไรละเอียด แต่อยากเล่าเรื่องหลายอย่างที่ผ่านการเดินทางไปที่ต่างๆ ในแง่บันทึกความทรงจำ เหมือนนึกถึงคำว่า Old/New ในหนังสือMemory and Remembering : everyday memory in context และผ่านถ้อยคำบางด้าน คือ
1.advantage (แอดวาน’ ทิจฺ) n., vt. ผลประโยชน์, ความได้เปรียบ, คุณ,
โอกาส, จุดดี, จุดเด่น. -take advantage of เอาเปรียบ. -to advantage
มีประโยชน์หรือกำไร

Synonym: profit, benefit, help
Anonym: hindrance, handicap)

disadvantage
N. ข้อเสีย
relate:{ข้อบกพร่อง}{ความเสียเปรียบ}{อุปสรรค}
syn:(annoyance)(difficulty)(disruption)
ant:(advantage)
VT. ทำให้เสียเปรียบ
relate:{ทำให้เสียประโยชน์}
syn:(penalize)(harm)(hurt)
——————————————————————————————-

การวิเคราะห์สวอต
แผนภูมิอธิบายการวิเคราะห์แบบSWOT
การวิเคราะห์สวอต (อังกฤษ: SWOT Analysis) หรือในชื่อไทยชื่ออื่นเช่น การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพ หรือ การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม เป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์ สำหรับองค์กร หรือโครงการ ซึ่งช่วยผู้บริหารกำหนดจุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพแวดล้อมภายใน โอกาสและอุปสรรคจากสภาพแวดล้อมภายนอก ตลอดจนผลกระทบที่มีศักยภาพจากปัจจัยเหล่านี้ต่อการ

ทำงานขององค์กร
เทคนิคนี้ อัลเบิร์ต ฮัมฟรี (Albert Humphrey) ได้ชื่อว่าเป็นผู้เริ่มแนวคิดนี้โดยนำเทคนิคนี้มาแสดงในงานสัมมนาที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
[แก้]ความหมาย SWOT

คำว่า “สวอต” หรือ “SWOT” นั้นมาจากตัวย่อภาษาอังกฤษ 4 ตัว ได้แก่
S มาจาก Strengths หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบริษัท เช่น จุดแข็งด้านส่วนประสม จุดแข็งด้านการเงิน จุดแข็งด้านการผลิต จุดแข็งด้านทรัพยากรบุคคล บริษัทจะต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการกำหนดกลยุทธ์การตลาด
W มาจาก Weaknesses หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในต่างๆ ของบริษัท ซึ่งบริษัทจะต้องหาวิธีในการแก้ปัญหานั้น
O มาจาก Opportunities หมายถึง โอกาส ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นผลจากการที่สภาพแวดล้อมภายนอกของบริษัทเอื้อประโยชน์หรือส่งเสริมการดำเนินงานขององค์กร โอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่จุดแข็งนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายใน นักการตลาดที่ดีจะต้องเสาะแสวงหาโอกาสอยู่เสมอ และใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้น
T มาจาก Threats หมายถึง อุปสรรค ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องและพยายามขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ได้จริง
[แก้]อ้างอิง

Armstrong.M Management Processes and Functions, 1996, London CIPD ISBN 0-85292-438-0
แหล่งข้อมูลอื่น
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ:
การวิเคราะห์สวอต
SWOT Analysis, video and template
SWOT analysis, method and examples
Free online software tool for SWOT Analysis
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%AD

%E0%B8%95

—–

There is creative reading as well as creative writing
— Ralph Waldo Emerson(นักเขียน หรือนักปรัชญาของอเมริกา )

2.เมื่อนึกถึงคำศัพท์ที่เคยกล่าวถึงไปแล้ว คือ anticipate
VT. คาดหวัง
relate:(คาดหมาย){คอยท่า}{คอย}
VT. เตรียมป้องกันล่วงหน้า
syn:{prepare for}{provide against}
VT. ทำนาย
relate:{พยากรณ์}(คาดคะเน)(คะเน){คาดการณ์}
syn:(foresee)(predict)(forecast)
VT. ลงมือกระทำก่อนล่วงหน้า
syn:(precipitate)
มันเป็นเรื่องการใช้รถขับรถคาดการณ์ด้วย ครับ

3.สัมมนา: สร้าง-บริหาร หอพัก อะพาร์ตเมนต์
ในวันเสาร์ที่ 28 เมษายน 2555 เวลา 08:30 – 17:00 น. ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด ถ.รัชดาภิเษก
ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย แห่ง Agency for Real Estate Affairs ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมสัมมนาสำคัญเรื่อง “สร้าง-บริหาร หอพัก อะพาร์ตเมนต์ โดยมีสาระสำคัญดังนี้:
** สถานการณ์ตลาดหอพัก-อะพาร์ตเมนต์ และกา…รตัดสินใจในการลงทุน
แนวทางการเทคโอเวอร์: การเลือกซื้อหอพัก-อะพาร์ตเมนต์ หรือห้องชุดในโครงการอาคารชุดเพื่อการปล่อยเช่า
** แนวทางการพัฒนาหอพัก-อะพาร์ตเมนต์: การเลือกทำเลที่ตั้ง การประมาณการพื้นที่ก่อสร้างเบื้องต้น / การสำรวจตลาดอะพาร์ตเมนต์ / การตั้งราคาค่าเช่าห้อง /
** การคำนวณทางการเงินเบื้องต้นเพื่อการวางแผนการพัฒนา
** กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหอพัก-อะ พาร์ตเมนต์
** ข้อคิดการลงทุนในธุรกิจหอพัก-อะพาร์ตเมนต์ใน กทม.และเขตเมืองภูมิภาค: จากประสบการณ์จริงในด้านต่าง ๆ
** อัตราผลตอบแทนและการวิเคราะห์ความคุ้มทุนในธุรกิจหอพัก-อะพาร์ตเมนต์

4.ปีศาจวาทกรรม: กรณีกรรมกร –> แรงงาน คือการ “คุมคำ→คุมความหมาย→คุมความคิด→คุมคน”
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ปีศาจวาทกรรมตนหนึ่งที่ตามหลอกหลอนชนชั้นปกครองไทยมาแต่ไหนแต่ไรคือปีศาจ “กรรมกร”
ในรัชกาลที่ ๖ ปัญญาชนนอกระบบกลุ่มหนึ่งนำโดยนายถวัติ ฤทธิเดช ได้ออกหนังสือพิมพ์ “กรรมกร” และรวมตัวเป็น “คณะกรรมกร” เคลื่อนไหวสนับสนุนผลักดันการต่อสู้เรียกร้องและนัดหยุดงานของคนงานรถรางในพระนคร
ถวัติในฐานะบรรณาธิการได้ระบุวัตถุประสงค์ของหนังสือพิมพ์ “กรรมกร” ส่วนหนึ่งว่าเพื่อ “ผจญต่อต้านต่อเหล่าอำมาตย์ทุจริตซึ่งคิดมิชอบ” และ “ปลุกให้พวกกรรมกรตื่นขึ้นจากหลับ…ประหารสภาพของพวกกรรมกรให้พ้นจากความเปนทาษ” (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์, แรงงานวิจารณ์เจ้า, น. ๒๒ – ๒๓)
คำว่า “กรรมกร” ที่คุณถวัติจงใจเลือกหยิบมาใช้เรียกคนงานนั้นแสลงหูทางราชการเพราะใกล้เคียงกับศัพท์เก่าว่า “ทาษกรรมกร” ซึ่งหมายถึง “เปนชื่อคนเปนข้าเขาใช้ให้กระทำการงานต่าง ๆ นั้น.” (อักขราภิธานศรับท์ ของ หมอแบรดเลย์, พ.ศ. ๒๔๑๖, น. ๒๙๙) ดังคุณถวัติชี้แจงว่า:
“ข้อที่เข้าใจกันว่าทาษไม่มีในบัดนี้นั้นเปนอันเข้าใจผิด ถ้าหากจะมีใครลอบชำเลืองดูความเปนอยู่ของบุคคลสองจำพวก คือนายจ้างกับลูกจ้างบ้างแล้ว ก็จะร้องว่า ‘อ้อ! อ้ายตัวทาษนี้มันยังมีฉายาแฝงอยู่ในตัวลูกจ้างอีกนี่’ ควรคิดดูบ้างซี่ว่าคนที่ไปเปนลูกจ้างเขานั้นมีคนร่ำรวยพอตั้งเนื้อตั้งตัวได้แล้วกี่เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปนดังนี้ การทำสัญญาจึงเปนโอกาสให้จำต้องเสียเปรียบกันอยู่ นี่หรือเปนธรรม นี่หรือเสมอ
ภาค? ชะ!” (อ้างจาก ศิโรตม์, น. ๒๔)
นับแต่นั้นมาทุกครั้งที่มีโอกาสทางราชการจะรณรงค์เบียดขับหรือปัดปฏิเสธนัยเรื่อง “ทาส” ของคำว่า “กรรมกร” และศัพท์คำว่า “กรรมกร” เป็นนิจศีล อาทิเช่น: -
-ปทานุกรม กรมตำรา กระทรวงธรรมการ พิมพ์ครั้งที่สอง พ.ศ. ๒๔๗๐ และพจนานุกรมฉบับราช-บัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๔๙๓ เมื่อนิยามศัพท์ “กรรมกร” ก็ระบุคำอธิบายแก้เกี้ยวนัยเรื่อง “ทาส” กำกับไว้ว่า:
“กรรมกร ส. น. คนงาน, คนใช้, ลูกจ้าง, เช่น ทาสกรรมกร ซึ่งพึงทราบได้ว่ากรรมกรนั้นมิใช่ทาส, ตรงกับอังกฤษว่า Labour (Labouring Class).” (ปทานุกรม กรมตำราฯ, น. ๑๓) และ
“กรรมกร [กำมะกอน] น. คนงาน, ลูกจ้าง, เป็นจำพวกไม่ใช่ทาส จึ่งพูดเป็นคู่กันว่า ทาสกรรมกร. (ป. -กร: ผู้ทำ).” (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตฯ, น. ๑๘)
-ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ เมื่อพล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจเจรจากับตัวแทนขบวนการสหภาพแรงงานหัวก้าวหน้าที่เข้าพบเพื่อขอจัดงานฉลองวันกรรมกรสากลที่ ๑ พฤษภาคมในปีนั้น อธิบดีเผ่าได้ยื่นเงื่อนไขต่อรองว่าจะอนุญาตให้จัดถ้าหากฝ่ายคนงานยอมเปลี่ยนคำเรียกวันดังกล่าวจาก “วันกรรมกร” เป็น “วันแรงงาน” เสีย
-และน่ามหัศจรรย์ที่กว่า ๓๐ ปีให้หลังในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรี พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ผมจำได้เลา ๆ ว่าท่านก็ขอร้องให้ผู้นำแรงงานเปลี่ยนชื่อเรียกวันที่ ๑ พฤษภาคมในทำนองเดียวกัน
ในที่สุด ๑ พฤษภาคม จึงกลับกลายจาก “วันกรรมกรสากล” อันส่อนัยแสลงใจแบบคุณถวัติแต่เดิม มาเป็น → “วันแรงงานแห่งชาติ” อันน่ารักเรียบร้อยแบบไทย ๆ ในปัจจุบันด้วยประการฉะนี้
นี่เป็นวิธีการสะกดปีศาจวาทกรรมอันไม่พึงปรารถนา (lexica non grata) โดยจับมาลงหม้อปิดยันต์ถ่วงน้ำแบบไทย ๆ ตามสูตรสำเร็จ
“คุมคำ→คุมความหมาย→คุมความคิด→คุมคน”
คำ ๆ ไหนเกะกะเพ่นพ่าน เที่ยวเกเรอาละวาดผาดแผลงความหมายทางนี้ทีทางโน้นทีสับสนวุ่นวาย ก็ต้องจับมาเข้าแถวฝึกวินัย อบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ ให้อยู่ในกรอบในร่องในรอยนิยามของทางราชการ เอ้า…แถว ตร๊ง…ขวาหัน…ขวาหัน…ห้ามซ้ายหัน ฯลฯ
(เฟซฯ+เกษียร)

5.หมายเหตุ
บทความเพลงรอรักวันแรงงาน สะท้อนเพลงลูกทุ่ง -lukthung [Thai country song] ปรับปรุงแก้ไขพร้อมใส่หมายเหตุสำหรับพื้นที่เผยแพร่ในไทยอีนิวส์ เป็นบันทึก เนื่องจากความสัมพันธ์ของผู้เขียนเคยเผยแพร่รายการเชียงใหม่ มุมใหม่-มุมตากล้องพาทัวร์ ที่มีมิวสิควิดิโอทดลอง เป็นช่องทีวีในยูทูบที่นี่ โดยใส่เพลงลูกทุ่งต่างๆ คือ ผู้เขียนได้ติดตามข่าวการเมือง และ
กิจกรรมการเมือง ในด้านหนึ่งของบางกรณีรักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย และเล่าบริบทบทความของผู้เขียนในช่วงสงการนต์บางกรณีเพลงlet it beเป็นเบื้องหลังการเขียนชิ้นนี้ และต่อมาผู้เขียนทบทวนบทความของนิธิ เอียวศรีวงศ์ เพลงลูกทุ่งในประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทย เมษายน ๓ 2528 ในศิลปวัฒนธรรม สะท้อนแง่ด้านชนบทกับเมืองฯลฯ และความน่าสนใจบางด้านของชาตินิยม ใน
แง่การจากบ้านเกิดเมืองนอน เป็นการพลัดถิ่นของผู้คนข้ามพรมแดน ซึ่งสะท้อนผ่านบทความของวิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา เส้นทางสายคิดฮอด:นิราศแห่งความจำนน,วารสารอ่านปีที่ 3 ฉ.4 ต.ค.2554-มี.ค.2555โดยสรุปย่อแบบผม คือ การอ้างอิงผลงานของธงชัย-James Mitchell,Red and Yellow songs : a historical analysis
of the use of music by the united front for Democracy against Dictatorship(UDD)and the people’s Alliance for Democracy(PAD) in Thailand”,South East Asia Research
19:3,p.482 อธิบายถึงการเชื่อมโยงเพลงลูกทุ่งเป็นห้วงยามย้ายถิ่นฐานเข้ากรุงเทพฯ หรือการพลัดพรากจากพี่น้องลาวฝั่งเหนือของแม่น้ำโขง และมองย้อนกลับเพลงลูกทุ่งอาจจะเป็นเสียงสะท้อนวรรณกรรรมสยามอย่างนิราศมันหมายถึงบทกลอนที่เขียนเพื่อบอกเล่าถึงการเดินทางไกล และตามที่ธงชัย วินิจจะกูล ได้ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้าครึ่งหลังศต.ที่19นั้น จุดประสงค์ไม่ใช่เพลิดเพลินสำหรับคน
ไทยชนชั้นแรงงานด้วยแล้วนั้น เพลงลูกทุ่งได้แสดงให้เห็นภาพการสูญเสียและการถูกทำให้พลัดพลาดโดยไม่ยินยอมพร้อมใจ….(ลองอ่านดูเพิ่มเติมการอ้างอิงน่าสนใจเรื่องเพลง แต่บทความเกี่ยวกับนิราศฯ ผมสงวนความคิดเห็นฯ)

….หากกล่าวในทางดนตรี เพลงลูกทุ่งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งในการใช้เป็นเครื่องมือต่อกรกับอำนาจหลักต่างๆ ในสังคม เนื่องด้วยความเชื่องช้าและรันทดระทมของเพลงนั้นเปรียบได้กับบทโศลกสำหรับการพลัดพรากทั้งจากเป็นและจากตายต่อสิ่งอันเป็นที่รัก ซึ่งเนื้อหาหลักของการครอบครองและพลัดพรากนี้เองที่ค่อยๆ กลายสภาพไปสู่การเป็นความทรงจำเชิงวัฒนธรรม เฉกเช่นความปรารถนาที่ไม่อาจเติมให้
เต็มของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือห้วงยามตลอด 50 ปีของการย้ายถิ่นฐานตามฤดูกาลเข้าสู่กรุงเทพฯ หรือกระทั่ง 200 ปี ของการพลัดพรากจากพี่น้องลาวฝั่งเหนือของแม่น้ำโขง และหากมองย้อนกลับไปยังอดีตกาล เราก็พบว่าเพลงลูกทุ่งก็อาจจะเป็นรูปแบบของเสียงสะท้อนจากวรรณกรรมสยามบรรพกาลอย่างนิราศ อันหมายถึงบทกลอนที่เขียนเพื่อบอกเล่าถึงการเดินทางไกล โดยมุ่งบรรยายถึง
การพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก และตามที่ธงชัย วินิจจะกูล ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ก่อนหน้าครึ่งหลังของศตวรรษที่สิบเก้านั้น จุดประสงค์หลักของการเดินทางมิได้เป็นไปเพื่อสร้างความเพลิดเพลินแต่อย่างใด ยิ่งสำหรับคนไทยชนชั้นแรงงานด้วยแล้วนั้น เพลงลูกทุ่งได้แสดงให้เห็นภาพของการสูญเสียและการถูกทำให้พลัดพรากกันโดยไม่ยินยอมพร้อมใจ
James Mitchell, “Red and yellow songs: a historical analysis of the use of music by the United Front forDemocracy against Dictatorship (UDD) and the People’s Alliance
for Democracy (PAD) in Thailand”, South East Asia Research 19:3, p. 482.

http://readjournal.org/read-journal/vol3-no-oct2011-march2012/filmsicklukthung/

ดังนั้น ผมอาจจะสรุปแง่่มุมชาตินิยม ก็เราเข้าใจได้ในแง่การจากบ้านเกิดเมืองนอน เป็นการพลัดถิ่นของผู้คนข้ามพรมแดน ในลักษณะทางภูมศฺาสตร์ของภูมิกายาGeo-bodyตามแนวคิดของธงชัย นั่นเอง
หมายเหตุ 2.
นิธิ เอียวศรีวงศ์ เพลงลูกทุ่งในประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทย เมษายน ๓ 2528 สะท้อนเรื่องชนบทและเมือง ความใหม่ของเนื้อหาของบทเพลง และความสืบทอดวัฒนธรรมเก่าของเพลง จนกระทั่งสถานการณ์เสื่อมของเพลงลูกทุ่ง ที่บางช่วงเวลาคนก็เสื่อมความนิยม โดยยกตัวอย่างเพลงฉันทนา เพลงของยอดรัก กรณีเพลงกรรมกรฯ แลเพลงจดหมายรักจากกทม.
(แต่ต้องแยกแยะความแตกต่างบริบทชาตินิยม หลังยุค2540 กระแสชาตินิยม และชุมชนนิยมกลับมาหลังจากประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ2540 ส่วนความน่าสนใจส่วนตัวอีกอย่างของผม ต่อเรื่องในฉบับเดียวกันของศิลปวัฒนธรรม คือ เหรียญการเมือง โดยชาคริตฯ)
ตอนหนึ่งของการกลับบ้าน คือ ผมกลับไปค้นหนังสือรัฐศาสตร์สาร กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของบทความเพลงลูกทุ่ง+การเมืองและอุดมการณ์ เพื่อหาอ่านการวิเคราะห์คำสำคัญของนิทเช่ ที่ไฮเดกเกอร์ ตีความ คือ convalescent หมายถึงบ้านเกิด แต่นิทเช่ มองโลกแง่ดีต่อการป่วยไข้…เจ็บปวดทุกข์ทนอยู่กับมัน แล้วเรียนรู้ร่างกาย….ปัญหาบางอย่างถ้าคิดแบบนิทเช่ ต้องคิดถึงขั้นตีความในแง่ขอบ
เขตมาถึงร่างกาย-บ้านเกิดมองโลกแง่ดีกับความป่วยไข้ ถ้าเราคิดได้ขนาดนั้น
(โปรดดูประกอบบทความเก่าเรื่องการสร้างภราดรภาพแห่งพี่น้อง!?!http://prachatai.com/journal/2009/11/26818)
“…อดีตเป็นสิ่งที่เกิดไปแล้ว แก้ไขไม่ได้ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ความหวังจึงอยู่ในสภาวะของอนาคต แต่ครั้น เมื่ออนาคตเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิด และก็ไม่มีมนุษย์ผู้ใดจะรู้ได้ ว่าอนาคตเป็นอย่างไร ความหวังจึงเป็นเพียงความหวัง เพราะไม่สามารถหาหลักฐานหรืออะไรที่จะมายืนยันไปได้มากกว่าการเป็นเพียงความหวัง..” (9)
(“บอง ชวลิต” ชาติไทยในมุมมองจากคอนโดฯ | ประชาไทprachatai.com/journal/2009/11/26617)
แต่มนุษย์ย่อมต้องการความหวัง เมื่อทาสยังมีความหวังอยากปลดปล่อยตัวเอง และยุคของทาสในอดีตก็ผ่านพ้นไปแล้ว

….

บทความ: เพลงรอรักวันแรงงาน

http://thaienews.blogspot.com/2012/04/blog-post_9066.html

6.ย้อนรอย
บนเส้นทางการต่อสู้ของคนงานไทยเกรียง !
บริษัทไทยเกรียงสิ่งทอ จำกัด (มหาชน) มีโรงงานทำการผลิตตั้งอยู่ เลขที่ 33 ถนนสุขสวัสดิ์
อำเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 ก่อตั้งเมื่อปี 2503 เปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชน
เมื่อปี 2537 ในช่วงปี 2540-2541 เป็นช่วงที่บริษัทมีผลผลิตตกต่ำ บริษัทสั่งให้คนงาน
หยุดงานมากกว่าครึ่งหนึ่ง สหภาพแรงงานได้ยินยอมประนีประนอมโดยยอมรับค่าจ้างเพียง 60%
และสหภาพแรงงานก็ไม่เคยยื่นข้อเรียกร้อง หรือเรียกร้องสวัสดิการใดๆ เพิ่ม เพราะเข้าใจถึง
สถานะของบริษัทฯ
คนงานส่วนใหญ่ 90% เป็นคนงานหญิง อายุมาก 40-50 ปี และเป็นคนที่ทำงานมาเฉลี่ย
15-20 ปี นับได้ว่าทำงานกับโรงงานไทยเกรียงมานาน
จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2543 สหภาพแรงงานเห็นว่าบริษัทฯมียอดขายเพิ่มขึ้นและได้กำไร
แล้ว มีการชื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามา รวมถึงเปิดขยายโรงงานจึงยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ
ต่อบริษัทฯคือ
1.ขอให้บริษัทปรับค่าจ้างประจำปีให้กับลูกจ้างโดยจัดเกรด 3 เกรด ดังนี้
เกรด A ปรับเพิ่ม 10 บาท /คน/วัน เกรด B ปรับเพิ่ม 9 บาท/คน/วัน
เกรด C ปรับเพิ่ม 8 บาท/คน/วัน
2.ขอให้บริษัทจ่ายเงินโบนัสประจำปีคนละ 60 แรง/คน/ปี
3.สภาพการจ้างและสวัสดิการที่ไม่ได้ขอเปลี่ยนแปลงขอให้คงเดิม
ข้อเรียกร้องสวนทางจากนายจ้างไทยเกรียง มี 3 ข้อ คือ
การพิจารณาขึ้นค่าจ้างประจำปี และการจ่ายโบนัส ให้อยู่ในดุลพินิจของบริษัทฯ บริษัทฯขอ
ปรับปรุงสภาพการจ้างและสวัสดิการการต่างๆที่เคยให้ไว้ใหม่ ระยะเวลาของข้อตกลง
สภาพการจ้างปี 2543ให้มีผลบังคับให้เป็นระยะเวลา 3 ปี ข้อเรียกร้องที่นายจ้างยื่นสวนมา
เป็นข้อเรียกร้องที่จงใจท้าทายสหภาพแรงงาน และเป็นการที่ลดเครดิตสหภาพแรงงาน
นับตั้งแต่หยุดงานการต่อสู้ของคนงานไทยเกรียงมาจนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลา 1 ปี เต็ม
คนงานไทยเกรียงได้เริ่มประท้วงอยู่หน้าโรงงานตั้งแต่ วันที่ 17 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม
2543 กลุ่มคนงานได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนหนึ่ง ยังคงอยู่ต่อที่หน้าโรงงานอีกส่วนหนึ่งได้ย้ายไปอยู่ที่หน้าทำเนียบเพื่อเป็นการวาง
ยุทธศาสตร์การต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าแก้ปัญหา คนงาน ไทยเกรียง ตั้งกลุ่มประท้วง
อยู่หน้าทำเนียบ วันที่ 2 สิงหาคม – 26 ตุลาคม 2543 ช่วงที่อยู่ที่หน้าทำเนียบคนงาน
ไทยเกรียงนอนอยู่ริมถนน ส่งผลต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ตอนหลังได้มีย้ายกลุ่มที่ประท้วง
ไปที่ใต้ถุนกระทรวงแรงงาน และสวัสดิการสังคม เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2543 – จนถึง
ปัจจุบัน ตอนนี้เป็นเวลา 1 ปี เต็มกับการต่อสู้ของคนงานไทยเกรียง
คนงานไทยเกรียงวันนี้… ยังคงต่อสู้อยู่ใต้ถุนกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
วันนี้ของไทยเกรียง ต้องกลายมาเป็นคนงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีอนาคต ไม่รู้ชะตากรรม
เหนือสิ่งอื่นใดคนงานไทยเกรียงส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและอายุมาก เป็นแรงงาน
ไม่มีฝีมือ ซึ่งบัดนี้ คนงานไทยเกรียงได้มีการฝึกอาชีพหลายๆ อย่างเพื่อเลี้ยงปากท้อง
ตัวเอง เช่น กลุ่มร้อยลูกปัด กลุ่มผลิตน้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน กลุ่มนวดแผนโบราณ
หรือคนงานที่รับจ้างรายวัน ทั้งนี้เพื่อที่จะให้มีชีวิตอยู่รอดในวันนี้ต่อไปได้…
…………………………………..
เพราะว่าเมื่อปี 2536 คนงานไทยเกรียงบุกยึดเครื่องจักร ยึดโรงงาน เมื่อคราวต่อสู้กับนายจ้าง แล้วมาก็ถูกอ้างอิงในการต่อสู้ในประวัติศาสตร์ พูดถึงไทยเกรียงว่ามีความเข้มแข็งในการต่อสู้มาก จนนายจ้างต้องยอมให้แก่คนงาน ซึ่งมันตรงกับภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจในขณะนั้นที่นายจ้างพยายามปรับลดหรือเลิกจ้าง เพื่อแก้ปัญหา
วิกฤติ ทำให้คนงานอย่างเช่น ไทยเกรียงซึ่งไม่ยอม เพราะคิดว่าตนทำงานที่นี่มาตั้งแต่อายุ 15-16 ปี
จนอายุ 40 กว่าปีแล้ว การจะมาเลิกจ้างอย่างนี้มันไม่เป็นธรรม ก็เลยสู้ และก็ได้ชัยชนะ จากนั้นจึงเป็นแบบอย่างเรื่อยมา

http://www.thaingo.org/story/thaigreang.html

(สหภาพแรงงานสิ่งทอไทยเกรียง)

7.เมื่อผมไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก ก็อ่านหนังสือน่าสนใจหลายเล่มผ่านๆ เช่น หนังสือเก่าเก๋า คือ จิตสำนึกและอุดมการณ์ของขบวนการประชาธิปไตยร่วมสมัย ที่ผมเอาไว้อ่านประเมินรอยต่อหลังพฤษภา 2535 บางกรณีวิจารณ์พรรคการเมือง และข้อคิดเห็นของบางคน เช่น สมศักด์ เจียมฯ รวมทั้งปวศ.ในแง่ความไม่เป็นเอกภาพของขบวนการแรงงาน ด้วยครับ
สังกัดพรรคเพื่อเธอ – ไหมไทย ใจตะวัน
ก็คนเคยล้มใจก็เลยซมซาน
ใช้จ่ายคืนวันตามเส้นทางแรมรอน
เครื่องแบบชีวิตเลยยังเปื้อนดินปอนๆ
ยังโสดยังเซอร์ถาวรบ่ยอมสังกัดผู้ใด๋
มีตังค์ก็ใช้ยามเหงาใจก็เมา
เป็นแขกร้านเหล้าพอลบความเดียวดาย
จนโชคชะตาผลักให้เธอมาใกล้
จึงทำให้คนร้างใจค้นหาจุดเปลี่ยนเจอ
อยากมีบ้านเลขที่หัวใจ
อยากเริ่มใหม่กลบรอยรักเก้อ
คุกเข่าบอกเธอ..ว่าจากวันนี้ไป
ขอ..สมัคร สังกัดพรรคเพื่อเธอ
หาคำตอบเจอ ชาตินี้เกิดมาเพื่อใคร
ขอ..อ้ายขอสมัคร บรรจุเป็นคนของใจ
สัญญาของลูกผู้ชาย.. จากหลักกิโลนี้ไป
ทั้งใจ..ให้เธอคนดี
บ่มีความฮักให้หัวใจมานาน
ตั้งแต่คนนั้นพาเขามาย่ำยี
จนเธอมาทำให้อ้ายเชื่อในความดี
ใจร้างฮักมาหลายปี ก็ค้นหาคนซ่อมเจอ
อยากมีบ้านเลขที่หัวใจ
อยากเริ่มใหม่กลบรอยรักเก้อ
คุกเข่าบอกเธอ..ว่าจากวันนี้ไป
ขอ..สมัคร สังกัดพรรคเพื่อเธอ
หาคำตอบเจอ ชาตินี้เกิดมาเพื่อใคร
ขอ..อ้ายขอสมัคร บรรจุเป็นคนของใจ
สัญญาของลูกผู้ชาย.. จากหลักกิโลนี้ไป
ทั้งใจ.. ให้เธอคนเดียว
ขอทำเพื่อเธอ อ้ายขอทำเพื่อเธ

..คำวอนจากใจลูกผู้ชายที่ขายแรงงาน ส่งไปถึงเธอผู้นั้นได้พบกันที่หน้าโรงทอ
ได้คุยแรกเห็นรู้ว่าเป็นคน ต.จ.ว. เหมือนกันกับพี่เลยหนอ คุยถูกคอเฝ้ารออยากเจอ จ.ม.ส่งไปถักหัวใจนำพา บางวันแอบโทรไปหาอยากจะมาพบหน้าเสมอ ลูกจ้างงานหลายเจ้านายไม่ได้มาเจอ อย่าลืมที่พี่เสนอนัดเจอที่วันแรงงาน พี่จะไปตามนัดด้วยใจจดจ่อ วันที่หนึ่งพอคอให้ไปรอตรงที่นัดกัน จะพาไปเที่ยวขันเกลียวน็อตใจผูกพัน มอบใจให้เป็นของขวัญวันแรงงานเพื่อสานใจต่อ ขอให้จริงจังที่พี่เฝ้าคอยจริงใจ
ไม่มีโบนัสจากนายพี่ขอใจพบเธอก็พอ อย่าลืมคนดีให้ โอ.ทีสัมพันธ์เราต่อ จดจำวันที่หนึ่งพอ.คอ. พี่จะรอแก้มแดงแรงงาน..

-เพลงขายแรงแต่งนาง……สองมือคนจน จะทนเพื่อเจ้า
เพื่อความรักสองเรา
พี่ขอเอา หัวใจเดิมพัน.
เดินทาง จากนามาขายแรงงาน
หวังว่าสักวัน
ฝันเราคงเป็นจริง..
ขอเอาแรงกายและใจมุ่งมั่น
เสียเหงื่อเพื่อน้องทุกวัน
เข้าทำงาน ขายแรง.แย่งชิง.
เหนื่อย.กาย
ก็ทนเพื่อคนรักจริง
ขอเพียงยอดหญิง
อย่าทิ้งพี่ไปกลางคัน.ความรู้ต่ำ แรงงานก็ราคาถูก อดทนปนทุกข์ เดินบุกเดินลุยทุกวัน เปลี่ยนแรงเป็นเงิน เผชิญกับความร้าวรานจะไปให้ถึงความฝัน ฝันถึงงานวันแต่ง ขอแรงคนดีให้คอยพี่บ้าง ได้โปรดถนอมใจนาง อย่าจืดจางระวังแก้มแดง รักจริง อย่าให้ใครชิงตำแหน่งเก็บรักษาแก้มแดง รอคนขายแรงจะไปแต่งนาง…
ขายแรงแต่งนาง(ไมค์ ภิรมย์พร)

รำวงวันเมย์เดย์ – YouTube
 2:09 2:09 http://www.youtube.com/watch?v=9z5KCdFXQVQ
7 ก.พ. 2009 – 2 นาที – อัปโหลดโดย issarapun
Loading… Uploaded by issarapun on Feb 7, 2009. บรรเลงและขับร้องประสานเสียง โดยนักเรียนนักศึกษาจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล ในงานคอนเสริทจิตร …
เพลงรำวงวันเมย์เดย์ – YouTube
29 เม.ย. 2011 – 2 นาที – อัปโหลดโดย voicelabour
เพลงรำวงวันเมย์เดย์ แต่โดย สุธรรม บุญรุ่ง (จิตร ภูมิศักดิ์) เมื่อครั้งถูกจำคุกและได้มีการฉลอง วันเมย์เดย์กันที่คุกลาดยาว.
จิตร ภูมิศักดิ์-รำวงวันเมย์เดย์ – YouTube
27 ต.ค. 2010 – 2 นาที – อัปโหลดโดย taipr
รำวงวันเมย์เดย์ (2503-2505) ในโอกาสฉลองวันกรรมกรสากล 1 พฤษภาคม ชาว ” มหาวิทยาลัยลาดยาว” ได้จัดงานเฉลิมฉลองขึ้น …
วิดีโออื่นๆ สำหรับ รำวงวันเมย์เดย์ ?
” รำวงวันเมย์เดย์ “
เรารำวงวันเมย์เดย์ มาร้องฮาเฮให้ระรื่นชื่นบาน
คนงาน คนงาน คนงาน พวกเราอาจหาญด้วยพลังยิ่งใหญ่
โลกที่เราร่มเย็น (โย้น โย้น) เย็นด้วยน้ำมือผู้ใด (ชะละว้า)
โลกที่เราร่มเย็น (โย้น โย้น) เย็นด้วยน้ำมือผู้ใด (ชะละว้า)
หากมิใช่น้ำมือพวกเรา หยาดเหงื่อเราหลั่งละเลง
เรารำวงวันเมย์เดย์ มาร้องฮาเฮให้ระรื่นชื่นบาน
คนงาน คนงาน คนงาน พวกเราอาจหาญด้วยพลังยิ่งใหญ่
โลกที่เราร่มเย็น (โย้น โย้น) เย็นด้วยน้ำมือผู้ใด (ชะละว้า)
โลกที่เราร่มเย็น (โย้น โย้น) เย็นด้วยน้ำมือผู้ใด (ชะละว้า)
หากมิใช่น้ำมือพวกเรา หยาดเหงื่อเราหลั่งละเลง
” รำวงวันเมย์เดย์ “
จิตร ภูมิศักดิ์

http://www.youtube.com/watch?v=-VfNmApkSCo

รำวงวันสงกรานต์- สุนทราภรณ์ – YouTube
 2:37 2:37 http://www.youtube.com/watch?v=VzceKOicmQE
9 เม.ย. 2010 – 3 นาที – อัปโหลดโดย chakrity
สุนทราภรณ์ 15 07 รำวงเริงสงกรานต์หมู่ {รำวง}by cosovo99952424 views ? รำวงเริง สงกรานต์- สุนทราภรณ์ 3:12. Watch Later Error รำวงเริงสงกรานต์- …

วิดีโออื่นๆ สำหรับ รำวงวันสงกรานต์+สุนทราภรณ์ ?
ฟังเพลงรำวงวันสงกรานต์ – สุนทราภรณ์ – เพลงลูกกรุงออนไลน์plenglookkrung.blogspot.com/2010/04/blog-post_10.html – แคชใกล้เคียง
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
10 เม.ย. 2010 – ฟังเพลงรำวงวันสงกรานต์ – สุนทราภรณ์. เนื้อเพลง รำวงวันสงกรานต์ ศิลปิน สุนทราภรณ์ วันนี้ เป็นวันสงกรานต์ หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอย ตอนเช้าทำบุญ …
ฟังเพลง รำวงวันสงกรานต์ – คลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ – หน้าคลับ – หน้าแรกclub.myfri3nd.com/music-is-life/webboard/7048/48483 – แคช
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
13 เม.ย. 2011 – ฟังเพลงรำวงวันสงกรานต์-คลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์โค้ดเพลงรำวงวันสงกรานต์-คลื่นลูกใหม่สุ นทราภรณ์Embed:MVมิวสิควีดีโอเพลงรำวงวันสงกรานต์-คลื่นลูกใหม่สุ …
4shared folder – รำวงวันสงกรานต์ (ชาวคณะสุนทราภรณ์)www.4shared.com/folder/CyxcSuSk/___.html – แคช
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
Check out 16 music files at my 4shared folder รำวงวันสงกรานต์ (ชาวคณะสุนทราภรณ์) – โยโย้จัง.
เพลง รำวงวันสงกรานต์ สุนทราภรณ์ ฟังเพลง MV เพลง … – ฟังเพลง – Kapookmusicstation.kapook.com/รำวงวันสงกรานต์.html – แคช
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
เพลง รำวงวันสงกรานต์ สุนทราภรณ์ ฟังเพลง MV เพลงรำวงวันสงกรานต์ โหลดเพลง โค้ด เพลง เนื้อเพลง.
รำวงวันสงกรานต์-สุนทราภรณ์saisampan.net ? … ? ห้องฟังเพลง ? ฟังเพลงเก่า(ลูกทุ่ง+ลูกกรุง) – แคชใกล้เคียง
คุณ +1 รายการนี้สู่สาธารณะ เลิกทำ
3 โพสต์ – 3 ผู้เขียน – 25 มี.ค. 2010
รำวงวันสงกรานต์-สุนทราภรณ์. … ผู้เขียน, หัวข้อ: รำวงวันสงกรานต์-สุนทราภรณ์ (อ่าน 884 ครั้ง). 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ …
ดูผลการสนทนาเพิ่มเติม
เพลง รำวงวันสงกรานต์

เนื้อเพลง เพลงรำวงวันสงกรานต์
ศิลปิน ชาวคณะสุนทราภรณ์
อัลบั้ม รำวงวันสงกรานต์

วันนี้เป็นวันสงกรานต์
หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอย
ตอนเช้าทำบุญ ทำบุญตักบาตร
ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกันเอย
เข้าวัดแต่งตัว แต่งตัวสวยสะ
ไปสรงน้ำพระ ณ วันสงกรานต์กันเอย
ตอนบ่ายเราเริงกีฬา
เล่นมอญซ่อนผ้า เล่นสะบ้ากันเอย
ทำบุญทำทานสนุกสนานกันแล้ว
ขอเชิญน้องแก้วรำวงกันเอย

(ซ้ำทั้งหมด)

http://guru.sanook.com/pedia/topic/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87_%E0%B8%A3%E0%B8%B3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA

%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C/

http://www.youtube.com/watch?v=VzceKOicmQE

Linkin Park – Numb
i’m tired of being what you want me to be
feeling so faithless
lost under the surface
i don’t know what you’re expecting of me
put under the pressure
of walking in your shoes
[caught in the undertow / just caught in the undertow]
every step that i take is another mistake to you

i’ve
become so numb
i can’t feel you there
become so tired
so much more aware
i’m becoming this
all i want to do
is be more like me
and be less like you

can’t you see that you’re smothering me
holding too tightly
afraid to lose control
cause everything that you thought i would be
has fallen apart right in front of you

[caught in the undertow / just caught in the undertow]
every step that i take is another mistake to you
[caught in the undertow / just caught in the undertow]
and every second i waste is more than i can take

but i know
i may end up failing too
but i know
you were just like me
with someone disappointed in you
http://www.youtube.com/watch?feature=endscreen&v=kXYiU_JCYtU&NR=1

วันที่ 6 พ.ค.55
ขอรำลึกถึงไว้อาลัยด้วยความระลึกถึงไปสู่สุคติแด่พี่เป้ ชาติวุฒิ ผู้เขียนเรื่องคาราโอเกะ….ในวันที่เสียชีวิต
เนื่องจากผมไม่มีเวลาอธิบายอะไรมาก หลายเรื่องติดต่อผู้คน และเรื่องบังเอิญเบื้องหลัง ก็คือ การอ่านหนังสือเกี่ยวกับนิทเช่ ในรัฐศาสตร์สาร ก็เป็นการกลับมาทบทวนการอ่านสิทธิดื้อแพ่ง,อาณาเขตสาธารณะ,ประชาธิปไตยขของศัตรู ซึ่งผมเคยอ้างอิงไปแล้วตอนปี52 และกลับมาอ่านใหม่เรื่องในแง่ศัตรูเกี่ยวพันปัญหาศัตรูทางชนชั้น น่ะครับเพิ่งเคลียร์งาน เช่น ทำคลิปวิดิโอส่งประกวด และผมทำรายงานส่ง ฯลฯ ท่่ามกลางสลับบรรกาศเชียงใหม่ ที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตก ก็ตาม และผมต้องเตรียมตัวเดินทางไปต่างจังหวัดอีกหลายวันด้วย ครับ

1.ผมนึกถึงการโพสต์ครั้งนี้ มีประโยคที่wordpress ทำไว้ คือ  I love being a writer. What I can’t stand is the paperwork.
Peter De Vries

2.เก็บตกMay Day 2012: นักสิทธิฯ อยู่ไหน.. ตะลึง!!! คนงานเขียนคำร้องกว่า 500 คดีต่อปี
Tue, 2012-05-01 17:16
http://prachatai3.info/journal/2012/05/40312
——————–
พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา48 ที่บัญญัติให้ บก.หนังสือต้องรับผิดชอบต่อบทความที่ตีพิมพ์ ปิยบุตรทราบว่าได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ปัจจุบันใช้ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 แทน ซึ่งระบุว่าบก.และผู้พิมพ์โฆษณาไม่ต้องรับผิดชอบเนื้อหาบทความ แม้ว่าจะเป็นผู้เผยแพร่บทความที่มีเนื้อหาหมิ่นก็ตา
http://prachatai3.info/journal/2012/05/40333
จม.จากคุก: เรื่องของผู้ก่อการร้ายหมายเลข1 คดี M79 เชียงใหม่-กรุงเทพฯ
Mon, 2012-04-02 23:53
…ปัจจุบันผมต้องย้ายเรือนจำมาทั้งหมด 8 เรือนจำแล้ว และกำลังจะย้ายไปเรือนจำที่ 9 ….
http://prachatai.com/journal/2012/04/39931

3.พื้นโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ไม่ได้ต่อกันสนิทเหมือนเปลือกลูกกอล์ฟ แต่เป็นแผ่นๆใหญ่น้อยต่อๆกัน ตรงรอยต่อของแผ่นต่างๆเหล่านี้ ก็มีการเคลื่อนตัวที่แตกต่างกันไปแบ่งได้คร่าวๆดังนี้
Divergent Boundaries คือแนวขอบที่แผ่นเปลือกโลกสองแผ่น เคลื่อนตัวห่างจากกัน
Convergent Boundaries คือแนวขอบที่แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนเข้าหากัน เกิดการชนกันและทำลายซึ่งกันและกัน
Transform Boundaries คือแนวขอบส่วนที่แผ่นเปลือกโลกสองแผ่นเสียดสีผ่านกันด้านข้าง
Plate Boundary Zones คือคำจำกัดความกว้างๆให้กับแนวขอบเปลือกโลกสองแผ่นที่ให้คำจำกัดความได้ไม่ชัด เพราะการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกส่วนนั้นยังไม่เป็นที่เข้าใจดี

4.สื่อออนไลน์กับการคว้ารางวัลพูลิตเซอร์
http://www.siamintelligence.com/pulitzer-prize-with-online-media/

-หนึ่งวัน Google Translate แปลข้อความเท่ากับหนังสือ 1 ล้านเล่ม
เนื่องในโอกาสครบรอบ 6 ปีของ Google Translate ที่เริ่มใช้การแปลโดยอิงกับสถิติของคำ (statistical
http://www.blognone.com/node/32045

-Weibo .com  เป็นเว็บไซด์ที่ได้รับความนิยมในจีน เพราะเหวยโบ๋ อาศัยช่องโหว่ของการช่วงที่MSN ยกเลิกมายสเปซถูกแบนในจีน จึงกู้ข้อมูลจากฮ็อตเมล์+Myspace มาเป็นการอาศัยช่องว่างทางการตลาดจากการถูกแบนในจีน ที่กฎหมายหวงห้ามมาก มาเป็นเครื่องมือการตั้งตัวทางธุรกิจ

5.เมื่อเวลาที่ผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับสตีฟ จ็ฮบส์ ทั้งด้านความเรียบง่าย ไม่นิยมเฟอร์นิเจอร์ หรือความเป็นเฟอร์เฟ็คแมน หรือความเรียบง่าย อะไรกันแน่ เป็นความขัดแย้งเต็มไปหมด แม้แต่ถ้อยคำที่อ้างแบบเซ็น มีหลายถ้อยคำลองเอาไปตีความเล่นๆ กัน ครับ
– คุณอยากจะใช้ชีวิตทั้งหมดที่เหลืออยู่ในการขายน้ำผสมน้ำตาล(น้ำหวาน)หรือต้องการโอกาสในการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้
Do you want to spend the rest of your life selling sugared water of do you want a chance to change the world?
-น้อยแต่มาก จากยากทำให้ง่าย ความง่ายไม่ง่ายแต่กลับจากยากเป็นง่ายสิสำคัญ

สรุปอีกเรื่องในแง่ประสบการณ์ใหม่ๆ พวกคนแตกต่างiconoclast: a neuroscientist reveals how to think differently สรุป อีกเรื่องความน้อยนิดminimalistไม่ใช่เรียบง่าย

6.ผมอยากเล่าเรื่องหลวงสุขุมนัยประดิษฐ (ประดิษฐ์ สุขุม) เพราะวันคล้ายวันเกิดเพิ่งผ่านไปอย่างที่ผมอ้าง และเดือนที่ผ่านมาก็มีวันคล้ายวันเกิดของผม ซึ่งผมสนใจประวัติของประดิษฐ์ สุขุมในแง่่นักประพันธ์เพลง โดยเกี่ยวกับเกาะ…และผมต้องเดินทางไปเกาะแห่งหนึ่ง ด้วยครับ
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ (1 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 – 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2510) หรือ นายประดิษฐ์ สุขุม เลขาธิการคนแรก ของ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) อดีตอธิบดีกรมโฆษณาการ เป็นผู้ก่อตั้ง การกีฬาแห่งประเทศไทย และการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ซึ่งปัจจุบันคือ กีฬาซีเกมส์ นอกจากนี้เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง วงดนตรีสุนทราภรณ์
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ สำเร็จการศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ จาก มหาวิทยาลัยบอสตัน ประเทศ สหรัฐอเมริกา ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็น หลวงสุขุมนัยประดิษฐ ในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2470 ขณะอายุได้ 23 ปี ในการทำงานราชการ หลวงสุขุมนัยประดิษฐ เป็นผู้วางรากฐาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยดำรงตำแหน่งเป็น เลขาธิการ ก.พ. คนแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2471 และได้ดำรงตำแหน่งนี้อย่างยาวนาน จนกระทั่งเกษียณอายุราชการเมื่อปี พ.ศ. 2507 รวมเป็นระยะเวลาถึงกว่า 35 ปี
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ เป็นหนึ่งในผู้ปฏิบัติงานเสรีไทย อยู่ในสหรัฐอเมริกา ระหว่าง สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยดูแลเกี่ยวกับด้านการโฆษณา และการกระจายเสียงทางวิทยุ และต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น อธิบดีกรมโฆษณาการ เมื่อปี พ.ศ. 2488
หลวงสุขุมนัยประดิษฐถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 สิริอายุได้ 63 ปี
เนื้อหา  [ซ่อน]
1 ประวัติ
2 ประวัติการศึกษา
3 ประวัติการทำงาน
4 ผลงานด้านการกีฬา
5 ผลงานด้านดนตรี
6 การดำรงตำแหน่งอื่นๆ
7 เครื่องราชอิสริยาภรณ์
8 อ้างอิง
[แก้]ประวัติ
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 ที่จังหวัดสงขลา เป็นบุตรคนที่ 7 ของ มหาอำมาตย์นายก เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) และท่านผู้หญิงตลับ (สกุลเดิม “ณ ป้อมเพชร”) ชื่อเดิมของหลวงสุขุมนัยประดิษฐ คือ “ประดิษฐ์” นั้น สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นผู้ประทานให้ โดยตั้งให้คล้องกับพระนามเดิมของพระองค์ คือ “ดิศวรกุมาร”
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ มีพี่น้องร่วมมารดาดังนี้
พระยาสุขุมนัยวินิต ( สวาสดิ์ สุขุม )
คุณไสว สุขุม
คุณแปลก สุขุม
หลวงพิสิษฐ์สุขุมการ ( ประพาส สุขุม )
พระพิศาลสุขุมวิท ( ประสบ สุขุม )
นายประสาท สุขุม
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์
นายประวัติ สุขุม
คุณเล็ก สุขุม
คุณหญิงประจวบ สุขุม(2453-2540:87 ปี) ภริยา เจ้าพระยารามราฆพ

นอกจากนี้ยังมีพี่น้องต่างมารดาดังนี้
หม่อมประยูร โสณกุล ณ อยุธยา ใน พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร
คุณประยงค์ สุขุม
คุณประนอม ณ นคร
พลตำรวจตรีนิตย์ สุขุม
คุณปอง นิติพน
คุณประณีต ณ นคร
ท่านได้ทำการสมรสครั้งแรก กับ คุณล้วน ( รัตนา ) สุขุม และต่อมากับคุณเพิ่มศิริ มีบุตร-ธิดา ดังรายนามต่อไปนี้
เป็นหญิง ชื่อ สุมน
เป็นหญิง ชื่อ ประจง
เป็นชาย ชื่อ ประเดิม
เป็นหญิง ชื่อ ประพาฬ
เป็นหญิง ชื่อ สำเนา
[แก้]ประวัติการศึกษา

หลวงสุขุมนัยประดิษฐ เข้าศึกษาครั้งแรกที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง จนถึงชั้นมัธยมปีที่ 4 ขณะอายุได้ 13 ปี จึงไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเดินทางด้วยเรือชื่อ “กัวลา” พร้อมกับพี่ชายซึ่งต่อมาคือ พระพิศาลสุขุมวิท ในครั้งนั้นมีผู้ร่วมเดินทางเที่ยวเดียวกันที่สำคัญคือ น.ส.สังวาลย์ ตะละภัฏ ซึ่งต่อมาคือ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนกันเนอรี (Gunnery School) ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำที่มีชื่อเสียงของ มลรัฐคอนเนคติกัต สหรัฐอเมริกา และได้เป็นนักกีฬาตัวแทนโรงเรียนหลายประเภทจนถึงนายกสภานักเรียนและได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าใหญ่ของโรงเรียน หลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยบอสตัน จนสำเร็จการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ
สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนมหาดเล็กหลวง (โรงเรียนวชิราวุธ)
สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนกันเนอรี (Gunnery School) มลรัฐคอนเนคติกัต ประเทศสหรัฐอเมริกา
สำเร็จการศึกษาสูงสุด สาขา Business Administration จาก มหาวิทยาลัยบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
[แก้]ประวัติการทำงาน

เลขานุการสภาการฝิ่น
เลขานุการส่วนพระองค์ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์ (15 ธันวาคม พ.ศ. 2468 – 27 เมษายน พ.ศ. 2474)
เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) คนแรก
อธิบดีกรมโฆษณาการ
รองประธานการกีฬาแห่งชาติ
ผู้ก่อตั้งองค์การกีฬาแห่งประเทศไทย (อ.ส.ก.ท.) และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคนแรก
ผู้ริเริ่มจัดการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ซึ่งต่อมาคือ กีฬาซีเกมส์
ผู้ดำเนินการให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ในปี พ.ศ. 2509
[แก้]ผลงานด้านการกีฬา

หลวงสุขุมนัยประดิษฐ เป็นอดีตนักกีฬาอเมริกันฟุตบอล บาสเกตบอล และเบสบอลชั้นแนวหน้าของสถาบัน ตั้งแต่ยังศึกษาที่โรงเรียน Gunnery เคยได้รับเสื้อสามารถ และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งบริหารองค์กรกีฬา
เมื่อสำเร็จการศึกษากลับมารับราชการที่ประเทศไทย หลวงสุขุมนัยประดิษฐ ได้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาวงการกีฬาสากลของประเทศไทย โดยเป็นผู้ริเริ่มให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาแหลมทอง หรือ เซียพเกมส์ (South East Asian Peninsula Games – SEAP Games) ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเมื่อวันที่ 12–17 ธันวาคม พ.ศ. 2502 และมีการจัดการแข่งขันต่อมาจนกระทั่งเป็น กีฬาซีเกมส์ ในปัจจุบัน
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ ได้รับการเสนอชื่อเข้าเป็นกรรมการโอลิมปิกสากล และต่อมาเป็นผู้ดำเนินการ ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9–16 ธันวาคม พ.ศ. 2509
หลวงสุขุมนัยประดิษฐ เป็นผู้ก่อตั้ง องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย (อ.ส.ก.ท.) ขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2507 และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคนแรก ซึ่งปัจจุบันคือ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
[แก้]ผลงานด้านดนตรี

หลวงสุขุมนัยประดิษฐ เป็นประธานชมรมดนตรีแห่งประเทศไทย ซึ่งต่อมาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นสมาคม เป็นผู้ก่อตั้งวงดนตรีกรมโฆษณาการ และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งวงสุนทราภรณ์
นอกจากนี้ หลวงสุขุมนัยประดิษฐ ยังมีผลงานประพันธ์ทำนองเพลง โดยร่วมกับครูแก้ว อัจฉริยะกุล ซึ่งเป็นผู้ประพันธ์คำร้อง นำมาบรรเลงโดย วงสุนทราภรณ์ จำนวน 7 เพลง ได้แก่
คนึงครวญ
สิ้นรักสิ้นสุข
ไม่อยากจากเธอ
เกาะสวาท
เมื่อไหร่จะให้พบ
รักไม่ลืม

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90_(%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B9%8C_%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%A1)

7.สิ้นแล้ว “แสนสุข แดนดำเนิน” นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง
ธันวาคม 30, 2011
สิ้นแล้วนักร้องลูกทุ่งชื่อดังในอดีต “แสนสุข แดนดำเนิน” เจ้าของเพลง “น้ำตาหล่นที่โคราช” ญาติจัดงานศพแบบเรียบง่ายมีเพียงพี่น้องมาร่วมงาน
วันนี้(30 ธ.ค.)ที่วัดหนองไผ่ล้อม หมู่ 6 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้มีการจัดตั้งสวดพระอภิธรรมศพ นักร้องชื่อดังในอดีตนาม แสนสุข แดนดำเนิน  เจ้าของเพลงดังในอดีตที่ดังไปทั่วทั้งประเทศ “น้ำตาหล่นที่โคราช” จึงเดินทางไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าว พบว่ามีการจัดตั้งศพเพื่อสวดพระอภิธรรมอยู่ 1 ศพจริง และเมื่อสอบถามผู้ที่อยู่บริเวณศาลาก็ทราบว่า ศพที่ตั้งสวดอยู่นั้นเป็นศพของนายสมควร  ผาบัว หรือ ชื่อในวงการเพลงลูกทุ่งคือ แสนสุข แดนดำเนิน อายุ 58 ปี ซึ่งได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยการจัดงานศพของนักร้องชื่อดังเป็นแบบธรรมดาตามชาวบ้านทั่วไปซึ่งมีเพียงญาติและพี่น้องที่เดินทางมาร่วมงานศพเท่านั้นส่วนเพื่อนนักร้องด้วยกันคาดว่ายังไม่ทราบข่าวคราวกัน
นายเตย ผาบัว อายุ 63 ปี พี่ชายคนโตของนักร้องดัง  เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่น้องชายปลดประจำการจากทหารเกณฑ์ ก็ได้เดินทางหางานทำอยู่นานกระทั่งได้ไปอยู่กับวงดนตรีจ่าจวบ หรือสุขสันต์ หรรษา ซึ่งเจ้าของวงดนตรีมีชื่อจริงว่า ประจวบ แสนสุข  ใช้นามสกุลของตัวเองเป็นชื่อนักร้องให้น้องชายในนาม แสนสุข แดนดำเนิน ซึ่งได้แต่งเพลง “น้ำตาหล่นที่โคราช” ให้น้องชายของตนร้องจนโด่งดังทั่วประเทศในยุคนั้น เมื่อประมาณปี 2525-2526 และยังมีนักร้องที่โดงดังมาในยุคเดียวกันเช่น สุนารี ราชสีมา, ชาตรี ศรีชล , ขนิษฐา ธิดาไทย และสายัณห์ นิรันดร ส่วนในเรื่องครอบครัวส่วนตัวนั้นทราบเพียงว่าน้องชายของตนมีภรรยาคนแรกมีลูกสาว 1 คน ส่วนภรรยาคนที่สองมีลูกด้วยกันอีก 1 คน โดยภรรยาและลูกของน้องชายตนนั้นยังไม่ทราบข่าวแต่อย่างใดเพราะตนก็ไม่รู้ว่าจะติดต่ออย่างไร
ด้านนายเกย ผาบัว อายุ 61 ปี พี่ชายอีกคน ที่อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 24 ม.5 ต.วัดป่า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ครอบครัวเรามีพี่น้องร่วมมารดาด้วยกัน 3 คน แสนสุข ดำเนิน เป็นน้องคนสุดท้อง ซึ่งตนนั้นอาศัยอยู่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เป็นเวลานานเมื่อทราบข่าวจึงเดินทางมาช่วยกันจัดงานศพให้กับน้องชายตัวเอง ส่วนที่นำศพน้องชายมาตั้งที่ จ.พิษณุโลก เพราะพี่ชายของตนนั้นอาศัยอยู่ที่นี้ ส่วนชีวิตของน้องชาย ตั้งแต่ออกจากบ้านไปเป็นทหารเกณฑ์ และเริ่มเข้าสู่วงการเพลง ไปเป็นเด็กคอยอัดเพลงให้กับจ่าจวบ หรือที่คนรู้จักในนามสุขสันต์ หรรษา ซึ่งเป็นนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง และเป็นคนก่อตั้งวงดนตรีชื่อดังหลายคน รวมทั้งแสนสุข แดนดำเนิน น้องชายของตนด้วย กระทั่งช่วงปี 2546 น้องชายถูกจับกุมเกี่ยวกับยาเสพติด และถูกตัดสินจำคุกที่คลองเปรม 18  ปี 9 เดือน ซึ่งน้องชายได้เคยเขียนจดหมายมหาข้อความบอกว่า “ไม่ต้องห่วงอยู่ได้สบายดี” กระทั่งมาลื่นล้มในห้องน้ำและเสียชีวิตในคุก เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ทางพี่น้องได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญที่วัดหนองไผ่ล้อม
ด้านพระนพรัตน์ ธรรมมโร ซึ่งเป็นเพื่อนกับแสนสุข แดนดำเนิน ปัจจุบันอาตมาจะจำวัดอยู่ใน จ.สระบุรี  และเป็นพระวิทยากรเรื่องยาเสพติด เมื่อทราบข่าวจึงเดินทางมาร่วมงานศพครั้งนี้ เล่าว่า อาตมากับแสนสุขเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังเป็นฆารวาส ช่วงที่ได้เข้าวงการเพลงและอยู่กับวงดนตรี รังสี เสรีชัย มาด้วยกันโดยช่วงประมาณปี 2524-2526 ตนเข้าไปเป็นลูกวง ทำงานทุกอย่างทั้งเป็นคาวบอย ขนของ และเล่นตลก และทำงานอยู่ได้ประมาณ 3-4 ปี ก็ได้แยกกันโดยแสนสุข ไปอยู่กับวงขนิษฐา ธิดาไทย และสายัณห์ นิรันดร และหลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกัน อาตมาก็ได้มาบวชกระทั่งมาทราบข่าวจากสถานีวิทยุว่า แสนสุข ดำเนิน เสียชีวิต จึงได้มาร่วมงาน เพราะเคยอยู่ด้วยกันมาหลายปี

จดหมายรักจาก กทม(สันป่าตอง) แสนสุข แดนดำเนิน
http://77.nationchannel.com/video/193701/

8.เรื่องเบาๆ สำหรับคนมีความรักและอกหัก ไม่่ใช่่อกหักจากรัฐบาลสมัยนายกฯหญิง คือ 5 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังอกหัก
นี่เป็นบทเรียนที่เราเรียนรู้ว่าการกระทำนี้ไม่ควรเกิดขึ้นหลังจากที่คุณอกหักหรือโดนหักอก
มองโดยรวมจากสายตาคนอื่นแล้วคุณไม่ได้ดูน่าสงสารเท่าไรนักหรอกค่ะ คุณจะดูคล้ายเป็นผู้หญิงที่เข้าตาจนเสียมากกว่า ผู้หญิงอกหักมักชอบทำอะไรเหนือความคาดหมาย และเชื่อเถอะว่าเมื่อคุณผ่านเวลานี้ไปได้แล้วมองย้อนกลับมาคุณจะรู้สึกว่าคุณช่างเป็นผู้หญิงที่น่าหัวเราะเสียจริงๆ
อยากบอกว่า Dont ถ้าคุณไม่อยากเป็นตัวตลก
1. กระหน่ำโทรหาเขาทุกครั้งที่คุณคิดถึงเขา
สมมติว่าคุณเกิดคิดถึงแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกรากันไปไม่นาน จึงกระหน่ำโทรหาเขาบ่อยยิ่งกว่าตอนคบกันเสียอีก มันยิ่งทำให้คุณดูเป็นผู้หญิงบ้าคลั่งและโรคจิตในสายตาเขา โดยเฉพาะถ้าเขาคนนั้นเป็นฝ่ายบอกเลิกคุณขอเตือนไว้เลยว่าอย่าทำค่ะ เราเข้าใจในความรู้สึกของผู้หญิงอกหักค่ะว่าจะเฝ้าคิดถึงทุกอย่างที่เป็นของเขาไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า / รองเท้า / เพลงบางเพลงที่เป็นเพลงของคุณและเขา / หนังเรื่องแรกและเรื่องสุดท้ายที่คุณได้ดูด้วยกัน สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องบั่นทอนจิตใจคุณค่ะ เราเข้าใจว่าคงลืมได้ยากแต่คุณต้องลืมมันซะเพื่อหยุดพฤติกรรมตัวตลกในสายตาเขาค่ะ
2. แชร์สเตตัสใน facebook ทุกๆ นาที
สำหรับสาวก facebook ที่ชอบบอกกล่าวความรู้สึกซึม เศร้า เหงา หงอย ในที่แห่งนี้หมายถึงพื้นที่ส่วนตัวที่ต้องการให้ชาวโลกรับรู้ว่าคุณกำลังอกหัก ส่วนใหญ่แล้วพฤติกรรมของคนอกหักจะชอบพร่ำเพ้ออยู่ใน facebook ของตัวเองตลอดเวลา ซึ่งมันหมายความว่าคุณไม่สามารถอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ได้ ไม่ว่าคุณจะต้องการให้คนอื่นมากด like หรือ comment อะไรก็ตามแต่คิดเอาไว้นิดนึงว่า facebook ไม่ใช่ไดอารี่ที่ถูกปิดผนึกเอาไว้ คุณไม่ควรแสดงความอ่อนแอหรือพฤติกรรมที่ดูเลื่อนลอยแบบนั้นให้ใครเห็นโดยเฉพาะแฟนเก่าที่ทิ้งคุณไป และที่สำคัญมันจะยิ่งทำให้คุณรู้สึกเหงาเมื่อเขาไม่ใส่ใจ
3. จมปลักอยู่กับลุคเดิมๆ
มุขอกหักแล้วตัดผมยังใช้ได้อยู่ค่ะ หลังจากอกหักอย่ามัวแต่ซึมเศร้าอยู่กับสิ่งที่ไม่มีวันกลับมา ลุกขึ้นยืนอย่างเข้มแข็งแล้วเปลี่ยนลุคตัวเองให้ดูเป็นคนใหม่ซะ วิธีนี้ใช้ได้ผลล้านเปอร์เซ็นต์ค่ะ เมื่อเราดูดีขึ้นเราก็จะรู้สึกมั่นใจขึ้นด้วย แล้วเมฆสีเทา อารมณ์เหงาๆ ก็จะจากเราไปเอง หลังจากนั้นคุณจะได้เจอกับฟ้าหลังฝนที่สดใสกว่าเดิมแน่นอนค่ะ
4. พุ่งเข้าหาอ้อมกอดของผู้ชายคนอื่น
เข้าใจดีว่าในบางครั้งคุณก็อยากจะทำอะไรหลุดโลกไปเลย แต่มันไม่คุ้มหรอกค่ะถ้าความสัมพันธ์ของคุณจะเริ่มต้นแบบฉาบฉวย คุณอาจคิดว่าคุณพร้อมแล้วล่ะที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่แต่ถ้าคุณยังแอบเผลอนึกถึงแฟนเก่าหรือเกิดข้อเปรียบเทียบขึ้นเล็กๆ ในใจ นั่นล่ะค่ะ..มันหมายความว่าคุณยังไม่พร้อมอย่างแน่นอน อ้อมกอดที่อบอุ่นจริงๆ มันจะมาเมื่อเราพร้อมเปิดใจค่ะ
5. พยายามจะมีความสัมพันธ์แบบเพื่อน
หลังจากที่คุณถูกบอกเลิกแล้วคุณคิดว่ายังไม่สามารถทำใจให้ห่างเขาได้ คุณอาจขอเปลี่ยนสถานะจากแฟนเหลือแค่เพื่อนก็ยังดีบอกได้เลยว่าเป็นวิธีที่ผิดถนัดค่ะ ความสัมพันธ์แบบนี้จะยิ่งทำให้คุณเจ็บปวด แล้วโดยส่วนใหญ่ผู้ชายก็เชื่อด้วยว่าเราจะเป็นเพื่อนกับเขาและมีมิตรภาพที่ดีต่อไป เมื่อเขารู้สึกเช่นนี้คุณจะกลายเป็นเพื่อนเขาคนหนึ่งจริงๆ เมื่อเขามีรักใหม่เขาอาจเปิดใจบอกคุณโดยไม่รู้สึกอะไร แต่คนที่เจ็บใจที่สุดคือคุณค่ะ เพราะฉะนั้น ตัดใจและห่างเขาไปเลยจะดีกว่า เมื่อคุณทำใจได้เมื่อไหร่จะกลับมาเป็นเพื่อนกันทีหลังก็ยังไม่สายค่ะ
เรื่องโดย : ข้าวปั้น
http://lifestyle.th.msn.com/love/relationship/article.aspx?cp-documentid=5450455

เนื้อเพลง คนอ่อนไหว..กำลังใจสำคัญที่สุด

ไหมไทย ใจตะวัน – คนอ่อนไหว..กำลังใจสำคัญที่สุด
คำร้อง/ทำนอง สลา คุณวุฒิ
เรียบเรียง ปิยะวุฒิ ณ บางช้าง

หนักจริงจริงแก้วตา กับทุกเวลาที่อ้ายเป็นอยู่
ก็เกรงใจน่าดู แต่อ้ายบ่ฮู้จะคุยกับใคร
เหนื่อยกับงานกับคน กับการดิ้นรนบนทางก้าวไป
ส่ออาการถอดใจ คำว่าบ่ไหว เที่ยวมากดดัน

ถูกปัญหากอดคอตีเข่า
ถูกความเหงาพุ่งชนทุกวัน
จะทน ต้านทานได้ถึงวันไหน

คนอ่อนไหว กำลังใจสำคัญที่สุด
อยากฟังคำพูด ที่แปลว่ายังมีคนห่วงใย
ทุกสิ่งที่เจอ อยากฟังเสียงเธอโทรมาถามไถ่
พอเป็นเชื้อไฟให้คนคืออ้าย ยังหายใจต่อ

ขอโทษที่รบกวนเธอ เอาเรื่องที่เจอมาสุมมาก่อ
ก็เพราะมั่นใจพอ ว่าเธอคือคนที่เข้าใจกัน

ถูกปัญหากอดคอตีเข่า
ถูกความเหงาพุ่งชนทุกวัน
จะทน ต้านทานได้ถึงวันไหน

คนอ่อนไหว กำลังใจสำคัญที่สุด
อยากฟังคำพูด ที่แปลว่ายังมีคนห่วงใย
ทุกสิ่งที่เจอ อยากฟังเสียงเธอโทรมาถามไถ่
ฉุดคนใกล้ตายมีแรงลุกขึ้น มาหายใจต่อ
ฉุดคนใกล้ตายมีแรงลุกขึ้น มาหายใจต่อ
http://www.youtube.com/watch?v=ZjgwwCc69zc

ส่งท้ายด้วยเพลงรักไม่ลืม
บ้านคนรักสุนทราภรณ์ www.websuntaraporn.com
คำร้อง แก้ว อัจริยะกุล
ทำนอง หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์
บ้านคนรักสุนทราภรณ์ websuntaraporn.com
พี่ไม่ลืม ไม่ลืมรักเราที่ปลื้มหนักหนา
ยอดบูชา พี่เคยสัญญาวาจารักมั่น
ยอดอาลัย พี่ปองหัวใจใฝ่ฝัน
พี่มีรักเดียวข้องเกี่ยวผูกพันธ์
ไม่มีสัมพันธ์อันอื่นตรึงใจ
ก่อนชื่นใจปลื้มในฤดี
ครั้นมาบัดนี้ลืมไม่ได้
โอ้ พี่ซื่อตรงมั่นคงฤทัย
เพราะพี่มอบหัวใจให้เธอทั้งดวง
ยอดชีวี ต่างคนต่างหวังดีรักพี่ไม่ลวง
พี่ยังหวง ให้แนบชิดทรวงทรวงพี่คนเดียว

บ้านคนรักสุนทราภรณ์ www.websuntaraporn.com
…………………………………………….
เอื้อเฟื้อโดย… ขลุ่ย
? แจ้งแก้ไขคำผิดหรือเพิ่มเติมข้อมูลของบทเพลงนี้ได้ที่ กังหันลม หรือนิมิตสวรรค์

ผู้ขับร้อง : วินัย จุลละบุษปะ

เกร็ดเพลง
? บรรทัดที่สองจากล่าง “ต่างคนหวังดีรักพี่ไม่ลวง”
สบสันต์
? ยอดชีวี ต่างคนต่างหวังดีรักพี่ไม่ลวง แก้เป็น ยอดชีวี ต่างคนหวังดีรักพี่ไม่ลวง
เล็ก
http://websuntaraporn.com/sunTARAporn/lyric/postlyric.asp?GID=191

http://www.youtube.com/watch?v=_FxS68QKWNM

LINKIN PARK – “Not Alone”
I break down
Fear is sinking in
The cold comes / racing through my skin
Searching for a way to get to you / through the storm

You go, giving up your home
Go, leaving all you’ve known
You are not alone

With arms up / stretched into the sky
With eyes like / echos in the night
Hiding from / the hell that you’ve been through
Silent one

You go, giving up your home
Go, leaving all you’ve known
You go, giving up your home
Go, leaving all you’ve known
You are not alone

You go, giving up your home
Go, leaving all you’ve known
You go, giving up your home
Go, you are not unknown
You are not alone

You are not unknown
You are not alone
http://www.youtube.com/watch?feature=endscreen&v=lrbL1s9qwBs&NR=1

Linkin Park – In The End
It starts with one thing
I don’t know why
It doesn’t even matter how hard you try
keep that in mind
I designed this rhyme
To explain in due time
All I know
Time is a valuable thing
Watch it fly by as the pendulum swings
Watch it count down to the end of the day
The clock ticks life away
It’s so unreal
Didn’t look out below
Watch the time go right out the window
Trying to hold on, but didn’t even know
Wasted it all just to watch you go
I kept everything inside and even though I tried, it all fell apart
What it meant to me will eventually be a memory of a time when

I tried so hard
And got so far
But in the end
It doesn’t even matter
I had to fall
To lose it all
But in the end
It doesn’t even matter

One thing, I don’t know why
It doesn’t even matter how hard you try
keep that in mind
I designed this rhyme, to remind myself how
I tried so hard
In spite of the way you were mocking me
Acting like I was part of your property
Remembering all the times you fought with me
I’m surprised it got so (far)
Things aren’t the way they were before
You wouldn’t even recognize me anymore
Not that you knew me back then
But it all comes back to me (in the end)
You kept everything inside and even though I tried, it all fell apart
What it meant to me will eventually be a memory of a time when I

Chorus

I’ve put my trust in you
Pushed as far as I can go
For all this
There’s only one thing you should know (2x)

Chorus

http://www.youtube.com/watch?v=1yw1Tgj9-VU&ob=av2e

16-17-19พ.ค.55
งวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2555
814418 504 309 902 101 31
17 พ.ค. เหตุการณ์พฤษภา 35
19 พ.ค. เหตุการณ์พฤษภา 53
ครบรอบสามปีสำหรับการอ่านบทกวี ชื่องาน บทกวี : จากโลกส่วนตัวสู่โลกสาธารณะ จัดที่ ร้านหนังสือสามัญชน สาขา คาร์ฟูร์ หางดง จ.เชียงใหม่ วัน เสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2552 เวลา 17.00 – 23.00 น.และร้านหนังสือสามัญชนปิดที่เชียงใหม่ จะไปเปิดที่พิษณุโลก หลังจากผมติดต่อเจ้าของร้านทราบมาดังกล่าว ครับ
เมื่อจะเดินไปข้างหน้า ให้เหลียวมาดูข้างหลังก่่อน เพื่อป้องกันอาการได้หน้าลืมหลังที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งการเดินทางระหว่างกลับบ้านมาถึงเชียงใหม่ ระหว่างไปเกาะช้างครั้งที่สองของชีวิต-พัทยาครั้งที่สาม กับทีมสายงานกลุ่่มหนึ่ง โดยธุรกิจเกี่ยวพันครอบครัวโยงถึงผมไปกับพ่่อฯลฯ และกลุ่มใหญ่มากๆ ซึ่งมีเวลาน้อยสำหรับแวะเที่ยวอยู่บนรถทัวร์ดูคาราโอเกะมิวสิค เช่น เส้นทางสายคิดฮอด  หรือปัญหาอาหารเป็นพิษ และผมนึกถึงเคยท้องเสียที่เกาะช้าง อาเจียน และกรณีคนบนรถทัวร์ท้องไม่ดี ถึงขั้นไปโรงพยาบาลกัน ก็คนมีอาการอาหารเป็นพิษเยอะอยู่เหมือนผมก็มีอาการระหว่างทางนิดหนึ่ง และผมไม่มีเวลาเล่่นน้ำทะเล ก้เสียดายหลายปีผ่านไป และ ผ่านเส้นทางไปหลายสถาน อาจจะมีที่มีทำคลิปด้วย โดยผมไปร่วมงานกิจกรรมของธุรกิจนีโอไลฟ์ ข้อดีง่ายๆมีมากกินฟรีเที่ยวฟรีเปิดหูเปิดตาได้ลองกลับเป็นเด็กเล่นเครื่องเล่นสวนสนุกกับอารมณ์เสียวตื่นเต้นคาดไม่ถึงต่อเครื่องเล่นเวียนหัว ก็ผมเห็นอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันอย่างคาดไม่ถึง คือ สภาพรถหลังจากชนกัน ระหว่างทางจากอยุทธยา นครสวรรค์ ซึ่งผมนอนบนที่นอนคนขับรถเป็นครั้งแรก ทำให้ผมนึกถึงเรื่องนิทเช่และการกลับบ้าน ในแง่หนึ่ง คือ..
นับตั้งแต่วัยหนุ่มของนิทเช่ ป่วยเป็นไมเกรน(migraine) โรคกระเพาะอาหาร โรคนอนไม่หลับ(insomia) สายตาสั้นเกือบจะบอด และประการสำคัญช่วงที่เขาเป็นนักศึกษาได้ไปเที่ยวซ่องโสเภณีในเมืองโคโลญจนติดเชื้อซิฟลิส ต่อมาลุกลามขยายถึงสมอง และด้านความรักเขาเกิดทัศนคติแบบทั้งรักทั้งเกลียด(love-hate relation) พร้อมกับอาการ “อัตวินิบาตกรรมที่ป่วยไข้จากความรัก”(suicidal love sickness) ผลของความรักที่จบลงอย่างสิ้นหวังกับหญิงคนหนึ่ง ที่ชื่อว่าลู ซาโลเม โดยบริบทมียาว แต่สรุปว่าเขาสร้างงานจากความผิดหวังในความรัก ก็เข้าใจได้ว่าทำให้เขาเขียนเรื่องThus Spoke Zarathustra…
ซึ่งความป่วยไข้ทางร่างกาย คือ ชะตากรรมที่เขาต้องแบกรับมันเกือบตลอดชีวิต แต่นิทเช่ใช้งานเขียนเป็นการเยียวยาการป่วยไข้ดัวกล่าว(writing as remedy)
เส้นทางชีวิตความเป็นนักปรัชญา คือ การใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานองการนึกคิดไตร่ตรอง(contemplative) และใช้สมาธิพร้อมสติปัญญาไปกับการหมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวหรือโลกของความคิด สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นกิจกรรมที่ต้องโดดเดี่ยวตัวเอง(isolate) อันถือได้ว่าเป็นปริมณฑลที่ปิดกั้นตัวเอง ตัดขาดจากเรื่องราวความเป็นไปของโลกภายนอก
ดังนั้น การใช้ชีวิตอย่างครุ่นคิดของนักปรัชญา จึงค่อนข้างออกมาในลักษณะแห้งแล้ง จืดชืด ไร้สีสัน น่าเบื่อหน่าย ไม่มีทั้งความตื่นเต้น และความสนุกสนาน
อย่างไรก็ตาม กรณีนิทเช่ ผู้ชื่นชอบอำนาจเสียยงดนตรี และละครแบบไดโอนีศุส ที่มีความเจ็บป่วยและกล่าวถึงอย่างมองแง่ดีหวนกล้าเผชิญหน้ามัน ซึ่งไฮเดกเกอร์ ตีความ คือ convalescent หมายถึงความต้องการที่จะกลับบบ้านการคิดถึงบ้าน(homesick) หรือ การที่บุคคลผู้นั้นรวบรวมพละกำลัง ที่จะกลับบ้าน คือ การกลับคืนเข้าหาชะตากรรมของตนเอง แต่นิทเช่ มองโลกแง่ดีต่อการป่วยไข้…เจ็บปวดทุกข์ทนอยู่กับมัน แล้วเรียนรู้ร่างกาย….
จากอาณาเขตมาถึงร่างกาย-บ้านเกิดมองโลกแง่ดีกับความป่วยไข้ ถ้าเราคิดได้ขนาดนั้น แต่ว่าถ้าความเป็นจริงเศรษฐกิจก็เป็นตัวกำหนด ถ้าคุณเป็นคนจีน ที่อพยพมาไทย แล้วกลายเป็นคนจีนรวย ก็ไม่กลับบ้านอยู่แล้ว หรือการยึดติดที่ใหม่ๆ และถ้าเป็นไทใหญ่หรือทางเลือกของแรงงาน จะกลับบ้านไปเพื่ออะไร เขาอาจจะรู้สึกว่ากลับบ้านรวยกว่าอยู่เมืองหรือเปล่า ละน่ะครับ
——-
ได้เวลากลับมาตุภูมิ สร้างบ้านเมืองใหม่
ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของพม่าประกาศเรียกร้องให้คนพม่าที่อพยพไปอยู่ต่างถิ่น

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/suthichaiyoon/20120516/451900/news.html

คนจีนรวยในเมืองไทย ก็ไม่อพยพกลับเมืองจีน และไทใหญ่ หละ?
ย้อนกลับไปเรื่องนิทเช่ การเจ็บป่วย และคิดถึงบ้าน แน่นอนย่อมกล้าเผชิญหน้า แต่แตกต่างจากเพลงเดือนเพ็ญ หรือการคิดถึงบ้าน
เพลงเดือนเพ็ญ หรือ เพลงคิดถึงบ้าน เขียนเนื้อร้องและทำนองโดย อัศนี พลจันทร (หรือที่รู้จักกันในนามปากกาว่า นายผี หรือ สหายไฟ) ได้รับการยกย่องว่า หากนับเพลงนี้เป็นเพลงเพื่อชีวิต ก็สมควรจะเรียกได้ว่าเป็น สุดยอดเพลงเพื่อชีวิต ด้วยเป็นเพลงที่ถูกบันทึกเสียงและขับขานในวาระต่าง ๆ มากที่สุดเพลงหนึ่งในห้วงทศวรรษที่ผ่านมา และน้อยคนเหลือเกินที่ได้ฟังเพลงนี้แล้วจะรู้สึกเฉย ๆ กับความหมายที่กินใจที่เพลงสื่อออกมา เพลงคิดถึงบ้านนี้ ทำให้ชื่อ นายผี อัศนี พลจันทร เป็นที่รู้จักและจดจำในวงกว้าง
อัศนีแต่งเพลงนี้ขึ้น เพราะความรู้สึกคิดถึงบ้านของตัวเขาเอง ด้วยเหตุการณ์ทางสังคมในสมัยนั้น ทำให้เขาต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปเป็นเวลานาน. หงา คาราวาน เป็นคนนำเพลง “คิดถึงบ้าน” นี้ออกมาจากราวป่า และบันทึกเสียงครั้งแรกในนามวงคาราวาน กับอัลบั้มชุด “บ้านนาสะเทือน” เมื่อปี 2526. ต่อมาในปี 2528 แอ๊ด คาราบาว ได้นำมาบันทึกเสียงอีกครั้ง ในอัลบั้มชุด “กัมพูชา” และได้เปลี่ยนชื่อเพลงเป็น “เดือนเพ็ญ” พร้อมทั้งสลับท่อนเนื้อร้องจากเดิม. หลังจากนั้นมีผู้นำเพลงนี้ไปบันทึกเสียงอีกนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในอัลบั้มปกติ และการแสดงสด อาทิ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, คนด่านเกวียน, อัสนี-วสันต์ โชติกุล, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, โฮป, คีตาญชลี, นรีกระจ่าง คันธมาศ, สายัณห์ สัญญา, สุนารี ราชสีมา, ยอดรัก สลักใจ, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, โจ้ วงพอส, โยชิกิ วงเอ็กซ์ เจแปน ฯลฯ
หงา คาราวาน บันทึกถึงที่มาของเพลงนี้ว่า
…ที่สนามรบก่อนเกิดศึกใหญ่ (หมายถึงยุทธการล้อมปราบในเขตน่านเหนือ) ผมได้พบญาติพี่น้องซึ่งเป็นสายทางเขา (นายผี) เพลง ‘คิดถึงบ้าน’ ถูกร้องให้ผมฟังโดยหมอตุ๋ย สหายหญิงผิวคล้ำคนภาคกลางแถบราชบุรีซึ่งเป็นญาติของเขา และบอกว่าเป็นเพลงที่นายผีแต่งขึ้น ตั้งแต่พลัดบ้านพลัดเมืองไปอยู่ที่กรุงปักกิ่ง เป็นเวลาเกือบ 30 ปีมาแล้ว
เพลงนี้ได้รับการบรรเลงและนำมาขับร้องซ้ำหลายครั้งโดยศิลปินทั้งชาวไทยและต่างประเทศ อาทิ ในคอนเสิร์ตของเอ็กซ์ เจแปน ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 โยชิกิ หัวหน้าวงได้นำเพลงนี้บรรเลงด้วยเปียโนในช่วงอังกอร์ เป็นต้น

วิกิตำรา มีคู่มือ ตำรา หรือวิธีการเกี่ยวกับ:
เดือนเพ็ญ (เพลง)

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%87%E0%B8%8D_(%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87)

—-
-ตอนที่ผมเห็นทีวีมียายพัน เป็นกรรมกรก่อสร้าง มาร้องเพลงเพื่อปลดหนึ้โดยเพลงหนุ่มเมืองราชสัมา ยังรักหลานย่อ ไม่คิดถึงจัก๊กหน่อย เหรอ ยายพัน 62ในจันทรั์พันดาว และผมนึกถึงคาราโอเกะ เป็นวัฒนธรรมสิ่งประดิษฐ์นำเข้าจากญุี่ปุ่นสู่ไทย ทำให้การฟังเสวนาจากที่อ.วรวิทย์ พูดถึงไทยเกรียง ในงานวันเมย์เดย์ ที่ลำพูนของวันที่ 1 พค55 ก็ทำให้ผมกลับมาค้นหาเชื่อมโยงกรณีบทความเพลงรอรักวันแรงงาน. จึงขอเล่าเรื่องแรงงานบางด้านของวัฒนธรรมต่อหน่อย คือ..

-.ศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กชุมชนคนไทยเกรียง
อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
สภาพปัญหา
“เวลามีกลุ่มผู้ชายนั่งกินเหล้า แล้วมีผู้หญิงเดินผ่าน มักมีการพูดแซว ผู้หญิงบางคนไม่กลัวพอถูกแซวบ่อยๆ ก็พูดโต้ตอบ ทำให้ผู้ชายผูกใจเจ็บอาจหาโอกาสลวนลามหรือทำร้ายได้” ยุพา บุญเกิด อดีตประธานสหภาพแรงงานไทยเกรียงและกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนคนไทยเกรียง กล่าวถึงความไม่ปลอดภัยของผู้หญิงในชุมชน แม้ที่ผ่านมาจะยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น แต่เธอย้ำว่า “เป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับผู้หญิงในชุมชนแรงงานอย่างเรา”
“ชุมชนคนไทยเกรียง” เดิมชื่อว่า “ชุมชนกลัดเจริญ” และ “ชุมชนลานทราย” ทั้งสองชุมชนนี้ตั้งอยู่เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนพระประแดง-สุขสวัสดิ์ ตำบลบางจาก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีบริษัทไทยเกรียงสิ่งทอ จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ ทำให้ชาวชุมชนซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลือกทำงานที่โรงงานแห่งนี้
คนงานหญิงสิ่งทอไทยเกรียงมีบทบาทสำคัญร่วมกับองค์กรต่างๆ รณรงค์เรียกร้องให้คนงานได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น การเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายประกันสังคม การเรียกร้องสิทธิลาคลอด 90วัน โดยได้รับเงินเดือนเต็ม
ช่วงที่โรงงานไทยเกรียงประสบปัญหาขาดทุน คนงานไทยเกรียงยังได้ร่วมเคลื่อนไหวจนโรงงานผ่านวิกฤตมาได้ แต่วิกฤตกลับมาเกิดกับคนงานแทนเมื่อคนงานจำนวน 390 คน ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมในปี 2543
หลังถูกเลิกจ้าง คนงานเหล่านี้ยังคงรวมกลุ่มกันอาศัยอยู่รอบบริเวณโรงงาน จนมีการเรียกชื่อชุมชนนี้จนติดปากว่า “ชุมชนคนไทยเกรียง”
คนงานหญิงที่ถูกเลิกจ้างส่วนใหญ่มีอายุมากแล้ว ทำงานที่โรงงานแห่งนี้มานาน การหางานใหม่เป็นไปได้ยาก จึงรวมตัวกันทำอาชีพอิสระ เช่น ค้าขาย รับจ้างนวดแผนโบราณ ตัดเย็บเสื้อผ้า ทำขนมขายมีการรวมกลุ่มทางการเงินเป็น “กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนคนไทยเกรียง” ที่นอกจากเป็นหลักประกันทางเศรษฐกิจในอนาคตแล้ว ยังเป็นเวทีพบปะพูดคุยกันอีกด้วย
สภาพปัญหาของชุมชน
ชุมชนคนไทยเกรียง เป็นชุมชนใหม่ซ้อนทับชุมชนเก่า มีการผสมผสานทางวัฒนธรรมในหลายมิติ ที่ชัดเจนคือยังคงมีวัฒนธรรมแบบชนบท ที่มีความเกื้อกูล แบ่งปัน การเป็นพี่น้อง มีพิธีกรรมงานบุญ ที่ชาวชุมชนยังคงรักษาไว้
คนงานหญิงส่วนใหญ่เคยใช้ชีวิตคู่หรือเคยมีครอบครัวมาแล้ว เมื่อครั้งยังทำงานโรงงาน คนงานหญิงหลายรายอาศัยอยู่กับลูกหลาน ญาติพี่น้อง และครองตัวเป็นโสด เลี้ยงลูกตามลำพังจนเติบโตจบปริญญา ฝ่ายชายส่วนใหญ่ไปมีภรรยาใหม่ ไม่เคยมารับผิดชอบลูก ส่วนคนงานที่ยังไม่มีครอบครัวจะใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนที่ทำงานด้วยกันตั้งแต่สมัยที่ทำงานโรงงาน เมื่อถูกเลิกจ้างหรือออกจากงานก็ยังคงติดต่
ชาวชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพขายแรงงาน ทั้งในโรงงานไทยเกรียงและโรงงานใกล้เคียง ได้ค่าแรงเท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำหรือน้อยกว่า ประมาณวันละ 120-170 บาท บางส่วนประกอบอาชีพอิสระ มีรายได้ไม่แน่นอนวันละ 100-300 บาท บางวันไม่ได้เลย
จากการที่ชาวชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพขายแรงงาน ปัญหาด้านสุขภาพจึงมักเป็นผลมาจากการทำงานโรงงาน ส่วนมากเกิดกับแรงงานหญิงและอดีตคนงานหญิงที่มีอายุเฉลี่ย 30-50 ปี ทำงานในโรงงานมาไม่ต่ำกว่า 10-25 ปี ทำให้การดำเนินชีวิตในบั้นปลายมีความยากลำบา
ปัญหาด้านสุขภาพที่พบมาก ได้แก่ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เพราะต้องสัมผัสกับฝุ่นฝ้ายหรือกลิ่นสารเคมีจากโรงงาน โรคกระดูกทับเส้น ปวดหลัง เพราะต้องยืนทำงานเป็นเวลานานๆ โรคกระเพาะจากทำงานเป็นกะ กินข้าวไม่เป็นเวลา ปัญหาด้านสายตาและความเครียด เนื่องจากสถานประกอบการมีแสงสว่างไม่เพียงพอและต้องเร่งทำงานให้ตามกำหนด รวมถึงปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ อันเนื่องมาจากการดื่มเหล้าอย่างหนักด้วย

ที่มาของศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กฯ
ชาวชุมชนคนไทยเกรียงมีแรงจูงใจทำให้ดื่มเหล้าหลายประการแตกต่างกันไป เช่น จากสภาพความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ขาดความรัก ความเข้าใจ การไม่มีศูนย์กลางหรือเวทีพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาและทางออก นำมาสู่การใช้เหล้าเป็นทางออก และสภาพแวดล้อมทางสังคมของชุมชน ที่ผู้ใช้แรงงานในโรงงานนิยมดื่มเหล้ากันเป็นหมู่คณะ บางครั้งก็ชวนกันไปดื่มกินตามร้านอาหาร คาราโอเกะ บางรายหลังดื่มเหล้าก็ไปใช้บริการทางเพศนำโรคมาติดภรรย
คนงานหญิงคนหนึ่งเล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมการดื่มเหล้าของคนงานว่า “การกินเหล้ามีหลายอย่าง บางคนกินเพราะสังคมเพื่อน บางคนกินเพื่อคลายเครียด บางคนเพื่อพักผ่อน บางคนกินเพราะอกหัก หรือมีปัญหาครอบครัว พอกินไปเรื่อยๆ เกิดอาการติดเหล้าก็กินตลอด แม้แต่เวลาทำงานก็กินแต่ไม่เสียงาน”
จากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างชุมชนคนไทยเกรียงและมูลนิธิเพื่อนหญิง มีการสะท้อนปัญหาของแรงงานหญิงที่ถูกสามีทำร้าย ถูกทอดทิ้ง ต้องทนทุกข์อยู่กับสามีหรือภรรยาที่ติดเหล้าอย่างหนัก และยังพบว่าเหล้าเป็นปัจจัยหลักที่คนในชุมชนฯ ใช้ดับทุกข์ ซึ่งในความเป็นจริงเหล้ากลับเป็นตัวอันตรายที่ส่งผลต่อศักยภาพการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน การสร้างปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว และเป็นปัจจัยหลักของการนำมาสู่การทะเลาะเบาะแว้ง และใช้ความรุนแรงทำร้ายกัน
ในปี 2547 มีการตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กชุมชนคนไทยเกรียง” มีมูลนิธิฯ เป็นที่ปรึกษา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สนับสนุนงบประมาณ เพื่อเป็นที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ และให้คำปรึกษาการลด ละ เลิกเหล้า รวมถึงแก้ไขปัญหาผู้หญิงและเด็กที่ถูกกระทำรุนแรงในชุม
การขับเคลื่อนกิจกรรมของศูนย์ฯ ทำในรูปแบบอาสาสมัครซึ่งเป็นอดีตผู้นำแรงงานหญิงไทยเกรียงและคนในพื้นที่ที่เคยผ่านการฝึกอบรมกับมูลนิธิฯ มีคุณอรุณี ศรีโต เป็นประธาน
ศูนย์ฯ ทำงานโดยการลงพูดคุยในชุมชน มีการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ การช่วยเหลือเป็นไปในรูปแบบการลงพูดคุยปัญหาชีวิตเบื้องต้น การติดตามหลังการให้คำปรึกษา และการทำกลุ่มสนับสนุนพูดคุยสะท้อนปัญหาความรุนแรงที่เกิดจากผลกระทบของเหล้า การประสานงานส่งต่อผู้เดือดร้อนไปยังหน่วยงานอื่นๆ การวางแผนรณรงค์ลด ละ เลิกเหล้าร่วมกับชุมชน
หลังการเปิดศูนย์ฯ มีผู้มาขอคำปรึกษาเรื่องครอบครัวและถูกใช้ความรุนแรง รวมทั้งประเด็นแรงงานหญิงประมาณเดือนละ 20 คน มีกลุ่มผู้ชายที่เข้าร่วมกิจกรรมลดการดื่มเหล้าจนสามารถเลิกได้ในที่สุด คุณอรุณี ศรีโต กล่าวถึงการขยายผลการทำงานของศูนย์ฯ ว่า “การทำงานของศูนย์ฯ โดยเฉพาะการทำกลุ่มสนับสนุนให้กับผู้ที่ติดเหล้าและเกิดความรุนแรงในครอบครัว หลังจากเข้ากลุ่มฯ บางรายเลิกเหล้าได้เด็ดขาด จึงได้นำมาเป็นตัวอย่างขยายผลในการรณรงค์และเป็นผู้นำทำกลุ่มสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับคนอื่นๆ ในชุมชนต่อไป”
ประธานศูนย์ฯ บอกว่า “ทุกวันนี้เมื่อมองย้อนหลังกลับไป ถือว่าเราโชคดีที่ตกงานเสียก่อน และได้มารวมกลุ่มกัน ทำให้ไม่ต้องกุลีกุจอกับการทำงานโรงงาน เรามีเวลามองอะไรได้กว้างขึ้น เห็นประสบการณ์และสถานการณ์ในชุมชนเยอะขึ้น เราจึงเห็นว่าปัญหาของคนงานไม่ใช่เรื่องสิทธิแรงงานอย่างเดียว แต่ยังมีปัญหาความรุนแรงที่ส่งผลต่อชีวิตชุมชนด้วย จนได้มาเป็นศูนย์ฯ ทุกวันนี้”
ที่มา : เรียบเรียงจาก ศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กชุมชนคนไทยเกรียง
โดย บัณฑิต แป้นวิเศษ
หนังสือ พัฒนาการเครือข่ายชุมชนลดเหล้า : ลดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก

http://www.friendsofwomen.or.th/index.php?key=Y29udGVudD1jb250ZW50JmlkPTYy&PHPSESSID=882f9f0a1e3009fcfc7b50e88c60d654
——————–
เรามากล่าวถึงด้านสุขภาพกันดีกว่า
—-
เคยหลงทาง พูดตะกุกตะกัก บ่นเรื่องเก่าๆ เสี่ยงสมองเสื่อม | Thaihealth.or.th
http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/4623 – แคช
9 มิ.ย. 2008 – เคยหลงทาง พูดตะกุกตะกัก บ่นเรื่องเก่าๆ เสี่ยงสมองเสื่อม … บกพร่องในการรับรู้ หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น พูดทวนเรื่องเก่า จำเหตุการณ์ปัจจุบันหรือสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ …
• แสดงกระทู้ – พวกขี้เซาระวัง!นอนมากเสี่ยงสมองเสื่อม (เพื่อสุขภาพ)
board.dragonica.in.th/viewtopic.php?f=21&t=67038 – แคช
20 โพสต์ – 15 ผู้เขียน – 24 เม.ย.
พูดคุยสาระต่างๆที่เกี่ยวกับเกม Dragonica. 21 โพสต์ • หน้า … “คนที่นอนมากกว่า 8 ชั่วโมง/วันเสี่ยงสมองเสื่อมอัลไซเมอร์เพิ่ม 2 เท่า … ดีที่เราไม่นอนเลย :shock:
นักวิจัยผู้ชายเสี่ยงสมองเสื่อมมากกว่าผู้หญิง
blog.eduzones.com/bangsi/91407 – แคช
5 พ.ค. 2012 – ต้องการลบความคิดเห็นนี้ใช่หรือไม่ … นักวิจัยผู้ชายเสี่ยงสมองเสื่อมมากกว่าผู้หญิง … ผู้ชายมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมอย่างอ่อน …
ดูแลสมอง ลดความเสี่ยงสมองเสื่อม ช้าต่อไปไม่ได้แล้ว – • MEGA | We care
http://www.megawecare.co.th/thai/newsletter_detail.asp?id=49 – แคช
… ฉบับที่ 15. ดูแลสมอง ลดความเสี่ยงสมองเสื่อม ช้าต่อไปไม่ได้แล้ว … และมีปัญหาด้านความจำ การพูด ความคิด การกระทำ อารมณ์ การดำรงชีพ และบุคลิกภาพผิดไปอย่างชัดเจน …
ดื่มน้ำไม่ดีเพิ่มเสี่ยงสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ :: health2you @ Hunsa I-AM
iam.hunsa.com/health2you/article/23795 – แคช
5 มี.ค. 2009 – ดื่มน้ำไม่ดีเพิ่มเสี่ยงสมองเสื่อมอัลไซเมอร์. โพสเมื่อ … พยายามอย่าพูดภาษาอังกฤษโดยไม่ย้ำเสียง (ไม่มี accent) เพราะฝรั่งฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ … ที่มา …
ชะลออัลไซเมอร์ สมองเสื่อม ใน ผู้สูงอายุ – เส้นทางสุขภาพ
http://www.yourhealthyguide.com/article/ao-alzheimer-slow.htm – แคช… 5 ปี นั่นคือยิ่งอายุมากขึ้น โอกาสเสี่ยงเป็นภาวะสมองเสื่อมยิ่งเพิ่มตาม โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด … เช่น หลงลืมสิ่งของที่ใช้เป็นประจำ นึกคำหรือประโยคที่พูดไม่ออก …
อ้วนเกิน หรือผอมเกิน ก็เสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม | Blognone
http://www.blognone.com/…/อ้วนเกิน-หรือผอมเกิน-…; – แคช
8 พ.ค. 2008 – อาจเพราะสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ทั้งอ้วนขึ้นหรือผอมลงพร้อมๆ กับสมองเสื่อม? อาจมีตัวแปรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้พูดถึงหรือถูกมองข้ามอีกหลายตัว?
ทำงานนานเกิน… เพิ่มเสี่ยงสมองเสื่อม จากบล็อก โอเคเนชั่น oknation.net
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=404115
25 ก.พ. 2009 – ถ้ามีเหตุให้นอนไม่พอนานๆ ก็อาจจะเสี่ยงสมองเสื่อมได้คล้ายๆ กัน … (ขีดเส้นใต้) เสียงอื่นๆ พูดให้เบาลง ส่วนตัวเสียงที่ใช้อักษรเอียงให้พูดเบาๆ คล้ายเสียงกระซิบ …
ความรู้เรื่องโรคสมองเสื่อม
http://www.rxrama.com/article003.html – แคช
สมองเสื่อมคืออะไร สมองเสื่อมกับสมองฝ่อเหมือนกันหรือไม่่ สมองเสื่อม … จะมีเส้นเลือดสมองตีบผิดปกติ มักจะอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้ ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง …. และสุขภาพโดยส่วนรวม ถ้าพูดถึงโรคอัลไซเมอร์แล้ว โดยเฉลี่ยผู้ป่วยมักจะมีชีวิตได้ราว 10 ปี …
กาแฟลดเสี่ยงสมองเสื่อม(อัลไซเมอร์) | บ้านหมอ (สุขภาพ + ภาษาอังกฤษ)
health2u.exteen.com/20090125/entry – แคช
25 ม.ค. 2009 – กาแฟลดเสี่ยงสมองเสื่อม(อัลไซเมอร์). posted on 25 Jan … พยายามอย่าพูดภาษาอังกฤษโดยไม่ย้ำเสียง (ไม่มี accent) เพราะฝรั่งฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ … ที่มา …
ภาวะสมองเสื่อม ความจริง 9 ประการ
ชุดความรู้สำหรับประชาชน ศ.นพ.นิพนธ์ พวงวรินทร์ หัวหน้าสาขาวิชาประสาทวิทยา

ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กรุงเทพมหานคร 10700.
1) ภาวะสมองเสื่อมคืออะไร ?
เป็นเวลานานนับศตวรรษ ที่มนุษย์เราได้มีความพยายามที่จะหาวิธีทำให้ตัวเองฉลาดขึ้น หรือหายาทำให้สมองดี แต่ก็ยังไม่ประสพผลสำเร็จ ตรงกันข้ามคนส่วนใหญ่ เมื่อมีอายุมากขึ้นจะพบว่ามีความจำเลวลง, หลงลืม หรือบุคลิกภาพและอารมณ์ผิดแผกไปจากปรกติ บางรายเป็นมากจนจัดว่าเป็นโรคขึ้นมา ซึ่งเรียกว่า ภาวะสมองเสื่อม.
ในปัจจุบันประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากมายในโลก เนื่องจากมนุษย์มีอายุยืนยาวกว่าเดิม แม้แต่ในประเทศไทยเอง เดิมคนไทยมีอายุเฉลี่ยราว 45 ปี ในปัจจุบันผู้ชายไทยมีอายุเฉลี่ยยืนยาวถึง 63 ปี และผู้หญิง 64 ปี. ประชากรผู้สูงอายุในโลก ในบางแห่งจึงมีการทวีจำนวนเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าอัตราเกิดของทารก ดังนั้นภาวะสมองเสื่อมนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดอันหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุทั่วโลกมีความพิการ และพึ่งตนเองไม่ได้.

2). ภาวะสมองเสื่อมพบบ่อยแค่ไหน ?
จากการศึกษาทางระบาดวิทยา ถึงสถิติของความชุกชุมของภาวะสมองเสื่อมในประชากรโลก พบว่าอยู่ในอัตราสูงถึง 5-8 เปอร์เซนต์ของผู้อายุเกิน 65 ปี และจะมีอัตราเป็นโรคสูงถึง 20 เปอร์เซนต์ และถ้าอายุเกิน 90 ปี จะพบถึงครึ่งหนึ่งที่มีภาวะสมองเสื่อมเกิดขึ้น
ในประเทศไทยพบว่ามีประชากรอายุเกิน 60 ปี ถึง 3 ล้าน 1 แสนคน คิดเป็นเปอร์เซนต์ ได้ร้อยละ 5.7 ของประชากรไทย (พ.ศ.2532) ดังนั้นกลุ่มประชากรกลุ่มนี้จึงมีความโน้มเอียงสูงที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อมได้.
ภาวะสมองเสื่อมนี้ไม่เฉพาะเกิดแต่ในผู้สูงอายุเท่านั้น ในประชากรที่อายุน้อยก็อาจเกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน ซึ่งมักจะมีสาเหตุมาจากโรคพันธุกรรม, โรคการติดเชื้อของสมอง (เช่นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ, สมองอักเสบจากไวรัส), สารพิษ และโรคหลอดเลือดสมองเป็นต้น ซึ่งจะได้กล่าวโดยละเอียดในเรื่องสาเหตุของโรคต่อไป.

3). พยาธิสภาพของภาวะสมองเสื่อมเป็นอย่างไร ?
เป็นที่ทราบกันดีว่าสมองของคนเรานั้น เป็นอวัยวะที่ได้พัฒนามาสูงสุดของร่างกายมนุษย์เรา และมีความสลับซับซ้อนในการทำงานมากที่สุด เซลล์สมองเป็นเซลล์ที่มีความจำเพาะมาก และเปราะบางที่สุด. ในคนปรกติมีเซลล์สมองมากมายนับเป็นพันๆ ล้านตัว เซลล์เหล่านี้เมื่อตายไปจะไม่มีการงอกมาทดแทนได้ เช่นอวัยวะอื่นๆ ดังนั้นปริมาณและจำนวนเซลล์สมองที่ทำหน้าที่ในคนปรกติ จะมีการลดจำนวนลงเรื่อยๆเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ขบวนŠการนี้ถือว่าเป็นธรรมชาติอันเกิดมาจากความชราภาพ บางคนมีเซลล์สมองตายไปวันละ 1,000 ตัว บางคน 10,000 ตัว ซึ่งไม่เท่ากันแล้วแต่เหตุปัจจัยที่มาส่งเสริมเช่น การดื่มเหล้า, การอักเสบของสมอง, สมองขาดเลือดหรือน้ำตาล ยาหรือพิษบางชนิด และภาวะชักต่างมีผลทำให้เกิดการสูญเสียของเซลล์สมองมากกว่าคนปรกติทั่วไป.
ในผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมจะพบว่ามีปริมาณ หรือจำนวนเซลล์ของสมองที่ทำงานลดลง
อย่างมากมายอย่างเห็นได้ชัดเจนในกล้องจุลทรรศน์. จึงทำให้มีปัญหาด้านความจำ, ความคิด, อารมณ์และบุคลิกภาพของตนผิดไปจากเดิมอย่างมาก. นอกจากนี้ยังอาจพบว่ามีใยของประสาทในสมองพันกันยุ่งเหยิงเต็มไปหมดอีกด้วย.

4). มีภาวะอื่นๆ อะไรบ้างที่อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการคล้ายกับภาวะสมองเสื่อม ?
ก่อนที่จะบ่งชี้ว่าคนใดเป็นภาวะสมองเสื่อม แพทย์หรือคนดูแลผู้ป่วยจำเป็นต้องแยก
ภาวะ 3 ภาวะต่อไปนี้ที่อาจมีอาการและอาการแสดงคล้ายคลึงกับภาวะสมองเสื่อมได้ อันได้แก่
ก). ผู้ป่วยที่สับสน เช่นเกิดขึ้นภายหลังชัก, หมดสติหรือเป็นลม, ได้รับยานอนหลับหรือยากล่อมประสาท หรือยากระตุ้นประสาทบางอย่าง, ผู้สูงอายุที่มีไข้สูงหรือผู้ที่หอบเหนื่อย และมีออกซิเจนไปสมองไม่พอ, ผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ, ผู้ป่วยที่ช็อคหรือเสียเลือดมากๆ หรือแม้กระทั่งผู้ที่ไม่ได้พักผ่อนติดต่อกันนานหลายๆวัน.
ข). ผู้ป่วยที่เพ้อคลั่ง เช่นเกิดจากโรคพิษสุราเรื้อรัง, ติดยาเสพย์ติด, ติดยานอนหลับ, โรคตับพิการ, โรคไตพิการ, โรคสมองอักเสบ หรือแม้แต่ได้รับสารพิษทางเคมีเข้าร่างกายเป็นต้น.
ค). โรคท้อแท้หรือซึมเศร้า ในผู้ป่วยที่หมดหวังทอดอาลัยตายอยากในชีวิต, ท้อแท้อยากฆ่าตัวตายจากความผิดหวัง หรือปัญหาชีวิต ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยของโรคทางจิตเวชวิทยา. ซึ่งจำเป็นต้องรีบแก้ไขและรักษาโดยด่วน มิเช่นนั้นจะมีโอกาสสูงในการทำลายตัวเองหรือผู้อื่น.

5). สาเหตุของภาวะสมองเสื่อมเกิดจากอะไรบ้าง ?
ในผู้สูงอายุสาเหตุสมองเสื่อมที่พบบ่อยๆมีสาเหตุ 2 ประการ คือ
1. โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคอัมพาต ไม่ว่าจะเกิดจากชนิดหลอดเลือดตีบ หรืออุดตัน หรือแตกก็ตาม โรคนี้พบราว 20% ของผู้ป่วย
2. โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) เป็นโรคสมองเสื่อมที่พบบ่อยที่สุด และจะมีอาการเลวลงเรื่อยๆ คือ ราว 70-80% ของผู้ที่มีสมองเสื่อม โรคนี้จะเป็นสาเหตุทำให้สมองฝ่ออย่างรวดเร็ว และมีปัญหาด้านความจำ, การพูด, ความคิด, การกระทำ, อารมณ์, การดำรงชีพ และบุคลิกภาพผิดไปอย่างชัดเจน ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของโรคนี้แน่นอนว่าเกิดจากสิ่งใด มีหลายคนสันนิษฐานว่าเกิดจากพันธุกรรม, การติดเชื้อ,สารพิษตลอดจนระบบภูมิต้านทาน. งานวิจัยเกี่ยวกับโรคนี้กำลังดำเนินรุดหน้าไปเรื่อยในปัจจุบัน ทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา.

6). ภาวะสมองเสื่อมสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่ ?
ในปัจจุบันพบว่าภาวะสมองเสื่อมในผู้ป่วยทุกอายุ อาจจำแนกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. ภาวะสมองเสื่อมที่รักษาได้ผลดี.
2. ภาวะสมองเสื่อมที่รักษาได้ผลเพียงบางส่วน.
3. ภาวะสมองเสื่อมที่ยังรักษาไม่หายในปัจจุบัน.

ภาวะสมองเสื่อมที่รักษาได้ผลดี ซึ่งพบได้ราว 5-10% ของผู้ป่วยทั้งหมดสามารถจำแนกได้ตามสาเหตุดังนี้.
1. ภาวะเลือดคั่งที่ผิวสมอง การผ่าตัดเอาเลือดออกก็จะหายจากโรคสมองเสื่อมได้.
2. ภาวะโพรงสมองโต การผ่าตัดใส่ท่อให้โพรงสมองแฟบลงก็จะหายจากภาวะสมอง
เสื่อมได้.
3.โรคลมชักที่ไม่ได้รับการควบคุมรักษาที่ดีและถูกต้อง เพราะการชักแต่ละครั้งจะทำ
ให้เซลล์สมองตายไปเป็นจำนวนนับหมื่นๆตัว.
4. โรคขาดวิตามินบี
5. โรคของต่อมธัยรอยด์ สร้างฮอร์โมนน้อย
6. โรคเยื่อสมองอักเสบ เช่นจากวัณโรคสมอง, เชื้อรา, พยาธิสมองเป็นต้น.
7. โรคซิฟิลิสขึ้นสมอง
8. โรคเนื้องอกสมองบางชนิดที่ฐานสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงที่เกิด มาจากเยื่อหุ้มสมอง.
9. โรคพิษสุรา หรือได้รับสารพิษต่อสมองต่างๆ
10. โรควิลสัน ซึ่งเกิดจากพันธุกรรมเนื่องจากมีสารตะกั่วคั่งในสมองและตับ.

ภาวะสมองเสื่อมกลุ่มนี้ทั้งหมดจำเป็นจะต้องได้รับการวินิจฉัยโดยเร็ว เพื่อจะได้ให้การรักษาโดยตรงที่ถูกต้องได้อย่างทันท่วงที เพื่อสมองจะได้ไม่ถูกทำลายไปมาก เพราะถ้ารักษาได้ไวและถูกต้องผู้ป่วยจะกลับคืนมาสู่สภาพปรกติได้ ถ้ารักษาช้าอาจจะมีความพิการของสมองหลงเหลืออยู่ได้.

ภาวะสมองเสื่อมที่รักษาได้ผลเพียงบางส่วน ในกลุ่มนี้อาจมีสาเหตุจาก
1. โรคเนื้อสมองตายหลายตำแหน่งจากการอุดตันของหลอดเลือดแดงในสมอง.
2. สมองขาดออกซิเจน หรือกลูโคส.
3. โรคเมาหมัดในนักมวย หรือผู้ที่มีอุบัติเหตุทางสมองโดนกระทบกระแทก
หรือกระเทือนสมองบ่อยๆ
4. โรคสมองอักเสบจากไวรัส
5. โรคเนื้องอกสมองที่กระจายมาจากมะเร็งที่อื่นของร่างกาย
6. โรคปลอกหุ้มใยสมองเสื่อม โรคกลุ่มนี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่นอนในคนไทยพบน้อย
แต่ในประเทศหนาวพบมาก เป็นสาเหตุทำให้คนหนุ่มสาวในต่างประเทศพิการกันมาก.

ภาวะสมองเสื่อมที่ยังรักษาไม่หายในปัจจุบัน. โรคกลุ่มนี้พบบ่อยเช่นกันโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ สาเหตุของโรคกลุ่มนี้ได้แก่
1. โรคอัลไซเมอร์
2.โรคพิคส์ คล้ายๆกับโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุและทำให้สมองฝ่อได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่ผิดกันที่พยาธิสภาพในสมองแตกต่างกัน
3.โรคสมองถูกทำลายจากเชื้อไวรัสชนิดเจริญช้า โรคนี้พบได้น้อยในบ้านเรา และผู้ป่วยมักจะเกิดอาการชักแบบกระตุก, สมองเสื่อมและมักเสียชีวิตหมดภายในเวลาเพียง 1-2 ปี.
4. โรคเอดส์เข้าสู่สมอง.
5. โรคพันธุกรรม เช่น โรคฮันติงตัน, โรคสมองน้อยและไขสันหลังฝ่อในระยะท้ายๆ จะมีอาการสมองเสื่อมได้.

7). การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมทำได้อย่างใด ?
โดยปรกติแพทย์ทั่วไปหรือประสาทแพทย์ มักจะเป็นผู้ให้การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมโดยอาศัยข้อมูลจากประวัติ, ระยะเวลาเป็นโรค, อาการ, อาการแสดง, ประวัติครอบครัว. การตรวจร่างกายทางระบบประสาทโดยละเอียด และการสืบค้นหาสาเหตุของโรคดังกล่าว ซึ่งอาจประกอบด้วย การเจาะเลือด, การเอกเรย์, การตรวจคลื่นสมอง, การเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง, การตรวจคอมพิวเตอร์สมอง, การตรวจการไหลเวียนของเลือดสู่สมอง และการตรวจชิ้นเนื้อสมองโดยการผ่าตัดพิสูจน์.
ขบวนดังกล่าวโดยมากมักจำเป็นต้องให้ผู้ป่วยมารับการตรวจในโรงพยาบาล และเฝ้าสังเกตอาการพร้อมทั้งเริ่มให้การรักษาในระยะแรกไปด้วยกัน.

8). ภาวะสมองเสื่อมรักษาได้อย่างไร ?
โดยปรกติหลักการรักษาภาวะสมองเสื่อมประกอบด้วยหลักใหญ่ 3 ประการ คือ
1. รักษาโรคต้นเหตุของภาวะสมองเสื่อม
2. รักษาตามอาการแบบประคับประคอง
3. การให้ยาบำบัดรักษา

การรักษาโรคต้นเหตุของภาวะสมองเสื่อม เป็นหัวใจที่สำคัญยิ่งและต้องรีบกระทำโดยเร็วและทันท่วงทีแล้วแต่ชนิดของสาเหตุต่างๆกันจึงจะได้ผลดีดังกล่าวแล้ว

การรักษาตามอาการแบบประคับประคอง นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ญาติผู้ดูแลสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีความสุข ไม่วุ่นวายหรือเกิดอุบัติเหตุอันตรายต่างๆได้. ในรายที่มีอาการทางอารมณ์รุนแรงเอะอะโวยวายหรือวุ่นวายมากๆ ก็จำเป็นต้องให้ยาช่วยระงับจิตใจผู้ป่วย โดยมากนิยมใช้ยากลุ่มกล่อมประสาทหลัก เช่น ฮาโลเพอริดอล เป็นต้น ขนาดยาและระยะเวลาที่ให้จำเป็นต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์ เพราะยากลุ่มนี้แม้จะทำให้ผู้ป่วยสงบได้ดีก็ตามแต่ก็มีผลแทรกซ้อนมาก. ยากลุ่มลดความกังวล เช่นไดอะซิแปม ก็อาจจำเป็นในบางรายเพื่อควบคุมอารมณ์ และบุคลิกภาพตลอดจนทำให้นอนหลับได้อย่างปรกติ. พบว่าราว 10-15% ของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจะมีอาการซึมเศร้าหรือท้อแท้ร่วมด้วย การให้ยาแก้ไข โดยจำเพาะเป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง. สำหรับการดูแลรักษาความสอาดของร่างกาย,ที่อยู่อาศัย, สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่ญาติและผู้ดูแลจำเป็นต้องช่วยเหลือ. การออกกำลังกายประจำเป็นสิ่งสมควรต้องทำทุกวัน, เพื่อป้องกันการรีบเกร็งของกล้ามเนื้อและการติดของข้อ.

การให้ยาบำบัดรักษาภาวะสมองเสื่อม ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาตัวยาต่างๆ มากมาย ในการรักษาโรคนี้ เริ่มจากวิตามินต่างๆตลอดจนฮอร์โมนที่เคยใช้กันมากในอดีต ในปัจจุบันพบว่าไม่ได้ผลดีแต่อย่างใด. ยา 2 กลุ่มที่แพทย์นิยมใช้ในผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมได้แก่
1. ยาขยายหลอดเลือดสมอง ยากลุ่มนี้ให้เพื่อหวังผลให้เลือดไปสู่สมองเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามผลของยากลุ่มนี้ปรากฏว่าให้ผลการรักษาที่ยังไม่น่าพอใจนัก ยกเว้นกลุ่มผู้ป่วยที่มีเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอเพียงบางรายที่อาจได้ผลบ้าง.
2. ยาช่วยการทำงานของสมอง ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ทำให้เซลล์สมองที่เหลืออยู่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น แม้จะไม่สามารถทำให้เซลล์สมองเพิ่มขึ้นก็ตาม จากการศึกษาทดลองให้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมชนิดโรคอัลไซเมอร์ พบว่าหลังให้ยากลุ่มนี้จะทำให้บุคลิกภาพ และการทดสอบต่างๆทางจิตเวชศาสตร์ดีขึ้นทั้งในด้านความจำและการเรียนรู้ยาในกลุ่มนี้จึงนิยมใช้กันในปัจจุบัน ยาที่ใช้ได้แก่
ก) Ergoloid mesylate.
ข) Piracetam.
ค) Pyritinol.
ง) Lecithin. เป็นต้น

9). การพยากรณ์โรคสมองเสื่อมเป็นอย่างไร ?
โดยปรกติการทำนายภาวะ หรือพยากรณ์โรคสมองเสื่อมนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคในผู้ป่วยกลุ่มที่เกิดจากโรคที่สามารถรักษาต้นเหตุได้ จะมีการพยากรณ์โรคดีมาก. ส่วนในกลุ่มผู้ป่วยที่เกิดจากโรคที่รักษาไม่หายในปัจจุบัน, มักจะมีการดำเนินต่อไปของโรคโดยจะมีอาการของโรคลดลงเรื่อย ๆ. การรักษาทางยามักจะเพียงช่วยประทังอาการของโรคเท่านั้น, แต่การรักษาตามอาการของโรคจะมีบทบาทสำคัญยิ่ง. การดูแลผู้ป่วยและยอมรับของญาติเป็นปัจจัยที่มีส่วนอย่างมากในการพยากรณ์ของโรคในระยะยาว, เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีอายุยืนนานใกล้เคียงกับคนปรกติทั่วไป. ส่วนสาเหตุการสูญเสียชีวิตในผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม มักจะเกิดจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่นการอักเสบของปอด, การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ, การติดเชื้อที่แผลนอนทับและโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น.

โดยสรุปภาวะสมองเสื่อมเป็นภาวะที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งจำเป็นต้องหาสาเหตุทุกราย, เพราะการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีในระยะแรกจะทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวกลับคืนมาสู่สภาพปรกติได้ สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มที่สมองฝ่อโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน การรักษาโดยการประคับประคองและรักษาตามอาการจะมีบทบาทที่สำคัญยิ่ง. ส่วนการรักษาทางยาในปัจจุบันสามารถช่วยทำให้ผู้ป่วยดีขึ้นได้บ้าง, แต่ไม่สามารถหยุดขบวนการเสื่อมของสมองได้. ขณะนี้มีงานวิจัยใหม่ๆกำลังดำเนินงาน, เพื่อหาทางรักษาผู้ป่วยโรคกลุ่มนี้อยู่ทั่วโลก จึงหวังว่าในอนาคตมนุษย์เราจะสามารถหาทางพิชิตโรคสมองเสื่อมได้ในที่สุด.

http://www.otat.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=538668927&Ntype=3

10 พฤติกรรมที่ทำให้สมองเสื่อม

วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 13:01:25
1. ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี่จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม

2. กินอาหารมากเกินไป การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น

3. การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคสมองฝ่อและโรคอัลไซเมอร์

4. ทานของหวานมากเกินไป จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาของสมอง

5. มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย การสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง

6. การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อน การอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้

7. นอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง

8. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว

9. ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง การขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ

10. เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง

รู้อย่างนี้แล้วก็หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กล่าวมาจะดีกว่า เพื่อจะได้มีสมองทีีดี

http://www.school.net.th/schoolnet/article/read.php?article_id=471


ข่่าวมาบตาพุดโรงงานมีปัญหากับชุมชน…เกิดเหตุระเบิดและ ไฟไหม้โรงงานแห่งหนึ่งภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก 
—-
ข่าวรำลึกเสธแดง
———————-
ข่าวอากง…จดหมายที่อากงเขียนทนายของเขาก่อนเสียชีวิตเพียงหนึ่งเดือนว่า “ในแต่ละวัน ผมเฝ้ารอให้อุ๊ (ภรรยา) มาเยี่ยม บางวันก็พาหลานๆ มา ทำให้ผมมีกำลังใจ ยิ้มได้บ้าง…ผมคิดถึงหลานๆ มากที่สุด ผมเขียนจดหมายถึงหลานทีไรก็น้ำตาไหลทุกทีเลย จนไม่อยากเขียนไปหา”
———–
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้รางวัลเทพทอง พาชาติพ้นภัยราวปาฏิหาริย์
เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล http://www.thaigov.go.th ได้เผยแพร่ข่าวการพระราชทานรางวัลเทพทอง ครั้งที่ 13 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์มอบรางวัลพระราชทาน “เทพทอง” ครั้งที่ 13 ซึ่งสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์จัดขึ้น ณ ศูนย์สารสนเทศ สำนักราชเลขาธิการ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
เมื่อผู้แทนพระองค์เดินทางมาถึง นายวีระ ลิมปะพันธุ์ นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์ฯ และประธานกรรมการอำนวยการ การพระราชทานรางวัล “เทพทอง” ครั้งที่ 13 กล่าวรายงานและมอบหนังสือแด่ผู้แทนพระองค์ จากนั้นผู้แทนพระองค์มอบรางวัลพระราชทานเทพทองแก่องค์กรดีเด่นจำนวน 21 องค์กร, นักวิทยุโทรทัศน์ดีเด่น 21 ราย, นักวิทยุกระจายเสียงดีเด่น 21 ราย และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน 21 ราย
โดยรายชื่อผู้ได้รับรางวัลครั้งนี้ ที่น่าสนใจคือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รับในฐานะองค์กรดีเด่น โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เข้ารับรางวัลพระราชทานแท
เหตุผลที่รัฐบาลได้รับรางวัลพระราชทานเทพทองนั้น หนังสือที่ระลึกพิธีพระราชทานรางวัลระบุว่า “เป็นรัฐบาลที่เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยความจริงใจ พาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาได้เสมือนปาฏิหาริย์ ประชาชนทุกสาขาอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย ให้ความรักใคร่โดยไม่มีข้อแม้ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทยที่มีความสามารถล้นเหลือในทุกด้าน จนทำให้นานาชาติทั่วโลกให้ความเชื่อถือ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ในทางบวกให้กับประเทศไทย เพราะได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนโดยแท้จริงระบอบประชาธิปไตย
นอกจากนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังเป็น 1 ใน 150 สุดยอดผู้หญิงนักสู้ของโลกที่ได้รับการยกย่องจากนิตยสารนิวสวีก สหรัฐอเมริกา เป็นผู้นำที่ได้ดำเนินการตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนอย่างจริงใจเร่งด่วน เช่น โครงการบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยหลังแรก โครงการรถยนต์คันแรก โครงการนำร่องบัตรเครดิตพลังงาน ปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการปริญญาตรีเพิ่มเป็น 15,000 บาท ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท จัดให้มีเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดสำหรับผู้สูงอายุ กำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ยกระดับและเสริมศักยภาพสตรีในทุกมิติ ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนทั่วไป ฯลฯ และที่สำคัญ ยึดมั่นแนวทางการปรองดองเพื่อนำความสงบสันติกลับคืนสู่สังคมไทย ฯลฯ
ภายหลังรับรางวัล นางนลินีกล่าวว่า รัฐบาลรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานรางวัลเทพทอง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน และเป็นเครื่องเตือนสติว่า เราต้องรักษาความดีงามและตั้งใจทำงานเพื่อสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมให้สมกับรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้
ขณะที่ในปีนี้มีองค์กรดีเด่นที่ได้รับรางวัล อาทิ รัฐบาลไทย กรมประชาสัมพันธ์ กรมสรรพากร จังหวัดลพบุรี เทศบาลเมืองลพบุรี สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นต้น ด้านนักวิทยุโทรทัศน์ดีเด่น อาทิ ดร.พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา, น.ส.นิชาวัณย์ พาณิชย์รุ่งเรือง, นายเอกราช เก่งทุกทาง, นายยิ่งยง ยอดบัวงาม เป็นต้น ส่วนนักวิทยุกระจายเสียงดีเด่น อาทิ นายเสวก ศรลัมพ์, นายเสน่ห์ พึ่งทอง เป็นต้น และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน อาทิ นายโรจน์ ดุลยากร, นางวิสุทธิ์ ศรีสุระผล, นายสมบูรณ์ สีดาดำ เป็นต้น
สำหรับ รางวัลเทพทองเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุด เนื่องจากรางวัลเทพทององค์ที่ 1 ได้สร้างด้วยทองคำทั้งองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับรางวัลในฐานะเป็นนักวิทยุกระจายเสียงดีเด่น ซึ่งสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระองค์ท่าน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายขวัญแก้ว วัชโรทัย เป็นผู้แทนพระองค์รับรางวัลดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2540 ซึ่งเป็นการจัดงานพระราชทานรางวัลเทพทอง ครั้งที่ 1 ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์

http://www.talkystory.com/

http://news.impaqmsn.com/articles_hn.aspx?id=486346&ch=hn

ผบ.ทบ.สั่งสอบภาพชายคล้ายทหารโทรมหญิง
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากเหตุการณ์การเผยแพร่ภาพวัยรุ่นคล้ายทหารเกณฑ์ 6 นาย กำลังรุมโทรมหญิงคนหนึ่งในอินเทอร์เน็ตขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ทราบเรื่องดังกล่าว และได้สั่งการเมื่อช่วงดึกคืนวันที่ 11 พ.ค. ให้มีการตรวจสอบทันทีว่า บุคคลที่ปรากฏในภาพดังกล่าว เป็นกำลังพลของกองทัพบก จริงหรือไม่ และสถานที่ในภาพเป็นหน่วยทหารจริงหรือไม่ เพราะภาพดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกองทัพบก
ขณะนี้ทุกหน่วยกำลังมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงอยู่ และจากที่ปรากฏในสื่อสาธารณะ พบว่า พฤติกรรมดังกล่าวกระทำในหลายสถานที่ ซึ่งหากทำในสถานที่อื่น ถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่หากกระทำในพื้นที่ทหารถือว่า มีความผิด
และหากตรวจสอบพบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นกำลังพลของกองทัพ กระทำในพื้นที่ทหารจริง และยังรับราชการอยู่ จะต้องมีการลงโทษทางวินัย อาจจะถึงขั้นจับขัง เพราะถือว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าบุคคลและสถานที่ในภาพใช่กำลังพลและพื้นที่ทหารจริงหรือไม่ ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย
INNNEWS.CO.TH

http://news.impaqmsn.com/articles_hn.aspx?id=486339&ch=hn

(ข้อสังเกตว่ากันว่าถ้าสอบเตรียมนายร้อย ผ่านสัมภาษณ์ต้องตรวจร่างกายห้ามมีรอยสัก ถึงสอบผ่านน่ะครับ)

เสื้อแดงบุกกองถ่ายหนังไล่ ตั๊ก บงกช พ้นพัทยา กรณีด่าอากง
กลุ่มคนเสื้อแดงในเมืองพัทยา ทั้งชายและหญิง จำนวนกว่า 30 คน ได้มารวมตัวกันที่ บริเวณปากซอยพัทยา 6 ถนนเลียบสายชายหาด หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อช่วยกันขับไล่นางเอกสาวเซ็กซี่ ตั้ก บงกช คงมาลัย ที่เดินทางยกกองถ่าย มาถ่ายทำหนังภายใน ซอยพัทยา 6 เนื่องจากไม่พอใจ ตั๊ก บงกช หลังจากได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ นายอำพล ตั้งนพคุณ หรือ อากง เอสเอ็มเอส
ทันทีที่กองถ่ายทำหนังเดินทางมาถึงบริเวณซอยพัทยา 6 ด้าน ตั๊ก บงกช ซึ่งนั่งอยู่ภายในรถเบนซ์ สีดำ พร้อมกับนักแสดงชายชาวต่างชาติ ทางทีมงานก็กำลังทำการถ่ายทำฉากที่ ตั๊ก บงกช นั่งอยู่ภายในรถกับนักแสดงชายต่างชาติ กลุ่มคนเสื้อแดงที่มาดักรออยู่ตามริมทาง ก็ได้แสดงตัวพากันออกมาตะโกนต่อว่า ตั๊ก บงกช พร้อมทั้งชูป้ายข้อความ ซึ่งเขียนต่อว่า ตั๊ก บงกช ด้วยถ้อยคำรุนแรง ทำให้การถ่ายหนังต้องล่มลงกลางคัน ซึ่งทางทีมงานกองถ่าย และ ตั๊ก บงกช จึงรีบพากับขับรถหลบหนีออกมาจากบริเวณดังกล่าว
โดยกลุ่มคนเสื้อแดงขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามพร้อมทั้งตะโกนด่า และขับไล่ ตั๊ก บงกช ไปตลอดทางด้วยความโกรธแค้น ก่อนที่ ตั๊ก บงกช และทีมงานกองถ่ายนั้นจะสามารถหลบหนีกลุ่มคนเสื้อแดง ออกมาจากเขตเมืองพัทยา ได้อย่างปลอดภัย โดย ตั๊ก บงกช และทีมงาน ได้แวะจอดรถที่ปั๊มแก๊สสุดเขตเมืองพัทยา จากนั้น ตั๊ก บงกช จึงเปลี่ยนไปนั่งรถตู้ของทีมงานที่ขับติดตามมา ก่อนจะรีบขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทางสัตหีบด้วยความเร็วทัน
INNNEWS.CO.TH

http://news.impaqmsn.com/articles_hn.aspx?id=486357&ch=hn

กรณีตั๊ก ผู้แสดงหนังเรื่องเกี่ยวกับฟัก มาจากในนิยายคำพิพากษา ก็ได้ตัดสินอากง ก็คิดถึงบทความเก่าๆของตัวเอง กับปัญหาของการสร้างค่าของพ่อ เป็นการสร้างความจริงทางสังคมไม่ใช่ธรรมชาติจากกำเนิดของพ่อจริงๆ
ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ ชาวจีนกับผู้ปกครอง ความเชื่อ พิธีกรรม ในศาลเจ้า …
thai-d.com/siam-china/silapawat/chiangmaichi.htm

http://www.thairath.co.th/content/ent/259375

ตำรวจล้อมจับ“การุณ ใสงาม“ โฆษกพันธมิตรรับถูกจับจริง
มีรายงานข่าวว่าตำรวจล้อมจับ นายการุณ ใสงาม อดีตแกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ หลังไม่ยอมไปมอบตัว
โดยโฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมายอมรับกับทีมข่าวสปริงนิวส์ว่า นายการุณ ใสงามถูกจับจริง ซึ่งคดีปิดสนามบินนั้นยังอยู่ในชั้นอัยการส่วนใหญ่มอบตัวเหลือแค่นายการุณกับเพื่อนอีก 2-3 คน ที่ขอสู้ในชั้นศาลเพราะมั่นใจว่าไม่ผิด จึงถูกออกหมายจับ ซึ่งก็ยอมรับว่าขณะนี้มีเพียง2ทางเลือก คือยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว หรือ สู้คดีในชั้นศาลเท่านั้น
http://www.talkystory.com/

http://news.impaqmsn.com/articles_hn.aspx?id=486344&ch=hn

—-
เนื่องจากผมบางครั้งชอบฟังเพลงรสนิยมแปลกๆ แนวแหวกประหลาดของMarilyn Manson – This Is The New Shit
Everything has been said before
There’s nothing left to say anymore
When it’s all the same
You can ask for it by name

Babble babble bitch bitch
Rebel rebel party party
Sex sex sex and don’t forget the “violence”
Blah blah blah got your lovey-dovey sad-and-lonely
Stick your STUPID SLOGAN in:
Everybody sing along.
Babble babble bitch bitch
Rebel rebel party party
Sex sex sex and don’t forget the “violence”
Blah blah blah got your lovey-dovey sad-and-lonely
Stick your STUPID SLOGAN in:
Everybody sing along,
Are you motherfuckers ready
For the new shit?
Stand up and admit,
tomorrow’s never coming.
This is the new shit.
Stand up and admit.
Do we get it? No.
Do we want it? Yeah.
This is the new shit,
Stand up and admit.

Babble babble bitch bitch
Rebel rebel party party
Sex sex sex and don’t forget the “violence”
Blah blah blah got your lovey-dovey sad-and-lonely
Stick your STUPID SLOGAN in:
Everybody sing along.
Everything has been said before
There’s nothing left to say anymore
When it’s all the same
You can ask for it by name,
Are you motherfuckers ready
For the new shit?
Stand up and admit,
tomorrow’s never coming.
This is the new shit.
Stand up and admit.
Do we get it? No.
Do we want it? Yeah.
This is the new shit,
Stand up and admit.

And now it’s “you know who”
I got the “you know what”
I stick it “you know where”
You know why, you don’t care.
And now it’s “you know who”
I got the “you know what”
I stick it “you know where”
You know why, you don’t care.

Babble babble bitch bitch
Rebel rebel party party
Sex sex sex and don’t forget the “violence”
Blah blah blah got your lovey-dovey sad-and-lonely
Stick your STUPID SLOGAN in:
Everybody sing along,

Are you motherfuckers ready
For the new shit?
Stand up and admit,
tomorrow’s never coming.
This is the new shit.
Stand up and admit.
Do we get it? No.
Do we want it? Yeah.
This is the new shit,
Stand up and admit.

So,
LET US ENTERTAIN YOU
LET US ENTERTAIN YOU…
Blah blah blah blah everybody sing along.

อย่าตีความอะไรมาก แค่ฟังมันส์เท่านั้นเองฮาๆ—Marilyn Manson – The Beautiful People
I don’t want you and I don’t need you

don’t bother to resist I’ll beat you

It’s not your fault that you’re always wrong

the weak ones are there to justify the strong

the beautiful people the beautiful people

it’s all relative to the size of your steeple

you can’t see the forest for the trees

you can’t smell

your own **** on your knees

Hey you what do you see?

something beautiful something free?

hey you, are you trying to be mean?

if you live with apes man, it’s hard to be clean

there’s no time to discriminate,

hate every ************

that’s in your way

the worms will live in every host

it’s hard to pick which one they eat most

the horrible people, the horrible people

it’s as anatomic as the size of your steeple

capitalism has made it this way,

old-fashioned fascism

will take it away

(chorus)

Song:
ลูกจ้างขอร้อง
Artist:
ศร สินชัย
Album:
เส้นทางสายคิดฮอด
ฟังเพลง ลูกจ้างขอร้อง ศร สินชัย
เนื้อเพลง ลูกจ้างขอร้อง
ศร สินชัย – ลูกจ้างขอร้อง
คำร้อง/ทำนอง สมชาย ตรุพิมาย
เรียบเรียง ธีระพงษ์ ศักดิ์แก้ว
เห็นว่าได้เปรียบกะอย่าสิเหยียบกันคักหลาย
ขอร้องเจ้านายคิดเห็นใจพวกผมบ้าง
เอาทั้งชีวิตเข้าทุ่มเพื่อแลกกับเงินค่าจ้าง
หลายปีที่ทำที่สร้างลูกจ้างยังจนเรื่อยมา

ขอขึ้นค่าแรงเจ้านายก็แย้งว่าเศรษฐกิจแย่
รับปากจะดูแลเมื่อได้กำไรเทน้ำเทท่า
แต่ พ.ศ.ไหนเจ้านายก็ให้แต่คำสัญญา
เคยคิดดูบ้างไหมว่าคำสัญญาซื้อก๋วยเตี๋ยวไม่ได้

จะรวยไปไหนเก็บตังค์ไว้ทำไมเยอะแยะ
ไหนบอกทุนหายกำไรแย่แต่มีเงินซื้อรถเก๋งคันใหม่
เสื้อผ้าของท่านตัวละหลายพันเห็นแล้วบาดใจ
ครอบครัวของท่านทานข้าวนอกบ้านอาหารมากมาย
พวกผมกินมาม่าไวไวจะใส่ไข่ยังพากันคิดหนัก

เห็นว่าได้เปรียบกะอย่าสิเหยียบได้เหยียบเอา
อย่าเห็นพวกเฮาคู่ควรแค่ความจนยาก
เรื่องรวยบ่หวังแค่อยากมีตังค์พอบ่ลำบาก
ปีนี้ยิ่งมีปัญหาหนักอยากให้เจ้านายเห็นใจพวกผมบ้าง

จะรวยไปไหนเก็บตังค์ไว้ทำไมเยอะแยะ
ไหนบอกทุนหายกำไรแย่แต่มีเงินซื้อรถเก๋งคันใหม่
เสื้อผ้าของท่านตัวละหลายพันเห็นแล้วบาดใจ
ครอบครัวของท่านทานข้าวนอกบ้านอาหารมากมาย
พวกผมกินมาม่าไวไวจะใส่ไข่ยังพากันคิดหนัก

เห็นว่าได้เปรียบกะอย่าสิเหยียบได้เหยียบเอา
อย่าเห็นพวกเฮาคู่ควรแค่ความจนยาก
เรื่องรวยบ่หวังแค่อยากมีตังค์พอบ่ลำบาก
ปีนี้ยิ่งมีปัญหาหนักอยากให้เจ้านายเห็นใจพวกผมบ้าง
ปีนี้ยิ่งมีปัญหาหนักอยากให้เจ้านายเห็นใจลูกจ้าง
หากเพื่อนๆ ชื่นชอบเพลง ลูกจ้างขอร้อง

http://music.gmember.com/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%A8%E0%B8%A3-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2…/Song-1105477901

เมื่อผมไม่มีเวลาเขียนอะไรมาก และผมต้องไปต่างจังหวัด ในแง่การอธิบายแบบต่างๆ ซึ่งผมนัดพบผู้คนติดต่อคนหลายเรื่อง และผมอยากเล่นกับกรัมชื่่ คือ ประโยคคมๆ คือ The crisis consists precisely in the fact that the old is dying and the new cannot be born; in this interregnum a great variety of morbid symptoms appear.Antonio Gramsci, Selections from Prison Notebooks, 1971, p.276 แต่ผมมาเขียนเรื่องตลกๆเบาๆ สนุกๆ ก็เนื้อคู่ เรายังไม่เกิดขึ้นมา และเราจะรู้ได้ไง? ว่าเขารักเรา เนื่องจากเขารักน่ะ แต่ไม่แสดงออก หรือเกลียด น่ะ แต่ไม่แสดงออก
นิวัติ กองเพียร เขียนในศิลปวัฒนธรรมฉบับปี2545 ว่านี่เป็นเพลงสังวาส คือ เพลงไม่อยากจากเธอ โดยอธิบายว่าคนหลงเสน่ห์เสียงเพลงนักร้องในบาร์ก็อย่างนี้แหละเหมือนหลงเสน่ห์เพลงสักอย่างน่ะครับ ซึ่งเพลงของห ลวงสุขุมนัยประดิษฐ มีผลงานประพันธ์ทำนองเพลง โดยร่วมกับครูแก้ว อัจฉริยะกุล ซึ่งเป็นผู้ประพันธ์คำร้อง นำมาบรรเลงโดย วงสุนทราภรณ์ ได้แก่เพลงไม่อยากจากเธอ…
ไม่อยากจากเธอ อยากอยู่ด้วยเสมอ
หวานล้ำน้ำคำเธอ เธอเสนอให้ชื่นใจ
สุขเอยสุขใจ สุขกว่าคนอื่นใด
น้ำรักชักนำใจ? ยังสดใสไม่แรมรา
หวานล้ำน้ำคำ ที่เธอชักนำมา
หวานรักชักพา พูดจาสัญญาตรงกัน
อกเราแนบกัน ปล่อยให้ใจใฝ่ฝัน
เคลิ้มรักภิรมย์กัน ดังสวรรค์สวาทเตือน

Linkin Park – From The Inside
i don’t know who to trust
no surprise
everyone feels so far away from me
heavy thoughts sift through dust
and the lies
trying not to break
but i’m so tired of this deceit
every time i try to make myself
get back up on my feet
all i ever think about is this
all the tiring time between
and how
trying to put my trust in you
just takes so much out of me

i take everything from the inside
and throw it all away
cause i swear / for the last time
i won’t trust myself with you

tension is building inside
steadily
everyone feels so far away from me
heavy thoughts forcing their way
out of me

i won’t trust myself with you
i won’t waste myself on you
waste myself on you
you

http://www.youtube.com/watch?feature=endscreen&v=B9bZWqYvW_A&NR=1

วันที่ 22-23 พ.ค.55

Robert Moog ผู้สร้างเสียงดนตรีสุดแปลก ที่มาของเปียโนบน google วันที่23 พ.ค.55

ประวัติ Robert Moog (Bob Moog) : google doodle
เว็บไซต์ : http://www.moogfoundation.org
เลกาซี่  : ผู้บุกเบิกอเมริกันของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์หรือที่รู้จักกันดีในฐานะนักประดิษฐ์ของ Synthesizer Moog
การเริ่มต้นยุคสมัยของซินธิไซเซอร์
ซินธิไซเซอร์ ในยุคเริ่มต้นนั้นใช้เทคโนโลยีที่ได้มาจาก คอมพิวเตอร์อนาล็อก อิเลคทรอนิกส์ และเครื่องมือทดสอบในห้องทดลอง
http://variety.horoworld.com/11539_bob-moog-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%81-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%99-google-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89

เมื่อผมเร่งงานหลายอย่าง ติดต่อผู้คน บังเอิญเจอเพื่อนเก่า ไม่ได้เจอกันสิบกว่าปี และผมต้องทำงานเกี่ยวกับเรื่องสั้นให้เสร็จ ผ่อนคลายอะไร ร่วมงานประชุมอะไรต่างๆ และผมระลึกบางอย่างไดด้บ้าง นิดๆ หน่อยๆ ครับ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงดำรงตำแหน่งได้ไม่นานก็ได้กราบบังคมลาออกจากราชการ เพื่อพักผ่อนรักษาพระองค์ที่จังหวัดชุมพร ทรงถูกฝนประชวรเป็นพระโรคหวัดใหญ่ สิ้นพระชนม์ที่ ตำบลทรายรี ในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 สิริพระชนมายุได้ 43 พรรษา….
กองทัพเรือไทยถือเอาวันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เป็น “วันอาภากร” ซึ่งทรงนิพนธ์เพลงดอกประดู่ (เพลงสัญลักษณ์ของกองทัพเรือไทย)

“ออลด์แลงไซน์” (Auld Lang Syne) เป็นบทกวีสกอตแลนด์ ที่เขียนขึ้นโดยโรเบิร์ต เบิร์นส ในปี ค.ศ. 1788[1] เป็นที่รู้จักในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ (รวมถึงไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ) และมักจะร้องเพื่อเฉลิมฉลองในการเริ่มต้นปีใหม่ในช่วงเสียงตีของนาฬิกาเที่ยงคืน นอกจากนั้นยังใช้ร้องในงานศพ พิธีสำเร็จการศึกษา และการร่ำลา เป็นต้น ชื่อของเพลง “Auld Lang Syne” นั้น เมื่อแปลแล้ว หมายถึง “เมื่อเนิ่นนานมา” ส่วนเนื้อเพลงนี้มีเนื้อส่วนใหญ่ว่าด้วยเรื่องของการให้อภัยและการลืมเรื่องบาดหมางที่ผ่านมา
ในไต้หวันใช้ทำนองเพลงนี้ในวันจบการศึกษาและในงานศพ ในญี่ปุ่นมีผู้แปลงเป็นเพลงชื่อ Hotaru no Hikari (แสงหิ่งห้อย) ใช้ในงานพิธีจบการศึกษาเช่นกัน นอกจากนั้นปราชญ์วรรณกรรมชาวอินเดีย รพินทรนารถ ฐากูร นำทำนองมาแต่งเป็น About the Old Days สำหรับในประเทศไทย มีการนำเพลง “ออลด์แลงไซน์” มาใส่เนื้อร้องภาษาไทย ใช้ชื่อเพลงว่า “สามัคคีชุมนุม” ผู้ประพันธ์เนื้อร้องเป็นภาษาไทยคือ เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี[2]
http://th.wikipedia.org/wiki/Auld_Lang_Syne
เพลง “โอลด์ แลง ซายน์-Auld Lang Syne” ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย “โรเบิร์ต เบิร์นส์” (Robert Burns ค.ศ.1759-1796) กวี นักคิด นักประพันธ์เพลงผู้มีแนวคิดเสรีนิยม ทั้งเป็นชาวนาด้วย เป็นความภาคภูมิใจแห่งสกอตแลนด์ขนาดขนานนามให้ว่าเป็น “ลูกชายแห่งสกอตแลนด์” ได้รับยกย่องเป็นกวีแห่งชาติสกอต แม้จะจากไปตั้งแต่อายุน้อยเพียง 37 ปี แต่ผลงานเขาอยู่ยืนยงมายาวนานถึงทุกวันนี้ และหนึ่งในนั้นคือบทเพลง โอลด์ แลง ซายน์ ซึ่งในภาษาสกอตคำนี้แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Old long Ago หรือ เมื่อเนิ่นนานมา ในภาษาไทย
เบิร์นส์สร้างสรรค์โอลด์ แลง ซายน์ เมื่อ ค.ศ.1788 โดยดัดแปลงทำนองจากเพลงพื้นบ้านสกอต ส่วนเนื้อเพลงที่ส่วนใหญ่ว่าด้วยเรื่องการเริ่มต้นใหม่ การให้อภัย และการลืมเรื่องบาดหมางทั้งหลาย ได้รับการตีความไปต่างๆ นานา บ้างว่าพูดถึงการให้ลืมสิ่งเก่าไปรับสิ่งใหม่ๆ ขณะที่สายชาตินิยม ว่า เบิร์นส์ซึ่งเป็นนักคิดคนสำคัญย่อมต้องแต่งเพลงนี้เพื่อพูดถึงอดีตอันเกรียงไกรของชาวสกอต อย่างไรก็ตามมีผู้เสนอความเห็นว่า อาจเป็นเนื้อหาส่วนตัวของเบิร์นส์เอง คือเพลงนี้เขาแต่งเพื่อระบายความรู้สึกหวนหาอดีต คิดถึงเพื่อนเก่า คนรักเก่า วันเวลาเก่าๆ
เพลงโอลด์ แลง ซายน์ มาเกี่ยวข้องกับวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยที่เพลงนี้เป็นเพลงเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวสกอตอยู่ก่อน ว่ากันว่าครั้งสกอตแลนด์สมัยโบราณ คนในหมู่บ้านจะคล้องแขนต่อกันเป็นวงกลมและร้องเพลงไปเรื่อยๆ จนผ่านคืนส่งท้ายปีเก่าแล้วข้ามไปยังปีใหม่ โอลด์ แลงก์ ซายน์ มากลายเป็นเพลงเฉลิมฉลองปีใหม่ในอีกนานาพื้นที่ของโลกเมื่อ “กีย์ ลอมบาร์โด” (Guy Lombardo) นักดนตรีชาวแคนาดา เล่นเพลงนี้ในรายการวิทยุของอเมริกาช่วงรอยต่อระหว่าง ค.ศ.1938-1939 ซึ่งแม้จนบัดนี้เพลงฉบับของลอมบาร์โด ยังคงใช้เปิดเป็นเพลงแรกของปีเพื่อเฉลิมฉลองงานปีใหม่ที่ไทม์สแควร์…
เพลง ดอกประดู่ หรือที่นิยมเรียกกันอีกอย่างว่าเพลง “หะเบสสมอพลัน” เป็นบทเพลงพระนิพนธ์ใน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เดิมเรียกชื่อว่า “Coming Thro’ the Rye” ตามชื่อทำนองเพลงเดิมในภาษาอังกฤษ (เพลงนี้เป็นเพลงสก็อต เข้าใจกันว่าดัดแปลงทำนองมาจากเพลง Auld Lang Syne อีกทีหนึ่ง) แรงบันดาลใจสำคัญในการทรงนิพนธ์เพลงนี้คือเหตุการณ์วิกฤตการณ์ปากน้ำ ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ซึ่งเป็นที่จดจำกันได้ดีทุกคนสำหรับคนไทยในยุคนั้น สันนิษฐานว่าทรงนิพนธ์เพลงดอกประดู่เมื่อ พ.ศ. 2448
เพลงนี้ถือเป็นเพลงสัญลักษณ์ของกองทัพเรือไทยที่คนไทยรู้จักกันดี และเป็นที่มาของการเปรียบเทียบตนเองของทหารเรือไทยว่า เป็น “ลูกประดู่” มาจนถึงทุกวันนี้
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%88_(%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87)
—-
—–.ครูเบน แอนเดอร์สัน: ราชาธิปไตยสมัยใหม่ในมุมมองเปรียบเทียบระดับโลก
Wed, 2012-05-02 15:04
เกษียร เตชะพีระ

เมื่อวันศุกร์ที่ ๙ มีนาคมศกนี้ ครูเบน หรือ เบเนดิคท์ แอนเดอร์สัน ศาสตราจารย์ Aaron L. Binenkorb ด้านการศึกษาระหว่างประเทศและศาสตราจารย์กิตติคุณแห่งคณะการปกครอง มหาวิทยาลัยคอร์แนล(Department of Government, Cornell University) สหรัฐอเมริกา ได้รับเชิญมากล่าวปาฐกถานำเรื่อง “Modern Monarchies in a Global Comparative Perspective” (ราชาธิปไตยสมัยใหม่ในมุมมองเปรียบเทียบระดับโลก) ในการประชุมวิชาการเรื่อง Democracy and Crisis in Thailand จัดโดยมหาวิทยาลัย McGill ของแคนาดา ร่วมกับศูนย์ติดตามประชาธิปไตยไทย แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องประชุมจุมภฏ พันธุ์ทิพย์ ชั้น 4 อาคารประชาธิปกรำไพพรรณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปาฐกถานำของครูเบนมีเนื้อหากว้างขวางเจาะลึกชวนคิดน่าสนใจยิ่ง ผมขออนุญาตถอดความเรียบเรียงมาเสนอต่ออีกทีตามที่ถ่ายทอดบันทึกไว้ในเว็บยูทูบตามลิงค์ด้านล่างนี้:
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
“ก่อนอื่นผมใคร่ขอแสดงความขอบคุณและรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งที่ได้รับเชิญมากล่าวปาฐกถานำที่นี่ และผมอยากขอบคุณเป็นพิเศษต่อคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ อาจารย์ศุภชัย ยาวะประภาษ, ผู้จัดการประชุมคุณอีริค ซึ่งผมรู้จักมาตั้ง ๑๐ – ๑๒ ปีแล้วกระมัง, อาจารย์เวียงรัฐ เนติโพธิ์และท่านอื่น ๆ , ผมยังอยากขอบคุณเป็นพิเศษต่อผู้ช่วยออกแบบภาพพาวเวอร์พอยท์ประกอบซึ่งคงจะขึ้นจอให้ท่านได้ชมดูด้วยความทรมานสายตาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เขาผู้นั้นก็คือนายวุฒิที่ยืนอยู่ข้างหลัง ผมคอยช่วยเหลือเผื่อผมเดินเครื่องผิดพลาดยุ่งเหยิงขึ้นมา เขาเก่งเหมือนพ่อมดเลยทีเดียวในเรื่องทำนองนี้
“ผมขอเริ่มโดยพูดบางอย่างที่คงจะเป็นที่แจ่มแจ้งชัดเจนอยู่แล้วสำหรับท่านทั้งหลายแต่ผมคิดว่าควรจะกล่าวย้ำเพื่อให้มั่นใจจะดีกว่า ท่านคงเห็นได้ว่าในบัญชีรายชื่อระบอบราชาธิปไตยที่ดำรงอยู่ปัจจุบัน ๒๗ ประเทศนั้นมีบางอย่างแปลกพิกลอยู่ตอนท้ายบัญชี กล่าวคือมีจักรพรรดิในญี่ปุ่นแม้ว่าพระองค์หาได้มีจักรวรรดิไม่ และยังมีเจ้าชาย, เจ้าผู้ครองนคร, และเจ้าแคว้นอีกบางองค์ (princes, grand dukes, emirs) ซึ่งเอาเข้าจริงก็ดูไม่เหมือนกษัตริย์ในความหมายเดิมสักเท่าไหร่
“แต่ทว่าราชาธิปไตยนั้นหมายถึงการปกครองโดยคน ๆ เดียว ต่างจากคณาธิปไตยซึ่งหมายถึงการปกครองโดยคนไม่กี่คน และประชาธิปไตยซึ่งหมายถึงการปกครองโดยคนจำนวนมาก ดังนั้นบรรดารัฐนคร (principalities) ที่ผมกำลังคิดถึงอย่างเช่น โมนาโก, ลิกเตนสไตน์, ลักเซมเบิร์ก แม้จะเล็กมากเสียจนกระทั่งจริง ๆ แล้วก็ไม่จัดเข้าข่ายราชอาณาจักร แต่เอาเข้าจริงรัฐนครเหล่านี้ล้วนสร้างขึ้นตามหลักราชวงศ์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับราชาธิปไตย กล่าวคือการที่วงศ์ตระกูลหนึ่งได้ควบคุมการนำเชิงสัญลักษณ์ของรัฐไว้ ดังนั้นก็อย่าแปลกใจนะครับถ้าท่านมีจักรพรรดิที่ปราศจากจักรวรรดิ, และเจ้าชายบางองค์ในบัญชีรายชื่อนี
“ทีนี้ถ้าท่านดูบัญชีรายชื่อนี้ ทางซ้ายมือท่านจะเห็นการจัดอันดับประเทศราชาธิปไตยทั้ง ๒๗ ประเทศตามขนาดพื้นที่จากใหญ่ด้านบนไปสู่เล็กด้านล่าง และท่านจะเห็นว่ามันมีแง่มุมบางอย่างที่น่าสงสัยนิดหน่อยเกี่ยวกับตารางนี้ อันหนึ่งก็คือซาอุดีอาระเบียเป็นราชอาณาจักรขนาดใหญ่ที่สุด ทว่าภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายที่อยู่อาศัยไม่ได้ ดังนั้นมันจึงดูใหญ่กว่าที่เป็นจริงมากและในกรณีโมร็อกโก ผมเชื่อว่าท่านย่อมตระหนักว่าสาเหตุที่ประเทศนี้มีอาณาเขตใหญ่ปานนั้นก็เพราะกษัตริย์ฮัสซันที่สองรุกรานและยึดครองพื้นที่ผืนใหญ่ในคริสต์ทศวรรษที่ ๑๙๗๐ และจนถึงทุกวันนี้ทางสหประชาชาติก็ยังสอบสวนเรื่องนี้อยู่ไม่แล้วเสร็จในความพยายามจะสร้างสภาวการณ์ที่เปิดโอกาสให้ชาวซาฮาราตะวันตกได้ก่อตั้งประเทศของตัวเองขึ้นมาในอนาคต ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าโมร็อกโกอาจจะหดเล็กลงเหลือแค่ใกล้เคียงกับนอร์เวย์หรือสวีเดนเท่านั้น
“ทางขวามือ ท่านก็จะเห็นบางอย่างที่น่าสงสัยเล็กน้อยด้วยเหมือนกัน อาทิเช่นชั่ว ๔ ปีหลังนี้ประชากรของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้พุ่งสูงขึ้นจาก ๔ ล้านเป็น ๘ ล้านคน และผมค้นพบว่าเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะทุกวันนี้ ๘๘ % ของประชากรของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นชาวต่างชาติที่อพยพเข้ามา นั่นแปลว่าประชาชนจริง ๆ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีแค่ราว ๑๒%
“ผมยังคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านที่จะลองพิจารณาดูกรณีกรุงเทพฯเปรียบเทียบกับรัฐจริง ๆ ทั้งหลายด้วย และท่านจะพบว่าถ้าหากกรุงเทพฯเป็นรัฐอิสระ – และเราน่าจะยอมรับความจริงว่าบ่อยครั้งกรุงเทพฯเองก็ชอบประพฤติตัวราวกับเป็นรัฐแยกต่างหากออกมาด้วย – กรุงเทพฯ จะจัดอยู่ประมาณอันดับที่ ๑๐ หรืออยู่ในครึ่งบนของบรรดาประเทศราชาธิปไตยของโลก
“สิ่งสำคัญยิ่งเกี่ยวกับบรรดาประเทศราชาธิปไตยเหล่านี้คือทั้งหมดรวมกันแล้วจัดเป็นกลุ่มข้างน้อยที่เล็กมากในองค์การสหประชาชาติ คือ ๒๗ จากจำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๒๐๐ ประเทศ คิดสะระตะแล้วเรากำลังพูดถึงราว ๑๓% ท่านจึงพึงตระหนักว่า ๘๗ หรือ ๘๘% ของบรรดาชาติทั้งหลายในสหประชาชาติไม่ใช่ราชาธิปไตย และนี่นับเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างพิเศษยิ่งจากเมื่อราวร้อยปีก่อนตอนจวนจะเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สมัยนั้นเกือบทุกประเทศในโลกที่มีฐานะอิสระอยู่บ้างแล้วต่างก็ปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยกันทั้งสิ้น
“สุดท้าย ผมอยากชวนท่านลงไปดู…ด้านล่างสุดของตารางนี้คือยอดจำนวนประชากรของบรรดาประเทศราชาธิปไตยทั้งหมดรวมกัน เราจะได้ต่ำกว่า ๕๐๐ ล้านคนเล็กน้อย และอาณาเขตภูมิศาสตร์ประมาณ ๒.๕ ล้านตารางไมล์ แต่ถ้าท่านมองต่ำลงมาอีกหน่อย ท่านจะพบว่าต่อให้เอาพื้นที่ทั้งหมดของบรรดาประเทศราชาธิปไตยในโลกมารวมกันก็จะได้แค่ ๒ ใน ๓ ของขนาดพื้นที่ประเทศบราซิลเท่านั้น และถ้าท่านดูจำนวนประชากรอินเดีย ท่านจะพบว่าประชาชนทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การปกครองระบอบราชาธิปไตยในโลกรวมกันก็ยังไม่ถึงครึ่งของประชากรอินเดียทุกวันนี้ไม่มีประเทศขนาดใหญ่จริง ๆ ประเทศใดที่ปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเข้าใจว่านี่เป็นกลุ่มที่เล็กจริง ๆ และเมื่อเทียบกับส่วนอื่นของโลกแล้ว ก็จัดเป็นประเทศแคระทั้งในทางประชากรและภูมิศาสตร์
“ประการสุดท้าย เราอาจดูแบบแผนการกระจายตัวของบรรดาประเทศราชาธิปไตยว่าไปอยู่ในภูมิภาคไหนกันบ้าง และท่านจะพบว่าในจำนวน ๒๗ ประเทศนี้ อยู่ในยุโรปตะวันตก ๑๐ ประเทศเกือบทั้งหมดยกเว้นสเปนล้วนอยู่เหนือเทือกเขาแอลป์ขึ้นไป นั่นคือไม่มีประเทศราชาธิปไตยอยู่ในยุโรปใต้และยุโรปตะวันออกเลย กลุ่มประเทศราชาธิปไตยใหญ่ที่สุดอันดับสองมาจากตะวันออกกลาง ทั้งหมดล้วนเป็นประเทศอาหรับและมุสลิม และถ้าจะนับรวมโมร็อกโกซึ่งอันที่จริงอยู่ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยแล้ว คุณก็จะได้รวม ๘ ประเทศ แต่ผมเองชอบที่จะจัดให้โมร็อกโกอยู่ในทวีปแอฟริกามากกว่า ถัดไปคือเอเชียอาคเนย์ซึ่งมี ๔ ประเทศ แอฟริกามีอยู่ ๓ ประเทศ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ๑ ประเทศได้แก่จักรวรรดิแห่งจักรพรรดิญี่ปุ่น เอเชียใต้มี ๑ ประเทศได้แก่ภูฏานและโอเชียเนีย ๑ ประเทศคือตองกา ส่วนอเมริกาเหนือ, กลางและใต้นั้น ไม่มีประเทศราชาธิปไตยอยู่เลยและไม่มีมานานกว่าศตวรรษแล้ว ดังนั้นซีกโลกตะวันตกจึงปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐล้วน ๆ แอฟริกาและเอชียก็ไม่ได้มีระบอบราชาธิปไตยมากนัก มีแต่ตะวันออกกลางและยุโรปนั่นแหละที่เป็นแหล่งรวมหลักของประเทศราชาธิปไตย“พูดดังนี้แล้ว ท่านคงได้ข้อคิดเชิงสถิติบางอย่างเกี่ยวกับการกระจายตัว, ขนาด, ความสำคัญ ฯลฯลฯลฯ ของราชาธิปไตยในโลกทุกวันนี้ ก่อนจะว่าต่อไป ผมอยากชวนให้ท่านสังเกตว่าเอาเข้าจริงประเทศไทยจัดอยู่เกือบอันดับยอดของบรรดาประเทศราชาธิปไตยทั้งหลายทั้งในแง่ประชากรและพื้นที่ภูมิศาสตร์ และแน่นอนนั่นทำให้หัวข้อเรื่องราชาธิปไตยไทยค่อนข้างน่าสนใจ
“ภาระหน้าที่ของผมตอนนี้คือหันไปพูดถึงการเปลี่ยนแปลงอันพิเศษยิ่งที่พลิกเปลี่ยนโลกซึ่งปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตย ไปเป็นโลกที่ปกครองด้วยระบอบที่ไม่ใช่ราชาธิปไตยในรอบเกือบร้อยปีที่ผ่านมา และผมอยากพูดถึงมันเป็นขั้นเป็นตอน โดยหวังว่าท่านจะอนุญาตให้ผมเริ่มจากตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๑
ภาพวาดพระราชพิธีปราบดาภิเษกเป็นจักรพรรดิของนโปเลียน โบนาปาร์ต“นี่เป็นจังหวะก้าวเริ่มแรกของช่วงเวลาที่โดยพื้นฐานแล้วอยู่ภายใต้การครอบงำของจักรวรรดิอันกว้างใหญ่, การปกครองโดยจักรพรรดิและมหากษัตริย์ ในแง่หนึ่งในช่วงเวลาที่ว่านี้กล่าวได้ว่าระบอบราชาธิปไตยมั่นคงทีเดียว อย่างน้อยจนกระทั่งถึงเสี้ยวสุดท้ายของคริสต์ศตวรรษดังกล่าว หลักหมายสำคัญแห่งระยะเริ่มแรกของช่วงนี้ได้แก่กระบวนการที่นโปเลียน โบนาปาร์ต ผู้เป็นสามัญชนจากเกาะคอร์สิกาและนักการสงครามที่ปราดเปรื่อง ได้กลายเป็นจอมเผด็จการของฝรั่งเศสหลังการปฏิวัติในตอนแรก และต่อมาในปี ค.ศ. ๑๘๐๔ ก็ปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ ระหว่างที่เขาขยายอำนาจด้วยแสนยานุภาพไปทั่วยุโรปนั้น ในที่สุดเขาก็สถาปนาน้องชายของตนเป็นกษัตริย์แห่งฮอลแลนด์, อิตาลีทางใต้, และสเปน ฯลฯ ความสำคัญของโบนาปาร์ตอยู่ตรงนี่เป็นครั้งแรกในช่วงเวลาอันยาวนานที่สามัญชนคนหนึ่งและมิหนำซ้ำยังมีเชื้อสายอิตาเลียนด้วยสามารถเรืองอำนาจขึ้นและตั้งตนเป็นจักรพรรดิได้จริง ๆ ภายในเวลาชั่วไม่กี่ปี ในบางด้านท่านอาจเปรียบเขาเหมือนกับพระเจ้าตากสินมหาราช – ไม่ใช่ทักษิณคนปัจจุบันนะครับ แต่เป็นคนก่อนนู่น – ผู้เริ่มจากตัวเปล่าแล้วกลายมาเป็นกษัตริย์องค์สำคัญของไทย เพียงแต่โบนาปาร์ตจัดอยู่ในระดับที่ใหญ่โตกว่า
“นโปเลียนทำให้ประเทศมหาอำนาจราชาธิปไตยต่าง ๆ ของยุโรปหวาดกลัวมากเสียจนกระทั่งในที่สุดเขาถูกจับไปปล่อยเกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกจนสิ้นชีวิต อย่างไรก็แล้วแต่ในระยะที่เหลือของศตวรรษนั้น บรรดากษัตริย์ยุโรปทั้งหลายก็ปักใจเด็ดเดี่ยวที่จะปราบปรามสิ่งที่กำลังอุบัติตามมาให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ อันได้แก่มรดกตกทอดจากการปฏิวัติฝรั่งเศส, ความเป็นปฏิปักษ์ต่ออภิชนาธิปไตยยุโรป, และเหนืออื่นใดคือชาตินิยมที่กำลังขึ้นสู่กระแสสูงในจักรวรรดิอันใหญ่โตทั้งหลายไม่ว่าจักรวรรดิรัสเซีย, ออสเตรีย-ฮังการี, เยอรมัน, อังกฤษ, และออตโตมัน ซึ่งล้วนแต่กอปรด้วยคนหลากชาติพันธุ์หลายประชาชาติทั้งสิ้น
“ทีนี้เราอาจมองปฏิบัติการดังกล่าวจากมุมอนุรักษ์นิยมว่าเป็นฝีมือของพวกราชาธิปัตย์ปฏิปักษ์ปฏิวัติทั่วโลกซึ่งลงมือกันทันทีหลังนโปเลียนสิ้นอำนาจ ตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งซึ่งจะเห็นได้จากตารางข้างบนนี้คือการตัดสินใจบังคับกะเกณฑ์ให้ฮอลแลนด์ยอมมีกษัตริย์ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วอังกฤษเป็นผู้เลือกให้ เนเธอร์แลนด์เป็นกรณีค่อนข้างผิดปกติวิสัยของยุโรปตรงที่ไม่เคยมีกษัตริย์ของตนเองมาก่อน หากเป็นสาธารณรัฐมาตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ หรือคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗ อังกฤษเห็นว่าไม่เข้าที จึงจัดแจงเอากระทาชายชาวดัตช์นายหนึ่งขึ้นนั่งบัลลังก์เป็นกษัตริย์วิลเลียมที่หนึ่งแห่งเนเธอร์แลนด์และแสดงความเอื้อเฟื้อโดยยกเบลเยียมซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีให้ในทำนองว่า…ใช่ ท่านจะเอาเบลเยียมไปก็ได้ เชิญเลย…แต่ปรากฏว่าชาวเบลเยียมไม่ชอบใจก็เลยพากันก่อกบฎต่อกษัตริย์วิลเลียมที่หนึ่ง อังกฤษจึงบอกชาวเบลเยียมว่า… เอาล่ะตกลง พวกเอ็งจะเอาราชาธิปไตยของตัวเองก็ได้ นี่อีตาคนนี้เป็นชาวเยอรมันนิสัยดีซึ่งนับญาติได้กับกษัตริย์ของเรา เขาจะมาเป็นกษัตริย์ของพวกเอ็ง
“สิ่งที่น่าหลากใจเกี่ยวกับทั้งสองกรณีนี้คืออังกฤษเป็นตัวการสำคัญในการผลักดันให้เกิดระบอบราชาธิปไตยเล็ก ๆ ขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้พี่เบิ้มปรัสเซียหรือนัยหนึ่งเยอรมนีและพี่เบิ้มฝรั่งเศสเข้าควบคุมอาณาเขตที่ทางลอนดอนคิดว่าสำคัญมากทางยุทธศาสตร์ต่อผลประโยชน์ของอังกฤษ
“ขณะเดียวกันจักรวรรดิออตโตมันทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรปซึ่งทุกวันนี้เรียกกันว่าคาบสมุทรบอลข่านก็กำลังตกต่ำเสื่อมทรุดลงตลอดคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ มันสะใจดีที่จะหวนระลึกว่าจักรวรรดิออตโตมันถูกขนานนามว่า “คนป่วย” ไม่ใช่ของเอเชียหรือตะวันออกกลางนะครับ แต่“ของยุโรป” และในขณะที่อำนาจของจักรวรรดิแห่งนี้เสื่อมทรุดลงและประชากรท้องถิ่นที่ไม่ใช่มุสลิมทั้งหลายอย่างเช่นชาวกรีซ บัลแกเรียและอื่น ๆ เริ่มก่อหวอดขึ้น บรรดามหาอำนาจก็เคลื่อนตัวเข้ามาแล้วบอกตามแบบฉบับเลยว่า…พวกเอ็งจะมีราชอาณาจักรของตัวเองก็ได้ และใช่แล้วเราจะจัดหากษัตริย์ดี ๆ มาให้พวกเอ็งจากเดนมาร์กเอย เยอรมนีเอย ฯลฯ กล่าวคือกลายเป็นแบบฉบับเลยว่ากษัตริย์ที่เอามานั่งบัลลังก์นั้นไม่ใช่คนท้องถิ่น ผมไม่ได้รวมกษัตริย์บอลข่านเหล่านี้ไว้ในตารางด้วย ก็เพราะล้วนอยู่ได้ไม่ยืดนักและเอาเข้าจริงก็ไม่ได้ช่วยเผยให้เห็นอะไรสักเท่าไหร่
“ในตอนปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ เรื่องราวก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจมากทีเดียว ก่อนอื่นเลยก็คือในปี ค.ศ. ๑๘๗๐ – ๗๑ ระบอบราชาธิปไตยในฝรั่งเศสก็ถูกโค่นเป็นการถาวรเนื่องจากความโง่เขลาของหลานของนโปเลียน อันได้แก่นโปเลียนที่สามผู้ดันไปประกาศสงครามกับปรัสเซียหรือเยอรมนีซึ่งมีกำลังทหารดีที่สุดเมื่อเทียบกับที่ใดก็ตามในยุโรป เขารบแพ้ราบคาบกระทั่งถูกจับเป็นเชลยด้วยซ้ำแล้วก็ถูกเนรเทศ จากนั้นมาฝรั่งเศสก็ไม่มีกษัตริย์อีกเลย และนี่เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะนับเป็นมหาอำนาจยุโรปประเทศแรกที่ได้ปกครองในระบอบสาธารณรัฐอย่างมีเสถียรภาพนับแต่สิ้นสุดระบอบสาธารณรัฐในฮอลแลนด์เป็นต้นมา
จักรพรรดิเปโดรที่สองแห่งบราซิล
“สิ่งน่าสนใจประการที่สองซึ่งท่านจะเห็นได้จากตารางข้างบนก็คือการล้มของระบอบจักรพรรดิในบราซิล และบราซิลในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ นั้นเป็นแห่งเดียวในซีกโลกตะวันตกที่มีระบอบราชาธิปไตยอันมีเสถียรภาพ เจ้านายเหล่านี้ไม่ใช่ชาวอเมริกาใต้หรือบราซิลท้องถิ่น หากมาจากราชวงศ์ของโปรตุเกส ตลกร้ายก็คือจักรพรรดิเปโดรที่สองซึ่งอันที่จริงเป็นคนดีมากและเล็งการณ์ไกลทีเดียวนั้นทรงละอายพระทัยยิ่งที่บราซิลเป็นประเทศเดียวในโลกที่ยังมีระบบทาสโดยถูกกฎหมายเป็นฐานรองรับระเบียบสังคมและเศรษฐกิจอยู่ ดังนั้นในปี ค.ศ. ๑๘๘๘ พระองค์จึงตรัสว่าเราต้องหยุดสิ่งนี้และทรงเลิกทาสทั้งหมดในบราซิลรวมทั้งปลดปล่อยพวกเขาเป็นอิสระ ปีถัดมาเจ้าที่ดินใหญ่ผู้โกรธแค้นกับนายทหารผู้มักใหญ่ใฝ่สูงก็บอกว่าเราไม่ต้องการจักรพรรดิแบบนี้ และดังนั้นพระองค์ก็เลยถูกโค่นด้วยรัฐประหารและต้องเสด็จกลับยุโรป ฉะนั้นจึงเป็นอันว่ามีสองประเทศใหญ่ที่กลายเป็นสาธารณรัฐในตอนปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙
“แต่ยังมีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่าและในบางแง่ก็น่าสนใจกว่านี้อีก กล่าวคือในตอนปลายเสี้ยวสุดท้ายของคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ ระบอบราชาธิปไตยโดยเฉพาะในยุโรปตกเป็นเป้าประทุษร้ายทางกายภาพโดยตรงเนื่องจากการปรากฏขึ้นของขบวนการที่ต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างขุดรากถอนโคนโดยเฉพาะขบวนการอนาธิปไตยรวมทั้งขบวนการชาตินิยมที่พิโรธโกรธแค้นมาก ผมใคร่เตือนความจำท่านว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันดำเนินมาอย่างไรเพื่อที่ท่านจะเห็นได้ว่ามันเป็นอะไรบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมากมายขนาดนั้นมาก่อนในยุโรป
“ค.ศ. ๑๘๘๑ นักอนาธิปไตยขว้างระเบิดปลงพระชนม์พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่สองแห่งรัสเซีย
“ค.ศ. ๑๘๙๘ นักอนาธิปไตยชาวอิตาเลียนแทงจักรพรรดินีอลิซาเบ็ธแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีสิ้นพระชนม์
“ค.ศ. ๑๙๐๐ กษัตริย์อุมแบร์โตแห่งอิตาลีถูกนักอนาธิปไตยชาวอิตาเลียนอีกคนยิง 8
“ค.ศ. ๑๙๐๓ กษัตริย์อเล็กซานเดอร์แห่งเซอร์เบียถูกทหารชาตินิยมนายหนึ่งยิง
“ค.ศ. ๑๙๐๘ กษัตริย์คาร์ลอสแห่งโปรตุเกสถูกสังหารโดยผู้นิยมสาธารณรัฐหัวรุนแรงชาวโปรตุเกส
“ค.ศ. ๑๙๑๔ เจ้าชายฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ มกุฎราชกุมารแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีถูกนักชาตินิยมชาวเซอร์เบียยิง และเราก็ทราบว่าการกระทำครั้งนั้นโดยพื้นฐานแล้วนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
“เพื่อทำความเข้าใจวิกฤตระดับโลกที่กำเริบร้ายแรงซึ่งแสดงออกในยุโรปเป็นหลักนี้ เราต้องเข้าใจบางอย่างที่เป็นเรื่องพื้นฐานมาก กล่าวคือกษัตริย์ทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เรียกตนเองเป็นอภิมหากษัตริย์หรือจักรพรรดินั้นมิได้ถือตนเป็นประมุขของชาติ ในหลายศตวรรษที่ผ่านมา พวกเขาทำสงครามกันไม่หยุดหย่อนเพื่อแย่งยึดดินแดนและประชาชนมากขึ้น ๆ และด้วยเหตุนี้เอง ถึงตอนนั้นพวกเขาจึงล่อแหลมต่อการถูกต่อต้านและการเคลื่อนไหวของนักปฏิวัติเพื่อปลดปล่อยประชาชาติเฉพาะเจาะจงหนึ่ง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชาวโปแลนด์, ชาวเช็ก, ชาวฮังการี, ชาวฟินแลนด์, ชาวยูเครน เป็นต้น
“นั่นคือความโลภโมโทสันอยากได้ใคร่มีอำนาจมากขึ้นและมากขึ้น ความโลภโมโทสันอยากได้ใคร่มีดินแดนมากขึ้นและมากขึ้น ซึ่งเป็นธรรมเนียมปกติวิสัยของบรรดามหาอำนาจสำคัญในยุโรปนั้น ได้ถูกบ่อนทำลายหรือเริ่มถูกบ่อนทำลายลงโดยพลังชาตินิยมแล้ว
“และเหตุมูลฐานของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งอันหายนะนั้นก็คือการปักใจแข่งขันช่วงชิงกันในหมู่อภิมหาราชาธิปไตยทั้งหลายซึ่งได้แก่ลอนดอน, เวียนนา, เบอร์ลิน, อีสตันบูล, และมอสโก…”
“ที่นี้เราก็หันไปดูตอนเริ่มต้นของระยะที่สองได้แล้ว…..
“ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งซึ่งนาน ๑๒ ปีระหว่าง ค.ศ. ๑๙๑๑ ถึง ๑๙๒๓ นั้นประสบกับบางอย่างที่ไม่เคยมีใครอาจคาดเดาได้ล่วงหน้ามาก่อน
“ก่อนอื่นเลยก็คือราชวงศ์ชิงในจีนล้มลงใน ค.ศ. ๑๙๑๑ ด้วยน้ำมือพวกชาตินิยม
“ค.ศ. ๑๙๑๗ ราชาธิปไตยรัสเซียก็ล่มจมด้วยฝีมือของคนอย่างเลนินและคนอื่น ๆ อีกมากหน้าหลายตา
“ค.ศ. ๑๙๑๘ เมื่อท้ายที่สุดเยอรมนีปราชัยในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งแล้ว ระบอบจักรพรรดิก็มีอันสลายหายวับไปและองค์จักรพรรดิก็ต้องเสด็จหนีไปฮอลแลนด์
“ค.ศ. ๑๙๑๙ จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีล้มลง
“และใน ค.ศ. ๑๙๒๓ ก็ถึงคราวจักรวรรดิออตโตมันล้มลงบ้าง
“ประเทศทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ลงเอยกลายเป็นสาธารณรัฐในท้ายที่สุดและหดเล็กลงกว่าเก่าเอามาก ๆ เมื่อเทียบกับสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ชีวิตผู้คนทุกฝ่ายต้องสูญเสียไปนับล้าน ๆ ทำให้สงครามโลกครั้งที่หนึ่งน่าจะเป็นสงครามที่ก่อหายนะภัยร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติจวบจนถึงตอนนั้น และบรรดาจักรพรรดิผู้แพ้สงครามทั้งหลายก็ไม่เคยได้อโหสิกรรมจากอาณาประชาราษฎร์เลย ดังนั้นประเทศมหาอำนาจราชาธิปไตยที่อยู่รอดมาได้ก็คือพวกที่เป็นฝ่ายชนะสงครามทั้งนั้น ได้แก่อังกฤษและญี่ปุ่น
ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสันแห่งสหรัฐอเมริกา
“จากความล่มสลายลงของจักรวรรดิเหล่านี้ ก็บังเกิดประดารัฐชาตินิยมขนาดเล็กที่ส่วนใหญ่แล้วปกครองในระบอบสาธารณรัฐผุดขึ้นมาเยอะแยะมากมาย ซึ่งการปรากฏขึ้นของรัฐต่าง ๆ เหล่านี้ก็กลายเป็นสาเหตุสำคัญให้ก่อตั้งสันนิบาตชาติขึ้นในปี ค.ศ. ๑๙๒๐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีอเมริกัน วูดโรว์ วิลสัน
“ความคิดเรื่องสันนิบาตชาตินับว่าแปลกใหม่อย่างน่า ประหลาดใจในตอนนั้น ทั้งนี้ก็เพราะในสมัยก่อน ท่านไม่อาจจินตนาการว่าจะมี “สันนิบาตจักรพรรดิ” หรือ “______________สันนิบาตราชา” ขึ้นมาได้, เหมือนที่ทุกวันนี้ ท่านก็ไม่อาจจินตนาการว่าจะมี “สันนิบาตศาสนา” หรือ “สหศาสนา” ได้เช่นกัน ชาติเป็นหน่วยชนิดเดียวเท่านั้นที่ทำให้เป็นไปได้ในอันที่จะมีตัวแทนของหน่วยดังกล่าวในบางแบบจากทั่วโลกมาอยู่ในองค์การหนึ่งเดียว และอันที่จริงการก่อตัวของสหประชาชาติรวมทั้งสันนิบาตชาติก็แสดงให้เห็นชัดยิ่งว่าบัดนี้ชาตินิยมเป็นพลังมูลฐานที่สุดและได้เข้าแทนที่ราชาธิปไตยในระดับรากฐานแล้ว

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
“จากนี้เราก็เดินเรื่องต่อในช่วง ๒๐ ปีถัดไประหว่างสิ้นสงครามโลกครั้งที่หนึ่งไปจนเริ่ม
สงครามโลกครั้งที่สอง มี ๒ เรื่องที่ผมควรกล่าวไว้ตอนนี้ คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสเปนและประเทศไทยนั้นเอาเข้าจริงแสดงให้ท่านเห็นผลจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและลางร้ายว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่สองในภายภาคหน้า
“ในสเปนต้นคริสต์ทศวรรษที่ ๑๙๓๐ กษัตริย์อัลฟองโซถูกบังคับให้สละราชสมบัติโดยพวกนิยมสาธารณรัฐ, สังคมนิยม, เสรีนิยม ฯลฯ เนื่องจากพระองค์สัมพันธ์ใกล้ชิดกับจอมเผด็จการทหาร 10 พรีโม เดอ รีเวรา ในปี ค.ศ. ๑๙๓๖ พวกอนุรักษ์นิยมและขวาจัดพยายามก่อรัฐประหารซึ่งในที่สุดนำไปสู่การเริ่มสงครามกลางเมือง ฝ่ายขวาภายใต้การบังคับบัญชาของจอมพลฟรังโกที่ได้อาวุธและเงินสนับสนุนจากผู้นำฟาสซิสต์ของเยอรมนีและอิตาลีเป็นฝ่ายชนะในที่สุด
“ระหว่างนั้น ญี่ปุ่นก็เข้ายึดแมนจูเรียและรุกรานจีน แล้วตั้งเจ้านายเชื้อสายแมนจูขึ้นเป็นหุ่นเชิดปกครองรัฐแมนจูกัวเอกราชที่จอมปลอม
“ในคริสต์ทศวรรษเดียวกัน มุสโสลินีก็รุกรานเอธิโอเปียและขับไล่จักรพรรดิไฮเลเซลัสซีไปลี้ภัยในอังกฤษ
“ช่วงเดียวกันนั้น ในสยาม ระบอบกษัตริย์ซึ่งจนแล้วจนรอดก็ยังบัญญัติรัฐธรรมนูญไม่เสร็จเสียที ได้ถูกโค่นโดยแนวร่วมอันประกอบไปด้วยสามัญชน, นายทหารและพลเรือนชาตินิยม ซึ่งปกครองประเทศอยู่จนกระทั่งปี ค.ศ. ๑๙๔๔ – ๑๙๔๕ ในหลวงรัชกาลที่ ๗ เสด็จนิราศไปอังกฤษ อันเป็นที่ซึ่งกษัตริย์ผู้ประสบความเดือดร้อนทั้งหลายมักจะไปกัน แล้วสละราชสมบัติตอนกลางคริสต์ทศวรรษที่ ๑๙๓๐
“ผู้นำสำคัญที่สุด ๒ คนของคณะราษฎรอันได้แก่ปรีดี พนมยงค์และแปลก พิบูลสงครามล้วนได้รับการศึกษาในประเทศสาธารณรัฐชาตินิยมฝรั่งเศส ไม่ใช่ในอังกฤษหรือรัฐราชาธิปไตยแห่งอื่นในยุโรป ท่านอาจกล่าวได้ว่านี่เป็นครั้งแรกนับแต่ช่วงหลังพม่าเข้ายึดครองหมาด ๆ เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘ เป็นต้นมาที่เอาเข้าจริงไม่มีกษัตริย์ทรงปกครองอยู่ในประเทศไทยเอง
“มีอีก ๒ ระยะที่เราอยากพิจารณา ก่อนจะสรุปจบโดยอภิปรายเกี่ยวกับบทบาทของอังกฤษในเหตุการณ์เหล่านี้ทั้งหมดโดยสังเขป
ท่านผู้นำ อดอล์ฟ ฮิตเล่อร์
“สงครามโลกครั้งที่สองและสภาพหลังจากนั้นก็เหมือนกับสงครามโลกครั้งที่หนึ่งตรงที่นำมาซึ่งการล่มสลายของระบอบราชาธิปไตยจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้ผมคิดว่าสงครามใหญ่ล้วนแต่อันตรายมากเสมอสำหรับราชาธิปไตย อยู่อย่างสันติจะดีกว่า ตัวละครหลักตอนนั้นได้แก่อดอล์ฟ ฮิตเล่อร์ และน่าตื่นใจว่าเวลาเขาเอ่ยอ้างถึงที่ ๆ อยู่ภายใต้การปกครองของเขานั้น เขาพูดถึง “อาณาจักรไรช์ที่สาม” ซึ่งแปลว่า “ราชอาณาจักรที่สาม” หรือ “จักรวรรดิที่สาม” และเขาบรรยายว่ามันเป็นทายาทสืบต่อจาก “จักรวรรดิที่สอง” ซึ่งล่มสลายลงใน ค.ศ. ๑๙๑๘ เมื่อสิ้นสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และจาก “จักรวรรดิที่หนึ่ง” เมื่อครั้งปรัสเซียกลายเป็นมหาอำนาจสำคัญของยุโรปภายใต้พระอัจฉริยภาพทางทหารของเฟรเดอริคมหาราช
“ความหมายนัยของการเรียกหน่วยภายใต้การรับผิดชอบของตนว่า “จักรวรรดิที่สาม” บ่งชี้ว่าฮิตเล่อร์ตั้งใจจะให้เยอรมนีขยายดินแดนไปครอบคลุมยุโรปกลางและตะวันออกทั้งหมด แต่เขาไม่มีเจตนาจะฟื้นฟูราชวงศ์ฮอเฮนซอลเลินเก่า และเขาก็ไม่มีแนวคิดใด ๆ ที่จะปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิอย่างนโปเลียนเลย แทนที่จะทำเช่นนั้น เขากลับเรียกตัวเองว่า “ท่านผู้นำ” หรือ“ฟูเรอห์” อันเป็นสมญานามใหม่ที่มีแง่มุมประชานิยมและเชื้อชาตินิยมอย่างแรงกล้า
“ในกรณีฮิตเล่อร์นี้ ผมคิดว่าเราอาจเห็นบางอย่างที่สำคัญมาก กล่าวคือถึงตอนนั้น แนวคิดที่ว่าจะมีใครสร้างระบอบราชาธิปไตยใหม่ขึ้นมากำลังกลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อ นั่นคือเราอาจบอกได้จริง ๆ เลยว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งมรณกรรมของระบอบราชาธิปไตย ณ จังหวะที่ธรรมเนียมเก่าแก่ที่ว่ามีคนหน้าใหม่เข้ามาทำลายราชวงศ์เก่าแล้วสร้างราชวงศ์ใหม่ของตนขึ้นนั้นได้สิ้นสุดยุติลง
“เราอาจเห็นประเด็นนี้ได้ชัดเจนยิ่งในกรณีประเทศจีนภายหลังราชวงศ์ชิงถูกโค่น นายพลภาคเหนือจีนผู้ทรงอำนาจนามหยวนซีไขจัดแจงแต่งตั้งให้ตัวเองเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐจีนใน ค.ศ. ๑๙๑๒ แต่แล้วเขาก็รื้อคิดว่าเป็นจักรพรรดิของจีนด้วยจะมิดีกว่าหรือ? เขาจึงเริ่มจัดตั้งการรณรงค์ให้ตนเองได้เป็นผู้นำราชวงศ์ใหม่ แต่มันล้มเหลวไม่เป็นท่า เกิดกบฎขึ้น เขาถูกบีบให้เลิกล้มแผนนั้นไปและกระทำอัตวินิบาตกรรมใน ค.ศ. ๑๙๑๖
จักรพรรดิโบกัสซาแห่งจักรวรรดิแอฟริกากลาง
“ระบอบราชาธิปไตยหนึ่งเดียวที่น่าสนใจแถมเอาเข้าจริงยังแปลกพิลึกที่สุดด้วยซึ่งท่านจะเห็นได้อย่างรวบรัดต่อไปเป็นดังนี้ ใน ค.ศ. ๑๙๗๖ จอมเผด็จการทหารโหดผู้กุมอำนาจมายาวนานแห่งสาธารณรัฐแอฟริกากลางอันกระจิริดซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. ๑๙๖๐ ได้ตัดสินใจว่าเป็นแค่ประธานาธิบดีของประเทศนี้ยังไม่พอ ชายผู้นี้มีภูมิหลังอันน่าสนใจ เขาชื่อ ฌอง เบเดล โบกัสซาเคยเป็นนายสิบในกองกำลังฝรั่งเศสที่พยายามกลับเข้ามายึดครองเวียดนามในอินโดจีนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ดังนั้นว่าไปแล้วเขาก็เป็นแค่ทหารรับจ้างของฝรั่งเศสเท่านั้นเอง
“เมื่อประเทศของเขาได้เอกราช เขาได้เลื่อนยศเป็นพันเอกทันที และหลังจากนั้นไม่นานก็เข้ารวบอำนาจขึ้นเป็นประธานาธิบดีเสียเอง แต่ใน ค.ศ. ๑๙๗๖ เขาก็บอกว่า… เฮ้ยข้าอยากเป็นจักรพรรดิโว้ย… ดังนั้นเขาก็เลยสั่งตัดฉลองพระองค์แพงหูฉี่สำหรับพิธีราชาภิเษกซึ่งลอกแบบมาโดยตรงจากภาพวาดของนโปเลียน การณ์จึงกลายเป็นว่าในทวีปแอฟริกาที่ร้อนอบอ้าวจนเหงื่อไหลไคลย้อยนั้น โบกัสซากลับใส่ชุดเสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวสำหรับฤดูหนาวแบบที่นโปเลียนเคยใส่ และเขายังสั่งร้านอัญมณีราคาแพงในปารีสให้ทำมงกุฎประดับเพชรงามวิเศษแพรวพราวมาด้วย แล้วจัดเดินขบวนแห่แหนเฉลิมฉลองใหญ่กลางเมืองหลวงบังกีโดยมีวงดนตรีออเคสตร้าจากฝรั่งเศสคอยบรรเลงเพลงของโมสาร์ตตามประกบ
“แน่ล่ะครับว่าพอกลายเป็นจักรพรรดิแล้ว โบกัสซาก็ยิ่งเลวร้ายกว่าเก่าอีกและเรียกประเทศของตนว่าจักรวรรดิแอฟริกากลาง นี่ทำให้ผู้คนหัวร่อเย้ยไยไพไปทั่วแม้กระทั่งในฝรั่งเศสเอง และสามปีต่อมา ผู้คนอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาก็เลยถูกโค่นแล้วก็หายหน้าหายตาไป
“ความหมายนัยของเรื่องนี้ก็คือคุณทำแบบนี้ไม่ได้แล้ว ถ้าหากราชวงศ์หนึ่งถูกโค่นลง ก็จะไม่มีราชวงศ์ในรัฐนั้นอีกต่อไป”
“ที่นี้ถ้าท่านมองดูยุโรประหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ท่านต้องระลึกว่าตอนนั้นฮิตเล่อร์ก็กำลังยุ่งกับการยึดครองและผนวกกลืนออสเตรีย, เช็กโกสโลวาเกีย, และพิชิตโปแลนด์ ฯลฯ อยู่แล้วต่อมาแสนยานุภาพเยอรมันก็บุกยึดฮอลแลนด์, เบลเยียม, ยูโกสลาเวีย, กรีซ ฯลฯ และฮิตเล่อร์ยังกำลังดำเนินการร่วมกับพันธมิตรได้แก่มุสโสลินีในอิตาลีและระบอบทหารในญี่ปุ่นด้วย
“ที่แห่งเดียวที่เขาไม่ประสบความสำเร็จอย่างน้อยในตอนเริ่มแรกก็คือความพยายามในอันที่จะรุกรานและพิชิตสหราชอาณาจักร ซึ่งเคราะห์ดีที่เป็นเกาะอันมีทัพเรือเข้มแข็ง
“ทว่าในภาคพื้นทวีปยุโรป ระบอบราชาธิปไตยที่ยังดำรงอยู่ต้องเผชิญทางเลือกที่ไม่น่าอภิรมย์ยิ่ง ทางหนึ่งก็คือหนีไปเสียภายหลังเยอรมนีเข้ายึดครอง ทางนี้ถูกเลือกโดยราชินีเนเธอร์แลนด์, เจ้าผู้ครองนครลักเซมเบิร์ก, กษัตริย์นอร์เวย์ซึ่งเสด็จไปลอนดอนโดยเรือดำน้ำอังกฤษ และกษัตริย์กรีซ เจ้านายทั้งหลายนี้ล้วนไปประทับอยู่ในอังกฤษและกลับขึ้นครองราชย์ได้หลังสงครามอย่างน้อยก็ชั่วระยะหนึ่ง
“แต่กษัตริย์องค์อื่น ๆ ทรงรู้สึกว่าไม่มีทางเลือกนอกจากเข้ากับฮิตเล่อร์ไม่ว่าจะอย่างเอาจริงเอาจังหรือเพียงเพราะไม่เห็นทางเลือกอื่นก็ตาม ได้แก่กรณีกษัตริย์เบลเยียม, โรมาเนีย, บัลแกเรีย, ยูโกสลาเวีย, และอิตาลี เจ้านายเหล่านี้ต่างประสบเคราะห์กรรม กล่าวคือหลายองค์ถูกโค่นอย่างถาวรโดยประชาชน, กลุ่มกู้ชาติติดอาวุธ, หรือบางแห่งก็โดยกองทัพแดงของสตาลินที่ยาตรามาถึงตอนสิ้นสงคราม กษัตริย์เบลเยียมถูกบังคับให้สละราชสมบัติแก่โอรส สวีเดนพยายามเป็นกลางระหว่างสงคราม จึงหลีกเลี่ยงการถูกยึดครองไปได้ แต่ก็ผ่านประสบการณ์นี้มาอย่างไม่ราบรื่นนัก
“น่าสนใจว่าสตาลินซึ่งมีโอกาสและแสนยานุภาพที่จะผนวกรวมอาณาดินแดนทั้งปวงในยุโรปตะวันออกเข้ามาเป็นรัฐสมาชิกของสหภาพโซเวียต กลับตัดสินใจว่ามันจะเป็นการผิดพลาดถ้าขืนทำเช่นนั้น ดังนั้นท่านผู้ฟังก็เลยได้เห็นบรรดารัฐบาลคอมมิวนิสต์แห่งชาติทั้งหลายแหล่เป็นครั้งแรก แน่ล่ะว่าพวกเขาล้วนอยู่ใต้การควบคุมของสตาลิน แต่ก็ส่งผลให้ไม่มีระบอบราชาธิปไตยเหลืออยู่ในยุโรปตะวันออกอีกต่อไป
“แต่เอาเข้าจริงการคลี่คลายขยายตัวของสถานการณ์ที่น่าสนใจที่สุดซึ่งเกิดขึ้นกลับไม่ใช่อยู่ในยุโรป หากอยู่ในเอเชีย จากกฎเกณฑ์ทั่วไปที่ผมได้อภิปรายมา ท่านทั้งหลายอาจคาดหมายว่าความย่อยยับอัปราชัยของญี่ปุ่นเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ หลังจากที่ได้รุกรานจีนอย่างป่าเถื่อน รุกรานเอเชียอาคเนย์หลายแห่งอย่างโหดเหี้ยม ฯลฯ จะทำให้องค์จักรพรรดิถูกโค่นโดยมหาอำนาจสัมพันธมิตรผู้พิชิตศึก
จักรพรรดิฮิโรฮิโตแห่งญี่ปุ่น
“ทว่าสิ่งนี้ไม่บังเกิดขึ้นแม้ว่าฮิโรฮิโตเองจะได้สนับสนุนการรุกรานจีน การโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ และการพิชิตเอเชียอาคเนย์ส่วนใหญ่อย่างแข็งขันก็ตาม มีคนญี่ปุ่นต้องสละชีวิตเพื่อการนี้หลายล้าน และยังประชาชนท้องถิ่นที่ถูกรุกรานซึ่งต้องสูญเสียชีวิตไปหลายต่อหลายล้านอีกเล่ายังไม่ต้องพูดถึงการทิ้งระเบิดปรมาณูใส่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิอันน่าอเนจอนาถซึ่งส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเพราะองค์จักรพรรดิไม่ยอมจำนนทั้งที่ไม่มีความหวังว่าจะเหลือรอดอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว
“แต่อเมริกาโดยผ่านตัวนายพลแม็คอาเธอร์ได้ตัดสินใจที่จะกอบกู้และปกป้องเจ้าหมอนี่ไว้ในที่สุดเขาก็ได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษผิดทั้งปวง และคนที่ถูกแขวนคอหรือประหารชีวิตฐานก่ออาชญากรรมสงครามได้แก่ผู้นำสุดยอดทางทหารและการเมืองแต่ไม่รวมองค์จักรพรรดิเองด้วย
“ท่านผู้ฟังอาจลองถามตัวเองดูว่าทำไมชาวอเมริกันที่มีประวัติศาสตร์การปกครองในระบอบสาธารณรัฐมายาวนานจึงตัดสินใจสนับสนุนและธำรงรักษาสถาบันจักรพรรดิไว้เล่า? เราต้องเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่ว่านี้กำลังเกิดขึ้นตอนช่วงเริ่มต้นสงครามเย็น กล่าวคือสองวันหลังการทิ้งระเบิดเมืองฮิโรชิมา รัสเซียก็ตัดสินใจละเมิดข้อตกลงไม่รุกรานกันกับญี่ปุ่น แล้วรีบรุกรานแมนจูเรียและกำลังมุ่งหน้าสู่เกาหลีรวมทั้งอาจบุกญี่ปุ่นด้วยในที่สุด
“ฝ่ายอเมริกาก็ปักใจเด็ดเดี่ยวจะควบคุมญี่ปุ่นโดยปลอดการก้าวก่ายแทรกแซงใด ๆ ให้จงได้และการปรากฏตัวขึ้นของรัสเซีย รวมทั้งการก่อตั้งบรรดาสหภาพแรงงานและพรรคการเมืองเอียงซ้ายที่ต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างขุดรากถอนโคนในประเทศญี่ปุ่นซึ่งประสบความเสียหายอย่างหนักนั้น ก็ทำให้อเมริกาได้คิดว่า… จะว่าไปแล้วสถาบันกษัตริย์ก็ใช้ได้ถนัดมือดีในการปราบปรามไอ้พวกนี้นี่นา… และคนจำนวนมากที่เอาเข้าจริงเป็นอาชญากรสงครามก็เลยถูกอเมริกาเกณฑ์ไปเป็นสมัครพรรคพวกเพื่อถล่มสหภาพแรงงานและองค์กรอื่น ๆ ให้ราบคาบ จากนั้นญี่ปุ่นจึงกลายเป็นพันธมิตรที่ซื่อตรงจงรักของอเมริกาเรื่อยมา
“มันน่าสนใจว่าอันที่จริง “เทนโน” (คำเรียกขานจักรพรรดิญี่ปุ่น แปลว่าเจ้าสวรรค์) ซาบซึ้งตื้นตันใจเรื่องนี้อย่างยิ่ง พระองค์ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ทรงบอกอาณาประชาราษฎร์ว่าพระองค์ไม่ใช่เทพศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็น่าจะเห็น ๆ กันได้อยู่ และทรงยอมรับรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่โดยพื้นฐานแล้วอเมริกาบังคับยัดเยียดให้ประชาชนญี่ปุ่น ซึ่งเอาเข้าจริงก็เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่เลวนัก
“ดังนั้นสถานการณ์ซึ่งผิดแปลกแตกต่างกันนี้จึงแสดงให้ท่านผู้ฟังเห็นว่ากฎเกณฑ์ที่ว่าระบอบราชาธิปไตยที่ล้มเหลวย่อมถูกโค่นนั้นใช่ว่าจะถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซนต์เสียทีเดียว ถ้าเผื่อท่านมีอเมริกาในยุคสงครามเย็นคอยหนุนหลังละก็ ท่านอาจแพ้สงครามแต่ก็ยังอยู่รอดได้

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
“ระยะสุดท้ายที่ท่านเห็นได้จากตารางข้างบนนี้โดยพื้นฐานแล้วยังเป็นส่วนหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่สอง ท่านจะเห็นว่าราชาธิปไตยเวียดนาม, ราชาธิปไตยอิตาลี, ราชาธิปไตยยูโกสลาเวีย ฯลฯ ต่างถูกทำลายลง
“ผลของสงครามโลกครั้งที่สองก็คือบรรดามหาอำนาจจักรวรรดิตัวหลัก ๆ แต่เดิม ต่อให้เป็นฝ่ายชนะสงครามก็ตาม ล้วนตกอยู่ในภาวะพิการทางเศรษฐกิจและอ่อนแอกว่าสมัยคริสต์ทศวรรษที่ ๑๙๒๐ และ ๑๙๓๐ มาก เนเธอร์แลนด์ เบลเยียมและฝรั่งเศสได้ถูกฮิตเล่อร์ยึดครองและจริง ๆ แล้วประเทศเหล่านี้ก็ไม่มีวัตถุปัจจัยที่จะไปสงวนรักษาจักรวรรดิโพ้นทะเลของตนไว้อีกต่อไป ส่วนบรรดาประเทศมหาอำนาจใหม่อันได้แก่สหรัฐฯและสหภาพโซเวียตนั้นพูดกันอย่างเคร่งครัดแล้วก็ไม่ใช่มหาอำนาจอาณานิคมหรือจักรวรรดิ
“ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ขบวนการชาตินิยมในเอเชียและแอฟริกาเติบใหญ่แข็งกล้าขึ้น และเมื่อสิ้นสงคราม ก็เป็นที่แจ้งชัดแล้วว่าการยกเลิกระบบอาณานิคมขนานใหญ่จะต้องเกิดขึ้นแน่ และเราก็สามารถเห็นสิ่งนี้ได้แต่เนิ่นเมื่ออาณานิคมที่ใหญ่โตที่สุดในโลกอันได้แก่อินเดียของอังกฤษถูกแบ่งออกเป็นรัฐเอกราช ๒ รัฐ คืออินเดียที่มีขนาดเล็กลงและปากีสถาน ส่วนศรีลังกาและพม่าก็ได้สถานะรัฐเอกราชเช่นเดียวกันนั้นในเวลาเดียวกัน
“นี่มิได้หมายความว่าอังกฤษไม่พร้อมจะเล่นบทโหดถ้าสามารถเล่นได้ ตัวอย่างเช่นมีความพยายามใช้การปราบปรามอย่างรุนแรงในเคนยาและประสบความสำเร็จที่จำกัดระดับหนึ่ง และอังกฤษยังใช้ความพยายามมหาศาลในการปราบปรามกบฎพรรคคอมมิวนิสต์มลายาและในการสร้างประเทศมลายาที่เป็นเอกราชขึ้นหลังจากนั้นในปี ค.ศ. ๑๙๕๗ ภายใต้ระบบการปกครองอันแปลกประหลาดยิ่งที่ให้ราชาท้องถิ่นเล็ก ๆ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นครอง
“ประเทศบรูไนซึ่งอุดมด้วยน้ำมันถูกลอนดอนเก็บเอาไว้ควบคุมต่อไป แต่เอาเข้าจริงแล้วก็อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทน้ำมันเชลล์มากกว่าจนกระทั่งปี ค.ศ. ๑๙๘๔ ฝรั่งเศสส่งกองทัพมหึมาเพื่อพยายามยึดอินโดจีนคืนแต่กลับรบแพ้อย่างราบคาบในปี ค.ศ. ๑๙๕๔ สงครามปราบปรามพวกต่อต้านอาณานิคมอันน่าสยดสยองอีกกรณีหนึ่งในแอลจีเรียก็ล้มเหลวในที่สุดด้วย ฝรั่งเศสถูกบีบบังคับให้จำต้องรับรองประเทศแอลจีเรียที่เป็นเอกราช และในปี ค.ศ. ๑๙๖๐ นายพลเดอโกลล์ก็บอกกล่าวกับบรรดาประเทศแอฟริกันใต้การปกครองของฝรั่งเศสทั้งหลายโดยพื้นฐานว่า… บัดนี้พวกท่านเป็นเอกราชแล้ว แต่ท่านต้องเข้าเป็นสมาชิกเครือจักรภพนานาชาติอันน่ารักของฝรั่งเศสนะ
“พวกดัตช์พยายามกอบกู้สถานะของตนในอินโดนีเซียแต่ล้มเหลวและต้องยอมเลิกราไปในปลายปี ค.ศ. ๑๙๔๙ และท้ายที่สุดจักรวรรดิของโปรตุเกสในแอฟริกาก็สลายหายไปในปี ค.ศ.๑๙๗๕ ภายหลังดำเนินสงครามจักรวรรดินิยมที่วิบัติหายนะและไม่ประสบความสำเร็จครั้งต่าง ๆ กันถึง ๓ ครั้ง
“ผมอยากจะหยุดตรงนี้สักครู่เพื่อเน้นย้ำผลลัพธ์สำคัญประการหนึ่งของการยกเลิกระบบอาณานิคม เรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็นมากนักและน่าจะเป็นสิ่งที่ปลุกขวัญกำลังใจระบอบราชาธิปไตยที่เหลือรอดอยู่ทั้งหลาย นั่นคือการยกเลิกระบบอาณานิคมและการขยายตัวอย่างใหญ่โตของสหประชาชาติหมายความว่าอาณาเขตของชาติกลายเป็นสิ่งที่มีเสถียรภาพและศักดิ์สิทธิ์ขึ้นกว่าก่อนมาก
“นับแต่ราว ค.ศ. ๑๙๔๗ เป็นต้นมาไม่มีสมาชิกองค์การสหประชาชาติประเทศใดสามารถเพิ่มเติมอาณาดินแดนทางภูมิศาสตร์ของตนให้มากขึ้นอย่างเป็นกอบเป็นกำเลย และนี่หมายความว่าสาเหตุที่ทำให้ระบอบราชาธิปไตยจำนวนมากถูกทำลายลงก่อนหน้านี้ อันได้แก่ความหิวกระหายที่จะขยายราชอาณาจักรและหมกมุ่นอยู่แต่กับศึกสงครามนั้น ได้จบสิ้นลงแล้วโดยพื้นฐาน
“ฉะนั้นเราจึงกล่าวได้ว่าถ้าหากกษัตริย์ทรงปรีชาและมีสายพระเนตรยาวไกล พระองค์ก็อาจทรงช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดที่นำไปสู่ลัทธิแบ่งแยกดินแดน อันเป็นลัทธิที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจยิ่งสำหรับคนบางกลุ่ม ทว่าน่าสยดสยองสำหรับคนกลุ่มอื่น ๆ ได้ ดังที่ท่านผู้ฟังจะสังเกตเห็นได้จากการแตกแยกตัวของยูโกสลาเวีย, การแตกแยกตัวของเอธิโอเปีย, การแตกแยกตัวของปากีสถาน,การแตกแยกตัวของจักรวรรดิ โซเวียต ฯลฯ และบางทีอาจรวมถึงการแตกแยกตัวของจีนแผ่นดินใหญ่ในอนาคตด้วย
“ดังนั้นพึงระลึกไว้นะครับว่าอาณาเขตแห่งชาตินับวันแต่จะศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น ดังนั้นท่านก็ไม่จำต้องมีกองทัพใหญ่โต เพราะระบบโลกจะไม่ปล่อยให้ท่านถูกยึดครองโดยรัฐอื่น”

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
นัสเซอร์ กัดดาฟี ลอนนอล
“ผลลัพธ์ประการหนึ่งของความเสื่อมทรุดแห่งระบอบอาณานิคมและการปรากฏตัวขึ้นของรัฐบาลแห่งชาติเอกราชทั้งหลายถือเป็นสิ่งแปลกใหม่น่าสนใจ และนั่นก็คือในสภาพที่ไม่มีเจ้าอาณานิคมอีกต่อไป พลังการเมืองสำคัญที่สุดในหลายต่อหลายที่ได้แก่กำลังทหารในท้องถิ่นซึ่งแรกเริ่มเดิมทีมักได้รับการฝึกอบรมจากสหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศสและอังกฤษ ทว่ากลับอวดอ้างว่าเป็นปากเสียงแท้จริงของประชาชน
“ในช่วงนี้นี่เองที่เราได้พบเห็นกำลังทหารท้องถิ่นพากันล้มเจ้าในที่ต่าง ๆ:
“ เริ่มด้วยอียิปต์ใน ค.ศ. ๑๙๕๒ เมื่อกษัตริย์ฟารุคถูกขับไล่ไสส่งโดยนัสเซอร์และเพื่อนพ้อง
“ค.ศ. ๑๙๕๘ เจ้าผู้ปกครองที่อังกฤษยัดเยียดให้อิรักถูกปลงพระชนม์โดยการลุกฮือของทหาร
“สิ่งเดียวกันเกิดขึ้นที่ลิเบียใน ค.ศ. ๑๙๖๙ ด้วยฝีมือทหารนำโดยกัดดาฟี
“ที่กัมพูชาใน ค.ศ. ๑๙๗๐ โดยลอนนอล
“อัฟกานิสถานใน ค.ศ. ๑๙๗๓
“และเอธิโอเปียใน ค.ศ. ๑๙๗๔
“นั่นนับเป็นการทำลายระบอบราชาธิปไตยอย่างขนานใหญ่เลยทีเดียว
“เฉพาะในลาวและเวียดนามเท่านั้นที่เรากล่าวได้ว่าคอมมิวนิสต์เป็นผู้ทำลายระบอบการปกครองของราชวงศ์ท้องถิ่น
“ในการมองหาสาเหตุหรือผู้ก่อการโค่นระบอบราชาธิปไตย สิ่งที่น่าตื่นใจคือทหารเป็นตัวการสำคัญกว่าพวกมีความคิดจะเปลี่ยนแปลงอย่างขุดรากถอนโคนที่มาจากคนชั้นล่าง”
“เวลาใกล้จะหมดแล้ว ผมใคร่ขอหันไปพูดเรื่องที่ผมคิดว่าสำคัญมากโดยสังเขปอย่างรวดเร็ว
“ถ้าท่านดูบนตาราง ท่านจะพบสิ่งที่น่าสนใจมาก นั่นคือขอให้ดูการปรากฏขึ้นของบรรดาระบอบราชาธิปไตยเอกราชซึ่งแต่ก่อนไม่ได้เป็นระบอบนั้นในจังหวะเฉพาะเจาะจงราว ค.ศ. ๑๙๖๘
“และตรงนี้ผมคิดว่าเราต้องทำความเข้าใจบางสิ่งบางอย่างซึ่งน่าสนใจมากกล่าวคือราชาธิปไตยอังกฤษไม่เหมือนราชาธิปไตยอื่น ๆ ในยุโรปหรือญี่ปุ่นเอาเลยทีเดียว อังกฤษนั้นถูกปกครองมานับพันปีโดยชาวนอร์มัน, เวลส์, สก๊อต, ดัตช์, และเยอรมัน หากมิใช่โดยชาวอังกฤษเอง และแบบแผนของการมีสถาบันกษัตริย์ต่างชาติต่างภาษาทั้งหลายแหล่มาปกครองตลอดช่วงเวลานี้หมายความว่าระบอบราชาธิปไตยของอังกฤษมีลักษณะยืดหยุ่นพลิกแพลงที่เป็นไปได้ต่าง ๆ นานามากกว่าในที่อื่น ๆ ไม่เหมือนอย่างของฝรั่งเศส, เยอรมนีและโดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่น มันเป็นประโยชน์มากทีเดียวที่ได้ราชวงศ์ต่างชาติมาปกครอง นั่นหมายความว่าเอาเข้าจริงคนท้องถิ่นที่เป็นขุนนางและอภิสิทธิ์ชนต่างหากที่เป็นผู้บริหารจัดการระบบ
พระเจ้าจอร์จที่ห้าแห่งอังกฤษ พระอัยกาเจ้าของพระราชินีอลิซาเบ็ธปัจจุบัน ผู้ทรงเปลี่ยนชื่อราชวงศ์เป็นวินด์เซอร์
“อันที่จริงมันน่าสนใจที่ราชวงศ์อังกฤษปัจจุบันนี้ยังคงเรียกตนเองว่า “ชาวฮาโนเวอร์” อันเป็นรัฐเยอรมันเล็ก ๆ ที่ซึ่งพวกเขาจากมาเพื่อรับเชิญไปเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษใน ค.ศ. ๑๗๑๔ พวกเขาดำรงตนเป็นชาวเยอรมันอย่างอยู่ดีมีสุขสมบูรณ์สืบมาจนกระทั่งระหว่างสงครามกับเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ระหว่างสงครามนั้นเอง พระอัยกาเจ้าของพระราชินีอลิซาเบ็ธก็ตรัสด้วยความขวยพระทัยว่า…เราจะเปลี่ยนชื่อของเรา เราจะเรียกชื่อตัวเองใหม่ว่าราชวงศ์วินด์เซอร์… ซึ่งเป็นชื่อปราสาทแห่งหนึ่งนอกกรุงลอนดอน และเอาเข้าจริงสมาชิกราชวงศ์นี้รุ่นแรก ๆ พูดอังกฤษไม่ได้ด้วยซ้ำไป หากพูดแต่ภาษาเยอรมัน
“นับแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ ราว ค.ศ. ๑๘๗๐ เป็นต้นมา อังกฤษเป็นมหาอำนาจจักรวรรดิเดียวที่มีผลประโยชน์ผูกพันขนานใหญ่กับระบอบราชาธิปไตยในเอเชียและแอฟริกา ตอนนั้นฝรั่งเศสกลายเป็นสาธารณรัฐเรียบร้อยแล้ว เยอรมนีไม่ได้มีจักรวรรดิโพ้นทะเลมากเท่าไรนักและเท่าที่มีก็สูญเสียไปอย่างรวดเร็วในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อเมริกาก็สาละวนอยู่ในฟิลิปปินส์และไม่มีอะไรมากกว่านี้เท่าไหร่ และรัสเซียก็อยู่ในฐานะคล้ายกัน ญี่ปุ่นเป็นจักรวรรดิใหญ่อีกเพียงประเทศเดียวที่พยายามขยายอำนาจอย่างรวดเร็ว แต่ยกเว้นกรณีแมนจูเรียแล้ว ชาวญี่ปุ่นก็หมกมุ่นอยู่แต่กับราชวงศ์อายุ ๓,๐๐๐ ปีอันน่ามหัศจรรย์ของตนเกินไปจนลงมือกวาดล้างราชาธิปไตยเกาหลีทิ้งอย่างเหี้ยมเกรียมและยึดเอาเกาหลีเป็นเมืองขึ้นโดยไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนปรนใด ๆ ให้กับราชธรรมเนียมประเพณีของประเทศเก่าแก่แต่โบราณแห่งนั้นเลย
“แต่อังกฤษนั้นแตกต่างออกไป กล่าวคืออังกฤษเห็นแต่เนิ่นทีเดียวว่ามันเป็นประโยชน์ที่จะมีระบอบราชาธิปไตยที่ยอมสวามิภักดิ์คอยปกป้องผลประโยชน์ทั่วโลกของตน สาเหตุง่าย ๆ ๒ ประการเรื่องนี้ก็คือ: -
“ประการแรกก่อนอื่นใด จักรวรรดิอังกฤษนั้นใหญ่โตมโหฬารเสียจนกระทั่งจริง ๆ แล้วตนเองก็ไม่มีประชากรมากพอจะไปปกครองหลายพื้นที่ได้โดยตรง มันต้นทุนย่อมเยาว์และเข้าทีกว่ามากที่จะปกครองผ่านราชาธิปไตยท้องถิ่นที่เชื่อฟังสั่งได้รายย่อย ๆ หรือไม่ย่อยเท่าใดนัก และปกติหรือบ่อยครั้งทีเดียวระบบดังกล่าวไม่ได้ถูกเรียกว่าอาณานิคม หากเรียกว่ารัฐในอารักขา โดยมีตัวเราเป็นผู้อารักขาท่านไว้นั่นเอง แต่ระบบรัฐในอารักขานี้เอาเข้าจริงเปิดช่องให้อังกฤษสร้างระบอบราชาธิปไตยขึ้นได้หากต้องการ และอังกฤษก็ได้ทำเช่นนั้นในอิรัก, ซาอุดีอาระเบีย, อียิปต์, จอร์แดน ฯลฯ

“ขณะเดียวกันก็ดำเนินการให้มั่นใจว่ากษัตริย์ทั้งใหม่และเก่าเหล่านี้ควบคุมประชากรท้องถิ่นได้ แต่ยอมปล่อยให้อังกฤษตัดสินใจเรื่องนโยบายเศรษฐกิจพื้นฐาน, นโยบายความมั่นคงและป้องกันประเทศพื้นฐาน, และเหนือสิ่งอื่นใดคือยอมให้อังกฤษเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งในตะวันออกกลางเห็นได้ชัดว่านี่ย่อมหมายถึงน้ำมัน
“ดังนั้นสิ่งที่ท่านเห็นในกระบวนการใช้การปกครองโดยอ้อมแทนที่จะเป็นโดยตรงซึ่งผมจะบรรยายผ่าน ๆ อย่างรวบรัดตามตารางโดยเน้นบางประเด็น ก็คือ:
“จอร์แดนซึ่งเป็นราชอาณาจักรที่อังกฤษสร้างขึ้นใน ค.ศ. ๑๙๒๑ ในที่สุดก็ได้เอกราชใน ค.ศ. ๑๙๔๖
“อียิปต์ในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญจอมปลอมซึ่งอังกฤษสร้างขึ้นใน ค.ศ. ๑๙๒๒ หลังจากเคยเป็นรัฐในอารักขาอยู่ระยะหนึ่ง ก็มีอันสูญสลายไปใน ค.ศ. ๑๙๕๒
“เราได้พูดถึงมาเลเซียใน ค.ศ. ๑๙๕๗, เราได้พูดถึงราชาธิปไตยที่อังกฤษสร้างขึ้นในอิรักซึ่งล้มไปใน ค.ศ. ๑๙๕๘
“จากนั้นก็มีสิ่งอื่น ๆ ที่เกิดตามมาในระยะหลังนี้ซึ่งผมจะอธิบายสาเหตุของมันให้ฟังในอึดใจข้างหน้า
“ค.ศ. ๑๙๖๑ คูเวตซึ่งเคยเป็นรัฐในอารักขามาตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๑๔ กลายเป็นแคว้นเอกราชภายใต้รัฐธรรมนูญ
“ค.ศ. ๑๙๗๐ ตองกากลายเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญภายหลังเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษมา ๙๐ ปี
“ค.ศ. ๑๙๗๑ หลังจากบาห์เรนเป็นรัฐในอารักขามาร่วมร้อยปีก็ได้เอกราช และในที่สุดก็ได้รัฐธรรมนูญมาใน ค.ศ. ๒๐๐๒
“กาตาร์พ้นสภาพรัฐในอารักขาแล้วได้เอกราชในเวลาเดียวกัน แต่ยืนกรานปฏิเสธไม่เอารัฐธรรมนูญใด ๆ
“สิ่งเดียวกันเกิดขึ้นในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมทั้งบรูไนที่ซึ่งสุลต่านได้เอกราชจากกรุงลอนดอน, เข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติ, แต่แน่ล่ะว่าหาได้เป็นอิสระจากบริษัทน้ำมันเชลล์ไม่, และกระบวนการเดียวกันก็เกิดขึ้นในเลโซโทและสวาซิแลนด์ด้วย
“ฉะนั้นสิ่งที่ท่านเห็นตรงนี้จึงชวนตื่นใจยิ่งกล่าวคือการปรากฏตัวขึ้นอย่างน่าจับตาของบรรดารัฐขนาดจิ๋วซึ่งเป็นรัฐในอารักขาและปกครองโดยวงศ์ตระกูลต่าง ๆ ซึ่งไม่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ อันเป็นผลผลิตของนโยบายที่ยืนนานของอังกฤษในอันที่จะปกครองผ่านระบอบราชาธิปไตยซึ่งอนุรักษ์นิยมและเชื่อฟังสั่งได้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
นายฮาโรลด์ วิลสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษสังกัดพรรคแรงงาน ค.ศ. ๑๙๖๔-๗๐ และ ๑๙๗๔-๗๖
“และเหตุผลที่จู่ ๆ รัฐเหล่านี้ก็เริ่มได้เอกราชกันในคริสต์ทศวรรษที่ ๑๙๗๐ และ ๑๙๘๐ นั้นก็เพราะในปลายคริสต์ทศวรรษที่ ๑๙๖๐ รัฐบาลอังกฤษใต้การนำของฮาโรลด์ วิลสันตอนนั้นได้ประกาศต่อโลกว่าอังกฤษไม่มีปัญญาความสามารถที่จะธำรงรักษาแสนยานุภาพที่ตนเคยมีโดยเฉพาะในเอเชียอีกต่อไป
“เดิมทีอังกฤษมีผลประโยชน์เหนืออื่นใดในอันที่จะธำรงรักษาการควบคุมช่องทางเดินเรือทะเลทั้งหลาย อันได้แก่จากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ผ่านทะเลแดง มหาสมุทรอินเดีย ช่องแคบมะละกา ต่อไปยังทะเลจีนและลงไปออสเตรเลีย สิ่งนี้สำคัญคับขันยิ่งต่อจักรวรรดิอังกฤษ และถึงค.ศ. ๑๙๖๘ อังกฤษก็ไม่มีสมรรถนะและแสนยานุภาพหรือความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจที่จะทำสิ่งนี้อีกแล้ว และท่านก็อาจกล่าวได้ว่า ณ จุดนี้เองที่อเมริกาก้าวเข้ามาแทน
“แต่บรรดารัฐเอกราช/ราชาธิปไตยใหม่ที่โผล่ขึ้นมาเหล่านั้น – ซึ่งท่านย่อมทราบว่าผู้ปกครองบางรายก็ไม่ได้เป็นกษัตริย์มาก่อนจนกระทั่งอังกฤษจัดแจงให้ได้เป็นนั้น – มันเป็นมาตรการตอบรับความล่มสลายของจักรวรรดิอังกฤษในบั้นปลายอย่างหนึ่ง ฉะนั้นถ้าท่านแปลกใจว่าไฉนจู่ ๆจึงเกิดมีระบอบราชาธิปไตยใหม่โผล่ขึ้นมาเป็นทิวแถวละก็ นี่คือสาเหตุที่มาของมัน ทว่าระบอบดังกล่าวจะอยู่ยืนนานเพียงใดในระยะของการเคลื่อนไหวลุกขึ้นสู้ของมวลชนแผ่กว้างขนานใหญ่ที่เรียกว่าฤดูใบไม้ผลิในโลกอาหรับปัจจุบัน นั่นเป็นเรื่องที่เราต้องรอดูต่อไป
“ดังนั้นประเด็นที่ผมใคร่จะเตือนให้ท่านระลึกไว้ก็มีเพียงว่าในประวัติศาสตร์ทั้งหมดของราชาธิปไตยโลกนั้น ตัวการใจกลางคือสหราชอาณาจักร อันเป็นมหาอำนาจจักรวรรดินิยมเดียวที่มีผลประโยชน์ในอันที่จะสร้าง ค้ำชู ฯลฯ รัฐในอารักขาหรือราชาธิปไตยในพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของโลกแล้วรัฐเหล่านั้นก็เข้าสู่องค์การสหประชาชาติในที่สุด
“ผมหยุดแค่นี้ดีกว่า ผมไม่ได้พูดถึงประเทศไทย แต่ใคร่จะเสนอแนะว่าถ้าท่านสนใจใคร่รู้ว่าประเทศไทยสอดรับกับกับแบบแผนที่กล่าวมาตรงไหนละก็ ที่ ๆ ควรเริ่มดูคือลอนดอน ขอบคุณครับ”
http://prachatai3.info/journal/2012/05/40325
—–
อย่าตีความอะไรมาก แค่ฟังมันส์เท่านั้นเอง โดยมีคนแปลเพลงNew Divide
คำศัพท์ที่น่าสนใจ
startling น่าเสียหาย น่าหวาดเสียว
flash การปรากฎขึ้นชั่วแวบหนึ่ง
abandoned ที่ถูกละทิ้งปล่อยปละละเลย
cave in พังทลายลงเป็นโพรง
flood น้ำท่วม การไหลบ่าของกระแสน้ำ
divide ความเห็นที่ไม่ลงรอยกันอย่างรุนแรงระหว่างคนสองกลุ่ม ภาวะวิกฤติ

———————————————————————–
แปลเพลง New Divide – Linkin Park
I remembered black skies
ผมจำได้ถึงท้องฟ้ามืดมัว
The lightning all around me
สายฟ้าแลบปลาบอยู่รอบตัว
I remembered each flash
จำได้ถึงทุกชั่ววูบที่แวบมา
As time began to blur
พอเริ่มสับสนคลุมเครือ
Like a startling sign
มันเหมือนลางบอกเหตุร้าย
That fate had finally found me
สุดท้ายไม่อาจเลี่ยงโชคชะตา
And your voice was all I heard
และผมได้ยินเพียงเสียงคุณ
That I get what I deserve
ว่าผมสมควรได้รับมัน

So give me reason
งั้นให้เหตุผลผม
To prove me wrong
พิสูจน์ว่าผมผิด
To wash this memory clean
เพื่อให้สำนึกนี้ถูกต้อง
Let the floods cross the distance in your eyes
ให้มันเอ่อล้นข้ามผ่านความเหินห่างนั้น
Give me reason to fill this hole
ให้เหตุผลผมเพื่อถมรอยร่อง
Connect this space between
แล้วเชื่อมช่องว่างระหว่างกัน
Let it be enough to reach the truth that lies
ให้มันเพียงพอที่จะเอื้อมถึงความจริงที่
Across this new divide
ขวางความไม่ลงรอยครั้งใหม่

There was nothing in sight
ไม่เหลืออะไรในสายตา
But memories left abandoned
แต่ความทรงจำกลับถูกทิ้งไว้
There was nowhere to hide
ไม่เหลือที่ให้ซ่อนตัว
The ashes fell like snow
เถ้าถ่านร่วงรัวราวหิมะ
And the ground caved in
แล้วผืนดินทลายลง
Between where we were standing
ตรงระหว่างที่เรากำลังยืนอยู่
And your voice was all I heard
และผมได้ยินเพียงเสียงคุณ
That I get what I deserve
ว่าผมสมควรได้รับมัน

So give me reason
งั้นให้เหตุผลผม
To prove me wrong
พิสูจน์ว่าผมผิด
To wash this memory clean
เพื่อให้สำนึกนี้ถูกต้อง
Let the floods cross the distance in your eyes
ปล่อยให้มันเอ่อล้นข้ามผ่านความเหินห่าง
Across this new divide
เข้าขวางความแตกแยกนี้

In every loss in every lie
ในทุกความสูญเสียทุกคำลวง
In every truth that you deny
ทุกห้วงความจริงที่คุณไม่ยอมรับ
And each regret and each goodbye
ทุกคำเสียใจและคำกล่าวลา
Was a mistake too great to hide
เป็นความพลาดพลั้งที่ใหญ่เกินจะซ่อนได้
And your voice was all I heard
และผมได้ยินเพียงเสียงคุณ
That I get what I deserve
ว่าผมสมควรได้รับมัน

So give me reason
งั้นให้เหตุผลผม
To prove me wrong
พิสูจน์ว่าผมผิด
To wash this memory clean
เพื่อให้สำนึกนี้ถูกต้อง
Let the floods cross the distance in your eyes
ปล่อยให้มันเอ่อล้นข้ามผ่านความเหินห่าง
Give me reason
ให้เหตุผลผม
To fill this hole
เพื่อถมรอยร่อง
Connect this space between
แล้วเชื่อมช่องว่างระหว่างกัน
Let it be enough to reach the truth that lies
ให้มันเพียงพอที่จะเอื้อมถึงความจริงที่
Across this new divide
ขวางกั้นความขัดแย้งนี้
Across this new divide
กีดขวางวิกฤติครั้งใหม่
Across this new divide
ความไม่ลงรอยครั้งใหม่
http://my.dek-d.com/elzadan/blog/?blog_id=10137580

http://www.youtube.com/watch?v=2HzNfwAt790&feature=youtu.be

เพลงเก่าที่ผมคิดกลับมาฟังอีกรอบ มีคนลองแปลไว้ด้วย น่ะครับ
แปลเพลง My Way By Limp Bizkit

Check, check, check check… out my melody

เช็ค เช็ค เช็ค เสียงทำนองของผมหน่อยซิ

Special

You think you’re special

You do

I can see it in your eyes

I can see it when you laugh at me

Look down on me

You walk around on me

Just one more fight

About your leadership

And I will straight up

Leave your shit

Cause I’ve had enough of this

And now I’m pissed

มันพิเศษ

คุณคิดใช่มั้ยว่าวิเศษ

อะไรที่คุณทำ

ผมเห็นมันในดวงตาของคุณ

ผมเห็นมัน ตอนที่คุณหัวเราะเยาะผม

มองผมเหยียดๆ ต่ำๆ

ตอนที่คุณเดินบวนรอบตัวผม

แค่ลองสู้อีกสักครั้ง

กับผู้นำของคุณ

และผมจะเหยียดตรงเส้นทางของผมอีกครั้ง

ละทิ้งสิ่งแย่ๆ ที่คุณทำเอาไว้

เพราะผมรู้สึกเต็มทนกับมันแล้ว

และตอนนี้ผมกำลังจะทำแบบที่คุณทำบ้างล่ะนะ

Yeah

This time I’m ‘a let it all come out

This time I’m ‘a stand up and shout

I’m ‘a do things my way

It’s my way

My way, or the highway

ช่ายยย

นี่คือเวลาที่ผมจะปลดปล่อยมันออกมาข้างนอกแล้ว

นี่คือเวลาที่ผมลุกขึ้นยืนและตะโกนก้อง

ว่าผมทำมันด้วยทางของผม

นี่คือหนทางของผม

เส้นทางของผมหรือว่ามันเป็นถนนไฮเวย์กันแน่นะ

Check out, check check… out my melody

เช็ค เช็ค เช็ค เสียงทำนองของผมหน่อยซิ

Just one more fight

About a lot of things

And I will give up everything

To be on my own again

Free again

แค่ลองสู้อีกสักครั้ง

กับทุกสิ่งที่มากมายเหลือเกิน

และผมจะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง

เพื่อเป็นของผมเพียงผู้เดียวอีกครั้ง

อิสรภาพอีกครั้ง

Yeah

This time I’m ‘a let it all come out

This time I’m ‘a stand up and shout

I’m ‘a do things my way

It’s my way

My way, or the highway

ช่ายยย

นี่คือเวลาที่ผมจะปลดปล่อยมันออกมาข้างนอกแล้ว

นี่คือเวลาที่ผมลุกขึ้นยืนและตะโกนก้อง

ว่าผมทำมันด้วยทางของผม

นี่คือหนทางของผม

เส้นทางของผมหรือว่ามันเป็นถนนไฮเวย์กันแน่นะ
Some day you’ll see things my way

Cause you never know

Where, you never know

Where you’re gonna go

สักวันคุณจะเห็นอะไรบางอย่างบนเส้นทางของผม

เพราะคุณไม่เคยจะรู้มาก่อนเลย

ที่ไหน, คุณไม่เคยรู้

ที่ไหน ที่ที่คุณจะต้องไป
Check out, check check… out my melody

เช็ค เช็ค เช็ค เสียงทำนองของผมหน่อยซิ

Just one more fight

And I’ll be history

Yes I will straight up

Leave your shit

And you’ll be the one who’s left

Missing me

แค่ลองสู้อีกสักครั้ง

และผมจะเป็นเพียงเรื่องราวที่ผ่านไป

ใช่ และผมจะเหยียดตรงเส้นทางของผมอีกครั้ง

ละทิ้งสิ่งแย่ๆ ที่คุณทำเอาไว้

และคุณจะเป็นเพียงใครคนหนึ่งที่จากไป

หายไปจากชีวิตของผม

Yeah

This time I’m ‘a let it all come out

This time I’m ‘a stand up and shout

I’m ‘a do things my way

It’s my way

My way, or the highway

ช่ายยย

นี่คือเวลาที่ผมจะปลดปล่อยมันออกมาข้างนอกแล้ว

นี่คือเวลาที่ผมลุกขึ้นยืนและตะโกนก้อง

ว่าผมทำมันด้วยทางของผม

นี่คือหนทางของผม

เส้นทางของผมหรือว่ามันเป็นถนนไฮเวย์กันแน่นะ

Some day you’ll see things my way

Cause you never know

Where, you never know

Where you’re gonna go

สักวันคุณจะเห็นอะไรบางอย่างบนเส้นทางของผม

เพราะคุณไม่เคยจะรู้มาก่อนเลย

ที่ไหน, คุณไม่เคยรู้

ที่ไหน ที่ที่คุณจะต้องไป
Check out, check check… out my melody

เช็ค เช็ค เช็ค เสียงทำนองของผมหน่อยซิ
http://writer.dek-d.com/mu_mu_jung/blog/?blog_id=10075261
http://www.youtube.com/watch?NR=1&v=Dn8vzTsnPps&feature=endscreen&fb_source=message

วันที่ 25-29-31
25 พฤษภาคม
วันที่ 25 พฤษภา พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) – การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 : พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ถนนราชดำเนินและเดินขบวนไปยังสะพานมัฆวานรังสรรค์บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล
พ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009) – พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประชุมใหญ่เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 และมีมติตั้งพรรคการเมือง ที่มหาวิทยาลัย

http://th.wikipedia.org/wiki/25_%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1

เมื่อผมไปร่วมงานศพของสมบุรณ์ วรพงษ์ เป็นนักเขียนมีชื่อเสียง และอดีตนายกสมาคมนักหนังสิอพิมพ์ และพ่อของพี่กุลชีพ ที่ผมรู้จัก และต่อมาผมได้บังเอิญเจอคนที่ผมคิดถึง และรุ่นพี่-ทีมงานโครงการ กลุ่มบางคน อื่นๆ หลายเรื่องหลางราวการติดต่อผู้คน ซึ่งผมเจอคนอยากเกษียณก่อนอายุ30ปี และการเคลียร์งานข่าว งานวิจัย และการเดินทางหลายยเรื่องตัดสลับเหมือนหนังสั้นที่อยากถ่ายทำที่นั่นเป็นภาพในหัวสมอง.ผ่านเมืองนะ เมืองงาย บ้านนาหวาย ผ่านบ้านอรุโณทัย..และอาการหวัดมาเยือนบ้านเกิดในร่างกาย ซึ่งอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยดูแลสุขภาพ กันนะ ครับ ส่วนจะสิ้นเดือน ก้หยุดเขียน เว้นออกงานต่างๆ หรือหยุดพักกันบ้างน่ะครับ ส่วนตัวผมก็หยุดพักบ้าง โดยหลายอย่างต้องconcentrateน่ะครับ
-ข่าวLady Gaga hits cabaret amid Rolex tweet fury
Lady Gaga spent her first night out in Bangkok watching a transvestite cabaret show while around her Thais fumed with indignation at her Twitter comment about buying a
fake Rolex in the city.
Published: 25/05/2012 at 01:38 AM
Newspaper section: news
Shortly after her private jet arrived on Wednesday night Lady Gaga posted this tweet — “I just landed in Bangkok baby! Ready for 50,000 screaming Thai monsters. I
wanna get lost in a lady market and buy fake Rolex.”

The post — which has been called offensive, insulting and bad for the country’s image — has stirred nationalist fervour here, where people tend to get upset when the
country’s seedy underworld is highlighted by outsiders.

http://www.bangkokpost.com/lite/topstories/294969/lady-gaga-hits-cabaret-amid-rolex-tweet-fury

ดราม่าปิดท้าย เมื่อเลดี้ กาก้าสวมชฎาเล่นคอนเสิร์ต แต่ “ความจริงแล้ว” ฟังทางนี้ก่อน(ชมคลิป)

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1337972499&grpid=01&catid&subcatid

-ผมนึกถึงข่าวรางวัลนาฎราชปีที่ผ่านมานี้ด้วยน่ะครับ

-ข่าวYingluck will donate paddy land to the King
Published: 24/05/2012 at 08:30 AM Newspaper section: News 29
Share
Prime Minister Yingluck Shinawatra says she will donate seven rai of land worth 20 million baht at Thung Makham Yong in Ayutthaya province on behalf of the Shinawatra
family to His Majesty the King when he visits the area tomorrow.
Ms Yingluck said the land was a historical area and she will explain details of the plot after the donation is made.
A source said the land is the experimental rice field from which the King harvested rice from on May 14, 1996.
A source at the provincial land office said the land was bought from four joint owners who live in Bangkok.
His Majesty, accompanied by Her Majesty the Queen and members of the royal family, will leave Siriraj Hospital at 4pm and arrive at Thung Makham Yong in Phra Nakhon Si
Ayutthaya district at 5.20pm.
The field is in the same area as the kaem ling (monkey cheek) water retention royal project which was initiated by the King 16 years ago.
It will be His Majesty’s first trip outside Bangkok and its neighbouring provinces since he was admitted to the hospital on Sept 19, 2009.
Their Majesties the King and Queen will stay at Thung Makham Yong for about two hours to watch folk performances, including a light and sound show, a boat procession
and an elephant procession organised in their honour by provincial authorities and residents of Ayutthaya for the visit.
Laithongrian Meepan, owner of the Elephant Kraal in Ayutthaya, said 11 elephants were to be given a bath yesterday to ensure all parts of their bodies are clean to
prepare for the royal visit.
The elephants will be clad in elaborate traditional costumes for the procession.
A team of veterinarians and skilled mahouts will be on hand to look after the animals.

http://www.bangkokpost.com/news/local/294774/yingluck-will-donate-paddy-land-to-the-king

-ข่าวEugene Polley,inventor of TV remote.dies at 96
Eugene Polley, inventor of TV remote, dies at 96 – New Orleans – Fox 8www.fox8live.com/…/eugene-polley-inv… – สหรัฐอเมริกา – แปลหน้านี้
ผู้คิดค้น ‘รีโมทคอนโทรล’ เสียชีวิตด้วยวัย 96 ปี
ยูจีน พอลลีย์ นักประดิษฐ์และคิดค้น เครื่องมือควบคุมระยะไกลแบบไร้สาย หรือที่เราเรียกกันว่า ‘รีโมทคอนโทรล’ ได้เสียชีวิตลงแล้ว ด้วยวัย 96 ปี
โดยวีรบุรุษของชาวอเมริกัน ‘ยูจีน พอลลีย์’ ผู้คิดค้นและประดิษฐ์ เครื่องมือควบคุมระยะไกลแบบไร้สาย เป็นคนแรก ได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยวัย 96 ปี โดยเขาทำงานเป็นนักวิศวกรที่ Zenith Electronics ซึ่งในปี 1955 เขาเป็นผู้สร้างรีโมทคอนโทรล Flash-Matic ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมการทำงานในระยะไกลได้เป็นครั้งแรก โดยช่วยให้
ผู้ชมสามารถเปลี่ยนช่องรายการโทรทัศน์ได้โดยที่ไม่ต้องเคลื่อนย้ายตัว

http://www.pantip.com/tech/newscols/news/240512i.shtml

—สนธิ ลิ้มทองกุล นัดชุมนุม 30 พ.ค. เป็นนัดสุดท้าย
Sun, 2012-05-27 14:23
ลั่นพ้น 30 พ.ค. ไปแล้ว จะแพ้หรือจะชนะ-จบอย่างไรก็ตาม “จะปล่อยให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ให้อำมาตย์ ให้หลายคน ที่หลอกใช้ผมอยู่ พรรคการเมืองบางพรรคที่เคยหลอกใช้ ให้รับแผ่นดินนี้เอาไปดูแลต่อไป”

นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปราศรัยในงาน “คอนเสิร์ตเมืองไทยรายสัปดาห์ภาคพิเศษ” ที่สวนลุมพินี เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ รายงานคำปราศรัยของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งตอนหนึงได้กล่าวว่า สังคมไทยเป็นสังคมดีแต่พูด อย่างเช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ที่เอาแต่ขู่พวกที่ต้องการยกเลิก ม.112 แต่ไม่
ยอมทำอะไร ทหารไทยระดับผู้บัญชาการทหารบก ตั้งแต่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ระบาดมาถึง พล.อ.ประยุทธ์ จึงเป็นปัญหาใหญ่ของบ้านเมือง

โดยในช่วงท้าย นายสนธิได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เบื่อเรื่องชาติ เรื่องบ้านเรื่องเมือง นายสนธิกล่าวว่าปฏิบัติธรรมทุกวัน “สวดมนต์วันละ 2 ครั้ง ผมไม่ใช่อะระหังสัมมา อิติปิโสภควา กราบเสร็จแล้วพาหุงอีกบทแล้วจบ ผมเริ่มด้วยชุมนุมเทวดา ต่อด้วยสัมพุทเธ อัญเชิญพระพุทธเจ้า นะโมการะอัฏฐะกะ สรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า แล้วก็อิติปิโสภควา อะระหังสัมมา แล้วก็เริ่มด้วยอาฏานาฏิยะปริตร
รัตนปริตร ขันธปริตร โมรปริตร พาหุง ชัยปริตร เมตตปริตร นักขัตตะ ภวตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต แล้วก็จบลงด้วยมงคลจักรวาลใหญ่”

นายสนธิกล่าวว่า “ผมมีความรู้สึกว่าผมมีความเย็นสบาย เมื่อผมสวดมนต์ คาถาพระปริต เป็นคาถาโลโซของพระพุทธเจ้า ทำไมโลโซ เพราะเป็นคาถาพื้นฐาน แต่เป็นคาถาที่ลึกล้ำ อุปมาอุปไมยเหมือนคนที่เรียน ก.ไก่ ข.ไข่ คนที่เรียนด็อกเตอร์ ก็จะบอกว่า ก.ไก่ ข.ไข่ มันกระจอก แต่คำถามมันมีอยู่ว่า ก่อนคุณจะเรียนด็อกเตอร์ได้ คุณต้องเรียน ก.ไก่ ข.ไข่ ก่อน เพราะฉะนั้นแล้วคาถาเมตตปริตร คาถาพระปริตร
จึงเป็นการที่สำคัญที่สุดในการสวด เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังทำไมผมมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แล้วผมทำน้ำมนต์ของผมเอง พี่น้อง อย่าหัวเราะ ผมเอาสายสิญจน์พันพระพุทธรูป พระห้อยคอ พันเอาไว้ พันบาตรน้ำมนต์ จุดเทียน แล้วผมตั้งจิตอธิษฐาน”

“พี่น้องครับ ผมก็มองดูชาติบ้านเมือง ผมท้อ ผมชักจะหมดหวัง พี่น้องเคยคิดไหมมันเป็นไปได้ยังไง คนปลัดกระทรวงคมนาคม มันถูกจับโกงชาติ โกงบ้านโกงเมือง หน้าตาเฉย ชาติบ้านเมืองมันตกต่ำมากนะ มันเป็นไปได้ยังไง พันตำรวจเอก ผู้กำกับโรงพัก ปล้นแบงก์ เพื่อจะเอาเงินไปวิ่งเต้นตำแหน่ง ก็แสดงว่าไอ้ตำแหน่งที่มันได้มากันมันซื้อกันทั้งนั้น ใช่/ไม่ใช่ พี่น้อง (ใช่) แล้วเราจะไปพึ่งพาตำรวจได้ยังไง
พวกเยสโนโอเคโคคาโคล่า บอกไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ซื้อขายตำแหน่งเยอะที่สุด ทุกยุคทุกสมัย ตำรวจก็ไปแล้ว ข้าราชการระดับปลัดกระทรวงก็ไปแล้ว คนอย่าง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ก็ไปแล้ว อธิบดีดีเอสไอ อัยการสูงสุดก็ไป ผู้พิพากษาบางคนก็ไปแล้ว พี่น้องแม้กระทั่งพระสงฆ์องค์เจ้า บอกว่าธุดงค์ในกรุงไม่ผิดพระไตรปิฏก ก็ไปแล้ว บ้านเมืองไม่เหลืออะไรแล้ว”

นายสนธิ กล่าวว่า “พี่น้อง 2548 จนถึงวันนี้ 7 ปีเต็มๆ ที่ผมไม่รู้ว่าไปทำอะไรผิดกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึงลงโทษผมให้มายืนตรงนี้ตั้ง 7-8 ปี ให้มาชดใช้เวรชดใช้กรรม ผมทำอะไรผิดพ่อแม่ครูอาจารย์ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน ครุฑ นาค พรหม ยักษ์ ผมทำอะไรผิด แต่ผมมีศรัทธาในการทำงาน ผมมีศรัทธาและความเชื่อมั่นที่ผมจะต้องทำให้ส่วนรวม ให้ชาติบ้านเมืองบ พี่น้องครับ แต่ว่าสำหรับคนๆ หนึ่ง เดินทางมา
7-8 ปีแบบนี้ โดนคดีความ โดนคดีที่ผู้พิพากษาท่านมีความสุขมากกับการที่ผมผิด 1 เจตนา ท่านเปลี่ยนไปเป็น 8 เจตนา แล้วจำคุกผม 85 ปี ท่านมีความสุขปล่อยให้ท่านมีความสุขไป ผมไม่ว่า แล้วยังผ่านลูกปืนอีก 200 นัด ยังขึ้นศาล แล้ววันที่ 30 นี้ยังจะต้องออกถนนอีกแล้ว”

“พี่น้องครับ สำหรับคนคนหนึ่ง อายุ 65 ปี สู้ให้ชาติบ้านเมืองจนถึงวันนี้ สิ่งที่ผมทำมากเกินกว่าพอแล้วพี่น้อง พี่น้องครับ ออกครั้งนี้ผมจะออกครั้งสุดท้ายแล้ว ถ้าแพ้จะต้องตายคาลูกปืนผมจะตาย ถ้าชนะ ชนะเมื่อไหร่ผมจะล้างมือ แล้วผมจะขอลาออกจากแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไปใช้ชีวิตที่เงียบๆ ไม่ต้องให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาหลอกใช้ผมอีกต่อไป ความขมขื่นของผมมันมีมากกว่าที่ผมจะพูด
บนเวทีนี้ มันลึกซึ้งกว่าอะไรก็ตามที่มันลึกไปหมด มันเจ็บช้ำน้ำใจมากกว่าโดนกระบองตี มันเสียดใจ แสบทรวงมากกว่าทุกอย่าง ผมสวดมนต์ภาวนา ทุกวันผมมีชีวิตอยู่ได้เพราะผมสวดมนต์ภาวนา ผมถามตัวเองว่า ผมทำให้ชาติมากพอหรือยัง ผมบอกว่ายัง ต้อง 30 นี้ก่อน”

“พี่น้องครับ ผมขอบอกพี่น้องก่อน พ้น 30 นี้แล้ว จะแพ้หรือจะชนะ จบอย่างไรก็ตาม ผมต้องปล่อยให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ให้อำมาตย์ ให้หลายคน ที่หลอกใช้ผมอยู่ พรรคการเมืองบางพรรคที่เคยหลอกใช้ ให้รับแผ่นดินนี้เอาไปดูแลต่อไป”

“พี่น้องครับ อย่าโกรธผม ให้เข้าใจผม พี่น้อง ผมสู้ตั้งแต่ 58, 57 ผม 65 แล้วพี่น้อง ผมไม่ได้มีชีวิตอย่างเหมือนมนุษย์เลยแม้แต่นิดเดียว ผมจะสู้ครั้งสุดท้ายครั้งนี้ อะไรจะเกิดให้มันเกิดไป พี่น้อง แต่ถ้าชนะแล้ว ผมจะยกประเทศให้เขาดูแลกันต่อไป แต่ถ้าเขาดูแลไม่ดี ไม่ต้องมาเรียกผมอีกแล้ว ไม่ต้องมาเรียกผมอีกแล้ว ผมจะขออยู่ในใจพ่อแม่พี่น้องทุกคน ผมจะขอเป็นนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ให้พี่น้องได้ระลึกถึง และพี่
น้องครับ วันนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้พิสูจน์ให้พี่น้องเห็นชัดเจนแล้วว่าทองคำแท้อย่างพวกเราย่อมไม่กลัวไฟ”

“ผมจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา แต่ 30 นี้ จะเป็นงานเลี้ยงที่สำคัญ พี่น้องที่รู้เรื่องประวัติศาสตร์ดี 30 นี้ คืองานเลี้ยงประตูหงเหมิน ใครไม่รู้เรื่องยกมือ ซีฉู่ป้าอ๋อง ชือช้อป่าอ๋อง เรียกหลิวปัง ต้นปฐมกษัตริย์ฮั่นโปโจ ราชวงศ์ฮั่น มาเลี้ยงที่หงเหมิน เพื่อฆ่าหลิวปัง เขาเรียกว่างานเลี้ยงมรณะ เพราะฉะนั้นแล้ว 30 นี้ พี่น้องไม่ต้องกังวล ผมอยู่เคียงข้างพี่น้องตลอดไป จนกว่าเรื่องราวนี้จะจบ
แต่ผมไม่ต้องการให้พี่น้องถามผมเมื่อเรื่องราวจบแล้ว แล้วถ้าบ้านเมืองเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องการให้พี่น้องถามว่า คุณสนธิหายไปไหน ไม่ต้องการ ผมต้องการให้พี่น้องเดินหน้าต่อไป เพราะพี่น้องแต่ละคนมีภูมิคุ้มกันมากพอแล้ว 7-8 ปีที่ผ่านมา พี่น้องมีองค์ความรู้มากพอแล้ว พี่น้องเป็นคนที่มีคุณภาพ”

“เหตุผลหนึ่งที่ผมยังยืนหยัดอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่ามีคนอย่างพี่น้อง ที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผมขอให้พี่น้องยึดมั่นในศรัทธานี้ ทุกวันนี้ผมมีชีวิตอยู่ได้เพราะศรัทธา ความเชื่อมั่น นี่คือความในใจที่ผมต้องบอกกับพี่น้อง อย่าเสียใจ ถ้าหมอตุลย์เขาอยากเป็นแกนนำ ให้เขาขึ้นมานำพี่น้องต่อ (โห่) หรือถ้าอยากให้เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ก็ได้ หรืออยากให้อัญชะลี ไพรีรัก ก็ได้”

“พี่น้องครับ เอาชาติไว้ในใจ เอาศาสนาทูนไว้บนศีรษะ เอาพระมหากษัตริย์อยู่ระหว่างที่เราประนมมือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พี่น้องจำไว้ว่า ชาติ ถ้าศาสนาไม่แข็งแรงพระมหากษัตริย์ก็ไม่แข็งแรง ถ้าพระมหากษัตริย์ไม่แข็งแรง ศาสนาก็ไม่แข็งแรง ถ้าศาสนาไม่แข็งแรง พระมหากษัตริย์ไม่แข็งแรง เราจะมีชาติอยู่ไหม เราต้องทำเพื่อส่วนรวม ตั้งจิตอธิษฐานแล้วตั้งสัจจะธิษฐานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่เคยตั้งจิต
อธิษฐานกับตัวเองเลยแม้แต่นิดว่า ขอให้ตัวเองรวย ไม่เคย ขอโอกาสอาสาเข้ามาทำงานให้แผ่นดิน ให้สัจจธิษฐานว่าจะทำให้แผ่นดินนี้สงบ จะทำให้แผ่นดินนี้ปกครองโดยธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะจรรโลง ทำนุบำรุงและเผยแพร่พุทธศาสนาออกไปในภูมิภาคนี้ ในโลกนี้ ในจักรวาลนี้ จะปกป้องให้ความบริสุทธิ์ของพุทธศาสนายังคงอยู่ ไม่ให้ใครมาบิดเบือนเจตนารมณ์ของพุทธศาสนาเพื่อผล
ประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง จะปกป้อง รักษา สร้างความมั่นคงให้สถาบันกษัตริย์ เพื่อให้เป็นเสาหลักอยู่เคียงคู่เสาหลักพระพุทธศาสนา เพื่อค้ำจุนชาติบ้านเมืองต่อไป ขอบคุณมากครับ” (อ่านคำปราศรัยฉบับเต็ม ที่นี่)

http://prachatai3.info/journal/2012/05/40700

—-
ต่อต้านทักษิณ โดยไม่ต่อต้านประชาธิปไตย เป็นไปได้ไหม?และต้องทำอย่างไร?
วันที่ 04 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 21:00:00 น.
โดย เกษียร เตชะพีระ
“ส่วนเรื่องที่ไม่เอานิรโทษกรรม ตนได้พูดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพียงคำเดียวว่า ?ดิฉันไม่เอา นิรโทษกรรม? เท่านั้น จากนั้นก็มีข่าว จาก พ.ต.ท.ทักษิณออกมาบอกว่าให้ลืมๆ กันไป เดินหน้าปรองดอง ตนไม่เชื่อคำพูดใครทั้งสิ้น…”
นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด
พยาบาลอาสาที่ถูกยิงบริเวณวัดปทุมวนารามในการสลายการชุมนุมเมื่อ 19 พ.ค. 2555
(http://www.bangkokbiznews.com, 26 เม.ย.2555)
เมื่อเร็วๆ นี้ ผมตั้งคำถามเป็นการบ้านให้นักศึกษาโครงการปริญญาเอกวิชาสัมมนาการเมือง การปกครองไทยที่รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ลองตอบดูว่า :
“จากบทอ่านเรื่อง Kasian Tejapira, “Toppling Thaksin” (๒๐๐๖, http://www.newleftreview.org/?view=2615) และ Thongchai Winichakul, “Toppling Democracy” (๒๐๐๘, http://www.sameskybooks.org/wp-
content/uploads/2008/02/j-of-contem-asia-2008-thongchai-winichakul-toppling-democracy.pdf) ให้นักศึกษาลองวิเคราะห์วิจารณ์ว่า การต่อต้านทักษิณโดยไม่ต่อต้านประชาธิปไตยไปด้วยนั้น เป็นไปได้หรือไม่? และต้องทำอย่างไรบ้าง?”

คำตอบของนักศึกษาเลขทะเบียน 5403300022 มีประเด็นแหลมคมชวนคิดน่าสนใจ อีกทั้งสอดรับกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ผมขออนุญาตคัดบางตอนมานำเสนอโดยแก้ไขปรับแต่งถ้อยคำบ้างเล็กน้อย ดังนี้ :

“…พิจารณาจากหลักการพื้นฐานที่สำคัญของประชาธิปไตยดังนี้ :

1) รัฐบาลมาจากความยินยอมของประชาชน ประชาชนถืออำนาจอธิปไตย แต่งตั้งถอดถอน รัฐบาลได้ผ่านกระบวนการที่ตกลงไว้

2) ระบอบการปกครองฟังเสียงข้างมาก โดยมิได้ละเมิดล่วงเกินสิทธิขั้นมูลฐานของฝ่าย ข้างน้อย

3) ปกครองโดยหลักนิติธรรม ยุติธรรมเสมอหน้า

4) ค้ำประกันสิทธิมนุษยชนของประชาชน และ

5) มีการสืบทอดอำนาจโดยสันติ

จากหลักการทั้ง 5 ประการสามารถสรุปอำนาจประชาธิปไตยได้เป็นสองส่วนคือ ที่มาของ อำนาจ กับ กระบวนการใช้อำนาจ

ซึ่งกรณีทักษิณ เกษียรให้ความสำคัญกับกระบวนการใช้อำนาจของทักษิณ

ในขณะที่ธงชัยให้ความสำคัญกับที่มาของอำนาจของทักษิณ แต่เน้นความสนใจไปที่การใช้อำนาจของสถาบันชนชั้นนำตามประเพณีเป็นเรื่องหลัก อันแสดงให้เห็นว่าข้อถกเถียงระหว่างทั้งสองเป็นเรื่องอัตวิสัยในการพิจารณาความสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตย

อย่างไรก็ตาม การต่อต้านทักษิณกับการพยายามไม่ให้สถาบันชนชั้นนำตามประเพณีแทรกแซงกระบวนการประชาธิปไตยอาจเป็นเรื่องเดียวกัน กล่าวคือเป็นเรื่องของประชาธิปไตยที่ก้าวข้าม การพึ่งพิงตัวบุคคลผู้นำที่มีบุคลิกแบบอำนาจนิยมและต่อต้านอำนาจรวมศูนย์ทุนนิยมพวกพ้อง ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงไม่นำสถาบันชนชั้นนำตามประเพณีมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองโดยอาศัยภาพผู้พิทักษ์ประชาธิปไตย
พยายามแยกทั้งทักษิณและสถาบันชนชั้นนำตามประเพณีออกจากภาพแทนประชาธิปไตย

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าต้องมีพื้นที่ให้ทักษิณดำรงอยู่ ไม่ผลักออกไปจากการเมืองโดย อ้างเรื่องคุณธรรม แต่จะทำอย่างไรให้เขาอยู่ในสังคมการเมืองได้โดยไม่ฉกฉวยผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าจะจัดการกับกลุ่มทุนอย่างไรไม่ให้ทำลายประชาธิปไตย

การต้านทักษิณโดยไม่ต่อต้านประชาธิปไตยสามารถกระทำได้โดยสร้างระบบกลไกที่ไม่ต้องพึ่งพิงตัวบุคคลสถาบันชนชั้นนำตามประเพณีให้เข้ามามีอำนาจนำทางการเมืองดังนี้ :

1) ต้องยอมรับว่าทักษิณและพวกพ้องที่ผ่านมาไม่ได้เท่ากับประชาธิปไตย หรือประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง ทว่ารัฐบาลทักษิณเป็นประชาธิปไตยเพียงครึ่งเดียวคือ ในแง่การได้มาซึ่ง อำนาจ แต่ในแง่การใช้อำนาจนั้น รัฐบาลทักษิณไม่สามารถรักษาความชอบธรรมไว้ได้ จนนำมาสู่ความขัดแย้งและทำลายรัฐบาลของตัวเอง ทั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าการทำลายประชาธิปไตยปรากฏได้เสมอ แม้ภายใต้รัฐบาลที่มาจาก
เสียงข้างมาก

กระนั้น พึงตระหนักด้วยว่าการฟื้นฟูประชาธิปไตยมิใช่จะทำได้ด้วยการโค่นล้มรัฐบาลที่ละเมิดสัญญาประชาคมโดยวิธีรัฐประหาร หรือดึงสถาบันชนชั้นนำตามประเพณีมาใช้ แต่อยู่ที่การผลักดันของภาคสังคมผ่านกลไกที่เป็นทางการหรือผ่านขบวนการเคลื่อนไหวอื่น

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1336134328&grpid=01&catid=01

แน่นอน กลุ่มขบวนการเคลื่อนไหวอื่น เช่น กลุ่มสมัชชาคนจนรณรงค์เรื่องประชาธิปไตยต้องกินได้(ชุมนุมต่อเนื่อง ร้อง “ยิ่งลักษณ์” เปิดเจรจาแก้ปัญหา “สมัชชาคนจน”Tue, 2012-05-22 03:18http://www.prachatai.com/journal/2012/05/40616)

หรือขบวนการเคลื่อนไหวฯลฯ หรือปัญหาสำคัญเรื่องอัตวิสัยกับภาวะวิสัย และเราจะเน้นตัวบ่งชี้ว่า ภาวะวิสัยคืออะไร ถ้าภาวะวิสัย คือ ประชาชนส่วนใหญ่เลือกเพื่อไทย เพราะทักษณ แล้วเราต้องยอมรับการเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตย ใช่ไหม?

หลักการพิสูจน์ผิดของคาร์ล ปอปเปอร์
ในการจะพิสูจน์ว่า การเวียนว่ายตายเกิดมีจริง ผมจะเสนอวิธีพิสูจน์ จำนวน 5 ประการ เป็นการพิสูจน์โดยอ้อม 3 ประการและพิสูจน์โดยตรง 2 ประการ
หลักการต่างๆ เหล่านั้น มีขอบเขตต่างกัน ดังที่จะได้อธิบายต่อไป ดังนี้
หลักการพิสูจน์ผิดของคาร์ล ปอปเปอร์
หลักการของความน่าจะเป็น
พิสูจน์โดยทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์
หลักฐานจากพระไตรปิฎก
วิชาธรรมกาย

1) หลักการพิสูจน์ผิดของคาร์ล ปอปเปอร์
คาร์ล ปอปเปอร์เป็นนักปรัชญาวิทยาศาสตร์ ก่อนหน้าที่คาร์ล ปอปเปอร์จะเสนอทฤษฎีของท่าน ดังที่ผมจะได้นำเสนอต่อไปนั้น ในทางวิทยาศาสตร์ถ้ามีใครเสนอทฤษฎีอะไรขึ้นมา ก็จะหาทางพิสูจน์ให้ได้ทฤษฎีของตนเองมีความถูกต้องอย่างไร
ยกตัวอย่างเช่น
ตอนที่ไอน์สไตน์เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพนั้น ท่านคิดได้จากจินตนาการและสูตรทางฟิสิกส์ ซึ่งต้องใช้คณิตศาสตร์ชั้นสูงในการคำนวณ
ท่านกล่าวว่า จักรวาลนี้มันโค้ง แสงจึงเดินทางเป็นเส้นโค้งไปด้วย และได้บอกวิธีการพิสูจน์ทฤษฎีของท่านไว้ว่า จะต้องไปสังเกตการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง แล้วให้ถ่ายรูปดาวไว้ ตั้งแต่ก่อนเกิดปรากฎการณ์และขณะที่เกิดปรากฎการณ์ และบอกด้วยว่า ภาพของดาวที่ถ่ายไว้ขณะเกิดสุริยุปราคาจะห่างจากตำแหน่งเดิมไปกี่ฟิลิปดา
เมื่อเซอร์เอ็ดดิงตันพิสูจน์ได้ ไอน์สไตน์จึงเริ่มเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการและมีชื่อเสียงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ขอยกตัวอย่างที่ใกล้ๆ ตัวอีกหน่อยคือเหตุการณ์สึนามิในภาคใต้ของเรา
คุณสมิทธิ์ ธรรมสโรชได้เคยเตือนคนในภูเก็ตไว้ว่า จากการศึกษาของท่าน ภาคใต้ของเรา โดยเฉพาะภูเก็ตอาจจะเกิดสึนามิขึ้นได้
ปรากฏว่า คนภูเก็ตโกรธแค้นเป็นอย่างมาก ในฐานะที่คำพูดของคุณสมิทธิ์อาจจะทำลายการท่องเที่ยวของภูเก็ต มีผู้หลักผู้ใหญ่ในภูเก็ตบางท่านถึงกับประกาศว่าไม่ยอมให้คุณสมิทธ์เข้าภูเก็ต
หลังจากนั้นมา 5 ปี ก็เกิดเหตุการณ์อย่างเช่นคุณสมิทธิ์เคยกล่าวไว้จริงๆ นั่นก็แสดงว่า คุณสมิทธิ์มีความรู้มากกว่า
ถ้าคนภูเก็ตและคนในภาคใต้ทั้งหมดฟังเสียงของคุณสมิทธิ์และเตรียมการป้องกัน อย่างที่เกิดในปัจจุบันนี้ คนไทยคงไม่สูญเสียมากมายอย่างที่เสียมาแล้ว
เหตุการณ์ในทำนองนี้ คาร์ล ปอปเปอร์สนใจศึกษาเป็นอย่างมาก หลังจากศึกษาค้นคว้า จนเข้าใจดีแล้ว คาร์ล ปอปเปอร์สรุปได้ว่า ความรู้ทางวิชาการในแต่ละยุคนั้น อาจจะมีคนที่เก่งเป็นพิเศษ เก่งกว่าคนอื่น หรืออาจจะกล่าวได้ว่า องค์ความรู้ของคนส่วนใหญ่น้อยกว่าบุคคลพิเศษเหล่านั้น
คาร์ล ปอปเปอร์จึงเสนอทฤษฎีพิสูจน์ผิดขึ้นมา ซึ่งมีหลักการว่า ต่อไปจากนี้ ถ้ามีใครเสนอทฤษฎีใดๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์หรือทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ ถ้ายังพิสูจน์ไม่ได้ว่า ทฤษฎีนั้นผิด ก็ต้องยอมรับไว้ก่อนว่า ทฤษฎีนั้นๆ เป็นความจริง
เมื่อพิสูจน์ได้เมื่อไหร่ว่า ทฤษฎีนั้นมีข้อผิดพลาด ค่อยสรุปว่าทฤษฎีนั้นไม่จริงหรือไม่ถูกต้อง
หลักการดังกล่าวของคาร์ล ปอปเปอร์เป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักวิชาการส่วนใหญ่ ก็มีคนไม่เห็นด้วยบ้างตามหลักของนักปรัชญา
เมื่อนำหลักการดังกล่าวมาใช้กับเรื่อง การเวียนว่ายตายเกิด ซึ่งถ้าเป็นจริง นรก สวรรค์ อิทธิปาฏิหาริย์ ฯลฯ เป็นต้น ก็ต้องเป็นจริงไปด้วย
จะเห็นว่า ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์หรือนักวิชาการคนใดที่เคยพิสูจน์ได้ว่า เรื่องดังกล่าวเหล่านั้นไม่เป็นความจริง
มีแต่การอ้างทางอ้อมว่า ไม่มีเหตุผล แล้วก็สรุปเอาดื้อๆ ว่า ไม่มี เป็นไม่ได้ เพราะไปเชื่อวิทยาศาสตร์เก่า
ในเมื่อวิทยาศาสตร์เก่าเอง ถูกฟิสิกส์ใหม่พิสูจน์ได้แล้วว่า ไม่ใช่เป็นเครื่องมือในการหา ความรู้ความจริงที่ดี วิทยาศาสตร์เก่าเป็นเพียงวิธีการที่หาความรู้ได้แคบๆ แต่คุยโม้มากไปหน่อย
ในเมื่อความจริงเป็นเช่นนี้ นรก สวรรค์ การเวียนว่ายตายเกิดของศาสนาพุทธก็ควรที่จะกลับมาได้รับความเชื่อว่าเป็น ความจริงเช่นเดิมดังที่เคยเป็นมา…

http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:_FE6DIaeWOoJ:rebirthisreal.blogspot.com/2011/11/blog-post_5920.html+%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C

%E0%B8%A5+%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C&cd=5&hl=th&ct=clnk&gl=th

คาร์ล ปอปเปอร์ ? Blackdog’s World
blackdogsworld.wordpress.com/tag/คาร์ล-ปอปเปอร์/ – แคช
Posted in จิ(ต)ปาถะ ด้วยแท็ก คาร์ล ปอปเปอร์, จิตวิทยา, โทมัส คูห์น, Karl Popper, Psychology, Thomas Khun on กันยายน 16, 2011 by blackdogsworld. คำถามที่ว่า …
ปรัชญาวิทยาศาสตร์และปรัชญาการเมืองของ คาร์ล ปอปเปอร์ – 0.00
http://www.bangkokbookclub.com ? สินค้า/บริการ ? ศาสนา / ปรัชญา(คาร์ล ปอบเปอร์ : บางส่วนจากบท \”ปอบเปอร์กับทฤษฎีการเมืองของมาร์กซ์\”) คาร์ล ปอบเปอร์ (Karl Popper) เกิดที่เวียนนา ในปี ค.ศ.1902 กล่าวกันว่าชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อเดิม …
K2712779 ใครมีความเข้าใจปรัชญาของ คารล์ ป๊อบเปอร์บ้างครับ [ศาสนา-ปรัชญา]
http://www.atriumtech.com/cgi-bin/hilightcgi?Home=/…; – แคช14 มี.ค. 2004 – คาร์ล ป็อปเปอร์ เป็นคนแรกที่ให้นิยามของคำว่า “สังคมเปิด” แกเป็นอาจารย์ของ จอร์จ โซรอส เชื่อกันว่า ในอดีตนั้น แกเคยเป็น ผู้ที่นิยมในคอมมิวนิสต์ มาก่อน …
ปรัชญาวิทยาศาสตร์ของคาร์ล ปอปเปอร์ – สุรีย์ สุวรรณปรีชา (รวบรวม …
http://www.toulo.com/product/ProductDetail.asp?ProductID=10114 – แคชToulo.com – ร้านหมาขายหนังสือ เก็บตกหนังสือมือสอง. – ปรัชญาวิทยาศาสตร์ของคาร์ล ปอปเปอร์ – สุรีย์ สุวรรณปรีชา (รวบรวม)
การเวียนว่ายตายเกิดมีจริง: หลักการพิสูจน์ผิดของคาร์ล ปอปเปอร์
rebirthisreal.blogspot.com/2011/11/blog-post_5920.html – แคช
คาร์ล ปอปเปอร์เป็นนักปรัชญาวิทยาศาสตร์ ก่อนหน้าที่คาร์ล ปอปเปอร์จะเสนอทฤษฎีของท่าน ดังที่ผมจะได้นำเสนอต่อไปนั้น ในทางวิทยาศาสตร์ถ้ามีใครเสนอทฤษฎีอะไรขึ้นมา …
คาร์ล ป๊อบเปอร์ ? Omens & So Hum
chaisuk.wordpress.com/tag/คาร์ล-ป๊อบเปอร์/ – แคช
5 มี.ค. 2009 – ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ที่ให้ความกรุณาเขียนคำนิยมให้หนังสือเล่มนี้ ขอบพระคุณ รศ.สุริชัย หวันแก้ว ที่ให้ความเป็นครูผู้สนับสนุนลูกศิษย์ทั้งสองมาโดยตลอด …
บันทึกที่มีคำสำคัญ: คาร์ล ปอปเปอร์ (karl popper : ค.ศ. ๑๙๐๒ – ๑๙๙๔)
http://www.gotoknow.org/…/คาร์ล%20%20ปอปเปอร์%20(karl%20p… – แคช
“คนถูกฆ่าเนื่องจากความโง่เขลามากกว่าจากความชั่วร้าย” คาร์ล ปอปเปอร์ (Karl Popper : ค.ศ. ๑๙๐๒ – ๑๙๙๔) นักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรีย …
ดาวแดงเหนือแผ่นดินสยาม ประวัติสังเขปพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย …
http://www.fo3p.net/index.php?option=com_content&task…; – แคช
19 พ.ย. 2010 – อาจจะเป็นเพราะว่า ในโลกของทุนนิยมที่มีนักคิดนักปรัชญาอย่างคาร์ล ปอปเปอร์เจ้าทฤษฎีสังคมเปิดปรมาจารย์ของจอร์จ โซรอส ,จอห์น เมนาร์ด เคนส์ , มิลตัน …
gotomanager.com – นิตยสารผู้จัดการ 360? – Thailand’s Leading …
http://www.gotomanager.com/books/details.aspx?menu=books…id…; – แคชในเชิงปรัชญา ผู้เขียนบอกว่าเขาได้รับอิทธิพลของ คาร์ล ปอปเปอร์ (นักปรัชญาชาวออสเตรียผู้ต่อต้านคาร์ล มาร์กซ์ และเผด็จการทุกรูปแบบ) เจ้าของทฤษฎีเรื่อง “สังคมเปิด” ที่โด่งดัง …
วิทยานิพนธ์
http://www.arts.chula.ac.th/~philoso/index.php?option=com…; – แคช
19.สมพิศ ศรีประไพ. วิเคราะห์ปัญหา “ประจักษนิยมแบบจัด” ของวิลเลี่ยม เจมส์ 20.สุนัย ครองยุทธ. คาร์ล ปอปเปอร์กับการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างเจตจำนงกับลัทธิเหตุวิสัย. พ.ศ.

—–คาร์ล ปอปเปอร์ เป็นคู่ตรงกันข้ามกับคาร์ล มารกซ์ ที่ผมเอามาแปะดู เพราะมีคนเล่าให้ผมฟังก็มาเล่าต่อไปจะเล่าเรื่องหนังMEMENTOฯลฯ น่ะครับ—

เรื่องย่อ MEMENTO ภาพหลอนซ่อนรอยมรณะ..ชาย หนุ่มที่ชื่อ Leonard Shelby (Guy Pearce)ผู้สวมใส่ชุดสูท จากยุโรป ราคาแพงลิบ ขับรถ จากัวร์รุ่นล่าสุด แต่ใช้ชีวิตราคาถูก พักโรงแรมไม่มีชื่อ ใช้จ่ายเงิน โดยการม้วนธนบัตร เป็นก้อนหนาๆ แม้ว่า เขาจะดูเหมือนชาย ที่ประสบความสำเร็จ ในชีวิต แต่งานของเขา กลับเป็นการไล่ล่า ล้างแค้น แกะรอย และลงทัณฑ์ คนที่
ลงมือ ข่มขืนและฆ่า เมียของเขา เพราะว่า การสันนิษฐานของเขา ถูกตำรวจเมินเฉย เขาจึงต้องเดินหน้าหาความยุติธรรม ด้วยตัวเอง โดยการแกะรอย ในครั้งนี้ เขาได้ใช้ การ์ดดัชนี, รูปถ่าย, แฟ้มข้อมูล, แผนผัง, รอยสัก แต่เขาก็ไม่สามารถ ที่จะเข้าใจ เรื่องราวทั้งหมดและเรียกความทรงจำ กลับคืนมาได้
โดย หนังที่จัดเป็นฟิลม์นัวร์ ที่มีสีสันหม่นหมองอันน่าสนใจด้านความทรงจำสั้นกับการแก้ไขปัญหาไม่ให้ถูกหลอกได้

ผมนึกถึงหนังที่เขาจัดว่ามันเป็นสไตล์ฟิลม์นัวร์ ไม่ใช่แค่ภาพขาวดำเท่านั้น
ชื่อไทย ดิบดวลดิบ,ชื่ออังกฤษ FIGHT CLUB…
เรื่องย่อ“คุณเป็นคุณไม่ใช่เพราะงานที่คุณทำ คุณเป็นคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินในธนาคารของคุณ คุณเป็นคุณไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณมีเงินในกระเป๋าเท่าไร คุณเป็นคุณใช่ว่าเพราะคุณสวมใส่เสื้อผ้าอะไร แต่คุณก็ไม่ได้เป็นเกล็ดหิมะที่สวยงามและโดดเด่นเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เช่นกัน ไทเลอร์ (แบรด พิทท์) กล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณครอบครองอยู่นั้นท้ายที่สุดแล้วพวกมันก็จะครอบงำคุณ เสีย แต่ถ้าหากคุณสูญสิ้น
ทุกสิ่งเมื่อใด คุณก็จะกล้าทำอะไรต่อมิอะไรได้อย่างไร้กังวลตลอดไป ซึ่ง Fight Club เปรียบได้กับอิสรภาพแบบนั้น
ปล.สำหรับวันสำคัญในอดีต ด้านหนึ่งก็คิดถึงหนังเรื่องMay 18 ของเกาหลี และอยากทำหนังสั้นเรื่องอากง เห็นเป็นข่าวดังกับตั๊ก น่ะครับ

เนื้อเพลงAuld Lang Syne ฉบับแปลเป็นอังกฤษ
English translation
(minimalist)
Should old acquaintance be forgot,
and never brought to mind ?
Should old acquaintance be forgot,
and old lang syne ?
CHORUS:
For auld lang syne, my dear,
for auld lang syne,
we’ll take a cup of kindness yet,
for auld lang syne.
And surely you’ll buy your pint cup !
and surely I’ll buy mine !
And we’ll take a cup o’ kindness yet,
for auld lang syne.
CHORUS
We two have run about the slopes,
and picked the daisies fine ;
But we’ve wandered many a weary foot,
since auld lang syne.
CHORUS
We two have paddled in the stream,
from morning sun till dine? ;
But seas between us broad have roared
since auld lang syne.
CHORUS
And there’s a hand my trusty friend !
And give us a hand o’ thine !
And we’ll take a right good-will draught,
for auld lang syne.
CHORUS

http://en.wikipedia.org/wiki/Auld_Lang_Syne

—-
Waiting for the End
…คำศัพท์ที่น่าสนใจ

the eye of the storm = the center of a disagreement , the middle of a mass of severe weather

at the mercy = ขึ้นอยู่กับ อยู่ภายใต้อำนาจของ
————

อย่าไปตีความอะไร นะ คือ ผมฟังเพลงไปเรื่อยตามอารมณ์สภาพอากาศ น่ะครับ
Waiting For The End – Linkin Park
———————-

This is not the end
มันยังไม่สิ้นสุด
This is not the beginning,
และก็ยังไม่ได้เริ่มต้น
Just a voice like a riot
แค่เสียงหนึ่งคล้ายความจลาจล
Rocking every revision
ที่เขย่าทุกๆการปฏิรูป
But you listen to the tone and the violent rhythm
แต่คุณฟังเสียงและจังหวะที่ดุดันของมันดูสิ
Though the words sound steady
แม้คำพูดดูเหมือนหนักแน่น
Something’s empty within ‘em
มันกลับมีแต่ความว่างเปล่า

We say Yeah!
เราพูดว่า ใช่!
With fists flying up in the air
แล้วกำมือชูขึ้นกลางอากาศ
Like we’re holding on to something
อย่างกับว่าเรากำลังกำอะไร
Thats invisible there,
ที่ไม่อาจมองเห็นได้
Cuz we’re living at the mercy of
เพราะชีวิตเราอยู่ภายใต้อำนาจของ
The pain and the fear
ความเจ็บปวดและความกลัว
Until we dead it, Forget it,
กระทั่งเราเฉยชาและลืมมันไป
Let it all dissapear.
ปล่อยให้พวกมันจางหาย

Waiting for the end to come
คอยจนกว่ามันจะจบลง
Wishing I had strength to stand
อยากให้ตัวเองแกร่งพอที่จะยืนหยัดได้
This is not what I had planned
นี่ไม่ใช่แผน ที่วางไว้
It’s out of my control….
ควบคุมมันไม่ได้เลย…

Flying at the speed of light
แล่นวูบอย่างกะความเร็วของแสง
Thoughts were spinning in my head
ความคิดในหัวมันปั่นป่วนไปหมด
So many things were left unsaid
มีอีกหลายคำพูดที่ไม่ได้เอ่ย
It’s hard to let you go…
ไม่อยากปล่อยคุณไปเลย…

(Oh!) I know what it takes to move on,
(โอ้!) ผมรู้ว่าต้องทำไงจึงจะก้าวเดินต่อไป

I know how it feels to lie,
ผมรู้ว่าโกหกแล้วเป็นไง
All I wanna do
ทั้งหมดที่อยากทำ
Is trade this life for something new
คือแลกวิญญาณนี้กับชีวิตใหม่
Holding on to what I haven’t got
เพื่อจะได้ในสิ่งที่ไม่เคย…ครอง

Sitting in an empty room
นั่งอยู่ในห้องอย่างโดดเดี่ยว
Trying to forget the past
พยายามที่จะลืมอดีต
This was never meant to last,
ที่ไม่เคยได้คงอยู่ยืนนาน
I wish it wasn’t so…
ไม่อยากให้เป็นยังงั้นเลย…

(Oh!) I know what it takes to move on,
(โอ้!) ผมรู้ว่าต้องทำไงจึงจะก้าวเดินต่อไป

I know how it feels to lie,
ผมรู้ว่าโกหกแล้วเป็นไง
All I wanna do
ทั้งหมดที่อยากทำ
Is trade this life for something new
คือแลกวิญญาณนี้กับชีวิตใหม่
Holding on to what I haven’t got
เพื่อจะได้ในสิ่งที่ไม่เคย…ครอง

What was left when that fire was gone?
มันยังมีอะไรเหลือเมื่อเพลิงสูญสิ้น?
I thought it felt right but that right was wrong
ผมคิดว่ามันถูกนะแต่กลับผิดเสียนี่
All caught up in the eye of the storm
ทั้งหมดติดอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง
And trying to figure out what it’s like moving on
และพยายามขบคิดว่าจะทำไงให้เดินหน้าต่อไป
And i don’t even know what kind of things I’ve said
ผมไม่รู้แม้กระทั่งว่าได้พูดอะไรไป
My mouth kept moving and my mind went dead
พูดพร่ำไปเรื่อยแต่ใจตายด้านไปแล้ว
So, picking up the pieces, now where to begin?
งั้น, มาปะติดปะต่อกันใหม่, เริ่มตรงไหนก่อนดี?
The hardest part of ending
ส่วนที่ยากที่สุดของตอนจบ
Is starting again!!
คือการเริ่มใหม่อีกครั้ง!!

All I wanna do
ทั้งหมดที่อยากทำ
Is trade this life for something new
คือแลกวิญญาณนี้กับชีวิตใหม่
Holding on to what I haven’t got…
เพื่อที่จะได้ในสิ่งที่ไม่เคย…ครอง…

This is not the end
มันยังไม่สิ้นสุด
This is not the beginning,
และก็ยังไม่ได้เริ่มต้น
Just a voice like a riot
แค่เสียงหนึ่งคล้ายความจลาจล
Rocking every revision
ที่เขย่าทุกๆการปฏิรูป
But you listen to the tone and the violent rhythm
แต่คุณฟังเสียงและจังหวะที่ดุดันของมันดูสิ
Though the words sound steady
แม้คำพูดดูเหมือนหนักแน่น
Something’s empty within ‘em
มันกลับมีแต่ความว่างเปล่า
(Holding on to what i haven’t got)
(ไขว่คว้าไว้ในสิ่งที่ไม่เคยครอง)

We say Yeah!
เราพูดว่า ใช่!
With fists flying up in the air
แล้วกำมือชูขึ้นกลางอากาศ
Like we’re holding on to something
อย่างกับว่าเรากำลังกำอะไร
Thats invisible there,
ที่ไม่อาจมองเห็นได้
Cuz we’re living at the mercy of
เพราะชีวิตเราอยู่ภายใต้อำนาจของ
The pain and the fear
ความเจ็บปวดและความกลัว
Until we dead it, Forget it,
กระทั่งเราเฉยชาและลืมมันไป
Let it all dissapear.
ปล่อยให้พวกมันจางหาย
(Holding on to what i haven’t got!)
(ไขว่คว้าไว้ในสิ่งที่ไม่เคย…ครอง)

http://my.dek-d.com/elzadan/blog/?blog_id=10115063

————————–

About akkaphoncyber

I love human
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s